ค้นหา :

ผลการค้นหา "อยุธยา"

ข่าวภูมิภาค
09 พ.ค. 62

วัยรุ่นเจ้าถิ่นฉุนถูกมองหน้า ตะโกนแจกของลับ-รุมตื้บเทรนเนอร์ฟิตเนส พร้อมพวกเจ็บสาหัส

กลุ่มเทรนเนอร์ฟิตเนสและเพื่อนเป็นผู้ชาย 4 คน-ผู้หญิง 2 คน ไปเที่ยวผับดังใน จ.พระนครศรีอยุธยา ดื่มกินอย่างสนุกสนานจนร้านปิด แต่พอออกมายืนหน้าร้านเตรียมจะกลับบ้าน ถูกกลุ่มวัยรุ่นเจ้าถิ่นตะโกนให้ของลับก่อนจะเข้ามารุมทำร้าย   เหตุการณ์ดังกล่าวกล้องวงจรปิดของผับบันทึกภาพไว้ได้ โดยกล้องวงจรปิดหน้าร้าน จับภาพขณะที่กลุ่มผู้บาดเจ็บยืนคุยกันอยู่หน้าร้าน จากนั้นหนึ่งในกลุ่มผู้ก่อเหตุยืนอยู่ริมถนนเดินมาตะโกนแจกของลับ แล้วปาแก้วใส่กลุ่มผู้บาดเจ็บ ก่อนที่ทั้งสองกลุ่มจะกรูเข้าไปชกต่อยกัน จนพนักงานร้านต้องห้ามปรามแยกทั้งสองฝ่ายไม่ให้ตีกัน โดยบอกให้ฝั่งผู้บาดเจ็บเข้าไปหลบอยู่ภายในร้าน   หลังจากที่กลุ่มผู้บาดเจ็บเข้าไปหลบในร้านแล้ว กลุ่มก่อเหตุเกือบ 20 คน ก็วิ่งตามเข้าไปรุมทำร้ายอีก ด้วยความมึนเมาต่างฝ่ายต่างชกต่อยกัน ข้าวของในร้านเสียหายกระจัดกระจาย แต่ฝ่ายผู้บาดเจ็บจำนวนคนน้อยกว่า จึงถูกรุมทำร้ายทั้งเตะ ต่อย นำแก้วน้ำปาใส่ และใช้ขวดเหล้าฟาดไปที่ศีรษะ ทำให้นายปารุสก์ วิจันทร์ เทรนเนอร์ฟิตเนส บาดเจ็บหนัก ขณะนี้นอนรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา ส่วนนายต้น เพื่อนอีกคนรูปร่างอ้วนท้วมที่ปรากฎในวงจรปิด ก็ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน   สอบถามเพื่อนของผู้บาดเจ็บบอกว่า พวกของตนพากันไปนั่งดื่มกินตามปกติ ยอมรับว่าดื่มแต่ไม่ได้เมา ส่วนกลุ่มผู้ก่อเหตุก็นั่งอยู่คนละโต๊ะไม่รู้จักกัน และไม่ได้ไปหาเรื่องก่อน กระทั่งร้านปิดออกไปยื่นหน้าร้านกำลังแยกย้ายกลับบ้าน ก็ถูกอีกฝ่ายมาหาเรื่องว่ากลุ่มของตนไปมองหน้า ไม่พอใจและก่อเหตุดังกล่าว   นายปารุสก์ เทรนเนอร์ฟิตเนสที่ถูกทำร้ายซึ่งนอนอยู่โรงพยาบาล เผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนพยายามต่อสู้ จากนั้นกลุ่มผู้ก่อเหตุก็พากันกรูเข้ามารุมทำร้าย ซึ่งนายต้นถูกล็อคตัว เตะหน้า โดนกระทืบและถูกตีด้วยไม้เบสบอล เพื่อนอีกคนเข้าไปห้ามก็ถูกต่อยคางแตก จังหวะที่ชกตกกันในร้านนั้นตนไม่มีแรงแทบสลบเพราโดนรุมกระทืบและขวดเบียร์ปาใส่ศีรษะ จึงหลบไปซ่อนตัวข้างเวที หลังจากมีคนเข้ามาห้ามปราม กลุ่มผู้ก่อเหตุก็พากันหนีไป   ด้าน พ.ต.อ.อาทิตย์  ซิ้มเจริญ ผู้กำกับการ สภ.เมืองพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า เจ้าหน้าที่รู้ตัวกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุแล้ว 8 คน ที่เหลืออยู่ระหว่างขยายผลติดตามตัวมาสอบสวน ส่วนฝั่งผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บ 3 คน พนักงานสอบสวนสอบปากคำแล้ว สำหรับสาเหตุคาดว่าน่าจะมีปัญหากันภายในร้านเหล้า และเป็นคนในพื้นที่ทั้งสองกลุ่ม คดีไม่ซับซ้อน อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายทั้งหมด พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันทำร้ายร่างกาย แต่หากหลบหนีจะออกหมายจับต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3HNhyeFzvOE

 6,577
ข่าวภูมิภาค
03 พ.ค. 62

จุดไฟล่าหนู-งูเห่า กลายเป็นทะเลเพลิงกว่า 200 ไร่ ลุกลามติดบ่อขยะอยุธยา ต้องระดมฉีดน้ำวุ่น

อยุธยา-เกิดเหตุไฟไหม้ทุ่งนาบ้านสร้าง ติดกับหมุ่บ้านเอื้ออาทร ตำบลบ้านสร้าง อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กินเนื้อที่กว่า 200 ไร่ เปลวเพลิงได้ลุกลามอย่างรวดเร็วกลายเป็นทะเลเพลิง เนื่องจากสภาพพื้นนาเต็มไปด้วยตอซังข้าวที่เพิ่งเกี่ยวข้าวออกไปได้ไม่นาน และนาบางจุดถูกปล่อยทิ้งรกร้างมานาน มีวัชพืชปกคลุ่มทับถมหนาแน่นได้กลายเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ลุกลามติดบ่อขยะ   จนท.ต้องระดมรถดับเพลิงกว่า 10 คัน เข้าควบคุมเพลิงเจออุปสรรครถลงฉีดน้ำไม่ได้ ควันไฟเข้ารบกวนชุมชนบ้านเอื้ออาทรอยู่ไม่ได้ ต้องใช้แบ็คโฮช่วยทำแนวกันไฟและช่วยดับไฟ คาดสาเหตุเกิดจากชาวบ้านจุดไฟลามทุ่ง ล่าหนู ล่างูเห่า กลายเป็นทะเลเพลิงขยายวงกว้าง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/OduhJ2OlA6Q

