ค้นหา :

ผลการค้นหา "ลพบุรี"

ข่าวภูมิภาค
13 พ.ย. 62

เฒ่าวัย 71 ฉุนถูกเด็ก 16 เชิดเงินซื้อยาบ้า 1 พัน สั่งชายฉกรรจ์รุมตื้บ-ขู่ฆ่า

ลพบุรี-ตำรวจ สภ.เพนียด อ.โคกสำโรง ได้รับแจ้งจากนายสมทรง บุญเกษม อายุ 65 ปีว่า หลานชาย ชื่อนายอ๊อด (นามสมมติ) อายุ 16 ปี ได้ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์และสาวใหญ่ทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งได้จับมัดมือมัดเท้าเตรียมจะลงมือทำร้ายต่อ จนนายสมทรงผู้เป็นปู่ทราบข่าวจากเพื่อนบ้านว่า หลานชายถูกทำร้ายร่างกายอย่างหนักที่บ้านพัก จึงเดินทางมาพบ หลานนอนร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดและวิ่งเข้ามาให้การช่วยเหลือ   ผู้เป็นปู่จึงเข้าไปแก้มัดช่วยเหลือหลานชายออกมา แล้วบอกกับกลุ่มผู้ที่ทำร้ายว่า ทำไมทำกับหลานของตนเช่นนี้ ขณะที่กำลังพูดคุยกันอยู่นั้นหลานชายได้ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ จนเวลาผ่านไปพักใหญ่ไม่เห็นว่าหลานชายออกมาสักที จึงเดินตามไปเรียกที่หน้าห้องน้ำได้ยินเสียงผิดปกติ ต้องปีนขึ้นไปดูพบว่าหลานชายใช้เสื้อกันหนาวของตนเอง ผูกคอติดกับขื่อห้องน้ำ โดยกำลังดิ้นทุรนทุราย ทำให้ต้องพังประตูเข้าไปให้การช่วยเหลือออกมาได้อย่างหวุดหวิด   จากนั้นได้พาหลานชายกลับมายังบ้าน สอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุดังกล่าว ทางหลานชายของตนได้นำเงินที่ นางนพรัตน์ จำนวน 1 พันบาทไปให้กับนายสรวง หาญกิจ อายุ 71 ปี ผู้เป็นบิดา หลังจากที่นายอ๊อด ได้นำเงินมาให้นายสรวง แต่นายสรวงได้ใช้ให้นายอ๊อดนำเงินจำนวนดังกล่าวไปซื้อยาบ้า ซึ่งก่อนหน้านี้นายสรวงได้เคยใช้ให้ไปซื้อยาบ้ามาให้เป็นประจำ แต่ในครั้งนี้นายอ๊อดไม่สามารถไปซื้อมาให้ได้ เพราะทางผู้ขายไม่ยอมขายให้ นายอ๊อดก็เลยนำเงินจำนวนดังกล่าวไปใช้   ซึ่งทำให้นายสรวงไม่พอใจ ขู่อาฆาต หากจับได้จะฆ่าให้ตาย ต่อมากลุ่มนายสรวง ได้พบตัวหลานชาย จึงได้ลากขึ้นมาที่บ้าน รุมทำร้ายด้วยกัน 4 คน จนหลานได้รับบาดเจ็บทั้งตัว จากนั้นได้นำเชือกมามัด เตรียมจะลงมือทำร้ายร่างกายอีก แต่ชาวบ้านมาเห็นและแจ้งตนเสียก่อน   ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้สอบปากคำ เพิ่มเติมในเรื่องการให้เงินไปซื้อยาบ้า และข่มขู่ เพื่อประสานต่อเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพ นักจิตวิทยา และให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Rhq4v_lfgBM

