ค้นหา :

ผลการค้นหา "พิษณุโลก"

ข่าวภูมิภาค
13 มี.ค. 62

เมียวัย 60 ถูกอดีตสามีปลุกปล้ำ คว้ามีดปักอกดับคาม่านรูด

พิษณุโลก-เกิดเหตุภรรยาวัย 60 ปีใช้มีดปลายแหลมปักอก อดีตสามีวัย 62 ปี เสียชีวิตคาโรงแรมม่านรูด   โดยผู้ก่อเหตุให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ตนเองและอดีตสามีได้แยกกันอยู่มานานหลายปีแล้ว แต่มักจะนัดเจอกันบ้างที่โรงแรม ซึ่งที่ผ่านมาอดีตสามีเคยพยายามที่จะปลุกปล้ำ แต่ตนเองก็ขัดขืนและต่อสู้มาโดยตลอด ผู้ตายก็เคยบาดเจ็บมาแล้ว เพราะกลัวว่าจะติดโรค เพราะไม่ได้อยู่ด้วยกัน และทราบว่าสามีไปมีผู้หญิงอื่นหลายคน   เช่นเดียวกับในวันนี้ ผู้ตายได้พยายามจะปลุกปล้ำตนเองอีก ตนเองก็ต่อสู้ขัดขืนเช่นเดิม ซึ่งครั้งนี้ตนเองได้เตรียมเอามีดมาด้วย เพื่อป้องกันตนเอง ขณะที่ถูกปลุกปล้ำพยายามห้ามปรามแล้ว แต่อดีตสามีไม่ฟัง จึงแทงเข้าไปที่ตัว 1 ครั้ง แล้วก็รีบออกมา และเมื่อกลับเข้าไปก็พบว่าอดีตสามีเสียชีวิตอยู่ภายในห้องพักดังกล่าวแล้ว จึงรอมอบตัวกับตำรวจ   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิด และเตรียมนำตัวผู้ต้องหาไปสอบสวนเพิ่มเติมอย่างละเอียด ก่อนที่จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/cF6-DZBMBNk

 16,725
ข่าวภูมิภาค
08 มี.ค. 62

สามีหึงโหด ราดน้ำมันจุดไฟ เผาร่างเมียสาหัส อ้างไม่ได้ตั้งใจ แต่โกรธเห็นชายอื่นซื้อเสื้อให้

พิษณุโลก-จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Satijaree Insakorn ได้โพสต์เรื่องราวขอความช่วยเหลือหญิงสาวรายหนึ่ง ถูกสามีราดน้ำมันจุดไฟเผาทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส มีแผลพุพองทั่วใบหน้าและร่างกาย   โดยหญิงสาวเคราะห์ร้ายรายนี้ ยังนอนพักรักษาตัวอยู่ที่ห้องไอซียูโรงพยาบาลพุทธชินราช ทราบชื่อคือ น.ส.อริสสา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี ส่วนสามีที่ก่อเหตุทราบชื่อ คือ นายวัชระ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี   หลังเกิดเหตุ น.ส.สมัย (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 47 ปี แม่ของผู้บาดเจ็บได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก ก่อนออกหมายจับของศาลจังหวัดพิษณุโลก ที่ จ 85/2562 ลงวันที่ 6 มี.ค. ในข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นโดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย และกระทำการอันเป็นความรุนแรงในครอบครัว   ต่อมานายวัชระ ผู้ต้องหา ได้เดินทางเข้ามอบตัว พร้อมให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าในวันเกิดเหตุตนเองและภรรยามีปากเสียงกันเรื่องหึงหวง เนื่องจากพบว่าเสื้อตัวใหม่ที่ภรรยาสวมใส่อยู่นั้นมีผู้ชายซื้อให้ ด้วยความโกรธจึงนำน้ำมันใส่ขวดพร้อมกับจุดไฟแช็คขู่   ก่อนจะมีการยื้อแย่งกันจนน้ำมันหกไปโดนตัวของภรรยาและมือทั้งสองข้างของตนเอง จากนั้นก็เกิดประกายไฟลุกลามติดทั่วร่างของภรรยาจนดิ้นทุรนทุราย ซึ่งญาติที่อยู่ในเหตุการณ์ก็ได้เข้ามาช่วยเหลือกันดับไฟให้ ก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ชีพของอบต.ปากโทก เพื่อมารับตัวนำส่งยังโรงพยาบาล   หลังเกิดเหตุตนไม่ได้หลบหนีไปไหนและยังไปเยี่ยมดูอาการภรรยาทุกวัน พร้อมอยากขอโทษภรรยาเนื่องจากไม่ได้ตั้งใจที่จะทำร้ายถึงเพียงนี้ เพราะโกรธหึงหวงและรักภรรยามากจนอยู่กินมีลูกด้วยกันถึง 3 คน แต่เมื่อเป็นคดีอาญาแล้วก็ให้ว่ากันไปตามกฎหมาย ตอนนี้ก็เสียใจกับสิ่งที่ได้ทำลงไป   ด้านพ่อแม่ผู้ต้องหา เปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุเห็นลูกชายและลูกสะใภ้มีปากเสียงทะเลาะกัน แต่เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด ยืนยันว่าบุตรชายไม่ได้ตั้งใจทำร้ายแฟนสาวแต่เป็นอุบัติเหตุ เนื่องจากมีการยื้อแย่งกันจนน้ำมันหกรดราดตัวทั้งคู่ ทำให้ถูกไฟไหม้ที่มือทั้งสองข้างของลูกชายและไหม้ใบหน้าของลูกสะใภ้ ด้วยความตกใจญาติที่อยู่ในเหตุการณ์ได้เข้ามาช่วยกันดับไฟ พร้อมกับหาว่านหางจระเข้มาทาถูเพื่อบรรเทาอาการในเบื้องต้น   ส่วนที่มีผู้นำรูปภาพและข้อความไปโพสต์ลงในเฟซบุ๊กกล่าวหาว่า ลูกชายตั้งใจจุดไฟราดน้ำมันภรรยานั้นไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เพราะที่ผ่านมาทางครอบครัวตนเองได้ดูแลเอาใจใส่ลูกสะใภ้เป็นอย่างดี ทั้งคู่ก็รักกันมากแต่ก็อาจจะมีปากเสียงทะเลาะหึงหวงกันบ้างตามประสา   หลังเกิดเหตุก็ได้ไปเยี่ยมดูอาการด้วยความเป็นห่วงเป็นใยทุกวัน อาการดีขึ้นบ้างแล้วแต่ยังไม่สามารถพูดคุยได้ มีการรับรู้ตอบสนองดี ยังอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ขอยืนยันว่าลูกชายรักภรรยามากจนทุกวันนี้มีลูกด้วยกันถึง 3 คน เป็นผู้ชาย 2 คน และเป็นผู้หญิงคนเล็ก 1 คน ทั้งนี้พอมีการแชร์ต่อกันในโลกออนไลน์ทำให้ครอบครัวได้รับผลกระทบถูกต่อว่าต่างๆ นานา จึงอยากขอความเป็นธรรมให้กับลูกชายของตนเองบ้าง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Fa5gOwWE1Cg

