ค้นหา :

ผลการค้นหา "ภาคใต้"

ข่าวในพระราชสำนัก
15 เม.ย. 62

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานรางวัล ผู้ชนะการอัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน ประจำปี 2561

วานนี้(14 เม.ย.) เวลา 17.30 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี ทรงวางพานพุ่ม พวงมาลัย และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว    จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังมัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี ในการพระราชทานรางวัลการทดสอบการอัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน ระดับภาคใต้ และระดับประเทศ ประจำปี 2561 ในการนี้ นายเปาซี หะมะ ผู้ชนะเลิศการทดสอบการอัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน ระดับประเทศ ประจำปี 2560 อัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน โอกาสนี้ พระราชทานถ้วยรางวัลแก่ผู้ชนะเลิศการทดสอบการอัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน ระดับภาคใต้ และระดับประเทศ ประจำปี 2561 จำนวน 12 คน โดยผู้ชนะเลิศฝ่ายชาย ได้แก่ นายมูฮำมัด หะยีมูซอ และผู้ชนะเลิศฝ่ายหญิง ได้แก่ นางสาวรัตนา สะหะมาน    ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทย จัดทดสอบการอัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน ระดับภาคใต้ และระดับประเทศ ต่อเนื่องทุกปี ในครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27-29 มิถุนายน 2561 เพื่อ ส่งเสริมสนับสนุนให้ชาวไทยมุสลิมได้รู้หลักธรรมคำสอนในพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานอย่างถ่องแท้ และปฏิบัติอย่างถูกต้องตรงต่อพระมหาคัมภีร์ ตลอดจนเป็นการเสริมสร้างความสามัคคีและความสัมพันธ์อันดีระหว่างพี่น้องมุสลิมด้วยกัน และพี่น้องต่างศาสนิก    ในการนี้รองประธานผู้ทรงคุณวุฒิสำนักจุฬาราชมนตรี ผู้แทนจุฬาราชมนตรี ขอดูอาร์ และขอพรจากพระเจ้า ถวายพระพรแด่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ประทับยืนและยกพระหัตถ์ตามผู้แทนจุฬาราชมนตรี    โอกาสนี้ ทอดพระเนตรงานศิลปาชีพ ของสมาชิกมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จังหวัดนราธิวาส ที่นำผลงานศิลปาชีพ 3 กลุ่มมาจัดแสดง ได้แก่ กลุ่มแปรรูปกระจูด บ้านทอนอามาน, กลุ่มเครื่องปั้นดินเผา พระตำหนักษิณราชนิเวศน์ และจากหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงรอตันบาตู และกลุ่มเรือกอและจำลอง บ้านทอน    รวมถึงนิทรรศการ การดำเนินงานด้านอนุรักษ์ฟื้นฟูสัตว์น้ำในทะเล ในโครงการฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่งทะเล อันเนื่องมาจากกพระราชดำริจังหวัดปัตตานี และจังหวัดนราธิวาส    ตลอดจนผลิตภัณฑ์สินค้า 1 ตำบล 1 ผลิตภัณฑ์ ทั้ง 12 อำเภอในจังหวัดปัตตานี ประเภทของใช้ ของที่ระลึก และอาหารพื้นเมือง เช่น กระเป๋าย่านลิเภา, งานแกะสลักไม้ เป็นของใช้และของที่ระลึก, ผลิตภัณฑ์จากผ้าบาติก ขนมลา และข้าวเกรียบปลา เป็นต้น    เสร็จแล้ว ทรงเยี่ยมหน่วยแพทย์พระราชทานในพระองค์ 904 ที่มีคณะแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าด้านสาธารณสุข จากกองแพทย์หลวง และจากโรงพยาบาลปัตตานีที่ไปให้บริการตรวจรักษาโรค ด้านศัลยแพทย์ อายุรแพทย์โรคไต ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ กุมารแพทย์ รวมถึงบริการตรวจวัดสายตาประกอบแว่นให้กับผู้สูงอายุ และประชาชนในพื้นที่จังหวัดปัตตานี โดยมีราษฎรที่เจ็บป่วยไปขอรับบริการ จำนวน 248 คน ตรวจรักษาด้านสายตา 185 คน และยังมีคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ เก่า จำนวน 4 คน ที่ไปติดตามผลการรักษา และมีผู้เจ็บป่วย จำนวน 6 คน อาทิ โรคเพดานโหว่, โรคหลอดน้ำเหลืองอุดตัน และโรคลิ้นหัวใจรั่วแต่กำเนิด ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ รับไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ สร้างความปลาบปลื้มแก่ผู้ป่วยและครอบครัว เป็นอย่างยิ่ง    แล้วทรงเยี่ยมราษฎรทั่วไป รวมถึงสมาชิกจิตอาสา และสมาชิกศิลปาชพแผนกปักผ้า จากศูนย์ศิลปาชีพบ้านวัดสำเภาเชย อำเภอปะนะเระ จังหวัดปัตตานี ที่ไปเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสร็จอย่างทั่วถึง ในการนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกอบอาหารเลี้ยงแก่คณะผู้ปฏิบัติงาน และราษฎร ที่ไปเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทอย่างทั่วถึงด้วย   

