ค้นหา :

ผลการค้นหา "อยุธยา"

ข่าวภูมิภาค
09 ก.ย. 62

กรมชลฯแจ้ง 2 อำเภออยุธยารับมือน้ำสูง หลังต้องระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น

กรมชลประทานเตือนประชาชนในอำเภอเสนา และอำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่เป็นพื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา รับมือภาวะน้ำท่วมประมาณ 0.30–0.80 เมตร   เนื่องจากเขื่อนเจ้าพระยาต้องระบายน้ำมากขึ้น หลังเกิดฝนตกหนักจากอิทธิพลของพายุโซนร้อน โพดุล ทั้งร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือเกือบตลอดสัปดาห์ ส่งผลทำให้เกิดฝนตกหนักในภาคเหนือ   พร้อมเตือน 7 จังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยา อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี อยุธยา ลพบุรี ต้องเฝ้าระวัง ติดตามประกาศทางการใกล้ชิด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FtdDl7sBTDM

 657
ข่าวภูมิภาค
06 ก.ย. 62

'ครูแนน' จิตใจย่ำแย่ เข้าก้มกราบขอโทษพ่อแม่เด็ก หลังฟาดก้นช้ำ พ่อยันดำเนินคดีตาม กม.

อยุธยา-จากกรณี น้องซี เด็กนักเรียนชายอายุ 9 ขวบ ถูกครูแนนตีไม่ยั้งมือ โดยไม้กระบี่กระบองฟาดจนก้นแตกเป็นรอยช้ำ ถึงขนาดนั่งไม่ได้ต้องยืนเรียน สาเหตุจากเด็กไม่ทำการบ้าน   ล่าสุด นายบูรพา พรหมสิงห์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยาเขต 2 ผู้บังคับบัญชา พร้อมด้วยเพื่อนๆ ครูโรงเรียนวัดสุคนธารามเดิน พาครูแนน ครูสาวโรงเรียนวัดสุคนธาราม เข้าเยี่ยมอาการของน้องซี และขอโทษพ่อแม่ของเด็กที่ตนเองพลาดพลั้งลงโทษตีจนได้รับบาดเจ็บ   ทันทีที่ครูแนนมาถึง น้องซีได้เดินเข้ามาหาและยกมือไหว้ทำความเคารพครูแนน ทั้งคู่โผเข้าสวมกอดกัน ทำให้ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างเงียบอึ้งอยู่พักใหญ่ สภาพจิตใจของครูแนนดูจะย่ำแย่อย่างเห็นได้ชัด และเมื่อแม่เด็กเปิดกางเกงให้ครูแนนดูร่องรอยบาดแผลที่เกิดจากการตี ยิ่งทำให้ครูแนนถึงกับนิ่งเงียบอึ้งทำอะไรไม่ถูก ก่อนถอดรองเท้าคลานเข้าไปก้มกราบขอโทษพ่อแม่ของเด็ก   ด้านพ่อเด็กตั้งคำถามต่อหน้าครูแนนว่า หากของของครูถูกกระทำอย่างน้องซี จะมีความรู้สึกนึกคิดอย่างไร ไม่มีครูคนไหนตอบบรรยากาศเงียบกริบอยู่นาน ทางพ่อจึงขอให้ความผิดที่ครูแนนกระทำ เป็นไปตามกระบวนความยุติธรรม รวมทั้งคดีที่แจ้งความไว้ ทั้งนี้เพื่อไม่ให้ครูนำไปเป็นแบบอย่าง   ขณะที่ครูแนนเปิดใจ ยกมือไหว้ผ่านสื่อมวลชนขอโทษสังคม ในสิ่งที่ตัวเองพลาดพลั้งตีน้องซีจนได้รับบาดเจ็บ พูดเพียงถ้อยคำสั้นๆว่า ขอโทษทุกคน ขอโทษในสิ่งที่ตนเองทำ พร้อมจะช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวน้องแนน รับผิดชอบในสิ่งที่ได้กระทำ แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนที่อยู่ในเหตการณ์ถึงกับน้ำตาซึมเมื่อเห็นภาพทั้งครูแนน ที่รู้สึกผิดอย่างแรง อยู่ในสภาพอิดโรยหมดแรงเพื่อนครูต้องช่วยกันพยุงขึ้นรถตู้กลับ   ต่อมาทางตำรวจ สภ.บางซ้าย ได้เชิญตัวพ่อแม่ของน้องซี เข้าให้ปากคำในคดีในฐานะผู้กล่าวหาครูแนนทำร้ายร่างกายน้องซีลูกชาย หลังจากแพทย์โรงพยาบาลบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี ที่ทำการรักษาอาการบาดเจ็บน้องซี ซึ่งแพทย์ระบุบาดแผล ร่องรอยฟกช้ำว่าเกิดจากถูกทำร้ายร่างกาย ซึ่งพนักงานสอบสวนจะนำมาเป็นหลักฐานในการตั้งข้อกล่าวหาครูแนนต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/naexiMyAvTQ

 9,693
แชร์ออฟเดอะเดย์
05 ก.ย. 62

ย้ายแล้ว 'ครูแนน' ตีเด็ก 9 ขวบ ก้นช้ำน่วมทั้งตัว แฉครูถาม "เป็นลูกเทวดาเหรอถึงจะตีไม่ได้"

