ค้นหา :

ผลการค้นหา "ฝังดิน"

สังคม-อาชญากรรม
04 พ.ย. 60

3 ผู้ต้องสงสัยแฉน้องสาวผู้ใหญ่บ้านฆ่าลูกจ้างวัย16 ก่อนเอาศพฝังดิน หลังแม่ออกตามหา 5 ปี

ความคืบหน้าจากกรณีที่แม่ชาวจังหวัดเพชรบุรีเข้าร้องเรียนกับ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ว่าลูกสาววัย 16 ปี ได้หายสาบสูญไปนานกว่า 5 ปี โดยล่าสุดได้เบาะแสว่าถูกทำร้ายเสียชีวิตและนำศพมาซุกซ่อนอำพรางไว้ที่ไร่บริเวณซอยศาลาลอย 4 บ้านนามอญ หมู่ 7 ต.หนองโสนอ.เมือง จ.เพชรบุรี     เมื่อวานนี้ (3 พ.ย.) เจ้าหน้าที่ได้ทำการขุดค้นหาบริเวณใต้ต้นตาลท้ายไร่ ซึ่งเป็นจุดที่ได้รับแจ้งเบาะแส ใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง ขุดลึกไปประมาณ 1 เมตร พบห่อผ้าพลาสติกขนาดใหญ่ เปิดดูพบผ้าห่มห่อหุ้มถุงขยะพลาสติกดำ คลี่ออกพบโครงกระดูกมนุษย์ สวมเสื้อเชิ้ตสีขาว สวมกางเกงในสีเนื้อ ไม่พบเสื้อผ้าและหลักฐานอื่น แพทย์ชันสูตรศพเบื้องต้นพบกรามด้านซ้ายหัก ซี่โครงขวาหัก      ในเวลาต่อมาคุณแม่ได้เดินทางไปที่เกิดเหตุ แสดงความมั่นใจว่าเป็นโครงกระดูกของลูกสาวจริง เพราะจำฟันและผมได้ พร้อมเล่าย้อนว่าในปี 55  เพื่อนของตนได้มาบอกว่ามีคนที่รู้จักต้องการเด็กไปทำงานบ้านในกรุงเทพฯ ตนจึงได้อนุญาตให้ลูกสาวเดินทางไปทำงาน โดยได้พาไปส่งไว้ที่บ้านของแม่ของ น.ส.โมรา (นามสมมติ) นายจ้างในอำเภอเมืองเพชรบุรี โดยนายจ้างสัญญาว่าจะดูแลลูกสาวตนเป็นอย่างดี และจะพากลับมาหาทุกสัปดาห์ แต่ปรากฏว่านายจ้างไม่เคยพาลูกสาวกลับมาสักครั้ง   ในช่วง 2 เดือนแรกตนได้ติดต่อกับลูกสาวเพียงโทรศัพท์ 2 ครั้งผ่านเบอร์ของนายจ้าง ครั้งสุดท้ายวันที่ 13 เมษายน 2555 ลูกสาวบอกว่าคิดถึงแม่ จากนั้นโทรศัพท์ได้ตัดไป ตนพยายามติดต่อแต่ไม่สามารถติดต่อได้ ต่อมานายจ้างอ้างว่าลูกสาวตนได้หนีออกจากบ้านไป ตนจึงเข้าแจ้งความคนหาย ไว้ที่ สภ. เมืองเพชรบุรี ที่ผ่านมาตนพยายามตามหาลูกมาโดยตลอด และยังมักจะฝันเห็นลูกสาว ได้ยินเสียงร้องไห้ ขอความช่วยเหลือ    กระทั่งเมื่อ 2 เดือนก่อน มีพลเมืองดีมาแจ้งเบาะแสตนว่าลูกสาวตนถูกนายจ้างซ้อมจนเสียชีวิตและนำศพมาฝังไว้ใกล้กับต้นตาลหลังบ้านของแม่นายจ้าง ซึ่งเป็นจุดเดียวกันกับที่ตนฝันเห็นลูกสาว จึงประสานไปยังมูลนิธิปวีณา เพื่อช่วยเหลือ เนื่องจาก ครอบครัวของนายจ้างเป็นผู้มีอิทธิพลในย่านดังกล่าวเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัยเป็นธรรม     ขณะที่ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก. 5 กองบังคับการปราบปราม ประสาน เจ้าที่พิสูจน์หลักฐานรวบรวมหลักฐาน และจะได้ส่งกระดูกดังกล่าวไปพิสูจน์ DNA และจะติดตามสืบหาผู้กระทำความผิด ส่วนทางแม่ของผู้เสียชีวิต ได้ร้องขอให้โอนคดีให้กองปราบดำเนินคดีหวั่นคดีไม่คืบ   ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กก.5 บก.ป. ได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยจำนวน 3 ราย กลับมาสอบสวนที่กองบังคับการปราบปราม โดยหลังจากสอบปากคำนานกว่า 6 ชั่วโมง มีข้อมูลล่าสุดออกมาว่า ทั้ง 3 คนให้การยอมรับว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการอำพรางซ่อนเร้นศพ แต่ไม่เกี่ยวข้องกับการตาย เบื้องต้นพบว่าผู้ก่อเหตุทั้งหมดเกี่ยวข้องเป็นเครือญาติกัน ส่วน น.ส.โมรา น้องสาวผู้ใหญ่บ้าน ที่กำลังหลบหนีเคยเข้าร่วมประกวดนางงาม เป็นคนอารมณ์ร้อน เวลาไม่พอใจมักจะทำร้ายผู้ตายเป็นประจำ โดยก่อนหน้าจะเกิดเหตุได้ใช้กระป๋องสเปรย์ตีผู้ตายได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ก่อนจะนำศพไปฝังดินใต้ต้นตาลเพื่ออำพรางคดี                ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/j0nLO3ACvIs  

