ค้นหา :

ผลการค้นหา "อยุธยา"

ข่าวภูมิภาค
18 ม.ค. 63

ศิษย์เก่าแห่ให้กำลังใจ 'ครูพละ' ตีนักเรียน ครูหลั่งน้ำตาถูกสั่งย้าย แม่เผยความรู้สึกลูก "เสียใจไม่แพ้ครู"

อยุธยา - ความคืบหน้าครูพละไม้เรียวหวดลูกศิษย์หญิง โรเรียนเชียงรากน้อย (ทรัพย์สังเวียร เหราบัตย์) อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา    บรรดากลุ่มศิษย์รุ่นปู่ยาไปจนถึงศิษย์เก่ารุ่นใหม่ๆ ที่เพิ่่งจบการศึกษาจากโรงเรียนนีั ได้เดินทาง นำช่อดอกไม้มาให้กำลังใจครูพละตีนักเรียน กันเป็นจำนวนมาก ทำให้ครูสม ถึงกับหลั่งน้ำตา ร้องไห้ปล่อยโฮ ทำให้บรรดาลูกศิษย์กลั่นน้ำตากันไม่อยู่    อย่างไรก็ตามบรรดาศิษย์ หลายคนต่างรุมตำหนิน้องนักเรียน เป็นอย่างมาก พร้อมเสียงร้องตะโกนให้กำลังใจครูพละเป็นระยะ    จากเหตุการณ์ดังกล่าว ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ 2 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบครูสม เบื้องต้นให้ครูพละ ย้ายไปช่วยราชการที่สำนักงานทันที    โดย ครูพละ อยู่ในอาการเศร้ากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถึงกับขับรถไม่ไหวต้องให้ลูกศิษย์ขับไปส่งที่สักนักงานเขต ตามคำสั่งให้ไปช่วยราชการ   นางสายรุ้ง พลายชุมพล อายุ 47 ปี ศิษย์เก่าตำหนิแม่นักเรียนและน้องนักเรียน เห็นใจครูพละ และยังเห็นด้วยที่ต้องการให้ไม้เรียว ไม่เรียวทำให้คนดีได้โดยเฉพาะลูกชายของตนดีได้เพราะไม้เรียวของครู   ด้าน นายโชค ปุยอ๊อด ผู้อำนวยการโรงเรียน พร้อมด้วย นางสาวสุชานรี แสนทวีสุข ผู้อำนวยกลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา สำนักงานพื้นที่การศึกษาเขต 2 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้เดินทางเข้าเยี่ยมแม่น้องนักเรียน ที่บ้านพัก ภายในชุมชนบ้านคลองพุทธา อำเภอบางปะอิน บรรยากาศได้คลี่คลายไปทางที่ดี    โดยฝ่ายแม่ บอกว่า เหตุที่เกิดขึ้นเนื่องจากทางโรงเรียนแก้ปัญหาล่าช้า ไม่ยอมปรับความเข้าใจทั้งที่ทราบเรื่องมาก่อนหน้าแล้ว 2 ถึง 3 วัน ทางโรงเรียนไม่มีคำตอบในการแก้ไขปัญหา นิ่งเฉยจนทำให้รู้สึกไม่สบายใจเมื่อเห็นสภาพจิตใจลูก จึงตัดสินใจแจ้งความ    ส่วนเรื่องคดีช่วงนี้ขอเวลาทบทวนก่อน แตก็รู้สึกสงสารครูสม และโรงเรียนด้วย ตนเองก็เป็นศิษย์เก่าโรงเรียนนี้ หากลูกสบายใจที่จะเรียนที่เดิมทางผู้ปกครองก็ยินดีให้ลูกไปเรียน   ด้านน้องนักเรียนรับว่า สงสารครูสมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยังคงต้องการเรียนอยู่ที่เดิม ส่วนแผลที่เกิดจากการตีพบว่าดีขึ้น การอักเสบลดน้อยลง เหลือเป็นเพียงสะเก็ดแผลให้เห็นเท่านั้น     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ https://youtu.be/AIn8rjgNy6c

 1,694
สังคม
18 ม.ค. 63

ศิษย์เก่าแห่ให้กำลังใจ 'ครูพละ' ตีนักเรียน ครูหลั่งน้ำตาถูกสั่งย้าย แม่เผยความรู้สึกลูก "เสียใจไม่แพ้ครู"

อยุธยา - ความคืบหน้าครูพละไม้เรียวหวดลูกศิษย์หญิง โรเรียนเชียงรากน้อย (ทรัพย์สังเวียร เหราบัตย์) อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา    บรรดากลุ่มศิษย์รุ่นปู่ยาไปจนถึงศิษย์เก่ารุ่นใหม่ๆ ที่เพิ่่งจบการศึกษาจากโรงเรียนนีั ได้เดินทาง นำช่อดอกไม้มาให้กำลังใจครูพละตีนักเรียน กันเป็นจำนวนมาก ทำให้ครูสม ถึงกับหลั่งน้ำตา ร้องไห้ปล่อยโฮ ทำให้บรรดาลูกศิษย์กลั่นน้ำตากันไม่อยู่    อย่างไรก็ตามบรรดาศิษย์ หลายคนต่างรุมตำหนิน้องนักเรียน เป็นอย่างมาก พร้อมเสียงร้องตะโกนให้กำลังใจครูพละเป็นระยะ    จากเหตุการณ์ดังกล่าว ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ 2 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบครูสม เบื้องต้นให้ครูพละ ย้ายไปช่วยราชการที่สำนักงานทันที    โดย ครูพละ อยู่ในอาการเศร้ากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถึงกับขับรถไม่ไหวต้องให้ลูกศิษย์ขับไปส่งที่สักนักงานเขต ตามคำสั่งให้ไปช่วยราชการ   นางสายรุ้ง พลายชุมพล อายุ 47 ปี ศิษย์เก่าตำหนิแม่นักเรียนและน้องนักเรียน เห็นใจครูพละ และยังเห็นด้วยที่ต้องการให้ไม้เรียว ไม่เรียวทำให้คนดีได้โดยเฉพาะลูกชายของตนดีได้เพราะไม้เรียวของครู   ด้าน นายโชค ปุยอ๊อด ผู้อำนวยการโรงเรียน พร้อมด้วย นางสาวสุชานรี แสนทวีสุข ผู้อำนวยกลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา สำนักงานพื้นที่การศึกษาเขต 2 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้เดินทางเข้าเยี่ยมแม่น้องนักเรียน ที่บ้านพัก ภายในชุมชนบ้านคลองพุทธา อำเภอบางปะอิน บรรยากาศได้คลี่คลายไปทางที่ดี    โดยฝ่ายแม่ บอกว่า เหตุที่เกิดขึ้นเนื่องจากทางโรงเรียนแก้ปัญหาล่าช้า ไม่ยอมปรับความเข้าใจทั้งที่ทราบเรื่องมาก่อนหน้าแล้ว 2 ถึง 3 วัน ทางโรงเรียนไม่มีคำตอบในการแก้ไขปัญหา นิ่งเฉยจนทำให้รู้สึกไม่สบายใจเมื่อเห็นสภาพจิตใจลูก จึงตัดสินใจแจ้งความ    ส่วนเรื่องคดีช่วงนี้ขอเวลาทบทวนก่อน แตก็รู้สึกสงสารครูสม และโรงเรียนด้วย ตนเองก็เป็นศิษย์เก่าโรงเรียนนี้ หากลูกสบายใจที่จะเรียนที่เดิมทางผู้ปกครองก็ยินดีให้ลูกไปเรียน   ด้านน้องนักเรียนรับว่า สงสารครูสมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยังคงต้องการเรียนอยู่ที่เดิม ส่วนแผลที่เกิดจากการตีพบว่าดีขึ้น การอักเสบลดน้อยลง เหลือเป็นเพียงสะเก็ดแผลให้เห็นเท่านั้น     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ https://youtu.be/AIn8rjgNy6c

