ค้นหา :

ผลการค้นหา "ผอ"

สังคม-อาชญากรรม
11 ก.พ. 61

นศ.ฝึกงานร้องป.ป.ท.ปมแฉผอ.ศูนย์คนไร้ที่พึ่งฯ ทุจริตเงินคนจน เผยอาจารย์ไม่เชื่อสั่งกราบเท้าขอโทษ

นักศึกษาคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 4 คน ร้องถูกนางพวงพะยอม จิตรคง ผอ.ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่น และเจ้าหน้าที่อีก 2 คน บังคับให้ปลอม ลายเซ็นของประชาชนที่รับเงินช่วยเหลือสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและเอกสารของผู้ติดเชื้อเอดส์ รวมเป็นเงินกว่า 6.9 ล้านบาท ขณะฝึกงานระหว่างเดือน ส.ค.-พ.ย.2560  แต่เมื่อนำเรื่องไปบอกอาจารย์กลับถูกกล่าวหาว่าเป็นเด็กโกหกและยังโดนบังคับให้กราบเท้าขอโทษเจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ      นักศึกษาสาวยังระบุว่า ทุกอย่างที่ทำ ก็เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองและเพื่อประชาชนตามสิทธิ์ที่ควรพึงจะได้ เพราะถ้าเราไม่ปกป้องสิทธิ์ของตัวเอง ไม่ทำเพื่อสังคม เราจะเป็นนักพัฒนาที่ดีได้อย่างไร เรียนมาด้านนี้ และ เข้าฝึกงานที่ศูนย์ฯก็เพราะต้องการเป็นนักพัฒนาที่ดี เรียนจบออกไปทำงานเพื่อสังคมและประชาชนผู้ยากไร้อีกหลายล้านคน ตั้งแต่เดินหน้าร้องเรียนควบคู่กับการเรียน และการทำวิจัย เพราะเรียนอยู่ปีที่ 4 แล้ว พอเกิดเรื่อง ผอ.ศูนย์ฯก็ตระเวนตามหาตัว หาบ้าน ไปที่มหาวิทยาลัยเพื่อขอทราบบ้านพักอาศัย ขอทราบที่อยู่ พ่อ แม่ ไม่ทราบเจตนาของการค้นหาว่าต้องการอะไร แต่โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าจะไม่ปลอดภัย อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลในเรื่องความปลอดภัยด้วย จะนำเรื่องทั้งหมดแจ้งให้เลขาฯ ป.ป.ท.ทราบในวันที่ 11 ก.พ.นี้ ทราบว่าเลขาฯ ป.ป.ท.จะลงพื้นที่ จ.ขอนแก่น เพื่อตรวจสอบเรื่องร้องเรียนและตรวจสอบส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ก็จะร้องขอความคุ้มครองความปลอดภัยด้วย     ด้านแม่ของนักศึกษาสาวกล่าวว่า สิ่งที่รับไม่ได้คือการที่ลูกสาวกับเพื่อนอีก 3 คน นำเรื่องที่เกิดขึ้นไปบอกกล่าวกับทางอาจารย์ แต่กลับถูกกล่าวหาว่าเป็นเด็กโกหก เวลาพูดคุยซักถามรายละเอียดก็จะถามต่อหน้าเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ฯ ซึ่งเป็นคนสั่งให้ลูกและเพื่อนปลอมลายมือชื่อชาวบ้าน ลูกสาวและเพื่อนไม่กล้าพูดความจริงต่อหน้าเจ้าหน้าที่คนดังกล่าว เพราะเกรงว่าจะฝึกงานไม่จบ ไม่มีใครกล้าพูด และยังถูกอาจารย์สั่งให้ลูกสาวและเพื่อนกราบเท้าขอโทษเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวด้วย เป็นอาจารย์แท้ๆ ไม่ปกป้องลูกศิษย์ตัวเอง การตรวจสอบ ยังไม่เกิดขึ้น ก็ตัดสินว่าลูกศิษย์ตัวเองเป็นฝ่ายผิด เป็นเด็กโกหก มันน่าจะมีทางออกที่ดีกว่านี้ ไม่ใช่ให้เด็กกราบเท้า                       ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/MIRf-rlHlmA  

 10,404
สังคม-อาชญากรรม
10 ก.พ. 61

กรมอุทยานฯ ป้อง 'หัวหน้าวิเชียร' ไม่ผิดปมไม่เก็บค่าเข้า - ผอ.สำนักอนุรักษ์ ยันไม่รู้จัก 'เปรมชัย' เป็นส่วนตัว

