ค้นหา :

ผลการค้นหา "ขอนแก่น"

ข่าวภูมิภาค
22 ก.ย. 62

ตร.ขอนแก่น ปลอมตัวเป็นคนหาปลา รวบชายขายยาบ้า พ่วงหนีคดีข่มขืนเด็กกว่า 10 ปี

ตำรวจ สภ.เวฬุวัน จ.ขอนแก่น วางแผนปลอมตัวเป็นชาวบ้านออกหาปลา เข้าจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับคดีพรากผู้เยาว์หลบหนีการจับกุมมานานถึง 10 ปี อาศัยนอนตามป่าแวะเวียนหนีลงใต้ สุดท้ายหลังจากกลับเข้าพื้นที่บ้านเกิด ลักลอบขายยาบ้าจนถูกจับ   วันที่ 22 ก.ย. 62 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เวฬุวัน จับกุมตัวนายพรทิพย์ จันทร์ศรี หรือ ‘หลง’ อายุ 35 ปีในข้อหาพรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแล, กระทำชำเราเด็กหญิงอายุยังไม่เกิน 15 ปี ซึ่งมิใช้ภริยาของตน โดยเด็กหญิงนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม โดยใช้อาวุธและหน่วงเหนี่ยว หรือกักขังผู้อื่น    โดยคดีนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2551 ผู้ต้องหาได้ขี่รถจักรยานยนต์ มาล่อลวง ด.ญ. เอ ที่บ้าน ก่อนพาไปที่ห้างสรรพสินค้าโดยออกอุบายว่าจะซื้อโทรศัพท์ให้ เมื่อ ด.ญ.เอ หลงเชื่อได้ถูกผู้ต้องหาพามาที่ฟาร์มแห่งหนึ่งในพื้นที่บ้านคำบอน ต.โนนท่อน อ.เมือง จ.ขอนแก่น แล้วลงมือข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ 1 ครั้ง ก่อนพาขี่รถ   จักรยานยนต์ไปข้างอู่ซ่อมรถในซอยใกล้โรงพยาบาลเวชประสิทธิ์  แล้วข่มขืนกระทำชำเราจนสำเร็จความใคร่อีก 1 ครั้ง แล้วจึงจะพา ด.ญ.เอ มาส่งที่บ้าน กระทั่งพ่อแม่ ด.ญ.เอ ทราบเรื่องจึงเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.พระยืน กระทั่งมีการออกหมายจับนายพรทิพย์ในเวลาต่อมา และผู้ต้องหารายนี้ได้หลบหนีการจับกุมมานานถึง 10 ปี   พ.ต.อ.ประทีป ปัญโญวัฒน์ ผกก.สภ.เวฬุวัน เปิดเผยการจับกุมผู้ต้องหารายนี้ว่า เมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งจากสายลับว่า มีชาวบ้านในพื้นที่บ้านคำบอน ต.โนนท่อน อ.เมือง จ.ขอนแก่น มีพฤติกรรมยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด จำหน่ายยาบ้าให้วัยรุ่นในพื้นที่ หลังรับแจ้งจึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ลงพื้นที่สืบสวนหาเบาะแส กระทั่งทราบชื่อว่า นายพรทิพย์ หรือ หลง จันทร์ศรี อายุ 35 ปี พร้อมทั้งพบประวัติว่าเป็นผู้ต้องหาหนีหมายจับคดีพรากผู้เยาว์ในพื้นที่ สภ.พระยืนเมื่อปี 51 จึงได้กำชับให้ทางตำรวจเร่งติดตามจับกุมผู้ต้องหารายนี้    กระทั่งได้รับแจ้งจากสายลับอีกครั้งว่านายหลง จะไปตกปลาที่สระน้ำในหมู่บ้าน พร้อมทั้งทำการซื้อขายยาบ้ากัน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เวฬุวัน จึงได้วางแผนปลอมตัวเป็นชาวบ้านไปหาปลา ซุ่มอยู่ในจุดที่รับแจ้งจากสายลับ    ต่อมาพบนายหลงขี่รถจักรยานยนต์มาจอดที่ริมสระ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปลอมตัวได้แสดงตัวขอเข้าตรวจค้น โดยพบยาบ้าจำนวน 40 เม็ดอยู่ในกระเป๋ากางเกง พร้อมโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง จึงได้ขอตรวจปัสสาวะพบเป็นฉี่ม่วง    นายหลงให้การรับสารภาพว่าเป็นยาบ้าของตัวเองและเสพยาเสพติด ทางตำรวจจึงควบคุมตัวมาสอบสวนที่ สภ.เวฬุวัน ก่อนส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีในข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนกฎหมาย ขับขี่รถขณะมีสารเสพติด (เมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนกฎหมาย    จากการสอบสวนนายหลงให้การรับสารภาพว่า ลักลอบขายยาบ้าให้วัยรุ่นในพื้นที่มาหลายครั้ง โดยรับยาบ้ามาจากพ่อค้าในพื้นที่ อ.กระนวน จ.ขอนแก่น นำมาขายให้กับวัยรุ่นในพื้นที่ราคาเม็ดละ 100 บาท ก่อนจะมาถูกจับกุมดังกล่าว ส่วนของหมายจับข้อหาพรากผู้เยาว์เมื่อปี 51 นั้น นายหลงให้การรับสารภาพว่าเป็นบุคคลตามหมายจับ   หลังสอบสวนผู้ต้องหาจึงได้ควบคุมตัวนางหลง พร้อมของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เวฬุวัน ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมทั้งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระยืน ได้ทำเรื่องขออายัดตัวผู้ต้องหาไปดำเนินคดีตามหมายจับข้อหาพรากผู้เยาว์ด้วย  