 1,694
สังคม
17 ม.ค. 63

รร.มหาราชประชานิยม สุดแกร่งสร้างทีมฟุตซอลไม่หวั่นยากจน คว้าที่ 2 ระดับจังหวัด - ข่าวดี๊ดีกับพี่คำรณ

ข่าวดี๊ดีกับพี่คำรณ วันนี้จะพาไปชมโครงการอนุรักษ์ภาษาไทยกันที่ โรงเรียนมหาราชประชานิยม อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมชมทีมนักกีฬาฟุตซอลของโรงเรียน ซึ่งคว้าที่ 2 แข่งฟุตซอลระดับจังหวัดอยุธยา ซึ่งสามารถชนะโรงเรียนใหญ่ๆ ได้ ซึ่งเป็นความภูมิใจของโรงเรียน โดยผู้อำนวยการโรงเรียนตั้งใจปลุกปั้นไม่หวั่นแม้เป็นแค่โรงเรียนเล็ก และสถานภาพที่ยากจนของเด็กๆ

 426
สังคม
17 ม.ค. 63

สพฐ.สั่งสอบ 'ครูสายโหด' ใช้ไม้เรียวฟาดก้นเด็กไม่ยั้ง พร้อมด่าสารเลว ด้าน 'นร.-ศิษย์เก่า' ยันครูเป็นคนดี แต่อาจเข้มงวดเกินไป

