ค้นหา :

ผลการค้นหา "ภาคใต้"

อาชญากรรม
05 ม.ค. 63

ไฟใต้ปะทุ! คนร้ายยิงถล่ม 'ค่ายปิเหล็ง' ครบรอบ 16 ปี ปล้นปืน

วันที่ 5 ม.ค.63 พล.ต.สมดุลย์ เอี่ยมเอก ผบ.ฉก.นราธิวาส พ.ต.อ.อโณทัย จินดามณี ผกก.สภ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส พ.อ.เอกพล เลขนอก ผบ.ฉก.กรมทหารพรานที่ 48 เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.กองกำกับการตำรวจภูธร จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่ง ร่วมเดินทางไปที่บริเวณสวนยางพาราบ้านปิเหล็งเหนือ ม.6 ต.มะรือโบออก   เพื่อตรวจสอบรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนส์ ที่คนร้ายได้นำมาจอดทิ้งไว้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ทหารพรานกรมทหารพรานที่ 48 ได้ตรวจสอบพบ หลังจากที่คนร้ายจำนวน 5-6 คน ได้นำรถยนต์กระบะคันดังกล่าว เป็นพาหนะในการใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มใส่กองรักษาการค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ หรือ ค่ายปิเหล็ง ในเวลา 21.45 น. ของคืนวันที่ 4 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา   จากการตรวจสอบรถยนต์กระบะคันดังกล่าว เจ้าหน้าที่พบลายนิ้วมือแฝงเป็นจำนวนมากที่ติดอยู่บริเวณพวงมาลัย ประตูทั้ง 2 ข้าง และบริเวณภายในห้องโดยสาร รวมทั้งบริเวณขอบกระบะบรรทุกหลัง เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส จึงได้ทำการเก็บรวบรวมหลักฐานต่างๆ ก่อนที่จะนำรถยนต์ของกลางไปเก็บไว้ที่ สภ.เจาะไอร้อง   ต่อมา พล.ต.ต.นรินทร์ บูสะมัญ ผบก.ภ.จว.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมเดินทางไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นป้อมกองรักษาการค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ตั้งอยู่ ม.7 ต.มะรือโบออก อ.เจาะไอร้อง โดยกองรักษาการมีสภาพ กระจกและฝาผนังด้านหน้ามีร่องรอยถูกกระสุนปืนเป็นรูพรุน ส่วนด้านหลังของอาคารกองรักษาการ เจ้าหน้าที่พบลูกกระสุนปืน เอ็ม.79 ของคนร้ายที่ยิงใส่กองรักษาการ แล้วพลาดเป้ามาตกอยู่ด้านหลัง จำนวน 1 ลูก นอกจากนี้ที่บริเวณถนนหน้าค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เจ้าหน้าที่พบคนร้ายได้โปรยตะปูเรือใบไว้บนถนนเป็นจำนวนมาก เพื่อป้องกันการติดตามไล่ล่าของเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน   จากการสอบสวนทราบว่า ในช่วงเวลา 20.30 น.ของคืนวันที่ 4 ม.ค. 63 ที่ผ่านมา ได้มีคนร้ายจำนวน 5 ถึง 6 คน แต่งกายชุดดำใช้อาวุธปืนจี้ชิงรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซซุ ดีแม็ก สีบรอนส์ แบบตอนเดียว ของห้างหุ้นส่วนจำกัด เซาท์สยาม มีเดียแอนด์ปริ้นติ้ง บนถนนในหมู่บ้านปะลุกา ม.3 ต.โฆษิต อ.ตากใบ ซึ่งมีนายแวมาเซ็ง หะยีแวน เป็นคนขับ และนายฮาเซ็ม เจ๊ะมะ นั่งคู่กันมา โดยคนร้ายได้จับนายแวมาเซ็งและนายฮาเซ็ม มีดมือไขว้หลังและใช้กระดาษกาวย่นปิดปาก ก่อนนำทั้ง 2 คน ไปทิ้งไว้ในสวนปาล์มของชาวบ้าน   จากนั้นคนร้ายได้ขับรถยนต์กระบะคันดังกล่าว ออกมาจากพื้นที่ อ.ตากใบ โดยใช้เส้นทางสายในทะลุ อ.เจาะไอร้อง โดยมีคนร้ายจำนวนหนึ่งนั่งกระบะหลัง เมื่อผ่านถนนหน้าค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ คนร้ายที่ทำหน้าขับรถยนต์กระบะได้ชะลอความเร็วรถ ให้คนร้ายที่นั่งกระบะหลังใช้อาวุธปืนสงครามนานาชนิดยิงใส่อาคารกองรักษาการจำนวน 2ชุดใหญ่ ซึ่ง 1 ในนั้นเป็นอาวุธปืนเอ็ม.79 ที่ลูกกระสุนด้านแล้วพลาดเป้าไปตกอยู่ที่บริเวณด้านหลังของป้อมกองรักษาการ แล้วคนร้ายได้รีบขับรถยนต์กระบะหลบหนีไป พร้อมทั้งได้โปรยตะปูเรือใบ เพื่อป้องกันการติดตามไล่ล่าของเจ้าหน้าที่ แล้วคนร้ายได้ขับรถยนต์กระบะค้นดังกล่าว ไปจอดทิ้งไว้ที่สวนยางพาราของชาวบ้าน ซึ่งตั้งอยู่บ้านปิเหล็งเหนือ ม.6 ต.มะรือโบออก ซึ่งห่างจากค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ประมาณ 4 กิโลเมตร ด้าน พล.ต.ต.นรินทร์ บูสะมัญ ผบก.ภ.จว.นราธิวาส เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี เพื่อเป็นเชิงสัญลักษณ์วันครบรอบ 16 ปี เหตุปล้นปืนค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ หรือ ค่ายปิเหล็ง       ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/HWNDtL8NLp8      

