ค้นหา :

ผลการค้นหา "ขอนแก่น"

ข่าวภูมิภาค
24 พ.ค. 62

ฝนกระหน่ำหลายจังหวัด ตลาดไท-ปั๊มน้ำมันปทุมฯถูกน้ำท่วมเป็นทะเล

เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของประเทศ อาทิ จ.ปทุมธานี จนเกิดน้ำท่วมถนนพหลโยธินยาวหลายกิโลเมตร ส่งผลให้การจราจรติดขัดเป็นอย่างมากในช่วงเย็นหลังเลิกงาน โดยเฉพาะบริเวณตลาดไทและปั๊มน้ำมัน ปตท.ที่อยู่ริมถนนยังถูกน้ำท่วมเข้าไปในปั๊มเต็มพื้นที่จนเหมือนทะเล   ส่วนที่ขอนแก่น เกิดฝนตกหนักน้ำท่วมถนนมิตรภาพในเขตเทศบาลนครขอนแก่น รถจักรยานยนต์จอดริมฟุตบาทล้มระเนระนาดจมน้ำเป็นสิบคัน รถเก๋งน้ำเข้าท่อจอดเสียกลางถนน การจราจรสัญจรด้วยความยากลำบาก เจ้าหน้าที่เร่งให้ความช่วยเหลือ   ขณะที่อุทัยธานี เกิดพายุลมแรงในหลายพื้นที่ แรงลมพัดเอาหลังคาโรงรถของโรงพยาบาลพังทับรถยนต์เสียหาย ส่วนบ้านเรือนประชาชนแรงลมพัดหอบเอาหลังคาปลิวไปทั้งหลัง แต่ไม่มีรายงานผู้ได้รับอันตราย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/adgsnyhsi5w

 2,512
ข่าวภูมิภาค
23 พ.ค. 62

ศาลพิพากษาให้ สธ.เยียวยา 'น้องปาล์ม' เหยื่อถูกรถ รพ.ชนขาพิการ 2.8 ล้าน

ขอนแก่น-ศาลอุทธรณ์ภาค 4 นัดฟังคำพิพากษาความแพ่ง คดี ด.ช.ปราบปราม เจิมขุนทด หรือน้องปาล์ม เป็นฝ่ายโจทก์ ที่พิการเนื่องจากถูกรถของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านใหม่ อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น ขับชนเมื่อปี 2558 เป็นเหตุให้ ด.ช.ปราบปราม ขณะนั้นอายุเพียง 3 ขวบ มีอาการชาตั้งเเต่ราวนมมาถึงช่วงล่าง ไม่มีความรู้สึก และเดินไม่ได้ อีกทั้งเวลาขับถ่ายไม่มีความรู้สึกต้องใส่แพมเพิสและปัสสาวะทางสายยาง   ซึ่งก่อนหน้านี้ศาลแขวงขอนแก่น ได้มีคำพิพากษาให้นายเกต นาถมทอง อายุ 68 ปี อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านของโรงพยาบาลดังกล่าวและเป็นคนขับรถ ต้องโทษจำคุกเป็นเวลา 6 เดือน ปรับเป็นเงิน 3,000 บาท รอลงอาญา 2 ปี   แต่คดีแพ่ง ทางผู้เสียหายมีนายศราวุฒิ เจิมขุนทด พ่อของน้องปาล์ม ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ร่วมกับน้องปาล์มเป็นโจทก์ที่ 1 น้องปาล์มเป็นโจทก์ที่ 2 และนางสาวปวีณา หาทรัพย์ แม่ของน้องปาล์ม เป็นโจทก์ที่ 3 ร่วมกันฟ้องกระทรวงสาธารณสุข เป็นจำเลยที่ 1 สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นจำเลยที่ 2 โดยฝ่ายโจทก์ได้ยื่นฟ้องค่าเสียหาย 3 ส่วน ประกอบด้วย   โจทก์ที่ 1 คือพ่อน้องปาล์มเป็นเงินจำนวน 21,500 บาท โจทก์ที่ 2 คือน้องปาล์ม เป็นเงินจำนวน 8,371,324 บาท และโจทก์ที่ 3 คือแม่น้องปาล์ม เป็นเงินจำนวน 1,944,000 บาท และมีการไกล่เกลี่ยกันมาหลายครั้ง ลดหย่อนมาต่อเนื่อง จนฝ่ายโจทก์ยื่นขอเงินชดใช้เป็นเงินจำนวน 5,000,000 บาท ซึ่งทางจำเลยได้ไกล่เกลี่ยขอจ่ายเป็นเงินจำนวน 900,000 บาท   แต่ฝ่ายโจทก์ปฏิเสธจึงยังไม่สามารถหาข้อสรุปที่ชัดเจนได้ กระทั่งศาลชั้นต้นได้พิจารณาและมีคำพิพากษาความแพ่งให้จำเลยทั้ง 2 ร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์ ที่ 2 เป็นเงินทั้งหมด 2,935,700 บาท และยกฟ้องโจทก์ที่ 1 และ 3 โดยจำเลยทั้ง 2 ได้ขอยื่นอุทธรณ์ต่อศาล   ล่าสุดศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาจำเลยทั้ง 2 คือกระทรวงสาธารณสุข เป็นจำเลยที่ 1 และ สำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นจำเลยที่ 2 ว่าสมควรกำหนดค่าเสียหายสำหรับการสูญเสียความสามารถในการประกอบอาชีพของโจทก์ที่ 2 จำนวนเท่าใด โดยศาลเห็นว่า   ดังได้วินิจฉัยมาแล้วว่า นายเกตเป็นผู้กระทำโดยประมาทยิ่งกว่าโจทก์ที่ 1 และสมควรกำหนดให้จำเลยทั้ง 2 ซึ่งต้องรับผิดชอบในการกระทำของนายเกตดังกล่าวรับผิดชอบชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ที่ 2 แปดในสิบส่วน ฉะนั้นเมื่อโจทก์ที่ 2 เรียกร้องค่าเสียหายส่วนนี้มา 4,302,000 บาท แต่ศาลชั้นต้นกำหนดให้จำเลยทั้ง 2 ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในส่วนที่เป็นค่าสูญเสียความสามารถในการประกอบอาชีพเป็นระยะเวลา 40 ปี ตั้งแต่อายุ 20 ปี ถึง 60 ปี เป็นเงิน 2,000,000 บาท นับว่าเป็นคุณแก่จำเลยทั้งสองอยู่แล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 จะเปลี่ยนแปลงแก้ไข อุทธรณ์ของจำเลยทั้ง 2 ในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น   ดังนั้นเมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า นายเกต นาถมทอง นำเงินค่าเสียหายจำนวน 104,300 บาท มอบให้แก่โจทก์ที่ 2 เพี่อเยียวยาค่าเสียหายแล้ว จำเลยทั้งสองจึงต้องรับผิดค่าเสียหายอันเป็นค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ที่ 2 เป็นเงินทั้งสิ้น 2,834,800 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 28 ก.ค.2558 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระแก่โจทก์ที่ 2   ด้านนายศราวุฒิ พ่อของน้องปาล์มยังบอกอีกว่า ในส่วนหนึ่งก็รู้สึกดีใจที่มีโอกาสได้พูดคุยกับทางนิติกรของฝ่ายจำเลย ที่คาดว่าจะไม่ยื่นฎีกา ส่วนตัวอยากจะขอให้ทางกระทรวงสาธารณสุขได้พิจารณาชดใช้ค่าเสียหายดังกล่าวให้กับครอบครัว ไม่อยากจะให้ยื่นฎีกาเพราะเป็นเวลามานานร่วม 5 ปีแล้ว ครอบครัวของเราเป็นเพียงประชาชนธรรมดาไม่ได้คิดอยากจะสู้กับใครขอใช้ชีวิตเพื่อเลี้ยงดูครอบครัวเลี้ยงดูลูก สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วก็อยากจะให้จบไป   ทางด้าน นางปวีณา หาทรัพย์ แม่ของน้องปาล์ม เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า อาการของน้องปาล์มตอนนี้ดีขึ้น มีการพัฒนาระบบไขสันหลัง เริ่มมีการทรงตัวได้ แต่ยังอ่อนแรงอยู่ ไปไหนมาไหนต้องใช้รถเข็นตลอดเวลา   ขณะนี้เรียนที่ศูนย์พิเศษ นนทบุรี ปากเกร็ด โดยช่วงนี้ไปบ้างไม่ไปบ้างเนื่องจากระยะทางที่ไกล โดยหลังจากเกิดเรื่องขึ้นตนเองก็ได้ลาออกจากงานมาดูแลลูกเพียงอย่างเดียว ตอนนี้ภาวนาให้มีปาฏิหาริย์ว่าน้องปาล์มจะสามารถกลับมาเดินได้ตามปกติอีกครั้ง ซึ่งจะดูอาการประมาณ 6-10 ปี หากนานกว่านี้จะต้องเป็นผู้พิการตลอดชีวิต ซึ่งยังมีความหวังเล็กๆ อยู่บ้าง โดยทางครอบครัวก็ได้ทำการกายภาพให้น้องปาล์มทุกวัน   ขณะที่น้องปาล์ม พูดคุยกับผู้สื่อข่าวว่า ตอนนี้ต้องใช้รถเข็นตลอดเวลา อยากเดินได้ อยากวิ่งได้เหมือนเพื่อน และโตขึ้นมาอยากเป็นหมอรักษาคนไข้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/NuoZ1U5dN14