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ "จุฑามาส ฝอยทอง" โพสต์คลิปเหตุการณ์หนึ่ง ชณะครูผู้ชายคนหนึ่งใช้ไม้เรียวฟาดก้นของนักเรียนหญิงหลายคนอย่างหนัก และมีการต่อว่านักเรียนที่เอามือปิดก้นว่า "เอามือบังทำไม สารเลว" โดยเจ้าของโพสต์ระบุข้อความว่า "ครูสายโหด ทำเกินไปไหมคะ" ซึ่งมีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นเสียงแตกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งระบุว่าครูทำรุนแรงเกินไป และใช้คำพูดไม่เหมาะสม สมัยนี้ยังตีอีกเหรอ อีกฝ่ายก็เข้าใจครูว่าที่ทำลงไปต้องมีเหตุผล นักเรียนคงทำผิดจริงๆครูถึงตี   ด้าน นายโชค ปุยอ๊อด ผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าว ใน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เผยว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 ม.ค. ที่ผ่านมา ครูคนดังกล่าวเป็นครูสอนวิชาพละ วัย 59 ปี ได้ทำโทษนักเรียนหญิงชั้นมัธยมต้นกลุ่มหนึ่งที่ไม่ยอมทำความสะอาดตามเวรที่ต้องรับผิดชอบ ซึ่งก่อนที่จะตีได้บอกให้นักเรียนกลุ่มดังกล่าวทำความสะอาดแล้ว แต่กลับถูกนักเรียนเถียงกลับด้วยกิริยาวาจาที่ไม่สุภาพ จึงทำให้ครูเกิดอารมณ์ชั่ววูบ    เบื้องต้นตนได้ตักเตือน และทำความเข้าใจกับครูคนดังกล่าวแล้ว ว่าให้เลิกใช้วิธีลงโทษแบบเดิม แต่ด้วยความที่เป็นครูรุ่นเก่า จึงอาจเคยชินกับการลงโทษแบบเดิมๆ จากนี้ก็จะให้เขาไปเคลียร์กับผู้ปกครองก่อน หากผู้ปกครองไม่ติดใจก็คงจบกันด้วยดี เพราะตัวครูก็หวังดีต่อนักเรียน อยากจะอบรมสั่งสอน ซึ่งตนก็จะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้แน่ชัดต่อไป   ด้านครูคนดังกล่าวเผย เสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น กราบขอโทษผู้ปกครอง และขอโทษเด็ก ส่วนผู้ปกครองของเด็กนักเรียนที่โดนตี บอกว่า เมื่อเห็นคลิปก็รับไม่ได้ มองว่าครูไม่น่าใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา   ขณะที่นักเรียนชั้นม.ต้นรายหนึ่งที่อยู่ในเหตุการณ์ เผยว่า ที่ครูต้องทำโทษดังกล่าวเพราะเพื่อนไม่ยอมทำเวร มัวแต่นั่งแต่งหน้ากัน ปกติครูเป็นคนนิสัยดี ขี้เล่น มีบ้างที่ตีนักเรียน แต่ไม่บ่อย และทุกครั้งที่ตีล้วนมีเหตุผล ตนก็เคยถูกครูตี แต่ก็ยอมรับว่าทำผิดจริงจึงไม่โกรธครู กรณีนี้ตนมองว่าครูทำถูกแล้ว เพราะเพื่อนไม่ยอมทำเวรจริงๆ แต่ก็อยากให้ครูเปลี่ยนวิธีการลงโทษ จะได้ไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ทั้งนี้ อยากให้สังคมเข้าใจ อย่าต่อว่าครู เพราะจริงๆแล้วครูไม่ได้เป็นคนโหดร้าย และครูไม่ได้อยากทำ ซึ่งตอนที่ครูตี ตนเห็นว่าครูมีน้ำตาคลอออกมา   ด้านชาวบ้านที่อาศัยอยู่ละแวกโรงเรียน ระบุว่า รู้จักกับครูคนดังกล่าวมานาน ชาวบ้านส่วนใหญ่ล้วนเคยเป็นศิษย์เก่าของครูปกติครูเป็นคนดี แต่อาจจะพูดตรงๆและเข้มงวดกับนักเรียนไปหน่อย จากคลิปไม่รู้สึกว่าครูทำรุนแรงเกินไป เพราะครูพยายามจะตีกระโปรงนักเรียน ไม่ได้ตีขาหรือแขน แต่เด็กเอามือมาบังเอง พวกตนรู้สึกเห็นใจครู แม้ว่าครูอาจจะเข้มงวดเกินไป และใช้การลงโทษแบบเก่าๆ แต่ก็ต้องดูด้วยว่าเด็กทำผิดอะไร   นอกจากนี้ ศิษย์เก่าบางรายได้เผยว่า ครูคนดังกล่าวเป็นคนดี ชอบช่วยเหลือนักเรียน ยามที่นักเรียนคนไหนยากจนไม่มีเงินกินข้าว ครูก็ให้เงินเด็กไปซื้อข้าวกิน ยามที่นักเรียนอยากไปเข้าค่ายต่างจังหวัด ครูก็ทำเรื่องขอให้   นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ระบุว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว หากพบว่าเป็นเรื่องจริง ถือว่าครูคนดังกล่าวทำผิดวินัย และไม่ปฏิบัติตามนโยบาย เพราะเป็นการลงโทษที่เกินกว่าเหตุ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขึ้นพื้นฐาน (สพฐ) ย้ำมาตลอดไม่ให้เกิดเหตุการณ์ัดงกล่าวขึ้น หากเกิดขึ้นผู้บังคับบัญชา ทั้งผู้อำนวยการโรงเรียน และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ต้นสังกัดต้องดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและย้ายครูคนดัวกล่าวมาประจำยังเขตพื้นที่ เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างรอบคอบ   อย่างไรก็ตาม กระทรวงศึกษาธิการ ได้สั่งยกเลิกการลงโทษเด็กนักเรียนด้วยการเฆี่ยนตีมา 10 ปีแล้ว ซึ่งระเบียบของกระทรวงว่าด้วยการลงโทษนักเรียน พ.ศ.2548 กำหนดให้การลงโทษนักเรียนทำได้ 4 สถานเท่านั้น คือ ว่ากล่าวตักเตือน ทำทัณฑ์บนตัดคะแนนความประพฤติ และทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/csiscR5_QKo

 4,069
สังคม-อาชญากรรม
17 ม.ค. 63

สพฐ.สั่งสอบ 'ครูสายโหด' ใช้ไม้เรียวฟาดก้นเด็กไม่ยั้ง พร้อมด่าสารเลว ด้าน 'นร.-ศิษย์เก่า' ยันครูเป็นคนดี แต่อาจเข้มงวดเกินไป