 789
สังคม-อาชญากรรม
05 ม.ค. 62

ปภ. สรุปพื้นที่ประสบภัย 'พายุปาบึก' 8 จว.ใต้ อพยพปชช.กว่า 3 หมื่นคน

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เผยภาพรวมพายุปาบึก กระทบพื้นที่ 8 จังหวัดภาคใต้ อพยพประชาชนกว่า 3 หมื่นคน พร้อมสั่งเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ และสำรวจความเสียหายเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ   (5 ม.ค. 62)นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. ในฐานะ ผู้อำนวยการกลาง กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง สรุปภาพรวมสถานการณ์จากอิทธิพลจากพายุโซนร้อนปาบึก ในวันที่ 4 มกราคมที่ผ่านมา ทำให้เกิดฝนตกหนัก พายุลมแรง คลื่นซัดฝั่ง ส่งผลกระทบในพื้นที่ภาคใต้ รวม 8 จังหวัด ประกอบด้วย นครศรีธรรมราช,สุราษฎร์ธานี , สงขลา,ชุมพร,พัทลุง,ยะลา,ปัตตานี และ นราธิวาส โดยมีการอพยพประชาชนใน 31 อำเภอ 240 จุดรวม 34,089 คน    โดยจุดหนักที่สุด คือ นครศรีธรรมราช เกิดวาตภัยในพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อ.ปากพนัง,อ.เมืองนครศรีธรรมราช,อ.หัวไทร,อ.ขนอม,อ.สิชล และ อ.ท่าศาลา รวมถึงยังเกิดน้ำหลาก และน้ำท่วม ที่ อ.ฉวาง ,อ.พิปูน และ อ.ร่อนพิบูลย์ ขณะที่จากการสำรวจความเสียหายในเบื้องต้น เสาไฟฟ้าล้ม 32 ต้น และมีรายงานผู้เสียชีวิต 2 ราย   ขณะที่จังหวัดสงขลาสงขลา เกิดวาตภัยในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองสงขลา,อ.ควนเนียง และ อ.รัตภูมิ มีรายงานเสาไฟฟ้าล้ม 17 ต้น หอกระจายข่าวเสียหาย 1 แห่ง บ้านเรือนเสียหายจากคลื่นซัดฝั่ง 475 หลัง    ส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี เกิดน้ำหลากท่วมในเขต อ.กาญจนดิษฐ์ และ อ.ดอนสัก ซึ่งได้อพยพประชาชนไปอยู่ในที่ปลอดภัย รวม 27 จุด 1,661 คน    ทั้งนี้ ปภ. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระดมเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัย สนับสนุนการระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขังอย่างต่อเนื่อง เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว รวมถึงดูแลชีวิตความเป็นอยู่และอำนวยความสะดวกผู้ประสบภัยในพื้นที่ พร้อมทั้งแจกจ่ายถุงยังชีพและเครื่องอุปโภคบริโภค เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น นอกจากนี้ ได้กำชับจังหวัดที่สถานการณ์อุทกภัยเริ่มคลี่คลายแล้วให้เร่งสำรวจความเสียหาย เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ต่อไป    อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยติดตามพยากรณ์อากาศ ปฏิบัติตามคำแนะนำของทางราชการ หากมีประกาศแจ้งเตือนอพยพ ขอให้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งคัด

 1,633
สังคม-อาชญากรรม
02 ม.ค. 62

กรมอุตุฯ ประกาศฉบับที่ 8 พายุ 'ปาบึก' กำลังเคลื่อนสู่อ่าวไทย เตือน '15 ภาคใต้' ฝนถล่มหนัก 3-5 ม.ค.นี้

กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศฉบับที่ 8 ลงวันที่ 02 มกราคม 2562 พายุ “ปาบึก” (PABUK)        เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันนี้ (2 ม.ค. 62) พายุโซนร้อน “ปาบึก” (PABUK) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่าง โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 6.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 108.0 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลัง เคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็ว 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนผ่านปลายแหลมญวน และเคลื่อนลงอ่าวไทย           ในช่วงวันที่ 2-3 มกราคม 2562 โดยจะมีผลกระทบต่อภาคใต้ในช่วงวันที่ 3-5 มกราคม 2562 ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจะเกิดน้ำทวมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย โดยมีผลกระทบดังนี้           ในช่วงวันที่ 3-4 มกราคม 2562 จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งกับมีลมแรงบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส กระบี่ ตรัง และสตูล           ในช่วงวันที่ 4-5 มกราคม 2562 บริเวณภาคใต้จะมีฝนตกเป็นบริเวณกว้างและจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งกับมีลมแรงบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล           สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยมีคลื่นสูง 3-5 เมตร ส่วนทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากลมแรงและคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งตั้งแต่วันที่ 2-5 มกราคม 2562           ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวพยากรณ์อากาศ และประกาศเตือนภัยได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา https://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง                     ประกาศ ณ วันที่ 2 มกราคม 2562 เวลา 11.00 น.           กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 2 มกราคม 2562 เวลา 17.00 น.

