ค้นหา :

ผลการค้นหา "ชุมพร"

ข่าวภูมิภาค
11 ม.ค. 62

แม่-พ่อเลี้ยงเมายา ทำร้าย ด.ช.วัย 2 ขวบอาการปางตาย ให้กินแต่บะหมี่สำเร็จรูปจนขาดสารอาหาร

ชุมพร-จนท.บ้านเด็กและครอบครัว รับแจ้งพบเด็กชายเอ อายุ 1 ขวบ 11 เดือน ถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บ   จากการตรวจร่างกายเบื้องต้น พบว่าที่เบ้าตาทั้งสองข้าง มีรอยเขียวช้ำที่แขนขวา หน้าอก แผ่นหลังมีรอยฟันกัดเขี้ยวคล้ำ ตามร่างกายอีกหลายจุดมีร่องรอยถูกทำร้ายร่างกาย นอกจากนั้นบริเวณทรวงอกยังมี่ร่องรอยซ้ำภายใน   จากการตรวจเลือดยังพบว่า พบสภาวะขาดสารอาหารที่จำเป็นสำหรับเด็กในวัยนี้ จนทำให้เกล็ดเลือดต่ำอย่างหนัก จากมาตรฐาน 33 พบว่า มีเพียง 14 ซึ่งถือได้ว่า กำลังเข้าสู่ภาวะวิกฤตอาจช็อค เสียชีวิตได้ แพทย์ลงความเห็นว่า ต้องรีบนำตัวส่งต่อ รพ.ชุมพรที่มีเครื่องมือที่ดีกว่าและมีแพทย์เฉพาะทาง ที่จะรักษาได้ดีกว่า   สืบทราบว่า น.ส.สวย อายุ 19 ปี มีอาชีพเป็นแม่บ้านเป็นแม่ของเด็ก และนายบี อายุ 26 ปี เป็นพ่อเลี้ยง อาชีพรับจ้างตัดปาล์ม อาศัยอยู่ในกระท่อมสภาพเก่า โดยน.ส.สวย เป็นแม่ม่ายเลิกกับสามี มี ด.ช.เอ เป็นลูกติดมาอยู่ด้วย สองสามีภรรยามีพฤติกรรมเสพยาเสพติด ฝ่ายหญิงชอบเสพยาบ้า ส่วนสามีชอบเสพน้ำกระท่อม เมื่อคนทั้งสองอยู่ในอาการเมายา มักมีอารมณ์ร้าย   ในเวลาที่ ด.ช.เอ ร้องไห้ ด้วยความหิวหรือเจ็บป่วย ทั้งสองก็จะทุบตี ด.ช.เอ ด้วยความรุนแรง ในบางครั้งก็ใช้ฟันกัดตามร่างกายจนเป็นรอยเขี้ยวเห็นชัด จนกระทั่งสองสามวันที่ผ่าน ทั้งสองได้ทำร้ายร่างกาย ด.ช.เอ จนพลัดตกจากชั้นบนของบ้าน ทำให้ร่างกายของ ด.ช.เอ สะบักสะบอมอย่างหนัก อีกทั้งยังเลี้ยงลูกด้วยเพียงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเท่านั้น ไม่เคยให้ลูกกินนมหรืออาหารอื่นที่มีประโยชน์เลย   ในขณะที่ พ่อแม่ของนายบี เห็นเหตุการณ์ และทราบการทารุณกรรม ด.ช.เอ มาโดยตลอด แต่ไม่กล้าห้ามปราม เนื่องจากกลัวลูกชายจะทำร้าย แต่เพื่อนบ้านใกล้เคียงที่รู้เรื่องและเห็นเหตุการณ์ทนไม่ไหว จึงโทรแจ้งเจ้าหน้าที่บุกเข้าไปนำตัวเด็กออกมาพร้อมแม่ของเด็ก   แต่แม่ของเด็กยังให้การปฏิเสธว่าไมได้ทำร้ายลูก รอยเขี้ยวเกิดจากหยอกล้อลูกรุนแรงไป แต่ร่องรอยทุบตีนั้นก็ยอมรับว่าทำจริงเนื่องจากเด็กร้องไห้งอแง จนท.ที่เกี่ยวข้องจึงขอเอาตัว ด.ช.เอ ไปรักษาพยาบาล ก่อนจะดำเนินการตามกฎหมายกับแม่และพ่อเลี้ยงจอมโหดรายนี้ต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Y10GfYh_kD0

 7,328
การเมืองเข้มข้น
07 ม.ค. 62

ประชาธิปัตย์พร้อมมาก ได้ผู้สมัครแล้ว 346 เขต ตกลงส่ง 'ลูกหมี' ลงชุมพร แต่มีเงื่อนไข

ความเคลื่อนไหวพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)ที่ประชุมได้มีการอนุมัติว่าที่ผู้สมัครไปแล้ว 346 เขต เหลือ 3 จังหวัด 4 เขตเลือกตั้ง ที่จะต้องคัดสรรตัวผู้สมัครให้เสร็จเนื่องจากยังมีปัญหาทางด้านเทคนิคในบางพื้นที่ จึงได้มอบหมายให้รองหัวหน้าพรรคภาคอีสานไปรับฟังความเห็นประชาชน และกรรมการบริหารพรรคจะพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 14 ม.ค.นี้   ส่วนพื้นที่ภาคใต้ได้ผู้สมัครครบทุกเขตแล้ว โดยนายชุมพล จุลใส หรือลูกหมี อดีต ส.ส.ชุมพร ที่มีปัญหาก่อนหน้านี้ คณะกรรมการบริหารพรรคอนุมัติให้ลงสมัครได้ เพื่อประโยชน์สูงสุดกับพรรค แต่ต้องไปดำเนินการหาวิธีทำให้ประชาชนไม่สับสน ต้องประกาศให้คนชุมพรทราบทั้งหมดว่าลงในนามพรรค และต้องไปช่วยเขตอื่นๆหาเสียงในนามพรรคด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9Twlxd8XKkw

 1,263
สังคม-อาชญากรรม
01 ม.ค. 62

หนุ่มคลั่งรัวยิงฆ่ายกครัว 6 ศพ ก่อนยิงตัวตาย ผู้รอดชีวิตเล่าวินาทีเกิดเหตุสลด เผยรอดมาได้เพราะแกล้งตาย