ความคืบหน้าจากกรณี นายวิเชียร ชินวงศ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก นำกำลังเข้าจับกุม นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการ บมจ.อิตาเลียนไทย เดเวล็อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ตั้งแคมป์ล่าสัตว์ป่าในจุดต้องห้ามภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี. พบอาวุธปืนหลายรายการ และยังพบซากสัตว์ป่าคุ้มครอง ทั้งไก่ฟ้า เก้ง และเสือดำ จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง   ล่าสุดได้มีผู้เข้าไปสอบถามในอินสตาแกรมของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ระบุว่า ในฐานะข้าพระพุทธเจ้าเป็นเพียงประชาชน จะทำอะไรได้บ้างในกรณีเสือดำ ทูลกระหม่อม   จากนั้นทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ได้ทรงแสดงความคิดเห็นกลับว่า ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานทุกคน ไม่ให้โดนรังแก พวกเราต้องช่วยกันปลูกจิตสำนึกว่าไม่มีใครมีสิทธิเหนือคนอื่น อย่าลืมว่าประเทศนี้เป็นของประชาชนคนไทยทุกคน ไม่ใช่ใครคนใดคนหนึ่ง   ขณะที่ความคืบหน้าทางคดี พ.ต.อ.สมหมาย โชติกะนาวิน นักวิทยาศาสตร์ (สบ.4) หัวหน้าพิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.กาญจนบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่วิทยากรกองพิสูจน์หลักฐาน พ.ต.ท.บุญชาญ หอชะเอม รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.ทองผาภูมิ สพ.ญ.กนกวรรณ ตรุยานนท์ สัตว์แพทย์ชำนาญการประจำ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง ) ร่วมกันตรวจซากหนังเสือดำ รวมทั้งกะโหลก ชิ้นเนื้อเสือดำที่ต้มสุก ซากไก่ฟ้าหลังเทา และซากเก้ง ที่พบหลังจับกุมนายเปรมชัย พร้อมพวกรวม 4 คน มาตรวจสอบหาวิถิกระสุน โดยจากการตรวจสอบหาวิถีกระสุนในซากเสือดำ พบว่า ถูกยิงมาจากทางด้านหน้าของเสือ และพบร่องรอยของกระสุนเบื้องต้นจำนวนทั้งสิ้น 8 จุด ส่วนซากอื่นๆอยู่ระหว่างดำเนินการ หากพิสูจน์แล้วเสร็จจนเป็นที่แน่ชัด ก็จะใช้เป็นหลักฐานในการประกอบสำนวนคดีต่อไป     ขณะที่ พลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้กล่าวถึงกระแสข่าวในโลกโซเชียลมีเดียว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีกับนายวิเชียรนั้น ในประเด็นนี้ยังไม่มีการร้องทุกข์กล่าวโทษหรือแจ้งข้อหาใดๆ กับนายวิเชียร ส่วนการอนุญาตให้นายเปรมชัยและพวกเข้าไปภายในอุทยานฯ ทราบว่าเป็นการอนุญาตเข้าพื้นที่ตามระเบียบซึ่งสามารถทำได้ 2 วิธี คือจ่ายค่าธรรมเนียมคนละ 20 บาท ส่วนยานพาหนะจ่ายคันละ 30 บาท และกรณีที่ได้รับอนุญาตจากกรมอุทยานฯ เพื่อเข้าไปศึกษาวิจัยธรรมชาติ โดยได้รับการงดเว้นค่าธรรมเนียม ซึ่งกรณีนี้ทราบว่าเป็นการเข้าโดยไม่เสียค่าธรรมเนียม เป็นการอนุญาตจากดุลพินิจภายในหน่วยฯ ซึ่งเป็นเรื่องภายในของกรมอุทยานฯ ตำรวจไม่สามารถไปวุ่นวายได้ แต่เบื้องต้นจากการสอบปากคำได้ทำรายงานไปยังอธิบดีกรมอุทยานทราบฯ แล้ว ส่วนในกรมอุทยานจะมีการดำเนินการอย่างไรไม่สามารถก้าวล่วงได้ ยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งความดำเนินคดีกับนายวิเชียร ตามที่เป็นกระแสข่าวแต่อย่างใด ข่าวสารที่เสนอไปอาจมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนของสื่อบางสำนัก   ด้าน น.ส.กาญจนา นิตยะ ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานสัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้กล่าวภายหลังเข้าให้ปากคำกับทางพนักงานสอบสวนในฐานะพยานที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปทส.) ว่า วันนี้ตำรวจสอบปากคำในเรื่องของลำดับช่วงเวลาการโทรศัพท์ กับ นายนพดล พฤกษะวัน เพื่อประสานให้นายเปรมชัยและพวกรวม 4 คน เข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ยืนยันว่าเป็นการแนะนำให้ทำตามขั้นตอน ซึ่งตนเองไม่มีอำนาจโดยตรง      โดยกรณีการเข้าพื้นที่ของนายเปรมชัยกับพวก เมื่อวันที่ 31 มกราคมที่ผ่านมา ได้รับการประสานจาก นายนพดล พฤกษะวรรณ ซึ่งเป็นอดีตข้าราชการในกรมอุทยาน ว่ามีคนรู้จักจะขออนุญาตเข้าพื้นที่ไปศึกษาธรรมชาติ ซึ่งตนได้อธิบายไปว่า อำนาจหน้าที่ไม่ได้อยู่ในส่วนของตนรับผิดชอบแล้ว ต้องเป็นของพื้นที่บ้านโป่งเป็นผู้อนุญาต จึงได้ให้ข้อแนะนำเบอร์โทรศัพท์ในการติดต่อกับเจ้าหน้าที่ และได้โทรศัพท์ไปบอกกับเจ้าหน้าที่บ้านโป่งว่าจะมีคนติดต่อเข้าไปขออนุญาต หลังจากนั้นก็ได้มีการโทรศัพท์พูดคุยกับนายนพดลอีก 2 ครั้ง โดยครั้งหนึ่งคือตอนที่ไม่สามารถติดต่อนายนพดลได้ และครั้งสุดท้ายคือหลังจากที่ติดต่อกับนายนพดลได้แล้ว    ทั้งนี้ยังยืนยันว่าไม่รู้จักกับ นายนพดลหรือนายเปรมชัย เป็นการส่วนตัว รวมถึงนายวิเชียรที่เป็นหัวหน้าชุดจับกุม ก็รู้จักกันเพียงผิวเผิน นอกจากนี้ตนยังไม่เคยเห็นหนังสือขออนุญาตเข้าพื้นที่ และการออกหนังสือนุญาต ก็ต้องยื่นกับพื้นที่บ้านโป่ง ไม่ได้ส่งมาให้ตนอนุมัติแต่อย่างใด     ในขณะเดียวกันยอมรับว่ารู้สึกท้อแท้กับเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะไม่คิดว่าการที่เป็นคนแนะนำเรื่องการประสานงาน จนนำไปสู่การลักลอบล่าสัตว์ป่า จะทำให้เกิดเหตุสลดใจขึ้น ไม่คิดว่ายังมีคนประเภทนี้อยู่ในสังคม และยังถูกสังคมมองว่าตนเองเป็นผู้ให้การสนับสนุน และหากสุดท้ายไม่มีที่ยืนในสังคมก็อาจพิจารณาลาออกจากตำแหน่ง ก่อนเกษียนอายุราชการที่เหลืออีกเพียง 1 ปี   ขณะที่ นายสมโภชน์ มณีรัตน์ โฆษกกรมอุทยานแห่งชาติฯ แถลงข่าวกรณีพล.ต.อ.ศรีวราห์ แจ้งให้กรมอุทยานแห่งชาติฯ พิจารณาความผิดทางวินัยหรืออาญา กับนายวิเชียร กรณีมีการละเว้นเก็บค่าธรรมเนียมรวม 110 บาท ว่า ขณะนี้ยังไม่มีหนังสือใดๆ จากทางตำรวจ จึงยังไม่อยากให้สังคมร้อนใจ ว่า กรมอุทยานแห่งชาติฯ เอาผิดกับนายวิเชียรแต่อย่างใด   ส่วนกรณีการยกเว้นการเก็บค่าธรรมเนียมเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตกนั้น ทราบว่านายวิเชียร เข้าใจว่า ผู้ใหญ่ประสานงานมาแล้ว ก็เป็นการยกเว้นไม่ต้องเก็บเงินดังกล่าว เพราะการยกเว้นไม่ต้องเก็บค่าธรรมเนียมก็เป็นอำนาจของ ผอ.สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า   ในการอนุญาตให้บุคคลเข้าไปยังพื้นที่เขตอนุรักษ์นั้น ตามคำสั่งกรมอุทยานแห่งชาติฯ ที่ 1257/2549 ลงวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2549 เรื่อง มอบหมายหน้าที่การอนุญาตให้เข้าไปใช้สถานที่ หรือที่พัก หรือบ้านพัก และการถ่ายทำภาพยนตร์ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่า และสถานที่ราชการที่ดำเนินการเกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า การศึกษา วิจัย สัตว์ป่า ได้ระบุไว้ว่า ผอ.สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า มีอำนาจหน้าที่อนุญาตให้บุคคล และยานพาหนะเข้าไปให้ใช้สถานที่ เป็นกรณีที่พักค้างคืนแบบใช้บ้านพัก     รวมทั้งการถ่ายทำภาพยนตร์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ซึ่งผอ.อนุรักษ์สัตว์ป่า สามารถที่จะยกเว้นหรือลดค่าบริการหรือค่าตอบแทนได้ ส่วนกรณีที่ขออนุญาตเข้าพื้นที่พักค้างคืน สำหรับกางเต็นท์นั้น ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1-16 มีอำนาจให้อนุญาตได้ทันที แต่ในส่วนที่ขออนุญาตเข้าพื้นที่แบบไปเช้าเย็นกลับ แบบไม่พักค้าง หัวหน้าเขตฯ มีอำนาจอนุญาตได้ทันที     อย่างไรก็ตามทาง พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีนายเปรมชัย และพวก กระทำความผิดแล้ว ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้จะตรวจสอบทุกเรื่องเพื่อให้มีพยานหลักฐานที่ครบถ้วนสมบูรณ์สามารถจะเอาผิดกับผู้กระทำผิดได้อย่างจริงจัง   ส่วน นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้สัมภาษณ์ว่าทั้ง น.ส.กาญจนา นิตยะ ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า และนายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ต่างก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีที่สุดแล้ว ไม่ได้มีข้อบกพร่อง หรือมีความผิดอะไร   ด้าน พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร. กล่าวถึงกระแสข่าวว่านายเปรมชัย ได้หลบหนีไปอยู่ทวาย ประเทศเมียนมาแล้วว่า ตามขั้นตอนของกฎหมายหลังจากศาลออกหมายจับ ก็ห้ามเดินทางออกนอกประเทศอยู่แล้ว ถ้าจะประสงค์เดินทางไปต่างประเทศต้องขออนุญาต โดยขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลว่านายเปรมชัยหลบหนีไปประเทศเพื่อนบ้าน ตามที่เป็นกระแสข่าว ส่วนจะออกไปช่องทางธรรมชาติหรือไม่นั้นต้องไปตรวจสอบ หลังจากนี้จะต้องประสานสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) รวมทั้งทหาร ฝ่ายปกครอง เพื่อเฝ้าระวังป้องกันไม่ให้ผู้ต้องหาหลบหนีออกไปตามช่องทางธรรมชาติ โดยเจ้าหน้าที่พบความเคลื่อนไหวล่าสุดของนายเปรมชัย ในวันที่ศาลให้ประกันตัวเมื่อวันที่ 6 ก.พ. ที่ผ่านมา     นอกจากนี้ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ได้ชื่นชมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อตรงถูกต้อง และคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ โดยขอให้ยึดมั่นในคุณงามความดี และเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับผู้อื่น โดยนายกฯได้ยกตัวอย่างกรมราชทัณฑ์ที่ได้ลงโทษข้าราชการที่กระทำผิดต่อหน้าที่ รวมทั้งกรณีของ นายวิเชียร ชินวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ที่นำกำลังเข้าจับกุมผู้กระทำผิดร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองอย่างตรงไปตรงมา                   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/RFfYN6XO84g

