ค้นหา :

ผลการค้นหา "กทม"

สรุปข่าว
15 ธ.ค. 62

แผ่นดินไหวขนาด 6.7 ที่เกาะมินดาเนา - รถ 6 ล้อ ทับรถคนพิการ เสียชีวิต - เร่งผลักดัน กทม.เป็นเมืองสีเขียว

แผ่นดินไหวขนาด 6.7 ที่เกาะมินดาเนา   วันนี้ (15 ธ.ค.) เมื่อเวลา 13.11 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหวรายงาน เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.7 ลึก 10 กิโลเมตรที่เกาะมินดาเนา แรงสั่นสะเทือนรับรู้ได้ถึงตึกสูงหลายแห่ง เบื้องต้นไม่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย ล่าสุดเวลา 13.32 น. เกิดอาฟเตอร์ช็อกขนาด 5 ตามมา    รถบรรทุก 6 ล้อ ทับรถคนพิการ เสียชีวิต   เกิดเหตุรถบรรทุก 6 ล้อ ทับรถสามล้อโยกคนพิการอายุประมาณ 65 ปี เสียชีวิต บริเวณถนนสุนทรโกษา แยกกรมศุลกากร เขตคลองเตย ตำรวจเข้าตรวจสอบหาสาเหตุ   เร่งผลักดัน กทม.เป็นเมืองสีเขียว   ผู้ว่า กทม.และภาคีเครือข่าย ประกาศเจตนารมณ์โครงการ Green Bangkok 2030 ผลักดันให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองสีเขียว เพิ่มพื้นที่ร่มไม้มากขึ้นตามเป้าหมาย เพิ่มพื้นที่สีเขียวต่อจำนวนประชากรในกรุงเทพฯ ตาง 6.9 ตารางเมตร ต่อคน เป็น 10 ตารางเมตรต่อคน นำร่องในพื้นที่สาธารณะ และเอกชน 1 แห่ง     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/FjFMyvCHxfc

 808
เศรษฐกิจ
16 พ.ย. 62

กทม.เลือกถนนคนเดิน 5 จุดหลักจัดงาน ดึงนักท่องเที่ยว หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ

เมื่อวันที่ 15 พ.ย. ที่ผ่านมา นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมเตรียมการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว และกระตุ้นเศรษฐกิจตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี ว่า กทม.ได้รับนโยบายจากนายกรัฐมนตรี ในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและการท่องเที่ยวในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ระยะ 1 ปีข้างหน้านี้ ซึ่งจะเน้นเร่งด่วนภายในช่วงปลายปี 62 ก่อน   เบื้องต้นกำหนดจุดจัดกิจกรรมไว้ 5 จุด ในการจัดทำถนนคนเดิน (walking street) เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาท่องเที่ยวกรุงเทพมหานครมากขึ้น และอยู่นานขึ้น รวมทั้งเป็นการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยในพื้นที่กรุงเทพฯ ประกอบด้วย แยกราชประสงค์ ถนนสีลม ถนนข้าวสาร ถนนลาดหญ้า หรือย่านกุฎีจีน และ ถนนเยาวราช   สำหรับรูปแบบการจัดอาจแตกต่างกันตามพื้นที่และความเหมาะสม เช่นบริเวณแยกราชประสงค์ อาจจัดเป็นรูปแบบ street food festival โดยจะร่วมกับ เชฟชุมพล แจ้งไพร (เชฟกระทะเหล็ก)   บริเวณถนนสีลม อาจจัดในรูปแบบงานวัด จำหน่ายสินค้าและอาหาร ถนนข้าวสาร อาจจัดในรูปแบบการจำหน่ายสินค้า/อาหาร ศิลปะทำมือของศิลปินหน้าใหม่ ถนนลาดหญ้าหรือย่านกุฎีจีน อาจจัดในรูปแบบเชิงอาหารและศิลปวัฒนธรรม และ ถนนเยาวราช อาจจัดในรูปแบบ street food   มอบหมายให้แต่ละสำนักงานเขตในพื้นที่ดังกล่าว หารือร่วมกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บชน.) และ กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร) ถึงแนวทางในการจัดถนนคนเดิน (walking street) ว่าจะมีผลกระทบต่อการจราจร หรือกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนหรือไม่ โดยให้เขตนำข้อสรุปที่ได้ เสนอในที่ประชุมผู้บริหารในวันที่ 25 พ.ย. นี้ เพื่อจะได้เร่งดำเนินการต่อไป     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/yYzDVyUD8JA  