 1,028
สังคม
13 พ.ย. 62

เฒ่าวัย 71 ฉุนถูกเด็ก 16 เชิดเงินซื้อยาบ้า 1 พัน สั่งชายฉกรรจ์รุมตื้บ-ขู่ฆ่า

ลพบุรี-ตำรวจ สภ.เพนียด อ.โคกสำโรง ได้รับแจ้งจากนายสมทรง บุญเกษม อายุ 65 ปีว่า หลานชาย ชื่อนายอ๊อด (นามสมมติ) อายุ 16 ปี ได้ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์และสาวใหญ่ทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งได้จับมัดมือมัดเท้าเตรียมจะลงมือทำร้ายต่อ จนนายสมทรงผู้เป็นปู่ทราบข่าวจากเพื่อนบ้านว่า หลานชายถูกทำร้ายร่างกายอย่างหนักที่บ้านพัก จึงเดินทางมาพบ หลานนอนร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดและวิ่งเข้ามาให้การช่วยเหลือ   ผู้เป็นปู่จึงเข้าไปแก้มัดช่วยเหลือหลานชายออกมา แล้วบอกกับกลุ่มผู้ที่ทำร้ายว่า ทำไมทำกับหลานของตนเช่นนี้ ขณะที่กำลังพูดคุยกันอยู่นั้นหลานชายได้ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ จนเวลาผ่านไปพักใหญ่ไม่เห็นว่าหลานชายออกมาสักที จึงเดินตามไปเรียกที่หน้าห้องน้ำได้ยินเสียงผิดปกติ ต้องปีนขึ้นไปดูพบว่าหลานชายใช้เสื้อกันหนาวของตนเอง ผูกคอติดกับขื่อห้องน้ำ โดยกำลังดิ้นทุรนทุราย ทำให้ต้องพังประตูเข้าไปให้การช่วยเหลือออกมาได้อย่างหวุดหวิด   จากนั้นได้พาหลานชายกลับมายังบ้าน สอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุดังกล่าว ทางหลานชายของตนได้นำเงินที่ นางนพรัตน์ จำนวน 1 พันบาทไปให้กับนายสรวง หาญกิจ อายุ 71 ปี ผู้เป็นบิดา หลังจากที่นายอ๊อด ได้นำเงินมาให้นายสรวง แต่นายสรวงได้ใช้ให้นายอ๊อดนำเงินจำนวนดังกล่าวไปซื้อยาบ้า ซึ่งก่อนหน้านี้นายสรวงได้เคยใช้ให้ไปซื้อยาบ้ามาให้เป็นประจำ แต่ในครั้งนี้นายอ๊อดไม่สามารถไปซื้อมาให้ได้ เพราะทางผู้ขายไม่ยอมขายให้ นายอ๊อดก็เลยนำเงินจำนวนดังกล่าวไปใช้   ซึ่งทำให้นายสรวงไม่พอใจ ขู่อาฆาต หากจับได้จะฆ่าให้ตาย ต่อมากลุ่มนายสรวง ได้พบตัวหลานชาย จึงได้ลากขึ้นมาที่บ้าน รุมทำร้ายด้วยกัน 4 คน จนหลานได้รับบาดเจ็บทั้งตัว จากนั้นได้นำเชือกมามัด เตรียมจะลงมือทำร้ายร่างกายอีก แต่ชาวบ้านมาเห็นและแจ้งตนเสียก่อน   ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้สอบปากคำ เพิ่มเติมในเรื่องการให้เงินไปซื้อยาบ้า และข่มขู่ เพื่อประสานต่อเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพ นักจิตวิทยา และให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Rhq4v_lfgBM

 1,028
สังคม
12 พ.ย. 62

ถูกใจนักท่องเที่ยว! ดอกทานตะวันบานแล้ว ที่จ.ลพบุรี

  ข้างวัดสว่างอารมณ์ อําเภอพัฒนานิคม จ.ลพบุรี มีทุ่งดอกทานตะวันที่กำลังเบ่งบาน นักท่องเที่ยวให้ความสนใจเป็นอย่างมาก พากันจอดรถลงไปถ่ายรูป   เจ้าของก็ใจดีอนุญาติให้ถ่าย โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย ซึ่งความจริงแล้วไม่ได้ปลูกเพื่อการท่องเที่ยว ปลูกไว้เพื่อแปรรูปเมล็ดทานตะวัน แต่ตอนนี้เมล็ดยังไม่แก่พอจึงเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้าชม ถือเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของ จ.ลพบุรี

 1,503
ข่าวภูมิภาค
02 ต.ค. 62

หลวงพ่ออลงกต อาการดีขึ้น บอกลูกศิษย์ไม่ต้องห่วง สลด 2 คู่กรณีที่เสียชีวิตกำลังเตรียมงานสู่ขอผูกข้อมือ

จากกรณีรถตู้ เจ้าคุณอลงกต เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ พระนักบุญผู้ดูแลผู้ป่วยเอดส์ ประสบอุบัติเหตุรถตู้ชนกับรถกระบะ และมีผู้เสียชีวิต 2 ราย นั้น โดยหลวงพ่ออลงกต ได้รับบาดเจ็บ ถูกนำตัวส่งเข้าทำการรักษา ณ โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช อ.เมือง จ.ลพบุรี   โดยแพทย์ระบุ ไม่พบอาการบาดเจ็บของอวัยวะภายในอื่นๆ แต่ผลสแกนสมอง กะโหลกศีรษะและกระดูกส่วนคอ พบเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองเล็กน้อย แพทย์ประเมินยังไม่ต้องผ่าตัด ได้ให้ยาป้องกันการชักและสังเกตอาการทางระบบประสาทอย่างใกล้ชิด   ขณะที่การเอ็กซเรย์กระดูกสะโพก พบกระดูกสะโพกด้านขวาหัก และได้ผ่าตัดใส่เหล็กดามกระดูกเรียบร้อยแล้ว ผลการผ่าตัดเป็นที่น่าพอใจ ด้านบาดแผลฉีกขาดที่บริเวณใต้เข่าด้านขวาลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อ ยาว ประมาณ 10 ซ.ม. ได้รับการผ่าตัดตกแต่งบาดแผล ซึ่งในขณะนี้ทางทีมแพทย์งดเยี่ยมพระอลงกตก่อนเพื่อให้ท่านได้รับการพักผ่อน และงดกิจนิมนต์   ด้านหลวงพ่ออลงกต ได้เปิดเผยว่า ขอให้ลูกศิษย์ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะว่าขณะนี้อาการของหลวงพ่อดีขึ้นมากแล้ว แต่ทางแพทย์อยากให้หลวงพ่อพักผ่อน อาการอื่นไม่มีอะไร ส่วนศพของคู่กรณีทางหลวงพ่อจะดูแลให้ทั้งหมด พร้อมกับจะส่งเจ้าหน้าที่ของวัดเข้าไปดูแลครอบครัวด้วย หากมีลูกที่ยังเรียนหนักสืออยู่ทางหลวงพ่อก็จะรับอุปการะดูแลทั้งหมดไม่ต้องกังวล   ด้านทางคดีขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสอบพยานไปแล้วทั้งหมด 4 ปาก พร้อมกับนำตัวคนขับรถตู้ของหลวงพ่ออลงกตไปตรวจวัดหาแอลกอฮอล์ในเลือดแต่ไม่พบว่ามีแอลกอฮอล์เลย จึงต้องรอสอบสวนพยานต์ให้หมดก่อนโดยยังไม่มีการแจ้งขอหาใครทั้งสิ้น   สำหรับบรรยากาศงานศพของนางระอุ่น ปัญญา อายุ 45 ปี และนายสุนทร แสนอภัย อายุ 55 ปี ผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุดังกล่าว ซึ่งชาวบ้านที่มางานต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าทั้งคู่น่าจะเป็นคู่กัน ถึงได้มาเสียชีวิตพร้อมกัน และทั้งคู่ที่ผ่านการมีครอบครัวและลูกๆ ของทั้ง 2 คนก็มีครอบครัวแยกย้ายกันไปหมดแล้ว และมีแผนที่จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน หลังคบหาดูใจกันมาระยะหนึ่งแล้ว และในวันเกิดเหตุได้ไปซื้อของเพื่อมาทำพิธีผู้ข้อมือให้ผู้เฒ่า ผู้แก่ และญาติๆ ได้รับรู้ว่าจะใช้ชีวิตใหม่ร่วมกันแต่ก็มาเกิดเหตุเสียก่อน   ซึ่งในวันเกิดเหตุทั้ง 2 คนได้นัดกันว่าจะมาสู่ขอและผูกข้อมือกัน โดยมีญาติผู้ใหญ่รวมถึงคนในหมู่บ้านเป็นสักขีพยานว่าทั้ง 2 จะใช้ชีวิตร่วมกันแบบสามีภรรยา แต่ก็ต้องมาประสบอุบัติเหตุเสียก่อนที่จะได้มีการทำพิธี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/EPqZjAzKvMQ

