ค้นหา :

ผลการค้นหา "อ่างทอง"

ข่าวภูมิภาค
09 พ.ค. 62

ไฟไหม้โรงเรียนอ่างทองวอด 1 หลัง สลด หน.ดับเพลิงสำลักควันดับ ขณะปฏิบัติหน้าที่

อ่างทอง-เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงเรียน ชุมชนวัดพายทอง อำเภอป่าโมก พบเพลิงกำลังลุกไหม้อาคารเรียนไม้ 2 ชั้น ที่บริเวณด้านล่างเป็นโรงอาหาร ส่วนด้านบนเป็นอาคารเรียนชั้นประถมที่ 4 - 6 โดยเจ้าหน้าที่ได้ระดมฉีดน้ำควบคุมเพลิงอยู่ประมาณ 1 ชั่วโมงเพลิงจึงสงบลง อาคารโรงเรียนได้รับความเสียหายร่วมหมดทั้งหลัง   เบื้องต้นมีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงสำลักควันไฟ ไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลป่าโมก 1 คน ทราบชื่อต่อมาว่านาย จสอ.บุญช่วย ชุ่มยิ้ม หัวหน้างานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลตำบลศาลาแดง มีโรคประจำตัวเป็นความดันโลหิต หมดสติขณะเข้าควบคุมเพลิง   จากการสอบถามผู้อยู่ในเหตุการณ์ระบุ ในช่วงเกิดเหตุ จู่ๆไฟฟ้าก็ดับลง ก่อนเห็นไฟลุกขึ้นบริเวณอาคารโรงอาหารชั้นล่าง จึงตะโกนให้คนช่วยดับไฟ ซึ่งไฟก็ลุกลามอย่างรวดเร็วขึ้นด้านบนอาคารเรียนด้วยความกลัวและตกใจที่ตนเองอยู่ใกล้ๆจึงพาหลานวิ่งหนีออกมา และทางเจ้าหน้าที่ดับเพลิงก็เข้ามาควบคุมเพลิง   ซึ่งทางโรงเรียนชุมชนวัดพายทอง มีนักเรียนอยู่จำนวน 102 คน สอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงชั้นมัธยมปีที่ 3 อยู่ระหว่างการปิดภาคเรียน จะเปิดเรียนทำการเรียนการสอนในวันที่ 18 พ.ค.เบื้องต้นอาคารเสียหายจากเพลิงไหม้ครั้งหลัง ทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จะเข้าดำเนินการตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุของเพลิงไหม้ ที่แท้จริงตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kCpl884YL0I

 2,014
ข่าวภูมิภาค
26 เม.ย. 62

ชาวอ่างทองร่ำลือความศักดิ์สิทธิ์ 'ศาลเจ้าพ่อปู่ปิ่น' ต้องแก้บนด้วยบ้องกัญชา

อ่างทอง-ศาลเจ้าพ่อปู่ปิ่น ริมถนนสายสีบัวทอง หมู่ที่ 4 ตำบลสีบัวทอง อำเภอแสวงหา เป็นที่ร่ำลือถึงความศักดิ์สิทธิ์ของปู่ปิ่น รูปปั้นเท่าขนาดคนจริง สีดำ ตั้งอยู่ภายในศาลทรงไทย ที่ชาวบ้านชอบบนบานกัญชากับปู่ปิ่น ซึ่งเป็นที่เคารพยึดเหนี่ยวจิตใจ ของชาวบ้านในตำบลสีบัวทองและใกล้เคียง สืบต่อกันมานานจากรุ่นสู่รุ่นจนถึงปัจจุบัน    โดยการบนบานปู่ปิ่น ด้วยกัญชา จะสมหวังดังใจทุกรายไป ซึ่งภายในศาลาทรงไทยด้านหลังปู่ปิ่น จะพบว่ามีบ้องกัญชาวางอยู่ภายในศาลปู่ปิ่นจำนวนหลายบ้อง   ทั้งนี้จากตำนานระบุว่า ปูปิ่นเป็นบรรพบุรุษชาวบ้านสีบัวทอง ที่ใช้วิชาความรู้ด้านพรานป่าพัฒนา บ้านสีบัวทอง ที่ร้างมาตั้งแต่เมื่อครั้งเสียกรุง ให้กลับฟื้นคืนกลายเป็นหมู่บ้านที่มีความอุดมสมบูรณ์สืบมา และเมื่อปู่ปิ่นเสียชีวิตลง ลูกหลานจึงได้สร้างรูปเหมือนปู่ปิ่น เพื่อรำลึกถึงคุณงามความดีต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/SRfvkHFTIJA

 6,042
ข่าวภูมิภาค
19 เม.ย. 62

ชาวอ่างทองโวยถนนทรุดเป็นทางยาว หลังแล้งจัดน้ำในคลองชลประทานลดเร็ว สาวขี่ จยย.ตกเจ็บ 1

อ่างทอง-ชาวบ้านแจ้งพบเหตุถนนทรุดอย่างหนัก ทำให้ยานพาหนะไม่สามารถใช้เส้นทางผ่านได้ โดยเป็นถนนสาย อท.4005 แยกทางหลวงหมายเลข3501-บ้านโคกช้าง อำเภอวิเศษชัยชาญ   โดยเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ของทางหลวงชนบทอ่างทอง ได้นำเครื่องมือวัดสภาพดินเพื่อหาสาเหตุของการเกิดดินทรุดและใช้รถแบ็กโฮเร่งปรับดินเพื่อให้ประชาชนใช้สัญจรไปมา   ทั้งนี้เหตุการณ์ที่ถนนเกิดการทรุดตัวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 23.20 น.ของวันที่ 17 เม.ย เกิดการทรุดตัวช่วง กม.14+675-14+750 ระยะทาง 75 ม.เนื่องจากระดับน้ำในคลองชลประทานลดระดับลงอย่างรวดเร็ว ทำให้คันทางเกิดการทรุดเป็นร่องยาว ทำให้ทางขาด รถไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ และพบชาวบ้านได้รับบาดเจ็บขณะขี่จักรยานยนต์ไปทำงานในช่วงเช้ามืด   ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการเปิดหน้าถนนเพื่อทำทางให้ประชาชนใช้เส้นทางได้ก่อนและได้ดำเนินการติดตั้งป้าย แบริเออร์ ปิดเส้นทางชั่วคราวไม่ให้รถทุทุกชนิดผ่านได้ แนะนำให้ใช้ทางเลี่ยง/และจะเร่งเข้าดำเนินการแก้ไขปัญหาให้รถเล็กผ่านโดยเร็ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3Ca5fajvudU