 1,125
ข่าวภูมิภาค
18 พ.ค. 62

ลุงวัย 60 ถูกบั้งไฟที่ทำเองระเบิดใส่ อาการสาหัส เตือนประชาชนห้ามผลิต เพราะผิดกฎหมาย

คุณลุงวัย 60 ปี ผลิตบั้งไฟในบ้านพัก เกิดระเบิดใส่ตัวเอง อาการสาหัส เจ้าหน้าที่เร่งนำส่งโรงพยาบาล ขณะที่กำนันตำบลพระลับฝากเตือนประชาชนในพื้นที่ ห้ามผลิตบั้งไฟและทำดินปืนเด็ดขาด เพราะจะมีความผิดที่ไม่แตกต่างจากการผลิตวัตถุระเบิด     เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 ร.ต.อ.สมศักดิ์ บุญมานนท์ สว.(สอบสวน) สภ.ย่อยพระลับ รับแจ้งจากศูนย์วิทยุแก่นนครว่ามีเหตุบั้งไฟระเบิดภายในบ้านพัก ที่บ้าน หนองไฮ ม.8 ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น มีผู้บาดเจ็บอาการสาหัส เพลิงลุกไหม้ในบ้านพัก   หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นประสานรถดับเพลิงจากเทศบาลตำลพระลับ และเทศบาลนครขอนแก่น เพื่อดับเพลิงยังที่เกิดเหตุ จากนั้นไปตรวจที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิสมัย ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น นายวินัย ทองทัพ กำนันตำบลพระลับ ทันที   เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบว่าเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ได้ทำการดับเพลิงจนมอดสนิทเรียบร้อยแล้ว จึงเข้าตรวจที่เกิดเหตุในบ้านเลขที่ 125ม.8 บ้านหนองไฮ ซึ่งเป็นบ้านของนายพงษ์ณที เพียอ้ม อายุ 60 ปี พบว่าจุดเกิดเหตุนั้น อยู่ในส่วนของเพิ่งสังกะสีที่ต่อเติมออกจากตัวบ้าน อยู่ติดถนนในหมู่บ้าน และไม่ได้ลุกลามเข้าในบ้าน หรือบ้านข้างเคียงแต่อย่างใด    ในจุดที่เกิดเหตุมีท่อนไม่ไผ่ยาวประมาณท่อนละ 5 เมตร วางกองกันอยู่ประมาณ 50 ท่อน เครื่องไฮโดรลิค ตั้งอยู่ 1 เครื่อง กระสอบบรรจุถ่านขนาดเล็ก ประมาณ 5 กระสอบ กระสอบบรรจุทราย 3 กระสิบ ท่อพีวีซี ที่ตัดเป็นท่อนขนาด 1 เมตร พิงอยู่ข้างผนังประมาณ 5 ท่อน เศษเถ่าถ่าน กระจายเกลื่อนพื้นจนกลายเป็นสีดำ กลิ่นเขม่าดินปืนยังคละคลุ้ง ส่วนคนเจ็บมีเพียง 1 ราย คือนายพงษ์ณที เพียอ้ม ผู้ที่ทำการผลิตบั้งไฟ ถูกไฟไหม้ตามร่างกายกว่า 80% ญาติพี่น้องนำส่งรพ.ขอนแก่น ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะไปถึง     นอกจากนี้ยังมีบั้งไฟที่ผลิตเสร็จแล้วแต่ยังไม่ได้ใส่หาง ขณะเกิดเหตุระเบิด บั้งไฟได้พุ่งขึ้นบนท้องฟ้า ไปตกอยู่กลางทุ่งนาห่างจากบ้านเกดเหตุประมาณ 30 เมตร จำนวน 2 บั้ง   นางสาวพิชิตา อุทัยเรือง อายุ 29 ปี หลานสาวคนเจ็บ เปิดเผยว่า ลุงอาศัย อยู่ที่บ้านเพียงลำพง พบเห็นลุงผลิตบั้งไฟมาหลายปีแล้ว แต่จะผลิตในช่วงบุญเดือน 6 ที่มีการแข่งขันบั้งไฟเท่านั้น เพราะถ้าลุงผลิตบั้งไฟ จะเปิดเครื่องไฮโดรลิค เพื่ออัดดินปืน เสียงจะดังไปทั่ว ซึ่งลุงมักจะผลิตบั้งไฟตระเวนไปแข่งในพื้นที่ต่างๆ ก่อนเกิดเหตุลุงไปดูบั้งไฟที่ผลิตเสร็จแล้วอยู่บ้านเพื่อน เพื่อเตรียมนำไปแข่งขัน แต่ลืมของจึงย้อนกลับบ้าน จากนั้นก็มีเสียงคล้ายคนจุดบั้งไฟดังขึ้น 2 ครั้ง และมีเสียงคล้ายระเบิดดังขึ้นติดต่อกันหลายครั้ง เมื่อสิ้นเสียงจึงวิ่งมาดู พบว่าลุงถูกไฟไหม้ที่บริเวณด้านหลังและท่อนล่างทั้งหมด จึงรีบนำส่งรพ.ทันที   ขณะที่นายวินัย ทองทัพ กำนันตำบลพระลับ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ที่บ้านหลังเกิดเหตุมีการผลิตบั้งไฟจริง เคยตักเตือนแล้ว กระทั่งเกิดเหตุร้ายขึ้น ซึ่งเมื่อมาตรวจที่เกิดเหตุจึงทราบว่า เป็นจุดที่ทำการผลิตบั้งไฟที่ใหญ่ที่สุดในชุมชน เพราะวัสดุ อุปกรณ์ที่เห็นนั้น เชื่อว่าน่าจะมีการเตรียมการผลิตจำนวนมาก ซึ่งเป็นการกระทำที่มีความผิดจึงฝากถึงประชาชนว่า ห้ามผลิตบั้งไฟและทำดินปืนเด็ดขาด เพราะจะมีความผิดที่ไม่แตกต่างจากการผลิตวัตถุระเบิด ใครที่กำลังทำอยู่ก็ให้เลิกเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นจะมีความผิดและถูกจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมาย   ทางด้าน พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิสมัย ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น กล่าวถึงเหตุการณ์ระเบิดที่บ้านหลังดังกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหากับนายพงษ์ณที เพราะต้องมีการสอบสวน ว่า มีใบอนุญาตให้ผลิตหรือไม่ แต่ถ้าไม่มี ก็จะมีความผิดทั้งในเรื่องการการผลิตครอบครองวัตถุระเบิด หรือความผิดตามพระราชบัญญัติ พ.ศ. 2490 วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง        

