ค้นหา :

ผลการค้นหา "อ่างทอง"

ข่าวภูมิภาค
18 ต.ค. 62

คลิปหลอน ด.ญ.วัย 14 ร้องโหยหวนคล้ายถูกผีเข้า หมอดูชี้มีสัมภเวสีแฝงเข้าร่าง แนะขุดต้นตะเคียนใต้บ้าน

อ่างทอง-มีคลิปหลอนชวนขนลุกที่เผยแพร่ทางโลกออนไลน์ เป็นเหตุการณ์ที่เด็กหญิงวัย 14 ปี นั่งร้องไห้กรีดร้องโหยหวน โดยมีพ่อแม่และญาติพี่น้องคอยจับตัวเอาไว้ มีการนำพระเครื่อง สายสิญจน์ มาคล้องคอ พร้อมด้วยผ้าลักษณะคล้ายผ้ายันต์มาคลุมที่ศีรษะ จนอาการค่อยๆ สงบลง สร้างความหลอนจนขนลุกให้กับผู้ที่ดูคลิปดังกล่าวกันไปตามๆ กัน   โดยก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว เด็กหญิงวัย 14 ปี เคยมาเล่ากับทางบ้านว่า มีผู้หญิงใส่ชุดไทยสีชมพูยืนอยู่ในห้องนอน แต่ก็ไม่มีใครสนใจเพราะเป็นแค่ความฝัน จนในช่วงหลังได้ล้มป่วยด้วยอาการปวดหัว ปวดท้อง อยู่บ่อยครั้ง ทางญาติได้พาไปหาหมอที่โรงพยาบาล แต่ระหว่างทางเกิดกรีดร้องขึ้นว่าบอกว่าพบเห็นวิญญาณที่อยู่ข้างทาง จะนำตัวลูกสาวไปอยู่ด้วย สร้างความกังวลให้กับพ่อแม่ว่าลูกสาวจะเกิดอาการจิตตก จนมาเกิดอาการกรีดร้องโหยหวยจนน่าขนลุกอยู่ภายในบ้านกันจนต้องช่วยกันจับตัว   แม่ของเด็กหญิงเล่าให้ฟังว่า บ้านของตนเองปลูกเป็นบ้านไม้ยกพื้นสูง อยู่ริมถนนทางเข้าวัดแห่งหนึ่ง ด้านหลังบ้านติดบ่อน้ำ เมื่อก่อนลูกสาวเป็นคนปกติสภาพร่างกายแข็งแรง แต่เมื่อไม่นานมานี้ลูกสาวได้ล้มป่วยอยู่บ่อยครั้ง จนเมื่อคืนของวันที่ 14 ต.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่ลูกสาวกำลังนั่งอยู่ในบ้านกับครอบครัว อยู่ดีๆ ลูกสาวได้กรี๊ดส่งเสียงกรีดร้องออกมา ทางครอบครัวจึงได้นำเครื่องรางของขลังมาคล้องคอจนอาการสงบลง   หลังจากนั้นได้พาลูกสาวไปหาหมอดู บอกว่าลูกสาวถูกสัมภเวสีเข้ามาแฝงร่างภายในบ้าน เพราะว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในบ้านไม่ยอมปกป้อง เนื่องจากบริเวณใต้บ้านหลังนี้มีต้นตะเคียน 2 ท่อน อยู่ใต้ดินมานานมากแล้ว และอยากจะขึ้นมาช่วยปกป้องคุ้มครองลูกสาว และยังเคยไปเข้าฝันลูกสาวว่าอยากรับไว้เป็นลูกสาว แต่คนในบ้านไม่เคยสนใจแถมยังสร้างห้องน้ำใกล้กับแม่ตะเคียน   ทางหมอดูจึงให้ทางครอบครัวไปขุดเอาต้นตะเคียนขึ้นมาได้ 1 ท่อน มีความยาวประมาณ 1 เมตร ส่วนที่เหลือยังหาไม่พบ ซึ่งมีขนาดเท่าคนโอบ และให้ไปถอนตะปูที่ตอกอยู่ที่เสาในห้องของลูกสาวออก พร้อมกับนำชุดไทยมาถวาย หลังจากนั้นอาการของลูกสาวก็ดีขึ้น แต่ตนเองก็สังเกตว่าบางครั้งลูกสาวเหมือนมีแม่ตะเคียนมาแฝงร่างแทน และยังได้มาให้โชคให้ลาภกับชาวบ้านที่มาช่วยขุดหาต้นตะเคียนอีกด้วย   ซึ่งตนอยากจะบอกถึงผู้ที่เชื่อถือสิ่งลี้ลับให้มาช่วยกันขุดหา เพราะลำพังสามีของตนเองเพียงคนเดียวคงไม่ไหว โดยสามีของตนเองได้สัญญาไว้ว่า หากขุดพบต้นตะเคียนที่เหลืออีกท่อนขึ้นมาได้ ก็จะทำการตั้งศาลบูชา และจะทำการบวชให้อีก 9 วัน เพื่อที่ลูกสาวขอตนเองจะได้มีอาการดีขึ้นตามความเชื่อกันต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/wlWB4Myvt00

 84,367
สังคม
18 ต.ค. 62

คลิปหลอน ด.ญ.วัย 14 ร้องโหยหวนคล้ายถูกผีเข้า หมอดูชี้มีสัมภเวสีแฝงเข้าร่าง แนะขุดต้นตะเคียนใต้บ้าน

