ค้นหา :

ผลการค้นหา "ลพบุรี"

อาชญากรรม
21 ม.ค. 63

ตร.ยังเร่งหาเบาะแสเพื่อจับกุมตัวคนร้ายคดีกราดยิงชิงทองที่ลพบุรี

จากกรณีที่พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ตำรวจได้มีการนำตัวผู้ต้องสงสัยที่มีตำหนิ รูปพรรณ และกระเป๋าคล้ายกับคนร้ายชิงทองในห้างสรรพสินค้าจ.ลพบุรี ได้ที่จ.หนองคายนั้น   ทีมข่าวได้ติดต่อไปยังพลตำรวจตรีสุรชัย สังขพัฒน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรหนองคาย เปิดเผยว่า ตำรวจในจ.หนองคายไม่ได้เป็นผู้ควบคุมตัวชายต้องสงสัย ตามที่พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติให้ข่าว จึงไม่ทราบรายละเอียด โดยชุดที่เข้าดำเนินการเป็นชุดทำคดีชิงทองคำที่จังหวัดลพบุรี ของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งรายละเอียดจะต้องถามจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเอง   นอกจากนี้ ทางตำรวจได้นำสมุดของร้านทองมาตรวจสอบว่ามีเบาะแสอะไรที่เกี่ยวข้องกับคดีบ้าง นอกจากนั้นยังมีบอกว่า ตำรวจลงพื้นที่แกะรอยจนรู้แล้วว่าแหล่งลักลอบผลิตกระบอกเก็บเสียงปืนอยู่ในพื้นที่จ.ลพบุรี และได้มีการเชิญตัวช่างที่ทำมาสอบปากคำ แต่ทางช่างอ้างว่าไม่รู้จักคนร้าย และไม่เกี่ยวข้องกับการชิงทอง   ส่วนชุดพิสูจน์หลักฐาน ได้นำรองเท้าผ้าใบสีดำยี่ห้อรุ่นเดียวกับที่คนร้ายใช้ มาเปรียบเทียบกับรอบเท้าที่อยู่บนพื้นตู้กระจก บริเวณเคาท์เตอร์ร้านทอง ซึ่งพอจะบอกขนาดรองเท้าและรูปร่าง รวมถึงแหล่งที่้ซื้อขายได้ และอาจสามารถเชื่อมโยงไปถึงคนร้ายได้ด้วย    โดยผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ชลบุรี ยอมรับว่ารองเท้าที่นำมาตรวจ มีขนาดใกล้เคียงกับรอยเท้าบนตู้กระจก และคล้ายกับที่ผู้ก่อเหตุใส่จริงๆ ส่วนทางผู้บังคับการตำรวจแห่งชาติบอกว่า แม้ว่าตอนนี้จะผ่านมา 11 วันแล้ว แต่ว่าทุกฝ่ายยังคงเดินหน้าเต็มที่สำหรับคดีสะเทินขวัญนี้ ยืนยันว่าจะจับตัวคนร้ายรายนี้ให้ได้    อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือจากผู้ที่มีเบาะแส หรือมีภาพจากกล้องหน้ารถในวันเกิดเหตุ ที่เห็นรถของคนร้ายขณะหลบหนี ขอให้แจ้งเบาะแสได้ที่ 191 หรือที่ สภ.เมืองลพบุรี   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/GFmvGxGw9Xg

 409
อาชญากรรม
20 ม.ค. 63

ใกล้เข้ามาทุกที! ผบ.ตร. มั่นใจจับโจรชิงทองได้แน่ ล่าสุด จนท.พบอีกเบาะแสสำคัญ

จากเหตุชิงทรัพย์ร้านทองและมีการยิง รปภ.และผู้อยู่ในเหตุการณ์ เสียชีวิต 3 รายและบาดเจ็บ 4 ราย เหตุเกิดภายในห้างสรรพสินค้า จ.ลพบุรี ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น   วานี้ (19 ม.ค.) พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่สถานีตำรวจท่องเที่ยวลพบุรี เพื่อประชุมติดตามความคืบหน้าคดี เปผิดเผยว่า  ทีมสืบสวนพบชายต้องสงสัย มีตำหนิรูปพรรณสัณฐาน และกระเป๋าสะพาย คล้ายกับคนร้าย ได้ในพื้นที่ จ.หนองคาย จึงเชิญตัวเข้าซักถามข้อมูล และเก็บตัวอย่าง DNA โดยขณะนี้ยังไม่ยืนยันว่า เป็นคนร้ายหรือไม่ เพียงแต่อยู่ในข่ายต้องสงสัย และจุดที่พบเป็นพื้นที่เป้าหมายสามารถใช้หลบหนีได้    ทั้งนี้มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างการเค้นสอบผู้ต้องสงสัยรายนี้อยู่ที่เซฟเฮ้าท์แห่งหนึ่ง    ขณะที่ชุดสืบสวนในพื้นที่ยังเร่งหาพยานหลักฐานตามรูปพรรณของคนร้าย ไม่ว่าจะเป็นจักรยานยนต์ฟีโน่สีขาวแดง อาวุธปืน และปูพรมค้นในทุกจุดที่ต้องสงสัยที่คาดว่าค้นร้ายจะหนีไปกบดาน ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ให้น้ำหนักไปที่บ้านดงน้อย ที่พบภาพจากล้องวงจรปิดบริเวณหน้าซุ้มวัดดงน้อย พบมีจักรยานยนต์ต้องสงสัย 2 คัน และมีกระบะอีกคันที่คาดว่าจะมารับคนร้ายออกไปนอกพื้นที่    อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ยังคงขอความร่วมมือจากประชาชน ผู้ที่มีเบาะแสหรือมีภาพกล้อมวงจรปิดในวันเกิดเหตุ ที่เห็นจักรยานยนต์ของคนร้าย สามารถแจ้งแบาะแสได้ที่ 191 หรือที่ สภ.เมืองลพบุรี   

 3,209
สังคม
19 ม.ค. 63

ตร.เร่งตรวจเช็คกล้องวงจรปิด 9 จังหวัด ล่าตัวโจรชิงทองลพบุรี

เข้าสู่วันที่ 9 ของเหตุการณ์คนร้ายชิงทอง ในห้างสรรพสินค้า จังหวัดลพบุรี ก่อนใช้อาวุธปืนกราดยิงผู้เสียชีวิต 3 คน ตำรวจยังคงเร่งทำงานสืบสวนเพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี ซึ่งขณะนี้การสืบสวนคืบหน้าไม่มากนัก ขณะที่ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ปรับแผนใหม่ ทำให้ตัวแทนชุดทำงานช่วยกันรวบรวมเอกสาร 25-26 รายการ โดยเป็นข้อมูลอาวุธปืนผู้ต้องสงสัย เสื้อผ้า ลักษณะของทรงผม   นอกจากนี้ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดกว่า 1,000 ตัว ใน 9 จังหวัด ในส่วนเรื่องตรวจผู้ต้องสงสัยมีทั้งพิสูจน์ทราบไปแล้วว่าไม่ใช่ผู้ต้องสงสัย ต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะอาจจะทำให้คนร้ายไหวตัวทัน ทางด้านตำรวจบอกว่าทางแนวของคดีต้องทำต่อเนื่อง ก็ขอให้ประชาชนเชื่อมั่น และรอติดตามความคืบหน้า เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องทำงานอย่างรอบคอบ ส่วนคนใกล้กับตัวคนร้ายเตือนว่า ถ้าเกิดไม่ออกมาให้ข้อมูลมีโทษ และดูพฤติการณ์ว่าช่วยปิดบังหรือช่วยอำนวยความสะดวกรึไม่ ซึ่งต้องตรวจสอบในทุกเรื่อง ไม่ว่าจะช่องทางที่ให้คนร้ายหลบหนีไปได้ และขอให้ทุกคนหยุดแชร์ข้อมูลที่เป็นเท็จ ซึ่งจะทำให้บุคคลอื่นได้รับความเสียหายด้วย   ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/eby0Wbb2vc4    

