ค้นหา :

ผลการค้นหา "กรมการขนส่งทางบก"

สังคม
16 พ.ย. 62

ขนส่งฯ แจง ปมหนุ่มใหญ่หัวร้อน โวยไม่มีเงินเสียค่าปรับ ทำชาวเน็ตตั้งข้อสังเกต ค่าปรับสูงเกินหรือไม่

จากกรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก นำคลิปภาพชายคนหนึ่ง โวยวายด่าถอเจ้าหน้าที่ ขณะตั้งด่านตรวจ ที่สมุทรปราการ แล้วเรียกตรวจ ซึ่งพบกระทำผิดกฎจราจร 2 ข้อหา   โดยเหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ขณะที่ตำรวจ ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ขนส่ง จังหวัดสมุทรปราการ ตั้งด่านตรวจผู้ใช้รถใช้ถนน เพื่อสกัดจับผู้กระทำผิด ซึ่งระหว่างนั้นก็เรียกทั้ง รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ที่ขับขี่ผ่านไปมา เพื่อขอตรวจสอบตามปกติ ซึ่งก็มีรถจักรยานยนต์ หลายครั้งที่ฝ่าฝืน บางคันไม่สวมหมวกกันน๊อก บางคันไม่ได้ต่อ พรบ. อย่างเช่น ชายเสื้อสีน้ำตาล คนนี้ เกิดอาการโมโห และโวยวาย ด่าทอ เจ้าหน้าที่ เพราะไม่มีเงินเสียค่าปรับ ก่อนจะขี่รถจักรยานยนต์ หนีไป   ขณะที่ชายอีกคน ก็ถูกปรับ เช่นกัน เป็นเงิน 2 พันบาท จนกลายเป็นปมดราม่า ว่าเจ้าหน้าที่เรียกค่าปรับรถจักรยานยนต์ เหล่านี้ เกินกว่าเหตุ หรือไม่   หลังเกิด ผู้สื่อข่าว ได้สอบถามไปยัง สำนักงานขนส่งจังหวัดสมุทรปราการ ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น พบว่า ผู้ชายคน รายนี้ ได้กระทำผิดในข้อหา 2 ข้อหา คือ ขับขี่รถจักรยานยนต์โดยค้างชำระภาษี ตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม 2554 และข้อหาไม่พกพาใบอนุญาติขับขี่ ซึ่งถือว่าทำผิดกฎหมายการจราจรขนส่งทางบก ซึ่งเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ว่ากล่าวตักเตือน และปล่อยตัวไป     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/F2WasPKAEG0  

 20,385
เศรษฐกิจ
15 ต.ค. 62

ขนส่งเอาจริง! ห้ามรถบรรทุกจอดกินเลน ฝ่าฝืนปรับ 5 พัน คุก 3 เดือน

อธิบดีกรมขนส่งทางบกเอาจริง จี้ผู้ประกอบการรถบรรทุกในระบบกว่า 1 ล้านคัน ห้ามพนักงานจอดรถกินเลนบนไหล่ทาง ทำผิด พ.ร.บ.ทางหลวง ฝ่าฝืนปรับ 5 พันบาท จำคุก 3 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ พร้อมพัฒนาระบบ GPS ติดตามรถบรรทุก    หลังมีสถิติการเกิดอุบัติเหตุจากการที่รถบรรทุกจอดอยู่ริมทางในที่มืด ทำให้มีรถอื่นมองไม่เห็นขับเสยท้ายจำนวนมากกว่า 1,000 ครั้งในแต่ละปี          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/TZz3AZdTgXs

 1,927
เศรษฐกิจ
07 ต.ค. 62

ขนส่งเอาจริง! รถแต่งไฟหน้า-ไฟท้ายแยงตาคนอื่น ปรับหนัก 2พัน-5หมื่น คนแจ้งได้รางวัลนำจับ

กรมการขนส่งทางบกเอาจริง รถตกแต่งไฟท้าย-ไฟหน้าที่สีผิดปกติ ฝ่าฝืนดัดแปลงอุปกรณ์ส่องสว่างในลักษณะสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ร่วมใช้ทางคนอื่นๆ เสี่ยงต่ออันตรายบนท้องถนน เจอปุ๊บจับทันที ปรับหนัก 2,000 ถึง 50,000 บาท และอาจถูกสั่งระงับการใช้รถจนกว่าจะดำเนินการแก้ไขเรียบร้อย   ทั้งนี้คนใช้รถใช้ถนนหากพบเห็นสามารถแจ้งเบาะแส เพราะมีรางวัลนำจับให้ด้วย โดยแจ้งร้องเรียนได้ตามช่องทาง ดังนี้   1.E-mail : dlt_1584complain@hotmail.com 2.LINE : 1584กรมการขนส่งทางบก 3.Facebook : https://www.facebook.com/dlt1584/ หรือ 1584 ร้องเรียนรถโดยสารสาธารณะ   ผู้แจ้งจะต้องแนบหลักฐานเป็นภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหว ระบุสถานที่ เวลาที่พบเหตุ ชื่อและข้อมูลผู้แจ้งเรื่องร้องเรียน เพื่อความรวดเร็วในการดำเนินการตามกฎหมายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/pE_9wXUYhU0

