ค้นหา :

ผลการค้นหา "ชุมพร"

ข่าวภูมิภาค
08 มี.ค. 62

ขอพูดครั้งสุดท้าย! เสี่ยล้งทุเรียน ไม่หวั่นทนายขู่ ผิด พ.ร.บ.คอมฯ ลั่นถูกด่าวันนี้ ดีกว่าให้คนเดือดร้อน

ชุมพร-จากกรณีนายอานนท์ รถทอง หรือป๋านนท์ เสี่ยเจ้าของล้งทุเรียน อายุ 59 ปี ได้ประกาศผ่านโลกโซเชียลหาสามีให้ลูกสาวแสนสวย ซึ่งได้มีชายหนุ่มจำนวนมากต่างสนใจที่จะไปเป็นลูกเขย และมีคนสมัครเป็นจำนวนหลายหมื่นคน แต่ล่าสุดเจ้าตัวได้ขอยกเลิกให้เป็นโมฆะและขอโทษสังคม   ต่อมาทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายชื่อดังเจ้าของเพจทนายคลายทุกข์ บอกว่ากรณีนี้เทียบได้กับเคสพีท แผงแตกหลอกว่ามีคนถูกหวยรางวัลที่ 1 ที่แผงตัวเอง เหมือนการโปรโมทล้งทุเรียนให้โด่งดัง โดยใจจริงไม่ได้มีเจตนายกลูกสาวให้กับใครเลย คืออาจเข้าข่ายกฎหมายความผิดทางคอมพิวเตอร์ หรือ พรบ.คอมฯ ซึ่งมีโทษจำคุก 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสน หรือทั้งจำทั้งปรับ หากมีผู้เสียหายไปแจ้งความ   ล่าสุดนายอานนท์ เปิดเผยว่า วันนี้ขอให้ข่าวผ่านทางโทรศัพท์ และเป็นวันสุดท้าย เนื่องจากเหนื่อยและอิดโรยมาก หลังจากที่ได้ประกาศยกเลิกงานคัดเลือกลูกเขย ตนเองรู้สึกสบายใจขึ้น และโล่งอก พูดง่ายๆ ว่าตนเองยอมโดนประชาชนด่าวันนี้ ดีกว่าไปทำให้เกิดเรื่องที่อาจจะไม่ดีในอนาคตในวันข้างหน้า และเป็นการป้องกันความสูญเสียความเสียใจที่อาจจะเกิดขึ้น รวมทั้งปัญหาด้านอื่นที่คาดไม่ถึง   การตัดสินใจดังกล่าวจะไม่ทำให้ใครเกิดความเสียหาย ทั้งที่ใจจริงๆ ตนเองอยากจะเลือกลูกเขยที่ดีสำหรับลูกสาวของตนเอง และตั้งใจจะมอบเงิน 10ล้านบาท เพื่อให้ลูกสาวไปเริ่มชีวิตคู่ นั่นคือความตั้งใจจริง ยืนยันว่าเป็นความตั้งใจจริงๆ ไม่ได้โกหกประชาชนเพื่อโปรโมทแผงทุเรียน หรืออยากดัง เพราะตนเองตั้งใจโพสต์ในเพจของคนที่ทำธุรกิจแผงทุเรียน และเซียนพระเท่านั้น   ส่วนการมอบเงินให้กับลูกสาว และ ว่าที่ลูกเขยในอนาคต ตนยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง จนถึงเวลานี้ก็พร้อมที่จะมอบให้ถ้ามีลูกเขย เบื้องต้นคาดว่า กลุ่มเพื่อนๆ จะส่งลูกชายเข้ามาทาบทามประมาณ 10-20 คน ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีมาทาบทามแล้ว แต่เมื่อมีคนจำนวนหนึ่งให้ความสนใจในวันแรกที่ข่าวออกไป ตนก็ยังตั้งใจว่าจะได้มีโอกาสคัดเลือกคนเหล่านั้น   แต่วันที่ 2 กลับมีคนให้ความสนใจร่วมทะลุแสนกว่าคน รวมทั้งมีชาวต่างชาติอีกจำนวนหนึ่ง ก็เลยต้องมาคิดอย่างรอบคอบ ว่าจะมีผลดีหรือผลเสีย ที่จะเกิดขึ้นกับคนอื่นๆ มากกว่ากัน เนื่องจากคนที่มาคัดเลือกนั้น มีจำนวนมาก จึงได้ปรึกษาความพร้อมกับครอบครัว โดยทุกคนเห็นว่าสถานที่รองรับคนที่เดินทางมานั้นไม่สามารถเป็นไปได้ ตนจึงเป็นลูกผู้ชายพอ จึงตัดสินใจยกเลิกและยอมให้คนด่าดีกว่าเกิดเหตุกับคนที่เดินทางในวันนั้น   นายอานนท์ ยังกล่าวถึงกรณีที่มีทนายความออกมาระบุว่า การยกเลิกคัดเลือกลูกเขยอาจจะเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.คอมพ์ เพราะนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบออนไลน์ ว่า ถ้าผิดก็ต้องยอมรับผิด แต่ในความรู้สึกของตนเองไม่ได้ทำผิดกฎหมายอะไร เพราะไม่ได้คิดหลอกลวงประชาชนแต่อย่างใด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/141yE1c23e0

 4,078
ข่าวภูมิภาค
08 มี.ค. 62

รวบเพื่อนบ้านหื่น ข่มขืนสาวพิการวัย 17 ทั้งที่ไว้ใจให้กินข้าวบ่อยครั้ง

ชุมพร-ผู้ปกครองแจ้งความลูกสาววัย 17 ปี ซึ่งมีความพิการทางร่างกาย ถูกนายชนะ สุดสาคร อายุ 48 ปี ซึ่งเพื่อนบ้าน บุกเปิดประตูบ้านเข้าไปข่มขืนกระทำชำเรา สำเร็จความใคร่หลายครั้ง ก่อนจะพูดข่มขู่ว่าจะฆ่าตนและลูกชายวัย 15 ปีให้ตายหากนำเรื่องดังกล่าวไปบอกตำรวจหรือญาติ   โดยนางเอ (นามสมมติ) ผู้เป็นแม่ เล่าให้ฟังว่า เมื่อประมาณ 9 ปีก่อน ตนพักอาศัยอยู่ในห้องเช่าแห่งหนึ่งในอำเภอทุ่งตะโก พร้อมกับลูกสาวซึ่งขณะนั้นลูกสาวเรียนอยู่ชั้น ป.2 และลูกชายคนน้องยังเล็ก ต่อมาลูกสาวเกิดอุบัติเหตุรถชนได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส สมองได้รับความกระทบกระเทือน แขนขาผิดรูปเดินไม่สะดวกพูดจาไม่ค่อยชัดแต่สามารถรับรู้เรื่องต่างๆได้ดี   เมื่อเกือบ 3 ปีก่อนได้ย้ายเข้ามาอยู่ที่ห้องเช่าหลังเกิดเหตุ จนกระทั่งเมื่อ 2 เดือนก่อนได้รู้จักกับสามีคนปัจจุบัน โดยมีนายชนะผู้ต้องหา ซึ่งเป็นเพื่อนของสามีเข้าออกที่บ้านอยู่บ่อยๆโดยมานั่งกินกาแฟ กินข้าว จนตนเองไว้ใจ   ต่อมาเห็นนายชนะมาที่บ้าน จึงชวนกินข้าวตามปกติ แต่ลูกสาวแสดงอาการกลัว และพยายามพูดบอกว่าไม่อยากให้นายชนะเข้ามาในบ้านอีก ก่อนลูกยอมบอกว่า ถูกบังคับข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ ซึ่งเรื่องนี้ตนก็เคยพูดเตือนนายชนะไว้แล้วว่าถ้าทำอะไรลูกสาวตนจะเอาเรื่องแน่ แต่ไม่คาดคิดว่านายชนะจะลงมือข่มขืนลูกสาวตนจริง หลังจากนั้นตนได้พาลูกสาวเดินทางเข้าแจ้งความที่สภ.สวี   ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลสวี และเดินทางไปที่สำนักงานอัยการจังหวัดหลังสวน สอบสวนพร้อมกับสหวิชาชีพ จนสามารถรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติออกหมายจับนายชนะ   ต่อมา ตำรวจได้ควบคุมตัวนายชนะ โดยแจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆโดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้ผู้อื่นนั้นเข้าใจคิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น แต่นายชนะ ต้องหายังให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ตำรวจมั่นใจในพยานหลักฐาน ก่อนควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9ZpFWqWBkjM

