ค้นหา :

ผลการค้นหา "ชุมพร"

ไลฟ์สไตล์
16 พ.ย. 62

ปลุกบ้านเก่าอายุร้อยกว่าปี ตกแต่งเป็นร้านอาหารสุดเก๋ริมทะเล เติมเต็มความคลาสสิคด้วยศิลปะ

บ้านไม้เก่าที่ดูจากสภาพอายุไม่ต่ำกว่าร้อยปี เป็นบ้านไม้สองชั้น อยู่ติดริมทะเล โดยรอบมีบ่อคอนกรีต สันนิฐานว่าบ้านหลังนี้น่าจะเป็นของคนจีนที่ย้ายถิ่นฐานมาอยู่บริเวณนี้และทำเป็นโรงงานน้ำปลาเพราะมีบ้านพักคนงานหลังเล็กๆ   ซึ่งเวลาผ่านไปก็มีการซื้อขาย เปลี่ยนมือกันมา แต่ถึงแม้จะมีการซื้อขายไปกี่ครั้งบ้านหลังนี้ก็ถูกปิดตายมานานหลายสิบปี โดยสภาพบ้านก็ยังคงเป็นไม้เก่าหลังเดิม ที่ไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนหรือตกแต่งอะไรมากมาย คงมีเพียงหลังคาที่ถูกความเสียหายจากไอทะเลที่ทำให้สังกะสีชำรุดเสียหาย แต่ส่วนอื่นๆถูกสร้างด้วยไม้จึงทำให้ทนต่อไอเค็มจากทะเลได้อย่างดี   นายบุญฤทธิ์ ฉิมพิบูรณ์ อายุ 46 ปี  เจ้าของร้าน โซ อาร์ท แกลลอรี่แห่งนี้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเองเป็นคนชุมพร และมีร้านอาหาร ชื่อมาลีบู เป็นร้านอาหารริมทะเลอยู่ในพื้นที่ชายหาดทุ่งวัวแล่น ซึ่งร้านนี้เปิดมาประมาณ 17 ปี ในช่วงแรกร้านก็จะเป็นประมาณ บาร์เล็กๆนั่งดื่มนั่งฟังเพลง แต่เมื่อเวลาผ่านไปร้านเริ่มกลายเป็นร้านอาหารอย่างเต็มรูปแบบ ตนเองจึงพยายามมองหาทำเลใหม่เพื่ออยากให้ร้านเดิมๆบรรยากาศเดิมๆที่มานั่งดื่มมานั่งกินมานั่งคุยกันได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องมานั่งหลายๆคน มานั่งโต๊ะสั่งอาหาร   เมื่อวันหนึ่งที่ตนเองได้ผ่านมาและเห็นบ้านไม้หลังนี้ ตนเองจึงพยายามติดต่อหาเจ้าของ เพื่อต้องการเช่าบ้านหลังนี้ มาทำเป็นร้านขายอาหาร ขายเครื่องดื่ม นั่งฟังเพลงสบายๆ และที่สำคัญคือ อยากเปิดแกลเลอรี่ เพราะเป็นความชอบส่วนตัว และตนเองก็เรียนมาทางด้านนี้ ส่วนตัวเป็นคนชอบในงานศิลปะ และอยากให้คนมาเห็นงานที่ศิลปินหลายๆคนที่ไม่มีชื่อเสียงและอยากแสดงงานของตัวเองแต่ไม่มีพื้นที่จะให้โชว์ โดยเฉพาะศิลปินในพื้น ตนเองก็พยายามมองหาซึ่งมีคนเก่งๆหลายคน แต่ไม่มีพื้นที่ให้แสดงผลงาน ซึ่งบางคนมาเที่ยวทะเล มานั่งดื่มกาแฟ กินอาหารที่ร้าน   นอกจากจะได้เดินเล่นริมทะเล ก็ยังสามารถมาเดินเล่นในแกลเลอรี่แห่งนี้ได้ด้วย การขายได้ขายไม่ได้สำหรับศิลปินไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่แค่มีคนชื่นชมในผลงานก็ดีใจแล้ว ที่สำคัญแกลเลอรี่แห่งนี้จะถูกสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปเรื่อยๆ โดย 12 เดือน ก็จะมีศิลปิน 12 ท่านที่จะมาโชว์งานของตนเองให้ชม ซึ่งในทุกๆเดือนที่มีการเปลี่ยนศิลปินก็จะมีกิจกรรมเปิดตัวศิลปิน มีการทำโปสการ์ดเพื่อแจกให้คนได้รู้ว่าเดือนนี้มีใครมาจัดวางงานในแกลเลอรี่แห่งนี้  เพราะฉะนั้นลูกค้าที่มาก็จะได้ชมภาพวาดใหม่ๆทุกๆ เดือน    สำหรับเดือนแรก คุณบุญฤทธิ์ได้เชิญศิลปินที่เป็นชาวชุมพรมาแสดงงานที่โซ อาร์ท แกลเลอรี่แห่งนี้ ร้านแห่งนี้เพิ่งเปิดเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 ก็สามารถขายภาพวาดได้แล้วจำนวน 2 ภาพ ในราคาภาพละ 8,000 บาท และ 22,000 บาทซึ่งคนที่ซื้อเป็นคนไทยและชาวต่างชาติ นอกเหนือจากภาพวาดที่ถูกเอามาจัดวางอยู่บนชั้น 2 ในบ้านไม้โบราณ แห่งนี้ ด้านล่างของร้านก็จะมีในส่วนของบาร์เล็กๆ เค้าเตอร์ร้านกาแฟในแบบของร้านโซ อาร์ท แกลเลอรี่ที่ถูกผสมมาในเมนูต่างๆ ให้ได้ชิม   โดยนางสาวรัตติยา ทองสกล อายุ 38 ปี ภรรยา ของนายบุญฤทธิ์ที่เรียกได้ว่าเอาความรู้ความชอบในการทำค็อกเทล มาดัดแปลงคิดค้นสูตรกาแฟได้อย่างลงตัว หากพูดถึงเรื่องอาหารของร้านนี้จะออกเป็นแนวฝรั่ง ร้านนี้จะไม่มีเมนูมาให้นั่งเลือกว่าในร้านมีอะไรบ้างแล้วให้ลูกค้าเลือก แต่ทางร้านจะเป็นคนบอกว่าวันนี้ที่ร้านมีอะไรให้ลูกค้าทาน ซึ่งลูกค้าประจำที่ร้านจะถามเลยว่าวันนี้มีอะไรให้กินบ้าง ความรู้สึกเหมือนมากินข้าวบ้านเพื่อน โดยนางสาวรัตติยาจะคิดค้นเมนูใหม่ๆมาให้ลูกค้าได้ลองชิมอยู่เสมอ ซึ่งการทำแบบนี้นายบุญฤทธิ์กล่าวว่าจะทำให้ลูกค้าไม่จำเจ แต่ละเมนูจะทำไม่มาก และของที่เอามาทำจะสดและมีคุณภาพเพราะเราจะไม่ซื้อของมาเก็บไว้ หมดคือหมด   หากใครอยากลองมานั่งรับลมริมชายทะเล เดินชมภาพกวาด กับบรรยากาศโบราณๆ เจ้าของร้านที่มาในแนวอินดี้ลองมานั่งชิวที่ร้านโซ อาร์ท แกลเลอรี่ แกลเลอรี่แห่งแรกในชุมพร ที่เจ้าของร้านเป็นกันเองและใส่ใจในๆทุกๆเมนูที่จะส่งต่อให้ลูกค้า เราทานแบบไหนลูกค้าก็จะต้องทานแบบนั้น อร่อยและดี มีที่โซ อาร์ท แกลเลอรี่ อยู่ใกล้ๆกับท่าเรือสะพลี หรือหากใครจะโทรไปสอบถามเส้นทาง รายละเอียดอื่นๆสามารถติดต่อไปได้ที่เบอร์083-5219266 ร้านเปิดตั้งแต่ 10.00 น.-22.00 น.ปิดทุกวันอังคาร     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/Bxg83V5L-_I

