ค้นหา :

ผลการค้นหา "ลพบุรี"

ข่าวภูมิภาค
05 ก.ย. 62

พี่ชายวัย 73 ทะเลาะน้องสาว ปมเก็บผักบุ้งล้ำเขต ฟันหัวน้องสลบตกน้ำตาย

ลพบุรี-ตำรวจ สภ.บ้านหมี่ รับแจ้งเหตุฆาตกรรม พบศพนางบัวงาม ศรีเจือทอง อายุ 63 ปี ถูกฟันที่ศีรษะ   จากการสอบสวนผู้ที่อยู่ใกล้เหตุการณ์ทราบว่าก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้ลงไปเก็บผักบุ้งในแม่น้ำดังกล่าว ซึ่งก็ได้มีนายบำรุง แสนบางพึ่ง อายุ 73 ปี ผู้เป็นพี่ชายมายืนพูดคุยด้วย และเกิดมีปากเสียงกันอย่างรุนแรงเกี่ยวกับแพผักบุ้งว่ารุกล้ำกัน   จากนั้นนายบำรุง ได้ใช้อาวุธมีดที่ถือมาฟันไปยังที่หัวน้องสาว แต่ผู้ตายได้ยกมือบังทำให้คมมีดไปถูกที่นิ้วแล้วฟันลงบนหัว จนทำให้ผู้ตายสลบจมลงไปในแม่น้ำและผู้ก่อเหตุก็หลบหนีมาอยู่ที่บ้าน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เดินทางไปควบคุมตัวได้และให้การรับสารภาพพร้อมอาวุธมีดที่ก่อเหตุดังกล่าว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/lu6EYsyp2YM

 7,314
สังคม-อาชญากรรม
21 ก.ค. 62

ตาป่วยเป็นมะเร็งช่องปากระยะสุดท้าย ก้อนเนื้อโต จนหายใจแทบไม่ได้

ลพบุรี - มีตายายคู่หนึ่ง โดยตาอายุ 72 ปี ป่วยเป็นมะเร็งช่องปากระยะสุดท้าย สภาพมีก้อนเนื้อโต จนหายใจไม่ได้ และมีอาการปวด เลือดไหลตลอดเวลา ต้องให้อาหารผ่านทางสายยาง   ขณะที่ยายขอดูแลตาอยู่ไม่ห่าง ทั้งๆที่ร่างกายไม่แข็งแรง อีกทั้งป่วยเป็นเบาหวาน และความดัน และพาร์กินสัน    ตากับยายมีลูกด้วยกัน 2 คน คนหนึ่งทำงานอยู่ที่โรงงานที่สมุทรปราการ บางทีต้องลางานมาดูแลพ่อเป็นครั้งคราว   อีกคนแต่งงานมีครอบครัวแล้ว มีลูกสองคน ต้องส่งเสียเลี้ยงดูครอบครัว นานๆทีมาช่วยเป็นครั้งคราว   ผู้ใจบุญสามารถติดต่อขอช่วยเหลือตากับยายได้ ที่ผู้ใหญ่บ้าน ต.เกาะแก้ว อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/Owwe_BM1nhs

 8,935
ข่าวภูมิภาค
21 ก.ค. 62

เขื่อนป่าสักวิกฤติน้ำเหลือ 4% ชุมชนเก่าโผล่พ้นน้ำ

ลพบุรี - เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์จังหวัดลพบุรีแล้งหนักสุดในรอบหลายปีน้ำในเขื่อนเหลือแค่ร้อยละ 4   นายศุภชัย มโนการ ผู้อำนวยการส่งน้ำและบุรุงรักษาเขื้อนป่าสักชลสิทธิ์ ตำบลหนองบัว อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี เปิดเผยว่าปริมาณน้ำในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ยังคงวิกฤตหลังจากได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง    ล่าสุดปริมาณน้ำสะสมอยู่ในอ่างเก็บน้ำร้อยละ4.82เปอร์เซนหรือมีน้ำสะสมอยู่ที่ 46 ล้าน ลบ.ม. จากความจุทั้งหมดที่960ล้าน ลบ.ม.โดยไม่มีฝนตกลงมาในลุ่มน้ำป่าสักเลยทำให้ไม่มีน้ำไหลลงอ่างของเขื่อน แต่ทางเขื่อนป่าสักจำเป็นต้องระบายน้ำลงสู่ท้ายเขื่อนเพื่อรักษาระบบนิเวศและใช้ในการอุปโภคบริโภค    จากสภาพน้ำที่ลดลงของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ในปีนี้ทำให้มองเห็นชุมชนเก่า บ้านเรือน วัด ที่ถูกน้ำท่วมจมอยู่ใต้เขื่อนโผล่ขึ้นมาให้ได้เห็นอีกครั้งในรอบหลายปีและจะเป็นจุดท่องเที่ยวอีกขุดของเขื่อนช่วงน่าแล้ว   ขณะที่ นครนายก - สถานการณ์น้ำในเขื่อนขุนด่านปราการชล เริ่มส่งผลกระทบต่อเกษตรกรและภาคธุรกิจการท่องเที่ยว    สถานการณ์น้ำในเขื่อนขุนด่านปราการชล จังหวัดนครนายก ตอนนี้ปริมาณน้ำในเขื่อนเหลือ34.81ลบ.ม.หรือคิดเป็น 15.54% จากความจุกักเก็บ224ลบ.ม.เลยเริ่มส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจการท่องเที่ยวและเกษตรกร    โดยสาเหตุหลักมาจากฝนที่ตกไม่ตามฤดูกาล ฝนตกทิ้งช่วงไม่ต่อเนื่อง ทำให้น้ำในเขื่อนเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง จากสถิติเมื่อปีที่แล้วนะวันที่21ก.ค.2561 ปริมาณน้ำในเขื่อนต้องมีอยู่เกือบ50% เพราะปีที่แล้วมีปริมาณน้ำฝนมากที่ไหลมาจากเทือกเขาใหญ่(น้ำตกเหวนรก)เพราะเขื่อนขุนด่านนั้นรอรับน้ำจากน้ำตกเหวนรกโดยตรง ถ้าฝนที่เขาใหญ่ถูกต้องตามฤดูกาลน้ำก็จะไหลลงมาสู่เขื่อนขุนด่านปราการชล    จากการสอบถามนายสมัคร โกโสม คณะกรรมการชมรมล่องแก่งจังหวัดนครนายก บอกว่าตอนนี้สมาชิกเรือล่องแก่งกว่า70เจ้าที่มีเรือราว 200 ลำ ต้องหยุดชะงักสาเหตุมาจากเขื่อนขุนด่านไม่สามารถปล่อยน้ำลงสู่แหล่งธรรมชาติได้เหมือนเมื่อก่อน เพราะน้ำเหลือน้อย ทำให้พวกตนขาดรายได้ในช่วงเทศกาลที่ผ่านมาหรือวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ แต่ก็เข้าใจในการจัดสรรระบบน้ำของเขื่อน    เดิมที่จากรายได้รวมชมรมวันหนึ่งนับแสนบาท แต่ตอนนี้แทบจะไม่มีลูกค้าเลย มีลูกค้ามาติดต่อก็ต้องอธิบายว่าตอนนี้น้ำไม่เยอะความสนุกในการล่องแพยางก็จะลดน้อยลง คงล่องได้แต่เพียงชมธรรมชาติในลำคลอง ถือว่าปีนี้อยู่ในขั้นวิกฤตถ้าฝนยังไม่ตก อีก 1 ผลกระทบก็คงเป็นภาคเกษตรกร เพราะส่วนใหญ่เกษตรกรที่ทำไร่ทำนานั้นรอรับน้ำจากเขื่อนขุนด่านปราการชลแทบทุกพื้นที่ทั้ง4อำเภอ และตอนนี้ก็เริ่มส่งผลกระทบในบางพื้นที่บ้างแล้ว โดยเฉพาะชาวนาที่ทำนาปรังเพราะจะต้องใช้น้ำตลอดทั้งปี อย่างก็ตามก็คงเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำในเขื่อนขุนด่านปราการชลต่อไปอย่างต่อเนื่อง          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/VxOeg07qwN0