 3,616
ข่าวภูมิภาค
17 ก.ย. 62

ชาวขอนแก่นเคราะห์ซ้ำ เจอบิลค่าน้ำประปาพุ่ง 6 พันบาท เหตุท่อแตกช่วงน้ำท่วม

ขอนแก่น-ชาวบ้านอ.บ้านไผ่ ที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมหลายสัปดาห์ นอกจากบ้านเรือนได้รับความเสียหายแล้ว ยังต้องเผชิญกับค่าน้ำประปาที่แต่ละบ้านต้องจ่ายค่าน้ำแพงขึ้น   พบบางบ้านเจอบิลค่าน้ำประปามา จำนวน 6,484 บาท จากปกติจ่ายแค่ 500 บาท ซึ่งเป็นค่าน้ำที่มีราคาสูงสุดในชีวิต เปรียบเหมือนว่าบ้านพักเป็นโรงงาน โดยพบสาเหตุว่าเกิดท่อประปาภายในบ้านแตกขณะเกิดน้ำท่วม จึงอยากขอความช่วยเหลือจากการประปาได้เข้าใจความเดือดร้อนของประชาชนด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/odjiu5JXdAU  

 1,471
ข่าวภูมิภาค
16 ก.ย. 62

ชายขอนแก่นวอนมือปราบผีช่วย เชื่อถูกผีคุกคามเกือบ 10 ปี ของย้ายเอง-จม.แปะทั่วบ้าน

ขอนแก่น-นายเชิดศักดิ์ จันทศรี อายุ 49 ปี หรือนายโก้ อาชีพสอนขับรถ ซึ่งอาศัยอยู่ที่บ้านเช่ากับภรรยา อายุ 32 ปี ซึ่งทำงานเป็นลูกจ้างในคลินิกแห่งหนึ่งในอำเภอพล ได้เอาจดหมายที่มีข้อความเขียนใส่กระดาษมีทั้งแผ่นเล็กแผ่นใหญ่ นับร้อยแผ่นมาให้ผู้สื่อข่าวดู ซึ่งจากการสังเกตพบว่า ลายมือในจดหมายนั้นเป็นลายมือของคน คนเดียวกัน เป็นข้อความในเชิงต่อว่านายโก้มีทั้งในลักษณะของการหึงหวงและต่อว่าต่อขานในเชิงเจ้าชู้ และต่อว่าภรรยาของนายโก้   โดยนายโก้ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับจดหมายหลายร้อยฉบับที่เห็นในบ้าน ไม่รู้ว่าเป็นฝีมือใคร แต่เป็นเรื่องที่บั่นทอนจิตใจตนเองและแฟนมาก เพราะเกิดขึ้นมาร่วม 10 ปีตั้งแต่ปลายปี 52 ยังหาคนทำไม่ได้ จึงคิดว่า น่าจะเกิดสิ่งผิดปกติกับครอบครัวตัวเอง จากสิ่งลี้ลับที่มองไม่เห็น ซึ่งตามวนเวียนตนเองอยู่ทุกที่ โดยก่อนหน้านี้อาศัยอยู่ใน กทม.ก็เริ่มมีจดหมายและสิ่งผิดปกติที่ลี้ลับต่างๆ เกิดขึ้น จนย้ายมาอยู่บ้านเช่าหลังนี้ สิ่งดังกล่าวก็ยังตามมารังควานไม่หยุดจนถึงทุกวันนี้   ซึ่งบ้านที่เช่าที่อยู่มี 3 ห้องคือ ห้องนอน ห้องเก็บของและห้องน้ำ ในทุกๆ วันแฟนก็จะออกจากบ้านไปทำงาน กลับบ้านในตอนเย็น ตนก็จะออกไปสอนขับรถ ซึ่งจะล็อกประตูหน้าต่างเรียบร้อย แต่เมื่อกลับเข้าบ้านมา จะเห็นจดหมายแปะไว้ตามที่ต่างๆ ภายในบ้าน วางบนโต๊ะบ้าง แปะไว้ที่กระเป๋าบ้าง หรือเขียนข้อความบนปฏิทินตั้งโต๊ะบ้าง บางวันเสื้อผ้าที่แขวนไว้ในห้องเก็บของก็มากองไว้ที่ประตูทางออก บางวันก็พบเสื้อผ้าพับอย่างดีวางไว้ในบ้าน   นอกจากนี้ขณะที่แฟนเดินเข้าห้องน้ำก็ถูกถีบ สงสารแฟนที่ถูกคุกคาม ตัวเองก็ไม่มีความสุข มันเป็นเรื่องบั่นทอนจิตใจ เพราะเมื่อออกจากบ้านไป และจะกลับเข้าบ้านก็ต้องเตรียมใจไว้ว่าจะเจอกับเรื่องแปลกประหลาดอะไรอีก จนคิดจะฆ่าตัวตายกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะถูกสิ่งลี้ลับก่อกวนจนชีวิตไม่มีความสุข   พยายามจะจับให้ได้ว่าใครทำ หรือมีคนลักลอบเข้ามาในบ้านหรือไม่ แต่ไม่เคยพบสิ่งผิดปกติ เพื่อนบ้านก็ไม่เคยพบเห็นคนเข้าออกในบ้าน และทุกคนก็ยังงงงวยกับเรื่องที่เกิดขึ้น จนหาตัวตัวเองบ้า ทั้งยังเคยไปหาพระ แต่พระเดินหนี จึงอยากให้ใครก็ได้ที่มีเครื่องมืออุปกรณ์เกี่ยวกับกล้องถ่ายภาพทั้งกลางวันและกลางคืน มาทำการตรวจสอบสิ่งลี้ลับที่เกิดขึ้นในครอบครัวให้ด้วยจะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง เพราะเป็นทุกข์กับเรื่องที่เกิดขึ้นมาก   ทั้งนี้ เรื่องลี้ลับเกิดขึ้นกับตัวเองมาตั้งแต่ปลายปี 2552 ขณะทำงานเป็นพนักงานขับรถในกทม.และคบหากับแฟนคนแรก ไม่นานก็เลิกกัน ซึ่งแฟนรายนี้เคยพาไปดูการถ่ายละครอิงประวัติศาสตร์ หลังจากนั้นแฟนก็เปลี่ยนไป จึงได้เลิกกันและเดินทางกลับมาอยู่ที่บ้าน และมาคบกับแฟนคนปัจจุบันร่วม 10 ปี   โดยการเช่าบ้านอยู่ด้วยกัน บ้านเช่าหลังแรกที่เคยเช่าอยู่ก็เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกัน คือมีจดหมายคุกคามตลอด จนถึงขั้นสะเดาะกุญแจห้องพัก ในที่สุดก็ถูกเจ้าของบ้านเช่าให้ออก ทั้งที่ไม่เคยพบเจอคนก่อเหตุหรือคนสะเดาะกุญแจ แต่ทุกคนเชื่อว่าเป็นสิ่งลี้ลับที่ตามตัวมา จึงให้ออกจากบ้านเช่า เมื่อย้ายมาเช่าอยู่ที่บ้านเช่าหลังปัจจุบันก็ยังเกิดเหตุการณ์ซ้ำๆ เช่นเดิม บางครั้งก็เรียกเพื่อนบ้านมาดู และสอบถามบ้านข้างเคียงก็ไม่มีใครเห็นคนแปลกหน้าเข้ามาในบ้านเช่าแต่อย่างใด จนทุกวันนี้เล่าให้ใครฟัง ทุกคนต่างมองว่าเป็นคนบ้า จึงอยากพิสูจน์ความจริงกับสิ่งที่เกิดขึ้นในครอบครัว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zu7PhPOp7pU