 1,044
อาชญากรรม
07 พ.ย. 62

สั่งล่า! คนร้ายยิงถล่มป้อม ชรบ.

กรณีคนร้ายยิงถล่มป้อม ชรบ.ลำพะยา ดับ 15 เจ็บ 5 โดยแม่ทัพภาค 4 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามกลุ่มคนร้ายที่หลบหนีมาดำเนินคดี และให้เร่งตรวจสอบดีเอ็นเอที่ได้จากเลือดของคนร้าย รวมทั้งได้สั่งการให้ดูแลครอบครัวของผู้เสียชีวิตทั้ง 15 ราย และที่บาดเจ็บ 5 ราย   จากกรณีที่เกิดเหตุคนร้ายไม่ต่ำกว่า 10 คน พร้อมอาวุธปืนสงคราม ยิงใส่ป้อมจุดตรวจของชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) หมู่ 5 บ้านตะวันออก ต.ลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา เป็นเหตุให้มี ชรบ.เสียชีวิต 15 ราย บาดเจ็บ 5 ราย เหตุเกิดเมื่อกลางดึกของคืนวันที่ 5 พ.ย 62 ที่ผ่านมา แม่ทัพภาค 4 ได้เดินทางมาตรวจสอบยังจุดเกิดเหตุพร้อมสั่งไล่ล่ากลุ่มคนร้าย เชื่อมีบาดเจ็บสาหัสจากการปะทะ ในขณะที่หน่วยข่าวเชื่อ “ฮูไบดีละห์-อหมัด” เป็นแกนนำก่อเหตุความรุนแรงในครั้งนี้   พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ได้รับข้อมูลการก่อเหตุที่จังหวัดยะลา พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ทุกคนให้ระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ เพราะบางจุดตรวจอยู่ห่างจากพื้นที่เมืองมากพอสมควร ซึ่งอาจจะเป็นจุดอ่อนที่มีความเสี่ยง ให้ทุกคนเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น สิ่งสำคัญที่สุดคือ เป็นห่วงครอบครัวผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บทั้งหมด จึงได้สั่งการ ศอ.บต. เข้าไปดูแลเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทั้งหมด ส่วนมาตราการเข้มข้นในการรักษาดูแลความสงบในพื้นที่มีอยู่แล้ว แต่อาจมีจุดอ่อนในการอยู่ร่วมกันและตั้งฐาน ดังนั้นทุกคนต้องเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้น   โดยนางสาวธิดารัตน์ ยอดแก้ว หนึ่งในผู้สูญเสียทั้งพ่อและแม่คือนายสุนทร ยอดแก้ว อายุ 58 ปี และนางรัชนก ยอดแก้ว อายุ 56 ปี จากเหตุการณ์ดังกล่าว ได้เผยความรู้สึก เสียใจกับการสูญเสียในครั้งนี้ แต่ก็ดีใจที่พ่อกับแม่ได้เสียสละทำหน้าที่อย่างดีที่สุด   ขณะที่นายณรงฤทธิ์ สิทธิพันธ์ หนึ่งในผู้รอดชีวิต และได้รับบาดเจ็บ ได้เล่าให้ฟังว่า ช่วงเกิดเหตุการณ์นั้น ได้ยินแต่เสียงอาวุธปืนที่กลุ่มคนร้ายยิงเข้ามารอบทิศ ทุกคนในป้อม ชรบ.ได้ใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้กับกลุ่มคนร้ายที่อยู่บริเวณภายนอก จนกระสุนปืนทุกกระบอกหมด คนร้ายก็ยังระดมยิงและปาระเบิดเข้าใส่ จนมีผู้เสียชีวิตในป้อมจำนวนมาก แต่คนร้ายก็ถูกยิงได้รับบาดเจ็บก่อนที่จะพากันหลบหนีไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/sAoy1BPASQg

