ค้นหา :

ผลการค้นหา "กรุงเทพ"

สังคม-อาชญากรรม
20 เม.ย. 62

เตรียมรับมือความร้อน ดวงอาทิตย์ตั้งฉาก กทม. 27 เม.ย.นี้

วันที่ 27 เมษายนนี้ ดวงอาทิตย์จะตั้งฉากกับกรุงเทพมหานคร และจะทำให้มีอุณหภูมิสูงสุด   ขณะที่กรมอุตุนิยมฯวิทยาแจ้งเตือนประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด โดยมีฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรงบางพื้นที่ บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเชียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก        ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/kf37nDMsDuw

 1,310
ข่าวต่างประเทศ
20 มี.ค. 62

สิงคโปร์-ฮ่องกง-ปารีส ครองแชมป์ร่วมอันดับ 1 เมืองค่าครองชีพสูงสุดในโลก ส่วน กทม.อยู่ที่ 41

ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 30 ปี ของการจัดอันดับของ Economist Intelligence Unit (EIU) หน่วยวิเคราะห์ข้อมูลทางเศรษฐกิจของนิตยสาร ดิ อีโคโนมิสต์ ที่มี 3 เมืองครองอันดับ 1 ร่วมกัน   สำรวจและเปรียบเทียบราคาสินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐาน และค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน จากทั้ง 133 เมืองทั่วโลก   โดยสิงคโปร์ครองอันดับ 1 เมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในโลกติดต่อกัน 5 ปีซ้อน พร้อมด้วยฮ่องกง และปารีส ขณะที่กรุงเทพฯ อยู่อันดับที่ 41 ร่วมกับนครบริสเบน ของออสเตรเลีย และกรุงเวลลิงตัน ของนิวซีแลนด์   ส่วนกรุงฮานอย ของเวียดนามอยู่ในอันดับที่ 60 ตามด้วยกรุงพนมเปญของกัมพูชา อันดับที่ 76   ขณะที่เมืองที่มีค่าครองชีพต่ำที่สุดในโลกคือ กรุงการากัส ของเวเนซุเอลา ตามมาด้วยกรุงดามัสกัส ของซีเรีย ในอันดับ 2 และกรุงทาชเคนต์ ของอุซเบกิสถาน ที่อันดับ 3 ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kxjMKTszHJE

 4,961
สังคม-อาชญากรรม
26 เม.ย. 61

อุตุฯ ประกาศฉบับที่ 17 เตือนไทยตอนบนเจอพายุฤดูร้อน 26-27 เม.ย. ชาวกรุงรับมือฝนตกร้อยละ 60

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 26-27 เมษายน 2561)"  ฉบับที่ 17 ลงวันที่ 26 เมษายน 2561        ในช่วงวันที่ 26-27 เมษายน 2561 ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง กับมีฟ้าผ่าและลูกเห็บตกบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงระวังอันตรายจากฟ้าผ่า สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย         ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน คาดว่า จะแผ่           ปกคลุมภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ในช่วงวันที่ 26-27 เมษายน 2561 ในขณะที่มีหย่อมความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ประกอบกับมีคลื่นกระแสลมตะวันตกเคลื่อนผ่านภาคเหนือ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฟ้าผ่า กับมีลูกเห็บตกบางพื้นที่มีผลกระทบตามภาคต่าง ๆ ดังนี้   วันที่ 26 เมษายน 2561           ภาคเหนือ : จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์           ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด มหาสารคาม ชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ ยโสธร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี           ภาคกลาง : จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล           ภาคตะวันออก : จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด   วันที่ 27 เมษายน 2561           ภาคเหนือ : จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง สุโขทัย กำแพงเพชร และตาก           ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดเลย ชัยภูมิ นครราชสีมา และบุรีรัมย์           ภาคกลาง : จังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา นครปฐม รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล           ภาคตะวันออก : จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด           ภาคใต้ : จังหวัดเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์     จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด    ประกาศ ณ วันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561 เวลา 05.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561 เวลา 11.00 น. ข่าวที่เกี่ยวข้อง </iframe;</div>

 3,635
สังคม-อาชญากรรม
17 เม.ย. 61

กทม.บิ๊กคลีนนิ่งหลังจบสงกรานต์ พบขยะอื้อกว่า 101 ตัน

จนท.กรุงเทพมหานคร ร่วมทำความสะอาด Big Cleaning ถนนข้าวสารและบริเวณโดยรอบหลังการจัดงานเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2561  ได้แก่ ถนนข้าวสาร ถนนตะนาว ถนนจักรพงษ์ ถนนไกรศรีห์ ถนนตะนาว ถนนสิบสามห้าง และถนนรามบุตรี      ขณะที่ปริมาณขยะที่สำนักงานเขตพระนคร จัดเก็บได้ในช่วงวันที่ 12-16 เม.ย.61 รวมจำนวนมากถึง 101.5 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 60 จำนวน 68 ตัน                           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/imny_LBsHMM