 34,538
ข่าวภูมิภาค
11 ก.ย. 62

หนุ่มเมาแกล้งผูกคอ ทำลิ้นจุกปาก ต้องให้เมียกอดหอมถึงฟื้นคืนชีพ แต่ครั้งนี้พลาดตายจริง

ขอนแก่น-ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น รับแจ้งเหตุพบศพชายผูกคอตายคาบ้าน ในพื้นที่มิตรภาพซอย 5 ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น พบร่างผู้เสียชีวิตอยู่ในสภาพยืนทิ้งตัวลงมาบริเวณข้างๆ มีเก้าอี้วางอยู่ ทราบชื่อต่อมาคือ นายแฮน ใสสาร อายุ 36 ปี ตรวจสอบไม่พบร่องรอยการทำร้ายร่างกาย   เบื้องต้นผู้เสียชีวิตได้ทำการบริจาคร่างกายกับโรงพยาบาลศรีนครินทร์ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงได้นำร่างผู้เสียชีวิตไปชันสูตรที่โรงบาลศรีนครินทร์ต่อไป   ขณะที่นางพุ่มพวง นันทา อายุ 41 ปี ภรรยาผู้ตายเล่าว่า รักสามีมาก เพราะต่างคนต่างก็เป็นหม้ายมีลูกติด แต่ใช้ชีวิตร่วมกันมากว่า 10 ปี ลูกๆ ก็แยกไปมีครอบครัวกันหมดแล้ว ชีวิตก็มีความสุขตามอัตภาพ สามีเป็นชาวจังหวัดศรีสะเกษ ส่วนตัวเองเป็นชาวอำเภอหนองพอก จ.ร้อยเอ็ด แต่มาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันที่จังหวัดขอนแก่น สามีชอบจับปลา แต่ละวันจะออกหาปลาตามแหล่งน้ำต่างๆ มาขายและทำอาหารกินกัน   แต่สามีเป็นคนชอบคิดมาก และมักจะแอบไปดื่มสุรา จนกลายเป็นคนติดสุรา จนบางครั้งมีอาการเลอะเลือนและหลอน พยายามฆ่าตัวตายและแกล้งผูกคอตายในบ้านมาหลายครั้ง แต่ตนก็เห็นทุกครั้ง ล่าสุดเมื่อ 1 ปีที่ผ่านมาแอบไปผูกในบ้านร้างข้างบ้าน จนสายไฟขาดร่างร่วงลงกระแทกพื้นไม้ เมื่อได้ยินเสียง จึงวิ่งเข้าไปดูและช่วยออกมา บางครั้งจะใช้สายไฟคล้องที่คอและทำลิ้นจุกปาก เมื่อเข้าไปกอด ไปหอม สามีก็จะทำเป็นฟื้นคืนชีพและทำตัวตามปกติ   ส่วนตัวเองมีอาชีพรับจ้างทั่วไป และเป็นแม่บ้าน ทำความสะอาดบ้านตามหมู่บ้านจัดสรร ได้ค่าจ้างวันละ 300-500 บาท นำมาใช้จ่ายในครอบครัว ส่วนสามีอยากทำบุญจึงบริจาคร่างกายเหมือนหลวงพ่อคูณ จะได้เป็นอานิสงส์ใหญ่ในชาตินี้ จึงไปบริจาคร่างกายที่คณะแพทย์รพ.ศรีนครินทร์   แต่ในเบื้องต้นทราบว่า ทางคณะแพทย์ไม่รับร่างของผู้ที่ฆ่าตัวตาย จึงได้ยืมกู้เงินนอกระบบ เตรียมรับศพสามีกลับไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิดในพื้นที่ ม.7 ต.กันทรารมย์ อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ เพราะที่ขอนแก่นไม่มีญาติพี่น้อง มีเพียงเพื่อนบ้านในชุมชนเดียวกัน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RFVs6rd2zr8

 20,890
ข่าวภูมิภาค
09 ก.ย. 62

นร.หญิง ม.6 ทำโครงงานเผาถ่าน แก้ผลสอบฟิสิกส์ที่ตกทั้งห้อง ถูกไฟไหม้ทั้งตัว ครูปัดรับผิดชอบ