 13,646
สังคม-อาชญากรรม
04 ก.พ. 61

แม่รุ่นพี่ม.3 โต้ลูกชายข่มขืน นร.หญิงม.2 แฉแม่ฝ่ายหญิงพาลูกมาให้ถึงบ้าน ก่อนเด็กเปลี่ยนใจไปคบผอ.

ความคืบหน้าคดี ผอ.โรงเรียนแห่งหนึ่ง มีความสัมพันธ์ชู้สาวกับเด็กนักเรียนหญิงชั้น ม.2 ของโรงเรียน ซึ่งต่อมาเด็กหญิงได้ออกมาให้การว่าถูกผอ.และนักเรียนชายชั้น ม.3 ข่มขืน ไม่ได้สมยอม ก่อนที่แม่ของเด็กหญิงจะเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บัวใหญ่ ให้ดำเนินคดีกับ ผอ. และเด็กนักเรียนชายชั้นม.3 ในข้อหาพรากผู้เยาว์เด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากบิดามารดาเพื่อการอนาจาร และข้อหากระทำชำเรานั้น     ล่าสุดแม่ของเด็กนักเรียนชาย ม.3 ที่ถูกกล่าวหา ได้ออกมาเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้เด็กทั้ง 2 คนได้คบหาเป็นแฟนกันมาก่อนตั้งแต่ต้นปี 60 โดยหลังคบกันได้ 2 เดือน ฝ่ายแม่ของเด็กหญิงได้มาฝากฝังขอให้ลูกสาวย้ายมาอยู่กับลูกชายของตน อ้างว่าเข้ากันกับพ่อเลี้ยงไม่ได้ ขอให้ตนช่วยเลี้ยงดู โดยหลังจากเรียนจบ ม.6 จะให้แต่งงานกัน จากนั้นฝ่ายหญิงก็ขนเสื้อผ้ามาอยู่กินกับลูกชายตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม 60 ตนก็ได้เลี้ยงดูเด็กหญิง ม.2 เหมือนคนในครอบครัว กระทั่งช่วงปลายเดือนธันวาคม 60 เด็กหญิงคนนี้ได้เปลี่ยนใจไปคบหากับ ผ.อ.โรงเรียน และย้ายกลับไปอยู่บ้านของพ่อเลี้ยง ยืนยันว่า พฤติการณ์ทั้งหมดเป็นการสมยอมของเด็กทั้ง 2 คน ซึ่งเมื่อลูกชายถูกกล่าวหาและถูกแจ้งความดำเนินคดีทำให้รู้สึกเจ็บใจ แต่ก็พร้อมพาลูกชายเข้าพบเจ้าหน้าที่ และขอต่อสู้คดีจนถึงที่สุด     ขณะที่ ตำรวจ สภ.บัวใหญ่ ได้นัดหมายให้ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 2 คน มามอบตัวในวันพุธที่ 7 กุมภาพันธ์นี้                         ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/G0N0zazWqqA  

 34,631
สังคม-อาชญากรรม
04 ก.พ. 61

คุมตัว 'ผอ.ซี 8' บุกเดี่ยวจี้แบงก์กรุงไทยทำแผน รับแกล้งเดินขาเป๋ตบตาตร. อ้างเอาเงินไปใช้หนี้พนัน

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร นำตัวนายรุ่งโรจน์ บุญประกอบ อายุ 48 ปี ตำแหน่งผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมเทศบาลตำบลบางสมัคร ระดับซี 8 หลังก่อเหตุใช้ปืนจี้ธนาคารกรุงไทย สาขาเทสโก้โลตัสบางวัว ได้เงินสดไปทั้งสิ้น 593,890 บาท เมื่อวันที่ 31 ม.ค.ที่ผ่านมา มาแถลงข่าว ก่อนจะนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ       ด้านผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ตนเองไม่ได้ขาเป๋ แต่ที่เดินขาเป๋นั้น เพื่อเบี่ยงเบนเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนสาเหตุที่ลงมือก่อเหตุนั้น ต้องการนำเงินไปใช้หนี้สินจากการพนัน หลังจากทำการจี้ธนาคารมาแล้ว ได้ขับรถจักรยานยนต์กลับมาบ้านพัก แกะเทปพันสายไฟที่แปะไว้รอบรถออกแล้วนำไปโยนทิ้งไว้หลังบ้าน และนำเงินที่ได้มาใส่ถุงดำ ซุกซ่อนไว้ใต้อ่างล้างจานภายในห้องครัว ก่อนที่เย็นของวันเดียวกันจะนำเงินที่ได้มาไปใช้หนี้ให้กับเจ้าหนี้ทั้งหมดอ้างที่ทำลงไปเพราะความคิดชั่ววูบแต่ไม่ได้เตรียมการ ส่วนปืนที่ใช้ก่อเหตุนั้นไม่ได้ใส่กระสุนปืนเอาไว้ เพียงใช้เพื่อขู่เท่านั้น และปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุจี้ชิงเงินธนาคารทหารไทยเมื่อปี 2557-2558 ที่ผ่านมา
                     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/UAPnXh_MCww