 5,195
ครอบครัวบันเทิง
01 ก.ค. 62

เตือนภัย เก้าอี้นวดชำรุด หนีบคอลุงเกือบตายกลางห้าง

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก @คนบนถนน เลโอ เลโอ โพสต์ภาพนาทีระทึกที่เกิดขึ้นภายในห้างสรรพสินค้าชื่อดังใน จ.ลพบุรี ขณะที่ชายสูงวัยคนหนึ่งเลือกนั่งพักผ่อนบนเก้าอี้นวดเพื่อสุขภาพ   โดยไม่ทราบว่าเก้าอี้ดังกล่าวชำรุดด้วยสาเหตุใด จู่ๆเกิดหนีบคอ จนเจ้าหน้าที่และผู้คนในละแวกต้องรีบเข้าไปให้ความช่วยเหลือ ท่ามกลางความแตกตื่นของผู้คนที่พบเห็น   จึงโพสต์เตือนภัยให้ประชาชนระมัดระวัง และผู้ประกอบการตรวจเช็คสภาพเครื่องก่อนให้บริการ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WYAlRCCt43s

 4,692
ข่าวภูมิภาค
01 ก.ค. 62

อุทาหรณ์เข้าเกียร์ผิด หญิงวัย 47 จอดรถลงไปเปิดประตูบ้าน เก๋งไหลทับร่างดับคาล้อ

ลพบุรี-จนท.แจ้งเหตุพบรถเก๋ง ยี่ห้อโตโยต้าอัลติส สีบรอนซ์ทอง จอดขวางประตูเหล็กหน้าบ้าน โดยที่เครื่องยนต์ยังติดอยู่ ในรถยังเปิดแอร์และเครื่องเสียงเอาไว้ และมีชาวบ้านมุงดูอยู่จำนวนหลายคน   โดยบริเวณใต้ท้องรถ ตรงล้อหลังด้านท้าย มีผู้หญิงถูกทับเสียชีวิต ที่มือขวาผู้ตายยังกำกุญแจที่ใช้ล็อกประตูบ้านเอาไว้ ทราบชื่อผู้เสียชีวิตภายหลังชื่อ น.ส.ดวงเดือน อายุ 47 ปี  ตรวจสอบภายในรถพบว่า รถเข้าเกียร์ถอยหลังคาไว้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำเอาก้อนหินไปหนุนล้อเอาไว้ เพื่อไม่ให้รถถอยหลังได้อีก และดับเครื่องยนต์   ด้านน้องสาวผู้เสียชีวิต ระบุว่า พี่สาวมีอาชีพขายก๋วยเตี๋ยวในเมืองลพบุรี เมื่อช่วงหัวค่ำมีญาติและพี่สาวคนที่เสียชีวิตได้มาหาตนที่บ้าน ต.นิคมสร้างตนเอง อ.เมืองลพบุรี จึงได้ทำอาหารกินกัน จนเวลาประมาณ 5 ทุ่ม พี่สาวได้ขอตัวกลับบ้านพัก จนกระทั่งเช้ามีคนโทรศัพท์มาหาตนว่าพี่สาวถูกรถทับเสียชีวิตที่หน้าบ้านจึงเดินทางมาดู   ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เคลื่อนรถออกไป พบร่างผู้ตายถูกล้อหลังทับศีรษะคาติดล้อ มีบาดแผลที่ใบหน้า เลือดไหลนองพื้น ซึ่งจากการชันสูตรพลิกศพในเบื้องต้นคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6-7 ชั่วโมง   จากการสันนิษฐานในเบื้องต้นคาดว่า ผู้ตายคงจะจอดรถโดยที่ไม่ได้ดึงเบรกมือ หรือเข้าเกียร์ว่าง และได้ลงจากรถเดินไปเปิดประตู และเดินกลับมาทางด้านท้ายรถ เพื่ออ้อมจะไปขับรถเข้าบ้าน จังหวะนั้นรถได้ไหลถอยมาทับร่างติดอยู่ใต้ท้องรถ ทำให้เสียชีวิตดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้เจ้าหน้าที่อาสาสมัครนำร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรเพิ่มเติมที่โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราชอีกครั้ง เพื่อตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิตโดยละเอียดอีกครั้งเพื่อดำเนินการต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/EnUl9rpsyt4