 8,848
สังคม-อาชญากรรม
15 พ.ย. 61

กรมอุตุฯ ชี้ทั่วไทยฝนคะนอง เตือน '12 จว. ภาคใต้' ฝนถล่มหนัก กทม. ชุ่มฉ่ำ 40 %

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประจำวันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 บริเวณภาคใต้ตอนล่างตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไปจะมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ตอนล่างระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย ส่วนภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้ในระยะนี้    อนึ่ง ผู้ที่จะเดินทางไปประเทศศรีลังกาและประเทศอินเดียตอนล่าง ขอให้ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางด้วยเนื่องจากมีพายุไซโคลน“คชะ” อยู่ใกล้บริเวณดังกล่าว พายุนี้ไม่มีผลกระทบต่อสภาพอากาศของประเทศไทย    ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา หย่อมความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมประเทศมาเลเซียได้เคลื่อนลงสู่ช่องแคบมะละกา ประกอบกับมีลมตะวันออกพัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทย ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับบริเวณความกดอากาศสูงกำลังอ่อนจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และทะเลจีนใต้ ส่งผลให้ลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้ในระยะนี้   พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 12:00 วันนี้ ถึง 12:00 วันพรุ่งนี้.   ภาคเหนือ อากาศเย็นในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่  ส่วนมากบริเวณจังหวัดเชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่  สุโขทัย อุตรดิตถ์ และพิษณุโลก  อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส  สำหรับบริเวณยอดดอยมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 9-16 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.    ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่  ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองคาย อุดรธานี สกลนคร บึงกาฬ และนครพนม  อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส  สำหรับบริเวณยอดภูมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 12-16 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.    ภาคกลาง มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่  ส่วนมากบริเวณจังหวัดสมุทรสาคร สมุทรสงคราม ราชบุรี และกาญจนบุรี  อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.    ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่  ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด  อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร    ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง  บริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส  อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส    กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่  อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.  ออกประกาศ : 15 พฤศจิกายน 2561 เวลา 11:00 น.  

 2,049
สังคม-อาชญากรรม
13 พ.ย. 61

กรมอุตุฯ ชี้ทั่วไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนอง เตือน 'ภาคใต้' คาดฝนถล่ม 14 พ.ย.-16 พ.ย.นี้ กทม.ชุ่มฉ่ำร้อยละ 20

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า  ประจำวันที่ 13 พฤศจิกายน 2561บริเวณภาคเหนือยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้ในระยะนี้ สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก มีฝนน้อย สำหรับภาคใต้ตอนล่าง คาดว่ามีฝนเพิ่มมากขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง ในช่วงวันที่ 14-16 พฤศจิกายน 2561 ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ตอนล่างระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม    ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงกำลังอ่อนปกคลุมภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และทะเลจีนใต้ ประกอบกับลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้ในระยะนี้ หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณเกาะบอร์เนียวมีแนวโน้มจะเคลื่อนผ่านประเทศมาเลเซีย ในช่วงวันที่ 14-16 พฤศจิกายน 2561 ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนเพิ่มมากขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง   พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 12:00 วันนี้ ถึง 12:00 วันพรุ่งนี้. ภาคเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดตาก แม่ฮ่องสอน  เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก และเพชรบูรณ์  อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 28-35 องศาเซลเซียส  สำหรับบริเวณยอดดอยมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 9-16 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.    ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่  ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย สกลนคร และบึงกาฬ  อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส  สำหรับบริเวณยอดภูมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 12-16 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.    ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่  ส่วนมากบริเวณจังหวัดอุทัยธานี นครสวรรค์ ชัยนาท และสุพรรณบุรี  อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.    ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่  ส่วนมากบริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด  อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร    ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชุมพร  สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส  อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร    ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่  ส่วนมากบริเวณจังหวัดภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล  อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร    กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่  อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.  ออกประกาศ : 13 พฤศจิกายน 2561 เวลา 11:00 น.

 975
สังคม-อาชญากรรม
09 พ.ย. 61

ฝนมาแน่วันนี้! อุตุฯ ชี้ทั่วไทยฝนถล่ม เตือน 'ภาคใต้' หนักสุดร้อยละ 80 กทม.โดนด้วย!

กรมอุตุฯ  พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนระมัดระวังอันตราย รวมทั้งกรุงเทพมหานคร ที่ฝนอาจตกหนักในบางพื้นที่    ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณภาคใต้ กำลังเคลื่อนลงทะเลอันดามันในวันนี้ ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักบางพื้นที่ ล่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคกลางตอนล่าง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้   พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้.    ภาคเหนือ อากาศเย็น กับมีหมอกในตอนเช้า และมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ สำหรับบริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 5-14 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 17-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.   ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ และศรีสะเกษ สำหรับบริเวณยอดภูมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 11-15 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 19-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.   ภาคกลาง มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.   ภาคตะวันออก  มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร     ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)  มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และ นราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร   ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)  มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร   กรุงเทพมหานครและปริมณฑล  มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

 42,000
สังคม-อาชญากรรม
07 พ.ย. 61

อุตุฯ เตือน 11 จว. ภาคใต้ รับมือฝนถล่มหนัก ร้อยละ70 กทม. โดนด้วยบางแห่ง!

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประจำวันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระมัดระวังอันตรายซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 10 พ.ย. 61    สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคกลางตอนล่าง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้ ดังนั้นขอให้ชาวเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตร    ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา หย่อมความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมบริเวณชายฝั่งประเทศมาเลเซีย มีแนวโน้มจะเคลื่อนเข้ามาปกคลุมภาคใต้ในช่วงวันที่ 8-9 พ.ย. 61 ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง ทำให้บริเวณภาคใต้มีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง สำหรับบริเวณความกดอากาศสูงที่ปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีกำลังอ่อน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอุณหภูมิสูงขึ้นกับมีหมอกในตอนเช้า และมีหมอกหนาในบางพื้นที่ แต่ยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้าบริเวณภาคเหนือ   พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 12:00 วันนี้ ถึง 12:00 วันพรุ่งนี้. ภาคเหนือ อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า และมีหมอกหนาในบางพื้นที่  สำหรับบริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 5-14 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิต่ำสุด 18-23 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.   ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆบางส่วน กับมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง ส่วนมากทางตอนล่างของภาค  สำหรับบริเวณยอดภูมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 11-15 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.   ภาคกลาง มีเมฆบางส่วน กับมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง  อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.   ภาคตะวันออก มีเมฆบางส่วน กับมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง  อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร   ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง  บริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส  อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 26-33 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-40 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร   ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง  บริเวณจังหวัดภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล  อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออก ความเร็ว 20-35 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร   กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆบางส่วน กับมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง  อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ออกประกาศ : 7 พฤศจิกายน 2561 เวลา 11:00 น.

