ค้นหา :

ผลการค้นหา "โรงพัก"

ข่าวภูมิภาค
20 ม.ค. 63

วัยรุ่นเชียงใหม่มีเรื่องกันในผับ ก่อนยกพวกตามมาถล่มคู่อริบนโรงพัก

เชียงใหม่-เกิดเหตุทะเลาะวิวาทกันในโรงพัก สภ.ช้างเผือก เชียงใหม่ และพบว่ามีกลุ่มชายฉกรรจ์จำนวนกว่า 10 คน ยังคงล้อมโรงพักไว้ ส่วนคู่กรณีจำนวน 2 คนได้หนีหลบซ่อนอยู่ในตัวอาคารโรงพัก เพราะเกรงจะถูกทำร้าย   จากการสอบถามทราบว่า คู่กรณีทั้งสองนั้น ได้มาเที่ยวสถานบันเทิงใน ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ โดยต่างฝ่ายต่างมาด้วยกันข้างละ 3 คน และได้มีการหาเรื่องกัน กรณีมองหน้ากัน อีกฝ่ายกลุ่ม นาย ก. (นามสมมติ) ได้ถามหาเรื่องก่อน โดยถามกลุ่มของ นาย ข. (นามสมมติ) ว่า มองหน้าทำไม ทำให้อีกฝ่ายหนึ่งก็ไม่ยอม จึงเกิดทะเลาะวิวาทชกต่อยกัน ในร้านดังกล่าว   ต่อมาได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจมาตรวจสอบ และได้ยึดบัตรประจำตัวประชาชนแล้วให้ไปเอาบัตรคืนที่โรงพัก โดยฝ่ายนาย ก. ก็ได้ไปรอที่โรงพัก ส่วนกลุ่มของ นาย ข. ได้ไปตามเอาพรรคพวกมาเพื่อจะแก้แค้นถึงโรงพักและเข้าทำร้าย   กลุ่มของนาย ก. เห็นท่าไม่ดี จึงได้พากันวิ่งหนีขึ้นไปบนตัวอาคาร ซึ่งขณะนั้นมีตำรวจประจำบนโรงพัก แต่ก็คุมสถานการณ์ไม่อยู่ ต่อมาทางตำรวจ สภ.ช้างเผือก ได้แจ้งให้กับตำรวจสายตรวจและฝ่ายปกครอง เดินทางมาคุมสถานการณ์ที่โรงพัก เพื่อไม่ให้เรื่องบานปลายไปกว่านี้   ต่อมาผู้ปกครองของ กลุ่มนาย ข. และได้เข้าเจรจากับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยบอกว่า กลุ่มของนาย ก. ได้รุมลูกของตน 3 ต่อ 1 แต่อีกฝ่ายก็ยืนยันว่า ไม่ได้รุม มีด้วยกัน 3 ต่อ 3 และพร้อมให้มีการไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่สถานบันเทิงและโรงพักเพื่อให้กระจ่าง   อย่างไรก็ตามเพื่อไม่ให้เหตุการณ์บานปลาย ทางตำรวจจึงได้ให้กลุ่มของ นาย ข. เซ็นใบไปตรวจร่างกาย กรณีแจ้งว่า ถูกทำร้ายก่อน ส่วนกลุ่มนาย ก. ทางตำรวจยังคงให้อยู่ที่โรงพักก่อนเนื่องจาก กลุ่มพรรคพวกของนาย ข ยังคงวนเวียนอยู่ข้างนอกโรงพัก เกรงจะได้รับอันตราย   ทั้งนี้ทางตำรวจได้แจ้งว่า เป็นการทะเลาะวิวาทกันธรรม ที่บนโรงพักไม่มีทรัพย์สินอะไรเสียหาย ตอนนี้ก็ได้ให้อีกฝ่ายหนึ่งที่อ้างว่าถูกทำร้ายร่างกายไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลแล้ว และให้นำผลมาให้กับพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการกันต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jK2lKPix_ew

 3,596
สังคม
20 ม.ค. 63

วัยรุ่นเชียงใหม่มีเรื่องกันในผับ ก่อนยกพวกตามมาถล่มคู่อริบนโรงพัก

เชียงใหม่-เกิดเหตุทะเลาะวิวาทกันในโรงพัก สภ.ช้างเผือก เชียงใหม่ และพบว่ามีกลุ่มชายฉกรรจ์จำนวนกว่า 10 คน ยังคงล้อมโรงพักไว้ ส่วนคู่กรณีจำนวน 2 คนได้หนีหลบซ่อนอยู่ในตัวอาคารโรงพัก เพราะเกรงจะถูกทำร้าย   จากการสอบถามทราบว่า คู่กรณีทั้งสองนั้น ได้มาเที่ยวสถานบันเทิงใน ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ โดยต่างฝ่ายต่างมาด้วยกันข้างละ 3 คน และได้มีการหาเรื่องกัน กรณีมองหน้ากัน อีกฝ่ายกลุ่ม นาย ก. (นามสมมติ) ได้ถามหาเรื่องก่อน โดยถามกลุ่มของ นาย ข. (นามสมมติ) ว่า มองหน้าทำไม ทำให้อีกฝ่ายหนึ่งก็ไม่ยอม จึงเกิดทะเลาะวิวาทชกต่อยกัน ในร้านดังกล่าว   ต่อมาได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจมาตรวจสอบ และได้ยึดบัตรประจำตัวประชาชนแล้วให้ไปเอาบัตรคืนที่โรงพัก โดยฝ่ายนาย ก. ก็ได้ไปรอที่โรงพัก ส่วนกลุ่มของ นาย ข. ได้ไปตามเอาพรรคพวกมาเพื่อจะแก้แค้นถึงโรงพักและเข้าทำร้าย   กลุ่มของนาย ก. เห็นท่าไม่ดี จึงได้พากันวิ่งหนีขึ้นไปบนตัวอาคาร ซึ่งขณะนั้นมีตำรวจประจำบนโรงพัก แต่ก็คุมสถานการณ์ไม่อยู่ ต่อมาทางตำรวจ สภ.ช้างเผือก ได้แจ้งให้กับตำรวจสายตรวจและฝ่ายปกครอง เดินทางมาคุมสถานการณ์ที่โรงพัก เพื่อไม่ให้เรื่องบานปลายไปกว่านี้   ต่อมาผู้ปกครองของ กลุ่มนาย ข. และได้เข้าเจรจากับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยบอกว่า กลุ่มของนาย ก. ได้รุมลูกของตน 3 ต่อ 1 แต่อีกฝ่ายก็ยืนยันว่า ไม่ได้รุม มีด้วยกัน 3 ต่อ 3 และพร้อมให้มีการไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่สถานบันเทิงและโรงพักเพื่อให้กระจ่าง   อย่างไรก็ตามเพื่อไม่ให้เหตุการณ์บานปลาย ทางตำรวจจึงได้ให้กลุ่มของ นาย ข. เซ็นใบไปตรวจร่างกาย กรณีแจ้งว่า ถูกทำร้ายก่อน ส่วนกลุ่มนาย ก. ทางตำรวจยังคงให้อยู่ที่โรงพักก่อนเนื่องจาก กลุ่มพรรคพวกของนาย ข ยังคงวนเวียนอยู่ข้างนอกโรงพัก เกรงจะได้รับอันตราย   ทั้งนี้ทางตำรวจได้แจ้งว่า เป็นการทะเลาะวิวาทกันธรรม ที่บนโรงพักไม่มีทรัพย์สินอะไรเสียหาย ตอนนี้ก็ได้ให้อีกฝ่ายหนึ่งที่อ้างว่าถูกทำร้ายร่างกายไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลแล้ว และให้นำผลมาให้กับพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการกันต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jK2lKPix_ew