 16,866
ข่าวภูมิภาค
20 มิ.ย. 62

จับแล้ว อดีตเจ้าอาวาสวัดถ้ำตะโก ยักยอกพระพุทธรูป-วัตถุโบราณไปขายนับร้อย

จากกรณี กลุ่มชาวบ้านวัดถ้ำตะโก จ.ลพบุรี ได้เดินทางเข้าร้องตำรวจกองปราบ เพื่อขอความช่วยเหลือให้เร่งรัดติดตามจับกุมตัว นายอนุชาติ สุนทร หรือ พระหนึ่ง เจ้าอาวาสวัดถ้ำตะโก พุทธโสภา ที่แอบยักยอกวัตถุโบราณของวัดออกไปและหลบหนีหายไป มูลค่าหลายล้านบาท   ล่าสุดตำรวจจับกุมอดีตพระอนุชาติได้แล้ว ขณะหลบหนีมาพักอยู่ที่รีสอร์ทใน จ.ยโสธร โดยพฤติการณ์คือ ได้รับการแต่งตั้งเป็นเป็นเจ้าอาวาสวัดถ้ำตะโกพุทธโสภา เมื่อปี พ.ศ.2551 และปฏิบัติหน้าที่เรื่อยมา ​ต่อมาเมื่อประมาณต้นปี 2558 - 2560 ได้แอบยักยอกพระพุทธรูปหลวงพ่อพุทธโสภา (พระประธานในโบสถ์)   รวมทั้งพระพุทธรูปปางต่างๆ เครื่องลายครามสมัยโบราณ และของเก่าสมัยโบราณนับ 100 รายการ ซึ่งกรมศิลปากร ได้ขึ้นทะเบียนไว้ จำนวน 69 รายการ จากการตรวจสอบพบว่าสูญหายไป 53 รายการ โดยอ้างว่าได้รับการประสานจากวัดดังในจังหวัดสิงห์บุรี จะนำไปสร้างพิพิธภัณฑ์ ที่วัดดังของจังหวัดสิงห์บุรีดังกล่าว โดยการค่อยๆ เคลื่อนย้ายออกไปทีละองค์สององค์ จนเกือบหมด   ต่อมาชาวบ้านพบความผิดปกติคือพระปางห้ามสมุทร มีการนำของใหม่มาทดแทน เนื่องจากสังเกตเห็นว่าจีวรไม่มีลายดอกพิกุล หลังจากนั้นชาวบ้านเริ่มสงสัยจึงได้มีการเข้ามาตรวจสอบภายในโบสถ์ ก็พบว่าหลวงพ่อพุทธโสภา และพระปางต่างๆ เครื่องลายครามสมัยสงครามโลก โอ่งเขียวไข่กา และของมีค่าในสมัยรัชกาลที่ 5 ถูกขโมยไปและนำของใหม่มาทดแทนไว้เกือบทั้งหมด   หลังจากนั้นชาวบ้านได้ไปถามพระครูอนุชาติ อภิชาโต เจ้าอาวาสในขณะนั้น ยอมรับว่าได้เป็นคนอนุญาตให้นำของมีค่าทั้งหมดไปไว้ในที่จังหวัดสิงห์บุรี ทั้งนี้ตำรวจจะนำตัวอดีตพระอนุชาติ ส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ou68UXdiBBk

 2,147
ข่าวภูมิภาค
18 มิ.ย. 62

ชาวบ้านวัดถ้ำตะโก แจ้งจับอดีตเจ้าอาวาส ยักยอกพระพุทธรูป-วัตถุโบราณนับร้อยรายการ

ลพบุรี-กลุ่มชาวบ้านวัดถ้ำตะโก 20 คน ได้เดินทางเข้าร้องตำรวจกองปราบ เพื่อขอความช่วยเหลือให้เร่งรัดติดตามจับกุมตัว นายอนุชาติ สุนทร หรือ พระหนึ่ง เจ้าอาวาสวัดถ้ำตะโก พุทธโสภา ที่แอบยักยอกวัตถุโบราณของวัดออกไปและหลบหนีหายไป   โดยชาวบ้านได้สังเกตเห็นว่าเกิดความผิดปกติภายในวัดพบว่า มีการแอบยักยอกพระพุทธรูปหลวงพ่อพุทธโสภา ซึ่งเป็นพระประธานในโบสถ์หน้าตักกว้าง 3-4 เมตร ที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวลพบุรี พระพุทธรูปปางต่างๆ เครื่องลายครามสมัยโบราณ และของเก่าสมัยโบราณนับ 100 รายการ ได้หายไปจากวัด และพบความผิดปกติพระปางห้ามสมุทร มีการนำของใหม่มาทดแทนเนื่องจากสังเกตเห็นว่าจีวรไม่มีลายดอกพิกุล   หลังจากนั้นชาวบ้านเริ่มสงสัยจึงได้มีการเข้ามาตรวจสอบภายในโบสถ์ ก็พบว่าถูกขโมยไปและนำของใหม่มาทดแทนไว้เกือบทั้งหมด ชาวบ้านได้ไปถามพระครูอนุชาติ อภิชาโต เจ้าอาวาสในขณะนั้น ยอมรับว่าได้เป็นคนอนุญาตให้นำของมีค่าทั้งหมดไปไว้ที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดสิงห์บุรี โดยอ้างว่าเกรงใจเจ้าอาวาสวัดดังกล่าวที่เคยมาช่วยบูรณะวัดแห่งนี้ เพื่อนำไปจัดแสดงไว้ที่พิพิธภัณฑ์และเก็บไว้ในโบสถ์บางส่วน ชาวบ้านจึงเรียกร้องให้นำพระพุทธรูป และวัตถุโบราณทั้งหมดกลับมาคืนที่วัดให้เร็วที่สุด   ต่อมาวันที่ 1 พ.ค. พระครูอนุชาติ ได้หนีหายไปจากวัดและติดต่อไปได้อีกเลย จนวันที่ 2 พ.ค. ชาวบ้านได้รวมตัวเข้าแจ้งความดำเนินคดีต่อพระครูอนุชาติ ที่ สภ.ท่าโขลง และที่ผ่านมาก็ดำเนินการไปติดตามคืนพระพุทธรูปกลับคืนมาได้บางส่วน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่รับเรื่องร้องทุกข์ สอบสวนพยานหลักฐาน ก่อนส่งให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาคดีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/m-mmcvjfokE