 2,449
ข่าวภูมิภาค
11 พ.ย. 62

พี่เขยโหดรัว 5 นัดใส่น้องเมียดับ ฉุนดูถูกไร้เงินรักษาเมีย

ชุมพร-เกิดเหตุยิงกัน มีผู้เสียชีวิตในบ้านพักที่ อ.สวี จากการตรวจสอบพบว่ามือปืน คือ นายถาวร พรหมวิเศษ อายุ 50 ปี เจ้าของบ้านหลังที่เกิดเหตุได้ขึ้นไปหลบซ่อนตัวอยู่ในห้องพักบนบ้าน ตำรวจได้เกลี้ยกล่อมจนยอมให้ควบคุมตัวแล้วนำตัวไปสอบปากคำที่  สภ.นาสัก จากการสอบสวนได้การว่าผู้ที่ถูกยิงเสียชีวิตเป็นน้องเมียของนายถาวร พรหมวิเศษ อายุ 50 ปีชื่อนางสุภา พรหมวิเศษ อายุ 49 ปี   โดยก่อนเกิดเหตุช่วงหัวค่ำ นายถาวรและนายสุระนั่งดื่มเหล้ากันที่ร้านค้าข้างบ้าน ในระหว่างนั้นนายสุระได้ถามนายถาวรพี่เขยว่าจะนำนางสุภา พี่สาวไปพบแพทย์หรือไม่ ถ้าไม่มีเงินให้เอาเงินของนายสุระไปก็ได้ ทำให้นายถาวรซึ่งอยู่ในอาการมึนเมาไม่พอใจพูดด้วยเสียงอันดังว่า พูดอย่างนี้ดูถูกกันนี่หว่า   จากนั้นเดินขึ้นไปบนห้องพักนำปืนขนาด 7.65 แมกนั่ม ลงมายิงใส่นายสุระซึ่งเดินติดตามมาที่บริเวณหน้าบ้านกระสุนโดนเข้าที่บริเวณลำตัวนายสุระ 1 นัด แล้วนายสุระวิ่งหนีไปล้มลงที่สนามหญ้าหน้าบ้าน นายถาวรตามมายิงซ้ำอีก 4 นัด แล้วหลบหนีขึ้นไปซ่อนตัวบนห้องพัก ต่อมาญาติพี่น้องได้นำร่างของนายสุระส่งโรงพยาบาลทุ่งตะโก แต่ขาดใจตายก่อนถึงมือแพทย์   ในเวลาต่อมา ตำรวจหน่วยพิสูจน์หลักฐานชุมพร ได้เดินทางมาเก็บเขม่าดินปืนตามร่างกายของนายถาวรและเดินทางไปเก็บหลักฐานต่างๆในที่เกิดเหตุเพื่อประกอบคำรับสารภาพ ตำรวจได้ตั้งข้อหา นายถาวรว่าฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและได้ควบคุมตัวไว้ดำเนินคดีต่อไป  

 2,350
อาชญากรรม
11 พ.ย. 62

พี่เขยโหดรัว 5 นัดใส่น้องเมียดับ ฉุนดูถูกไร้เงินรักษาเมีย

ชุมพร-เกิดเหตุยิงกัน มีผู้เสียชีวิตในบ้านพักที่ อ.สวี จากการตรวจสอบพบว่ามือปืน คือ นายถาวร พรหมวิเศษ อายุ 50 ปี เจ้าของบ้านหลังที่เกิดเหตุได้ขึ้นไปหลบซ่อนตัวอยู่ในห้องพักบนบ้าน ตำรวจได้เกลี้ยกล่อมจนยอมให้ควบคุมตัวแล้วนำตัวไปสอบปากคำที่  สภ.นาสัก จากการสอบสวนได้การว่าผู้ที่ถูกยิงเสียชีวิตเป็นน้องเมียของนายถาวร พรหมวิเศษ อายุ 50 ปีชื่อนางสุภา พรหมวิเศษ อายุ 49 ปี   โดยก่อนเกิดเหตุช่วงหัวค่ำ นายถาวรและนายสุระนั่งดื่มเหล้ากันที่ร้านค้าข้างบ้าน ในระหว่างนั้นนายสุระได้ถามนายถาวรพี่เขยว่าจะนำนางสุภา พี่สาวไปพบแพทย์หรือไม่ ถ้าไม่มีเงินให้เอาเงินของนายสุระไปก็ได้ ทำให้นายถาวรซึ่งอยู่ในอาการมึนเมาไม่พอใจพูดด้วยเสียงอันดังว่า พูดอย่างนี้ดูถูกกันนี่หว่า   จากนั้นเดินขึ้นไปบนห้องพักนำปืนขนาด 7.65 แมกนั่ม ลงมายิงใส่นายสุระซึ่งเดินติดตามมาที่บริเวณหน้าบ้านกระสุนโดนเข้าที่บริเวณลำตัวนายสุระ 1 นัด แล้วนายสุระวิ่งหนีไปล้มลงที่สนามหญ้าหน้าบ้าน นายถาวรตามมายิงซ้ำอีก 4 นัด แล้วหลบหนีขึ้นไปซ่อนตัวบนห้องพัก ต่อมาญาติพี่น้องได้นำร่างของนายสุระส่งโรงพยาบาลทุ่งตะโก แต่ขาดใจตายก่อนถึงมือแพทย์   ในเวลาต่อมา ตำรวจหน่วยพิสูจน์หลักฐานชุมพร ได้เดินทางมาเก็บเขม่าดินปืนตามร่างกายของนายถาวรและเดินทางไปเก็บหลักฐานต่างๆในที่เกิดเหตุเพื่อประกอบคำรับสารภาพ ตำรวจได้ตั้งข้อหา นายถาวรว่าฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและได้ควบคุมตัวไว้ดำเนินคดีต่อไป  