เพจ อยากดังเดี๋ยวจัดให้ มีการแชร์ภาพของนักเรียนคนหนึ่ง มีร่องรอยเขียวช้ำที่ก้น และลำตัวจำนวนมาก โดยระบุว่า ร่องรอยบาดแผลที่เห็นคือการกระทำของครูสอนวิชาภาษาไทยชั้น ป.4 หรือครูแนน เป็นคนตี นร. พอเห็นสภาพบาดแผลที่น้องนักเรียนคนนี้ถูกกระทำก็ต่างวิพากวิจารณ์ถึงการกระทำของครูที่รุนแรงกับนักเรียน   ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่าที่เกิดเหตุคือโรงเรียน วัดสุคนธารม อ.บางซ้าย จ.พระนครศรีอยุธยา พบว่า ครูที่ก่อเหตุนี้ ไม่ได้สอนที่โรงเรียนนี้แล้ว เพราะทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยา มีคำสั่งย้ายครูแนน ให้มาช่วยราชการที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาฯอยุธยาทันที จนกว่าจะมีคำสั่งอื่น   โดยนายกองเหรียญ แสนช่าง ผู้อำนวยการโรงเรียน กล่าวว่า ตอนนี้ครูและนักเรียนทุกคนที่ทราบข่าวก็ตกใจ โดยไม่มีใครรู้ว่าครูศิริพร หรือ ครูแนน ตีนร.รุนแรงขนาดนี้ จาการสอบถามครูแนน  ยอมรับว่าตีเด็กจริง เพราะไม่ยอมส่งการบ้าน ซึ่งนักเรียนคนนี้เรียนค่อนข้างอ่อน ไม่ทันเพื่อน และไม่ยอมส่งการบ้านจึงลงโทษ แต่การกระทำรุนแรงเกินกว่าเหตุ ซึ่งทาง รร.มีนโยบายสั่งห้ามตีนักเรียน ให้ใช้วิธีการอื่นแทน ตอนนี้ครูแนนก็เครียดมาก   ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปที่บ้านของน้องซี อายุ 9 ขวบ ที่ถูกครูตีจนได้รับบาดเจ็บ เห็นร่องรอยบาดแผลที่ก้น หลัง และแขนเป็นรอยเขียวช้ำ น้องซีบอกว่ายังเจ็บและระบม นั่งนานไม่ได้ ต้องนอนคว่ำ ทุกวันนี้ไม่กล้าไปเรียนเพราะกลัว   ทางด้านพ่อแม่ของน้องซีเล่าว่า ตอนนี้ทางครอบครัวรับไม่ได้กับการกระทำของครู ยิ่งเห็นบาดแผลลูกขนาดนี้และลูกก็เจ็บทรมาน ยิ่งรับไม่ได้และสะเทือนใจที่ลูกวัยเพียง 9 ขวบ ต้องถูกตีขนาดนี้ ตนและญาติที่เลี้ยงดูแลลูกมายังมเคยตีขนาดนี้   ลูกชายบอกว่า วันเกิดเหตุคือช่วงสายวันจันทร์ ไม่ได้ทำการบ้านไปส่งครูแนน ครูก็ใช้กระบี่ที่ใช้เรียนวิชากระบี่กระบอง ซึ่งทำจากหวายมาตีที่ก้น ตอนแรกตีไปยี่สิบกว่าครั้ง จนตอนนั้นปลายไม้หัก ครูก็ปล่อยไป จากนั้นไม่นานก็ลากตัวมาตีอีกครั้ง จนไม้หักคามือครู และก็บอกว่า “มึงเป็นลูกเทวดาเหรอกูจะตีไม่ได้” แล้วก็ขู่ว่า มึงจะไปบอกคนอื่นไหม?   ตอนนั้นลูกตนร้องไห้ด้วยความเจ็บปวด ครูก็ด่าว่าแกล้งร้องไห้ทำไม หากไม้ไม่หักก็คงตีลูกตนต่อไป หลังจากนั้นลูกก็ทนเรียนต่อไปโดยไม่สามารถนั่งเรียนได้ ต้องยืนเรียน เพราะเจ็บแผลที่ก้นอย่างมาก พอกลับมาถึงบ้าน ญาติพี่น้องเห็นสภาพแผลก็ตกใจ พาไปหาหมอ เพราะมีอาการอักเสบและไข้ขึ้น หลังจากนั้นก็ไปแจ้งความ    ทางครอบครัวยอมรับว่าพ่อแม่ไม่ได้มีเวลาเลี้ยงดูลูก เพราะต้องทำงานจึงอยู่กับญาติ ลูกไม่ทำการบ้านก็จริง แต่ครูลงโทษเด็กขนาดนี้ มันเกินกว่าเหตุ รุนแรงเกินไป เด็กแค่ป.4 ทำกันขนาดนี้ อยากถามครูแนนว่า หากลูกครูแนน ถูกกระทำแบบนี้จะรู้สึกอย่างไร จากนี้ตนและครอบครัวก็จะขอเดินหน้าดำเนินคดีตามกฎหมาย และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและลงโทษขั้นเด็ดขาด   ในส่วนของครูแนน ตลอดทั้งวันก็ปิดมือถือไม่สามารถติดต่อได้ ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาฯที่ครูแนนถูกสั่งย้ายมาปฏิบัติงานที่นี้ ก็ไม่พบตัวครูแนน พบเพียงเพื่อนครู เล่าว่า ครูแนนเครียดจัด ร้องไห้ตลอดเวลา สภาพจิตใจย่ำแย่ ยังไม่พร้อมออกมาให้ข้อมูลใดๆ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/O5X9rFNlPYs

 12,524
แชร์ออฟเดอะเดย์
20 ส.ค. 62

แจงดราม่าทุบกำแพงวัดไชยฯ อยุธยา เดินสายไฟ แค่รื้อแนวที่บูรณะใหม่ ไม่กระทบโบราณสถาน

เกิดเป็นประเด็นให้มีการถกเถียง หลังสมาชิกเฟซบุ๊กชื่อ นกขมิ้นเหลืองอ่อน ค่ำไหนนอนนั้น โพสต์ภาพกำแพงวัดไชยวัฒนาราม โบราณสถานที่สำคัญใน จ.พระนครศรีอยุธยา ถูกทุบทำลายลง พร้อมระบุข้อความว่า   "กรมศิลป์ฯไปไหน เกิดอะไรขึ้นครับกับวิธีการฝังและเดินสายเคเบิล วัดไชยวัฒนาราม พวกออเจ้ารู้หรือไม่ว่า ทำไม ถึงเลือกที่จะทุบ-ทำลายกำแพงวัด ทำไมช่างรับเหมาถึงไม่เลือกที่จะสกัดอิฐออกทีละก้อน หรือทำไมไม่เจาะอุโมงค์ลอดใต้กำแพง   คนคุมงานกรมศิลปากรหายไปไหน ไกด์ตอบลูกค้าไม่ได้ เห็นทีแรกก็ตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น นี่หรือคือวิธีการทำงานของประเทศไทย ทำไมไม่เคารพโบราณสถานบ้าง ทำลายโบราณสถาน ตอบลูกค้าไม่ได้จริงๆ งงใครตอบคำถามนี้ทีครับ"   ต่อมามีผู้เข้ามาคอมเม้นต์ชี้แจงว่า ในภาพที่เห็นคืองานวางระบบไฟส่องสว่างใหม่ ก่อนการดำเนินงานมีการวางแผนแนวสายไฟให้กระทบโบราณสถานให้น้อยที่สุด   ในภาพ จำเป็นต้องวางแนวสายไฟเข้าด้านในโบราณสถาน จึงตัดสินใจรื้อแนวกำแพงที่เพิ่งก่อบูรณะอายุไม่เกิน 30 ปี โดยไม่กระทบหลักฐานเดิม และเสร็จแล้วจะเร่งบูรณะฟื้นฟูโดยเร็วที่สุด โดยหน้างานมีเจ้าหน้าที่และนักโบราณคดีดูแลตลอด สามารถสอบถามข้อมูลเบื้องต้นได้   ป.ล. ส่วนตัว เดี๋ยวนี้ผู้คนในโลกเสมือนจริงโซเชียล ใช้อารมณ์นำก่อนที่จะหาข้อเท็จจริงกันมากมาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/bKAkMVqkdAw

 1,813
ข่าวภูมิภาค
18 ก.ค. 62

สลด ไฟช็อตพ่อค้าแมลงทอด น้ำลายฟูมปาก เสียชีวิตกลางงานแห่เทียน

อยุธยา-เกิดเหตุคนถูกไฟฟ้าช็อตอาการสาหัส ภายในงานเเห่เทียนเข้าพรรษาของอำเภอเสนา ที่บริเวณข้างที่ว่าการอำเภอเสนา จ.พระนครศรีอยุธยา   ที่เกิดเหตุพบนายวชิรปราการ เปรมปรี อายุ 44 ปี ชาว จ.สุพรรณบุรี พ่อค้าขายแมลงทอด ที่มือขวามีรอยถูกไฟช็อตจนไหม้ จากนั้นเจ้าหน้าที่ช่วยกันปั๊มหัวใจแล้วนำขึ้นรถกู้ชีพส่งรักษาที่โรงพยาบาลเสนา แต่ผู้ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัสก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา   จากการสอบถามแม่ค้าขายลูกชิ้นทอด ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ช่วงเวลาเกิดเหตุร้านค้ากำลังทยอยกันเก็บร้าน ผู้เสียชีวิตกำลังเก็บป้าย ได้เอามือไปจับกับโครงเหล็กของร้าน ตนเห็นว่าผู้ตายทำไมยืนนาน จึงเรียกพี่ชายของผู้เสียชีวิตให้มาดูเห็นว่า ผู้เสียชีวิตน้ำลายฟูมปาก จึงผลักให้ล้มลงจนพบว่าถูกไฟดูด จากนั้นก็มีชาวบ้านที่มาเที่ยวงานเข้ามาช่วยปั๊มหัวใจ ก่อนที่จะมีเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยเหลือ   จากการตรวจสอบพบว่า ผู้เสียชีวิตได้เอามือไปจับเข้ากับโครงเหล็กของร้านค้า เพื่อที่จะนำป้ายออก สายไฟที่เดินรอบร้านอาจรั่ว จึงทำให้กระเเสไฟวิ่งผ่านโครงเหล็ก ผู้เสียชีวิตเอามือไปจับจึงเสียชีวิตดังกล่าว อย่างไงก็ตามเจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบทีเกิดเหตุอีกครั้ง ส่วนศพผู้เสียชีวิตนั้นได้ส่งไปชันสูตรที่สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จ.ปทุมธานี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/pvYFTqjAgu8