 151
อาชญากรรม
06 พ.ย. 62

อุกอาจคนร้ายกราดยิงป้อมยาม เสียชีวิต 14 ศพ

ยะลาเดือด คนร้ายไม่ทราบจำนวนยิงถล่มป้อม ชรบ.ตำบลลำพะยา อ.เมืองยะลา เสียชีวิต 14 ราย พร้อมปล้นอาวุธปืนหลบหนีอีก ยังไม่ทราบจำนวน   เมื่อวันที่ 5 พ.ย.62 เวลา 23.20 น.มีรายงานจาก จ.ยะลา ว่า ได้เกิดเหตุ คนร้ายไม่ทราบจำนวน ได้ก่อเหตุสร้างสถานการณ์ ในพื้นที่ ต.ลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา จำนวน 3 จุด โดยคนร้ายไม่ทราบจำนวน ซึ่งคาดว่ามีไม่ต่ำกว่า 10 ได้ใช้อาวุธปืน ไม่ทราบชนิดและขนาด บุกยิง ป้อมจุดตรวจ ชรบ.หมู่ที่ 4 ต.ลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา ขณะที่มี ชาวบ้านซึ่งเป็น ชรบ. อยู่เวรยามประจำจุดตรวจ ถูกยิงเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 11 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกจำนวน 5-6 ราย ภายหลังได้รับแจ้ง อาสาสมัครกู้ภัยในพื้นที่ ทั้ง กู้ภัยลำพะยา กู้ภัยพร่อน กู้ภัยแม่กอเหนี่ยว และกู้ภัยแม่ทับทิม ได้เดินทางเข้าที่เกิดเหตุเพื่อรับตัวผู้บาดเจ็บส่ง โรงพยาบาลยะลา แต่ระหว่างทาง รถกู้ภัยได้ถูกตะปูเรือใบ ได้รับความเสียหายจำนวน 3 คัน ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ทั้ง ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ได้สนธิกำลังเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมให้กู้ภัยนำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลยะลา พร้อมทั้งปิดกั้นเส้นทาง ในรัศมีใกล้เคียงที่เกิดเหตุ เพื่อสกัดกั้นกลุ่มคนร้าย และได้เข้าตรวจสอบที่เหตุ ซึ่งเป็นป้อมจุดตรวจ ชรบ.ภายในหมู่บ้าน พบผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็น ชาวบ้าน และ ชรบ.ทั้งหมดจำนวน 11 ราย สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดนอนเสียชีวิตอยู่ภายในป้อมจุดตรวจ ซึ่งเป็นภาพที่สะเทือนใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้พบเห็น      ต่อมาทราบว่ามีผู้บาดเจ็บที่นำตัวส่งโรงพยาบาลยะลาก่อนหน้านี้ ได้เสียชีวิตที่โรงพยาบาลเพิ่มเติมอีก 3 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีกจำนวน 3-4 ราย โดยขณะเกิดเหตุนั้น ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงยังได้รับแจ้งทางวิทยุอย่างต่อเนื่องว่า กลุ่มคนร้ายได้ก่อเหตุสร้างสถานการณ์ทั้งการ ลอบวางเพลิงเผายางรถยนต์บนเส้นทางที่หลบหนี แบะวางระเบิดอีกจำนวน 1 จุด เพื่อเป็นการสกัดกั้นการเข้าให้ความช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่     ทั้งนี้ จากการตรวจสอบในเบื้องต้นทราบว่า ขณะเกิดเหตุนั้น ชาวบ้านในพื้นที่ ต.ลำพะยา อ.เมืองยะลา ได้เข้าเวรประจำป้อมจุดตรวจ และได้ถูกกลุ่มคนร้ายไม่ทราบจำนวนซึ่งคาดว่ามีไม่ต่ำกว่า 10 คน ได้อาศัยความมืด เดินเท้าเข้ามาในสวนยางพาราใกล้เคียง ก่อนลงมือก่อเหตุใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด กราดยิงถล่มใส่จุดตรวจ จนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต โดยหลังเกิดเหตุ ยังพบว่าคนร้ายได้ปล้นเอาปาวุธปืนลูกซองของ ชรบ.และ อาวุธปืนพกสั้นประจำกายของผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุไปด้วย ยังไม่ทราบจำนวนที่แน่ชัด