 4,317
สังคม
02 ต.ค. 62

หลวงพ่ออลงกต อาการดีขึ้น บอกลูกศิษย์ไม่ต้องห่วง สลด 2 คู่กรณีที่เสียชีวิตกำลังเตรียมงานสู่ขอผูกข้อมือ

จากกรณีรถตู้ เจ้าคุณอลงกต เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ พระนักบุญผู้ดูแลผู้ป่วยเอดส์ ประสบอุบัติเหตุรถตู้ชนกับรถกระบะ และมีผู้เสียชีวิต 2 ราย นั้น โดยหลวงพ่ออลงกต ได้รับบาดเจ็บ ถูกนำตัวส่งเข้าทำการรักษา ณ โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช อ.เมือง จ.ลพบุรี   โดยแพทย์ระบุ ไม่พบอาการบาดเจ็บของอวัยวะภายในอื่นๆ แต่ผลสแกนสมอง กะโหลกศีรษะและกระดูกส่วนคอ พบเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองเล็กน้อย แพทย์ประเมินยังไม่ต้องผ่าตัด ได้ให้ยาป้องกันการชักและสังเกตอาการทางระบบประสาทอย่างใกล้ชิด   ขณะที่การเอ็กซเรย์กระดูกสะโพก พบกระดูกสะโพกด้านขวาหัก และได้ผ่าตัดใส่เหล็กดามกระดูกเรียบร้อยแล้ว ผลการผ่าตัดเป็นที่น่าพอใจ ด้านบาดแผลฉีกขาดที่บริเวณใต้เข่าด้านขวาลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อ ยาว ประมาณ 10 ซ.ม. ได้รับการผ่าตัดตกแต่งบาดแผล ซึ่งในขณะนี้ทางทีมแพทย์งดเยี่ยมพระอลงกตก่อนเพื่อให้ท่านได้รับการพักผ่อน และงดกิจนิมนต์   ด้านหลวงพ่ออลงกต ได้เปิดเผยว่า ขอให้ลูกศิษย์ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะว่าขณะนี้อาการของหลวงพ่อดีขึ้นมากแล้ว แต่ทางแพทย์อยากให้หลวงพ่อพักผ่อน อาการอื่นไม่มีอะไร ส่วนศพของคู่กรณีทางหลวงพ่อจะดูแลให้ทั้งหมด พร้อมกับจะส่งเจ้าหน้าที่ของวัดเข้าไปดูแลครอบครัวด้วย หากมีลูกที่ยังเรียนหนักสืออยู่ทางหลวงพ่อก็จะรับอุปการะดูแลทั้งหมดไม่ต้องกังวล   ด้านทางคดีขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสอบพยานไปแล้วทั้งหมด 4 ปาก พร้อมกับนำตัวคนขับรถตู้ของหลวงพ่ออลงกตไปตรวจวัดหาแอลกอฮอล์ในเลือดแต่ไม่พบว่ามีแอลกอฮอล์เลย จึงต้องรอสอบสวนพยานต์ให้หมดก่อนโดยยังไม่มีการแจ้งขอหาใครทั้งสิ้น   สำหรับบรรยากาศงานศพของนางระอุ่น ปัญญา อายุ 45 ปี และนายสุนทร แสนอภัย อายุ 55 ปี ผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุดังกล่าว ซึ่งชาวบ้านที่มางานต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าทั้งคู่น่าจะเป็นคู่กัน ถึงได้มาเสียชีวิตพร้อมกัน และทั้งคู่ที่ผ่านการมีครอบครัวและลูกๆ ของทั้ง 2 คนก็มีครอบครัวแยกย้ายกันไปหมดแล้ว และมีแผนที่จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน หลังคบหาดูใจกันมาระยะหนึ่งแล้ว และในวันเกิดเหตุได้ไปซื้อของเพื่อมาทำพิธีผู้ข้อมือให้ผู้เฒ่า ผู้แก่ และญาติๆ ได้รับรู้ว่าจะใช้ชีวิตใหม่ร่วมกันแต่ก็มาเกิดเหตุเสียก่อน   ซึ่งในวันเกิดเหตุทั้ง 2 คนได้นัดกันว่าจะมาสู่ขอและผูกข้อมือกัน โดยมีญาติผู้ใหญ่รวมถึงคนในหมู่บ้านเป็นสักขีพยานว่าทั้ง 2 จะใช้ชีวิตร่วมกันแบบสามีภรรยา แต่ก็ต้องมาประสบอุบัติเหตุเสียก่อนที่จะได้มีการทำพิธี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/EPqZjAzKvMQ