ชุมพร-เกิดเหตุหนุ่มคลั่ง รัวยิงฆ่ายกครัว 6 ศพ ก่อนยิงตัวตาย บริเวณตลาดพะโต๊ะ ที่ห้องแถวชั้นเดียวเปิดเป็นร้านเสริมสวย ของนางนุช อ่อนมุกข์ อายุ 71 ปี โดยที่เกิดเหตุพบศพ 7 ศพ โดยในจำนวนผู้เสียชีวิตมีเด็กอายุ 6 ขวบ และ 9 ขวบ รวมอยู่ด้วย     นายทินกร อ่อนมุกข์ ที่ถูกยิงเจ็บ เผยว่า ในขณะที่กำลังเคานต์ดาวน์สนุกสนาน มีเสียงโวยวายขึ้นมาว่า "ผมอยู่ที่นี่ไม่เคยมีความดี ทั้งที่ช่วยเหลือกันมาตลอด" โดยผู้พูดคือ นายสุชีพ ศรสังข์ พี่เขย ที่เดินเข้ามาในอาการเมาอย่างหนัก ก่อนพูดต่อว่า "เอาอย่างนี้ดีกว่าเคลียร์กันเลย" พร้อมทั้งชักปืนไล่ยิงคนในครอบครัวเสียชีวิต ซึ่งนายทินกรรอดชีวิตมาได้เพราะถูกยิงแล้วแกล้งตาย ก่อนที่นายสุชีพจะยิงตัวตายหลังก่อเหตุ รวมผู้เสียชีวิต 7 ศพ    ทั้งนี้ คาดสาเหตุเบื้องต้นน่าจะมาจากความคับแค้นใจ โดยจากการตรวจสอบประวัตินายสุชีพ พบมีประวัติด้านร้ายอย่างโชกโชน เพิ่งพ้นโทษจากเรือนจำนครศรีธรรมราช ข้อหาพยายามฆ่า เมื่อเดือน พ.ย.61 แต่ก็ยังคงมีนิสัยเกเรไม่ยอมทำงาน เอาแต่ดื่มเบียร์ดื่มเหล้า และพูดจาข่มขู่คนในครอบครัวตลอดเวลา กล่าวหาว่าคนในครอบครัวรังเกียจ และจะฆ่าให้ตายทั้งครอบครัว จนมาลงมือทำจริงในวันนี้ 

 54,458
ข่าวภูมิภาค
29 ธ.ค. 61

หนุ่มถูกดักยิงดับ ตร.คาดเหตุทะเลาะเหยียบเท้ากันในงานบวช

ชุมพร-ชายอายุ 37 ปี อาชีพรับจ้างตัดผลปาล์มน้ำมัน  ถูกยิงดับบนถนนในซอยบ้านสระขาว ซอย 1 ทางเข้าบ้านเลขที่ 210 หมู่ที่ 16 ต.ละแม อ.ละแม จ.ชุมพร จากการสอบสวนเบื้องต้นคาดสาเหตุมาจากการทะเลาะ เหยียบเท้ากันในงานบวช ทำให้กลุ่มวัยรุ่นคู่กรณีซึ่งน่าจะอยู่ในอาการมึนเมา ยังติดใจและเคืองแค้นในการทะเลาะ จึงมาดักรอยิงเสียชีวิตดังกล่าว โดยตำรวจพอที่จะทราบตัวคนร้ายแล้ว จะได้ติดตามจับกุมมาดำเนินคดีต่อไป      ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/7fqgGy9ZnIc

 1,177
ข่าวภูมิภาค
22 ธ.ค. 61

รวบโรคจิตแอบถ่ายใต้กระโปรงนักเรียนที่สถานีรถไฟ ตร.ยึดมือถือ ปรับ 1,000 ก่อนปล่อยตัวไป

เกิดเหตุชายโรคจิตใช้มือถือแอบถ่ายใต้กระโปรงนักเรียนนักศึกษาและหญิงสาว ที่สถานีรถไฟสวี อ.สวี จ.ชุมพร เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนติดตามชายดังกล่าวจนทราบชื่อคือนายปรีชา อายุ 59 ปี มีอาชีพรับจ้างทั่วไป ซึ่งบ้านอยู่ห่างจากสถานีรถไฟประมาณ 1 กิโลเมตรเท่านั้น จึงติดตามจับกุมพร้อมกับพาผู้เสียหายนักเรียนสาวไปชี้ตัว   จากการสอบสวนเบื้องต้น นายปรีชา ยอมรับสารภาพว่าได้ใช้มือถือแอบถ่ายหญิงสาว อ้างถ่ายคลิปไว้ดูอย่างเดียวไม่ได้เอาไปทำอย่างอื่น ขณะเดียวกันแม่ค้าละแวกสถานีรถไฟเล่าว่า เห็นนายปรีชา ชอบมาเดินป้วนเปี้ยวหน้าสถานีรถไฟเป็นประจำและชอบแอบถ่ายหญิงสาวที่มารอรถไฟ จนแม่ค้าที่รู้พฤติกรรมต่างผวาไม่กล้าเข้าห้องน้ำที่สถานีรถไฟสวี   ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ แจ้งข้อกล่าวหาก่อความรำคาญแก่ผู้อื่นปรับ 1,000 บาท พร้อมทั้งยึดโทรศัพท์ไว้ตรวจสอบเพื่อหาผู้เสียหายรายอื่น ๆ ที่นายปรีชา ได้ถ่ายคลิปเอาไว้ เพื่อติดตามมาแจ้งความเพิ่มเติมก่อนทำประวัติและปล่อยตัวไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ https://youtu.be/sY5-Y43D56E

 5,627
ข่าวภูมิภาค
12 ธ.ค. 61

ตร.ชุมพรเมาคลั่งยิงปืนทะลุกระจก เฉียดหัวเพื่อนบ้าน ทั้งที่ไม่เคยมีเรื่องกันมาก่อน

