ค้นหา :

ผลการค้นหา "โรงพัก"

ข่าวภูมิภาค
03 ต.ค. 61

ช่างซ่อมรถให้คำตอบแล้ว รถตู้หลอนจอดกลางโรงพักอ่างทอง ที่แท้ยังไม่ได้ถอดแบตออก

อ่างทอง-จากกรณีมีการแชร์คลิปสุดหลอน ในรถตู้โดยสารสายสุพรรณบุรี-อ่างทอง-สระบุรี ที่เสียหลักฟาดกับต้นไม้ข้างทาง ริมถนนโพธิ์พระยา-ท่าเรือ หมู่ 8 ตำบลสาวร้องไห้ อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 29 ก.ย. ที่ผ่านมา   และทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้นำรถตู้ที่เกิดเหตุมาจอดไว้บริเวณหน้า สภ.วิเศษชัยชาญ ซึ่งมีผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 คน โดยเจ้าหน้าที่คาดว่าน่าจะเป็นแรงงานต่างด้าว และต่อมาในช่วงค่ำคืนของวันที่ 30 ก.ย. ตำรวจที่เข้าเวรก็ได้ยินเสียงดังประหลาดดังมาจากด้านล่าง จึงมองออกไปที่บริเวณหน้าโรงพัก   พบว่ารถตู้คันที่ประสบอุบัติเหตุนั้นมีไฟเลี้ยวติดทั้งคืน ทั้งที่ให้ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ถอดแบตเตอรรี่ออกไปแล้ว จึงทำการถ่ายคลิปพร้อมส่งต่อให้เพื่อนๆ ในกลุ่มดู และยังได้โพสต์ลงเฟซบุ๊ก และในช่วงเช้ามืด วันนั้นเพื่อนรุ่นน้องที่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจจักรยานยนต์ มาจอดรถจักรยานยนต์ตรวจดูบริเวณรถตู้ ก็ยังได้ยินเสียงเพลงดังมาแผ่วเบาก่อนเงียบหายไปในรถตู้     ต่อมาเจ้าของอู่ซ่อมรถยนต์ ใน อ.วิเศษชัยชาญ ได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้ช่วยลงตรวจสอบรถตู้คันดังกล่าวอย่างละเอียด เพื่อพิสูจน์หาสาเหตุที่แท้จริง หลังตรวจสอบพบว่าตัวแบตเตอรี่รถยังคงอยู่ แต่ถูกอัดก๊อปปี้อยู่บริเวณใต้เบาะทำให้ไม่สามารถมองเห็น ก็คิดกันไปว่าถอดแบตเตอรี่ออกแล้ว และแบตเตอรี่ยังคงทำงานอยู่ยังไม่ได้ถูกถอดขั้วออก จังหวะเดียวกับมีฝนตกจึงทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรเนื่องจากสายไฟในตัวรถได้ขาดเกือบทั้งคัน ทำให้มีสัญญาณไฟและเสียงเกิดขึ้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JBSILLNE9Gw

 999
ข่าวต่างประเทศ
14 ส.ค. 61

ชาวเน็ตจวกยับ! สาวไอร์แลนด์ลูกดก-ไร้บ้าน หอบลูก 6 คนไปนอนโรงพักสุดอนาถา

สำนักข่าว metro นำเสนอเรื่องราวซึ่งกำลังเป็นประเด็กถกเถียงในโซเชียลมีเดียตอกย้ำวิกฤตการณ์คนเร่ร่อนของไอร์แลนด์ กรณี มาการ์เร็ต แคช  หญิงไร้บ้านหรือโฮมเลส พาลูก 6 คนจากทั้งหมด 7 คน ซึ่งมีอายุระหว่าง 1 – 11 ปี  ไปอาศัยนอนในสถานีตำรวจในเมืองดับลิน เมื่อวันพุธที่ผ่านมา     รายงานข่าวระบุว่า แม่วัย 28 ปี โพสต์ภาพของเด็กๆ ที่กำลังนอนหลับอยู่บนเก้าอี้ในสถานีตำรวจ โดยไม่มีผ้าห่มและบางคนก็อยู่ในชุดเครื่องแบบนักเรียน เพื่อขอความเห็นใจ แต่สุดท้ายกลับถูกชาวเน็ตวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก และยังโดนขุดคุ้ยประวัติซึ่งพบว่าเธอมีการใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะนิสัยฟุ่มเฟือย     ด้านหญิงสาวได้ออกมาเปิดใจว่า บางคนก็พูดเหมือนรู้เรื่องดีทุกอย่าง ทั้งๆ ที่ไม่ได้รู้จักเธอเลย พวกเขาตัดสินเธอจากสิ่งที่เห็น ทั้งที่ไม่ได้ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันกับเธอ พร้อมชี้แจงเรื่องภาพกล่องเบียร์ที่โพสต์บนเฟซบุ๊กว่าตอนนั้นเธอไปบ้านเพื่อนและดื่มไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น     ส่วนภาพที่ลูกสาวสวมชุดแต่งงานฟูฟ่องซึ่งเป็นเรื่องที่ฟุ่มเฟือย ก็อ้างว่าเธอมีลูกสาวเพียงคนเดียวจึงอยากจะเห็นลูกสาวได้แต่งตัวสวยๆ และมันก็เป็นภาพที่ถ่ายไว้นานแล้ว     แม่ลูก 7 เปิดเผยอีกว่า เธออยู่ในสถานะคนไร้บ้านมาเป็นเวลา 1 ปีแล้ว เนื่องจากบ้านเช่าถูกยึดไป และอยู่ระหว่างรอจัดสรรบ้านพักให้ ส่วนสาเหตุที่ต้องพาลูกๆ ไปนอนที่สถานีตำรวจ เป็นเพราะบ้านพักฉุกเฉินไม่สามารถหาที่พักให้ได้      