 2,929
สังคม-อาชญากรรม
04 เม.ย. 61

อุตุฯ ประกาศฉบับที่ 4 เตือนไทยตอนบนเจอพายุฤดูร้อน 5-7 เม.ย. ชี้กทม.และปริมณฑลจะมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 5-7 เมษายน 2561)"  ฉบับที่ 4 ลงวันที่ 04 เมษายน 2561              ในช่วงวันที่ 5-6 เมษายน 2561 ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฟ้าผ่า กับมีลูกเห็บตกและมีฝนตกหนักบางพื้นที่           ส่วนในวันที่ 7 เมษายน 2561 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออกจะมีฝนลดลง ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานคร           และปริมณฑลยังคงมีฝนฟ้าคะนองได้ต่อเนื่อง           จึงขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฟ้าผ่า และลูกเห็บตกที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมขัง และน้ำป่าไหลหลาก สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย โดยจะมีผลกระทบตามพื้นที่ต่างๆ ดังนี้           ในช่วงวันที่ 5-6 เมษายน 2561           ภาคเหนือ: จังหวัดเชียงราย พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์           ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองบัวลำภู หนองคาย อุดรธานี บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ ยโสธร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี           ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด           ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา           รวมทั้งกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล           ในวันที่ 7 เมษายน 2561           ภาคเหนือ: จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์           ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด           ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล           ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมถึงประเทศจีนตอนกลางแล้ว คาดว่าจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ในช่วงวันที่ 5-7 เมษายน นี้ ประกอบกับคลื่นกระแสลมตะวันตกเคลือนเข้าปกคลุมภาคเหนือ ทำให้บริเวณดังกล่าวมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฟ้าผ่า กับมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง                 สำหรับในช่วงวันที่ 7-9 เมษายน 2561 ลมตะวันออกที่พัดปกคลุมภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ และตรัง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและอันดามันเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งไว้ด้วย   จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด ประกาศ ณ วันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2561 เวลา 05.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2561 เวลา 11.00 น. ข่าวที่เกี่ยวข้อง </iframe;</div>