 383
สังคม-อาชญากรรม
19 ต.ค. 62

กรมอุตุฯ เตือนภาคใต้รับมือฝนตกหนัก-น้ำป่าไหลหลาก

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "ฝนตกหนักบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 19 ตุลาคม 2562)" ฉบับที่ 13 ลงวันที่ 19 ตุลาคม 2562        ภาคใต้มีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย           สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนบนตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา มีคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป คลื่นสูงประมาณ 2 เมตร สำหรับบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองจะมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และควรหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง           ทั้งนี้เนื่องจากลมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังปานกลางพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้           จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์           กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือ สายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง           ประกาศ ณ วันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2562 เวลา 11.00 น.           กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2562 เวลา 17.00 น.          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/XkAU0F9zj4s

 2,058
สังคม
19 ต.ค. 62

กรมอุตุฯ เตือนภาคใต้รับมือฝนตกหนัก-น้ำป่าไหลหลาก

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "ฝนตกหนักบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 19 ตุลาคม 2562)" ฉบับที่ 13 ลงวันที่ 19 ตุลาคม 2562        ภาคใต้มีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย           สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนบนตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา มีคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป คลื่นสูงประมาณ 2 เมตร สำหรับบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองจะมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และควรหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง           ทั้งนี้เนื่องจากลมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังปานกลางพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้           จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์           กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือ สายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง           ประกาศ ณ วันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2562 เวลา 11.00 น.           กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2562 เวลา 17.00 น.          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/XkAU0F9zj4s

 2,058
ข่าวภูมิภาค
19 ก.ย. 62

ห่วง 5 จังหวัดภาคใต้ ฝุ่น pm2.5 พุ่งเกินมาตรฐาน เหตุหมอกควันไฟป่าอินโดฯ

สถานการณ์หมอกควันไฟป่าจากเกาะสุมาตรา เกาะบอร์เนียว ประเทศอินโดนีเซีย ลอยกระทบพื้นที่ภาคใต้ 5 จังหวัด ได้แก่ สงขลา สตูล ตรัง ยะลา นราธิวาส   โดยสถานการณ์ที่สงขลาพบว่า ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน เฉลี่ย 24 ชั่วโมง เกินเกณฑ์มาตรฐาน (50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศ์กเมตร) เริ่มส่งผลต่อสุขภาพ เตือนประชาชนหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง  และสวมหน้ากากอนามัย   ขณะที่มีรายงานว่า อินโดนีเซียได้จับกุมผู้ต้องสงสัยก่อเหตุไฟป่าได้ 185 คน ต้องระดมเจ้าหน้าที่ 9 พันนายดับไฟป่าบนเกาะสุมาตรา เกาะบอร์เนียว ที่ส่งผลกระทบข้ามประเทศไปยังมาเลเซีย สิงคโปร์ รวมถึงภาคใต้ของไทย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ZVjo_zwZ65o

 1,729
สังคม
19 ก.ย. 62

ห่วง 5 จังหวัดภาคใต้ ฝุ่น pm2.5 พุ่งเกินมาตรฐาน เหตุหมอกควันไฟป่าอินโดฯ

สถานการณ์หมอกควันไฟป่าจากเกาะสุมาตรา เกาะบอร์เนียว ประเทศอินโดนีเซีย ลอยกระทบพื้นที่ภาคใต้ 5 จังหวัด ได้แก่ สงขลา สตูล ตรัง ยะลา นราธิวาส   โดยสถานการณ์ที่สงขลาพบว่า ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน เฉลี่ย 24 ชั่วโมง เกินเกณฑ์มาตรฐาน (50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศ์กเมตร) เริ่มส่งผลต่อสุขภาพ เตือนประชาชนหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง  และสวมหน้ากากอนามัย   ขณะที่มีรายงานว่า อินโดนีเซียได้จับกุมผู้ต้องสงสัยก่อเหตุไฟป่าได้ 185 คน ต้องระดมเจ้าหน้าที่ 9 พันนายดับไฟป่าบนเกาะสุมาตรา เกาะบอร์เนียว ที่ส่งผลกระทบข้ามประเทศไปยังมาเลเซีย สิงคโปร์ รวมถึงภาคใต้ของไทย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ZVjo_zwZ65o

