ค้นหา :

ผลการค้นหา "กรุงเทพ"

สังคม-อาชญากรรม
03 ต.ค. 62

เสียแชมป์!! กรมควบคุมมลพิษ เผย กทม. สภาพอากาศดีขึ้น ถูกจัดอันดับที่ 31 จากทั่วโลก

รายงานคุณภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ประจำวันที่ 3 ตุลาคม 2562    จากการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยกรมควบคุมมลพิษร่วมกับกรุงเทพมหานคร ขอรายงานข้อมูลคุณภาพอากาศ ประจำวันที่ 3 ตุลาคม 2562 ดังนี้   1. ปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 ตรวจวัดได้ระหว่าง 13 - 43 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่ (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) คุณภาพอากาศในภาพรวมอยู่ในระดับดีถึงดีมาก    2. กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า ในช่วงวันที่ 4 – 8 ตุลาคม 2562 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางระลอกใหม่จากประเทศจีนจะแผ่เข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และทะเลจีนใต้ตอนบน คาดว่าจะแผ่ปกคลุมภาคเหนือ และภาคกลางตอนบนในระยะต่อไป ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองในระยะแรก และพยากรณ์อากาศตั้งแต่ 6.00 น. วันนี้ ถึง 6.00 น. วันพรุ่งนี้ กรุงเทพมหานครจะมีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ลักษณะเช่นนี้จะช่วยให้ฝุ่นละอองกระจายตัวได้ดีและยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน   ขณะที่ เว็บไซต์ www.airvisual.com จัดอันดับค่าฝุ่นทั่วประเทศเผยว่า กรุงเทพ ถูกจัดอันดับอยู่ที่ 31 ส่วนอันดับที่ 1 คือ เมืองหลวงคูเวตซิตี ที่ประเทศคูเวต ณ เวลา 11.00 น.     ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ข้อดีฝนตก กทม.อากาศดีขึ้น ช่วยชะล้างฝุ่น pm2.5 ลดลงทุกพื้นที่        

 711
สังคม
03 ต.ค. 62

เสียแชมป์!! กรมควบคุมมลพิษ เผย กทม. สภาพอากาศดีขึ้น ถูกจัดอันดับที่ 31 จากทั่วโลก

รายงานคุณภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ประจำวันที่ 3 ตุลาคม 2562    จากการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยกรมควบคุมมลพิษร่วมกับกรุงเทพมหานคร ขอรายงานข้อมูลคุณภาพอากาศ ประจำวันที่ 3 ตุลาคม 2562 ดังนี้   1. ปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 ตรวจวัดได้ระหว่าง 13 - 43 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่ (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) คุณภาพอากาศในภาพรวมอยู่ในระดับดีถึงดีมาก    2. กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า ในช่วงวันที่ 4 – 8 ตุลาคม 2562 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางระลอกใหม่จากประเทศจีนจะแผ่เข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และทะเลจีนใต้ตอนบน คาดว่าจะแผ่ปกคลุมภาคเหนือ และภาคกลางตอนบนในระยะต่อไป ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองในระยะแรก และพยากรณ์อากาศตั้งแต่ 6.00 น. วันนี้ ถึง 6.00 น. วันพรุ่งนี้ กรุงเทพมหานครจะมีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ลักษณะเช่นนี้จะช่วยให้ฝุ่นละอองกระจายตัวได้ดีและยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน   ขณะที่ เว็บไซต์ www.airvisual.com จัดอันดับค่าฝุ่นทั่วประเทศเผยว่า กรุงเทพ ถูกจัดอันดับอยู่ที่ 31 ส่วนอันดับที่ 1 คือ เมืองหลวงคูเวตซิตี ที่ประเทศคูเวต ณ เวลา 11.00 น.     ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ข้อดีฝนตก กทม.อากาศดีขึ้น ช่วยชะล้างฝุ่น pm2.5 ลดลงทุกพื้นที่        

 711
เศรษฐกิจ
06 ก.ย. 62

แชมป์อีก!! กรุงเทพฯ ครองอันดับ 1 เมืองน่าเที่ยวที่สุดในโลก ติดต่อกันเป็นสมัยที่ 4