 805
สังคม-อาชญากรรม
18 ม.ค. 63

ผบ.ตร.ปรับแผนใหม่ ล่าโจรชิงทอง เผยรู้ตัวคนร้ายตั้งแต่วันแรก แต่รอพยานหลักฐานเชื่อมโยง

ความคืบหน้ากรณี การติดตามจับกุมคนร้ายชิงทองในห้างโรบินสัน ยิงประชาชนเสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บ 4ราย เป็นเวลา 8 วันแล้วที่ตำรวจปิดเมืองลพบุรี และจังหวัดข้างเคียงล่าคนร้าย   โดยล่าสุด พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีท่าทางอารมณ์ดี ยิ้มให้นักข่าว และกล่าวถึงความคืบหน้าคดีว่า การประชุม แบ่งหน้างานความรับผิดชอบเกี่ยวกับคดีให้ชัดเจนเป็น 25 ส่วน เพื่อไม่ให้แต่ละชุดต้องทำงานซ้ำซ้อนกัน และกระจายหาหลักฐานรวมทั้งหาตัวคนร้าย    ผบ.ตร. ยอมรับว่าการจับกุมคนร้ายไม่ใช่เรื่องง่าย แม้จะรู้ตัวและมีเป้าหมายตั้งแต่วันแรกแล้ว แต่พยานหลักฐานต้องชัดเจน และการออกหมายจับจะต้องใช้พยานหลักฐานที่มีน้ำหนักแน่นหนา แม้คดีนี้จะรู้รายละเอียดบางอย่างแล้ว แต่ต้องรอผลทางนิติวิทยาศาสตร์มามัดตัวคนร้าย เพื่อป้องกันข้อครหาการจับแพะ   ส่วนกรณีลูกหลานนักการเมืองท้องถิ่นรายหนึ่ง ก็เข้าให้ข้อมูลกับตำรวจแล้ว แต่ตำรวจมีเป้าอยู่ในใจ แค่รอพิสูจน์ทราบ   ด้าน พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า จากสื่อที่นำเสนอข่าวและคลิปต่างๆขณะก่อเหตุ จะเห็นพฤติกรรมและตำหนิรูปพรรณสัณฐานคนร้ายชัดเจน คนใกล้ชิดจะรู้ว่าคนร้ายคืิอใคร ควรออกมาให้ข้อมูลกับตำรวจ โดยรางวัลนำจับตอนนี้กว่า6แสนบาทแล้ว อยากให้คนใกล้ชิดที่รู้จักเห็นแก่สังคม ไม่ควรปกป้องคนแบบนี้ หากพบใครให้ที่พักพิงหรือช่วยเหลือไม่ว่นจะเป็นประชาชนหรือข้าราชการ ก็จะดำเนินคดี   ด้าน พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร  ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เปิดเผยว่า ชุดสืบสวนที่ทำงานมีข้อมูลจำนวนมาก แต่หนึ่งในหลักฐานที่ตำรวจต้องการเป็นกล้องวงจรปิด     เนื่องจากในวันเกิดเหตุ ช่วงเวลาที่คนร้ายใช้เส้นทางที่คาดว่าหลบหนี มีรถของประชาชนที่มาร่วมงานศพ ขับสวนออกมาบริเวณหน้าวัดพอดี ซึ่งภาพจากกล้องหน้ารถยังไม่ชัดเจน หากบุคคลใดมีภาพที่ชัดเจนขอให้นำมาให้ตำรวจ    ส่วนกล้องวงจรปิดหน้าวัดที่มีการจับภาพลักษณะคล้ายคนร้ายที่ก่อเหตุ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค1 เพียงแต่ยิ้มและไม่ตอบคำถามก่อนขึ้นรถขับออกไปทันที   ทีมข่าวได้รับข้อมูลจากชุดสืบสวนบอกว่า ตอนนี้ตำรวจได้รับผลการตรวจดีเอ็นเอบางส่วนจากตำรวจพิสูจน์หลักฐานแต่ยังไม่เป็นที่เปิดเผยเนื่องจากในการทำคดีนี้ เนื่องจากตำรวจยึดหลักฐานในการมัดตัวคนร้ายในคดีนี้ด้วยหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ทำให้ยังต้องรอผลการตรวจที่ชัดเจนส่วนนี้ก่อน และหากได้รับผลนี้ก็จะมีการออกหมายจับคนร้ายทันที   ขณะที่พยานหลักฐานอาวุธปืนที่ตำรวจตรวจยึดมานั้น 13 กระบอก พบว่ามีจำนวน 3-4 กระบอกที่มีลักษแตกต่างจากอาวุธปืนที่คนร้ายใช้ชัดเจน เพราะมีการทำสัญลักษณะบางอย่างไว้ที่ด้ามปืน ทำให้ตำรวจสามารถตัดหลักฐานนี้ออกไปได้บางส่วน ทำให้เหลือเพียงไม่กี่กระบอกที่ต้องตรวจพิสูจน์อย่างละเอียดอีกครั้ง   ขณะที่พลตำรวจตรีธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจพิสูจน์ หลักฐานตำรวจ เปิดเผยว่า ตำรวจในท้องถิ่นที่ติดตามคดีคนร้ายชิงทองในโรบินสัน ลพบุรี ส่งหลักฐานเกี่ยวกับปืน มาให้ตำรวจพิสูจน์หลักฐานกลางตรวจสอบ โดยหลักฐานที่ว่า คือกระสุนปืน ทั้งหัวกระสุน และปลอกกระสุน โดยนำมาตรวจกระบวนการไอบิส หรือการตรวจสภาพหัวกระสุนและปลอกกระสุน เพื่อดูว่าลักษณะของกระสุนเป็นอย่างไร และตรงกับปืนกระบอกใดที่ตำรวจมีข้อมูลหรือไม่  ซึ่งอาจต้องใช้เวลาสักระยะในการตรวจสอบ   ทีมข่าวลงพื้นที่จุดหนึ่งที่ต้องสงสัยในตำบลกกโก ซึ่งเป็นจุดหนึ่งที่คาด ว่าคนร้ายอาจจะขับรถเข้ามาในชุมชนแห่งนี้ โดยพบว่ากล้องวงจรปิดหน้าวัดดงน้อย ช่วงนาทีที่  20.54 น. เห็นรถจักรยานยนต์คล้ายรถที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ โดยไม่มีการใช้ความเร็วมากนักขับมาจากห้างจากโรบินสันและมีรถกระบะตามหลัง  ผ่านมาถึงหน้าวัด และทีการเลี้ยว เข้ามาเพื่อไปยังชุมชนดงน้อย    ในเวลาไล่เลี่ยกันเวลาประมาน 20.56 น. พบเห็นรถลักษณะคล้ายรถของคนร้ายที่ใช้แต่คนละสีขับผ่านหน้าวัดเพื่อเข้าหมู่บ้าน โดยมีรถมอเตอร์ไซค์อีกคันขับตามอย่างใกล้ชิด   นอกจากนี้เบาะแสกล้องหน้ารถยังมีส่วนสำคัญ เพราะจากข้อมูลของวัดพบว่า ช่วงเวลาที่คนร้ายหลบหนีเข้ามาในชุมชน เป็นช่วงเวลาที่วัดจัดงานศพแล้วเสร็จและมีชาวบ้านขับรถยนต์ออกจากวัดจำนวนมาก จึงอยากให้ชาวบ้านที่มีกล้องช่วงเวลาดังกล่าว เอาภาพมาให้ตำรวจด้วย   นอกเหนือจากนั้นมีรายงานว่าในการไล่กล้องตรวจสอบจุดที่ 5 และจุดที่ 6 ที่ตำรวจมีข้อมูล พบว่ามีบางช่วงเวลาที่รถจักรยานยนต์ของคนร้ายหายไป ทำให้ชุดสืบสวนคาดว่า ช่วงเวลาที่หายไปนั้นคนร้ายอาจจะจอดรถมอเตอร์ไซค์เพื่อเปลี่ยนเครื่องแต่งกายหรืออาจจะมีการสลับสับเปลี่ยนรถแล้วอำพราง ทำให้ชุดสืบสวนยากต่อการไล่ภาพวงจรปิดและยากต่อการติดตามจับกุมคนร้ายด้วย      รับชมผ่านยูทูบได้ที่ https://youtu.be/jwraoompsw4