 2,350
ข่าวภูมิภาค
11 พ.ย. 62

'กำนันไข่' เผยปมโมโหถูกด่า โง่ให้ยืมเงิน 13 ล้าน ปรี๊ดแตกกราดยิงยกครัวดับ 3 ศพ

ชุมพร-จากเหตุการณ์ที่ กำนันไข่ หรือ นายสุนันท์ รามดร อายุ 65 ปี อดีตกำนันตำบลขุนกระทิง บุกทวงหนี้กว่า 10 ล้าน จาก 2 แม่ลูกคือนางจินดา ทองพรหม อายุ 61 ปี และนางพรทิพย์ ทองพรหม อายุ 38 ปี ปากเสียงกันอย่างรุนแรงแล้วใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. จ่อยิงไม่ยั้งจนทั้งคู่เสียชีวิตคาที่ แล้วยังบุกเข้าไปในบ้านจ่อยิง ด.ญ.นัยปพร ภูวิชิต อายุ 13 ปี นักเรียนชั้น ม.1 ลูกสาวของนางพรทิพย์ ขณะนั่งกินข้าวอยู่ในครัวเพื่อเตรียมจะไปเรียนพิเศษที่โรงเรียนในตัวเมืองชุมพร เสียชีวิต   ต่อมากำนันไข่ได้ระบุว่า ตนกับนางจินดาเป็นเพื่อนบ้านที่สนิทกันเหมือนญาติ ช่วงแรกๆ เคยมาหยิบยืมเงินครั้งละแสนสองแสนไปลงทุนทำสวนทุเรียน ตนก็ให้ไปไม่มีปัญหาอะไร จนกระทั่งเมื่อปี 2557 นางจินดาและนางพรทิพย์ สองแม่ลูกได้มาอ้างชื่อบุคคลที่ 3 ชื่อว่า นางกนกวรรณ หรือนก ได้สามีอยู่ประเทศสหรัฐอเมริกา และสามีชาวต่างชาติได้เสียชีวิตลง จึงต้องการจะขายมรดกที่ดินมีมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท เพื่อนำเงินกลับมาทำธุรกิจในประเทศไทย แต่เงินค่าใช้จ่ายในการดำเนินการขายที่ดินไม่พอจึงขอยืมตนเพื่อนำไปให้กับนางกนกวรรณก่อน   โดยมีการโทรศัพท์โอนสายให้ตนพูดคุยกับนางกนกวรรณด้วย ตนก็เห็นว่าเขาจะขายที่ดินนำเงินกลับมาทำธุรกิจที่ประเทศไทย โดยครั้งแรกตนให้ยืม 2 แสนบาท จ่ายเงินสดผ่านให้กับนางจินดาโดยไม่ได้ทำสัญญาเงินกู้ยืมแต่อย่างใด เพราะเชื่อใจกัน จนกระทั่งครั้งต่อๆ มาทั้งสองแม่ลูกก็ยังมาอ้างปัญหาต่างๆ นานา และยังให้นางกนกวรรณโทรมาพูดคุยด้วยเกี่ยวกับความจำเป็นเรื่องการขายที่ดินในต่างประเทศที่ยังขายไม่ได้ และขอยืมเงินตนเรื่อยมา   ตนมีอาชีพทำสวนทุเรียนกว่า 30 ไร่ขายผลผลิตได้ปีละ 3-4 ล้านบาท ตลอดเวลา 5 ปี ทั้งสองแม่ลูกใช้วิธีพูดจาหว่านล้อมตน และยังอ้างตัวละครที่ชื่อนางกนกวรรณ หรือนก ให้โทรมาอ้อนวอนตนเกี่ยวกับการขอยืมเงิน พร้อมทั้งอ้างปัญหาสารพัด ซึ่งตนเป็นคนขี้สงสาร ก็ให้ยืมครั้งละ 1 แสนบ้าง 2 แสนบ้าง เมื่อนับรวมแล้วประมาณ 13 ล้านบาท   ระยะหลังๆ ตนเริ่มสงสัยและรู้สึกแปลกใจว่าทุกครั้งที่ตนขายทุเรียนได้ครั้งละ 3-4 ล้านบาท ทำไมคนชื่อนางกนกวรรณ ซึ่งอยู่ต่างประเทศจึงรู้และได้โทรมาอ้อนวอนขอยืมเงินตนตลอด ทั้งๆ ที่ตนไม่เคยเห็นหน้าและรู้จักมาก่อน และตนก็ใจอ่อนให้ยืมโดยนำเงินสดไปมอบให้กับนางจินดาเพื่อโอนไปให้ทุกครั้ง จึงมาคิดว่าตนคงถูกหลอก และนางกนกวรรณก็น่าจะไม่ได้มีสามีอยู่ต่างประเทศแน่นอน จึงไปทวงหนี้กับนางจินดาอยู่หลายครั้ง แต่ถูกบ่ายเบี่ยงต่างๆ นานาเรื่อยมา   จนกระทั่ง 2 วันก่อนเกิดเหตุ นางจินดาบอกว่า นางกนกวรรณจะโอนเงินทั้งหมดประมาณ 10 ล้านบาทมาให้นางจินดาเพื่อคืนให้กับตน แต่ก็ไม่มีการโอนมาให้แต่อย่างใด จนกระทั่งวันเกิดเหตุตนบุกไปทวงถึงบ้านแล้วเกิดมีปากเสียงกัน แถมยังถูกด่าว่า “อยากโง่เองไปให้เขายืมทำไม และถ้าอยากได้ก็ไปฟ้องเอา” ตนโมโหสุดขีดจึงชักปืนยิงไม่ยั้งโดยไม่ได้คิดว่าจะเป็นผู้ใหญ่หรือเด็ก เพราะความรู้สึกตอนนั้นอะไรขวางหน้ายิงหมด หลังเกิดเหตุได้สติจึงตัดสินใจเข้ามอบตัวที่ สภ.เมืองชุมพร ดังกล่าว   ล่าสุดตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่กำนันไข่ ฐานฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา, พยายามฆ่าผู้อื่น, พกอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไปในเมือง หมู่บ้าน โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/nqD4NzdhAWY