 3,596
สังคม
20 ม.ค. 63

วันรุ่นสุดเหิม! ยกพวกถล่มอริกลางโรงพัก เหตุวิวาทสถานบันเทิง

วัยรุ่นเชียงใหม่เหิมหนักไม่ไว้หน้าตำรวจ ยกพรรคพวกถล่มตีคุ่อริ ถึงบนโรงพักช้างเผือก สาเหตุเขม่นกันในสถานบันเทิงและชกต่อยกัน ก่อนที่ตำรวจนำตัวคู่กรณีมาโรงพัก ขณะที่อีกพวกระดมคนมาทำร้ายกันต่อในโรงพักแถมล้อมไว้จนผู้ปกครองฝ่ายพวกมากมาเจรจาตำรวจปล่อยตัวให้ไปตรวจร่างกยก่อนต่อนเรียกมาดำเนินคดี   เมื่อเวลา 22.00 น วันที่ 19 มค 63 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีเหตุทะเลาะวิวาทกันในโรงพัก สภ.ช้างเผือก เชียงใหม่ และพบว่ามีกลุ่มชายแกรรจ์จำนวนกว่า 10 คน ยังคงล้อมโรงพักไว้ ส่วนคู่กรณีจำนวน 2 คนได้หนีหลบซ่อนอยุ่ในตัวอาคารโรงพัก เพราะเกรงจะถูกทำร้าย   จากการสอบถามทราบว่า คู่กรณีทั้งสองนั้น ได้มาเที่ยวสถานบันเทิงชื่อ ร้าน ฮอม ย่านตลาด เจเจ ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ โดยต่างฝ่ายต่างมาด้วยกันข้างละ 3 คน และได้มีการหาเรื่องกัน กรณีมองหน้ากัน อีกฝ่าย กลุ่ม นาย ก. (นามสมมุติ) ได้ถามหาเรื่อง ก่อน โดยถามกลุ่มของ นาย ข (นามสมมุติ) ว่า มองหน้าทำไม ทำให้อีกฝ่ายหนึ่งก็ไม่ยอม จึงเกิดทะเลาะวิวาทชกต่อยกัน ในร้านดังกล่าว    ต่อมาได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจมาตรวจสอบ และได้ยึดบัตรประจำตัวประชาชนคู่กรณี กลุ่มนาย ก. ไว้ 2 คน ส่วนคู่กรณี กลุ่ม นาย ข. นั้นได้ออกจากร้านไป ทางตำรวจจึงได้ให้คู่กรณีกลุ่มของ นาย ก.ไปเอาบัตรคืนที่โรงพัก โดยฝ่าย นาย ก. ก็ได้ไปรอที่โรงพัก ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งกลุ่มของ นาย ข ได้ไปตามเอาพรรคพวกมาเพื่อจะแก้แค้น โดยได้บุกมายังสถานบันเทิงก่อนและทราบว่า คู่กรณีมายังโรงพักแล้ว จึงได้ยกพวกตามมาที่โรงพักประมาณ 7-8 คน และได้บุกขึ้นไปบนโรงพักและเข้าทำร้ายกลุ่มของ นาย ก และกลุ่มของ นาย ข ก็ได้ยกพวกขึ้นไปสมทบ กลุ่มของนาย ก. เห็นท่าไม่ดี จึงได้พากันวิ่งหนีขึ้นไปบนตัวอาคารซึ่งขณะนั้นมีตำรวจประจำบนโรงพัก แต่ก็คุมสถานการณ์ไม่อยู่    ต่อมาทางตำรวจ สภ.ช้างเผือก ได้แจ้งให้กับตำรวจสายตรวจและฝ่ายปกครอง เดินทางมาคุมสถานการณ์ที่โรงพัก เพื่อไม่ให้เรื่องบานปลายไปกว่านี้   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมาผู้ปกครองของ กลุ่มนาย ข และได้เข้าเจรจา กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยบอกว่า กลุ่มของนาย ก. ได้รุมลูกของตน 3 ต่อ 1 โดยกลุ่มของนาย ข ก็ยืนยันว่า ไม่ได้รุม มีด้วยกัน 3 ต่อ 3 และพร้อมให้มีการไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ร้านบันเทิง ฮอม ได้ เพื่อให้กระจ่าง รวมทั้งกล้องวงจรปิดบนโรงพักด้วย อย่างไรก็ตามเพื่อไม่ให้เหตุการณ์บานปลาย ทางตำรวจจึงได้ให้กลุ่มของ นาย ข เซ็นใบไปตรวจร่างกาย กรณีแจ้งว่า ถูกทำร้ายก่อน ส่วน กลุ่มนาย ข ทางตำรวจยังคงให้อยู่ที่โรงพักก่อนเนื่องจาก กลุ่มพรรคพวกของนาย ข ยังคงวนเวียนอยู่ข้างนอกโรงพัก เกรงจะได้รับอันตราย   ทางตำรวจได้แจงว่า เป็นการทะเลาะวิวาทกันธรรม ที่บนโรงพักไม่มีทรัพย์สินอะไรเสียหาย ตอนนี้ก็ได้ให้อีกฝ่ายหนึ่งที่อ้างว่าถูกทำร้ายร่างกายไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลแล้ว และให้นำผลมาให้กับพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการกันต่อไป

 811
สังคม-อาชญากรรม
20 ธ.ค. 62

บุกช่วยเหยื่ออายุต่ำกว่า 18 ปี ในร้านคาราโอเกะ เข้าข่ายต้องสงสัยค้ากาม พบตั้งอยู่ข้างโรงพัก

มูลนิธิรณสิทธิ์ ช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์ เด็กเเละสตรี พร้อมด้วยกำลังตำรวจปราบปรามการค้ามนุษย์ เเละเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กกรุงเทพ บุกเข้าให้การช่วยเหลือเด็กที่ถูกพาไปทำงานในร้านคาราโอเกะ ซึ่งตั้งอยู่บนถนนหลวงแพ่ง แขวงทับยาว เขตลาดกระบัง    เบื้องต้นเจ้าหน้าที่นำตัวผู้ที่อยู่ในร้าน 8 คน ซึ่งมีทั้งผู้ดูแลร้าน พนักงานภายในร้าน และเด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปี 3 คน ไปสอบสวนคัดแยกที่กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์    โดยประธานมูลนิธิรณสิทธิ์ ช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์ เด็กเเละสตรีนายรณสิทธิ์ เผยชุดสืบสวนได้รับข้อมูลว่าร้านคาราโอเกะแห่งนี้ มีการลักลอบค้าประเวณีเด็ก จึงส่งเจ้าหน้าที่แฝงตัวเข้าไปสืบสวนมานานกว่า 3 เดือน พบมีพนักงานในร้าน มีการเชิญชวนลักษณะคล้ายให้เลือกซื้อประเวณี จึงวางแผนเข้าตรวจค้นและช่วยเหลือ    จากการตรวจสอบหลังเวลา 22.00 น. พบว่ายังมีการให้เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ทำงานในร้าน แม้ไม่พบว่าลักษณะเป็นการค้าประเวณี แต่ก็ให้ลูกค้าโอบกอดเข้าถึงตัวเด็กได้ ซึ่งกรณีดังกล่าวเข้าข่ายเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เด็กและเยาวชน และพ.ร.บ.แรงงาน ชัดเจน นอกจากนี้ยังพบพฤติการณ์เข้าข่ายเป็นการค้ามนุษย์   ส่วนการสอบสวนปากคำผู้ดูแลร้านเบื้องต้น ยืนยันว่า ร้านคาราโอเกะไม่มีให้บริการค้าประเวณีแต่อย่างใด ทั้งนี้ ต้องรอให้ตำรวจ ปคม.พร้อมเจ้าหน้าที่จากสหวิชาชีพ สอบปากคำแยกแยะผู้ที่ตกเป็นเหยื่อให้เสร็จสิ้น จึงจะทราบว่าผู้ที่เป็นเจ้าของร้านและผู้ที่เกี่ยวข้อง ต้องถูกดำเนินคดีในข้อหาในบ้าง    สำหรับร้านคาราโอเกะดังกล่าว พบว่ามีการเปิดเพจเฟซบุ๊กให้บริการมานานไม่ต่ำกว่า 5 ปี ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามทางเข้า สถานีตำรวจนครบาลจรเข้น้อย    ส่วนเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ทั้งหมด พบว่าเป็นคนไทยที่อาศัยอยู่ในที่ราบสูง จังหวัดทางภาคเหนือ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/39cEuC_t_y0