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ "จุฑามาส ฝอยทอง" โพสต์คลิปเหตุการณ์หนึ่ง ชณะครูผู้ชายคนหนึ่งใช้ไม้เรียวฟาดก้นของนักเรียนหญิงหลายคนอย่างหนัก และมีการต่อว่านักเรียนที่เอามือปิดก้นว่า "เอามือบังทำไม สารเลว" โดยเจ้าของโพสต์ระบุข้อความว่า "ครูสายโหด ทำเกินไปไหมคะ" ซึ่งมีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นเสียงแตกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งระบุว่าครูทำรุนแรงเกินไป และใช้คำพูดไม่เหมาะสม สมัยนี้ยังตีอีกเหรอ อีกฝ่ายก็เข้าใจครูว่าที่ทำลงไปต้องมีเหตุผล นักเรียนคงทำผิดจริงๆครูถึงตี   ด้าน นายโชค ปุยอ๊อด ผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าว ใน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เผยว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 ม.ค. ที่ผ่านมา ครูคนดังกล่าวเป็นครูสอนวิชาพละ วัย 59 ปี ได้ทำโทษนักเรียนหญิงชั้นมัธยมต้นกลุ่มหนึ่งที่ไม่ยอมทำความสะอาดตามเวรที่ต้องรับผิดชอบ ซึ่งก่อนที่จะตีได้บอกให้นักเรียนกลุ่มดังกล่าวทำความสะอาดแล้ว แต่กลับถูกนักเรียนเถียงกลับด้วยกิริยาวาจาที่ไม่สุภาพ จึงทำให้ครูเกิดอารมณ์ชั่ววูบ    เบื้องต้นตนได้ตักเตือน และทำความเข้าใจกับครูคนดังกล่าวแล้ว ว่าให้เลิกใช้วิธีลงโทษแบบเดิม แต่ด้วยความที่เป็นครูรุ่นเก่า จึงอาจเคยชินกับการลงโทษแบบเดิมๆ จากนี้ก็จะให้เขาไปเคลียร์กับผู้ปกครองก่อน หากผู้ปกครองไม่ติดใจก็คงจบกันด้วยดี เพราะตัวครูก็หวังดีต่อนักเรียน อยากจะอบรมสั่งสอน ซึ่งตนก็จะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้แน่ชัดต่อไป   ด้านครูคนดังกล่าวเผย เสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น กราบขอโทษผู้ปกครอง และขอโทษเด็ก ส่วนผู้ปกครองของเด็กนักเรียนที่โดนตี บอกว่า เมื่อเห็นคลิปก็รับไม่ได้ มองว่าครูไม่น่าใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา   ขณะที่นักเรียนชั้นม.ต้นรายหนึ่งที่อยู่ในเหตุการณ์ เผยว่า ที่ครูต้องทำโทษดังกล่าวเพราะเพื่อนไม่ยอมทำเวร มัวแต่นั่งแต่งหน้ากัน ปกติครูเป็นคนนิสัยดี ขี้เล่น มีบ้างที่ตีนักเรียน แต่ไม่บ่อย และทุกครั้งที่ตีล้วนมีเหตุผล ตนก็เคยถูกครูตี แต่ก็ยอมรับว่าทำผิดจริงจึงไม่โกรธครู กรณีนี้ตนมองว่าครูทำถูกแล้ว เพราะเพื่อนไม่ยอมทำเวรจริงๆ แต่ก็อยากให้ครูเปลี่ยนวิธีการลงโทษ จะได้ไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ทั้งนี้ อยากให้สังคมเข้าใจ อย่าต่อว่าครู เพราะจริงๆแล้วครูไม่ได้เป็นคนโหดร้าย และครูไม่ได้อยากทำ ซึ่งตอนที่ครูตี ตนเห็นว่าครูมีน้ำตาคลอออกมา   ด้านชาวบ้านที่อาศัยอยู่ละแวกโรงเรียน ระบุว่า รู้จักกับครูคนดังกล่าวมานาน ชาวบ้านส่วนใหญ่ล้วนเคยเป็นศิษย์เก่าของครูปกติครูเป็นคนดี แต่อาจจะพูดตรงๆและเข้มงวดกับนักเรียนไปหน่อย จากคลิปไม่รู้สึกว่าครูทำรุนแรงเกินไป เพราะครูพยายามจะตีกระโปรงนักเรียน ไม่ได้ตีขาหรือแขน แต่เด็กเอามือมาบังเอง พวกตนรู้สึกเห็นใจครู แม้ว่าครูอาจจะเข้มงวดเกินไป และใช้การลงโทษแบบเก่าๆ แต่ก็ต้องดูด้วยว่าเด็กทำผิดอะไร   นอกจากนี้ ศิษย์เก่าบางรายได้เผยว่า ครูคนดังกล่าวเป็นคนดี ชอบช่วยเหลือนักเรียน ยามที่นักเรียนคนไหนยากจนไม่มีเงินกินข้าว ครูก็ให้เงินเด็กไปซื้อข้าวกิน ยามที่นักเรียนอยากไปเข้าค่ายต่างจังหวัด ครูก็ทำเรื่องขอให้   นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ระบุว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว หากพบว่าเป็นเรื่องจริง ถือว่าครูคนดังกล่าวทำผิดวินัย และไม่ปฏิบัติตามนโยบาย เพราะเป็นการลงโทษที่เกินกว่าเหตุ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขึ้นพื้นฐาน (สพฐ) ย้ำมาตลอดไม่ให้เกิดเหตุการณ์ัดงกล่าวขึ้น หากเกิดขึ้นผู้บังคับบัญชา ทั้งผู้อำนวยการโรงเรียน และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ต้นสังกัดต้องดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและย้ายครูคนดัวกล่าวมาประจำยังเขตพื้นที่ เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างรอบคอบ   อย่างไรก็ตาม กระทรวงศึกษาธิการ ได้สั่งยกเลิกการลงโทษเด็กนักเรียนด้วยการเฆี่ยนตีมา 10 ปีแล้ว ซึ่งระเบียบของกระทรวงว่าด้วยการลงโทษนักเรียน พ.ศ.2548 กำหนดให้การลงโทษนักเรียนทำได้ 4 สถานเท่านั้น คือ ว่ากล่าวตักเตือน ทำทัณฑ์บนตัดคะแนนความประพฤติ และทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/csiscR5_QKo

 4,069
ข่าวภูมิภาค
09 ม.ค. 63

แล้งรุนแรง! แม่น้ำยมแห้งขอดเห็นเป็นผืนทราย - ชาวนาอยุธยาขุดบาดาลเจอน้ำใต้ดินแห้งซ้ำ

หลายพื้นที่ในประเทศไทยประสบปัญหาภัยแล้ง โดยที่ จ.พิจิตร แม่น้ำยมในพื้นที่ตอนบนแห้งขอดตลอดทั้งลำน้ำ จนเห็นผืนทราย   เช่นเดียวกับที่พิษณุโลก ชาวบ้านวังเป็ด อ.บางระกำ เผยว่าสถานการณ์แม่น้ำยม เห็นเป็นหาดทรายขาวโพลนระยะทางยาวกว่า 1 กิโลเมตร จนไม่มีน้ำใช้อุปโภคบริโภคและทำการเกษตร   ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ชาวนาเริ่มหาทางแก้ไขปัญหาหาภัยแล้งด้วยตัว หลังจากทราบชัดเจนแล้วว่า กรมชลประทาน จะไม่ส่งน้ำเข้าแปลงนากลางทุ่ง เพราะน้ำต้นทุนมีน้อยมาก   จึงได้จ้างทีมงานขุดเจาะน้ำบาดาล มาขุดเจาะ 3 บ่อ ตรงกลางทุ่งนาในเขต ต.บ่อโพง เพื่อต้องการดึงน้ำใต้ดิน มาทำนาปรัง แต่พบว่า ในจำนวน 3 บ่อที่ขุดเจาะ มีเพียง 1 บ่อเท่านั้น มีน้ำใต้ดินเพียงพอที่จะสูบขึ้นมาได้ แต่น้ำที่ได้ก็มีสภาพกร่อย ถือว่าคุณภาพน้ำไม่ดีเท่าใดนัก สำหรับทำนาปรัง แต่พอที่จะประทังใช้ในยามขัดสนเช่นนี้ไปก่อน ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/u1X-Qpl8VmU

 522
สังคม
09 ม.ค. 63

แล้งรุนแรง! แม่น้ำยมแห้งขอดเห็นเป็นผืนทราย - ชาวนาอยุธยาขุดบาดาลเจอน้ำใต้ดินแห้งซ้ำ