 7,009
สังคม-อาชญากรรม
08 ส.ค. 62

ขนส่งสั่งปรับ 6 พัน แท็กซี่ชักปืนขู่เก๋งกลางถนน ปมขับปาดหน้า

            กรณีเพจเฟสบุ๊ค เฮียขับรถ ได้โพสต์ภาพผู้ขับรถแท็กซี่ “ชูปืนข่มขู่เพื่อนร่วมทาง" นั้น กรมการขนส่งทางบก โดยกองตรวจการขนส่งทางบก ได้ตรวจสอบข้อมูลแล้วพบว่าเป็นรถแท็กซี่คันหมายเลขทะเบียน 1มค-717 กทม. เหตุเกิดเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2562 เวลาประมาณ 22.40 น. เหตุเกิดบริเวณสะพานสาธร มีรายละเอียดดังนี้ ผู้ถือกรรมสิทธ์คือร้อยตำรวจตรีวิโรจน์ เทียนทองคำ ได้รับใบอนุญาตผู้ขับรถทุกประเภทชนิดที่ 2 เลขที่ใบอนุญาต 02017/58 วันสิ้นอายุ 2 ธันวาคม 2564 ออกโดยสำนักงานขนส่งจังหวัดสมุทรสาคร               จากการสอบถามผู้ขับรถแท็กซี่ทราบว่า สาเหตุเกิดจากการขับรถปาดหน้ากันไปมาบนถนน ซึ่งขณะนี้ผู้ขับรถได้ถูกตั้งกรรมการสอบวินัยที่ สภ.กระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร จึงยังไม่สะดวกที่จะมารายงานตัวที่กรมการขนส่งทางบก จากพฤติการณ์ดังกล่าวนั้น ผู้ขับรถแท็กซี่เข้าข่ายกระทำความผิดตาม พรบ.รถยนต์ฯ ดังนี้   - มาตรา 5(15/1) ฐานขับรถด้วยความประมาทน่าหวาดเสียว บทกำหนดโทษมาตรา 58/1 มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท  - มาตรา 57ฉ ฐานแสดงกิริยาไม่สุภาพ ไม่เหมาะสม บทกำหนดโทษมาตรา 66/2 มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท               ในส่วนของคดีอาญาเกี่ยวกับการพกพาอาวุธปืนและข้อหาอื่นๆ นั้น อยู่ในอำนาจของพนักงานสอบสวนท้องที่เกิดเหตุคือ สน.ปากคลองสาน ซึ่งเป็นเจ้าของคดี จากการประสานทราบว่า ได้ติดต่อให้ เข้าพบพนักงานสอบสวนแล้ว     ข่าวที่เกี่ยวข้อง : เดือดกลางสะพานตากสิน แท็กซี่ชักปืนเล็งใส่เก๋ง ระทึกกลางดึก       

 1,916
สังคม-อาชญากรรม
03 ส.ค. 62

ขนส่ง เตรียมบังคับใช้ใบอนุญาตขับขี่รถบิ๊กไบค์ ภายในปีนี้ ต้องเข้าอบรมทฤษฎี-ปฏิบัติเพิ่ม

ขนส่ง เตรียมบังคับใช้ใบอนุญาตขับขี่รถบิ๊กไบค์ ภายในปี 62 หวังควบคุมความปลอดภัยการใช้รถใช้ถนน ผู้ขับบิ๊กไบค์ต้องเข้าอบรมทฤษฎีและปฏิบัติเพิ่ม   นางจันทิรา บุรุษพัฒน์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวภายหลังภายหลังร่วมงานประมูลหมายเลขทะเบียนรถส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่ง จังหวัดสงขลา จำนวน 301 หมายเลขครั้งที่ 24 หมวดอักษร ขม (ขุมทรัพย์เพิ่ม เพิ่มพูนทวีมั่งมีศรีสุข) ที่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เมื่อเวลา 10.30 น.ที่ผ่านมา   โดยรายได้ทั้งหมดจากการประมูลจะนำเข้องกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เพื่อสนันสนุนและส่งเสริมด้านความปลอดภัย และช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากรถ และสังคม   สำหรับการประมูล 23 ครั้งที่ผ่านมาขนส่งสามารถนำรายได้จากการประมูล 361 ล้านบาท ทำกิจกรรมรณรงค์ และช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากรถมาโดยตลอด โดยการประมูลครั้งที่ผ่านมา จังหวัดสงขลา มีผู้ประมูลป้าย นำเงินเข้ากองทุนเกือบ 15 ล้านบาท รอบนี้ รองอธิบดีฯ คาดว่ารายได้อาจจะใกล้เคียงกับรอบที่ผ่านมา เนื่องจากการประมูลระห่างกันไม่มากนัก อย่างไรก็ตาม ระยะหลัง เกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่หลายครั้ง ทำให้สังคมตั้งคำถาม ถึงเวลาควบคุมรถจักรยานยนต์ชนิดนี้แล้วหรือไม่   ล่าสุด การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบปรับปรุงแก้ไขร่างกฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอและการออกใบอนุญาตขับรถ และการขอต่ออายุ และการอนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ พ.ศ. 2548 และผู้ที่ประสงค์จะขับรถจักรยานยนต์ที่มีกำลังสูง หรือบิ๊กไบค์ ต้องมีการผ่านการฝึกอบรม และทดสอบการขับรถด้วย พร้อมแยกใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ทั่วไป และรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์นั้น ในขณะนี้เรื่องดังกล่าว อยู่ระหว่างการเตรียมประกาศกฎกระทรวงฯ ก่อนที่จะออกบทบัญญัติของกรมการขนส่งทางบก และมีผลบังคับใช้ภายในปี 2562 โดยให้ผู้ที่มีความประสงค์จะขับขี่รถจักรยานยนต์ชนิดดังกล่าว สามารถเข้าไปดำเนินการได้ที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศ โดยยืนยันว่าจะไม่มีผลบังคับใช้ย้อนหลัง   สำหรับการปรับปรุงแก้ไขร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ดังกล่าว ถือเป็นการควบคุมตัวรถในแต่ละขนาดกำลังของเครื่องยนต์ (ซีซี) รวมถึงเป็นการกำหนดวุฒิภาวะในการรับผิดชอบของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ เพื่อเป็นการตอบโจทย์ในการป้องกันอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์บนท้องถนน ทั้งนี้ ในส่วนของเกณฑ์ผู้ที่จะขับรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์นั้น รถจะต้องมีขนาดกำลังเครื่องยนต์เกิน 400 ซีซีขึ้นไป โดยจะต้องเข้ารับการฝึกอบรมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ รวมถึงต้องมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของกฎหมายจราจร และมีทักษะในการขับรถบิ๊กไบค์ด้วย    ทั้งนี้อยากฝากเตือนผู้ขับขี่ให้มีสำนึกในการใช้รถใช้ถนนร่วมกับผู้อื่นความพร้อมแต่ละบุคคลไม่เท่ากัน   สำหรับกฎกระทรวง แยกใบขับขี่รถจักรยานยนต์และใบขับขี่รถบิ๊กไบค์ เพื่อเพิ่มความเข้มข้นในการบังคับใช้กฎหมาย โดยเป็นการแบ่งโดยใช้เกณฑ์ขนาดซีซีของรถ ซึ่งผู้ที่มีใบขับขี่รถจักรยานยนต์เดิม แล้วมีรถบิ๊กไบค์ ต้องเข้ามาฝึกอบรมทั้งทฤษฎีและปฏิบัติเพิ่มเติม ก่อนที่จะได้รับใบขับขี่ใหม่และถือใบเดียวเท่านั้น ไม่ต้องมี 2 ใบ     ข่าวที่เกี่ยวข้อง คมนาคมสั่งขนส่ง ศึกษาแยกใบขับขี่ จยย.หลังบิ๊กไบค์ซิ่งดับหลายรายติด    