 76,838
สังคม-อาชญากรรม
29 เม.ย. 60

จับได้แล้ว 'หมูหยอง' มือฆ่าโหดหนุ่มชัยภูมิฝังดิน อ้างทำไปเพราะอยากได้เงินซื้อบิ๊กไบค์

ความคืบหน้ากรณี นายนิรันดร์ สร้อยแก้ว อายุ 25 ปี หนุ่มหน้าตาดีถูกคนร้ายลวงไปฆ่าชิงรถก่อนเผาและฝังเพื่ออำพรางคดีที่ จ.ชัยภูมิ     ล่าสุด ตำรวจสามารถจับกุมตัว นายหมูหยอง วัย 18 ปี ผู้ต้องหาที่ร่วมมือกับพี่ชาย คือ นายวัชระ สาแก้ว หรือน็อต อายุ 22 ปี ฆาตกรรมนายนิรันดร์ หลังหนีมากบดานในพื้นที่เขาภูแลนคา โดยจากการสอบสวนนายหมูหยองรับสารภาพว่า รู้จักกับนายนิรันดร์มาตั้งแต่วันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยการเล่นโปรแกรม bigo ในโซเชียลกลุ่มเพื่อนชายอย่างบังเอิญ และได้มีการพูดคุยกันมาตลอด จากนั้นวันที่ 8 เม.ย. จึงได้วางแผนร่วมกับพี่ชายที่ถูกจับไปก่อนหน้านี้ ว่าให้หลอกมาหาเพื่อจะฆ่าชิงทรัพย์เพราะผู้ตายมีรถเก๋ง โดยมีการเตรียมจอบและเสียมไว้ จากนั้นตนได้พาผู้ตายไปที่ห้องพัก ก่อนจะลงมือแทงจนเสียชีวิตแล้วนำผ้ามาห่อศพไว้ ก่อนจะไปรับพี่ชายมาอุ้มศพขึ้นรถไปเผาแล้วฝังซ้ำอีกที   นายหมูหยอง ยังให้การอีกด้วยว่า สาเหตุที่ทำไปเพราะต้องการรถเก๋งเท่านั้น เพื่อที่จะเอาไปขายซื้อรถบิ๊กไบค์ที่อยากได้มานานแล้ว ส่วนพี่ชายก็ต้องการทรัพย์สินอย่างอื่น แต่รถเก๋งของผู้ตายเมื่อเอาไปขายกลับไม่มีใครซื้อ จึงนำไปขายผ่านตลาดมืดเต็นท์รถมือสองที่ กทม.แห่งหนึ่ง ได้ราคาเพียง 25,000 บาท แต่ก็ไม่พอซื้อรถบิ๊กไบค์ จนมาถูกตำรวจมาตามจับกุมได้ในที่สุด   ขณะที่ตำรวจได้นำตัวนายวัชระไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่หอพักแห่งหนึ่งใน อ.เมือง จ.ชัยภูมิ ซึ่งผู้ต้องหาให้การว่า เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 8 เมษายน ที่ผ่านมา ได้ร่วมกับน้องชาย วางแผนฆ่าชิงทรัพย์ผู้ตาย โดยให้นายหมูหยองชักชวนผู้ตายให้มานอนที่หอพัก โดยหลังจากนายหมูหยอง เปิดประตูห้องให้ตนเข้ามาในห้อง ก็ตรงเข้าจับล็อกตัวผู้ตายไว้ให้น้องชายลงมือใช้มีดปลายแหลมจ้วงแทงนายนิรันดร์อย่างเหี้ยมโหดจนขาดใจตาย แล้วก็รื้อค้นเอาทรัพย์สินต่างๆ ก่อนจะนำร่างไปผังอำพรางคดี   ด้านยายของนายน็อตและนายหมูหยอง เปิดเผยว่า หลานชายทั้งคู่เป็นเด็กกำพร้าน่าสงสาร พ่อแม่ไม่มี ตนเป็นคนเลี้ยงมาตั้งแต่เล็กๆ เป็นคนดี แต่นายน็อตเป็นคนไม่ค่อยเต็ม ไม่ทันคน ใครลากไปไหนก็ไป ก่อนจะตะโกนต่อว่าหลานชาย พร้อมกับบอกว่ากว่าหลานชายจะออกมาจากคุกตนคงจะตายไปก่อนแล้ว         ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/WdQtZOFqflk