 1,754
ข่าวภูมิภาค
21 ก.พ. 62

สุดเศร้า ยายวัย 82 ล้มหัวฟาดพื้นเสียชีวิต ตาวัย 89 ทำใจไม่ได้ ผูกคอตายตาม

วันที่ 21 ก.พ. 62 เมื่อเวลา 10.50 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก พร้อมด้วย ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน 6 และเจ้าหน้าที่กู้ภัย สมาคมกู้ภัยข่าวภาพ เข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ ผู้เสียชีวิต 2 คน ภายในบ้านหลังหนึ่ง ต.วัดจันทร์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก    หลังจากได้รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่ว่าพบ นายจรูญ ศิริวัฒน์ อายุ 89 ปี ผูกคอเสียชีวิตด้วยสายไฟที่บริเวณบันไดหน้าบ้าน ชาวบ้านจึงได้ช่วยกันนำร่างออกจากบ่วงผูกคอ แต่พบว่านายจรูญเสียชีวิตไปแล้ว และไม่ไกลจากศพนายจรูญมากนัก ภายในห้องครัว ยังพบว่า นางบุญมา ศิริวัฒน์ อายุ 82 ปี เสียชีวิตล้มนอนจมกองเลือดด้วย    เบื้องต้นเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ โดยได้เก็บเอาหลักฐานและร่องรอยดีเอ็นเอ ภายในบ้าน ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าทรัพย์สินและข้าวของยังคงวางอยู่ตามปกติ รวมถึงภายในห้องครัว ที่ถ้วยจานยังมีร่องรอยการเตรียมอาหารรับประทาน ไม่มีร่องรอยการรื้อค้นหรือต่อสู้แต่อย่างใด เนื่องจากบริเวณนี้เป็นพื้นที่ชุมชนที่พักอาศัยกันในหมู่ญาติพี่น้องและคนรู้จักกัน จึงยังไม่สามารถระบุได้ว่ามีผู้ต้องสงสัยเข้ามาก่อเหตุร้ายหรือไม่อย่างไร   จากการสอบตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุของเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน พบว่า มีท่อนเหล็กขนาดความยาวประมาณ 70 เซนติเมตร ถูกวางไว้บริเวณหลังบ้าน และ มีปลั๊กราง ที่ถูกตัดสายไฟออกอยู่ข้างโทรทัศน์ จึงเก็บไป ว่าเป็นเส้นเดียวกับที่ผูกอยู่กับคอนายจรูญ หรือไม่    ด้านแพทย์เวร ได้เข้าร่วมตรวจสอบศพบุญมา พบว่า มีบาดแผลที่ศีรษะ ความยาวประมาณ 5 เซนติเมตร จึงให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงนำศพทั้ง 2 คน ส่งที่โรงพยาบาลมหาวายาลัยนเรศวร เพื่อชันสูตรพลิกศพหาสาเหตุของการเสียชีวิตที่แท้จริงอีกครั้งก่อนสรุปให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ   ขณะที่เพื่อนบ้านผู้พบศพนายจรูญ คนแรกบอกว่า ระหว่างที่ตนเองกำลังรดน้ำผักและเดินไปเอามาซัก ก็พบเห็นนายจรูญมีสายไฟคล้องอยู่ที่คอ และนั่งนิ่งอยู่ ตนเองตกใจกลัวมากไม่กล้ามอง จึงได้เรียกเพื่อนบ้านมาช่วยดูก็พบว่าเสียชีวิตแล้วจริง จึงได้รีบแจ้งญาติๆ นางสุภาพ ยืนยันว่า ทั้งคู่รักกันมาก เมื่อวานนี้ นางบุญมา เป็นคนซักผ้า และให้ นายจรูญ เป็นคนตากผ้า ให้อยู่เลย   ด้านหลานผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ทั้งคู่รักกันมาก ได้ไปใช้ชีวิตอยู่ที่กรุงเทพมหานครมานาน และได้กลับมาสร้างบ้านอยู่ด้วยกันที่นี่ได้ประมาณ 2 ปี แล้ว เวลาจะไปไหนมาไหนก็ไปด้วยกันตลอด ทั้งสองคนก็มีเจ็บป่วยเพียงแค่โรคคนชราเท่านั้น ไม่ได้มีปัญหารุมเร้าใดๆ   ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าของคดี เปิดเผยว่า ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุการเสียชีวิตของทั้งสองคนได้ เพราะยังต้อรอผลพิสูจน์หลักฐานที่จะนำส่งให้มีการตรวจพิสูจน์ และการชันสูตรพลิกศพ ก่อนที่จะนำส่งศพให้ญาติเพื่อนำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป   

 21,041
ครอบครัวบันเทิง
30 ธ.ค. 61

'ณเดชน์' สุดชิลหน้าสดเที่ยวสัมผัสอากาศหนาว-กินสตรอว์เบอร์รี ที่โครงการพัฒนาป่าไม้ฯภูหินร่องกล้า