มาสเตอร์การ์ด เผย กรุงเทพฯครองแชมป์ เมืองที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาเที่ยวมากที่สุดในโลก 4 ปีซ้อน   วันที่ 6 ก.ย. บริษัทมาสเตอร์การ์ด หรือบริษัทผู้ให้บริการทางการเงินของสหรัฐฯ เปิดเผยผลการจัดอันดับเมืองที่คนทั่วโลกนิยมท่องเที่ยวมากที่สุด พบว่าในปีนี้กรุงเทพมหานครยังคงครองแชมป์อันดับ 1 ของเมืองน่าเที่ยวที่สุดในโลกติดต่อกันเป็นปีที่ 4   โดยสถานที่สำคัญที่นักท่องเที่ยวนิยมไปได้แก่ วัดพระแก้ว ,พระบรมมหาราชวัง ,วัดอรุณราชวราราม ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวแบบวันเดียวได้แก่ ตลาดน้ำดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี   ส่วนอันดับ 2 คือ ปารีส ฝรั่งเศส และอันดับ 3 คือลอนดอน อังกฤษ ที่มีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกกว่า 19 ล้านคนเดินทางไปท่องเที่ยว ตามด้วยดูไบ ,สิงคโปร์ ,กัวลาลัมเปอร์, นิวยอร์ก ,อิสตันบูล ,โตเกียว และอันทาเลีย ตุรกี   นอกจากนี้นักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมเดินทางมาพักแบบค้างคืนเพิ่มขึ้นทั่วโลกถึง 76% ซึ่งในปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวเดินทางมาไทย 22.78 ล้านคน และคาดว่าในปีนี้จะเพิ่มขึ้นอีก 3.3% โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากจีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น อินเดีย และอังกฤษ   โดยหากเทียบกับดัชนีการใช้จ่ายต่อคืน ของนักท่องเที่ยวพบว่า สูงสุดอันดับ 1 ที่นครดูไบ เฉลี่ย 553 ดอลลาร์ต่อวัน ตามด้วยนครเมกกะของซาอุดิอาระเบีย ส่วนกรุงเทพอยู่ในอันดับ 3 มียอดการใช้จ่าย 187 ดอลลาร์หรือประมาณ 5,600 บาทต่อวัน     ขอบคุณข้อมูล : MisterBan   ข่าวที่เกี่ยวข้อง : กรุงเทพฯครองแชมป์มี นทท.มาเยือนมากสุดในโลก 4 ปีซ้อน ชนะปารีส-ลอนดอน   

 4,073
เศรษฐกิจ
06 ก.ย. 62

กรุงเทพฯครองแชมป์มี นทท.มาเยือนมากสุดในโลก 4 ปีซ้อน ชนะปารีส-ลอนดอน

ผลสำรวจของมาสเตอร์การ์ด อิงค์ ประกาศให้ กรุงเทพฯ เมืองหลวงของประเทศไทย ครองแชมป์เมืองที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนมากที่สุดในโลกในปี 2019 และเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน เอาชนะปารีสของฝรั่งเศส และลอนดอนของอังกฤษ   โดยมีรายงานว่า ในปีที่ผ่านมา กรุงเทพฯ ได้ต้อนรับนักท่องเที่ยว 22.78 ล้านคน และคาดว่าในปีนี้ จะเพิ่มขึ้นอีก 3.3% ขณะที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นั้นมาจากจีนแผ่นดินใหญ่ อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้และอังกฤษ   ขณะที่ปารีสรั้งอันดับ 2 นักท่องเที่ยวขาเข้าเมืองละราวๆ 19.1 ล้านคน และลอนดอนอันดับ 3 มีนักท่องเที่ยวขาเข้าเมืองละราวๆ 19.09 ล้านคน ตามมาด้วยดูไบ ซึ่งต้อนรับนักท่องเที่ยวประมาณ 15.9 ล้านคน   ส่วนยอดการจับจ่ายของนักท่องเที่ยวมากสุดอยู่ที่ดูไบ ขณะที่กรุงเทพฯติดอันดับ 3    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/yg06CP1D_m0

 2,813
การเมือง
03 ส.ค. 62

รัฐบาล ยืนยันควบคุมสถานการณ์ได้ ย้ำไม่กระทบเศรษฐกิจ-การท่องเที่ยว

นาง นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ติดตามสถานการณ์เหตุระเบิดและผลกระทบอย่างต่อเนื่อง โดยยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่กระทบต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวไทยแต่อย่างใด ซึ่งจากข้อมูลของผู้แทนไทยในต่างประเทศพบว่า มีเพียงการรายงานข่าวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเท่านั้น ยังไม่มีการเตือนหรือห้ามประชาชนเดินทางมายังประเทศไทย ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรีได้สร้างความมั่นใจแก่ผู้แทนต่างประเทศที่มาเยือนไทย เช่น ผู้แทนระดับสูงของสหภาพยุโรป และรมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ ว่า รัฐบาลไทยสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ซึ่งผู้แทนต่างประเทศต่างเข้าใจ และไม่กังวลใจต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ยังคงให้ความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลและประเทศไทย   ส่วนเหตุระเบิดหลายจุดที่เกิดขึ้นวานนี้ เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสืบสวนหาหลักฐานการกระทำผิด และขณะนี้ฝ่ายความมั่นคงทั้งตำรวจ ทหาร ฝ่ายพลเรือน ได้ยกระดับการรักษาความปลอดภัยตามจุดต่าง ๆ อย่างเข้มงวด จึงขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็วและทุกคนปลอดภัย   ข่าวที่เกี่ยวข้อง 2 ผู้ต้องสงสัย รับสารภาพก่อเหตุบึ้มป่วนกรุงจริง แค้นกองทัพภาค 4 คุมตัวแนวร่วมไปสอบสวนแล้วเสียชีวิตในค่ายทหาร   ;  

 475
สังคม-อาชญากรรม
20 เม.ย. 62

เตรียมรับมือความร้อน ดวงอาทิตย์ตั้งฉาก กทม. 27 เม.ย.นี้

วันที่ 27 เมษายนนี้ ดวงอาทิตย์จะตั้งฉากกับกรุงเทพมหานคร และจะทำให้มีอุณหภูมิสูงสุด   ขณะที่กรมอุตุนิยมฯวิทยาแจ้งเตือนประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด โดยมีฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรงบางพื้นที่ บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเชียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก        ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/kf37nDMsDuw