 26,088
สังคม
18 ม.ค. 63

ผบ.ตร.ปรับแผนใหม่ ล่าโจรชิงทอง เผยรู้ตัวคนร้ายตั้งแต่วันแรก แต่รอพยานหลักฐานเชื่อมโยง

ความคืบหน้ากรณี การติดตามจับกุมคนร้ายชิงทองในห้างโรบินสัน ยิงประชาชนเสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บ 4ราย เป็นเวลา 8 วันแล้วที่ตำรวจปิดเมืองลพบุรี และจังหวัดข้างเคียงล่าคนร้าย   โดยล่าสุด พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีท่าทางอารมณ์ดี ยิ้มให้นักข่าว และกล่าวถึงความคืบหน้าคดีว่า การประชุม แบ่งหน้างานความรับผิดชอบเกี่ยวกับคดีให้ชัดเจนเป็น 25 ส่วน เพื่อไม่ให้แต่ละชุดต้องทำงานซ้ำซ้อนกัน และกระจายหาหลักฐานรวมทั้งหาตัวคนร้าย    ผบ.ตร. ยอมรับว่าการจับกุมคนร้ายไม่ใช่เรื่องง่าย แม้จะรู้ตัวและมีเป้าหมายตั้งแต่วันแรกแล้ว แต่พยานหลักฐานต้องชัดเจน และการออกหมายจับจะต้องใช้พยานหลักฐานที่มีน้ำหนักแน่นหนา แม้คดีนี้จะรู้รายละเอียดบางอย่างแล้ว แต่ต้องรอผลทางนิติวิทยาศาสตร์มามัดตัวคนร้าย เพื่อป้องกันข้อครหาการจับแพะ   ส่วนกรณีลูกหลานนักการเมืองท้องถิ่นรายหนึ่ง ก็เข้าให้ข้อมูลกับตำรวจแล้ว แต่ตำรวจมีเป้าอยู่ในใจ แค่รอพิสูจน์ทราบ   ด้าน พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า จากสื่อที่นำเสนอข่าวและคลิปต่างๆขณะก่อเหตุ จะเห็นพฤติกรรมและตำหนิรูปพรรณสัณฐานคนร้ายชัดเจน คนใกล้ชิดจะรู้ว่าคนร้ายคืิอใคร ควรออกมาให้ข้อมูลกับตำรวจ โดยรางวัลนำจับตอนนี้กว่า6แสนบาทแล้ว อยากให้คนใกล้ชิดที่รู้จักเห็นแก่สังคม ไม่ควรปกป้องคนแบบนี้ หากพบใครให้ที่พักพิงหรือช่วยเหลือไม่ว่นจะเป็นประชาชนหรือข้าราชการ ก็จะดำเนินคดี   ด้าน พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร  ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เปิดเผยว่า ชุดสืบสวนที่ทำงานมีข้อมูลจำนวนมาก แต่หนึ่งในหลักฐานที่ตำรวจต้องการเป็นกล้องวงจรปิด     เนื่องจากในวันเกิดเหตุ ช่วงเวลาที่คนร้ายใช้เส้นทางที่คาดว่าหลบหนี มีรถของประชาชนที่มาร่วมงานศพ ขับสวนออกมาบริเวณหน้าวัดพอดี ซึ่งภาพจากกล้องหน้ารถยังไม่ชัดเจน หากบุคคลใดมีภาพที่ชัดเจนขอให้นำมาให้ตำรวจ    ส่วนกล้องวงจรปิดหน้าวัดที่มีการจับภาพลักษณะคล้ายคนร้ายที่ก่อเหตุ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค1 เพียงแต่ยิ้มและไม่ตอบคำถามก่อนขึ้นรถขับออกไปทันที   ทีมข่าวได้รับข้อมูลจากชุดสืบสวนบอกว่า ตอนนี้ตำรวจได้รับผลการตรวจดีเอ็นเอบางส่วนจากตำรวจพิสูจน์หลักฐานแต่ยังไม่เป็นที่เปิดเผยเนื่องจากในการทำคดีนี้ เนื่องจากตำรวจยึดหลักฐานในการมัดตัวคนร้ายในคดีนี้ด้วยหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ทำให้ยังต้องรอผลการตรวจที่ชัดเจนส่วนนี้ก่อน และหากได้รับผลนี้ก็จะมีการออกหมายจับคนร้ายทันที   ขณะที่พยานหลักฐานอาวุธปืนที่ตำรวจตรวจยึดมานั้น 13 กระบอก พบว่ามีจำนวน 3-4 กระบอกที่มีลักษแตกต่างจากอาวุธปืนที่คนร้ายใช้ชัดเจน เพราะมีการทำสัญลักษณะบางอย่างไว้ที่ด้ามปืน ทำให้ตำรวจสามารถตัดหลักฐานนี้ออกไปได้บางส่วน ทำให้เหลือเพียงไม่กี่กระบอกที่ต้องตรวจพิสูจน์อย่างละเอียดอีกครั้ง   ขณะที่พลตำรวจตรีธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจพิสูจน์ หลักฐานตำรวจ เปิดเผยว่า ตำรวจในท้องถิ่นที่ติดตามคดีคนร้ายชิงทองในโรบินสัน ลพบุรี ส่งหลักฐานเกี่ยวกับปืน มาให้ตำรวจพิสูจน์หลักฐานกลางตรวจสอบ โดยหลักฐานที่ว่า คือกระสุนปืน ทั้งหัวกระสุน และปลอกกระสุน โดยนำมาตรวจกระบวนการไอบิส หรือการตรวจสภาพหัวกระสุนและปลอกกระสุน เพื่อดูว่าลักษณะของกระสุนเป็นอย่างไร และตรงกับปืนกระบอกใดที่ตำรวจมีข้อมูลหรือไม่  ซึ่งอาจต้องใช้เวลาสักระยะในการตรวจสอบ   ทีมข่าวลงพื้นที่จุดหนึ่งที่ต้องสงสัยในตำบลกกโก ซึ่งเป็นจุดหนึ่งที่คาด ว่าคนร้ายอาจจะขับรถเข้ามาในชุมชนแห่งนี้ โดยพบว่ากล้องวงจรปิดหน้าวัดดงน้อย ช่วงนาทีที่  20.54 น. เห็นรถจักรยานยนต์คล้ายรถที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ โดยไม่มีการใช้ความเร็วมากนักขับมาจากห้างจากโรบินสันและมีรถกระบะตามหลัง  ผ่านมาถึงหน้าวัด และทีการเลี้ยว เข้ามาเพื่อไปยังชุมชนดงน้อย    ในเวลาไล่เลี่ยกันเวลาประมาน 20.56 น. พบเห็นรถลักษณะคล้ายรถของคนร้ายที่ใช้แต่คนละสีขับผ่านหน้าวัดเพื่อเข้าหมู่บ้าน โดยมีรถมอเตอร์ไซค์อีกคันขับตามอย่างใกล้ชิด   นอกจากนี้เบาะแสกล้องหน้ารถยังมีส่วนสำคัญ เพราะจากข้อมูลของวัดพบว่า ช่วงเวลาที่คนร้ายหลบหนีเข้ามาในชุมชน เป็นช่วงเวลาที่วัดจัดงานศพแล้วเสร็จและมีชาวบ้านขับรถยนต์ออกจากวัดจำนวนมาก จึงอยากให้ชาวบ้านที่มีกล้องช่วงเวลาดังกล่าว เอาภาพมาให้ตำรวจด้วย   นอกเหนือจากนั้นมีรายงานว่าในการไล่กล้องตรวจสอบจุดที่ 5 และจุดที่ 6 ที่ตำรวจมีข้อมูล พบว่ามีบางช่วงเวลาที่รถจักรยานยนต์ของคนร้ายหายไป ทำให้ชุดสืบสวนคาดว่า ช่วงเวลาที่หายไปนั้นคนร้ายอาจจะจอดรถมอเตอร์ไซค์เพื่อเปลี่ยนเครื่องแต่งกายหรืออาจจะมีการสลับสับเปลี่ยนรถแล้วอำพราง ทำให้ชุดสืบสวนยากต่อการไล่ภาพวงจรปิดและยากต่อการติดตามจับกุมคนร้ายด้วย      รับชมผ่านยูทูบได้ที่ https://youtu.be/jwraoompsw4