 1,017
ข่าวภูมิภาค
18 มี.ค. 62

หนุ่มอ่างทองถูกฉมวกแทงปลา ปักคาอกลึก 4 ซม. โชคดีรอดหวุดหวิด

อ่างทอง-ชายอายุ 36 ปี ถูกฉมวกแทงปลาที่มีความยาวกว่า 70 เซนติเมตร ปักคาอกข้างขวาได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังประสบอุบัติเหตุถูกฉมวกแทงปลาหล่นจากไม้มาปักคาอยู่ที่หน้าอกมีความลึกกว่า 4 เซนติเมตร และไม่สามารถที่จะดึงออกมาได้   เนื่องจากที่ปลายของตัวฉมวกมีลักษณะเป็นเงี่ยงปักคาอยู่ ทางแพทย์ต้องแจ้งกู้ภัยนำเครื่องมือมาทำการตัดมาช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาที จึงสามารถที่จะตัดเหล็กที่ติดกับตัวฉมวกแทงปลาออกมาได้ ก่อนที่จะให้แพทย์ และพยาบาล ดำเนินการรักษาตามขั้นตอนไป     จากการสอบถามผู้บาดเจ็บเปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุตนเองได้นำฉมวกที่ใช้แทงปลา นำไปผูกเชือกเข้ากับปลายไม้โดยคว่ำหน้าฉมวกลงให้เกี่ยวกับฝักมะขามเทศได้ เพื่อที่จะนำไปสอยมะขามเทศที่อยู่ในละแวกบ้าน แต่ขณะที่ตนเองกำลังสอยมะขามเทศอยู่ เชือกที่ผูกไว้เกิดคลายไหลลงมาตามไม้สอยลื่นมาปักคาอยู่ที่อกด้านขวาของตนเอง จึงได้เรียกทางญาติให้ช่วยนำตนเองส่งโรงพยาบาลอ่างทอง ก่อนที่จะประสานทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยให้เข้ามาช่วยตัดเหล็กออกให้อย่างปลอดภัย   ด้านแพทย์กล่าวว่า หลังจากที่ผู้ได้รับบาดเจ็บได้เข้ามารักษาตัวที่โรงพยาบาล ทางโรงพยาบาลได้ทำการเอ็กซ์เรย์ พบว่าปลายเหล็กของฉมวกแทงปลาได้ปักคาอยู่ที่อกด้านขวาไม่สามารถที่จะดึงออกมาได้ มีความลึกประมาณ 4 เซนติเมตร โดยทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และฉีดยาระงับความเจ็บปวด ก่อนที่จะส่งตัวผู้ได้รับบาดเจ็บไปรอทำการผ่าตัดเอาเหล็กส่วนที่ปักคาอกขวาออกได้อย่างปลอดภัยต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Nn2Ev3Q_w5Q

 3,224
ข่าวภูมิภาค
04 มี.ค. 62

หนุ่มคลั่งยาเผาบ้าน ลามไหม้บ้านใกล้เคียง 7 หลัง รถวอด 6 คัน อ้างได้ยินเสียงสั่งให้ทำ

อ่างชาย-เกิดเหตุชายวัย 30 ปี เมายาคลุ้มคลั่ง เผาบ้านตัวเอง ก่อนลามไปติดบ้านข้างเคียง จนไฟลุกลามเสียหาย 7 หลัง เมื่อกลางดึกคืนที่ผ่านมา (2 มี.ค. 62) ต่อมา ตร.ติดตามหาตัวผู้ก่อเหตุได้ ขณะซ่อนตัวอยู่ใต้ต้นมะม่วง ไม่ห่างจากที่เกิดเหตุ พร้อมของกลางไฟแช็ก ขวดน้ำมัน   ก่อนนำตัวมาสอบสวนที่ สภ.โพธิ์ทอง ซึ่งนายสมชายให้การวกวนแต่ยอมรับว่าเป็นคนลงมือจริง เบื้องต้น พบมีสารเสพติดอยู่ในร่างกาย จึงควบคุมตัวไว้สอบสวนดำเนินคดี   ต่อมาทางเพื่อนบ้านทีได้รับความเสียหายได้ไปต่อว่านายสมชาย ผู้ก่อเหตุ ซึ่งนายสมชายไม่มีท่าที่สลด และพูดจาวกวนอยู่ตลอดเวลา จนทำเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องนำขึ้นไปสงบสติอารมณ์ในห้องขัง ขณะที่เพื่อนบ้าน ผู้เสียหายหลายราย มีอารมณ์เนื่องจากโกรธ และบุกมาดูหน้าผู้ก่อเหตุ และบางคน มีท่าทีคล้ายจะเข้าไปทำร้ายร่างกายด้วยหรือไม่   โดยจากการสำรวจล่าสุด มีบ้านเรือนเสียหายเพิ่มจากเดิมอีก 3 หลัง รวมเป็น 7 หลัง รถจักรยานยนต์ 6 คัน และทรัพย์สิน นายสนอง เอมอนนท์ อายุ 59 ปี พ่อของนายสมชาย ซึ่งอยู่ในอาการช็อก กล่าวว่า ไม่คาดคิดว่าลูกชายจะทำอย่างนี้ ปกติตนเองไม่ได้อยู่ที่บ้าน เพราะต้องไปทำงานที่ จ.สระบุรี ซึ่งลูกตนป่วยเป็นโรตจิตเวช เคยเข้ารักษาที่โรงพยาบาล หลังจากกลับมาก็ไม่ได้กินยา และตนไม่รู้ว่าทำไมจึงก่อเหตุเช่นนี้   โดยบริเวณถนนจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จากอำเภอโพธิ์ทอง เตรียมจัดสถานที่เพื่อเตรียมมอบถุงพระราชทาน จากมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ให้กับผู้ประสบภัย นายสุนทร บุญมี อายุ 53 ปี เจ้าของบ้าน ผู้เสียหาย บ้านติดกับบ้านของนายสมชาย เปิดเผยว่า ขณะที่นอนอยู่ ได้กลิ่นน้ำมัน และเสียงไฟไหม้ จึงต้องรีบวิ่งหนีเอาตัวรอดออกมา โดยไม่ได้หยิบอะไรออกมา มีเพียงกางเกงยีนส์ที่ใส่ติดตัวอยู่เพียงตัวเดียวเท่านั้น ทั้งนี้ ปกตินายสมชาย เป็นญาติกัน ก็จะมีอาการคลุ้มคลั่งบ่อยครั้ง แต่เมื่อตนเองตักเตือนก็จะฟัง ไม่คิดว่าจะก่อเหตุรุนแรง แต่ตอนนี้ตนเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไป   ด้านน้องสาวนายสมชาย ยืนร้องไห้อยู่บริเวรหน้าบ้าน พร้อมเปิดเผยว่า ตนไม่คาดคิดจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ เพราะบริเวณนี้ เป็นบ้านของญาติ ๆ กันทั้งหมด เมื่อ 1-2 ปี ก่อนนายสมชายก็เคยจุดไปเผาที่นอนในบ้านมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ทางญาติช่วยกันดับทัน แต่ครั้งนี้ไฟลุกเร็วมาก นายสมชายอาศัยอยู่ในบ้านนี้ ซึ่งเป็นบ้านของแม่ตามลำพัง เพราะตนเองไปอยู่บ้านสามี เนื่องจากนายสมชายมีอารมณ์ร้าย คลุ้มคลั่งบ่อย จนทำให้ทั้งตนและน้องชายคนเล็ก ต้องย้ายไปอยู่ที่อื่น   ด้านทางเจ้าหน้าที่ของจังหวัด ได้ลงพื้นที่บ้านที่เกิดเหตุเพื่อมอบเครื่องใช้อุปโภคบริโภคให้กับผู้ประสบเหตุไฟไหม้ มีการตั้งเต็นท์ตั้งโรงครัวพระราชทาน ให้สนง.สาธารณสุขจังหวัดและ สนง.สาธารณสุขอำเภอ ส่งจิตเวชเพื่อมาคอยดูแลฟื้นฟูสภาพจิตใจของผู้ประสบภัย และให้อำเภอโพธิ์ทอง ประสานการดำเนินการให้จิตอาสาฯ ในพื้นที่ มาคอยให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/F9X9QlpSjO4