 1,472
ต่างประเทศ
20 มี.ค. 62

สิงคโปร์-ฮ่องกง-ปารีส ครองแชมป์ร่วมอันดับ 1 เมืองค่าครองชีพสูงสุดในโลก ส่วน กทม.อยู่ที่ 41

ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 30 ปี ของการจัดอันดับของ Economist Intelligence Unit (EIU) หน่วยวิเคราะห์ข้อมูลทางเศรษฐกิจของนิตยสาร ดิ อีโคโนมิสต์ ที่มี 3 เมืองครองอันดับ 1 ร่วมกัน   สำรวจและเปรียบเทียบราคาสินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐาน และค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน จากทั้ง 133 เมืองทั่วโลก   โดยสิงคโปร์ครองอันดับ 1 เมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในโลกติดต่อกัน 5 ปีซ้อน พร้อมด้วยฮ่องกง และปารีส ขณะที่กรุงเทพฯ อยู่อันดับที่ 41 ร่วมกับนครบริสเบน ของออสเตรเลีย และกรุงเวลลิงตัน ของนิวซีแลนด์   ส่วนกรุงฮานอย ของเวียดนามอยู่ในอันดับที่ 60 ตามด้วยกรุงพนมเปญของกัมพูชา อันดับที่ 76   ขณะที่เมืองที่มีค่าครองชีพต่ำที่สุดในโลกคือ กรุงการากัส ของเวเนซุเอลา ตามมาด้วยกรุงดามัสกัส ของซีเรีย ในอันดับ 2 และกรุงทาชเคนต์ ของอุซเบกิสถาน ที่อันดับ 3 ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kxjMKTszHJE

 5,308
สังคม-อาชญากรรม
26 เม.ย. 61

อุตุฯ ประกาศฉบับที่ 17 เตือนไทยตอนบนเจอพายุฤดูร้อน 26-27 เม.ย. ชาวกรุงรับมือฝนตกร้อยละ 60

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 26-27 เมษายน 2561)"  ฉบับที่ 17 ลงวันที่ 26 เมษายน 2561        ในช่วงวันที่ 26-27 เมษายน 2561 ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง กับมีฟ้าผ่าและลูกเห็บตกบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงระวังอันตรายจากฟ้าผ่า สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย         ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน คาดว่า จะแผ่           ปกคลุมภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ในช่วงวันที่ 26-27 เมษายน 2561 ในขณะที่มีหย่อมความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ประกอบกับมีคลื่นกระแสลมตะวันตกเคลื่อนผ่านภาคเหนือ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฟ้าผ่า กับมีลูกเห็บตกบางพื้นที่มีผลกระทบตามภาคต่าง ๆ ดังนี้   วันที่ 26 เมษายน 2561           ภาคเหนือ : จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์           ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด มหาสารคาม ชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ ยโสธร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี           ภาคกลาง : จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล           ภาคตะวันออก : จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด   วันที่ 27 เมษายน 2561           ภาคเหนือ : จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง สุโขทัย กำแพงเพชร และตาก           ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดเลย ชัยภูมิ นครราชสีมา และบุรีรัมย์           ภาคกลาง : จังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา นครปฐม รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล           ภาคตะวันออก : จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด           ภาคใต้ : จังหวัดเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์     จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด    ประกาศ ณ วันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561 เวลา 05.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561 เวลา 11.00 น. ข่าวที่เกี่ยวข้อง </iframe;</div>

 3,697
สังคม-อาชญากรรม
17 เม.ย. 61

กทม.บิ๊กคลีนนิ่งหลังจบสงกรานต์ พบขยะอื้อกว่า 101 ตัน

จนท.กรุงเทพมหานคร ร่วมทำความสะอาด Big Cleaning ถนนข้าวสารและบริเวณโดยรอบหลังการจัดงานเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2561  ได้แก่ ถนนข้าวสาร ถนนตะนาว ถนนจักรพงษ์ ถนนไกรศรีห์ ถนนตะนาว ถนนสิบสามห้าง และถนนรามบุตรี      ขณะที่ปริมาณขยะที่สำนักงานเขตพระนคร จัดเก็บได้ในช่วงวันที่ 12-16 เม.ย.61 รวมจำนวนมากถึง 101.5 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 60 จำนวน 68 ตัน                           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/imny_LBsHMM

 3,063
สังคม-อาชญากรรม
04 เม.ย. 61

อุตุฯ ประกาศฉบับที่ 4 เตือนไทยตอนบนเจอพายุฤดูร้อน 5-7 เม.ย. ชี้กทม.และปริมณฑลจะมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 5-7 เมษายน 2561)"  ฉบับที่ 4 ลงวันที่ 04 เมษายน 2561              ในช่วงวันที่ 5-6 เมษายน 2561 ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฟ้าผ่า กับมีลูกเห็บตกและมีฝนตกหนักบางพื้นที่           ส่วนในวันที่ 7 เมษายน 2561 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออกจะมีฝนลดลง ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานคร           และปริมณฑลยังคงมีฝนฟ้าคะนองได้ต่อเนื่อง           จึงขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฟ้าผ่า และลูกเห็บตกที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมขัง และน้ำป่าไหลหลาก สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย โดยจะมีผลกระทบตามพื้นที่ต่างๆ ดังนี้           ในช่วงวันที่ 5-6 เมษายน 2561           ภาคเหนือ: จังหวัดเชียงราย พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์           ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองบัวลำภู หนองคาย อุดรธานี บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ ยโสธร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี           ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด           ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา           รวมทั้งกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล           ในวันที่ 7 เมษายน 2561           ภาคเหนือ: จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์           ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด           ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล           ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมถึงประเทศจีนตอนกลางแล้ว คาดว่าจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ในช่วงวันที่ 5-7 เมษายน นี้ ประกอบกับคลื่นกระแสลมตะวันตกเคลือนเข้าปกคลุมภาคเหนือ ทำให้บริเวณดังกล่าวมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฟ้าผ่า กับมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง                 สำหรับในช่วงวันที่ 7-9 เมษายน 2561 ลมตะวันออกที่พัดปกคลุมภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ และตรัง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและอันดามันเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งไว้ด้วย   จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด ประกาศ ณ วันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2561 เวลา 05.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2561 เวลา 11.00 น. ข่าวที่เกี่ยวข้อง </iframe;</div>