 2,289
สังคม-อาชญากรรม
02 พ.ค. 62

เจอกระดูกท่อนขาเพิ่มที่อยุธยา คาดโยงสาวเล็บแดง รอตรวจ dna พิสูจน์

อยุธยา-ตำรวจเร่งคลี่คลายสาวเล็บแดงถูกสังหารโหดถ่วงน้ำ ในเบื้องต้นยังไม่ทราบว่าผู้ตายเป็นใคร จึงไม่สามารถระบุตัวตนติดตามได้ แต่ชุดสืบสวนได้มีการติดตามเก็บข้อมูลเป็นหลักฐานล่วงหน้า ผู้ที่มีความเกี่ยวข้องกับนางจำปี หอมชวน ที่ทีมสืบสวนต้องสงสัยว่าจะเป็นสาวเล็บแดง แต่ยังรอผลการชันสูตรทางนิติวิทยาศาสตร์   ขณะที่ล่าสุด ทีมอาสาสมัครกู้ภัยพุทธไธสวรรค์ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุไปพบซากท่อนกระดูกขามนุษย์ 1 ท่อน คาดว่าจะเป็นของสาวเล็บแดง พนักงานสอบสวนได้เก็บส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ชันสูตรร่วมในคดีนี้แล้ว   ส่วนที่มีการนำเสนอข่าวว่าตำรวจต้องสงสัยผู้ตายเป็นนางจำปี หอมชวน อายุ 47 ปี บ้านอยู่จังหวัดสระแก้ว นั้นทางตำรวจยังไม่ยืนยันว่าเป็นนางจำปี และนางจำปีเอง ก็ปรากฏเป็นข่าวมาหลายวัน หากยังมีชีวิตอยู่ซึ่งเวลาผ่านมาจนถึงขณะนี้ก็ควรจะแสดงตัวตนกับเจ้าหน้าที่   แนวทางการสืบสวนเองตำรวจได้ติดตามพยานหลายปาก ที่เกี่ยวข้องกับนางจำปีมาสอบแล้วหลายคน ทั้งคนใกล้ชิดเป็นลูกชายของนางจำปี 2 คน และอดีตสามีเก่า ที่จังหวัดสระแก้วด้วย การสืบสวนยังพยายามติดตามหาตัวสามีใหม่ของนางจำปีมาสอบสวนปากคำ ซึ่งมีห้องพักอยู่ที่ซอยลาซาล จังหวัดสมุทรปราการ โดยชุดสืบสวนได้ทำแผนผังบุคคลที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับนางจำปีนำมาประกอบในที่ประชุมด้วย   ด้านรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ได้นำชุดสืบสวนทั้งหมด ลงพื้นที่คลองโคกมะยม จุดที่พบศพสาวเล็บแดงหลังพบว่าช่วงเย็นวันที่ 30 เม.ย.พบชิ้นส่วนซากกระดูกท่อนขาของมนุษย์ส่งไปชันสูตรเปรียบเทียบกับซากโครงกระดูกของสาวเล็บแดงคนเดียวกันหรือไม่   นอกจากนี้ยังสั่งให้ตำรวจเครียพื้นที่ริมตลิ่งที่เป็นป่าหญ้ารกทั้งหมดอย่างละเอียด เพื่อหาหลักฐานเศษท่อนกระดูกที่เหลือ ท่อนแขน ท่อนขา ข้างซ้ายรวมถึงมือซ้ายที่ยังไม่พบ เพื่อหาหลักฐานของผู้ตายเพิ่มเติม โดยเฉพาะมือซ้ายที่หายไปอาจจะมีแหวนหรือโลหะที่ติดอยู่เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญยืนยันตัวบคคลได้เป็นอย่างดี ซี่งวันนี้จะทำการเคลียร์พื้นที่ริมตลิ่งเพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดทั้งหมด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zVUjRDyYvBg

