ค้นหา :

ผลการค้นหา "ตรัง"

ข่าวภูมิภาค
19 พ.ย. 62

ผวา ถูกไฟแนนซ์ขับรถไล่ล่า ทวงหนี้ค่างวดรถ ระทึกอย่างกับในหนัง

ตรัง-นางรัษฎา ลิ้นหลง อายุ 53 ปี ชาว ต.บ้านควน อ.เมือง จ.ตรัง  เจ้าของรถกระบะ โตโยต้า วีโก้ เผยว่าถูกรถยนต์ 2 คันซึ่งมีชายฉกรรจ์ และผู้หญิงอยู่ภายในรถ ขับไล่ล่าติดตามรถกระบะของตน ที่พยายามขับหนีสุดชีวิต และคนในรถพยายามถ่ายคลิปเหตุการณ์ไว้ เนื่องจากไม่ทราบสาเหตุที่ถูกไล่ล่าติดตาม   ซึ่งขณะนั้นตนเดินทางมาเป็นครอบครัวรวม 6 คน หนึ่งในนั้นมีโรคประจำตัวคือ โรคหัวใจ รวมทั้งเด็กหญิงวัยขวบเศษอีก 1 คน ทำให้ทุกคนตกใจสุดขีด ต้องขับหนีสุดชีวิต เพื่อไปหาตำรวจ โดยมีเสียงเด็กหญิงกรีดร้องด้วยความตกใจ หลังรถถูกชนท้ายและคนในรถส่งเสียงดัง ทั้งนี้ คนในรถพยายามถ่ายคลิปเหตุการณ์ไว้ และเมื่อตั้งสติได้ก็โทรศัพท์แจ้ง 191 เพื่อขอความช่วยเหลือ   แต่เนื่องจากคนในรถทั้งหมดเป็นชาว จ.ตรัง ไม่ชำนาญเส้นทาง และบอกทางตำรวจเพื่อขอความช่วยเหลือไม่ถูก โดยต้องขับหนี แบบไม่รู้จุดหมายทั้งบนถนนใหญ่และซอยเล็กๆ เพื่อให้หนีเอาตัวรอด ระหว่างรอตำรวจมาช่วยเหลือ   สุดท้ายเมื่อมาถึงพื้นที่บ้านโคกม่วง อ.คลองหอยโข่ง ก็ถูกรถเก๋งขับขวางหน้า โดยที่รถกระบะพุ่งชนท้าย ทำให้ต้องยอมจอดรถ แต่ไม่กล้าลงจากรถ เพราะไม่รู้ว่ากลุ่มคนดังกล่าวเป็นใครมาจากไหนมีวัตถุประสงค์อะไร ระหว่างนั้นได้ตะโกนโต้เถียงกันผ่านกระจกรถ ทำให้ทราบว่ากลุ่มคนดังกล่าวมาจากบริษัทไฟแนนซ์รถยนต์แห่งหนึ่ง ใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อทวงหนี้และจะยึดรถ จนกระทั่งตำรวจ สภ.คลองหอยโข่ง มาถึงที่เกิดเหตุ ทุกคนจึงลงจากรถได้   ทั้งนี้ตนเช่าซื้อรถกระบะคันเกิดเหตุ จากบริษัทโตโยต้าแห่งหนึ่ง ได้จ่ายค่างวดครบแล้วรวม 72 งวดๆ ละ 9,000 บาท แต่ตนและสามียังไม่ว่าง จึงยังไม่ได้เข้าไปโอน และไม่ได้ค้างค่างวดแต่อย่างใด อีกทั้งตนก็ไม่เคยได้รับใบแจ้งหนี้ หรือใบทวงหนี้แต่อย่างใด เพียงแต่อาจจ่ายล่าช้าไปบ้าง ทำให้บริษัทไฟแนนซ์เอาจำนวนวันที่ตนจ่ายค่างวดล่าช้า มานับคำนวณคิดเป็นค่างวด และค่าติดตามทวงถาม ซึ่งตนเองไม่เคยรับทราบเลย   พฤติกรรมที่มาทวงหนี้ ทำเหมือนเป็นคนร้าย เหมือนในหนัง ตามไล่ล่า ไล่ชน ลงทุบรถ และยังโทรศัพท์เรียกรถยกให้มายกทั้งรถทั้งคนในรถ จึงขอร้องบริษัทไฟแนนซ์ว่า หากจะทวงหนี้ ก็ขอให้แจ้งมาเป็นหนังสือ อย่าทำพฤติกรรมเหมือนในคลิปกับคนอื่นๆ อีก เพราะอันตรายมาก   อีกทั้งระหว่างที่ตำรวจนำตัวไป สภ.คลองหอยโข่ง กลุ่มคนดังกล่าวยังบังคับลูกสาวให้ขึ้นรถเพื่อไปธนาคาร เพราะต้องการให้โอนเงินค่างวด และค่าติดตามทวงถาม รวม 3 เดือน เป็นเงิน 48,260 บาท โดยบอกว่าถ้าจ่ายเงินที่เหลือมาทั้งหมดจะไม่เอาเรื่อง ซึ่งลูกสาวตนหลงเชื่อ อยากให้เรื่องจบก็ขึ้นรถไปด้วย โดยที่ตนและตำรวจไม่ทันเห็น ซึ่งเป็นเรื่องที่กลุ่มคนดังกล่าวไม่สมควรกระทำอย่างยิ่ง   ทั้งนี้ ทางตัวแทนบริษัทโตโยต้าฯ ได้แนะนำให้แจ้งความดำเนินคดีกับตัวแทนบริษัทไฟแนนซ์ดังกล่าวแล้ว ในข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว ข่มขืนจิตใจ และกระทำผิด พ.ร.บ.ทวงหนี้ พร้อมแนะนำให้รวบรวมหลักฐานส่งมาทางบริษัท โตโยต้า  เพื่อดำเนินการเอาผิดกับบริษัทไฟแนนซ์ดังกล่าวด้วย เพราะทำให้บริษัทโตโยต้าฯ เสื่อมเสียชื่อเสียง เบื้องต้น ได้แจ้งความที่ สภ.คลองหอยโข่ง  ขณะนี้กำลังรอการดำเนินการทางกฎหมาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/LH5Pp9JHdMA