 26,088
อาชญากรรม
18 ม.ค. 63

ผบ.ตร.ยิ้ม มีเป้าอยู่ในใจรอพิสูจน์ทราบ ขอเวลา 2 วัน วันคู่กับวันคี่ เผยต้องหาหลักฐานให้มั่นไม่พลาดจับแพะ

พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังประชุม นานกว่า 2 ชั่วโมง เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีคนร้ายบุกเดี่ยวชิงทอง ในห้างสรรพสินค้า จังหวัดลพบุรี ก่อนเปิดเผยว่า วันนี้แบ่งหน้างานความรับผิดชอบเกี่ยวกับคดีให้ชัดเจนเป็น 25 หน้างาน เพื่อไม่ทำงานซ้ำซ้อนกัน และกระจายหาหลักฐานรวมทั้งหาตัวคนร้าย ยอมรับว่าการจับกุมคนร้ายไม่ใช่เรื่องง่าย แม้จะมีเป้าหมายตั้งแต่วันแรก เนื่องจากพยานหลักฐานต้องชัดเจน และการออกหมายจับจะต้องใช้พยานหลักฐานที่มีน้ำหนักแน่นหนา แม้คดีนี้จะรู้รายละเอียดบางอย่างแล้ว แต่ต้องรอผลทางนิติวิทยาศาสตร์มามัดตัวคนร้าย เพื่อป้องกันข้อครหาการจับแพะ   ส่วนกรณีลูกหลานนักการเมืองท้องถิ่นรายหนึ่งที่อาจจะเกี่ยวข้อง ก็ได้เข้าให้ข้อมูลกับตำรวจแล้ว แต่ตำรวจมีเป้าอยู่ในใจ แค่รอพิสูจน์ทราบ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังพูดเล่นกับสื่อมวลชนว่า จะมีข่าวดีการจับกุมคนร้ายเร็วๆนี้ ขอเวลาอีก 2 วัน คือวันคู่ และวันคี่ ขณะที่ผู้สื่อข่าวจากส่วนกลางถามว่าควรจะกลับกรุงเทพได้หรือยัง เพราะมาเกาะติดคดีนานกว่า 1 สัปดาห์แล้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ บอกเพียงว่า “อยากกลับก็กลับ ก็แล้วแต่นะ ตกข่าวไม่รู้นะ”   ด้านพลตำรวจเอกชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า จากสื่อที่นำเสนอข่าวและคลิปต่าง ๆ ขณะก่อเหตุ จะเห็นพฤติกรรมและตำหนิรูปพรรณสัณฐานคนร้ายชัดเจน คนใกล้ชิดจะรู้ว่าคนร้ายคือใคร จึงควรออกมาให้ข้อมูลกับตำรวจ โดยมีรางวัลนำจับตอนนี้กว่า 6 แสนบาท และจะปกปิดไว้เป็นความลับสำหรับผู้ที่มาแจ้งเบาะแส พร้อมอยากให้คนใกล้ชิดที่รู้จักเห็นแก่สังคม ไม่ควรปกป้องคนร้าน หากพบใครให้ที่พักพิงหรือช่วยเหลือ ก็จะต้องถูกดำเนินคดี   ด้านพลตำรวจโทอำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เปิดเผยว่า ชุดสืบสวนมีข้อมูลจำนวนมาก แต่หนึ่งในหลักฐานที่ตำรวจต้องการคือกล้องวงจรปิด เนื่องจากในวันเกิดเหตุ ช่วงเวลาที่คนร้ายใช้เส้นทางที่คาดว่าหลบหนี มีรถของประชาชนที่มาร่วมงานศพ ขับสวนออกมาบริเวณหน้าวัดพอดี ซึ่งภาพจากกล้องหน้ารถยังไม่ชัดเจน หากบุคคลใดมีภาพที่ชัดเจนขอให้นำมาให้ตำรวจ ส่วนกล้องวงจรปิดหน้าวัดที่มีการจับภาพลักษณะคล้ายคนร้ายที่ก่อเหตุ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เพียงแต่ยิ้มและไม่ตอบคำถามก่อนขึ้นรถขับออกไปทันที     รับชมผ่านยูทูป : https://youtu.be/6o2-q0tVkfU

 2,512
อาชญากรรม
18 ม.ค. 63

'บิ๊กแป๊ะ' ลงพื้นที่ลพบุรีปรับแผนครั้งใหญ่ล่าโจรชิงทอง เผย ตอนนี้ ตร.มีเป้าหมายแล้ว ขณะเงินค่าหัวสูงกว่า 6 แสน