 2,236
สังคม
20 ธ.ค. 62

บุกช่วยเหยื่ออายุต่ำกว่า 18 ปี ในร้านคาราโอเกะ เข้าข่ายต้องสงสัยค้ากาม พบตั้งอยู่ข้างโรงพัก

มูลนิธิรณสิทธิ์ ช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์ เด็กเเละสตรี พร้อมด้วยกำลังตำรวจปราบปรามการค้ามนุษย์ เเละเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กกรุงเทพ บุกเข้าให้การช่วยเหลือเด็กที่ถูกพาไปทำงานในร้านคาราโอเกะ ซึ่งตั้งอยู่บนถนนหลวงแพ่ง แขวงทับยาว เขตลาดกระบัง    เบื้องต้นเจ้าหน้าที่นำตัวผู้ที่อยู่ในร้าน 8 คน ซึ่งมีทั้งผู้ดูแลร้าน พนักงานภายในร้าน และเด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปี 3 คน ไปสอบสวนคัดแยกที่กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์    โดยประธานมูลนิธิรณสิทธิ์ ช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์ เด็กเเละสตรีนายรณสิทธิ์ เผยชุดสืบสวนได้รับข้อมูลว่าร้านคาราโอเกะแห่งนี้ มีการลักลอบค้าประเวณีเด็ก จึงส่งเจ้าหน้าที่แฝงตัวเข้าไปสืบสวนมานานกว่า 3 เดือน พบมีพนักงานในร้าน มีการเชิญชวนลักษณะคล้ายให้เลือกซื้อประเวณี จึงวางแผนเข้าตรวจค้นและช่วยเหลือ    จากการตรวจสอบหลังเวลา 22.00 น. พบว่ายังมีการให้เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ทำงานในร้าน แม้ไม่พบว่าลักษณะเป็นการค้าประเวณี แต่ก็ให้ลูกค้าโอบกอดเข้าถึงตัวเด็กได้ ซึ่งกรณีดังกล่าวเข้าข่ายเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เด็กและเยาวชน และพ.ร.บ.แรงงาน ชัดเจน นอกจากนี้ยังพบพฤติการณ์เข้าข่ายเป็นการค้ามนุษย์   ส่วนการสอบสวนปากคำผู้ดูแลร้านเบื้องต้น ยืนยันว่า ร้านคาราโอเกะไม่มีให้บริการค้าประเวณีแต่อย่างใด ทั้งนี้ ต้องรอให้ตำรวจ ปคม.พร้อมเจ้าหน้าที่จากสหวิชาชีพ สอบปากคำแยกแยะผู้ที่ตกเป็นเหยื่อให้เสร็จสิ้น จึงจะทราบว่าผู้ที่เป็นเจ้าของร้านและผู้ที่เกี่ยวข้อง ต้องถูกดำเนินคดีในข้อหาในบ้าง    สำหรับร้านคาราโอเกะดังกล่าว พบว่ามีการเปิดเพจเฟซบุ๊กให้บริการมานานไม่ต่ำกว่า 5 ปี ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามทางเข้า สถานีตำรวจนครบาลจรเข้น้อย    ส่วนเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ทั้งหมด พบว่าเป็นคนไทยที่อาศัยอยู่ในที่ราบสูง จังหวัดทางภาคเหนือ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/39cEuC_t_y0

 2,236
ข่าวภูมิภาค
05 ธ.ค. 62

อุกอาจ! กลุ่มวัยรุ่นยกพวก บุกเตะก้านคอคู่อริต่อหน้าตำรวจ บนโรงพัก

ตราด - คลิปกล้องวงจรปิดภายในสถานีตำรวจภูธรบ่อไร่ บันทึกภาพเหตุการณ์ขณะที่กลุ่มชายฉกรรจ์ 4-5 คน บุกเข้าไปเตะก้านคอคู่อริ นายภูวดล ลีสีสุข อายุ 29 ปี ขณะที่กำลังเข้าไปแจ้งความดำเนินคดีกับชายฉกรรจ์กลุ่มดังกล่าว    โดยนายภูวดล ระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 9 พฤศจิกายนที่ผ่านมา กลุ่มผู้ก่อเหตุได้นำอาวุธมีดและเหล็กพยายามจะนำอาวุธมีดและเหล็กบุกเข้าไปทำร้ายร่างกายตนเองภายในบ้าน แต่ในขณะนั้นตนเองได้หยิบกล้องโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายคลิป จึงทำให้กลุ่มชายฉกรรจ์กลุ่มดังกล่าวไม่บุกเข้ามาทำร้ายร่างกายตนเองและคนในครอบครัว ซึ่งหลังจากนั้นตนเองจึงได้เดินทางไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บ่อไร่ และก็ถูกกลุ่มชายดังกล่าว ตามมาทำร้ายร่างกายต่อหน้าพนักงานสอบสวน    ทั้งนี้นายภูวดล ระบุว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก ซึ่งเมื่อช่วงปีที่แล้ว ตนเองและคนในครอบครัวก็เคยถูกชายฉกรรจ์กลุ่มดังกล่าวทำร้ายร่างกายมาแล้วเช่นกัน แต่ครั้งนั้นตนเองไม่ได้แจ้งความดำเนินคดี เนื่องจากอยากไม่อยากให้เป็นเรื่องเป็นราว เพราะเป็นมีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่เดียวกัน   ในกรณีดังกล่าวมีการดำเนินคดีไปแล้วในชั้นศาลด้วยการให้กลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวเสียค่าปรับ และให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี แต่นายภูวดล เกรงว่าจะถูกข่มขู่ทำร้ายร่างกายอีก และต้องการให้มีการไกล่เกลี่ยให้เลิกแล้วต่อกัน เพราะต้องการอยู่อย่างสงบสุข เนื่องจากถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวคุกคาม ข่มขู่ในเวลาต่อมาอีก จึงให้สื่อมวลชนช่วยเป็นสื่อกลางในการไกล่เกลี่ยกับกลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าว    ขณะเดียวกัน กลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวยังร้องศูนย์ดำรงธรรม ให้มีการไกล่เกลี่ยกับคู่กรณี เพื่อยุติปัญหาดังกล่าว ซึ่งนายภาณุวัฒน์ นายอำเภอบ่อไร่ ได้สอบถามรายละเอียดดังกล่าวจากผกก.สภ.บ่อไร่แล้ว พร้อมทั้งยืนยันจะให้มีการดำเนินคดีกับกลุ่มชายฉกรรจ์อีก เนื่องจากกลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวไม่หยุดพฤติกรรมข่มขู่กับนายภูวดล แต่กลับร้องศูนย์ดำรงธรรม ให้น่ายภูวดลมาตกลงไกล่เกลี่ยกัน ทั้งๆ ตนเองเป็นฝ่ายกระทำการอุกอาจบนโรงพัก พร้อมกันนี้ยังได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ติดตามคุ้มครองนายภูวดล และจะได้เรียกตัวกลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวมาสอบปากคำด้วยตนเองอีกครั้ง   นายภูวดล บอกว่า ตนเองมสาเหตุของการมีเรื่องกัน แค่ตนเองบอกให้กลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวที่มีบ้านพักอยู่ท้ายซอยและชอบขับรถเร็ว เกรงจะเกิดอันตรายกับเด็กๆ ในซอย เนื่องจากเป็นซอยแคบและมีเด็กๆ มาก ทำให้กลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวไม่พอใจ และมารุมทำร้ายตนจนได้รับบาดเจ็บไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ครั้งนั้นตนไมได้แจ้งความแต่อย่างไร ต่อมากลุ่มชายฉกรรจ์ยังบุกเข้ามาในบ้านตนและพยายามจะทำร้ายตนอีก จึงได้มาแจ้งความที่สภ.บ่อไร่ จนถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ ตามมาทำร้ายถึงบน สภ.บ่อไร่ดังกล่าว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/xHfylcGqxVc