 265
การเมือง
01 ต.ค. 62

ขอโทษชาวกรุง!! 'วราวุธ' ดันแผนมาตรการลด pm 2.5 เป็นวาระแห่งชาติ เข้า ครม.เร่งด่วน

วราวุธ ดันแผนมาตรการลด PM 2.5 เป็นวาระแห่งชาติ เข้า ครม.เร่งด่วน ขอโทษชาวกรุงเทพฯ หลังค่าเกินมาตรฐานหลายพื้นที่ รับแรงกดอากาศมาเร็วเกินคาด ขอประชาชน- เด็กเล็กสวมหน้ากาก ลดใช้รถยนต์   (1 ก.ย. 62) นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวขอโทษชาวกรุงเทพมหานครต่อสถานการณ์ฝุ่น pm 2.5 ที่เกิดซ้ำในหลายเขตพื้นที่ซึ่งมีค่าเกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เนื่องจากมีแรงกดอากาศมาเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ จากเดิมคาดว่าจะมาในเดือนธันวาคมถึงมกราคม แต่ในเดือนตุลาคมก็มาแล้ว ซึ่งเหมือนฝาชีที่ครอบกรุงเทพฯ เอาไว้ ดังนั้นมาตรการเร่งด่วนในช่วงนี้ จึงขอประชาชนและเด็กเล็กใส่หน้ากากอนามัย และขอความร่วมมือประชาชนในเขตเมืองลดการใช้รถยนต์บนถนนซึ่งจะช่วยได้ในระดับหนึ่ง   ทั้งนี้นายวราวุธ เปิดเผยว่า วันนี้เตรียมเซ็นมาตรการลดปัญหาฝุ่นละออง pm 2.5 เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีภายในวันนี้ ภายหลังนายกรัฐมนตรีเรียกประชุมด่วนและกำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญในสามด้าน 1. การดูแลเชิงพื้นที่ ที่มีการเกิดมลพิษแตกต่างกันทั้งกลุ่ม 9 จังหวัดภาคเหนือเกิดจากการเผาไหม้ทางการเกษตร  กรุงเทพฯ ปริมลฑล ภาคกลางเกิดจากการเผาไหม้ของเครื่องยนต์  และภาคใต้ เกิดจากพัดพามาจากประเพื่อนบ้าน 2.มาตรการลดการผลิต pm 2.5 ในระยะสั้น 3.มาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมมลพิษ ถ้ายังต่ำกว่า 50 ไมโครกรัมต่อลุกบาศก์เมตร ทุกอย่างยังสามารถดำเนินการได้ปกติ แต่ถ้าขึ้นไปถึง 50-75 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรก็ต้องเข้าสู่ช่วงเฝ้าระวัง    แต่หากเข้าถึงระดับ 75-100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรซึ่งเป็นขั้นอันตรายก็จะมอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในแต่ละพื้นที่มีอำนาจตัดสินใจว่าจะทำอย่างไร เช่นการสั่งปิดโรงเรียน หรือไม่อนุญาตให้รถยนต์วิ่งผ่าน และหากเกิน 100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรถือว่าเข้าขั้นวิกฤตก็จะนำเรื่องเข้าคณะกรรมการ เพื่อขอเสนอมาตรการต่อนายกรัฐมนตรีเพิ่มความเข้มข้น รวมถึงมาตราการตรวจวัดที่ปัจจุบันมีเครื่องอยู่แต่ยังไม่เพียงพอ และบางส่วนยังไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งต้องทำให้มีประสิทธิภาพมากกว่านี้   ส่วนมาตรการเฝ้าระวังจะแบ่งออกเป็นระยะสั้นและระยะยาว ประสานกระทรวงพลังงานขอให้มีการใช้น้ำมันที่มีคุณภาพมากขึ้น เพิ่มมาตรฐานเครื่องยนต์ขึ้นไปจากยูโร5 เป็นยูโร 6 ภายในปี 2567 เพื่อลดการผลิตมลภาวะ รวมถึงการควบคุมการวางฝังเมืองและการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่     ข่าวที่เกี่ยวข้อง วิกฤตฝุ่นจิ๋วพุ่ง! กทม.ติดอันดับ 1 เมืองมลพิษโลก แพทย์แนะดื่มน้ำบล็อคโคลีปั่น ช่วยขับฝุ่นพิษ ;