 4,317
ข่าวภูมิภาค
01 ต.ค. 62

กระบะชนประสานงารถตู้พระอลงกต วัดพระบาทน้ำพุ เสียชีวิต 2 ราย หลวงพ่อปลอดภัย

ลพบุรี-ตำรวจ สภ.โคกสำโรง ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถชนกันเหตุ ถนนพหลโยธินกม.179-180เหตุ ถนนพหลโยธิน ม.3 ต.ห้วยโป่ง อ.โคกสำโรง บริเวณใกล้เคียงเซเว่นอีเลฟเว่น สาขาเขาวงพระจันทร์ ที่เกิดเหตุพบ รถตู้โฟล์กสวาเกน สีดำ ซึ่งมี พระราชวิสุทธิประชานาถ หรือที่หลายท่านรู้จักในชื่อ (พระอลงกต ติกฺขปญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี   ชนรถกระบะที่เลี้ยวตัดหน้า สภาพรถด้านหน้าชนพังยับเยิน ได้รับความเสียหายอย่างหนักทั้ง 2 คัน และรถทั้งสองคันตกอยู่ข้างไหล่ทางคนละฝั่ง โดยเจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องตัดถ่าง นำผู้บาดเจ็บออกมาจากรถยนต์กระบะ ซึ่งนั่งมาด้วยกัน 2 คน เป็นชาย 1 คน หญิง 1 คน แต่เสียชีวีตทั้งคู่ ทราบชื่อคือ 1.นายสุนทร แสนอภัย อายุ 54 ปี ผู้ขับขี่รถกระบะ อีกคน คือ นางระอุ่น ปัญญา อายุ 44 ปี ผู้โดยสารรถกระบะ   ส่วนรถตู้มีหลวงพ่ออลงกต เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ ท่านเจ้าคุณนั่งโดยสารมาทางเบาะซ้ายหลังคนขับ มีอาการปวดสะโพกด้านขวา และมีบาดแผล ที่หน้าแข้งยาวประมาณ 10 เซนติเมตร เจ้าหน้าที่สมาคมโคกสำโรงสงเคราะห์ นำส่ง ร.พ.พระนารายณ์ จ.ลพบุรี   สอบถามผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า รถกระบะได้จอดซื้อก๋วยเตี๋ยวข้างทาง หลังจากซื้อเสร็จเรียบร้อย ได้ทำการกลับรถ จังหวะเดียวกันรถตู้ซึ่งวิ่งจาก อำเภอโคกสำโรงมุ่งหน้าเข้าจังหวัดลพบุรี ได้ชนเข้าด้านข้างของรถกระบะ ทำให้มีผู้เสียชีวิตในรถกระบะติดภายใน 2 ราย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ScnvTP0hbWQ

 18,131
สังคม
01 ต.ค. 62

กระบะชนประสานงารถตู้พระอลงกต วัดพระบาทน้ำพุ เสียชีวิต 2 ราย หลวงพ่อปลอดภัย

ลพบุรี-ตำรวจ สภ.โคกสำโรง ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถชนกันเหตุ ถนนพหลโยธินกม.179-180เหตุ ถนนพหลโยธิน ม.3 ต.ห้วยโป่ง อ.โคกสำโรง บริเวณใกล้เคียงเซเว่นอีเลฟเว่น สาขาเขาวงพระจันทร์ ที่เกิดเหตุพบ รถตู้โฟล์กสวาเกน สีดำ ซึ่งมี พระราชวิสุทธิประชานาถ หรือที่หลายท่านรู้จักในชื่อ (พระอลงกต ติกฺขปญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี   ชนรถกระบะที่เลี้ยวตัดหน้า สภาพรถด้านหน้าชนพังยับเยิน ได้รับความเสียหายอย่างหนักทั้ง 2 คัน และรถทั้งสองคันตกอยู่ข้างไหล่ทางคนละฝั่ง โดยเจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องตัดถ่าง นำผู้บาดเจ็บออกมาจากรถยนต์กระบะ ซึ่งนั่งมาด้วยกัน 2 คน เป็นชาย 1 คน หญิง 1 คน แต่เสียชีวีตทั้งคู่ ทราบชื่อคือ 1.นายสุนทร แสนอภัย อายุ 54 ปี ผู้ขับขี่รถกระบะ อีกคน คือ นางระอุ่น ปัญญา อายุ 44 ปี ผู้โดยสารรถกระบะ   ส่วนรถตู้มีหลวงพ่ออลงกต เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ ท่านเจ้าคุณนั่งโดยสารมาทางเบาะซ้ายหลังคนขับ มีอาการปวดสะโพกด้านขวา และมีบาดแผล ที่หน้าแข้งยาวประมาณ 10 เซนติเมตร เจ้าหน้าที่สมาคมโคกสำโรงสงเคราะห์ นำส่ง ร.พ.พระนารายณ์ จ.ลพบุรี   สอบถามผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า รถกระบะได้จอดซื้อก๋วยเตี๋ยวข้างทาง หลังจากซื้อเสร็จเรียบร้อย ได้ทำการกลับรถ จังหวะเดียวกันรถตู้ซึ่งวิ่งจาก อำเภอโคกสำโรงมุ่งหน้าเข้าจังหวัดลพบุรี ได้ชนเข้าด้านข้างของรถกระบะ ทำให้มีผู้เสียชีวิตในรถกระบะติดภายใน 2 ราย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ScnvTP0hbWQ