 2,786
สังคม
05 ธ.ค. 62

อุกอาจ! กลุ่มวัยรุ่นยกพวก บุกเตะก้านคอคู่อริต่อหน้าตำรวจ บนโรงพัก

ตราด - คลิปกล้องวงจรปิดภายในสถานีตำรวจภูธรบ่อไร่ บันทึกภาพเหตุการณ์ขณะที่กลุ่มชายฉกรรจ์ 4-5 คน บุกเข้าไปเตะก้านคอคู่อริ นายภูวดล ลีสีสุข อายุ 29 ปี ขณะที่กำลังเข้าไปแจ้งความดำเนินคดีกับชายฉกรรจ์กลุ่มดังกล่าว    โดยนายภูวดล ระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 9 พฤศจิกายนที่ผ่านมา กลุ่มผู้ก่อเหตุได้นำอาวุธมีดและเหล็กพยายามจะนำอาวุธมีดและเหล็กบุกเข้าไปทำร้ายร่างกายตนเองภายในบ้าน แต่ในขณะนั้นตนเองได้หยิบกล้องโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายคลิป จึงทำให้กลุ่มชายฉกรรจ์กลุ่มดังกล่าวไม่บุกเข้ามาทำร้ายร่างกายตนเองและคนในครอบครัว ซึ่งหลังจากนั้นตนเองจึงได้เดินทางไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บ่อไร่ และก็ถูกกลุ่มชายดังกล่าว ตามมาทำร้ายร่างกายต่อหน้าพนักงานสอบสวน    ทั้งนี้นายภูวดล ระบุว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก ซึ่งเมื่อช่วงปีที่แล้ว ตนเองและคนในครอบครัวก็เคยถูกชายฉกรรจ์กลุ่มดังกล่าวทำร้ายร่างกายมาแล้วเช่นกัน แต่ครั้งนั้นตนเองไม่ได้แจ้งความดำเนินคดี เนื่องจากอยากไม่อยากให้เป็นเรื่องเป็นราว เพราะเป็นมีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่เดียวกัน   ในกรณีดังกล่าวมีการดำเนินคดีไปแล้วในชั้นศาลด้วยการให้กลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวเสียค่าปรับ และให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี แต่นายภูวดล เกรงว่าจะถูกข่มขู่ทำร้ายร่างกายอีก และต้องการให้มีการไกล่เกลี่ยให้เลิกแล้วต่อกัน เพราะต้องการอยู่อย่างสงบสุข เนื่องจากถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวคุกคาม ข่มขู่ในเวลาต่อมาอีก จึงให้สื่อมวลชนช่วยเป็นสื่อกลางในการไกล่เกลี่ยกับกลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าว    ขณะเดียวกัน กลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวยังร้องศูนย์ดำรงธรรม ให้มีการไกล่เกลี่ยกับคู่กรณี เพื่อยุติปัญหาดังกล่าว ซึ่งนายภาณุวัฒน์ นายอำเภอบ่อไร่ ได้สอบถามรายละเอียดดังกล่าวจากผกก.สภ.บ่อไร่แล้ว พร้อมทั้งยืนยันจะให้มีการดำเนินคดีกับกลุ่มชายฉกรรจ์อีก เนื่องจากกลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวไม่หยุดพฤติกรรมข่มขู่กับนายภูวดล แต่กลับร้องศูนย์ดำรงธรรม ให้น่ายภูวดลมาตกลงไกล่เกลี่ยกัน ทั้งๆ ตนเองเป็นฝ่ายกระทำการอุกอาจบนโรงพัก พร้อมกันนี้ยังได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ติดตามคุ้มครองนายภูวดล และจะได้เรียกตัวกลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวมาสอบปากคำด้วยตนเองอีกครั้ง   นายภูวดล บอกว่า ตนเองมสาเหตุของการมีเรื่องกัน แค่ตนเองบอกให้กลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวที่มีบ้านพักอยู่ท้ายซอยและชอบขับรถเร็ว เกรงจะเกิดอันตรายกับเด็กๆ ในซอย เนื่องจากเป็นซอยแคบและมีเด็กๆ มาก ทำให้กลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวไม่พอใจ และมารุมทำร้ายตนจนได้รับบาดเจ็บไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ครั้งนั้นตนไมได้แจ้งความแต่อย่างไร ต่อมากลุ่มชายฉกรรจ์ยังบุกเข้ามาในบ้านตนและพยายามจะทำร้ายตนอีก จึงได้มาแจ้งความที่สภ.บ่อไร่ จนถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ ตามมาทำร้ายถึงบน สภ.บ่อไร่ดังกล่าว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/xHfylcGqxVc

 2,786
สังคม-อาชญากรรม
23 พ.ย. 62

รวบแล้ว! 'โมทย์ สาริกา' ฉุดนศ. หวังข่มขืน เจ้าตัวลั่น "ถูกจับจนชิน" สาว 16 โร่ขึ้นโรงพักแฉ เคยมาสู่ขอแต่กับเบี้ยวงานแต่ง