 4,244
สังคม-อาชญากรรม
19 ก.ค. 61

เสนอ กม.ใหม่ เกิดเหตุร้ายแจ้งความได้ทุกโรงพัก - บัตร ปชช.หายไม่ต้องลงบันทึกประจำวัน

มีรายงานว่าที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ได้เริ่มต้นพิจารณาร่างพ.ร.บ.การสอบสวนคดีอาญา ซึ่งเป็นกฎหมายกลางที่ยกร่างขึ้นใหม่ทั้งฉบับ เพื่อกำหนดกฎเกณฑ์สำคัญในขั้นตอนการสอบสวนคดีอาญาของข้าราชการตำรวจ เพิ่มเติมนอกเหนือไปจากประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เพื่อให้ประชาชนมีความสะดวกและได้รับความเป็นธรรมมากขึ้น   สำหรับหลักการของร่างพ.ร.บ. ฉบับดังกล่าวที่ผ่านการพิจารณาแล้ว อาทิ ให้พนักงานสอบสวนในทุกสถานีมีหน้าที่ และอำนาจรับคำร้องทุกข์หรือกล่าวโทษ ไม่ว่าเหตุจะเกิดขึ้นในท้องที่ใดก็ตาม และเมื่อรับแล้วต้องสอบสวนเบื้องต้น เท่าที่จะพึงทำได้ และส่งไปยังพนักงานสอบสวนที่มีเขตอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาโดยเร็ว   สำหรับกรณีแจ้งเรื่องเอกสารประจำตัวต่างๆ ซึ่งรัฐออกให้หาย ไม่จำเป็นต้องไปแจ้งความเพื่อลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจ แต่จะกำหนดให้สามารถไปแจ้งที่หน่วยงานของรัฐผู้ออกเอกสารนั้นที่เดียวได้เลย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/sSL7D4JdJ60

 1,652
ชูวิทย์มีเรื่องเล่า
30 มี.ค. 61

'ชูวิทย์มีเรื่องเล่า' เจาะปมร้อนหักเบี้ยเลี้ยงซื้อแอร์ สน.พหลโยธิน 'จ่าเลอศักดิ์' กลับลำไม่ลาออก ยังคาใจผลสอบ

ชูวิทย์มีเรื่องเล่า กับชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ตามประเด็นร้อนในวงการสีกากี เมื่อจ่าสิบตำรวจเลอศักดิ์ นนท์ขุนทด ผู้บังคับหมู่สืบสวน สน.พหลโยธิน ไปยื่นหนังสือต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจิตในภาครัฐ หรือ ปปท. กรณีผู้บังคับบัญชา เรี่ยไรเงินคนละ 3,000 บาท เพื่อซื้อเครื่องปรับอากาศในห้องสอบสวน   ล่าสุดทาง พ.ต.อ.อิทธิเชษฐ์ วงษ์หอมหวล ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลพหลโยธิน ควักเงินส่วนตัวคืนตำรวจชั้นผู้น้อยที่ร้องเรียน พร้อมพาสำรวจแอร์ในห้องสืบ มี 5 ตัวบรรยากาศเย็นสบาย และบอกปัญหาดังกล่าวเป็นเรื่องเล็กน้อย ไกล่เกลี่ยกันได้ ไม่มีการกระทบกระทั่งกันในที่ทำงาน และไม่มีการลงโทษจ่าเลอศักดิ์   ขณะที่จ่าเลอศักดิ์ ประกาศไม่ลาออก และจะอยู่ที่เดิม แต่ยังรู้สึกคาใจผลสอบไม่ชี้ชัดสั่งหักเงินลูกทำได้หรือไม่ เผยไม่ใช่การเรี่ยไรเงินอย่างสมัครใจ เพราะแต่ละคนโดนหักไม่เท่ากัน บางรายสูงสุดถึง 6 พันบาท ทำให้รู้สึกถูกเอารัดเอาเปรียบ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ML8MhR6pH3k      

 12,011
ชูวิทย์มีเรื่องเล่า
28 มี.ค. 61

ชูวิทย์มีเรื่องเล่า คุยประเด็น สน.พหลโยธินฉาว! ตร.ชั้นผู้น้อยโวยถูกหักเงินเบี้ยเลี้ยง ไปซื้อแอร์ติดห้องสืบสวน

ชูวิทย์มีเรื่องเล่า กับชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ คุยประเด็นฉาวในวงการสีกากี เมื่อ ตร.ชั้นผู้น้อย สน.พหลโยธิน นำหลักฐานเป็นเอกสารการแชทข้อความคำสั่งของผู้บังคับบัญชาระดับสารวัตรฝ่ายสืบสวน สน.พหลโยธิน 2 นาย สั่งการขอหักเงินเบี้ยเลี้ยงจากตำรวจชั้นผู้น้อย 11 นาย รวมเกือบ 3 หมื่นบาท เพื่อนำไปใช้สำหรับจัดซื้อเครื่องปรับอากาศติดตั้งไว้ภายในห้องสืบสวน สน.พหลโยธิน   ทำให้ลูกน้องต่างไม่เห็นด้วย เพราะเป็นเงินที่ได้จากการปฏิบัติหน้าที่ที่ได้น้อยอยู่แล้ว อีกทั้งเห็นควรใช้เงินของราชการจัดซื้อ พร้อมขอให้ย้ายทั้ง 2 นายออกนอกพื้นที่ ระหว่างสืบหาข้อเท็จจริง ขณะที่ บช.น.สั่งตั้งกรรมการตรวจสอบทันที   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/CdXwvwh1vCA    