 5,213
สังคม-อาชญากรรม
29 มี.ค. 61

ทช.แนะนำ 8 เส้นทางเลี่ยง-ทางลัด เดินทางช่วงสงกรานต์

วันที่ 30 มีนาคท 2561 กรมทางหลวงชนบท แนะนำเส้นทางลัดเส้นทางเลี่ยง การเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2561 ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนสามารถสัญจรได้อย่างสะดวก และแบ่งเบาปริมาณการจราจรบนสายทางหลัก โดยมีเส้นทาง 8 สายหลัก ดังนี้     1. เส้นทางเลี่ยงจากกรุงเทพฯ สู่ภาคใต้ ภาคเหนือ ถนนนครอินทร์และถนนราชพฤกษ์ สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางออกจากกรุงเทพฯ ไปสู่จังหวัดพื้นที่ภาคเหนือสามารถใช้เส้นทาง ได้ดังนี้     - จากถนนแจ้งวัฒนะ (สาย 304) ตรงไปแยกปากเกร็ด ก่อนถึงแยกปากเกร็ดให้ขึ้นสะพานยกระดับไปยังถนนชัยพฤกษ์ตรงไปบรรจบกับถนน ราชพฤกษ์ (จุดที่ 6 ) แล้วข้ามสะพานยกระดับเข้า จ.ปทุมธานี จนไปบรรจบกับถนนสาย 345 (จุดที่ 7 ) ให้เลี้ยวซ้ายวิ่งตรงผ่านสี่แยกไปยังถนนสาย 340 ผ่าน จ.สุพรรณบุรีไป จ.ชัยนาท เข้าถนนเอเชีย (สาย 32)ผ่าน จ.นครสวรรค์ เพื่อเข้าสู่ภาคเหนือ - จากถนนแจ้งวัฒนะ (สาย 304) ตรงไปแยกปากเกร็ด ก่อนถึงแยกปากเกร็ดให้ขึ้นสะพานยกระดับไปยังถนนชัยพฤกษ์ ตรงไปบรรจบกับถนน ราชพฤกษ์(จุดที่ 6 ) แล้วข้ามสะพานยกระดับเข้า จ.ปทุมธานี จนไปบรรจบกับถนนสาย 345 (จุดที่ 7 ) ให้เลี้ยวซ้ายจนไปบรรจบกับถนนวงแหวนตะวันตก(สาย 9) แล้วเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนวงแหวนตะวันตก วิ่งตรงไปจนถึงทางต่างระดับบางปะอิน แล้วใช้ถนนพหลโยธิน (สาย 1) มุ่งหน้า จ.สระบุรี เพื่อไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือใช้ถนนเอเชีย (สาย 32) เพื่อไปสู่ภาคเหนือ - จากถนนสาธรข้ามสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชไปยังถนนราชพฤกษ์ วิ่งตรงไปจนไปบรรจบกับถนนสาย 345 (จุดที่ 7 ) ให้เลี้ยวซ้ายวิ่งตรงผ่านสี่แยกไปยังถนนสาย 340 ผ่าน จ.สุพรรณบุรีไป จ.ชัยนาทเข้าถนนเอเชีย (สาย 32) ผ่าน จ.นครสวรรค์มุ่งหน้าสู่ภาคเหนือ สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางออกจากกรุงเทพฯ ไปสู่จังหวัดพื้นที่ภาคใต้สามารถใช้เส้นทาง ได้ดังนี้   - จากถนนแจ้งวัฒนะ (สาย 304) ตรงไปแยกปากเกร็ด ก่อนถึงแยกปากเกร็ดให้ขึ้นสะพานยกระดับไปยังถนนชัยพฤกษ์ ตรงไปบรรจบกับถนนราชพฤกษ์ (จุดที่ 6 ) ให้เลี้ยวซ้ายไปตามเส้นทางถนนราชพฤกษ์จนถึงทางแยกต่างระดับสวนเลียบ (จุดที่ 1 ) ให้เลี้ยวขวาเข้าถนนกัลปพฤกษ์ไปยัง จ.สมุทรสาครผ่าน จ.เพชรบุรี เพื่อมุ่งหน้าสู่ภาคใต้ - จากถนนติวานนท์ (สาย 306) ผ่านกระทรวงสาธารณสุข ให้ข้ามสะพานยกระดับไปยังถนนนครอินทร์ วิ่งไปบรรจบกับถนนราชพฤกษ์ (จุดที่ 4 ) ให้เลี้ยวซ้ายไปตามเส้นทางถนนราชพฤกษ์จนถึงทางแยกต่างระดับสวนเลียบ (จุดที่ 1 ) ให้เลี้ยวขวาเข้าถนนกัลปพฤกษ์ตรงไป จ.สมุทรสาคร ผ่านจ.เพชรบุรี เพื่อมุ่งหน้าสู่ภาคใต้ - จากถนนสาธรข้ามสะพานตากสินไปยังถนนราชพฤกษ์วิ่งตรงไปจนถึงทางแยกต่างระดับสวนเลียบ (จุดที่ 1) ให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนกัลปพฤกษ์ตรงไป จ.สมุทรสาคร ผ่าน จ.เพชรบุรี เพื่อมุ่งหน้าสู่ภาคใต้   2. เส้นทางเลี่ยงจากกรุงเทพฯ สู่ภาคเหนือ (จ.เพชรบูรณ์) สาย สบ.3021 แยกทางหลวงหมายเลข 362 – บ้านหนองปลากระดี่   ท่านที่จะเดินทางไปภาคเหนือ (จ.เพชรบูรณ์) มักจะประสบปัญหาการจราจรติดขัด ช่วงเดินทางผ่านตัวเมืองสระบุรี กรมทางหลวงชนบทขอแนะนำเส้นทางเลี่ยงการจราจรติดขัดโดยให้ผู้ใช้เส้นทางเลี่ยงไปใช้ถนนทางหลวงชนบท สาย สบ.3021 แยกทางหลวงหมายเลข 362-บ้านหนองปลากระดี่ ซึ่งผู้ที่เดินทางจากกรุงเทพฯ ไปตามถนนพหลโยธิน เมื่อถึง กม.ที่ 89+000 ให้สังเกตป้ายทางเลี่ยงเมืองสระบุรี แล้วออกคู่ขนานเมื่อถึงแยกหินกอง ให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 329 จากนั้นให้วิ่งไปจนถึงสี่แยกร่องแซง โดยให้สังเกตป้ายเลี่ยงเมืองสระบุรี ให้เลี้ยวขวาเข้าถนนทางหลวงชนบท สบ.3021 แยกทางหลวงหมายเลข 362-บ้านหนองปลากระดี่ ให้ผู้เดินทางใช้เส้นทางนี้ไปจนสุดเส้นทางก็จะพบกับทางเลี่ยงเมืองสระบุรี ก็จะสามารถเดินทางไป จ.เพชรบูรณ์ ได้โดยสวัสดิภาพ   3. เส้นทางเลี่ยงจากภาคตะวันออก สู่ภาคเหนือ สาย นม.1016 แยกทางหลวงหมายเลข 2 - บ้านกุดคล้า และ สาย นม.3052 แยกทางหลวงหมายเลข 304 - บ้านท่ามะปรางค์     ท่านที่ต้องการเดินทางจากภาคตะวันออกเพื่อจะมุ่งหน้าไปภาคเหนือ นั้น กรมทางหลวงชนบท ขอแนะนำเส้นทางเลี่ยง-ทางลัด โดยผู้ใช้เส้นทางสามารถเดินทางจากภาคตะวันออก โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 304 มุ่งหน้าไป อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา เมื่อถึง กม.ที่ 56+400 ให้สังเกตป้ายเขาใหญ่ ปากช่อง มวกเหล็ก แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนทางหลวงชนบท สาย นม.3052 แยกทางหลวงหมายเลข 304-บ้านท่ามะปรางค์ ให้ผู้ใช้เส้นทางเดินทาง ตามเส้นทางดังกล่าวไปจนสุดปลายทาง จะพบกับถนนทางหลวงหมายเลข 2090 ให้เลี้ยวขวาแล้วขับตรงไปประมาณ 2 กิโลเมตร โดยให้สังเกตป้ายเลี้ยวซ้าย อ.มวกเหล็ก แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนทางหลวงชนบท สาย นม.1016 แยกทางหลวงหมายเลข 2-บ้านกุดคล้า ใช้เส้นทางดังกล่าวไปจนสุดปลายทาง ก็จะพบกับถนนทางหลวงหมายเลข 2 (กม.ที่ 144+000 ) ก็จะสามารถเดินทางโดยใช้เส้นทางถนนหลวงหมายเลข 2 ไปยังภาคเหนือได้โดยสวัสดิภาพ   4. เส้นทางเลี่ยงการจราจร จังหวัดเพชรบุรี สาย พบ.6020 บ้านลาด - บ้านโพธิ์ลอย จังหวัดเพชรบุรี     ท่านที่เดินทางจากกรุงเทพฯ เพื่อมุ่งสู่ภาคใต้นั้นกรมทางหลวงชนบทขอแนะนำเส้นทางเลี่ยงการจราจรติดขัดบริเวณ จ.เพชรบุรี ดังนี้ โดยให้ผู้ใช้เส้นทางจากกรุงเทพฯใช้ทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) ถึง กม.ที่ 153+500 ให้เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 3204 ผ่านสี่แยกไฟแดง และผ่านโรงพยาบาลบ้านลาด ถึงสี่แยกไฟแดงบ่อหมันระยะทางประมาณ 9 กม.