ขอนแก่น-มีกรณีนักเรียนหญิงชั้น ม.6 อายุ 17 ปี ในโรงเรียนแห่งหนึ่งที่ อ.น้ำพอง ได้รับบาดเจ็บจากการถูกไฟไหม้ที่โรงเรียน สาเหตุคือนักเรียนสอบวิชาฟิสิกส์ไม่ผ่านยกห้อง อาจารย์ประจำวิชาได้ให้นักเรียนทำโครงงานเผาถ่าน โดยปล่อยให้เด็กทำกันเอง จนเกิดอุบัติเหตุ ร่างกายเป็นแผลไฟไหม้หลายจุด   หลังเกิดเหตุครูเคยไปเยี่ยมและคุยโทรศัพท์กับพี่ชายว่า ไม่รับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้น อยากได้ค่าเสียหายให้ไปฟ้องเอาเอง เพราะเหตุการณ์ทั้งหมดนักเรียนทำตัวเอง ไม่เกี่ยวกับครูและทางโรงเรียน ทำให้ผู้บาดเจ็บไม่กล้าไปเรียนหนังสือ จึงได้แจ้งพักการเรียนกับผู้อำนวยการโรงเรียน เพื่อพักรักษาตัวตามแพทย์สั่ง เนื่องจากเกรงว่าแผลจะติดเชื้อ   ส่วนการรักษาพยาบาลนั้น ใช้สิทธิ์ประกันอุบัติเหตุของทางโรงเรียน และใช้สิทธิ์ 30 บาท ซึ่งก็ไม่มีปัญหาอะไร จริงๆ แล้วทางครอบครัวไม่อยากมีเรื่อง ถ้าครูรายนี้มีน้ำใจบ้าง ไม่ใช่ท้าทายให้ไปฟ้องร้องเช่นนี้ ซึ่งในครอบครัวปรึกษากันแล้วว่า จะเข้าร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดขอนแก่นดำเนินการให้ถึงที่สุดต่อไป ส่วนเตาเผาถ่าน ที่เด็กใช้เผาถ่านเพื่อแลกคะแนนในวิชาฟิสิกส์นั้น เป็นเตาที่ใช้ท่อซีเมนต์ 2 ท่อ วางต่อกันขึ้น แล้วด้านบนมีฝาซีเมนต์ปิด ซึ่งฝาปิดจะมีรูตรงกลาง ส่วนท่อใบที่อยู่ด้านล่าง มีการเจาะรูกว้างประมาณ 12 นิ้ว เพื่อจุดไฟเข้าเตาเพื่อเผาถ่าน ตั้งอยู่ใกล้กับบ่อขยะ ในโรงเรียนดังกล่าว ซึ่งสภาพหลังเกิดเหตุนั้น พบว่าเมื่อเกิดเหตุแล้วเตามีรอยแตกร้าว   ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สัมภาษณ์ครูรายดังกล่าว แต่คนที่รับสายอ้างว่าเป็นแม่ของครู ซึ่งอาศัยอยู่ที่ จ.กาฬสินธุ์ โดยแม่ของครู ระบุว่า ครูไปงานศพญาติที่ต่างจังหวัด ไม่ได้เอาโทรศัพท์ไปด้วย ทั้งยังบอกว่า ทุกๆ วันครูจะขับรถยนต์จากบ้านที่ จ.กาฬสินธุ์ ไปสอนนักเรียนที่ อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น   แม่ของครูฟิสิกส์ บอกว่า เรื่องไฟไหม้นักเรียนนั้น เท่าที่ได้ยินครูเล่าให้ฟังว่า มีนักเรียนทำโครงงานดังกล่าวจริง แต่ช่วงเกิดเหตุ ไม่รู้ไม่เห็น เพราะครูประชุมร่วมกับผู้อำนวยการ แต่พอทราบเรื่องก็รีบพานักเรียนส่งโรงพยาบาลทันที ขณะที่นักเรียนรักษาตัวในโรงพยาบาล ครูก็ไปเยี่ยมและเมื่อนักเรียนออกจากโรงพยาบาลมาอยู่ที่บ้าน ครูก็ไปเยี่ยมและผูกแขนทำขวัญให้นักเรียน 500 บาท   “ครูไม่ใช่คนแล้งน้ำใจ แต่เพราะครูบอกว่าครูไม่ใช่คนผิด จึงไม่รู้จะรับผิดชอบอย่างไร เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครูยืนยันว่าเป็นอุบัติเหตุ แต่ทางครอบครัวนักเรียนเรียกร้องเงิน 100,000 บาท ครูไม่มีจ่ายให้ จึงอาจจะเป็นสร้างความไม่พอใจให้ครอบครัวนักเรียน” แม่ของครูฟิสิกส์ กล่าว   ขณะที่ นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า เรื่องดังกล่าว ยังไม่ทราบรายละเอียดข้อเท็จจริง เพิ่งทราบจากสื่อมวลชน จึงขอให้มีการตรวจสอบตามลำดับขั้นตอนก่อน เพราะการตรวจสอบนั้นจะฟังความฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่งไม่ได้ ต้องตรวจสอบให้ชัดเจน เพื่อให้เกิดความโป่งใสและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยได้สั่งการให้นายอำเภอน้ำพอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเรื่องดังกล่าวแล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ijTTeaosHzo

 6,894
ข่าวภูมิภาค
09 ก.ย. 62

5 จังหวัดอีสานยังจมบาดาล เร่งผลักดันน้ำชี-น้ำมูล ลงแม่น้ำโขง

สถานการณ์น้ำท่วมอีสาน 5 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี ยโสธร ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ ยังคงวิกฤตจากผลกระทบของพายุโพดุลและพายุคาจิกิ พบน้ำท่วมทางหลวง 15 เส้นทาง กรมชลประทานเร่งผลักดันน้ำชี น้ำมูล ลงแม่น้ำโขง เพื่อให้ระดับน้ำคลี่คลายลง   ส่วนที่ จ.ขอนแก่น เกิดฝนตกจนทำให้น้ำท่วมตามถนนสายต่าง ๆ ในเมืองขอนแก่น รวมทั้งถนนมิตรภาพสายขอนแก่น – อุดรธานี บริเวณทางลอดลงอุโมงค์เยื้องห้างเซ็นทรัลขอนแก่น เนื่องจากการระบายน้ำไม่ทัน   ขณะที่ จ.ร้อยเอ็ด น้ำชีเอ่อท่วมอำเภอจังหาร 8 ตำบลเดือดร้อนหนัก เสียหายหลายหลังคาเรือน นาเสียหายจมน้ำสูงกว่า 2 เมตร จำนวน 31,000 ไร่   ด้านพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เตรียมนำคณะ ลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประสบภัย จ.ยโสธร-อุบลราชธานี วันนี้ (9 ก.ย.62)   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/QmxMDAaJpTg

 586
ข่าวภูมิภาค
05 ก.ย. 62

น้ำท่วมอีสานยังไม่พ้นวิกฤต ยโสธรอ่วมสุดในรอบ 60 ปี - พยาบาลลุยน้ำช่วยสาวขอนแก่นคลอดลูก