 37,903
ข่าวภูมิภาค
23 พ.ย. 59

แม่ทำทีแจ้งลูกหาย ก่อนรับสารภาพนำไปฝัง จนท.เข้าช่วยปลอดภัย พร้อมแจ้งข้อหาพยายามฆ่า

กาฬสินธุ์-เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กมลาไสย ได้รับแจ้งว่ามีเหตุลักพาตัวเด็กทารก ที่โรงพยาบาลกมลาไสย โดยแม่เด็ก อายุ 23 ปี บอกกับเจ้าหน้าที่ว่า ก่อนเกิดเหตุได้อุ้มลูกพาไปเดินเล่น และระหว่างนั้นตนมีอาการปวดปัสสาวะจะเข้าห้องน้ำแต่ไม่มีญาติ จึงได้นำลูกไปฝากไว้กับชายชุดแดงเป็นการชั่วคราว แต่เมื่อออกมาจากห้องน้ำปรากฏว่าไม่พบชายชุดแดงและลูกของตน จึงได้ออกติดตามหาและแจ้งเจ้าหน้าที่   ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่พิจารณาคำให้การดังกล่าวแล้วพบว่ามีพิรุธ เจ้าหน้าที่จึงไปตรวจสอบวงจรปิด และสอบถามแม่ของเด็กอีกครั้งจนยอมให้การว่าได้นำลูกของตัวเองไปฝังที่ที่ทิ้งขยะหลังอาคาร เจ้าหน้าที่จึงรีบไปช่วยเหลือเด็ก และพบเด็กถูกกลบด้วยเศษใบไม้และหญ้าแห้ง โดยมีผ้าอ้อมปิดบังใบหน้าไว้แต่ยังมีชีวิตอยู่ จึงได้นำตัวเด็กไปส่งให้แพทย์ให้การช่วยเหลือเด็กต่อไป จนขณะนี้เด็กมีอาการปลอดภัยพ้นขีดอันตรายแล้ว ส่วนแม่เด็กตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาพยายามฆ่าแล้ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/bTKOeFLmrfw  

 10,322
ข่าวภูมิภาค
12 ก.ย. 59

ทหารพรานยะลาตรวจพบอาวุธปืนสงครามฝังดินอื้อ คาดของแนวร่วมก่อเหตุความไม่สงบ

ยะลา-ทหารพรานเข้าค้นพื้นที่ในสวนยางพารา บนเทือกเขาบ้านอุยงซูแง บ้านย่อยบ้านกูวิง ต.บาโล๊ะ อ.ยะหา หลังสอบสวนขยายผลผู้ต้องหาแนวร่วมก่อเหตุความไม่สงบ ตรวจสอบพบอาวุธปืนสงครามและกระสุนจำนวนมากถูกฝังกลบอยู่ใต้ดินในพื้นที่ดังกล่าว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9P5Iq-qzzYU

 2,117
ข่าวภูมิภาค
15 มิ.ย. 59

อึ้ง ตรวจค้นศูนย์ฝึกสุราษฎร์ฯ หลังเยาวชนยกพวกตะลุมบอนกัน พบอุปกรณ์ดัดแปลงเป็นอาวุธซุกซ่อนในพงหญ้า-ฝังดินเพียบ