 1,890
ข่าวภูมิภาค
27 เม.ย. 62

ฆาตกรโหดฆ่าหั่นศพสาวเล็บแดง แยกใส่ถุงถ่วงน้ำที่อยุธยา

พระนครศรีอยุธยา - เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อุทัย ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานและแพทย์โรงพยาบาลอุทัย ได้ร่วมกันชันสูตรซากโครงกระดูกผู้เสียชีวิต ถูกทิ้งบรรจุใส่ถุงพาสติกแบบตลาดนัดรูดซิปแน่นหนาถ่วงด้วยแท่งคอนกรีต จมอยุ่ในคลองโคกมะยม ริมถนนสายอุทัย ภาชี ใกล้กับอาคารพาณิชย์วัดโคกมะยม พื้นที่ หมู่ 6 ตำบลคานหาม อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา    โดยโครงกระดูกทั้งหมดที่พบถูกแยกเป็นชื้นส่วนมี หัวกระโหลก 1 ชิ้น ซี่โครงช่วงลำตัว 1 ชิ้น สะโพกหรือช่วงกระดูกเชิงกราน 1 ชิ้น ท่อนขาขวา 1 ชิ้น ท่อนแขนขวา 1 ชิ้น และเศษเอ็นติดไขมัน 1 ชิ้น และจากการชันสูตรพลิกศพในเบื้องต้นพบเล็บมือผู้ตายทาสีแดง สันนิษฐานว่าซากโครงกระดูกที่พบเป็นผุ้หญิงเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1 เดือน เจ้าหน้าตำรวจทำการชันสุตร์แล้วได้รวบรวมเก็บข้อมูลไว้เป็นหลักฐานและส่งซากโครงกระดูกที่พบทั้งหมด ตรวจสอบชันสูตรหาร่องรอยสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้งที่สถาบันนิติวิทยาศาสตรโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมประเกียรติ จังหวัดปทุมธานีอีกครั้ง   และจากตรวจสอบสภาพที่เกิดเหตุพบว่าเป็นย่านชุมชนขนาดใหญ่ คลองโคกมะยมเป็นคลองที่ชาวบ้านเลิกใช้สัญจรมานานแล้วกลายเป็นคลองทิ้งน้ำลึกประมาณ 150 เซ็นติเมตรเท่านั้น จุดที่เกิดเหตุอยู่ในย่านของนิคมสวนอุตสาหกรรมโรจนะ ในรัศมีใกล้เคียงรายล้อมด้วยหอพัก อาพาร์ตเม้น มีพนักงานต่างจังหวัดมาเช่าพักอาศัยทำงานเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ในรัศมียังมีสถานบันเทิงหลากหลายรูปแบบเปิดบริการกระจายอยู่จำนวนมากเช่นกัน กลุ่มที่มาเช่าพักอาศัยตามหอพัก อาพาร์ตเม้น ยังพบว่ามีแรงงานต่างด้าวเข้ามาพักอาศัยด้วยเช่นเดียวกัน   ซึ่งตำรวจได้เชิญตัวพนักงาน อบต.คานหามมาสอบปากคำในเบื้องต้นทราบแต่เพียงว่าก่อนจะพบซากโครงกระดูก ได้ตะเวนออกทอดแหหาปลาในคลอง แหเกิดไปติดถุงพาสติกขึ้นมาแกะดูพบท่อนแขนผู้เสียชีวิต ด้วยความตกใจกลับไปแจ้งให้นายไพรัช เดชะ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 6 ได้ทราบและแจ้งตำรวจโรงพักอุทัยมาตรวจสอบ นำเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาค้นหาจนพบมีถุงใส่โครงกระดูก 2 ถุง ดังกล่าว ส่วนท่อนขาพบว่าถูกวางหมกอยู่ในป่าหญ้าริมตลิ่งใกล้กับจุดที่พบถุงใส่โครงกระดูก สันนิษฐานว่าจะมีตัวเงินตัวทองที่ชุกชุมได้กลิ่นซากศพดึงออกจากถุงลากขึ้นตลิ่งแทะกิน    เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานผู้ตายไม่ใช่เป็นคนในท้องที่อย่างแน่นอน เป็นหญิงมาจาก 3 กลุ่มใหญ่ ไม่กลุ่มใดก็กลุ่มหนึ่ง กลุ่มแรกเป็นหญิงสาวโรงงานที่มาเช่าพักอาศัยอยุ่ตามหอพักหรืออาพาร์ตเม้น ใกล้กับจุดที่เกิดเหตุ กลุ่มที่สองเป็นหญิงสาวบริการตามร้านอาหาร เด็กเสริฟ นักร้อง สถานบริการยามค่ำคืนและกลุ่มสุดท้ายเป็นกลุ่มสาวแรงงานต่างด้าว ที่มีอยู่เป็นจำนวนมากใกล้กับจุดที่เกิดเหตุ ส่วนสาเหตุการสังหารมาจากความขัดแย้ง ความไม่พอใจ เรื่องใดเรื่องหนึ่ง คนร้ายต้องมีความชำนาญพอสมควร ก่อเหตุแล้วต้องใจเย็น ออกไปหาซื้อถุงพาสติกแบบตลาดนัดมีหูหิ้วซิปรูดอย่างดี ชำแหละศพแยกบรรจุชิ้นส่วนใส่ถุง 2 ใบ โยนถ่วงน้ำด้วยแท่งคอนกรีตไว้ในคลองเพื่ออำพรางศพ และเชื่อว่าคนร้ายได้ลงมือสังหารผู้ตายในรัศมีใกล้เคียงไม่ใกล้มากนัก เลือกที่จะนำศพที่ชำแหละใส่ถุงถ่วงน้ำมาทิ้งในจุดดังกล่าว ซึ่งชุดสืบสวนสภ.อุทัยลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดรอบๆ จุดที่เกิดเหตุย้อนหลังตรวจสอบอยู่ในขณะนี้ ซึ่งก็พบว่าเวลาผ่านมามาหลายวันกล้องวงจรปิดถูกลบบันทึกซ้ำไปไปหมดแล้ว แต่ตำรวจยังคงเร่งติดตามคลี่คลายคดีนี้อยุ่เนื่องจากเป็นคดีที่ชาวบ้านให้ความสนใจ พฤติกรรมของคนร้ายเหี้ยมโหดลงมือฆ่าผู้หญิงชำแหละศพอย่างสยดสยองใส่ถุงถ่วงน้ำ   ทั้งนี้ ชุดสืบสวนโรงพักอุทัยได้ลงพื้นตรวจสอบสภาพที่เกิดเหตุในเวลากลางคืนเก็บข้อมูลหลักฐานหาร่องรอยคนร้ายช่วงเวลาก่อเหตุ และสอบปากคำพยานแวดล้อมเป็นชาวบ้าน เจ้าของหอพัก ใกล้จุดที่เกิดเหตุและแม่ค้าขายของ รวม 4 ปาก ทำให้เชื่อได้ว่าคนร้ายชำแหละศพใส่ถุงแล้ว หิ้วถุงใส่ศพลงมาทางด้านทิศเหนือของคลองโคกมะยมฝั่งอาคารพาณิชย์ติดกับร้านทำฟัน ซึ่งจะมีบันใดเหล็กเล็กสำหรับเดินลง ในช่วงเวลากลางคืนจะเงียบมีเพียง นายชาญ แจ่มจำรัส อายุ 66 ปี อดีตสัปเหร่อคนในพื้นที่เดินขึ้นลงอาศัยหลับนอนอยู่ใต้สะพานริมคลองใกล้จุดพบศพเพื่อเฝ้าหาปลาเท่านั้น   ชุดสืบสวนของโรงพักอุทัยยังได้แบ่งออกแกะรอยกล้องวงจรปิดใกล้กับจุดที่เกิดเหตุอย่างน้อย 2 จุดด้วยกัน ซึ่งจะต้องใช้เวลาในการค้นหาภาพย้อนหลังหลายวัน มีกล้องที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุของชาวบ้าน ที่จะสามารถบันทึกภาพคนร้ายได้หากยังไม่ลบทับไปเสียก่อน เนื่องจากกล้องตัวนี้สามารถดูย้อนหลังไปได้ถึงวันที่ 20 เมษายน 2562 เท่านั้น โดยในวันนี้ (27 เม.ย.) ภาพจากกล้องวงจรปิดจุดนี้จะถูกโหลดมาได้ทั้งหมด และตำรวจจะเปิดภาพค้นหาอย่างละเอียด นอกจากนี้ชุดสืบสวนยังประสานงานกับโรงพักข้างเคียงว่ามีการรับแจ้งคนหายในพื้นที่ไหนหรือไม่ และยังฝากสื่อข่วยประชาสัมพันธ์อีกทางหากญาติใครเป็นผู้หญิงหายไปให้มาติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่โรงพักอุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา    การสืบสวนยังต้องรอผลการชันสูตร์ศพจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จังหวัดปทุมธานี จะทำให้ทราบว่าผู้ตายมีอายุประมาณเท่าไร ซึ่งโครงกระดูกจะสามารถระบุอายุของคนได้ชัดเจน ทำให้การสืบสวนคลี่คลายคดีว่าผู้ตายเป็นใครง่ายขึ้นไปอีกเมื่อทราบอายุผู้ตายจากผลการชันสูตรของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ฯ   อย่างไรก็ตาม พันตำรวจเอก สง่า ธีรศรัณยานนท์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่าคดีนี้ตำรวจต้องสืบสวนให้ทราบได้ว่าผู้ตายเป็นใคร ก่อนเกิดเหตุไปเกี่ยวข้องกับใครบ้าง ก็จะติดตามตัวคนร้ายได้ง่ายขึ้น ซึ่งตอนนี้ตำรวจต้องสืบให้ได้ว่าผู้ตายเป็นใครมาจากไหนอยู่กับใครก่อนตาย   ผู้การอยุธยาประชุมชุดสืบสวน คลี่คลายคดีฆ่าชำแหละศพสาวเล็บแดงยัดถุงถ่วงน้ำ ที่ห้องประชุมนันทโชติ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยให้หัวหน้าชุดสืบสวนของโรงพักอุทัยเก็บพยานหลักฐานที่พบทั้งหมดนำมาร่วมประชุม กับทีมสืบสวนกองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อแบ่งชุดทำงานคลี่คลายในคดีนี้ ข้อสรุปในที่ประชุมจะรายงานต่อไป   อย่างไรก็ตามชุดสืบสวนของโรงพักอุทัยเจ้าของคดี ตั้งแต่เช้านำกำลังเจ้าหน้าที่ออกเดินเท้า เก็บข้อมูลหาหลักฐานจากแค้มแรงงานต่างด้าวที่มาอยู่อาศัยรวมกันย่านนิคมสวนอุตสาหกรรมโรจนะ แบ่งออกเป็น 2 ชุด ชุดแรกไปตรวจสอบแค้มแรงงานต่างด้าวด้านหลังวิทยาลัยเทคนิคยานยนต์ พระนครศรีอยุธยา และอีกชุดแค้มแรงงานต่างด้าวย่านวัดโคกมะยม เนื่องจากกลุ่มแรงงานต่างด้าวเหล่านี้ เป็นกลุ่มแรงงานต่างด้าวที่ชุมชนย่านจุดที่เกิดเหตุไม่ค่อยยอมรับและผุ้ประกอบการหอพักจะไม่ให้เช่าพักอาศัยเนื่องจากมีพฤติกรรมชอบดื่มสุราและทะเลาะวิวาทเป็นประจำ   ในขณะเดียวกันพนักงานสอบได้ประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิพุทไธสวรรค์นำนักประดาน้ำลงงมหาหลักฐานก้นคลองจุดที่เกิดเหตุทิ้งศพ อย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อหาหลักฐานที่คนร้ายอาจจะทิ้งรวมกับถุงถ่วงศพไว้บ้างอีกทั้งต้องการหลักฐานทราบให้ได้ว่าผู้ตายเป็นใครยิ่งจะง่ายในการติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีและค้นหาซากโครงกระดูกท่อนแขนและขาด้านซ้ายของผู้ตายที่ยังหาไม่พบด้วย   ซึ่งทีมกู้ภัยนักประดาน้ำของมูลนิธิพุทธไธสวรรค์เตรียมความพร้อม จุดธูป 9 ดอก บอกพระแม่คงคา เจ้าที่เจ้าทางและศาลเพียงตาจุดเกิดเหตุพบศพ ขอให้พบหลักฐานทีเ่ป็นประโยชน์ในการติดตามคนร้ายและยังบอกเซ้นไหว้ดวงวิญญานของผู้ตายได้ดลใจค้นหาพบหลักฐานชิ้นสำคัญสาวตัวถึงคนร้ายให้ได้   สำหรับแนวทางการสืบสวนคลี่คลายคดีนี้ ตำรวจให้น้ำหนักเป็นฝีมือแรงงานต่างด้าว ที่ตั้งแค้มอาศัยอยู่ในรัศมีจุดที่เกิดเหตุ แต่การค้นหาบุคคลที่หายไปก่อนหน้านี่ค่อนข้างยากลำบากเนื่องจากเป็นช่วงสงกรานต์มีบคุคลเข้าออกกลับบ้านกันเป็นจำนวนมากยากแก่การสืบหา แต่ตำรวจไม่ละความพยายาม ถึงแม้ว่าไม่มีหลักฐานที่สำคัญให้ติดตามแกะรอยหาตัวคนร้ายก็ตาม    ตำรวจสืบจากพฤติกกรรมการทิ้งศพของคนร้าย สันนิษฐานว่าคนร้ายไม่มีรถยนต์หรือยานพาหนะที่จะใส่ถุงศพมาทิ้ง เมื่อสังหารผู้ตายแล้วพยายามชำแหละศพใส่ถุงนำมาทิ้งเพื่ออำพรางศพ ด้วยการแยกนำใส่ถุงออกเป็นสองใบเพื่อง่ายแก่การหิ้วอำพรางหลบสายตาคนที่พบเห็นและน้ำหนักไม่มากนัก และเลือกทิ้งจุดที่สะดวกง่ายไม่ไกลจากจุดสังหารคือคลองโคกมะยมจุดที่พบศพ ที่สามารถเดินลัดเลาะจากถนนสายหลักไปทิ้งไม่ยากนัก ตำรวจจึงให้น้ำหนักไปยังคนร้ายกลุ่มแรงงานต่างด้าว ส่วนอีกสองกลุ่มผู้หญิงบริการตามสถานบันเทิง และกลุ่มผู้หญิงสาวโรงงานตามหอพักก็ยังไม่ทิ้งในประเด็นนี้เช่นกัน ยังคงเช็คติดตามหาผู้สูญหายในพื้นที่ข้างเคียงอยู่ตลอดเวลา   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/K5osMVRw8J0

 7,368
ข่าวภูมิภาค
25 เม.ย. 62

จับหนุ่มตั้งวงชำแหละเก้งเปิปพิสดาร ก่อนโพสต์อวดเพื่อนในโลกออนไลน์ อ้างไม่รู้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง

อยุธยา-หน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า หรือ ทีมพญาเสือ ได้รับการร้องเรียนจากพลเมืองดี ร้องเรียนขอรายงานทำการตรวจสอบการครอบครองซากสัตว์ป่า​ผิดกฏหมาย ตามเรื่องร้องเรียนผ่านสื่อออนไลน์​   ที่กลุ่มคนร้ายจำนวนหลายคนตามคลิปที่โพสต์มีทั้งหญิงและขาย ตั้งวงชำแหละซากเก้งกินกันสดๆ และปรุงเป็นอาหาร อย่างมีความสุขสนุกสนาน ซึ่งคลิปดังกล่าว ถูกโพสในยูทูป เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2562 ที่ผ่านมา แต่ได้ถูกลบไปแล้ว แต่พลเมืองดีได้โหลดเก็บภาพไว้เป็นหลักฐานประกอบการร้องเรียน   ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้แกะรอยและเข้าตรวจค้นบ้านหลังเกิดเหตุใน อ.บางปะอิน พบนายปัญญา (ขอสงวนนามสกุล) เป็นเจ้าจองบ้าน ยอมรับว่า ได้ซื้อเก้งมาจาก จังหวัดสระบุรี ในราคา​ 8,400 บาท​ เพื่อชำแหละเลี้ยงคนงานของตนเท่านั้น โดยอ้างว่า​ไม่ทราบว่าผิดกฏหมายจึงซื้อมาชำแหละกินกันสดๆ และปรุงเป็นอาหารเมนูเด็ดกินกัน และพาเจ้าหน้าตรวจสอบจุดชำแหละเก้งบริเวณหลังบ้าน เข้าเก็บหลักฐานมัดตัวผู้ต้องหาพบ ขนเก้งติดอยู่ตามยอดหญ้า ใบใม้ที่นำมารอง รวมทั้งอุปกรณ์ในการกระทำความผิดที่เห็นในคลิปวิดีโอ ประกอบด้วย มีด ถุงพลาสติก และเขียง ยึดมาเป็นหลักฐาน   พร้อมควบคุมตัวนายปัญญา ในฐานความผิดมีไว้ในครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยมิรับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 19 และมาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 และดำเนินการตรวจยึดซากสัตว์ป่าคุ้มครอง และอุปกรณ์การกระทำความผิด นำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรบางปะอิน​ สาขาสินทิวา​ธานี บางปะอิน สำหรับซากสัตว์ป่าคุ้มครองจะส่งตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ ณ ศูนย์ปฏิบัติการนิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชต่อไป   สำหรับ เก้ง หรือฟาน เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง จำพวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ลำดับที่ 198 ตามกฎกระทรวงกำหนดให้สัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง​ พ.ศ.​ 2546 ออกตามความในพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ซึ่งปัจจุบันพบว่าเก้งยังมีหลงเหลือไม่มากนักในพื้นที่อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี ปัจจุบันใกล้จะสูญพันธุ์เกิดจากการบุกรุกทำลายและการล่ามาเป็นเมนูอาหารเด็ดของกลุ่มพวกชอบเปิดเมนูพิสดาร ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/J4oqdlRzKKk

 5,008
สังคม-อาชญากรรม
23 เม.ย. 62

โอละพ่อ ด.ญ.วัย 12 หายจากบ้าน 5 วัน ที่แท้ซ่อนตัวในห้องเก็บของใต้ถุนบ้าน ดื่มน้ำประทังชีวิต แม่เสียใจไม่มีเวลาดูแลลูก

ความคืบหน้ากรณี ด.ญ.กุ้ง นามสมมติ อายุ 12 ปี ได้หายออกจากบ้านใน ม.5 ต.สามเมือง อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ไปตั้งแต่ เมื่อวันที่ 17 เม.ย. 62 เวลา 07.00 น. นาน 5 วัน โดยพบเพียงจักรยานจอดทิ้งในป่ารกใกล้บ้าน   จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 21 เม.ย. พบตัวน้องที่สุเหร่าข้างบ้าน ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลลาดบัวหลวง โดยน้องกุ้งระบุว่า มีชายสวมหมวกไอ้โม่งมาขังตัวไว้ในอาคารไม้หลังโรงเรียนลาดบัวหลวง   ล่าสุด เมื่อวานนี้ (22 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ติดตามเรื่องนี้ สอบถามแม่ของเด็กกล่าวทั้งน้ำตาว่า  เรื่องที่เกิดขึ้นนั้น โดยส่วนตัวเชื่อว่าไม่น่าจะมีใครพาลูกไปขัง แต่ยังไม่ได้คุยกับลูก เพราะลูกไม่ยอมคุยด้วย ซึ่งยอมรับว่าตนและลูก ไม่ค่อยสนิทกันเพราะตนทำแต่งานไม่ค่อยมีเวลา เรื่องที่ลูกหายตนก็เป็นคนไปแจ้งความเอง   ครั้งแรกไม่คิดว่าลูกจะไปไหน แต่เห็นหายไปหลายวันโดยไม่มีใครรู้ ก็เริ่มออกตามหาจนมาพบตัว เรื่องที่เกิดขึ้นเชื่อว่าเกิดจากปัญหาการดูแลลูกไม่ดีของตน และขอร้องสังคมอย่าไปตำหนิยาย ซึ่งเป็นแม่ของตนที่ดูแลหลานไม่ดี ปัญหาเกิดจากตน หากมีเวลาให้ลูกคงไม่เกิดเรื่องแบบนี้   ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านของน้องกุ้ง พบเพื่อนบ้านนำกล้องวงจรปิดมาให้ เป็นภาพที่น้องปีนหน้าต่างบ้านออกไป โดยได้พูดคุยกับญาติ และหลานที่สนิทกับน้องกุ้งเล่าว่า น้องกุ้งบอกกับ โต๊ะและม๊ะ (เป็นคนอิสลาม)  ว่าไม่ได้หนีไปไหนแอบตัวอยู่ในห้องเก็บของใต้ถุนบ้าน และกินน้ำในขวดที่วางไว้ในห้อง เวลามีคนมาเปิดห้องนี้ก็แอบตัวในกองผ้า ทำให้ไม่มีใครรู้ว่าน้องกุ้งหายไปไหน   จาการสอบถามน้าชายที่เลี้ยงดูน้องกุ้งเล่าว่า น้องกุ้งเคยหายจากบ้านมาแล้ว 1 ครั้ง แต่ตอนนั้นก็กลับมาเอง ซึ่งยอมรับว่าหลานเป็นคนเก็บตัวเงียบไม่ค่อยพูดคุยกับใคร บางครั้งก็แอบไปนอนเล่นที่ตึกร้าง หรือโรงเรียนคนเดียว ก่อนเกิดเหตุหายตัวไป น้องไปหาแม่ ซึ่งทำงานก่อสร้างใกล้เคียงกับบ้าน แต่ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น จนถึงขณะนี้ น้องก็ไม่ยอมขอเจอกับแม่อีก   เรื่องที่น้องระบุว่าถูกคนร้ายใส่ไอ้โม่งเอาไปขังที่โรงเรียนนั้น ตนเชื่อว่า อาจจะไม่เป็นความจริง ตอนนี้ทางครอบครัวยังไม่สอบถามเรื่องที่เกิดขึ้นกับน้องว่าเกิดอะไรขอให้น้องรักษาตัวก่อน และน้องเล่าเรื่องทั้งหมด ให้กับหมอที่รักษาฟังหมดแล้ว ซึ่งตอนนี้คุณยายพอทราบเรื่องของน้องก็เป็นลมล้มฟุบพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเช่นกัน   ทางด้าน พ.ต.อ.สง่า  ธีรศรัณยานนท์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น ไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายหรือ ส่วนกรณีที่เด็กระบุว่าถูกนำไปขัง ในอาคารไม้ที่หลังโรงเรียน จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้ว ไม่พบหลักฐาน โดยพบว่าสภาพแวดล้อมของอาคารไม้แห่งนี้  มีการนำไม้กั้นปิดตั้งแต่ทางขึ้นบันได และที่ห้องก็ถูกล็อคด้วยกุญแจ ภายในห้องก็ไม่มีร่องรอยคนอาศัย พบเพียงรอยฝุ่นในห้อง   ทั้งนี้ทางตำรวจรอให้รักษาอาการอ่อนเพลียของเด็กให้หายดี และจะร่วมกับสหวิชาชีพ และจิตแพทย์ ร่วมสอบถามอีกครั้งหนึ่ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/F7JzpLktWjg