 5,340
สังคม-อาชญากรรม
29 มี.ค. 61

ทช.แนะนำ 8 เส้นทางเลี่ยง-ทางลัด เดินทางช่วงสงกรานต์

วันที่ 30 มีนาคท 2561 กรมทางหลวงชนบท แนะนำเส้นทางลัดเส้นทางเลี่ยง การเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2561 ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนสามารถสัญจรได้อย่างสะดวก และแบ่งเบาปริมาณการจราจรบนสายทางหลัก โดยมีเส้นทาง 8 สายหลัก ดังนี้     1. เส้นทางเลี่ยงจากกรุงเทพฯ สู่ภาคใต้ ภาคเหนือ ถนนนครอินทร์และถนนราชพฤกษ์ สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางออกจากกรุงเทพฯ ไปสู่จังหวัดพื้นที่ภาคเหนือสามารถใช้เส้นทาง ได้ดังนี้     - จากถนนแจ้งวัฒนะ (สาย 304) ตรงไปแยกปากเกร็ด ก่อนถึงแยกปากเกร็ดให้ขึ้นสะพานยกระดับไปยังถนนชัยพฤกษ์ตรงไปบรรจบกับถนน ราชพฤกษ์ (จุดที่ 6 ) แล้วข้ามสะพานยกระดับเข้า จ.ปทุมธานี จนไปบรรจบกับถนนสาย 345 (จุดที่ 7 ) ให้เลี้ยวซ้ายวิ่งตรงผ่านสี่แยกไปยังถนนสาย 340 ผ่าน จ.สุพรรณบุรีไป จ.ชัยนาท เข้าถนนเอเชีย (สาย 32)ผ่าน จ.นครสวรรค์ เพื่อเข้าสู่ภาคเหนือ - จากถนนแจ้งวัฒนะ (สาย 304) ตรงไปแยกปากเกร็ด ก่อนถึงแยกปากเกร็ดให้ขึ้นสะพานยกระดับไปยังถนนชัยพฤกษ์ ตรงไปบรรจบกับถนน ราชพฤกษ์(จุดที่ 6 ) แล้วข้ามสะพานยกระดับเข้า จ.ปทุมธานี จนไปบรรจบกับถนนสาย 345 (จุดที่ 7 ) ให้เลี้ยวซ้ายจนไปบรรจบกับถนนวงแหวนตะวันตก(สาย 9) แล้วเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนวงแหวนตะวันตก วิ่งตรงไปจนถึงทางต่างระดับบางปะอิน แล้วใช้ถนนพหลโยธิน (สาย 1) มุ่งหน้า จ.สระบุรี เพื่อไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือใช้ถนนเอเชีย (สาย 32) เพื่อไปสู่ภาคเหนือ - จากถนนสาธรข้ามสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชไปยังถนนราชพฤกษ์ วิ่งตรงไปจนไปบรรจบกับถนนสาย 345 (จุดที่ 7 ) ให้เลี้ยวซ้ายวิ่งตรงผ่านสี่แยกไปยังถนนสาย 340 ผ่าน จ.สุพรรณบุรีไป จ.ชัยนาทเข้าถนนเอเชีย (สาย 32) ผ่าน จ.นครสวรรค์มุ่งหน้าสู่ภาคเหนือ สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางออกจากกรุงเทพฯ ไปสู่จังหวัดพื้นที่ภาคใต้สามารถใช้เส้นทาง ได้ดังนี้   - จากถนนแจ้งวัฒนะ (สาย 304) ตรงไปแยกปากเกร็ด ก่อนถึงแยกปากเกร็ดให้ขึ้นสะพานยกระดับไปยังถนนชัยพฤกษ์ ตรงไปบรรจบกับถนนราชพฤกษ์ (จุดที่ 6 ) ให้เลี้ยวซ้ายไปตามเส้นทางถนนราชพฤกษ์จนถึงทางแยกต่างระดับสวนเลียบ (จุดที่ 1 ) ให้เลี้ยวขวาเข้าถนนกัลปพฤกษ์ไปยัง จ.สมุทรสาครผ่าน จ.เพชรบุรี เพื่อมุ่งหน้าสู่ภาคใต้ - จากถนนติวานนท์ (สาย 306) ผ่านกระทรวงสาธารณสุข ให้ข้ามสะพานยกระดับไปยังถนนนครอินทร์ วิ่งไปบรรจบกับถนนราชพฤกษ์ (จุดที่ 4 ) ให้เลี้ยวซ้ายไปตามเส้นทางถนนราชพฤกษ์จนถึงทางแยกต่างระดับสวนเลียบ (จุดที่ 1 ) ให้เลี้ยวขวาเข้าถนนกัลปพฤกษ์ตรงไป จ.สมุทรสาคร ผ่านจ.เพชรบุรี เพื่อมุ่งหน้าสู่ภาคใต้ - จากถนนสาธรข้ามสะพานตากสินไปยังถนนราชพฤกษ์วิ่งตรงไปจนถึงทางแยกต่างระดับสวนเลียบ (จุดที่ 1) ให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนกัลปพฤกษ์ตรงไป จ.สมุทรสาคร ผ่าน จ.เพชรบุรี เพื่อมุ่งหน้าสู่ภาคใต้   2. เส้นทางเลี่ยงจากกรุงเทพฯ สู่ภาคเหนือ (จ.เพชรบูรณ์) สาย สบ.3021 แยกทางหลวงหมายเลข 362 – บ้านหนองปลากระดี่   ท่านที่จะเดินทางไปภาคเหนือ (จ.เพชรบูรณ์) มักจะประสบปัญหาการจราจรติดขัด ช่วงเดินทางผ่านตัวเมืองสระบุรี กรมทางหลวงชนบทขอแนะนำเส้นทางเลี่ยงการจราจรติดขัดโดยให้ผู้ใช้เส้นทางเลี่ยงไปใช้ถนนทางหลวงชนบท สาย สบ.3021 แยกทางหลวงหมายเลข 362-บ้านหนองปลากระดี่ ซึ่งผู้ที่เดินทางจากกรุงเทพฯ ไปตามถนนพหลโยธิน เมื่อถึง กม.ที่ 89+000 ให้สังเกตป้ายทางเลี่ยงเมืองสระบุรี แล้วออกคู่ขนานเมื่อถึงแยกหินกอง ให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 329 จากนั้นให้วิ่งไปจนถึงสี่แยกร่องแซง โดยให้สังเกตป้ายเลี่ยงเมืองสระบุรี ให้เลี้ยวขวาเข้าถนนทางหลวงชนบท สบ.3021 แยกทางหลวงหมายเลข 362-บ้านหนองปลากระดี่ ให้ผู้เดินทางใช้เส้นทางนี้ไปจนสุดเส้นทางก็จะพบกับทางเลี่ยงเมืองสระบุรี ก็จะสามารถเดินทางไป จ.