จากกรณีการติดตามตัวคนร้ายคดีชิงทรัพย์ร้านทองออโรร่า ในห้างโรบินสัน จ.ลพบุรี ที่มีผู้เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บ 4 ราย ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ล่าสุดวันนี้ (18 ม.ค.) ได้เข้าสู่วันที่ 9 แล้วในกาติดตามตัวคนร้าย   วานนี้ (17 ม.ค.) พล.ต.อ.จักทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่เพื่อติดตามคดี มีการปรับแผนครั้งใหญ่และแบ่งงานใหม่เป็น 25 ฝ่าย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิสูจน์ทราบและตัดผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องออกไป ซึ่งจากข้อมูลพบว่ามีเป็นจำนวนมาก   ทั้งนี้จากกรณีที่เวลาผ่านไปหลายวันคนร้ายอาจจะทำลายหลักฐานนั้น ทางพล.ต.อ.จักทิพย์ บอกว่า เจ้าหน้าที่มีหลายวิธีที่จะสามารถสาวไปถึงตัวคนร้ายได้ ยืนยันว่าไม่เกรงกลัวผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ส่วนการออกหมายจับจะต้องนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมเพื่อให้เกิดความรัดกุม และยืนยันว่าตอนนี้ตำรวจมีเป้าหมายแล้ว    ขณะที่ พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ กล่าวว่า ตำรวจเชื่อว่ามีคนใกล้ชิดกับคนร้าย ที่รู้ว่าคนร้ายเป็นใคร แต่ยังคงลังเลกับการให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งส่วนตัวเชื่อว่าอีกไม่นานน่าจะมีการเข้ามาให้ข้อมูลกับตำรวจ ขณะนี้เงินรางวัลนำจับมีสูงถึงกว่า 600,000 บาทแล้ว ดังนั้นฝากบอกผ่านไปยังคนใกล้ชิดคนร้ายว่าให้เข้ามาให้ข้อมูลกับตำรวจ ยืนยันเจ้าหน้าที่จะเก็บข้อมูลของผู้แจ้งเอาไว้เป็นความลับ      รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/w1JsSxqYN8w

 4,122
อาชญากรรม
17 ม.ค. 63

เจ้าของปืนรุ่นเดียวกับโจรชิงทองเข้าพบตำรวจ ยันไม่เกี่ยวข้องกับโจร ด้าน พนง.ร้านทอง ยังผวาเวลาเห็นประตูห้างเปิดช่วงค่ำ

ความคืบหน้าคดีคนร้ายชิงทองในห้างจ.ลพบุรี และยิงประชาชนทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บ 4 ราย ซึ่งผ่านมา 1 สัปดาห์กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในส่วนการติดตามตัวคนร้าย เจ้าหน้าที่ยังคงสนธิกำลังหลายหน่วยเพื่อคิดตามจับกุมคนร้าย และในส่วนของบุคคลที่มีอาวุธปืนรุ่น.CZ SP-01 ซึ่งเป็นชนิดเดียวกับของคนร้าย โดยในพื้นที่ จ.ลพบุรี พบว่า มีปืนรุ่นนี้มีผู้ครอบครองทั้งหมด 13 คน    หนึ่งในผู้ครอบครองปืนรุ่นนี้ก็ออกมาแสดงตัวกับสื่อมวลชน โดย นายสมนึก พวงภู่ อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเล่าว่า ตนมีอาวุธปืนรุ่นนี้ซื้อมาใน ราคา 98,000 บาท ซื้ออย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อไว้ใช้ป้องกันตัวและชื่นชมความสวยงามความพิเศษของรุ่นนี้    นายสมนึก บอกว่ามีตำรวจเข้ามาที่บ้านตอนเช้า ก็ตกใจเพราะตำรวจมาหลายคัน มาขอตรวจาอบปืนและถามรายละเอียด และขอนำปืนไปตรวจหลักฐานบางอย่าง ตนก็ยินยอม โดย ตร.บอกว่าขอนำไปตรวจใช้เวลาประมาน 1 เดือนจะติดต่อให้ไปรับคืน ขอยืนยันว่าตนไม่เกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้น แค่มีปืนรุ่นเดียวกับคนร้ายเท่านั้น   ในส่วนของเส้นทางหลบหนีของคนร้าย ผู้สื่อพบว่า หากลองย้อนเส้นทางจากห้างที่เกิดเหตุ ขับมาจะเจอหมู่บ้านดงน้อย และกกโก โดยที่เส้นทางนี้ ในช่วงกชางคืนจะมึดมาก และไม่มีกล้องวงปิด  ซึ่งเส้นทางนี้คาดว่าคนร้ายอาจจะหลบหนีอยู่ในชุมชนย่านนี้เพราะจากการไล่กล้องวงจรปิดทั่วเมือง ไม่พบว่ารถของคนร้ายไปเส้นทางอื่น    ผู้สื่อข่าวไปพบว่าจุดทางแยกที่จะสามารถไปทางถนนพหลโยธิน ทางไปค่ายพลรบพิเศษป่าหวาย ทางเข้าหมู่บ้านโคกม่วง มีกล้องวงจรปิดของร้านค้า ซึ่งกล้องตัวนี้ มีการบันทึกภาพรถที่ผ่านไปมา ช่วงเวลาที่คนร้ายหลบหนีก็มีรถจยย.คล้ายกับของคนร้ายผ่านมา แต่ดูด้วยระบบธรรมดาไม่ชัดเจน ซึ่งตำรวจได้นำกล้องวงจรปิดของร้านค้าแห่งนี้ไปตรวจสอบ โดยใช้เทคนิคพิเศษ ซูมขยายภาพ เพื่อหาเบาะแสคนร้าย   ทางด้านห้างโรบินสันมีประชาชนมาจับจ่ายใช้สอยตามปกติ โดยร้านทองออโรร่า จุดเกิดเหตุ ก็เปิดปกติ มีพนักงานขายที่หน้าเค้าเตอร์เหมือนเดิม โดยคุณน้อย (เบลอหน้า)พนักงาน เล่าว่า วันนี้ก็มาทำงานปกติ แต่ยังคงนอนไม่หลับภาพเหตุการณ์ยังติดตา และเวลาค่ำหากประตูห้างเปิดก็จะรู้สึกผวากลัวเหตุการณ์วันนั้น แม้ว่าจะผ่าน ไป1สัปดาห์แล้ว โดยทางร้านก็มีการแรับเวลาปิดให้เร็วขึ้น1ชั่วโมง และจัดกำลังตร.คอยตรวจสอบอย่างใกล้ชิด ตอนนี้ภาวนาให้ตำรวจจับคนร้ายได้โดยเร็ว เพราะกังวลเรื่องความปลอดภัย   ด้าน พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ 1 ในคณะทำงานสืบสวนสอบสวนคดีคนร้ายชิงทองคำ ในห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ลพบุรี เปิดเผยว่า พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้กำชับให้ทีมสืบสวนสอบสวนเร่งหาพยานหลักฐานในคดี รวมถึงสั่งให้มีการตรวจสอบพยานหลักฐานเดิมที่เคยตรวจสอบไปก่อนหน้านี้ เพื่อความรอบคอบและป้องกันหากมีรายละเอียดหรือข้อมูลใดที่อาจตกหล่น   สำหรับอาการบาดเจ็บของเหยื่อโจรเหี้ยม   - คุณยุทธการ แพทย์นำตัวไปส่องกล้องบริเวณตับ อาการโดยรวมดีขึ้นตามลำดับ   - คุณสุภาวดี  ทานข้าวได้ปกติ และหมอให้ทำกายภาพภายในห้อง ภาพรวมอาการดีขึ้น    - คุณประเสริฐ รปภ.วันนี้ทานข้าวได้มากขึ้น เลือดไหลออกปอดน้อยลง สนทนาได้ปกติ แต่พูดได้ค่อยๆ เพราะยังเจ็บบาดแผลอยู่   - คุณเปมิกา วันนี้แพทย์ผู้ทำการรักษาได้ดึงหลอดเลือดเทียมออกค่ะ ยังต้องออกกำลังปอดด้วยเครื่องเป่า   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kXD5g4xzVBc

 3,286
สังคม-อาชญากรรม
17 ม.ค. 63

เจ้าของปืนรุ่นเดียวกับโจรชิงทองเข้าพบตำรวจ ยันไม่เกี่ยวข้องกับโจร ด้าน พนง.ร้านทอง ยังผวาเวลาเห็นประตูห้างเปิดช่วงค่ำ