ณเดชน์ คูกิมิยะ ไปเที่ยวสัมผัสอากาศหนาว กินสตรอว์เบอร์รี ที่โครงการพัฒนาป่าไม้ ตามแนวทางพระราชดำริภูหินร่องกล้า จ.พิษณุโลก          ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WlqY2sxkfqI

 5,877
ข่าวภูมิภาค
26 ธ.ค. 61

นทท.เกาหลี ขับรถกอล์ฟตกแม่น้ำน่าน สูญหาย 2 ราย ส่วนแคดดี้บาดเจ็บ

พิษณุโลก-ตำรวจ สภ.พรหมพิราม รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถกอล์ฟของนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้ตกลงไปในแม่น้ำน่าน ขณะกำลังนำรถกอล์ฟขึ้นโป๊ะข้ามฝั่ง ที่เกิดเหตุภายในสนามกอล์ฟรีสอร์ทแห่งหนึ่ง พื้นที่หมู่ที่ 3 ต.ศรีภิรมย์ อ.พรหมพิราม เจ้าหน้าที่ชุดประดาน้ำได้ลงงมค้นหาร่างผู้สูญหาย โดยจุดเกิดเหตุมีชาวบ้านจับกลุ่มมุงดูเหตุการณ์เป็นจำนวนมาก พบเป็นสนามกอล์ฟอยู่ติดริมแม่น้ำน่าน มีโป๊ะข้ามไปมาหากันได้ทั้ง 2 ฝั่ง   จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่า มีนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีที่เดินทางมาพักผ่อนกับครอบครัว เพื่อมาตีกอล์ฟและกำลังใช้รถกอล์ฟ 2 คัน ขับลงโป๊ะเพื่อข้ามฝั่งแม่น้ำน่านไปยังคลับเฮ้าส์ในรีสอร์ท แต่ปรากฏว่ารถกอล์ฟคันแรกที่มีชายชาวเกาหลีสูงวัย 2 คน ได้ขับขึ้นไปบนโป๊ะเรียบร้อยแล้ว แต่ถูกรถกอล์ฟคันหลังที่มีผู้หญิงสูงวัยชาวเกาหลีอีก 2 คน ที่เป็นภรรยากันขับชนท้าย จึงเป็นเหตุทำให้รถกอล์ฟคันหน้าเสียหลักพุ่งตกลงไปในแม่น้ำน่านจมหายทั้งคนและรถ   นอกจากนี้ยังมีสาวแคดดี้ที่คอยยืนบริการถูกชนร่วงตกน้ำไปด้วย แต่เคราะห์ดีมีชาวบ้านพายเรือมาช่วยขึ้นฝั่งได้ทัน ก่อนจะนำตัวส่งไปรักษาที่โรงพยาบาล ซึ่งทีมกู้ภัยชุดประดาน้ำได้ค้นหาชาวเกาหลีชาย 2 ราย ที่สูญหายไปทราบชื่อภายหลัง คือ Mr.Jaseoong Ha อายุ 76 ปี และ Mr.Jun Yong Sung อายุ 68 ปี   จากการสอบถามชาวบ้านที่ประสบเหตุ เล่าว่า ตนเองได้พายเรือออกมาหาปลาในแม่น้ำน่าน กระทั่งมาถึงจุดเกิดเหตุพบว่ามีรถกอล์ฟกำลังจะจมน้ำ และมีหญิงสาวร่วงตกลงลงไปอยู่ในแม่น้ำกำลังจะหมดเรี่ยวแรงจมหายไป จึงรีบพายเรือเข้าไปช่วยโดยใช้มือดึงเสือขึ้นมาจนพ้นน้ำ ก่อนจะประคับประคองพากันเข้าฝั่งจนปลอดภัย   แต่หญิงสาวสำลักน้ำเข้าไปในปอด จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ให้พาไปส่งโรงพยาบาลพรหมพิราม ล่าสุดอาการรู้สึกตัวดี แต่ยังอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ส่วนชายชาวเกาหลีใต้ 2 ราย ไม่สามารถช่วยขึ้นมาจากน้ำได้แต่อย่างใด   ขณะที่ พ.ต.ต.ชูชีพ พุ่มเฉี่ยว สว.(สอบสวน) สภ.พรหมพิราม เจ้าของคดี เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้เร่งสอบปากคำผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมดแล้ว ทราบว่าเกิดจากอุบัติเหตุขณะที่นักท่องเที่ยวชายและหญิงชาวเกาหลี 4 ราย ได้พากันออกรอบตีกอล์ฟอยู่ในรีสอร์ท ซึ่งขับรถกอล์ฟกันคนละคัน ฝ่ายชายขับรถนำหน้าลงไปยังเนินดินเพื่อขึ้นโป๊ะที่จอดคอยอยู่ริมตลิ่งไปอีกฝั่งหนึ่ง   แต่ขณะที่ขับขึ้นไปจอดอยู่นั้นเป็นจังหวะที่รถกอล์ฟของฝ่ายหญิงที่มีภรรยาเป็นคนขับ ได้พุ่งชนด้านท้ายอย่างแรงเนื่องจากเบรกไม่อยู่ จึงกระเด็นออกจากแท่นกั้นขอบโป๊ะร่วงตกลงไปในแม่น้ำน่านท่ามกลางความตกใจของผู้ที่พบเห็น และมีสาวแคดดี้ที่ยืนคอยบริการถูกชนร่วงตกน้ำไปด้วยอีก 1 ราย   ซึ่งหากกู้ภัยทำการลงงมค้นหาร่างจน พบว่าสุดท้ายชายชาวเกาหลีทั้ง 2 ราย ได้เสียชีวิตลงแล้ว ก็จะประสานไปยังสถานทูตเกาหลีในไทยเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/oGlc33pwTcE

 1,017
ข่าวภูมิภาค
09 ธ.ค. 61

‘น้องทาม’ เด็กพิการไร้แขน เดินทางเข้าตัวเมืองพิษณุโลก เตรียมเข้าร่วมกิจกรรม ‘bike อุ่นไอรัก’