 1,318
ข่าวภูมิภาค
11 ก.พ. 62

เห็นชัด หนุ่มใส่ชุดกีฬา เก็บกระเป๋าสตางค์มีเงิน 2 หมื่นได้ เจ้าของวอนส่งคืนจะไม่เอาความ

อ่างทอง-ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ พรพรรณ คงยอดดี ได้โพสต์ข้อความพร้อมด้วยภาพคลิปวงจรปิดที่จับภาพชายอายุระหว่าง 18-25 ปี ขับขี่รถจักยานยนต์ สวมเสื้อกีฬาสีน้ำเงินแขนสีขาว นุ่งกางเกงกีฬาสีดำ ใส่รองเท้าแตะ โดยจอดรถจักรยานยนต์ บริเวณจุดกลับรถแยกเรือนจำ ก่อนที่จะเดินข้ามถนนไปหยิบสิ่งของที่ตกอยู่บนถนนฝั่งตรงข้าม แล้วเดินกลับมาขึ้นรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวขี่ออกไป   ซึ่งเจ้าของเฟซบุ๊กรายดังกล่าวคาดว่าน่าจะเป็นกระเป๋าสตางค์ของลูกสาว ที่ภายในเก็บเงินสดไว้จำนวนกว่า 20,000 บาท พร้อมด้วยเอกสารสำคัญต่าง ๆ ที่ทำตกไว้ขณะที่ขี่รถจักรยานยนต์ออกมาจากหมู่บ้าน เพื่อที่จะไปทำธุระในตัวเมือง   จากการสอบถาม นางสาวพรพรรณ คงยอดดี อายุ 39 ปี ผู้โพสต์เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงหัวค่ำของวันที่ 8 ก.พ. 62 ที่ผ่านมา ขณะที่ลูกสาวของตนเองขับขี่รถจักรยานยนต์ออกมาจากบ้านพร้อมคุณครูสอนพิเศษ ในหมู่บ้านที่อยู่ใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุ โดยนำกระเป๋าสตางค์ที่ภายในมีเงินอยู่ประมาณ 20,000 บาท พร้อมด้วยเอกสารสำคัญที่เหน็บไว้ที่รักแร้แล้วหล่นหายไป   พอทราบว่ากระเป๋าสตางค์หายตนเองจึงได้เข้าไปแจ้งความที่ สภ.เมืองอ่างทอง พร้อมขอภาพวงจรปิดจากศูนย์ควบคุมและอำนวยความปลอดภัยการท่องเที่ยวจังหวัดอ่างทอง และศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 ซึ่งมีกล้องวงจรปิดติดตั้งไว้รอบเมือง   พบว่าในช่วงเวลาดังกล่าวบริเวณแยกเรือนจำ จับภาพชายขับขี่รถจักรยานยนต์ ในชุดกีฬา จอดรถจักรยานยนต์ตรงจุดกลับรถ แล้วเดินไปเก็บสิ่งของที่ตกอยู่ที่พื้นถนนฝั่งตรงข้าม ก่อนที่จะนำมาเปิดดูแล้วเก็บไว้ที่ตัวก่อนที่จะขี่รถจักรยานยนต์ออกไป ตนเองจึงได้ปรึกษากับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แนะนำตนเองว่า หากบุคคลที่กล้องวงจรปิดนำไปจริง ก็จะมีหลักฐานสามารถเอาผิดได้   เบื้องต้นทราบแล้วว่าเป็นรถยี่ห้อใด สีใด และชุดกีฬาที่สวมใส่ พร้อมหมายเลขทะเบียน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสามารถที่จะติดตามตัวมาดำเนินคดีได้ไม่ยาก เพียงแต่ยังไม่ทราบเจตนาของผู้ที่เก็บได้ว่าจะนำมาคืนให้หรือไม่ เนื่องจากในกระเป๋าสตางค์นอกจากจะมีเงินแล้วยังมีเอกสารสำคัญหลายอย่าง   แต่ถ้าหากยังไม่นำมาคืนภายในวันจันทร์ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ตนเองและลูกสาวมาแจ้งความดำเนินคดีกับบุคคลดังกล่าว โดยตนเองหวังว่าคนที่เก็บกระเป๋าสตางค์ของลูกสาวได้คงจะต้องนำมาคืน จึงได้โพสต์ข้อความดังกล่าวทางสื่อออนไลน์ให้นำมาคืน จะได้ไม่ต้องเดือดร้อนที่นำมาคืน จะดีกว่าที่จะถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vGzEEaYPjqU