 1,092
สังคม-อาชญากรรม
18 ก.ย. 62

กทม.ฟันค่าปรับ ขี่จยย.บนทางเท้า 2 เดือนได้ 4 ล้าน

นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ลงพื้นที่ตรวจจุดจับ-ปรับ ผู้จอดหรือขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้าและกวดขันการจัดระเบียบทางเท้า ในพื้นที่สำนักงานเขตกลุ่มเขตกรุงเทพเหนือ(เขตจตุจักร) และสำนักงานเขตกลุ่มเขตกรุงเทพกลาง (เขตดินแดง เขตห้วยขวาง)    พร้อมระบุว่า ตั้งแต่กรุงเทพมหานครเริ่มโทษปรับอัตราใหม่เป็น 2,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 62 มียอดปรับในเดือนส.ค.62 ประมาณ 2.5 ล้านบาท ส่วนในเดือนก.ย.62 ได้ค่าปรับแล้วประมาณ 1.5 ล้านบาท รวมเวลา 2 เดือน เป็นเงิน 4 ล้านบาท โดยสามารถจับปรับได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จุดที่โดนจับบ่อยได้แก่ บริเวณแยกรัชดาภิเษก-ลาดพร้าว ตรงข้ามตลาดสวนลุมไนท์บาร์ซาร์ และตลาดห้วยขวาง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FeEcUo3UM3s

 1,479
การเมือง
09 ก.ย. 62

'อนุทิน' ขับเจ็ทส่วนตัวบินติดปีก รับอวัยวะบริจาคเปลี่ยนหัวใจ จากเชียงใหม่ไป กทม.

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นำคณะทีมแพทย์จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย มาทำการผ่าตัดรับมอบหัวใจ จากผู้ที่ได้แจ้งความประสงค์บริจาคอวัยวะไว้กับทางโรงพยาบาลนครพิงค์ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อส่งต่อไปช่วยเหลือผู้ป่วยที่รอการผ่าตัดปลูกถ่ายหัวใจที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ภายใต้การดำเนินโครงการ "หัวใจติดปีก"   นายอนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวว่า การเดินทางมารับบริจาคหัวใจในครั้งนี้ เริ่มดำเนินการหลังจากทราบว่า มีผู้ป่วยของโรงพยาบาลนครพิงค์ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นชายวัย 25 ปี ประสบอุบัติเหตุ และได้แจ้งความจำนงขอบริจาคหัวใจและอวัยวะอื่นๆ ไว้กับทางโรงพยาบาล โดยได้รับการยินยอมจากญาติของผู้ป่วยแล้ว   จึงได้นำทีมคณะแพทย์จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ฯ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการปลูกถ่ายอวัยวะ เดินทางมาทำการผ่าตัดอวัยวะ ประกอบด้วย หัวใจ 1 ดวง ไต 1 ข้าง และดวงตา 1 คู่ จากผู้ป่วยรายดังกล่าว เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยรายอื่นที่รอการช่วยชีวิตอยู่ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ฯ ในขณะนี้ โดยเฉพาะการผ่าตัดหัวใจ นั้น ทางทีมแพทย์มีความต้องการและต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน โดย หัวใจ 1 ดวง จะต้องส่งต่อและปลูกถ่ายอวัยวะทันทีภายใน 4 ชั่วโมง ไม่เช่นนั้นหัวใจจะขาดเลือดนาน ซึ่งทีมงานแพทย์ก็ปฏิบัติหน้าที่ได้ทันตามเวลาที่กำหนด   ทั้งนี้ จากการตรวจสอบแล้วพบว่า สภาพของหัวใจของผู้บริจาคยังอยู่ในสภาพที่แข็งแรงดีมาก หัวใจยังมีความสดและมีสัญญาณชีพที่ดี ทำให้มั่นใจว่า ผู้ที่จะรับหัวใจดวงนี้ไป จะต้องมีชีวิตต่อไปได้อย่างแน่นอน เช่นเดียวกับผู้ที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะอื่นๆ ที่จะมีชีวิตที่ดีขึ้น ขณะเดียวกันก็จะมีทีมแพทย์จากโรงพยาบาลสวนดอก จังหวัดเชียงใหม่ มารับไตอีก 1 ข้าง ด้วย ดังนั้น การบริจาคหัวใจและอวัยวะของผู้ป่วยรายนี้ จะสามารถช่วยเหลือชีวิตผู้อื่นได้ถึง 4 ราย ในครั้งเดียว ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง   นายอนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวอีกว่า การลงพื้นที่นำคณะแพทย์มาทำการผ่าตัดหัวใจ เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยรายอื่นนั้น ตนเองได้ดำเนินการมาตั้งแต่ก่อนดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขแล้ว โดยทำไปแล้ว 25 เคส และเคสนี้ถือเป็นรายที่ 26 โดยมองว่า การบริจาคหัวใจและอวัยวะเป็นเรื่องที่ดีมาก เป็นบุญกุศลที่ยิ่งใหญ่ ถือเป็นความภาคภูมิใจที่ได้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์   อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ควรได้รับการยกย่องมากที่สุด คือ ผู้ที่บริจาคหัวใจและอวัยวะให้กับผู้อื่น จึงอยากเชิญชวนให้ประชาชนมาร่วมกันทำบุญด้วยการบริจาคหัวใจและอวัยวะให้กับโรงพยาบาลต่างๆ เพื่อนำไปพัฒนาและให้การช่วยเหลือผู้ป่วยต่อไป ซึ่งปัจจุบันมีผู้รอรับบริจาคอวัยวะกว่า 6,000 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยไตเรื้อรังระยะสุดท้าย และผู้ป่วยด้านสายตา ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jSbAFktIZe4