 2,392
สังคม-อาชญากรรม
04 ก.ค. 62

‘กรมขนส่ง’ แจง ‘เพจปลอม’ เปิดโหวตเห็นด้วยหรือไม่ให้แกร็บถูก กม. เตรียมเอาผิดคนสร้างเพจ

จากกรณีที่มีเพจว่า ‘กรมการขนส่งทางบก’ ได้จัดทำโพลล์ความคิดเห็นเรื่อง เห็นด้วยกับการสนับสนุนให้ Grab ถูกกฏหมายหรือไม่?      ล่าสุด กรมการขนส่งทางบก ได้ออกมายืนยันว่า ‘เพจปลอม’ ซึ่งทางกรมการขนส่งทางบก ได้ทำหนังสือชี้แจงให้ทางเฟซบุ๊กดำเนินการเพื่อปิดเพจแล้ว และจะดำเนินการตามกฎหมายกับบุคคลที่สร้างเพจปลอมขึ้นมาต่อไป และขอแจ้งว่า เพจที่เป็นเพจของกรมการขนส่งทางบก คือ กรมการขนส่งทางบก PR.DLT.NEWS https://www.facebook.com/PR.DLT.NEWS/    ในส่วนเรื่องของการทำโพลล์ ความคิดเห็นเรื่อง เห็นด้วยกับการสนับสนุนให้ Grab ถูกกฏหมายหรือไม่? นั้น กรมการขนส่งทางบกขอแจ้งว่า ต้องได้รับการพิจารณาจากกรมการขนส่งทางบก ก่อนการจัดทำโพลล์ และโพลล์ข้างต้นไม่เกี่ยวข้องกับกรมการขนส่งทางบก การพิจารณาเรื่องนโยบายรถโดยสารสาธารณะต้องมีการประชุมจากกรมการขนส่งทางบกก่อนการดำเนินการต่อไป      

 813
เศรษฐกิจ
25 มิ.ย. 62

ม็อบแท็กซี่บุกต้าน grab ถูกกฎหมาย โวยค่ามิเตอร์ 35 บาท ใช้มา 20 ปี ไม่เคยเพิ่ม

นายวิฑูรย์ แนวพาณิชย์ ประธานเครือข่ายสหกรณ์แท็กซี่ในเขตกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยกลุ่มผู้ประกอบการรถแท็กซี่ และ กลุ่มวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง เดินทางไปรวมตัวกันที่กรมการขนส่งทางบก เข้ายื่นหนังสือเรียกร้องให้รัฐบาลขอให้ทบทวนแนวทางการผลักดันบริการแกร๊บให้ถูกกฎหมาย ตามนโยบายรัฐบาลใหม่   สำหรับ 4 ข้อเรียกร้องของเครือข่ายสหกรณ์แท็กซี่ในเขต กทม. อ้างถึงผลกระทบต่อการประกอบอาชีพ จะต้องมีการเยียวยาอย่างเป็นรูปธรรม / มีการปราบปรามรถผิดกฏหมาย / ทบทวนนโยบายแท็กซี่โอเค เพราะไม่ประสบความสำเร็จตามที่ประกาศไว้ และขอให้มี การปรับอัตราค่าโดยสารให้เป็นธรรมและสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง   โดยให้เหตุผลว่าอัตราค่าโดยสารแท็กซี่เริ่มต้นที่ 35 บาท ใช้มากว่า 20 ปีแล้ว ปัจจุบันมีรถจดทะเบียนเป็นแท็กซี่ให้บริการรวมกว่า 80,000 คัน ให้บริการรถแท็กซี่แกร็บถูกกฏหมาย นอกจากกระทบต่ออาชีพแล้วยังสร้างความเดือดร้อนต่อรถรับจ้างสาธารณะทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดด้วย หากกรมการขนส่งจะดำเนินการใดๆ ในเรื่องนี้ขอให้มีตัวแทนของผู้ประกอบการได้ร่วมพิจารณาด้วย หากไม่ทำตามที่ตกลงไว้ สมาชิกแท็กซี่หลักอาจมีการเคลื่อนไหวใหญ่   นายกมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ยืนยัน ขณะนี้ยังไม่ได้มีนโยบายผลักดันให้แกร๊บถูกกฎหมาย แต่ยอมรับว่ามีการศึกษาข้อมูลความเป็นไปได้ในเบื้องต้น และหากรัฐบาลชุดใหม่ต้องการผลักดันนโยบายนี้ในฐานะหน่วยงานราชการที่รับผิดชอบกำกับดูแลเรื่องนี้ต้องรับไปปฎิบัติ ซึ่งการทำให้ขนส่งแกร็บเป็นบริการถูกกฎหมาย ต้องแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายประเด็น ไม่สามารถทำได้ทันทีในเร็วๆ นี้แน่นอน   หลังจากนั้นเครือข่ายสหกรณ์แท็กซี่ในเขตกรุงเทพมหานคร นำแท็กซี่ ร่วม 30 คัน ยังได้บุกพรรคภูมิใจไทย และพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาล    โดยผู้แทนเครือข่าย ได้ปราศรัยถึงความเดือดร้อนต่ออัตราค่าโดยสารที่กำหนดขั้นต่ำไว้ที่ 35 บาท กว่า 20 ปีราคาก็เท่าเดิม ซึ่งถือเป็นปัญหาหลัก และหลายรัฐบาล ก็นำปัญหานี้ซุกไว้ใต้พรม และผู้ขับแท็กซี่ก็ต้องทำงานมากกว่าวันละ 12-15 ชม. จึงจะสามารถอยู่ในอาชีพนี้ได้ ซึ่งไม่สอดคล้องกับนโยบายด้านความปลอดภัย และแรงงานที่ประกันขั้นต่ำไว้ที่ 8 ชม.   รวมถึงนโยบายของรัฐบาลอย่างแท็กซี่โอเค แต่ทางกลุ่มไม่โอเคด้วย เพราะไม่มีการสนับสนุนงบจากรัฐ ในการติดตั้ง จีพีเอส หรือแอพพลิเคชั่น ซึ่งก็ไม่มีผู้โดยสารใช้บริการ พร้อมย้ำว่าทางกลุ่มไม่ได้เคยคัดค้านอะไรที่ถูกกฎหมายแต่ขอให้มีมาตรการเยียวยาอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงต้องปราบปรามรถผิดกฎหมาย และทบทวนนโยบายแท็กซี่โอเค ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/7poOeluScdI