 2,049
ข่าวภูมิภาค
15 พ.ค. 62

รถตู้แฟนบอลท่าเรือ ชนประสานงานรถพ่วง เสียชีวิต 5 เจ็บสาหัส 3

ขอบคุณภาพ ตระเวนข่าว3   วันที่ 15 พ.ค.62 ร.ต.อ.สุวิวัฒน์ นิติไกรสิทธิ์ รอง สว.สอบสวน สภ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น รับแจ้งเหตุรถชนกันมีผู้เสียชีวิตหลายราย ที่ถนนชุมแพ สีชมพู แยกบ้านโสกก้อง ม.6 ต.วังหินลาด อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมหน่วยกู้ภัยจีแชเกาะ หน่วยกู้ชีพ อบต.หนองไผ่ และหน่วยกู้ชีพ อบต.วังหินลาด   ที่เกิดเหตุ บริเวณกลางถนนพบรถตู้ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว สภาพด้านหน้าพังยับ ชนอัดติดกับรถพ่วงบรรทุกน้ำ ภายในรถตู้มีผู้เสียชีวิตติดคาซากรถ 3 ราย เจ้าหน้าที่กู้ภัยใช้เครื่องตัดถ่างช่วยนำร่างออกมาด้านนอกรถและพบว่ามีศพกระเด็นอยู่บนถนนอีก 1 รายเบื้องยังไม่ทราบชื่อ ส่วนคนเจ็บหน่วยกู้ภัยช่วยกันลำเลียงส่ง รพ.ชุมแพ 4 รายก่อนหน้า อาการสาหัส และทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา อีก 1 ราย รวมผู้เสียชีวิต 5 ราย บาดเจ็บสาหัส 3 ราย   จากการสอบสวนนายสายันต์ สุวรรณชัยรบ อายุ 41 ปี คนขับรถพ่วง ให้การว่า ตนขับรถบรรทุกน้ำมาจาก จ.เลย เพื่อไปที่ โรงงานน้ำตาลมิตรภูเขียว จ.ชัยภูมิ เมื่อถึงที่เกิดเหตุ เห็นรถตู้ขับวิ่งสวนมาด้านหน้า วิ่งมาเลนส์ขวายาว เนื่องจากด้านซ้ายมีรถที่วิ่งอยู่ด้านหน้ารถตู้เพื่อจะชลอเลี้ยวซ้ายเข้าหมู่บ้าน รถตู้คงไม่อยากชะลอความเร็ว จึงหักวิ่งเลนขวายาว ซึ่งเป็นเลนเดียวกับที่ตนวิ่งมา ทีแรกตนคิดว่ารถตู้จะหักหลบเข้าเลนซ้าย จึงพุ่งชนประสานงานกับรถของตนอย่างจัง   ด้านนายณรงค์ฤทธิ์ วงษ์เหมา อายุ 37 ปี หนึ่งในผู้บาดเจ็บ เปิดเผยว่า ตนพร้อมกับเพื่อนๆ เป็น แฟนบอล สโมสรสิงห์ท่าเรือ เดินทางด้วยรถตู้ออกจาก กทม. เมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. เพื่อไปที่ จ.หนองบัวลำภู ร่วมเชียร์ทีมฟุตบอล ในศึกโตโยต้าคัพ เย็นนี้ ระหว่างทีมสโมสรการท่าเรือกับทีมหนองบัวลำภู ถึงที่เกิดเหตุไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นอยู่ๆ ก็ได้ยินเสียงรถชนโครมดังสนั่น จากนั้นก็ไม่ทราบอะไรอีกเลย   เบื้องต้น ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ควบคุมตัวคนขับรถบรรทุกเพื่อไปทำการสอบสวน ขณะนี้ยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหากับใคร คงต้องรอสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาสาเหตุของอุบัติเหตุที่แท้จริงในครั้งนี้ต่อไป    

 7,240
ข่าวภูมิภาค
13 พ.ค. 62

สูบน้ำ-ขุดบ่อหา 'น้องอั้ม' หนูน้อยวัย 9 ขวบ หลังหายไป 4 ปี เชื่อถูกรถแบ็คโฮขุดดินทับร่าง

ขอนแก่น-เป็นเวลานานกว่า 4 ปีเศษ ที่ครอบครัวของเด็กชายธนวรรชน์ แก้วตา หรือน้องอั้ม อายุ 9 ปี ได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย โดยทางครอบครัวต่างได้ค้นหามานานแต่ก็ไม่พบ   ความคืบหน้าล่าสุด พ.ต.อ.ณัฐวุฒิ พูลเจริญ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเปือยน้อย จังหวัดขอนแก่น ได้เผยว่า ขณะนี้ทางครอบครัวของน้องอั้ม โดยนางปุญยาวีย์ ปะระกัง มารดา ได้เข้าพบตำรวจและทางอำเภอเปือยน้อย เพื่อให้มีการติดตามหาน้องอั้มอีกครั้ง   โดยทางตำรวจได้นำตัวเพื่อนน้องอั้ม ที่อยู่กับน้องอั้มเป็นคนสุดท้ายมาสอบปากคำ โดยให้ทางสหวิชาชีพร่วมสอบ จนทราบว่าน้องอั้มถูกรถแบ็คโฮใช้ดินที่ขุดลอกหนองน้ำทับร่าง บริเวณทิศเหนือของหนองน้ำ ทำให้ทางอำเภอและหมู่บ้าน ได้มีการสูบน้ำตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อเริ่มปฎิบัติการ ค้นหาร่างน้องอั้มอีกครั้ง หลังล้มเลิกการค้นหามานานกว่า 4 ปีเศษ   คาดว่าจะใช้เวลาสูบน้ำอีกประมาณ 1 สัปดาห์ น้ำจึงจะลดลงก่อนที่จะเริ่มการขุดหาร่างอีกครั้ง โดยได้มีการนำธงแดงไปปักจุด ที่คาดว่าเป็นจุดที่น้องอั้มถูกรถแบ็คโฮนำดินฝังร่าง ขณะที่มีการขุดลอกหนองน้ำแห่งนี้   ในส่วนของคดีความคนขับรถแบ็คโฮ ยังคงให้การปฎิเสธขอกล่าวหาของตำรวจ ว่าไม่ได้ขุดดินไปทับร่างน้องอั้ม แม้ว่าทางตำรวจได้แจ้งทำการประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่ชีวิต แต่เนื่องจากยังไม่พบร่างน้องอั้มจึงทำให้ทางครอบครัวได้เริ่มการค้นหาอีกครั้ง ก่อนที่จะได้สรุปในคดีนี้   สำหรับการหายตัวของน้องอั้มนั้น ผู้ปกครองได้เข้าแจ้งความกับทางตำรวจ สภ.เปือยน้อย เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2559 หลังน้องอั้มได้หายไปขณะที่ไปเล่นบริเวณหนองน้ำหน้าปราสาทเปือยน้อย โดยได้ไปเล่นกับเพื่อนๆประมาณ 4 คน เวลาประมาณ 18.00น. จากนั้น ก็ไม่มีใครเห็นน้องอั้มอีก ผู้ปกครองจึงได้เข้าไปร้องเรียนกับมูลนิธิกระจกเงา เพื่อช่วยในการติดตาม จนกระทั่งขณะนี้ยังไม่พบตัว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/tUN1xqDtjus