ชุมพร-ตำรวจ สภ.หลังสวน รับแจ้งว่าเกิดเหตุคนร้ายยิงเข้าไปในบ้านพักในพื้นที่ ถ.หลังสวน อ.หลังสวน จ.ชุมพร ทำให้ได้รับบาดเจ็บ โดยนายประชา ดึงสุวรรณ อายุ 63 ปี ซึ่งเป็นอดีตครูโรงเรียนประถมแห่งหนึ่งใน อ.หลังสวน ให้การว่า   ในช่วงดึกเวลา ประมาณ 02.00น. ในขณะที่กำลังตื่นมาดูหลาน อายุ 8 เดือนที่ส่งเสียงร้องเพราะหิวนม พร้อมด้วยนางเยาวลักษณ์ ดึงสุวรรณ อายุ 63 ปี อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนประถมแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นภรรยาของนายประชา ขณะที่กำลังชงนมให้หลานดื่ม ได้ยินเสียงเอะอะโวยวาย กลางถนนหน้าบ้าน จึงมองผ่านหน้าต่างบ้านออกไป   เห็นผู้ชายคนหนึ่งจำได้ว่าเป็นเพื่อนบ้านฝั่งตรงข้ามเป็นตำรวจยศนายดาบตำรวจ ของสถานีตำรวจแห่งหนึ่ง ใน จ.ชุมพร กำลังอยู่ในอาการเมาแอ๋ ยืนโงนเงน พร้อมตะโกนว่า “ตระกูล ดึงสุวรรณ มีอะไรดี” นายประชาขยับตัวจะออกไปดูนางเยาวลักษณ์ บอกนายประชา ว่าอย่าออกไปเค้าเป็นตำรวจมีปืน   นายประชา พร้อมภรรยา จึงไม่ได้สนใจแต่ในจังหวะที่นางเยาวลักษณ์ก้มลงอุ้มหลานเพื่อป้อนนม ส่วนนายประชา ยังคงยืนดูอยู่ริมหน้าต่างภายในบ้านได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด และเสียงกระจกแตก เสียงดังสนั่นรุนแรงมาก กระจกหน้าต่างแตกกระเด็นเข้ามาในบ้าน และเจาะเข้าที่แขนด้านซ้ายรู้สึกเจ็บแปลบ ส่วนกระสุนเฉียดศีรษะของนางเยาวลักษณ์ หายเข้าไปในบ้าน จึงก้มตัวลง และพยายามเข้าไปในห้องนอน ที่อยู่ใกล้กับห้องโถง พร้อมทั้งตะโกนให้ลูกชายโทรแจ้ง191 หลังจากนั้นราวๆ 5 นาที ตำรวจ สภ.หลังสวน จึงเดินทางมาระงับเหตุ   ในขณะที่นายดาบตำรวจคนดังกล่าว ยังคงเอะอะโวยวาย และไม่ยอมให้ตำรวจ สภ.หลังสวน ควบคุมตัว อีกทั้งมีท่าทีจะยิง เจ้าหน้าที่ ต้องวิทยุเรียกตำรวจสถานีต้นสังกัดของนายดาบตำรวจคนดังกล่าว ให้มารับตัวไปควบคุมที่สถานีตำรวจต้นสังกัด   เบื้องต้นทราบว่า นายดาบตำรวจคนดังกล่าว กำลังอยู่ในหน้าที่เข้าเวร ควบคุมห้องขัง บนสถานีตำรวจ แต่ได้ไปร่วมดื่มกินเลี้ยงในวันเกิดเพื่อนที่มีบ้านอยู่ข้างโรงพักต้นสังกัดตั้งแต่ช่วงหัวค่ำของเมื่อวันที่ 10 ธ.ค.ที่ผ่านมา พอเมาได้ที่จึงเดินทางกลับมายังบ้านพัก จนมาก่อเหตุในช่วงเช้า ส่วนนายประชา ได้เดินทาง ไปทำการรักษาบาดแผล ก่อนจะเดินทางไปแจ้งความที่ สภ.หลังสวน ท้องที่เกิดเหตุ   ขณะที่นางเยาวลักษณ์ กล่าวว่า บ้านหลังดังกล่าวอยู่ด้วยกัน 8 คน มีเด็ก อายุ 8 ขวบ และ 8 เดือน นอกนั้น เป็นลูกสาว ลูกเขย ลูกชาย โชคดีที่กำลังก้มลง ป้อนนมหลาน ถ้านั่งในท่าตรง กระสุนจะเจาะเข้าที่หัวพอดี ส่วนหัวกระสุนปืนที่ยิงเข้ามาในบ้านยังค้นหาไม่พบ แต่ตำรวจพบกระสุนที่ยังไม่ได้ยิงที่หน้าบ้านเป็นกระสุนหัวตะกั่ว และหัวทองแดง ขนาด 9 มม. จำนวน 2 นัด หล่นอยู่ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน   ทั้งนี้ส่วนตัวไม่เคยมีเรื่องทะเลาะกับนายดาบตำรวจคนดังกล่าวเลยแม้แต่น้อย ปกติก็จะสนิทกับภรรยา ของนายดาบตำรวจคนดังกล่าวด้วย ก็ไม่รู้ว่าเพราะสาเหตุใดนายดาบตำรวจจึงมาหาเรื่อง และยิงใส่บ้านของตนเอง   เบื้องต้นตำรวจจะได้เรียกตัว นายตำรวจคนดังกล่าว มาสอบปากคำพร้อมดำเนินการตามข้อเท็จจริงต่อไป นอกจากนั้นยังได้การว่านายตำรวจคนดังกล่าว เป็นคนไม่ค่อยพูด มีอาการแปลกไปจากคนธรรมดาทั่วไป และเมื่อดื่มเหล้าจนเมา จะมีอาการเพี้ยนคลุ้มคลั่งส่งเสียงเอะอะโวยวาย ทำร้ายร่างกายคนใกล้ชิด จนเป็นที่เอือมระอา และหวาดกลัวไปทั้งหมู่บ้าน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/iz-mYm49Ob0