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 15 มิ.ย.59 ที่ ห้องประชุม ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต 8 จังหวัดสุราษฎร์ธานี อ.เมืองสุราษฎร์ธานี นายวงศศิริ พรหมชนะ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วย นายอภิชาต จารุศิริ รองอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน พล.ต.วิชัย ทัศนมณเฑียร ผบ.มทบ. 45 พ.ต.อ. สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ รอง ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี นายวงศ์ศักดิ์ ประเทียบอินทร์ ผอ.ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต 8 ตลอดจนผู้เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมหารือ กรณีเยาวชนในศูนย์ฯ กว่า 400 คน ก่อเหตุทะเลาะวิวาท เมื่อเย็นวานนี้ (14 มิ.ย.59) ส่งผลให้เยาวชนเสียชีวิต 1 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก    นายวงศศิริ พรหมชนะ ผวจ.สุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า จากการตรวจค้นภายในศูนย์ฝึกฯ โดยตำรวจ ทหาร กองกำลังอาสา ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ศูนย์ฝึกฯ และทีมนักประดาน้ำ มูลนิธิกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานี กว่า 200 นาย เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกัน พบสิ่งดัดแปลงใช้เป็นอาวุธจำนวนมาก ซุกซ่อนอยู่ในพงหญ้า ฝังดิน และบ่อน้ำ ขนาดประมาณ 5 คูณ 10 เมตร มีความลึก 2 เมตร โดยที่ประชุมได้ร่วมกันกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขเหตุรุนแรง ได้แก่ การจัดระเบียบภายในศูนย์ฝึกฯ อีกทั้งจะมีการแยกเยาวชนที่เป็นแกนนำออกไปควบคุมในพื้นที่อื่น ตลอดจนร่วมกับทหารมณฑลทหารบกที่ 45 ในการเข้ามาฝึกวินัยให้กับเยาวชน และการจัดทำทะเบียนเยาวชนเพื่อกำกับและติดตามควบคุม    ด้านนายอภิชาต จารุศิริ รองอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กล่าวว่า สาเหตุของการทะเลาะวิวาท เป็นปัญหาเรื้อรังที่มีมานานแล้ว โดยเกิดจากความขัดแย้งของกลุ่มเยาวชนที่แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม เนื่องจากที่นี่ต้องรับเยาวชนจากหลายจังหวัด เข้ามารวมอยู่ในที่เดียวกัน จึงเป็นธรรมชาติของเด็ก ที่จะพยายามหาผู้นำกลุ่มและเครือข่าย ซึ่งกรมฯ ได้หาแนวทางการแก้ปัญหาในระยะยาว ด้วยการสร้างศูนย์ฝึกแห่งใหม่ขึ้นที่จังหวัดกระบี่ เพื่อลดจำนวนเยาวชนที่จะส่งตัวเข้ามาที่สุราษฎร์ธานี โดยคาดว่าจะสามารถแก้ปัญหาการแบ่งกลุ่มของเยาวชนได้ในระดับหนึ่ง ส่วนเยาวชนที่ก่อเหตุซ้ำซาก และมีพฤติกรรมเป็นหัวหน้ากลุ่ม หากอายุ เกิน 18 ปี ให้อยู่ในดุลพินิจของพนักงานสอบสวน ว่าจะต้องมีการเคลื่อนย้ายสถานที่หรือไม่    พ.ต.อ. สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ รอง ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี กล่าวถึงการดำเนินคดีกับเยาวชนที่ก่อเหตุ ได้ตั้งชุดคณะทำงานทีมภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้น อยู่ในขั้นตอนของการสอบปากคำทุกฝ่าย รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ในวันเกิดเหตุ มาสอบปากคำอย่างละเอียด เพื่อรวบรวมหลักฐาน และแจ้งข้อกล่าวหา ร่วมชุลมุนต่อสู้ระหว่างบุคคล ตั้งแต่ 3 คนขึ้นไปและบุคคลใดบุคลหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นผู้เข้าร่วมหรือไม่จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และหากพยานหลักฐานสาวถึงตัวผู้กระทำการที่เป็นเหตุให้เสียชีวิต ก็จะแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นเพิ่มเติม         