 3,839
แชร์ออฟเดอะเดย์
03 พ.ค. 62

จวกคลิป ตร.ตั้งด่าน พูดเบ่งใส่ปชช. ผกก.ยันไม่ใช่ สภ.ชุมแพ

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ เกรียงไกร ไทยอ่อน โพสต์คลิปเจ้าหน้าที่ตำรวจ อ้างว่าเป็น ตร.สภ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น ทำการตั้งด่านบนท้องถนน และกำลังมีปากเสียงกับเจ้าของรถยนต์กระบะบรรทุกรถจักรยานยนต์อยู่ท้ายกระบะ และมีการตรวจปัสสาวะ และเป่าแอลกอฮอล์ แต่ไม่พบสิ่งเสพติดหรือมีปริมาณแอลกอฮอล์แต่อย่างใด ซึ่งมีความยาวในคลิปวีดีโอกว่า 8 นาที เมื่อถูกเยแพร่อกไปทำให้ถูกวิจารณ์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้วาจาไม่สุภาพกับประชาชนอย่างมาก   ต่อมาพ.ต.อ.วิรัตน์ ด้วงสำรวย ผกก.สภ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า หลังจากทราบว่ามีการแชร์คลิปดังกล่าวพร้อมระบุว่าเกิดขึ้นในท้องที่ สภ.ชุมแพ ตนเองในฐานะดูแลด้านกฏหมายในพื้นที่ สภ.ชุมแพ ได้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด และทราบว่า ตามวันเวลาที่มีการโพสต์ และแชร์คลิปนั้น เจ้าหน้าที่ ตำรวจ สภ.ชุมแพ ไม่มีการตั้งด่านตรวจแต่อย่างใด   โดยได้ทำการตรวจสอบกับตำรวจสายตรวจ ตำรวจจราจร ทราบว่าในวันเวลาดังกล่าวไม่มีการตั้งด่านตรวจ และเมื่อตรวจสอบการแต่งกายของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานก็ไม่ใช่ตำรวจ สภ.ชุมแพ ตำรวจในคลิปจึงไม่ใช่ตำรวจชุมแพ แต่ทราบแล้วว่าเป็นตำรวจของโรงพักใด ซึ่งไม่ขอก้าวก่าย ขอให้เป็นหน้าที่ขอผู้บังคับบัญชาในแต่ละพื้นที่จะตรวจสอบการทำงานของพื้นที่ตัวเอง   แต่สิ่งที่จะฝากถึงข้าราชการตำรวจไม่ว่าจะเป็น สภ.ชุมแพ หรือสภ.ใดก็ตาม สิ่งที่ต้องมีคือ วาจาสุภาพ อย่าใช้อารมณ์ และอย่ามีทิฐิกับประชาชน และต้องอดทนอดกลั้นหลีกเลี่ยงสิ่งเร้าต่างๆ ที่จะทำให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการเน้นย้ำผู้ใต้บังคับบัญชาทุกครั้งและยังไม่พบปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นในพื้นที่ สภ.ชุมแพแต่อย่างใด   ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้ทำการตรวจสอบคลิปดังกล่าว ทราบว่าเหตุการณ์ในคลิปเกิดขึ้นในท้องที่ สภ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ บริเวณหน้าโรงงานน้ำตาลในพื้นที่สภ.ภูเขียว ซึ่งด่านแห่งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการตั้งด่านในจุดนี้มานานกว่า 10 ปี แล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mY8C_qXEnAs

 7,162
ข่าวภูมิภาค
01 พ.ค. 62

ขอนแก่นอ่วม! พายุฤดูร้อน ถล่ม 12 หมู่บ้าน เสียหายกว่า 300 หลังคาเรือน

พายุฤดูร้อนถล่มบ้านเรือนราษฏรเสียหาย 12 หมู่บ้านของตำบลโนนทัน อ.หนองเรือ เสียหายกว่า 300 หลังคาเรือน ทาง อบต.เร่งสำรวจความเสียหายเพื่อให้ความช่วยเหลือ   (1 พ.ค. 62) ที่จังหวัดราชบุรีเกิดจากพายุฤดูร้อนพัดถล่มใน พื้นที่ ตำบลโนนทัน อ.หนองเรือ จังหวัดขอนแก่น โดยพายุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 19.30 น.ของเมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งจากการสอบถามนายอยุธยา โม้แซง นายก อบต.โนนทัน ที่กำลังเดินสำรวจความเสียหาย บอกว่าขณะเกิดเหตุมีทั้งฝนทั้งลมพัดแรงมาก มีลูกเห็บตกลงมาด้วย แรงลมได้พัดเอาหลังคาบ้านของชาวบ้านปลิวไปต่อหน้าต่อตา รวมถึงหมู่บ้านที่ได้รับความเสียหายในครั้งนี้ประมาณ 12 หมู่บ้านของตำบลโนนทันทั้งหมด บ้านเรือนได้รับความเสียหายรวมแล้วมีจำนวนประมาณกว่า 300 หมู่บ้าน ซึ่งขณะนี้กำลังสำรวจความเสียหายเพื่อรายงานทางอำเภอในการให้ความช่วยเหลือต่อไป   นายก่อ เต้าสีดา อายุ 60 ปี ซึ่งได้รับความเสียหายจากพัดหลังคาบ้านปลิวไปทั้งแถบ บอกว่าขณะเกิดเหตุตนตกใจมาก เมื่อเห็นว่าสังกะสีมุงหลังคา ถูกแรงลมพัดไปแล้ว ตนจึงรีบนำลูกเมียหลบลงไปอยู่ที่ใต้ถุนบ้านเพื่อความปลอดภัย โชคดีที่คนในบ้านไม่มีผู้ใดได้รับอันตราย  