 2,027
สังคม-อาชญากรรม
24 มิ.ย. 62

สหกรณ์แท็กซี่ บุกขนส่งฯ ขอความชัดเจน ชี้ ต้องเยียวยา หากดันแกร็บถูกกฎหมาย

วันที่ 24 มิ.ย. 62 นายวิฑูรย์ แนวพาณิชย์ ประธานเครือข่ายสหกรณ์แท็กซี่ในเขตกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยกลุ่มผู้ประกอบการรถแท็กซี่ และ กลุ่มวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง เข้าพบรองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เพื่อขอให้ทบทวนแนวทางการผลักดันบริการแกร็บให้ถูกกฎหมาย    โดยยืนยันไม่ได้คัดค้านเรื่องดังกล่าว แต่หากรัฐบาลจัดให้แกร็บถูกกฎหมาย แล้วมีผลกระทบต่อการประกอบอาชีพแท็กซี่และวินมอเตอร์ไซค์ ทางรัฐบาลจะต้องมีการเยียวยาอย่างเป็นรูปธรรม เพราะจะมีแท็กซี่กว่า 80,000 คันได้รับผลกระทบ    นอกจากนี้ขอให้ปราบปรามรถแท็กซี่ผิดกฎหมายให้จริงจัง, ทบทวนนโยบายแท็กซี่โอเค เพราะไม่ประสบความสำเร็จตามที่ประกาศไว้ และขอให้มีการปรับอัตราค่าโดยสารให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง    หลังจากนี้จะเดินทางไปที่พรรคภูมิใจไทย และพรรคพลังประชารัฐ เพื่อยื่นแถลงการณ์ดังกล่าว พร้อมขู่หากกรมขนส่งฯ ไม่ทำตามที่ตกลงไว้ สมาชิกแท็กซี่หลักหมื่นรายก็อาจมีการเคลื่อนไหว   อย่างไรก็ตาม นายกมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่ได้มีนโยบายผลักดันให้แกร็บถูกกฎหมาย แต่ยอมรับว่ามีการศึกษาข้อมูลความเป็นไปได้ในเบื้องต้น และหากรัฐบาลชุดใหม่ต้องการผลักดันนโยบายนี้ก็คงต้องรับไปปฎิบัติ แต่การผลักดันเรื่องดังกล่าว เชื่อว่าไม่สามารถทำได้ทันที เพราะต้องแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้องในหลายประเด็น  