 3,634
สังคม
19 พ.ย. 62

ผวา ถูกไฟแนนซ์ขับรถไล่ล่า ทวงหนี้ค่างวดรถ ระทึกอย่างกับในหนัง

ตรัง-นางรัษฎา ลิ้นหลง อายุ 53 ปี ชาว ต.บ้านควน อ.เมือง จ.ตรัง  เจ้าของรถกระบะ โตโยต้า วีโก้ เผยว่าถูกรถยนต์ 2 คันซึ่งมีชายฉกรรจ์ และผู้หญิงอยู่ภายในรถ ขับไล่ล่าติดตามรถกระบะของตน ที่พยายามขับหนีสุดชีวิต และคนในรถพยายามถ่ายคลิปเหตุการณ์ไว้ เนื่องจากไม่ทราบสาเหตุที่ถูกไล่ล่าติดตาม   ซึ่งขณะนั้นตนเดินทางมาเป็นครอบครัวรวม 6 คน หนึ่งในนั้นมีโรคประจำตัวคือ โรคหัวใจ รวมทั้งเด็กหญิงวัยขวบเศษอีก 1 คน ทำให้ทุกคนตกใจสุดขีด ต้องขับหนีสุดชีวิต เพื่อไปหาตำรวจ โดยมีเสียงเด็กหญิงกรีดร้องด้วยความตกใจ หลังรถถูกชนท้ายและคนในรถส่งเสียงดัง ทั้งนี้ คนในรถพยายามถ่ายคลิปเหตุการณ์ไว้ และเมื่อตั้งสติได้ก็โทรศัพท์แจ้ง 191 เพื่อขอความช่วยเหลือ   แต่เนื่องจากคนในรถทั้งหมดเป็นชาว จ.ตรัง ไม่ชำนาญเส้นทาง และบอกทางตำรวจเพื่อขอความช่วยเหลือไม่ถูก โดยต้องขับหนี แบบไม่รู้จุดหมายทั้งบนถนนใหญ่และซอยเล็กๆ เพื่อให้หนีเอาตัวรอด ระหว่างรอตำรวจมาช่วยเหลือ   สุดท้ายเมื่อมาถึงพื้นที่บ้านโคกม่วง อ.คลองหอยโข่ง ก็ถูกรถเก๋งขับขวางหน้า โดยที่รถกระบะพุ่งชนท้าย ทำให้ต้องยอมจอดรถ แต่ไม่กล้าลงจากรถ เพราะไม่รู้ว่ากลุ่มคนดังกล่าวเป็นใครมาจากไหนมีวัตถุประสงค์อะไร ระหว่างนั้นได้ตะโกนโต้เถียงกันผ่านกระจกรถ ทำให้ทราบว่ากลุ่มคนดังกล่าวมาจากบริษัทไฟแนนซ์รถยนต์แห่งหนึ่ง ใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อทวงหนี้และจะยึดรถ จนกระทั่งตำรวจ สภ.คลองหอยโข่ง มาถึงที่เกิดเหตุ ทุกคนจึงลงจากรถได้   ทั้งนี้ตนเช่าซื้อรถกระบะคันเกิดเหตุ จากบริษัทโตโยต้าแห่งหนึ่ง ได้จ่ายค่างวดครบแล้วรวม 72 งวดๆ ละ 9,000 บาท แต่ตนและสามียังไม่ว่าง จึงยังไม่ได้เข้าไปโอน และไม่ได้ค้างค่างวดแต่อย่างใด อีกทั้งตนก็ไม่เคยได้รับใบแจ้งหนี้ หรือใบทวงหนี้แต่อย่างใด เพียงแต่อาจจ่ายล่าช้าไปบ้าง ทำให้บริษัทไฟแนนซ์เอาจำนวนวันที่ตนจ่ายค่างวดล่าช้า มานับคำนวณคิดเป็นค่างวด และค่าติดตามทวงถาม ซึ่งตนเองไม่เคยรับทราบเลย   พฤติกรรมที่มาทวงหนี้ ทำเหมือนเป็นคนร้าย เหมือนในหนัง ตามไล่ล่า ไล่ชน ลงทุบรถ และยังโทรศัพท์เรียกรถยกให้มายกทั้งรถทั้งคนในรถ จึงขอร้องบริษัทไฟแนนซ์ว่า หากจะทวงหนี้ ก็ขอให้แจ้งมาเป็นหนังสือ อย่าทำพฤติกรรมเหมือนในคลิปกับคนอื่นๆ อีก เพราะอันตรายมาก   อีกทั้งระหว่างที่ตำรวจนำตัวไป สภ.คลองหอยโข่ง กลุ่มคนดังกล่าวยังบังคับลูกสาวให้ขึ้นรถเพื่อไปธนาคาร เพราะต้องการให้โอนเงินค่างวด และค่าติดตามทวงถาม รวม 3 เดือน เป็นเงิน 48,260 บาท โดยบอกว่าถ้าจ่ายเงินที่เหลือมาทั้งหมดจะไม่เอาเรื่อง ซึ่งลูกสาวตนหลงเชื่อ อยากให้เรื่องจบก็ขึ้นรถไปด้วย โดยที่ตนและตำรวจไม่ทันเห็น ซึ่งเป็นเรื่องที่กลุ่มคนดังกล่าวไม่สมควรกระทำอย่างยิ่ง   ทั้งนี้ ทางตัวแทนบริษัทโตโยต้าฯ ได้แนะนำให้แจ้งความดำเนินคดีกับตัวแทนบริษัทไฟแนนซ์ดังกล่าวแล้ว ในข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว ข่มขืนจิตใจ และกระทำผิด พ.ร.บ.ทวงหนี้ พร้อมแนะนำให้รวบรวมหลักฐานส่งมาทางบริษัท โตโยต้า  เพื่อดำเนินการเอาผิดกับบริษัทไฟแนนซ์ดังกล่าวด้วย เพราะทำให้บริษัทโตโยต้าฯ เสื่อมเสียชื่อเสียง เบื้องต้น ได้แจ้งความที่ สภ.คลองหอยโข่ง  ขณะนี้กำลังรอการดำเนินการทางกฎหมาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/LH5Pp9JHdMA