 3,334
สังคม-อาชญากรรม
27 เม.ย. 62

'ไอ้ตั้ม' อ้างเล่นรัสเซียนรูเล็ต น้องเอ๋ย กระสุนลั่นเข้าศีรษะจนเสียชีวิต

วานนี้ (26 เม.ย.) ที่ สภ.เมืองขอนแก่น พล.ต.ต.พรหมณัฏฐเขต ฮามคำไพ ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมกันแถลงข่าวจับกุมคนร้ายร่วมกันฆ่าคนตายกรณีพบศพ น.ส.ปัชญา ปวงสุข หรือน้องเอ๋ย อายุ 22 ปี ที่ถูกคนร้ายนำศพมาโยนทิ้งที่ลำห้วยพระคือ บ้านพระคือ ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น โดยพบศพเมื่อค่ำของวันที่ 24 ที่ผ่านมา    โดย พล.ต.ต.พรหมณัฏฐเขต กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุ จนท.ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนของ ตำรวจภูธรภาค 4 ภูธรจังหวัดขอนแก่น และของ สภ.เมืองขอนแก่น ก็ได้ร่วมกันทำการออกตรวจสอบหาพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุซึ่งเป็นคอนโดแห่งหนึ่งกลางเมืองขอนแก่น จากนั้นก็แกะรอยจากกล้องวงจรปิดและสัญญาณโทรศัพท์ของคนร้าย จนกระทั่งทราบว่าคนร้ายทั้ง 2 ได้หลบหนีไปไหน โดยก่อนเกิดเหตุใหม่ๆ นั้น คนร้ายทั้ง 2 ยังอยู่ในตัวเมืองขอนแก่นอยู่ ยังไม่ได้หลบหนีไปไหน แต่พอมีข่าวว่าพบศพผู้เสียชีวิตแล้ว ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนจึงได้แยกย้ายกันหลบหนีออกจากพื้นที่    โดย จนท.ตำรวจได้ติดตามจับกุมตัวผู้ต้องคนแรกได้คือ น.ส.ธรรมภัสสร พุทธรักษา อายุ 26 ปี โดยจับได้ที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งในจังหวัดสุรินทร์ ส่วนผู้ต้องหาคนที่2 คือนายธงชัย หรือตั้ม กลางเมือง อายุ 30 ปี จับกุมได้ขณะพักอยู่บ้านเพื่อนที่จังหวัดตราด ส่วนของกลางที่ จนท.ตำรวจทำการยึดได้ประกอบด้วย รถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการขนศพ และรถจักรยานยนต์อีกคันซึ่งเป็นรถของผู้ตาย และเสื้อผ้าชุดแต่งกาย รวมทั้งโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหา     ส่วนสาเหตุการฆ่ากันตายครั้งนี้ พ.ต.อ.ภาคภูมิ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ต้องหาทั้งสอง และคนตาย พร้อมด้วยเพื่อนชายอีก 1 คน ประกอบด้วย นายธงชัย กลางเมือง อายุ 30 ปี และน.ส.ธรรมภัสสร พุทธรักษา อายุ 26 ปี ซึ่งเป็นผู้ต้องหา น.ส.ปัชญา ปวงสุข (ผู้ตาย) และนายอธิป พุทธสงกรานต์ พยาน กลับจากไปเที่ยวที่ร้านอาหาร ได้พากันตั้งวงดื่มสุราต่อที่ห้องพักของนายธงชัยฯ ภายในคอนโดแห่งหนึ่งริม ถ.กลางเมือง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น ขณะตั้งวงดื่มสุรากัน นายธงชัย ไม่พอใจผู้ตายที่ผู้ตายเข้าไปพูดคุยและถ่ายภาพกับผู้ชายคนอื่นขณะอยู่ที่ร้านอาหาร ทำให้นายตั้มซึ่งเป็นผู้ต้องหาและคบกันหากันเป็นแฟนกับผู้ตายไม่พอใจ จนเกิดมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง    จากนั้นได้เอาปืนขนาด .38 ออกมาเล่นรัสเซียนรูเล็ตกับผู้ตาย โดยบรรจุกระสุนเข้าในรังเพลิง 2 นัด รอบแรกยิงที่ขมับผู้ตาย แต่ไม่มีกระสุนออกมา รอบที่สองจ่อที่ขมับตัวเองก็ไม่เป็นอะไร รอบที่สามจ่อที่ศรีษะผู้ตายอีกครั้ง กระสุนลั่นเข้าศีรษะจนเสียชีวิตคาที่ต่อหน้าเพื่อนอีก 2 คน จากนั้นจึงตัดสินใจเอาศพไปทิ้งเพราะกลัวความผิด   ซึ่งขณะเกิดเหตุนายอธิป เห็นท่าไม่ดีจึงได้ใช้กลอุบายบอกว่าจะเข้าห้องน้ำแล้วออกไปซื้อของข้างนอก และไม่กลับเข้ามาที่ห้องอีกเลย จึงยังคงเหลือแต่ น.ส.ธรรมภัสสร เท่านั้นที่ยังอยู่ด้วยกันกับผู้ต้องหา นายธงชัย หรือตั้ม จึงขอให้น.ส.ธรรมภัสสร ช่วยนำศพผู้ตายไปทิ้ง โดยให้น.ส.ธรรมภัสสร เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ให้ ส่วนนายธงชัยหรือตั้งได้อุ้มร่างผู้ตายพาดไว้ตักและนั่งซ้อนซ้ายมอเตอร์ไซค์นำศพผู้ตายไปทิ้งลงน้ำที่ลำห้วยพระคือ บ้านพระคือ หมู่ 16 ต.พระลับ อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น โดยจุดที่ทิ้งศพอยู่ห่างจากเชิงสะพานประมาณ 150 เมตร กระทั่งวันต่อมาผู้ต้องหาจึงได้ย้ายกันหลบหนีไปและถูกตำรวจตามจับกุมตัวได้ในที่สุด    ทั้งหมดคือคำให้การของผู้ต้องหา ซึ่งจะให้การอย่างไรก็ได้ ขณะที่พนักงานสอบสวนได้สอบสวนพยาน และมีหลักฐานที่สามารถเอาผิดผู้ต้องหาในข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ร่วมกันซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพเพื่อปิดบังการตายหรือสาเหตุแห่งการตาย ได้อย่างแน่นอน    พ.ต.อ.ภาคภูมิ กล่าวต่อว่า สำหรับ น.ส.ธรรมภัสสร พุทธรักษา หรือนิล อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาอีกคนนั้น ขณะนี้ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ซึ่งก็ต้องว่ากันไปตามพยานหลักฐาน ทุกอย่างไปพิสูจน์ความบริสุทธิ์ที่ศาลเท่านั้น    ทางด้านนางชนัญญา มงคลทรัพย์ แม่ของผู้ตาย ให้สัมภาษณ์ ผสข.หลังจากทราบว่า จนท.ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาได้แล้วว่า รู้สึกดีใจที่จนท.ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาได้ แต่จะไม่ให้อภัยผู้ต้องหาเด็ดขาด เพราะไม่ทราบว่าจิตใจเข้าทำด้วยอะไร ถึงได้เหี้ยมโหดขนาดนี้ เพราะหลังจากที่ลูกสาวหายตัวไปนายตั้มยังแกล้งโทรมาหาแม่เลยว่าน้องเอ๋ยไปไหน พบตัวหรือยัง อยากให้ลงโทษประหารชีวิตตายไปด้วยกัน     ขณะที่ต่อมาเวลา 18.30 น. จนท.ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนของตำรวจภูธร ภาค 4 ก็ได้ควบคุมตัวนายธงชัย หรือตั้ม กลางเมือง อายุ 30 ปี มาถึง สภ.เมืองขอนแก่น โดยรถยนต์ ฮอนด้า HUV ของทางราชการ ซึ่งหลังจากถูกควบคุมตัวลงจากรถ ทาง จนท.ตำรวจก็ได้ใช้เสื้อคลุมหัวของผู้ต้องหาไว้ เพื่อไม่ให้สื่อมวลชนถ่ายภาพหน้าผู้ต้องหา และรีบนำตัวผู้ต้องหาขึ้นไปยัง สภ.เมืองขอนแก่นทันที โดยมีนางบัวฮอง แก้วเนตร แม่ของนายตั้มผู้ต้องหา และคุณตาพร้อมด้วยญาติพี่น้องอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งได้มายืนรอรับนายตั้มก่อนนี้แล้ว พากันวิ่งตามหลังนายตั้มไปติดๆ ด้วย เพื่อจะสอบถามลูกของตน แต่ก็ยังไม่มีโอกาสได้พูดคุยกัน เนื่องจากมีสื่อมวลชนคอยถ่ายภาพทำข่าวอยู่ตลอดเวลา และใช้เวลาไม่นาน จนท.ตำรวจก็ได้นำตัวผู้ต้องส่งเข้าห้องควบคุมนักโทษทันที    จากการสอบถาม พ.ต.ท.สุพรรณ สุขพิไลกุล รอง ผกก.สืบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ที่มารอรับตัวผู้ต้องหา บอกกับนักข่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการสอบสวนผู้ต้องหาใดๆ ทั้งสิ้น เนื่องจากผู้ต้องหาเดินทางมาเหนื่อยๆ อยู่ ต้องรออีกสักพักเพื่อให้ผู้ต้องหาหายเหนื่อยจึงจะนำตัวออกจากห้องคุมข้งมาทำการสอบสวนเพิ่มเติม เพื่อให้ทันส่งตัวฝากขังที่ศาลในวันนี้ (27 เม.ย.) ก่อนเที่ยง เพราะเป็นวันเสาร์ศาลทำงานครึ่งวัน ส่วนการทำแผนนั้น ยังบอกไม่ได้ว่าจะมีการทำแผนหรือไม่ ต้องรอคำสั่งจากทางผู้บังคับบัญชาอีกครั้งหนึ่งก่อน

 5,443
สังคม-อาชญากรรม
26 เม.ย. 62

จับ 'ไอ้ตั้ม' พร้อมกิ๊กสาว ยิงหัว 'น้องเอ๋ย' ทิ้งศพอำพราง เหตุหึงหวง-หลอนกลัวผู้ตายแจ้งตร.เอี่ยวค้ายา