 5,422
ข่าวภูมิภาค
30 ต.ค. 61

นราธิวาสเข้ม ประชุมกองกำลังสามฝ่ายออกกฏเหล็กวางมาตรการ ครู-นร.-รปภ. รับเปิดเทอม

วันนี้(30 ต.ค. 61) เมื่อเวลา 08.00 น. ที่ ห้องประชุมที่ว่าการ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส นายเชาวลิต สิทธิฤทธิ์ ปลัดอำเภอสุไหงโก-ลก หัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง ได้เรียกประชุมหัวหน้าและตัวแทนหน่วยของเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงทั้ง 3 ฝ่าย รวมทั้งตัวแทนสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานราธิวาส เขต 2 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวม 15 คน เพื่อวางมาตรการให้การรักษาความปลอดภัยให้กับคณะครูและบุคคลากรทางการศึกษา โรงเรียนในเขตพื้นที่รับผิดชอบ 3 ตำบล 1 เขตเทศบาล ซึ่งมีโรงเรียนจำนวน 28 โรง ที่จะทำการเปิดการเรียนการสอน ภาคเรียนที่ 2 ประจำปีการศึกษา 2561 ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 ที่จะถึงนี้ เป็นการป้องกันและสกัดกั้นเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี    ซึ่งการประชุมในครั้งนี้ได้ข้อสรุปเป็นที่น่าพึ่งพอใจ โดยได้นำแผนการ รปภ.ครูของปีที่ผ่านมา พิจารณาแก้ไขเพิ่มเติม เน้นความปลอดภัยของครูและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ ประการสำคัญคือหากเกิดเหตุร้ายเกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิดกับทางโรงเรียนหรือคณะครู ทางโรงเรียนสามารถที่จะแจ้งแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงให้รับทราบได้อย่างรวดเร็ว   ส่วนการ รปภ.โรงเรียนและคณะครูก็มีการดึงชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน และกลุ่มลูกจ้างโครงการจ้างงานเร่งด่วนของเจ้าหน้าที่ทหาร มายืนให้การรักษาความปลอดภัยหน้าประตูโรงเรียน โดยจะมีเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจเป็นผู้ควบคุมการปฏิบัติ เนื่องจาก ชรบ.และกลุ่มลูกจ้าง ส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่สามารถที่จะแยกแยะได้ว่า มีบุคคลต้องสงสัยแฝงตัวปะปนกับผู้ปกครอง เพื่อฉวยโอกาสก่อเหตุหรือไม่อย่างไร   นอกจากนี้ในส่วนของเส้นทางสายหลัก ก็จะมีเจ้าหน้าที่ทหารชุดลาดตระเวน ขับรถยนต์วิ่งตรวจสอบความเรียบร้อยเส้นทาง และทำหน้าที่รับส่งคณะครูจากจุดรวมพลไปยังโรงเรียนแต่ละแห่ง โดยในส่วนของโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่สีเขียวหรือพื้นที่ที่มีความปลอดภัยสูง ก็จะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ รปภ.โรงเรียนและคณะครูหน้าประตูแต่ละแห่ง แต่ถึงอย่างไรก็ตามหากคณะครูมีความจำเป็นต้องเดินทางออกนอกเส้นทาง หรือนอกเวลากำหนดในทุกกรณี ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ให้รับทราบ เพื่อที่เจ้าหน้าที่จะได้จัดสรรกำลังมาดูแลคณะครูในส่วนนี้ เนื่องจากกรณีดังกล่าวมักเกิดเหตุร้ายเกิดขึ้นบ่อยครั้งกับคณะครูในช่วงทุกๆปีที่ผ่านมา  

 693
ข่าวภูมิภาค
13 ส.ค. 61

อุตุฯ ออกประกาศเตือน 'ภาคใต้' รับมือคลื่นสูง ฝนฟ้าคะนอง

กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศ "พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน"  ฉบับที่ 11 ลงวันที่ 13 สิงหาคม 2561        เมื่อเวลา 04.00 น. ของวันนี้ (13 ส.ค. 61) พายุดีเปรสชันบริเวณชายฝั่งของประเทศจีนตอนใต้ มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 20.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 112.5 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้เกือบไม่เคลื่อนที่ คาดว่าจะเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศเวียดนามตอนบนในช่วงวันที่ 15-16 สิงหาคม 2561 โดยจะทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ           และภาคเหนือยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนตกสะสม ที่ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง รวมถึงดินโคลนถล่มไว้ด้วย           สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ทะเลอันดามัน มีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร และอ่าวไทยตอนบนคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งตลอดช่วง ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกให้ระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย           จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และติดตามข้อมูลจากเว็บไซต์ http://www.tmd.go.th หรือ สายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง         ขณะที่บรรยากาศที่ชายหาดบางเทาใน จ.ภูเก็ต พบว่าคลื่นลมแรง น้ำทะเลซัดเข้ามาถึงในโรงแรม ไม่สามารถลงเล่นน้ำได้ ขณะที่ จ.ระนอง เกิดฝนตกหนักทำให้น้ำท่วมสูงฉับพลันในเขตเทศบาล ชาวบ้านต้องเร่งเก็บข้าวของหนีน้ำกันอลหม่าน ส่วนสถานการณ์ที่ จ.เพชรบุรี มีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ประกอบการออกมาเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวไปเที่ยวกันได้ตามปกติเพราะไม่มีน้ำท่วมแต่อย่างใด                        ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/hvYdtauvNH4