 8,367
ชูวิทย์มีเรื่องเล่า
24 ม.ค. 61

'ชูวิทย์มีเรื่องเล่า' คุยคดี ผอ.ฉาวมีสัมพันธ์สวาทเด็ก ม.2 ล่าสุดสั่งย้ายด่วน-ตั้งสอบวินัยร้ายแรง

ชูวิทย์มีเรื่องเล่า กับชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ คุยประเด็นไลน์หลุด ผอ.รร.แห่งหนึ่งใน จ.นครราชสีมา มีความสัมพันธ์ชู้สาวกับเด็กนักเรียนหญิงชั้น ม.2 ของโรงเรียน พร้อมส่งข้อความหวานซึ้ง ต่างฝ่ายต่างเรียกกันว่า ที่รัก มีการพาเข้ารีสอร์ทหลายครั้ง   ซึ่งล่าสุดสำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษานครราชสีมาเขต 6 มีคำสั่งด่วนย้าย ผอ.คนดังกล่าว ให้ไปช่วยราชการที่สำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษานครราชสีมาเขต 6 มีผลในทันที พร้อมกับตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีที่เกิดขึ้น   ทั้งนี้ถือเป็นความผิดทางวินัยร้ายแรง ผอ.ในฐานะผู้ดูแลลูกศิษย์จะไปมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับลูกศิษย์ไม่ได้เด็ดขาด อีกทั้งลูกศิษย์ก็อายุยังไม่ถึง 15 ปี ถือว่าเป็นเด็กที่ยังด้อยวุฒิภาวะ ถึงแม้เด็กจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม เรื่องนี้มีบทลงโทษร้ายแรงถึงขั้นไล่ออกสถานเดียว รวมทั้งมีความผิดทางอาญาด้วย   อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่สามารถติดต่อ ผอ.ฉาวคนนี้ได้ เนื่องจากไม่ยอมมาโรงเรียน และปิดโทรศัพท์มือถือจนขาดการติดต่อ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/NAybFQgJnyA    

 30,931
แชร์ออฟเดอะเดย์
23 ม.ค. 61

ชาวบ้านเอือมระอา แฉแชท ผอ.เจ้าชู้ แอบคบลูกศิษย์สาว ม.2 เป็นแฟนเรียกที่รัก-พาเข้ารีสอร์ท

โคราช-คณะกรรมการสถานศึกษาและคณะครูโรงเรียนแห่งหนึ่ง ใน อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา นำหลักฐานร้องเรียนผู้สื่อข่าว หลังสุดทนกับพฤติกรรมของผู้อำนวยการโรงเรียน อายุ 51 ปี ที่เพิ่งย้ายมารับตำแหน่งได้เพียง 3 เดือน มีพฤติกรรมเชิงชู้สาวกับเด็กนักเรียนหญิงชั้น ม.2 ลักษณะคบหากันเป็นแฟนอย่างลับๆ มีการพาเด็กหญิงไปเที่ยวแบบ 2 ต่อ 2 พูดคุยกันทางไลน์ในเชิงชู้สาว ต่างฝ่ายต่างเรียกชื่อว่า “ที่รัก” และมีภาพถ่ายกอดคอกันอย่างสนิทสนม   โดยก่อนหน้านี้ชาวบ้านต่างรู้กิตติศัพท์ของ ผอ.คนนี้ เคยมีประวัติเป็นคนเจ้าชู้ มีนิสัยชอบคบหาเด็กนักเรียนในเชิงชู้สาว จึงมีมติของคณะกรรมการโรงเรียน ทำหนังสือแจ้งความประสงค์ต่อสำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษานครราชสีมา เขต 6 (สพป.นม.6) หน่วยงานต้นสังกัด ไม่ขอรับโอนย้าย ผอ.คนนี้ แต่ก็ไม่เป็นผล   กระทั่งย้ายมาได้ 3 เดือน ก็มีข่าวแบบเดิมอีก คราวนี้พบหลักฐานเป็นข้อความแชทไลน์ในมือถือของเด็กหญิงวัย 14 ปี นักเรียนชั้น ม.2 ของโรงเรียน ซึ่งจะได้รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดร้องเรียนกับสำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษานครราชสีมา เขต 6 เพื่อเอาผิด ผอ.ฉาวคนนี้ให้ถึงที่สุด   หนึ่งในชาวบ้านกล่าวว่า พบเห็น ผอ.คนนี้ชอบพาเด็กนักเรียนสาว ม.2 โดดเรียน แอบไปเที่ยวกัน 2 ต่อ 2 หลายครั้ง มีพฤติกรรมเหมือนคู่รัก พูดคุยกอดคอพลอดรักกันในร้านกาแฟ ชาวบ้านพบเห็นเป็นที่เอือมระอา เช่นเดียวกับนักเรียนหญิงคนหนึ่ง บอกว่า เพื่อนนักเรียนหญิงชั้น ม.2 ที่มีเรื่องชู้สาวกับ ผอ.โรงเรียน เป็นคนหน้าตาดี โตเป็นสาวเกินตัว เคยเล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ผอ.เคยให้เงินครั้งละ 500-1,000 บาท เคยพาไปเที่ยวเขาใหญ่ วังน้ำเขียว และพาเข้ารีสอร์ท 3 ครั้ง เชื่อว่าถูก ผอ.ล่อลวงจนมีความสัมพันธ์เกินเลย     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kLpNxE570UU    

 175,233
สังคม-อาชญากรรม
17 ม.ค. 61

ผลสอบ ผอ.สามเสนวิทยาลัยรับเงินแปะเจี๊ยะ ชี้ผิดวินัยร้ายแรง ส่อโดนไล่ออก

การสอบสวนวินัยร้ายแรง จากกรณีมีคลิปกล่าวอ้างว่าผู้อำนวยการโรงเรียนสามเสนวิทยาลัยรับเงินแปะเจี๊ยะ 4 แสนบาท จากผู้ปกครอง ล่าสุดคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง ได้สรุปผลสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงเบื้องต้นนายวิโรฒ สำรวล ผู้อำนวยการโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย พร้อมรองผู้อำนวยการ และผู้เกี่ยวข้องอีก 1 คน   โดยในส่วนของนายวิโรฒ ผู้อำนวยการโรงเรียน คณะกรรมการพิจารณาว่ามีความผิดวินัยอย่างร้ายแรง เพราะมีการรับเงิน แต่ไม่นำเข้าคลัง ซึ่งไม่ใช่แค่กรณีที่เปิดเผยในคลิปรายเดียว รวมประมาณ 7-8 ล้านบาท   ส่วนรองผู้อำนวยการและผู้ที่เกี่ยวข้อง รวม 2 รายนั้น จะเกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือไม่ ต้องให้ทางคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงสรุปผลอีกครั้งหนึ่ง   อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ได้เชิญทั้ง 3 ราย มารับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งหากมีข้อโต้แย้ง คณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง จะไปทำสำนวนใหม่ แต่ถ้าไม่มีข้อโต้แย้ง ภายใน 15 วัน คณะกรรมการก็จะสรุปผลทันที ก่อนเสนอให้คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) กรุงเทพมหานคร พิจารณา โดยคาดว่าน่าจะเสร็จสิ้นไม่เกินเดือนกุมภาพันธ์นี้   ขณะที่ นายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่าเบื้องต้นทราบว่าผู้อำนวยการโรงเรียนมีมูลความผิดวินัยร้ายแรง แต่อย่างไรก็ตามต้องรอคณะกรรมการพิจารณาจนสิ้นสุดเสียก่อน ตอนนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป ทั้งนี้ ความผิดวินัยร้ายแรง มีโทษสูงสุดถึงขั้นไล่ออกหรือปลดออก   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/A2c_uTgu6ns    