 1,729
การเมือง
07 ส.ค. 62

‘บิ๊กตู่’ นำคณะ ลงพื้นที่ จ.ยะลา เปิดอาคารศูนย์ราชการจังหวัดชายแดนใต้

วันที่ 7 ส.ค. 62 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พร้อมคณะ ลงพื้นที่จังหวัดยะลา ซึ่งเป็นการลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ครั้งแรก ของ ครม. ประยุทธ์ 2 เพื่อเป็นประธานเปิดอาคารศูนย์ราชการจังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งเป็นศูนย์กลางบริการประชาชนแบบครบวงจรขนาดใหญ่แห่งเดียวใน 5 จังหวัดภาคใต้ โดย ศอ.บต. อยู่ระหว่างเตรียมการจัดสร้างหอเฉลิมพระเกียรติสถาบันพระมหากษัตริย์กับการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้บริเวณพื้นที่ชั้น 14 และชั้น 15 ด้วย    โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรียังได้รับฟัง ความก้าวหน้าการพัฒนาพื้นที่ พร้อมเป็นประธาน มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาให้แก่ผู้แทนผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้  ทั้งยังมอบบัตรส่งเสริมการลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)  1 ราย และหนังสือขอบคุณแก่ 5 บริษัทที่มีความตั้งใจเข้ามาลงทุนในพื้นที่จังหวัดชายเเดนภาคใต้ รวมถึงมอบหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน (โฉนดที่ดิน) ให้กับผู้นำศาสนา และผู้แทนประชาชน ใน 3 จังหวัด 150 ราย 200 แปลง  

 1,295
ข่าวภูมิภาค
24 มิ.ย. 62

อุตุฯประกาศเตือน ภาคใต้-ตะวันออก รับมือฝนตกหนัก 24-29 มิ.ย.62

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "ฝนตกหนัก และคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 24-29 มิถุนายน 2562)" ฉบับที่ 3 ลงวันที่ 24 มิถุนายน 2562   ในช่วงวันที่ 24-27 มิ.ย. 2562 บริเวณภาคใต้และภาคตะวันออกมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย   โดยจะมีผลกระทบตามภาคต่าง ๆ ดังนี้ ในช่วงวันที่ 24-25 มิถุนายน 2562 ภาคตะวันออก: มีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดนครนายก ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ภาคใต้ฝั่งตะวันออก: มีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช ภาคใต้ฝั่งตะวันตก: มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล   ในช่วงวันที่ 26-27 มิถุนายน 2562 ภาคตะวันออก: มีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ภาคใต้ฝั่งตะวันออก: มีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช ภาคใต้ฝั่งตะวันตก: มีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล   ทั้งนี้เนื่องจาก มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคใต้และภาคตะวันออกมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง   สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรง โดยทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 29 มิ.ย. 62 นี้   จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง   ประกาศ ณ วันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2562 เวลา 05.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2562 เวลา 11.00 น. ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/I4hHPvhusU4

 1,658
พระราชสำนัก
15 เม.ย. 62

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานรางวัล ผู้ชนะการอัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน ประจำปี 2561