 773
ข่าวภูมิภาค
26 เม.ย. 62

อากาศร้อนจัด คร่าแล้ว 3 ศพ ที่ลพบุรี ลุงวัย 66 ขาดน้ำจนช็อกตายคาบ้าน

จากสภาพอากาศที่ร้อนจัดในช่วงเดือน เม.ย.2562 จนมีรายงานว่าความร้อนได้คร่าชีวิตแล้ว 3 ศพแล้วที่ จ.ลพบุรี รายล่าสุดพบศพนายณัฐพล สุขอ่อง วัย 66 ปี นอนหงาย ไม่มีร่องรอยถูกทำร้าย เสียชีวิตไม่ทราบสาเหตุในบ้าน   คาดสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากสภาพอากาศที่ร้อนระอุ อบอ้าว เนื่องจากบ้านมุงหลังคาสังกะสี และมีโรคประจำตัวความดันโลหิตสูง คาดอยู่ในภาวะขาดน้ำจนเกิดอาการช็อก แต่ถึงอย่างไรก็ต้องพิสูจน์สาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/CBC7Hf7_eRg

 8,644
สังคม-อาชญากรรม
19 เม.ย. 62

ซ้อนแผนรวบแก๊ง ตร. 4 นาย อุ้ม-รีดไถ่หนุ่มลพบุรี 1.5 แสน โดนตั้ง 5 ข้อหาหนัก

จากกรณีที่ผู้เสียหายมาที่ สภ.เมืองลพบุรี บอกว่าญาติ 2 คน ถูกชายฉกรรจ์คล้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกจับตัว ในข้อหาเกี่ยวกับยาเสพติด จึงจะมาขอประกันตัว ปรากฎว่าตำรวจ สภ.เมืองลพบุรี ไม่รู้เรื่อง จึงได้ความว่าญาติของผู้เสียหาย ถูกตำรวจจับในคดียาเสพติด แล้วถูกอุ้มหายไป เวลาต่อมาโทรมาบอกว่า หากอยากให้ 2 คนนี้พ้นคดี ให้จ่ายมา 150,000 บาท ก่อนที่ ตร.จะประสานงานกับญาติ ซ้อนแผนจับกุมได้ทั้ง 4 คน   โดยตำรวจทั้ง 4 นาย เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรภาค 1 ประกอบด้วย  1. ด.ต. สมศักดิ์ แก้วหนู     ผบ.หมู่ ฝอ.ภ.จว.สิงห์บุรี ช่วยราชการชุด ชปส.ภ.1 ชุดที่ 3 2. ด.ต. วรวิทย์ กฤษแก้ว    ผบ.หมู่ (สส.) สภ.พระพุทธบาท ช่วยราชการชุด ชปส.ภ.1 ชุดที่ 3 3. ส.ต.ท. ตะวัน บุญธรรม  ผบ.หมู่ (ป.) สภ.หนองโดน ช่วยราชการชุด ชปส.ภ.1 ชุดขยายผล 4. ส.ต.ต. สันติ โยธมาศ     ผบ.หมู่ (ป.) สภ.สำโรงเหนือ ช่วยราชการชุด ชปส.ภ.1 ชุดที่ 2   โดนตั้ง 5 ข้อหา 1. ร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยวทำให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย 2. ร่วมกันกรรโชกทรัพย์ 3. พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต 4. เป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และ 5. เป็นเจ้าพนักงานเรียกรับสินบน พร้อมคัดค้านการประกันตัว เนื่องจาก เกรงจะออกไปข่มขู่พยาน และทำลายหลักฐาน   เบื้องต้นมีการคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง และให้ 4 นายตำรวจออกจากราชการไว้ก่อน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/I1hCq29j_lM