ความคืบหน้ากรณี นายปราโมทย์ จิตสงัด หรือ โมทย์ สาริกา ผู้ก่อเหตุฉุด นักศึกษาสาว อายุ 22 ปี หวังจะไปข่มขืน แต่ผู้เสียหายขัดขืน ก็ทำร้ายตบ กระชากผมลากขึ้นรถ เหตุเกิดที่หนองเก็บน้ำห้วยปรือ เมื่อวันที่ 21 พ.ย. ที่ผ่านมา ก่อนที่ผู้เสียหายจะหนีเอาตัวรอดออกมาได้ เป็นที่มาที่ตำรวจได้ตามลากตัว  โมทย์ สาริกา ซึ่งขณะจับกุมควบคุมตัวนั้น โมทย์ สาริกา ลั่นว่า "ชินแล้ว ถูกจับจนชิน"   ล่าสุดช่วงเย็นวานนี้โ มทย์ สาริกา ไปไม่รอดแล้ว ถูกตำรวจจับกุมในสภาพอิดโรย เพราะวิ่งหนีกลางป่า บริเวณ หมู่ 9  บ้านโคกลำดวน จ.นครนายก ใช้เวลาเกือบ 1 ชม.  โดย ตร. ได้เบาะแสเพราะมีพลเมืองดีโทรแจ้งว่าพบ รถกระบะ อีซูซุ สีแดง บท 4103 ปราจีนบุรี จอดทิ้งไว้ในป่า คล้ายกับรถของนายปราโมทย์ผู้ต้องหาที่ไปก่อเหตุฉุดนักศึกษา ตร.จึงนำกำลังมาปิดล้อมจับกุม    โดยครั้งแรกนายโมทย์นั่งกินเหล้าแบบสบายใจในป่า พอเห็นตำรวจก็วิ่งหลบหนี แบบไม่คิดชีวิต ตอนแรกก็ใส่รองเท้า พอวิ่งไม่สะดวกก็ถอดรองเท้าทิ้ง สุดท้ายวิ่งไปได้ไม่ไกลมาก นายโมทย์เหนื่อยก็นอนหลบที่พุ่มไม้ ตร. จึงจับใส่กุญแจมือ มาสอบสวน    ระหว่างที่จับกุมนายโมทย์บอกว่าไม่ได้ฉุดน้องผู้เสียหาย แต่ มีเรื่องกับผู้ชายที่มาด้วย จึงเอาตัวขึ้นรถไปด้วยและตั้งใจจะมาส่งภายหลัง ไม่ได้ก่อเหตุตามข่าว    โดย พ.ต.อ.กล้าหาญ โชคพิพัฒน์ไพบูลย์ ผู้กำกับการ สภ.เมืองนครนายก เปิดเผยว่า  จาการสอบสวน นายโมทย์ให้การไม่ตรงกับที่ผู้เสียหายระบุ ยอมรับว่าทำร้ยร่างกายจริง ไม่ได้ข่มขืนและ ไม่ได้ทำร้ายผู้หญิง ซึ่งคำให้การยังย้อนแย้งกับผู้เสียหายระบุ ก็ถือเป็นสิทธิ์    ซึ่งช่วงที่จับกุมนายโมทเองก็ไม่ขัดขืนและรู้ถึงขั้นตอนการถูกดำเนินคดีทุกอย่างเพราะชินกับการถูกจับแบบนี้ โดยในวันนี้23 จะนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ และจะฝากขัง   ซึ่งพฤติกรรมของนายโมท ถือเป็นบุคคลอันตรายที่ก่อเหตุเกี่ยวกับการทำร้ายผู้หญิง ข่มชืน รุมโทรม กักขังและยาเสพติด ถูกดำเนินคดีทั้งหมด7ครั้ง จำคุก2ครั้ง ซึ่งการก่อคดีล่าสุดนี้ ศาลก็จะพิจรณาทั้งเพิ่มโทษและการให้ประกันตัวด้วย   ขณะที่นายโมทย์ ถูกสอบปากคำคดีฉุดนักศึกษายู่นั้น ปรากฎว่า นางสาวเมย์ อายุ 16 ปี พร้อมมารดา เดินทางมาโรงพักเพื่อจะเจรจากับนายโมทย์ เพราะไปหลอกว่าจะแต่งงานกับนางสาวเมย์ วันที่ 22 พ.ย.62 แต่ไม่ยอมมาแต่งทำให้เกิดความอับอาย โดยนางสาวเมย์บอกว่า คบกับนายโมทย์ได้ 1 เดือน แล้วนายโมทย์ก็มาบอกกับพ่อแม่และญาติพี่น้องฝั่งคนว่า จะมาสู่ขอและแต่งงานด้วย     ตอนนั้นคนในครอบครัวก็เห็นว่าเป็นคนดี จึงยอมตกลงให้แต่งงาน ทุกคนไม่เคยรู้พฤติกรรมของนายโมทย์มาก่อน พอรู้ว่าเขาหนีหายไปตั้งแต่วันที่ 18 พ.ย. ก็เครียดคิดอยากฆ่าตัวตายเพราะอายที่มาสู่ขอแล้วไม่มาแต่ง แต่ก็คิดอีกมุมว่ายังโชคดีที่ไม่ได้นายโมทย์เป็นสามี  ซึ่งที่ผ่านมา นายโมทย์เป็นผู้ชายอบอุ่นดูแลเทคแคร์ทุกอย่างไม่คิดว่าจะไปก่อเหตุแบบนี้    ล่าสุดช่วงเช้าที่ผ่านมา (23 พ.ย. 62) เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัว นายโมทย์ ไปทำแผนประกอบรับคำสารภาพ ท่ามกลางชาวบ้านจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องวางกำลังหนาแน่น เพราะญาติผู้เสียหายโกรธแค้น สุดท้ายใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ต้องควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/Xbh00NKBB9k  

 8,625
สังคม
23 พ.ย. 62

รวบแล้ว! 'โมทย์ สาริกา' ฉุดนศ. หวังข่มขืน เจ้าตัวลั่น "ถูกจับจนชิน" สาว 16 โร่ขึ้นโรงพักแฉ เคยมาสู่ขอแต่กับเบี้ยวงานแต่ง