วันที่ 9 ธ.ค.61 เมื่อช่วงเข้าที่ผ่านมา ที่บ้านดงกวาง ม.3 ต.หนองกุลา อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ‘น้องทาม’ ด.ช.วรรธนะ คำอินทร์ อายุ 14 ปี เด็กพิการไร้แขนสองข้าง ได้ฝึกซ้อมความพร้อมของรถจักรยานที่บริเวณหน้าบ้าน ก่อนที่จะให้พ่อและแม่ช่วยกันนำรถจักรยานพระราชทาน รวมถึงจักรยานของพ่อแม่และพี่ชายขึ้นรถกระบะ เพื่อเดินทางไปร่วมกิจกรรมปั่นจักรยาน ไบท์อุ่นไอรัก ในช่วงเย็นวันนี้ที่ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก    ‘น้องทาม’ เผยว่า รู้สึกตื่นเต้นมากกว่าทุกวัน โดยในวันนี้ตนเองจะไปร่วมกิจกรรมปั่นจักรยาน ไบท์อุ่นไอรัก กันทั้งครอบครัว ประกอบด้วย พ่อแม่ และพี่ชาย รวมเป็น 4 คน ซึ่งพ่อแม่และพี่ ที่มาร่วมปั่นด้วยในครั้งนี้ก็เป็นเป็นกำลังใจให้กันตลอดเส้นทางและคอยดูแลน้องทามด้วย   

 2,431
ข่าวภูมิภาค
07 ธ.ค. 61

รถพ่วงเสียหลักพุ่งเข้าตลาดพิษณุโลก กวาดรถ-ร้านค้าพังแหลก คนซื้อของเสียชีวิต 1

พิษณุโลก-เมื่อเวลา ประมาณ 05.00 น. ที่ผ่านมาเกิดอุบัติเหตุรถยนต์พ่วงเสียหลักพุ่งชนเข้าไปในตลาดวัดตายม หมู่ 6 ตำบลวัดตายม อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก รถพ่วงได้ชนกับรถยนต์และรถจักรยานยนต์นับสิบคัน และชนกับเสาไฟฟ้า ในที่เกิดเหตุมีผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ศพอยู่ใต้รถพ่วงทราบชื่อนายสมาน เลื่อนฟ้า ชาวอำเภอวังทรายพูน จังหวัดพิจิตร ถูกรถทับร่างกายฉีกขาด   จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่า คนขับรถพ่วงได้ขับขี่รถมาตามถนนทางหลวงหมายเลข  11 แล้วเกิดอาการหลับในพุ่งชนเข้ามาในตลาดที่มีผู้คนออกมาจับจ่ายกันตั้งแต่เช้ามืด โดยรถพ่วงได้ชนกับรถลากหกล้อ / ชนรถยนต์ / รถจักรยานยนต์ / เสาไฟฟ้า / บ้านเรือน / ร้านค้า และตลาด ได้รับความเสียหาย   เบื้องต้นตำรวจได้ควบคุมตัวคนขับรถพ่วงไปไว้ที่ สถานีตำรวจภูธรเนินกุ่ม และรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีกับผู้ขับขี่รถคนนี้ต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/lkRNnWJG_xY

 3,173
ข่าวภูมิภาค
04 ธ.ค. 61

สามียิงภรรยาดับในร้านสะดวกซื้อเข้ามอบตัว สารภาพสิ้นปมเหตุหึงหวง ตร.คุมตัวทำแผน

จากกรณีที่นายไพโรจน์ เกิดช้ำ ใช้อาวุธปืนลูกซองสั้น บุกยิงภรรยา คือ น.ส.สุพิชฌาย์ สาทเทศ ขณะกำลังทำงานอยู่ในร้านสะดวกซื้อ ในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง บริเวณสี่แยกคลองโพ อ.เมือง สุโขทัย    หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.ประมวล ยิ้มจันทร์ ผกก.สภ.เมืองสุโขทัย ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.นราธิป คนธรรม รองผกก.สส.สภ.เมืองสุโขทัย พร้อมชุดสืบสวนออกหาข่าวติดตามตัวนายไพโรจน์ และเข้ากดดันที่บ้าน   จนเมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. วันที่ 4 ธ.ค.61 นายไพโรจน์ พร้อมญาติได้เดินทางเข้ามอบตัวที่สถานีตำรวจ สภ.เมืองสุโขทัย ซึ่ง จนท.ได้ทำการสอบสวนนายไพโรจน์    โดยนายไพโรจน์ ให้การรับสารภาพว่าเป็นคนลงมือยิง น.ส.สุพิชฌาย์ จริงเนื่องจากเกิดการหึงหวง เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต    จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ควบคุมตัวนายไพโรจน์ พร้อมอาวุธปืนลูกซองสั้นที่ใช้ก่อเหตุยิง น.ส.สุพิชฌาย์ ส่ง พ.ต.ท.ณรงค์ อุตตะบัววงศ์ สารวัตรเวรเจ้าของคดีทำการสอบสวนและควบคุมตัวนายไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพและชี้จุดเกิดเหตุที่ลงมือยิง ท่ามกลางประชาชนที่ทราบข่าวต่างเดินทางมารอดูกี่ทำแผนในครั้งเป็นจำนวนมาก    ข่าวที่เกี่ยวข้อง สามีหึงโหด อุ้มลูกยิงเมียดับกลางร้านสะดวกซื้อ      