 8,174
ข่าวภูมิภาค
27 มี.ค. 61

วงจรปิดจับภาพ ชายคลุ้มคลั่งวิ่งชนลูกกรง-หัวโขกพื้นเลือดอาบกลางห้องขัง สภ.ศรีราชา

ชลบุรี-กล้องวงจรปิดจับภาพชายคลุ้มคลั่งวัย 30 ปี ทำร้ายตัวเองได้รับบาดเจ็บสาหัส นอนจมกองเลือดในห้องควบคุมขัง สภ.ศรีราชา   ตรวจสอบก็พบว่าบริเวณหน้าผากและศีรษะมีบาดแผลแตกหลายแห่ง เป็นบาดแผลขนาดใหญ่เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยจึงทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาล   จากการสอบถามสิบเวรประจำห้องควบคุมขัง ได้เล่าว่าในขณะที่ตนกำลังนั่งทำเอกสารอยู่นั้นผู้ต้องขังภายในห้องได้ตะโกนเอะอะโวยวายเสียงดังจนผิดสังเกต จึงเดินเข้าไปดูก็พบว่าผู้ต้องขังมีอาการคลุ้มคลั่งอาละวาดทำลายข้าวของ และเดินแก้ผ้าล่อนจ้อนในที่สาธารณะ ทำร้ายตัวเองโดยพยายามใช้หัวโขกพื้น และวิ่งชนลูกกรงจนได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลแตกหลายที่ ก่อนหมดสติ ตนจึงรีบเดินไปรายงานให้ร้อยเวรรับทราบก่อนประสานไปที่ทางเจ้าที่หน่วยกู้ภัยให้รีบเดินทางมาช่วยเหลือ   จากการตรวจสอบประวัติของผู้ก่อเหตุแล้วนั้น พบว่ามีประวัติการรักษาอาการทางประสาทที่โรงบาลจิตเวช จังหวัดสระแก้ว และหลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งไปทำการรักษาบาดแผลเบื้องต้นและตรวจสภาพจิตที่โรงพยาบาลต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/99dnU80nDv4    

 8,466
แชร์ออฟเดอะเดย์
20 ก.พ. 61

ทหารโพสต์คลิปโรงพักร้างยันไม่ใช่ภาพเก่า แจงทำกระเป๋าหายข้างในมีปืน แต่ไร้เงา ตร.รับแจ้งความ

สงขลา-ความคืบหน้า กรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก Boom Damrat นำภาพนิ่ง และคลิปวีดีโอ แชร์ไปในสื่อสังคมออนไลน์ อ้างไม่มีพนักงานสอบสวนรับแจ้งความเหตุเกิดเวลา 03.30 น.วันที่ 15 กุมภาพันธ์ ส่งผลทำให้พันตำรวจเอกอลงกรณ์ สีมาวุธผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองสงขลา สั่งตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ให้ทราบผลภายใน 1 สัปดาห์   ล่าสุด ผู้โพสต์ซึ่งเป็นทหารยศสิบโท สังกัดกรมทหารราบที่ 5 ค่ายเสนาณรงค์ กล่าวยอมรับเป็นผู้โพสต์และแชร์ไปในสื่อสังคมออนไลน์ แต่ทำไปด้วยความสุจริต เนื่องจากในช่วงเช้าวันนั้นไปนั่งรับประทานอาหารกับแฟนสาวที่ร้านข้าวต้มโต้รุ่งแห่งหนึ่งในอำเภอเมืองสงขลา บังเอิญทำกระเป๋าสตางค์ตก ซึ่งภายในกระเป๋ามีอาวุธปืนที่รับจำนำไว้ เกรงผู้ที่พบจะนำไปก่อเหตุรุนแรง หลังจากนั้นได้ใช้โทรศัพท์และวิทยุสื่อสาร ขอความช่วยเหลือไปยังร้อยเวร ในคืนนั้นได้แนะนำให้แจ้งความกับพนักงานสอบสวน ไว้เป็นหลักฐานจึงขับรถเดินทางไปยังสถานีตำรวจภูธรเมืองสงขลาพร้อมกับแฟนสาว   โดยที่หน้าสถานีตำรวจภูธรเมืองสงขลา มีป้อมจุดตรวจเปิดไม้กั้นค้างไว้จึงขับรถเข้าไปภายใน ภาพที่เห็นคือไม่มีพนักงานสอบสวน นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน มีเพียงเจ้าหน้าที่ 1 นาย นอนหลับอยู่หลังโต๊ะรับแจ้งความ เรียกอยู่นานไม่ตื่น จึงคว้าโทรศัพท์บันทึกภาพไว้ ก่อนลงจากสถานี มาเปิดสัญญาณกันขโมยรถดังลั่น มีเจ้าหน้าที่ออกมาจากห้องสอบสวนออกมารับเรื่องลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และเดินทางกลับเป็นเวลา 04.00 น.ส่วนภาพและคลิปที่นำไปโพสต์ในสื่อสังคมออนไลน์นั้น ต้องการเตือนสติ และให้เป็นอุทาหรณ์ กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากเกิดขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คนร้ายสามารถนำระเบิดแสวงเครื่องซึ่งเป็นถังแก๊สวางระเบิดได้สบาย   ด้านคดีพันตำรวจโทศุภกิตติ์ ประจันตะเสน รองผู้กำกับสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองสงขลา เปิดเผยว่า คดีนี้อยู่ระหว่างสอบสวนข้อเท็จจริง เพื่อรายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น ความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Y3DIyu79VH4    