ความคืบหน้ากรณี นายปราโมทย์ จิตสงัด หรือ โมทย์ สาริกา ผู้ก่อเหตุฉุด นักศึกษาสาว อายุ 22 ปี หวังจะไปข่มขืน แต่ผู้เสียหายขัดขืน ก็ทำร้ายตบ กระชากผมลากขึ้นรถ เหตุเกิดที่หนองเก็บน้ำห้วยปรือ เมื่อวันที่ 21 พ.ย. ที่ผ่านมา ก่อนที่ผู้เสียหายจะหนีเอาตัวรอดออกมาได้ เป็นที่มาที่ตำรวจได้ตามลากตัว  โมทย์ สาริกา ซึ่งขณะจับกุมควบคุมตัวนั้น โมทย์ สาริกา ลั่นว่า "ชินแล้ว ถูกจับจนชิน"   ล่าสุดช่วงเย็นวานนี้โ มทย์ สาริกา ไปไม่รอดแล้ว ถูกตำรวจจับกุมในสภาพอิดโรย เพราะวิ่งหนีกลางป่า บริเวณ หมู่ 9  บ้านโคกลำดวน จ.นครนายก ใช้เวลาเกือบ 1 ชม.  โดย ตร. ได้เบาะแสเพราะมีพลเมืองดีโทรแจ้งว่าพบ รถกระบะ อีซูซุ สีแดง บท 4103 ปราจีนบุรี จอดทิ้งไว้ในป่า คล้ายกับรถของนายปราโมทย์ผู้ต้องหาที่ไปก่อเหตุฉุดนักศึกษา ตร.จึงนำกำลังมาปิดล้อมจับกุม    โดยครั้งแรกนายโมทย์นั่งกินเหล้าแบบสบายใจในป่า พอเห็นตำรวจก็วิ่งหลบหนี แบบไม่คิดชีวิต ตอนแรกก็ใส่รองเท้า พอวิ่งไม่สะดวกก็ถอดรองเท้าทิ้ง สุดท้ายวิ่งไปได้ไม่ไกลมาก นายโมทย์เหนื่อยก็นอนหลบที่พุ่มไม้ ตร. จึงจับใส่กุญแจมือ มาสอบสวน    ระหว่างที่จับกุมนายโมทย์บอกว่าไม่ได้ฉุดน้องผู้เสียหาย แต่ มีเรื่องกับผู้ชายที่มาด้วย จึงเอาตัวขึ้นรถไปด้วยและตั้งใจจะมาส่งภายหลัง ไม่ได้ก่อเหตุตามข่าว    โดย พ.ต.อ.กล้าหาญ โชคพิพัฒน์ไพบูลย์ ผู้กำกับการ สภ.เมืองนครนายก เปิดเผยว่า  จาการสอบสวน นายโมทย์ให้การไม่ตรงกับที่ผู้เสียหายระบุ ยอมรับว่าทำร้ยร่างกายจริง ไม่ได้ข่มขืนและ ไม่ได้ทำร้ายผู้หญิง ซึ่งคำให้การยังย้อนแย้งกับผู้เสียหายระบุ ก็ถือเป็นสิทธิ์    ซึ่งช่วงที่จับกุมนายโมทเองก็ไม่ขัดขืนและรู้ถึงขั้นตอนการถูกดำเนินคดีทุกอย่างเพราะชินกับการถูกจับแบบนี้ โดยในวันนี้23 จะนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ และจะฝากขัง   ซึ่งพฤติกรรมของนายโมท ถือเป็นบุคคลอันตรายที่ก่อเหตุเกี่ยวกับการทำร้ายผู้หญิง ข่มชืน รุมโทรม กักขังและยาเสพติด ถูกดำเนินคดีทั้งหมด7ครั้ง จำคุก2ครั้ง ซึ่งการก่อคดีล่าสุดนี้ ศาลก็จะพิจรณาทั้งเพิ่มโทษและการให้ประกันตัวด้วย   ขณะที่นายโมทย์ ถูกสอบปากคำคดีฉุดนักศึกษายู่นั้น ปรากฎว่า นางสาวเมย์ อายุ 16 ปี พร้อมมารดา เดินทางมาโรงพักเพื่อจะเจรจากับนายโมทย์ เพราะไปหลอกว่าจะแต่งงานกับนางสาวเมย์ วันที่ 22 พ.ย.62 แต่ไม่ยอมมาแต่งทำให้เกิดความอับอาย โดยนางสาวเมย์บอกว่า คบกับนายโมทย์ได้ 1 เดือน แล้วนายโมทย์ก็มาบอกกับพ่อแม่และญาติพี่น้องฝั่งคนว่า จะมาสู่ขอและแต่งงานด้วย     ตอนนั้นคนในครอบครัวก็เห็นว่าเป็นคนดี จึงยอมตกลงให้แต่งงาน ทุกคนไม่เคยรู้พฤติกรรมของนายโมทย์มาก่อน พอรู้ว่าเขาหนีหายไปตั้งแต่วันที่ 18 พ.ย. ก็เครียดคิดอยากฆ่าตัวตายเพราะอายที่มาสู่ขอแล้วไม่มาแต่ง แต่ก็คิดอีกมุมว่ายังโชคดีที่ไม่ได้นายโมทย์เป็นสามี  ซึ่งที่ผ่านมา นายโมทย์เป็นผู้ชายอบอุ่นดูแลเทคแคร์ทุกอย่างไม่คิดว่าจะไปก่อเหตุแบบนี้    ล่าสุดช่วงเช้าที่ผ่านมา (23 พ.ย. 62) เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัว นายโมทย์ ไปทำแผนประกอบรับคำสารภาพ ท่ามกลางชาวบ้านจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องวางกำลังหนาแน่น เพราะญาติผู้เสียหายโกรธแค้น สุดท้ายใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ต้องควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/Xbh00NKBB9k  

 8,625
ข่าวภูมิภาค
28 ต.ค. 62

ผกก.คลองหลวง ยันมี ตร.ประจำโรงพักตลอด 24 ชม. แจงคนนอนหน้า สน.เป็นคนพลัดหลง

ปทุมธานี-จากกรณีที่ประชาชนเดินทางไป สภ.คลองหลวง เมื่อกลางดึกวันที่ 27 ต.ค.2562 แต่กลับไม่พบเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ ก่อนจะมีคลิปการสื่อสารไม่เข้าใจกับนายดาบท่านหนึ่ง ที่อ้างว่าไม่มีใครอยู่ กลายเป็นประเด็นดราม่า   ต่อมา พ.ต.อ.เติมเผ่า สิริภูบาล ผกก.สภ.คลองหลวง ได้ชี้แจงว่าเวลาดังกล่าวมีดาบตำรวจท่านหนึ่ง เป็นเจ้าหน้าที่เวรลงประจำวัน และเจ้าหน้าที่พนักงานวิทยุ ดาบตำรวจท่านนั้นก็ได้อยู่ภายในห้องร้อยเวร ขณะนั้นได้มีเจ้าหน้าที่จากฝ่ายปกครอง ได้แก่ปลัดอำเภอคลองหลวง อาสาฯ ได้ทำการจับกุมผู้ต้องหามาจำนวน 2 ราย ในคดียาเสพติดและคดีเสพยาเสพติดขณะขับขี่ยานพาหนะ ได้มามาพูดคุยกับ ดาบตำรวจที่อยู่ในห้อง   ปรากฏว่าพูดกันไม่เข้าใจกับฝ่ายเจ้าหน้าที่ อส. จึงมีการภาพภาพเป็นคลิปไว้ เมื่อมีการนำเสนอข่าวออกไปแล้ว ตามที่เห็นในภาพมีคนนอนอยู่หน้าโรงพัก เนื่องจากในเวลา 01.00 น. มีประชาชนนอนอยู่ที่หน้าโรงพักด้วย เป็นบุคคลพลัดหลงมารอเจ้าหน้าที่ตำรวจส่งตัวกลับภูมิเนาในเวลาเช้า และได้สอบถามญาติของผู้ที่ถูกจับกุม คือ นายเกษม เนียมบุญเจือ เป็นพี่เขยของผู้ต้องหาคนหนึ่งที่ถูกจับกุมในคืนนั้นได้มาดูแม่ยาย ที่ถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจับกุม ในเวลา 02.00 น. และยืนยันว่าได้เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ที่ โรงพัก ได้พูดคุยจนถึง 03.30 น. ขอชี้แจ้งว่าทาง สภ.คลองหลวงมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในโรงพัก แต่เกิดความเข้าใจผิดกัน   ส่วนนายเกษม เนียมบุญเจือ อายุ 46 ปี ญาติผู้ต้องหา กล่าวว่า ตนเดินทางมา สภ.คลองหลวงในเวลา 02.00 น. เพื่อที่จะประกันตัวแม่ยาย เนื่องจากถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจับกุมตัวมา ก็เห็นร้อยเวรเดินเข้าออกอยู่ตลอด เดินไปเดินมาอยู่ตลอดไม่ว่าจะไปห้องน้ำหรือดื่มน้ำ ตนยืนยันว่ามีตำรวจอยู่ตลอดเวลา ส่วนคนที่นอนอยู่หน้าโรงพักนั้น ตนเห็นตั้งแต่เขานั่งอยู่ที่หน้าเสาธงแล้ว แต่เนื่องจากเขาคงจะเมื่อยหรือง่วง จึงได้มานอนอยู่บริเวณหน้าโรงพัก ทราบจากตำรวจว่าทางตำรวจจะทำเรื่องส่งกลับบ้าน พอทราบว่าทางตำรวจส่งแม่ยายเข้าห้องขังแล้ว ผมจึงกลับบ้าน   ด้านนายนันธวัฒน์ ตันตริธนธรณ์ สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ฝ่ายความมั่นคงอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า ตนได้นำผู้ต้องหามาส่งในเวลา 03.00 น. ซึ่งขณะที่เข้ามาส่งตัวผู้ต้องหาได้พบว่ามีดาบตำรวจนั่งอยู่ที่โต๊ะ ตนได้ถามหาร้อยเวร   โดยดาบตำรวจท่านนั้นบอกว่าออกไปตรวจสอบเหตุในพื้นที่ ซึ่งการสื่อสารในขณะนั้นไม่เข้าใจประกอบกับตนใจร้อยไปนิดหน่อยจึงได้ถ่ายคลิปและพูดไปแบบนั้น และได้ส่งไปในกลุ่มของ อส.เพื่อคุยเล่นคุยล้อกัน ซึ่งไม่ทราบว่าถูกนำเสนอข่าวไปได้อย่างไร ตนยืนยันว่าในขณะนั้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่จริงๆ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/7ujzkjBmKUc