 2,740
ข่าวภูมิภาค
04 ธ.ค. 61

ชาวบ้านโวย ตำรวจเมายิงปืนใส่บ้าน 2 นัด เผยชอบแสดงตัวเป็นคนใหญ่โต

วันที่ 4 ธ.ค.61 เมื่อเวลา 09.00 น. พ.ต.ต.หญิงกัลายาณี ท่าโพธิ์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก เข้าตรวจสอบหลังหนึ่ง ในถนนพระองค์ขาว อ.เมือง จ.พิษณุโลก ซึ่งเป็นบ้านของนายธงชัย พิมพ์สอน อายุ 51 ปี เนื่องจากบ้านที่อาศัยอยู่ถูกกระสุนปืนยิงใส่บ้านจำนวน 2 นัด จนกระจกหน้าต่างแตกและทะลุถึงประตูห้องนอน จนได้รับความเสียหาย    โดยนายธงชัย เผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วง 04.30 น. วันที่ 3 ธ.ค.ที่ผ่านมา ตนได้ยิงเสียงปืนหลายนัด ตอนแรกก็นึกว่ามีดาวกินเดือน มีคนยิงปืนไล่ แต่เมื่อตรวจสอบชั้น 2 ของตัวบ้านปรากฏว่ากระจกบ้านแตกละเอียดไปทั่วบ้าน    ขณะนั้นคนในบ้านอยู่กัน 3 คน ขณะเกิดเหตุทุกคนแตกตื่นกันหมด โชคดีที่คุณพ่อวัย 88 ปี นอนอยู่ด้านล่าง ทำให้ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ เช้ามาตนจึงไปสอบถามชาวบ้านในละแวก ก็พบว่ามีตำรวจตำแหน่ง รอง สวป. มารับว่าเป็นคนยิง ขณะนั้นยังมีอยู่ในสภาพมืนเมา แล้วพูดกับตนว่าไปคิดค่าเสียหายมาจะจ่ายให้ ตนจึงโมโหมากคิดว่าไม่ยอม จึงได้ไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก พร้อมกับเก็บกระสุนปืนขนาด 11 มม. ไปให้เจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย   ด้านน้องสาวของนายธงชัย กล่าวว่า พฤติกรรมของนายตำรวจคนนี้ชอบแสดงตนเป็นคนใหญ่โต เวลาเมาชอบยิงปืน จนชาวบ้านต่างหวาดกลัวและเอือมระอากันจำนวนมาก แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร จนกระทั่งมาเจอบ้านของตนถูกกระสุนปืนยิงใส่บ้าน จึงคิดว่าไม่ยอม อยากให้ผู้บังคับบัญชาของนายตำรวจนายนี้เข้ามาดูแลในพฤติกรรมด้วย   โดยพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจวิทยาการ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 6 ได้มาเก็บหลักฐานและดูวิถีกระสุนปืนในการยิง เพื่อประกอบสำนวน โดยพ.ต.ต.หญิง กัลายาณี ท่าโพธิ์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก กล่าวว่าขณะนี้ได้เรียกสอบผู้เสียหายไปบ้างแล้ว และเตรียมเรียกนายตำรวจที่ก่อเหตุมาสอบสวนเพิ่มเติมก่อนจะดำเนินคดีอีกครั้ง   

 1,311
ข่าวภูมิภาค
30 พ.ย. 61

กฟภ.จัด 'วิหคหนีไกล ไฟแขนควง' ไล่นกเอี้ยงนับหมื่น สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน

 พิษณุโลก - ในเขตตัวเมืองพิษณุโลก ประชาชนเผชิญกับปัญหา นกเอี้ยงจำนวนมาก ส่งเสียงร้องดังสนั่นไปทั่วตัวเมือง จนได้รับความเดือดร้อน รวมถึงยังต้องระวังมูลนกที่จะร่วงหล่นลงมาตามทาง สร้างความสกปรกและอาจเป็นแหล่งโรคเชื้อราจากมูลนก     จากปัญหาดังกล่าวเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ได้นำเอาเครื่องวิหคหนีไกล ไฟแขนควง นวัตกรรมที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้คิดค้นขึ้นมา เคยแก้ไขปัญหานกเอี้ยงในสถานีไฟฟ้า มาช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนรำคาญ ด้วยการนำมาทดลอง ติดตั้งที่บริเวณ หอนาฬิกาจังหวัดพิษณุโลก จำนวน 2 เครื่อง     เมื่อเริ่มเดินเครื่อง หลอดไฟส่องสว่างขนาดเล็กกำลังแรง ได้โยกส่ายไปส่ายมา ส่องแสงไปที่บริเวณสายไฟในจุดที่มีนกเอี้ยงเกาะสายไฟอยู่ ปรากฎว่านกเอี้ยงบินหนีแสงไฟไปทันที สร้างความตื่นเต้นให้กับประชาชนที่มาเฝ้าดูเป็นอย่างมาก     โดยทางเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ได้ตั้งระบบให้เครื่อง วิหคหนีไกล ไฟแขนควง ให้แสงไฟอยู่ในระดับที่เหมาะสม ไม่รบกวนการพักอยู่อาศัยของประชาชนด้วย เบื้องต้นได้ตั้งเวลาทำงาน ของเครื่อง วิหคหนีไกล ไฟแขนควง เริ่มทำงานไล่นกเอี้ยง ตั้งแต่เวลา หกโมงเย็นไปถึงเที่ยงคืน ส่องไฟสลับหยุดทุก 5 นาที   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Rx0UAaTV9Jg