ให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนทางหลวงชนบทสาย พบ.5020 ผ่านโรงเรียนบ้านลาดวิทยาคม จะเจอคลองชลประทานขับตรงไปพบสี่แยกบ้านลาดให้ขับตรงไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 3179 ประมาณ 2.6 กม. พบสามแยกท่าศาลาให้เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 4 เพื่อเดินทางสู่ภาคใต้ ต่อไป   5. เส้นทางเลี่ยงการจราจร จังหวัดราชบุรี สาย รบ. 1010 แยกทางหลวงหมายเลข 4 อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ท่านที่เดินทางจาก จ.นครปฐม มาตามเส้นทางแยกทางหลวงหมายเลข 4 มุ่งหน้าสู่ภาคใต้เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการจราจรแออัด ช่วง จ.ราชบุรี กรมทางหลวงชนบท ขอแนะนำเส้นทางเลี่ยงปัญหาการจราจรแออัด จ.ราชบุรี กรมทางหลวงชนบท ขอแนะนำเส้นทางเลี่ยง สายทาง รบ.1010 แยกทางหลวงหมายเลข 4-แยกทางหลวงหมายเลข 4 โดยที่ท่านจะเดินทางมาตามเส้นทางหลวงหมายเลข 4 มุ่งหน้าเข้าสู่ จ.ราชบุรี ผ่านอำเภอบ้านแพน จนถึงช่วง กม.ที่ 97+350 โดยสังเกตป้ายแนะนำเส้นทางให้ขับชิดซ้ายไปจนถึงช่วง กม. ที่ 97+500 จุดสังเกตป้ายแนะนำเส้นทางจากนั้นให้ขับรถวิ่งเข้าสู่เส้นทางคู่ขนาน ช่วง กม.ที่ 98+300 ให้เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนน กรมทางหลวงชนบท สายทาง รบ.1010 ให้วิ่งตรงไปตามเส้นทางขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำแม่กลองไปบรรจบกับถนนทางหลวงหมายเลข 4 ช่วง กม.ที่ 109+000 และเลี้ยวซ้าย มุ่งสู่ จ.เพชรบุรี ตามทางหลวงหมายเลข 4 เพื่อเดินทางสู่ภาคใต้ต่อไป   6. เส้นทางเลี่ยงการจราจร จังหวัดนครสวรรค์ สาย นว.1001 แยกทางหลวงหมายเลข 1 - บ้านลาดยาว อำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์   - เส้นทางเลี่ยง จาก จ.อุทัยธานี, จ.นครสวรรค์ ไป จ.กำแพงเพชร ใช้เส้นทางเลี่ยงมุ่งหน้าสู่ จ.นครสวรรค์ โดยใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 ผ่าน จ.ชัยนาท จนถึง กม.ที่ 309+000 ให้ขับรถชิดซ้ายไปตามเส้นทาง จนถึง กม.ที่ 310+000 เลี้ยวซ้ายไปใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 333 วิ่งตรงไปตามเส้นทางประมาณ 15.000 กิโลเมตร ไปบรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3220 (สามแยกวัดสังกัตรัตนคีรี (เขาสะแกกรัง) เลี้ยวขวาไปตามเส้นทางประมาณ 2.000 กิโลเมตร พบสามแยก เลี้ยวซ้ายไปใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3221 มุ่งหน้าสู่อำเภอทัพทันวิ่งตรงไปประมาณ 18.000 กิโลเมตร พบสี่แยกขับตรงไปใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3013 ผ่านอำเภอสว่างอารมณ์ จนไปบรรจบที่สี่แยกอำเภอลาดยาว ขับตรงไปเข้าสู่ถนนทางหลวงชนบท นว.1001 วิ่งไปตามเส้นทางประมาณ 22.000 กิโลเมตร จนไปบรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ จ.กำแพงเพชร ต่อไป - เส้นทางเลี่ยง จาก จ.กำแพงเพชร, จ.นครสวรรค์ จาก จ.กำแพงเพชรมุ่งหน้าสู่ จ.นครสวรรค์ ใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 เมื่อมาถึงช่วง กม.ที่ 374+000 ให้กลับรถแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนทางหลวงชนบท นว.1001 วิ่งไปตามเส้นทางประมาณ 22.000 กิโลเมตร ไปบรรจบที่สี่แยกอำเภอลาดยาว ขับตรงไปใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3013 ผ่านอำเภอสว่างอารมณ์ จนมาบรรจบที่สี่แยก อำเภอทัพทัน สามารถใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3013 วิ่งตรงไปบรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 333 ที่อำเภอหนองฉาง เลี้ยวขวามุ่งเข้าสู่อำเภอด่านช้างและจังหวัดสุพรรณบุรี ต่อไป หรือใช้เส้นทางจากสี่แยกอำเภอทัพทัน ขับตรงไปใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3221 ประมาณ 18.000 กิโลเมตร จนไปบรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3220 ที่สามแยก เลี้ยวขวาไปตามเส้นทางประมาณ 2.000 กิโลเมตร พบสามแยกวัดสังกัตรัตนคีรี (เขาสะแกกรัง) เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 333 วิ่งตรงไปบรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 เลี้ยวขวามุ่งหน้าสู่ กรุงเทพฯ ต่อไป   7. เส้นทางเลี่ยงการจราจร จังหวัดแม่ฮ่องสอน สาย มส.4001 แยกทางหลวงหมายเลข 1095-บ้านรักไทย อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน   ท่านที่เดินทางไปท่องเที่ยวบ้านรักไทย กรมทางหลวงชนบทขอแนะนำเส้นทางท่องเที่ยวบ้านรักไทย โดยใช้เส้นทางที่เดินทางจาก อ.เมืองเชียงใหม่ ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 ผ่านอำเภอแม่ริม เมื่อถึง กม.ที่ 32+000 ให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1095 ผ่านอำเภอปาย, อำเภอปางมะผ้า จนถึง กม.ที่ 198+050 โดยให้สังเกตป้ายเลี้ยวขวาบ้านรักไทย และเลี้ยวขวาเข้าถนนทางหลวงชนบท สาย มส.4001 มุ่งสู่บ้านรักไทยต่อไป หรือท่านที่เดินทางจากอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอนให้ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 108 จนไปบรรจบกับทางหลวงหมายเลข 1095 แล้วขับตรงไปจนถึง กม.ที่ 198+050 โดยสังเกตป้ายเลี้ยวซ้ายบ้านรักไทย และเลี้ยวซ้ายเข้าถนนทางหลวงชนบทสาย มส.4001 มุ่งสู่บ้านรักไทยต่อไป   8. เส้นทางเลี่ยงการจราจร สะพานนนทบุรี 1 จังหวัดนนทบุรี     กรมทางหลวงชนบท แนะนำเส้นทางเลี่ยงการจราจรติดขัดบริเวณถนนรัตนาธิเบศร์ โดยให้ผู้ใช้เส้นทางถนนรัตนาธิเบศร์ มุ่งหน้าสู่อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี เมื่อถึงถนนเลี่ยงเมืองนนทบุรีให้สังเกตป้ายเลี้ยวขวาเข้าถนนเลี่ยงเมืองนนทบุรี ขับตามเส้นทางให้สังเกตป้ายเลี้ยวขวาสะพานนนทบุรี 1 เลี้ยวขวามุ่งหน้าสู่สะพานนนทบุรี 1 โดยใช้สะพานนนทบุรี 1 ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยามุ่งหน้าสู่ถนนราชพฤกษ์ และใช้ถนนราชพฤกษ์เดินทางสู่ภาคใต้ต่อไป            ทั้งนี้ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประชาชนสามารถติดต่อสอบถามเส้นทางเลี่ยงของกรมทางหลวงชนบทได้ที่สายด่วน 1146 ตลอด 24 ชั่วโมง