เพชรบูรณ์ ได้โดยสวัสดิภาพ   3. เส้นทางเลี่ยงจากภาคตะวันออก สู่ภาคเหนือ สาย นม.1016 แยกทางหลวงหมายเลข 2 - บ้านกุดคล้า และ สาย นม.3052 แยกทางหลวงหมายเลข 304 - บ้านท่ามะปรางค์     ท่านที่ต้องการเดินทางจากภาคตะวันออกเพื่อจะมุ่งหน้าไปภาคเหนือ นั้น กรมทางหลวงชนบท ขอแนะนำเส้นทางเลี่ยง-ทางลัด โดยผู้ใช้เส้นทางสามารถเดินทางจากภาคตะวันออก โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 304 มุ่งหน้าไป อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา เมื่อถึง กม.ที่ 56+400 ให้สังเกตป้ายเขาใหญ่ ปากช่อง มวกเหล็ก แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนทางหลวงชนบท สาย นม.3052 แยกทางหลวงหมายเลข 304-บ้านท่ามะปรางค์ ให้ผู้ใช้เส้นทางเดินทาง ตามเส้นทางดังกล่าวไปจนสุดปลายทาง จะพบกับถนนทางหลวงหมายเลข 2090 ให้เลี้ยวขวาแล้วขับตรงไปประมาณ 2 กิโลเมตร โดยให้สังเกตป้ายเลี้ยวซ้าย อ.มวกเหล็ก แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนทางหลวงชนบท สาย นม.1016 แยกทางหลวงหมายเลข 2-บ้านกุดคล้า ใช้เส้นทางดังกล่าวไปจนสุดปลายทาง ก็จะพบกับถนนทางหลวงหมายเลข 2 (กม.ที่ 144+000 ) ก็จะสามารถเดินทางโดยใช้เส้นทางถนนหลวงหมายเลข 2 ไปยังภาคเหนือได้โดยสวัสดิภาพ   4. เส้นทางเลี่ยงการจราจร จังหวัดเพชรบุรี สาย พบ.6020 บ้านลาด - บ้านโพธิ์ลอย จังหวัดเพชรบุรี     ท่านที่เดินทางจากกรุงเทพฯ เพื่อมุ่งสู่ภาคใต้นั้นกรมทางหลวงชนบทขอแนะนำเส้นทางเลี่ยงการจราจรติดขัดบริเวณ จ.เพชรบุรี ดังนี้ โดยให้ผู้ใช้เส้นทางจากกรุงเทพฯใช้ทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) ถึง กม.ที่ 153+500 ให้เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 3204 ผ่านสี่แยกไฟแดง และผ่านโรงพยาบาลบ้านลาด ถึงสี่แยกไฟแดงบ่อหมันระยะทางประมาณ 9 กม.ให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนทางหลวงชนบทสาย พบ.5020 ผ่านโรงเรียนบ้านลาดวิทยาคม จะเจอคลองชลประทานขับตรงไปพบสี่แยกบ้านลาดให้ขับตรงไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 3179 ประมาณ 2.6 กม. พบสามแยกท่าศาลาให้เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 4 เพื่อเดินทางสู่ภาคใต้ ต่อไป   5. เส้นทางเลี่ยงการจราจร จังหวัดราชบุรี สาย รบ. 1010 แยกทางหลวงหมายเลข 4 อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ท่านที่เดินทางจาก จ.นครปฐม มาตามเส้นทางแยกทางหลวงหมายเลข 4 มุ่งหน้าสู่ภาคใต้เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการจราจรแออัด ช่วง จ.ราชบุรี กรมทางหลวงชนบท ขอแนะนำเส้นทางเลี่ยงปัญหาการจราจรแออัด จ.ราชบุรี กรมทางหลวงชนบท ขอแนะนำเส้นทางเลี่ยง สายทาง รบ.1010 แยกทางหลวงหมายเลข 4-แยกทางหลวงหมายเลข 4 โดยที่ท่านจะเดินทางมาตามเส้นทางหลวงหมายเลข 4 มุ่งหน้าเข้าสู่ จ.ราชบุรี ผ่านอำเภอบ้านแพน จนถึงช่วง กม.ที่ 97+350 โดยสังเกตป้ายแนะนำเส้นทางให้ขับชิดซ้ายไปจนถึงช่วง กม. ที่ 97+500 จุดสังเกตป้ายแนะนำเส้นทางจากนั้นให้ขับรถวิ่งเข้าสู่เส้นทางคู่ขนาน ช่วง กม.ที่ 98+300 ให้เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนน กรมทางหลวงชนบท สายทาง รบ.1010 ให้วิ่งตรงไปตามเส้นทางขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำแม่กลองไปบรรจบกับถนนทางหลวงหมายเลข 4 ช่วง กม.ที่ 109+000 และเลี้ยวซ้าย มุ่งสู่ จ.เพชรบุรี ตามทางหลวงหมายเลข 4 เพื่อเดินทางสู่ภาคใต้ต่อไป   6. เส้นทางเลี่ยงการจราจร จังหวัดนครสวรรค์ สาย นว.1001 แยกทางหลวงหมายเลข 1 - บ้านลาดยาว อำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์   - เส้นทางเลี่ยง จาก จ.อุทัยธานี, จ.นครสวรรค์ ไป จ.กำแพงเพชร ใช้เส้นทางเลี่ยงมุ่งหน้าสู่ จ.นครสวรรค์ โดยใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 ผ่าน จ.ชัยนาท จนถึง กม.ที่ 309+000 ให้ขับรถชิดซ้ายไปตามเส้นทาง จนถึง กม.