 735
ข่าวภูมิภาค
11 ธ.ค. 61

กระบะชนหมาตายเลือดสาดไม่ลงมาดู เจ้าของเผยเป็นคู่กรณีเคยทะเลาะกัน แล้วมาลงกับหมา

ชุมพร-เกิดเหตุรถยนต์กระบะขับพุ่งชนสุนัขแสนรู้เพศผู้วัย 3 ปีเศษ บนถนนคอนกรีตภายในซอยสายลม หมู่ 3 ต.เขาทะลุ อ.สวี จ.ชุมพร ทำให้ตายคาที่   โดยที่คนขับรถกระบะคันดังกล่าวไม่ได้จอดรถลงมาดูสอบถามหรือแสดงความรับผิดชอบแต่อย่างใด ทางเจ้าของหมาจึงอยากจะเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับไอ้ขาว พร้อมทั้งได้แจ้งความดำเนินคดีเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามคนขับรถยนต์กระบะคันดังกล่าวแล้ว   นายสุวรรณ ศรีพัฒน์ อายุ 57 ปี และครอบครัว ได้เปิดกล้องวงจรปิดให้ดูตอนเกิดเหตุซึ่งอยู่บนถนนคอนกรีตผ่านหน้าบ้าน โดยเมื่อเวลาประมาณ 09.30 น.วันเดียวกัน ขณะที่ไอ้ขาวสุนัขเพศผู้วัย 3 ปีเศษ สายพันธุ์ผสม ขนดกปุกปุยกำลังน่ารัก นั่งเล่นอยู่ริมถนนหน้าบ้านเจ้าของ ซึ่งเป็นทางขึ้นเนินสูงและเป็นทางโค้ง หลังจากนั้นได้มีรถกระบะยี่ห้อมิตซูบิซิ รุ่นไซโครน L200 ตอนเดียว สีแดง ไม่ทราบทะเบียน โดยกระบะหลังติดตั้งกรงเหล็ก   ขับพุ่งมาด้วยความเร็วสูงและชน ไอ้ขาวสุนัขแสนรู้เข้าอย่างจังลากร่างไปไกลกว่า 10 เมตร มีอาการชักดิ้นชักงอเลือดแดงฉานไหลพุ่งออกทางหูทางจมูกและบริเวณหัวเป็นจำนวนมากไหลโกรกเป็นทางยาวตายคาที่ แต่หลังเกิดเหตุคนขับรถกระบะคันดังกล่าวไม่ได้จอดรถลงมาดูแต่อย่างใดยังคงขับผ่านไปด้วยความเร็วสูงเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น   หลังจากนั้นนายสุวรรณ ได้นำผู้สื่อข่าวไปดูจุดที่เกิดเหตุพร้อมทั้ง เปิดเผยว่า ตอนเกิดเหตุตนกำลังอุ้มหลานเดินอยู่หน้าบ้านซึ่งตนเห็นทุกอย่างชัดเจน พร้อมทั้งมีคลิปจากกล้องวงจรปิดเก็บภาพไว้เป็นหลักฐานด้วย สุนัขของตนไม่ดุไม่เคยกัดใครรับประกันได้ แต่บางครั้งมีรถวิ่งผ่านก็จะมีวิ่งตามประสาของสุนัขตามนิสัยปกติของมัน   โดยสัญชาตญาณของคนถ้าเห็นสุนัขอยู่ข้างทางอย่างน้อยต้องชะลอความเร็ว ทั้งนี้รู้ตัวผู้กระทำความผิดหรือคนขับรถกระบะชนรถสุนัขของตนแล้ว ซึ่งเคยเป็นคู่กรณีมีความขัดแย้งเรื่องปิดกั้นที่ดินกันมาก่อนเมื่อหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่าเป็นมูลเหตุทำให้มีการผูกใจเจ็บเลยมาลงที่สุนัขของตนหรือไม่   นายธีระชัย พรมมาศ อายุ 32 ปี ลูกชายนายสุวรรณ เผยว่า เมื่อประมาณ 2 ปีก่อนลูกสุนัขสายพันธุ์เดียวกันได้ถูกชายคนดังกล่าวใช้ยาเบื่อชนิดมีพิษรุนแรงคลุกกับอาหารใส่ถุงพลาสติกขับรถผ่านหน้าบ้านแล้วโยนให้สุนัขของตนกินเพียง 3 นาที สุนัขนอนชักจนตาย แต่ครั้งนั้นไม่ได้ติดตั้งกล้องวงจรปิดรู้ว่าใครทำแต่เอาผิดไม่ได้ ครั้งนี้ได้ติดตั้งกล้องวงจรปิดเก็บภาพหลักฐานชัดเจนพร้อมทั้งเดินทางไปแจ้งไว้ที่ สภ.นาสัก เรียบร้อยแล้ว   ด้านร.ต.อ.สัมฤทธิ์ ศักดิ์แสง รอง สว.(สอบสวน) สภ.นาสัก เจ้าของคดี กล่าวว่า ขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานทั้งในที่เกิดเหตุและสอบปากคำพยานบุคคลซึ่งมีความละเอียดอ่อน ด้านเจ้าของสุนัขปล่อยปละละเลยสัตว์เลี้ยงของตนหรือไม่ หรือด้านของผู้กระทำความผิดขับรถชนนั้นประมาทหรือมีเจตนาขับรถชนหรือไม่ แต่หลังเกิดเหตุทำไมไม่จอดรถลงมาดู ซึ่งต้องใช้ความรอบคอบรัดกุมเป็นอย่างมากเพื่อให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย แต่อย่างไรก็ต้องดำเนินคดีต่อผู้กระทำความผิดแน่นอนแต่จะเป็นข้อหาอะไรนั้นขอเจ้าหน้าที่ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานก่อน   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ https://youtu.be/oxU_E_XsfjE    

 14,306
ปากท้องร้องทุกข์
04 ธ.ค. 61

ยายขายผักเป็นลม เจอบิลค่าน้ำประปา 32,000 บาท ใช้แสนกว่าลิตร จนท.ให้ผ่อนเดือนละ 2 พัน