ความคืบหน้าคดีคนร้ายชิงทองในห้างจ.ลพบุรี และยิงประชาชนทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บ 4 ราย ซึ่งผ่านมา 1 สัปดาห์กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในส่วนการติดตามตัวคนร้าย เจ้าหน้าที่ยังคงสนธิกำลังหลายหน่วยเพื่อคิดตามจับกุมคนร้าย และในส่วนของบุคคลที่มีอาวุธปืนรุ่น.CZ SP-01 ซึ่งเป็นชนิดเดียวกับของคนร้าย โดยในพื้นที่ จ.ลพบุรี พบว่า มีปืนรุ่นนี้มีผู้ครอบครองทั้งหมด 13 คน    หนึ่งในผู้ครอบครองปืนรุ่นนี้ก็ออกมาแสดงตัวกับสื่อมวลชน โดย นายสมนึก พวงภู่ อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเล่าว่า ตนมีอาวุธปืนรุ่นนี้ซื้อมาใน ราคา 98,000 บาท ซื้ออย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อไว้ใช้ป้องกันตัวและชื่นชมความสวยงามความพิเศษของรุ่นนี้    นายสมนึก บอกว่ามีตำรวจเข้ามาที่บ้านตอนเช้า ก็ตกใจเพราะตำรวจมาหลายคัน มาขอตรวจาอบปืนและถามรายละเอียด และขอนำปืนไปตรวจหลักฐานบางอย่าง ตนก็ยินยอม โดย ตร.บอกว่าขอนำไปตรวจใช้เวลาประมาน 1 เดือนจะติดต่อให้ไปรับคืน ขอยืนยันว่าตนไม่เกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้น แค่มีปืนรุ่นเดียวกับคนร้ายเท่านั้น   ในส่วนของเส้นทางหลบหนีของคนร้าย ผู้สื่อพบว่า หากลองย้อนเส้นทางจากห้างที่เกิดเหตุ ขับมาจะเจอหมู่บ้านดงน้อย และกกโก โดยที่เส้นทางนี้ ในช่วงกชางคืนจะมึดมาก และไม่มีกล้องวงปิด  ซึ่งเส้นทางนี้คาดว่าคนร้ายอาจจะหลบหนีอยู่ในชุมชนย่านนี้เพราะจากการไล่กล้องวงจรปิดทั่วเมือง ไม่พบว่ารถของคนร้ายไปเส้นทางอื่น    ผู้สื่อข่าวไปพบว่าจุดทางแยกที่จะสามารถไปทางถนนพหลโยธิน ทางไปค่ายพลรบพิเศษป่าหวาย ทางเข้าหมู่บ้านโคกม่วง มีกล้องวงจรปิดของร้านค้า ซึ่งกล้องตัวนี้ มีการบันทึกภาพรถที่ผ่านไปมา ช่วงเวลาที่คนร้ายหลบหนีก็มีรถจยย.คล้ายกับของคนร้ายผ่านมา แต่ดูด้วยระบบธรรมดาไม่ชัดเจน ซึ่งตำรวจได้นำกล้องวงจรปิดของร้านค้าแห่งนี้ไปตรวจสอบ โดยใช้เทคนิคพิเศษ ซูมขยายภาพ เพื่อหาเบาะแสคนร้าย   ทางด้านห้างโรบินสันมีประชาชนมาจับจ่ายใช้สอยตามปกติ โดยร้านทองออโรร่า จุดเกิดเหตุ ก็เปิดปกติ มีพนักงานขายที่หน้าเค้าเตอร์เหมือนเดิม โดยคุณน้อย (เบลอหน้า)พนักงาน เล่าว่า วันนี้ก็มาทำงานปกติ แต่ยังคงนอนไม่หลับภาพเหตุการณ์ยังติดตา และเวลาค่ำหากประตูห้างเปิดก็จะรู้สึกผวากลัวเหตุการณ์วันนั้น แม้ว่าจะผ่าน ไป1สัปดาห์แล้ว โดยทางร้านก็มีการแรับเวลาปิดให้เร็วขึ้น1ชั่วโมง และจัดกำลังตร.คอยตรวจสอบอย่างใกล้ชิด ตอนนี้ภาวนาให้ตำรวจจับคนร้ายได้โดยเร็ว เพราะกังวลเรื่องความปลอดภัย   ด้าน พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ 1 ในคณะทำงานสืบสวนสอบสวนคดีคนร้ายชิงทองคำ ในห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ลพบุรี เปิดเผยว่า พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้กำชับให้ทีมสืบสวนสอบสวนเร่งหาพยานหลักฐานในคดี รวมถึงสั่งให้มีการตรวจสอบพยานหลักฐานเดิมที่เคยตรวจสอบไปก่อนหน้านี้ เพื่อความรอบคอบและป้องกันหากมีรายละเอียดหรือข้อมูลใดที่อาจตกหล่น   สำหรับอาการบาดเจ็บของเหยื่อโจรเหี้ยม   - คุณยุทธการ แพทย์นำตัวไปส่องกล้องบริเวณตับ อาการโดยรวมดีขึ้นตามลำดับ   - คุณสุภาวดี  ทานข้าวได้ปกติ และหมอให้ทำกายภาพภายในห้อง ภาพรวมอาการดีขึ้น    - คุณประเสริฐ รปภ.วันนี้ทานข้าวได้มากขึ้น เลือดไหลออกปอดน้อยลง สนทนาได้ปกติ แต่พูดได้ค่อยๆ เพราะยังเจ็บบาดแผลอยู่   - คุณเปมิกา วันนี้แพทย์ผู้ทำการรักษาได้ดึงหลอดเลือดเทียมออกค่ะ ยังต้องออกกำลังปอดด้วยเครื่องเป่า   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kXD5g4xzVBc

 3,286
สังคม
16 ม.ค. 63

ครบ 7 วัน! พ่อแม่ 'น้องไทตัล' วอนอย่ากดดันตร. พร้อมเคลียร์ปมหนี้สิน เผยขอคืนเงินช่วยเหลือจากช่องดัง

จากกรณีเกิดเหตุชิงทรัพย์ร้านทองและมีการยิง รปภ.และผู้อยู่ในเหตุการณ์ เสียชีวิต 3 รายและบาดเจ็บ 4 ราย เหตุเกิดภายในห้างสรรพสินค้าโรบินสัน จ.ลพบุรี หมู่ 4 ต.กกโก อ.เมือง จ.ลพบุรี บริเวณสามแยกบายพาส เลี่ยงเมืองลพบุรี ซึ่งหนึ่งในนั้นมีน้องไทตัล อายุ 2 ขวบ ที่โดนลูกหลงจนเสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น   ต่อมาทางครบครัวของน้องไทตัล ได้ทำพิธีฌาปนกิจศพ และเก็บกระดูกน้องไทตัลไปเมื่อวันที่ 14-15 ม.ค. ขณะเดียวกันที่ผ่านมาได้เกิดประเด็นต่างๆ ขึ้นมากมาย โดยเฉพาะในส่วนของการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมไปถึงในโลกออนไลน์ ได้มีการเผยแพร่รูปของผู้ต้องสงสัยหลายคน จนนำไปสู่การออกมาแสดงตน และโต้แย้งข้อกล่าวหาที่ว่าเป็นคนร้ายหลายรายด้วยกัน    นอกจากนี้ยังมีกระแสข่าวหนี้ของคุณพ่อของน้องไตทัล เนื่องจากมีสื่อช่องหนึ่งมีการนำเสนอประวัติหนี้สินของพ่อน้องไทตัล โดยนำเรื่องราวจากเฟซบุ๊กของบุคคลรายหนึ่งที่โพสต์ภาพนายอนุชา วงศ์อยู่ พ่อของน้องไทตัล เพื่อทวงหนี้สินที่ติดค้านั้น    ล่าสุดวันที่ 16 ม.ค. รายการโหนกระแสได้มีโอกาสสัมภาษณ์เปิดใจนายอนุชา วงศ์อยู่ และนางวิไลวรรณ ยังรอด พ่อ-แม่น้องไทตัล ถึงการติดตามคดี และเปิดใจถึงกระแสข่าวเรื่องหนี้สิน       