วานนี้(14 เม.ย.) เวลา 17.30 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี ทรงวางพานพุ่ม พวงมาลัย และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว    จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังมัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี ในการพระราชทานรางวัลการทดสอบการอัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน ระดับภาคใต้ และระดับประเทศ ประจำปี 2561 ในการนี้ นายเปาซี หะมะ ผู้ชนะเลิศการทดสอบการอัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน ระดับประเทศ ประจำปี 2560 อัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน โอกาสนี้ พระราชทานถ้วยรางวัลแก่ผู้ชนะเลิศการทดสอบการอัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน ระดับภาคใต้ และระดับประเทศ ประจำปี 2561 จำนวน 12 คน โดยผู้ชนะเลิศฝ่ายชาย ได้แก่ นายมูฮำมัด หะยีมูซอ และผู้ชนะเลิศฝ่ายหญิง ได้แก่ นางสาวรัตนา สะหะมาน    ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทย จัดทดสอบการอัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน ระดับภาคใต้ และระดับประเทศ ต่อเนื่องทุกปี ในครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27-29 มิถุนายน 2561 เพื่อ ส่งเสริมสนับสนุนให้ชาวไทยมุสลิมได้รู้หลักธรรมคำสอนในพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานอย่างถ่องแท้ และปฏิบัติอย่างถูกต้องตรงต่อพระมหาคัมภีร์ ตลอดจนเป็นการเสริมสร้างความสามัคคีและความสัมพันธ์อันดีระหว่างพี่น้องมุสลิมด้วยกัน และพี่น้องต่างศาสนิก    ในการนี้รองประธานผู้ทรงคุณวุฒิสำนักจุฬาราชมนตรี ผู้แทนจุฬาราชมนตรี ขอดูอาร์ และขอพรจากพระเจ้า ถวายพระพรแด่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ประทับยืนและยกพระหัตถ์ตามผู้แทนจุฬาราชมนตรี    โอกาสนี้ ทอดพระเนตรงานศิลปาชีพ ของสมาชิกมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จังหวัดนราธิวาส ที่นำผลงานศิลปาชีพ 3 กลุ่มมาจัดแสดง ได้แก่ กลุ่มแปรรูปกระจูด บ้านทอนอามาน, กลุ่มเครื่องปั้นดินเผา พระตำหนักษิณราชนิเวศน์ และจากหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงรอตันบาตู และกลุ่มเรือกอและจำลอง บ้านทอน    รวมถึงนิทรรศการ การดำเนินงานด้านอนุรักษ์ฟื้นฟูสัตว์น้ำในทะเล ในโครงการฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่งทะเล อันเนื่องมาจากกพระราชดำริจังหวัดปัตตานี และจังหวัดนราธิวาส    ตลอดจนผลิตภัณฑ์สินค้า 1 ตำบล 1 ผลิตภัณฑ์ ทั้ง 12 อำเภอในจังหวัดปัตตานี ประเภทของใช้ ของที่ระลึก และอาหารพื้นเมือง เช่น กระเป๋าย่านลิเภา, งานแกะสลักไม้ เป็นของใช้และของที่ระลึก, ผลิตภัณฑ์จากผ้าบาติก ขนมลา และข้าวเกรียบปลา เป็นต้น    เสร็จแล้ว ทรงเยี่ยมหน่วยแพทย์พระราชทานในพระองค์ 904 ที่มีคณะแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าด้านสาธารณสุข จากกองแพทย์หลวง และจากโรงพยาบาลปัตตานีที่ไปให้บริการตรวจรักษาโรค ด้านศัลยแพทย์ อายุรแพทย์โรคไต ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ กุมารแพทย์ รวมถึงบริการตรวจวัดสายตาประกอบแว่นให้กับผู้สูงอายุ และประชาชนในพื้นที่จังหวัดปัตตานี โดยมีราษฎรที่เจ็บป่วยไปขอรับบริการ จำนวน 248 คน ตรวจรักษาด้านสายตา 185 คน และยังมีคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ เก่า จำนวน 4 คน ที่ไปติดตามผลการรักษา และมีผู้เจ็บป่วย จำนวน 6 คน อาทิ โรคเพดานโหว่, โรคหลอดน้ำเหลืองอุดตัน และโรคลิ้นหัวใจรั่วแต่กำเนิด ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ รับไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ สร้างความปลาบปลื้มแก่ผู้ป่วยและครอบครัว เป็นอย่างยิ่ง    แล้วทรงเยี่ยมราษฎรทั่วไป รวมถึงสมาชิกจิตอาสา และสมาชิกศิลปาชพแผนกปักผ้า จากศูนย์ศิลปาชีพบ้านวัดสำเภาเชย อำเภอปะนะเระ จังหวัดปัตตานี ที่ไปเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสร็จอย่างทั่วถึง ในการนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกอบอาหารเลี้ยงแก่คณะผู้ปฏิบัติงาน และราษฎร ที่ไปเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทอย่างทั่วถึงด้วย   