ชุมพร-นางมณฑา เอี่ยมสะอาด อายุ 61 ปี ร้องเรียนว่า เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาได้รับใบแจ้งเตือนให้ไปชะค่า ใช้น้ำประปา ของการประปาส่วนภูมิภาค หลังสวน จ.ชุมพร เมื่อเปิดอ่านถึงกับตกตะลึง เมื่อใบแจ้งเตือนระบุ ค่าใช้น้ำประปา ในเดือน ต.ค.61 เพียงเดือนเดียวปาไป ถึง 32,251.08 บาท นางมณฑา ถึงกับเป็นลม   เมื่อไปสอบถามที่สำนักงานประปาภูมิภาคหลังสวน ก็ได้รับคำชี้แจงว่า อย่างไรก็ต้องจ่ายค่าน้ำจำนวนดังกล่าว เนื่องจาก จนท.ได้ไปจดมาตรวัดน้ำเป็นที่เรียบร้อย ถ้าไม่จ่ายก็ต้องถูกตัดน้ำ ทางผู้เสียหายพยายามชี้แจงว่า ไม่เคยใช้น้ำมากขนาดนั้น ปกติใช้ อยู่เพียงเดือนละ 100 กว่าบาท ไม่เคยถึง 200 บาท ตั้งแต่ใช้น้ำประปามานานนับปี อีกทั้งเป็นคนยากจน มีอาชีพ ขายผักมีรายได้เพียงวันละ 200 บาท   ซึ่งจนท.ประปาบอกว่าช่วยได้เต็มที่ก็เพียงให้ผ่อนชำระ เดือนละ 2,000 กว่าบาทเท่านั้น น้อยกว่านั้นไมได้ ถ้าอยากให้ช่วยก็ต้องไปร้องผู้ว่าการประปาเอาเอง ผู้เสียหายจึงนำใบเสร็จค่าน้ำของเดือนกันยายน 61 ที่ค่าน้ำเพียง 158 บาท และยังระบุอีกว่าใช้ไปเพียง 11 หน่วย หรือ 1100 ลิตร ส่วนในใบแจ้งเตือนระบุว่าในเดือน ต.ค.61 ใช้ไปถึง 1394 หน่วย หรือ 139,400 ลิตร   นางมณฑา กล่าวอีกว่า ปกติใช้น้ำประปาเพียงอาบน้ำและสุขาเท่านั้น การซักผ้าก็ไปซักนอกบ้าน น้ำดื่มก็ใช้น้ำขวด น้ำหุงข้าวก็ใช้น้ำขวด ใช้น้ำประปามานานหลายปีก็ไม่เคยใช้มากเกินกว่า 200 บาท   ทั้งนี้จากการตรวจสอบก็ไม่พบว่ามีรอยรั่วที่ไหน แต่เมื่อหลายวันก่อนมีผู้ที่แต่งกายคล้าย จนท.ประปา มานั่งดูมาตรวัดน้ำประปา โดยที่ไม่ได้บอกกล่าวพวกตนที่อยู่ในบ้าน เมื่อออกมาเห็นชายคนดังกล่าว พูดว่าได้ข่าวว่าเสียค่าน้ำประปาแพงหรือ จะได้ช่วยซ่อมให้ พร้อมเอาเอกสารให้เซ็นชื่อ ด้วยความซื่อจึงเซ็นไป แต่ก็ไม่เห็นว่าชายคนดังกล่าว มาปรับปรุงอะไรให้จนถึงทุกวันนี้ และไม่รู้ว่าเป็น จนท.การประปาจริงหรือไม่ ทำให้สงสัยว่าชายคนดังกล่าวปรับเปลี่ยนมาตรวัดน้ำในวันนั้นหรือไม่   จนกระทั่งมีใบแจ้งเตือนให้ชำระการใช้น้ำ มากถึง 32,000 บาท อีกทั้ง ในเดือน พ.ย.ก็ ไม่มีใบแจ้งค่าใช้น้ำมาตามปกติแต่อย่างใด เพราะปกติเมื่อได้รับใบแจ้งค่าใช้น้ำ จะรีบไปจ่ายทันที ทุกเดือนไม่เคยค้างจ่าย ทั้งนี้ตนจะไปร้องศูนย์ดำรงธรรมของ อ.ละแม เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า กรณีดังกล่าวเกิดจากอะไร   อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าว ได้ติดต่อสอบถามไปยัง การประปาส่วนภูมิภาคหลังสวน มี จนท.ตอบรับแจ้งว่า จะติดต่อผู้จัดการประปาหลังสวนแต่ก็เงียบหายไปและ ไม่สามารถติดต่อได้อีก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9ah1XaTNDAk

 35,751
ข่าวภูมิภาค
26 พ.ย. 61

แม่ชีร้อง ถูกแม่ชีร่วมวัดใส่ร้ายหาว่ากอดกับพระ ต้นเรื่องอ้างพูดไปเพราะไม่ชอบให้ใครเดินตามหลัง

ชุมพร-แม่ชีจันทร์เพ็ญ ประจำอยู่วัดชุมพรรังสรรค์ หรือวัดเหนือ พระอารามหลวง เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับแม่ชีแป้น ซึ่งอยู่วัดเดียวกันในข้อหาหมิ่นประมาท   หลังแม่ชีจันทร์เพ็ญและแม่ชีอลิส เดินรับบิณฑบาตญาติโยมอยู่บริเวณถนนหน้าตลาดเขตเทศบาลเมืองชุมพร อยู่ๆมีแม่ชีแป้น ซึ่งเดินอยู่ใกล้กันบอกว่า แม่ชีจันทร์เพ็ญ กอดกับพระกลางตลาดเลย กอดกันตัวกลม ทำให้ประชาชนที่อยู่ในตลาดตกอกตกใจ   แม่ชีจันทร์เพ็ญ บอกว่า รู้สึกเสื่อมเสียชื่อเสียงเป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นการใส่ร้ายป้ายสีโดยไม่เป็นความจริงแม้แต่นิดเดียว ตนจึงเดินทางมาแจ้งความดำเนินคดีให้ถึงที่สุดเพื่อเกียรติและศักดิ์ศรี   ขณะที่แม่ชีอลิส บอกว่า แม่ชีแป้นเคยถูกไล่ออกจากวัดมาแล้ว เนื่องจากพูดจาหยาบคาย มือไวใจเร็ว แล้วก็ด่าพระ อยู่ๆวันนี้ก็มาด่าแม่ชีจันทร์เพ็ญ ทั้งๆที่ไม่ใช่เรื่องจริง   ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามแม่ชีแป้น คู่กรณีมาสอบสวน แต่เบื้องต้นแม่ชีแป้นให้การปฏิเสธ   ต่อมาพระครูสุทัศน์ธรรมชัย ผู้ช่วยเจ้าอาวาส ทราบเรื่องจึงเรียกแม่ชีทั้งสองเข้าพบเพื่อสอบถามปัญหาที่เกิดขึ้น โดยแม่ชีแป้นให้การต่อพระครูสุทัศน์แบบพูดจาสับสน และยอมรับว่าพูดจาด่าทอแม่ชีจันทร์เพ็ญต่อผู้คนในตลาดจริง แต่ให้การปฏิเสธต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ   โดยแม่ชีแป้นบอกว่า ฉันไม่อยากให้ใครเดินตามหลังฉัน ฉันไม่ยุ่งกับใครแล้วใครอย่ามายุ่งกับฉัน ฉันก็เลยว่าแม่ชีจันทร์เพ็ญว่าไปกอดกับพระ ด้านผู้ช่วยเจ้าอาวาส จึงเชิญออกจากวัด เพราะเป็นพระเป็นชีต้องอยู่ในศีลในธรรม ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/XDe_fHvuLTk