 2,186
สังคม-อาชญากรรม
26 พ.ค. 61

ป่วนปัตตานี! คนร้ายลอบวางระเบิดตู้เอทีเอ็มบึ้มสนั่นกลางเมืองวันเดียว 3 จุด

เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดตู้เอทีเอ็มธนาคารออมสิน บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ ริมถนนสายยะลา-ปัตตานี อ.เมือง จ.ปัตตานี จากการตรวจสอบพบเศษชิ้นส่วนแตกกระจัดกระจายเกลื่อน แต่ไม่มีชาวบ้านได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต   จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า มีคนร้าย 2 คนขับขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์มาจอดหน้าร้านสะดวกซื้อจากนั้นคนร้ายนำระเบิดชนิดแสวงเครื่องแบบตั้งเวลามาวางไว้ด้านหน้าจอตู้เอทีเอ็มก่อนหลบหนีไป จากนั้นอีก 10 นาทีก็เกิดระเบิดขึ้น    ต่อมาเวลา 19.10 น. ตำรวจ สภ.ยะรัง รับแจ้งเหตุพบวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิดวางอยู่หน้าตู้เอทีเอ็มธนาคารอิสลาม ริมถนนในเขตพื้นที่บ้านบาซาเวาะเซง หมู่ 2 ต.ปิตูมุดี อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ก่อนเจ้าหน้าที่รุดเข้าตรวจสอบและเก็บกู้ได้สำเร็จ ส่วนจุดที่ 3 คนร้ายลอบวางระเบิดตู้เอทีเอ็มบริเวณหน้าโรงเรียนมูลนิธิอาซิซสถาน  ต.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ สุดท้ายยิงทำลายวัตถุต้องสงสัยได้สำเร็จ     ล่าสุดตำรวจจับกุมผู้ก่อเหตุได้แล้ว 2 ราย โดย 1 ใน 2 ให้การรับสารภาพและซัดทอดเพื่อนที่ร่วมก่อเหตุอีกหลายราย                              ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/5K9VRqSDLHY  

 2,041
ชูวิทย์มีเรื่องเล่า
02 เม.ย. 61

'ชูวิทย์' เทียบจะๆ ตู้กรองน้ำดื่มพลังงานแสงอาทิตย์ภาคใต้ตู้ละ 5 แสน vs ตู้กรองน้ำทั่วไปราคา 3 หมื่น

ชูวิทย์มีเรื่องเล่า กับชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เจาะเบื้องหน้าเบื้องหลัง จากกรณีการตั้งข้อสังเกตโครงการติดตั้งตู้กรองน้ำดื่มพลังงานแสงอาทิตย์ ของ ศอ.บต. ในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สงขลา และสตูล กว่า 100 ตู้ มีการใช้งบประมาณสูงเกินจริง โดยแต่ละตู้ราคาสูงถึงตู้ละ 5 แสนบาท ทำให้ถูกวิจารณ์ว่าอาจมีการทุจริตขึ้น   ซึ่งทาง ศอ.บต.ชี้แจงว่า เป็นเครื่องที่มีนวัตกรรมพิเศษ มีระบบออนไลน์ตรวจเช็กได้ทันที ซ่อมได้ทันท่วงที  ราคาขายจริง 7 แสน - 1 ล้านบาท แต่ลดเหลือ 5 แสนบาท ขณะที่ผู้ขายตู้กรองน้ำส่วนใหญ่ระบุที่ผ่านมาไม่เคยมีราคาตู้ที่สูงกว่า 5 หมื่นบาท พร้อมเปรียบเทียบคุณสมบัติ ตู้กรองน้ำดื่มใช้พลังงานไฟฟ้าทั่วไป ราคา 3 หมื่นบาท   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/5560hPlS0rw  

 23,848
ข่าวภูมิภาค
23 มี.ค. 61

อุตุฯระบุ กทม.-ไทยตอนบน มีฝนลดลง แต่ภาคใต้จะมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน (จะมีผลกระทบจนถึงวันที่ 23 มีนาคม 2561)" ฉบับที่ 20 ลงวันที่ 23 มีนาคม 2561   บริเวณประเทศไทยตอนบน รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีฝนลดลง สำหรับภาคใต้จะมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น โดยมีผลกระทบดังนี้   ในวันที่ 23 มีนาคม 2561 ภาคใต้: จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และสงขลา   ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนได้แผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนแล้ว ในขณะที่บริเวณดังกล่าวมีอากาศร้อน ทำให้มีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น   จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด ประกาศ ณ วันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2561 เวลา 05.00 น.   กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับนี้เป็นฉบับสุดท้ายของเหตุการณ์นี้ นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/6ThrOXygJW4    