 14,910
แชร์ออฟเดอะเดย์
19 ก.พ. 61

สั่งตั้งกรรมการสอบ โรงพักสงขลาร้าง ไร้เงา จนท.เข้าเวร ตร.เชื่อเป็นฝีมือผู้ไม่หวังดีกลั่นแกล้ง

ความคืบหน้ากรณี ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ บูม ดำรัส ได้โพสต์ภาพและคลิปวีดีโอความยาว ประมาณ 1 นาที อ้างว่าเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธงเมืองสงขลา แต่ไม่มีตำรวจเข้าเวร ทั้งนี้ผู้โพสต์ ยังได้ลองเปิดสัญญาณกันขโมยของรถยนต์เก่งเพื่อทดสอบ ปรากฏว่า ยังไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจออกมาตรวจสอบ ก่อนนำภาพไปแชร์ในสื่อสังคมออนไลน์ประจานความไร้ประสิทธิภาพของตำรวจไทย   ล่าสุด พันตำรวจเอกอลงกรณ์ สีมาวุธ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองสงขลา ได้เรียกประชุมด่วนเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจภูธรเมืองสงขลา โดยเฉพาะผู้ที่เข้าเวรดังกล่าว และมอบหมายให้พันตำรวจโทศุภกิตติ์ ประจันตะเสน รองผู้กำกับสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองสงขลา เป็นผู้ชี้แจงแทน   เบื้องต้น ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน เปิดเผยว่า ได้สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง หากบกพร่องหรือละเว้นให้ดำเนินทางวินัยผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ภายใน 1สัปดาห์ เพื่อตรวจสอบ CCTV หน้าสถานีตำรวจ กับเฟซบุ๊กที่ผู้โพสต์นำไปแชร์ในสื่อสังคมออนไลน์ วันที่เวลา ตรงกันหรือไม่ เหตุเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ขัดแย้งกับข้อเท็จจริงหรือไม่   เพราะช่วงเวลาดังกล่าว ตำรวจที่เข้าเวรอ้างว่ามีพนักงานสอบสวนอยู่เวรอย่างไรก็ตามจากกรณีที่เกิดขึ้น รองผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองสงขลา เชื่อว่าน่าจะมีบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่ไม่พอใจการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ได้เคยมีเหตุกลุ่มคนเมาโวยวายบริเวณโรงพัก ทำให้ทาง จนท.ได้เข้าควบคุมเหตุ จึงอาจเป็นภาพเก่าที่นำมาเผยแพร่   อย่างไรก็ตาม คาดว่าภายใน 1 สัปดาห์จะต้องมีคำตอบให้สังคมหายสงสัย หากภาพที่โพสต์เป็นการกลั่นแกล้ง ผู้ที่โพสต์ จะต้องรับผิดชอบ ฐานนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์   อย่างไรก็ตามบรรยากาศที่เกิดขึ้นทั่วไป ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าทุกคนต่างมีสีหน้าเคร่งเครียด โดยเฉพาะพนักงานสอบสอบที่เข้าเวรรอบดึก   ด้านผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา พลตำรวจปรีดา เปี่ยมวารี เปิดเผยว่า เหตุที่เกิดขึ้นขอให้เป็นหน้าที่ของผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองสงขลา ได้ทำหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง รายงานมาตามลำดับชั้น ยกเว้นปล่อยปละเลย ก็จะเรียกให้มาปฏิบัติหน้าที่ที่ศูนย์ปฏิบัติการภูธรจังหวัด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/XV9UndPfKMM    

 6,670
ข่าวภูมิภาค
12 ก.พ. 61

พบระเบิดซุกกระติกน้ำหน้าบ้านหลังโรงพัก ตร.กู้สำเร็จ เชื่อคนร้ายกลุ่มเดียวกับที่บึ้ม 3 อำเภอ จ.ปัตตานี

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สายบุรี จ.ปัตตานี รับแจ้งพบวัตถุต้องสงสัย อยู่หน้าบ้านซึ่งเปิดเป็นร้านขายของชำ ถ.ท่าเสด็จ ต.ตะลุบัน จ.ปัตตานี จึงประสานชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบ พร้อมปิดเส้นทางดังกล่าวทันทีเพื่อความปลอดภัย จากนั้นจึงเข้าตรวจสอบพบว่าวัตถุต้องสงสัยดังกล่าวเป็นระเบิดแสวงเครื่อง เจ้าหน้าที่จึงต้องใช้ปืนแรงดันน้ำยิงทำลายเพื่อตัดวงจรระเบิด ก่อนจะเข้าตรวจสอบอีกครั้ง พบว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่องบรรจุในกระติกน้ำ ขนาด 1 ลิตร น้ำหนักประมาณ 1 กก.จุดชนวนด้วยนาฬิกาปลุก   จากสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่คนงานกำลังจัดของหน้าร้านเพื่อปิดร้าน พบกระติกน้ำซุกอยู่ใต้กระสอบคนงานจึงหยิบขึ้นมาเปิดดูก็พบว่าภายในมีนาฬิกาจึงได้วางลงบนถนนก่อนจะแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบและสามารถเก็บกู้ไว้ได้ก่อนที่จะเกิดระเบิดขึ้น อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือคนร้ายกลุ่มเดียวกันที่ก่อเหตุใน 3 อำเภอของ จ.ปัตตานี      ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/wSIOb4U40ek    