ขอนแก่น-พบศพสาวมีรอยสักรูปการ์ตูน ทราบชื่อต่อมาว่าคือ นางสาวปัชญา ปวงสุข หรือ เอ๋ย อายุ 22 ปี ในคลองห้วยพระ อ.เมืองขอนแก่น ตร.ทราบว่าผู้ก่อเหตุฆ่าและอำพรางศพมี 2 คน ประกอบด้วย นายธงชัย กลางเมือง อายุ 30 ปี แฟนหนุ่มของผู้ตาย ซึ่งลงมือยิงน้องเอ๋ยจนเสียชีวิตภายในห้องพัก และ น.ส.ธรรมภัสสร พุทธรักษา อายุ 26 ปี กิ๊กสาวที่ช่วยนายธงชัย ซ่อนเร้นอำพรางศพไปทิ้งลงคลองห้วยพระ   จากนั้นทั้งสองได้หลบหนีออกนอกพื้นที่ ต่อมา ตร.สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 คนได้แล้ว โดยจับนายตั้ม ที่ลงมือยิงน้องเอ๋ยได้ที่ จ.ตราด ส่วนกิ๊กสาวจับได้ที่ จ.ปราจีนบุรี   โดยคนร้ายได้ยอมรับสารภาพว่า ฆ่าผู้ตายจริงเพราะโกรธแค้นที่ผู้ตายหลอกลวง เป็นความขัดแย้งส่วนตัว คาดว่าเป็นเรื่องเอาทรัพย์สิน และปมหึงหวงที่ฝ่ายหญิงไปถ่ายเซลฟี่กับชายอื่นในร้านอาหาร พร้อมทั้งระแวงว่าฝ่ายหญิงจะแจ้งตำรวจเรื่องที่ตนครอบครองยาเสพติด   ส่วนเพื่อนผู้หญิงเป็นแค่ร่วมมือทิ้งศพเท่านั้น ซึ่งตนไม่ได้หลบหนี แต่ตกใจเหตุที่เกิดขึ้น จึงหลบมาหาเพื่อนใน จ.ตราด ก่อนเพื่อจะทำการมอบตัวภายหลัง และไม่ได้ต้องการจะหนีไปต่างประเทศ แต่มาถูกจับตัวเสียก่อน   ด้านแม่ของนายตั้มกล่าวว่า ลูกชายเคยถูกจับในคดีจี้ชิงทรัพย์คนขับรถแท็กซี่ใน กทม.เมื่อตอนอายุ 19 ปี และติดคุกอยู่นานหลายปี เมื่ออกจากคุกมาก็กลับมาอยู่บ้าน ทำงานรับจ้างไปเรื่อย ต่อมาถูกจับในคดียาเสพติด ติดคุกอยู่หลายปีเช่นกัน เพิ่งพ้นคุกออกมาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ที่ผ่านมา   แต่ออกจากคุกในครั้งนี้ ลูกชายมีนิสัยเปลี่ยนแปลงไป โดยมีอารมณ์เกรี้ยวกราด ฉุนเฉียว โมโหง่าย และมักระบายด้วยการกรีดข้อมือตัวเอง และทำร้ายตัวเองต่างๆนานา ตนเองจึงตัดสินใจบวชให้ลูกชายบวช ซึ่งได้บวชเป็นเวลา 7 วันก็สึกออกมา และไม่อยากอยู่บ้าน ขอเข้าไปหางานทำในเมืองขอนแก่น แต่ไม่มีที่อยู่ จึงได้เช่าคอนโดจุดที่เกิดเหตุให้นายตั้มพักอยู่กับน้องชาย แต่น้องชายอยู่ไม่ได้ เพราะนายตั้มมักจะหงุดหงิดโมโหง่าย น้องชายกลัวถูกทำร้ายจึงขอย้ายไปอยู่ที่อื่นได้ไม่นานนายตั้มก็ฆ่าคนตาย   เมื่อวันที่ 22 เมษายน ที่ผ่านมานายตั้มได้โทรศัพท์มาหา และบอกว่าจะตั้งใจทำงานหาเงินเลี้ยงแม่กับน้องชาย แม่จะได้ไม่ห่วง ในใจยังนึกว่าลูกชายคงกลับมาเป็นปกติแล้ว แต่สิ่งที่นายตั้มทำลงไปนั้น โดยส่วนตัวคิดว่า เกิดจากความเก็บกดในใจ ที่เคยถูกฝึกฝนตอนติดคุกครั้งล่าสุด ทำตัวดี มีความอดทนอดกลั้น ประพฤติดี จนได้เป็นผู้ช่วยดูแลนักโทษกว่า 700 ชีวิต   แต่เมื่อพ้นคุกออกมาสังเกตว่า นายตั้มมักจะใช้อารมณ์ และออกคำสั่งกับคนรอบข้าง จนเกิดการพลั้งฆ่าคนตาย และเมื่อทำผิด ก็รับโทษที่ตัวเองทำ และเชื่อว่านายตั้มเป็นลูกผู้ชาย กล้าทำกล้ารับ และรับผิดชอบสิ่งที่ตัวเองก่อขึ้น เมื่อพ้นโทษก็ออกมาอยู่กับครอบครัว ทุกคนรักและให้อภัยเสมอ และฝากขอโทษไปยังครอบครัวของน้องเอ๋ยด้วย เพราะสิ่งที่ลูกชายทำลงไปนั้นไม่มีใครสามารถให้อภัยได้ และในสิ่งที่เกิดขึ้นก็เข้าใจและยอมรับความจริง ใครทำผิดก็ต้องได้รับโทษ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Ey4xd6xXxWU

 10,760
ข่าวภูมิภาค
25 เม.ย. 62

รู้ตัวแล้ว มือฆ่า ‘น้องเอ๋ย’ ทิ้งศพในลำห้วย เตรียมออกหมายจับ

จากกรณีพบศพหญิงสาวเสียชีวิตอยู่ในน้ำห้วยพระคือ บ้านพระคือ ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น เป็นผู้หญิงอายุประมาณ 25 ปี สวมกางเกงยีนขาสั้น ใส่เสื้อยืดสีน้ำตาลที่หน้าอกมีภาษาอังกฤษเขียนคำว่า OWNED โดยที่แขนทั้งทั้งข้างของผู้ตายจะมีรอยสักด้วยหมึกสี เป็นรูปการ์ตูนหน้าผู้หญิง โดยศพผอยู่ห่างจากฝั่งประมาณ 1 เมตร   ความคืบหน้า วันที่ 25 เม.ย. 62 พ.ต.ท.สุพรรณ สุขพิไลกุล รอง ผกก.สืบสวน สภ.ย่อยพระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ได้ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าของคดีว่า ทางพนักงานสอบสวนได้เรียกญาติของผู้ตาย และพยานที่เห็นเหตุการณ์มาทำการสอบสวนหาสาเหตุการตายจำนวนหลายปากเกือบตลอดทั้งคืน โดยให้พนักงานหลายนายแบ่งหน้าที่ทำการสอบสวน    ซึ่งนางปทุม อายุ 50 ปี ซึ่งเป็นป้าของผู้ตาย ให้การยืนยันว่าผู้ตายกับบุคคลที่ตนได้ไปแจ้งหายไว้ที่ สภ.น้ำพองผู้ตายชื่อว่า น.ส.ปรัชญา อายุ 22 ปี เป็นหลานของตน โดยผู้ตายได้มาพักอาศัยอยู่กับตนที่บ้านเลขที่หลังดังกล่าว ส่วนแม่ของผู้ตายอยู่กรุงเทพฯ และจะเดินทางมาดูศพของลูกสาวในวันนี้   นางปทุม มงคลรัตน์ ให้การกับทางตำรวจอีกว่าด้วยว่าหลังจากที่หลานสาวได้มาเที่ยวกับเพื่อนๆ ที่ขอนแก่น จากนั้นไม่เห็นกลับมาบ้านเป็นเวลาหลายวัน ตนสังหรณ์ใจจึงได้ไปแจ้งความคนหายไว้ที่ สภ.น้ำพอง   ส่วนสภาพศพนั้น จากการตรวจสอบโดยละเอียดเมื่อวานนี้ พ.ต.ท.สุพรรณ สุขพิไลกุล บอกว่าพบรอยกระสุนปืนยิงเข้าที่กลางหัวจากบนลงล่างแต่ไม่พบรอยกระสุนทะลุ คาดว่ากระสุนอาจจะฝังใน    ส่วนแนวทางการสอบสวนนั้น ขณะนี้ทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้ว เป็นชาย 1 คน หญิง 1 คน ซึ่งขณะอยู่ในระหว่างการขอออกหมายจับ คาดว่าจะออกได้ประมาณช่วงช่วงบ่ายของวันนี้ (25 เม.ย.62)    

 34,804
ข่าวภูมิภาค
25 เม.ย. 62

รุมสกรัมชายหื่น ลากสาวท้องเข้าพงหญ้าหวังข่มขืน โชคดีคนช่วยทัน ถูกจับสภาพยังเปลือยท่อนล่าง