 665
การเมือง
21 ส.ค. 62

เดินหน้าต่อ! 'สิระ' เตรียมยื่นดีเอสไอตรวจสอบรุกป่าภูเก็ตพรุ่งนี้ เชื่อมี จนท.รัฐ อยู่เบื้องหลัง

'สิระ เจนจาคะ' เตรียมนำหลักฐาน เอกสารยื่นต่อดีเอสไอพรุ่งนี้ 10.00 น. ดำเนินการตรวจสอบการก่อสร้างคอนโดมิเนียม รุกพื้นที่ป่า ในอำเภอกะรน จังหวัดภูเก็ต เชื่อมีเจ้าหน้าที่รัฐอยู่เบื้องหลัง    วันที่ 21 ส.ค. นายสิระ เจนจาคะ ส.ส. กรุงเทพฯ พรรคพลังประชารัฐ เตรียมเดินทางเข้ายื่นหนังสือต่ออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ หลังลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีการรุกป่า ที่อำเภอกะรน จังหวัดภูเก็ต ซึ่งได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่ ว่ามีการก่อสร้างอาคารชุด หรือ คอนโดมีเนียม เป็นที่พักอาศัยบนที่ดินที่ได้เอกสารสิทธิ์ไม่ชอบตามกฎหมาย    โดยตนเองจะเดินทางเข้านำเอกสารหลักฐานมามอบให้ดีเอสไอ เพื่อขอให้พิจารณารับเป็นคดีพิเศษในวันพรุ่งนี้ (22 ส.ค.) เวลา 10.00 น. เนื่องจากตนมองว่า กรณีดังกล่าวเข้าเงื่อนไข คือ มีมูลค่าความเสียหายจำนวนมาก และเชื่อว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐอยู่เบื้องหลัง     ข่าวที่เกี่ยวข้อง : - 'สิระ' ขอโทษที่เสียงดัง ปัดกร่างใส่ ตร.ภูเก็ต ย้ำไม่ตั้งใจมีปัญหา แจงลงพื้นที่นอกเขต เพราะชาวบ้านเดือดร้อน - ‘บิ๊กตู่’ ไม่เห็นด้วย พฤติกรรม ‘สิระ’ ปะทะคารม ตร. สั่งตักเตือนแล้ว  - ‘ศรีสุวรรณ’ จ่อร้อง ป.ป.ช. สอบ ส.ส.พปชร. กร่าง ขัด รธน-ฝ่าฝืนจริยธรรม อย่าอ้างว่าทำเพื่อชาติ - 'สิระ' ขอเคลียร์แจงแค่เสียงดัง ปัดกร่างใส่ ตร.กะรน 'บิ๊กป้อม' ชี้เป็นเรื่องส่วนตัว  - นายกฯติง 'สิระ' คลิปกร่างใส่ ตร.ภูเก็ต เจ้าตัวขอโทษ รับปากจะเบาลง  

 1,461
การเมือง
20 ส.ค. 62

'สิระ' ขอโทษที่เสียงดัง ปัดกร่างใส่ ตร.ภูเก็ต ย้ำไม่ตั้งใจมีปัญหา แจงลงพื้นที่นอกเขต เพราะชาวบ้านเดือดร้อน