 18,131
ข่าวภูมิภาค
25 ก.ย. 62

ศาลากลางน้ำวัดดังลพบุรี ทรุดกลางสระน้ำเสียหายกว่า 5 ล้าน

ลพบุรี-เกิดเหตุศาลากลางน้ำวัดเขาสะพานนาค หมู่ 8 ตำบลห้วยโป่ง อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี ทรุดตัวลงกลางสระน้ำทั้งหลัง   ซึ่งภายในศาลากลางน้ำเป็นที่ประดิษฐานรูปหล่อหลวงพ่อปาน, รูปหล่อสมเด็จพุฒาจารย์โต และหลวงพ่อฤาษีลิงดํา ตั้งอยู่บริเวณกลางสระน้ำ ก่อสร้างมาประมาณ 3 ปี ยังไม่แล้วเสร็จ เหลือตกแต่งปูพื้นด้านนอกและทางเดินเข้าตัวศาลา ซึ่งมูลค่าในการก่อสร้างศาลาหลังนี้อยู่ที่ 5-6 ล้านบาท   โดยปกติบริเวณศาลากลางน้ำแห่งนี้ มีน้ำอยู่ในสระประมาณครึ่งสระเท่านั้น แต่ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีฝนตกหนักต่อเนื่อง ประกอบกับ 1-2 วันนี้ ทางวัดได้สูบน้ำเข้าสระเพื่อเก็บน้ำไว้ตอนสิ้นฤดูฝนสำหรับเตรียมจัดงานลอยกระทง ซึ่งทำประจำทุกปี ขณะนี้เจ้าหน้าที่หลายฝ่ายได้เข้ามาตรวจสอบและเร่งหาสาเหตุ รวมถึงแนวทางการบูรณะซ่อมแซมแล้ว   ขณะที่นายสุปกิต โพธิ์ปภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เตรียมสั่งให้ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาพร้อมด้วยโยธาจังหวัดลงพื้นที่ตรวจศาลากลางน้ำวัดสะพานนาค ตำบลห้วยโป่ง อำเภอโคกสำโรง ที่ทรุดตัว หลังฝนตกหนักต่อเนื่อง เพื่อให้เจ้าหน้าที่เร่งหาสาเหตุ ของการทรุดตัวลงมา ว่าเกิดจากโครงสร้างไม่แข็งแรง หรือเกิดจากระดับน้ำที่เข้าไปมากในบริเวณสระกลางน้ำ ซึ่งคาดว่าอาจจะใช้เวลาในการตรวจสอบหาสาเหตุให้ชัดเจน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_stOS07T7Kk

 2,415
สังคม
25 ก.ย. 62

ศาลากลางน้ำวัดดังลพบุรี ทรุดกลางสระน้ำเสียหายกว่า 5 ล้าน

ลพบุรี-เกิดเหตุศาลากลางน้ำวัดเขาสะพานนาค หมู่ 8 ตำบลห้วยโป่ง อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี ทรุดตัวลงกลางสระน้ำทั้งหลัง   ซึ่งภายในศาลากลางน้ำเป็นที่ประดิษฐานรูปหล่อหลวงพ่อปาน, รูปหล่อสมเด็จพุฒาจารย์โต และหลวงพ่อฤาษีลิงดํา ตั้งอยู่บริเวณกลางสระน้ำ ก่อสร้างมาประมาณ 3 ปี ยังไม่แล้วเสร็จ เหลือตกแต่งปูพื้นด้านนอกและทางเดินเข้าตัวศาลา ซึ่งมูลค่าในการก่อสร้างศาลาหลังนี้อยู่ที่ 5-6 ล้านบาท   โดยปกติบริเวณศาลากลางน้ำแห่งนี้ มีน้ำอยู่ในสระประมาณครึ่งสระเท่านั้น แต่ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีฝนตกหนักต่อเนื่อง ประกอบกับ 1-2 วันนี้ ทางวัดได้สูบน้ำเข้าสระเพื่อเก็บน้ำไว้ตอนสิ้นฤดูฝนสำหรับเตรียมจัดงานลอยกระทง ซึ่งทำประจำทุกปี ขณะนี้เจ้าหน้าที่หลายฝ่ายได้เข้ามาตรวจสอบและเร่งหาสาเหตุ รวมถึงแนวทางการบูรณะซ่อมแซมแล้ว   ขณะที่นายสุปกิต โพธิ์ปภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เตรียมสั่งให้ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาพร้อมด้วยโยธาจังหวัดลงพื้นที่ตรวจศาลากลางน้ำวัดสะพานนาค ตำบลห้วยโป่ง อำเภอโคกสำโรง ที่ทรุดตัว หลังฝนตกหนักต่อเนื่อง เพื่อให้เจ้าหน้าที่เร่งหาสาเหตุ ของการทรุดตัวลงมา ว่าเกิดจากโครงสร้างไม่แข็งแรง หรือเกิดจากระดับน้ำที่เข้าไปมากในบริเวณสระกลางน้ำ ซึ่งคาดว่าอาจจะใช้เวลาในการตรวจสอบหาสาเหตุให้ชัดเจน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_stOS07T7Kk