 8,657
อาชญากรรม
11 พ.ย. 62

'กำนันไข่' เผยปมโมโหถูกด่า โง่ให้ยืมเงิน 13 ล้าน ปรี๊ดแตกกราดยิงยกครัวดับ 3 ศพ

ชุมพร-จากเหตุการณ์ที่ กำนันไข่ หรือ นายสุนันท์ รามดร อายุ 65 ปี อดีตกำนันตำบลขุนกระทิง บุกทวงหนี้กว่า 10 ล้าน จาก 2 แม่ลูกคือนางจินดา ทองพรหม อายุ 61 ปี และนางพรทิพย์ ทองพรหม อายุ 38 ปี ปากเสียงกันอย่างรุนแรงแล้วใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. จ่อยิงไม่ยั้งจนทั้งคู่เสียชีวิตคาที่ แล้วยังบุกเข้าไปในบ้านจ่อยิง ด.ญ.นัยปพร ภูวิชิต อายุ 13 ปี นักเรียนชั้น ม.1 ลูกสาวของนางพรทิพย์ ขณะนั่งกินข้าวอยู่ในครัวเพื่อเตรียมจะไปเรียนพิเศษที่โรงเรียนในตัวเมืองชุมพร เสียชีวิต   ต่อมากำนันไข่ได้ระบุว่า ตนกับนางจินดาเป็นเพื่อนบ้านที่สนิทกันเหมือนญาติ ช่วงแรกๆ เคยมาหยิบยืมเงินครั้งละแสนสองแสนไปลงทุนทำสวนทุเรียน ตนก็ให้ไปไม่มีปัญหาอะไร จนกระทั่งเมื่อปี 2557 นางจินดาและนางพรทิพย์ สองแม่ลูกได้มาอ้างชื่อบุคคลที่ 3 ชื่อว่า นางกนกวรรณ หรือนก ได้สามีอยู่ประเทศสหรัฐอเมริกา และสามีชาวต่างชาติได้เสียชีวิตลง จึงต้องการจะขายมรดกที่ดินมีมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท เพื่อนำเงินกลับมาทำธุรกิจในประเทศไทย แต่เงินค่าใช้จ่ายในการดำเนินการขายที่ดินไม่พอจึงขอยืมตนเพื่อนำไปให้กับนางกนกวรรณก่อน   โดยมีการโทรศัพท์โอนสายให้ตนพูดคุยกับนางกนกวรรณด้วย ตนก็เห็นว่าเขาจะขายที่ดินนำเงินกลับมาทำธุรกิจที่ประเทศไทย โดยครั้งแรกตนให้ยืม 2 แสนบาท จ่ายเงินสดผ่านให้กับนางจินดาโดยไม่ได้ทำสัญญาเงินกู้ยืมแต่อย่างใด เพราะเชื่อใจกัน จนกระทั่งครั้งต่อๆ มาทั้งสองแม่ลูกก็ยังมาอ้างปัญหาต่างๆ นานา และยังให้นางกนกวรรณโทรมาพูดคุยด้วยเกี่ยวกับความจำเป็นเรื่องการขายที่ดินในต่างประเทศที่ยังขายไม่ได้ และขอยืมเงินตนเรื่อยมา   ตนมีอาชีพทำสวนทุเรียนกว่า 30 ไร่ขายผลผลิตได้ปีละ 3-4 ล้านบาท ตลอดเวลา 5 ปี ทั้งสองแม่ลูกใช้วิธีพูดจาหว่านล้อมตน และยังอ้างตัวละครที่ชื่อนางกนกวรรณ หรือนก ให้โทรมาอ้อนวอนตนเกี่ยวกับการขอยืมเงิน พร้อมทั้งอ้างปัญหาสารพัด ซึ่งตนเป็นคนขี้สงสาร ก็ให้ยืมครั้งละ 1 แสนบ้าง 2 แสนบ้าง เมื่อนับรวมแล้วประมาณ 13 ล้านบาท   ระยะหลังๆ ตนเริ่มสงสัยและรู้สึกแปลกใจว่าทุกครั้งที่ตนขายทุเรียนได้ครั้งละ 3-4 ล้านบาท ทำไมคนชื่อนางกนกวรรณ ซึ่งอยู่ต่างประเทศจึงรู้และได้โทรมาอ้อนวอนขอยืมเงินตนตลอด ทั้งๆ ที่ตนไม่เคยเห็นหน้าและรู้จักมาก่อน และตนก็ใจอ่อนให้ยืมโดยนำเงินสดไปมอบให้กับนางจินดาเพื่อโอนไปให้ทุกครั้ง จึงมาคิดว่าตนคงถูกหลอก และนางกนกวรรณก็น่าจะไม่ได้มีสามีอยู่ต่างประเทศแน่นอน จึงไปทวงหนี้กับนางจินดาอยู่หลายครั้ง แต่ถูกบ่ายเบี่ยงต่างๆ นานาเรื่อยมา   จนกระทั่ง 2 วันก่อนเกิดเหตุ นางจินดาบอกว่า นางกนกวรรณจะโอนเงินทั้งหมดประมาณ 10 ล้านบาทมาให้นางจินดาเพื่อคืนให้กับตน แต่ก็ไม่มีการโอนมาให้แต่อย่างใด จนกระทั่งวันเกิดเหตุตนบุกไปทวงถึงบ้านแล้วเกิดมีปากเสียงกัน แถมยังถูกด่าว่า “อยากโง่เองไปให้เขายืมทำไม และถ้าอยากได้ก็ไปฟ้องเอา” ตนโมโหสุดขีดจึงชักปืนยิงไม่ยั้งโดยไม่ได้คิดว่าจะเป็นผู้ใหญ่หรือเด็ก เพราะความรู้สึกตอนนั้นอะไรขวางหน้ายิงหมด หลังเกิดเหตุได้สติจึงตัดสินใจเข้ามอบตัวที่ สภ.เมืองชุมพร ดังกล่าว   ล่าสุดตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่กำนันไข่ ฐานฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา, พยายามฆ่าผู้อื่น, พกอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไปในเมือง หมู่บ้าน โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/nqD4NzdhAWY