ขอนแก่น-ตร.สภ.ชุมแพจับกุมนายครรชิต แสนเวียง อายุ 30 ปี หลังพยายามทำอนาจารนางสาวเอ (นามสมมติ) อายุ 23 ปี ขณะตั้งท้องอยู่ด้วย หลังรับแจ้งจากพลเมืองดีว่า ได้ควบคุมตัวคนร้าย ที่กำลังจะทำอนาจารหญิงสาวไว้ได้ที่จุดเกิดเหตุ ในพงหญ้าข้างถนน   จากการสอบสวนผู้เสียหาย ให้การว่า ทำงานเป็นลูกจ้างร้านขายเนื้อย่างเกาหลี ในเมืองชุมแพ หลังเลิกร้านนายจ้างพาไปเที่ยวที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่ง เมื่อสถานบันเทิงปิดก็แยกย้ายกันกลับบ้าน โดยนายจ้างขับรถเก๋ง ส่วนตัวเองขับขี่รถจักรยานยนต์เดินทางกลับบ้านพักเพียงลำพัง   ผู้เสียหายให้การเพิ่มเติมว่า ขณะขับขี่รถกลับบ้าน ก็มีคนร้าย เป็นชาย2 คนขับขี่รถจักรยานยนต์เข้าประกบข้างขวา และคนซ้อนท้ายกระโดดลงจากรถ และพยายามจะกระโดดขึ้นซ้อนท้ายรถของผู้เสียหาย เป็นเหตุให้รถจักรยายนต์ของผู้เสียหายเสียหลักลมลงข้างทาง จึงตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ ขณะที่คนร้ายพยายามจะทำอนาจาร กระทั่งพลเมืองดีผ่านมาพบ และเข้าช่วยเหลือจนได้รับความปลอดภัย   ด้านผู้ต้องหาให้การว่า ได้ไปเที่ยวสถานบันเทิงดังกล่าวก็พบกับหญิงสาว ที่มาเที่ยวในร้านเดียวกันกับเพื่อนสาวอีก 3 คน มีการชนแก้วและพูดคุยกัน พร้อมแลกเบอร์โทรกันและกัน ประมาณ 1 ชม.จึงชักชวนกันออกมาข้าง และขับขี่รถจักรยานยนต์ของฝ่ายหญิงออกไปนอกร้านด้วยกัน โดยผู้ต้องหาเป็นคนขับ ผู้เสียหายนั่งซ้อนท้าย   แต่ด้วยความเมา รถจักรยานยนต์เสียหลักตกข้างทาง และจังหวะนั้นจึงเกิดอารมณ์ทางเพศ จึงพยายามทำอนาจารผู้เสียหายจริง แต่ไม่สำเร็จเพราะผู้เสียหายตะโกนขอความช่วยเหลือ มีพลเมืองดีมาพบและช่วยเหลือ จึงลงมือไม่สำเร็จ   อย่างไรก็ตามตำรวจจะขอความร่วมมือจากสถานบันเทิง เพื่อขอดูกล้องวงจรปิด นำมาประกบสำนวนการสอบสวน ว่าขณะที่ผู้เสียหายขับขี่รถจักรยานยนต์ออกจากร้านไปคนเดียวนั้น มีใครขับขี่รถจักรยานยนต์ตามไปหรือไม่ ส่วนคำให้การของผู้ต้องหาที่ว่า มากับเพื่อน ก็ต้องตามตัวเพื่อนมาสอบสวน ว่าจริงหรือไม่   นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้ตรวจสอบประวัติของผู้ต้องหารายนี้พบว่า เคยถูกจับในคดีพยายามฆ่า เมื่อปี 2555 ในพื้นที่ อ.เมือง จ.ขอนแก่น พ้นคุกมาได้ 3 ปี ก็มาก่อเหตุดังกล่าวอีก โดยอ้างว่าเมา ทำไปโดยไม่รู้ตัว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/tAzl_yxrdmg

 49,205
ข่าวภูมิภาค
24 เม.ย. 62

สาวท้อง หวิดถูกไอ้หื่นขืนใจข้างทาง พลเมืองดีช่วยทัน จัดไปงามๆ ก่อนส่ง ตร. อ้างเมา จำอะไรไม่ได้!

วันที่ 24 เม.ย. 62 เมื่อเวลา 03.07 น. ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Kittisak Jackey Silapornprasert ได้โพสต์ภาพ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจและพลเมืองดี ช่วยกันจับชายที่ผู้โพสต์เผยว่ากำลังจะข่มขืนผู้หญิงข้างทาง    ความคืบหน้าล่าสุด ร.ต.อ.ขัตติยะ พลดงนอก รอง สว.สอบสวน สภ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น สอบปากคำ น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 23 ปี ผู้เสียหายซุ่งถูกนายครรชิต แสนเวียง อายุ 29 ปี ก่อเหตุพยายามข่มขืนกระทำชำเรา ที่ป่าหญ้าข้างทาง ถนนมลิวรรณ ใกล้กับโรงเรียนบ้านกุดแข้ห้วยบง ต.หนองไผ่    ก่อนที่จะมีพลเมืองดีผ่านไปพบและเข้าช่วยเหลือพร้อมจับกุมผู้ก่อเหตุไว้ได้ ก่อนนำตัวส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในสภาพถูกพลเมืองดีถูกรุมประชาทัณฑ์ สะบักสะบอมทั่วทั้งใบหน้า    น.ส.เอ (นามสมมุติ) ผู้เสียหาย เผยว่า ตนกำลังตั้งครรภ์ได้ประมาณ 2 เดือน หลังเลิกงาน เจ้าของร้านได้พาไปเที่ยวต่อที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่ง ซึ่งตนขี่รถจักรยานยนต์มาคนเดียว หลังจากสถานบันเทิงปิด ทุกคนต่างแยกย้ายกันกลับบ้าน    ขณะตนก็กำลังขี่รถจักรยานยนต์จะกลับบ้าน เนื่องจากดึกแล้วตนจึงค่อยๆ ขับมาตามไหล่ทาง ถึงที่เกิดเหตุ มีชาย 2 คนขับขี่รถจักรยานต์ตามประกบและคนซ้อนท้ายได้กระโดดลงจากรถ มานั่งค่อมที่เบาะท้ายรถของตน ทำให้รถเสียหลักล้มลงข้างทาง ก่อนที่ 1ในคนร้ายจะ ถอนกางเกงออกและพยายามกดตนลงนอนกับพื้นหญ้าเพื่อจะข่มขืน ตนพยายามร้องให้คนช่วย โชคดีมาพลเมืองดีผ่านมา และจอดรถลงมาช่วยเหลือ ก่อนที่จะรุมกระทืบผู้ก่อเหตุและโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาจับกุม ช่วยเหลือ จึงรอดมาได้   ด้านนายปิยพัทธ์ บุญมาน้อย อายุ 33 ปี หนึ่งในพลเมืองดี เปิดเผยว่า ตนได้มาเที่ยวสถานบันเทิงกับเพื่อนๆ ประมาณ 6 คน ระหว่างทางกลับบ้าน พบว่ามีรถจักรยานยนต์ล้มอยู่ข้างไหล่ทาง จึงพากันลงไปช่วย ขณะกำลังลงไปพบว่ามีผู้ชายหนึ่งคน ได้วิ่งหนีอย่างรวดเร็ว และข้างทางพบผู้หญิง นอนร้องขอความช่วยเหลือว่า ถูกคนร้ายกำลังจะข่มขืน และภาพที่ตนเห็นในขณะนั้นคือ คนร้ายถอดกางเกงออกกำลังจะปลุกปล้ำขืนใจ    ด้วยความโมโหจึงได้กระทืบ ก่อนโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาจับกุม ซึ่งทีเเรกตนก็ไม่คิดว่าจะเป็นเหตุการณ์แบบนี้ นึกว่าเป็นเหตุรถล้มลงข้างทางธรรมดา    ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ เบื้องต้นได้พูดคุยกับผู้ต้องหา ยังไม่สามารถให้การได้อ้างเเต่เพียงว่า เมื่อคืนเมาหนักจำอะไรไม่ได้ ไม่รู้ว่าตัวเองก่อเหตุอะไรมา    อย่างไรก็ตามจากพยานหลักฐาน เชื่อได้ว่าผู้ต้องหาเตรียมก่อเหตุจริงและเตรียมแจ้ง 3 ข้อหาหนัก พยายามข่มขืนกระทำชำเรา กระทำอนาจาร และทำร้ายร่างกาย ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานส่งฟ้องศาลให้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป       ภาพจาก Kittisak Jackey Silapornprasert  