 3,762
ข่าวภูมิภาค
25 ก.พ. 61

พบคนร้ายใช้ 'ระเบิดกระเป๋าสตางค์' ป่วนเมืองนราฯ - ตร.วอนประชาชนช่วยแจ้งเบาะแส

ความคืบหน้าเหตุคนร้ายลอบก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะที่ จ.นราธิวาส ซึ่งเกิดเหตุเพลิงไหม้ 2 จุด จุดแรกที่บริเวณร้านจำหน่ายสินค้าราคาถูก ไม่มีเลขที่ ตั้งอยู่ ถ.ระแงะมรรคา จุดที่ 2 บริเวณห้างซูเปอร์ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส รวมทั้งที่ จ.ปัตตานี และ  จ.สงขลา นั้น   ล่าสุดได้รับแจ้งจากเจ้าของร้านจำหน่ายสินค้าราคาถูก ซึ่งตั้งอยู่ข้างหอนาฬิกา เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส พบวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิดที่ตั้งซุกไว้บริเวณกองหมอนและผ้าห่ม ซึ่งอยู่ด้านขวามือของร้าน มีเสียงดังขึ้น 1 ครั้ง จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่มาทำการตรวจสอบ พบว่าวัตถุต้องสงสัยดังกล่าวเป็นระเบิดกระเป๋า ซึ่งใช้กระหนังของสุภาพบุรุษเป็นภาชนะในการซุกระเบิด ซึ่งภายในมีนาฬิกาข้อมือแบบดิจิทัลได้ต่อพ่วงกับจงจรอิเล็กทรอนิกส์ ที่ต่อพ่วงอีกชั้นหนึ่งกับไม้ขีดไฟและแอลกอฮอลแห้ง ซึ่งระเบิดกระเป๋าใบดังกล่าวได้ทำงานแล้วแต่วงจรไม่สมบูรณ์ เจ้าหน้าที่จึงได้ใช้เชือกดึงออกมาจากร้าน และได้ทำการเก็บกู้บนถนนหน้าร้าน   ด้าน ร.ต.อ.พลวัฒน์ เทพษร รอง หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด กองกำกับการปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธร จ.นราธิวาส ได้เปิดเผยถึงการทำงานของระเบิดกระเป๋า ที่ได้มีการวิวัฒนาการเพื่อนำมาอำพรางก่อเหตุในการตบตาเจ้าหน้าที่ และง่ายต่อการเล็ดรอดเข้าไปก่อเหตุในพื้นที่เป้าหมาย ซึ่งระเบิดกระเป๋าทำงานแบบง่ายดาย คือ ตั้งเวลาปลุกจากนาฬิกาดิจิตอลเพื่อให้วงจรทำงานจนเกิดความร้อน และจากความเร็วดังกล่าวจะเป็นตัวจุดหัวไม้ขีดให้เกิดเปลวไฟ แล้วไปทำให้แอลกอฮอลแห้งเกิดลุกไหม้ ซึ่งเป้าหมายของกลุ่มคนร้ายมักจะแฝงตัวไปวางไว้บริเวณที่มีสินค้าไวไฟ ก็จะทำให้เกิดไฟไหม้อย่างรวดเร็ว   เบื้องต้นจากการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุทั้ง 3 จุด ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่าคนร้ายได้ก่อเหตุด้วยระเบิดกระเป๋า ที่สามารถเล็กรอดการตรวจตราของ จนท.และเจ้าของร้านค้า แต่ถึงอย่างไรก็ตามจุดเกิดเหตุบริเวณภายในอาคารห้างซุปเปอร์ดีพาร์ทเม้นต์สโตร์ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องยังคงใช้พยายามในการหาหลักฐาน แต่ยังไม่สามารถตรวจสอบพบ เนื่องจากมีสิ่งปรักหักพังรวมทั้งสินค้าได้ถูกเพลิงไหม้หล่นมาทับถมกัน จึงเป็นอุปสรรคที่เจ้าหน้าที่ยังคงใช้ความพยายามที่จะค้นหาเศษซากของระเบิดกระเป๋า โดยเจ้าหน้าที่ขอเวลาระยะหนึ่งในการค้นหา     ขณะที่ นางวราภรณ์ ศิริไชย เจ้าของห้างซุปเปอร์ดีพาร์ทเม้นต์สโตร์  ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้ ยอมรับว่าได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ครั้งนี้ประมาณ 100 ล้านบาท เพราะได้รับผลกระทบมาหลายครั้ง และสินค้ามีราคามากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ความเสียหายในครั้งนี้ ซึ่งถึงแม้จะรู้สึกว่าท้อ แต่จะปิดร้านทิ้งไปไม่ได้เพราะลูกน้องมีอยู่จำนวนมาก ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้  จึงต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือ เพราะได้รับความผู้เสียหายอย่างหนัก     ด้าน นายสุรพร พร้อมมูล ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ลงพื้นที่ร้านค้าที่ไดรับความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ กองสาธารณสุขเทศบาลเมืองนราธิวาส ได้เข้ามาช่วยเก็บกวาดทำความสะอาดในการปรับพื้นที่ รวมทั้งการขนย้ายสิ่งปรักหักพังที่เสียหายจากเหตุเพลิงไหม้เมื่อคืนที่ผ่านมา บริเวณ ร้านจำหน่ายสินค้าราคาถูกและร้านจำหน่ายปลาสวยงาม  บริเวณถนนระแงะมรรคา ต.บางนาค อ.เมือง โดยผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ให้กำลังใจผู้เสียหาย พร้อมทั้งรับปากที่จะช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบให้ครอบคลุมในทุกด้าน โดยได้มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบในเบื้องต้นจำนวน 4 ราย  ซึ่งเป็นทั้งความเสียหายจากตัวโครงสร้างอาคารและด้านทรัพย์สินและได้เยี่ยมอาการนายพรสุวรรณ ยอดศรี เจ้าหน้าที่หน่วยบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองนราธิวาส ที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการเข้าไปทำหน้าที่ควบคุมเหตุเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งได้มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาและกล่าวขอบคุณที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่นเสียสละ     ล่าสุด พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. ได้มีวิทยุสั่งการด่วนที่สุด ถึง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ผบก.ภ.จว.ยะลา, ปัตตานี, นราธิวาส, สงขลา และ ผบก.ตชด.ภาค 4 เพิ่มมาตรการป้องกันเหตุ หลังเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ จ.ปัตตานี และ นราธิวาส ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่าน ต่อเนื่องจนเช้า โดยให้บูรณาการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ กองทัพภาคที่ 4 และฝ่ายปกครองอย่างใกล้ชิด    พร้อมเพิ่มมาตรการป้องกันสถานที่ราชการ สถานที่สำคัญ โรงแรม ตลาดสด ร้านค้า สวนสาธารณะ หรือที่ล่อแหลม โดยเน้นการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ตรวจค้นบุคคล และยานพาหนะต้องสงสัย รวมถึงให้ประสานขอความร่วมมือจากภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ให้แจ้งพฤติการณ์ของบุคคลและยานพาหนะต้องสงสัย ที่เข้ามาจอดหรือเคลื่อนไหวอย่างผิดสังเกต พร้อมบันทึกภาพหรือจดจำตำหนิรูปพรรณ เพื่อเป็นข้อมูลในการสืบสวนขยายผล   ขณะเดียวกัน ยังกำชับให้ข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ทุกนาย เพิ่มความระมัดระวัง เตรียมความพร้อมในเรื่องเสื้อเกราะ อาวุธประจำกาย แผนเผชิญเหตุและยุทธวิธี ให้สามารถป้องกัน ตอบโต้และปฏิบัติการเชิงรุก ได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ส่วนในพื้นที่เกิดเหตุ ให้ดำเนินการสืบสวน สอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน วัตถุพยาน จากกล้องวงจรปิด รวมทั้งพยานบุคคลและพยานแวดล้อมในที่เกิดเหตุ เพื่อหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว               ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/_9Lt1QmWo68