 968
สังคม-อาชญากรรม
05 ม.ค. 62

ปภ. สรุปพื้นที่ประสบภัย 'พายุปาบึก' 8 จว.ใต้ อพยพปชช.กว่า 3 หมื่นคน

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เผยภาพรวมพายุปาบึก กระทบพื้นที่ 8 จังหวัดภาคใต้ อพยพประชาชนกว่า 3 หมื่นคน พร้อมสั่งเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ และสำรวจความเสียหายเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ   (5 ม.ค. 62)นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. ในฐานะ ผู้อำนวยการกลาง กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง สรุปภาพรวมสถานการณ์จากอิทธิพลจากพายุโซนร้อนปาบึก ในวันที่ 4 มกราคมที่ผ่านมา ทำให้เกิดฝนตกหนัก พายุลมแรง คลื่นซัดฝั่ง ส่งผลกระทบในพื้นที่ภาคใต้ รวม 8 จังหวัด ประกอบด้วย นครศรีธรรมราช,สุราษฎร์ธานี , สงขลา,ชุมพร,พัทลุง,ยะลา,ปัตตานี และ นราธิวาส โดยมีการอพยพประชาชนใน 31 อำเภอ 240 จุดรวม 34,089 คน    โดยจุดหนักที่สุด คือ นครศรีธรรมราช เกิดวาตภัยในพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อ.ปากพนัง,อ.เมืองนครศรีธรรมราช,อ.หัวไทร,อ.ขนอม,อ.สิชล และ อ.ท่าศาลา รวมถึงยังเกิดน้ำหลาก และน้ำท่วม ที่ อ.ฉวาง ,อ.พิปูน และ อ.ร่อนพิบูลย์ ขณะที่จากการสำรวจความเสียหายในเบื้องต้น เสาไฟฟ้าล้ม 32 ต้น และมีรายงานผู้เสียชีวิต 2 ราย   ขณะที่จังหวัดสงขลาสงขลา เกิดวาตภัยในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองสงขลา,อ.ควนเนียง และ อ.รัตภูมิ มีรายงานเสาไฟฟ้าล้ม 17 ต้น หอกระจายข่าวเสียหาย 1 แห่ง บ้านเรือนเสียหายจากคลื่นซัดฝั่ง 475 หลัง    ส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี เกิดน้ำหลากท่วมในเขต อ.กาญจนดิษฐ์ และ อ.ดอนสัก ซึ่งได้อพยพประชาชนไปอยู่ในที่ปลอดภัย รวม 27 จุด 1,661 คน    ทั้งนี้ ปภ. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระดมเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัย สนับสนุนการระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขังอย่างต่อเนื่อง เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว รวมถึงดูแลชีวิตความเป็นอยู่และอำนวยความสะดวกผู้ประสบภัยในพื้นที่ พร้อมทั้งแจกจ่ายถุงยังชีพและเครื่องอุปโภคบริโภค เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น นอกจากนี้ ได้กำชับจังหวัดที่สถานการณ์อุทกภัยเริ่มคลี่คลายแล้วให้เร่งสำรวจความเสียหาย เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ต่อไป    อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยติดตามพยากรณ์อากาศ ปฏิบัติตามคำแนะนำของทางราชการ หากมีประกาศแจ้งเตือนอพยพ ขอให้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งคัด

 1,823
สังคม-อาชญากรรม
02 ม.ค. 62

กรมอุตุฯ ประกาศฉบับที่ 8 พายุ 'ปาบึก' กำลังเคลื่อนสู่อ่าวไทย เตือน '15 ภาคใต้' ฝนถล่มหนัก 3-5 ม.ค.นี้

กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศฉบับที่ 8 ลงวันที่ 02 มกราคม 2562 พายุ “ปาบึก” (PABUK)        เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันนี้ (2 ม.ค. 62) พายุโซนร้อน “ปาบึก” (PABUK) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่าง โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 6.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 108.0 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลัง เคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็ว 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนผ่านปลายแหลมญวน และเคลื่อนลงอ่าวไทย           ในช่วงวันที่ 2-3 มกราคม 2562 โดยจะมีผลกระทบต่อภาคใต้ในช่วงวันที่ 3-5 มกราคม 2562 ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจะเกิดน้ำทวมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย โดยมีผลกระทบดังนี้           ในช่วงวันที่ 3-4 มกราคม 2562 จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งกับมีลมแรงบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส กระบี่ ตรัง และสตูล           ในช่วงวันที่ 4-5 มกราคม 2562 บริเวณภาคใต้จะมีฝนตกเป็นบริเวณกว้างและจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งกับมีลมแรงบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล           สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยมีคลื่นสูง 3-5 เมตร ส่วนทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากลมแรงและคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งตั้งแต่วันที่ 2-5 มกราคม 2562           ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวพยากรณ์อากาศ และประกาศเตือนภัยได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา https://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง                     ประกาศ ณ วันที่ 2 มกราคม 2562 เวลา 11.00 น.           กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 2 มกราคม 2562 เวลา 17.00 น.