 1,968
สังคม-อาชญากรรม
07 มี.ค. 62

ดับฝันเขยทุเรียน 'ป๋านนท์' จ๋อยโดนเมียด่า ขอยุติรับสมัครลูกเขย หลังแห่โทรมาเกินรับไหว กระทบธุรกิจ

จากกรณีที่ นายอานนท์ รถทอง อายุ 58 ปี หรือ ป๋านนท์ เจ้าของกิจการล้งทุเรียน ส่งทุเรียนขายทั้งใน-นอกประเทศ ได้โพสต์ประกาศข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า รับสมัครลูกเขย พร้อมให้เงินทำทุนอีก 10 ล้าน พร้อมกับโชว์ทรัพย์สินทั้งเงินทั้งทองกองเต็มไปหมด ขอแค่เป็นคนขยัน จนทำให้หนุ่มๆ โทรเข้าหาสายไหม้เลยทีเดียว   ล่าสุดป๋านนท์พร้อมด้วย น.ส.กาญจน์สิตา รถทอง อายุ 26 ปี กล่าวว่า ต้องกราบขอโทษคนทั้งประเทศ ที่ให้ความสนใจในการประกาศรับสมัครลูกเขย และนัดให้ไปเข้าร่วมการคัดเลือกในวันที่ 1 เม.ย. 62 ที่ตลาดสูงเนิน ต.เนินสูง อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี หลังจากที่ได้ประกาศลงเฟซบุ๊ก และเป็นข่าวทางสื่อต่างๆ   ตั้งแต่เมื่อ 3-4 วันที่ผ่านมา ได้รับความสนใจจากคนทั่วประเทศ นับหมื่นๆ คน และจากต่างประเทศอีกจำนวนหนึ่ง ถึงขั้นจะเหมาเครื่องบินมาจากประเทศจีน อีกทั้งยังมีเว็ปไซต์ในประเทศจีน เอาไปแปลแล้วโพสต์เพียงไม่กี่ชม. มียอดอ่านมากถึง 10 ล้านคน และยังมีประเทศอื่นๆ อีกจำนวนหนึ่ง อีกทั้งยังมีคนโทรศัพท์มาหาตลอดเวลา แทบทุกวินาทีจนถึงขั้นไมได้หลับไม่ได้นอน   หลังจากที่ได้ปรึกษากันในครอบครัว ทั้งลูกสาว และภรรยา จึงได้มีความเห็นตรงกันว่าขอยุติการรับสมัครลูกเขย ให้กับลูกสาว ในทุกวิธีทางสื่อสาร รวมถึงการเดินทางในวันที่ 1 เม.ย.62 ไปยังที่ตลาดสูงเนิน ต.เนินสูง อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี เพื่อคัดเลือกลูกเขย ด้วยเหตุผลที่ได้รับผลกระทบในหลายด้าน อาทิ   ด้านส่วนตัวที่ส่งผลให้ไม่สามารถทำมาหากินได้เลย ต้องรับโทรศัพท์ตลอดเวลา ลูกค้าที่ต้องการซื้อขายทุเรียนก็ไม่สามารถซื้อขายทุเรียนได้ เพราะไม่สามารถติดต่อกันได้ ทำให้ไม่ได้นอนหลับพักผ่อน จะไม่รับโทรศัพท์ก็ไมได้ เพราะไม่รู้ว่าเค้าโทรมาเพื่อซื้อขายทุเรียน หรือรับสมัครลูกเขย ทำให้ไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ   ในส่วนของผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับผู้ที่ให้ความสนใจ อาจจะทำให้เสียเวลาในการประกอบอาชีพ ต้องเดินทางไปจุดนัดหมาย ส่วนที่จุดนัดหมายก็เป็นเพียงตลาดเกษตรไม่ใหญ่มาก มีที่จอดได้ไม่กี่ร้อยคัน รองรับคนได้เพียงไม่มากนัก ที่แผงทุเรียนของตนรับได้เพียงไม่เกิน 300 คน อีกทั้งถ้ามีคนไปมากจะทำให้เกิดการรบกวน พ่อค้าแม่ค้าคนอื่น ที่จะมีรถไปปิดบังหน้าร้าน ทำให้เกิดความเดือดร้อนไปทั่ว รวมถึงเหตุร้ายอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ อาทิ อุบัติเหตุ การวิวาท เฉพาะการหาน้ำให้ผู้ที่เดินทางได้ดื่มก็คงลำบากมากมาย   ทั้งนี้ ตนยืนยันว่าการประกาศรับสมัครลูกเขยที่ผ่านมา ถึงแม้ในช่วงแรกจะเป็นประกาศในเฟซบุ๊กในกลุ่มผู้ค้าทุเรียนด้วยกัน แต่เมื่อเผยแพร่ออกไปทางสื่อต่างๆ ผมก็ยังตั้งใจว่าจะดำเนินการตามนั้น แต่คิดว่าคงมีคนสนใจเพียง 10-20 คนเท่านั้น ไม่คาดว่าจะมีคนสนใจมากมายขนาด นับหมื่นๆ คนอย่างนี้   อีกทั้งเมื่อคุยกับลูกสาวต้องยอมรับว่า ในเรื่องของความรัก ควรเป็นเรื่องความเป็นไปตามธรรมชาติมากกว่า การประกาศแบบนี้จึงขอกราบขอโทษอย่างจริงใจ อีกครั้ง และขอยกเลิก ยุติการรับสมัครลูกเขย ยุติการนัดคัดเลือกตัว ในวันที่ 1 เม.ย.62 ส่วนลูกเขยในอนาคต ตนก็ยังยืนยันว่าจะยกเงิน 10 ล้าน บ้านรถให้อย่างแน่นอน แต่ขอให้ลูกสาวเป็นคนตัดสินใจเอง ซึ่งตั้งแต่เป็นข่าวมา ทำให้ถูกต่อว่าจากภรรยาเป็นอย่างมาก เพราะไม่พอใจที่ตนออกไปให้ข่าวเช่นนั้น   ทางด้านลูกสาวป๋านนท์ กล่าวว่า ต้องกราบขอโทษผู้ที่ให้ความสนใจจริงๆ หลังจากปรึกษา กับครอบครัว การยกเลิกถือว่าดีที่สุด จะได้ไม่ต้องรบกวนใครต่อใคร เมื่อตัดสินใจยกเลิกแล้ว ก็สบายใจ เพราะคิดความรัก มันไม่ใช่แบบนี้ มันต้องคบกันศึกษากัน ส่วนใครจะไปเที่ยวหากันก็ได้ แต่ไม่ใช่การไปคัดเลือกลูกเขย ก็ขอยกเลิก ส่วนใครอยากคบกับตน ก็ มีอีกหลายช่องทางที่ติดต่อกันได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vovVsVS4-pM