 2,421
ข่าวภูมิภาค
22 พ.ย. 61

ลุงวัย 56 เติมลมยางรถไถเกินขนาด ระเบิดล้อกระทะเหล็กอัดใส่หน้ากะโหลกแตก เจ็บสาหัส

วันที่ 22 พ.ย. 61 เมื่อเวลา 10.00 น. ศูนย์วิทยุกู้ภัยพิษณุโลก มูลนิธิประสาทบุญสถาน จ.พิษณุโลก ได้รับแจ้งจากศูนย์สั่งการชินราช 1669 ว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากสาเหตุถูกยางรถไถระเบิดอัดใส่ใบหน้าและศีรษะ จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถาน กู้ชีพโรงพยาบาลวังทอง พร้อมเจ้าหน้าที่พยาบาล รพ.สต.แสนสุข รีบรุดไปตรวจสอบ   ที่เกิดเหตุอยู่ที่บ้านใน ต.วังนกแอ่น อ.วังทอง พบผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชาย 1 ราย ทราบชื่อต่อมา คือ นายจำรอง ชอนบุรี อายุ 56 ปี เจ้าของบ้าน สภาพสวมเสื้อแขนยาวสีดำ นุ่งกางเกงวอร์มสีน้ำเงิน นอนหงายจมกองเลือดอยู่ข้างรถไถนาเดินตามแบบ 2 ล้อ และเครื่องปั้มลมที่เสียบปลั๊กคาไว้ โดยมีแผลฉกรรจ์ที่กะโหลกศีรษะด้านบนแตกยาวถึงหน้าผาก และแขนด้านขวาหักผิดรูป    นอกจากนี้ยังเสียเลือดจำนวนมาก หมดสติ ชีพจรเต้นอ่อน จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงทำการห้ามเลือดปิดบาดแผล พร้อมให้น้ำเกลือเป็นการเบื้องต้น ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลวังทอง แต่อาการสาหัสขั้นโคม่าจึงส่งต่อผู้บาดเจ็บเร่งด่วนเข้าโรงพยาบาลพุทธชินราชทันที   จากการสอบถามญาติทราบว่า ขณะเกิดเหตุ นายจำรอง ชอนบุรี ผู้บาดเจ็บ ได้นำรถไถนามาตรวจเช็คสภาพความพร้อมเพื่อไปใช้งานในไร่ในนา และพบว่ายางรถข้างหนึ่งอ่อนจึงเสียบปลั๊กปั้มลมเพื่อเติมลม แต่คาดว่าเติมลมเข้าไปเกินขนาดเป็นเหตุทำให้น็อตล็อกระทะเหล็กขาด จนยางรถไถระเบิดอย่างรุนแรง ล้อกระทะเหล็กกระเด็นอัดเข้าใบหน้าและศีรษะเข้าอย่างจังจนสลบแน่นิ่งไป กระทั่งมีญาติมาพบรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาช่วยเหลือดังกล่าว ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด    

 7,424
ข่าวภูมิภาค
15 พ.ย. 61

ยายยงค์อายุ 83 ขายแกงถุงละ 10 บาท ลั่นจะขายราคานี้ จนกว่าจะทำไม่ไหว

พิษณุโลก-ชาวบ้านแห่ซื้อกับข้าวแกงถุง จากข้าวแกงร้านยายยงค์ หรือ นางประนงค์ เปรมศรี อายุ 83 ปี ที่ลูกหลานได้ออกมาช่วยกันขาย ช่วยกันตักแกงถุงเพื่อให้ทันแก่ความต้องการของลูกค้า ผู้ที่ชื่นรสชาติอาหารแกงถุงฝีมือยายยงค์ กันเป็นจำนวนมาก   โดยยายยงค์ ถึงแม้ว่าอายุจะมากถึง 83 ปี แล้วก็ยังคงรับหน้าที่ตักแกงใส่ถุงให้ลูกค้าอย่างคล่องแคล่ว มีลูกค้ามายืนรอให้ยายตักแกงให้กันอย่างไม่ขาดสาย ในแต่ละวันยายยงค์ จะเริ่มขายแกงถุงตั้งแต่ 16.00 น. หรือเวลาหลังเลิกงาน เพื่อให้ แกงถุงที่ปรุงสุกใหม่ เหมาะสำหรับเป็นอาหารเย็นของทุกคนในครอบครัว ซึ่งในแต่ละวันยายยงค์สามารถขายแกงถุงได้หมดในเวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมงเท่านั้น   ยายยงค์ เปิดเผยว่า ตนเองเริ่มขายแกงถุงราคาประหยัดมาตั้งแต่เมื่อเกือบ 40 ปี ที่ผ่านมา โดยเริ่มขายมาตั้งแต่แกงถุงละ 5 บาท และปรับราคามาขายถุง 10 บาทจนถึงปัจจุบัน ซึ่งจากยอดขายทั้งหมด แกงถุงละ 10 บาท ยังคงพอมีกำไรให้แก่ตนเองและครอบครัว สามารถเลี้ยงดูทุกคนในครอบครัวได้เป็นอย่างดี   และรู้สึกยินดีและดีใจที่แกงถุงราคาถุงละ 10 บาท ของตนเองนั้น สามารถช่วยให้หลายครอบครัว มีอาหารรับประทาน กินอิ่มได้ในราคาประหยัด สามารถลดรายจ่ายในแต่ละวันได้เป็นอย่างดี โดยยายยงค์ยังคงยืนยันจะขายแกงถุงราคาประหยัดถุงละ 10 บาทนี้ไปตลอดจนกว่าตนเองจะทำไม่ไหว   ด้านลูกค้าที่มาซื้อแกงถุงของยายยงค์ ทุกคนได้แสดงความคิดเห็นว่า ชื่นชอบรสชาติแกงถุงยายยงค์ รวมถึงความประหยัด จึงมาซื้อแกงถุงที่ร้านยายยงค์เกือบทุกวัน พกเงินมาเพียงแค่ 20-30 บาท ก็สามารถมีกับข้าว 2-3 อย่าง รับประทานกันได้ทั้งครอบครัว ส่วนปริมาณแกงถุงกับราคา ถุงละ 10 บาท ถือว่าคุ้มมาก เมื่อเทียบกับแกงถุงร้านอื่นๆ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/NpyzFOxglyk