 2,891
สังคม-อาชญากรรม
30 พ.ค. 62

ขนส่งจับมือตร. เข้มค้างใบสั่งต่อภาษีรถไม่ได้ เริ่ม 1 ต.ค.62 จ่อหักแต้มคนทำผิดกฎ

กรมการขนส่งทางบกเตรียมเชื่อมโยงส่งข้อมูลร่วมกัน ระหว่างตำรวจกับขนส่งทางบกตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.62 เป็นต้นไป ส่วนประชาชนที่เคยได้รับใบสั่งจากตำรวจย้อนหลัง จากวันที่ 1 ต.ค.62 กลับไป 1 ปีถึง 30 ก.ย.61 แม้ข้อมูลจะยังไม่เชื่อมในระบบ ประชาชนก็ยังต้องเสียค่าปรับตามใบสั่ง   ทั้งนี้เมื่อการเชื่อมโยงส่งข้อมูล มีผลบังคับใช้แล้วประชาชนที่ได้รับใบสั่งหากไม่ได้ไปเสียค่าปรับที่สถานีตำรวจ สามารถมาเสียค่าปรับพร้อมกับการเสียภาษีรถประจำปีที่สำนักงานขนส่งทางบกได้ เนื่องจากระบบทางตำรวจจะส่งข้อมูลมายังขนส่งทางบกด้วย โดยขนส่งจะบันทึกข้อมูลการชำระค่าปรับในระบบซึ่งระบบจะเชื่อมโยงกับระบบใบสั่งจราจร ซึ่งผู้ขับขี่หรือเจ้าของรถก็จะได้เครื่องหมายการเสียภาษีประจำปี (ป้ายวงกลม)   โดยกรณีประชาชนที่ต้องเสียค่าปรับตามใบสั่ง แต่ยังไม่สะดวกที่จะเสียค่าปรับพร้อมกับการเสียภาษีรถยนต์ในคราวเดียวกัน ทางขนส่งทางบกจะให้เจ้าของรถเสียภาษีประจำปีรถยนต์ได้ก่อน แต่เจ้าของรถที่เสียภาษีจะไม่ได้ป้ายวงกลม แต่จะได้หลักฐานการเสียภาษีประจำปีชั่วคราว ซึ่งใบที่ออกแทนเพื่อให้เจ้าของรถสามารถแสดงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อถูกเรียกตรวจได้ภายใน 30 วัน   อย่างไรก็ตาม หากเจ้าของรถถูกเรียกตรวจจากตำรวจ ก็อาจจะโดนข้อหาไม่ติดแผ่นป้ายวงกลมหน้ารถได้เช่นกัน ขณะเดียวกันหากเจ้าของรถกลับมาชำระค่าปรับแล้วก็สามารถนำหลักฐานใบเสร็จการชำระมาแสดงเพื่อรับเครื่องหมายป้ายวงกลมฉบับจริงได้ภายหลัง   นอกจากนั้น กรณีเจ้าของรถที่โดนใบสั่ง หากจะปฏิเสธข้อหาของการโดนใบสั่งและไม่ยอมเสียค่าปรับ สามารถอุทธรณ์ได้ภายใน 30 วัน ซึ่งการอุทธรณ์จะต้องดำเนินการฟ้องร้องกับศาล หากศาลมีคำสั่งออกมาว่าไม่ผิดถึงจะหลุดพ้นไม่ต้องเสียค่าปรับได้เช่นกัน   โดยหากเจ้าของรถไม่ดำเนินการใดๆกับใบสั่ง และใช้หลักฐานแสดงการเสียภาษีประจำปีชั่วคราวเกิน 30 วัน ก็มีความผิดฐานใช้รถยนต์โดยไม่มีป้ายวงกลม มีโทษปรับ 2,000 บาท ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถแจ้งกรมการขนส่งฯ ให้งดออกป้ายวงกลมสำหรับรถคันดังกล่าว และดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของพนักงานสอบสวนต่อไป   อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเจ้าของรถจะไม่ยอมชำระใบสั่ง แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจและกรมกรมขนส่งฯก็ไม่มีบทลงโทษด้วยการอายัดป้ายทะเบียนรถตามที่มีกระแสข่าวก่อนหน้านี้   แม้จะเริ่มมาตรการนี้ 1 ต.ค.62 แต่หากประชาชนที่ได้รับใบสั่งขณะนี้ก็จะถูกนำข้อมูลมาเชื่อมโยงกับระบบด้วย เพราะระบบจะแสดงใบสั่งที่ยังไม่หมดอายุความ ซึ่งตามปกติใบสั่งจะมีอายุความ 1 ปี อย่างไรก็ตาม ในช่วงนี้จะเร่งประชาสัมพันธ์กับประชาชนเพื่อไม่ให้เกิดความสับสน โดยจากสถิติในปี 61 เจ้าหน้าที่ตำรวจออกใบสั่งให้ผู้กระทำผิดกว่า 11.8 ล้านใบ แต่มีผู้ที่ได้รับใบสั่งกลับมาเสียภาษีเพียง 2 ล้านใบ ค้างไม่มาเสียค่าปรับกว่า 9.7 ล้านใบ ได้รับค่าปรับโดยเฉลี่ยกว่า 500 ล้านบาท   ส่วนปี 62 จากต้นปีมาถึงปัจจุบัน ได้ออกใบสั่งไปกว่า 7 ล้านใบ มาจ่ายค่าปรับตามใบสั่งเพียง 1 ล้านใบ ค้างจ่ายค่าปรับกว่า 5.9 ล้านใบ นอกจากนี้ พบว่าในปี 61 มีผู้กระทำผิดซ้ำมากกว่า 1 ครั้ง สูงถึง ร้อยละ 20 หรือประมาณกว่า 1 ล้านใบ ส่วนการกระทำผิดครั้งเดียวมี 4 ล้านใบ   นอกจากนี้ยังเตรียมใช้มาตรการกำหนดคะแนนความประพฤติของผู้ขับขี่ โดยจะมีทั้งหมด 12 คะแนน โดยความผิดตามพ.ร.บ.จราจรทั้งหมดทุกข้อหาจะมีแต้มกำหนดไว้ ซึ่งจะจำแนกกลุ่มข้อหาในการตัดคะแนนไว้ดังนี้   1.กลุ่มการกระทำแล้วส่งผลกระทบต่อตนเองและผู้อื่นน้อยเช่น ไม่สวมหมวกกันน็อคไม่คาดเข็มขัดนิรภัยถูกตัด 1 คะแนนกลุ่ม   2.ส่งผลกระทบต่อตนเองและสาธารณะชนปานกลางเช่น ขับรถฝ่าไฟแดง ขับรถย้อนศรถูกตัด 2 คะแนน   3.ส่งผลกระทบร้ายแรงทั้งต่อตนเองและผู้อื่นเช่นดื่มแล้วขับ เสพยาเสพติดแล้วขับรถขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนดขับรถชนแล้วหนีถูกตัด 3 คะแนน   หากประชาชนถูกตัดคะแนนหมดทั้ง 12 แต้มจะถูกพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ 90 วัน และหากถูกพักใบอนุญาตขับขี่ติดต่อกัน 3 ครั้งครั้งที่ 3 จะถูกพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ 1 ปี และเมื่อครบกำหนดแล้วกลับมาใช้ใบอนุญาตขับขี่แต่ถูกตัดคะแนนหมด 12แต้มอีกครั้ง จะถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่เป็นระยะเวลา 3 ปี หลังจากนั้นจึงจะยื่นขอทำอนุญาตใบขับที่กับกรมการขนส่งได้อีกครั้ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/eycklpDjoLU