 1,608
ข่าวภูมิภาค
18 มี.ค. 59

หญิงชลบุรีวัย 50 ผงะ เจอศพทารกถูกฝัง ขณะขุดดินปลูกต้นไม้

ชลบุรี - คุณป้าวัย 50 ผงะ เมื่อขุดดินหวังปลูกต้นมะระกลับเจอศพทารกถูกฝังดินอยู่ พบศพทารกเพศหญิงแรกเกิดอยู่บนแผ่นสังกะสี ซึ่งน่าจะเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 2 วัน เนื่องจากสภาพศพเริ่มเน่าเปื่อยส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่ว มีเสื้อยืดสีดำแขนสั้นสีขาว 1 ตัว ที่ห่อตัวเด็กมา 1 ตัว ถุงพลาสติกใสที่ใส่ทารก 1 ใบ พร้อมกับถุงใส่เศษรกและเศษผ้าอนามัยอีก 1 ถุง เจ้าหน้าที่จึงได้บันทึกภาพไว้เป็นหลักฐานเพื่อตรวจสอบและตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GjKO5bCwluw  

 2,503
สังคม-อาชญากรรม
02 มี.ค. 59

อาการน้องไอดิน ดีขึ้นมาก แพทย์ถอดสายระบายลม เริ่มให้นมได้แล้ว

แพทย์ถอดสายระบายลมจากช่องเยื่อหุ้มปอดขอน้องไอดินออกแล้ว และเริ่มให้นมทางสายให้อาหาร แต่ยังมีภาวะปอดอักเสบอยู่   นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า อาการล่าสุด ของน้องไอดิน ผู้ป่วยทารกแรกเกิดที่ถูกมารดาทำร้ายร่างกาย 14 แผลและฝังดิน จนมีชาวบ้านพบเห็นนำส่งโรงพยาบาลและรักษาตัวอยู่ที่หอผู้ป่วยทารกแรกเกิดวิกฤต 1 อาคาร 11 เป็นเวลาประมาณ 1 อาทิตย์แล้วนั้น    ขณะนี้น้องไอดิน รู้สึกตัวดี แพทย์ได้ถอดสายระบายลมจากช่องเยื่อหุ้มปอดออกแล้ว ไม่มีลมรั่วในเยื่อหุ้มปอด แต่ยังมีภาวะปอดอักเสบ หายใจหอบเล็กน้อย ให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ และเริ่มให้นมทางสายให้อาหาร แต่ยังต้องงดเยี่ยมป้องกันการติดเชื้อ พร้อมกับเฝ้าระวังภาวะการติดเชื้อ สังเกตการหายใจและการทำงานของกระเพาะอาหารและลำไส้ หลังจากน้องได้รับนมแล้ว แต่อาการโดยรวมของน้องไอดินขณะนี้ ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก

 5,104
สังคม-อาชญากรรม
02 มี.ค. 59

สหวิชาชีพลงพื้นที่ตรวจสภาพครอบครัว 'น้องไอดิน' พบไม่พร้อมดูแล เล็งหาครอบครัวอุปถัมภ์