 1,883
ข่าวภูมิภาค
14 พ.ย. 61

รถตู้ขนเครื่องดนตรีวงมาลีฮวนน่า ชนอดีตทหารเสียชีวิตแล้วหนี ก่อนถูกเจ้าหน้าที่สกัดจับ

วันนี้ (14 พ.ย.) 61 ร.ต.อ.นพดล ภักดีสว่าง รอง สว.สอบสวน สภ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ได้รับแจ้งเหตุรถยนต์เฉียวชนคนปั่นจักรยานขณะออกกำลังกาย เสียชีวิต อยู่บนถนนสายเพชรเกษม กม.ที่ 471 ม.2 ต.นากระตาม อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ภัยสายชล มูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์    ที่เกิดเหตุอยู่ห่างหน้าโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนากระตามเพียงเล็กน้อย โดยบนถนนช่องจราจรด้านซ้าย พบผู้เสียชีวิต ทราบชื่อคือ จ.ส.อ.ไพศาล เพชรพิรุณ อายุ 59 ปี ซึ่งเป็นอดีตข้าราชการทหารมณฑลทหารบกที่ 44 ชุมพร อยู่สภาพศรีษะแตกเป็นแผลฉกรรจ์ กระดูกลำตัวหัก นอนจมกองเลือด ใกล้กันพบจักรยาน สภาพถูกชนอย่างแรงจนโครงรถงอ     นอกจากนี้ยังพบเศษชิ้นส่วนของรถยนต์คาดว่าเป็นรถคู่กรณีที่ชนแล้วหลบหนี ตกกระจายไปทั่วถนน เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการบันทึกเก็บหลักฐาน ก่อนให้ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เก็บร่างของผู้เสียชีวิตนำไปตรวจพิสูจน์อีกครั้งที่ โรงพยาบาลท่าแซะ ก่อนวิทยุแจ้งให้ด่านท่าแซะ และด่านบ้านพละ ออกสกัดรถต้องสงสัยที่ก่อเหตุแล้วหลบหนี    จนกระทั่งได้รับแจ้งจาก ร.ต.อ.ชาตรี ทองจันทร์ หน.ชุดปฏิบัติการด่านความมั่นคง บ้านพละ ว่าสามารถจับกุมรถยนต์ตู้ต้องสงสัยได้แล้วจึงรุดไปตรวจสอบพบว่าเป็นรถยนต์ตู้ บริเวณกระจกด้านหน้าแตกยุบ ไฟเลี้ยว กันชน ด้านซ้ายแตกพัง และยังมีรอยเลือดเปรอะเต็มประตู ทราบภายหลังเป็นรถของวงมาลีฮวนน่า วงดนตรีเพื่อชีวิตวงดังของภาคใต้ โดยมีนายวินัย เข้มสีขำ อายุ 63 ปี รับเป็นคนขับรถคันดังกล่าว   จากการสอบสวนในเบื้องต้น นายวินัย ให้การรับสารภาพว่า ตนขับรถขนอุปกรณ์เครื่องดนตรีของวงมาลีฮวนน่า กลับจากไปแสดงที่ จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อจะเดินทางไปแสดงต่อทางภาคอีสาน จนกระทั่งมาถึงที่เกิดเหตุ ได้มีคนขับรถจักรยานออกมาจากข้างทาง คล้ายจะข้ามไปอีกฝั่งถนน ทำให้ตนซึ่งมาด้วยความเร็ว ไม่สามารถหักหลบได้ทัน จึงชนเข้าอย่างจัง ส่วนที่ตนไม่หยุดก็นึกว่าไม่เป็นอะไรมาก จนมาถึงด่านบ้านพละ ก็ถูกเจ้าหน้าที่ประจำได้เรียกและควบคุมตัวไว้ดังกล่าว   เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และพยายามหลบหนี โดยไม่ได้ให้ความช่วยเหลือได้ ส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป        

 2,874
ข่าวกีฬา
12 พ.ย. 61

'แหลม ศรีสะเกษ' หอบสินสอด 3 ล้าน-ทอง 20 บาทแต่ง 'น้องจ๊ะจ๋า' ลั่นแต่งแล้วแรงดี ขอมีลูก 3 คน

ชุมพร-เจ้าแหลม ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น แชมป์โลกชาวไทย ยกขันหมามาสู่ขอและจัดพิธีวิวาห์กับน้องจ๊ะจ๋า-พรพิมล สารแก้ว ที่บ้านของฝ่ายหญิงใน อ.หลังสวน ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติ ญาติพี่น้อง เพื่อนนักมวย มาร่วมยินดีจำนวนมาก   โดยแหลมให้สัมภาษณ์สั้นๆว่า รู้สึกดีใจที่มีวันนี้ และจะดูแลน้องจ๊ะจ๋าให้ดีที่สุด หลังเสร็จสิ้นงานแต่งงานแล้ว จะกลับมาฝึกซ้อม เพื่อทำหน้าที่ในการเป็นนักมวยต่อไป ส่วนน้องจ๊ะจ๋าก็กล่าว่า จะทำหน้าที่ภรรยาให้ดีที่สุด และจะเป็นกำลังใจให้พี่แหลมในการฝึกซ้อมเพื่อป้องกันตำแหน่งในการขึ้นชกครั้งต่อๆ ไป   ซึ่งเจ้าแหลมได้หอบสินสอดเป็นเงิน 3 ล้านบาท พร้อม ทองรูปพรรณ 20 บาท ใส่พานขันหมาก ตั้งริ้วขบวนขันหมากมาสู่ขอเจ้าสาว จนขบวนมาถึงหน้าบ้านเจ้าสาว ขบวนขันหมากได้นำเงินสดและทองพร้อมเครื่องคาวหวาน นำเข้าไปในบ้านเจ้าสาวตามประเพณี   โดยทางเจ้าแหลม ต้องผ่านประตูเงินประตูที่คอยดักรับซองจากเจ้าแหลม กว่า 20 ด่าน และแต่ละด่าน จะมีการหยอกล้อให้เจ้าแหลมร้องเพลง ตะโกนเรียกและบอกเจ้าสาว ท่ามกลางครึกครื้นแก่ผู้ร่วมงานเป็นอย่างมาก จนถึงห้องเจ้าสาว   หลังจากนั้นทั้งคู่ได้ออกมารับพ่อแม่ของเจ้าแหลม ก่อนจะเข้าสู่พิธีหมั้นตามประเพณีไทยของปักษ์ใต้ ต่อหน้านายบุดดา นางบุญยืน สารแก้ว พ่อแม่ของจ๊ะจ๋า นายเจียมศักดิ์ นางหนูรัตน์ วังเหตุ พ่อแม่ของเจ้าแหลม ก่อนจะสู่พิธีรดน้ำสังข์ ซึ่งเจ้าบ่าวคนใหม่เปรยอยากมีลูก 3 คน พร้อมบอกจะเป็นเพศหญิงก็ได้ ชายก็ดี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ppNthCyDW3I