 8,166
แชร์ออฟเดอะเดย์
27 ธ.ค. 60

มือดีป่วนโพสต์รูปสาวเปลือยว่อนเน็ต อ้างเป็นครู-นร.เมืองชัยนาท ผอ.แจ้งความเอาผิดตาม พ.ร.บ.คอมฯ

เกิดเป็นกระแสในโลกออนไลน์ เมื่อผู้ใช้ทวิตเตอร์ ชื่อ 'หมี ตัว M' ได้โพสต์ภาพหญิงสาวเปลือยกาย อ้างว่าเป็นภาพของครูประจำโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่ง ในจังหวัดชัยนาท ระบุชื่อว่า 'ครูหนิง' โดยภาพดังกล่าวถูกรีทวีตต่อกันไปเป็นจำนวนมาก   เรื่องดังกล่าวสร้างความเดือดร้อนให้กับโรงเรียนอนุบาลชัยนาท ซึ่งเป็นโรงเรียนอนุบาลใหญ่ประจำจังหวัด  จนล่าสุด นายสมศักดิ์ จิตรเอื้อตระกูล ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลชัยนาท ออกมาปฏิเสธว่า ทางโรงเรียนไม่มีครูหน้าตาตามที่ปรากฎในภาพ และไม่มีครูชื่อหนิง ตามที่ถูกกล่าวอ้างแต่อย่างใด โดยผู้อำนวยการโรงเรียน เดินทางไปที่ สภ.เมืองชัยนาท พร้อมกับ นิติกร ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยนาท เพื่อแจ้งความเอาผิดกับเจ้าของทวิตเตอร์ดังกล่าว   เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ทำการรวบรวมหลักฐาน ส่งต่อให้กับผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคและเทคโนโลยี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อหาผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีกฎหมาย เกี่ยวกับ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ต่อไป   ในเวลาต่อมาทวิตเตอร์ หมี ตัว M อันเดียวกันนี้ ยังคงก่อเหตุอย่างต่อเนื่อง โดยมีการโพสต์ภาพ เด็กนักเรียนหญิง ผมสั้นทรงนักเรียน ถ่ายภาพโชว์ลักษณะเปลือยกาย และอ้างว่าเป็นภาพของ 'น้องแก้ม' นักเรียนของโรงเรียนอีกแห่งในจังหวัดชัยนาท ตัวย่อ ชนพ.   ผู้สื่อข่าว จ.ชัยนาท เดินทางไปพูดคุยกับ นายยงยุทธ์ พึ่งละออ รองผู้อำนวยการฝ่ายปกครองโรงเรียนชัยนาทพิทยาคม โรงเรียนระดับมัธยมศึกษาประจำจังหวัด ได้รับการเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบ ไม่ใช่ภาพของนักเรียนในโรงเรียนชัยนาทพิทยาคมอย่างแน่นอน เชื่อว่าผู้ที่นำไปเผยแพร่ มีเจตนาไม่ดีต่อโรงเรียน ซึ่งทางโรงเรียนจะนำเรื่องเข้าที่ประชุมผู้บริหาร และรายงานต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 5 เพื่อเตรียมไปแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองชัยนาท หาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/IQ3l1u4C1UQ    

 33,319
สังคม-อาชญากรรม
17 ธ.ค. 60

ผอ.สวนนงนุช รับมอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ฝรั่งเศส เชิดชูสร้างสรรค์ผลงานด้านศิลปะ-วรรณกรรม

นายกัมพล ตันสัจจา ผู้อำนวยการสวนนงนุช พัทยา ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ฝรั่งเศส ในสาขาศิลปศาสตร์และอักษรศาสตร์ เพื่อเป็นการยกย่องและเชิดชูบุคคลผู้มีผลงานสร้างสรรค์อันโดดเด่นทางศิลปะหรือวรรณกรรม และเป็นบุคคลที่มีคุณูปการต่อการส่งเสริมเผยแพร่ศิลปะและอักษรศาสตร์ในฝรั่งเศสและทั่วโลก ซึ่งถือเป็นคนไทย 1 เดียวในโลกที่ได้รับประจำปี 2017 จากทั้งหมด 11 บุคคลจากทั่วโลก               ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/eaRzfQkqJLE

 778
สังคม-อาชญากรรม
05 ต.ค. 60

แม่ร้องปวีณา ลูกชายถูกเพื่อน-รุ่นพี่ จับขังในห้องเก็บของ ก่อนฉีดยาฆ่าแมลง-จุดไฟเผาเจ็บสาหัส