 671
สังคม
28 ต.ค. 62

ผกก.คลองหลวง ยันมี ตร.ประจำโรงพักตลอด 24 ชม. แจงคนนอนหน้า สน.เป็นคนพลัดหลง

ปทุมธานี-จากกรณีที่ประชาชนเดินทางไป สภ.คลองหลวง เมื่อกลางดึกวันที่ 27 ต.ค.2562 แต่กลับไม่พบเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ ก่อนจะมีคลิปการสื่อสารไม่เข้าใจกับนายดาบท่านหนึ่ง ที่อ้างว่าไม่มีใครอยู่ กลายเป็นประเด็นดราม่า   ต่อมา พ.ต.อ.เติมเผ่า สิริภูบาล ผกก.สภ.คลองหลวง ได้ชี้แจงว่าเวลาดังกล่าวมีดาบตำรวจท่านหนึ่ง เป็นเจ้าหน้าที่เวรลงประจำวัน และเจ้าหน้าที่พนักงานวิทยุ ดาบตำรวจท่านนั้นก็ได้อยู่ภายในห้องร้อยเวร ขณะนั้นได้มีเจ้าหน้าที่จากฝ่ายปกครอง ได้แก่ปลัดอำเภอคลองหลวง อาสาฯ ได้ทำการจับกุมผู้ต้องหามาจำนวน 2 ราย ในคดียาเสพติดและคดีเสพยาเสพติดขณะขับขี่ยานพาหนะ ได้มามาพูดคุยกับ ดาบตำรวจที่อยู่ในห้อง   ปรากฏว่าพูดกันไม่เข้าใจกับฝ่ายเจ้าหน้าที่ อส. จึงมีการภาพภาพเป็นคลิปไว้ เมื่อมีการนำเสนอข่าวออกไปแล้ว ตามที่เห็นในภาพมีคนนอนอยู่หน้าโรงพัก เนื่องจากในเวลา 01.00 น. มีประชาชนนอนอยู่ที่หน้าโรงพักด้วย เป็นบุคคลพลัดหลงมารอเจ้าหน้าที่ตำรวจส่งตัวกลับภูมิเนาในเวลาเช้า และได้สอบถามญาติของผู้ที่ถูกจับกุม คือ นายเกษม เนียมบุญเจือ เป็นพี่เขยของผู้ต้องหาคนหนึ่งที่ถูกจับกุมในคืนนั้นได้มาดูแม่ยาย ที่ถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจับกุม ในเวลา 02.00 น. และยืนยันว่าได้เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ที่ โรงพัก ได้พูดคุยจนถึง 03.30 น. ขอชี้แจ้งว่าทาง สภ.คลองหลวงมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในโรงพัก แต่เกิดความเข้าใจผิดกัน   ส่วนนายเกษม เนียมบุญเจือ อายุ 46 ปี ญาติผู้ต้องหา กล่าวว่า ตนเดินทางมา สภ.คลองหลวงในเวลา 02.00 น. เพื่อที่จะประกันตัวแม่ยาย เนื่องจากถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจับกุมตัวมา ก็เห็นร้อยเวรเดินเข้าออกอยู่ตลอด เดินไปเดินมาอยู่ตลอดไม่ว่าจะไปห้องน้ำหรือดื่มน้ำ ตนยืนยันว่ามีตำรวจอยู่ตลอดเวลา ส่วนคนที่นอนอยู่หน้าโรงพักนั้น ตนเห็นตั้งแต่เขานั่งอยู่ที่หน้าเสาธงแล้ว แต่เนื่องจากเขาคงจะเมื่อยหรือง่วง จึงได้มานอนอยู่บริเวณหน้าโรงพัก ทราบจากตำรวจว่าทางตำรวจจะทำเรื่องส่งกลับบ้าน พอทราบว่าทางตำรวจส่งแม่ยายเข้าห้องขังแล้ว ผมจึงกลับบ้าน   ด้านนายนันธวัฒน์ ตันตริธนธรณ์ สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ฝ่ายความมั่นคงอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า ตนได้นำผู้ต้องหามาส่งในเวลา 03.00 น. ซึ่งขณะที่เข้ามาส่งตัวผู้ต้องหาได้พบว่ามีดาบตำรวจนั่งอยู่ที่โต๊ะ ตนได้ถามหาร้อยเวร   โดยดาบตำรวจท่านนั้นบอกว่าออกไปตรวจสอบเหตุในพื้นที่ ซึ่งการสื่อสารในขณะนั้นไม่เข้าใจประกอบกับตนใจร้อยไปนิดหน่อยจึงได้ถ่ายคลิปและพูดไปแบบนั้น และได้ส่งไปในกลุ่มของ อส.เพื่อคุยเล่นคุยล้อกัน ซึ่งไม่ทราบว่าถูกนำเสนอข่าวไปได้อย่างไร ตนยืนยันว่าในขณะนั้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่จริงๆ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/7ujzkjBmKUc

 671
ข่าวภูมิภาค
21 ต.ค. 62

อดีต ตร.พกปืนขึ้นโรงพัก แค้นแทนลูก มีเรื่องกับคู่กรณีปมขี่รถปาดหน้า

ร้อยเอ็ด-ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ไชยยศ ไชยพฤกษ์ โพสต์คลิปชายหนุ่มถือปืนขึ้นไปเอาเรื่องคู่กรณีถึงบนสถานีตำรวจหนองแวงควง จ.ร้อยเอ็ด   โดยสาเหตุเกิดจากลูกชายของชายที่พกปืน ได้มีเรื่องกับคู่กรณีเรื่องการขับขี่รถปาดหน้ากันบนถนน และได้ขับรถไล่กันมา จนมีเรื่องมีราวเกิดขึ้น จากนั้นเมื่อคู่กรณีมาที่โรงพัก ลูกชายคนที่พกปืนและชายที่พกปืนก็ตามมา จนเกิดเหตุการณ์ขึ้นตามในคลิป   เบื้องต้นทราบว่าชายที่พกปืนคนดังกล่าวเป็นตำรวจเก่า และพนักงานสอบสวนได้ยึดอาวุธปืนดังกล่าวไปตรวจสอบแล้ว และได้ตั้งข้อหาว่า พกพาอาวุธปืน ส่วนจะเป็นปืนของใครนั้นต้องรอตวรจสอบอีกครั้ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/i2M3ak0dduQ