 3,488
ข่าวภูมิภาค
01 มี.ค. 62

คุมตัว 'ไอ้เด๋อ' ทำแผนฆ่าหญิงวัย 53 อ้างโกรธโดนด่า ก่อนต่อยจนตายแล้วข่มขืน

ลพบุรี-จากกรณีพบศพหญิงทราบชื่อภายหลังคือนางหวน อยู่คง อายุ 53 ปีในสภาพท่อนล่างเปลือยเปล่า และพบรอยช้ำคล้ายถูกทำร้ายร่างกายบริเวณใบหน้า ลำคอ แผ่นหลังโดยจุดที่พบอยู่บริเวณเชิงเขาดิน หมู่ 8 ต.คลองเกตุ อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี   โดยในจุดเกิดเหตุพบวัตถุพยานสำคัญคือกางเกงของผู้ชายซึ่งสามีผู้ตายระบุว่าเป็นของนายเด๋อ หรือ นายมนตรี ปภัสสโร อายุ 32 ปี คนงานรับจ้างที่มาขอพักอาศัยด้วย จากนั้นตำรวจได้ระดมกำลังค้นหา จนพบตัวห่างจากที่เกิดเหตุเพียง 5 กิโลเมตรเท่านั้น หลังจากที่คนเลี้ยงวัวแจ้งเบาะแสหลังพบชายต้องสงสัยเดินลงมาที่ลำธารเพื่อตักน้ำไปดื่ม แต่ทางท่ามีพิรุธ   ล่าสุดตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาคือ นายมนตรี หรือเด๋อ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในจุดเกิดเหตุ  โดยนายเด๋อรับว่าได้เป็นผู้ขี่รถจักรยานยนต์โดยมีผู้ตายนั่งซ้อนท้ายมาด้วยและปากเสียงกัน จนเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้ลงมือทำร้ายร่างกายด้วยการต่อย ที่ท้องจนเสียชีวิตก่อนจะข่มขืน แต่เนื่องจากเห็นไฟของรถยนต์จึงหยุดทำแล้วหลบหนีไป โดยทิ้งร่างของผู้ตายไว้ที่จุดเกิดเหตุจนมีผู้มาพบศพ   ทั้งนี้ผู้ต้องหา ได้กล่าวกับสื่อมวลชนสั้นๆว่า "ขอโทษไม่ได้ตั้งใจ ต่างคนก็ต่างเมาผมก็ไม่ได้ตั้งใจ เขาด่ามาตามถนนหนทางผมก็อดเอา เขาด่าถึงพ่อถึงแม่ ผมขอแล้วขออีกเขาก็ไม่ยอมหยุด"   ด้าน พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน กล่าวว่า ผู้ต้องหาให้การสอดคล้องกับการสอบสวน หลักฐาน ดีเอ็นเอที่พบได้ส่งไปให้ทางกองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบ ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการรอผล โดยสาเหตุที่ทำลงไป เพราะโกรธที่ผู้ตายและสามีด่าทอตลอด ในระหว่างที่อยู่ด้วยกัน ไปทำงานก็ไม่ได้เงินเดือน ดื่มสุรา จึงทำให้เกิดอาการมึนเมาและเกิดอารมณ์ ประกอบกับเส้นทางที่มาเปลี่ยว จึงลงมือก่อเหตุดังกล่าว   ได้ลงมือต่อยตามร่างกายจนผู้ตายแน่นิ่งไป จากนั้นได้ถอดกางเกงออกและข่มขืน ซึ่งระหว่างนั้นนายมนตรีเห็นว่ามีรถผ่านมา และเปิดไฟใส่ จึงตกใจและวิ่งหนีไป กระทั่งมาตามจับตัวได้ดังกล่าว   แต่เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อว่า นายมนตรีต่อยผู้ตายจนเสียชีวิต ขณะนี้กำลังรอผลการชันสูตรอีกครั้ง ซึ่งจากการชันสูตรเบื้องต้นพบว่าผู้ตายม้ามแตก ตับฉีกขาด และซี่โครงหัก   จากการตรวจประวัตินายมนตรี มีคดียาเสพตติด ติดตัวในจ.ราชบุรี และคดีทำร้ายร่างกายแม่เลี้ยง ที่จ.อุดรธานี และนายมนตรีเคยเป็นนักมวยมาก่อน เคยขึ้นชกบนเวทีประมาณ 21 ครั้ง ขณะนี้ตรวจปัสสาวะแล้วไม่มีสีม่วง เบื้องต้นแจ้งข้อหา ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย   ส่วนนายหยวก สามีผู้ตาย กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ตำรวจจับกุมคนร้ายได้ โดยยืนยันว่าตนและภรรยาไม่เคยมีเรื่องทะเลาะกับผู้ต้องหา เพราะตั้งแต่มาขออยู่ด้วยก็ช่วยงานกันปกติ และเคยบอกว่าไม่เอาเงินขอแค่ข้าวกับที่อยู่ ตอนนี้รู้สึกสบายใจขึ้น และขอบคุณตำรวจที่ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ตอนนี้ยังโกรธแค้นนายเด๋ออยู่และคงไม่อภัยให้ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ให้เป็นไปตามกฎหมาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/7lOdJghQ9w8

 1,694
สังคม-อาชญากรรม
28 ก.พ. 62

'เฉลิมเกียรติ' เตรียมแถลงข่าว 'ไอ้เด๋อ' มือฆ่าเมียเพื่อนหมกไร่มันบ่ายนี้ ท่ามกลางความปลอดภัยแน่นหนา