ทีมสหวิชาชีพเปิดเผยหลังลงพื้นที่พบครอบครัวน้องไอดิน พบไม่พร้อมที่จะดูแล เตรียมทำเรื่องส่งต่อให้สถานสงเคราะห์บ้านเด็กแคนทอง พร้อมหาฤกษ์เตรียมตั้งชื่อมงคล   นางอภิญญา ก้อยทอง หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดขอนแก่น เผยภายหลังทีมสหวิชาชีพ ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านผู้ต้องหาที่บ้านใหม่นาเพียงว่า หากดูความเป็นอยู่ในครอบครัวของน้องไอดิน คือไม่พร้อมในทุกๆด้าน เพราะจากการสอบถามข้อมูลจากญาติพี่น้องและเพื่อนบ้าน ทำให้รู้ว่า พ่อ แม่ มีหนี้สินรุงรัง ที่ผ่านมาพี่ชายของน้องไอดินก็มีเพียงคุณยายเลี้ยงดู ฉะนั้นเมื่อมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น โดยเฉพาะน้องไอดิน ทุกฝ่ายจึงเห็นว่าครอบครัวไม่มีความพร้อมที่จะรับน้องไอดินมาเลี้ยงดู แต่ถ้าในเรื่องสิทธินั้น ครอบครัวญาติพี่น้องมีสิทธิในตัวน้องไอดินเต็มที่ ต่อไปก็คงจะมีการดำเนินการตามขั้นตอนที่ว่า เมื่อน้องไอดินแข็งแรง บ้านพักเด็กก็จะรับตัวออกมา ทำเรื่องส่งต่อให้สถานสงเคราะห์บ้านเด็กแคนทองดูแล จากนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะช่วยกันดูแลน้องไอดินเช่นเดียวกับลูกๆรายอื่นๆที่อยู่ในสถานที่เดียวกัน    ส่วนกรณีมีคนมาขอรับน้องไอดินไปเลี้ยงเป็นบุตรนั้น รายละเอียดตรงนี้หลายฝ่ายต้องมีการพิจารณา ตรวจสอบร่วมกัน เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน อาจจะต้องใช้เวลาพอสมควร ไม่ใช่ว่าใครๆก็มาขอรับน้องไปเลี้ยงได้ ซึ่งในเรื่องการรับทารกไปเลี้ยงดูนั้น ตามระเบียบต้องเรียงลำดับว่าทารกรายใดอยู่ลำดับที่เท่าไหร่ ตรงกับครอบครัวใดที่มาลงชื่อไว้ ครอบครัวนั้นก็จะได้ทารกลำดับนั้นไป ในส่วนของน้องไอดินทางทีมสหวิชาชีพพิจารณาแล้วว่า จะนำไปเข้ากลุ่มครอบครัวต่างประเทศ เพราะถ้าเป็นครอบครัวคนไทย จะมีผลกระทบต่อน้องไอดินในอนาคต ทั้งนี้ต้องมีการแจ้งเกิดน้องไอดินที่ อ.แวงใหญ่เสียก่อน เพราะน้องมีครอบครัว มีบิดา มารดา แต่การแจ้งเกิดน้องจะต้องแจ้งภายใน 15 วันตามระเบียบ ซึ่งยายของน้องไอดินต้องการตั้งชื่อให้น้องไอดินเป็นชื่อที่มีความหมายและเป็นมงคล ซึ่งอาจจะต้องมีการดูฤกษ์ ดูชื่อที่ดี ที่เหมาะสมแก่น้องมากที่สุด จากนั้นก็จะไปแจ้งเกิดทันที    ในส่วนของมารดาน้องไอดิน ซึ่งเป็นผู้ต้องหา ถูกคุมขังที่เรือนจำอ.พล นั้นทีมสหวิชาชีพรอผลดีเอ็นเอของบิดา และดูสรุปผลทางคดีก่อน จึงจะส่งนักจิตวิทยาเข้าไปเยี่ยมและสังเกตอาการ ซึ่งเป็นการดูแลร่วมกับทางเรือนจำ อ.พล รวมทั้งได้ประสานผอ.โรงเรียนที่พี่ชายน้องไอดินเรียนหนังสืออยู่ให้ดูแลเด็กทั้งสองคนอย่างใกล้ชิด แต่จากข้อมูลที่ได้จากทางโรงเรียนทราบว่า เด็กทั้งสองคนไม่ค่อยไปเรียนหนังสือ และช่วงที่เกิดเหตุการณ์มารดาถูกจับ ก็หายหน้าไป ไม่ไปเรียนเลย ญาติๆบอกว่า ทั้งสองคน ออกจากบ้านไปรับจ้างตัดไม้ในป่า ซึ่งในจุดนี้ทีมสหวิชาชีพก็จะเข้าไปเยี่ยมและดูแลเด็กๆเช่นกัน    ส่วนอาการของน้องไอดิน นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล เผยว่า หลังจากที่เมื่อวานนี้ น้องไอดินมีไข้ต่ำๆ และมีภาวะปอดอักเสบ นั้น เนื่องจากน้องเพิ่งมีไข้วันแรก และเพิ่งเปลี่ยนยาปฏิชีวนะ ยังไม่สามารถประเมินอาการได้ ต้องดูอาการ 2-3 วันก่อน แต่ขณะนี้ไข้ลดลงแล้ว รู้สึกตัวดี หายใจหอบเล็กน้อย ยังคงงดเยี่ยม งดอาหาร และให้สารน้ำและยาปฏิชีวนะตัวใหม่ผ่านทางเส้นเลือดดำ และคอยเฝ้าสังเกตอาการของน้องถี่ขึ้นกว่าเดิม เพื่อไม่ให้ติดเชื้อ และยังต่อสายระบายลมให้ช่องเยื่อหุ้มปอด    ทางด้าน พ.ต.อ.คเชนทร์ ยืนยง ผกก.สภ.แวงใหญ่ เผยว่า การสอบสวนพยานแวดล้อมทางตำรวจทำให้รอบคอบที่สุด รวมทั้งการสอบสวนนายบุญา นาทาม สามีผู้ต้องหาก็สอบสวนตามขั้นตอน เพราะเป็นบุคคลที่ใกล้ชิดกับผู้ต้องหาอยู่ด้วยกันขณะที่ผู้ต้องหาคลอดลูก ซึ่งให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี รวมทั้งยินยอมให้ตรวจอีเอ็นเอ คาดว่าจะทราบผลในอาทิตย์นี้ สำหรับการตรวจดีเอ็นเอของนายบุญญา นั้น ไม่ใช่เพื่อต้องการทราบว่าเป็นบิดาของน้องไอดินหรือไม่เท่านั้น แต่ในจุดที่ฝังน้องไอดิน มีหยดเลือดตามใบไม้ กระดาษทิชชูที่เป็นวัตถุพยานในที่เกิดเหตุ จึงต้องตรวจดีเอ็นเอเป็นการพิสูจน์ว่า มีบุคคลอื่นร่วมกันทำร้ายน้องไอดินหรือไม่ ทั้งนี้ในส่วนของสำนวนการสอบสวนนั้นจะส่งอัยการได้ภายในอาทิตย์นี้เช่นกัน     ชมคลิปผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-HDlH5J6MD0