 8,657
อาชญากรรม
09 พ.ย. 62

อดีตกำนันโหด! ยิงดับ 3 ศพ แค้นทวงหนี้ก้อนโตไม่สำเร็จ

ชุมพร - อดีตกำนันทวงหนี้สาวม่ายเกือบสิบล้าน แต่ถูกผัดวันประกันพรุ่ง จนเหลืออดคว้าปืนที่เตรียมมายิงใส่ไม่ยั้ง ใครขวางยิงหมด แม้ลูกสาวและหลานสาวที่กำลังจะไปเรียนพิเศษ โชคดีหลานสาวและหลานชายวิ่งหนีทันรอดหวุดหวิด   เมื่อเวลา 07.30 น.วันที่ 9 พ.ย.62 พ.ต.ท.ปนินทร โชติ รอง ผกก.สอบสวน สภ.เมืองชุมพร ได้รับแจ้งจาก ร.ต.อ.สิทธิกร เหล่าเมฆ หัวหน้าชุดสายตรวจตำบลขุนกระทิง อ.เมือง จ.ชุมพร ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันตายภายในบ้านเลขที่ 9/2 ม.7 ต.ขุนกระทิง อ.เมือง จ.ชุมพร จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ภคพล ทวิชศรี รอง ผบก.ภ.จว.ชุมพร และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน และแพทย์ รพ.ชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ หน่วยกู้ภัยสายชล   โดยจุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากถนนสายเอเชีย 41 เข้าไปในถนนหมู่บ้านสายทุ่งเบี้ย-ควนจำปา กว่า 10 กม.พบบ้านหลังดังกล่าวอยู่ในซอยขุนศรี สุดซอย เป็นบ้านชั้นเดียว ปลูกอยู่ด้านหน้าของสวนทุเรียน และสวนกล้วยอมทอง เจ้าหน้าที่พบผู้เสียชีวิต 2 ศพ ทราบชื่อคือนางจินดา ทองพรหม อายุ 61 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านหลังดังกล่าว ถูกคนร้ายยิงด้วยอาวุธปืน ขนาด 9 มม.เข้าใบหน้า 3 นัด ส่วนอีกศพ ทราบชื่อคือนางพรทิพย์ ภูวิชิต อายุ 38 ปี ซึ่งลูกสาวของนางจินดา ถูกยิงเข้าใบหน้าเช่นกัน จำนวน 2 นัด นอนจมกองเลือดข้างเก้าอี้ไม้หน้าบ้าน ห่างไปเพียง 7 เมตร เข้าไปภายในบ้าน พบศพ ด.ญ.นัยปพร ภูวิชิต อายุ 13 ปี เป็นลูกสาวของ นางพรทิพย์ ถูกคนร้ายยิงเข้าใบหน้า จำนวน 5 นัด นอนฟุบจมกองเลือดอยู่ข้างโต๊ะอาหาร   สอบสวนนายอนนท์ ภูวิชิต อายุ 38 ปี ซึ่งเป็นลูกเขยของนางจินดา เป็นสามีของนางพรทิพย์และเป็นพ่อของ ด.ญ.นัยปพร เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 6 โมงเช้าที่ผ่านมา ตนเองพร้อมครอบครัว ประกอบด้วย นางสาวนนทกานต์ อายุ 15 ปี ด.ญ.นัยปพร อายุ 13 ปี และ ด.ช.นวนนท์ อายุ 12 ปี ได้นั่งกินข้าวกันอยู่ภายในบ้าน ส่วนด้านหน้าบ้านมี นางจินดา แม่ยาย และนางพรทิพย์ ภรรยา นั่งคุยกันอยู่หน้าบ้าน โดยภรรยานั่งรอลูกทั้งสามคนที่เตรียมตัวไปเรียนพิเศษ   นายอนนท์ กล่าวว่า หลังจากที่ตนกินข้าวเสร็จ ก็ต้องรีบออกมาไปทำงาน แต่ตนขับรถออกจากบ้านยังไม่ทันถึงถนนใหญ่ ลูกสาวได้โทรศัพท์ มาบอกว่าลุงไข่ ซึ่งเป็นอดีตกำนัน ใช้อาวุธปืนยิงยาย แม่และน้องสาว ตาย ตนเองตกใจรีบขับรถกลับมาที่บ้าน ได้ภาพถึงกับเข่าทรุด ไม่คิดว่ากำนันไข่ จะทำได้ขนาดนี้ แม้แต่เด็ก ก็ยังไม่เว้น โชคดีที่ลูกสาวและลูกชาย ที่นั่งกินข้าวด้วยกันกับ ด.ญ.นัยปพร ได้วิ่งหนีออกมาทัน ไม่เช่นนั้น คงถูกยิงปิดปากไปด้วยอีกแน่นอน   ในขณะ นายสุพิศ เกตุสถิต ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 ซึ่งเดินทางมาดูเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ก่อนหน้าจะเกิดเหตุการณ์นี้ ทางนายสุนันท์ รามดร หรือกำนันไข่ ผู้ก่อเหตุ ได้เคยมาพูดคุยว่า นางจินดา ได้ยืมเงินไปหลายล้านบาท มาทวงหลายครั้งแต่ไม่เคยได้สักครั้ง   ด้าน พ.ต.อ.ภคพล ทวิชศรี รอง ผบก..ภ.จว.ชุมพร กล่าวว่า ขณะที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ ผู้ใต้บังคับบัญชา ได้รายงานว่า นายสุนันท์ รามดร อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26/1 ม.7 ต.ขุนกระทิง อ.เมือง จ.ชุมพร ซึ่งเป็นอดีตกำนัน และมีบ้านพักอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุเพียงไม่ถึง 3 กม.หลังจากที่ได้เกิดเหตุ ได้เดินทางไป สภ.เมืองชุมพร พร้อมนำอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ ไปมอบต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง โดยอ้างว่า นางจินดา เป็นหนี้ตนเองมาตั้งแต่ ปี 2557 โดยนางจินดา ได้ยืมเงินไปทีละก้อน จนถึงขณะนี้ เงินที่ยืมไปมากกว่า 8 ล้านบาทแล้ว   พ.ต.อ.ภคพล ยังกล่าวว่า ทางนายสุนันท์ ได้มาทวงถามถึงเรื่องเงินทั้งหมด เพื่อจะขอคืน แต่ทางนางจินดา ก็บ่ายเบี่ยง ผลัดวันประกันพรุ่ง อยู่ร่ำไป และล่าสุดเมื่อสองวันที่ผ่านมา ซึ่งคำให้การตรงกับนายอนนท์ ลูกเขย ว่านายสุนันท์ ได้มาที่บ้านและได้พูดคุยเรื่องเงินอีก และทางนางจินดา ได้นัดว่าวันนี้ จะมีลูกหนี้ จะโอนเงินมาให้ตอนเช้า นายสุนันท์ เลยเดินทางมาติดตาม แต่ถูกปัดอีก จึงบันดาลโทสะ ใช้อาวุธปืนที่พกมากระหน่ำยิงไม่ยั้งว่าใครเป็นใคร ขวางทางก็ยิงใส่ไป ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะสอบรายละเอียดอีกครั้ง แต่เบื้องต้นทางนายสุนันท์ หรืออดีตกำนันไข่ ก็ต้องโดนข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

 93
ข่าวภูมิภาค
06 พ.ย. 62

หนุ่มเก็บความลับมานานถึง 2 ปี เห็นพ่อฆ่าแม่ลากศพฝังดิน แม่เข้าฝันพี่สาวบ่นหนาว ก่อนเค้นถามน้องจนรู้ความจริง แจ้ง ตร.ขุดหาร่าง