 3,634
อาชญากรรม
19 พ.ย. 62

หลานชายขี้ยาเพิ่งพ้นโทษ คว้ามีดไล่ฟันแม่ ตาวัย 87 สุดทน ปิดบัญชีคว้าปืนยิงหลานทรพีดับ

เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 พ.ต.ท.ปัณฑิวัฒน์ เพชรหล่อ พนักงานสอบสวน สภ.ห้วยยอด จ.ตรัง รับแจ้งเหตุยิงกันเสียชีวิตในพื้นที่ ม.3 บ้านไร่เหนือ ต.ในเตา อ.ห้วยยอด จึงได้รายงานให้ พ.ต.อ.ประดิษฐ์ ชัยพล ผกก.สภ.ห้วยยอด รับทราบ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน จ.ตรัง แพทย์เวรโรงพยาบาลห้วยยอด และเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยห้วยยอด เข้าตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ     โดยพบร่างของ นายชนวัฒน์ จันทร์เลื่อน อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 34 ม.1 ต.ในเตา อ.ห้วยยอด จ.ตรัง เสียชีวิตอยู่ในสภาพนอนหงายที่บริเวณหน้าบ้านหลังที่เกิดเหตุ จากการชันสูตรพลิกศพในเบื้องต้นพบว่า ถูกยิงด้วยอาวุธปืนพกสั้น ขนาด.357 เข้าที่บริเวณหน้าอกขวา จำนวน 1 นัด ทางเจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐาน พร้อมสอบปากคำพยาน ก่อนนำศพส่งโรงพยาบาลห้วยยอด เพื่อทำการผ่าพิสูจน์อย่างละเอียด   จากการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยยอด ในเบื้องต้นทราบว่า นายชนวัฒน์ ผู้เสียชีวิต เคยติดคุกในคดีเสพยาเสพติด และเพิ่งพ้นโทษออกมาได้แค่ 7 วัน กระทั่งล่าสุดในคืนเกิดเหตุได้ลงมือทุบตีภรรยา และยังใช้มีดพร้าพยายามไล่ฟันผู้เป็นแม่ จนทั้งสองคนต้องวิ่งหนีเอาตัวรอด และได้หลบหนีไปยังบ้านของ นายไล่ ชัยคีรี อายุ 87 ปี ซึ่งอยู่ห่างกันประมาณ 30 เมตร โดยมี นายชนวัฒน์ ตามมาติดๆ ดังนั้น นายไล่ ซึ่งเป็นตาแท้ๆ จึงได้ตะโกนบอกให้ นายชนวัฒน์ หลานชายแท้ๆ หยุดการกระทำดังกล่าว แต่ นายชนวัฒน์ ยังคงถือมีดพร้าเดินตรงเข้าไปเพื่อจะทำร้ายผู้เป็นแม่อีก จนทำให้ นายไล่ ทนไม่ไหว วิ่งเข้าไปหยิบอาวุธปืนที่ลุงของผู้เสียชีวิตนำมาฝากไว้ ก่อนยิงเข้าไปยังร่างของ นายชนวัฒน์ จำนวน 1 นัด กระสุนถูกเข้าที่บริเวณหน้าอกจนล้มลงนอนจมกองเลือดเสียชีวิตดังกล่าว     อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุ นายไล่ ได้ยืนรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่บริเวณหน้าบ้านของตนเอง พร้อมด้วยอาวุธปืนที่ใช้ยิงหลานชาย ก่อนที่จะถูกควบคุมตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 94,364
ข่าวภูมิภาค
13 พ.ย. 62

ตาวัย 76 ปั่นจักรยานยามเช้า ถูกเก๋งชนร่างกระเด็นทะลุกระจกดับ

ตรัง-เกิดเหตุรถเก๋งชนคนปั่นรถจักรยาน ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 1 คน เหตุเกิดบริเวณหน้าสวนพฤกษศาสตร์ทุ่งค่าย ต.ทุ่งค่าย อ.ย่านตาขาว   ทราบชื่อผู้บาดเจ็บคือ นายบำรุง ภูธรารักษ์ อายุ 76 ปี ใส่ชุดปั่นจักรยาน ร่างกระเด็นทะลุไปติดอยู่ที่กระจกด้านหลังรถเก๋ง ฮอนด้า สีบรอนซ์ มีหญิงเจ้าของรถเป็นพนักงานสถาบันการเงิน ทางทีมกู้ชีพเร่งใช้เครื่องตัดถ่างนำร่างออกจากตัวรถส่ง รพ.ตรัง แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา   ใกล้กันพบรถจักรยานล้มอยู่กลางถนนในสภาพพังยับเยิน จำนวน 1 คัน พร้อมหมวกกันน็อก และรองเท้าของคนเจ็บ โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นขณะที่ นายบำรุง ออกมาปั่นจักรยานออกกำลังกาย จนกระทั่งมาเกิดประสบอุบัติเหตุดังกล่าว   เบื้องต้นคาดว่า ผู้เสียชีวิตอาจปั่นจักรยานเปลี่ยนเลนเพื่อกลับรถกระทันหัน ประกอบกับเป็นช่วงที่หมอกลงจัด จึงถูกรถเก๋งคันวิ่งที่มาทางตรงชนเข้าอย่างจัง ส่วนสาเหตุที่แท้จริงยังอยู่ระหว่างการสอบสวน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3-zpPXY3L4Y