“สิระ” ย้ำไม่ตั้งใจมีปัญหากับใคร ขอโทษที่เสียงดังแจงไม่เคยกร่าง พร้อมน้อมรับทุกคำตำหนิ ย้ำเป็น ส.ส.หลักสี่ แต่เห็นปัญหาที่ภูเก็ต จำเป็นต้องลงไปช่วยชาวบ้าน   วันจที่ 20 ส.ค. นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึง กรณีการปะทะคารมกับตำรวจระหว่างลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีการรุกป่า ที่จ.ภูเก็ตว่า ในวันที่เกิดเหตุ ตนและ ส.ส.อีก 7 ท่านได้เดินทางไปตรวจสอบการก่อสร้างที่ได้รับเรื่องร้องทุกข์จากชาวบ้านในอำเภอกะรน ว่าการก่อสร้างอาคารชุด หรือ คอนโดมีเนียม เป็นที่พักอาศัย บนที่ดินที่ได้เอกสารสิทธิ์ไม่ชอบตามกฎหมาย    ตนก็ตั้งใจไปทำงานเพื่อหวังที่จะทวงคืนที่ดินของประเทศกลับคืนมาจากกลุ่มนายทุน โดยก่อนที่จะเดินทางไปก็ได้มีการประสานกับทางผู้ว่าราชการจังหวัดไว้แล้ว แต่ปรากฎว่าขณะที่ไปตรวจสอบการก่อสร้างก็พบ เจ้าหน้าที่ตำรวจนั่งรับประทานกาแฟอยู่ในสำนักงานก่อสร้างแห่งนี้   ซึ่งยอมรับว่า ตนรู้สึกเหมือนกับว่าตนมาทำงาน แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจกับนั่งทานกาแฟในที่ดินพิพาทแบบไม่รู้ร้อนรู้หนาว ตอนนั้นจึงมีคำถามว่าตำรวจทำหน้าที่ของเขาหรือยัง หากเขาปฎิบัติหน้าที่ดูแลประชาชนอยู่ตนจะไม่ยุ่งเลย   ทั้งนี้ ตนเอง เป็นคนพูดจาเสียงดัง แต่ขอยืนยันว่า ไม่ได้ตั้งใจจะต่อว่าใคร หากเสียงของตนดังเกินไปก็ต้องขอโทษด้วย   "ผมน้อมรับทุกคำวิจารณ์ แต่นี่คือเนื้องานจริงที่ผมลงพื้นที่ เพื่อคนไทยทุกคน อย่าเพิ่งตัดสินผมเพียงแค่บางช่วงบางตอน ปัญหาของประเทศยังมีอีกมากมาย ที่ต้องลงไปแก้ไข    ส่วนมีคำถามว่าผมเป็น ส.ส.เขตหลักสี่ ทำไมไปช่วยเหลือนอกพื้นที่ ขอเรียนว่าปัญหาที่เกิดขึ้นที่นี่ คือความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ ถ้าผมรู้ปัญหาและไม่สนใจ ผมทำไม่ได้ ผมต้องช่วยเท่าที่ผมทำได้ ขอบคุณทุกคำแนะนำ คำตำหนิและคำวิจารณ์ ผมยินดีรับฟังและพร้อมปรับปรุงแก้ไข และขอขอบคุณสำหรับทุกท่านที่ให้กำลังใจ"       ข่าวที่เกี่ยวข้อง : - ‘บิ๊กตู่’ ไม่เห็นด้วย พฤติกรรม ‘สิระ’ ปะทะคารม ตร. สั่งตักเตือนแล้ว  - ‘ศรีสุวรรณ’ จ่อร้อง ป.ป.ช. สอบ ส.ส.พปชร. กร่าง ขัด รธน-ฝ่าฝืนจริยธรรม อย่าอ้างว่าทำเพื่อชาติ - 'สิระ' ขอเคลียร์แจงแค่เสียงดัง ปัดกร่างใส่ ตร.กะรน 'บิ๊กป้อม' ชี้เป็นเรื่องส่วนตัว   

 2,593
การเมือง
20 ส.ค. 62

'บิ๊กป้อม' ย้ำ เป็นเรื่องส่วนตัว ปม 'สิระ เจนจาคะ' ลงพื้นที่แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม

พล.อ.ประวิตร ย้ำ เป็นเรื่องส่วนตัว สิระ เจนจาคะ ลงพื้นที่ภูเก็ต แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม   วันที่ 20 ส.ค. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ ย้ำยังไม่ได้คุยกับ นายสิระ เจนจาคะ ส.ส. กทม. พรรคพลังประชารัฐที่แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมกับเจ้าหน้าที่ระหว่างลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งวันนี้ในการประชุมพรรคช่วงบ่ายยังไม่ทราบจะเจอนายสิระหรือไม่ แต่ยืนยันไม่กระทบกับภาพลักษณ์ของพรรคแน่นอนเพราะเป็นเรื่องส่วนตัว         ข่าวที่เกี่ยวข้อง : เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 20 ส.ค.62 เสนอขยายเวลาเปิดผับบาร์ยาวถึงตี 4-สั่งพักงานแก้ว bnk48-ค้นบ้านเจ้าแม่รีวิวพิมรี่พาย 