สถานการณ์น้ำท่วมในภาคอีสาน แม้พายุคาจิกิจะอ่อนกำลังลง แต่ก็ยังมีฝนตกต่อเนื่อง ทำให้ยังพบมีน้ำท่วมขังในหลายจังหวัด อาทิ ยโสธร ปีนี้ถือว่าสถานการณ์น้ำท่วมวิกฤตหนักในรอบ 60 ปี ไม่เคยท่วมหนักเช่นนี้มาก่อน พบระดับน้ำในแม่น้ำชีเพิ่มสูงล้นตลิ่งเอ่อท่วมบ้านเรือน ต้องอพยพมาอยู่ในที่สูง   ที่ จ.ขอนแก่น มีคลิปนาทีหญิงสาวท้องแก่ จะคลอดลูกขณะเกิดน้ำท่วมสูง จึงไม่สามารถเดินทางมาคลอดที่โรงพยาบาล ทำให้พยาบาลสาวต้องลุยน้ำเข้าไปช่วยทำคลอดถึงบ้าน ปรากฏว่าได้เด็กหญิง สุขภาพร่างกายแข็งแรงทั้งแม่และลูก   ส่วนที่ จ.สุรินทร์ ฝนที่ตกกระจายต่อเนื่องหลายวัน น้ำสะสมไหลลงลำห้วยทะลักท่วมโรงเรียน จนต้องสั่งปิดเรียนไม่มีกำหนด สะพานถนนสายหลักถูกกัดเซาะไหล่ทางคอสะพานพัง เจ้าหน้าที่ต้องเฝ้าระวังและซ่อมแซมด่วน   ขณะที่ จ.ร้อยเอ็ด กรมทรัพยากรน้ำ นำเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ ช่วยระบายน้ำที่ท่วมหนักในเขตเทศบาลเมืองร้อยเอ็ดที่ยังไม่ลดระดับ ออกจากชุมชนเมืองและพื้นที่เศรษฐกิจของจังหวัด เชื่อว่าถ้าฝนไม่ตกลงมาเพิ่มในช่วงนี้จะสามารถช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนในเขตชุมชนเมืองร้อยเอ็ดได้อย่างปลอดภัยในอีกไม่กี่วัน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KUXW-Zns4R4

 975
ข่าวภูมิภาค
04 ก.ย. 62

อีสานยังหนัก น้ำท่วมหลายจังหวัด นาข้าวเสียหายหลายแสนไร่ ขโมยขึ้นบ้านซ้ำเติม

สถานการณ์น้ำท่วมในภาคอีสาน ยังน่าเป็นห่วงในหลายจุด อาทิ กาฬสินธุ์ ยังมีน้ำท่วมสูงในหลายอำเภอ พบมีผู้สูงอายุหลายคนไม่ยอมอพยพออกจากบ้าน เจ้าหน้าที่ต้องลำเลียงอาหารและถุงยังชีพเข้าไปช่วยเหลือ นอกจากนี้ยังมีผู้ป่วยติดเตียงและหญิงตั้งครรภ์ ต้องการความช่วยเหลือ   ส่วนที่มุกดาหาร มีภาพนาทีสะพานร่วมใจที่ใช้สัญจรของหมู่บ้าน ถูกน้ำซัดจมหายต่อหน้าต่อตาชาวบ้าน ขณะที่ครูวันเพ็ญ ที่ต้องปีนไต่ราวบันไดชั่วคราว เพื่อเดินทางไปสอนหนังสือให้กับเด็กๆและลูกศิษย์ ที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่โรงเรียนนาอุดม ต.นาอุดม อ.นิคมคำสร้อย ซึ่งล่าสุดยังไม่มีหน่วยงานใดมาซ่อมแซมถนนที่เสียหาย   ที่ จ.ขอนแก่น พบมวลน้ำไหลเข้าพื้นที่ตัวเมืองขอนแก่นมีปริมาณมากถึง 7 แสน ลบ.ม. ผู้ว่าฯสั่งตั้งเครื่องสูบน้ำ 12 จุดรอบเขตเมือง เดินหน้าผันน้ำสู่แม่น้ำชีและแม่น้ำพอง เพื่อไม่ให้น้ำท่วมตัวเมือง   ทั้งนี้ชาวบ้านขอนแก่น ต้องเผชิญเคราะห์ซ้ำ เมื่อมีโจรแสบขึ้นบ้านฉกเงินขายข้าวของเกษตรกรที่เพิ่งขายมันสำปะหลังได้ แล้วเก็บไว้ในบ้าน เพราะไม่สามารถนำเงินไปฝากธนาคารได้ พบคืนเดียวก่อเหตุ 4 หลังคาเรือน   ส่วนที่อำนาจเจริญ นาข้าวจมน้ำเสียหายหลายแสนไร่ ขณะที่ร้อยเอ็ด พบศพชายวัย 65 จมน้ำร่างลอยติดต้นยูคาลิปตัส เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำ 15 ชม.   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vsR7uygW_xc

 4,486
ข่าวภูมิภาค
03 ก.ย. 62

อีสานอ่วม น้ำท่วมยังไม่คลี่คลาย อพยพเด็กตาบอดขอนแก่นวุ่น-ครูมุกดาหารต้องปีนบันไดลิงไปสอนเด็ก