หลายพื้นที่ในประเทศไทยประสบปัญหาภัยแล้ง โดยที่ จ.พิจิตร แม่น้ำยมในพื้นที่ตอนบนแห้งขอดตลอดทั้งลำน้ำ จนเห็นผืนทราย   เช่นเดียวกับที่พิษณุโลก ชาวบ้านวังเป็ด อ.บางระกำ เผยว่าสถานการณ์แม่น้ำยม เห็นเป็นหาดทรายขาวโพลนระยะทางยาวกว่า 1 กิโลเมตร จนไม่มีน้ำใช้อุปโภคบริโภคและทำการเกษตร   ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ชาวนาเริ่มหาทางแก้ไขปัญหาหาภัยแล้งด้วยตัว หลังจากทราบชัดเจนแล้วว่า กรมชลประทาน จะไม่ส่งน้ำเข้าแปลงนากลางทุ่ง เพราะน้ำต้นทุนมีน้อยมาก   จึงได้จ้างทีมงานขุดเจาะน้ำบาดาล มาขุดเจาะ 3 บ่อ ตรงกลางทุ่งนาในเขต ต.บ่อโพง เพื่อต้องการดึงน้ำใต้ดิน มาทำนาปรัง แต่พบว่า ในจำนวน 3 บ่อที่ขุดเจาะ มีเพียง 1 บ่อเท่านั้น มีน้ำใต้ดินเพียงพอที่จะสูบขึ้นมาได้ แต่น้ำที่ได้ก็มีสภาพกร่อย ถือว่าคุณภาพน้ำไม่ดีเท่าใดนัก สำหรับทำนาปรัง แต่พอที่จะประทังใช้ในยามขัดสนเช่นนี้ไปก่อน ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/u1X-Qpl8VmU

 522
แชร์ออฟเดอะเดย์
08 ม.ค. 63

กรมศิลปากรคุมเข้ม นทท. หลังคลิปหนุ่มวิ่งฟรีรันนิ่งโผล่ วัดมหาธาตุ มรดกโลก

กรณีที่มีการเผยแพร่คลิปหนุ่มกระโดดข้ามโบราณสถานวัดเก่าแก่อยุธยา ถ่ายคลิปฟรีรันนิ่ง กีฬาเอ็กซ์ตรีม แบบผาดโผนเป็นที่นิยมในกลุ่มวัยรุ่น ทำให้ถูกวิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม เพราะวัดดังกล่าวเป็นโบราณสถานที่สำคัญ และการกระโดดดังกล่าว อาจทำให้เกิดความเสียหายกับวัดได้ จากการตรวจสอบพบเป็นโบราณสถานวัดมหาธาตุ มรดกโลก ตั้งอยู่ภายในเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา   ต่อมาสำนักงานอุทธยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาแจ้งว่า ได้รับการร้องเรียนจากนักท่องเที่ยวแล้วและได้แจ้งให้สำนักศิลปกรที่ 3 พระนครศรีอยุธยา ต้นสังกัดรับทราบดำเนินการแล้ว   นายจารึก แก้ววิไล ผอ.สำนักศิลปกรที่3 พระนครศรีอยุธยา ได้สั่งกำชับเจ้าหน้าที่ทีมลาดตะเวน เพิ่มความเข้มงวดดูแลพื้นที่ห้ามนักท่องเที่ยวทำผิดกฏระเบียบการเที่ยวชมโบราณสถานเด็ดขาด และกรณีนักท่องเที่ยว กระโดดปีนป่ายโบราณสถาน จนเกิดกลายเป็นคลิปดังกล่าวขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนรวบรวมข้อมุลตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้ มาตรวจสอบเพื่อติดตามตัวบุคคลในคลิปมาดำเนินคดี และขอความร่วมมือไปยังนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวชมโบราณสถานหากพบพฤติกรรมดังกล่าว รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ ทันทีไม่ต้องปล่อยให้เป็นคลิปแพร่หลายออกไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/B8aEeJ72ibU

 2,072
ข่าวโซเชียล
08 ม.ค. 63

กรมศิลปากรคุมเข้ม นทท. หลังคลิปหนุ่มวิ่งฟรีรันนิ่งโผล่ วัดมหาธาตุ มรดกโลก

กรณีที่มีการเผยแพร่คลิปหนุ่มกระโดดข้ามโบราณสถานวัดเก่าแก่อยุธยา ถ่ายคลิปฟรีรันนิ่ง กีฬาเอ็กซ์ตรีม แบบผาดโผนเป็นที่นิยมในกลุ่มวัยรุ่น ทำให้ถูกวิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม เพราะวัดดังกล่าวเป็นโบราณสถานที่สำคัญ และการกระโดดดังกล่าว อาจทำให้เกิดความเสียหายกับวัดได้ จากการตรวจสอบพบเป็นโบราณสถานวัดมหาธาตุ มรดกโลก ตั้งอยู่ภายในเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา   ต่อมาสำนักงานอุทธยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาแจ้งว่า ได้รับการร้องเรียนจากนักท่องเที่ยวแล้วและได้แจ้งให้สำนักศิลปกรที่ 3 พระนครศรีอยุธยา ต้นสังกัดรับทราบดำเนินการแล้ว   นายจารึก แก้ววิไล ผอ.สำนักศิลปกรที่3 พระนครศรีอยุธยา ได้สั่งกำชับเจ้าหน้าที่ทีมลาดตะเวน เพิ่มความเข้มงวดดูแลพื้นที่ห้ามนักท่องเที่ยวทำผิดกฏระเบียบการเที่ยวชมโบราณสถานเด็ดขาด และกรณีนักท่องเที่ยว กระโดดปีนป่ายโบราณสถาน จนเกิดกลายเป็นคลิปดังกล่าวขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนรวบรวมข้อมุลตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้ มาตรวจสอบเพื่อติดตามตัวบุคคลในคลิปมาดำเนินคดี และขอความร่วมมือไปยังนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวชมโบราณสถานหากพบพฤติกรรมดังกล่าว รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ ทันทีไม่ต้องปล่อยให้เป็นคลิปแพร่หลายออกไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/B8aEeJ72ibU

 2,072
ข่าวโซเชียล
08 ม.ค. 63

เร่งแกะรอยหนุ่มอุตริฟรีรันนิ่งข้ามโบราณสถานณ์ ชาวเน็ตรอฟังวลีฮิต "รู้เท่าไม่ถึงการณ์"