 3,379
สังคม-อาชญากรรม
22 มี.ค. 61

อุตุฯ ประกาศ ฉบับที่ 17 "พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน" ส่งผลกระทบถึง 23 มี.ค. นี้

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน(จะมีผลกระทบจนถึงวันที่ 23 มีนาคม 2561)"  ฉบับที่ 17 ลงวันที่ 22 มีนาคม 2561        บริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ฟ้าผ่า ลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ จึงขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อน และฟ้าผ่าที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง โดยเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออกมีฝนลดลง และอากาศจะคลายความร้อนลง สำหรับภาคใต้จะมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น โดยจะมีผลกระทบดังนี้      ในช่วงวันที่ 22 มีนาคม 2561           ภาคเหนือ: จังหวัดเชียงใหม่ แพร่ ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์           ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดชัยภูมิ นครราชสีมา และบุรีรัมย์           ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล           ภาคตะวันออก: จังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด           ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร   ในวันที่ 23 มีนาคม 2561           ภาคใต้: จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และสงขลา   ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนได้แผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนแล้ว ในขณะที่บริเวณดังกล่าวมีอากาศร้อน ทำให้มีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น           จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด           ประกาศ ณ วันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2561 เวลา 11.00 น.           กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2561 เวลา 17.00 น. ข่าวที่เกี่ยวข้อง </iframe;</div>

 17,734
สังคม-อาชญากรรม
19 มี.ค. 61

อุตุฯ เตือนประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน เหนือ-อีสาน-ตะวันออก-ใต้ ระวังฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประจำวันที่ 19 มีนาคม 2561  ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนโดยทั่วไป และมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้    อนึ่ง บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมถึงประเทศจีนตอนกลางแล้ว คาดว่า ในช่วงวันที่ 20-23 มีนาคม 2561 จะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ รวมถึงฟ้าผ่า โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกจะได้รับผลกระทบในวันที่ 20 มีนาคม 2561 ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะได้รับผลกระทบในวันถัดไป (21 มีนาคม 2561) จึงขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงอันตรายจากฟ้าผ่า สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย    ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยาหย่อมความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศร้อนโดยทั่วไป ในขณะที่ลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าว มีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ในระยะนี้   พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 12:00 วันนี้ ถึง 12:00 วันพรุ่งนี้.   ภาคเหนือ อากาศร้อน กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน  อุณหภูมิต่ำสุด 17-25 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 32-38 องศาเซลเซียส  ลมใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.    ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศร้อน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่  ส่วนมากบริเวณจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี  สกลนคร นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี  อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 35-38 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.    ภาคกลาง อากาศร้อน กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่  ส่วนมากบริเวณจังหวัดลพบุรี สระบุรี และพระนครศรีอยุธยา  อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 35-38 องศาเซลเซียส  ลมใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.    ภาคตะวันออก มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่  ส่วนมากบริเวณจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี  ระยอง จันทบุรี และตราด  อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร    ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่  ส่วนมากบริเวณจังหวัดสงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส  อุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร    ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่  ส่วนมากบริเวณจังหวัดกระบี่ ตรัง และสตูล  อุณหภูมิต่ำสุด 20-26 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร    กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่  อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส  ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. 