 549
สังคม-อาชญากรรม
01 ส.ค. 62

เริ่มแล้ว!! กทม. เอาจริงเพิ่มโทษปรับขับขี่บนทางเท้า จาก 1 พัน เป็น 2 พันบาท

กรุงเทพมหานครเริ่มมาตรการเพิ่มค่าปรับผู้ขับขี่ และจอดรถจักรยานยนต์บนทางเท้า จากเดิม 1000 บาทเพิ่มเป็น 2000 บาท เริ่มวันนี้วันแรก เผยเขตวังทองหลางและจตุจักรยังครองสถิติจับปรับผู้ฝ่าฝืนมากสุด    วันที่ 1 ส.ค. นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ที่กรุงเทพมหานครมีการปรับเพิ่มค่าปรับ จาก 500 บาทมาเป็น 1000 บาท ก็พบว่ายังคงมีผู้ฝ่าฝืนขับขี่และจอดรถบนทางเท้าอยู่เป็นจำนวนมาก และไม่ลดลง นั่นทำให้ทางกรุงเทพมหานครเริ่มมาตรการเพิ่มค่าปรับจาก 1000 บาทเป็น 2000 บาท    ทั้งนี้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2561 จนถึงปัจจุบัน 1 ปีเต็ม สามารถจับกุมผู้ฝ่าฝืน ได้ประมาณ 20,000 ราย โดยพบผู้กระทำผิดมากที่สุดในพื้นที่เขตวังทองหลาง รองลงมาคือพื้นที่เขตจตุจักร ทั้งนี้เนื่องจาก การจราจรที่ติดขัดในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน อีกทั้งบริเวณดังกล่าวยังมีการก่อสร้างรถไฟฟ้า ทำให้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ฝ่าฝืนด้วยกันขึ้นมาขับขี่บนทางเท้า และหลายรายขับย้อนศรเนื่องจากไม่อยากเสียเวลาในการไปกลับรถไกล    ซึ่งในช่วงบ่าย รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จะลงพื้นที่ตรวจสอบการดำเนินการมาตรการวันแรก และชมการสาธิตการใช้รถยกรถจักรยานยนต์ รวมถึงการสืบค้นหาข้อมูลเจ้าของผู้ครอบครองรถที่ฝ่าฝืนขับขี่ หรือจอดรถบนทางเท้าที่ผ่านมา  

 754
สังคม-อาชญากรรม
22 มิ.ย. 62

ผู้ว่าฯกทม. ให้เวลาแต่ละเขต 1 เดือน ตรวจสอบ-แก้ไขฝาท่อระบายน้ำชำรุด หากไม่แก้ไขสั่งย้ายทันที!

พลตำรวจเอกอัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สั่งให้เวลาแต่ละสำนักงานเขต 1 เดือน ไปตรวจสอบฝาท่อระบายน้ำมีชำรุดหรือไม่ หากมีชำรุดต้องแก้ไขภายในหนึ่งเดือน หากแก้ไขไม่ได้จะจัดการสั่งย้ายทันทีในเขตนั้นๆ ส่วนจะย้ายใครอย่างไร เดี๋ยวจะต้องไปดูก่อนว่าตรงไหนบกพร่อง        ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/e3v2eSPPlC8

 1,168
สังคม-อาชญากรรม
19 มิ.ย. 62

ทุ่ม 2 หมื่นล้าน นำสายสื่อสารลงดิน พลิกโฉม กทม.ไม่รกตา เสร็จภายใน 2 ปี

กทม.และ กสทช.ร่วมกันลงนามบันทึกความร่วมมือ(MOU) โครงการส่งเสริมพัฒนาและกำหนดแนวทางการนำสายสื่อสารลงใต้ดินในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวม 2,450 กิโลเมตร ให้แล้วเสร็จภายในกำหนด 2 ปี โดยไม่กระทบผิวจราจร รวมมูลค่าโครงการรวมกว่า 20,000 ล้านบาท ซึ่งไม่ใช้งบประมาณของทางราชการ โดยตั้งเป้าว่าภายในปี 2562 ต้องดำเนินโครงการให้ได้อย่างน้อย 600 กม. และคาดว่าโครงการจะแล้วเสร็จอย่างช้าสุดไม่เกินเดือนมิ.ย.2564   ซึ่งจะเริ่มดำเนินการในพื้นที่นำร่อง 4 จุด ได้แก่ บริเวณถนนวิทยุ ช่วงถนนพระรามที่ 1 – ถนนเพชรบุรี และช่วงถนนพระรามที่ 1 – ถนนพระรามที่ 4, บริเวณถนนรัชดาภิเษก และบริเวณถนนราธิวาสราชนครินทร์ ซึ่งภายหลังโครงการดังกล่าวดำเนินการแล้วเสร็จ หากบริษัทเอกชนไม่ให้ความร่วมมือ นำสายโทรคมนาคมลงดิน จะถือว่ามีความผิด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ruSZIjftHzQ