 7,761
สังคม-อาชญากรรม
29 พ.ค. 62

1 ต.ค. ดีเดย์! เชื่อมใบสั่งกับกรมขนส่งฯ ชี้ไม่จ่ายค่าปรับต่อภาษีได้ แต่จะไม่ได้รับป้ายวงกลม เสี่ยงถูกปรับสูงสุด 2,000 บาท

กรมการขนส่งทางบก ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุ 1 ตุลาคม 2562 เตรียมโยงข้อมูลระบบใบสั่ง ไม่จ่ายค่าปรับยังต่อภาษีได้ แต่จะไม่ได้รับป้ายวงกลม เสี่ยงถูกปรับสูงสุด 2,000 บาท   (29 พ.ค.62) นางจันทิรา บุรุษพัฒน์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ร่วมกับ พลตำรวจโท ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเชื่อมโยงข้อมูลใบสั่งจราจร ว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 ประชาชนที่จะชำระภาษีรถประจำปี กรณีมีใบสั่งแต่ยังไม่ชำระค่าปรับ สามารถชำระค่าปรับพร้อมกับชำระภาษีรถประจำปีได้ในคราวเดียวกัน โดยกรมการขนส่งทางบกจะดำเนินการบันทึกข้อมูลการชำระค่าปรับที่เชื่อมโยงกับระบบใบสั่งจราจรของผู้ขับขี่ หรือ เจ้าของรถจึงจะได้รับเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปี หรือ ป้ายวงกลมตามปกติ   ส่วนกรณีที่ผู้เสียภาษีที่ยังไม่พร้อมชำระค่าปรับในคราวเดียวกัน ยังคงสามารถชำระภาษีรถประจำปีได้ แต่จะไม่ได้รับป้ายวงกลม โดยจะได้รับหลักฐานการเสียภาษีประจำปีชั่วคราวซึ่งมีอายุ 30 วันนับตั้งแต่วันที่นายทะเบียนออกให้เท่านั้น และหากชำระค่าปรับเรียบร้อยแล้วสามารถนำหลักฐานใบเสร็จการชำระมาแสดงเพื่อขอรับป้ายวงกลมฉบับจริงได้ในภายหลัง แต่หากยังไม่ชำระค่าปรับดังกล่าว และสิ้นสุด 30 วัน เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตรวจจับได้ ซึ่งจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.รถยนต์ กรณีไม่มีป้ายวงกลม มีโทษปรับสูงสุด 2,000 บาท   โดยข้อมูลจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่าในปี 2561 มีการออกไปสั่งทั้งสิ้น 11 ล้านใบ ในจำนวนนี้ค้างชำระค่าปรับ 9,700,000 ใบ ขณะที่ในปี 2562 มีการออกใบสั่งไปแล้ว 7,000,000 ใบ มีการค้างชำระค่าปรับ 5,900,000 ใบ  

 4,713
สังคม-อาชญากรรม
27 พ.ค. 62

ขนส่งฯ เร่งตามตัว โชเฟอร์ตุ๊กตุ๊กโหด โขกค่าโดยสาร นทท. 1,500 จากที่คุยกันไว้แค่ 500

จากกรณี มัคคุเทศก์ แฉ ตุ๊กๆ ไทยรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ตกลงเหมาราคา 500 แต่บอกไม่หมดมาเฉลยทีหลังบอกคนละ 500 ฝรั่งต้องยอมจ่าย 1,500 บาทเพราะมา 3 คน นั้น    ล่าสุด (27 พ.ค. 62) กรมการขนส่งทางบกสั่งติดตามโชเฟอร์ตุ๊กๆ เป็นที่เรียบร้อย พร้อมระบุว่าหากกระทำจริง เจอโทษหลายกระทง      

 2,051
สังคม-อาชญากรรม
18 พ.ค. 62

ดีเดย์ 1 ก.ค.นี้ เบี้ยวค่าปรับ-ใบสั่งค้างจ่าย อายัดต่อทะเบียนรถ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมการขนส่งทางบก เอาจริงถ้าค้างจ่ายค่าปรับหรือถูกใบสั่ง จะไม่สามารถต่อภาษีรถยนต์และรถจักรยานยนต์ได้ หากไม่จ่ายให้เรียบร้อย ดีเดย์ 1 ก.ค.2562 เป็นต้นไป โดยมีผลย้อนหลังตั้งแต่ใบสั่ง 1 ปี หรือ วันที่ 1 ก.ค.61    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/aBVys_tmsDg

 2,927
แชร์ออฟเดอะเดย์
14 มี.ค. 62

สาวอัดคลิปโวยแท็กซี่จำใจรับ เพราะ ตร.เรียกให้ แต่ไม่ยอมกดมิเตอร์-สักพักทิ้งกลางทาง