 2,756
ข่าวภูมิภาค
25 ม.ค. 61

2 แก๊งขาใหญ่ 'อ้วน เซียงตึ๊ง-ศักดิ์ ผาสุก' ทำซึ้ง! ปรับความเข้าใจ กอดคอร่ำไห้กลางโรงพัก หลังยกพวกยิงกันเกือบตาย

สงขลา-คืบหน้าคดี 2 แก๊งขาใหญ่ในหาดใหญ่ ระหว่างอ้วน เซี่ยงตึ้ง กับศักดิ์ ผาสุก จนมีการยกพวกไล่ยิงถล่มหน้าโรงแรมและสถานบันเทิงชื่อดังกลางเมืองหาดใหญ่ จากปมถูกหยามศักดิ์ศรีเรื่องผู้หญิง   ล่าสุด ผู้ต้องหาทั้งหมดยังคงถูกควบคุมตัวอยู่ที่ห้องขังของ สภ.หาดใหญ่ เพื่อรอส่งศาล จ.สงขลา พร้อมกัน และเจ้าหน้าที่ต้องแยกทั้งสองฝ่ายควบคุมไว้คนละห้องเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากันระหว่างทั้งสองฝ่าย โดยแก๊งอ้วน เซียงตึ๊ง อยู่รวมกัน 3 คน ส่วนแก๊งศักดิ์ ผาสุก มี 2 คน   ทั้งนี้ได้เกิดเหตุการณ์ดราม่าเกิดขึ้นภายในห้องขัง ระหว่างที่ทั้งสองฝ่ายเผชิญหน้ากันเป็นครั้งแรก ก็ได้มีการจับมือและสวมกอดขอโทษซึ่งกันและกันแล้วร่ำไห้ สำนึกผิดไม่น่ามาก่อเหตุยิงกันเองจนถูกจับทั้งคู่   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/1lBoiE5LslU  

 14,051
สังคม-อาชญากรรม
05 ม.ค. 61

รวบผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ยิงหนุ่มขับผ่านด่าน อ้างยิงปืนขึ้นฟ้า ญาติกรูเข้าโรงพัก ขอดูหน้าผู้ต้องหา