 26,836
สังคม-อาชญากรรม
13 มี.ค. 62

'น๊อต' ร่ำไห้ไม่ได้ตั้งใจฆ่าพยาบาล แจงโกรธไม่ให้ยืมเงิน กลับคำไม่ได้มีสัมพันธ์ชู้สาว สามีผู้ตายไม่ขออโหสิกรรม

อยุธยา-ความคืบหน้าการเสียชีวิตของ น.ส.ศรีสุภางค์ สุวรรณศิลป์ อายุ 48 ปี พยาบาลวิชาชีพ รพ.ภาชี  จ.พระนครศรีอยุธยา ที่ถูกนายอั๋น ฟักศิริ หรือ น๊อต อดีตพนักงานเวรเปล รพ.เดียวกัน ฆ่าปาดคอ เสียชีวิตในรถเก๋งโตโยต้า อัลติส สีขาว บริเวณกลางซอย ฝั่งตรงข้าม รพ.ภาชี   ล่าสุด เมื่อวานนี้ (12 มี.ค.) ตำรวจควบคุมตัวนายน๊อตมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยก่อนทำแผน พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ์ ศรีวราขาน รองผบ.ตร. สอบถามนายน๊อตด้วยตนเอง โดยผู้ต้องหามีท่าทางสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด และได้เข้ากราบขอโทษ นายแพทย์ฐาปกรณ์ จิตตนูนท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลภาชี และหัวหน้าพยาบาล เพื่อนสนิทของผู้ตาย   จากนั้น ตร.ควบคุมตัว นายน๊อต มาทำแผนเหตุการณ์ทีเกิดขึ้น ตั้งแต่ขึ้นรถมา และมีปากเสียงกับผู้ตาย โดยที่ผู้ตายเป็นคนขับรถ เมื่อขับออกจากรพ.ประมาณ 400 เมตร ก็จอดรถ หน้าคลินิกสัตว์แพทย์   จุดที่มีปากเสียงกับผู้ตาย โดยนายน๊อตอ้างว่า ถูกผู้ตายด่าทอด้วยถ้อยคำรุนแรง หลังจากขอยืมเงนจำนวน 1 หมื่นบาท แต่ไม่ได้ และยังถูกด่า   จากนั้นจึงนำคัตเตอร์ที่พกติดตัว ปาดคอผู้ตาย แต่ผู้ตายไม่ได้เสียชีวิตทันทีและพยายามต่อสู้ จึงจับหน้าของผู้ตายกดลงที่เบาะรถด้านหลังจนขาดอากาศหายใจเสียชีวิต และก็ลงรถมาขับรถผู้ตาย มาจอดจุดที่พบรถ และขโมยเอาสร้อยคอทองคำ และแหวนทอง ของผู้ตายหลบหนีไป   หลังจากทำแผนเสร็จสิ้น นายน๊อต เข้ามาในห้องพนักงานสอบสวน มีช่วงจังหวะที่มารดาของผู้ตาย เดินเข้าไปผลักอกนายน๊อต จนตำรวจต้องเข้ามาห้าม และแยกออกไป ช่วงจังหวะนี้นายน๊อตก็ร้องไห้ หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ก็เข้าตรวจดีเอ็นเอ และลายนิ้วมือ   ต่อมา นายน็อต ได้รับสารภาพ และร้องไห้ ขอโทษผู้ตาย ไม่ได้ตั้งใจ ทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ เนื่องจากต้องการเงิน จำนวน 1หมื่นบาท โดยเจตนาครั้งแรกจะไปยืมเพื่อน รปภ.รพ.ภาชี แต่เพื่อนไม่มี จังหวะนั้นเห็นผู้ตายกำลังออกเวร จึงมารอด้านหน้ารพ.เพื่อขอยืมเงิน แต่ไม่ได้ และถูกตำหนิ จึงบันดาลโทสะ ฆ่าผู้ตายไปด้วยอารมณ์  ตอนนี้ยอมรับผิดแล้ว และ อยากไปขอขมาผู้ตาย และอยากกราบเท้าขอโทษพ่อและแม่ของตัวเอง พร้อมยืนยันไม่ได้มีสัมพันธ์ชู้สาวกับผู้ตายตามที่กล่าวอ้างในตอนแรก   ด้านนายพัฒนา อ่วมเทศ สามีผู้ตาย หลังทำแผนเสร็จสิ้นก็ขอตำรวจเข้าพบนายน๊อต เพื่อสอบถามข้อสงสัย และอยากรู้เหตุผลที่ต้องฆ่าเมียจากปากนายน๊อต แต่นายน๊อตปฏิเสธที่จะพบ โดยสามีผู้ตายระบุว่า แม้ว่าผู้ต้องหาจะร้องไห้ สำนึกผิด ขอโทษ แต่ตนก็ไม่ขอให้อภัยและอโหสิกรรม เพราะสิ่งที่เขาทำมันโหดร้ายเกินคน อยากขอให้รับโทษประหาร   และไม่ต้องมาขอขมาศพ ส่วนเรื่องปมชู้สาว นายน๊อตบอกกับตำรวจว่าไม่ได้คบกับภรรยาตน แต่นับถือเป็นพี่สาวร่วมงาน และมักขอยืมเงินภรรยาตนมาเป็นระยะ จนกระทั่งมาก่อเหตุฆ่าภรรยา   สำหรับคดีนี้ ตำรวจแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา เพียงข้อหาเดียว ซึ่งจาการสอบปากคำ ยังไม่เข้าข่ายข้อหา เจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน เนื่องจากผู้ต้องหาอ้างว่าไม่ได้เตรียมตัวมาฆ่า แต่ตำรวจจะสอบปากคำพยานแวดล้อมอย่างละเอียด และหากพบว่าเข้าข่ายความผิด ก็จะแจ้งข้อหาเพิ่ม   จากนั้นจะนำตัวไปขออำนาจศาล ฝากขังผัดแรก พร้อมคัดค้านการประกันตัว โดยตลอดระยะเวลาที่ควบคุมตัวที่โรงพัก นายน๊อตมีอาการเคร่งเครียตลอดเวลา เจ้าหน้าที่ต้องจัดเปลี่ยนเวรคอยดูแล และนำอาวุธ หรือสิ่งมีคม และปลายแหลม ออกจากผู้ตาย เกรงว่าจะมีการคิดสั้นทำร้ายตัวเอง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4QDsQMjnLto

 3,709
ข่าวภูมิภาค
12 มี.ค. 62

จับอดีตเวรเปลฆ่าพยาบาล โกรธยืมเงินได้ไม่ครบแถมถูกด่า อ้างแอบคบมา 5 ปี สามีคนตายไม่เชื่อ ยันไม่มีเรื่องชู้สาว