อ่างทอง-มีคลิปหลอนชวนขนลุกที่เผยแพร่ทางโลกออนไลน์ เป็นเหตุการณ์ที่เด็กหญิงวัย 14 ปี นั่งร้องไห้กรีดร้องโหยหวน โดยมีพ่อแม่และญาติพี่น้องคอยจับตัวเอาไว้ มีการนำพระเครื่อง สายสิญจน์ มาคล้องคอ พร้อมด้วยผ้าลักษณะคล้ายผ้ายันต์มาคลุมที่ศีรษะ จนอาการค่อยๆ สงบลง สร้างความหลอนจนขนลุกให้กับผู้ที่ดูคลิปดังกล่าวกันไปตามๆ กัน   โดยก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว เด็กหญิงวัย 14 ปี เคยมาเล่ากับทางบ้านว่า มีผู้หญิงใส่ชุดไทยสีชมพูยืนอยู่ในห้องนอน แต่ก็ไม่มีใครสนใจเพราะเป็นแค่ความฝัน จนในช่วงหลังได้ล้มป่วยด้วยอาการปวดหัว ปวดท้อง อยู่บ่อยครั้ง ทางญาติได้พาไปหาหมอที่โรงพยาบาล แต่ระหว่างทางเกิดกรีดร้องขึ้นว่าบอกว่าพบเห็นวิญญาณที่อยู่ข้างทาง จะนำตัวลูกสาวไปอยู่ด้วย สร้างความกังวลให้กับพ่อแม่ว่าลูกสาวจะเกิดอาการจิตตก จนมาเกิดอาการกรีดร้องโหยหวยจนน่าขนลุกอยู่ภายในบ้านกันจนต้องช่วยกันจับตัว   แม่ของเด็กหญิงเล่าให้ฟังว่า บ้านของตนเองปลูกเป็นบ้านไม้ยกพื้นสูง อยู่ริมถนนทางเข้าวัดแห่งหนึ่ง ด้านหลังบ้านติดบ่อน้ำ เมื่อก่อนลูกสาวเป็นคนปกติสภาพร่างกายแข็งแรง แต่เมื่อไม่นานมานี้ลูกสาวได้ล้มป่วยอยู่บ่อยครั้ง จนเมื่อคืนของวันที่ 14 ต.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่ลูกสาวกำลังนั่งอยู่ในบ้านกับครอบครัว อยู่ดีๆ ลูกสาวได้กรี๊ดส่งเสียงกรีดร้องออกมา ทางครอบครัวจึงได้นำเครื่องรางของขลังมาคล้องคอจนอาการสงบลง   หลังจากนั้นได้พาลูกสาวไปหาหมอดู บอกว่าลูกสาวถูกสัมภเวสีเข้ามาแฝงร่างภายในบ้าน เพราะว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในบ้านไม่ยอมปกป้อง เนื่องจากบริเวณใต้บ้านหลังนี้มีต้นตะเคียน 2 ท่อน อยู่ใต้ดินมานานมากแล้ว และอยากจะขึ้นมาช่วยปกป้องคุ้มครองลูกสาว และยังเคยไปเข้าฝันลูกสาวว่าอยากรับไว้เป็นลูกสาว แต่คนในบ้านไม่เคยสนใจแถมยังสร้างห้องน้ำใกล้กับแม่ตะเคียน   ทางหมอดูจึงให้ทางครอบครัวไปขุดเอาต้นตะเคียนขึ้นมาได้ 1 ท่อน มีความยาวประมาณ 1 เมตร ส่วนที่เหลือยังหาไม่พบ ซึ่งมีขนาดเท่าคนโอบ และให้ไปถอนตะปูที่ตอกอยู่ที่เสาในห้องของลูกสาวออก พร้อมกับนำชุดไทยมาถวาย หลังจากนั้นอาการของลูกสาวก็ดีขึ้น แต่ตนเองก็สังเกตว่าบางครั้งลูกสาวเหมือนมีแม่ตะเคียนมาแฝงร่างแทน และยังได้มาให้โชคให้ลาภกับชาวบ้านที่มาช่วยขุดหาต้นตะเคียนอีกด้วย   ซึ่งตนอยากจะบอกถึงผู้ที่เชื่อถือสิ่งลี้ลับให้มาช่วยกันขุดหา เพราะลำพังสามีของตนเองเพียงคนเดียวคงไม่ไหว โดยสามีของตนเองได้สัญญาไว้ว่า หากขุดพบต้นตะเคียนที่เหลืออีกท่อนขึ้นมาได้ ก็จะทำการตั้งศาลบูชา และจะทำการบวชให้อีก 9 วัน เพื่อที่ลูกสาวขอตนเองจะได้มีอาการดีขึ้นตามความเชื่อกันต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/wlWB4Myvt00