กรณีจากคลิป นักท่องเที่ยวชายยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยหรือชาวต่างชาติ ได้โพสต์อยู่ในโลกโซเชียนทั้ง เป็นคลิปวีดีโอสั้นที่ชายหนุ่มคาดว่าเป็นนักทอ่งเที่ยว วิ่งกระโดดตีลังกา กระโดดไปมา บนโบราณสถาน ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในภาพดูแล้วเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าเป็นโบราณสถานวัดมหาธาตุ มรดกโลก ตั้งอยู่ภายในเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา โดยโพสบรรยายภาพเป็นภาษาอังกฤษ แปลสั้นๆ ได้ว่า แชมป์กระโดด ก้าวแรก ก้าวยาว การกระทำดังกล่าวนอกจากไม่เหมาะสมแล้ว ทางกรมศิลปกรยังได้ติดตั้งป้ายปิดประกาศไว้อย่างชัดเจนห้ามปีนป่ายโบราณสถาน เป็นระยะอยู่แล้วในภาพจะเห็นว่านักท่องเที่ยวที่มาพบเห็น จะหยุดดูชายในคลิปกระโดดไปมา ด้วยความแปลกใจในการกระทำดังกล่าว     สำหรับเรื่องดังกล่าวสำนักงานอุทธยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาแจ้งว่าได้รับการร้องเรียนจากนักท่องเที่ยวแล้วและได้แจ้งให้สำนักศิลปกรที่ 3 พระนครศรีอยุธยา ต้นสังกัดรับทราบดำเนินการแล้ว     เรื่องนี้นายจารึก แก้ววิไล ผอ.สำนักศิลปกรที่ 3 พระนครศรีอยุธยา ได้สั่งกำชับ เจ้าหน้าที่ทีมลาดตะเวน เพิ่มความเข้มงวดดูแลพื้นที่ห้ามนักท่องเที่ยวทำผิดกฏระเบียบการเที่ยวชมโบราณสถานเด็ดขาดและกรณีนักท่องเที่ยวกระโดดปีนป่ายโบราณสถาน จนเกิดกลายเป็นคลิปดังกล่าวขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนรวบรวมข้อมูลตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้มาตรวจสอบเพื่อติดตามตัวบุคคลในคลิปมาดำเนินคดี และขอความร่วมมือไปยังนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวชมโบราณสถาน หากพบพฤติกรรมดังกล่าว รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีไม่ต้องปล่อยให้เป็นคลิปแพร่หลายออกไป       ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/TVPOJKdoSWE  

 813
สังคม
05 ม.ค. 63

สลด! หนุ่มควบกระบะ อัดเสาไฟพังยับ ดับสยองคาซาก

วันที่ 4 ม.ค. 2562 พ.ต.ท.สุรชัย โพธิ์พันธราช พนักงานสอบสวน สภ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์กระบะเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้า ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 รายติดอยู่ในภายในรถ ริมถนนสายอุทัย-ภาชี ในพื้นที่หมู่ที่ 5 ต.คานหาม อ.อุทัย จึงรุดตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลอุทัย และอาสาสมัครมูลนิธิพุทไธสวรรย์ นำเครื่องตัดถ่างเร่งให้การช่วยเหลือ   ที่เกิดเหตุริมถนน พบรถยนต์กระบะ ยี่ห้อมิตซูบิชิ ไทรทัน สีดำ สภาพพังยับเสียหายทั้งคัน ชนเสียบอยู่กับเสาไฟฟ้าขนาดใหญ่ ภายในรถพบผู้เสียชีวิต 1 ราย ชื่อนายพงษ์พันธ์ วันจงคำ อายุ 31 ปี หมู่ที่ 7 ต.หนองบัวสะอาด อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา สภาพศพถูกอัดติดอยู่ในซากรถ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิพุทไธสวรรย์ ต้องนำอุปกรณ์ตัดถ่างเร่งงัดร่างผู้เสียชีวิตออกมา โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาที จึงสามารถนำร่างออกมาได้สำเร็จ   เบื้องต้นทราบว่า ผู้ตายเป็นพ่อค้าขายข้าวโพดปิ้ง ภายในตลาดนัด ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 1-2 กิโลเมตร หลังจากเก็บร้านเสร็จ ขณะเดินทางกลับบ้านพักในเขตพระอินทร์ราชา ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน โดยใช้เส้นทางดังกล่าว คาดว่าผู้ตายขับขี่มาด้วยความเร็ว ตรงจุดเกิดเหตุเป็นช่วงโค้ง ทำให้รถยนต์กระบะเสียหลักหลุดโค้งพุ่งชนเสาไฟฟ้าริมถนนอย่างแรง จนเสียชีวิตคาที่ภายในซากรถ   เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการสอบสวนพยานในละแวกที่เกิดเหตุ หรือผู้เห็นเหตุการณ์รวมทั้งกล้องวงจรปิด อย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุของอุบัติเหตุที่แท้จริงต่อไป     ชมผ่านยูทูป : https://youtu.be/zNQJmU7k1PM

 748
สังคม
03 ม.ค. 63

รวบแล้ว! สารวัตรกำนันปืนโหด ยิงอดีตทหารอากาศเสียชีวิต แค้นถูกกีดกันไม่ให้พูดคุยกับอดีตเมียและลูก