 15,904
ข่าวภูมิภาค
04 มี.ค. 62

สะเทือนขวัญ ยายวัย 72 ถูกฆ่าข่มขืนกลางสวนปาล์ม คาดฝีมือคนงานชาวมอญ

ชุมพร-พบศพของนางสมวัน ทิมา อายุ 72 ปี ในสภาพเปลือยกาย ตามใบหน้าถูกทุบตีด้วยของแข็ง ที่บริเวณศีรษะเลือดไหลท่วมแห้งกรัง ที่อวัยวะเพศมีร่องรอยถูกข่มขืน จึงให้ตำรวจพิสูจน์หลักฐานเก็บรายละเอียดไว้   จากการสอบสวน นายพรวิชัย ทิมา อายุ 72 ปี สามีของผู้ตาย อาชีพขับรถรับจ้าง ให้การว่า ในช่วงเช้าได้ขับรถไปส่งลูกชายเพื่อออกเรือประมง เมื่อเดินทางกลับมาถึงบ้านพักที่เช่าไว้อยู่กับครอบครัว ไม่พบภรรยา จึงออกตามหาไปในหลายสถานที่ในตำบลปากน้ำหลังสวน และโรงพยาบาล รวมถึงโทรศัพท์ไปสอบถามญาติสนิท ก็ไม่ได้ข่าวว่าอยู่ที่ไหน จึงเดินทางกลับมาที่บ้านพัก และพูดกับสุนัขชื่อบุญนำ สุนัขเพศผู้ อายุ 1 ปี ว่าเห็นแม่สมวันหรือไม่   ปรากฏว่าสุนัขกระโดดลงจากบ้านและวิ่งเข้าไปในสวนปาล์ม เมื่อไปถึงกลางสวนปาล์มพบเห็นชิ้นส่วนของเสื้อผ้า อาทิ กางเกงใน สร้อยห้อยพระ ตกหล่นอยู่ตามระยะทาง เมื่อเข้าลึกเข้าไปในสวนปาล์มจึงพบร่างของภรรยา นอนจมกองเลือดอยู่ภายในสวนปาล์มจึงแจ้งตำรวจ   เบื้องต้นทราบว่าคนร้ายรายนี้ น่าจะชื่อนายตะวันอายุ 37 ปี เป็นคนชาวมอญเข้ามาประกอบอาชีพรับจ้างอยู่ใกล้กับสวนปาล์มที่เกิดเหตุ ในช่วงคืนเกิดเหตุได้เดินทางมาเพื่อปรึกษาของานการลงเรือประมงกับลูกชายผู้ตาย และได้มีการดื่มเหล้า จนกระทั่งดึกผู้ตายจึงไล่ให้นายตะวันและน้องชายชาวมอญไม่ทราบชื่ออายุ 20 ปี กลับไปนอน ต่อมาในช่วงเช้านายตะวันได้เดินทางมาที่บ้าน พร้อมทั้งอ้างว่าจะนำพระเครื่องมาให้เช่าบูชาแต่ไม่มีใครสนใจ   ตำรวจสันนิษฐานว่าหลังจากคนในบ้านออกจากบ้านไป คนร้ายเห็นว่าผู้ตายอยู่บ้านเพียงลำพังจึงเกิดอารมณ์ทางเพศ อีกทั้งถึงจะอายุมาก แต่รูปร่างหน้าตายังสวยงาม จึงทำการฉุดลากเข้าไปสวนปาล์ม ถึงแม้เสื้อผ้าจะหลุด แต่คนร้ายไม่สนใจ จนถึงที่เกิดเหตุ คนร้ายใช้ก้อนหินทุบที่ใบหน้าจนแน่นิ่ง แล้วลงมือข่มขืน ก่อนจะหลบหนีไป   ต่อมาตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัวนายตะวัน ในขณะที่หลบอยู่ที่บ้านเช่าสำหรับคนงาน ของเจ้าของสวนปาล์ม ข้างๆ สวนปาล์มที่เกิดเหตุ ตรวจสอบร่างกายพบร่องรอยขีดข่วนตามร่างกาย จึงได้ควบคุมตัวไปไว้ที่สภ.ปากน้ำหลังสวนเพื่อทำการตรวจหา DNA และจะได้ตามน้องชายของนายตะวันมาทำการสอบสวน หาข้อเท็จจริงต่อไป   ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความสะเทือนขวัญแก่ชาวบ้านเป็นอย่างมาก เนื่องจากไม่เคยเกิดเหตุร้ายเช่นนี้ในพื้นที่นี้กับคนสูงอายุมาก่อน และสวนปาล์มดังกล่าวเป็นจุดที่มีชาวบ้านใช้ในการเดินทางสัญจรไปมา รวมถึงมีแรงงานต่างด้าวเข้ามาประกอบอาชีพและใช้ชีวิตอยู่เป็นจำนวนมาก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/hQ28JI0Blmc

 4,187
แชร์ออฟเดอะเดย์
04 มี.ค. 62

เสี่ยล้งทุเรียนเปิดใจ รับสมัครลูกเขยให้เงิน 10 ล้าน รถ 10 คัน ขอขยัน-ขี้เหนียว พวกเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อไม่ต้องมา!