ไอ้เด๋อยังอยู่ในห้องขังตามปกติเตรียมทำความสะอาดรอแถลงข่าวในช่วงบ่าย ด้าน ผกก. เผยเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร คอยรักษาความปลอดภัย คาดเหตุการณ์ไม่รุนแรง   จากกรณีพบศพ นาง หวน อายุ 54 ปี ถูกทำร้ายร่างกายและข่มขืนจนเสียชีวิต ที่บริเวณเชิงเขาดิน หมู่ที่ 8 ตำบลคลองเกตุ อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี ส่วนคนร้ายคือ นาย มนตรี หรือเด๋อ ปภัสสโร อายุ 32 ปี เพื่อนของสามีผู้ตาย จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า นาย มนตรี เป็นลูกชายของเสี่ยโรงน้ำแข็ง แต่ทะเลาะกับแม่เลี้ยง จนต้องหนีออกจากบ้าน วานนี้ 27 ก.พ. 62 ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนำโดย พ.ต.อ.ภูการวิก โชติกเสถียร ผกก.สภ.โคกสำโรง พร้อม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โคกสำโรง สมาคมกู้ภัยโคกสำโรงสงเคราะห์ ได้จับผู้ต้องหารายนี้ได้ในพื้นที่บ้านสะพานพุทธ ตำบลห้วยโป่ง อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี นำตัวมาสอบสวนและควบคุมตัวไว้ที่ สภ.โคกสำโรง   วันนี้ 28 ก.พ. 62 ความคืบหน้าล่าสุดได้รับการเปิดเผยจาก พ.ต.อ.ภูการวิก โชติกเสถียร ผกก.สภ.โคกสำโรง ว่านาย มนตรี หรือเด๋อ ปภัสสโร อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาคดีฆ่า นาง หวน ที่ถูกควบคุมตัวไว้ในห้องขัง สภ.โคกสำโรง ยังอยู่ในความควบคุมดูแลอย่างเข้มงวดของทางเจ้าหน้าที่ โดยทั่วไปมีสภาพจิตใจที่ดี กินอยู่หลับนอนกับเพื่อนผู้ต้องขังอย่างเป็นปกติ เพื่อรอการแถลงข่าวในเวลาประมาณ 15.30 น. ของวันนี้ โดย พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. จะเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์มาลงที่สนามฟุตบอลโรงเรียนโคกสำโรง และเดินทางมาสอบสวนด้วยตนเองที่ สภ.โคกสำโรง จากนั้นจะนำตัว ไอ้เด๋อ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในที่เกิดเหตุ โดยมีกำลังทหาร จำนวน 30 นาย และเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษ จำนวน 30 นาย คอยดูแลความเรียบร้อยระหว่างที่กำลังทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ซึ่งทาง สภ.โคกสำโรง ช่วงเช้าได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำความสะอาด สภ.โคกสำโรง เพื่อเตรียมการแถลงข่าวในช่วงบ่ายวันนี้   ข่าวที่เกี่ยวข้อง รวบ 'ไอ้เด๋อ' มือฆ่าเมียเพื่อนหมกไร่มัน อ้างเห็นคนตายแน่นิ่ง เลยคว้ากางเกงหลบหนี

 1,925
ข่าวภูมิภาค
28 ก.พ. 62

รวบ 'ไอ้เด๋อ' มือฆ่าเมียเพื่อนหมกไร่มัน อ้างเห็นคนตายแน่นิ่ง เลยคว้ากางเกงหลบหนี

ลพบุรี-จากกรณีพบศพ นางหวน อายุ 54 ปี ถูกทำร้ายร่างกายและข่มขืนจนเสียชีวิต ที่บริเวณเชิงเขาดิน หมู่ 8 ต.คลองเกตุ อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี ส่วนคนร้ายคือ นายมนตรี หรือเด๋อ ปภัสสโร อายุ 32 ปี เพื่อนของสามีผู้ตาย   ทางตำรวจ จ.อุดรธานี ได้ไล่ล่าติดตามตัวนายมนตรี ใน จ.อุดรธานี หลังพบว่ามาหลบซ่อนตัว ซึ่งจากประวัตินายมนตรี ยังเป็นลูกชายของเสี่ยโรงน้ำแข็ง แต่ทะเลาะกับแม่เลี้ยง จนต้องหนีออกจากบ้าน ตามที่เสนอข่าวไปนั้น   ต่อมาตำรวจได้ลงพื้นที่ไล่ล่าตัวนายมนตรี กระทั่งพบซ่อนตัวอยู่ในป่าพื้นที่หมู่ 6 ต.วังขอนขว้าง อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี ซึ่งห่างจากที่เกิดเหตุเพียง 5 กิโลเมตรเท่านั้น เนื่องจากมีคนเลี้ยงวัวพบชายต้องสงสัยเดินลงมาที่ลำธารเพื่อตักน้ำไปดื่ม แต่ทางท่ามีพิรุธ เพราะใช้เสื้อคลุมหน้าคลุมตา คนเลี้ยงวัวจึงไปแจ้งผู้ใหญ่บ้าน ให้ทราบ ก่อนทำการตรวจสอบและพบเป็นคนร้าย   นายมนตรีให้การสารภาพว่า ได้ก่อเหตุดังกล่าวจริง โดยลงมือชกท้องไป 3 ครั้ง จากนั้นจึงถอดกางเกงกำลังจะข่มขืน แต่เห็นผู้ตายนอนนิ่งไม่ไหวติง จึงเกิดความกลัวจนลนลาน คว้ากางเกงของผู้ตายหลบหนีไป แล้วไปซ่อนตัวตามไร่มันและไร่อ้อยของชาวบ้าน แล้วออกขุดหัวมัน มะขามเทศในตอนกลางคืนกินประทังชีวิต บางครั้งก็เข้าไปขโมยรองเท้า เสื้อผ้าของบ้านที่ตากไว้มาสวมใส่กันแดด กันยุงและแมลงตอนกลางคืน   ซึ่งช่วงนี้อากาศร้อนจัดเกิดหิวน้ำขึ้นมา จึงได้เดินลงไปที่ลำธารที่มีน้ำสำหรับให้วัว-ควายเพื่อจะตักมากิน แต่กลับไปเห็นคนเลี้ยงวัวเข้า ก่อนถูกจับกุมตัวได้ดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อในคำให้การของนายมนตรี ซึ่งจะได้สอบปากคำเพิ่มเติม และในำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WkKWFonA_Zc

 2,177
ข่าวภูมิภาค
21 ก.พ. 62

เตรียมออกหมายจับ 'ไอ้เด๋อ' ต้องสงสัยฆ่าเปลือยหญิงวัย 53 สามีซัดคนทรยศ ให้ข้าวให้น้ำยังทำกันได้ลง