 1,290
เศรษฐกิจ
15 มิ.ย. 62

กทม. เปิดเดินเรือบางหว้า- ท่าช้างตามนโยบายนายกฯ 17 มิ.ย.นี้

กทม.ร่วมมือกรมเจ้าท่า เปิดบริการเดินเรือเส้นทางใหม่บางหว้า-ท่าช้าง 17 มิ.ย.นี้ ตามนโยบายนายกรัฐมนตรี   พลโท วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันจันทร์ที่ 17 มิ.ย.นี้ กทม. ร่วมกับกรมเจ้าท่า จะเปิดทดลองเดินเรือเส้นทางใหม่ ตั้งแต่ท่าเรือบางหว้า คลองภาษีเจริญ ถึงท่าเรือท่าช้าง โดยไม่เก็บค่าโดยสาร เป็นเวลา 6 เดือน เพื่อเชื่อมโยงระบบการคมนาคมขนส่ง ล้อ ราง เรือ และเพิ่มทางเลือกในการเดินทางของประชาชน การเปิดเส้นทางเดินเรือนี้เป็นไปตามนโยบายของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี    ในจุดที่ไม่มีเอกชนให้บริการรวม 4 เส้นทาง คือ 1) ท่าเรือบางหว้า-ท่าช้าง 2) ท่าเรือหัวลำโพง-วัดเทวราชกุญชร 3) ท่าเรือวัดศรีบุญเรือง-ห้าง Paseo 4) ท่าเรือบางหว้าวัดกำแพง    รองโฆษกฯ กล่าวว่า สำหรับเส้นทางใหม่ที่จะเปิดให้บริการวันจันทร์นี้ เริ่มต้นจากท่าเรือบางหว้า บริเวณจุดเชื่อมต่อสถานีรถไฟฟ้า BTS บางหว้า ไปตามคลองภาษีเจริญ แยกขวาเข้าคลองบางกอกใหญ่ ออกแม่น้ำเจ้าพระยา โดยจอดรับส่งผู้โดยสารที่ท่าเรือ 5 แห่ง คือ ท่าเรือวัดอินทาราม ท่าเรือสะพานพุทธ ท่าเรือราชินี และท่าเรือท่าช้าง ส่วนช่วงเวลาการเดินเรือมี 3 ช่วง คือ เวลา 06.00-09.00 น. ออกต้นทางทุก 30 นาที เวลา 09.00-15.00 น. ออกต้นทางทุก 1 ชั่วโมง และเวลา 15.00-19.00 น. ออกต้นทางทุก 60 นาที 00  