 3,837
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
15 ม.ค. 61

'ฉัตรชัย' ตั้งเป้าพัฒนาภาคใต้ปี62 ใช้งบ 3.5 หมื่นลบ. เน้นท่องเที่ยว-เกษตร-ประมง-น้ำ

             พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการบูรณาการนโยบาย พัฒนาภาคใต้ และภาคใต้ชายแดน ครั้งที่ 1/2561 ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ว่า วันนี้เป็นการประชุมเพื่ออนุมัติงบประมาณแผนการพัฒนาจังหวัดภาคใต้และภาคใต้ชายแดน ให้สอดรับกับแผนพัฒนาภาคพ.ศ. 2560-2564 แผนพัฒนาจังหวัดและแผนพัฒนากลุ่มจังหวัด พ.ศ. 2561-2564 โดยเบื้องต้นได้มีการอนุมัติงบประมาณประจำปี 2561 ไปแล้ว แต่ได้มีการเปลี่ยนแปลงแผนงานโครงการ จำนวน 10 โครงการเนื่องจากต้องเปลี่ยนเส้นทางทำถนนให้เลี่ยงเขตป่า ใช้งบประมาณเพิ่ม 120 ล้านบาท                 ส่วนงบประมาณปี 2562 ได้ตั้งเป้าสำหรับงบประมาณไว้ที่ 35,000 ล้านบาท ขณะที่งบประมาณพัฒนาภาคใต้ ระหว่างปี 2560-2564 อยู่ที่ประมาณ 160,000 ล้านบาท แต่ตัวเลขต้องผ่านการกลั่นกรองอีกครั้งหนึ่ง ในการประชุม วันที่ 25 มกราคมนี้อีกครั้ง ก่อนนำเสนอนายกรัฐมนตรีในช่วงปลายเดือน            โดยจะเน้นที่การท่องเที่ยวต้องพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเดิมให้มีความสะอาด ปลอดภัย และขยายพื้นที่ท่องเที่ยวไปในชุมชนต่างๆเพื่อกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น นอกจากนี้ ยังเห็นว่าเกษตรหลักใน พื้นที่ คือ ยางพารา และ ปาล์มน้ํามัน ต้องแก้ปัญหาปริมาณผลผลิตที่มากเกิน และ ราคาผลผลิตอิงกับราคาใน ตลาดโลก ต้องสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกร โดยเฉพาะการทําการเกษตรผสมผสาน เพื่อลดการพึ่งพาพืชเชิงเดี่ยว และมีรายได้จากทางอื่น ทั้งนี้ ยังรวมถึงการทำประมง เนื่องจากเห็นว่าภาคใต้มีศักยภาพทำได้ แต่ที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากทรัพยากรประมงลดน้อยลง ดังนั้น ต้องเร่งฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ไปพร้อมกับการทําประมงที่เหมาะสม ไม่ทําลายล้างมากเกินไป เพื่อให้ เกิดความยั่งยืน และ สินค้าประมงของประเทศไทยเป็นที่ยอมรับของนานาชาติ            นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้เพิ่มเติม การแก้ปัญหาด้านทรัพยากรน้ํา ซึ่งในพื้นที่ภาคใต้ มีฝนตกมากกว่าภาคอื่นๆ ของประเทศไทย ไม่มีปัญหาด้านการขาดแคลนน้ํา แต่มีปัญหาน้ําท่วม เนื่องจากสิ่งกีดขวางทางน้ํา จึงต้องเน้นการป้องกันแก้ไขปัญหาน้ําท่วม ส่วนในพื้นที่เมืองและเกาะต่างๆ อาจมีน้ําสําหรับอุปโภคบริโภคไม่เพียงพอ เนื่องจากไม่มีพื้นที่สร้างแหล่งเก็บน้ํา จึงต้องให้ความสําคัญเช่นเดียวกัน เพื่อไม่ให้กระทบกับประชาชน และ นักท่องเที่ยว  