 4,067
ข่าวภูมิภาค
08 ก.ค. 62

แพล่มกลางแม่น้ำน้อย อยุธยา นักแสวงบุญ คนแก่-เด็กกว่า 80 คนว่ายน้ำหนีตาย เหตุบรรทุกเกินจนแพเอียง

อยุธยา-เกิดอุบัติเหตุเกือบกลายเป็นโศกนาฏกรรมใหญ่ กลางแม่น้ำที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่แแพบรรทุกผู้โดยสารนักแสวงบุญจากจังหวัดบุรีรัมย์จมลงกลางแม่น้ำน้อย บริเวณหน้าวัดโพธิ์ผักไห่ อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา   โดยเป็นแพลอยน้ำทุนเหล็กพื้นไม้หลังคาสังกะสี จมพลิกตะแคงอยุ่กลางแม่น้ำน้อย ส่วนผู้โดยสารที่มากับแพที่จมรวมแล้วไม่ต่่ำกว่า 80 คน มีทั้งผู้สูงอายุ คนชรา ทั้งชายและหญิง นอกจากนี้ยังมีเด็กรวมอยู่ด้วยอีกหลายคนและในนี้มีเด็กอายุ 6 ขวบ รวมอยู่ด้วย   ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า เมื่อเรือลากแพมาถึงจุดที่เกิดเหตุเกิดแพเอียงจมลงกลางแม่น้ำ เคราะห์ดีเป็นช่วงน้ำลงแพไปเกยตื้นเสียก่อน แต่ผุ้โดยสารนักแสดงบุญทั้งหมด ส่วนใหญ่เป็นชาวบุรีรัมย์ว่ายน้ำไม่เป็น ต่างลอยคอเกาะแพระทึก ชาวบ้านที่ประสบเหตุต่างช่วยพายเรือเล็กเข้าไปช่วยเหลือขึ้นฝั่งได้ทุกคน ไม่มีใครเสียชีวิตแต่อย่างไร มีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชายที่สำลักน้ำเพียงคนเดียวช่วยกันนำส่ง รพ.ผักไห่ ปลอดภัยแล้ว   ตรวจสอบพบว่า มีกลุ่มผู้โดยสารชุดแรกแบ่งลงเรือ เดินทางออกไปก่อนหน้านี้แล้วจำนวน 2 ลำ เหลือนักแสวงบุญอีก 80 คน ที่เหลือนั่งโดยสารมาในแพลอยน้ำทุ่นเหล็ก หลังคาสังกะสี มีเรือเจ็ตสกูตเตอร์ลากแพไปตามไม่น้ำน้อย แต่ทว่าแพลอยน้ำทุ่นเหล็กบรรทุกผู้โดยสารเกินน้ำหนัก เมื่อแพถูกลากออกมาไกลกว่า 1 กิโลเมตร เหลืออีก 2 กิโลเมตรก็จะถึงวัดตาลานใต้   ตำรวจสันนิษฐานว่า แพที่บรรทุกผู้โดยสารเกินน้ำหนักมาเป็นจำนวนมาก ได้เสียการทรงตัวเกิดเอียงเทกระจาดจมลงกลางแม่น้ำน้อย อย่างที่ทราบเคราะห์ดีที่เป็นช่วงน้ำลงแพจมลงไปเกยตืนเสียก่อน ทำให้นักแสวงบุญที่ว่ายน้ำไม่เป็น แต่พยายามช่วยตัวเองและลูกหลานพากันลอยคอเกาะโครงสร้างของแพไว้ได้และเคราะห์อีกที่ชาวบ้านเห็นมาช่วยไว้ได้ทันไม่เช่นนั้นต้องมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก   ด้านตำรวจได้ติดตามเจ้าของแพมาทำการสอบสวน หาสาเหตุแพจมครั้งนี้ และให้ประสานงานไปยังกรมเจ้าท่า เข้ามาร่วมตรวจสอบผู้ให้บริการแพโดยสารว่ากระทำการถูกต้องหรือไม่ พร้อมฝากเตือนไปยังผู้ประกอบการเรือรับส่งผู้โดยสารที่เปิดให้บริการโดยสาร รับส่งนักท่องเที่ยวให้ปฏิบัติตามกฏระเบียบของกรมเจ้าท่าอย่างเคร่งครัดอย่าให้เกิดเหตุซ้ำรอยเช่นนี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zkMNnAiHUwE

 2,642
ข่าวภูมิภาค
26 มิ.ย. 62

วิสามัญสิบเอก ซิ่งเก๋งหนีหลังยิงสาวประเภทสองคู่ขา รัวปืนสู้ก่อนถูก ตร.ยิงสวนดับ

อยุธยา-เกิดเหตุตำรวจวิสามัญฆาตกรรม ส.อ.มงกุฎ ทองชุม อายุ 36 ปี บริเวณริมแม่น้ำป่าสัก หมู่ 5 ต.ท่าหลวง อ.ท่าเรือ   โดยก่อนที่ ส.อ.มงกุฎ ถูกวิสามัญฆาตกรรม ได้ไปก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงนายคงศักดิ์ อายุ 27 ปี ซึ่งเป็นสาวประเภทสอง ได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกกระสุนปืน 4 นัดเข้าบริเวณท่อนแขนและขา บริเวณปากซอยวัดยางนม 1 ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุไม่มากนัก จากนั้นชุดสืบสวนสภ.ท่าเรือ พร้อมตำรวจสายตรวจ เดินทางไปตรวจสอบพร้อมวิทยุสกัดจับและติดตามรถยนต์เก๋งโตโยต้า วีออส   จนกระทั่งพบรถขับออกจากจุดเกิดเหตุบนถนนวัดยางนม มุ่งหน้า สี่แยกวัดถลุงเหล็ก เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามจนทัน จากนั้นรถของ ส.อ.มงกุฎ เสียหลักพุ่งตกลงไปข้างทางแล้วทิ้งรถวิ่งเข้าไปในพงหญ้าซุกตัวหลบอยู่ในหลุม ตำรวจได้กระจายกำลังปิดล้อม ระหว่างนั้นปรากฎว่าส.อ.มงกุฎ ใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้เจ้าหน้าที่ ตำรวจชุดสืบสวนจึงยิงป้องกันตัวสวนเข้าไปทำให้เสียชีวิต   ส่วนสาเหตุที่ผู้ตายไปก่อเหตุยิงนายคงศักดิ์นั้น เบื้องต้นทราบว่า ได้ไปติดพันและคบหากันมา 1 ปี แต่เมื่อช่วงเช้าเกิดทะเลาะกันขึ้น นายคงศักดิ์จึงขี่รถจักรยานยนต์หนีออกจากบ้าน จากนั้น ส.อ.มงกุฎ ขับรถเก๋งตามไปจอดซุ่มอยู่หลังกำแพงวัดยางนม เมื่อเจอตัวยังใช้อาวุธปืนยิงใส่   จากการตรวจสอบประวัติไม่พบเคยต้องโทษคดี แต่ได้ลาออกจากราชการทหารมาหลายปีแล้ว ซึ่งตำรวจจะได้สอบสวนผู้บาดเจ็บเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ส่วนศพส.อ.มงกุฎ ส่งชันสูตรที่ร.พ. ก่อนให้ครอบครัวรับศพไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/5pEX3B4xA2w