ชุมพร-เจ้าของเฟซบุ๊กชื่อ อานนท์ รถทอง พ่อค้าล้งรับซื้อทุเรียนส่งขายในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งตั้งอยู่ที่ตลาดอวยชัย 3 หมู่ 4 ถนนเอเชีย 41 ตำบลวังตะกอ อ.หลังสวน จ.ชุมพร   ได้โพสต์ประกาศหาลูกเขย ใครมีความสามารถซื้อทุเรียนได้ คัดทุเรียนได้ เข้าสวนเหมาได้ เชิญมารับลูกสาวข้าพเจ้าไปได้เลย สินสอดไม่เอาซักบาทแถมเงินสด ให้ 10 ล้านบาท รถยนต์ 10 คัน บ้านหนึ่งหลัง ล้งทุเรียน สองล้ง พร้อมโอน ลูกสาวจบเอแบคเกียรตินิยมปริญญาตรี ปริญญาโทจากประเทศจีน   สร้างความฮือฮาให้กับบรรดาชายหนุ่มที่เข้าไปคอมเม้นท์ และสมัครทางออนไลน์และโทรศัพท์ไปที่เบอร์ของผู้โพสต์เป็นจำนวนมาก  และมีคนเข้าไปกดไลค์มากกว่า 5 หมื่นไลค์ กดแชร์มากกว่า 3 หมื่นแชร์ และคอมเม้นข้อความอีกจำนวนมาก   ต่อมานายอานนท์ รถทอง อายุ 59 ปี ผู้โพสต์ข้อความประกาศหาลูกเขยได้เปิดใจว่า ตนเองเป็นผู้โพสต์จริง และยืนยันว่าต้องการหาลูกเขยมาให้กับน้องกาญจน์ ลูกสาวจริงๆ เพราะอยู่มาจนปานนี้แล้วยังไม่มีคู่สักที ซึ่งตนเองก็อายุมากแล้วจึงอยากมอบอาชีพรับซื้อทุเรียนให้กับลูกสาวและลูกเขยไปสานต่อ แต่ทั้งนี้ผู้ชายที่จะเดินเข้ามานั้น ต้องเป็นคนดีไม่ติดการพนันและที่สำคัญคือต้องขยัน รักลูกสาวตนเองจริงใจ   นายอานนท์ กล่าวว่าตนเองทำทุเรียนส่งขายทั้งในและส่งออกต่างประเทศมานานกว่า 20 ปี จนตอนนี้ธุรกิจไปได้ดี จึงอยากให้โอกาสคนดีที่ไม่ต้องรวยแต่ต้องการคนที่เก่ง ไม่จำเป็นต้องเรียนสูง พ่อแม่รวย เอาแค่ขยันทำกินก็พอ ส่วนเงื่อนไขไม่มีอะไรมาก เพียงเข้ามาลองทำงานที่ล้งทุเรียนดูว่าทำกินเป็นไหม ตนจะได้ดูนิสัยว่าเป็นคนดีจริงไหม ถ้าดีจริงเป็นไปตามที่ตนต้องการก็เป็นลูกเขยตนได้ แต่ถ้าไม่ใช่มาทางไหนก็กลับไปทางนั้น เพราะตนเองเริ่มต้นมาจากศูนย์ จึงอยากเปิดโอกาสให้คนดี คนขยันแต่ไม่มีเงินมีทอง จะได้มีโอกาสในการสร้างครอบครัว โดยไม่ต้องมาเริ่มจากศูนย์เหมือนกับตนเอง   ทุกคนมีสิทธิ์เท่ากันไม่มีใครเหนือกว่าใคร มีคนหนุ่มนับพันนับหมื่นหากไม่กล้ามาลองพิสูจน์ก็หมดโอกาส แต่หากคนไหนกล้าที่จะมาทดสอบก็เชิญเงื่อนไขตรงตามที่ตนเองโพสต์ทุกประการ และตลอดการทดสอบ ก็จะต้องพิชิตใจน้องกาญจน์ลูกสาวของตนเองให้ได้ด้วย   ไอ้ชนิดเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อไม่ต้องมา ตอนนี้ลูกสาวอายุเริ่มมากแล้ว ตนกลัวว่าจะขึ้นคานไม่มีลูกเขยมาช่วยทำงาน ตอนนี้ตนเองเหนื่อยล้ามาก ก็อยากจะให้ลูกสาวสืบทอดธุรกิจนี้แทน ส่วนตนเองก็จะหันไปสู่วงการพระเครื่องที่ตนชอบซึ่งที่ผ่านมาก็สร้างรายได้ให้กับตนได้ดีไม่แพ้ซื้อขายทุเรียนเลยทีเดียว    ด้านนางสาวกาญจน์สิตา รถทอง ลูกสาว เปิดเผยว่าในความรู้สึกของตัวเองอยากให้เป็นคนคนดีรักครอบครัวพอแล้ว และคนที่จะมาเป็นแฟนตนเองขอให้เหมือนพี่ชาย เพราะพี่ชายเป็นคนขยันและรักครอบครัวมาก ไม่ต้องรวย ตนไม่ได้มองที่ฐานะขอให้เป็นคนดีขยันทุกอย่างเข้ากันได้แน่นอน และที่สำคัญต้องเป็นเหมือนที่พ่อตั้งเงื่อนไขไว้   ส่วนการที่พ่อโพสต์หาลูกเขยนั้น จะมีคนมาคอมเม้นท์ในทางไม่ดีตนเองเฉยๆกับเรื่องนี้ เพราะเป็นธรรมดาของคนที่จะชอบและไม่ชอบในสิ่งนั้นๆ และที่สำคัญนิสัยพ่อดีพ่อเป็นคนชอบหยอก ชอบสนุกและในบางครั้งก็จริงจัง ซึ่งเรื่องนี้ตอนแรกตนก็นึกแค่ขำๆ   แต่ปรากฏว่าพ่อตนไม่ขำเพราะต้องการหาลูกเขยที่จริงๆ ตนและพี่น้องทุกคนเคารพในการตัดสินใจของพ่อเพราะพ่อเป็นผู้สร้างทุกสิ่งทุกอย่างให้กับครอบครัวเราจนได้ดีมาจนถึงทุกวันนี้เพราะความขยันของพ่อ ดังนั้นผู้ชายที่จะมาเป็นเขยของครอบครัวสกุลรถทอง ต้องตามเกณฑ์ที่พ่อตั้งไว้เท่านั้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FOJoVVsiEQc

 19,209
ข่าวภูมิภาค
25 ก.พ. 62

รถตู้ พนง.กรมเจ้าท่า ยางระเบิด ตกร่องกลางถนนชุมพร เสียชีวิต 6 สาหัส 5

ชุมพร-เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สวี รับแจ้งอุบัติเหตุบนถนนเอเซีย41 หลัก กม. 40 ต.นาโพธิ์ อ.สวี ที่เกิดเหตุช่องทางขาขึ้น กทม. พบรถตู้โดยสารแบบเช่าเหมา ยี่ห้อโตโยต้า คอมมิวเตอร์ สีบรอนซ์   มีนายเดช จวนชัยนาท อายุ 59 ปี เป็นคนขับ ตกลงไปในร่องกลางถนน สภาพพังยับเยิน ด้านหน้าชนปะทะกับต้นไม้ในร่องกลางถนน ยุบเข้าไปถึงครึ่งคัน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 6 ศพ และ ได้รับบาดเจ็บ อีก 5 คนอาการสาหัส   จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า รถตู้คันดังกล่าว ได้รับการว่าจ้างจาก จ.ภูเก็ต เพื่อไป กทม.ทั้งผู้โดยสารและคนขับ จำนวน 11 คน เมื่อเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ รถได้เกิดยางล้อหน้าระเบิด เสียหลักพุ่งตกลงไปในร่องกลาง ชนกับต้นไม้ในร่องกลาง เสียงดังสนั่น ด้วยความเร็ว   ทำให้รถยุบเข้าไปถึงครึ่งคัน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 6 ศพ และได้รับบาดเจ็บ อีก 5 คนอาการสาหัส โดยทั้งหมดเป็นเจ้าหน้าที่ของกรมเจ้าท่า ที่ไปทำงานใน จ.ภูเก็ต และ กำลังจะเดินทางกลับภูมิลำเนา โดยได้เหมารถตู้ให้ไปส่งที่ กทม. แต่มาเกิดเหตุเสียก่อน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/7vJuXRKjTEw

 1,565
ข่าวภูมิภาค
12 ก.พ. 62

ผู้โดยสารทนกลิ่นตัวไม่ไหว แจ้ง ตร.ด่านตรวจ รถทัวร์ลักลอบขนแรงงานต่างด้าว ค่าจ้างหัวละ 1,200 บาท

ชุมพร-จนท.ทำการตรวจค้นรถโดยสารประจำทาง บริษัท ST ศรีสุเทพทัวร์ (กรุงเทพ-ทุ่งสง-เชียรใหญ่) มีนายสุรศักดิ์ หลียา อายุ 28 ปี เป็นคนขับที่ 1 และนายประสิทธิ์ แก้วหยด อายุ 29 ปี เป็นคนขับที่ 2 ขับเข้าด่าน ได้มีผู้โดยสารได้เปิดประตูแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำด่านว่า มีผู้โดยสารน่าจะเป็นแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมา ที่นั่งมาด้วย นับ 10 คน ได้สร้างความเดือดร้อนรำคาญส่งกลิ่นเหม็นตลบอบอวลไปทั้งรถซึ่งเป็นรถปรับอากาศ   เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบ พบผู้โดยสารเป็นชาวเมียนมา จำนวน 13 คน โดยแยกเป็นชาย 8 คน หญิง 5 คน นั่งปะปนมากับผู้โดยสารคนไทย ตรวจสอบไม่มีเอกสารหลักฐานการเข้าเมืองแสดงต่อเจ้าหน้าที่ จากการสอบสวนคนขับรถทั้ง 2 คน ให้การรับสารภาพว่า เมื่อวันที่ 9 ก.พ. 62 เวลา 20.00 ได้ขับรถโดยสารคันดังกล่าวออกจากสถานีขนส่งสายใต้ใหม่ แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กทม.   ได้รับการติดต่อจาก นายโอ ไม่ทราบชื่อ-สกุล ให้แวะรับชาวเมียนมา จำนวน 13 คน ที่ จ.สมุทรสาคร ให้ไปส่งที่ จ.สุราษฎร์ธานี โดยได้จ้างหัวละ 1,200 บาท จึงแจ้งข้อกล่าวหาคนขับรถโดยสารทั้ง 2 คน ว่า ร่วมกันนำพาบุคคลต่างด้าวเข้ามาหรืออยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยผิดกฎหมาย และได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.สลุย เพื่อทำการสอบสวนคัดแยกเหยื่อ   จากการสอบสวนพบว่าจำนวนทั้ง 13 คน เป็นชาวเมียนมา จากรัฐยะไข่ โดยทุกคนมีสามี ภรรยาและญาติ อยู่ในประเทศมาเลเซีย จึงต้องการไปทำงานที่ประเทศมาเลเซีย โดยยอมขายที่ดินและบ้าน เพื่อนำเงินที่คิดค่าเป็นเงินไทยแล้ว จำนวนประมาณ 1 แสนบาท จ่ายให้กับนายหน้า เพื่อพาหลบหนีนำพาจากรัฐยะไข่ ข้ามประเทศไทย โดยเข้าแนวตะเข็บชายแดน ภาคเหนือ ลัดเลาะเปลี่ยนมากับรถกระบะเป็นจุดสุดท้ายขึ้นรถทัวร์ปรับอากาศ แล้วมาถูกจับกุมดังกล่าว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Y1qgmMltTfw