อยุธยา - สารวัตรกำนันปืนโหด ยิงอดีตทหารอากาศเสียชีวิต หลังถูกกีดกันห้ามไม่ให้พูดคุยกับอดีตภรรยาและลูก ล่าสุดตำรวจเจ้าตัวยอมรับแค้น ถูกผู้ตายกีดกันไม่ให้เจอหน้าลูกและเมีย   เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.บางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รับแจ้งเหตุยิงกันเสียชีวิต หน้าบ้านเลขที่ 32 หมู่ 1 ตำบลบ้านม้า อำเภอบางไทร พบผู้เสียชีวิตคือ นายสุชิน นาสวน อายุ 67 ปี อดีตทหารอากาศ ถูกยิงด้วยอาวุธปืน ขนาด 9 มม. เข้าที่หน้าอกขวา 1 นัด และหน้าอกซ้าย 2 นัด กระสุนทะลุหลัง สภาพศพสวมใส่เสื้อกล้ามสีดำ กางเกงขาสั้นสีเขียวขี้ม้า นอนจมกองเลือดอยู่ที่ริมรั้วบ้าน    ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนขนาดเดียวกันตกอยู่ 3 ปลอก เจ้าหน้าที่เก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้ก่อเหตุคือ นายณรงค์ เนื่องอาโรย อายุ 58 ปี เป็นสารวัตรกำนัน ตำบลบ้านม้า อำเภอภาชี ซึ่งอยู่บ้านติดกัน และมีศักดิ์เป็นน้องเขยผู้ตาย แต่ได้เลิกรากับภรรยามาหลายปีแล้ว ซึ่งหลังเกิดเหตุผู้ต้องหาก็ไม่ได้หลบหนีไปไหน เก็บตัวอยู่ในบ้าน ตำรวจได้เกลี้ยกล่อมให้มอบตัว   ย้อนดูเหตุการณ์กันก่อน ว่า เมื่อคืนนี้ ผู้ตาย และเพื่อน ๆ ได้นั่งดื่มเหล้ากันหน้าบ้านผู้ตาย ระหว่างนั้นผู้ตาย ได้ลุกออกจากวงเหล้า เพื่อไปปัสสาวะที่ด้านหลังบ้าน ซึ่งอยู่ติดกับบ้านของผู้ต้องหา ที่ยังนั่งซ่อมเครื่องเสียง เปิดเพลงเสียงดัง ทำให้ผู้ตายเข้าไปตะโกนถาม "มึงจะเอายังไงกับกู" และด้วยความที่ทั้งสองคนมีเรื่องบาดหมางกันมานานหลายปี โดยเฉพาะประเด็นที่ผู้ตายกีดกัน ไม่ให้ผู้ต้องหามาวุ่นวายกับน้องสาว ซึ่งเป็นอดีตภรรยาของผู้ต้องหา และเลิกรากันมาหลายปีแล้ว จึงคว้าปืนออกมายิงถึง 3 นัด เข้าที่หน้าอกขวา 1 นัด และหน้าอกซ้าย 2 นัด กระสุนทะลุหลัง    ทั้งนี้ ตำรวจได้ควบคุมตัวนายณรงค์ มาสอบปากคำที่ สภ.บางไทร เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา ยอมรับว่า แค้นที่ถูกกีดกัน และผู้ตายมักจะยั่วยุตนเองตลอดเวลา ส่วนสาเหตุที่แท้จริงอยู่ระหว่างสอบปากคำพยานแวดล้อมอย่างละเอียดอีกครั้ง 

 1,797
ข่าวภูมิภาค
03 ม.ค. 63

สารวัตรกำนันหัวร้อน กระหน่ำยิงลูกบ้านดับ ฉุนเปิดเพลงฉลองปีใหม่เสียงดัง

อยุธยา-เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางไทร รับเเจ้งเหตุใช้อาวุธปืนยิงกัน มีผู้เสียชีวิต ที่หน้าบ้านหลังหนึ่งใน อ.บางไทร ที่เกิดเหตุพบศพนายสุชิน นาสวน อายุ 67 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืน ขนาด 9 มม. เข้าที่หน้าอกขวา 1 นัด และหน้าอกซ้าย 2 นัด กระสุนทะลุหลัง    ส่วนผู้ก่อเหตุเป็นเป็นสารวัตรกำนัน ตำบลบ้านม้า อำเภอภาชี คือนายณรงค์ เนื่องอาโรย อายุ 58 ปี  ซึ่งมีบ้านติดกัน คาดว่านำอาวุธที่ก่อเหตุติดมือหลบหนีไปด้วย ตำรวจนำกำลังเฝ้าติดตามแล้ว   โดยเพื่อนบ้านที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่านายสุชิน ผู้เสียชีวิต เมาเหล้าเอะอะโวยวายเดินมาหาเรื่องแล้วเกิดการยิงกันขึ้น ขณะที่ภรรยาผู้ตายกล่าวว่า ขณะเกิดเหตุตนอยู่บนบ้าน ส่วนสามีกินเหล้าและคุยอยู่กับเพื่อนบ้าน 3 คน กระทั่งทุกคนแยกย้ายกับเข้าบ้านเพราะเห็นว่าดึกแล้ว   ต่อมาตนได้ยินเสียงเหมือนใครเอาหินมาปาใส่บ้านถึง 3 ครั้ง สามีน่าจะเดินไปดู ก่อนที่จะมีเสียงปืนดังขึ้น 3 นัดติดต่อกัน ตนจึงลงมาดูพบว่าสามีนอนแน่นิ่งอยู่ที่ประตูรั้วบ้าน เมื่อเข้าไปเรียกพบว่าถูกยิงเสียชีวิตแล้ว จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ   คาดว่าคนร้ายน่าจะเป็นนายณรงค์ เพราะมีปากเสียงกับผู้ตายมานานหลายปี แต่สามีก็ไม่อยากไปยุ่งเกี่ยว ได้แต่เงียบอย่างเดียว เมื่อช่วงวันปีใหม่ที่ผ่านมา สารวัตรกำนันพยายามมาหาเรื่องหลายครั้ง ต่อว่าเรื่องผู้ตายเปิดเพลงเสียงดัง กระทั่งวันนี้เข้ามายิงสามีตนจนเสียชีวิตและหลบหนีไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4t5tUyHOnCw