 3,882
สังคม-อาชญากรรม
27 ก.พ. 59

จับแล้วมือแทง-ฝัง 'น้องไอดิน' พบเป็นแม่แท้ๆ อ้างไม่อยากมีลูกเพิ่ม

ความคืบหน้ากรณีชาวบ้านพบเด็กทารกถูกแทง 14 แผล ฝังดินทั้งเป็น ก่อนที่ในเวลาต่อมาจะถูกตั้งชื่อให้ว่า "น้องไอดิน"    ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวหญิงวัย 42 ปี ซึ่งเป็นแม่แท้ๆ ของ "น้องไอดิน" ได้แล้ว หลังรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุ เพราะจำนนต่อหลักฐาน ประกอบด้วยผลตรวจดีเอ็นเอและหลุมฝังรก อ้างปกปิดไม่ให้สามีรู้ เพราะไม่ต้องการมีลูกชายเพิ่ม เนื่องจากมีอยู่แล้ว 3 คน เผยวันเกิดเหตุได้แอบไปคลอดลูกเอง โดยใช้เศษไม้ทิ่มแทงไปที่ร่างกายทารกก่อนขุดหลุมฝัง ขณะตำรวจได้นำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพกลางทุ่งนา ท่ามกลางชาวบ้านที่มามุงดูเป็นจำนวนมาก พร้อมตั้งข้อหาทอดทิ้งเด็กและข้อหาพยายามฆ่า    ขณะที่ชาวบ้านเปิดเผยว่า สามีภรรยาคู่นี้มีอาชีพรับจ้าง ลูกชายโตเป็นหนุ่มกันหมดแล้ว ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร ช่วงที่มีข่าวออกครึมโครมผู้ต้องหาก็ยังใช้ชีวิตตามปกติ   ส่วนอาการของ น้องไอดิน ที่ยังรักษาตัวอยู่ที่หอผู้ป่วยทารกแรกเกิดวิกฤต 1 อาคาร 11 รพ.ศูนย์ขอนแก่นนั้น ยัง 50/50 ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด แบบนาทีต่อนาที      ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HVKcKYeysZ8  