อยุธยา-จากกรณีพบศพ น.ส.ศรีสุภางค์ หรือเก่ง สุวรรณศิลป์ อายุ 48 ปี ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา ถูกคนร้ายฆ่าปาดคอศพหมกคารถ ฝั่งตรงข้ามโรงพยาบาลภาชี ถนนสายภาชี – หินกอง ต่อมาตร.จับกุมนายอั๋น ฟักศิริ อายุ 33 ปี ขณะหลบหนีไปพร้อมกับแฟนสาว   จากการสอบสวนในเบื้องต้นนายอั๋น รับสารภาพว่ามีความสนิทสนมลึกซึ้งกับผู้ตายมานานกว่า 5 ปี ตลอดระยะเวลาที่คบหากัน ผู้ต้องหาจะขอเงินผู้ตายใช้เป็นประจำ โดยระยะหลังถูกบริษัทไฟแนนซ์ทวงเงินค่างวดรถ และได้ติดต่อขอเงินผู้ตายจำนวน 1 หมื่นบาท นัดให้มารับเงินคืนวันเกิดเหตุหลังออกเวร โดยนัดแนะมาพบกันที่โรงพยาบาล ขึ้นรถเก๋งออกไปพูดคุยและรับเงิน   ปรากฏว่าผู้ตายให้เงินไม่ครบตามจำนวนที่ขอไว้ และผู้ตายยังสั่งสอนดุด่าใช้คำพูดแรง ทำให้ผู้ต้องหาโกรธตบเข้าที่ใบหน้า ชกปากจนฟันหัก และใช้มีดคัทเตอร์ที่ใช้สำหรับทำงานปาดคอและแทง ปรากฏว่ายังหายใจไม่เสียชีวิต จึงใช้มือบีบคอเต็มแรงจนแน่นิ่งแล้วจับเหวี่ยงไปด้านหลังกดหน้ากับเบาะรถ จนขาดลมหายใจตายอยู่ในสภาพที่พบศพดังกล่าว   หลังจากจับกุมผู้ต้องหาได้ เจ้าหน้าที่นำตัวไปค้นบ้านพบยายผู้ต้องหา เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาที่เป็นหลานตามปกติจะไม่ซักเสื้อผ้าเอง ยายจะเป็นคนซัก แต่คืนวันเกิดเหตุพบว่าหลานเอาเสื้อกางเกงมาแช่น้ำผิดปกติ แต่ก็ไม่เอะใจอะไร ซึ่งตำรวจได้ยึดเสื้อผ้าของผู้ต้องหาไว้แล้ว ส่วนมีดคัทเตอร์ ผู้ต้องหารับว่าได้ปาทิ้งริมถนนข้างทางในสวนมะนาวปากทางเข้าบ้าน ได้ระดมกำลังตำรวจค้นหานานหลายชั่วโมงแล้วยังไม่พบ   ด้านนายพัฒนา เทศอ่วม สามีเก่ง อยู่ในอาการเศร้าโศก บอกว่า ยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของตน บอกแต่เพียงสั้นว่าภรรยาของตนทำดีที่สุด มีเมตตาให้เงินเขายืมยังใจร้ายฆ่าได้ลงคออย่างโหดเหี้ยม และยังบอกอีกว่าภรรยาตนไม่ได้เสียชีวิตมาจากเรื่องชู้สาว มันเป็นเรื่องการยืมเงินแล้วเกิดความไม่พอใจกันถึงกับต้องฆ่าแฟนตน ตนไม่ขออโหสิกรรมให้ และวันนี้ (12 มี.ค.) จะรอดูตำรวจพาคนร้ายไปทำแผนฆ่าแฟนตน   ขณะที่น้องสาวของผู้ตาย บอกว่าพี่สาวใจดี ส่วนตัวแล้วคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องของเงินทอง ที่มักจะมีคนมายืมเงินพี่สาวเสมอ แต่ก็ยังไม่ฟันธงต่อประเด็นดังกล่าว เพราะพี่สาวเคยมาเล่าว่ามีหลายคนมาขอยืมเงิน เขาเองก็ไม่ค่อยปฏิเสธ   ส่วนประวัตินายอั๋นจากที่ทราบมาเคยเป็นอดีตเวรเปล มักจะขอยืมเงินเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลหลายคน แต่ถึงอย่างไรก็ต้องรอฟังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกครั้ง คาดมีการวางแผนมาก่อน ท่าทางไม่ได้รีบร้อน ส่วนความรู้สึกครอบครัวยังรู้สึกช็อก ผู้ตายเป็นคนดีมาก เพื่อนฝูงรัก ยืนยันไม่ใช่เรื่องชู้สาวอย่างแน่นอนซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้น น่าจะมาจากเรื่องเงิน   ด้านพ่อแม่ของผู้ต้องหายบอกว่า ลูกชายมีปัญหาด้านการเงินตลอด เงินเดือนไม่พอก็จะมาขอแม่ สำหรับพยาบาลรายนี้ ทางครอบครัวเคยคุยทางโทรศัพท์แล้ว 1 ครั้ง เพื่อขอเคลียร์หนี้สินจำนวน 12,000 บาท โดยจะผ่อนให้เดือน 2,000 บาท แต่เดือนล่าสุดครอบครัวไม่มีเงินจึงไม่ได้ส่งต่อ และไม่เคยคิดว่าลูกชายจะก่อเหตุแบบนี้ขึ้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WehoZIByGFI

 10,670
ข่าวภูมิภาค
11 มี.ค. 62

ฆ่าโหดปาดคอพยาบาล รพ.ภาชี ยัดศพในรถ เจอคลิปชายต้องสงสัยเช็ดรอยนิ้วมือ

อยุธยา-เกิดเหตุฆาตกรรม น.ส.ศรีสุภางค์ สุวรรณศิลป์ หรือ เก่ง พยาบาลหญิงวัย 48 ปี ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลภาชี โดยพบศพทิ้งรถเก๋งโตโยต้า รุ่นอัลติส สีขาว จอดบริเวณทางเข้าห้องเช่า ติดถนนสุวรรณศร ฝั่งตรงข้ามโรงพยาบาลภาชี   สภาพศพสวมเครื่องแบบชุดนางพยาบาล ลำคอมีร่องรอยถูกของมีคมเชือดคอ 1 แผลขนาดใหญ่ ที่บริเวณหน้าอก 4 แผล ตรวจสอบข้าวของมีค่าของผู้เสียชีวิตยังอยู่ครบ มีเพียงกล้องติดหน้ารถถูกถอดออกไป ทั้งนี้พบว่ารถคันดังกล่าวเป็นของผู้เสียชีวิตเอง   สอบปากคำ นายพัฒนา อ่วมเทศ วิศวกรโรงงานซึ่งเป็นสามีของผู้เสียชีวิต ให้การว่าแต่งงานอยู่กินกันมา 14 ปี ไม่เคยมีเรื่องทะเลาะกัน โดยก่อนเกิดเหตุ เมื่อเวลา 16.00น. วันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา ภรรยาแต่งกายชุดพยาบาลออกจากบ้านพักในเขต ต.ระโสม อ.ภาชี เพื่อมาเข้าเวรและออกเวรในเวลา 24.00น. ซึ่งเพื่อนพยาบาลยืนยันมาเข้าเวรจริง จากนั้นถึงเช้าไม่กลับบ้านพัก ญาติจึงออกตามหากระทั่งพบเป็นศพ   โดยสามีบอกว่ามีลางสังหรณ์ผิดปกติก่อนที่ภรรยาจะถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยม โดยตามปกติภรรยาไม่เคยทำบุญเนื่องจากต้องเข้าออกเวรประจำและไม่เคยหยุดงาน มาถึงบ้านก็จะพักผ่อนนอนหลับไม่ชอบเที่ยวเตร่ แต่เช้าก่อนที่จะเสียชีวิตภรรยาได้ขออนุญาติไปทำบุญที่หน้าตลาดหนองตาโล่   ส่วนที่ตำรวจพุ่งการสังหารภรรยามาจากเรื่องชู้สาวนั้น ตนเองอยู่กินกับภรรยามานานกว่า 14 ปี ไม่มีลูก แต่ก็ไม่เคยมีเรื่องทะเลาะกันและเรื่องชู้สาว จึงเชื่อว่าเหตุดังกล่าวไม่ได้เป็นสาเหตุการสังหารภรรยาอย่างแน่นอน น่าจะเป็นเรืองอื่นมากว่า แต่อย่างไรแล้วขอให้ตำรวจเร่งติดตามจับคนร้ายให้ได้เร็วอยากจะรู้ว่าฆ่าภรรยาตนทำไม   จากการตรวจสอบกล้องวงปิดบริเวณจุดเกิดเหตุ จับภาพขณะที่รถเก๋งของผู้เสียชีวิต ขับมาจอด บริเวณปากทางที่เกิดเหตุประมาณ 01.00 น. ของคืนวันที่ 10 มี.ค. จากนั้นดับเครื่องยนต์ปิดไฟหน้า โดยมีชายรูปร่างผอม สูง สวมเสื้อแขนสั้น กางเกงขายาว สะพายกระเป๋าสีดำ เดินลงมาจากรถฝั่งคนขับ สังเกตที่มือของคนร้าย ถือผ้า 1 ผืน ลักษณะกำลังใช้เช็ดมือ จากนั้นมาดึงประตูฝั่งซ้ายและเดินหลบหนีมาทางถนน ผ่านกล้องไป   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่าผู้เสียชีวิตถูกฆ่าจากที่อื่น ก่อนที่จะนำศพยัดใส่รถแล้วนำมาจอดทิ้งไว้ อย่างไงก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนเร่งติดตามคนร้าย รวมทั้งตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่เชื่อว่าคนร้ายใช้ในการหลบหนีรวมทั้งสอบสวนพยาน คนใกล้ชิดและเพื่อนผู้ร่วมงานกับผู้ตายอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว   ขณะที่ล่าสุดทางตำรวจตรวจสอบโซเชียลมีเดียของผู้ตายพบว่า มีการพูดคุยกับผู้ชายคนหนึ่ง จึงตั้งประเด็นว่าเป้นเรื่องขัดแย้งส่วนตัว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/oSTiPkWbYdo