 10,717
ข่าวภูมิภาค
24 เม.ย. 62

พ่อเศร้า ลูกสาว 4 ขวบถูกผนังอาคารถล่มทับเสียชีวิต ตรวจสอบ ร.ร.ต่อเติมผิดจากแบบ

ขอนแก่น-กรณีมีพายุฝนลมพัดแรง จนทำให้ผนังอาคารเรียนบนชั้น 3 ของโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง พังถล่มลงมาทับร่างของเด็กนักเรียนหญิงชั้นอนุบาล อายุ 4 ขวบ เสียชีวิตคาที่ 1 ราย บาดเจ็บอีก 4 ราย เมื่อช่วงเย็นวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมานั้น   จากการตรวจสอบในเบื้องต้นนี้ พบว่าตัวอาคารหลังที่เกิดเหตุทางเจ้าของโรงเรียนได้มีการต่อเติมผิดไปจากแบบแปลนเดิม โดยเฉพาะตัวผนังคอนกรีตที่พังลงมาจากชั้น 3 นี้จะมีความยาวทั้งหมด 12.5 เมตร สูงประมาณ 4 เมตร   ได้ทำการดัดแปลงคือแบบแปลนเดิมจะเป็นผนังทึบก่อด้วยอิฐมอญแดง แต่ถูกดัดแปลงเป็นการใช้อิฐมวลเบาแทนและมีช่องใส่กระจกใสด้วย โดยการต่อเติมจะมีความแข็งแรงหรือไม่นั้น จะต้องรอวิศกรผู้เชี่ยวชาญมาทำการประเมินผลก่อน ส่วนในทางคดีจะเรียกตัวผู้เกี่ยวข้องมาสอบสวนทั้งหมด เพื่อหาผู้รับผิดชอบ   ส่วนบรรยากาศงานศพของด.ญ.สุชาดา สุราสา อายุ 4 ขวบ ที่เสียชีวิตเป็นไปอย่างโศกเศร้า ผู้เป็นพ่อกล่าวว่า ขณะขับรถออกจากที่ทำงานไปรับลูกสาวกลับบ้าน เมื่อถึงโรงเรียนปรากฏว่า ฝนตกลมแรงมาก เกรงว่าถ้าขับรถกลับก็จะเกิดอันตราย จึงพาลูกสาวกลับเข้าไปในห้องโถงของอาคารเรียน ขณะกำลังจะพาลูกสาวเดินไปเล่นของเล่น มือขวาถือกระเป๋าเรียนให้ลูก มือซ้ายจูงมือลูกสาว   เดินยังไม่ถึง 3 ก้าว ก็เกิดเหตุการณ์ขึ้น ร่างของตนล้ม พยายามลุกขึ้นหาลูกสาว และตะโกนถามครูที่อยู่ใกล้ว่าลูกสาวอยู่ไหน ก็มีเสียงกรี๊ดดังขึ้น ในใจคิดเลยว่าต้องมีเหตุไม่ดีแน่ กระทั่งมองเห็นร่างของลูกสาวนอนแน่นิ่งอยู่ที่พื้น ตนทำอะไรไม่ถูก   ซึ่งหลังเกิดเหตุ เจ้าของโรงเรียนและผู้บริหาร ครูอาจารย์ เข้ามาช่วยเหลือดูแลเป็นอย่างดี เสมือนการดูแลคนในครอบครัว ซึ่งครอบครัวต่างก็พอใจ ในขณะเดียวกันก็อยากฝากไว้เป็นอุทาหรณ์กับทุกๆ สถานที่ที่มีการก่อสร้าง ให้เจ้าของหรือผู้บริหาร ดูแลเรื่องโครงสร้างและดูการก่อสร้างอย่างใกล้ชิด เพราะคงไม่มีใครอยากให้เกิดเช่นนี้อีก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Y8Olj8KiAk0

 9,403
ข่าวภูมิภาค
02 เม.ย. 62

ขอนแก่นอ่วม! พายุฤดูร้อนถล่ม 5 อำเภอ พัดบ้านเรือนเสียหาย 400 หลัง

พายุฤดูร้อนที่พัดผ่านจังหวัดขอนแก่น ทำให้มี 5 อำเภอ ได้รับความเสียหาย มีบ้านเรือนถูกพายุฤดูร้อนเสียหายกว่า 400 หลังคาเรือน ทางจังหวัดเร่งให้ความช่วยเหลือ   ( 2 เม.ย. 62) นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า หลังจากเมื่อวันที่ 31 ม.ค. 62 ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุวาตภัยในจังหวัดขอนแก่น ทำให้บ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหาย เบื้องต้น ใน 5 อำเภอ 18 ตำบล 65 หมู่บ้าน ประกอบด้วย อำเภอบ้านไผ่ 3 ตำบล 12 หมู่บ้าน ได้แก่ ต.ทับลาน( ม.5,9,10,11,16 ) ต.หินตั้ง (ม.1,2,8,10,11,16) ต.แคนเหนือ (ม.9)   อำเภอแวงน้อย 5 ตำบล 19 หมู่บ้าน ได้แก่ ต.ละหานนา (ม.1,2,9,16) ต.แวงน้อย (ม.2,5) ต.ท่าวัด (ม.1,2 4,5,7) ต.ทางขวาง (ม.1,2,5) ต.ท่านางแนว (ม.1,2,5,6,9)   อำเภอเปือยน้อย 4 ตำบล 20 หมู่บ้านได้แก่ ต.วังม่วง (ม.1,3,4,7) ต.เปือยน้อย (ม.1,2,3,5,6,7) ต.สระแก้ว (ม.2,4,5,7) ต.ขามป้อม (ม.1,2,4,5,9,10)   อำเภอหนองสองห้อง 4 ตำบล 11 หมู่บ้านได้แก่ ต.ดอนดู่ (ม.1,2,4,5,9,10) ต.หนองไผ่ล้อม (ม.2,4,8,9) ต.คึมชาด (ม.6) ต.สำโรง (ม.3) และอำเภอพล 3 ตำบล 3 หมู่บ้านได้แก่ ต.โสกนกเต็น (ม.3) ต.หนองมะเขือ (ม.9) ต.หนองแวงนางเบ้า (ม.8)   ความเสียหายเบื้องต้น เป็นบ้านเรือนและยุ้งข้าวที่ได้รับจากแรงลม และได้ดำเนินการสำรวจเพิ่มเติม พร้อมขอเตือนประชาชนในจังหวัดขอนแก่น ได้เฝ้าระวังพายุฤดูร้อนที่จะเกิดในจังหวัดขอนแก่น หลังกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศเตือนฉบับล่าสุดออกมา ในส่วนของความช่วยเหลือ ทางผู้นำท้องถิ่นได้เร่งสำรวจ ก่อนที่ทางจังหวัดจะเข้าไปช่วยเหลือโดยเร่งด่วน          

 3,499
ข่าวภูมิภาค
01 เม.ย. 62

พายุถล่มขอนแก่น-สกลนคร ลูกเห็บตกใส่ลานพญาเต่างอยเสียหาย

ขอนแก่น-เกิดพายุฤดูร้อนพัดถล่มหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ตำบลบ้านลาน และตำบลหินตั้ง อำเภอบ้านไผ่ เกิดพายุฤดูร้อน ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง พร้อมทั้งมีลูกเห็บตกสร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนประชาชนแล้วจำนวนหลายหลัง   ต้นไม้ป้ายโฆษณาข้างทางหักโค่นกีดขวางการจราจร เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเร่งเคลียร์พื้นที่ผิวจราจรให้รถสามารถสัญจรได้ตามปกติ นอกจากนี้ยังพบว่าไฟฟ้าดับในหลายพื้นที่ของอำเภอบ้านไผ่ ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่จากการไฟฟ้าเร่งแก้ไขให้สามาถกลับมาใช้งานได้ตามปกติโดยเร็วเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน   ส่วนที่สกลนคร เกิดพายุฤดูร้อนและลูกเห็บเกิดขึ้นใน อ.เต่างอย พายุได้พัดกระหน่ำบ้านเรือนประชาชน จนได้รับความเสียหายแผ่นสังกะสีปลิวว่อน ต้นไม้ใหญ่หักโค่น รวมเสียหาย 8 หลังคาเรือน   ขณะเดียวกันบริเวณ ลานพญาเต่างอยแรงลมได้พัดเอาที่บังแดดสำหรับบังแดดให้กับประชาชนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมากราบไหว้รูปปั้นพญาเต่างอยได้รับความเสียหาย ระหว่างเกิดเหตุนักท่องเที่ยวพากันหลบหนีไปหาที่ปลอดภัยอย่างโกลาหล ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/aOdwnF1T_78

 2,621

Top