นางสาวกชพรรณ บุญทอง อายุ 42 ปี พร้อมด้วยญาติ เข้ามาร้องทุกข์ต่อนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี จากกรณี ด.ช.เอิร์ธ ลูกชาย ถูกเพื่อนกับรุ่นพี่ โรงเรียนเดียวกันจำนวน 3 คน แกล้งปิดประตูในห้องเก็บของ แล้วฉีดยาฆ่าแมลงเข้าไปจนไม่มีอากาศหายใจ จากนั้นก็จุดไฟแช็ค ทำให้เกิดเสียงดังคล้ายระเบิด แล้วก็เกิดไฟลุกท่วมห้องเก็บของที่ลูกชายอยู่ข้างใน ทำให้ลูกชายได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนานกว่า 15 วันแล้ว   ทางผู้ปกครองเปิดเผยกับทีมข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ว่า หลังเกิดเหตุตนได้รับแจ้งจากครูที่โรงเรียนบอกว่า ลูกชายเกิดอุบัติเหตุถูกไฟคลอก ตอนนี้ส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล พอตนไปถึงพบว่าลูกชายที่ยังอยู่ในอาการไม่ได้สติ คาดว่าน่าจะเกิดจากฤทธิ์ยาฆ่าแมลง โดยแขนทั้งสองข้าง ขาข้างขวา และตามลำตัวเป็นแผลไหม้ พุพอง   ด้านลูกชายเล่าว่า ตอนนั้นกำลังจะนำหนังสือเรียนไปเก็บในช่องเก็บของ พบว่ามีรุ่นพี่และเพื่อนจำนวน 3 คน นั่งเล่นหมากเก็บอยู่  โดย 1 ใน 3 คน เอาหนังสือมาตีที่ศีรษะ แต่ลูกชายไม่เล่นด้วย จึงเดินหนีเข้าไปในช่องเก็บหนังสือ เด็กคนหนี่งก็ได้เดินมาปิดประตู แล้วเอากุญแจคล้องไว้ จากนั้นก็ได้ยินเสียงมีคนตะโกนบอกให้ไปเอายาฆ่าแมลงมา เพื่อฉีดยาฆ่าแมลงเข้ามาให้ช่องเก็บของ ซึ่งทำให้ลูกชายหายใจไม่ออก ก่อนที่จะจะการจุดไฟแช็ก ทำให้มีไฟพุ่งเข้ามาตามช่องประตู และมีเสียงระเบิด หลังจากนั้นเพื่อนจึงรีบเปิดประตู ฉีดน้ำดับไฟ   เบื้องต้นมีการตกลงกับผู้ปกครองของเด็กทั้ง 3 คน ให้ช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลครั้งแรกเป็นจำนวนเงิน 10,000 บาท แต่ตนพึ่งได้รับมาเพียง 3 พันกว่าบาท โดยผู้ปกครองของเด็กอีกสองคนแจ้งว่าไม่มีเงิน และทางโรงเรียนก็ไม่ได้หยิบยื่นความช่วยเหลือแต่อย่างใด   พร้อมบอกว่าทาง ผอ. ขอไม่ให้ไปแจ้งความและจะช่วยเหลือเรื่องที่เกิดขึ้น หากไปแจ้งความทางโรงเรียนจะไม่ช่วย ซึ่งตอนแรกตนไม่ติดใจเอาความ เพราะตอนนั้นเป็นห่วงแต่ลูกชาย แต่ต่อมา ผอ.ยังมีการพูดถึงจำนวนเงิน 10,000 บาท ประมาณว่าเจ็บแค่นี้ จะเอาอะไรหนักหนา ซึ่งทำให้ตนไม่พอใจอย่างมาก เพราะอาการของลูกชายยังคงนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเพราะยังเดินไม่ได้ และแขนข้างหนึ่งก็อาจจะพิการ จึงต้องแจ้งความ และเข้ามาร้องเรียนที่มูลนิธิปวีณาฯ   ด้านผู้อำนวยการโรงเรียน เปิดเผยว่า ตนได้รับแจ้งจากครูหอนอนว่า ด.ช.เอิร์ธ ได้เข้าไปอยู่ในตู้เสื้อผ้า แล้วมีเพื่อนคนหนึ่งเรียกให้ออกมาแต่ไม่ยอมออก เพื่อนอีกคนจึงใช้ยาฆ่าแมลงฉีดเข้าไป ก่อนจะจุดไฟแช็ก ทำให้เกิดไฟลุกไหม้ ด.ช.เอิร์ธ หลังจากนั้นเพื่อนๆและครูก็ช่วยกันนำตัวไปส่งโรงพยาบาล   ซึ่งหลังเกิดเหตุทางโรงเรียนได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง และไปเยี่ยมเด็กที่โรงพยาบาล พร้อมให้กำลังใจเด็กว่า ‘ไม่เป็นไรประเมินดูแล้วเดี๋ยวก็หาย’ แต่ผู้ปกครองเข้าใจผิดคลาดเคลื่อน หาว่า ผอ.ดูถูกเรื่องบาดแผล   ขณะที่ได้พบกับผู้ปกครองที่โรงพยาบาล ผู้ปกครองบอกว่า ผอ.อย่าดุว่าเด็กนะ ผู้ปกครองไม่ติดใจเอาเรื่องใดๆทั้งสิ้น ทำให้ตนรู้สึกสบายใจ แต่พอมาอีกวัน ผู้ปกครอง ด.ช.เอิร์ธ กลับไปแจ้งความ   ซึ่งทางโรงเรียน ได้เชิญทั้งสองฝ่ายเข้ามาเจรจากัน และได้ข้อสรุปว่าทางคู่กรณีจะจ่ายชดใช้เป็นเงิน 10,000 บาท ทุก 15 วัน จนกว่าแผลจะหาย แต่มีผู้ปกครองของเด็กที่ก่อเหตุ 2 คน ไม่สามารถหาเงินมาได้ทันเวลา ตนจึงคุยกับครอบครัวผู้เสียหายว่า 10,000 บาท มันมากเกินไปไหม สำหรับผู้ปกครองที่ไม่มีเงินมาก โดยเจตนาคือพยายามไกล่เกลี่ย และทุกวันที่ทางโรงเรียนไปเยี่ยม ก็ได้นำเงินที่รวบรวมจากครูและนักเรียนบางส่วนไปมอบให้ แต่ผู้ปกครองของ ด.ช.เอิร์ธ กลับบ่ายเบี่ยงไม่ยอมรับ   ผอ. ยังบอกอีกว่า จริงๆแล้วเด็กกลุ่มนี้มีความสนิทกันมาก เป็นเพื่อนรักกัน แต่หลังเกิดเหตุกลับมาบอกว่าไม่รู้จักกัน ทั้งๆที่เขาอยู่หอนอนเดียวกัน เล่นด้วยกันตลอด ซึ่งตนไม่เข้าใจว่าเจตนาจริงๆ ของผู้ปกครองต้องการอะไร ตนสงสัยว่าทำไปผู้ปกครองไม่ยอมรับเงิน ตามข้อตกลง และผู้ปกครองของ ด.ช.เอิร์ธ ได้พูดขู่ว่าเดี๋ยวเจอกัน   ด้าน นายวีรภัทร ราโช ครูประจำเรือนนอน บอกว่า ตนเองเป็นครูหอ จะให้เข้าข้างใครคงไม่ได้ ทุกคนเป็นเหมือนลูกเรา ดูแลเขาทุกวัน รักเขาเหมือนลูก คนก่อเหตุก็เหมือนกัน ถามแล้วไม่มีเจตนาจะทำร้ายเพื่อน แม่เขาเข้าใจว่าเราเข้าข้าง ลำเอียง ว่าเด็กเจ็บขนาดนี้ทำไมไม่สนใจ ตนยืนยันว่าสนใจดูแลตลอด เลิกงานเที่ยงคืนตีหนึ่งก็ไปเยี่ยม เพราะสงสาร ด.ช.เอิร์ธ   ส่วนเด็กที่ก่อเหตุก็ยอมรับว่าเขาผิด ได้ไปขอขมาผู้ปกครองเด็กที่บาดเจ็บแล้ว เด็กๆไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ พวกเขาเครียดมากตอนนี้ หลังเกิดเหตุเด็กๆยังโมโหตัวเองเอาหัวโขกเสา หากผู้ปกครองมองว่าเป็นการเจตนาฆ่า ผมเถียงเด็ดขาดว่าไม่ใช่ 100% แต่ถ้าเรื่องกระทำเกินกว่าเหตุ ตนยอมรับ   ขณะที่ ร.ต.อ.พิสิฐ บุญมี พนักงานสอบสวน สภ.เมืองชัยนาท ที่เดินทางเข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุ เปิดเผยว่า ทางผู้ปกครองของเด็กที่ได้รับความเสียหาย เข้าไปแจ้งความเรื่องที่คู่กรณีไม่ชดใช้ค่าเสียหายตามที่ตกลง ไม่ได้มีการแจ้งความข้อหาพยายามฆ่าแต่อย่างใด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/80_MDSQLPsY  