 2,635
ข่าวภูมิภาค
27 ม.ค. 62

ลมพัดต้นประดู่ ล้มทับซุ้มทางเดินโรงเรียน จ.อ่างทอง พังเสียหาย

วันที่ 27 ม.ค. 62 เมื่อเวลา 10.30 น. นายศักดิ์ดา บรรดาศักดิ์ นายอำเภอเมืองอ่างทอง ได้รับรายงานจาก นาย พิเชษฐ์ เกศวงศ์ รองผู้อำนวยการโรงเรียนอ่างทองปัทมโรจน์วิทยาคม ตั้งอยู่เลขที่ 97/2 ม.ที่ 4 ต.บ้านอิฐ อ.เมือง จ.อ่างทอง    โดยเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุลมพัดกระโชกแรง ส่งผลทำให้ต้นประดู่ขนาดใหญ่ ซึ่งมีอายุกว่า 25 ปี ถูกลมพัดจนล้มโค่นลงมาทับซุ้มทางเดินเข้าโรงเรียนได้รับความเสียหาย ตั้งแต่หน้า อาคาร 6 ไปจนถึงตึกอำนวยการ รวมระยะทางยาวกว่า 150 เมตร    นายพิเชษฐ์ กล่าวว่า หลังจากที่ได้รับรายงาน จึงได้รายงานให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องทราบ ซึ่งสาเหตุของการเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ตนคิดว่าต้นประดู่ที่ปลูกอยู่บริเวณหน้าอาคาร 6 เป็นต้นประดู่ที่ถูกขุดขึ้นมาปลูกตอนสร้างอาคารเสร็จจึงไม่มีรากแก้วและมีกิ่งก้านสาขาจำนวนมาก ประกอบกับมีต้นพลูด่างขึ้นแซม เมื่อถูกลมกระโชกแรงจึงโค่นลงมาทั้งราก และล้มทับซุ้มหลังคาทางเดินได้รับความเสียหาย    โชคดีที่เหตุการณ์เกิดขึ้นในวันหยุดเรียนที่ไม่มีนักเรียนและรถยนต์จอดอยู่ ส่วนค่าเสียหายคาดว่าจะต้องใช้งบประมาณในการซ่อมแซมอย่างเร่งด่วนในครั้งนี้ ประมาณ 150,000 บาท โดยจะต้องทำการถอดชิ้นส่วนของซุ้มหลังคาออกเป็นชิ้น และทำการตั้งเสาประกอบขึ้นมาใหม่ เพื่อให้นักเรียนใช้เดินเข้าโรงเรียนหลบแดดหลบฝนได้ตามปกติ เบื้องต้นทางอำเภอเมืองอ่างทอง ได้ส่งผู้ใหญ่บ้าน และทางเจ้าหน้าที่เดินทางมาตรวจสอบความเสียหายแล้ว   ทางด้าน นาย ศิริพงศ์ สุเมฆะกุล รองนายกเทศมนตรี องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านอิฐ ได้เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ เตรียมนำรถกระเช้าพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เข้ามาทำการช่วยเหลือตัดกิ่งไม้ที่ปลูกอยู่ใกล้อาคารภายในโรงเรียนให้ดูสวยงาม เพื่อลดแรงปะทะของลม      

 1,454
ข่าวภูมิภาค
21 ม.ค. 62

เจ้าภาพไม่ขำ ได้แบงก์กาโม่ใส่ซองงานศพ ถ้าจะใส่แบบนี้ไม่ต้องใส่เลยดีกว่า

อ่างทอง-นางละออง ยิ้มเนียน อายุ 61 ปี ชาวบ้านตำบลท่าช้าง อำเภอวิเศษชัยชาญ ซึ่งเป็นเจ้าภาพงานศพแม่หวาน ม่วงชุม อายุ 85 ปี ที่เสียชีวิตด้วยโรคชรา และทำการฌาปนกิจศพ ณ เมรุวัดสี่ร้อย เมื่อวันที่ 19 ม.ค.ที่ผ่านมา แล้วมีชาวบ้านได้มาร่วมงานฌาปนกิจศพจำนวนมาก พร้อมมีการนำซองมาช่วยงานศพกับทางเจ้าภาพตามประเพณีไทย   เมื่อเสร็จจากงานแล้วทางเจ้าภาพได้ทำการแกะซองที่ชาวบ้านได้นำมาช่วยงาน พบว่ามีซองจดหมายสีฟ้าด้านในบรรจุแบงก์กาโม่ นำมาช่วยงานในครั้งนี้ จำนวน 3 ซอง โดยมีแบงก์กาโม่ฉบับละ 1,000 บาท ที่เขียนชื่อ และสถานที่วัดแห่งหนึ่ง จำนวน 2 ซอง ส่วนอีก 1 ซอง ไม่ได้เขียนชื่อ ด้านในบรรจุแบงก์กาโม่ 500 บาท   นางละอองเล่าให้ฟังว่า หลังจากเสร็จงานศพของคุณแม่แล้ว ทางญาติก็ได้ทำการแกะซองที่ชาวบ้านนำมาช่วยงานศพของคุณแม่ แล้วก็ตกตกใจถึงกับอึ้งไปเลย เมื่อพบว่ามีแบงก์กาโม่ จำนวน 3 ซอง ซึ่งตนเองและทางญาติพี่น้องรู้สึกงงมาก ว่ามีการทำแบบนี้กันด้วยหรือ โดยไม่รู้ถึงเจตนาของผู้ให้ว่ามีเจตนาและคิดอย่างไร หรือว่าจะเป็นคนที่สติไม่ค่อยดีมาช่วยงาน แล้วไม่มีเงินจึงหาแบงก์กาโม่ใส่ซองมาช่วยงาน   บางทีก็คิดว่ามีชาวบ้านฝากซองลูกหลานมาช่วยงาน แล้วได้แกะซองเอาเงินออกเปลี่ยนเป็นแบงก์กาโม่แทน และยังมีการเขียนชื่อคนและสถานที่วัดแห่งหนึ่งเอาไว้ที่บริเวณหน้าซองอีกด้วย จำนวน 2 ซอง โดยมีลายมือคล้ายกัน ในส่วนของชื่อที่เขียนอยู่บนซองนั้น ซึ่งจากการตรวจดูเบื้องต้นก็ไม่ใช้ญาติและคนที่เคยรู้จักเลยจะทำให้เขาเสียชื่อเสียงได้   จึงอยากฝากบอกคนที่นำแบงก์กาโม่มาช่วยงาน ว่าอย่าทำแบบนี้อีกเลยมันไม่ดี หากจะมาร่วมงานแล้วไม่มีเงินก็มาด้วยหัวใจจะดีกว่า และอย่าไปทำกับงานของคนอื่นอีกเลย ขอให้งานญาติของตนเองเป็นงานสุดท้ายที่ได้รับแบงก์กาโม่มาช่วยงาน ส่วนตนเองไม่ได้คิดอะไรมาก แต่มันจะไม่ดีกับคนที่ทำ และก็งงมากที่ได้รับแบงก์กาโม่ช่วยงาน โดยที่ผ่านมามีชาวบ้านในหมู่บ้านเดียวกันก็เคยได้รับแบงก์กาโม่ช่วยงานมาศพมาแล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/CoFGXVU-Gbo