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ลูกหมู ดุ๊กดิ๊ก โพสต์เรื่องราวลงเฟซบุ๊ก โดยเป็นคลิปการสนทนากับคนขับแท็กซี่คันหนึ่งอยู่ภายในรถ พร้อมเล่าเหตุการณ์หลังโบกแท็กซี่คันหนึ่งจากตลาดนัดรถไฟรัชดา แต่ถูกปฏิเสธ จึงไปขอตำรวจเรียกให้ จนแท็กซี่คันดังกล่าวจำใจรับ แต่พอคล้อยหลังตำรวจกลับไม่ยอมกดมิเตอร์ และจะให้ลงกลางทาง โดยอ้างเหตุผลสารพัด เหตุเกิดเวลาประมาณเที่ยงคืนของวันที่ 12 มี.ค. ที่ผ่านมา   ด้าน น.ส. ภัทรานี ขยายแย้ม อายุ 29 ปี เจ้าของโพสต์ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ว่า ตนเป็นแม่ค้าขายของอยู่ในตลาดนัดรถไฟรัชดา ขณะเกิดเหตุหลังเก็บร้านเสร็จ จึงเดินมาโบกแท็กซี่ที่หน้าตลาด เพื่อเดินทางกลับที่พักย่านรัชดาซอย 32   ซึ่งขณะนั้นมีแท็กซี่เปิดไฟว่างจอดรอรับผู้โดยสารอยู่จำนวนมาก เต็มถนน 2 เลน พอโบกแท็กซี่คันหนึ่ง หมายเลขทะเบียน ทฬ3340 กลับถูกคนขับปฏิเสธ ตนจึงเดินไปขอให้ตำรวจที่ยืนปฎิบัติหน้าที่อยู่บริเวณนั้นช่วยเรียกให้ ตำรวจจึงเรียกแท็กซี่คันดังกล่าวพร้อมพูดว่า “จะไปไหม ถ้าไม่ไปจะจับ” คนขับจึงกวักมือเรียกตนขึ้นรถ   แต่พอขับเลยตำรวจไปได้ไม่ไกล คนขับกลับจอดข้างทางและบอกว่าจะไม่กดมิเตอร์ เพราะปกติตรงหน้าตลาดแท็กซี่จะไม่กดมิเตอร์กันอยู่แล้ว หากจะให้กดมิเตอร์ก็จะไม่ไปส่ง ให้ลงไปโบกคันอื่นแทน ตนไม่ยอมจึงต่อว่าคนขับและหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายคลิปไว้   คนขับจึงพูดขึ้นว่า “อยากถ่ายลงโซเชียลก็ถ่ายเลย” และยืนยันว่าจะไม่ไปส่งตน โดยอ้างว่าติดลูกค้าบ้าง จะกลับบ้านบ้าง แก๊สจะหมดบ้าง ตนจึงโทรแจ้งศูนย์ร้องเรียนแท็กซี่ทันที พอคนขับเห็นดังนั้นจึงลงไปโบกแท็กซี่คันอื่นให้   น.ส. ภัทรานี กล่าวอีกว่า ตั้งแต่มาขายของที่นี่ ตนรู้สึกเบื่อหน่ายมาก เพราะถูกแท็กซี่ปฏิเสธทุกวัน มีอยู่วันหนึ่งตนเคยถูกปฏิเสธมากสุดถึง 17 ครั้ง ในแต่ละวันกว่าจะโบกแท็กซี่กลับบ้านได้ใช้เวลานานมาก โดยคนละแวกนี้จะรู้ว่าแท็กซี่ที่จอดอยู่เลน 1 และเลน 2 จะไม่รับคนไทย และจะไม่กดมิเตอร์ แต่ในวันที่มีตำรวจจะดีขึ้น ซึ่งปกติจากตลาดมาที่พักของตนตามมิเตอร์เพียง 80 บาท แต่จะโดนคนขับแท็กซี่เรียก 150-200 บาทเป็นประจำ ท้ายสุดฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อยากให้มีบทลงโทษจริงจังมากกว่านี้   ด้านนายกมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมขนส่งทางบก กล่าวว่า จะทำการตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบว่า คนขับทำผิดจริง จะโดนลงโทษตามกฎหมาย โดยแยกความผิดออกเป็นกระทง คือ ความผิดฐานปฏิเสธผู้โดยสาร, ไม่กดมิเตอร์, ไม่ส่งผู้โดยสารตามจุดหมาย และไม่สวมเครื่องแบบตามกฎหมายกำหนด พร้อมให้เข้ารับการอบรม 3 ชั่วโมง หากกระทำผิดซ้ำซ้อน จะถูกพักใบอนุญาตขับรถอย่างน้อย 30 วัน โดยหลังจากนี้ กรมการขนส่งทางบกจะทำการสุ่มตรวจอย่างเข้มงวดต่อไป   สำหรับผู้โดยสารที่พบเห็นการกระทำผิดของแท็กซี่ สามารถส่งภาพหรือคลิปหลักฐาน ร้องเรียนได้ที่เว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/pXRSR4HWFUw

 5,888
เศรษฐกิจ
01 มี.ค. 62

ยกระดับรถกะป้อ-สองแถว เป็นมินิบัสติดแอร์ วิ่งในซอยเชื่อมต่อรถไฟฟ้า

กรมการขนส่งทางบก หาแนวทางปรับปรุงมาตรฐาน รถสองแถว รถกะป้อ ให้มีมาตรฐานความปลอดภัยและเหมาะกับสภาพถนนมากขึ้น เช่น นำรถโดยสารขนาดเล็ก (มินิบัส) หรือรถที่มีเครื่องปรับอากาศ (รถแอร์) มาให้บริการแทน โดยต้องกำหนดว่า รถแบบใด เหมาะกับถนนขนาดใด   นอกจากนี้ คาดว่าใน 5 ปีข้างหน้า กรุงเทพฯ และปริมณฑลจะมีรถไฟฟ้าเปิดให้บริการเพิ่มขึ้นอีกหลายเส้นทาง ดังนั้นรถดังกล่าวจึงควรทำหน้าที่เชื่อมต่อชุมชนที่อยู่ในตรอกซอกซอยกับรถไฟฟ้า โดยตอนนี้มีผู้ประกอบการจำนวนมากสนใจวิ่งรถเชื่อมกับรถไฟฟ้า เช่น บริเวณพื้นที่บางแค เชื่อมกับรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีบางหว้า เป็นต้น   เพราะฉะนั้นจะต้องกำหนดเส้นทางให้รถสองแถว รถกะป้อ เชื่อมต่อรถไฟฟ้า แต่ขณะเดียวกันเส้นทางก็ต้องไม่ซ้อนทับกัน จนทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งระหว่างผู้ประกอบการ และจะต้องไม่กีดขวางการจราจรเมื่อออกสู่ถนนใหญ่ด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/uIJL28Y8C4s