 1,860
สังคม
21 ต.ค. 62

อดีต ตร.พกปืนขึ้นโรงพัก แค้นแทนลูก มีเรื่องกับคู่กรณีปมขี่รถปาดหน้า

ร้อยเอ็ด-ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ไชยยศ ไชยพฤกษ์ โพสต์คลิปชายหนุ่มถือปืนขึ้นไปเอาเรื่องคู่กรณีถึงบนสถานีตำรวจหนองแวงควง จ.ร้อยเอ็ด   โดยสาเหตุเกิดจากลูกชายของชายที่พกปืน ได้มีเรื่องกับคู่กรณีเรื่องการขับขี่รถปาดหน้ากันบนถนน และได้ขับรถไล่กันมา จนมีเรื่องมีราวเกิดขึ้น จากนั้นเมื่อคู่กรณีมาที่โรงพัก ลูกชายคนที่พกปืนและชายที่พกปืนก็ตามมา จนเกิดเหตุการณ์ขึ้นตามในคลิป   เบื้องต้นทราบว่าชายที่พกปืนคนดังกล่าวเป็นตำรวจเก่า และพนักงานสอบสวนได้ยึดอาวุธปืนดังกล่าวไปตรวจสอบแล้ว และได้ตั้งข้อหาว่า พกพาอาวุธปืน ส่วนจะเป็นปืนของใครนั้นต้องรอตวรจสอบอีกครั้ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/i2M3ak0dduQ

 1,860
ข่าวภูมิภาค
24 ก.ย. 62

น้องเหมียว 'บี๊ด่อ' ได้ตำแหน่งใหญ่ นั่งโต๊ะโรงพักภูพิงค์ เชียงใหม่

เชียงใหม่-ที่ สภ.ภูพิงค์ราชนิเวศน์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ บริเวณหน้าเคาน์เตอร์รับแจ้งความ จะมีแมวพันธุ์เบอร์มีส เพศเมีย ที่คอห้อยป้ายระบุ ชื่อ น้องบี๊ด่อ ตำแหน่งพนักงานต้อนรับ ฝ่ายสืบสวน สถานีตำรวจภูพิงค์ราชนิเวศน์ พร้อมระบุเบอร์โทรศัพท์ ซึ่งแมวตัวดังกล่าว จะวิ่งเล่นแถวโรงพัก และเมื่อเหนื่อยก็จะเข้าไปในห้องรับแจ้งความ ช่วงที่มีประชาชนเปิดประตูเข้าออก จนเป็นที่ชินตาของตำรวจ และประชาชนที่มาติดต่อราชการ   เมื่อมีประชาชนบางรายเห็น ก็จะเข้ามาเล่นด้วย หรือถ่ายภาพความน่ารัก ของเจ้าเหมียว บางครั้งก็ไปนั่ง บริเวณหน้าห้องสืบสวน ซึ่งห้องสืบสวน สภ.ภูพิงค์ราชนิเวศน์ เชียงใหม่ จะเป็นอาคารชั้นเดียว อยู่ข้างอาคารตึกใหญ่ และจะเดินไปสอดส่องตรวจสอบ ตามใส่ท้องรถยนต์ ที่นำมาจอด ทำตัวเหมือนเป็นนักสืบ   จากการสอบถาม ร.ต.อ.อนุตร อุปอินทร์ รองสารวัตรสืบสวน สภ.ภูพิงค์ราชนิเวศน์เชียงใหม่ บอกว่าเป็นเจ้าของแมวตัวนี้ ซึ่งเป็นแมวที่เก็บมาเลี้ยง ตั้งแต่เล็กๆ พลัดหลงมานานถึง 7 ปีแล้ว สงสารและรักแมว โดยจะเลี้ยงแมวไว้ ที่แฟลต หลังโรงพัก เมื่อมาทำงาน เจ้าบี๊ด่อ ก็จะออกมาเดินตามหา และเล่นตามรอบๆ โรงพักเป็นประจำ และบางวันไปไกลต้องตามหา และเกรงว่าจะมีคนขโมยไป จึงนำป้ายมาติดไว้ที่คอ แสดงความเป็นเจ้าของ พร้อมตำแหน่ง เบอร์โทร เพื่อป้องกันการพลัดหลง   ​ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/88FwdJaSyIs  

 10,995
สังคม
24 ก.ย. 62

น้องเหมียว 'บี๊ด่อ' ได้ตำแหน่งใหญ่ นั่งโต๊ะโรงพักภูพิงค์ เชียงใหม่

เชียงใหม่-ที่ สภ.ภูพิงค์ราชนิเวศน์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ บริเวณหน้าเคาน์เตอร์รับแจ้งความ จะมีแมวพันธุ์เบอร์มีส เพศเมีย ที่คอห้อยป้ายระบุ ชื่อ น้องบี๊ด่อ ตำแหน่งพนักงานต้อนรับ ฝ่ายสืบสวน สถานีตำรวจภูพิงค์ราชนิเวศน์ พร้อมระบุเบอร์โทรศัพท์ ซึ่งแมวตัวดังกล่าว จะวิ่งเล่นแถวโรงพัก และเมื่อเหนื่อยก็จะเข้าไปในห้องรับแจ้งความ ช่วงที่มีประชาชนเปิดประตูเข้าออก จนเป็นที่ชินตาของตำรวจ และประชาชนที่มาติดต่อราชการ   เมื่อมีประชาชนบางรายเห็น ก็จะเข้ามาเล่นด้วย หรือถ่ายภาพความน่ารัก ของเจ้าเหมียว บางครั้งก็ไปนั่ง บริเวณหน้าห้องสืบสวน ซึ่งห้องสืบสวน สภ.ภูพิงค์ราชนิเวศน์ เชียงใหม่ จะเป็นอาคารชั้นเดียว อยู่ข้างอาคารตึกใหญ่ และจะเดินไปสอดส่องตรวจสอบ ตามใส่ท้องรถยนต์ ที่นำมาจอด ทำตัวเหมือนเป็นนักสืบ   จากการสอบถาม ร.ต.อ.อนุตร อุปอินทร์ รองสารวัตรสืบสวน สภ.ภูพิงค์ราชนิเวศน์เชียงใหม่ บอกว่าเป็นเจ้าของแมวตัวนี้ ซึ่งเป็นแมวที่เก็บมาเลี้ยง ตั้งแต่เล็กๆ พลัดหลงมานานถึง 7 ปีแล้ว สงสารและรักแมว โดยจะเลี้ยงแมวไว้ ที่แฟลต หลังโรงพัก เมื่อมาทำงาน เจ้าบี๊ด่อ ก็จะออกมาเดินตามหา และเล่นตามรอบๆ โรงพักเป็นประจำ และบางวันไปไกลต้องตามหา และเกรงว่าจะมีคนขโมยไป จึงนำป้ายมาติดไว้ที่คอ แสดงความเป็นเจ้าของ พร้อมตำแหน่ง เบอร์โทร เพื่อป้องกันการพลัดหลง   ​ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/88FwdJaSyIs  

 10,995

Top