 4,583
ข่าวภูมิภาค
11 ม.ค. 62

แตกตื่นฝูงควายกว่า 40 ตัวหลุดจากคอก ออกมาเดินตามถนนชมเมืองอ่างทอง

อ่างทอง-ชาวบ้านแจ้งพบฝูงควายจำนวนมากราว 40 ตัว ออกมาเดินอยู่บริเวณแยกเรือนจำ ถนนสายโพธิ์พระยา – ท่าเรือ อำเภอเมืองอ่างทอง ส่งผลทำให้การจราจรตั้งแต่แยกเรือนจำมีรถติดขัดสะสมหนาแน่น โดยเหมือนกับว่าฝูงควายฝูงดังกล่าวกำลังเดินชมความเจริญของเมืองอ่างทอง   ทำให้ชาวบ้านต่างอยู่ในอาการตื่นตกใจกันเป็นจำนวนมาก ชาวบ้านบางรายถึงกับใช้โทรศัพท์ถ่ายรูปลงสื่อสังคมออนไลน์ ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงกระจายกำลังกันช่วยต้อนฝูงควายให้เดินอยู่ริมถนน พร้อมช่วยจัดการจราจรไม่ให้รถติดขัด จนมีเจ้าของฝูงควายตามมาต้อนกลับเข้าคอกที่ตั้งอยู่ห่างออกไปประมาณ 2 กิโลเมตร   ด้านเจ้าของควายเล่าว่า ตนเองมีคอกควายอยู่บริเวณหลังเรือนจำจังหวัดอ่างทอง ทำการเลี้ยงควายจำนวน 1 ฝูง อยู่ประมาณ 60 ตัว โดยควายฝูงดังกล่าวได้หลุดคอกออกมาประมาณ 40 ตัว ซึ่งตนเองก็ไม่ทราบว่าฝูงควายหลุดมาได้อย่างไร ออกมาเดินบนถนนสร้างความวุ่นวายและตื่นตกใจให้กับประชาชนที่อยู่ตลอด 2 ข้างทาง และประชาชนที่ใช้รถผ่านสัญจรไปมากว่า 3 กิโลเมตร หลังจากที่คนงานมาบอกตนเองพร้อมคนงาน จึงได้ขี่รถจักรยานยนต์ออกจากคอกมาไล่ต้อนควายฝูงดังกล่าวกลับเข้าคอกได้อย่างปลอดภัย   ด้านพ่อค้าหน้าโรงเรียนสตรีอ่างทอง เปิดเผยว่า เห็นฝูงควายจำนวนมากเดินมาตามถนน ในตอนแรกตนเองรู้สึกตกใจเพราะไม่เคยเห็นฝูงควายจำนวนมากออกมาเดินบนถนนหลวงมาก่อน แต่ฝูงควายก็ไม่ได้ทำอันตรายใดๆ เพียงแต่เดินผ่านไป และทำให้มีการจราจรติดขัดไม่มากพอเคลื่อนตัวได้ จนมีเจ้าของและเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้ามาช่วยต้อนฝูงควายออกไปจากถนน   ทางด้านเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เดินทางไปทำการช่วยเหลือทางด้านการจราจร และช่วยต้อนฝูงควายกลับเข้าคอก ซึ่งต้องใช้ความระมัดระวังเพราะเกรงว่าฝูงควายจะตื่นตกใจ เกิดไปทำอันตรายกับประชาชนที่สัญจรผ่านไปมาบนถนนดังกล่าว และกลัวว่าฝูงควายจะถูกรถยนต์ชนจนได้รับบาดเจ็บ จึงได้ต้อนฝูงควายจากถนนหลวงเข้าไปในที่ดินร้าง เพื่อที่จะเดินลัดเข้าคอกที่เคยอยู่หลังจากออกมาเดินชมความเจริญในเมืองต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/bQAOIFpr1j8

 1,466
ข่าวสีสัน
08 ม.ค. 62

หนูน้อยหุ่นหมี อวดลีลาเป็นดีเจเปิดเพลงแซ่บหลาย ไม่แพ้มืออาชีพ

อ่างทอง-มีการแชร์คลิปดีเจวิว หนุ่มน้อยวัย 10 ที่หุ่นอวบอวดโชว์ลีลาน่ารักเปิดเพลงได้แซ่บหลาย   จากการตรวจสอบพบว่าเด็กในคลิป คือ เด็กชายธัยยธรณ์ โพธิ์มณี อายุ 10 ปี นักเรียนชั้นประถม 4 ที่มีลีลาการเปิดเพลงสวมบทบาทเป็นดีเจ ทั้งลีลาท่าทางคำพูดไม่ต่างจากมืออาชีพ จนมียอดแชร์ยอดไลค์กระหน่ำสนั่นโซเชียลในจังหวัดอ่างทอง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/d63J7oK-do0

