ค้นหา :

ผลการค้นหา "สระบุรี"

ข่าวภูมิภาค
15 ม.ค. 63

เจ้าของผับสระบุรีแฉกลับ 'อัจฉริยะ' จัดฉากสาวเสพยา โดนขู่ให้ลบคลิป

เพจชมรมช่วยเหลืออาชญากรรม ของนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ได้โพสต์คลิปหญิงสาวรายหนึ่งอยู่ในห้องน้ำ ในมือถืออุปกรณ์และมีผงสีขาวแล้วสูดเข้าไป จนเหมือนกับการใช้ยาเสพติดบางชนิด ซึ่งร้านแห่งนี้นายอัจฉริยะระบุว่าเป็นสถานบันเทิงชื่อดัง อยู่ในอำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี   ต่อมาทางเจ้าของร้านได้โพสต์ตอบโต้ว่า ผู้หญิงที่มาเสพยาในร้านทางร้านยอมรับว่ารู้จัก และมีความเกี่ยวพันทั้งกับตำรวจระดับสูงนายหนึ่งใน ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และวันเกิดเหตุผู้หญิงรายนี้มากับเพื่อนและขอกินเหล้าที่ร้าน ซึ่งเวลานั้นร้านปิดแล้ว ตนกำลังซ่อมไฟฟ้าในร้านกับทีมงานก็ไม่ได้ปฏิเสธ เพราะก่อนหน้านี้เคยไปกินที่ร้านของผู้หญิงรายนี้ก็ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี   จนกระทั่งเพจของนายอัจฉริยะได้โพสต์ว่า ร้านของตนปล่อยให้มีการเสพยา จึงได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดย้อนหลัง ทำให้รู้ว่าผู้หญิงรายนี้เข้าไปในห้องน้ำตอนตี 4 ซึ่งเวลานั้นการ์ดของร้านกลับหมดแล้ว และคนที่ถ่ายคลิปก็เป็นเพื่อนในกลุ่มของเขา   ทางร้านจึงตัดสินใจนำคลิปที่ลงในเพจของนายอัจฉิรยะมาลงในเพจของร้าน เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์และประกาศให้เงินรางวัลนำจับผู้หญิงรายนี้ 5 หมื่นบาท แต่กลับกลายเป็นว่าถูกนายอัจฉริยะขู่ให้ลบคลิป ซึ่งทำให้ตนไม่เข้าใจเพราะนายอัจฉริยะ เป็นคนเปิดเรื่องนี้ จึงเชื่อว่าอาจมีเบื้องหลังเพื่อหวังผลเกี่ยวกับเรื่องธุรกิจ   ขณะที่นายอัจฉริยะ ชี้แจงถึงเรื่องที่บอกให้ทางร้านลบคลิปผู้หญิงออกเพราะเห็นว่าไม่เหมาะสม ที่สำคัญร้านนี้เคยถูกเจ้าหน้าที่กรมการปกครองเข้าไปตรวจเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว พบทั้งนักเที่ยวปัสสาวะสีม่วง และมียาเสพติด จนถูกสั่งปิดตามคำสั่ง คสช. 5 ปี แล้วกลับมาเปิดอีกได้อย่างไร   ด้านพันตำรวจโทณฐพล หอมจันทร์ รองผู้กำกับการป้องกันปราบปรามตำรวจภูธรหนองแค บอกว่ายังไม่ได้เรียกผู้หญิงในคลิปมาสอบปากคำโดยอยู่ระหว่างตรวจสอบ จนถึงขณะนี้ทั้งนายอัจฉริยะ และเจ้าของร้านยังไม่ได้มาแจ้งความแต่อย่างใด ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/5sPfEARsTuc