 2,415
ข่าวภูมิภาค
05 ก.ย. 62

พี่ชายวัย 73 ทะเลาะน้องสาว ปมเก็บผักบุ้งล้ำเขต ฟันหัวน้องสลบตกน้ำตาย

ลพบุรี-ตำรวจ สภ.บ้านหมี่ รับแจ้งเหตุฆาตกรรม พบศพนางบัวงาม ศรีเจือทอง อายุ 63 ปี ถูกฟันที่ศีรษะ   จากการสอบสวนผู้ที่อยู่ใกล้เหตุการณ์ทราบว่าก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้ลงไปเก็บผักบุ้งในแม่น้ำดังกล่าว ซึ่งก็ได้มีนายบำรุง แสนบางพึ่ง อายุ 73 ปี ผู้เป็นพี่ชายมายืนพูดคุยด้วย และเกิดมีปากเสียงกันอย่างรุนแรงเกี่ยวกับแพผักบุ้งว่ารุกล้ำกัน   จากนั้นนายบำรุง ได้ใช้อาวุธมีดที่ถือมาฟันไปยังที่หัวน้องสาว แต่ผู้ตายได้ยกมือบังทำให้คมมีดไปถูกที่นิ้วแล้วฟันลงบนหัว จนทำให้ผู้ตายสลบจมลงไปในแม่น้ำและผู้ก่อเหตุก็หลบหนีมาอยู่ที่บ้าน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เดินทางไปควบคุมตัวได้และให้การรับสารภาพพร้อมอาวุธมีดที่ก่อเหตุดังกล่าว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/lu6EYsyp2YM

 7,702
สังคม-อาชญากรรม
21 ก.ค. 62

ตาป่วยเป็นมะเร็งช่องปากระยะสุดท้าย ก้อนเนื้อโต จนหายใจแทบไม่ได้

ลพบุรี - มีตายายคู่หนึ่ง โดยตาอายุ 72 ปี ป่วยเป็นมะเร็งช่องปากระยะสุดท้าย สภาพมีก้อนเนื้อโต จนหายใจไม่ได้ และมีอาการปวด เลือดไหลตลอดเวลา ต้องให้อาหารผ่านทางสายยาง   ขณะที่ยายขอดูแลตาอยู่ไม่ห่าง ทั้งๆที่ร่างกายไม่แข็งแรง อีกทั้งป่วยเป็นเบาหวาน และความดัน และพาร์กินสัน    ตากับยายมีลูกด้วยกัน 2 คน คนหนึ่งทำงานอยู่ที่โรงงานที่สมุทรปราการ บางทีต้องลางานมาดูแลพ่อเป็นครั้งคราว   อีกคนแต่งงานมีครอบครัวแล้ว มีลูกสองคน ต้องส่งเสียเลี้ยงดูครอบครัว นานๆทีมาช่วยเป็นครั้งคราว   ผู้ใจบุญสามารถติดต่อขอช่วยเหลือตากับยายได้ ที่ผู้ใหญ่บ้าน ต.เกาะแก้ว อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/Owwe_BM1nhs