 98,443
สังคม-อาชญากรรม
23 ก.พ. 59

ญาติเศร้า ยันศพ 'เสี่ยตุ้ม' ถูกฆ่าฝังดิน คาดชนวนเหตุฆ่าล้างหนี้ 30 ล้าน

จากกรณีนายสมนึก หรือเสี่ยตุ้ม จรูญจิรเสถียร อายุ 51 ปี ชาว จ.ชลบุรี นักธุรกิจในกาสิโนไพลิน บ่อนดังกัมพูชา ตรงข้าม อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี หายตัวไปอย่างลึกลับตั้งแต่วันที่ 13 ก.พ. ที่ผ่านมา กระทั่งล่าสุดเจ้าหน้าที่กัมพูชาจากหลายหน่วยงานกว่า 100 นายและเจ้าหน้าที่ไทย ได้ร่วมกันตรวจสอบหลุมฝังศพ บริเวณหนองน้ำ ภายในหมู่บ้านโอจะก่อม ต.เชอตึง อ.ศาลากราว จ.ไพลิน ห่างจากชายแดนไทย กัมพูชา อ.โป่งน้ำร้อน กว่า 6 กิโลเมตร จากการตรวจสอบพบว่าศพถูกฝั่งลึกในดินกว่า 2 เมตร เสียชีวิตมาแล้วอย่างน้อย 4 วัน สภาพศพค่อนข้างสมบูรณ์ ผิวกายยังไม่เปื่อยยุ้ย ที่บริเวณท้ายทอยพบรอยกระสุน 2 ราย แต่ไม่พบปลอกกระสุน ใบหน้าด้านซ้ายยุบ คล้ายถูกทุบของของแข็ง ศรีษะมีผ้าโพกคล้ายถูกปิดใบหน้า แต่ผ้าถลกเลยเหนือคิ้ว เมื่อตรวจสอบเสื้อผ้าที่พบ ปรากฏว่าเป็นเสื้อผ้าที่นายสมนึกสวมในวันที่หายไป คือเสื้อเชิ้ตคอปกสีเทา กางเกงยีนส์ รองเท้าสีขาวขอบสีน้ำตาล ทั้งนี้ยังพบด้วยว่า นาฬิกาโลแร็ค สร้อยคอทองคำของผู้ตายหนัก 5 บาท หายไป ไม่อยู่กับศพ เมื่อตรวจสอบศพเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ได้รับการยืนยันจากญาตินายสมนึก และผู้รู้จักกับนายสมนึก ต่างยืนยันว่า ศพที่ตรวจสอบคือนายสมนึก นักธุรกิจในคาสิโนกัมพูชาจริง ทางกัมพูชาจึงนำศพไว้ในกัมพูชาเพื่อดำเนินการขั้นตอนต่าง ๆ ตามกฎหมายกัมพูชา ก่อนจะส่งมอบให้ญาตินายสมนึกนำไปดำเนินบำเพ็ญกุศลต่อไป ด้านเจ้าหน้าที่ฝ่ายกัมพูชา ได้บอกว่าคดีนี้เป็นคดีที่สะเทือนขวัญ ทางรัฐบาลสั่งให้ติดตามเอาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้ โดยได้สั่งการให้ทาง ตชด. ตม.และตำรวจที่จังหวัดไพริน ติดตามอย่างเต็มที่ คาดว่าคดีนี้มีผู้อยู่ในเหตุการณ์ ประมาณ 4 – 5 คน เพราะได้จากลอยนิ้วมือที่ปรากฏบนกล่องข้าวและที่ขวดพลาสติกน้ำดื่ม คดีนี้พอจะรู้ตัวคนร้ายแล้ว ว่ามีใครบ้าง โดยเฉพาะรถเก๋งที่ใช้ก่อเหตุอุ้มเสี่ยตุ้มได้ทราบทะเบียนแล้วในขณะนี้ สำหรับประเด็นการฆ่านายสมนึก คาดว่าเกิดจากหุ้นส่วนในคาสิโนที่นายสมนึกเข้าไปทำธุรกิจเป็นผู้ลงมือ โดยเป็นการฆ่าเพื่อต้องการล้างหนี้สินที่ติดนายสมนึกว่า 30 ล้านบาท   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/bqLDFgGDx9g      

 13,391
ต่างประเทศ
06 ส.ค. 58

ตร.ฝรั่งเศสรวบเจ้าของใจร้าย จับสุนัขฝังดินทั้งเป็น

ตำรวจฝรั่งเศสจับกุมเจ้าของใจร้ายผู้ต้องสงสัยจับสุนัขฝังดินทั้งเป็น โดยโผล่มาแค่ส่วนหัว หวิดตาย จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคมฝรั่งเศส ล่าสุดมีผู้รับอุปการะเจ้าสุนัขตัวนี้แล้ว ด้านเจ้าของยังให้การปฏิเสธ ขอขอบคุณ YouTube : Daily Mail

 8,768
ข่าวภูมิภาค
29 พ.ค. 57

ชาวบ้านยังแห่ขุดทองสวนปาล์มพัทลุง จนท.สั่งห้าม ประกาศเป็นสมบัติแผ่นดิน

ชาวบ้านแสวงหาโชค แห่ขุดทอง ไม่หวั่นแม้ฝนตก ขณะที่วัฒนธรรม จ.พัทลุง ประกาศเป็นสมบัติของแผ่นดิน ห้ามผู้ใดนำไปครอบครองหรือจำหน่ายจ่ายแจกมิได้ ฟากร้านทองประกาศไม่รับซื้อ หวั่นโดนข้อหารับซื้อของโจร

 84,147

Top