 12,496
ข่าวภูมิภาค
08 พ.ย. 61

หมอ รพ.เอกชน ทิ้ง จม.ลาตาย ญาติตามหาพบจยย.จอดริมแม่น้ำ หวั่นโดดน้ำฆ่าตัวตาย

พิษณุโลก-ญาติประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร้องขอนักประดาน้ำ หน่วยกู้ภัยบูรพา ลงค้นหาผู้สูญหาย ที่คาดว่าจะกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย บริเวณสะพานวัดยางเอน ต.ท่าโพธิ์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก   โดยนางสาวสุทธาวาส ช้างไผ่ อายุ 30 ปี บอกว่าพี่ชายของตนคือ นายแพทย์ภัททิย์ศักดิ์ ช้างไพศาลกุล อายุ 36 ปี เป็นแพทย์ของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ใน จ.พิจิตร ได้หายตัวออกไปจากบ้านพักญาติติดต่อไม่ได้ จนกระทั่งทางครอบครัวได้พบจดหมายลักษณะข้อความเขียนเหมือนสั่งเสีย จึงได้ไปลงบันทึกไว้ที่ สภ.เมืองพิษณุโลก   จากนั้นได้ตามสัญญาณโทรศัพท์มือถือของผู้สูญหาย ก็มาพบรถจักรยานยนต์ จอดทิ้งไว้ที่บริเวณสะพานวัดยางเอน โดยมีหมวกกันน็อกห้อยไว้กับโทรศัพท์มือถือ ทางครอบครัวจึงคาดว่าผู้สูญหายอาจจะมีความเครียดเรื่องอะไรสักอย่างและอาจจะคิดสั้นมากระโดดแม่น้ำเพื่อฆ่าตัวตาย จึงประสานเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ   ด้านนายไมตรี กระต่ายทอง อายุ 43 เป็นเจ้าหน้าที่มาซ่อมสะพานอยู่บริเวณดังกล่าว ได้เล่าให้ฟังว่าช่วงเวลาประมาณ 22.00 น. (วันที่ 6 พ.ย.61) ตนได้ตกปลาอยู่บริบนสะพานดังกล่าว ตอนนั้นเบ็ดตนมีลักษณะเหมือนถูกชน จึงส่องไปลงไป ก็พบว่ามีผู้ชายคนหนึ่งกำลังลอยคอว่าน้ำอยู่บริเวณดังกล่าว โดยไม่มีทีท่าขอความช่วยเหลืออะไร   แต่เมื่อเห็นไฟของตนส่องไปโดนกลับรีบปล่อยตัวไหลลอยคอไปไกลกว่า 1 กิโลเมตรจนหลุดโค้งน้ำ ตนก็ไม่ได้เอะใจอะไร จนสักพักได้ยินเสียงสุนัขเห่าเป็นจำนวนมากเสียงดัง ตนจึงมั่นใจว่าชายคนนั้นขึ้นฝั่งไปเรียบร้อยแล้วเลยไม่ได้ติดใจอะไร ยังคิดว่าน่าจะเป็นขโมยที่ไปลักของชาวบ้านแล้วลอยคอหนีมาด้วยซ้ำ   ด้านหัวหน้าชุดนักประดาน้ำ หน่วยกู้ภัยบูรพา ได้บอกว่าจากการรับฟังข้อมูลของทางญาติ และผู้เห็นเหตุการณ์แล้ว ไม่สามารถสรุปได้ว่าผู้สูญหายจมน้ำจริงหรือไม่ และจมบริเวณจุดใด ทำให้ไม่สามารถมาร์กจุดในการค้นหาได้ ประกอบกับเป็นช่วงเวลาค่ำคืน และกระแสน้ำค่อนข้างเชี่ยวกราด ทำให้การค้นหาใต้น้ำอาจจะค่อนข้างมีอุปสรรค และไม่มั่นใจว่าจะพบร่างผู้สูญหายหรือไม่   จึงจำเป็นต้องยกเลิกภารกิจการค้นหาก่อน และในวันพรุ่งนี้เช้าจะร่วมกับทางผู้นำหมู่บ้าน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ นำเรือท้องแบนออกล่องเรือค้นหาอีกครั้ง หากผู้สูญหายจมน้ำจริงอย่างที่ทางญาติคาดการณ์ไว้ ในวันนี้ (8 พ.ย.) สภาพร่างกายจะมีการเปลี่ยนแปลงอาจจะมีการพบเจอร่างเหนือผิวน้ำก็เป็นได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/I_ERmuM4TJM

 5,549
ข่าวภูมิภาค
30 ต.ค. 61

ไฟไหม้วอดบ้านยายวัย 66 ลุยไปเอาโฉนดที่นาถูกไฟลวก บาดเจ็บ

วันนี้ (30 ต.ค.) เมื่อเวลา 13.00 น. ร.ต.อ.สาลี ดวงอุประ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งมีเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ริมถนนเส้นพิษณุโลก-วัดโบสถ์ (แควน้อย) หมู่ 1 บ้านมะขามสูง ต.มะขามสูง อ.เมือง จ.พิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมประสานรถน้ำดับเพลิง   ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวยกพื้นสูงขนาดใหญ่ เพลิงได้โหมลุกไหม้ตัวบ้านอย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่ต้องลากสายยางช่วยกันระดมฉีดน้ำสกัดไม่ให้เพลิงลุกลามติดบ้านข้างเคียง โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที เพลิงจึงสงบลงเหลือเพียงกลุ่มควันไฟเท่านั้น ส่วนมูลค่าความเสียหายคาดว่าไม่ต่ำกว่า 5 แสนบาท   จากการสอบถาม นางบุญสม แก้วพระอินทร์ อายุ 66 ปี เจ้าของบ้าน เล่าด้วยเสียงสะอื้นน้ำตานองหน้าว่า ขณะเกิดเหตุตนเองนั่งเล่นอยู่ใต้ถุนบ้านกับหลาน ทันใดนั้นได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นจากบนบ้าน 2 ครั้ง เมื่อขึ้นไปดูพบว่ามีไฟไหม้บริเวณปลั๊กไฟ ก่อนจะลุกลามติดไปทั่วตัวบ้าน จึงรีบวิ่งไปเอาน้ำมาดับแต่ก็ไม่เป็นผล เพลิงได้ขยายวงกว้างไปเรื่อยๆ และพยายามฝ่ากองเพลิงเข้าไปเอาโฉนดที่นา จำนวน 7 ไร่ จนถูกไฟลวกตามร่างกายได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ก่อนตะโกนเรียกให้เพื่อนบ้านช่วยเหลือ แต่ตัวบ้านและทรัพย์สินของมีค่าก็ถูกเพลิงไหม้วอดเสียหายทั้งหมด    ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ประสานตำรวจวิทยาการศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 6 เข้ามาตรวจสอบหาสาเหตุของเพลิงไหม้ครั้งนี้อย่างละเอียดอีกครั้ง  

 2,855
ข่าวภูมิภาค
26 ต.ค. 61

ผอ.รพ.เครียดป่วยมะเร็ง ผูกคอตายใต้ต้นฉำฉา ทิ้งจม.ขอโทษแม่ กู้ภัยขนลุกเจอเงาปริศนานั่งข้างศพ