 9,306
ข่าวภูมิภาค
21 ก.ค. 62

เขื่อนป่าสักวิกฤติน้ำเหลือ 4% ชุมชนเก่าโผล่พ้นน้ำ

ลพบุรี - เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์จังหวัดลพบุรีแล้งหนักสุดในรอบหลายปีน้ำในเขื่อนเหลือแค่ร้อยละ 4   นายศุภชัย มโนการ ผู้อำนวยการส่งน้ำและบุรุงรักษาเขื้อนป่าสักชลสิทธิ์ ตำบลหนองบัว อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี เปิดเผยว่าปริมาณน้ำในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ยังคงวิกฤตหลังจากได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง    ล่าสุดปริมาณน้ำสะสมอยู่ในอ่างเก็บน้ำร้อยละ4.82เปอร์เซนหรือมีน้ำสะสมอยู่ที่ 46 ล้าน ลบ.ม. จากความจุทั้งหมดที่960ล้าน ลบ.ม.โดยไม่มีฝนตกลงมาในลุ่มน้ำป่าสักเลยทำให้ไม่มีน้ำไหลลงอ่างของเขื่อน แต่ทางเขื่อนป่าสักจำเป็นต้องระบายน้ำลงสู่ท้ายเขื่อนเพื่อรักษาระบบนิเวศและใช้ในการอุปโภคบริโภค    จากสภาพน้ำที่ลดลงของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ในปีนี้ทำให้มองเห็นชุมชนเก่า บ้านเรือน วัด ที่ถูกน้ำท่วมจมอยู่ใต้เขื่อนโผล่ขึ้นมาให้ได้เห็นอีกครั้งในรอบหลายปีและจะเป็นจุดท่องเที่ยวอีกขุดของเขื่อนช่วงน่าแล้ว   ขณะที่ นครนายก - สถานการณ์น้ำในเขื่อนขุนด่านปราการชล เริ่มส่งผลกระทบต่อเกษตรกรและภาคธุรกิจการท่องเที่ยว    สถานการณ์น้ำในเขื่อนขุนด่านปราการชล จังหวัดนครนายก ตอนนี้ปริมาณน้ำในเขื่อนเหลือ34.81ลบ.ม.หรือคิดเป็น 15.54% จากความจุกักเก็บ224ลบ.ม.เลยเริ่มส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจการท่องเที่ยวและเกษตรกร    โดยสาเหตุหลักมาจากฝนที่ตกไม่ตามฤดูกาล ฝนตกทิ้งช่วงไม่ต่อเนื่อง ทำให้น้ำในเขื่อนเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง จากสถิติเมื่อปีที่แล้วนะวันที่21ก.ค.2561 ปริมาณน้ำในเขื่อนต้องมีอยู่เกือบ50% เพราะปีที่แล้วมีปริมาณน้ำฝนมากที่ไหลมาจากเทือกเขาใหญ่(น้ำตกเหวนรก)เพราะเขื่อนขุนด่านนั้นรอรับน้ำจากน้ำตกเหวนรกโดยตรง ถ้าฝนที่เขาใหญ่ถูกต้องตามฤดูกาลน้ำก็จะไหลลงมาสู่เขื่อนขุนด่านปราการชล    จากการสอบถามนายสมัคร โกโสม คณะกรรมการชมรมล่องแก่งจังหวัดนครนายก บอกว่าตอนนี้สมาชิกเรือล่องแก่งกว่า70เจ้าที่มีเรือราว 200 ลำ ต้องหยุดชะงักสาเหตุมาจากเขื่อนขุนด่านไม่สามารถปล่อยน้ำลงสู่แหล่งธรรมชาติได้เหมือนเมื่อก่อน เพราะน้ำเหลือน้อย ทำให้พวกตนขาดรายได้ในช่วงเทศกาลที่ผ่านมาหรือวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ แต่ก็เข้าใจในการจัดสรรระบบน้ำของเขื่อน    เดิมที่จากรายได้รวมชมรมวันหนึ่งนับแสนบาท แต่ตอนนี้แทบจะไม่มีลูกค้าเลย มีลูกค้ามาติดต่อก็ต้องอธิบายว่าตอนนี้น้ำไม่เยอะความสนุกในการล่องแพยางก็จะลดน้อยลง คงล่องได้แต่เพียงชมธรรมชาติในลำคลอง ถือว่าปีนี้อยู่ในขั้นวิกฤตถ้าฝนยังไม่ตก อีก 1 ผลกระทบก็คงเป็นภาคเกษตรกร เพราะส่วนใหญ่เกษตรกรที่ทำไร่ทำนานั้นรอรับน้ำจากเขื่อนขุนด่านปราการชลแทบทุกพื้นที่ทั้ง4อำเภอ และตอนนี้ก็เริ่มส่งผลกระทบในบางพื้นที่บ้างแล้ว โดยเฉพาะชาวนาที่ทำนาปรังเพราะจะต้องใช้น้ำตลอดทั้งปี อย่างก็ตามก็คงเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำในเขื่อนขุนด่านปราการชลต่อไปอย่างต่อเนื่อง          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/VxOeg07qwN0

 5,261
บันเทิง
01 ก.ค. 62

เตือนภัย เก้าอี้นวดชำรุด หนีบคอลุงเกือบตายกลางห้าง

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก @คนบนถนน เลโอ เลโอ โพสต์ภาพนาทีระทึกที่เกิดขึ้นภายในห้างสรรพสินค้าชื่อดังใน จ.ลพบุรี ขณะที่ชายสูงวัยคนหนึ่งเลือกนั่งพักผ่อนบนเก้าอี้นวดเพื่อสุขภาพ   โดยไม่ทราบว่าเก้าอี้ดังกล่าวชำรุดด้วยสาเหตุใด จู่ๆเกิดหนีบคอ จนเจ้าหน้าที่และผู้คนในละแวกต้องรีบเข้าไปให้ความช่วยเหลือ ท่ามกลางความแตกตื่นของผู้คนที่พบเห็น   จึงโพสต์เตือนภัยให้ประชาชนระมัดระวัง และผู้ประกอบการตรวจเช็คสภาพเครื่องก่อนให้บริการ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WYAlRCCt43s