 9,828
สังคม-อาชญากรรม
15 พ.ย. 61

กรมอุตุฯ ชี้ทั่วไทยฝนคะนอง เตือน '12 จว. ภาคใต้' ฝนถล่มหนัก กทม. ชุ่มฉ่ำ 40 %

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประจำวันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 บริเวณภาคใต้ตอนล่างตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไปจะมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ตอนล่างระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย ส่วนภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้ในระยะนี้    อนึ่ง ผู้ที่จะเดินทางไปประเทศศรีลังกาและประเทศอินเดียตอนล่าง ขอให้ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางด้วยเนื่องจากมีพายุไซโคลน“คชะ” อยู่ใกล้บริเวณดังกล่าว พายุนี้ไม่มีผลกระทบต่อสภาพอากาศของประเทศไทย    ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา หย่อมความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมประเทศมาเลเซียได้เคลื่อนลงสู่ช่องแคบมะละกา ประกอบกับมีลมตะวันออกพัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทย ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับบริเวณความกดอากาศสูงกำลังอ่อนจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และทะเลจีนใต้ ส่งผลให้ลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้ในระยะนี้   พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 12:00 วันนี้ ถึง 12:00 วันพรุ่งนี้.   ภาคเหนือ อากาศเย็นในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่  ส่วนมากบริเวณจังหวัดเชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่  สุโขทัย อุตรดิตถ์ และพิษณุโลก  อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส  สำหรับบริเวณยอดดอยมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 9-16 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.    ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่  ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองคาย อุดรธานี สกลนคร บึงกาฬ และนครพนม  อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส  สำหรับบริเวณยอดภูมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 12-16 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.    ภาคกลาง มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่  ส่วนมากบริเวณจังหวัดสมุทรสาคร สมุทรสงคราม ราชบุรี และกาญจนบุรี  อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.    ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่  ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด  อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร    ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง  บริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส  อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส    กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่  อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.  ออกประกาศ : 15 พฤศจิกายน 2561 เวลา 11:00 น.  

 2,216
สังคม-อาชญากรรม
13 พ.ย. 61

กรมอุตุฯ ชี้ทั่วไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนอง เตือน 'ภาคใต้' คาดฝนถล่ม 14 พ.ย.-16 พ.ย.นี้ กทม.ชุ่มฉ่ำร้อยละ 20

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า  ประจำวันที่ 13 พฤศจิกายน 2561บริเวณภาคเหนือยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้ในระยะนี้ สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก มีฝนน้อย สำหรับภาคใต้ตอนล่าง คาดว่ามีฝนเพิ่มมากขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง ในช่วงวันที่ 14-16 พฤศจิกายน 2561 ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ตอนล่างระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม    ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงกำลังอ่อนปกคลุมภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และทะเลจีนใต้ ประกอบกับลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้ในระยะนี้ หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณเกาะบอร์เนียวมีแนวโน้มจะเคลื่อนผ่านประเทศมาเลเซีย ในช่วงวันที่ 14-16 พฤศจิกายน 2561 ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนเพิ่มมากขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง   พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 12:00 วันนี้ ถึง 12:00 วันพรุ่งนี้. ภาคเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดตาก แม่ฮ่องสอน  เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก และเพชรบูรณ์  อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 28-35 องศาเซลเซียส  สำหรับบริเวณยอดดอยมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 9-16 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.    ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่  ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย สกลนคร และบึงกาฬ  อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส  สำหรับบริเวณยอดภูมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 12-16 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.    ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่  ส่วนมากบริเวณจังหวัดอุทัยธานี นครสวรรค์ ชัยนาท และสุพรรณบุรี  อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.    ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่  ส่วนมากบริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด  อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร    ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชุมพร  สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส  อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร    ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่  ส่วนมากบริเวณจังหวัดภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล  อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร    กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่  อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.  ออกประกาศ : 13 พฤศจิกายน 2561 เวลา 11:00 น.

 1,146
สังคม-อาชญากรรม
09 พ.ย. 61

ฝนมาแน่วันนี้! อุตุฯ ชี้ทั่วไทยฝนถล่ม เตือน 'ภาคใต้' หนักสุดร้อยละ 80 กทม.โดนด้วย!

กรมอุตุฯ  พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนระมัดระวังอันตราย รวมทั้งกรุงเทพมหานคร ที่ฝนอาจตกหนักในบางพื้นที่    ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณภาคใต้ กำลังเคลื่อนลงทะเลอันดามันในวันนี้ ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักบางพื้นที่ ล่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคกลางตอนล่าง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้   พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้.    ภาคเหนือ อากาศเย็น กับมีหมอกในตอนเช้า และมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ สำหรับบริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 5-14 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 17-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.   ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ และศรีสะเกษ สำหรับบริเวณยอดภูมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 11-15 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 19-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.   ภาคกลาง มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.   ภาคตะวันออก  มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร     ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)  มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และ นราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร   ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)  มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร   กรุงเทพมหานครและปริมณฑล  มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

 42,999

Top