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. กระทรวงมหาดไทย รายงานสรุปสถานการณ์ล่าสุดจากอิทธิพลพายุโซนร้อนโพดุล ยังคงมีสถานการณ์น้ำท่วมใน 9 จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก, พิจิตร, อำนาจเจริญ, ชัยภูมิ, มุกดาหาร, ยโสธร,  ขอนแก่น, อุบลราชธานี และร้อยเอ็ด   ส่วนภาพรวมตั้งแต่ 29 สิงหาคม 2562 - ปัจจุบัน ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังใน 783 หมู่บ้าน มีประชาชนได้รับผลกระทบ 39,857 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 3 ราย   ทั้งนี้สถานการณ์น้ำท่วมในภาคอีสาน ยังคงมีระดับน้ำท่วมสูงในหลายจุด มีภาพที่ขอนแก่น บรรดาผู้ปกครองของเด็กนักเรียนโรงเรียนการศึกษาคนตาบอดขอนแก่น ต้องรีบเร่งมารับลูกกลับบ้าน หลังจากที่ทาง ร.ร.สั่งหยุดเรียนโดยไม่มีกำหนด เนื่องจากเกรงว่าจะไม่ปลอดภัยจากน้ำท่วมที่เพิ่มระดับความสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งการอพยพเด็กผู้พิการทางสายตาเป็นไปอย่างลำบาก   ที่กาฬสินธุ์ ชาวบ้านที่อพยพต้องมานอนบนถนนบริเวณซอยจารุพัฒนา เขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ หลังจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักทำให้เกิดน้ำท่วม โดยเจ้าหน้าที่ได้ติดตั้งเต็นท์ คลุมด้วยผ้าใบ และติดตั้งหลอดไฟส่องสว่าง เพื่อให้ชาวบ้านได้พักอาศัยและนอนในช่วงระหว่างที่รอน้ำลด   จ.อุบลราชธานี ประสบภัยน้ำท่วม 11 อำเภอ พื้นที่การเกษตรเสียหายกว่า 3 หมื่นไร่ ต้องปิดโรงเรียนหลายแห่ง และมีผู้ป่วยติดเตียงติดอยู่ในบ้าน จนท.ต้องช่วยอพยพออกมาอย่างปลอดภัย   นอกจากนี้ใน จ.มุกดาหาร มีการแชร์ภาพคุณครูวันเพ็ญ คุณพูล อายุ 57 ปี ครูศูนย์พัฒนาเด็กเล็กนาอุดม ตำบลนาอุดม อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร พยายามไต่ราวบันไดลิง เพื่อข้ามไปสอนนักเรียน ซึ่งห่างจากบ้านพักประมาณ 2-3 กม. ซึ่งพายุโซนร้อนโพดุล ทำให้น้ำกัดเซาะถนนขาด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/wK53FVrVDJI

 3,372
ข่าวภูมิภาค
02 ก.ย. 62

เจ้าของร้านข้าวแกงซื้อหวยตามอายุคนตาย - สาวเมืองพลวัย 26 ถูกหวยรางวัลที่ 1 รับเลย 12 ล้าน

ผลสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดประจำวันที่ 1 กันยายน 2562 รางวัลที่ 1 ได้แก่หมายเลข 798787 พบมีคนดวงเฮงถูกรางวัลที่ 1 หลายราย อาทิ   สองสามีภรรยา เจ้าของร้านข้าวราดแกงลองชิม ที่ถนนเฟื่องนคร เขตเทศบาลเมืองนครพนม ถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 จำนวน 2 ใบรับโชคก้อนใหญ่จำนวน 12 ล้านบาท โดยซื้อเลขตามอายุคนตายที่ได้ไปงานศพ หมายเลข 87 ไม่คาดคิดว่าจะถูกตรงๆ ทั้ง 6 ตัว   ส่วนที่ขอนแก่น สาวเมืองพลวัย 26 ปี อาชีพเกษตรกร ดวงเฮงถูกรางวัลที่ 1 รับ 12 ล้าน นำไปลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจภูธรพล ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/J-FvoHiFkkE

 11,864
ข่าวภูมิภาค
02 ก.ย. 62

น้ำท่วมอีสานยังอ่วม สลด หนุ่มขอนแก่นช่วยเพื่อนบ้านขนของหนีน้ำ ถูกไฟช็อตดับ

สถานการณ์น้ำท่วมในภาคอีสาน เช่น จ.ร้อยเอ็ด พนังกั้นน้ำขาดในหลายจุด ทำให้น้ำสูงเอ่อล้นท่วมบ้านเรือนประชาชนได้รับความเดือดร้อน เส้นทางสัญจรถูกตัดขาด   ขณะที่ อ.บ้านไผ่ ขอนแก่น สถานการณ์น้ำดีขึ้น เริ่มคลี่คลายในบางจุด แต่เกิดเรื่องสลด หนุ่มวัย 20 ช่วยเหลือเพื่อนบ้านขนของหนีน้ำท่วม ถูกไฟช็อตจมน้ำ   ญาติจึงได้ขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ดับเพลิงให้แจ้งการไฟฟ้า ทำการตัดไฟ จากนั้นเข้างมหาร่างลูกชายที่จมลงไปในน้ำ พบร่างใกล้เสาไฟฟ้า จึงรีบนำร่างขึ้นมา ส่งโรงพยาบาล แต่ส่งที่รพ.บ้านไผ่ไม่ได้เพราะน้ำท่วม จึงนำส่งที่ รพ.โนนศิลา และส่งต่อไปยัง รพ.พล ก่อนที่จะเสียชีวิต ซึ่งทางครอบครัวจะจัดงานศพหลังสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/7rd4CgV2zIE