ชุมพร -  หนุ่มวัย 17 เห็น พ่อลากศพแม่ฝังใต้ต้นไม้ พ่อขู่ห้ามบอกใคร ไม่งั้นจะฝังลูกไว้หลุมเดียวกัน ด้วยความหวาดกลัว จึงปิดปากเงียบมาตลอด และย้ายออกจากบ้านไปพักกับพี่สาว และทุกครั้งที่พี่สาวถามถึงแม่ก็จะบ่ายเบี่ยงตอบคำถาม ให้พี่สาวไปถามพ่อแทน แต่ก็ได้รับคำตอบว่า แม่ไปอาศัยอยู่กับญาติแล้ว    แต่พี่สาวไม่ย่อท้อในการตามหาแม่ ซึ่งใจหนึ่งก็คิดว่าแม่อาจจะตายไปแล้ว เพราะตลอดเวลา 2 ปี ที่ผ่านมา มักฝันว่า แม่มาบอกว่าหนาว อยากได้ผ่าห่ม จนกระทั่งเค้นถามน้องชาย จนหลุดปาก ยอมรับเห็นพ่อฝังศพแม่ไว้ใต้ต้นไม้ริมป่าละเมาะหน้าบ้านเช่าใน อ.หลังสวน จ.ชุมพร จึงพากันเข้าแจ้งความ    ผู้ต้องหา สารภาพบอกภรรยาเป็นลมและเสียชีวิต ตกใจไม่รู้จะทำอย่างไร จึงตัดสินใจฝังร่างของภรรยาไว้ใกล้กับบ้านที่พักอาศัย แต่จุดที่ฝังศพ ถูกสร้างเป็นตลาดแล้ว จึงจำจุดที่แน่นอนไม่ได้ ตำรวจยังไม่เชื่อคำให้การ เตรียมเค้นสอบและขุดหาศพ     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TxHLCCRQVs0

 21,965
อาชญากรรม
06 พ.ย. 62

หนุ่มเก็บความลับมานานถึง 2 ปี เห็นพ่อฆ่าแม่ลากศพฝังดิน แม่เข้าฝันพี่สาวบ่นหนาว ก่อนเค้นถามน้องจนรู้ความจริง แจ้ง ตร.ขุดหาร่าง

ชุมพร -  หนุ่มวัย 17 เห็น พ่อลากศพแม่ฝังใต้ต้นไม้ พ่อขู่ห้ามบอกใคร ไม่งั้นจะฝังลูกไว้หลุมเดียวกัน ด้วยความหวาดกลัว จึงปิดปากเงียบมาตลอด และย้ายออกจากบ้านไปพักกับพี่สาว และทุกครั้งที่พี่สาวถามถึงแม่ก็จะบ่ายเบี่ยงตอบคำถาม ให้พี่สาวไปถามพ่อแทน แต่ก็ได้รับคำตอบว่า แม่ไปอาศัยอยู่กับญาติแล้ว    แต่พี่สาวไม่ย่อท้อในการตามหาแม่ ซึ่งใจหนึ่งก็คิดว่าแม่อาจจะตายไปแล้ว เพราะตลอดเวลา 2 ปี ที่ผ่านมา มักฝันว่า แม่มาบอกว่าหนาว อยากได้ผ่าห่ม จนกระทั่งเค้นถามน้องชาย จนหลุดปาก ยอมรับเห็นพ่อฝังศพแม่ไว้ใต้ต้นไม้ริมป่าละเมาะหน้าบ้านเช่าใน อ.หลังสวน จ.ชุมพร จึงพากันเข้าแจ้งความ    ผู้ต้องหา สารภาพบอกภรรยาเป็นลมและเสียชีวิต ตกใจไม่รู้จะทำอย่างไร จึงตัดสินใจฝังร่างของภรรยาไว้ใกล้กับบ้านที่พักอาศัย แต่จุดที่ฝังศพ ถูกสร้างเป็นตลาดแล้ว จึงจำจุดที่แน่นอนไม่ได้ ตำรวจยังไม่เชื่อคำให้การ เตรียมเค้นสอบและขุดหาศพ     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TxHLCCRQVs0

 21,965
สังคม
01 พ.ย. 62

ปฏิบัติการปราบผีฮาโลวีน ตร.บุกตรวจผับ 2 แห่ง พบเยาวชนแต่งผีเข้าใช้บริการอื้อ

ชุมพร - ตำรวจปฏิบัติการบุกตรวจผับ 2 แห่ง โดยผับแรกมีการจัดกิจกรรมฮาโลวีน ไนท์ปาร์ตี้ 'คืนนี้ผีจะออกล่าหัว' และผับที่ 2 จัดกิจกรรมฮาโลวีนผีผ้าห่มปาร์ตี้    โดยที่แรกพบเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี จำนวน 225 คน ซึ่งมีเยาวชนอายุน้อยสุด 15 ปี ส่วนผับที่ 2 พบเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 38 คน เบื้องต้นทั้งสองผับถูกสั่งปิด 5 ปี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/L9-_CE_8mOk

 279
ข่าวภูมิภาค
18 ก.ย. 62

ฝนถล่มพัทยา-ชุมพร ถนนทรุดเป็นหลุมใหญ่ รถหวิดตก

พัทยา-เกิดฝนตกต่อเนื่องหลายชั่วโมง ทำให้หลายพื้นที่เกิดภาวะน้ำท่วมขังสูงระดับ 30 - 50 ซม. อาทิ บริเวณถนนเลียบทางรถไฟเขาตาโล ซึ่งเป็นจุดที่น้ำท่วมบ่อยครั้งที่มีฝนตกหนัก พบว่า มีระดับน้ำท่วมขังสูงกว่า 1 เมตร การจราจรถูกตัดขาดรถยนต์และรถจยย. ไม่สามารถสัญจรผ่านได้ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องปิดกั้นเส้นทาง และเบี่ยงไปใช้เส้นทางอื่น รถบางคันเครื่องยนต์ดับกลางน้ำได้รับความเสียหายหลายคัน   นอกจากนี้ ยังพบรถยนต์สหกรณ์สองแถว อยู่ในสภาพล้อหลังด้านขวาตกหลุมโครงการก่อสร้าง (โครงการนำสายไฟฟ้าลงดินเมืองพัทยา ) จนทำให้รถเอียงไม่สามารถขับขี่ต่อได้ ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ต้องเข้าช่วยเหลือ   ส่วนที่ อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร เกิดฝนตกหนัก ทำให้น้ำป่าไหลลงใต้ดินและ ส่งผลให้ดินใต้ถนนไหลไปกับน้ำป่าจนถนนทรุดตัวลงเป็นหลุมขนาดใหญ่ กว้าง 5 เมตร ยาว 15 เมตร ลึก 12 เมตร การจราจรสามารถใช้ได้ 1 ช่องทางถนนในช่วงดังกล่าวเป็นช่วงเส้นทางขึ้นลงภูเขา เป็นถนน 2 เลน เมื่อเสียผิวการจราจรไป1ช่อง ทำให้อาจเกิดอันตรายแก่ผู้ที่ใช้เส้นทางในช่วงดังกล่าวได้ โดยเฉพาะในเวลากลางคืน ได้แจ้งไปยังหมวดการทางพะโต๊ะ แขวงการทางระนอง ให้มาติดเครื่องหมายสัญญาณเตือนเหตุการณ์แล้ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KprqLgSg2Ow