ความคืบหน้ากรณีผู้ใช้ facebook รายหนึ่ง ขอความเป็นธรรมผ่านเพจ “แหม่มโพธิ์ดำ” ว่าญาติของตนคือ นายศรชัย สถิตย์ดำรง อายุ 35 ปี ถูกยิงเสียชีวิต หลังขับรถผ่านด่านตรวจชุมชน ในพื้นที่ อำเภอแม่สรวย (แม่-สวย) จังหวัดเชียงราย   ล่าสุด พันตำรวจเอกวีระยุทธ ประสพโชคชัย รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่าได้จับกุมตัวผู้ต้องหาแล้ว คือนายวุฒิชัย อินใจ อายุ 46 ปี เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านป่าเหี่ยง หมู่ 14 ตำบลท่าก๊อ อำเภอแม่สรวย ตำรวจแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา และได้นำตัวส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดเชียงราย พร้อมคัดค้านการประกันตัว โดยเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวตั้งแต่ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา  เพราะมีพยานหลักฐานชัดเจน ผู้ต้องหารับสารภาพว่าตอนเกิดเหตุได้ยิงปืนขึ้นฟ้า โดยใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ยิงทั้งหมด 3 นัด   อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจจะต้องให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน มาตรวจสอบว่า เจตนายิงใส่ผู้ตาย หรือยิงขึ้นฟ้าจนทำให้มีผู้เสียชีวิต ส่วนอาวุธปืนนั้น ตรวจสอบแล้ว ผู้ต้องหามีใบอนุญาตครอบครอง แต่ยังต้องตรวจสอบต่อไปว่ามีใบอนุญาตพกพาหรือไม่ เบื้องต้นเชื่อว่าหลักฐานจะสามารถเอาผิดได้แน่นอน แม้ผู้ต้องหาจะยังให้การภาคเสธ   ด้าน นางสาวศิริรัตน์ แยเบียง อายุ 28 ปี แฟนสาวของ นายศรชัย ถือภาพของนายศรชัย ใส่กรอบแขวนดอกไม้ไว้อาลัย มาพร้อมกับทนายความ ญาติ และชาวบ้าน บ้านแม่น้ำขุ่น เดินทางมาที่โรงพักแม่สรวย ร้องขอความเป็นธรรมให้นายศรชัย เหตุการณ์ค่อนข้างชุลมุนวุ่นวาย เพราะชาวบ้านพากันกรูกันเข้าไปในโรงพัก เพื่อต้องการจะดูหน้าผู้ต้องหา ในขณะที่ตำรวจยืนยันว่าผู้ต้องหาไม่ได้อยู่ที่โรงพักแล้ว เนื่องจากนำตัวไปฝากขังเป็นที่เรียบร้อยแล้ว   พันตำรวจเอกวีระยุทธ ยืนยันกับทางญาติ ขอให้มั่นใจกับกระบวนการยุติธรรม ยืนยันว่าไม่มีการจับแพะ มีพยานหลักฐานในการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายทุกอย่าง   นางสาวศิริรัตน์ เปิดเผยกับสื่อข่าว จ.เชียงรายว่า ที่ต้องเดินทางมาที่โรงพัก เพราะทราบว่าจับคนร้ายได้แล้ว จึงเดินทางมาต้องการมาดูว่าผู้ต้องหาคือใคร เพราะแฟนของตนไม่เคยมีปัญหากับใคร ทุกคนในหมู่บ้านก็รักนายศรชัย เหมือนกับที่ตัวเองรัก   ตนขอให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนายศรชัย เป็นครั้งแรก และครั้งสุดท้าย ที่จะต้องมีคนมาเสียชีวิตบนถนนเส้นเกิดเหตุ ทุกวันนี้ชาวบ้านก็หวาดกลัว ไม่กล้าใช้เส้นทางดังกล่าว เพราะรู้สึกไม่ปลอดภัย อยากให้เจ้าหน้าที่ช่วยดูแลความปลอดภัยให้เข้มงวด และติดไฟส่องสว่างให้มากขึ้นด้วย   ส่วนเรื่องการนำร่างของนายศรชัยไปบำเพ็ญกุศลตามความเชื่อทางศาสนานั้น ทางครอบครัวขอรอให้คดีคลี่คลายให้ได้ก่อน ตอนนี้ยังคงเก็บศพของนายศรชัยไว้ที่บ้าน   ในเวลาต่อมา พันตำรวจเอก บุญรักษ์ ก้าวสมบัติ หัวหน้ากลุ่มงานตรวจอาวุธปืน ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 จ.ลำปาง เดินทางมาทำการตรวจรถยนต์เก๋งยี่ห้อนิสสัน ของนายศรชัย โดยทำการยกรถเก๋งคันดังกล่าวไปยังจุดเกิดเหตุ จำลองเส้นทางรถยนต์เมื่อขับรถผ่านด่านตรวจ และไปหยุดที่ชนกับกำแพงและเสาไฟฟ้า   เจ้าหน้าที่ทำการตรวจวัดระยะการยิงปืน พบว่ามีระยะการยิง ประมาณ 53 เมตร วิถีกระสุนพุ่งในแนวราบ ทั้งหมด 1 นัด เข้าที่กระจกหลังรถ ทะลุเข้าไปถูกผู้ขับขี่ โดยหัวกระสุนถูกตัวรถหรือโลหะ ทำให้กระสุนแตก เป็นเศษเล็ก 4 ชิ้น แล้วเศษหัวกระสุนปืน ก็พุ่งเข้าไปที่เบาะรองศีรษะของคนขับ จนเกิดรูทะลุเข้าเบาะทั้งหมด 4 รู แล้วทะลุเข้าที่ศีรษะนายศรชัย 2 ชิ้น   นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังได้นำเบาะรองศีรษะ มาทำการผ่าพิสูจน์ เพื่อหาเศษกระสุนปืนที่เหลือ แต่พบเพียงเขม่าดินปืนสีดำ ไม่พบเศษกระสุนปืนแต่อย่างใด โดยผลการตรวจหลักฐานทั้งหมด จะต้องส่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินการต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/DD5oN3Mxdj8    

 49,698
ข่าวภูมิภาค
01 ธ.ค. 60

โจรแสบแหกห้องขัง ก่อนขังสิบเวรหนุ่มไว้แทน ผกก.สั่งตั้งกรรมการสอบ

เชียงใหม่-กล้องวงจรปิดในโรงพักบันทึกวินานีหลบหนีในเวลาประมาณ 19.52 น. เป็นช่วงเวลาผลัดเปลี่ยนเวรของสิบเวรควบคุมผู้ต้องขัง เวลานั้นสิบเวรผลัดใหม่ยศสิบตำรวจตรีได้เข้าไปในห้องควบคุมผู้ต้องขังเพื่อนับจำนวนและตรวจสอบความเรียบร้อย แต่หลังจากเข้าไปได้ไม่ถึง 30 วินาที   นายพีรณัฐ หลงลืม อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ที่ซ่อนตัวอยู่ห้องคุมขังชั้นนอก ได้อาศัยจังหวะเดินออกมาจากประตูวิ่งหลบหนีออกไปจากโรงพัก ซึ่งภาพวงจรปิดด้านหน้าโรงพักบันทึกภาพขณะวิ่งหลบหนีออกไปได้ หลังจากเกิดเหตุ สิบเวรผลัดใหม่ที่ถูกขังได้เรียกให้สิบเวรผลัดเก่าที่อยู่ด้านนอกห้องคุมขัง เข้ามาช่วยเปิดประตูและวิ่งติดตาม แต่ก็ไม่ทัน จากนั้นจึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมวิทยุแจ้งไปยังทุกโรงพักเพื่อช่วยกันติดตามจับกุม แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่พบตัว   ล่าสุด พ.ต.อ.ปิติพงษ์ บุญเปี่ยม ผกก.สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ ชี้แจงกับสื่อมวลชน ระบุว่า นายพีรณัฐถูกจับกุมข้อหาลักทรัพย์ ถูกนำตัวมาฝากขังไว้เมื่อวันที่ 25 พ.ย. เพื่อเตรียมส่งตัวฟ้องศาล โดยแยกห้องขังไว้คนละห้องกับ ผู้ต้องหาอีกรายที่โดนข้อหาเมาแล้วขับ จากการสอบสวนสิบเวรผลัดใหม่ที่กำลังเข้าไปเปลี่ยนเวร ทราบว่าขณะเปิดประตูไปตรวจความเรียบร้อยนั้น ผู้ต้องหาได้ออกจากห้องคุมขังชั้นใน ออกมาซ่อนตัวอยู่ห้องคุมขังชั้นนอกที่ใช้เป็นห้องพบญาติ เมื่อสิบเวรเปิดประตูเข้าไปในห้องคุมขังชั้นใน ผู้ต้องหาได้วิ่งออกมาด้านนอก ก่อนจะล็อคลูกบิดขังสิบเวรไว้ แล้ววิ่งหลบหนี   สาเหตุที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ถือว่ามีความบกพร่องของสิบเวรทั้งสองคนที่มีอายุ 20 กว่าปี ทั้งสิบเวรผลัดเก่าที่ลืมล็อคห้องขังด้านใน ทำให้ผู้ต้องหาออกมารอจังหวะที่ห้องด้านนอกได้ และ สิบเวรผลัดใหม่ที่ไม่ล็อคประตูด้านนอกสุด หลังเกิดเหตุได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง พร้อมจัดชุดออกติดตามตัวผู้ต้องหามาให้ได้ภายใน 90 วัน ขณะเดียวกันก็ได้มีการวางมาตรการป้องกันให้มีการตรวจตราและดูแลผู้ต้องหาอย่างเข้มงวดมากขึ้น    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/i9sHei07xr8    