 5,190
ข่าวภูมิภาค
10 มี.ค. 62

ฆาตกรรมปริศนาพยาบาลสาว สามีผิดสังเกตภรรยาไม่กลับบ้าน ออกตามหาพบถูกแทงดับสยองคารถ

อยุธยา-เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ภาชี รับแจ้งเหตุมีคนเสียชีวิตอยู่ภายในรถยนต์โตโยต้า อัลติส สีขาว ที่จอดอยู่ในซอยหมู่บ้านตรงข้ามกับโรงพยาบาลภาชี อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา   จากการตรวจสอบภายในรถ พบศพ นางศรีสุภางค์​ สุวรรณศิลป์​ อายุ 49 ปี ​พยาบาลประจำโรงพยาบาล​ภาชี สวมชุดพยาบาล สภาพศพนอนคว่ำหน้าเสียชีวิต หน้าซุกเบาะนั่งด้านหลัง ส่วนขาพาดมาอยู่ที่ช่องกลางซึ่งเป็นที่พักแขน สภาพศพตามร่างกายพบบาดแผลคล้ายของมีคมแทงเข้าที่หน้าอกจำนวนหลายแห่ง บริเวณลำคอพบรอยคล้ายถูกของมีคมปาด ตรวจสอบภายในรถพบร่องรอยการต่อสู้ ข้าวของกระจัดกระจาย บริเวณประตูฝั่งซ้ายด้านหน้า พบคราบเลือด   สอบสวน นายพัฒนา​ สามีผู้ตาย เปิดเผยว่า ภรรยาเป็นพยาบาลอยู่ที่ รพ.ภาชี ออกเวรตั้งแต่เวลาเที่ยงคืนที่ผ่านมา กระทั่งตอนเช้ามืดยังไม่เห็นภรรยากลับบ้านเป็นที่ผิดสังเกต จึงออกตามหาและเตรียมไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ ระหว่างทางขับรถผ่านหน้าโรงพยาบาล สังเกตเห็นรถยนต์ของภรรยาจอดอยู่ จึงเปิดประตูรถพบภรรยาเสียชีวิต จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นการฆาตกรรม จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่ารถคันดังกล่าวขับออกมาจากโรงพยาบาล และจอดตรงบริเวณจุดเกิดเหตุ จากนั้นมีชายเดินลงจากรถฝั่งคนขับ โดยเดินอ้อมไปทางหลังรถและเปิดประตูรถด้านหน้าฝั่งซ้าย  ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนเพื่อหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป            ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/wDBaBEpoHJc

 10,105
การเมืองเข้มข้น
04 มี.ค. 62

พปชร.หาเสียงอยุธยาสานต่อบัตรคนจน 'สนธิรัตน์' เยือนถิ่น 'วัน อยู่บำรุง' ประกาศเปลี่ยนบางบอน ไม่ให้เป็นเมืองนักเลง

พรรคพลังประชารัฐ จัดเวทีปราศรัยในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มี ปชช.ตะโกนอยากให้ต่อยอดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน ซึ่งทางพรรคก็ได้ประกาศจะต่อยอดบัตร เพิ่มคน เพิ่มสิทธิ เพิ่มทักษะ เพิ่มโอกาส พักหนี้กองทุนหมู่บ้าน3 ปี ข้าวได้ราคา ชาวนาได้เงินเพิ่ม ชี้ 5 ปีที่ผ่านมาเห็นแต่ความสงบสุข ทางพรรคก็จะต่อยอดให้ ปชช.อยู่ดีกินดี   ด้านนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่ช่วยนายวัชระ กรรณิการ์ ผู้สมัคร ส.ส.กทม.หาเสียงที่ตลาดเช้าหนองแขม เขตบางบอน ซึ่งเป็นพื้นที่ของนายวัน อยู่บำรุง ลูกชาย ร.ต.อ.เฉลิม   นายสนธิรัตน์กล่าวระหว่างหาเสียงว่า ถึงเวลาเปลี่ยนบางบอน ถ้าไม่อยากให้บางบอนเป็นเมืองนักเลง หรือเมืองอิทธิพล ขอให้เลือกพรรคพลังประชารัฐ เพื่อสานต่อบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ตนริเริ่ม แต่พรรคอื่นจะให้ยกเลิก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/P9DX6BSBLJ0

 676
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
04 มี.ค. 62

พปชร.หาเสียงอยุธยาสานต่อบัตรคนจน 'สนธิรัตน์' เยือนถิ่น 'วัน อยู่บำรุง' ประกาศเปลี่ยนบางบอน ไม่ให้เป็นเมืองนักเลง

พรรคพลังประชารัฐ จัดเวทีปราศรัยในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มี ปชช.ตะโกนอยากให้ต่อยอดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน ซึ่งทางพรรคก็ได้ประกาศจะต่อยอดบัตร เพิ่มคน เพิ่มสิทธิ เพิ่มทักษะ เพิ่มโอกาส พักหนี้กองทุนหมู่บ้าน3 ปี ข้าวได้ราคา ชาวนาได้เงินเพิ่ม ชี้ 5 ปีที่ผ่านมาเห็นแต่ความสงบสุข ทางพรรคก็จะต่อยอดให้ ปชช.อยู่ดีกินดี   ด้านนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่ช่วยนายวัชระ กรรณิการ์ ผู้สมัคร ส.ส.กทม.หาเสียงที่ตลาดเช้าหนองแขม เขตบางบอน ซึ่งเป็นพื้นที่ของนายวัน อยู่บำรุง ลูกชาย ร.ต.อ.เฉลิม   นายสนธิรัตน์กล่าวระหว่างหาเสียงว่า ถึงเวลาเปลี่ยนบางบอน ถ้าไม่อยากให้บางบอนเป็นเมืองนักเลง หรือเมืองอิทธิพล ขอให้เลือกพรรคพลังประชารัฐ เพื่อสานต่อบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ตนริเริ่ม แต่พรรคอื่นจะให้ยกเลิก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/P9DX6BSBLJ0

 676
ข่าวภูมิภาค
01 มี.ค. 62

ส.ต.ท.รับสารภาพขโมยปืนไปขาย อ้างร้อนเงิน ผบ.ตร.สั่งตามคืนให้ครบ ใครครอบครองผิดฐานรับซื้อของโจร

จากกรณีตำรวจสายตรวจ สน.วังทองหลาง จับกุมนายอาทิตย์ หาญพานิชกิจ พร้อมอาวุธปืนขนาด.38 ยี่ห้อเทารัสและอาวุธปืนซิกซาวเออร์ P320 ขนาด 9 ม.ม. ตราโล่ พร้อมกระสุนจำนวนหนึ่ง   จากการตรวจสอบพบว่าอาวุธปืนดังกล่าว เป็นอาวุธปืนประจำหน่วยของ กก.สส.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา จึงมีการประสานตรวจสอบที่มาของอาวุธปืน จนทราบว่ามีอาวุธปืนหายไป 11 กระบอก เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าที่ตู้เก็บอาวุธปืนไม่มีร่องรอยการงัดแงะจึงคาดว่าน่าจะเป็นคนในที่เป็นคนขโมยอาวุธปืนทั้ง 11 กระบอกไป   ต่อมาทำการสอบสวนและทราบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ขโมยเอาอาวุธปืนไป คือส.ต.ท.สันติ จับเทียน ผบ.หมู่กก.สส.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งทำหน้าที่สิบเวร ไปขายในราคากระบอกละ 20,000 บาท   โดยจากการสอบสวนเจ้าตัวอ้างว่าพบเห็นว่า กุญแจวางเอาไว้ที่โต๊ะ จึงได้เอากุญแจไปไขห้องขโมยเอาอาวุธปืนจำนวน 11 กระบอก แล้วทยอยเอาออกไปขายและจำนำ เนื่องจากมีปัญหาเรื่องเงินจึงก่อเหตุ โดยทางผู้บังคับการได้สั่งดำเนินคดี และให้ออกจากราชการไว้ก่อน ส่วนการสอบสวนขณะนี้พบมีบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องด้วย 2-3 คน อยู่ระหว่างการสอบสวนเพื่อออกหมายจับ ติดตามตัวมาดำเนินคดี ในขณะนี้พบมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวข้องเพียงนายเดียว ต้องดำเนินคดีทั้งอาญา และวินัย ส่วนอาวุธปืนที่เหลือต้องเร่งติดตามมาให้เร็วที่สุด   ด้าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า ตนสั่งการในที่ประชุมบริหารข้าราชการตำรวจให้ไปสำรวจและเช็คยอดจำนวนปืน และส่งรายกลับมาที่สำนักงานส่งกำลังบำรุง (สกบ.) ภายในวันที่ 15 มี.ค.นี้   สำหรับปืนสวัสดิการอนุญาตให้เฉพาะข้าราชการซื้อไปใช้ส่วนตัวไม่สามารถนำไปขายต่อได้ แต่จะอนุญาตให้ตกเป็นแก่มรดกทายาท หากประชาชนทั่วไปมีไว้ในครอบครองมีความผิดตามกฏหมายดำเนินคดีได้ทันที ส่วนปืนสวัสดิการอีกประเภทคือปืนที่มอบให้แต่ละกองกำกับ หรือแต่ละโรงพักนำไปใช้ในภารกิจต่างๆ เมื่อเสร็จสิ้นให้นำมาคืนเก็บรักษาไว้ที่ต้นสังกัดของแต่ละหน่วย   ขณะนี้จากการตรวจสอบในเบื้องต้นในพื้นที่อื่นๆ ยังไม่สิ่งผิดปกติ ส่วนพื้นที่ถูกขโมยไปจำนวน 11 กระบอก สามารถติดตามกลับคืนได้แล้วจำนวน 4 กระบอก ส่วนอีก 7 กระบอก อยู่ระหว่างติดตามพร้อมฝากถึงประชาชนที่ครอบครองปืนสวัสดิการดังกล่าวให้นำมาคืน สำหรับผู้ต้องหาซึ่งถูกจับได้ก่อนหน้านี้ตำรวจแจ้งข้อหารับซื้อของโจรนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีไปแล้วก่อนหน้านี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/OuzhmxUby8M