 2,529
สังคม-อาชญากรรม
07 มิ.ย. 62

กทม.เอาแน่! เก็บค่าบำบัดน้ำเสียคนกรุง บ้านทั่วไป 50 บาท/เดือน นำร่อง 21 เขต

กทม.เตรียมจัดเก็บค่าบำบัดน้ำเสีย จากผู้ใช้น้ำในเขตกรุงเทพมหานคร โดยอัตราจัดเก็บนั้นจะมีการจัดเก็บร้อยละ 80 ของการใช้น้ำประปาตามแหล่งกำเนิด ทั้งจากมิเตอร์น้ำประปาและน้ำบาดาล โดยแบ่งเป็นสามประเภทคือ   ประเภทที่ 1 คือบ้านเรือนทั่วไปจำนวน 2 บาท /ลบ.ม.   ประเภทที่ 2 อาคารที่อยู่อาศัยเชิงพาณิชย์ จำนวน 4 บาท/ลบ.ม. ประเภทที่ 3 หรือโรงงานอุตสาหกรรมจำนวน 8บาท/ลบ.ม.   ซึ่งในส่วนของบ้านเรือนทั่วไป คำนวณตามปริมาณน้ำที่ใช้แต่ละบ้านแล้วน่าจะเสียค่าบำบัดน้ำเสียไม่น่าเกิน 50 บาทต่อเดือน    โดยพื้นที่ที่จะจัดเก็บนั้นในเบื้องต้นจะจัดเก็บใน 21 เขต การปกครองได้แก่ เขตพระนครป้อมปราบศัตรูพ่าย  สัมพันธวงศ์ บางรัก สาทรบางคอแหลม ยานนาวา ดินแดง  ราชเทวี พญาไท ปทุมวัน บางซื่อ  จตุจักร ห้วยขวาง หนองแขม บางแค ภาษีเจริญ ดุสิต ทุ่งครุจอมทอง และราษฎร์บูรณะ ที่อยู่ในพื้นที่บริการบำบัดน้ำเสียของโรงควบคุมคุณภาพน้ำ 8 แห่ง คือโรงควบคุมคุณภาพน้ำสี่พระยา รัตนโกสินทร์ ดินแดง ช่องนนทรีจตุจักร หนองแขม ทุ่งครุและบางซื่อ   โดยให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครดำเนินการออกระเบียบและประกาศที่เกี่ยวข้องให้แล้วเสร็จภายใน 240 วันนับแต่วันที่ข้อบัญญัติฉบับนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา   ซึ่งจะมีการนำข้อบัญญัติดังกล่าว ส่งให้ผู้ว่าฯ กทม.ลงนามและประกาศใช้ข้อบัญญัติต่อไป ซึ่งหากพิจารณาตามขั้นตอนแล้วคาดว่าจะประกาศมีผลบังคับใช้ได้ทันภายในปี 62 คาดว่าในแต่ละปี กทม.จะสามารถจัดเก็บรายได้จากค่าประมาณน้ำเสียประมาณ 500 ล้านบาทปี   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/QPN5BWTF0Wc

 10,093
การเมือง
21 เม.ย. 62

‘บิ๊กตู่’ ปลื้ม กทม. ติดอันดับ 1 จุดหมายปลายทางของคนญี่ปุ่น แนะ ไทยเป็นเจ้าบ้านที่ดี

(แฟ้มภาพ)   วันที่ 21 เม.ย. 62 พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยินดีที่กรุงเทพมหานครติดอันดับจุดหมายปลายทางที่คนญี่ปุ่นนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวมากที่สุด 2 ปีซ้อน ในช่วงโกลเด้นวีค หรือวันหยุดยาวช่วงต้นเดือน 5 ของญี่ปุ่น จากผลสำรวจของเว็บไซต์ Agoda และในปี 2019 นี้ เมืองพัทยา และ จ.ภูเก็ต ก็ได้รับความนิยมเป็นอันดับ 4 และ 10 ตามลำดับด้วย   “นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นถือเป็น 1 ใน 5 อันดับแรกที่นิยมเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร เพราะมีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม อาหารอร่อย ค่าครองชีพไม่สูงนัก และคนไทยมีอัธยาศัยไมตรีที่ดี นอกจากนี้ ทั้ง 2 ประเทศยังมีวัฒนธรรมประเพณีที่ใกล้เคียงกัน ทำให้เข้ากันได้ง่าย”   รองโฆษกฯ กล่าวอีกว่า นายกฯ สนใจติดตามข้อมูลด้านการท่องเที่ยว โดยพบว่าคนไทยก็นิยมเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นเช่นเดียวกัน เพื่อไปสัมผัสกับอากาศที่เย็นสบายในช่วงหน้าร้อนของไทยและชื่นชมความสวยงามของสถานที่ต่างๆ รวมถึงชิมอาหารที่เป็นเอกลักษณ์และพบปะผู้คนที่เป็นมิตร ซึ่งสะท้อนถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่แนบแน่นในทุกระดับ    พร้อมทั้งเชิญชวนให้คนไทยเป็นเจ้าบ้านที่ดี ต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยความจริงใจ และร่วมกันสอดส่องป้องกันเหตุร้ายที่จะเกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวด้วย              

 2,452
สังคม-อาชญากรรม
20 เม.ย. 62

เตรียมรับมือความร้อน ดวงอาทิตย์ตั้งฉาก กทม. 27 เม.ย.นี้

วันที่ 27 เมษายนนี้ ดวงอาทิตย์จะตั้งฉากกับกรุงเทพมหานคร และจะทำให้มีอุณหภูมิสูงสุด   ขณะที่กรมอุตุนิยมฯวิทยาแจ้งเตือนประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด โดยมีฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรงบางพื้นที่ บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเชียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก        ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/kf37nDMsDuw

 1,494

Top