 34,705
ข่าวภูมิภาค
09 ก.พ. 62

ลูกชายติดยาอาละวาด คว้ามีดไล่ฟัน แม่ กับ 2 พี่สาวฝาแฝดพิการทางสมอง จนต้องวิ่งหนีตายไปหลบในป่า ก่อนแจ้งให้ ตร.จับกุม

ชุมพร -  ตำรวจ สภ.เมืองชุมพร ได้รับแจ้งจากแม่ วัย 57 ปี ว่าให้ช่วยจับตัวลูกชาย อายุ 34 ปี อาละวาดใช้มีดงอไล่ฟันตนและลูกสาวคือฝาแฝดพิการทางสมอง จนต้องวิ่งหนีตะเหลิดเข้าไปอาศัยสวนยางหลังบ้านหลับนอน    โดยที่เกิดเหตุเป็นถนนซอยบ้านช่องขุนแก้ว ม.6 ต.วังใหม่ อ.เมือง จ.ชุมพร ห่างจากถนนสายเพชรเกษม เข้าไปประมาณ 6 กม. พบลูกชาย สวมกางเกงยีนส์ขาสั้นสีน้ำเงิน ไม่สวมเสื้อ ในมือถือมีด ยาวประมาณ 1 ฟุต เดินเข้าเดินออก อยู่บริเวณหน้าบ้านพัก พร้อมส่งเสียงตะโกนด่าทอไปทั่ว    โดยมีแม่และเพื่อนสนิท ของลูกชาย พยายามพูดคุย แต่ก็ไม่มีท่าทีว่าจะสงบสติลงได้ เจ้าหน้าที่จึงได้วางแผนโดยจัดกำลังแบ่งออกเป็น 3 ชุด เดินลัดเลาะเข้าไปในป่าข้างบ้านทั้งด้านซ้ายและขวา อีกชุดเดินเข้าทางด้านหน้า เพื่อพูดคุยและเพื่อให้ลูกชาย ได้สนใจเฉพาะด้านหน้า    จนพอสบโอกาสเจ้าหน้าที่พร้อมไม้ค้ำได้บุกเข้าจะจู่โจม แต่ด้วยลูกชาย ได้ระวังตัว เกิดเห็นเจ้าหน้าที่ จึงได้วิ่งหนีเข้าขึ้นไปบนเขาสวนยางพารา พร้อมตะโกนห้ามไม่ให้ใครเข้าไปใกล้ และขู่จะใช้มีดแทงให้ตาย เจ้าหน้าที่จึงได้พยายามชวนพูดคุย อีกรอบ จนลูกชาย เริ่มลดความเกรี้ยวกราวลง แต่ก็ยังไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้ พร้อมเดินเข้าไปในสวนต้นผักเหรียง เจ้าหน้าที่จึงได้ใช้กลอุบายหลอกล่อให้ลูกชาย เก็บผักเหรียง มาทำกับข้าวกินกันดีกว่า เพราะบ่ายมากแล้ว ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งหน่วยกู้ภัยยังไม่ได้กินข้าวกัน ให้หยุดพักไล่จับกันไว้ก่อน    ทำให้ลูกชาย ซึ่งเป็นคนชอบทำกับข้าวอยู่แล้วหลงกล เดินเก็บผักใบเหรียง ไป 1 กำ ก่อนเดินนำหน้าเจ้าหน้าที่ไปในครัวข้างบ้าน พร้อมกุลีกุจอนำข้าวสารมาล้างเพื่อหุงข้าว และไปตั้งไฟเตรียมผัดใบเหรียง จนเจ้าหน้าที่สบโอกาสรวบตัวได้โดยละม่อม ด้านผู้เป็นแม่ เปิดเผยว่า ตนเองมีลูก 3 คน คนโตเป็นแฝดหญิงซึ่งพิการทางสมองทั้งคู่ ส่วนลูกชาย เป็นคนดี ทำมาหากินช่วยเหลือทางบ้าน แต่ระยะหลัง ลูกชายเริ่มมีพฤติกรรมเสพยาเสพติด ทั้งยาบ้า ไอซ์ และน้ำกระท่อม จนติดงอมแงม วันไหนไม่ได้เสพก็จะอาละวาด ตนเองเคยให้ทางหน่วยกู้ภัยมาจับตัวไปส่งโรงพยาบาลเพื่อบำบัดรักษาแล้ว 1 ครั้ง แต่ไม่ทันถึงโรงพยาบาลลูกชายได้ดิ้นหลุดและได้วิ่งหลบหนีหายไป จนกระทั่งมาเกิดเหตุดังกล่าว          ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vJkhtJi2kro  

 11,366
ข่าวภูมิภาค
01 ก.พ. 62

แม่ขอความเป็นธรรม ไม่เชื่อลูกชายยิงตัวตาย หลังเจอเขม่าดินปืนที่มือพ่อตา พร้อมพิรุธอีกหลายจุด