 34,378
แชร์ออฟเดอะเดย์
02 พ.ย. 60

ชาวบ้านแห่ล้อมโรงพักพังงา คาดฝีมือ ตร.ยิงหนุ่มไปรษณีย์ แต่คดีไม่คืบ ล่าสุดเข้ามอบตัวแล้ว

เพจแหม่มโพธิ์ดำ ได้โพสต์ภาพชาวบ้านจำนวนมาก รวมตัวกันหน้าโรงพักกะปง จ.พังงา  โดยเจ้าของภาพเปิดเผยผ่าน ว่า เป็นเหตุการณ์ที่ชาวบ้านไม่พอใจเจ้าหน้าที่ หลังมีชายคนหนึ่งถูกยิงเสียชีวิต หน้าที่ทำการ อบต.ท่านา ซึ่งอยู่ใกล้กับโรงพัก โดยชาวบ้านยังระบุอีกว่า คนยิงคือเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ผ่านมาหลายวัน คดีกลับไม่มีความคืบหน้าใดๆ    ผู้สื่อข่าว จ.พังงา เดินทางไปตรวจสอบที่ สภ.กะปง พบว่า นายธำรงค์ คงเดิม อายุ 51 ปี พร้อมด้วยชาวบ้านจำนวนกว่า 200 คน มารวมตัวกันหน้าโรงพัก เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่ นายจตุวิทย์ คงเดิม ลูกชาย อายุ 29 ปี ลูกจ้างสำนักงานไปรษณีย์กะปง ที่ถูกคนร้ายยิงเสียชีวิต บริเวณถนนเยื้องหน้าที่ว่าการอำเภอกะปง ตั้งแต่วันที่ 27 ต.ค.ที่ผ่านมา ขณะเกิดเหตุเป็นเวลากลางวัน มีผู้คนเห็นเหตุการณ์ แต่คดียังไม่คืบหน้า และยังไม่สามารถจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีได้ โดยนายธำรงค์ พ่อของผู้ตาย ได้สอบถามผู้เหตุการณ์ ทราบว่าผู้ก่อเหตุเป็นคนมีสี  ชาวบ้านเกรงว่าจะมีการช่วยเหลือกัน   เหตุการณ์ยืดเยื้อยาวนานตลอดทั้งวัน ชาวบ้านยังคงปักหลักอยู่ที่หน้าโรงพัก ยืนยันว่าจะไม่ยอมเผาศพของนายจตุวิทย์ จนกว่าจะจับคนผิดมาดำเนินคดีให้ได้ จนกระทั่งในเวลาต่อมา พล.ต.อ.บุญทวี โตรักษา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพังงา เข้ามาพูดคุยทำความเข้าใจกับมารดาของผู้ตาย   เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่ที่คดีล่าช้าเนื่องจากตำรวจมีขั้นตอนในการรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งพยานวัตถุ พยานบุคคล ให้กระชับรัดกุมก่อนที่จะออกหมายจับผู้ต้องสงสัย ในขณะที่พยานหลักฐานทางนิติวิทยา ขณะนี้ได้ส่งไปทำการส่งไปตรวจที่กองพิสูจน์หลักฐานเป็นที่เรียบร้อยแล้วซึ่งยังอยู่ในระหว่างการรอผลการตรวจ ส่วนกล้องวงจรปิดนั้นพบว่า มีกล้องหลายตัวเสีย จึงไม่สามารถดูภาพได้   สำหรับผู้ต้องสงสัยคนดังกล่าว เป็นตำรวจนายหนึ่ง ตำแหน่ง ผู้บังคับหมู่งานปราบปราม ของ สภ.กะปง โดยผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.พังงา บอกกับชาวบ้านว่า หากใครเห็นเหตุการณ์ในคืนเกิดเหตุ ขอให้มาให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะได้รับอันตราย ทางตำรวจจะให้การคุ้มครองอย่างเต็มที่   ทางกลุ่มชาวบ้านยังไม่พอใจ เสนอข้อเรียกร้องกับทางผู้บังคับการภูธรจังหวัดพังงา 5 ข้อคือ 1.ขอเปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวนและให้ออกนอกพื้นที่ 2.ให้ทำการสอบสวนทางวินัยกับผู้เกี่ยวข้องเอาผิดตาม มาตรา 157 (ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ) 3.ให้การคุ้มครองพยานบุคคล และให้ไปกู้ภาพจากกล้องวงจรปิดที่เสีย 4.ให้ย้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องกับคดีออกจากพื้นที่ไปใน 24 ชั่วโมง  และ 5.ต้องไม่เอาผิดกับผู้ที่มาชุมนุม  ซึ่งทางผู้บังคับการ จ.พังงาก็ยังไม่ได้รับปาก แต่ให้ชาวบ้านไปทำหนังสือเสนอมาเป็นลายลักษณ์อักษร   ต่อมาในช่วงบ่าย นางอำนวย มารดาผู้เสียชีวิต ยังเดินทางไปที่ ที่ว่าการอำเภอกะปง เพื่อขอออกใบมรณะบัตรของลูกชาย และยังได้ร้องขอความเป็นธรรมต่อทางอำเภอ และศูนย์ดำรงธรรม ซึ่งทางผู้ว่าราชการจังหวัดพังงาได้ตั้งคณะกรรมการติดตามเรื่องดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อย   ผู้สื่อข่าว จ.พังงา รายงานเพิ่มเติมอีกว่า ล่าสุดช่วงเย็นที่ผ่านมา นายตำรวจที่ถูกกล่าวหา ได้เดินทางเข้ามอบตัวที่ สภ.ตะกั่วป่า จ.พังงา (โรงพักนอกพื้นที่) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่ที่โรงพักตะกั่วป่าทำการสอบสวน ก่อนจะทำการส่งตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดตะกั่วป่า ส่วนศาลจะให้ประกันตัวหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศาล   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Rtc0vAr4Nho    