 84,367
ข่าวภูมิภาค
16 ต.ค. 62

จู่โจมจับ 2 คาราโอเกะอ่างทองค้ามนุษย์ รวบแม่เล้าบังคับเด็ก รับงานข้ามวันข้ามคืน

อ่างทอง-เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเปิดปฏิบัติการพิทักษ์อ่างทอง ทลายแก๊งค้ามนุษย์ ในโรงแรมพื้นที่อำเภอเมืองอ่างทอง หลังศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทย ได้รับข้อมูลจากองค์กรระหว่างประเทศด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์ว่า มีสถานประกอบการ ชื่อร้านชิล ชิล คาราโอเกะ และร้านคาราโอเกะนวดแผนโบราณ แอบแฝงค้าประเวณีเด็กหญิง อายุไม่ถึง 18 ปี ซึ่งเข้าข่ายความผิดฐานค้ามนุษย์ จึงส่งสายลับเข้าตรวจสอบ   ซึ่งมีข้อมูลว่าลูกค้าสามารถซื้อบริการทางเพศในราคา 1,500 บาท ต่อครั้ง รวมค่าถุงยางอนามัยแล้ว โดยทางร้านจะหักส่วนแบ่ง 500 บาท ต่อการขายบริการทางเพศแบบชั่วคราวครั้ง   นอกจากนี้ ลูกค้าสามารถซื้อบริการทางเพศในรูปแบบเหมาค้างคืนได้ในราคา 3,500 บาท ซึ่งทางร้าน จะหักส่วนแบ่ง 1,100 บาท ต่อคืน บางครั้งพนักงานหญิงถูกบังคับให้บริการลูกค้าข้ามวันข้ามคืนโดยไม่มีเวลาพักผ่อน จนกว่าลูกค้าจะพึงพอใจ ในการขายบริการทางเพศในแต่ละครั้ง เจ้าของร้านจะหักค่าถุงยางอนามัย เป็นจำนวนชิ้นๆ ละ 50 บาท รวมอยู่ในค่าขายบริการทางเพศของหญิงบริการ ซึ่งลูกค้าสามารถร่วมประเวณีกันในห้องนวด ที่ทางร้านจัดไว้ให้ภายในร้านได้ หรือสามารถไปร่วมประเวณีกันภายนอกร้านก็ได้   ต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมหญิงให้บริการค้าประเวณีได้ 6 คน เป็นคนสัญชาติไทย 4 คน และสัญชาติลาว 2 คน โดยพบเป็นเยาวชนหญิง อายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 3 คน พนักงานหญิงบริการที่ขายบริการทางเพศ อายุต่ำสุดเพียง 15 ปี โดยมี น.ส.สมจิตร์ เพชรวิจิตร อายุ 50 ปี และนายอภิรมย์ พึ่งประชา อายุ 36 ปี รับเป็นเจ้าของร้าน โดยขณะตรวจเข้าตรวจสอบพบถุงยางอนามัยใช้แล้วภายในห้องเป็นจำนวนมาก   เบื้องต้นเจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง ได้แจ้งข้อหากับเจ้าของร้าน ดังนี้ 1.ความผิดฐานค้ามนุษย์ 2.เป็นธุระจัดหาหรือชักพาไปซึ่งบุคคลใด เพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณี 3.เป็นธุระจัดหา หรือชักพาไปซึ่งเด็กที่มีอายุกว่า 15 ปี แต่ยังไม่เกิน 18 ปี เพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณี 4.เป็นผู้ดูแลหรือผู้จัดการการค้าประเวณีหรือสถานการค้าประเวณี 5.เป็นผู้สนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหา หรือพาไปเพื่อการอนาจาร ซึ่งชายหญิง แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม 6.ยุยงส่งเสริมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร 7.ตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต และจะได้ประสานให้ฝ่ายปกครองในท้องที่ ดำเนินการกับโรงแรมที่มีการใช้เป็นสถานที่ในการกระทำความผิดอาญาในครั้งนี้ด้วย   พร้อมกันนี้มีคำสั่งย้ายด่วนนายตำรวจในพื้นที่ สภ.เมืองอ่างทอง หรือ 4 เสือ โรงพักเมืองอ่างทอง ประกอบไปด้วย พ.ต.อ.มนตรี คชาพรรธน์ ผกก.สภ.เมืองอ่างทอง พ.ต.ท.สุวัฒชัย ศรีทองสุข รอง ผกก.สส.สภ.เมืองอ่างทอง พ.ต.ท.อุทัย สุประดิษฐ์อาภรณ์ สวป. พ.ต.ท.บุญสม ใบละมุด สว.สส.   ไปประจำที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง เพื่อทำการสอบสวนข้อเท็จจริงว่ามีส่วนรู้เห็นหรือปล่อยปละละเลยหรือไม่                 ส่วน พ.ต.ท.เจริญชัย คุณชื่น รอง ผกก.ป. ยังอยู่ระหว่างการลา จึงรอดไปอย่างหวุดหวิด และได้แต่งตั้ง พ.ต.อ.ธวัชชัย เกิดโภคทรัพย์ รอง ผบก.ภ.จว.อ่างทอง รักษาราชการแทน ผกก.สภ.เมืองอ่างทอง จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/pESSFln9dgg