 8,195
สังคม-อาชญากรรม
16 มี.ค. 61

ป้าทุบรถแจ้งเอาผิดสาวจอดรถขวางบ้านแจ้งความเท็จ ยันให้โอกาสหากต้องการเจรจา

ป้าทุบรถแจ้งเอาผิดสาวจอดรถขวางบ้านแจ้งความเท็จ แต่ให้โอกาสหากต้องการเจรจาให้ติดต่อผ่านมาทางเจ้าหน้าที่   เมื่อเวลา 10.30 น. นางสาวบุญศรี และนางสาวรัตนฉัตร แสงหยกตระการ พร้อมด้วยนายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ เข้าพบพ.ต.อ.อลงกรณ์ ศิริสงคราม ผกก.สน.ประเวศ เพื่อแจ้งความเอาผิดกับนางสาวรัชนิกร เลิศวาสนา ที่จอดรถขวางหน้าบ้าน ในความผิดแจ้งความเท็จทำให้ได้รับโทษทางอาญาเพิ่มขึ้น   โดยนายอนันต์ กล่าวว่าหลังเกิดเหตุนางสาวมณีรัตน์ ที่วันนี้ติดธุระไม่ได้มาด้วย ได้ใช้ขวานทุบรถของนางสาวรัชนิกร ที่จอดรถขวางหน้าบ้าน และในวันเกิดเหตุนางสาวรัชนีกร ได้เข้าแจ้งความกับตำรวจกล่าวหานางสาวมณีรัตน์กับพวกในข้อหาทำให้เสียทรัพย์ พกพาอาวุธและข่มขู่ นั้นเป็นการแจ้งความที่เกินความเป็นจริง เพราะขวานและเสียม ที่ป้าใช้นั้น ไม่ได้เป็นอาวุธโดยสภาพ    และจากการตรวจภาพวิดีโอในวันเกิดเหตุ เมื่อบ่ายวันที่ 18 กพ.ที่ผ่านมา แล้วพบว่าเมื่อป้าทั้งสองพยายาม เรียกให้นางสาวรัชนิกร เลื่อนรถไม่ให้ขวางประตูบ้าน แต่นางสาวรัชนิกร ยังไม่ยอมเลื่อนรถให้ แต่กลับลงจากรถและมายืนโทรศัพท์ต่ออีก จนป้าใช้สิทธิ์ของตัวเอง ที่ถูกกระทำมานาน จึงใช้ขวานทุบรถ พร้อมทั้งนำเอกสารต่างๆที่มีทั้งคำสั่งศาลสั่งปรับสำนักงานเขตประเวศ เเละเตือนผู้ว่ากทม. แสดงให้เห็นว่า ผู้เสียหายได้รับความเดือดร้อนรำคาญจากการที่ผู้ประกอบการตลาดไม่ดูแลและให้มีการจอดรถขวางหน้าบ้านเป็นประจำเกือบทุกวันเป็นเวลานานเกือบ 10 ปี    ส่วนนางสาวรัตนฉัตร กล่าวว่า หลังเกิดเหตุ นางสาวรัชนิกร ได้ให้คนติดต่อมาเพื่อจะดูแลความเสียหายให้ทั้งหมด แต่ทางตนไม่อยากรับปากไปเนื่องจากเกรงว่าจะเป็นการจัดฉาก แต่ยังให้โอกาสนางสาวรัชนิกร หากต้องการเจรจาก็ให้ติดต่อผ่านเจ้าหน้าที่มาอย่างเป็นทางการก่อน   ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 15,416
สังคม-อาชญากรรม
11 มี.ค. 61

กรมปศุสัตว์แจงประกาศ กทม. เป็นพื้นที่พิษสุนัขบ้าระบาดชั่วคราว วอนปชช.ไม่ต้องตื่นตระหนก

นายสัตวแพทย์จีระศักดิ์ พิพัฒนพงศ์โสภณ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวถึง สถานการณ์โรคพิษสุนัขบ้าว่า กรุงเทพมหานคร  ไม่ใช่เขตพื้นที่โรคระบาดพิษสุนัขบ้าแม้แต่จุดเดียว แต่ข่าวที่ต้องประกาศเป็นพื้นที่โรคระบาดพิษสุนัขบ้าชั่วคราว 30 วัน เนื่องจากมีผู้เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้าภายใน 2 ปีที่ผ่านมา แต่ยืนยันว่าปัจจุบันกรุงเทพฯ ไม่ได้สุนัขที่เป็นโรคพิษสุนัขบ้า จึงต้องทำตามมาตรฐานขององค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ หรือ OIE ส่วน จ.นนทบุรี พบว่ามีการระบาดจริงแต่เป็นเพียงจุดเล็กๆ เท่านั้น ส่วนพื้นที่สีแดงสามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว            ชมผ่านยูทูปได้ที่ https://youtu.be/FS-nWwZEz04

 3,709
สังคม-อาชญากรรม
23 ก.พ. 61

ปภ.เผย 16 จว.ได้รับผลกระทบจากวาตภัย พร้อมประสาน 54 จว.- กทม. รับมือฝนถล่ม 23-24 ก.พ.นี้