 2,417
อาชญากรรม
13 พ.ย. 62

ตาวัย 76 ปั่นจักรยานยามเช้า ถูกเก๋งชนร่างกระเด็นทะลุกระจกดับ

ตรัง-เกิดเหตุรถเก๋งชนคนปั่นรถจักรยาน ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 1 คน เหตุเกิดบริเวณหน้าสวนพฤกษศาสตร์ทุ่งค่าย ต.ทุ่งค่าย อ.ย่านตาขาว   ทราบชื่อผู้บาดเจ็บคือ นายบำรุง ภูธรารักษ์ อายุ 76 ปี ใส่ชุดปั่นจักรยาน ร่างกระเด็นทะลุไปติดอยู่ที่กระจกด้านหลังรถเก๋ง ฮอนด้า สีบรอนซ์ มีหญิงเจ้าของรถเป็นพนักงานสถาบันการเงิน ทางทีมกู้ชีพเร่งใช้เครื่องตัดถ่างนำร่างออกจากตัวรถส่ง รพ.ตรัง แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา   ใกล้กันพบรถจักรยานล้มอยู่กลางถนนในสภาพพังยับเยิน จำนวน 1 คัน พร้อมหมวกกันน็อก และรองเท้าของคนเจ็บ โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นขณะที่ นายบำรุง ออกมาปั่นจักรยานออกกำลังกาย จนกระทั่งมาเกิดประสบอุบัติเหตุดังกล่าว   เบื้องต้นคาดว่า ผู้เสียชีวิตอาจปั่นจักรยานเปลี่ยนเลนเพื่อกลับรถกระทันหัน ประกอบกับเป็นช่วงที่หมอกลงจัด จึงถูกรถเก๋งคันวิ่งที่มาทางตรงชนเข้าอย่างจัง ส่วนสาเหตุที่แท้จริงยังอยู่ระหว่างการสอบสวน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3-zpPXY3L4Y

 2,417
สังคม
12 พ.ย. 62

ชื่นมื่น ภาพบรรยากาศงานแต่งงานของสาวหล่อกับแฟนสาว รักกันกว่า 8 ปี ที่จ.ตรัง

  จ.ตรัง งานแต่งงานของสาวหล่อกับแฟนสาว เจ้าบ่าวอายุ 43 ปี ชื่อนางสาว ดวงจันทร์ ฉายแสง เจ้าสาวชื่อ นางสาว ประจินต์ อายุ 44 ปี ทั้งคู่คบกันมา 8 ปี ถึงเวลาตัดสินใจใช้ชีวิตคู่   เมื่อขบวนเจ้าบ่าวเดินทางมาถึงบ้านเจ้าสาว ก็ต้องฝ่าด่านประตูเงินประตูทองมากมาย จนกว่าจะมาถึงตัวเจ้าสาว ซึ่งพิธีการทั้งหมดก็ดำเนินไปเหมือนงานแต่งงานของคู่ชายหญิงทั้งหมด  ภาพบรรยายกาศอบอวลไปด้วยความอบอุ่นและหวานชื่น

 2,734
สังคม
09 พ.ย. 62

เด็กใต้ป.6 คารมดี เดินขายห่อหมกคนซื้อเพียบ

ตรัง- เด็กชายชั้นป.6 โรงเรียนวัดไทรงาม จ.ตรัง ทุกเย็นหลังเลิกเรียน ตั้งแต่ 17.00 - 20.00 น. จะไปเดินขายห่อหมกตามร้านอาหาร เดินขายตามโต๊ะต่างๆ ในราคาเพียง 20 บาท   ไม่ว่าจะแวะโต๊ะไหน โต๊ะนั้นก็ซื้อด้วยความเต็มใจ เนื่องมาจากลีลาการขายของเด็กชายคนนี้สุดยอดมาก ไม่ว่าจะเดินไปขายที่โต๊ะไหน เขาก็จะพูดเป็นภาษาใต้ว่า "ขออนุญาตนะครับ ห่อหมกครับ ห่อหมกปลาสาก ไม่มีหัว ไม่มีก้าง ไม่ใส่แป้ง กำลังร้อนๆ อยู่เลยครับ ทานกับข้าวอร่อยแน่ๆ ชิมดูก็ได้ ถ้าไม่อร่อย ไม่เอาตังค์ครับ" 

 1,119
สังคม
04 พ.ย. 62

'งานแต่งสุดเก๋' เจ้าบ่าวช่างตัดผมกับข้าราชการครู ชาวตรัง

วันแต่งงานเจ้าบ่าวได้ลงมือเป็นช่างตัดผมให้กับเพื่อนเจ้าบ่าวบนร้านที่ทำขึ้นมาจากโครงรถบัสโดยทำสีผล 7 สี ซึ่งมาจากชื่อเล่นของเจ้าบ่าวที่ชื่อว่ารุ้ง และเดินทางไปบ้านเจ้าสาวกับเงินสินสอด 4แสนบาท เนื่องจากเจ้าสาวชอบสีเขียวก็ได้ตั้งใจจะเอาเงินไปแลกที่ธนาคารให้เป็นแบงค์สีเขียวทั้งหมด โชคไม่ดีได้ไม่ครบ ได้มาแสนเดียว อีก 3แสนแลกด้วยแบงค์ 50 และแบงค์ 100  