ที่ 310+000 เลี้ยวซ้ายไปใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 333 วิ่งตรงไปตามเส้นทางประมาณ 15.000 กิโลเมตร ไปบรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3220 (สามแยกวัดสังกัตรัตนคีรี (เขาสะแกกรัง) เลี้ยวขวาไปตามเส้นทางประมาณ 2.000 กิโลเมตร พบสามแยก เลี้ยวซ้ายไปใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3221 มุ่งหน้าสู่อำเภอทัพทันวิ่งตรงไปประมาณ 18.000 กิโลเมตร พบสี่แยกขับตรงไปใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3013 ผ่านอำเภอสว่างอารมณ์ จนไปบรรจบที่สี่แยกอำเภอลาดยาว ขับตรงไปเข้าสู่ถนนทางหลวงชนบท นว.1001 วิ่งไปตามเส้นทางประมาณ 22.000 กิโลเมตร จนไปบรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ จ.กำแพงเพชร ต่อไป - เส้นทางเลี่ยง จาก จ.กำแพงเพชร, จ.นครสวรรค์ จาก จ.กำแพงเพชรมุ่งหน้าสู่ จ.นครสวรรค์ ใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 เมื่อมาถึงช่วง กม.ที่ 374+000 ให้กลับรถแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนทางหลวงชนบท นว.1001 วิ่งไปตามเส้นทางประมาณ 22.000 กิโลเมตร ไปบรรจบที่สี่แยกอำเภอลาดยาว ขับตรงไปใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3013 ผ่านอำเภอสว่างอารมณ์ จนมาบรรจบที่สี่แยก อำเภอทัพทัน สามารถใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3013 วิ่งตรงไปบรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 333 ที่อำเภอหนองฉาง เลี้ยวขวามุ่งเข้าสู่อำเภอด่านช้างและจังหวัดสุพรรณบุรี ต่อไป หรือใช้เส้นทางจากสี่แยกอำเภอทัพทัน ขับตรงไปใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3221 ประมาณ 18.000 กิโลเมตร จนไปบรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3220 ที่สามแยก เลี้ยวขวาไปตามเส้นทางประมาณ 2.000 กิโลเมตร พบสามแยกวัดสังกัตรัตนคีรี (เขาสะแกกรัง) เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 333 วิ่งตรงไปบรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 เลี้ยวขวามุ่งหน้าสู่ กรุงเทพฯ ต่อไป   7. เส้นทางเลี่ยงการจราจร จังหวัดแม่ฮ่องสอน สาย มส.4001 แยกทางหลวงหมายเลข 1095-บ้านรักไทย อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน   ท่านที่เดินทางไปท่องเที่ยวบ้านรักไทย กรมทางหลวงชนบทขอแนะนำเส้นทางท่องเที่ยวบ้านรักไทย โดยใช้เส้นทางที่เดินทางจาก อ.เมืองเชียงใหม่ ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 ผ่านอำเภอแม่ริม เมื่อถึง กม.ที่ 32+000 ให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1095 ผ่านอำเภอปาย, อำเภอปางมะผ้า จนถึง กม.ที่ 198+050 โดยให้สังเกตป้ายเลี้ยวขวาบ้านรักไทย และเลี้ยวขวาเข้าถนนทางหลวงชนบท สาย มส.4001 มุ่งสู่บ้านรักไทยต่อไป หรือท่านที่เดินทางจากอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอนให้ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 108 จนไปบรรจบกับทางหลวงหมายเลข 1095 แล้วขับตรงไปจนถึง กม.ที่ 198+050 โดยสังเกตป้ายเลี้ยวซ้ายบ้านรักไทย และเลี้ยวซ้ายเข้าถนนทางหลวงชนบทสาย มส.4001 มุ่งสู่บ้านรักไทยต่อไป   8. เส้นทางเลี่ยงการจราจร สะพานนนทบุรี 1 จังหวัดนนทบุรี     กรมทางหลวงชนบท แนะนำเส้นทางเลี่ยงการจราจรติดขัดบริเวณถนนรัตนาธิเบศร์ โดยให้ผู้ใช้เส้นทางถนนรัตนาธิเบศร์ มุ่งหน้าสู่อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี เมื่อถึงถนนเลี่ยงเมืองนนทบุรีให้สังเกตป้ายเลี้ยวขวาเข้าถนนเลี่ยงเมืองนนทบุรี ขับตามเส้นทางให้สังเกตป้ายเลี้ยวขวาสะพานนนทบุรี 1 เลี้ยวขวามุ่งหน้าสู่สะพานนนทบุรี 1 โดยใช้สะพานนนทบุรี 1 ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยามุ่งหน้าสู่ถนนราชพฤกษ์ และใช้ถนนราชพฤกษ์เดินทางสู่ภาคใต้ต่อไป            ทั้งนี้ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประชาชนสามารถติดต่อสอบถามเส้นทางเลี่ยงของกรมทางหลวงชนบทได้ที่สายด่วน 1146 ตลอด 24 ชั่วโมง