 6,012
สังคม-อาชญากรรม
28 ธ.ค. 60

ตร.ชายแดนใต้เอาจริง! ปีใหม่นี้ใคร 'ยิงปืนขึ้นฟ้า' หากพบจับ-ปรับรับโทษสูงสุด

เมื่อเวลา 10.00 น. พ.ต.อ.สักรินทร์ บำเพ็ญสมัย ผู้ช่วยโฆษก กองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผยว่า สำหรับมาตรการการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม การรักษาความสงบเรียบร้อย และการดูแลอำนวยความสะดวกด้านการจราจร การป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ 2561 กองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบ.กกล.ตร.จชต. ได้สั่งการให้ตำรวจในสังกัดร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ ป้องกันปราบปรามอาชญากรรม รักษาความสงบเรียบร้อย และดูแลอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ 2561 โดยดำเนินการตามมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ให้ทุกหน่วยจัดทำแผน มาตรการการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม รองรับเทศกาลดังกล่าว ให้สอดคล้องเหมาะสมกับพื้นที่และสถานการณ์มากที่สุด พร้อมระดมกวาดล้างอาชญากรรม ระหว่างวันที่ 25ธ.ค.60ถึง วันที่ 3 ม.ค.61 ป้องกันและปราบปรามคดีประทุษร้ายต่อทรัพย์ที่อาจเกิดขึ้น บริเวณสถานีขนส่ง สถานที่พักผู้โดยสาร แหล่งท่องเที่ยวหรือสถานที่ที่มีการจัดงานหรือจัดกิจกรรม ที่มีประชาชนไปร่วมงานจำนวนมาก    “กำหนดมาตรการป้องกันการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ ให้เหมาะสมกับพื้นที่ เวลาเพื่อป้องกันและตัดโอกาสของกลุ่มคนร้ายที่จะก่อเหตุ เฝ้าระวังสถานการณ์ สืบสวนหาข่าวเชิงลึก ระดมกวาดล้างปิดล้อมตรวจค้นสถานที่เป้าหมาย ให้หน่วยที่เกี่ยวข้องเพิ่มความเข้มในการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ด่านตรวจบุคคล ยานพาหนะ โดยเฉพาะยานพาหนะที่เฝ้าระวัง เพื่อตรวจค้น อาวุธปืน อาวุธสงคราม วัตถุระเบิด ยาเสพติดให้โทษและสิ่งผิดกฎหมาย ประสานความร่วมมือสถานบริการ สถานบันเทิงต่างๆ ให้ปฏิบัติตามคำสั่ง หัวหน้า คสช. เรื่อง มาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหา การควบคุมสถานบริการหรือสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะคล้ายกับสถานบริการในเรื่องการเปิดปิดตามกำหนดเวลา การขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การปล่อยปละละเลยให้ผู้มีอายุต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์ เข้าไปใช้สถานบริการฯ เป็นต้น รวมทั้งการแสดงลามกอนาจาร หากตรวจพบว่ามีการฝ่าฝืนให้จับกุมดำเนินคดีโดยเคร่งครัด และดำเนินการตามมาตรการทางปกครองอีกส่วนหนึ่งด้วย โดยใช้หมายเลขโทรศัพท์ 191 เป็นช่องทางหลักในการรับแจ้งเหตุจากประชาชน รวมทั้งข้อมูลการจราจรและการนำผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุหรือเหตุอื่นๆ เข้ารับการรักษาพยาบาลให้ได้โดยเร็วที่สุด” พ.ต.อ.สักรินทร์ กล่าว    ผู้ช่วยโฆษกกองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังกล่าวอีกว่า สำหรับมาตรการการป้องกันเหตุการณ์การก่อความไม่สงบในพื้นที่ ได้กำหนดแผนเผชิญเหตุหรือมาตรการในการป้องกันการฉวยโอกาสของผู้ไม่หวังดีหรือผู้เสียผลประโยชน์ก่อความไม่สงบในพื้นที่ โดยเพิ่มความเข้มในการรักษาความปลอดภัยสถานที่เชิงสัญลักษณ์ พื้นที่ที่มีการจัดงานเคาท์ดาวน์ สถานที่ราชการ สถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมและสถานที่สำคัญต่างๆ โดยให้จัดชุดปฏิบัติการทางยุทธวิธี โดยเฉพาะชุดเคลื่อนที่เร็ว ชุดปฏิบัติการพิเศษ ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ชุดรวบรวมพยานหลักฐาน ชุดตรวจพิสูจน์สถานที่เกิดเหตุ รวมทั้งสิ่งของอุปกรณ์ เครื่องใช้ ให้สามารถสนับสนุนการปฏิบัติได้โดยเร็วที่สุดเมื่อเกิดเหตุทันที    - “นอกจากนั้นยังมี มาตรการด้านการบังคับใช้กฎหมาย โดยให้กวดขันจับกุมในข้อหาที่เป็นปัจจัยเสี่ยงหลักต่อการเกิดอุบัติเหตุ และส่งผลกระทบต่อการจราจรในภาพรวมในห้วง 7 วันอันตราย ระหว่างวันที่ 28ธ.ค.60ถึง 3 ม.ค.61 โดยให้เน้นข้อหา ขับรถขณะเมาสุรา ขับรถเร็วเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด ขับรถย้อนศร เนื่องจากเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ และทำให้เสียชีวิตบนท้องถนน กวดขันจับกุมผู้เล่นดอกไม้เพลิง พลุ ประทัด และปล่อยโคมลอย ในลักษณะที่ก่อความเดือดร้อนรำคาญ หรือในลักษณะที่น่าจะเป็นอันตรายต่อชีวิตทรัพย์สินของประชาชน หรือรบกวนการจราจรทางอากาศ รวมทั้งห้ามใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้า ไม่ว่าจะกรณีใดๆทั้งสิ้น ซึ่งนอกจากจะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายแล้ว การกระทำดังกล่าวอาจจะทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากกระสุนที่ตกลงมาด้วย ซึ่งหากพบผู้กระทำความผิดดังกล่าว เจ้าหน้าที่จะดำเนินคดีตามกฎหมายขั้นสูงสุดทันที” พ.ต.อ.สักรินทร์ กล่าว

 3,952

Top