 1,160
สังคม
16 ต.ค. 62

จู่โจมจับ 2 คาราโอเกะอ่างทองค้ามนุษย์ รวบแม่เล้าบังคับเด็ก รับงานข้ามวันข้ามคืน

อ่างทอง-เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเปิดปฏิบัติการพิทักษ์อ่างทอง ทลายแก๊งค้ามนุษย์ ในโรงแรมพื้นที่อำเภอเมืองอ่างทอง หลังศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทย ได้รับข้อมูลจากองค์กรระหว่างประเทศด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์ว่า มีสถานประกอบการ ชื่อร้านชิล ชิล คาราโอเกะ และร้านคาราโอเกะนวดแผนโบราณ แอบแฝงค้าประเวณีเด็กหญิง อายุไม่ถึง 18 ปี ซึ่งเข้าข่ายความผิดฐานค้ามนุษย์ จึงส่งสายลับเข้าตรวจสอบ   ซึ่งมีข้อมูลว่าลูกค้าสามารถซื้อบริการทางเพศในราคา 1,500 บาท ต่อครั้ง รวมค่าถุงยางอนามัยแล้ว โดยทางร้านจะหักส่วนแบ่ง 500 บาท ต่อการขายบริการทางเพศแบบชั่วคราวครั้ง   นอกจากนี้ ลูกค้าสามารถซื้อบริการทางเพศในรูปแบบเหมาค้างคืนได้ในราคา 3,500 บาท ซึ่งทางร้าน จะหักส่วนแบ่ง 1,100 บาท ต่อคืน บางครั้งพนักงานหญิงถูกบังคับให้บริการลูกค้าข้ามวันข้ามคืนโดยไม่มีเวลาพักผ่อน จนกว่าลูกค้าจะพึงพอใจ ในการขายบริการทางเพศในแต่ละครั้ง เจ้าของร้านจะหักค่าถุงยางอนามัย เป็นจำนวนชิ้นๆ ละ 50 บาท รวมอยู่ในค่าขายบริการทางเพศของหญิงบริการ ซึ่งลูกค้าสามารถร่วมประเวณีกันในห้องนวด ที่ทางร้านจัดไว้ให้ภายในร้านได้ หรือสามารถไปร่วมประเวณีกันภายนอกร้านก็ได้   ต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมหญิงให้บริการค้าประเวณีได้ 6 คน เป็นคนสัญชาติไทย 4 คน และสัญชาติลาว 2 คน โดยพบเป็นเยาวชนหญิง อายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 3 คน พนักงานหญิงบริการที่ขายบริการทางเพศ อายุต่ำสุดเพียง 15 ปี โดยมี น.ส.สมจิตร์ เพชรวิจิตร อายุ 50 ปี และนายอภิรมย์ พึ่งประชา อายุ 36 ปี รับเป็นเจ้าของร้าน โดยขณะตรวจเข้าตรวจสอบพบถุงยางอนามัยใช้แล้วภายในห้องเป็นจำนวนมาก   เบื้องต้นเจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง ได้แจ้งข้อหากับเจ้าของร้าน ดังนี้ 1.ความผิดฐานค้ามนุษย์ 2.เป็นธุระจัดหาหรือชักพาไปซึ่งบุคคลใด เพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณี 3.เป็นธุระจัดหา หรือชักพาไปซึ่งเด็กที่มีอายุกว่า 15 ปี แต่ยังไม่เกิน 18 ปี เพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณี 4.เป็นผู้ดูแลหรือผู้จัดการการค้าประเวณีหรือสถานการค้าประเวณี 5.เป็นผู้สนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหา หรือพาไปเพื่อการอนาจาร ซึ่งชายหญิง แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม 6.ยุยงส่งเสริมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร 7.ตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต และจะได้ประสานให้ฝ่ายปกครองในท้องที่ ดำเนินการกับโรงแรมที่มีการใช้เป็นสถานที่ในการกระทำความผิดอาญาในครั้งนี้ด้วย   พร้อมกันนี้มีคำสั่งย้ายด่วนนายตำรวจในพื้นที่ สภ.เมืองอ่างทอง หรือ 4 เสือ โรงพักเมืองอ่างทอง ประกอบไปด้วย พ.ต.อ.มนตรี คชาพรรธน์ ผกก.สภ.เมืองอ่างทอง พ.ต.ท.สุวัฒชัย ศรีทองสุข รอง ผกก.สส.สภ.เมืองอ่างทอง พ.ต.ท.อุทัย สุประดิษฐ์อาภรณ์ สวป. พ.ต.ท.บุญสม ใบละมุด สว.สส.   ไปประจำที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง เพื่อทำการสอบสวนข้อเท็จจริงว่ามีส่วนรู้เห็นหรือปล่อยปละละเลยหรือไม่                 ส่วน พ.ต.ท.เจริญชัย คุณชื่น รอง ผกก.ป. ยังอยู่ระหว่างการลา จึงรอดไปอย่างหวุดหวิด และได้แต่งตั้ง พ.ต.อ.ธวัชชัย เกิดโภคทรัพย์ รอง ผบก.ภ.จว.อ่างทอง รักษาราชการแทน ผกก.สภ.เมืองอ่างทอง จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/pESSFln9dgg

 1,160
ข่าวภูมิภาค
10 ต.ค. 62

ด.ญ.วัย 12 ปีไม่สุงสิงกับใคร ท้องโต 8 เดือน ชาวบ้านสงสัยอาจถูกพ่อติดยาข่มขืน

อ่างทอง-นายปราโมทย์ สิงหฬ กำนันตำบลสามโก้ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าเด็กหญิงเอวัย 12 ปี ถูกข่มขืนจนตั้งท้องได้ 8 เดือน ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าผู้ต้องสงสัยที่ลงมือก่อเหตุข่มขืนเด็กหญิงเอจนตั้งท้อง น่าจะเป็นพ่อของเด็กหญิงเอ ซึ่งที่ผ่านมาจากพฤติกรรม เด็กหญิงเอ ไม่เคยสุงสิงกับใคร ไม่มีเพื่อนชาย จะอยู่กับพ่อที่บ้าน ส่วนแม่จะออกไปทำงานนอกบ้าน โดยพ่อเด็กมีพฤติกรรมติดยาเสพติด   ด้านผู้เป็นแม่หลังจากเกิดเรื่องก็อ้างว่าเคยมีเหตุการณ์ที่มีผู้ชายบุกเข้ามาข่มขืนเด็กหญิงเอ และได้หลบหนีไป ซึ่งตนเองคิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ ซึ่งขัดแย้งกับเหตุการณ์จริง เพราะเหตุการณ์จริงไม่น่าจะเป็นไปได้ที่จะข่มขืน เนื่องจากเด็กและพ่อเด็กได้อยู่กัน 2 ต่อ 2 โดยที่แม่ไปขายของ   ซึ่งเป็นไปได้ว่าพ่อของเด็กที่มีพฤติกรรมติดยา และอยู่กับเด็กโดยตลอด และผู้เป็นแม่เองน่าจะทราบเรื่องทั้งหมด แต่ปกปิดไม่ยอมบอกใคร โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน่าจะเกิดช่วงที่ เด็กหญิงเอ เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยในขณะนี้เด็กหญิงเอ เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1   เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอ่างทอง และเจ้าหน้าที่กรมการปกครอง ได้ลงพื้นที่บริเวณบ้านที่ได้รับแจ้ง พร้อมได้นำตัวเด็กและผู้เป็นพ่อและแม่ มาทำการสอบสวนและสอบถามรายละเอียดที่ว่าการอำเภอสามโก้ โดยมีเจ้าหน้าที่นายอำเภอ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเข้าร่วมทำการสอบสวน ซึ่งผู้เป็นพ่อให้การปฏิเสธ และเด็กไม่ยอมบอกว่าโดนกระทำจากผู้ใด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ACQxgPXx-Ng