กรณีที่ครอบครัวจากจังหวัดชุมพรได้เดินทางร้องเรียนต่อ สตม. กองปราบและสื่อมวลชน หลังลูกชาย คือนายวสันต์ หรือบ่าว โตวะจักร อายุ 28 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองนอนเสียชีวิตอยู่ข้างรถยนต์กระบะตนเอง ซึ่งจอดอยู่ข้างบ้านพ่อแม่ของภรรยา เหตุเกิดเมื่อวันที่ 1 พ.ย. 61 พบเขม่าดินปืนที่มือพ่อตา หลักฐานทุกอย่างดูย้อนแย้ง   แต่ตำรวจ สภ.เมืองชุมพร สรุปว่าเป็นการยิงฆ่าตัวตาย ทำให้แม่ผู้เสียชีวิตปักใจเชื่อว่าลูกชายไม่ได้ฆ่าตัวตายตามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ระบุ พร้อมนำโลงศพไปโบกปูนเก็บไว้ที่วัดท่ามะปริง อ.เมือง จ.ชุมพร จนกว่าตำรวจจะสรุปผลการชันสูตรพลิกศพที่แท้จริง   นางวันเพ็ญ โตวะจักร อายุ 51 ปี แม่ผู้ตาย กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 พ.ย. 61 ช่วงเช้าแม่ยายของลูกชายโทรมาบอกให้ตนไปดูลูกชาย เพราะทะเลาะกับภรรยา ตนก็เดินทางไปซึ่งพอไปก็เห็นทั้งคู่ทะเลาะกันอยู่ ตนจึงได้ว่ากล่าวตักเตือนไป และอยู่ดูท่าทีของทั้งคู่ครึ่งชั่วโมงก็กลับบ้าน หลังจากนั้นลูกชายก็ตามไปหาตนที่บ้าน ซึ่งก็มีอาการปกติพูดคุยหยอกล้อกันธรรมดา ไม่มีวี่แววเสียใจ หรือเครียดอะไร ปกติดีทุกอย่าง และก่อนกลับลูกชายได้ขอเงินตนไป 100 บาท แล้วก็กลับบ้านภรรยาไป   จากนั้นช่วง 2 ทุ่มตนได้รับโทรศัพท์จากฝ่ายแม่ยายลูกชายอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ปลายสายบอกว่าลูกชายยิงตัวตาย ตอนนั้นตกใจมากเพราะเพิ่งเจอลูกไปเมื่อ 1 ชั่วโมงก่อน แล้วลูกจะตายได้อย่างไร ตนจึงรีบไปยังที่เกิดเหตุพบว่าฝ่ายครอบครัวลูกสะใภ้พาร่างลูกไปโรงพยาบาลแล้ว โดยที่ไม่รอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจพิสูจน์ หรือเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาก่อน   ทำให้ตนสงสัยว่าลูกชายอาจจะไม่ได้ยิงตัวตายแต่อาจจะถูกยิง เพราะอย่างแรกคือจากเหตุผลเรื่องการรีบนำศพออกจากพื้นที่ไม่รอให้เจ้าหน้าที่มาตรวจพิสูจน์นั้น ต่อมาแม่ยายได้บอกว่าลูกชายตนยิงตัวตายในรถ แต่คราบเลือดทุกอย่างกลับไม่มีในรถ ซึ่งฝ่ายพ่อตาอ้างว่าได้เอารถไปล้าง ยิ่งทำให้ตนสงสัยว่าทำไมต้องรีบเอารถไปล้าโดยที่ไม่รอเจ้าหน้าที่ก่อน   อีกทั้งพ่อตากับภรรยาบอกว่าลูกตนตายอยู่หลังรถ ข้างนอกตรงล้อหลัง นั่งพิงรถ ซึ่งไม่ตรงกัน ที่สำคัญมีการแจ้งลงบันทึกประจำวันกับตำรวจว่าลูกตนก่อเหตุและเสียชีวิตเมื่อเวลา 18.30 น. แต่ทำไมพึ่งมีการโทรมาบอกตนและครอบครัวเมื่อเวลา 20.00 น. อีกอย่างคือลูกชายตนถนัดซ้ายเป็นไปไม่ได้ที่จะยิงตัวตายแล้วเล็งไปยังอกข้างซ้าย   รวมไปถึงในที่เกิดเหตุวันเดียวกันนั้นเจ้าหน้าที่ตรวจไม่พบปืนที่ยิง แต่ไปพบปืนอีก 3 วันต่อมาถูกฝังอยู่อยู่ในกองทรายห่างจากจุดเกิดเหตุเล็กน้อย ซึ่งคนที่พบคือฝ่ายครอบครัวลูกสะใภ้ ตนจึงมองว่าเป็นไปไม่ได้ที่ลูกชายจะยิงตัวตายแล้วยังจะเอาปืนไปซ่อนได้อีก   และก่อนหน้านี้ฝ่ายครอบครัวลูกสะใภ้ได้บอกกับตำรวจว่า ทางครอบครัวตนเป็นฝ่ายเอาปืนไปซ่อนเพราะปืนเป็นของตน จนตนต้องถูกตำรวจสอบสวนอยู่นาน ทั้งที่ความจริงแล้วปืนนั้นไม่ใช่ของตน เพราะขนาดเงินจะซื้อข้าวกินยังลำบากจะเอาเงินที่ไหนไปซื้อปืนตามที่ฝ่ายโน้นกล่าวหา จากข้อขัดแย้งหลายๆ อย่างจึงทำให้ตนเชื่อว่าลูกชายไม่ได้ยิงตัวตาย และจะเก็บศพไว้จนกว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสรุปคดีได้   ทั้งนี้บุคคลที่ตนสงสัยที่สุดคือพ่อตาของลูกชาย เพราะทางบ้านของลูกสะใภ้ไม่ค่อยชอบลูกชายตน เพราะกลัวว่าลูกชายตนจะพาลูกสาวไปลำบากจึงทำให้ลูกชายและพ่อตาไม่ค่อยลงรอยกัน   ด้านญาติผู้ตาย กล่าวว่า ทิศทางปืน และการจับมันผิดวิสัยของคนถนัดซ้าย ที่ดูแล้วยังไงก็ไม่สามารถเอาปืนจ่อเข้าที่หน้าอกข้างซ้ายตรงหัวใจได้ อีกทั้งผลการชันสูตรศพที่ออกมาพบว่า มีบาดแผลฉกรรณ์อยู่อกซ้ายแล้วซีกโครงด้านล่างหัก 3-4 ซี่ สันหลังหัก ซึ่งทางตำรวจบอกว่ากระสุนชิ่งไปโดนกระดูก 4 ซี่หัก ซึ่งจากที่พ่อผู้ตายไปดูผลชันสูตรด้วยตัวเองก็พบว่ากระสุนอยู่กระจุกเดียวเกือบทะลุด้านหลัง ไม่ได้ชิ่งไปไหนเลย ทำให้ครอบครัวและญาติๆ คาดการณ์ว่าก่อนที่จะมีการยิงน่าจะมีการต่อสู้กันเกิดขึ้น   และจะเป็นการฆ่าตัวตายนั้นเป็นไปได้ยากมาก อีกทั้งหลังจากเกิดเหตุอาวุธปืนหายไป จนต่อมาภายหลัง 3 วันพบปืนถูกซุกซ่อนไว้ในกองทรายใกล้กับที่เกิดเหตุ ซึ่งขณะที่พบคืออยู่ในลักษณะพร้อมบรรจุกระสุน เพราะเป็นปืนลูกซองสั้นมีการหักกลางลำเอาไว้   ซึ่งตนคิดว่าผู้ตายไม่สามารถทำแบบนั้นได้ จนต่อมาตำรวจได้แจ้งมาว่าพ่อตาเป็นคนเอาไปซ่อนและมีการตรวจพบเขม่าดินปืนที่มือพ่อตาด้วย ซึ่ง ตร.ก็บอกเพียงเท่านี้ไม่ได้มีอะไรต่อ แต่ก่อนหน้านั้นไม่ได้เป็นแบบนี้ เพราะตอนที่หาปืนไม่เจอทางฝ่ายครอบครัวภรรยาผู้ตายพยายามบอกว่าปืนเป็นของพ่อแม่ผู้ตาย ซึ่งเป็นข้อมูลที่ขัดแย้งกันไปมาตลอดเวลา   ด้านภรรยาผู้ตาย เผยถึงเหตุผลว่าก่อนหน้าที่สามีจะก่อเหตุ ทางแม่ได้มาพูดปรึกษากับสามี ถึงเรื่องที่น้องชายโดนเรียกเงินจากบ้านผู้หญิงที่น้องชายคบหาเรียกค่าเสียหาย หลังพาแฟนสาวมานอนค้างที่บ้าน แต่สามีนั้นไม่มีเงินที่จะช่วย ทางแม่ของสามีจึงกลับไป และก่อนที่จะเกิดเหตุไม่กี่วันแม่ของสามี ก็ได้มาเอา จยย.ที่สามีได้ผ่อนมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของเขาเองไป   โดยสามีได้พูดตัดพ้อกับตนเองว่า พาแฟนมาลำบากเพราะเรามันจน ตนเองนั้นก็ไม่ดีที่ไม่สามารถหาเงินให้ที่บ้านได้และสิ่งของที่เป็นของตนเองพ่อกับแม่ก็เอากลับไปหมดแล้ว เหลือแต่พระเพียงองค์เดียวที่พ่อได้ฝากไว้ก่อนที่จะนำไปคืนกับพ่อ และก็กลับมาก่อเหตุในเวลาต่อมา   ทางภรรยายังได้โต้ว่า คนในครอบครัวตนไม่มีเหตุผลที่จะฆ่าสามี เพราะก็ไม่ได้มีสมบัติอะไร สิ่งของที่มีก็ร่วมสร้างกันขึ้นมา ตนเองมีลูกด้วยกัน 2 คนโดยคนโตอายุ 9 ขวบและลูกชายคนเล็กอายุเพียง 3 เดือน จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะฆ่าสามี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Nsm57OBVWMM