 2,343
ข่าวภูมิภาค
26 ต.ค. 62

ต้นไม้อายุ 100 ปี ล้มทับคนออกกำลังกาย กลางสวนสาธารณะ เจ็บ 4 ราย

ตรัง - ศูนย์นเรนทรตรัง ได้รับแจ้งว่า มีต้นไม้ใหญ่ล้มทับคนภายในสวนสาธารณะอนุสาวรีย์พระยารัษฎานุประดิษฐ์ เขตเทศบาลนครตรัง จึงรุดไปยังที่เกิดเหตุ พบเจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์ฉุกเฉิน 1669 และมูลนิธิกุศลสถานตรัง เร่งนำผู้บาดเจ็บ 4 คน ออกมา พร้อมกับปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำส่ง รพ.ตรัง อย่างเร่งด่วน ท่ามกลางความตกตะลึงของผู้ที่มาออกกำลังกายและมาเดินเล่น   ทั้งนี้ จากการเข้าตรวจสอบในพื้นที่ พบว่าต้นไม้ใหญ่ดังกล่าว เป็นต้นบากยักษ์ อายุประมาณ 100 ปี และมีเส้นรอบวงประมาณ 2 คนโอบ ล้มลงในสภาพทับขวางถนนภายในสวนสาธารณะแบบถอนรากถอนโคน และยังล้มทับรถบรรทุก 6 ล้อ ในสภาพบริเวณส่วนหน้าด้านบนพังยับ และกระจกด้านหน้าแตก ส่วนผู้บาดเจ็บล้วนเป็นผู้มาวิ่งออกกำลังกายในช่วงดังกล่าว เบื้องต้นอาการสาหัส 3 คน   นายสุวิทย์ คีรีกิ้น ชาวบ้านในเขตเทศบาลนครตรัง ซึ่งมาออกกำลังกายภายในสวนสาธารณะอนุสาวรีย์พระยารัษฎานุประดิษฐ์ เป็นประจำ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนเองได้เตะตะกร้อ และอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 100 เมตร จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงดังสนั่นมาก เมื่อรีบวิ่งมาดูก็พบว่า มีต้นไม้ล้มทับ และมีผู้บาดเจ็บหลายคน ส่วนสาเหตุคงเพราะฝนตกหนักทำให้ดินชุ่ม ขณะที่ต้นไม้ก็ใหญ่มาก จึงล้มลงแบบถอนรากถอนโคนดังกล่าว   ต่อมาเวลา 21.30 น. นายอภิชิต วิโนทัย นายกเทศมนตรีนครตรัง พร้อมด้วยผู้บริหาร และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้เดินทางมาตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ พร้อมสั่งให้เจ้าหน้าที่เทศบาลเร่งตัดต้นไม้ยักษ์ที่ล้มกีดขวาง เพื่อปรับพื้นที่สวนสาธารณะอนุสาวรีย์พระยารัษฎานุประดิษฐ์ ให้สภาพเดิมอย่างเร่งด่วน เนื่องจากในวันนี้ (26 ต.ค.) สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตรัง จะใช้สวนสาธารณะแห่งนี้จัดงานปั่นจักรยาน Tour de Andaman 2019 และจะมีนักกีฬาเดินทางมาร่วมเป็นจำนวนมาก   โดย นายกเทศมนตรีนครตรัง กล่าวว่า ปกติเหตุการณ์ต้นไม้ใหญ่ล้มลงแบบนี้เกิดขึ้นไม่บ่อย และถือเป็นครั้งแรกของปี 2562 ที่ผ่านมาได้ให้เจ้าหน้าที่ที่อยู่ประจำภายในสวนสาธารณะแห่งนี้คอยดูแลตัดแต่งต้นไม้ใหญ่อยู่ตลอด ซึ่งต้นกะบากยักษ์ต้นนี้ก็ได้รับการตกแต่งมาโดยตลอด และไม่มีทีท่าที่จะล้มลงมาเลย ถือเป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆ ประกอบกับต้นกะบากนั้นจะไม่มีรากแก้ว เมื่อดินชุ่มน้ำมากๆ เพราะฝนตกต่อเนื่องหลายวัน จึงล้มลงมาได้โดยง่าย อย่างไรก็ตาม ภายในสวนสาธารณะประมาณ 4-5 แห่งของเทศบาลนครตรัง ยอมรับว่ามีต้นไม้ใหญ่อยู่ค่อนข้างเยอะ จนถือได้ว่าเป็นจังหวัดที่มีต้นไม้ในชุมชนเมืองมากกว่าจังหวัดใดๆ เพื่อต้องการให้บ้านเมืองเกิดความร่มรื่น   นายกเทศมนตรีนครตรัง กล่าวอีกว่า สำหรับผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ในครั้งนี้มีจำนวน 4 ราย ได้แก่ นางสาวอรอุมา ศรีรัตนพงษ์ นางสาววิไลพร ชุมดวง นางอภิชชา ผกาวัลย์ และหญิงสาวอีกคนยังไม่ทราบชื่อ โดย 1 รายมีบาดแผลถลอกเล็กน้อย สามารถกลับบ้านไปได้ ส่วนอีก 3 คน ยังรอผลการเอ็กซเรย์อยู่ที่ รพ.ตรัง ซึ่งคาดว่าคงไม่มีอะไรรุนแรง นอกจากฟกช้ำตามจุดต่างๆ ซึ่งตนได้เดินทางไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บและฝากให้แพทย์ช่วยดูแลเป็นพิเศษแล้ว พร้อมทั้งดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาด้านรักษาพยาบาลหรืออื่นๆ ตามระเบียบของทางราชการอย่างเต็มที่ รวมทั้งทรัพย์สินอื่นๆ ของประชาชนที่ได้รับความเสียหายหายจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ด้วย   ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเกิดเหตุต้นกะบากยักษ์ล้มลงมา เป็นช่วงใกล้ค่ำ ซึ่งปกติจะมีผู้คนมาออกกำลังกายกันเป็นจำนวนมาก และยังตรงกับช่วงที่มีพนักงานของทีมงานเอเจนซี่มาจัดเตรียมสถานที่งานปั่นจักรยาน Tour de Andaman 2019 ในวันนี้ (26 ต.ค.) ด้วย แต่โชคดีที่ต้นไม้ยักษ์ได้ล้มลงมาบนรถบรรทุก 6 ล้อ ของทีมงานเอเจนซี่ พอดิบพอดี ทำให้ความรุนแรงในการกระแทกลดลง และช่วงโคนต้นไม้ที่ล้มก็อยู่สูงกว่าระดับถนนประมาณ 1 เมตร ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บไม่รุนแรงและไม่กี่คน จนมีการกล่าวขานว่า เป็นเพราะบุญญาบารมีของ พระยารัษฎานุประดิษฐ์ อดีตเจ้าเมืองตรัง และบิดาแห่งยางพาราไทย เนื่องจากจุดเกิดเหตุอยู่หน้าอนุสาวรีย์ของท่าน   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/kvWLYzjNJLU