 3,320
ข่าวภูมิภาค
12 พ.ย. 61

ใช้เจ็ทสกีช่วยชาวบ้านบางสะพาน 21 ชีวิตติดน้ำป่า 3 วัน ท่ามกลางกระแสน้ำไหลเชี่ยว

ประจวบคีรีขันธ์-ชาวบ้านอำเภอบางสะพานน้อย 21 คน เข้าไปทำไร่กาแฟ กลางเขาในพื้นที่หมู่บ้านท่าใหญ่ หมู่ที่ 3 ต.ไชยราช อ.บางสะพานน้อย ถูกน้ำป่าตัดขาดสะพานกลับออกมาไม่ได้ ติดอยู่ในพื้นที่ 3 วัน เริ่มขาดแคลนอาหารและน้ำดื่ม ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์แจ้งขอความช่วยเหลือ เพราะอยู่กลางป่าขาลึกประมาณ 30 กิโลเมตร จากจุดที่มีสัญญาณโทรศัพท์   จนท.ต้องเข้าช่วยอย่างลำบาก เนื่องจากกระแสน้ำป่าที่ไหลแรง ทีมกู้ภัยต้องใช้ความระมัดระวัง และต้องประเมิน สถานการณ์ความเสี่ยงอยู่ตลอด ก่อนใช้เรือเจ็ทสกีข้ามไปรับผู้ประสบภัยทีละคนเพื่อความปลอดภัย พบเป็นหญิง 12 คน ชาย 8 คน และเด็กอายุ 6 ขวบ 1 คน ทั้งหมดปลอดภัยภารกิจช่วยเหลือครั้งนี้ให้เวลานานกว่า 7 ชั่วโมง   ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมที่ภาคใต้ ยังคงมีฝนตกหนักต่อเนื่องในหลายพื้นที่ โดยที่ จ.พัทลุง เกิดน้ำป่าไหลหลากจากเขตรักษาพันสัตว์ป่าหลากท่วมบ้านเรือนประชาชนหลายจุด เช่น อ.กงหรา ส่วนที่ จ.ชุมพร ผู้ว่าฯเข้าช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในเขตอำเภอเมือง คาดอีก 2 วัน กลับสู่ภาวะปกติ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/XzhUpEZDWVQ

 1,132
ข่าวภูมิภาค
11 พ.ย. 61

สุดชื่นมื่น! ‘เจ้าแหลม’ ยกขันหมากสู่ขอ ‘น้องจ๊ะจ๋า’ เข้าพิธีวิวาห์ที่ จ.ชุมพร

วันนี้ (11 พ.ย.) เมื่อเวลา 06.45 น. ที่หมู่ที่ 4 ต.วังตะกอ อ.หลังสวน จ.ชุมพร นายดาบุด และนางบุญยืน สารแก้ว พ่อและแม่ของ ‘น้องจ้ะจ๋า’ และ นายเจียมศักดิ์ นางหนูรัตน์ วังเหตุ พ่อและแม่ของ ‘เจ้าแหลม’ นครหลวงโปรโมชั่น ได้ให้การต้อนรับบรรดาญาติพี่น้อง ที่ทยอยเดินทางมายัง อ.หลังสวน เพื่อร่วมงานวิวาห์ ของ เจ้าแหลม และ น้องจ๊ะจ๋า   โดยใน เวลา 07.00 น. พิธีทางศาสนาโดยพระราชวิจิตรปฏิภาณ เจ้าคณะจังหวัดชุมพร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ เริ่มขึ้นด้วยการตักบาตร และ แห่ขันหมากในช่วงสาย โดยใช้บ้านของนายมนูญ คงเขาม่วง กำนัน ต.วังตะกอ องหลังสวน เป็นที่ตั้งขันหมากในช่วงเย็นจะมีงานเลี้ยงมงคลสมรส  

 20,580
ข่าวภูมิภาค
08 พ.ย. 61

จับแล้วพ่อข่มขืนลูก 7 ปี ต้องทำแท้ง 2 รอบ อ้างหน้าตาเฉยลูกให้ท่าสมยอม แถมผิดสัญญาจะไม่บอกใคร