 109,354
สังคม
15 ม.ค. 63

หลานนักการเมืองจ.ลพบุรี ยันไม่ใช่โจรชิงทอง พร้อมให้ตร.พิสูจน์

หลานนักการเมืองในจ.ลพบุรี ต้องสงสัยเป็นโจรชิงทอง ออกมาแสดงตัวยืนยัน ไม่ได้เป็นโจรชิงทอง ขากะเผลกเพราะประสบอุบัติเหตุ ใส่เหล็กมานาน 2 ปี  ขับรถ จยย. คลิกสีแดง คนละรุ่นกับคนร้าย ยืนยันไม่ใช่คนร้ายแน่นอน พร้อมให้ตำรวจตรวจพิสูจน์

 55,538
สังคม
15 ม.ค. 63

โดนล่าแม่มด! อดีตทหารถูกล็อคเป้า เจอแขวนชื่อประจานในโซเชียลกล่าวหาเป็นคนร้ายชิงทองลพบุรี

พูดคุยกรณีเหตุการณ์ที่ยังคงดำเนินการตามล่าคนร้ายกราดยิงชิงทองที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง จ.ลพบุรี เป็นเหตุให้มีผู้ได้บาดเจ็บ และเสียชีวิต ล่าสุดตำรวจลงพื้นที่และต้องสงสัยคนราย 3 คน คือ ลูกผู้มีอิทธิพล, อดีตนายทหาร และพลเรือนที่มีความชำนาญทางด้านปืน เมื่อผู้ต้องสงสัยถูกเอ่ยว่ามีอดีตทหารก่อการร้ายชิงทองในครั้งนี้ ก่อให้เกิดประเด็นในโซเชียลจนนำมาซึ่งการสืบสาวเรื่องราวถึงอดีตทหาร นายฐปนนท์ ปรีชาจารย์ ที่ถูกตั้งเป้าโดยผู้ใช้เฟซบุ๊กกล่าวหาว่าเป็นคนร้ายชิงทอง จ.ลพบุรี   วันนี้นายฐปนน์ ปรีชาจารย์ ผู้ถูกกล่าวหา พร้อมด้วยแฟนสาว มาเปิดใจพร้อมยืนยันความบริสุทธิ์ในรายการโหนกระแส และนายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อธิบดีอัยการสำนักงานอาญาธนบุรี วิเคราะห์ข้อกฎหมายเกี่ยวกับประเด็นให้ร้ายผู้อื่น สาเหตุเกิดจากมีคนนำรูปและชื่อของนายฐปนนท์ ชาว จ.ลพบุรี อดีตทหารยศสิบเอก หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ โพสต์ลงเฟซบุ๊ก และถูกเพ่งเล็งและไล่ล่าถูกสงสัยเป็นคนร้าย ทำให้นายฐปนนท์เกิดความเดือดร้อนเสียหาย และทำให้แม้แต่ญาติเชื่อกล่าวหาดังกล่าวทำให้นายฐปนนท์รู้สึกเสียใจและกังวลใจเป็นอย่างมาก จึงวอนสังคมขออย่ากล่าวหา   ด้านนายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม วิเคราะห์การสืบสวนของตำรวจไม่ต้องการให้สื่อมวลชนรับรู้ทั้งหมด เนื่องจากอาจทำให้ผู้ร้ายไหวตัวและหลบหนีได้ พร้อมแนะผู้ลงข้อมูลของนายฐปนนท์อย่าทำเหตุการณ์ดังกล่าว และอย่ากดดันผู้ต้องสงสัยหากยังไม่มีพยานหลักฐานแน่นหนาพอ เพราะอาจทำให้ผู้บริสุทธิ์กลายเป็นแพะและได้รับโทษ ซึ่งอาจโดนข้อหาแจ้งความเท็จ และถูกจำคุก 7 ปี และแนะผู้ถูกสงสัยเข้าแจ้งตำรวจลงบันทึกประจำวันเพื่อความปลอดภัย   หากผู้ใดมีเบาแสะของคนร้ายโปรดแจ้งไปทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อดำเนินการตรวจสอบและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 16,098
อาชญากรรม
15 ม.ค. 63

โดนล่าแม่มด! อดีตทหารถูกล็อคเป้า เจอแขวนชื่อประจานในโซเชียลกล่าวหาเป็นคนร้ายชิงทองลพบุรี

พูดคุยกรณีเหตุการณ์ที่ยังคงดำเนินการตามล่าคนร้ายกราดยิงชิงทองที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง จ.ลพบุรี เป็นเหตุให้มีผู้ได้บาดเจ็บ และเสียชีวิต ล่าสุดตำรวจลงพื้นที่และต้องสงสัยคนราย 3 คน คือ ลูกผู้มีอิทธิพล, อดีตนายทหาร และพลเรือนที่มีความชำนาญทางด้านปืน เมื่อผู้ต้องสงสัยถูกเอ่ยว่ามีอดีตทหารก่อการร้ายชิงทองในครั้งนี้ ก่อให้เกิดประเด็นในโซเชียลจนนำมาซึ่งการสืบสาวเรื่องราวถึงอดีตทหาร นายฐปนนท์ ปรีชาจารย์ ที่ถูกตั้งเป้าโดยผู้ใช้เฟซบุ๊กกล่าวหาว่าเป็นคนร้ายชิงทอง จ.ลพบุรี   วันนี้นายฐปนน์ ปรีชาจารย์ ผู้ถูกกล่าวหา พร้อมด้วยแฟนสาว มาเปิดใจพร้อมยืนยันความบริสุทธิ์ในรายการโหนกระแส และนายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อธิบดีอัยการสำนักงานอาญาธนบุรี วิเคราะห์ข้อกฎหมายเกี่ยวกับประเด็นให้ร้ายผู้อื่น สาเหตุเกิดจากมีคนนำรูปและชื่อของนายฐปนนท์ ชาว จ.ลพบุรี อดีตทหารยศสิบเอก หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ โพสต์ลงเฟซบุ๊ก และถูกเพ่งเล็งและไล่ล่าถูกสงสัยเป็นคนร้าย ทำให้นายฐปนนท์เกิดความเดือดร้อนเสียหาย และทำให้แม้แต่ญาติเชื่อกล่าวหาดังกล่าวทำให้นายฐปนนท์รู้สึกเสียใจและกังวลใจเป็นอย่างมาก จึงวอนสังคมขออย่ากล่าวหา   ด้านนายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม วิเคราะห์การสืบสวนของตำรวจไม่ต้องการให้สื่อมวลชนรับรู้ทั้งหมด เนื่องจากอาจทำให้ผู้ร้ายไหวตัวและหลบหนีได้ พร้อมแนะผู้ลงข้อมูลของนายฐปนนท์อย่าทำเหตุการณ์ดังกล่าว และอย่ากดดันผู้ต้องสงสัยหากยังไม่มีพยานหลักฐานแน่นหนาพอ เพราะอาจทำให้ผู้บริสุทธิ์กลายเป็นแพะและได้รับโทษ ซึ่งอาจโดนข้อหาแจ้งความเท็จ และถูกจำคุก 7 ปี และแนะผู้ถูกสงสัยเข้าแจ้งตำรวจลงบันทึกประจำวันเพื่อความปลอดภัย   หากผู้ใดมีเบาแสะของคนร้ายโปรดแจ้งไปทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อดำเนินการตรวจสอบและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 16,098
สังคม
15 ม.ค. 63