 2,559
อาชญากรรม
03 ม.ค. 63

สารวัตรกำนันหัวร้อน กระหน่ำยิงลูกบ้านดับ ฉุนเปิดเพลงฉลองปีใหม่เสียงดัง

อยุธยา-เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางไทร รับเเจ้งเหตุใช้อาวุธปืนยิงกัน มีผู้เสียชีวิต ที่หน้าบ้านหลังหนึ่งใน อ.บางไทร ที่เกิดเหตุพบศพนายสุชิน นาสวน อายุ 67 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืน ขนาด 9 มม. เข้าที่หน้าอกขวา 1 นัด และหน้าอกซ้าย 2 นัด กระสุนทะลุหลัง    ส่วนผู้ก่อเหตุเป็นเป็นสารวัตรกำนัน ตำบลบ้านม้า อำเภอภาชี คือนายณรงค์ เนื่องอาโรย อายุ 58 ปี  ซึ่งมีบ้านติดกัน คาดว่านำอาวุธที่ก่อเหตุติดมือหลบหนีไปด้วย ตำรวจนำกำลังเฝ้าติดตามแล้ว   โดยเพื่อนบ้านที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่านายสุชิน ผู้เสียชีวิต เมาเหล้าเอะอะโวยวายเดินมาหาเรื่องแล้วเกิดการยิงกันขึ้น ขณะที่ภรรยาผู้ตายกล่าวว่า ขณะเกิดเหตุตนอยู่บนบ้าน ส่วนสามีกินเหล้าและคุยอยู่กับเพื่อนบ้าน 3 คน กระทั่งทุกคนแยกย้ายกับเข้าบ้านเพราะเห็นว่าดึกแล้ว   ต่อมาตนได้ยินเสียงเหมือนใครเอาหินมาปาใส่บ้านถึง 3 ครั้ง สามีน่าจะเดินไปดู ก่อนที่จะมีเสียงปืนดังขึ้น 3 นัดติดต่อกัน ตนจึงลงมาดูพบว่าสามีนอนแน่นิ่งอยู่ที่ประตูรั้วบ้าน เมื่อเข้าไปเรียกพบว่าถูกยิงเสียชีวิตแล้ว จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ   คาดว่าคนร้ายน่าจะเป็นนายณรงค์ เพราะมีปากเสียงกับผู้ตายมานานหลายปี แต่สามีก็ไม่อยากไปยุ่งเกี่ยว ได้แต่เงียบอย่างเดียว เมื่อช่วงวันปีใหม่ที่ผ่านมา สารวัตรกำนันพยายามมาหาเรื่องหลายครั้ง ต่อว่าเรื่องผู้ตายเปิดเพลงเสียงดัง กระทั่งวันนี้เข้ามายิงสามีตนจนเสียชีวิตและหลบหนีไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4t5tUyHOnCw

 2,559
อาชญากรรม
28 ธ.ค. 62

บัสรับส่ง พนง.แหกโค้ง ประสานงารถพ่วง โชเฟอร์ร่างแหลกสยองทั้งคู่

บัสรับส่งพนักงานบริษัทดังแหกโค้ง พรุ่งประสานกับพ่วงพังแหลก โชเฟอร์ร่างถูกอัดคาซากรถเสียชีวิตทั้งคู่ เหตุเกิดโค้งปากท่า-ชายราง อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรี ตำรวจต้องปิดเส้นการจราจรรถผ่านไ่ม่ได้     ที่่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เกิดอุบัติ รถบัสร่วมรับส่งพนักงานบริษัท ไอ อาร์ ซี ในนิคมส่วนอุตสาหกรรมโรจนะ ทะเบียน 30-1426 พระนครศรีอยุธยา พรุ่งเข้าชนประสานงานกันพ่วงอีซูซุ ทะเบียน 70-3856 สุพรรณบุรี เหตุเกิดช่วงทางโค้งชายราง - ปากท่า อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา   แรงพรุ่งชนของรถบัสทำให้รถบรรทุกพ่วงถูกแรงกระแทกเกือบตกถนน ด้านหน้าของรถทั้งสองคันอยู่ในสภาพแหลกเหลว ล้อหน้ารถพ่วงขาดกระเด็น ส่วนร่างของโชร์เฟอร์ทั้งสองคันถูกอัดติดกับซากรถ โดยเฉพาะโชเฟอร์พ่วงสภาพศพบอบช้ำแขนขาถูกแรงอัดขาดลุ่ย เจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัย ต้องใช้เครื่องตัดถ่างเข้ามาชำแหละซากรถออกนานกว่า ครึ่งชั้วโมงจึงนำผู้เสียชีวิตทั้งสองคันออกมาได้ และจากเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เด็กรถประจำรถบัสถูกแรงกระแทกได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกนำส่ง รพ.สมเด็จพระสังฆราช อาการยังไม่ปลอดภัยแพทย์กำลังช่วยชีวิต     นายอาทิตย์ สุพระ ชาวจังหวัดอ่างทอง โชเฟอร์ขับรถพ่วงขับตามหลังมาเห็นเหตุการณ์เผยรถพ่วงคันที่ประสบอุบัติ และรถของตนมาด้วยกันทั้ง 6 คัน นำข้าวเปลือกมาลงที่อยูธยา ทั้งหมดขับตามกันมา มีคันประสบอุบัติเหตุวิ่งอยู่คันหน้า เมื่อขับมาถึงทางโค้งเห็นรถบัสวิ่งมาด้วยความเร็วแหกโค้งพรุ่งเข้าชนรถพ่วงเสียงดังสนั่น เช่นเดียวกันกับผู้เห็นการณ์ที่นั่งมาคันเดียวกันนายอาทิตย์ เล่าให้ฟังว่าเห็นรถบัสวิ่งแหกโค้งพรุ่งเข้าชนรถพ่วงคันหน้าอย่างแรงฝุนตลบไปหมด   อย่างไรก็ตาม ตำรวจได้เข้ามาสอบสวน ผู้เห็นเหตุการณ์ทั้งสองคนไว้แล้วและเข้าเก็บหลักฐานเพื่อหาสาเหตุการเกิดอุบัติครั้งนี้ต่อไป พบว่าจุดที่เกิดเหตุเป็นถนนสายรอง เชื่อมกัน 3 อำเภอ อุทัย นครหลวง และอำเภอท่าเรือ ในช่วงเทศกาลถนนเส้นนี้นักท่องเที่ยวที่รู้จักเส้นทางจะใช้เป็นเส้นทางเลี่ยงจราจรช่วงเทศกาล สามารถตัดออกสุ่ภาคเหนือ ภาคอีสาน โดยที่รถไม่หนาแน่นเหมือนถนนหลัก หลังเกิดเหตุตำรวจต้องปิดการจราจรทั้งสองช่องทันทีและปัดรถยนต์ที่เข้ามาใช้เส้นทางอื่นแทน ส่วนรายชื่อผู้เสียชีวิตอยู่ระหว่างการตรวจยืนยัน

 7,091

Top