ชุมพร-จากกรณีนางเอ (นามสมมุติ) อายุ 43 ปี พาลูกสาวชื่อ นางสาวบี (นามสมมุติ) อายุ 20 ปี เข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.เมืองชุมพร ให้ดำเนินคดีกับอดีตสามีอายุ 43 ปี ผู้เป็นพ่อแท้ๆได้ข่มขืนกระทำชำเรานางสาวบีเป็นเวลานานหลายปีตั้งแต่ ม.1 จนอายุ 20 ปี   หลังจากที่พ่อแม่ได้แยกทางกันและแม่ไปสามีใหม่อยู่ที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยลูกสาวอยู่กับพ่อที่ จ.ชุมพร และพ่อกับย่าพาไปทำแท้งถึง 2 ครั้ง ต่อมาปี 58 แม่ต้องคดีอาญาศาลพิพากษาจำคุก 3 ปี และเพิ่งจะพ้นโทษออกมาได้ 2 เดือน นางสาวบีทนพฤติกรรมผู้เป็นพ่อไม่ไหวจึงหนีไปอยู่กับแม่ที่ อ.บางสะพานและเล่าความจริงให้ฟัง   ล่าสุด ตร.จับกุมพ่อของ น.ส.บี อายุ 43 ปี ซึ่งรับจ้างซื้อทุเรียนขายให้กับล้งส่งออกต่างประเทศ ในบ้านพักที่ต.ขุนกระทิง อ.เมือง จ.ชุมพร   โดยผู้ต้องหายินยอมให้เจ้าหน้าที่จับกุมแต่โดยดี ไม่ได้ขัดขืนหรือต่อสู้ใดๆ ตร.ได้แจ้งข้อกล่าวหา กระทำความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นซึ่งเป็นผู้สืบสันดาน โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆโดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้ผู้อื่นนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ซึ่งเป็นผู้สืบสันดาน ซึ่งมิใช่ภรรยาหรือสามีตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือมาก็ตาม ก่อนจะคุมตัวมาสอบสวนที่ สภ.เมืองชุมพร   จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา แต่อ้างว่าตนเองไม่ได้ใช้กำลังบังคับแต่อย่างใด เพราะลูกสาวให้ท่าสมยอมเอง และเคยพาลูกไปทำแท้งเพียงครั้งเดียวที่คลินิกแห่งหนึ่งในตัวเมืองชุมพร ส่วนครั้งหลังตนไม่รู้ว่าใครพาไป   พร้อมขอความเป็นธรรมให้ตัวเองด้วย ซึ่งตนเองก็ยอมรับผิดในสิ่งที่ทำ แต่ทั้งนี้ลูกสาวก็ต้องยอมรับผิดด้วยที่ผิดสัญญาว่าจะไม่ยอมปริปากบอกใครในเรื่องที่มีอะไรกับตนเอง จนกว่าจะตายจากกัน   ขณะที่เจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่งคงของมนุษย์ จ.ชุมพร ได้นำตัว น.ส.บี เข้าตรวจร่างกายเพื่อเก็บพยานหลักฐานจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศ ก่อนจะนำตัว น.ส.บี มาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองชุมพร ร่วมสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อประกอบสำนวนในการฟ้องพ่อรายดังกล่าว พร้อมคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากผู้ต้องหามีพฤติกรรมขุ่มขู่ผู้เสียหาย หวั่นจะมาสร้างความกดดันและอาจจะทำเหตุอันเป็นอันตรายต่อผู้เสียหาย จนเสียรูปคดี   เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสอบสวนและสืบสวน ได้นำตัว น.ส.บี ไปบ้านพักของพ่อที่ ต.ขันกระทิง ที่เป็นสถานที่ก่อเหตุข่มขืน น.ส.บีมานานกว่า 7 ปี เพื่อประกอบสำนวน ระหว่างนั้น น.ส.บี ได้ขอเดินไปหาย่าซึ่งกำลังนั่งกินข้าวอยู่หน้าบ้าน ก่อนจะโผเข้ากอดและร้องไห้อย่างน่าสงสาร โดยผู้เป็นย่าได้ลูบหลังหลานสาวพร้อมปลอบใจและให้กำลังใจ ก่อนที่ทางเจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวย่า มาสอบปากคำ เนื่องจากเป็นญาติและมีบ้านใกล้กับบ้านที่เกิดเหตุ เพื่อประโยชน์ในคดี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GWr-r4nDLq8

 21,041
ข่าวภูมิภาค
07 พ.ย. 61

รวบพ่อข่มขืนลูกนาน 7 ปี-พาทำแท้ง สารภาพทำจริง อ้างสมยอม เผยลูกผิดสัญญาว่าจะไม่บอกใคร

จากกรณีนางเอ (นามสมมุติ) อายุ 43 ปี พาลูกสาวชื่อ น.ส.บี (นามสมมุติ) อายุ 20 ปี เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ ร.ต.อ.วุฒิพงศ์ ทองมาก รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองชุมพร ให้ดำเนินคดีกับอดีตสามีอายุ 43 ปี ผู้เป็นพ่อแท้ๆ ได้ข่มขืนกระทำชำเรานางสาวบีลูกสาวตนเองมาเป็นเวลานานหลายปีและพ่อกับย่าพาไปทำแท้งถึง 2 ครั้ง ตั้งแต่เรียนหนังสืออยู่ชั้น ม.1 หลังจากที่พ่อแม่ได้แยกทางกันและแม่ไปสามีใหม่อยู่ที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยลูกสาวอยู่กับพ่อที่ จ.ชุมพร ต่อมา ปี 58 แม่ต้องคดีอาญาศาลพิพากษาจำคุก 3 ปี และเพิ่งจะพ้นโทษออกมาได้ 2 เดือน นางสาวบีทนพฤติกรรมผู้เป็นพ่อไม่ไหวจึงหนีไปอยู่กับแม่ที่ อ.บางสะพานและเล่าความจริงให้ฟัง จึงพาลูกสาวเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับพ่อบังเกิดเกล้านั้น   ความคืบหน้าล่าสุด พ.ต.อ.ธงชัย นุ้ยเจริญ ผกก.สภ.เมืองชุมพร ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.วิชิตขำคชกรรณ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองชุมพร นำกำลังชุดสายสืบพร้อมหมายจับศาลจังหวัดชุมพร ไปจับกุม นายพรชัย อายุ 43 ปี พ่อของนางสาวบี   ซึ่งนายพรชัยยินยอมให้จับกุมแต่โดยดีไม่ได้ขัดขืนหรือต่อสู้ใดๆ โดยแจ้งข้อกล่าวหากระทำความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นซึ่งเป็นผู้สืบสันดานโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้ผู้อื่นนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ซึ่งเป็นผู้สืบสันดาน ซึ่งมิใช่ภรรยาหรือสามีตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือมาก็ตาม    เจ้าหน้าที่ได้คุมตัวมาสอบสวนที่ สภ.เมืองชุมพร โดยนายพรชัยให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา แต่อ้างว่าตนเองไม่ได้ใช้กำลังบังคับแต่อย่างใด เพราะลูกสาวสมยอมเอง และเคยพาลูกไปทำแท้งเพียงหนเดียวที่คลินิกแห่งหนึ่งในตัวเมืองชุมพร ส่วนครั้งหลังตนไม่รู้ว่าใครพาไป    นายพรชัย ยังเผยอีกว่า ขอความเป็นธรรมให้ตัวเองด้วย ซึ่งตนเองก็ยอมรับผิดในสิ่งที่ทำ แต่ทั้งนี้ลูกสาวก็ต้องยอมรับผิดด้วยที่ผิดสัญญาว่าจะไม่ยอมปริปากบอกใครในเรื่องที่มีอะไรกับตนเอง จนกว่าจะตายจากกัน    เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวนตามกฎหมายและควบคุมตัวไว้ที่ห้องขังก่อนจะนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในชั้นต่อไป   ข่าวที่เกี่ยวข้อง สังคมสลด! แม่ติดคุก ลูกสาวถูกพ่อแท้ๆข่มขืนนาน 7 ปี ท้อง 2 รอบ ย่าพาทำแท้ง แม่พ้นคุกพาแจ้งความ    

 38,442

Top