 3,148
ข่าวภูมิภาค
24 มิ.ย. 62

รถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ 20 ตัน เสียหลักทับเก๋ง 3 คัน หญิงเสียชีวิตคาที่ 1

อยุธยา-เกิดอุบัติเหตุรถพ่วงบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ ยี่ห้อนิสสัน ยูดี ขนาด 12 เมตร บรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ เกิดเสียหลักเป็นเหตุให้ตู้คอนเทนเนอร์ข้างในมีปุ๋ยเคมีหนักกว่า 20 ตัน ร่วงจากตัวรถ ตัวตู้สไลด์อัดชนท้ายรถเก๋งที่จอดอยู่ริมถนนได้รับความเสียหายจำนวน 3 คัน   ส่วนบริเวณท้ายรถเก๋งฮอนด้า ซีวีค สีบอร์น ที่ถูกชนจอดอยู่ชิดขอบฟุตปาธ มีผู้เสียชีวิตถูกตู้คอนเทนเนอร์ทับอัดติดอยู่ท้ายรถเก๋ง เป็นหญิงวัย 34 ปี เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยอยุธยารวมใจ ต้องใช้รถลากรถเก๋งออกจึงจะสามารถนำร่างผู้เสียชีวิตเคราะห์ร้ายออกมาได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0K1FmNmOqiw

 1,996
ข่าวภูมิภาค
10 มิ.ย. 62

รวบ 2 หนุ่มกระทืบรอง ปธ.สภาอโยธยา คาห้องน้ำร้านอาหาร อาการโคม่า อ้างโมโหถูกพูดท้าทาย

อยุธยา-นายทศพร วิชิตพงษ์ อายุ 51 ปี รองประธานสภาเทศบาลเมืองอโยธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ถูกรุมกระทืบได้รับบาดเจ็บนอนล้มฟุบคาห้องน้ำ ร้านอาหารตอง 1 หน้าสนามกีฬาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เหตุเกิดกลางดึกคืนวันที่ 7 มิถุนายน ที่ผ่านมา   ขณะนี้อาการยังโคม่า แพทย์ต้องนอนรักษาตัวอยู่ในห้อง ICU โครงกระดูกใบหน้า กรามแตก แพทย์บอกมีเลือดไหลซึมอยู่ตลอดเวลา หายใจเองไม่ได้ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ยังไม่รู้สึกตัว แพทย์ยังคงเฝ้าติดตามอาการอย่างใกล้ชิด   ทั้งนี้จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่าก่อนเกิดเหตุนายทศพรได้พูดคุยกับชายคนหนึ่งแล้วมีการกอดคอกัน ก่อนนายทศพรจะขอแยกตัวไปห้องน้ำ ขณะนั้นชายคนพูดคุยด้วยได้เดินตามออกไป พร้อมสะกิดเพื่อนที่ใส่เสื้อดำซึ่งนั่งอยู่โต๊ะอาหารให้เดินตามออกไปด้วย จากนั้นกลับมาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น  แต่นายทศพรไม่ได้กลับเข้ามาในร้าน จนมีคนไปพบนอนหมดสติอยู่ในห้องน้ำ คาดว่าจะต้องถูกทำร้ายระหว่างเข้าห้องน้ำ ญาติได้ให้ตำรวจเร่งตรวจสอบสืบสวนข้อเท็จจริงนำตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้   ต่อมาตำรวจได้ติดตามจับกุมชายต้องสงสัยตามกล้องวงจรปิดทั้งสองคนได้แล้ว รับสารภาพว่าทำร้ายร่างกายจริง เพียงชกต่อยในห้องน้ำเท่านั้น ทราบชื่อ นายดนัย หมึก อยู่ทอง อายุ 32 ปี และนายอุกฤษณ์ ต้น อาจองค์ อายุ 28 ปี ทั้งสองคนเป็นชาวจังหวัดกำแพงเพชร ทำงานรับเหมาก่อสร้าง อยู่ภายในบริษัทโอสถสภา อำเภอบางประอิน จับตัวได้ภายในไซต์งาน ควบคุมตัวมาสอบปากคำที่โรงพัก   โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้มีการพูดท้าทายขณะนั่งคุยดื่มเหล้าด้วยกัน ทำให้ไม่พอใจตามไปชกต่อยในห้องน้ำ ทั้งนี้ตำรวจจะนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองคนไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในจุดที่เกิดเหตุห้องน้ำร้านอาหารตอง 1 เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้องหาทั้งสองคนร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัสไว้ก่อน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Gqp4dMNDmIo

 1,796
ข่าวภูมิภาค
29 พ.ค. 62

เซียนพลุวัย 70 อัดบรรจุพลุพลาดบึ้มสนั่น บ้านพัง ไฟคลอกเจ็บสาหัส

อยุธยา-เกิดเหตุพลุระเบิดที่บ้านของคุณลุงสมใจ สุสม อายุ 70 ปี ในอำเภอเสนา แรงของพลุที่ระเบิดทำให้บ้านไม้ยกใต้ถุนสูงถูกแรงระเบิดพังกระจุย สิ่งของเครื่องใช้บนบ้านถูกแรงระเบิดได้รับความเสียหาย หลังคากระเบื้องกระจายท้้งหลัง บริเวณนอกกระชานชายคาบ้าน พื้นบ้านที่เป็นไม้เนื้อแข็งหักยุบกินพื้นที่หลายตารางเมตร   พบเถ้าถ่านไฟไหม้กินพื้นที่หลายตารางเมตรเช่นเดียวกัน จากเหตุการณ์พลุระเบิดครั้งนี้ยังทำให้บ้านเรือนของขาวบ้านที่ปลูกก่อสร้างอยู่ติดกัน ได้รับความเสียหายรวม 6 หลัง ส่วนใหญ่เป็นกระจกประตูหน้าต่างแตกจากแรงระเบิด   โดยเหตุการณ์ครั้งนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เป็นนายสมใจ  ถูกแรงระเบิดหูอื้อเสียระบบการรับฟังและยังถูกไฟคลอกทั้งตัว บาดเจ็บสาหัสถูกนำส่ง รพ.เสนา อำเภอเสนา อยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด อีกรายคือนายอ๊อด ไม่ทราบนามสกุล ลูกมือที่ช่วยทำพลุ ถูกแรงระเบิดได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยที่บริเวณหน้าผาก ล่าสุดแพทย์ให้กลับบ้านได้แล้ว   นายมานิตย์ เพื่อนบ้านระบุว่า นายสมใจยึดอาชีพทำพลุมานาน มีความเชี่ยวชาญและชำนาญผลิตพลุรูปแบบต่างๆ ได้มากมายเป็นนักผลิตพลุชี้นครูของอำเภอเสนา วันเกิดเหตุทราบว่านายสมใจ ได้มีเจ้าภาพงานศพไม่ทราบวัดไหน ได้มาว่าจ้างให้ไปจุดพลุ   ตลอดทั้งวันได้ยินนายสมใจ ตอกอัดพลุตั้งแต่เช้า พอมาช่วงบ่ายกำลังล้มตัวลงนอนพักผ่อนได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้น 2 ครั้งติดต่อกัน รู้ทันทีว่าพลุระเบิด ออกไปดูพบบ้านพังเสียหายอย่างที่เห็น แต่มีไฟลุกไหม้ จึงใช้สายยางฉีดน้ำดับไว้ได้ทันไม่ลุกลามติดตัวบ้าน ไม่เช่นนั้นต้องมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บมากกว่านี้แน่ ซึ่งตำรวจกองพิสูจน์จะเข้ามาเก็บหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุการระเบิดของพลุครั้งนี้ต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4RoxgRSv394