 1,142
ข่าวภูมิภาค
01 ก.ย. 62

สลด หนุ่มช่วยเพื่อนบ้านขนของหนีน้ำท่วม ถูกไฟช็อตจมน้ำ เสียชีวิต

วันที่ 1 ก.ย. 62 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ ม.2 บ้านไผ่เก่า คุ้มวัดโพธิ์สิริโสภณ ต.บ้านไผ่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น นางศิลากร จันโทแพง อายุ 43 ปี พร้อมญาติพี่น้อง พากันเก็บกวาดบ้านเพื่อจัดงานศพลูกชายชื่อว่า นายสราวุธ จันโทแพง อายุ 20 ปี ซึ่งถูกไฟฟ้าช็อต เสียชีวิต ขณะเข้าไปช่วยเหลือเพื่อนบ้านขนของหนีน้ำท่วม เมื่อช่วงเช้าวันที่ 31 ส.ค. ที่ผ่านมา   นางศิลากร เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อวันที่ 31 ส.ค. เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ชุมชน ลูกชายจึงไปช่วยเพื่อนบ้านขนข้าวของหนีน้ำท่วม หลังจากได้ข้าวของแล้วลูกชายก็จะเดินทางกลับออกมา ปรากฏว่าถูกไฟช็อตจมน้ำ เสียชีวิต ซึ่งน้ำท่วมในพื้นที่ แต่ไม่มีการตัดไฟ    เมื่อลูกชายถูกไฟช็อตจมน้ำ ญาติจึงได้ขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ดับเพลิงให้แจ้งการไฟฟ้า ทำการตัดไฟ พอไฟฟ้าถูกตัด แม่จึงรีบเข้าไปที่บ้านเกิดเหตุ เพื่องมหาร่างลูกชายเท้าก็สะดุดร่างลูก นอนอยู่ใกล้เสาไฟฟ้า จึงรีบนำร่างขึ้นมา ส่งโรงพยาบาล แต่ส่งที่ รพ.บ้านไผ่ ไม่ได้ จึงนำส่งที่ รพ.โนนศิลา และส่งต่อไปยัง รพ.พล แต่ลูกชายเสียชีวิตแล้ว ซึ่งเมื่อลูกชายเสียชีวิตแล้ว และเมื่อน้ำลดแล้วก็จะรับศพลูกชายออกจาก รพ.มาตั้งบำเพ็ญกุศลที่บ้าน   นางศิลากร กล่าวต่ออีกว่า ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้นกับครอบครัว เพราะคิดว่าเมื่อมีน้ำท่วมในพื้นที่ใด ไม่ว่าจะมากหรือน้อย การไฟฟ้าก็จะตัดไฟ แต่ครั้งนี้การไฟฟ้าไม่ได้ตัดไฟในทันที กลับมาตัดในช่วงที่เกิดเหตุแล้ว จึงอยากให้เป็นอุธาหรณ์ ว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจะมีความพร้อมมากกว่านี้ และลูกชายไม่ควรจะเสียชีวิตเช่นนี้ เพราะกำลังเป็นคนมีอนาคต อยู่ระหว่างการฝึกงานที่สำนักงานที่ดิน อ.บ้านไผ่ มีร่างกายแข็งแรง ว่ายน้ำเป็น ไม่น่ามาตายเพราะไฟฟ้าช็อตเช่นนี้   ด้านนางใจสวรรค์ เสามะลี อายุ 46 ปี คนในชุมชนเดียวกัน และเป็นเจ้าของบ้านจุดเกิดเหตุ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ช่วงเช้าวันที่ 31 สิงหาคม มีน้ำท่วมสูงเกือบ 2 เมตร ผู้เสียชีวิตพร้อมลูกชาย จึงพากันมาขนเอาสิ่งของในบ้านออกไป    ขณะที่ผู้เสียชีวิตขนของ และเดินออกมาที่ประตูหน้าบ้าน ติดกับเสาไฟฟ้า ที่มีหม้อแปลงอยู่หลายอัน และถูกน้ำท่วมหม้อแปลง ก็ถูกไฟช็อตจมน้ำ ลูกชายไม่กล้าเข้าช่วย เพราะว่ามีกระแสไฟในน้ำ จึงโทรศัพท์แจ้งญาติพี่น้องที่อยู่ภายนอก ให้แจ้งการไฟฟ้าตัดไฟในชุมชนดังกล่าว เมื่อตัดกระแสไฟแล้ว ญาติพาน้องจึงเข้าไปช่วยเหลือ แต่ปรากฏว่าน้องเสียชีวิตแล้ว ซึ่งทั้งหมดน่าจะเกิดจากการที่เจ้าหน้าที่ไม่ตัดไฟตั้งแต่แรก จึงเกิดเหตุร้ายขึ้น นางใจสวรรค์ กล่าว   ข่าวที่เกี่ยวข้อง : สถานการณ์น้ำท่วม อ.บ้านไผ่ ขอนแก่นเริ่มคลี่คลาย - เปิดภาพนาทีช่วยชาวบ้านหนีน้ำขึ้นหลังคา       

 4,299
ข่าวภูมิภาค
31 ส.ค. 62

ช่วยยายติดน้ำท่วม ให้ใส่เสื้อชูชีพ-นอนบนที่นอน ลากฝ่ากระแสน้ำออกมา ล่าสุดปลอดภัยแล้ว

ขอนแก่น - สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ยังคงทรงตัว น้ำทะลักท่วมชาวชุมชนสะพานขาว และชาวชุมชน ม.1 พัฒนา ต.ในเมือง อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ซึ่งท่วมตั้งแต่ทางรถไฟ ไปจนถึงสี่แยกถนนมิตรภาพหรือสี่แยกเกียรติสินระยะทางประมาณ1 กม. น้ำท่วม และไหลเชี่ยว รถเล็กไม่สามารถสัญจรไปมาได้ บางคนปีนขึ้นไปอยู่บนราวสะพานข้ามลำห้วยจิก เพื่อรอความช่วยเหลือ มีเพียงเจ้าหน้าที่เทศบาลบ้านไผ่ นำรถบรรทุก 6 ล้อขนาดใหญ่ เข้าไปลำเลียง ชาวบ้านพร้อมสิ่งของเครื่องใช้ออกมา ในขณะที่ความช่วยเหลือ เด็กและคนชรานั้นเป็นไปด้วยความลำบากเนื่องจากไม่มีเรือ    พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองบ้านไผ่พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ชัพ ได้เข้าช่วยเหลือยาย โดยสวมเสื้อชูชีพให้พร้อมให้นอนลงบนที่นอนนุ่นใช้เชือกลากลอยมาตามน้ำ อุ้มขึ้นรถ 6 ล้อ ซึ่งสามารถช่วยเหลืออกมาได้อย่างปลอดภัย พาไปพักภายในที่พักด้านหน้าร้านขายของในตัวเมืองบ้านไผ่   ซึ่งยาย กล่าวว่า ช่วงน้ำท่วมยังห่วงข้าวของเครื่องใช้ จึงเก็บของให้เรียบร้อยก่อน ไม่คิดว่าน้ำจะไหลมาท่วมเร็วขนาดนี้ ส่วนลูกหลานหนีน้ำออกมาก่อน ขณะนี้ทุกคนปลอดภัยแล้ว       รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/mT-l4iMtyVQ