 3,830
ข่าวภูมิภาค
21 ม.ค. 62

สุดโหด หนุ่ม ปวช.ปี 1 ถูกจ่อยิงขมับ ทิ้งศพในลำห้วยสวนปาล์มชุมพร

วันที่ 20 ม.ค. 62 เมื่อเวลา 22.00 น. พ.ต.ท.นรินทร์ พุ่มสวัสดิ์ สว.สส. รับแจ้งเหตุพบศพ ที่ ม.7 ต.ทุ่งตะไคร อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร พร้อมด้วย พ.ต.ท วิสิษฐ์ อักษรทิพย์ รอง ผกก.ป พ.ต.ท อิศเรศ ไทยเจริญ รอง ผกก.สส. พ.ต.ต สมมาศ เกษแก้ว สวป.สายสืบ สายตรวจ หน่วยกู้ภัยทุ่งตะโก ไปที่เกิดเหตุ   ที่เกิดเหตุใจกลางสวนปาล์มขนาดใหญ่ ริมถนนสาย เขาสวนทุเรียน- สถานีรถไฟเขาสวนทุเรียน ในลำห้วยกลางสวนปาล์มพบร่างของ นายไกรสร สุทธานี อายุ 16 ปี นศ.สาขาช่างยนต์ ระดับ ปวช.ปี 1 วิทยาลัยการอาชีพหลังสวน ลอยคว่ำหน้าในห้วย สภาพศพสวมชุดช็อปเสื้อกางเกง สีน้ำเงิน เป็นชุดช่างยนต์ ของวิทยาลัยฯ สวมรองเท้าผ้าใบสีดำ    จึงนำร่างขึ้นจากน้ำไปชันสูตรพลิกศพที่ รพ.ทุ่งตะโก พบบาดแผลถูกยิงที่ขมับด้านขวาด้วยกระสุนปืน ขนาด .38 จำนวน 1 นัด คาดว่าตายมานานกว่า 2 วัน   สอบสวนนายประดิษฐ บุทธนา อายุ 41 ปี ผู้พบศพคนแรก ได้การว่า ในช่วงค่ำ ขับรถจักรยานยนต์ผ่านลำห้วยสังเกตุเห็นร่างศพลอยในน้ำ ที่ศีรษะมีเลือดแห้งติดอยู่รีบแจ้งตำรวจ   จากการสอบสวนทราบว่า ช่วงเย็นวันที่ 18 ม.ค. 62 นายไกรสรได้นั่งรถจักรยานยนต์ของเพื่อนมาลงที่สี่แยกเขาปีบ และมีเพื่อนอีกคนขี่รถจักรยานยนต์มารับไปส่งที่หน้าวัดถ้ำเขาปีบทางเข้าบ้าน หลังจากนั้นก็เงียบหายไปและไม่สามารถติดต่อได้ จนกระทั่้งมีคนมาพบศพ   เบื้องต้น ตำรวจตั้งข้อสันนิษฐาน อาจเป็นเรื่องความขัดแย้งที่ผู้ตายอาจจะไปรู้เห็นเรื่องผิดกฎหมายในพื้นที่ หรือข้อขัดแย้งทางด้านชู้สาว เนื่องจากผู้ตายเป็นเด็กวัยรุ่นที่มีรูปร่างหน้าตาดี โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจะติดตามคลี่คลายหาสาเหตุและจับกุมตัวคนร้ายต่อไป  

 1,549
ข่าวภูมิภาค
11 ม.ค. 62

แม่-พ่อเลี้ยงเมายา ทำร้าย ด.ช.วัย 2 ขวบอาการปางตาย ให้กินแต่บะหมี่สำเร็จรูปจนขาดสารอาหาร

ชุมพร-จนท.บ้านเด็กและครอบครัว รับแจ้งพบเด็กชายเอ อายุ 1 ขวบ 11 เดือน ถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บ   จากการตรวจร่างกายเบื้องต้น พบว่าที่เบ้าตาทั้งสองข้าง มีรอยเขียวช้ำที่แขนขวา หน้าอก แผ่นหลังมีรอยฟันกัดเขี้ยวคล้ำ ตามร่างกายอีกหลายจุดมีร่องรอยถูกทำร้ายร่างกาย นอกจากนั้นบริเวณทรวงอกยังมี่ร่องรอยซ้ำภายใน   จากการตรวจเลือดยังพบว่า พบสภาวะขาดสารอาหารที่จำเป็นสำหรับเด็กในวัยนี้ จนทำให้เกล็ดเลือดต่ำอย่างหนัก จากมาตรฐาน 33 พบว่า มีเพียง 14 ซึ่งถือได้ว่า กำลังเข้าสู่ภาวะวิกฤตอาจช็อค เสียชีวิตได้ แพทย์ลงความเห็นว่า ต้องรีบนำตัวส่งต่อ รพ.ชุมพรที่มีเครื่องมือที่ดีกว่าและมีแพทย์เฉพาะทาง ที่จะรักษาได้ดีกว่า   สืบทราบว่า น.ส.สวย อายุ 19 ปี มีอาชีพเป็นแม่บ้านเป็นแม่ของเด็ก และนายบี อายุ 26 ปี เป็นพ่อเลี้ยง อาชีพรับจ้างตัดปาล์ม อาศัยอยู่ในกระท่อมสภาพเก่า โดยน.ส.สวย เป็นแม่ม่ายเลิกกับสามี มี ด.ช.เอ เป็นลูกติดมาอยู่ด้วย สองสามีภรรยามีพฤติกรรมเสพยาเสพติด ฝ่ายหญิงชอบเสพยาบ้า ส่วนสามีชอบเสพน้ำกระท่อม เมื่อคนทั้งสองอยู่ในอาการเมายา มักมีอารมณ์ร้าย   ในเวลาที่ ด.ช.เอ ร้องไห้ ด้วยความหิวหรือเจ็บป่วย ทั้งสองก็จะทุบตี ด.ช.เอ ด้วยความรุนแรง ในบางครั้งก็ใช้ฟันกัดตามร่างกายจนเป็นรอยเขี้ยวเห็นชัด จนกระทั่งสองสามวันที่ผ่าน ทั้งสองได้ทำร้ายร่างกาย ด.ช.เอ จนพลัดตกจากชั้นบนของบ้าน ทำให้ร่างกายของ ด.ช.เอ สะบักสะบอมอย่างหนัก อีกทั้งยังเลี้ยงลูกด้วยเพียงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเท่านั้น ไม่เคยให้ลูกกินนมหรืออาหารอื่นที่มีประโยชน์เลย   ในขณะที่ พ่อแม่ของนายบี เห็นเหตุการณ์ และทราบการทารุณกรรม ด.ช.เอ มาโดยตลอด แต่ไม่กล้าห้ามปราม เนื่องจากกลัวลูกชายจะทำร้าย แต่เพื่อนบ้านใกล้เคียงที่รู้เรื่องและเห็นเหตุการณ์ทนไม่ไหว จึงโทรแจ้งเจ้าหน้าที่บุกเข้าไปนำตัวเด็กออกมาพร้อมแม่ของเด็ก   แต่แม่ของเด็กยังให้การปฏิเสธว่าไมได้ทำร้ายลูก รอยเขี้ยวเกิดจากหยอกล้อลูกรุนแรงไป แต่ร่องรอยทุบตีนั้นก็ยอมรับว่าทำจริงเนื่องจากเด็กร้องไห้งอแง จนท.ที่เกี่ยวข้องจึงขอเอาตัว ด.ช.เอ ไปรักษาพยาบาล ก่อนจะดำเนินการตามกฎหมายกับแม่และพ่อเลี้ยงจอมโหดรายนี้ต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Y10GfYh_kD0