 848
ข่าวภูมิภาค
27 พ.ค. 62

ตายายครองคู่จนแก่เฒ่า รักกันตราบสิ้นลมหายใจ จับมือจากไปในวันเดียวกัน

อยุธยา-ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Apirat Muntam ได้โพสต์ภาพอาลัย คุณตาคุณยายนอนเสียชีวิตในบ้านพัก โดยศพทั้งคู่นอนจับมือเคียงข้างกัน และเขียนข้อความไว้อาลัยว่า “RIP หลับให้สบายนะครับ ตาตายรักกันจนวันตาย ไปเป็นเทวดานางฟ้าอยู่บนสวรรค์นะครับ”   คุณตาและคุณยายทั้งสองใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกันจนวันสุดท้ายของชีวิต โดยคุณยายคือนางประเทือง กลิ่นธูป อายุ 88 ปี เสียชีวิตด้วยโรคชรา เมื่อเวลา 02.35น. ของวันที่ 25 พ.ค.  จากนั้นคุณตาคือนายยุ้ย กลิ่นธูป อายุ 94 ปี  ก็เสียชีวิตตามกันไปอีกคน ในเวลา 12.30 น. ของวันเดียวกัน ลักษณะที่ทั้งคู่นอนสิ้นใจกุมมือกันอยู่บนที่นอนในบ้านพัก ใน ต.ลำตาเสา อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา สร้างความเศร้าเสียใจแก่ลูกหลานที่สูญเสียร่มโพธิ์ร่มไทรในคราวเดียวกัน   ขณะที่ชาวเน็ตเข้าไปแสดงความคิดเห็นร่วมไว้อาลัยและแสดงความเสียใจกับครอบครัว บางคนระบุว่า คุณตาคุณยายเป็นคู่แท้กันจริง ๆ รักกันจนกระทั่งลมหายใจสุดท้ายของชีวิต   ต่อมาทางญาตินำร่างของคุณตาและคุณยาย นอนบนโต๊ะคู่กันให้คุณตาจับมือคุณยาย เพื่อประกอบพิธีรดน้ำศพ ก่อนตั้งศพบำเพ็ญกุศลที่วัดราษฎร์บรรจง(ตาดง) อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นเวลา 7 วัน โดยจะทำการฌาปนกิจศพพร้อมกันในวันที่ 2 มิ.ย.62   ผู้สื่อข่าวได้ไปพูดคุยกับนางสมบัติ  จันทร์หนองสรวง อายุ 62 ปี ลูกสาวคนที่สองของตายาย เล่าถึงความรักของสองตายยายว่ารักกันมาก อยู่ด้วยกันไม่เคยขัดใจกัน ต่างคนต่างดูแลกัน ไปไหนไปด้วยกันไม่ทอดทิ้งกัน  ตนเศร้าใจเมื่อเห็นพ่อน้ำตาไหลคิดถึงแม่ที่เสียชีวิตไปก่อนไม่กี่ชั่วโมง และได้เสียชีวิตตามกันไป   ลูกสาวยังได้นำภาพถ่ายที่สองตายายถ่ายไว้เมื่อวันสงกรานต์มาให้ผู้สื่อข่าวดู  ทั้งคู่แสดงความรักต่อกันอย่างไม่ขาดหาย อาบน้ำเสร็จทั้งคู่ก็จะห่มผ้าให้กันไม่ว่าจะทำอะไรก็จะทำด้วยกันตลอด ก่อนที่ทั้งคู่จะเสียชีวิต ยายประเทืองเริ่มมีอาการทรุดลง คุณตายุ้ยให้ลูกหลานพามานอนชิดติดกันและจับมือ ซึ่งเป็นรูปสุดท้ายที่สองตายายแสดงความรักความห่วงใยต่อกัน ก่อนตายยายประเทืองพูดเป็นลางว่าจะตายพร้อมกัน ซึ่งตนคิดว่ายายประเทืองพูดเล่น ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นจริง   โดยสองตายายมีลูกทั้งหมด 6 คน ชาย 4 คน หญิง 2 คน มีหลานเหลนรวม 48 คน เป็นที่รักของลูกหลาน ลูกหลานทุกคนก็รักตายายมาก เมื่อถึงวันสำคัญอย่างวันสงกรานต์ ลูกหลานตายุ้นและยายประเทือง ก็มารดน้ำขอพรกันอย่างมีความสุข   ด้านนางอ้อยทิพย์ กลิ่นธูป อายุ 36 ปี หลานของสองตายาย บอกว่า ทั้งตายุ้ยและยายประเทืองชอบทำบุญ ขนาดนอนติดเตียง ในวันสำคัญทางศาสนาต้องให้ลูกหลานนำอาหารหวานคาวมาอนุโมทนา ก่อนนำไปทำบุญที่วัดทุกครั้ง และจะอบรมสั่งสอนลูกหลานให้ทุกคนให้มีความรักต่อกันอย่าทะเลาะกัน เป็นเรื่องที่ไม่ดีทำลายครอบครัว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_jDWhhCftaw

 36,544
ข่าวภูมิภาค
09 พ.ค. 62

วัยรุ่นเจ้าถิ่นฉุนถูกมองหน้า ตะโกนแจกของลับ-รุมตื้บเทรนเนอร์ฟิตเนส พร้อมพวกเจ็บสาหัส