 3,413
ข่าวภูมิภาค
03 ธ.ค. 61

แก๊งรุ่นใหญ่ไฟกะพริบร่วมงานเลี้ยงรุ่น ใส่ชุด นร.ย้อนวัยศิษย์เก่ารุ่นแรก ร.ร.อ่างทอง

อ่างทอง-ฮือฮา ผู้สูงวัยอายุเกิน 50 ปี ย้อนวันวานแต่งชุดนักเรียน ร่วมงานเลี้ยงศิษย์เก่า โรงเรียนวิเศษไชยชาญ ตันติวิทยาภูมิ ตำบลไผ่จำศิล อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง   โดยที่แต่ละคนที่มาร่วมงานในครั้งนี้ล้วนแล้วแต่เป็นรุ่นใหญ่ไฟกะพริบอายุเกิน 50 ปี กันทุกคน โดยเฉพาะศิษย์เก่ารุ่นแรกปี พ.ศ.2517 ที่มาร่วมงานใส่ชุดนักเรียนแบบจัดเต็ม ร่วมกันร้องรำทำเพลงโชว์ลีลาการเต้นอย่างสนุกสนาน พร้อมถ่ายรูปร่วมกันก่อนแชร์ในสังคมออนไลน์ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/XneAO3CHhFQ

 2,534
ข่าวภูมิภาค
28 พ.ย. 61

กระบะวูบชนท้ายสิบล้อ เสียชีวิต 2 บาดเจ็บอีก 3

วันที่ 28 พ.ย.61 เมื่อเวลา 6.30 น. ร.ต.อ. ธีรภัทร ป้องเรือ รองสารวัตรสอบสวน สภ.ไชโย ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถยนต์กระบะชนท้ายรถบรรทุกสิบล้อ บริเวณถนนสายเอเชียขาขึ้นนครสวรรค์ กม 58+300  ม.4 ต.จรเข้ร้อง อ.ไชโย จ.อ่างทอง    ที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะ สีบอนด์เงิน มีนายสุคนธ์ ดวงดาว อายุ 31 ปี เป็นคนขับ ชนท้ายรถบรรทุกสิบล้อ สภาพด้านหน้าอัดติดอยู่กับท้ายรถบรรทุกสิบล้อขนเศษแก้ว    ตรวจสอบในที่เกิดเหตุมีผู้เสียชีวิต 2 ราย และมีคนเจ็บ 3 ราย เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เร่งนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาลไชโยเพื่อทำการรักษาต่อ โดยผู้เสียชีวิตรายแรกคือนายปราโมทย์ ดวงดาว ซึ่งเป็นพ่อของคนขับได้นั่งในกระบะ และช่วงเกิดชนท้าย ได้กระเด็นตกจากรถและถูกรถที่ตามมาทับร่าง รายที่ 2 ได้นั่งอยู่เบาะด้านหน้าฝั่งซ้ายรถถูกอัดก๊อปปี้ สภาพศพมีแผลฉีกขาดที่ลำคอ และมีผู้บาดเจ็บ 3 ราย โดยทั้งหมดเป็นญาติกัน   จากการสอบถาม นายยงยุทธ กิตติสากล อายุ 60 ปี คนขับรถบรรทุกสิบล้อ เล่าว่า ตนได้ขับรถขนเศษขวดเศษแก้วมาจาก จ.บุรีรัมย์ เพื่อที่จะเอามาส่งลงที่ จ.อ่างทอง ระหว่างถึงที่เกิดเหตุตนได้ขับมาเพื่อที่จะเลี้ยวรถยูเทรนกลับและได้ยินเสียงดังมาทางด้านหลังตนจึงชะลอรถเข้าข้างทาง แต่พอลงมาดูจึงรู้ว่ารถกระบะได้มาชนท้ายรถตนแล้ว   ด้านนายสุคนธ์ คนขับรถกระบะ เล่าว่า ตนและญาติเดินทางมาจากกรุงเทพฯ ไปทำงานที่ จ.พิษณุโลก เพื่อจะไปเก็บงานให้เจ้านาย เมื่อขับรถมาถึงใกล้จุดเกิดเหตุ ตนรู้สึกวูบไปแป๊ปนึง พอรู้ตัวอีกทีก็ชนเข้าไปที่ท้ายรถแล้ว  

 5,252
การเมืองเข้มข้น
27 พ.ย. 61

ชาติไทยพัฒนาให้เกียรติ ตระกูลปริศนานันทกุล ไม่ส่ง ส.ส.พื้นที่อ่างทอง

พรรคชาติไทยพัฒนา น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค บอกว่า เมื่อวันสุดท้ายมีคนรุ่นใหม่กว่า 100 คน มาสมัครเป็นสมาชิกพรรค   ส่วนสองพี่น้องตระกูลปริศนานันทกุล น.ส.กัญจนา บอกว่า เคารพการตัดสินใจของทั้งสองคน และเพื่อให้เกียรติครอบครัวปริศนานันทกุล ทางพรรคจะไม่ส่ง ส.ส. ในพื้นที่ จ.อ่างทอง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zUVCwtEPOAw