 6,341
สังคม
15 ม.ค. 63

เจ้าของผับสระบุรีแฉกลับ 'อัจฉริยะ' จัดฉากสาวเสพยา โดนขู่ให้ลบคลิป

เพจชมรมช่วยเหลืออาชญากรรม ของนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ได้โพสต์คลิปหญิงสาวรายหนึ่งอยู่ในห้องน้ำ ในมือถืออุปกรณ์และมีผงสีขาวแล้วสูดเข้าไป จนเหมือนกับการใช้ยาเสพติดบางชนิด ซึ่งร้านแห่งนี้นายอัจฉริยะระบุว่าเป็นสถานบันเทิงชื่อดัง อยู่ในอำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี   ต่อมาทางเจ้าของร้านได้โพสต์ตอบโต้ว่า ผู้หญิงที่มาเสพยาในร้านทางร้านยอมรับว่ารู้จัก และมีความเกี่ยวพันทั้งกับตำรวจระดับสูงนายหนึ่งใน ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และวันเกิดเหตุผู้หญิงรายนี้มากับเพื่อนและขอกินเหล้าที่ร้าน ซึ่งเวลานั้นร้านปิดแล้ว ตนกำลังซ่อมไฟฟ้าในร้านกับทีมงานก็ไม่ได้ปฏิเสธ เพราะก่อนหน้านี้เคยไปกินที่ร้านของผู้หญิงรายนี้ก็ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี   จนกระทั่งเพจของนายอัจฉริยะได้โพสต์ว่า ร้านของตนปล่อยให้มีการเสพยา จึงได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดย้อนหลัง ทำให้รู้ว่าผู้หญิงรายนี้เข้าไปในห้องน้ำตอนตี 4 ซึ่งเวลานั้นการ์ดของร้านกลับหมดแล้ว และคนที่ถ่ายคลิปก็เป็นเพื่อนในกลุ่มของเขา   ทางร้านจึงตัดสินใจนำคลิปที่ลงในเพจของนายอัจฉิรยะมาลงในเพจของร้าน เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์และประกาศให้เงินรางวัลนำจับผู้หญิงรายนี้ 5 หมื่นบาท แต่กลับกลายเป็นว่าถูกนายอัจฉริยะขู่ให้ลบคลิป ซึ่งทำให้ตนไม่เข้าใจเพราะนายอัจฉริยะ เป็นคนเปิดเรื่องนี้ จึงเชื่อว่าอาจมีเบื้องหลังเพื่อหวังผลเกี่ยวกับเรื่องธุรกิจ   ขณะที่นายอัจฉริยะ ชี้แจงถึงเรื่องที่บอกให้ทางร้านลบคลิปผู้หญิงออกเพราะเห็นว่าไม่เหมาะสม ที่สำคัญร้านนี้เคยถูกเจ้าหน้าที่กรมการปกครองเข้าไปตรวจเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว พบทั้งนักเที่ยวปัสสาวะสีม่วง และมียาเสพติด จนถูกสั่งปิดตามคำสั่ง คสช. 5 ปี แล้วกลับมาเปิดอีกได้อย่างไร   ด้านพันตำรวจโทณฐพล หอมจันทร์ รองผู้กำกับการป้องกันปราบปรามตำรวจภูธรหนองแค บอกว่ายังไม่ได้เรียกผู้หญิงในคลิปมาสอบปากคำโดยอยู่ระหว่างตรวจสอบ จนถึงขณะนี้ทั้งนายอัจฉริยะ และเจ้าของร้านยังไม่ได้มาแจ้งความแต่อย่างใด ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/5sPfEARsTuc

 6,341
ข่าวภูมิภาค
11 ม.ค. 63

ชาวบ้านสระบุรี ผงะ!! เจอหัวกระโหลกมนุษย์ ขณะเดินเล่นในแม่น้ำป่าสักที่แห้งขอดจากภัยแล้ง