จากกรณีพบศพหญิงทราบชื่อภายหลังคือนางหวน อยู่คง อายุ 53 ปีในสภาพท่อนล่างเปลือยเปล่า และพบรอยช้ำคล้ายถูกทำร้ายร่างกายบริเวณใบหน้า ลำคอ แผ่นหลังโดยจุดที่พบอยู่บริเวณเชิงเขาดิน หมู่ 8 ต.คลองเกตุ อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี   โดยในจุดเกิดเหตุพบวัตถุพยานสำคัญคือกางเกงของผู้ชายซึ่งสามีผู้ตายระบุว่าเป็นของนายเด๋อ คนงานรับจ้างที่มาขอพักอาศัยด้วย จากนั้นตำรวจได้ระดมกำลังพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัย และหน่วยราชการในพื้นที่ระดมค้นหาตัวแต่ยังไม่พบตัวผู้ต้องสงสัยนั้น   ต่อมาสามีของผู้ตายได้มาติดต่อรับศพที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ เบื้องต้นแพทย์ระบุการเสียชีวิต เกิดจากภาวะช็อกจากการสูญเสียโลหิตจากตับฉีกขาด จากการถูกกระแทกจากวัตถุแข็งไม่มีคม และยังพบเศษชิ้นตามซอกเล็บของผู้ตายอีกด้วย แต่ยังไม่สามารถสรุปว่าถูกล่วงละเมิดทางเพศหรือไม่ จากนั้นได้นำศพกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดโคกสะอาด อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี   สามีผู้ตายได้เปิดเผยว่า ตนมั่นใจว่าภรรยาถูกนายเด๋อฆาตกรรมอย่างแน่นอน เนื่องจากเมื่อช่วงเย็นก่อนเกิดเหตุเป็นวันมาฆบูชาตนมีงานต้องไปรับจ้างเสียบมัน จึงได้ให้ภรรยาซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ของนายเด๋อไปรอที่วัดก่อน เมื่อตนทำงานเสร็จแล้วตามไปที่วัดก็ไม่เจอ   จนรุ่งเช้ามีชาวบ้านมาบอกว่าพบศพภรรยา ส่วนนายเด๋อหายไปอย่างไร้ร่องรอย ซึ่งในจุดนี้พบกางเกงยีนส์ และรองเท้าของผู้ชายซึ่งตนจำได้ว่าเป็นของนายเด๋อ คิดว่านายเด๋อน่าจะเมาแล้วควบคุมตัวเองไม่อยู่และพยายามจะลวนลามภรรยาตน เพราะในที่เกิดเหตุพบร่องรอยตะกายดินเหมือนภรรยาพยายามขัดขืน   ส่วนตัวตนไม่ได้สนิทกับนายเด๋อแค่รู้จักกันเท่านั้น เพราะก่อนหน้านี้นายเด๋อเคยเป็นคนงานของฟาร์มสัตว์แห่งหนึ่ง จนเมื่อเดือนก่อนนายเด๋อขอมาอาศัยอยู่กับตนที่บ้านด้วย โดยบอกว่าไม่มีที่ไปเพราะกลับไปทำงานที่ฟาร์มไม่ได้เนื่องจากโดนกลั่นแกล้ง จากนั้นก็มาช่วยงานรับจ้างตนด้วยดีตลอด เขาจะเรียกตนว่าพ่อและเรียกภรรยาตนว่าแม่ตลอด   ก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยเห็นความผิดปกติระหว่างภรรยาตนกับนายเด๋อ และนายเด๋อก็ไม่มีทีท่าลวนลาม หรือมีพฤติกรรมไม่ดีกับภรรยาตน มีเพียงตอนกินเหล้าเมาที่พฤติกรรมจะเปลี่ยนไป ไม่คิดว่าคนที่ตนให้ที่พักให้อาหารจะมาทำกับครอบครัวตนแบบนี้ เหมือนเป็นการทรยศซึ่งทำให้ตนรู้สึกแค้นใจมาก โดยอยากให้ตำรวจจับให้ได้โดยเร็ว และไม่ต้องนำตัวไปขอขมาเพราะไม่ให้อภัยเด็ดขาด ถ้าจับได้ก็ขอให้นำตัวไปดำเนินคดีให้ถึงที่สุด   ในส่วนของการติดตามตัวผู้ต้องสงสัยนั้น พ.ต.อ.ภูการวิก โชติกเสถียร ผกก.สภ.โคกสำโรง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องประชุมวางแผน ส่งชุดสืบสวนหาข่าว ลงพื้นที่ตามรอยต่อ เขตพื้นที่ อ.โคกสำโรง สระโบสถ์ โคกเจริญ ที่คาดว่านายเด๋อน่าจะยังคงกบดานอยู่ในพื้นที่รกทึบ หุบเขาที่สลับซับซ้อน ซึ่งหากยังคงซ่อนตัวอยู่ ก็อาจจะอยู่ได้ไม่นาน เพราะคงจะทนความหิวไม่ได้ แต่ก็ยังคงให้ตำรวจสภ.โคกสำโรง ฝ่ายปกครองป้องกัน กู้ภัย ชาวบ้าน และสุนัขตำรวจจาก 191 แกะรอย ดมกลิ่น โดยยังไร้วี่แวว   ตำรวจได้รับผลชันสูตรเบื้องต้นแล้ว ผลชันสูตรออกมาแล้วว่าสาเหตุการตาย การดำเนินการขั้นต่อมาเราจะนำหลักฐานที่ได้ไปขอศาลออกหมายจับผู้ต้องสงสัย โดยพบว่าสาเหตุการตายมาจากเลือดออกในช่องท้อง มีอวัยวะภายในฉีกขาด ซี่โครงหัก แต่ยังไม่ยืนยันได้ว่าถูกล่วงละเมิดทางเพศหรือไม่ ซึ่งจะต้องรอผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการก่อน ส่วนการติดตามตัวยังคงติดตามตัวผู้ต้องสงสัยอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะได้ตัวเร็ววันนี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/nD1oh6ivLZE