 1,425
ข่าวภูมิภาค
16 ก.ย. 62

ตร.มุดใต้ท้องรถช่วยลูกแมวน้อย ช่วยเสร็จขอรับเลี้ยง เจ้าของรถใจดีช่วยค่าอาหารจนกว่าจะโต

ชุมพร-ศูนย์วิทยุ สภ.หลังสวน รับแจ้ง มีลูกแมวติดอยู่ใต้ท้องรถยนต์ ในพื้นที่ตลาดหลังสวน เขตเทศบาลเมืองหลังสวน จึงแจ้งให้ตำรวจที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ในตลาดหลังสวนรุดที่เกิดเหตุ ท่ามกลางฝนตกลงมาตลอดเวลา   โดยมี ด.ต.สุนันท์ นาคฉั่ว ผบ.หมู่งานจราจร เดินทางมาถึงจุดที่รับแจ้ง ก่อนคลานเข้าไปใต้ท้องรถเพื่อตามหาลูกแมว ในขณะที่ยังคงมีรถวิ่งผ่านไป ผ่านมาในจุดดังกล่าวจำนวนมาก   ในที่สุดสรุปได้ว่า เป็นลูกแมวขนาดเล็ก ซุกตัวอยู่ในช่องว่างระหว่างถังน้ำมันและแผ่นกะบะรถ แต่ไม่สามารถล้วงเอาออกมาได้ เนื่องจาก พื้นที่ใต้ท้องแคบมาก ทำให้ไม่สะดวกที่จะล้วงเข้าไปในช่องดังกล่าว ต้องนำรถไปยังร้านบริการล้างรถที่มีคานจอดรถเพื่อเข้าไปยืนใต้ท้องรถใต้ แต่เนื่องจากเป็นวันอาทิตย์ ร้านล้างรถปิดบริการทั้งหมด   ด.ต.สุนันท์ สังเกตเห็นว่ามีร้านที่รับบริการล้างรถมีคานจอดรถสูงภายในร้าน แต่ร้านปิดบริการเช่นกันจึงโทรศัพท์ไปขออนุญาต เจ้าของร้านเพื่อขอนำรถเข้าไปจอดบนคานในร้าน ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดี เมื่อนำรถขึ้นไปจอด จึงสามารถเดินเข้าไปใต้ท้องรถ และใช้มือล้วงเข้าไปในช่องที่ลูกแมวซุกตัวอยู่ นำตัวออกมา พบว่า เป็นลูกแมว 3 สี อายุ ประมาณ 2 เดือน เพศเมีย นัยน์ตาสีเทา อยู่ในอาการสั่นเทา ตัวเปียกปอน นำมาเช็ดตัวและขับรถไปคืนนายพิบูลย์   หลังเกิดเหตุด.ต.สุนันท์ ได้ขออุปการะแมวตัวดังกล่าว ขณะที่เจ้าของรถได้มอบเงินเป็นค่าอาหารแมว พร้อมสัญญาว่าเมื่อกลับไปถึง กทม. จะซื้ออาหารแมวส่งมาให้อีกจนกว่าแมวจะโต   สำหรับ ดต.สุนันท์ นายนี้จะเป็นขวัญใจชาวบ้านใน อ.หลังสวน มาโดยตลอด เนื่องจากเป็นผู้ที่มีน้ำใจ เสียสละตัวเองเพื่อสังคม มาโดยตลอด ทั้งอุ้มคนสติไม่ดีไปอาบน้ำ ดูแลผู้สูงอายุที่อยู่ตามลำพังเปรียบเสมือนพ่อแม่ตัวเอง ทาสีเครื่องหมายจราจรฟุตบาทด้วยตนเอง นำปูนซีเมนต์ไปปะหลุมบนถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อ   มีการกระทำที่เสียสละอย่างนี้มานานนับปี จนได้รับรางวัลยกย่องจาก สตช.และองค์กรต่างๆ อย่างต่อเนื่องและยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา มีน้ำใจแก่เพื่อนมนุษย์และสัตว์โลกอย่างต่อเนื่อง เป็นที่ภาคภูมิใจของ ตำรวจชุมพรอย่างยิ่ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fyqWBEPROr4

 2,321
ข่าวภูมิภาค
05 ส.ค. 62

พายุงวงช้างถล่มชุมพร สวนทุเรียน-มังคุด-ลองกอง เสียหายยับ

ชุมพร-เกิดพายุงวงช้าง พัดกระหน่ำหมู่บ้านอย่างรุนแรงนานร่วม 1 ชม. สร้างความเสียหายอย่างหนัก แก่บ้านเรือนชาวบ้าน สวนทุเรียน สวนมังคุด สวนลองกอง จำนวนมากได้รับความเสียหาย     พบว่าบ้านเรือนถูกพายุพัดเสียหายรวม 22 หลัง หลังคาสังกะสีปลิวเกลื่อนไปทั่วบริเวณ ทำให้ชาวบ้านไม่สามารถอาศัยได้เนื่องจากฝนตกลงมาอย่างหนัก ในส่วนของสวนทุเรียนที่กำลังแก่ได้เวลาตัดขาย เกิดความสูญเสียนับล้านบาท รวมทั้งผลไม้ชนิดอื่นๆด้วย เจ้าหน้าที่เร่งสำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/haw3xVv0zvk

 1,042
สังคม-อาชญากรรม
02 ส.ค. 62

รวบทันควัน! มือวางระเบิดปลอมหน้า สตช. เปลี่ยนชุดหนีลงใต้ จับได้ที่ชุมพร

จากกรณีชายต้องสงสัยวางวัตถุต้องสงสัยเป็นระเบิดปลอม ใต้ป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ริมถนนพระราม 1 ล่าสุดมีรายงานว่า ทางตำรวจชุดสืบสวน สามารถจับกุมชายต้องสงสัย จำนวน 2 ราย ได้บนรถขนส่งผู้โดยสาร บขส. ขณะเข้าจุดตรวจปฐมพร ถนนเพชรเกษม ตำบลวังไผ่ อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร   ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ชายปริศนาทิ้งวัตถุต้องสงสัยหน้า สตช. คาดหวังสร้างสถานการณ์ ผบ.ตร.สั่งคุมเข้มความปลอดภัย     สืบเนื่องมาจากภายหลังเกิดเหตุ ทางตำรวจชุดสืบสวนได้เร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดทันที จนพบว่าผู้ก่อเหตุ มีจำนวน 2 ราย โดยรายแรกทำหน้าที่ดูต้นทางอยู่บริเวณใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ ส่วนอีกรายที่ปรากฎตามกล้องวงจรปิดนั้น หลังก่อเหตุได้เดินไปพบกันที่จุดนัดพบบนสกายวอร์ค สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสยาม ก่อนพากันเข้าไปยังห้างสยามพารากอน   จากนั้นผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 ราย ได้เข้าไปเปลี่ยนชุดเพื่ออำพรางสายตาของเจ้าหน้าที่ ต่อมาได้เดินไปขึ้นรถแท็กซี่ไปลงที่บริเวณสวนจตุจักร ริมถนนพหลโยธิน และต่อรถแท็กซี่อีกคันไปยังสถานีขนส่งกรุงเทพ (หมอชิต2) แล้วเข้าไปเปลี่ยนชุดอีกครั้งในห้องน้ำของสถานี และซื้อตั๋วรถโดยสาร เพื่อหลบหนีลงจังหวัดทางภาคใต้   กระทั่งมาถูกจับกุมได้ที่ จ.ชุมพร อย่างไรก็ตามทางตำรวจอยู่ระหว่างนำตัวมาให้ทางผู้บังบัญชาทำการสอบสวนขยายผลอีกครั้ง และแถลงรายละเอียดของคดี ก่อนนำตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/lJDEPWSXsm4