 1,916
สังคม
26 ต.ค. 62

ต้นไม้อายุ 100 ปี ล้มทับคนออกกำลังกาย กลางสวนสาธารณะ เจ็บ 4 ราย

ตรัง - ศูนย์นเรนทรตรัง ได้รับแจ้งว่า มีต้นไม้ใหญ่ล้มทับคนภายในสวนสาธารณะอนุสาวรีย์พระยารัษฎานุประดิษฐ์ เขตเทศบาลนครตรัง จึงรุดไปยังที่เกิดเหตุ พบเจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์ฉุกเฉิน 1669 และมูลนิธิกุศลสถานตรัง เร่งนำผู้บาดเจ็บ 4 คน ออกมา พร้อมกับปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำส่ง รพ.ตรัง อย่างเร่งด่วน ท่ามกลางความตกตะลึงของผู้ที่มาออกกำลังกายและมาเดินเล่น   ทั้งนี้ จากการเข้าตรวจสอบในพื้นที่ พบว่าต้นไม้ใหญ่ดังกล่าว เป็นต้นบากยักษ์ อายุประมาณ 100 ปี และมีเส้นรอบวงประมาณ 2 คนโอบ ล้มลงในสภาพทับขวางถนนภายในสวนสาธารณะแบบถอนรากถอนโคน และยังล้มทับรถบรรทุก 6 ล้อ ในสภาพบริเวณส่วนหน้าด้านบนพังยับ และกระจกด้านหน้าแตก ส่วนผู้บาดเจ็บล้วนเป็นผู้มาวิ่งออกกำลังกายในช่วงดังกล่าว เบื้องต้นอาการสาหัส 3 คน   นายสุวิทย์ คีรีกิ้น ชาวบ้านในเขตเทศบาลนครตรัง ซึ่งมาออกกำลังกายภายในสวนสาธารณะอนุสาวรีย์พระยารัษฎานุประดิษฐ์ เป็นประจำ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนเองได้เตะตะกร้อ และอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 100 เมตร จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงดังสนั่นมาก เมื่อรีบวิ่งมาดูก็พบว่า มีต้นไม้ล้มทับ และมีผู้บาดเจ็บหลายคน ส่วนสาเหตุคงเพราะฝนตกหนักทำให้ดินชุ่ม ขณะที่ต้นไม้ก็ใหญ่มาก จึงล้มลงแบบถอนรากถอนโคนดังกล่าว   ต่อมาเวลา 21.30 น. นายอภิชิต วิโนทัย นายกเทศมนตรีนครตรัง พร้อมด้วยผู้บริหาร และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้เดินทางมาตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ พร้อมสั่งให้เจ้าหน้าที่เทศบาลเร่งตัดต้นไม้ยักษ์ที่ล้มกีดขวาง เพื่อปรับพื้นที่สวนสาธารณะอนุสาวรีย์พระยารัษฎานุประดิษฐ์ ให้สภาพเดิมอย่างเร่งด่วน เนื่องจากในวันนี้ (26 ต.ค.) สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตรัง จะใช้สวนสาธารณะแห่งนี้จัดงานปั่นจักรยาน Tour de Andaman 2019 และจะมีนักกีฬาเดินทางมาร่วมเป็นจำนวนมาก   โดย นายกเทศมนตรีนครตรัง กล่าวว่า ปกติเหตุการณ์ต้นไม้ใหญ่ล้มลงแบบนี้เกิดขึ้นไม่บ่อย และถือเป็นครั้งแรกของปี 2562 ที่ผ่านมาได้ให้เจ้าหน้าที่ที่อยู่ประจำภายในสวนสาธารณะแห่งนี้คอยดูแลตัดแต่งต้นไม้ใหญ่อยู่ตลอด ซึ่งต้นกะบากยักษ์ต้นนี้ก็ได้รับการตกแต่งมาโดยตลอด และไม่มีทีท่าที่จะล้มลงมาเลย ถือเป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆ ประกอบกับต้นกะบากนั้นจะไม่มีรากแก้ว เมื่อดินชุ่มน้ำมากๆ เพราะฝนตกต่อเนื่องหลายวัน จึงล้มลงมาได้โดยง่าย อย่างไรก็ตาม ภายในสวนสาธารณะประมาณ 4-5 แห่งของเทศบาลนครตรัง ยอมรับว่ามีต้นไม้ใหญ่อยู่ค่อนข้างเยอะ จนถือได้ว่าเป็นจังหวัดที่มีต้นไม้ในชุมชนเมืองมากกว่าจังหวัดใดๆ เพื่อต้องการให้บ้านเมืองเกิดความร่มรื่น   นายกเทศมนตรีนครตรัง กล่าวอีกว่า สำหรับผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ในครั้งนี้มีจำนวน 4 ราย ได้แก่ นางสาวอรอุมา ศรีรัตนพงษ์ นางสาววิไลพร ชุมดวง นางอภิชชา ผกาวัลย์ และหญิงสาวอีกคนยังไม่ทราบชื่อ โดย 1 รายมีบาดแผลถลอกเล็กน้อย สามารถกลับบ้านไปได้ ส่วนอีก 3 คน ยังรอผลการเอ็กซเรย์อยู่ที่ รพ.ตรัง ซึ่งคาดว่าคงไม่มีอะไรรุนแรง นอกจากฟกช้ำตามจุดต่างๆ ซึ่งตนได้เดินทางไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บและฝากให้แพทย์ช่วยดูแลเป็นพิเศษแล้ว พร้อมทั้งดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาด้านรักษาพยาบาลหรืออื่นๆ ตามระเบียบของทางราชการอย่างเต็มที่ รวมทั้งทรัพย์สินอื่นๆ ของประชาชนที่ได้รับความเสียหายหายจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ด้วย   ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเกิดเหตุต้นกะบากยักษ์ล้มลงมา เป็นช่วงใกล้ค่ำ ซึ่งปกติจะมีผู้คนมาออกกำลังกายกันเป็นจำนวนมาก และยังตรงกับช่วงที่มีพนักงานของทีมงานเอเจนซี่มาจัดเตรียมสถานที่งานปั่นจักรยาน Tour de Andaman 2019 ในวันนี้ (26 ต.ค.) ด้วย แต่โชคดีที่ต้นไม้ยักษ์ได้ล้มลงมาบนรถบรรทุก 6 ล้อ ของทีมงานเอเจนซี่ พอดิบพอดี ทำให้ความรุนแรงในการกระแทกลดลง และช่วงโคนต้นไม้ที่ล้มก็อยู่สูงกว่าระดับถนนประมาณ 1 เมตร ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บไม่รุนแรงและไม่กี่คน จนมีการกล่าวขานว่า เป็นเพราะบุญญาบารมีของ พระยารัษฎานุประดิษฐ์ อดีตเจ้าเมืองตรัง และบิดาแห่งยางพาราไทย เนื่องจากจุดเกิดเหตุอยู่หน้าอนุสาวรีย์ของท่าน   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/kvWLYzjNJLU