 20,403
สังคม
10 ต.ค. 62

ด.ญ.วัย 12 ปีไม่สุงสิงกับใคร ท้องโต 8 เดือน ชาวบ้านสงสัยอาจถูกพ่อติดยาข่มขืน

อ่างทอง-นายปราโมทย์ สิงหฬ กำนันตำบลสามโก้ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าเด็กหญิงเอวัย 12 ปี ถูกข่มขืนจนตั้งท้องได้ 8 เดือน ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าผู้ต้องสงสัยที่ลงมือก่อเหตุข่มขืนเด็กหญิงเอจนตั้งท้อง น่าจะเป็นพ่อของเด็กหญิงเอ ซึ่งที่ผ่านมาจากพฤติกรรม เด็กหญิงเอ ไม่เคยสุงสิงกับใคร ไม่มีเพื่อนชาย จะอยู่กับพ่อที่บ้าน ส่วนแม่จะออกไปทำงานนอกบ้าน โดยพ่อเด็กมีพฤติกรรมติดยาเสพติด   ด้านผู้เป็นแม่หลังจากเกิดเรื่องก็อ้างว่าเคยมีเหตุการณ์ที่มีผู้ชายบุกเข้ามาข่มขืนเด็กหญิงเอ และได้หลบหนีไป ซึ่งตนเองคิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ ซึ่งขัดแย้งกับเหตุการณ์จริง เพราะเหตุการณ์จริงไม่น่าจะเป็นไปได้ที่จะข่มขืน เนื่องจากเด็กและพ่อเด็กได้อยู่กัน 2 ต่อ 2 โดยที่แม่ไปขายของ   ซึ่งเป็นไปได้ว่าพ่อของเด็กที่มีพฤติกรรมติดยา และอยู่กับเด็กโดยตลอด และผู้เป็นแม่เองน่าจะทราบเรื่องทั้งหมด แต่ปกปิดไม่ยอมบอกใคร โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน่าจะเกิดช่วงที่ เด็กหญิงเอ เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยในขณะนี้เด็กหญิงเอ เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1   เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอ่างทอง และเจ้าหน้าที่กรมการปกครอง ได้ลงพื้นที่บริเวณบ้านที่ได้รับแจ้ง พร้อมได้นำตัวเด็กและผู้เป็นพ่อและแม่ มาทำการสอบสวนและสอบถามรายละเอียดที่ว่าการอำเภอสามโก้ โดยมีเจ้าหน้าที่นายอำเภอ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเข้าร่วมทำการสอบสวน ซึ่งผู้เป็นพ่อให้การปฏิเสธ และเด็กไม่ยอมบอกว่าโดนกระทำจากผู้ใด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ACQxgPXx-Ng

 20,403
ข่าวภูมิภาค
10 ก.ย. 62

ตัวเงินตัวทองหัวติดกระป๋อง วิ่งตื่นหนีเข้าป่า ช่วยไม่สำเร็จ ตอนนี้ไม่รู้เป็นตายร้ายดี

อ่างทอง-นักพัฒนาชุมชนแชร์คลิปตัวเงินตัวทอง ยาว 2 เมตร หัวติดกระป๋อง คนที่เห็นและกู้ภัยพยายามเข้าช่วยแต่ไม่สำเร็จ ก่อนที่มันจะหนีเข้าป่าไม่รู้เป็นตายร้ายดี ฝากเป็นอุทาหรณ์คนทิ้งขยะไม่เป็นที่ ทำให้สัตว์มาคุ้ยเขี่ยหาอาหารและเกิดเคราะห์ร้ายดังที่เห็น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/oDUayBqmOOE

 620
ข่าวภูมิภาค
27 ส.ค. 62

เอือมระอา! ชายพิการหัวร้อนด่ากราด-ทำลายข้าวของ ฉุนลูกค้าไม่ซื้อลอตเตอรี่ใบละ 120

อ่างทอง-ภาพจากกล้องวงจรปิดของร้านค้าแห่งหนึ่ง ที่ตั้งอยู่บริเวณริมถนนเทศบาล 2 ตำบลตลาดหลวง อำเภอเมืองอ่างทอง จับภาพชายพิการขาด้านซ้าย โดยใช้ไม้กระเท้าคำยัน อายุประมาณ 40 ปี เดินเร่ขายสลากกินแบ่งรัฐบาลให้ลูกค้าบริเวณหน้าร้านดังกล่าว แต่ลูกค้าได้ปฏิเสธไม่ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลจากชายพิการคนดังกล่าว   สร้างความไม่พอใจให้แก่ชายพิการที่ขายสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยเดินออกไปทำลายกระถางต้นไม้ ที่ตั้งอยู่บริเวณหน้าร้านค้าบนทางเดินเท้า จนล้มคว่ำแตกได้รับความเสียหาย ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่สร้างความเอือมระอาให้กับชาวบ้าน ที่ไม่รู้ว่าจะสงสารดีหรือจะช่วยเหลือในการอุดหนุนซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลจากชายพิการคนดังกล่าวดี   เจ้าของร้านค้าดังกล่าวเล่าว่า เมื่อช่วงเช้า ตนเองได้นำกระถางต้นชวนชม ที่แฟนสาวได้ทำการซื้อมามอบให้ ออกมาตั้งรับแสงแดดที่ริมทางเท้า ซึ่งมีชายพิการได้เดินมาขายสลากกินแบ่งรัฐบาลให้กับแม่ของตนเอง แต่ด้วยราคาขายที่สูงถึงใบละ 120 บาท ทำให้แม่ของตนเองได้ปฏิเสธไม่ได้ซื้อเอาไว้   ทำให้ชายผู้พิการที่ขายสลากกินแบ่งรัฐบาลไม่พอใจเดินออกไปจากหน้าร้าน แล้วได้ไปทำลายกระถางต้นชวนชมจนแตกเสียหาย ตนเองเห็นเป็นผู้พิการใจก็ยากช่วยเหลือ แต่ดูพฤติกรรมที่ทำแล้วถึงกับอึ้ง ตนเองอยากให้หน่วยงานรับผิดชอบ ช่วยนำไปปรับพฤติกรรมให้อยู่ในสังคมได้อย่างสงบ   เช่นเดียวกับชาวบ้านที่เล่าว่า ต่างเอือมระอากับพฤติกรรมของชายพิการคนดังกล่าว ที่มาเดินเร่ขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาแพง หากใครไม่ซื้อก็จะด่าทอและสาปแช่งต่างๆ นานา รวมทั้งทำลายข้าวของที่อยู่บริเวณข้างทางเป็นประจำ ซึ่งคนส่วนใหญ่เห็นแล้วน่าสงสารที่เป็นผู้พิการจึงอยากช่วยอุดหนุน แต่ด้วยราคาที่แพงเกินไปทำให้ต้องคิดหนัก และยังมาพบกับพฤติกรรมก้าวร้าว จึงไม่รู้ว่าจะสงสารหรือจะช่วยเหลืออุดหนุนดี และอยากให้ปรับพฤติกรรมในทางที่ดีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ffp7L5XdJ-c