 4,355
ข่าวภูมิภาค
27 ก.พ. 62

เร่งสอบ เหตุปืนซิกซาวเออร์ หายลึกลับ 11 กระบอก จากโรงพักอยุธยา

อยุธยา-พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) สั่งการให้ พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ ผู้บังคับการภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา) ให้แจ้งความเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งวินัยและอาญา   หลังพบว่าอาวุธปืนซิกซาวเออร์ P320 ขนาด 9 มม.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดซื้อเป็นสวัสดิการให้ข้าราชการตำรวจ หายไปจากกองกำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (กก.สส.ตร.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา) จำนวน 11 กระบอก   สืบเนื่องจากวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา ตำรวจสายตรวจ สน.วังทองหลาง ได้จับกุมนายอาทิตย์ อายุ 25 ปี ที่ถนนศรีวราทาวน์อินทาวน์ ตัดถนนประดิษฐ์มนูธรรม พร้อมด้วยของกลางอาวุธปืน ลูกโม่ .38 เทารัส 1 กระบอก และอาวุธปืนซิกซาวเออร์ p320 ขนาด 9 มม.ตราโล่ หมายเลขประจำปืน T60113287 เป็นเลขปืนที่มอบให้ กก.สส.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา พร้อมกระสุน 12 นัด   โดยนายอาทิตย์ให้การรับสารภาพว่า ปืนซิกซาวเออร์มีคนนำมาขายให้ราคา 20,000 บาท จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้รายงานให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ทราบ เมื่อไปตรวจสอบพบว่าอาวุธปืนซิกซาวเออร์ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดซื้อให้แทนปืนรุ่นเก่าหายไปอีก 10 กระบอก รวมเป็น 11 กระบอก จึงสั่งการให้ ผบก.ภ.จว.อยุธยา แจ้งความเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด   ทั้งนี้ ผบก.ภ.จว.อยุธยาได้มอบหมายให้ พ.ต.อ. ภูวดิท ชนะคชภัทร์ รอง ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา แจ้งความกับ พ.ต.ท.จักรพันธ์ ธูปเตมีย์ สารวัตรสอบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อดำเนินการหาตัวผู้กระทำความผิดต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rgFANyV43R0

 1,478
ปากท้องร้องทุกข์
22 ก.พ. 62

รถเกี่ยวเสาไฟล้มทับรถ นร.หวิดตายหมู่ ชาวบ้านแจ้งไปหลายครั้งไม่มาซ่อม อ้างยังไม่เกิดเหตุ

อยุธยา-เกิดอุบัติเหตุเสาไฟฟ้าแรงสูงขนาด 12 เมตร ล้มทับรถกะบะสองแถวรับส่งนักเรียน โดยเสาไฟฟ้าล้มทับพาดเข้ากระจกหน้ารถแตกกระจาย ฝากระโปรงหน้ารถยุบถึงพวงมาลัยอัดติดร่างคนขับ ภายในห้องโดยสารยังพบมีนักเรียนนักเรียนหญิง 3 คน เด็กหญิง 4 ขวบ หลานคนขับติดคาซากรถ ได้รับบาดเจ็บร้องขอความช่วยเหลือ   ส่วนสายไฟฟ้าแรงสูงขาดลงมากองกับพื้นถนน ช็อตเป็นประกายไฟลุกไหม้ไปติดหญ้าริมทางไฟลุกไหม้เป็นวงกว้าง เหตุเกิดบนถนนทางหลวงชนบท สายบ้านคุ้งลาน - สามเรือน หมู่ 3 ตำบลคุ้งลาน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา   ชาวบ้านและจนท.ต้องใช้ท่อนไม้ทุบกระจกแค๊ปหลังแตก ช่วยเหลือเด็กนักเรียนที่ติดอยู่ในห้องโดยสารทั้ง 4 คนออกมาได้ แต่ละคนได้รับบาดเจ็บศีรษะ หน้าอก ถูกกระแทก ด้านหลังกะบะมีนักเรียนนั่งโดยสารมาด้วย 10 คนได้รับบาดเจ็บจากแรงกระแทก ต้องนำส่งโรงพยาบาล     จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า รถกระบะสองแถวเป็นรถรับส่งนักเรียนโรงเรียนจอมสุรางค์อุปถัมป์ ได้รับนักเรียนหลังเลิกเรียนมาเต็มคันรวม 12 คน เพื่อไปส่งกลับบ้าน มาถึงจุดเกิดเหตุเป็นทางโค้ง ได้มีนาย สำรวย สิงห์โตขำ ขับวิ่งสวนทางมา ตัวกะพ้อลำเลียงข้าวเปลือกของรถเกี่ยวข้าว ไปเกี่ยวเข้ากับสายไฟฟ้าแรงสูงที่ห้อยต่ำ   เป็นเหตุทำให้เสาไฟฟ้าล้มทับรถกระบะสองแถวรับส่งนักเรียนที่วิ่งเข้าโค้งสวนทางมาพอดี ถูกเสาไฟฟ้าล้มทับจนเด็กนักเรียนได้รับบาดเจ็บ ส่วนรถตู้ที่วิ่งตามหลังมาถูกสายไฟฟ้าแรงสูงล้มฟาดเข้าใส่ตัวรถ ถูกกระแสไฟฟ้าช็อต ทำให้ตัวถังได้รับความเสียหายเล็กน้อย ตำรวจทำการสอบสวนเก็บหลักฐานทำการสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป   อย่างไรก็ตามทั้งชาวบ้าน กำนัน ที่ทราบข่าวออกมาดูเหตุการณ์ ต่อว่าต่อขานสำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคที่ปล่อยปละละเลย ไม่ยอมแก้ไขเสาไฟฟ้าแรงสูงริมถนนที่เกิดเหตุ ได้มีการนำสายเคเบิ้ลสัญญาณอินเทอร์เน็ตของผู้ให้บริการค่ายต่างๆ จำนวนมาก พาดสายจนเสาไฟฟ้าช่วงทางโค้งตัวเอสรับน้ำหนักไม่ไหว   เสาโอนเอียงเข้ามาในถนนและสายสัญญาณสายไฟฟ้าห้อยอยู่ในระดับต่ำเหนือผิวจราจร ทั้งชาวบ้าน ผู้นำท้องถิ่น ร้องขอความช่วยเหลือไปยังสำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคหลายครั้งมานานหลายเดือน ให้เข้ามาแก้ไขซ่อมแซมตั้งเสาไฟฟ้าให้อยู่ในแนวริมถนนที่ปลอดภัย แต่การไฟฟ้าไม่ดำเนินการอ้างว่ายังมีอุบัติเหตุยังไม่ซ่อมจนมาเกิดเหตุครั้งนี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/dTMA51O9IqU

 8,916

Top