 1,916
ข่าวภูมิภาค
25 ต.ค. 62

สามีใหม่ทวงค่าเลี้ยงดูลูกติด บุกแทงสามีเก่า คนในบ้านโดนลูกหลงรวมเจ็บ 4

ตรัง-เกิดเหตุมีคนบุกเข้าไปทำร้ายคนภายในร้านค้าของชำแห่งหนึ่งใน อ.ปะเหลียน จ.ตรัง มีผู้บาดเจ็บ 4 ราย   โดยนายจักรพงษ์ ผู้บาดเจ็บ เล่าว่า ตนมีภรรยาและลูกมาก่อนแล้ว กระทั่งหย่าร้างไป 5 ปี และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายและค่าเลี้ยงดูอยู่ตลอด ก่อนจะมามีภรรยาใหม่คือ น.ส.ทัศวรรณ ต่อมาทราบว่าอดีตภรรยาที่หย่าร้างกันไป ได้ไปคบหาเป็นกิ๊กกับนายเดชา ซึ่งเป็นคนที่มีภรรยาอยู่แล้ว   ก่อนเกิดเหตุตนและภรรยายืนล้างขวดนมอยู่บริเวณหลังบ้าน ระหว่างนั้นนายชาญวิทย์ ซึ่งเป็นหลาน เดินเข้ามาบอกตนว่ามีคนมาหา ตนจึงเดินออกไปพบและพูดคุย โดยนายเดชามาขอเงินค่าเลี้ยงดูลูกของอดีตภรรยา แต่ตนปฎิเสธ ก่อนจะบอกว่าหากมีปัญญาก็ไปแจ้งความเอา และเดินหนี ก่อนที่คนร้ายจะเข้ามาตบหน้า และชักอาวุธมีดที่พกติดตัวมาจะแทงตนเอง แต่นายชาญวิทย์ กระโดดเข้ามาขวาง จนทำให้มีดปักเข้าที่ท้อง   กระทั่งเกิดการยื้อแย่งกัน ตนจึงใช้ด้ามไม้กวาดตีคนร้ายเพื่อป้องกันตัว คนร้ายจึงใช้มีดแทงตนเอง หลาน และภรรยา จนบาดเจ็บ และไล่ทุบไปจนออกจากร้าน ซึ่งตนยอมรับว่าตนและคนร้ายเป็นเพื่อนกันสมัยเรียน ก่อนหน้านี้มีเรื่องระหองระแหงกันมาสักระยะแล้ว เนื่องจากคนร้ายมักจะมารังควาน และมักจะมาใส่ร้ายให้ตนเสียหาย ให้รับผิดชอบเรื่องต่างๆ ของอดีตภรรยาและลูก โดยที่ตนไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวอะไรในชีวิตคู่ของเขาทั้ง2 และรับผิดชอบในส่วนของลูกๆไม่เคยห่าง กระทั่งมาเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น   อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เกิดเหตุคนร้ายได้ขับรถหลบหนีออกไป พร้อมกับขับรถแห่ทำงานตามปกติ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนจะถูกตำรวจรวบตัวได้อย่างทันควัน ก่อนจะนำตัวไปยัง สภ.ปะเหลียน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vfGYHYbbDBU

 2,022
อาชญากรรม
25 ต.ค. 62

สามีใหม่ทวงค่าเลี้ยงดูลูกติด บุกแทงสามีเก่า คนในบ้านโดนลูกหลงรวมเจ็บ 4

ตรัง-เกิดเหตุมีคนบุกเข้าไปทำร้ายคนภายในร้านค้าของชำแห่งหนึ่งใน อ.ปะเหลียน จ.ตรัง มีผู้บาดเจ็บ 4 ราย   โดยนายจักรพงษ์ ผู้บาดเจ็บ เล่าว่า ตนมีภรรยาและลูกมาก่อนแล้ว กระทั่งหย่าร้างไป 5 ปี และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายและค่าเลี้ยงดูอยู่ตลอด ก่อนจะมามีภรรยาใหม่คือ น.ส.ทัศวรรณ ต่อมาทราบว่าอดีตภรรยาที่หย่าร้างกันไป ได้ไปคบหาเป็นกิ๊กกับนายเดชา ซึ่งเป็นคนที่มีภรรยาอยู่แล้ว   ก่อนเกิดเหตุตนและภรรยายืนล้างขวดนมอยู่บริเวณหลังบ้าน ระหว่างนั้นนายชาญวิทย์ ซึ่งเป็นหลาน เดินเข้ามาบอกตนว่ามีคนมาหา ตนจึงเดินออกไปพบและพูดคุย โดยนายเดชามาขอเงินค่าเลี้ยงดูลูกของอดีตภรรยา แต่ตนปฎิเสธ ก่อนจะบอกว่าหากมีปัญญาก็ไปแจ้งความเอา และเดินหนี ก่อนที่คนร้ายจะเข้ามาตบหน้า และชักอาวุธมีดที่พกติดตัวมาจะแทงตนเอง แต่นายชาญวิทย์ กระโดดเข้ามาขวาง จนทำให้มีดปักเข้าที่ท้อง   กระทั่งเกิดการยื้อแย่งกัน ตนจึงใช้ด้ามไม้กวาดตีคนร้ายเพื่อป้องกันตัว คนร้ายจึงใช้มีดแทงตนเอง หลาน และภรรยา จนบาดเจ็บ และไล่ทุบไปจนออกจากร้าน ซึ่งตนยอมรับว่าตนและคนร้ายเป็นเพื่อนกันสมัยเรียน ก่อนหน้านี้มีเรื่องระหองระแหงกันมาสักระยะแล้ว เนื่องจากคนร้ายมักจะมารังควาน และมักจะมาใส่ร้ายให้ตนเสียหาย ให้รับผิดชอบเรื่องต่างๆ ของอดีตภรรยาและลูก โดยที่ตนไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวอะไรในชีวิตคู่ของเขาทั้ง2 และรับผิดชอบในส่วนของลูกๆไม่เคยห่าง กระทั่งมาเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น   อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เกิดเหตุคนร้ายได้ขับรถหลบหนีออกไป พร้อมกับขับรถแห่ทำงานตามปกติ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนจะถูกตำรวจรวบตัวได้อย่างทันควัน ก่อนจะนำตัวไปยัง สภ.ปะเหลียน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vfGYHYbbDBU