 4,783
ข่าวภูมิภาค
01 ก.ค. 62

อุทาหรณ์เข้าเกียร์ผิด หญิงวัย 47 จอดรถลงไปเปิดประตูบ้าน เก๋งไหลทับร่างดับคาล้อ

ลพบุรี-จนท.แจ้งเหตุพบรถเก๋ง ยี่ห้อโตโยต้าอัลติส สีบรอนซ์ทอง จอดขวางประตูเหล็กหน้าบ้าน โดยที่เครื่องยนต์ยังติดอยู่ ในรถยังเปิดแอร์และเครื่องเสียงเอาไว้ และมีชาวบ้านมุงดูอยู่จำนวนหลายคน   โดยบริเวณใต้ท้องรถ ตรงล้อหลังด้านท้าย มีผู้หญิงถูกทับเสียชีวิต ที่มือขวาผู้ตายยังกำกุญแจที่ใช้ล็อกประตูบ้านเอาไว้ ทราบชื่อผู้เสียชีวิตภายหลังชื่อ น.ส.ดวงเดือน อายุ 47 ปี  ตรวจสอบภายในรถพบว่า รถเข้าเกียร์ถอยหลังคาไว้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำเอาก้อนหินไปหนุนล้อเอาไว้ เพื่อไม่ให้รถถอยหลังได้อีก และดับเครื่องยนต์   ด้านน้องสาวผู้เสียชีวิต ระบุว่า พี่สาวมีอาชีพขายก๋วยเตี๋ยวในเมืองลพบุรี เมื่อช่วงหัวค่ำมีญาติและพี่สาวคนที่เสียชีวิตได้มาหาตนที่บ้าน ต.นิคมสร้างตนเอง อ.เมืองลพบุรี จึงได้ทำอาหารกินกัน จนเวลาประมาณ 5 ทุ่ม พี่สาวได้ขอตัวกลับบ้านพัก จนกระทั่งเช้ามีคนโทรศัพท์มาหาตนว่าพี่สาวถูกรถทับเสียชีวิตที่หน้าบ้านจึงเดินทางมาดู   ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เคลื่อนรถออกไป พบร่างผู้ตายถูกล้อหลังทับศีรษะคาติดล้อ มีบาดแผลที่ใบหน้า เลือดไหลนองพื้น ซึ่งจากการชันสูตรพลิกศพในเบื้องต้นคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6-7 ชั่วโมง   จากการสันนิษฐานในเบื้องต้นคาดว่า ผู้ตายคงจะจอดรถโดยที่ไม่ได้ดึงเบรกมือ หรือเข้าเกียร์ว่าง และได้ลงจากรถเดินไปเปิดประตู และเดินกลับมาทางด้านท้ายรถ เพื่ออ้อมจะไปขับรถเข้าบ้าน จังหวะนั้นรถได้ไหลถอยมาทับร่างติดอยู่ใต้ท้องรถ ทำให้เสียชีวิตดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้เจ้าหน้าที่อาสาสมัครนำร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรเพิ่มเติมที่โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราชอีกครั้ง เพื่อตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิตโดยละเอียดอีกครั้งเพื่อดำเนินการต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/EnUl9rpsyt4

 17,935
ข่าวภูมิภาค
20 มิ.ย. 62

จับแล้ว อดีตเจ้าอาวาสวัดถ้ำตะโก ยักยอกพระพุทธรูป-วัตถุโบราณไปขายนับร้อย

จากกรณี กลุ่มชาวบ้านวัดถ้ำตะโก จ.ลพบุรี ได้เดินทางเข้าร้องตำรวจกองปราบ เพื่อขอความช่วยเหลือให้เร่งรัดติดตามจับกุมตัว นายอนุชาติ สุนทร หรือ พระหนึ่ง เจ้าอาวาสวัดถ้ำตะโก พุทธโสภา ที่แอบยักยอกวัตถุโบราณของวัดออกไปและหลบหนีหายไป มูลค่าหลายล้านบาท   ล่าสุดตำรวจจับกุมอดีตพระอนุชาติได้แล้ว ขณะหลบหนีมาพักอยู่ที่รีสอร์ทใน จ.ยโสธร โดยพฤติการณ์คือ ได้รับการแต่งตั้งเป็นเป็นเจ้าอาวาสวัดถ้ำตะโกพุทธโสภา เมื่อปี พ.ศ.2551 และปฏิบัติหน้าที่เรื่อยมา ​ต่อมาเมื่อประมาณต้นปี 2558 - 2560 ได้แอบยักยอกพระพุทธรูปหลวงพ่อพุทธโสภา (พระประธานในโบสถ์)   รวมทั้งพระพุทธรูปปางต่างๆ เครื่องลายครามสมัยโบราณ และของเก่าสมัยโบราณนับ 100 รายการ ซึ่งกรมศิลปากร ได้ขึ้นทะเบียนไว้ จำนวน 69 รายการ จากการตรวจสอบพบว่าสูญหายไป 53 รายการ โดยอ้างว่าได้รับการประสานจากวัดดังในจังหวัดสิงห์บุรี จะนำไปสร้างพิพิธภัณฑ์ ที่วัดดังของจังหวัดสิงห์บุรีดังกล่าว โดยการค่อยๆ เคลื่อนย้ายออกไปทีละองค์สององค์ จนเกือบหมด   ต่อมาชาวบ้านพบความผิดปกติคือพระปางห้ามสมุทร มีการนำของใหม่มาทดแทน เนื่องจากสังเกตเห็นว่าจีวรไม่มีลายดอกพิกุล หลังจากนั้นชาวบ้านเริ่มสงสัยจึงได้มีการเข้ามาตรวจสอบภายในโบสถ์ ก็พบว่าหลวงพ่อพุทธโสภา และพระปางต่างๆ เครื่องลายครามสมัยสงครามโลก โอ่งเขียวไข่กา และของมีค่าในสมัยรัชกาลที่ 5 ถูกขโมยไปและนำของใหม่มาทดแทนไว้เกือบทั้งหมด   หลังจากนั้นชาวบ้านได้ไปถามพระครูอนุชาติ อภิชาโต เจ้าอาวาสในขณะนั้น ยอมรับว่าได้เป็นคนอนุญาตให้นำของมีค่าทั้งหมดไปไว้ในที่จังหวัดสิงห์บุรี ทั้งนี้ตำรวจจะนำตัวอดีตพระอนุชาติ ส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ou68UXdiBBk

 2,247

Top