 3,624
สังคม-อาชญากรรม
22 มี.ค. 61

อุตุฯ ประกาศ ฉบับที่ 17 "พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน" ส่งผลกระทบถึง 23 มี.ค. นี้

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน(จะมีผลกระทบจนถึงวันที่ 23 มีนาคม 2561)"  ฉบับที่ 17 ลงวันที่ 22 มีนาคม 2561        บริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ฟ้าผ่า ลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ จึงขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อน และฟ้าผ่าที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง โดยเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออกมีฝนลดลง และอากาศจะคลายความร้อนลง สำหรับภาคใต้จะมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น โดยจะมีผลกระทบดังนี้      ในช่วงวันที่ 22 มีนาคม 2561           ภาคเหนือ: จังหวัดเชียงใหม่ แพร่ ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์           ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดชัยภูมิ นครราชสีมา และบุรีรัมย์           ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล           ภาคตะวันออก: จังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด           ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร   ในวันที่ 23 มีนาคม 2561           ภาคใต้: จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และสงขลา   ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนได้แผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนแล้ว ในขณะที่บริเวณดังกล่าวมีอากาศร้อน ทำให้มีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น           จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด           ประกาศ ณ วันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2561 เวลา 11.00 น.           กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2561 เวลา 17.00 น. ข่าวที่เกี่ยวข้อง </iframe;</div>

 17,915
สังคม-อาชญากรรม
19 มี.ค. 61

อุตุฯ เตือนประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน เหนือ-อีสาน-ตะวันออก-ใต้ ระวังฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประจำวันที่ 19 มีนาคม 2561  ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนโดยทั่วไป และมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้    อนึ่ง บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมถึงประเทศจีนตอนกลางแล้ว คาดว่า ในช่วงวันที่ 20-23 มีนาคม 2561 จะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ รวมถึงฟ้าผ่า โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกจะได้รับผลกระทบในวันที่ 20 มีนาคม 2561 ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะได้รับผลกระทบในวันถัดไป (21 มีนาคม 2561) จึงขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงอันตรายจากฟ้าผ่า สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย    ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยาหย่อมความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศร้อนโดยทั่วไป ในขณะที่ลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าว มีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ในระยะนี้   พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 12:00 วันนี้ ถึง 12:00 วันพรุ่งนี้.   ภาคเหนือ อากาศร้อน กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน  อุณหภูมิต่ำสุด 17-25 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 32-38 องศาเซลเซียส  ลมใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.    ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศร้อน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่  ส่วนมากบริเวณจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี  สกลนคร นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี  อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 35-38 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.    ภาคกลาง อากาศร้อน กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่  ส่วนมากบริเวณจังหวัดลพบุรี สระบุรี และพระนครศรีอยุธยา  อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 35-38 องศาเซลเซียส  ลมใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.    ภาคตะวันออก มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่  ส่วนมากบริเวณจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี  ระยอง จันทบุรี และตราด  อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร    ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่  ส่วนมากบริเวณจังหวัดสงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส  อุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร    ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่  ส่วนมากบริเวณจังหวัดกระบี่ ตรัง และสตูล  อุณหภูมิต่ำสุด 20-26 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร    กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่  อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส  ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. 