พิษณุโลก-เกิดเหตุมีคนผูกคอเสียชีวิต บริเวณทุ่งนาใกล้คลองน้ำทิ้ง ริมถนนสายเลี่ยงเมืองสี่แยกบ้านกร่างมุ่งหน้าสี่แยกเอ็กซ์เรย์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ที่เกิดเหตุเป็นที่ดินว่างเปล่าเนื้อที่ประมาณ 3 ไร่ พบรถเก๋งสีขาว จอดดับเครื่องยนต์ล็อคประตูเอาไว้โดยไม่พบตัวคนขับ ห่างออกไปประมาณ 50 เมตร บริเวณต้นฉำฉาริมคลองน้ำทิ้งติดทุ่งนา พบศพผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย และพบรองเท้าแตะถอดวางอยู่ 1 คู่   สภาพศพสวมเสื้อแขนกุดสีดำลายทหาร นุ่งกางเกงสเตย์ขายาวสีดำทับด้วยกางเกงขาสั้นสีดำ ใช้เชือกไนล่อนสีเขียวมัดกิ่งไม้ด้านบนผูกกับคอตัวเองห้อยโตงเตงลงมา ปลายเท้าทั้งสองข้างจุ่มลงไปในน้ำ กู้ภัยจึงช่วยกันปีนขึ้นไปแก้เชือกก่อนนำร่างลงมาชันสูตรด้านล่าง ตามเนื้อตัวเริ่มซีดขาวและแข็งทื่อ ที่ลำคอมีรอยเชือกบีบรัดแน่นจนเขียวช้ำ   ทราบชื่อผู้ตาย คือ นายพงศ์ชิรการ ปีกรอด อายุ 45 ปี ผอ.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหอกลอง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก นอกจากนี้ภายในรถยังพบจดหมายลาตาย จำนวน 2 ฉบับ ระบุว่า   “เชษขอโทษแม่ช่วย พี่พึง และเพื่อนร่วมงานทุกคน ที่ดูแลเชษเป็นอย่างดี เชษไม่อยากเป็นภาระใครอีกแล้ว แทนที่เชษจะเป็นคนดูแลแต่เชษก็มาป่วยก่อน เชษปวดและทรมานเกินจะทนได้ แต่เชษก็ฝืนทนตลอดมา เชษนอนร้องไห้ทุกคืน ขอบคุณทุกคนนะครับ ขอบคุณทุกคนที่ดูแลเชษ รักทุกคน” “รักจริงให้ติงนัง”   และ “ลูกขอโทษแม่และทุกคนนะครับ ลูกปวดขาและทรมานมากครับ ลูกปวดสุดๆ ลูกไม่อยากให้แม่รู้ว่าลูกเป็นมะเร็ง ลูกเสียใจที่ไม่สามารถดูแลแม่ได้ดี ลูกไม่อยากเป็นภาระใคร ยกโทดให้ลูกนะคับ รักแม่มาก”   ด้านพี่สาวผู้ตายเล่าว่า ไม่เคยรู้มาก่อนว่าน้องชายจะป่วยเป็นโรคร้าย เพราะไม่เคยพูดเรื่องส่วนตัวให้ที่บ้านฟัง เนื่องจากอาจจะกลัวว่าแม่ที่แก่ชราภาพด้วยวัยกว่า 80 ปี จะคิดมากจนเครียดวิตกกังวล ซึ่งระยะหลังหมอเชษมักไม่ชอบกลับบ้านจะนอนพักอาศัยที่บ้านของป้าที่สนิท แต่ก็จะกลับมาเยี่ยมเยียนแม่อยู่เป็นประจำ หาเงินมาเลี้ยงดูครอบครัวถือว่าเป็นเสาหลักของบ้าน เมื่อมาทราบข่าวว่าคิดสั้นก็ตกใจและเสียใจมาก   ด้านป้าของผู้ตาย เปิดเผยว่า ระยะหลังเมื่อ 1 เดือนนี้ หมอเชษบ่นตลอดว่าปวดขาข้างขวาช่วงสะโพกลงไปถึงน่อง ปวดเข้าไปจนถึงกระดูกข้างในจนเดินเหินลำบากต้องใช้ไม้ค้ำพยุงตัว ปรากฏว่าตรวจพบชิ้นเนื้อร้ายที่ขาข้างขวา หรือเรียกว่าเป็นมะเร็งก้อนเนื้อ ต้องเข้ารับการให้คีโมและฉายแสง ทำให้หมอเชษเครียดคิดมากกินไม่ได้นอนไม่หลับอาจจะท้อแท้กับชีวิตที่เหลืออยู่ ก่อนจะหายออกไปจากบ้านเป็นเวลาถึง 3 วัน  จนสุดท้ายมาทราบจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าหมอเชษคิดสั้น   ส่วนข้อความที่ระบุในจดหมายลาตายว่า 'รักจริงให้ติงนัง' ซึ่งเป็นบทเพลงของนักร้องลูกทุ่งชื่อดังรุ่ง สุริยา นั้นเป็นเพราะหมอเชษชอบร้องและฟังเพลงนี้เป็นอย่างมาก ปกติเป็นคนร่าเริงแจ่มใสสนุกสนานครื้นเครง มักพูดหยอกล้อกับตนว่าหากวันใดต้องตายก็ขอให้เปิดเพลงนี้ในงานศพด้วย และขออย่าให้โศกเศร้าเสียใจกันเลย ซึ่งตนก็ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเรื่องหดหู่เช่นนี้ขึ้นจริง   ต่อมาในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ข้อความของเฟชบุ๊ก กู้ภัยไทยแลนด์ News2 ได้โพสต์ภาพ หลังจากที่สมาคมกู้ภัยข่าวภาพพิษณุโลก เข้าไปตรวจสอบ และถ่ายรูปรอบๆที่เกิดเหตุ ก็ปรากฎรูปที่มีรูปร่างเหมือน ชายใส่ชุดดำนั่งอยู่ข้างๆศพ อย่างชัดเจน แต่พอเดินเข้าไปใกล้ๆ กลับไม่พบคนดั่งกล่าว มีเพียงแต่ศพที่ยังแขวนคอตายอยู่เท่านั้น และผู้ตายก็ใส่เสื้อสีดำ ทำเอาหน่วยกู้ภัยรู้สึกขนหัวลุกกันเป็นแถว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/hW5I2TPSC34

 17,738

Top