กลุ่มเทรนเนอร์ฟิตเนสและเพื่อนเป็นผู้ชาย 4 คน-ผู้หญิง 2 คน ไปเที่ยวผับดังใน จ.พระนครศรีอยุธยา ดื่มกินอย่างสนุกสนานจนร้านปิด แต่พอออกมายืนหน้าร้านเตรียมจะกลับบ้าน ถูกกลุ่มวัยรุ่นเจ้าถิ่นตะโกนให้ของลับก่อนจะเข้ามารุมทำร้าย   เหตุการณ์ดังกล่าวกล้องวงจรปิดของผับบันทึกภาพไว้ได้ โดยกล้องวงจรปิดหน้าร้าน จับภาพขณะที่กลุ่มผู้บาดเจ็บยืนคุยกันอยู่หน้าร้าน จากนั้นหนึ่งในกลุ่มผู้ก่อเหตุยืนอยู่ริมถนนเดินมาตะโกนแจกของลับ แล้วปาแก้วใส่กลุ่มผู้บาดเจ็บ ก่อนที่ทั้งสองกลุ่มจะกรูเข้าไปชกต่อยกัน จนพนักงานร้านต้องห้ามปรามแยกทั้งสองฝ่ายไม่ให้ตีกัน โดยบอกให้ฝั่งผู้บาดเจ็บเข้าไปหลบอยู่ภายในร้าน   หลังจากที่กลุ่มผู้บาดเจ็บเข้าไปหลบในร้านแล้ว กลุ่มก่อเหตุเกือบ 20 คน ก็วิ่งตามเข้าไปรุมทำร้ายอีก ด้วยความมึนเมาต่างฝ่ายต่างชกต่อยกัน ข้าวของในร้านเสียหายกระจัดกระจาย แต่ฝ่ายผู้บาดเจ็บจำนวนคนน้อยกว่า จึงถูกรุมทำร้ายทั้งเตะ ต่อย นำแก้วน้ำปาใส่ และใช้ขวดเหล้าฟาดไปที่ศีรษะ ทำให้นายปารุสก์ วิจันทร์ เทรนเนอร์ฟิตเนส บาดเจ็บหนัก ขณะนี้นอนรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา ส่วนนายต้น เพื่อนอีกคนรูปร่างอ้วนท้วมที่ปรากฎในวงจรปิด ก็ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน   สอบถามเพื่อนของผู้บาดเจ็บบอกว่า พวกของตนพากันไปนั่งดื่มกินตามปกติ ยอมรับว่าดื่มแต่ไม่ได้เมา ส่วนกลุ่มผู้ก่อเหตุก็นั่งอยู่คนละโต๊ะไม่รู้จักกัน และไม่ได้ไปหาเรื่องก่อน กระทั่งร้านปิดออกไปยื่นหน้าร้านกำลังแยกย้ายกลับบ้าน ก็ถูกอีกฝ่ายมาหาเรื่องว่ากลุ่มของตนไปมองหน้า ไม่พอใจและก่อเหตุดังกล่าว   นายปารุสก์ เทรนเนอร์ฟิตเนสที่ถูกทำร้ายซึ่งนอนอยู่โรงพยาบาล เผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนพยายามต่อสู้ จากนั้นกลุ่มผู้ก่อเหตุก็พากันกรูเข้ามารุมทำร้าย ซึ่งนายต้นถูกล็อคตัว เตะหน้า โดนกระทืบและถูกตีด้วยไม้เบสบอล เพื่อนอีกคนเข้าไปห้ามก็ถูกต่อยคางแตก จังหวะที่ชกตกกันในร้านนั้นตนไม่มีแรงแทบสลบเพราโดนรุมกระทืบและขวดเบียร์ปาใส่ศีรษะ จึงหลบไปซ่อนตัวข้างเวที หลังจากมีคนเข้ามาห้ามปราม กลุ่มผู้ก่อเหตุก็พากันหนีไป   ด้าน พ.ต.อ.อาทิตย์  ซิ้มเจริญ ผู้กำกับการ สภ.เมืองพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า เจ้าหน้าที่รู้ตัวกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุแล้ว 8 คน ที่เหลืออยู่ระหว่างขยายผลติดตามตัวมาสอบสวน ส่วนฝั่งผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บ 3 คน พนักงานสอบสวนสอบปากคำแล้ว สำหรับสาเหตุคาดว่าน่าจะมีปัญหากันภายในร้านเหล้า และเป็นคนในพื้นที่ทั้งสองกลุ่ม คดีไม่ซับซ้อน อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายทั้งหมด พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันทำร้ายร่างกาย แต่หากหลบหนีจะออกหมายจับต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3HNhyeFzvOE

 7,091
ข่าวภูมิภาค
03 พ.ค. 62

จุดไฟล่าหนู-งูเห่า กลายเป็นทะเลเพลิงกว่า 200 ไร่ ลุกลามติดบ่อขยะอยุธยา ต้องระดมฉีดน้ำวุ่น

อยุธยา-เกิดเหตุไฟไหม้ทุ่งนาบ้านสร้าง ติดกับหมุ่บ้านเอื้ออาทร ตำบลบ้านสร้าง อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กินเนื้อที่กว่า 200 ไร่ เปลวเพลิงได้ลุกลามอย่างรวดเร็วกลายเป็นทะเลเพลิง เนื่องจากสภาพพื้นนาเต็มไปด้วยตอซังข้าวที่เพิ่งเกี่ยวข้าวออกไปได้ไม่นาน และนาบางจุดถูกปล่อยทิ้งรกร้างมานาน มีวัชพืชปกคลุ่มทับถมหนาแน่นได้กลายเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ลุกลามติดบ่อขยะ   จนท.ต้องระดมรถดับเพลิงกว่า 10 คัน เข้าควบคุมเพลิงเจออุปสรรครถลงฉีดน้ำไม่ได้ ควันไฟเข้ารบกวนชุมชนบ้านเอื้ออาทรอยู่ไม่ได้ ต้องใช้แบ็คโฮช่วยทำแนวกันไฟและช่วยดับไฟ คาดสาเหตุเกิดจากชาวบ้านจุดไฟลามทุ่ง ล่าหนู ล่างูเห่า กลายเป็นทะเลเพลิงขยายวงกว้าง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/OduhJ2OlA6Q

 2,637
สังคม-อาชญากรรม
02 พ.ค. 62

เจอกระดูกท่อนขาเพิ่มที่อยุธยา คาดโยงสาวเล็บแดง รอตรวจ dna พิสูจน์

อยุธยา-ตำรวจเร่งคลี่คลายสาวเล็บแดงถูกสังหารโหดถ่วงน้ำ ในเบื้องต้นยังไม่ทราบว่าผู้ตายเป็นใคร จึงไม่สามารถระบุตัวตนติดตามได้ แต่ชุดสืบสวนได้มีการติดตามเก็บข้อมูลเป็นหลักฐานล่วงหน้า ผู้ที่มีความเกี่ยวข้องกับนางจำปี หอมชวน ที่ทีมสืบสวนต้องสงสัยว่าจะเป็นสาวเล็บแดง แต่ยังรอผลการชันสูตรทางนิติวิทยาศาสตร์   ขณะที่ล่าสุด ทีมอาสาสมัครกู้ภัยพุทธไธสวรรค์ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุไปพบซากท่อนกระดูกขามนุษย์ 1 ท่อน คาดว่าจะเป็นของสาวเล็บแดง พนักงานสอบสวนได้เก็บส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ชันสูตรร่วมในคดีนี้แล้ว   ส่วนที่มีการนำเสนอข่าวว่าตำรวจต้องสงสัยผู้ตายเป็นนางจำปี หอมชวน อายุ 47 ปี บ้านอยู่จังหวัดสระแก้ว นั้นทางตำรวจยังไม่ยืนยันว่าเป็นนางจำปี และนางจำปีเอง ก็ปรากฏเป็นข่าวมาหลายวัน หากยังมีชีวิตอยู่ซึ่งเวลาผ่านมาจนถึงขณะนี้ก็ควรจะแสดงตัวตนกับเจ้าหน้าที่   แนวทางการสืบสวนเองตำรวจได้ติดตามพยานหลายปาก ที่เกี่ยวข้องกับนางจำปีมาสอบแล้วหลายคน ทั้งคนใกล้ชิดเป็นลูกชายของนางจำปี 2 คน และอดีตสามีเก่า ที่จังหวัดสระแก้วด้วย การสืบสวนยังพยายามติดตามหาตัวสามีใหม่ของนางจำปีมาสอบสวนปากคำ ซึ่งมีห้องพักอยู่ที่ซอยลาซาล จังหวัดสมุทรปราการ โดยชุดสืบสวนได้ทำแผนผังบุคคลที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับนางจำปีนำมาประกอบในที่ประชุมด้วย   ด้านรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ได้นำชุดสืบสวนทั้งหมด ลงพื้นที่คลองโคกมะยม จุดที่พบศพสาวเล็บแดงหลังพบว่าช่วงเย็นวันที่ 30 เม.ย.พบชิ้นส่วนซากกระดูกท่อนขาของมนุษย์ส่งไปชันสูตรเปรียบเทียบกับซากโครงกระดูกของสาวเล็บแดงคนเดียวกันหรือไม่   นอกจากนี้ยังสั่งให้ตำรวจเครียพื้นที่ริมตลิ่งที่เป็นป่าหญ้ารกทั้งหมดอย่างละเอียด เพื่อหาหลักฐานเศษท่อนกระดูกที่เหลือ ท่อนแขน ท่อนขา ข้างซ้ายรวมถึงมือซ้ายที่ยังไม่พบ เพื่อหาหลักฐานของผู้ตายเพิ่มเติม โดยเฉพาะมือซ้ายที่หายไปอาจจะมีแหวนหรือโลหะที่ติดอยู่เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญยืนยันตัวบคคลได้เป็นอย่างดี ซี่งวันนี้จะทำการเคลียร์พื้นที่ริมตลิ่งเพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดทั้งหมด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zVUjRDyYvBg