 8,284
สังคม-อาชญากรรม
16 มี.ค. 61

ป้าทุบรถแจ้งเอาผิดสาวจอดรถขวางบ้านแจ้งความเท็จ ยันให้โอกาสหากต้องการเจรจา

ป้าทุบรถแจ้งเอาผิดสาวจอดรถขวางบ้านแจ้งความเท็จ แต่ให้โอกาสหากต้องการเจรจาให้ติดต่อผ่านมาทางเจ้าหน้าที่   เมื่อเวลา 10.30 น. นางสาวบุญศรี และนางสาวรัตนฉัตร แสงหยกตระการ พร้อมด้วยนายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ เข้าพบพ.ต.อ.อลงกรณ์ ศิริสงคราม ผกก.สน.ประเวศ เพื่อแจ้งความเอาผิดกับนางสาวรัชนิกร เลิศวาสนา ที่จอดรถขวางหน้าบ้าน ในความผิดแจ้งความเท็จทำให้ได้รับโทษทางอาญาเพิ่มขึ้น   โดยนายอนันต์ กล่าวว่าหลังเกิดเหตุนางสาวมณีรัตน์ ที่วันนี้ติดธุระไม่ได้มาด้วย ได้ใช้ขวานทุบรถของนางสาวรัชนิกร ที่จอดรถขวางหน้าบ้าน และในวันเกิดเหตุนางสาวรัชนีกร ได้เข้าแจ้งความกับตำรวจกล่าวหานางสาวมณีรัตน์กับพวกในข้อหาทำให้เสียทรัพย์ พกพาอาวุธและข่มขู่ นั้นเป็นการแจ้งความที่เกินความเป็นจริง เพราะขวานและเสียม ที่ป้าใช้นั้น ไม่ได้เป็นอาวุธโดยสภาพ    และจากการตรวจภาพวิดีโอในวันเกิดเหตุ เมื่อบ่ายวันที่ 18 กพ.ที่ผ่านมา แล้วพบว่าเมื่อป้าทั้งสองพยายาม เรียกให้นางสาวรัชนิกร เลื่อนรถไม่ให้ขวางประตูบ้าน แต่นางสาวรัชนิกร ยังไม่ยอมเลื่อนรถให้ แต่กลับลงจากรถและมายืนโทรศัพท์ต่ออีก จนป้าใช้สิทธิ์ของตัวเอง ที่ถูกกระทำมานาน จึงใช้ขวานทุบรถ พร้อมทั้งนำเอกสารต่างๆที่มีทั้งคำสั่งศาลสั่งปรับสำนักงานเขตประเวศ เเละเตือนผู้ว่ากทม. แสดงให้เห็นว่า ผู้เสียหายได้รับความเดือดร้อนรำคาญจากการที่ผู้ประกอบการตลาดไม่ดูแลและให้มีการจอดรถขวางหน้าบ้านเป็นประจำเกือบทุกวันเป็นเวลานานเกือบ 10 ปี    ส่วนนางสาวรัตนฉัตร กล่าวว่า หลังเกิดเหตุ นางสาวรัชนิกร ได้ให้คนติดต่อมาเพื่อจะดูแลความเสียหายให้ทั้งหมด แต่ทางตนไม่อยากรับปากไปเนื่องจากเกรงว่าจะเป็นการจัดฉาก แต่ยังให้โอกาสนางสาวรัชนิกร หากต้องการเจรจาก็ให้ติดต่อผ่านเจ้าหน้าที่มาอย่างเป็นทางการก่อน   ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 15,546
สังคม-อาชญากรรม
11 มี.ค. 61

กรมปศุสัตว์แจงประกาศ กทม. เป็นพื้นที่พิษสุนัขบ้าระบาดชั่วคราว วอนปชช.ไม่ต้องตื่นตระหนก

นายสัตวแพทย์จีระศักดิ์ พิพัฒนพงศ์โสภณ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวถึง สถานการณ์โรคพิษสุนัขบ้าว่า กรุงเทพมหานคร  ไม่ใช่เขตพื้นที่โรคระบาดพิษสุนัขบ้าแม้แต่จุดเดียว แต่ข่าวที่ต้องประกาศเป็นพื้นที่โรคระบาดพิษสุนัขบ้าชั่วคราว 30 วัน เนื่องจากมีผู้เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้าภายใน 2 ปีที่ผ่านมา แต่ยืนยันว่าปัจจุบันกรุงเทพฯ ไม่ได้สุนัขที่เป็นโรคพิษสุนัขบ้า จึงต้องทำตามมาตรฐานขององค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ หรือ OIE ส่วน จ.นนทบุรี พบว่ามีการระบาดจริงแต่เป็นเพียงจุดเล็กๆ เท่านั้น ส่วนพื้นที่สีแดงสามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว            ชมผ่านยูทูปได้ที่ https://youtu.be/FS-nWwZEz04

 3,917

Top