สระบุรี - ชาวบ้านพบแม่น้ำป่าสักแห้งสามารถเดินข้ามได้ จึงไปเดินเล่นริมแม่น้ำป่าสัก เขต บ้านโง้ง หมู่ที่ 1 ต.บ้านแก้ง อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี ฝั่งตรงข้าม หมู่ 8 ต.ตลิ่งชัน อ.เมือง จ.สระบุรี พบหัวกระโหกลกมนุษย์ แรกๆ นึกว่าลูกมะพร้าว เอาไม้เขี่ยดูพบเป็นหัวกะโหลกคน จึงเดินดูรอบๆ พบท่อนกระดูกคน ไม่ทราบว่าเป็นท่อนแขนหรือท่อนขา   วานนี้ (10 ม.ค.) นายโชคชัย เปาสารี อายุ 35 ปี ชาว หมู่ 8 ต.ตลิ่งชัน อ.เมือง จ.สระบุรี แม่น้ำป่าสักแห้งสามารถเดินข้ามได้ จึงไปเดินเล่นริมแม่น้ำป่าสัก เขต บ้านโง้ง หมู่ที่ 1 ต.บ้านแก้ง อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี ฝั่งตรงข้าม หมู่ 8 ต.ตลิ่งชัน อ.เมือง จ.สระบุรี พบหัวกระโหกลกมนุษย์ แรกๆ นึกว่าลูกมะพร้าว เอาไม้เขี่ยดูพบเป็นหัวกะโหลกคน จึงเดินดูรอบๆ พบท่อนกระดูกคน ไม่ทราบว่าเป็นท่อนแขนหรือท่อนขา จึง แจ้ง นายธีรภัทร พวงเหล็ก ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 7 และแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมกู้ภัยสว่างสระบุรี   พ.ต.ท.ประภาท ตู้ภูมิ พนักงานสอบสวน สภ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี แพทย์เวร รพ.สระบุรี พร้อมกองพิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบ เป็นเวลามืดต้องใช้ไฟฉายส่องสว่าง เดินลุยข้ามแม่น้ำป่าสัก นำกะโหลก ขึ้นมา ได้หัวกะโหลกมนุษย์ ไม่ทราบหญิงหรือชาย มีฟันติดอยู่สองซี พบกระดูกอีก สองท่อน ไม่ทราบว้าเป็นกระดูกขาหรือแขน พบกางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน ส่งหลักฐาน สถาบันนิติเวช ธรรมศาสตร์รังสิต ต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0ILKDSCDc3Y

 495
อาชญากรรม
11 ม.ค. 63

แม่น้ำป่าสักสระบุรีแห้งขอด ชาวบ้านลงไปเดินเล่นเจอวัตถุปริศนา ปรากฏเป็นหัวกะโหลกคน

สระบุรี-นายโชคชัย เปาสารี ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลบานแก้ง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ไปเดินเล่นริมแม่น้ำป่าสักที่ขณะนี้ประสบภัยแล้งแห้งขอดหลายจุด จนสามารถเดินข้ามได้ ขณะเดินได้พบสิ่งของทรงกลมคล้ายลูกมะพร้าว จึงลองเอาไม้เขี่ยดู ปรากฏว่าไม่ใช่ลูกมะพร้าว แต่เป็นหัวกะโหลกคน เมื่อลองสำรวจรอบๆก็พบท่อนกระดูกมนุษย์ แต่ไม่ทราบว่าเป็นท่อนแขนหรือขา จึงแจ้งผู้ใหญ่บ้าน ให้ประสานตำรวจ สภ.เฉลิมพระเกียรติ และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาตรวจสอบ   เจ้าหน้าที่มาถึงที่เกิดเหตุก็เป็นช่วงหัวค่ำแล้ว จึงต้องใช้ไฟฉายส่องระหว่างเดินลุยข้ามแม่น้ำป่าสัก เพื่อนำกะโหลกขึ้นมา เบื้องต้นยังไม่ทราบว่าเป็นหญิงหรือชาย พบเพียงฟันติดอยู่ 2 ซี่ และกระดูกอีก 2 ท่อน นอกจากนี้ยังพบกางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน จึงรวบรวมส่งไปตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์ เพื่อระบุตัวตนผู้เสียชีวิต   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/6mgAY_M7HfI

 1,816
สังคม-อาชญากรรม
08 ม.ค. 63

แม่ตกใจไม่รู้ลูกค้ายา! ปส.บุกจับ 'จิมมี่' หน.แก๊งค้ายาเครือข่ายนักบิน รถแต่ง ตั้งตัวแทนคู่แฝดคิสเนอร์