 422
ข่าวภูมิภาค
31 ส.ค. 62

กู้ชีพขอนแก่น รุดช่วยยายวัย 88 ติดอยู่บนหลังคา เล่าปีนขึ้นเพราะหนีน้ำท่วม

เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองบ้านไผ่ พร้อมกู้ชีพเข้าช่วยเหลือยายวัย 88 ปี ติดอยู่บนหลังคาบ้านหนีน้ำท่วม ลอยมากับที่นอนนุ่นอย่างปลอดภัย ขณะที่ชาวบ้านขอความช่วยเหลือต้องการอาหาร น้ำดื่ม และเสื้อผ้าเป็นการด่วน เพราะทรัพย์สินทุกอย่าจมไปกับน้ำทั้งหมด   (31 ส.ค.62) เมื่อเวลา 11.30 น. สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ยังคงทรงตัว น้ำทะลักท่วมชาวชุมชนสะพานขาว และชาวชุมชน ม.1 พัฒนา ต.ในเมือง อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ซึ่งท่วมตั้งแต่ทางรถไฟ ไปจนถึงสี่แยกถนนมิตรภาพหรือสี่แยกเกียรติสินระยะทางประมาณ1 กม. น้ำท่วม และไหลเชี่ยว รถเล็กไม่สามารถสัญจรไปมาได้ บางคนปีนขึ้นไปอยู่บนราวสะพานข้ามลำห้วยจิก เพื่อรอความช่วยเหลือ มีเพียงเจ้าหน้าที่เทศบาลบ้านไผ่ นำรถบรรทุก 6 ล้อขนาดใหญ่ เข้าไปลำเลียง ชาวบ้านพร้อมสิ่งของเครื่องใช้ออกมา ในขณะที่ความช่วยเหลือ เด็กและคนชรานั้นเป็นไปด้วยความลำบากเนื่องจากไม่มีเรือ    พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองบ้านไผ่พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ชัพ ได้เข้าช่วยเหลือนางทอง แสงผดุง อายุ 88 ปี ซึ่งพักอาศัยอยู่ในบ้านเลขที่ 137 ชุมชนสะพานขาว โดยสวมเสื้อชูชีพให้พร้อมให้นอนลงบนที่นอนนุ่นใช้เชือกลากลอยมาตามน้ำ อุ้มขึ้นรถ 6 ล้อ ซึ่งสามารถช่วยเหลืออกมาได้อย่างปลอดภัย พาไปพักภายในที่พักด้านหน้าร้านขายของในตัวเมืองบ้านไผ่ ซึ่งนางทอง กล่าวว่า ช่วงน้ำท่วมยังห่วงข้าวของเครื่องใช้ จึงเก็บของให้เรียบร้อยก่อน ไม่คิดว่าน้ำจะไหลมาท่วมเร็วขนาดนี้ ส่วนลูกหลานหนีน้ำออกมาก่อน ขณะนี้ทุกคนปลอดภัยแล้ว   ด้าน นางรจนา พุทธโฆษ์ อายุ 48 ปี ชาวชุมชนม.1 พัฒนา กล่าวว่า น้ำไหลเข้ามาท่วมในชุมชนตั้งแต่ 5 ทุ่มคืนที่ผ่านมา จึงขอความช่วยเหลือไปยังเทศบาลเมืองบ้านไผ่ ซึ่งทราบว่าไม่มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน กระทั่งช่วงเช้าจึงมีการเข้ามาช่วยเหลือ ในขณะที่ชาวบ้านในชุมชนต่างก็พากันช่วยเหลือตัวเองขนของหนีน้ำ ทันบ้าง ไม่ทันบ้าง ตนเองโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากเทศบาลเมืองบ้านไผ่ก็มาช่วยเหลือในตอนเช้า และเกรงว่าไฟฟ้าจะช๊อตจึงขอให้ไฟฟ้าบ้านไผ่มาตัดไฟ แต่ไม่ดำเนินการในทันที ปล่อยจนถึงเช้า ทำให้ไฟฟ้าซ๊อตสุกรของเพื่อนบ้านตาย ไฟฟ้าจึงมาตัดไฟ    ในขณะที่ชาวชุมชนต่างก็เดินฝ่าสายฝน สายน้ำออกมาจากบ้านด้วยเสื้อผ้าติดตัวเพียงชุดเดียว แต่ยังโชคดีที่ได้โกฏิเก็บอัฐิของมารดาออกมาด้วย ขณะนี้อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาช่วยเหลือชาวบ้านบ้าง กางเต้นเป็นที่พักอาศัยให้ชาวบ้านได้พักอย่างเพียงพอ ข้าว อาหารและเสื้อผ้า เพราะเท่าที่กำลังประสบปัญหาในขณะนี้ การช่วยเหลือถือว่าล่าช้ามาก   ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ช่วยยายติดน้ำท่วม ให้ใส่เสื้อชูชีพ-นอนบนที่นอน ลากฝ่ากระแสน้ำออกมา ล่าสุดปลอดภัยแล้ว            

 19,241
ข่าวภูมิภาค
29 ส.ค. 62

วอนแจ้งเบาะแส โจ๋ ซิ่ง จยย.ฝ่าไฟแดงชน ด.ญ.วัย 11 เลือดคั่งในสมอง

ขอนแก่น-โลกโซเชียลแชร์คลิปวงจรปิด วัยรุ่นชายขี่รถจักรยานยนต์ฝ่าไฟแดง ชนเด็กหญิงวัย 11 ปี ขับจักรยานยนต์ออกตัวไฟเขียว ได้รับบาดเจ็บสาหัส เลือดคั่งในสมอง ก่อนที่จะขับหนี เหตุเกิดกลางสี่แยกถนนสายกระนวน-ท่าคันโท ในเขตเทศบาลตำบลหนองโก อ.กระนวน จ.ขอนแก่น จึงนำคลิปมาโพสต์เพื่อให้คู่กรณีติดต่อมารับผิดชอบ   ซึ่งทางตำรวจระบุมีความผิด ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้เฉี่ยวชนผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส และทรัพย์สินเสียหาย, หลบหนีไม่หยุดให้ความช่วยเหลือและไม่แสดงตัวแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ใกล้เคียงทันที , ขับรถฝ่าฝืนสัญญาณไฟแดง และขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่สวมหมวกนิรภัย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/saI7e6JlJK0

 1,685

Top