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สรุปมีจังหวัดได้รับผลกระทบจากวาตภัย 16 จังหวัด พร้อมประสาน 54 จังหวัด รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เตรียมรับมือพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง ในช่วงวันที่ 23 –24 กุมภาพันธ์นี้   นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือปภ. เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 21-22 ก.พ.61 มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากวาตภัย รวม 16 จังหวัด ประกอบด้วย สุโขทัย เพชรบูรณ์ อุดรธานี สกลนคร เลย นครพนม หนองคาย มหาสารคาม หนองบัวลำภู นครราชสีมา ขอนแก่น บึงกาฬ มุกดาหาร ชัยภูมิ กาฬสินธุ์ และ อุทัยธานี รวม 32 อำเภอ 57 ตำบล 147 หมู่บ้าน 12 ชุมชน บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 1,258 หลัง ผู้เสียชีวิต 1 ราย    ซึ่ง ปภ. ได้ประสานจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้น โดยแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค กระเบื้องมุงหลังคา และวัสดุอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้านเรือนแก่ผู้ประสบภัยตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ โดยด่วนแล้ว    ทั้งนี้ จากการติดตามสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ในช่วงวันที่ 23-24 ก.พ.61 ยังมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฝนตกหนักบางแห่ง และอาจมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 16 จังหวัด ภาคเหนือ 12 จังหวัด ภาคกลาง 13 จังหวัด ภาคตะวันออก 6 จังหวัด ภาคใต้ 7 จังหวัด รวมถึง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล    ปภ.จึงได้ประสานจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัย จัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศและเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด อีกทั้งจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ให้พร้อมช่วยเหลือผู้ประสบภัย อย่างทันท่วงที ตลอดจนแจ้งเตือนประชาชนให้ติดตามพยากรณ์อากาศ ระมัดระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง อยู่ให้ห่างจากต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณาและสิ่งก่อสร้างที่ไม่แข็งแรงในช่วงที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 31,794
สังคม-อาชญากรรม
21 ก.พ. 61

ผู้ว่าฯ กทม.ลงพื้นที่เยียวยาเจ้าของบ้านป้าทุบรถ คาด7วันรู้ผลสั่งปิดหรือไม่ หลังพบไม่มีใบอนุญาตตั้้งตลาด

ส่วนปัญหาตลาดนัดในหมู่บ้านย่านสวนหลวง เช้าวันนี้ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจสอบตลาดเพื่อเยียวยาเจ้าของบ้าน หลังตรวจสอบพบการสร้างตลาด 2 ใน 5 ตลาด ไม่มีการขอใบอนุญาต ขณะที่อีก 3 ตลาด ขออนุญาตก่อสร้างผิดประเภท   พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมคณะเดินทางมายังบ้านพักเลขที่ 37/208 ของนางสาวบุญศรี แสงหยกตระการ ที่พักอาศัยอยู่กับครอบครัวรวม 4 คน และได้รับผลกระทบจากการสร้างตลาดภายในซอยรายล้อมบ้านพักมากถึง 5 แห่ง ทั้งเรื่องการจอดรถกีดขวางทางเข้า-ออกบ้าน กลิ่น และเสียง จนเกิดเหตุทุบรถที่จอดขวางหน้าบ้าน เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา   ซึ่งระหว่างที่พล.ต.อ.อัศวิน เดินทางมาถึงได้พยายามติดต่อเจ้าของบ้านเพื่อพูดคุยถึงปัญหาที่เกิดขึ้น โดยสามารถติดต่อพูดคุยกับนางสาวบุญศรี ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ เนื่องจากนางสาวบุญศรี ออกไปทำธุระนอกบ้าน ซึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้แจ้งความประสงค์ว่า ต้องการมาเยียวยาความทุกข์ร้อนที่เกิดขึ้น หลังทราบจากข่าว และขอทราบความประสงค์ของเจ้าของบ้าน ว่าต้องการให้กรุงเทพมหานคร ดำเนินการอย่างไร และรับปากจะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของกรุงเทพมหานคร โดยจะขอดูระเบียบข้อบังคับ ว่าทำได้หรือไม่ โดยจะดูว่า มีการถูก-ผิดในเรื่องใด เพื่อแก้ไขให้ถูกต้อง    จากการตรวจสอบตลาดทั้ง 5 ตลาดที่อยู่โดยรอบ ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา พบว่า ตลาดที่ 1 มีการขออนุญาตก่อสร้างเป็นอาคารพาณิชย์ แต่ถูกกลับมาก่อสร้างเป็นตลาด สำหรับตลาดที่ 2 และ 3 มีการขออนุญาตก่อสร้างในเชิงพาณิชย์ ไม่ได้ขออนุญาตก่อสร้างตลาดแต่อย่างใด   ขณะที่ตลาดที่ 4 และ 5 ไม่มีใบอนุญาตใด ๆ ทั้งสิ้น ซึ่งได้สั่งให้ปิดตลาดแล้ว  โดยยืนยันว่าภายใน 7 วัน จะดำเนินการให้แล้วเสร็จว่าจะต้องทำอย่างไร หลังจากนี้ตั้งคณะกรรมการพิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริง จะรู้ผลภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ รวมทั้งให้ทำบันทึกแจ้งไปยังเจ้าของตลาด ว่าส่วนใดที่ทำไม่ถูกต้อง หากต้องปิดตลาด ก็คงต้องใช้ระยะเวลาแจ้งให้ทราบล่วงหน้า เพื่อไม่ให้ผู้ค้าเดือดร้อน และมีเวลาหาที่ค้าขายใหม่   ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 10,280
สังคม-อาชญากรรม
16 ก.พ. 61