 2,127
ข่าวภูมิภาค
27 เม.ย. 62

ฆาตกรโหดฆ่าหั่นศพสาวเล็บแดง แยกใส่ถุงถ่วงน้ำที่อยุธยา

พระนครศรีอยุธยา - เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อุทัย ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานและแพทย์โรงพยาบาลอุทัย ได้ร่วมกันชันสูตรซากโครงกระดูกผู้เสียชีวิต ถูกทิ้งบรรจุใส่ถุงพาสติกแบบตลาดนัดรูดซิปแน่นหนาถ่วงด้วยแท่งคอนกรีต จมอยุ่ในคลองโคกมะยม ริมถนนสายอุทัย ภาชี ใกล้กับอาคารพาณิชย์วัดโคกมะยม พื้นที่ หมู่ 6 ตำบลคานหาม อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา    โดยโครงกระดูกทั้งหมดที่พบถูกแยกเป็นชื้นส่วนมี หัวกระโหลก 1 ชิ้น ซี่โครงช่วงลำตัว 1 ชิ้น สะโพกหรือช่วงกระดูกเชิงกราน 1 ชิ้น ท่อนขาขวา 1 ชิ้น ท่อนแขนขวา 1 ชิ้น และเศษเอ็นติดไขมัน 1 ชิ้น และจากการชันสูตรพลิกศพในเบื้องต้นพบเล็บมือผู้ตายทาสีแดง สันนิษฐานว่าซากโครงกระดูกที่พบเป็นผุ้หญิงเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1 เดือน เจ้าหน้าตำรวจทำการชันสุตร์แล้วได้รวบรวมเก็บข้อมูลไว้เป็นหลักฐานและส่งซากโครงกระดูกที่พบทั้งหมด ตรวจสอบชันสูตรหาร่องรอยสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้งที่สถาบันนิติวิทยาศาสตรโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมประเกียรติ จังหวัดปทุมธานีอีกครั้ง   และจากตรวจสอบสภาพที่เกิดเหตุพบว่าเป็นย่านชุมชนขนาดใหญ่ คลองโคกมะยมเป็นคลองที่ชาวบ้านเลิกใช้สัญจรมานานแล้วกลายเป็นคลองทิ้งน้ำลึกประมาณ 150 เซ็นติเมตรเท่านั้น จุดที่เกิดเหตุอยู่ในย่านของนิคมสวนอุตสาหกรรมโรจนะ ในรัศมีใกล้เคียงรายล้อมด้วยหอพัก อาพาร์ตเม้น มีพนักงานต่างจังหวัดมาเช่าพักอาศัยทำงานเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ในรัศมียังมีสถานบันเทิงหลากหลายรูปแบบเปิดบริการกระจายอยู่จำนวนมากเช่นกัน กลุ่มที่มาเช่าพักอาศัยตามหอพัก อาพาร์ตเม้น ยังพบว่ามีแรงงานต่างด้าวเข้ามาพักอาศัยด้วยเช่นเดียวกัน   ซึ่งตำรวจได้เชิญตัวพนักงาน อบต.คานหามมาสอบปากคำในเบื้องต้นทราบแต่เพียงว่าก่อนจะพบซากโครงกระดูก ได้ตะเวนออกทอดแหหาปลาในคลอง แหเกิดไปติดถุงพาสติกขึ้นมาแกะดูพบท่อนแขนผู้เสียชีวิต ด้วยความตกใจกลับไปแจ้งให้นายไพรัช เดชะ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 6 ได้ทราบและแจ้งตำรวจโรงพักอุทัยมาตรวจสอบ นำเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาค้นหาจนพบมีถุงใส่โครงกระดูก 2 ถุง ดังกล่าว ส่วนท่อนขาพบว่าถูกวางหมกอยู่ในป่าหญ้าริมตลิ่งใกล้กับจุดที่พบถุงใส่โครงกระดูก สันนิษฐานว่าจะมีตัวเงินตัวทองที่ชุกชุมได้กลิ่นซากศพดึงออกจากถุงลากขึ้นตลิ่งแทะกิน    เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานผู้ตายไม่ใช่เป็นคนในท้องที่อย่างแน่นอน เป็นหญิงมาจาก 3 กลุ่มใหญ่ ไม่กลุ่มใดก็กลุ่มหนึ่ง กลุ่มแรกเป็นหญิงสาวโรงงานที่มาเช่าพักอาศัยอยุ่ตามหอพักหรืออาพาร์ตเม้น ใกล้กับจุดที่เกิดเหตุ กลุ่มที่สองเป็นหญิงสาวบริการตามร้านอาหาร เด็กเสริฟ นักร้อง สถานบริการยามค่ำคืนและกลุ่มสุดท้ายเป็นกลุ่มสาวแรงงานต่างด้าว ที่มีอยู่เป็นจำนวนมากใกล้กับจุดที่เกิดเหตุ ส่วนสาเหตุการสังหารมาจากความขัดแย้ง ความไม่พอใจ เรื่องใดเรื่องหนึ่ง คนร้ายต้องมีความชำนาญพอสมควร ก่อเหตุแล้วต้องใจเย็น ออกไปหาซื้อถุงพาสติกแบบตลาดนัดมีหูหิ้วซิปรูดอย่างดี ชำแหละศพแยกบรรจุชิ้นส่วนใส่ถุง 2 ใบ โยนถ่วงน้ำด้วยแท่งคอนกรีตไว้ในคลองเพื่ออำพรางศพ และเชื่อว่าคนร้ายได้ลงมือสังหารผู้ตายในรัศมีใกล้เคียงไม่ใกล้มากนัก เลือกที่จะนำศพที่ชำแหละใส่ถุงถ่วงน้ำมาทิ้งในจุดดังกล่าว ซึ่งชุดสืบสวนสภ.อุทัยลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดรอบๆ จุดที่เกิดเหตุย้อนหลังตรวจสอบอยู่ในขณะนี้ ซึ่งก็พบว่าเวลาผ่านมามาหลายวันกล้องวงจรปิดถูกลบบันทึกซ้ำไปไปหมดแล้ว แต่ตำรวจยังคงเร่งติดตามคลี่คลายคดีนี้อยุ่เนื่องจากเป็นคดีที่ชาวบ้านให้ความสนใจ พฤติกรรมของคนร้ายเหี้ยมโหดลงมือฆ่าผู้หญิงชำแหละศพอย่างสยดสยองใส่ถุงถ่วงน้ำ   ทั้งนี้ ชุดสืบสวนโรงพักอุทัยได้ลงพื้นตรวจสอบสภาพที่เกิดเหตุในเวลากลางคืนเก็บข้อมูลหลักฐานหาร่องรอยคนร้ายช่วงเวลาก่อเหตุ และสอบปากคำพยานแวดล้อมเป็นชาวบ้าน เจ้าของหอพัก ใกล้จุดที่เกิดเหตุและแม่ค้าขายของ รวม 4 ปาก ทำให้เชื่อได้ว่าคนร้ายชำแหละศพใส่ถุงแล้ว หิ้วถุงใส่ศพลงมาทางด้านทิศเหนือของคลองโคกมะยมฝั่งอาคารพาณิชย์ติดกับร้านทำฟัน ซึ่งจะมีบันใดเหล็กเล็กสำหรับเดินลง ในช่วงเวลากลางคืนจะเงียบมีเพียง นายชาญ แจ่มจำรัส อายุ 66 ปี อดีตสัปเหร่อคนในพื้นที่เดินขึ้นลงอาศัยหลับนอนอยู่ใต้สะพานริมคลองใกล้จุดพบศพเพื่อเฝ้าหาปลาเท่านั้น   ชุดสืบสวนของโรงพักอุทัยยังได้แบ่งออกแกะรอยกล้องวงจรปิดใกล้กับจุดที่เกิดเหตุอย่างน้อย 2 จุดด้วยกัน ซึ่งจะต้องใช้เวลาในการค้นหาภาพย้อนหลังหลายวัน มีกล้องที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุของชาวบ้าน ที่จะสามารถบันทึกภาพคนร้ายได้หากยังไม่ลบทับไปเสียก่อน เนื่องจากกล้องตัวนี้สามารถดูย้อนหลังไปได้ถึงวันที่ 20 เมษายน 2562 เท่านั้น โดยในวันนี้ (27 เม.