 3,249
ข่าวภูมิภาค
15 พ.ย. 61

อ่างทองคุมเข้ม! แรงงานต่างด้าว สนธิกำลังออกตรวจใบอนุญาตการทำงาน

จังหวัดอ่างทองคุมเข้มแรงงานต่างด้าว สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ออกตรวจใบอนุญาตการทำงานของแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ   วันที่ 15 พ.ย. 2561 ที่บริเวณสถานที่ก่อสร้างห้างโลตัส สาขาอ่างทอง ทางเจ้าหน้าที่แรงงานจังหวัด จัดหางานจังหวัดอ่างทอง เจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสังคม และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง  ทำการออกตรวจใบอนุญาตการทำงานของแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ ได้แก่ เมียนมา กัมพูชาและลาว หลังพ้นกำหนดการออกใบอนุญาตทำงานเมื่อ 30 มิ.ย.61 ที่ผ่านมา ตามนโยบายของรัฐบาลและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานโดยได้ทำการตรวจใบอนุญาตการทำงานของแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ โดยจุดแรกบริเวณสถานที่ก่อสร้างตัวอาคาร ซึ่งมีแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานในบริเวณนี้อยู่หลายคน    โดยเจ้าหน้าที่ให้ทางนายจ้างผู้ประกอบการเรียกแรงงานต่างด้าวที่ยังไม่เข้าทำงานตรวจก่อน หลังจากนั้นก็ให้แรงงานต่างด้าวที่กำลังทำงานทยอยมาทำการตรวจใบอนุญาตการทำงาน โดยไม่ให้งานของผู้ประกอบการหยุดชะงักและทำการตรวจอย่างละมุนละม่อมอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่เพียงพอในการตรวจเพื่อที่จะให้แรงงานต่างด้าวได้ทำงานต่อไปได้    จากผลการตรวจบริเวณก่อสร้างตัวอาคารห้างโลตัส ซึ่งมีแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานในบริเวณนี้มีใบอนุญาตการทำงานของแรงงานต่างด้าวถูกต้องตามกฏหมายทุกคน    นางสาวธีรานาฏ ปิยวินท์ แรงงานจังหวัดอ่างทอง กล่าวว่า ทางจังหวัดอ่างทองได้จัดชุดปฏิบัติการออกตรวจสถานประกอบการและแรงงานต่างด้าวออกตรวจตามนโยบายของรัฐบาลและและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ออกตรวจนายจ้างที่จ้างแรงงานต่างด้าวผิดกฏหมายและแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบทำงานผิดกฏหมาย เพื่อที่จะนำมาดำเนินคดีตามกฏหมายโดยเราจะดำเนินการตรวจอย่างต่อเนื่อง

 1,312
ข่าวภูมิภาค
10 พ.ย. 61

สลด! หนุ่มใหญ่เสียชีวิต หลังหมอให้กิน 'ยาฆ่าพยาธิสุนัข' สัตวแพทย์เผยเป็นยาอันตราย ปศุสัตว์ห้ามใช้-ไม่มีทะเบียน