สธ.เผย 3 อาชีพเผชิญวิกฤติฝุ่นละอองกทม.หนักสุด

จากปัญหาฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐาน 2.5 ไมครอนเฉลี่ย 24 ชั่วโมงในพื้นที่กรุงเทพมหานครนั้น  ล่าสุด นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ออกมาแสดงความเป็นห่วงสุขภาพของประชาชนที่ต้องอาศัยหรือทำงานอยู่บริเวณพื้นที่ค่าฝุ่นละอองสูง โดยเฉพาะ 3 อาชีพ ได้แก่ วินมอเตอร์ไซค์  ,ตำรวจจราจร และพนักงานทำความสะอาด ซึ่งถึงแม้ว่าปัญหาสุขภาพจะไม่ส่งผลในทันที แต่ต้องหมั่นสังเกตตัวเองและตรวจสุขภาพ  ควรมีการสวมเครื่องป้องกัน หน้ากากเอ็น 95             ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/9lgKA26rF9w

 2,483
สังคม-อาชญากรรม
15 ก.พ. 61

ค่าฝุ่นละอองใน กทม.ยังเกินมาตรฐาน ชี้ริม ถ.อินทรพิทักษ์ เขตธนบุรี ครองแชมป์

วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561 กรมควบคุมมลพิษ รายงานสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เวลา 08.00 น.พบปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 ตรวจวัดได้ระหว่าง 51-84 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เกินเกณฑ์มาตรฐานที่ 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร 6 สถานี ที่บริเวณริมถนนพระราม 4 ตรวจวัดได้ 68 ไมโครกรัมต่อลูกยาศก์เมตร,ริมถนนอินทรพิทักษ์ เขตธนบุรี 84 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร,ริมถนนลาดพร้าว 65 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร,ริมถนนพญาไท 51 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร,เขตบางนา 66 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และเขตวังทองหลาง 65 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยปริมาณฝุ่นละอองมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น   ทั้งนี้กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์สภาพอากาศในพื้นที่ กทม.อากาศเย็น อุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-3 องศาเซลเซียส กับมีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาในบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 21-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียสความชื้น 91%ลมสงบ ลักษณะเช่นนี้จะทำให้ฝุ่นละอองในบรรยากาศเพิ่มขึ้น   อย่างไรก็ตาม กรมควบคุมมลพิษ แนะนำให้ประชาชนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง (ผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ และผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด) ที่อยู่อาศัย หรือต้องเข้าในพื้นที่ที่ฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน หากจำเป็นต้องออกจากอาคาร ควรใส่หน้ากากอนามัย และหากมีอาการผิดปกติควรรีบพบแพทย์ โดยขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการกำกับดูแลกิจกรรมต่างๆ ที่อาจก่อให้เกิดฝุ่นละอองในพื้นที่ เช่น การใช้ยานพาหนะ การเผา และโดยเฉพาะการก่อสร้าง ให้มีมาตรการป้องกันการฟุ้งกระจายของฝุ่นละออง รวมทั้งรถบรรทุกขนส่งวัสดุก่อสร้างให้มีการปิดคลุมให้มิดชิด เพื่อที่จะช่วยลดปริมาณฝุ่นละอองลงได้ ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 2,564
สังคม-อาชญากรรม
14 ก.พ. 61

กทม.ค่าฝุ่นละออง ยังสูงเกินมาตรฐานทุกพื้นที่ แนะใช้หน้ากากอนามัย n95 ช่วยกรองฝุ่นขนาดเล็กได้ดีที่สุด

ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 กรมควบคุมมลพิษ รายงานสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครเมื่อเวลา 08.00 น. โดยตรวจวัดได้ระหว่าง 52-72 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เกินค่ามาตรฐาน 6 พื้นที่ เขตบางนา 61 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร, เขตวังทองหลาง 60 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร, ริมถนนพระราม 4 เขตปทุมวัน 53 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร, ริมถนนอินทรพิทักษ์ เขตธนบุรี 72 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร, ริมถนนลาดพร้าวเขตวังทองหลาง 53 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และที่ริมถนนพญาไท เขตรายเมวี 52 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นที่ริมถนนอินทรพิทักษ์และริมถนนพญาไท   อย่างไรก็ตาม กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์สภาพอากาศในพื้นที่ กทม. อากาศเย็นในตอนเช้า และอุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 20-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ความชื้น 87% ลมสงบ ลักษณะเช่นนี้จะทำให้ฝุ่นละอองในบรรยากาศเพิ่มขึ้น   สำหรับประชาชนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง (ผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ และผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด) ที่อยู่อาศัย หรือต้องเข้าในพื้นที่ที่ฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน หากจำเป็นต้องออกจากอาคาร ควรใส่หน้ากากอนามัย และหากมีอาการผิดปกติควรรีบพบแพทย์   ทั้งนี้กรมควบคุมมลพิษขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการกำกับดูแลกิจกรรมต่าง ๆ ที่อาจก่อให้เกิดฝุ่นละอองในพื้นที่ เช่น การใช้ยานพาหนะ การเผา และโดยเฉพาะการก่อสร้าง ให้มีมาตรการป้องกันการฟุ้งกระจายของฝุ่นละออง รวมทั้งรถบรรทุกขนส่งวัสดุก่อสร้างให้มีการปิดคลุมให้มิดชิด เพื่อที่จะช่วยลดปริมาณฝุ่นละอองลงได้   ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 3,125

Top