 36,965
การเมือง
27 ก.ย. 60

ครม.มีมติให้ 'พงศ์พร' กลับนั่งเก้าอี้ ผอ.พศ.ดังเดิม

พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี บอกว่า คณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามที่นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เสนอให้ย้าย พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ กลับไปดำรงผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ดังเดิม   โดยก่อนหน้านี้หัวหน้า คสช.ได้มีคำสั่งย้าย พ.ต.ท.พงศ์พร ไปปฏิบัติหน้าผู้ตรวจการ สำนักปลัดสักนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งคำสั่งดังกล่าวอยู่ระหว่างการนำขึ้นทูลเกล้าฯ อีกทั้งนายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่งให้ทุกหน่วยงานเร่งแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่าง พศ.กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และตัวของ พ.ต.ท.พงศ์พร ไม่ได้มีความผิดใด เมื่อแก้ปัญหาเสร็จแล้ว จึงย้ายกลับไปดำรงตำแหน่งได้ดังเดิม และย้าย พศ.ไปขึ้นตรงภายใต้การกำกับดูแลของพลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาปกรณ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้กำกับดูแลกระทรวงวัฒนธรรม   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/OrmDPFGeZTw  

 811
ข่าวภูมิภาค
26 ก.ย. 60

วุ่น! นร.ชุมพรก่อม็อบไล่ อ.สาวใส่กระโปรงสั้น-พฤติกรรมไม่เหมาะสม รองผู้ว่าฯ ต้องมาหย่าศึก

นักเรียนคนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 20 อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร กว่า 540 คน รวมตัวชุมนุมที่บริเวณหน้าประตูโรงเรียน พร้อมชูแผ่นป้ายโจมตี นางจารุวรรณ เผือกเนียร อาจารย์สอนภาษาอังกฤษของโรงเรียน โดยมีรองผู้ว่าฯ นายก อบต. ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าสังเกตุการณ์   ด้านกลุ่มนักเรียนระบุว่าอาจารย์คนดังกล่าวมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหลายประการ เช่น แต่งกายไม่เหมาะสม สวมกระโปรงสั้นมาก ถึงคาบเรียนที่สอนก็ไม่เข้าสอน พอตกบ่ายโรงเรียนยังไม่เลิกก็กลับแล้ว พูดจาหยาบคาย ใช้ไม้กวาดๆ หน้านักเรียนชั้น ม.2 แม้จะไม่การถ่ายคลิปเอาไว้เพราะโรงเรียนห้ามใช้โทรศัพท์ในโรงเรียน แต่มีคนสามารถเป็นพยานได้ นอกจากนั้น ยังมีการถ่ายภาพนักเรียนนั่งกินอาหารกลางวันแล้วนำไปโพสต์ลงเฟซบุ๊กว่า “นักเรียนกำลังกินข้าวหมาแดก” ซึ่งนักเรียนทุกคนยอมรับไม่ได้ ขณะนี้มีอาจารย์ 20 คนยื่นหนังสือขอย้ายไปอยู่โรงเรียนอื่น เพราะนางจารุวรรณสร้างความแตกแยกให้เพื่อนอาจารย์ด้วย หากยังไม่ย้ายไปอยู่ที่อื่น นักเรียนทั้งหมดจะไม่ยอมเข้าห้องเรียน   ตัวแทนอาจารย์ กล่าวว่า ร.ร.ราชประชานุเคราะห์ 20 เป็นโรงเรียนสอนเด็กพิการและเด็กด้อยโอกาสขึ้นกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยตรง มีอาจารย์ที่เป็นข้าราชการ 30 คน และเป็นครูอัตราจ้าง 20 คน ตนทราบว่ามีความขัดแย้งในโรงเรียนตั้งแต่มารับตำแหน่งเมื่อ 2 ปีที่แล้ว แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาอะไรได้มากนัก ทำได้แค่รายงานให้ส่วนกลางรับทราบเท่านั้น และตนกำลังทำเรื่องขอย้ายไปอยู่โรงเรียนอื่น เพราะไม่มีความสุขที่จะทำหน้าเป็น ผอ.ร.ร.แห่งนี้ต่อไป และยังมีอาจารย์อีก 20 คนที่ทำเรื่องขอย้ายไปอยู่โรงเรียนอื่นด้วย ส่วนในเบื้องต้นก็ยังไม่ได้คุยกับเด็ก จึงไม่ทราบว่าจะแก้ปัญหาอย่างไรหากเด็กยังไม่เข้าเรียน   ตัวแทนอาจาร์ย์อีกท่านหนึ่งได้พูดถึงปัญหาที่เกิดขึ้น สรุปได้ว่า ที่ผ่านมา ร.ร.ราชประชานุเคราะห์ 20 มีผลงานสร้างชื่อเสียงให้จังหวัดมาโดยตลอด แต่นางจารุวรรณกลับสร้างข่าวแง่ลบด้วยการโพสต์เฟซบุ๊กและไลน์โจมตีโรงเรียนมาตลอด แม้แต่ ผอ.ร.ร.ยังถูกด่าลงเฟซบุ๊กสัปดาห์ละครั้ง ทำให้ทุกคนไม่มีความสุขในการทำงานอีกต่อไป เพราะไม่รู้ว่าตัวเองจะถูกนางจารุวรรณเล่นงานเมื่อไหร่ และด้วยเรื่องอะไร   โดยในเบื้องต้นทางจังหวัดชุมพรจะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าว และมีคำสั่งย้ายนางจารุวรรณไปช่วยราชการที่ศาลากลางจังหวัดชุมพรเป็นการชั่วคราว จนกว่าผลการสอบของคณะกรรมการจะเสร็จสิ้น    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/p43m1elWGtU    

 51,022
สังคม-อาชญากรรม
17 ก.ย. 60

'อิศรา' ออกแถลงการณ์ ฉ.2 ระบุ ผอ.สถาบันฯ แจ้งความ 'แอนดรูว์' โพสต์ทำลายชื่อเสียง

สำนักข่าวอิศราได้ออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 2 ระบุว่า ตามที่ สถาบันอิศรา ได้ออกแถลงการณ์ กรณีผู้อํานวยการสถาบันฯ ถูกกล่าวหาไปแล้วเมื่อวันที่ 15 ก.ย.60 ที่ผ่านมา เพื่อยืนยันว่า สถาบันอิศรา และพนักงานในปัจจุบันทุกคนจะทำทุกวิถีทางเพื่อนำนายประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ ผ่านภาวะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากการกระทําที่เลวร้ายของกลุ่มคนที่เสียผลประโยชน์จากการทำหน้าที่สื่อมวลชนด้านข่าวสืบสวนสอบสวนของสำนักข่าวอิศรานี้ต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ     ทั้งนี้ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะดำเนินคดีทั้งในทางแพ่งและทางอาญากับกลุ่มบุคคลทุกคนที่กระทำการใดๆ ทำให้สถาบันอิศรา สำนักข่าวอิศรา นายประสงค์ และพนักงานปัจจุบันของสถาบันอิศราทุกคนได้รับความเสียหายทั้งต่อชื่อเสียงกิตติคุณ หรือถูกดูหมิ่นเกลียดชังอย่างถึงที่สุดนั้น     สถาบันอิศราขอเรียนมายังสาธารณชนเพื่อทราบเพิ่มเติมว่า เมื่อ 19.30 น. ของวันที่ 15 ก.ย. ที่ผ่านมา นายประสงค์ ได้แจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดอันเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีกับผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Mr. Andrew MacGregor Marshall ที่ทำให้นายประสงค์ ได้รับความเสียหาย ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบข้อมูลแล้วพบว่า Mr. Andrew MacGregor Marshall เป็นผู้มีพฤติการณ์สร้างความแตกแยกในสังคมไทย และถูกแจ้งความดําเนินคดีไว้แล้วหลายคดีและอยู่ในระหว่างการติดตามตัวมาดำเนินคดี     ทั้งนี้ สถาบันอิศราและพนักงานของสถาบันอิศรา ทุกคนขอขอบคุณ เพื่อนๆ สื่อมวลชน ประชาชนจํานวนมาก ที่ได้ส่งกําลังใจและความห่วงใยต่อสถานการณ์ที่สถาบันอิศรา กำลังเผชิญอยู่ในขณะมาด้วยความปรารถนาดี อย่างไรก็ตาม สถาบันอิศราขอยืนยันว่า เราเชื่อมั่นในการทําความดีด้วยการปฏิบัติหน้าที่สื่อมวลชนมืออาชีพ และเชื่อมั่นว่า ผลงานในอดีตที่ผ่านมาจะนําพาพวกเราออกจากสถานการณ์ที่เลวร้ายซึ่งเป็นบททดสอบสําคัญนี้ให้เติบโตเป็น สื่อทางเลือกที่อยู่คู่กับพี่น้องประชาชนคนไทยได้ตลอดไป             ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/NeH4Fb8pC70