 22,649
แชร์ออฟเดอะเดย์
30 ต.ค. 60

ผู้การฯหนองคาย อัดคลิป ตร.เมาแอ๋เข้าเวรคาโรงพัก ลงโทษสั่งยืนยาม 1 เดือน

จากกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปหนึ่งระบุว่าเป็นตำรวจเมาที่ จ.หนองคาย จากการตรวจสอบพบว่าเป็นคลิปที่ถ่ายโดย พล.ต.ต.ไพศาล ลือสมบูรณ์ ผบก.ภ.จ.หนองคาย ซึ่งได้เปิดเปยว่าเปิดเผยว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 19.00 น .วันที่ 28 ต.ค.60 ที่ผ่านมา ตนจะวิทยุสั่งการไปยังห้องวิทยุสื่อสาร ภายในตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่วิทยุตอบรับ เห็นว่าผิดสังเกตจึงได้เดินขึ้นไปยังห้องวิทยุสื่อสาร ก็พบดาบตำรวจนายหนึ่งอยู่ในสภาพมึนเมา สวมชุดลำลองไม่ได้สวมเครื่องแบบ จึงได้สอบถามและถ่ายคลิปไว้   ดาบตำรวจนายนี้ก็ยอมรับว่าดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาแล้วมาเข้าเวร ตนจึงสั่งให้ตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ และวัดได้ 295 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ล่าสุดตนได้สั่งลงโทษดาบตำรวจนายนี้ด้วยการยืนยาม เป็นเวลา 1 เดือน เพื่อให้ทบทวนการกระทำของตนเอง ซึ่งเป็นการลงโทษตามระเบียบ   พล.ต.ต.ไพศาล ยังกล่าวอีกว่า การที่ตนถ่ายคลิปไว้ด้วยนั้นเพื่อจะนำไปสั่งการในกลุ่มห้องสั่งการของตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย และยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาที่จะปล่อยคลิปให้หลุดออกมาสู่สาธารณะ เป็นการกำชับให้หัวหน้าสถานีทุกแห่งในสังกัดดูเป็นตัวอย่างเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะเช่นนี้อีก ให้กวดขันผู้ใต้บังคับบัญชาให้ดี ไม่ว่าจะอยู่ในงานด้านใดขณะปฏิบัติหน้าที่ต้องพร้อมอยู่เสมอ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ozT0qLxLWx0  

 70,476
ข่าวภูมิภาค
13 ต.ค. 60

ตร.งง! หญิงวัย45 เครียดจัด กินยา 50 เม็ดจนน็อกหมดสติคาโรงพัก ขณะรอแจ้งความ

เกิดเหตุหญิงอายุ 45 ปี เครียดจัด กินยาเกือบ 50 เม็ด ก่อนจะเป็นลมหมดสติไป ขณะเดินทางมารอแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปะกง อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ก่อนตำรวจประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยให้มารับตัวไปส่งโรงพยาบาล โดยระหว่างรอกู้ภัยเจ้าตัวก็รู้สึกตัวแต่พูดจาไม่รู้เรื่อง   เบื้องต้นสันนิษฐานว่าน่าจะเกิดจากความเครียด แต่ไม่มีใครทราบว่าเกิดจากสาเหตุใด ทางตำรวจพยายามประสานหาญาติให้มาดูแลแล้ว                       ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/x2V1OgSP5RA

 3,200

Top