 4,748
ข่าวภูมิภาค
26 ส.ค. 62

แค้นฝังหุ่น 53 ปี! ปู่วัย 69 ยิงเพื่อนดับกลางงานเลี้ยงรุ่น แค้นสมัยเรียนโดนกลั่นแกล้ง

อ่างทอง-เกิดเหตุนายสุทัศน์ โกสยะมาศ อายุ 69 ปี ถูกเพื่อนร่วมรุ่น มศ.3 รุ่นที่ 9 โรงเรียนโพธิ์ทองจินดามณี ยิงเข้าที่บริเวณหน้าท้องด้านขวา 1 นัด กระสุนทะลุก้น และเสียชีวิตต่อมาที่โรงพยาบาลอ่างทอง ในงานเลี้ยงรุ่นที่บริเวณหน้าร้านอาหาร 53 ตามสั่ง อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง โดยหลังก่อเหตุ ผู้ก่อเหตุได้หลบหนีไป   ล่าสุดตำรวจขออนุมัติศาลออกหมายจับ นายธนภัทร เอนกศรี อายุ 69 ปี เพื่อนร่วมรุ่น ผู้ก่อเหตุ ในข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา   โดยสาเหตุคาดเกิดจากความแค้นใจสมัยเรียนเมื่อ 53 ปีก่อน ซึ่งนายธนภัทรถูกผู้ตายแกล้งอยู่บ่อยครั้ง ตั้งแต่สมัยเรียน และมักเปรยๆ เวลาดื่มเหล้า ซึ่งจาการสอบสวนเบื้องต้นของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่า ผู้ก่อเหตุได้มีการพูดคุยและสอบถามผู้เสียชีวิต ก่อนลงมือว่าจำได้ไหม แต่ผู้เสียชีวิตปฎิเสธ บอกว่าจำไม่ได้ และผู้ก่อเหตุยังให้ผู้เสียชีวิตกล่าวคำขอโทษ แต่ผู้เสียชีวิตไม่ยินยอม จึงเกิดการโต้เถียงกันขึ้น ก่อนลงมือก่อเหตุ   ทางด้านญาติได้นำร่างไร้วิญญาณ ของนายสุทัศน์ ผู้เสียชีวิต มาบำเพ็ญกุศลตามพิธีทางศาสนา ที่วัดศรีขันธาราม ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า   ด้านนายถวิล บุญเลิศ อายุ 74 ปี พี่เขยผู้เสียชีวิต เล่าว่า นายสุทัศน์ ผู้เสียชีวิตมีอาชีพตัดเย็บเสื้อผ้าอยู่ในอำเภอโพธิ์ทอง ไม่เคยมีปัญหากับใคร เป็นคนไม่ดื่มเหล้าไม่สูบบุหรี่ ปกติก็จะทำงานอยู่ที่บ้านตลอดเป็นเสาหลักของครอบครัว ไม่คาดคิดว่าจะมาเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vzWJYu4SJmA

 11,879
ข่าวภูมิภาค
05 ส.ค. 62

วงจรปิดจับภาพ หญิงสูงวัยเนียนขโมยรถเข็นหลวงพ่อ ใช้ใส่ของบิณฑบาต คาตลาดอ่างทอง

อ่างทอง-มีภาพจากกล้องวงจรปิดของร้าน หจก. ศิริเลิศ ในตลาดสดเทศบาลเมืองอ่างทอง จับภาพหญิงอายุประมาณ 70 ปี สูงประมาณ 155 เซนติเมตร สวมเสื้อกันฝน รองเท้าแตะสีดำ สะพายกระเป๋า พร้อมกับหิ้วถุง 1 ใบ ทำทีเดินเข้ามานั่งที่หน้าร้าน จากนั้นได้ใช้มือซ้ายเอื้อมไปหยิบรถเข็นของที่วางอยู่บนเก้าอี้พลาสติกหน้าร้าน แล้วนำมากางออกและนำถุงใส่ลงไปในรถเข็น ก่อนลุกเดินออกไปพร้อมเข็นรถใส่ของจากหน้าร้านอย่างช้าๆ ไม่รีบร้อน     ซึ่งรถเข็นที่หญิงสูงอายุแอบตีเนียนขโมยไป เป็นของพระวันชัย พระลูกวัดดอนกระดี ที่สูงอายุล้มป่วยเป็นโรคมะเร็ง ต้องเจาะคอให้อาหารทางสายยาง แต่ก็ยังปฏิบัติกิจของสงฆ์ขึ้นรถมาบิณฑบาตญาติโยมที่อยู่ในตลาดอ่างทอง เพื่อที่จะนำอาหารที่ได้ไปให้พระภิกษุอาพาธ สุนัข และแมวที่อาศัยอยู่ในวัด ที่ทางวัดได้ทำการอุปการะเลี้ยงดู และรถเข็นที่ถูกขโมยไปชาวบ้านที่ศรัทธาได้รวบรวมเงินกันซื้อนำมาถวาย     เนื่องจากเห็นว่าพระวันชัย เป็นพระสูงอายุ และยังล้มป่วย เวลามารับบิณฑบาตจะได้เอาไว้ใส่ของ เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระในการปฏิบัติกิจของสงฆ์ ซึ่งชาวบ้านที่ทราบข่าวต่างสาปแช่งในการกระทำของมนุษย์ป้าที่แอบมาขโมยเอาไป ซึ่งทางชุดสืบสวน สภ.เมืองอ่างทอง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจากกล้องวงจรปิด เพื่อดำเนินการหาตัวมนุษย์ป้ารายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/1zFGUgF5I98