 7,786
การเมืองเข้มข้น
07 ม.ค. 62

ประชาธิปัตย์พร้อมมาก ได้ผู้สมัครแล้ว 346 เขต ตกลงส่ง 'ลูกหมี' ลงชุมพร แต่มีเงื่อนไข

ความเคลื่อนไหวพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)ที่ประชุมได้มีการอนุมัติว่าที่ผู้สมัครไปแล้ว 346 เขต เหลือ 3 จังหวัด 4 เขตเลือกตั้ง ที่จะต้องคัดสรรตัวผู้สมัครให้เสร็จเนื่องจากยังมีปัญหาทางด้านเทคนิคในบางพื้นที่ จึงได้มอบหมายให้รองหัวหน้าพรรคภาคอีสานไปรับฟังความเห็นประชาชน และกรรมการบริหารพรรคจะพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 14 ม.ค.นี้   ส่วนพื้นที่ภาคใต้ได้ผู้สมัครครบทุกเขตแล้ว โดยนายชุมพล จุลใส หรือลูกหมี อดีต ส.ส.ชุมพร ที่มีปัญหาก่อนหน้านี้ คณะกรรมการบริหารพรรคอนุมัติให้ลงสมัครได้ เพื่อประโยชน์สูงสุดกับพรรค แต่ต้องไปดำเนินการหาวิธีทำให้ประชาชนไม่สับสน ต้องประกาศให้คนชุมพรทราบทั้งหมดว่าลงในนามพรรค และต้องไปช่วยเขตอื่นๆหาเสียงในนามพรรคด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9Twlxd8XKkw

 1,335
สังคม-อาชญากรรม
01 ม.ค. 62

หนุ่มคลั่งรัวยิงฆ่ายกครัว 6 ศพ ก่อนยิงตัวตาย ผู้รอดชีวิตเล่าวินาทีเกิดเหตุสลด เผยรอดมาได้เพราะแกล้งตาย

ชุมพร-เกิดเหตุหนุ่มคลั่ง รัวยิงฆ่ายกครัว 6 ศพ ก่อนยิงตัวตาย บริเวณตลาดพะโต๊ะ ที่ห้องแถวชั้นเดียวเปิดเป็นร้านเสริมสวย ของนางนุช อ่อนมุกข์ อายุ 71 ปี โดยที่เกิดเหตุพบศพ 7 ศพ โดยในจำนวนผู้เสียชีวิตมีเด็กอายุ 6 ขวบ และ 9 ขวบ รวมอยู่ด้วย     นายทินกร อ่อนมุกข์ ที่ถูกยิงเจ็บ เผยว่า ในขณะที่กำลังเคานต์ดาวน์สนุกสนาน มีเสียงโวยวายขึ้นมาว่า "ผมอยู่ที่นี่ไม่เคยมีความดี ทั้งที่ช่วยเหลือกันมาตลอด" โดยผู้พูดคือ นายสุชีพ ศรสังข์ พี่เขย ที่เดินเข้ามาในอาการเมาอย่างหนัก ก่อนพูดต่อว่า "เอาอย่างนี้ดีกว่าเคลียร์กันเลย" พร้อมทั้งชักปืนไล่ยิงคนในครอบครัวเสียชีวิต ซึ่งนายทินกรรอดชีวิตมาได้เพราะถูกยิงแล้วแกล้งตาย ก่อนที่นายสุชีพจะยิงตัวตายหลังก่อเหตุ รวมผู้เสียชีวิต 7 ศพ    ทั้งนี้ คาดสาเหตุเบื้องต้นน่าจะมาจากความคับแค้นใจ โดยจากการตรวจสอบประวัตินายสุชีพ พบมีประวัติด้านร้ายอย่างโชกโชน เพิ่งพ้นโทษจากเรือนจำนครศรีธรรมราช ข้อหาพยายามฆ่า เมื่อเดือน พ.ย.61 แต่ก็ยังคงมีนิสัยเกเรไม่ยอมทำงาน เอาแต่ดื่มเบียร์ดื่มเหล้า และพูดจาข่มขู่คนในครอบครัวตลอดเวลา กล่าวหาว่าคนในครอบครัวรังเกียจ และจะฆ่าให้ตายทั้งครอบครัว จนมาลงมือทำจริงในวันนี้ 

 55,108
ข่าวภูมิภาค
29 ธ.ค. 61

หนุ่มถูกดักยิงดับ ตร.คาดเหตุทะเลาะเหยียบเท้ากันในงานบวช

ชุมพร-ชายอายุ 37 ปี อาชีพรับจ้างตัดผลปาล์มน้ำมัน  ถูกยิงดับบนถนนในซอยบ้านสระขาว ซอย 1 ทางเข้าบ้านเลขที่ 210 หมู่ที่ 16 ต.ละแม อ.ละแม จ.ชุมพร จากการสอบสวนเบื้องต้นคาดสาเหตุมาจากการทะเลาะ เหยียบเท้ากันในงานบวช ทำให้กลุ่มวัยรุ่นคู่กรณีซึ่งน่าจะอยู่ในอาการมึนเมา ยังติดใจและเคืองแค้นในการทะเลาะ จึงมาดักรอยิงเสียชีวิตดังกล่าว โดยตำรวจพอที่จะทราบตัวคนร้ายแล้ว จะได้ติดตามจับกุมมาดำเนินคดีต่อไป      ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/7fqgGy9ZnIc

 1,322
ข่าวภูมิภาค
22 ธ.ค. 61

รวบโรคจิตแอบถ่ายใต้กระโปรงนักเรียนที่สถานีรถไฟ ตร.ยึดมือถือ ปรับ 1,000 ก่อนปล่อยตัวไป

เกิดเหตุชายโรคจิตใช้มือถือแอบถ่ายใต้กระโปรงนักเรียนนักศึกษาและหญิงสาว ที่สถานีรถไฟสวี อ.สวี จ.ชุมพร เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนติดตามชายดังกล่าวจนทราบชื่อคือนายปรีชา อายุ 59 ปี มีอาชีพรับจ้างทั่วไป ซึ่งบ้านอยู่ห่างจากสถานีรถไฟประมาณ 1 กิโลเมตรเท่านั้น จึงติดตามจับกุมพร้อมกับพาผู้เสียหายนักเรียนสาวไปชี้ตัว   จากการสอบสวนเบื้องต้น นายปรีชา ยอมรับสารภาพว่าได้ใช้มือถือแอบถ่ายหญิงสาว อ้างถ่ายคลิปไว้ดูอย่างเดียวไม่ได้เอาไปทำอย่างอื่น ขณะเดียวกันแม่ค้าละแวกสถานีรถไฟเล่าว่า เห็นนายปรีชา ชอบมาเดินป้วนเปี้ยวหน้าสถานีรถไฟเป็นประจำและชอบแอบถ่ายหญิงสาวที่มารอรถไฟ จนแม่ค้าที่รู้พฤติกรรมต่างผวาไม่กล้าเข้าห้องน้ำที่สถานีรถไฟสวี   ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ แจ้งข้อกล่าวหาก่อความรำคาญแก่ผู้อื่นปรับ 1,000 บาท พร้อมทั้งยึดโทรศัพท์ไว้ตรวจสอบเพื่อหาผู้เสียหายรายอื่น ๆ ที่นายปรีชา ได้ถ่ายคลิปเอาไว้ เพื่อติดตามมาแจ้งความเพิ่มเติมก่อนทำประวัติและปล่อยตัวไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ https://youtu.be/sY5-Y43D56E

 5,782

Top