 3,056
ข่าวภูมิภาค
20 ก.พ. 62

ปิดพื้นที่ล่า! ผู้ต้องสงสัย ฆ่าข่มขืนหญิงวัย 54 ทิ้งศพเปลือยท่อนล่าง กลางไร่มันสำปะหลัง

จากกรณีพบศพหญิงวัย 54 ปี เสียชีวิต เชิงเข้ากลางไร่มันสำปะหลัง สภาพเปลือยท่อนล่าง คาดถูกข่มขืน โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณ หมู่ 8 ต.คลองเกตุ อ.โคกสำโรง เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 62    โดยจากการสอบถามสามีของผู้ตาย เล่าว่า ได้แยกกับภรรยาเมื่อเวลา 18.00 น. ของเมื่อวานนี้ โดยสามีได้บอกกับภรรยาว่าจะออกไปหางาน ขุดมันในวันพรุ่งนี้และให้มาเจอกันที่วัดแต่ภรรยาก็ไม่มา โดยที่บ้านก่อนแยกย้ายอยู่กันทั้งหมด 3 คน โดย ภรรยาหายไปกับนายเด๋อ อายุ 32 ปี เนื่องจากเพิ่งเจอกันและมาทำงานด้วยกันประมาณ 1 เดือน โดยสามียืนยันว่า กางเกงและรองเท้าที่ตกข้างๆ ศพเป็นของนายเด๋อ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าในเด๋อน่าจะเป็นคนก่อเหตุดังกล่าว   ความคืบหน้าล่าสุด พ.ต.อ.ภูการวิก โชติกเสถียร ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง ได้เปิดเผยทางโทรศัพท์กับผู้สื่อข่าวว่า ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.โคกสำโรง พร้อมด้วยสุนัขตำรวจจาก 191 ได้ลงพื้นที่เกิดเหตุบริเวณไร่มันสำปะหลัง ซึ่งใช้เวลาในการค้นหาอยู่หลายชั่วโมง แต่ก็ยังไม่พบตัวนายผู้ต้องสงสัยแต่อย่างใด ทำให้ทางเจ้าหน้าที่ต้องยุติการค้นหาตัว และช่วงเช้าที่ผ่านมาได้ส่งชุดเจ้าหน้าที่ออกหาข่าวอีกครั้ง    พ.ต.อ.ภูการวิก กล่าวต่อว่า จะส่งชุดหาข่าวออกไปใน 2 ตำบล คือ ต.คลองเกตุ ในหมู่บ้านเขาดิน เขาแร่ คลองมะนาว และขยายไปในพื้นที่ของ ต.วังขอนกว้าง ว่าผู้ต้องสงสัยไปขอข้าวใครกินหรือขอเสื้อผ้าใครสวมใส่หรือไม่ เนื่องจากว่าขณะที่หลบหนีคนร้ายน่าจะไม่มีเสื้อผ้าไปเพราะเสื้อผ้าตกอยู่ในที่เกิดเหตุทั้งหมด ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตต้องรอผู้พิสูจน์จะสถาบันนิติเวชศูนย์ธรรมศาสตร์รังสิตอีกครั้งเพื่อความชัดเจน   

 4,886
ข่าวภูมิภาค
24 ม.ค. 62

ครู-นักเรียนวิ่งหนีตายคนเผาไร่อ้อย ไฟโหมควันทะลัก สูงกว่าหลังคาโรงเรียน

ลพบุรี-โลกออนไลน์แชร์คลิปจากผู้ใช้เฟซบุ๊ก ภาคภูมิ ควรฟุ้ง เป็น เหตุการณ์นักเรียนและครูจำนวนมากต่างคนกำลังวิ่งหนีตายจากกลุ่มควันไฟจากการเผาไร่อ้อย ปกคลุมบริเวณโรงเรียนธงชัยสามัคคี หมุ่ที่ 8 ต.บัวชุม อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี หนาแน่น จนครูต้องพานักเรียนวิ่งหนีออกจากโรงเรียน เพื่อความปลอดภัย   จากการสอบถามครูและนักเรียนระบุว่า ขณะเกิดเหตุเมื่อช่วงสายของเมื่อวานนี้ ครูและนักเรียนกำลังเรียนหนังสืออยู่ภายในโรงเรียน ได้มีเหตุการณ์ไฟไหม้ไร่อ้อยมาทางทิศเหนือ ด้านหน้าทางเข้าโรงเรียน ห่างจากโรงเรียนประมาณ 20 เมตร ซึ่งมีเพียงถนนกั้นไว้   โดยไฟได้ลุกไหม้ไร่อ้อยอย่างรุนแรง จนกลุ่มควันไฟขนาดใหญ่ได้พัดเข้ามายังตัวอาคารของโรงเรียนที่นักเรียนกำลังเรียนหนังสือกันอยู่ จนทำให้ทั้งครูและนักเรียนเกือบร้อยชีวิตต้องวิ่งหนีควันไฟ เพื่อเอาตัวรอดกันอย่างจ้าละหวั่น จนแสบตาและจมูกหลายคน สร้างความเดือดร้อนอย่างมาก   ทั้งนี้ หลังจากที่คลิปถูกแพร่ออกไป มีผู้เข้ามาแสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก วิจารณ์ถึงความเดือดร้อนที่เกิดจากการเผาไร่อ้อย ซึ่งในแต่และปี เมื่อถึงฤดูกาลตัดอ้อยส่งโรงงานคือช่วงปลายเดือนธันวาคมถึงเดือนเมษายน มักจะเกิดปัญหาดังกล่าวขึ้น   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่: https://youtu.be/J4lD4RV3BoQ  

 2,730

Top