เปลี่ยนใจ! แม่ ‘น้องออมสิน’ จะปรับปรุงตัวใหม่ พร้อมเมื่อไหร่จะมารับไปอยู่ด้วย - สามีใหม่ เผยยังไม่เลิกจะอยู่เคียงข้างต่อไป

จากกรณีที่นักสังคมสงเคราะห์บ้านเด็กและครอบครัวจังหวัดลพบุรี นำเด็กหญิงอายุประมาณ 2 ขวบ เข้าแจ้งความกับตำรวจภูธรเมืองลพบุรี ว่ามีหญิงสวมหมวกกันน็อก ขับรถจักรยานยนต์ พร้อมกับนำเด็ก ไปกดออดที่หน้าประตูสำนักงานสังคมสงเคราะห์บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดลพบุรี พอพนักงานเปิดประตูออกมา ก็เห็นเด็กหิ้วถุงและจดหมายเดินเข้าไปในสำนักงาน จากนั้นหญิงคนดังกล่าวขับจักรยานยนต์หนีไป โดยพบว่าเด็กหิ้วถุงพลาสติก ในถุงมีเครื่องใช้เสื้อผ้าเด็กพร้อมกับตุ๊กตา 1 ตัว   พร้อมกันนี้มีจดหมายแนบมาด้วยเขียนว่า “ถึงเจ้าหน้าที่ ดิฉันขออนุญาตยกเด็กหญิงกฤษณา โฉมประเสริฐ หรือ ‘น้องออมสิน’ ให้กับทางสถานสงเคราะห์ดูแลอย่างถาวร เพราะดิฉันไม่สามารถดูแลได้เด็กคนนี้มีอนาคตที่ดีได้ เนื่องจากมีฐานะยากจน ดิฉันมีครอบครัวใหม่มีที่อยู่ไม่เป็นแหล่ง ส่วนพ่อใหม่ของน้องออมสินก็ปฏิเสธไม่รับเลี้ยง ไม่ยอมรับน้องเป็นลูก ขอโทษที่ทำแบบนี้ และดิฉันคิดว่ามันเป็นหนทางสุดท้ายที่ดีที่สุด” ลงท้ายในจดหมายว่า “แม่รักลูกนะแต่แม่มีความจำเป็น”   ล่าสุดวันที่ 15 ม.ค. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบที่บ้านนายแหลม สามีใหม่นางสาวเมย์ แม่น้องออมสิน พื้นที่ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี เบื้องต้นนายแหลม สามีใหม่นางสาวเมย์ แม่น้องออมสิน ออกไปดูลูกที่ฝากญาติเลี้ยงเอาไว้ จากนั้นได้กลับมาที่บ้านเพื่อเตรียมตัวไปทำงานในไร่มัน   โดยนายแหลม เปิดเผยว่าเมื่อวานได้ขี่รถจักรยานยนต์ไปส่งนางสาวเมย์ ที่ จ.ลพบุรี เพื่อจะไปติดต่อประสานกับทางบ้านพักเด็กฯลพบุรี ซึ่งตัวนายแหลมเองได้ขี่รถจักรยายนต์กลับมาบ้านเมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งขอยืนยันว่ายังไม่ได้เลิกกับนางสาวเมย์จะขอสู้ปัญหาไปกับนางสาวเมย์ หากถ้าเลิกกันก็เหมือนว่าทอดทิ้งกันไป จะขอสู้ไปด้วยกัน เพราะว่าขณะนี้น้องออมสินก็อยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่แล้ว ส่วนตัวของนางสาวเมย์ภรรยา จะขออยู่บ้านญาติที่ จ.ลพบุรีไปก่อนเพื่อขอจัดการเรื่องน้องออมสินที่บ้านพักเด็กฯ ลพบุรีให้เสร็จก่อน จึงจะกลับมาอยู่ด้วยกันที่บ้าน อ.สองพี่น้อง เชื่อว่าต่อจากนี้ไปชีวิตครอบครัวคงจะมีอะไรที่ดีขึ้นมากว่านี้   ด้านนายแหลมสามีใหม่บอกว่า รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่ก็รู้สึกสงสารและเห็นใจน้องเมย์ยืนยันจะไม่ทิ้งกัน น้องออมสิน ก็มีผู้ใจบุญรับไปอุปการะแล้วอนาคตความเป็นอยู่คงจะดีขึ้นตนขอยืนยันว่าไม่ได้เลิกกับน้องเมย์แต่ช่วงนี้น้องเมย์ได้อยู่กับญาติที่จังหวัดลพบุรีเพื่อสะสางเคลียร์ปัญหาทางโน้นให้เรียบร้อยก็คงจะกลับมาอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม  

 32,399
อาชญากรรม
15 ม.ค. 63

เปิดปฏิบัติการค้นพื้นที่เป้าหมาย ล่าโจรชิงทองลพบุรี กว่า 10 จุด ตร.ยันยังไม่ชี้ชัดคนร้ายเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ

พลตำรวจตรีณัฐพล ศุกระศร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี เปิดเผยว่า วันนี้ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนได้ปฎิบัติการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายจำนวนกว่า 10 จุด ที่คาดว่าจะเกี่ยวข้องคนร้ายก่อเหตุชิงทอง ภายในห้างสรรพสินค้า ที่จังหวัดลพบุรี เมื่อวันที่ 9 มกราคมที่ผ่าน โดยในช่วงบ่ายวันนี้ชุดสืบสวนจะเข้ามารายงานผลการตรวจค้นทั้งหมด หลังจากนั้นก็จะดำเนินการวิเคราะห์ตรวจสอบความเชื่อมโยงต่อไป ขณะนี้ตำรวจยังไม่สามารถระบุได้ว่าคนร้ายเป็นกลุ่มบุคคลใด แต่เรื่องพยานหลักฐานในการนำสืบคดีจะต้องมีความชัดเจน และ ครบถ้วน 100 % เนื่องจากเป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของประชาชน    ส่วนประเด็นว่าคนร้ายน่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ หรือ เป็นทหารหรือไม่นั้น ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี ได้ตอบคำถามอย่างแบ่งรับแบ่งสู้ ไม่ยืนยันชัดเจน แต่ระบุว่าหากมีการตรวจค้นตามพื้นที่ต่างๆซึ่งเป็นสถานที่ราชการก็สามารถทำได้เนื่องจากได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี และ ได้ติดต่อประสานงานกันตลอด   ทั้งนี้ยืนยันว่าตำรวจมีการแบ่งงานกันทำตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชา ซึ่งทำงานให้สอดคล้องกัน มีจุดมุ่งหมายในการติดตามตัวคนร้ายเพียงเท่านั้น ไม่มีความขัดแย้งกันแน่นอน   สำหรับกระแสโซเชียลที่มีการแชร์ภาพชายรายที่ 2 โดยระบุว่าเป็นผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวกับคดีชิงทรัพย์ร้านทอง นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจพิสูจน์ข้อเท็จจริง เตือนประชาชนอย่าแชร์ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง

 1,395

Top