วานนี้ (9 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ จ.อ่างทอง เกิดเหตุชายอายุ 58 ปีเกิดอาการท้องเสียแล้วไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.อ่างทอง แล้วเสียชีวิต โดยภรรยาผู้ตายระบุว่า หมอแจ้งว่าสามีป่วยเป็นโรคพยาธิในตับแล้วให้ญาติไปซื้อยาฆ่าพยาธิสุนัขมาให้กินจนกระทั่งอาการทรุดเสียชีวิต ทำให้ครอบครัวเกิดความสงสัยว่าฆ่าพยาธิสุนัขให้คนกินได้ด้วยหรือ   โดยเรื่องนี้ นางประภาพร อายุ 58 ปี ภรรยาผู้ตาย เปิดเผยเรื่องที่เกิดขึ้นว่า เมื่อวันที่ 25 ต.ค.ที่ผ่านมา สามีเกิดอาการท้องเสียจึงพาไปหาหมอที่ ร.พ.แห่งหนึ่งในจ.อ่างทอง หมอตรวจแล้วแจ้งว่าป่วยเป็นโรคพยาธิในตับจากนั้นให้นอนพักรักษาตัวอยู่ที่ร.พ. แต่เมื่อผ่านไป 1 สัปดาห์อาการก็ยังไม่ดีขึ้น หมอเจ้าของไข้มาตรวจแล้วบอกว่าพยาธิที่อยู่ในร่างกายของสามี ยาที่มีอยู่ไม่สามารถรักษาได้แล้วบอกให้ญาติไปซื้อยาฆ่าพยาธิของสุนัขมาให้กิน โดยหมอจดชื่อตัวยามาให้เรียบร้อย จึงให้หลานออกไปซื้อที่ร้านขายยาในตลาดอ่างทอง   ตอนหมอบอกให้ไปซื้อฆ่าพยาธิของสุนัข ก็ยังถามหมออยู่ว่า ยาของหมาจะใช้กับคนได้หรือ แต่เมื่อหมอแจ้งว่าให้ไปซื้อมา ตนก็เชื่อจึงให้หลานไปซื้อมา 2 กล่อง โดย 1 กล่องมี 10 เม็ด หมอบอกต้องกิน 14 เม็ด เมื่อซื้อมาแล้วก็นำยาไปให้พยาบาล แล้วก็เห็นพยาบาลเอาไปบดผสมน้ำ 1 กล่อง จากนั้นเอาให้ตนเอาไปกรอกทางสายยาง ซึ่งก็ยังถามย้ำไปว่ายาหมาใช้กับคนได้เหรอ หมอก็บอกว่าได้ เมื่อกรอกให้สามีสักพัก ปรากฏว่าสามีเกิดอาการแน่นิ่งไปจนหมอต้องมาปั๊มหัวใจ สุดท้ายก็เสียชีวิตในที่สุด โดยแพทย์ชันสูตร ระบุว่า สาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากการติดเชื้อในกระแสเลือด หลังจากเสร็จงานศพก็ได้ปรึกษาครอบครัว และสงสัยว่ายาฆ่าพยาธิสุนัขสามารถใช้กับคนได้หรือไม่ และทำให้เสียชีวิตได้หรือไม่โดยอยากให้โรงพยาบาลออกมาชี้แจง และแสดงความรับผิดชอบด้วย   ด้านแพทย์หญิง ดรุณี งามภู่พันธ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ โรงพยาบาลอ่างทอง ได้แถลงถึงกรณีดังกล่าว ว่าการใช้ยาถ่ายพยาธิกับผู้ป่วย คือ นายแสวง เกตุเม้า อายุ 60 ปี ยาถ่ายพยาธิที่ให้ผู้ป่วยมีตัวยารักษาได้ และให้ผู้ป่วยไปเพียงเศษ 1 ส่วน 4 ของยา เนื่องจากผู้ป่วยท้องอืดและใช้เครื่องช่วยหายใจจึงให้ยาทางสายยางลงกระเพราะ และทางญาติได้ขอนำผู้ป่วยกลับบ้านก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา   โดยนายแสวง มีประวัติโรคประจำตัวไตวายระดับ 4 โรคความดันโลหิตสูง โรคเก๊าท์ และในวันที่ 26 ตุลาคมเวลา 17.00 น. ผู้ป่วยมาที่โรงพยาบาลด้วยอาการท้องเสียมา 2 วัน มีภาวะความดันโลหิตต่ำและตรวจพบเชื้อในกระแสโลหิต และภาวะไตวายเฉียบพลันร่วมด้วย แพทย์จึงให้นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลโดยให้ยาปฏิชีวนะเพื่อรักษาภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด และน้ำเกลือเพื่อพยุงความดันโลหิต   วันที่ 27 ตุลาคม ผู้ป่วยผู้ป่วยมีไข้หัวใจเต้นเร็วผิดปกติประมาณ 160-170 ครั้งต่อนาที สั่งตรวจอุจจาระพบพยาธิตัวกลม ซึ่งเป็นพยาธิตัวกลมชนิดหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นได้ทั้งในคนและสัตว์ แพทย์จึงรักษาไปตามมาตรฐานโดยใช้ยาถ่ายพยาธิ   วันที่ 30 ตุลาคม แพทย์ตรวจเลือดผู้ป่วยพบมีภาวะเลือดแข็งในหลอดเลือดแบบแพร่กระจายและติดเชื้อทางกระแสเลือดและยังมีอาการท้องเสียแพทย์จึงให้รักษาอาการคือผู้ป่วยมีภาวะเกร็ดเลือดต่ำจึงให้เกร็ดเลือด   วันที่ 31 ตุลาคม ผู้ป่วยหายใจเร็วขึ้นมีการหอบหัวใจเต้นเร็วไม่ตอบสนองต่อการรักษา แพทย์จึงเปลี่ยนแผนการรักษาเปลี่ยนยาปฏิชีวนะที่เหมาะสมขึ้น พร้อมพิจารณาสั่งยาถ่ายพยาธิ ระหว่างรอยาผู้ป่วยมีอาการหอบหืดมากจึงใส่เครื่องช่วยหายใจในเวลา 17:30 น.   ต่อมา เวลา 18:00 น. ได้ให้ยาถ่ายพยาธิทางสายยางให้อาหารเนื่องจากคนไข้ใส่ท่อช่วยหายใจโดยให้ยาคนไข้เพียงเศษหนึ่งส่วนสี่เม็ดเท่านั้นหรือเท่ากับ 200 ไมโครกรัมซึ่งน้อย จากปริมาณยาที่ควรให้ เนื่องจากผู้ป่วยไม่สามารถรับยาได้เพราะมีอาการท้องอืดมาก จากนั้นผู้ป่วยมีความดันโลหิตต่ำแพทย์จึงให้ยาเพิ่มความดัน ต่อมาผู้ป่วยมีอาการกระสับกระส่ายแพทย์จึงสั่งเอกซเรย์ปอดพบมีภาวะน้ำเกินในปอดปอดบวมน้ำน้ำคั่งในปอด   วันที่ 1 พฤศจิกายน ผู้ป่วยมีอาการทรงตัว เวลา 14:00 น. ผู้ป่วยมีอาการหัวใจหยุดเต้นแพทย์จึงได้ช่วยฟื้นคืนชีพและรักษาตามอาการ   วันที่ 2 พฤศจิกายน เวลา 10.00 น. ผู้ป่วยไม่รู้สึกตัวแพทย์ได้อธิบายอาการและภาวะของโรคอีกครั้งญาติจึงขอนำผู้ป่วยกลับบ้าน และไปเสียชีวิตต่อที่บ้านในเวลาต่อมา   ซึ่งนายแสวง เกตุเม้า อายุ 60 ปี ได้เสียชีวิตที่บ้านในวันที่ 2 ตุลาคม และเผาวัน 7 พ.ย. และทางโรงพยาบาลอ่างทองจะเข้าไปตรวจเยี่ยมให้กำลังใจพร้อมทำความเข้าใจ แก่ นางประภาพร เกตุเม้า หรือ ป้าออด ต่อไป   ด้านนายสัตวแพทย์อนัต สิงหาราโท ได้กล่าวว่า ในสุนัขตัวยา EN – DEX 8000 มันเป็นยาที่ปศุสัตว์ได้ห้ามใช้ ซึ่งยาตัวนี้ไม่มีทะเบียนไม่มี อย. แต่ว่าถ้าจะต้องใช้ยาตัวนี้จริง ๆ จะต้องใช้ในการระมัดระวัง แต่ตัวยานี้ได้ตัดออกจากรายการของยาปศุสัตว์ไปแล้ว ส่วนในคนถ้าเป็นยาสุนัขก็ไม่น่าจะนำมาเกี่ยวข้องกัน ยาสุนัขก็ควรจะใช้แต่ในสุนัข ซึ่งยาตัวนี้ข้าง ๆ กล่องก็เขียนว่ายาอันตรายอยู่แล้ว และใช้เฉพาะในสัตว์ห้ามใช้ในคน ส่วนมาตรฐานของยาตัวนี้ ไม่ได้มาตรฐานเท่าคน และโดสที่จะใช้ในคนและสัตว์ก็ต่างกันอยู่แล้ว แต่ในคนอาจจะใช้มากขึ้น แต่ต้องขึ้นอยู่กับดุลพินิจของหมอ ส่วนทาวงด้านผลข้างเคียงของตัวยานี้ ในสัตว์ ตัวยานี้จะซึมผ่านเหยื่อหุ้มสมองได้ดีมาก ถ้าใช้ในสัตว์ในปริมาณมากเกินไป จะมีผลข้างเคียงทางประสาท จะทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง ประสาทการมองเห็นพร่ามมัว ถึงขั้นทำให้ตาบอด แต่ถ้าโอเวอร์โดสมาก ๆ ก็จะทำให้เป็นอัมพฤษ์อัมพาต และจะทำให้หัวใจวายและเสียชีวิต         ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/W-gXFg28v_s

 10,839

Top