 1,167
ข่าวภูมิภาค
18 ก.ค. 62

ชาวอ่างทองร้องรำจัดเต็ม ร่วมประเพณีแห่ม้าเต้น สืบทอดยาวนาน 83 ปี

บรรยากาศงานประเพณีวันเข้าพรรษาที่วัดเกาะ ต.บางพลับ อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง ซึ่งรู้จักกันดีในประเพณีแห่ม้าเต้น ที่สืบทอดมายาวนานกว่า 83 ปี เหล่าม้าแต่งตัวสวยงาม จัดเต็มเครื่องประดับหลากสีสัน ประชันลีลาร่ายรำ กระโดดดีดเท้าเต้นสนุกสนาน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/cqoCWDSKIb8

 1,327
ข่าวภูมิภาค
10 ก.ค. 62

ไฟไหม้บ้านที่อ่างทอง ตาวัย 80 ป่วยติดเตียง หนีไม่ได้ ถูกไฟคลอกเสียชีวิต

อ่างทอง-เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านประชาชนใน อ.ป่าโมก ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบเพลิงกำลังโหมใส่บ้านครึ่งตึกครึ่งไม้ มีผู้บาดเจ็บ 3 รายคือ นางบุญเลี่ยม สุดใจ อายุ 75 ปี เจ้าของบ้าน เป็นลมหมดสติ, นางภัคจีรา สจ๊วร์ด อายุ 54 ปี ลูกสาว และ นายพีระยุทธ พยัคฆ์พงศ์ อายุ 34 ปี ลูกชายนางภัคจีรา ได้รับบาดเจ็บถูกไฟลวกตามร่างกาย เจ้าหน้าที่จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลป่าโมก โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จึงควบคุมเพลิงไว้ได้   หลังควบคุมเพลิง เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบบริเวณชั้นบนของบ้าน พบศพชายถูกไฟเผาจนไหม้เกรียมคือ นายเจียด ช่อผกา อายุ 80 ปี ที่นอนป่วยพักอยู่ชั้นบน   คนในบ้านเล่าว่า ที่บ้านอาศัยอยู่กัน 6 คน มีนายเจียด นางบุญเลี่ยม ตากับยาย แม่ พี่ชาย ตน และแฟนตน ก่อนเกิดเหตุ ตาและแม่เข้านอนบนบ้านแล้ว ส่วนตน แฟน และพี่ชาย นั่งคุยเล่นกับอยู่บ้านญาติข้างๆ ระหว่างที่นั่งได้ยินเสียงคล้ายระเบิดดัง ก่อนมีควันโชยออกมา และได้ยินเสียงแม่โวยวาย ตนจึงได้รีบวิ่งเข้าไปช่วย ไม่ทันไรไฟลุกลามอย่างเร็ว   จังหวะที่จะเข้าไปช่วยแม่ แม่ได้ตะโกนไล่พวกตนให้ออกจากบ้าน แต่พี่ชายเห็นท่าไม่ดี ไฟไหม้แรงมาก จึงได้ขึ้นไปแล้วผลักแม่ให้รีบออกมาพร้อมพวกตน ก่อนไฟจะไหม้บ้านทั้งหมด   ทั้งนี้สาเหตุเบื้องต้นคาดว่าอาจเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร เนื่องจากมีคนได้ยินเสียงคล้ายระเบิดดัง และมีควันลอยออกมาเป็นจำนวนมาก ก่อนไฟจะลุกไหม้ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จะเข้าตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/e5UKBJmSzl8

 1,220
สังคม-อาชญากรรม
06 ก.ค. 62

บุกทลายแหล่งขายยาลดความอ้วน ที่สาวแม่ลูกอ่อนสั่งซื้อออนไลน์มากินเสียชีวิต

จากกรณีแม่ลูกอ่อนวัย 30 ปี ที่จังหวัดอ่างทอง เสียชีวิตจากการกินยาลดความอ้วน โดยสั่งซื้อผ่านเฟซบุ๊กกับคลีนิกแห่งหนึ่ง จนเกิดอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะแล้วชักเกร็ง ก่อนจะเสียชีวิต ในใบมรณะบัตรระบุว่า "หัวใจเต้นผิดจังหวะจากการใช้ยาลดน้ำหนัก"   พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางไปพบญาติของผู้เสียชีวิต และนำตัวอย่างยาส่งไปตรวจสอบ และขออนุญาตนำร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูติอีกครั้ง และให้ อย.กับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ลงพื้นที่ตรวจสอบว่ายามาจากที่ไหน   พล.ต.อ.วิระชัย ระบุว่า ทราบต้นตอแหล่งขายแล้ว มีโรงงานอยู่ในพื้นที่ภาคอีสาน โดยการขายจะอ้างว่าเป็นคลีนิกลดน้ำหนัก มีแพทย์คอยตอบคำถามและให้คำแนะนำ โดยใช้ภาพออนไลน์ที่เป็นผู้หญิงแต่งตัวคล้ายแพทย์ แล้วอ้างว่าเป็นแพทย์ คอยให้คำปรึกษา และให้ลูกค้าโอนเงินมา แล้วส่งยาไปให้ตอนนี้รู้ตัวคนขายแล้ว พบว่ามีเงินหมุนเวียนในบัญชี้ 20 ล้านบาท             ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/fBIo5_78yoU