 1,964
สังคม-อาชญากรรม
23 ม.ค. 62

กระเป๋ารถเมล์สาย 40 ลักไก่ขึ้นค่าโดยสาร กรมขนส่งฯเรียกชี้แจง ยอมรับเก็บเกินอัตราจริง

จากกรณี ขสมก.ประกาศขึ้นค่าโดยสาร 21 ม.ค.นี้ รถเมล์ธรรมดาครีมแดง จาก 6.50 เป็น 8 บาท รถปรับอากาศขึ้นระยะละ 2 บาท รถเอ็นจีวีใหม่ ปรับขึ้น 2-7 บาท ตามระยะทาง จากนั้นกรมการขนส่งกลางได้ประชุมด่วน มีมติเลื่อนการปรับขึ้นอัตราค่าบริการรถเมล์ทุกประเภทของ ขสมก. รถเมล์ NGV และรถร่วมบริการไปอีก  3 เดือน เป็น 22 เม.ย. นี้ อ้างนโยบายรัฐ ลดปัญหาฝุ่นละอองหวังดึงคนขึ้นรถเมล์แทนใช้รถส่วนตัว   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจรถเมล์ไทยแฟนคลับ Rotmaethai.com ได้โพสต์ข้อความที่มีผู้ร้องเรียนเข้ามาว่า รถโดยสารประจำทางมินิบัส สาย 40 หมายเลขข้างรถ 40-24 วิ่งจากสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพมหานคร (สายใต้)-แยกลำสาลี เก็บค่าโดยสารเกินราคาในราคา 10 บาท แต่กลับให้ตั๋วในราคา 9 บาท แทน ฝากกรมการขนส่งทางบก ในฐานะหน่วยงานที่ดูแลเรื่องนี้ช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริง   เมื่อสอบถามไปยังผู้ร้องเรียนไม่ขอให้สัมภาษณ์ โดยให้ข้อมูลผ่านเพจรถเมล์ไทยแฟนคลับช่วยเป็นสื่อกลาง ระบุว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 21 ม.ค. ที่ผ่านมา ตนขึ้นรถเมล์คันดังกล่าวจากหัวลำโพง ไปลงป้ายหน้ามหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา โดยยื่นเงินแบงค์ 20 ให้ กระเป๋ารถเมล์ทอนเงินมาให้ 10 บาท พร้อมตั๋วโดยสารราคา 9 บาท ขณะนั้นตกใจเล็กน้อยแต่ไม่ได้บ่นอะไรเพราะไม่อยากมีเรื่อง แต่ผู้โดยสารคนอื่นได้ทักท้วง ซึ่งกระเป๋ารถเมล์มีท่าทีบ่นอะไรไม่รู้ แล้วก็คืนเงินที่เก็บเกินไปคืนให้ผู้โดยสาร 1 บาท   นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบริเวณจุดจอดรถเมล์สาย 40 คันดังกล่าวย่านพุทธมณฑลสาย 1 แต่กระเป๋ารถเมล์ไม่ยอมออกมาพบ ผู้ดูแลรถเผยว่า ได้สอบถามพนักงานขับรถและกระเป๋ารถเมล์มาสอบถามแล้ว กระเป๋ารถเมล์ยอมรับเก็บเกินอัตราจริง 4-5 คน เข้าใจผิดว่ามีการปรับขึ้นราคาตั้งแต่วันที่ 21 ม.ค. จึงเก็บในอัตรา 10 บาทตลอดสาย จากเดิม 9 บาท เมื่อผู้โดยสารทักท้วงก็คืนเงินให้ อ้างไม่ทราบว่ามีการเลื่อนปรับขึ้นอัตราค่าบริการเป็น 22 เม.ย.   สอบถามนายขันทอง เนาวะบุตร กล่าวว่า ตนเป็นพนักงานขับรถคันดังกล่าว วันเกิดเหตุติดธุระจึงให้คนที่รู้จักกันมาขับแทน ส่วนกระเป๋ารถเมล์เขาก็เป็นคนหามาเอง ไม่ใช่กระเป๋ารถเมล์ประจำรถคันนี้ วันนั้นนำรถออกไปวิ่งไม่ถึงเที่ยว ไปถึงหัวลำโพงก็วิ่งกลับเข้ามาจอดเพราะรถเสียเครื่องพังพอดี    ด้าน ขสมก. ระบุหากพบว่าเก็บค่าโดยสารเกินอัตราที่กำหนดจริง ถือว่ามีความผิดตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 159 ฐานเรียกเก็บค่าโดยสารเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท   ขณะที่เมื่อวานนี้ (22 ม.ค.) เจ้าหน้าที่ชุดตรวจการ กรมขนส่งทางบก ตั้งจุดตรวจรถเมล์สายต่าง ๆ โดยเฉพาะรถร่วมบริการ สาย 40 บริเวณหน้ากองบัญชาการกองทัพเรือ ถนนอิสรภาพ เพื่อเป็นการป้องปราม สุ่มตรวจสอบตั๋วโดยสาร และสอบถามค่าบริการกับผู้โดยสาร ไม่พบว่ามีการเก็บค่าโดยสารเกินอัตราที่กำหนด   ทั้งนี้กรมการขนส่งทางบกได้ประสานไปยังผู้ประกอบการรถเมล์สายดังกล่าว ให้พาพนักงานขับรถและกระเป๋ารถเมล์ เข้ารายงานตัวก่อนเที่ยงของวันนี้ (23 ม.ค.) เพื่อชี้แจงว่าเก็บเงินเกินอัตราตามที่มีการร้องเรียนหรือไม่ พร้อมทั้งประสานไปยังผู้ร้องเรียนเข้าให้ข้อมูลดังกล่าวด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ทีนี่: https://youtu.be/gkclnx6LmpQ  

 2,768

Top