 5,043
เศรษฐกิจ
23 ก.ค. 62

ชาวสวนพังงา-ชุมพร เทมังคุดประท้วง หลังโดนกดราคา ขาดทุนตั้งแต่ยังไม่ได้ขาย

กลุ่มแกนนำเกษตรกรสวนมังคุด จ.ชุมพรและพังงา ออกมาเรียกร้องให้ทางการช่วยเหลือ หลังราคามังคุดตกต่ำในรอบ 30 ปี โดยปัญหาเกิดจากพ่อค้าคนกลาง และกลุ่มนายทุนงดรับซื้อมังคุด เนื่องจากผลผลิตที่ออกสู่ตลาดมากกว่าทุกปี โดยคาดว่าแต่ละวันมีผลผลิตมังคุดในจังหวัดพังงาจากทั้ง 8 อำเภอ มากกว่าวันละ 200 ตัน   อีกทั้งยังรวมหัวกันกดราคาเหลือกิโลกรัมละ 5-8 บาท ทำให้เกษตรกรส่วนหนึ่งไม่สามารถรับกับราคาที่ขาดทุนอย่างหนักได้ เนื่องจากต้นทุนการผลิตมังคุดใน จ.พังงา อยู่ที่กิโลกรัมละ 8-12 บาท ทำให้ต้องเทมังคุดที่เก็บมาทั้งหมดทั้งรายละ 1,000-2,000 กิโลกรัม   เพราะหากนำไปขายก็ไม่คุ้มทุน เนื่องจากต้นทุนการผลิตมังคุดใน จ.พังงา ตกอยู่ที่กิโลกรัมละ 8-12 บาท ซึ่งต้องจ่ายเป็นค่าตัดหญ้า ใส่ปุ๋ย รดน้ำ ตัดแต่งกิ่ง เมื่อรวมราคาต้นทุนกับค่าจ้างแรงงานเก็บมังคุด ต้นทุนก็ตกอยู่ที่กิโลกรัมละ 13 -17 บาท ก่อนหน้านี้เกษตรกรสามารถจำหน่ายผลผลิตได้ในราคากิโลกรัมละ 35-40 บาท ก่อนที่เมื่อวานที่ผ่านมาราคาตกต่ำเหลือกิโลกรัมละ 15 บาท แต่วันนี้กลับราคาตกต่ำลงไปอีกจนเหลือกิโลกรัมละ 5 บาท   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/CCEe9Xti7NM

 6,643
ข่าวภูมิภาค
19 ก.ค. 62

จับแล้ว แก๊งฆ่าอดีตรอง นายก อบต.เขาทะลุ ที่แท้ปมชู้สาว เมียร่วมมือกิ๊กจ้างมือปืนยิงดับ

ชุมพร-ความคืบหน้าคดียิงนายสุชาติ เพชรสวี อายุ 58 ปี ผจก.กาแฟเขาทะลุ อดีตรอง นายก อบต.เขาทะลุ ล่าสุดสามารถจับกุมตัวคนร้าย ได้เกือบครบแก๊งจำนวนทั้งสิ้น 4 คน ที่ได้ขอหมายจับจากศาลหลังสวน ประกอบด้วย   นายสมปอง ชุมทอง อายุ 58 ปี เป็นมือปืนที่ได้รับการว่าจ้างเป็นผู้ลงมือยิง / นายเกษม ชุมทอง อายุ 59 ปี เป็นผู้ติดต่อมือปืน / นายสุรชัย บุญเชิด อายุ 39 ปี เป็นคนขับรถและเป็นชู้กับนางพิมพ์ชนก เพชรสวี ภรรยาผู้ตาย และ จับกุมนางพิมพ์ชนก เพชรสวี อายุ 46 ปี ภรรยาผู้ตาย เป็นผู้จ้างวาน   โดยทาง ตร.ได้ออกหาข่าวได้เบาะแสว่านายสุชาติเป็นคนดีมาก ไม่มีปัญหาเรื่องขัดแย้งกับใคร จึงสรุปว่าน่าจะเป็นปัญหาในครอบครัว พบว่านางพิมพ์ชนก กับนายสุรชัย มีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง จึงยึดโทรศัพท์มือถือ ของนางพิมพ์ชนกมาตรวจสอบพบว่ามีการลบเบอร์ ของนายสุรชัย ออกไปทั้งหมด แต่ตำรวจแกะรอยจนพบว่ามีการวางแผนเป็นขบวนการ เพื่อสังหารนายสุชาติ สาเหตุจากปัญหานางพิมพ์ชนก กับนายสุรชัยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง ต่อมาผู้ตายรู้ระแคะระคาย ทำให้นายสุรชัยกลัวว่า นายสุชาติจะลงมือสังหารนายสุรชัย จึงวางแผนกับนางพิมพ์ชนก ให้นายเกษมอดีตมือปืนเก่า เป็นคนยิง แต่นายเกษมวางมือแล้ว จึงติดต่อนายสมปองมือปืนรับจ้างในพื้นที่ทุ่งใหญ่ มายิง ในวงเงิน 150,000บาท จ่ายเงินไปแล้ว 70,000 บาท ต่อมาได้นำตัวนายสุรชัย มาสอบปากคำ ให้การสารภาพหมดสิ้น ว่าหลังจากยิงได้นำปืน ขนาด.357 ลูกโม่ ไปทิ้งในบึงน้ำพร้อมโทรศัพท์ ก่อนที่เจ้าหน้าที่นำไปงมจนเจอปืนและโทรศัพท์ จึงนำสู่การออกหมายจับ ผู้ต้องหารทั้งหมดให้การรับสารภาพ และจะได้ติดตามตัวนายสมปองมือปืนมาดำเนินคดีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RmzpiqpNoq8

 5,334

Top