 8,131
ปากท้องร้องทุกข์
09 ก.ย. 60

ผอ.รร.เมืองกระบี่ ร้องขอความเป็นธรรม ยันไม่ได้ทำร้าย 2 นักเรียน แจงเด็กบาดเจ็บเพราะชกต่อยกัน

ความคืบหน้ากรณีชาวบ้านเข้าร้องเรียนกับศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกระบี่ ให้เอาผิดกับ ผอ.โรงเรียนบ้านบ่อมะม่วง หลังก่อเหตุทำร้าย 2 เด็กนักเรียนชายชั้น ป.5 ได้รับบาดเจ็บ โดยเรียกร้องให้ย้าย ผอ.ออกนอกพื้นที่นั้น     ล่าสุด  นายโอภาส คงภักดี ผอ.โรงเรียนที่ถูกกล่าวหา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่และครูในโรงเรียน ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ นายสมปอง  รัตนะ ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกระบี่  เพื่อขอความเป็นธรรม โดยยืนยันว่าไม่ได้ทำร้ายเด็กจนบาดเจ็บตามที่ถูกกล่าวหา พร้อมเล่าว่าในวันเกิดเหตุเด็กทั้งสองคนทะเลาะและชกต่อยกันในห้องสมุดโรงเรียน ตนนั่งอยู่ในห้องทำงานได้ยินเสียงดังจึงเข้าไปห้าม แต่ทั้งสองไม่ยอมหยุดจึงตบเข้าไปที่หัวไหล่ทั้งคู่ 2 ครั้ง เมื่อเด็กเห็นว่าเป็น ผอ. ถึงยอมหยุด ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวครูในโรงเรียนและภารโรงเป็นพยานได้  จากนั้นได้เรียกผู้ปกครองมารับทราบ ต่างก็ยอมรับผิดและไม่ติดใจอะไร และไม่ได้มีการแจ้งความเป็นคดี แต่ในเวลาต่อมากลับถูกกล่าวหาว่าทำร้ายเด็กจนได้รับบาดเจ็บ ส่วนรอยฟกช้ำเกิดจากเด็กทะเลาะกันหัวไปกระแทกโต๊ะ ไม่ได้เกิดจากที่ตนได้ทุบตีแต่อย่างใด   ส่วนกรณีที่มีการร้องเรียนเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณนั้น สามารถตรวจสอบได้เช่นกัน ทั้งนี้เชื่อว่าการที่ผู้ใหญ่บ้าน นำลูกบ้านเข้ามาร้องเรียนนั้นเป็นเรื่องของการเมืองท้องถิ่น    ด้าน นายยุทธนา จินดา รองผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับหนังสือร้องเรียนกรณีที่เกิดขึ้น จึงยังไม่มีข้อมูลหรือมีคำสั่งใดๆไปยังผอ.โรงเรียนย้ายออกจากพื้นที่ พร้อมยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย                 ชมผ่านยูทูปได้ที่  :https://youtu.be/uTEgBzVpwEQ

 3,878
การเมือง
08 ก.ย. 60

'ออมสิน' ยันมีสิทธิ์สั่งย้าย 'พงศ์พร' เด้งคุมชายแดนใต้

นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือ ผอ.พศ. ทำหนังสือถึงนายออมสิน แย้งคำสั่งถูกโอนย้ายให้มาเป็นผู้ตรวจราชการประจำสำนักนายกรัฐมนตรีว่า   ส่วนตัวทราบเรื่องนี้จากข่าว ยังไม่ได้เห็นหนังสือตัวจริง ต้องขอไปดูรายละเอียดก่อน ทั้งนี้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้กำกับดูแลงานสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือ พศ. ดังนั้น ถือว่าตนเป็นผู้บังคับบัญชาของ พ.ต.ท.พงศ์พร ทั้งหมดนี้ถือเป็นหน้าที่ที่ต้องกำกับดูแลงานและความเรียบร้อยของ พศ.   ส่วนกรณีที่ผอ.พศ.จะฝืนไม่รับคำสั่งผู้บังคับบัญชาได้หรือไม่นั้น นายออมสิน ระบุว่าไม่รับคำสั่งของผู้บังคับบัญชาคงไม่ได้ ต้องขอไปดูหนังสือให้ชัดเจนก่อน เพราะหนังสือที่มีไปนั้นเดิมเป็นเรื่องที่ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีทำหนังสือมาถึงเพื่อขอยืมตัวผอ.พศ.ไปปฏิบัติหน้าที่ที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นการชั่วคราว และนายออมสินในฐานะผู้บังคับบัญชาได้อนุมัติไปแล้ว เพื่อให้ผอ.พศ.ไปปฏิบัติหน้าที่ที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้ ทั้งนี้ จะถือว่ายังไม่ได้สั่งโดยตรงให้พ.ต.ท.พงศ์พรไปหรือไม่ ส่วนตัวไม่ทราบ   อย่างไรก็ตามมีกระแสข่าวว่า พ.ต.ท.พงศ์พร ถูกคำสั่งย้ายไปดำรงตำแหน่งในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้   ด้านนายวิษณุ เครืองาม นายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย กล่าวว่าการโยกย้ายในครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบการทุจริตเงินทอนวัด แม้ว่าจะมีความพยายามทำให้เกี่ยวข้องเพื่อให้พระทะเลาะกันเอง หรือให้พระทะเลาะกับรัฐบาล ซึ่งขณะนี้รัฐบาลรู้ตัวผู้ที่อยู่เบื้องหลังแล้ว พร้อมยืนยันว่า ส่วนตัวไม่ได้ยินว่า พ.ต.ท.พงศ์พร มีปัญหากับพระสงฆ์ หรือมีความผิด แต่หากมีก็อาจเป็นปัญหาส่วนตัวไม่เกี่ยวข้องกับการโยกย้าย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HaJefCGd5E    

 1,231

Top