ย.) ภาพจากกล้องวงจรปิดจุดนี้จะถูกโหลดมาได้ทั้งหมด และตำรวจจะเปิดภาพค้นหาอย่างละเอียด นอกจากนี้ชุดสืบสวนยังประสานงานกับโรงพักข้างเคียงว่ามีการรับแจ้งคนหายในพื้นที่ไหนหรือไม่ และยังฝากสื่อข่วยประชาสัมพันธ์อีกทางหากญาติใครเป็นผู้หญิงหายไปให้มาติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่โรงพักอุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา    การสืบสวนยังต้องรอผลการชันสูตร์ศพจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จังหวัดปทุมธานี จะทำให้ทราบว่าผู้ตายมีอายุประมาณเท่าไร ซึ่งโครงกระดูกจะสามารถระบุอายุของคนได้ชัดเจน ทำให้การสืบสวนคลี่คลายคดีว่าผู้ตายเป็นใครง่ายขึ้นไปอีกเมื่อทราบอายุผู้ตายจากผลการชันสูตรของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ฯ   อย่างไรก็ตาม พันตำรวจเอก สง่า ธีรศรัณยานนท์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่าคดีนี้ตำรวจต้องสืบสวนให้ทราบได้ว่าผู้ตายเป็นใคร ก่อนเกิดเหตุไปเกี่ยวข้องกับใครบ้าง ก็จะติดตามตัวคนร้ายได้ง่ายขึ้น ซึ่งตอนนี้ตำรวจต้องสืบให้ได้ว่าผู้ตายเป็นใครมาจากไหนอยู่กับใครก่อนตาย   ผู้การอยุธยาประชุมชุดสืบสวน คลี่คลายคดีฆ่าชำแหละศพสาวเล็บแดงยัดถุงถ่วงน้ำ ที่ห้องประชุมนันทโชติ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยให้หัวหน้าชุดสืบสวนของโรงพักอุทัยเก็บพยานหลักฐานที่พบทั้งหมดนำมาร่วมประชุม กับทีมสืบสวนกองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อแบ่งชุดทำงานคลี่คลายในคดีนี้ ข้อสรุปในที่ประชุมจะรายงานต่อไป   อย่างไรก็ตามชุดสืบสวนของโรงพักอุทัยเจ้าของคดี ตั้งแต่เช้านำกำลังเจ้าหน้าที่ออกเดินเท้า เก็บข้อมูลหาหลักฐานจากแค้มแรงงานต่างด้าวที่มาอยู่อาศัยรวมกันย่านนิคมสวนอุตสาหกรรมโรจนะ แบ่งออกเป็น 2 ชุด ชุดแรกไปตรวจสอบแค้มแรงงานต่างด้าวด้านหลังวิทยาลัยเทคนิคยานยนต์ พระนครศรีอยุธยา และอีกชุดแค้มแรงงานต่างด้าวย่านวัดโคกมะยม เนื่องจากกลุ่มแรงงานต่างด้าวเหล่านี้ เป็นกลุ่มแรงงานต่างด้าวที่ชุมชนย่านจุดที่เกิดเหตุไม่ค่อยยอมรับและผุ้ประกอบการหอพักจะไม่ให้เช่าพักอาศัยเนื่องจากมีพฤติกรรมชอบดื่มสุราและทะเลาะวิวาทเป็นประจำ   ในขณะเดียวกันพนักงานสอบได้ประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิพุทไธสวรรค์นำนักประดาน้ำลงงมหาหลักฐานก้นคลองจุดที่เกิดเหตุทิ้งศพ อย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อหาหลักฐานที่คนร้ายอาจจะทิ้งรวมกับถุงถ่วงศพไว้บ้างอีกทั้งต้องการหลักฐานทราบให้ได้ว่าผู้ตายเป็นใครยิ่งจะง่ายในการติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีและค้นหาซากโครงกระดูกท่อนแขนและขาด้านซ้ายของผู้ตายที่ยังหาไม่พบด้วย   ซึ่งทีมกู้ภัยนักประดาน้ำของมูลนิธิพุทธไธสวรรค์เตรียมความพร้อม จุดธูป 9 ดอก บอกพระแม่คงคา เจ้าที่เจ้าทางและศาลเพียงตาจุดเกิดเหตุพบศพ ขอให้พบหลักฐานทีเ่ป็นประโยชน์ในการติดตามคนร้ายและยังบอกเซ้นไหว้ดวงวิญญานของผู้ตายได้ดลใจค้นหาพบหลักฐานชิ้นสำคัญสาวตัวถึงคนร้ายให้ได้   สำหรับแนวทางการสืบสวนคลี่คลายคดีนี้ ตำรวจให้น้ำหนักเป็นฝีมือแรงงานต่างด้าว ที่ตั้งแค้มอาศัยอยู่ในรัศมีจุดที่เกิดเหตุ แต่การค้นหาบุคคลที่หายไปก่อนหน้านี่ค่อนข้างยากลำบากเนื่องจากเป็นช่วงสงกรานต์มีบคุคลเข้าออกกลับบ้านกันเป็นจำนวนมากยากแก่การสืบหา แต่ตำรวจไม่ละความพยายาม ถึงแม้ว่าไม่มีหลักฐานที่สำคัญให้ติดตามแกะรอยหาตัวคนร้ายก็ตาม    ตำรวจสืบจากพฤติกกรรมการทิ้งศพของคนร้าย สันนิษฐานว่าคนร้ายไม่มีรถยนต์หรือยานพาหนะที่จะใส่ถุงศพมาทิ้ง เมื่อสังหารผู้ตายแล้วพยายามชำแหละศพใส่ถุงนำมาทิ้งเพื่ออำพรางศพ ด้วยการแยกนำใส่ถุงออกเป็นสองใบเพื่อง่ายแก่การหิ้วอำพรางหลบสายตาคนที่พบเห็นและน้ำหนักไม่มากนัก และเลือกทิ้งจุดที่สะดวกง่ายไม่ไกลจากจุดสังหารคือคลองโคกมะยมจุดที่พบศพ ที่สามารถเดินลัดเลาะจากถนนสายหลักไปทิ้งไม่ยากนัก ตำรวจจึงให้น้ำหนักไปยังคนร้ายกลุ่มแรงงานต่างด้าว ส่วนอีกสองกลุ่มผู้หญิงบริการตามสถานบันเทิง และกลุ่มผู้หญิงสาวโรงงานตามหอพักก็ยังไม่ทิ้งในประเด็นนี้เช่นกัน ยังคงเช็คติดตามหาผู้สูญหายในพื้นที่ข้างเคียงอยู่ตลอดเวลา   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/K5osMVRw8J0

 8,086

Top