 2,022
ข่าวภูมิภาค
22 ต.ค. 62

ให้ออกจากราชการ ด.ต.เมายาคลั่ง กราดยิงบ้าน ส.ส.ตรัง

ตรัง - เกิดเหตุดาบตำรวจคลั่ง กราดยิงใส่บ้าน น.ส.สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ ส.ส.เขต 3 จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ หลังแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับกุม ปรากฎพบว่าปัสสาวะของ ด.ต.เป็นสีม่วง จึงโดนแจ้งข้อหาเสพยาเสพติด มีอาวุธปืนในครอบครอง และยิงปืนในที่สาธารณะ   ด้านนายสมชาย โล่สถาพรพิพิธ อดีต ส.ส.ตรัง พ่อของ น.ส.สุณัฐชา บอกว่า จำได้ว่าก่อนหน้านี้เคยไปว่าความให้ ด.ต.คนนี้โดยไม่คิดเงิน แต่ปรากฎว่าหลังจากนั้นก็ไม่มีปัญหาอะไรกัน ทำไมจึงต้องมายิง จึงตั้งข้อสันนิษฐานว่า ด.ต.คนนี้เมายาเสพติด เพราะก่อนหน้านี้เคยเมายา แล้วมาที่บ้านแล้วครั้งหนึ่ง   หลังเกิดเหตุ  พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งให้ ด.ต.คนดังกล่าว ออกจากราชการแล้ว เพราะมีสารเสพติดในร่างกาย และดำเนินคดีขั้นสูงสุด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/c7XDdBnrt50

 890
สังคม
22 ต.ค. 62

ให้ออกจากราชการ ด.ต.เมายาคลั่ง กราดยิงบ้าน ส.ส.ตรัง

ตรัง - เกิดเหตุดาบตำรวจคลั่ง กราดยิงใส่บ้าน น.ส.สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ ส.ส.เขต 3 จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ หลังแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับกุม ปรากฎพบว่าปัสสาวะของ ด.ต.เป็นสีม่วง จึงโดนแจ้งข้อหาเสพยาเสพติด มีอาวุธปืนในครอบครอง และยิงปืนในที่สาธารณะ   ด้านนายสมชาย โล่สถาพรพิพิธ อดีต ส.ส.ตรัง พ่อของ น.ส.สุณัฐชา บอกว่า จำได้ว่าก่อนหน้านี้เคยไปว่าความให้ ด.ต.คนนี้โดยไม่คิดเงิน แต่ปรากฎว่าหลังจากนั้นก็ไม่มีปัญหาอะไรกัน ทำไมจึงต้องมายิง จึงตั้งข้อสันนิษฐานว่า ด.ต.คนนี้เมายาเสพติด เพราะก่อนหน้านี้เคยเมายา แล้วมาที่บ้านแล้วครั้งหนึ่ง   หลังเกิดเหตุ  พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งให้ ด.ต.คนดังกล่าว ออกจากราชการแล้ว เพราะมีสารเสพติดในร่างกาย และดำเนินคดีขั้นสูงสุด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/c7XDdBnrt50

 890
ข่าวภูมิภาค
11 ต.ค. 62

รวบอดีตนักมวยหญิง 'น้องบัว เกียรติประกอบ' ผันตัวค้ายา ผัวแสบหนีทิ้งให้เมียโดนจับคนเดียว

ตรัง-ตำรวจนำกำลังชุดสืบสวน พร้อมด้วยชุดปราบปรามยาเสพติด จับกุมนายชำนิ มีลือ อายุ 36 ปี ชาว อ.ปะเหลียน จ.ตรัง พร้อมด้วย น.ส.นิสานาฎ รอดแสน หรือบัว อายุ 26 ปี   แต่หลังจากเห็นเจ้าหน้าที่ นายชำนิจึงอาศัยจังหวะรีบวิ่งหลบหนีออกไปทางประตูหลังบ้าน และวิ่งเข้าสวนยางพาราไปอย่างไร้ร่องรอย จึงควบคุมตัว น.ส.นิสานาฏไว้ได้พียงคนเดียว ตรวจค้นภายในบ้านพบยาบ้าจำนวน 3,322 เม็ด ยาไอซ์จำนวน 600 กรัม น้ำต้มพืชกระท่อม 1 ขวด จำนวน 1 ลิตร อาวุธปืนยาวขนาด .22 ไม่มีทะเบียน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน 1 นัด อาวุธปืนอัดลม 1 กระบอก อาวุธปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ จำนวน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน 4 นัด จึงนำไว้เป็นของกลาง   จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ทั้ง 2 เป็นสามีภรรยากัน น.ส.นิสานาฎ ให้การรับสารภาพว่า ตนและนายชำนิสามีค้ายาบ้าจริง และตรวจปัสสาวะผลปรากฏว่ามีสีม่วง ส่วนประวัติของ น.ส.นิสานาฎ เดิมเคยเป็นอดีตนักมวยทีมชาติไทย ในชื่อน้องบัว เกียรติประกอบ และยังเข้าอบรมนายร้อยตำรวจ แต่เกิดตั้งท้องกับสามีเก่าเสียก่อน จึงไม่ได้ไปรายงานตัว ก่อนผันตัวมาเป็นนักค้ายา ในขณะนั้นอายุ 20 ปี ก่อนจะถูกจับกุมในข้อหายาเสพติดและรับโทษอยู่จำนวนหลายปี   กระทั่งพ้นโทษออกมา จึงหย่าร้างกับสามีเก่าและมาอยู่กินกับนายชำนิ ยังคงยึดการค้ายาบ้า จนมาถูกจับกุม ขณะเดียวกันนายชำนิเคยถูกจับกุมในคดีอาวุธปืนในพื้นที่ สภ.ปะเหลียน ศาลชั้นต้นตัดสินจำคุก 2 ปี แต่อยู่ระหว่างการประกันตัวข้อยื่นอุทธรณ์   ตำรวจแจ้งข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ข้อหา มียาเสพติดประเภท 5 (พืชกระท่อม) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และในข้อหาร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนจะนำตัวฝากขังต่อไป ส่วนทางด้านนายชำนิทางเจ้าหน้าที่จะขออนุมัติหมายศาลนำตัวมาดำเนินคดีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/hJHnhUOkcfk

 5,617

Top