 4,194
ข่าวภูมิภาค
05 ก.ค. 62

สาวแม่ลูกอ่อนวัย 30 สังเวยชีวิตหลังกินยาลดความอ้วนได้ 12 วัน

อ่างทอง-หญิงอายุ 30 ปี เสียชีวิตหลังสั่งซื้อยาลดน้ำหนักจากคลีนิกแห่งหนึ่ง ที่อยู่ในโปรแกรมแชทในโลกสังคมออนไลน์ มารับประทานเพื่อลดน้ำหนักหลังจากคลอดลูกได้เพียง 6 เดือน   โดยมีการโฆษณาถึงสรรพคุณของยาลดน้ำหนักว่า มีคุณสมบัติลดน้ำหนักอย่างได้ผลดี สามารถขับของเสียออกจากร่างกายทุกช่องทางและสามารถลดน้ำหนักได้อย่างรวดเร็ว หลังจากผู้ตายติดต่อซื้อขายนำยามารับประทาน ในชุดแรกพบว่ายาดังกล่าวได้ใช้ลดน้ำหนักอย่างได้ผล จึงได้ติดต่อขอซื้อยามารับประทานต่อเพิ่มขึ้นเป็นชุดที่ 2 แต่หลังจากนำมารับประทานได้เพียงแค่ 12 วัน กลับเกิดอาการเวียนศีรษะ อาเจียน อ่อนเพลียเหมือนคนไม่มีแรง   จนในที่สุดเกิดอาการเกร็งตามร่างกายจนหัวใจหยุดเต้น ทางสามีและญาติได้ช่วยกันปั๊มหัวใจนำส่งโรงพยาบาลอ่างทอง จนมีอาการดีขึ้น แต่ระหว่างที่ทำการรักษาตัวนอนอยู่ในห้องไอซียู ได้เกิดอาการเกร็งจนหมดสติและเสียชีวิตในเวลาต่อมา สร้างความเศร้าโศกเสียใจให้กับสามีและญาติ ต้องจากครอบครัวและลูกสาววัย 6 เดือน เพราะการรับประทานยาลดน้ำหนักจากคลีนิกในโลกออนไลน์   สามีเล่าว่าสังเกตเห็นว่าภรรยามีอาการเวียนศรีษะ อาเจียน หน้ามืดอ่อนเพลียไม่มีแรง ตาพร่ามองไม่เห็น และมีอาการเกร็งตามร่างกายจนหมดสติไม่หายใจไปต่อหน้าต่อตา ตนเองและทางญาติได้ช่วยกันปั๊มหัวใจและเป่าปาก จนภรรยาฟื้นคืนสติขึ้นมาก่อนที่จะนำตัวส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลอ่างทอง ในวันที่ 3 ก.ค. 62   ระหว่างที่ทำการรักษาตัวได้พบซองยาของคลินิกแห่งหนึ่ง จึงได้สอบถามกับภรรยาบอกว่าเป็นยาลดน้ำหนักที่สั่งมารับประทานจากโปรแกรมแชทในราคาชุดละ 600 บาท หลังจากรับประทานแล้วได้ผลดี ตนเองจึงนำไปให้พยาบาลดูและได้เตือนภรรยาว่าอย่าไปรับประทาน เพราะยาที่โฆษณาในโลกออนไลน์ทำให้เกิดเป็นข่าวกันมามากแล้ว   หลังจากภรรยาเสียชีวิตตนเองได้ให้น้องสาวติดต่อไปทางผู้ขาย แต่ตอนนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อกลับมาแต่อย่างใด ทั้งนี้แพทย์ของโรงพยาบาลอ่างทอง ได้ลงสาเหตุของการเสียชีวิตเกิดจาก หัวใจเต้นผิดจังหวะจากการใช้ยาลดน้ำหนัก ซึ่งจากนี้จะส่งยาตรวจพิสูจน์ต่อไป          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/anSE2g73s90

 23,562
ข่าวภูมิภาค
04 ก.ค. 62

ฮีโร่ ม.4 โดดช่วยน้องเด็กเล็กปลอดภัย หลังรถ จยย.พ่วงข้างเสียหลักตกคลอง

อ่างทอง-เกิดอุบัติเหตุรถจักยานยนต์พ่วงข้าง บรรทุกนักเรียน ตกลงไปในคลองส่งน้ำ บริเวณถนนสายโพธิ์ทอง - ทางพระ อำเภอโพธิ์ทอง ในที่เกิดเหตุมีเด็กนักเรียนจมอยู่ในน้ำ พร้อมด้วยผู้ขับขี่มารวมทั้งหมด 5 คน ทั้งหมดได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย และมีอาการสำลักน้ำ 2 ราย   แต่เหตุการณ์นี้มีฮีโร่ เมื่อนายทวีสิน บุญส่ง อายุ 16 ปี เด็กนักเรียนชั้น ม.4 โรงเรียนโพธิ์ทองจินดามณี ขี่ จยย.มาเห็นเหตุการณ์ ได้จอดรถกระโดดลงไปในน้ำ เพื่อช่วยเหลือเด็กๆ ที่จมในน้ำขึ้นมาได้อย่างปลอดภัย   โดยนายทวีสินกล่าวว่า ได้ขับขี่ตามหลังรถจักยานยนต์พ่วงข้างคันดังกล่าวมา ระหว่างทางได้สังเกตเห็นว่ารถจักยานยนต์คันดังกล่าวได้ขับขี่เบนไปทางขวา ตนเองนึกว่าจะเลี้ยวไปอีกฝั่ง   แต่สักพักได้มีน็อตหลุดออกจากพ่วงข้าง จากนั้นรถได้ไหลลงตกไปในคลองพร้อมกัน ตนเองจึงได้จอดลงไปช่วยเหลือท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมา โดยเห็นว่ามีเด็กนักเรียนจำนวนหลายคนกำลังจมน้ำ และมีเด็ก 1 คน กำลังสำลักน้ำ ตนเองจึงได้กระโดดลงไปช่วยเหลือ จนมีชาวบ้านที่ผ่านมาได้เข้ามาช่วยเหลือและโทรเรียกรถกู้ชีพมานำตัวเด็กนักเรียนและผู้ขับขี่ที่สำลักน้ำนำส่งโรงพยาบาล ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-VDhmLL6RdA

 7,906

Top