ตำรวจปราบปรามยาเสพติดพร้อมชุดสยบไพรี นำตัวนายปัณณทัต วงษ์พันธ์ หรือจิมมี่ วัย 29 ปี ผู้ต้องหาคดีค้ายาเสพติด ที่เพิ่งถูกจับกุมได้ที่หน้าห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ในจ.สระบุรี มาเข้าตรวจค้นบ้าน ใน หมู่ 5 ต.พระพุทธบาท อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี ซึ่งเป็นบ้านแม่ของนายจิมมี่   หลังจากชุดสืบสวนพบว่าผู้ต้องหารายนี้เป็นผู้สั่งการลำเลียงยาเสพติดจากชายแดนภาคอีสาน มากระจายในพื้นที่ จ.สระบุรี และจ.ลพบุรี ซึ่งเป็นขยายผลจากการจับกุมขบวนการขนยาเสพติด ช่วงเดือนกันยายน -ธันวาคม ปี 2562 พร้อมยึดยาเสพติดได้จำนวนมาก และพบว่า 1ในรถยนต์ที่ใช้ขนยาเสพติดในครั้งนั้น มีชื่อนายจิมมี่เป็นผู้ครอบครอง   ในช่วงระยะ 1 ปี หลังจากที่คู่แฝดคิสเนอร์ อดีตเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ จ.สระบุรี -ลพบุรี ถูกยิงเสียชีวิต นายจิมมี่ ก็เริ่มผันตัวจากคนเฝ้าและขนยาเสพติดมาเป็นผู้สั่งการและเป็นผู้ค้ารายสำคัญในการติดต่อสั่งยาเสพติดโดยตรงจากชายแดนภาคอีสาน ก่อนนำมากระจายในพื้นที่ ซึ่งเครือข่ายนี้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว เพราะมีสมาชิกในเครือข่ายเป็นกลุ่มวัยรุ่นในการแบ่งหน้าที่กันทำ ถือได้ว่าปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการตัดวงจรของเครือข่ายยาเสพติดที่กำลังจะขยายตัว และขยายพื้นที่   พลตำรวจโทชินภัทร สารสิน ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด กล่าวว่า สำหรับวิธีการขนยาเสพติดของเครือข่ายนายจิมมี่จะใช้วิธีซื้อรถยนต์มือสองจากเต๊นท์รถ ย่านรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ เพื่อนำมาขนยาเสพติด เมื่องานสำเร็จจะนำรถคันดังกล่าวไปขายที่เต๊นท์รถในพื้นที่ จ.สระบุรี   จากการสืบสวนพบว่านายจิมมี่มักจะเปลี่ยนรถทุกครั้งที่ใช้ แต่มีรถยนต์เพียงคันเดียวที่นายจิมมี่ใช้เป็นรถยนต์หลักในการขับขึ้นไปติดต่อประสานกับกลุ่มค้ายาเสพติดภาคอีสานถึง 2 ครั้ง โดยจะเน้นกลุ่มวัยรุ่นรถแต่งซิ่ง ตามที่ตัวเองชื่นชอบ มาร่วมเป็นเครือข่ายค้ายาเสพติด ทำมานาน 1-2 ปีแล้ว พบเงินในบัญชีหมุนเวียนของเครือข่ายนี้กว่า 800 ล้านบาท และยิ่งขยายเครือข่ายได้อย่างรวดเร็วหลังเครือข่ายยาเสพติดคู่แฝดทมิฬถูกยิงเสียชีวิต   นายจิมมี่ ให้การเบื้องต้นว่า มีอาชีพทำไร่ ส่วนการค้ายาเสพติดทราบเพียงบางส่วนเท่านั้น แต่ไม่ทราบรายละเอียดอื่นๆ ทั้งนี้ไม่ขอตอบว่ารายละเอียดที่ทราบคืออะไร และไม่ได้ปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด   ขณะที่ แม่ของผู้ต้องหา ร้องไห้ พร้อมรับว่าตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น ตนเองไม่เคยทราบมาก่อนว่าลูกชายเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ปัจจุบันลูกชายไปอยู่บ้านภรรยา และมีอาชีพทำไร่ ก่อนหน้านี้ลูกชายเคยมีอาชีพเลี้ยงไก่ โดยแต่ละครั้งที่กลับมาบ้านจะให้เงินบ้าง แต่ไม่ได้ส่งเสียให้แม่ทุกเดือน ซึ่งที่แม่ร้องไห้เพราะก่อนหน้านี้ลูกชายหายไปจึงเกิดความเป็นห่วง และได้ไปแจ้งความไว้ ซึ่งขณะที่เจ้าหน้าที่ได้คุมตัวจิมมี่มาค้นบ้านของมารดา ในอำเภอพระพุทธบาท ทันทีที่มารดาเห็นหน้าลูก ถึงกับร้องไห้ โผเข้ากอดลูกชาย   สำหรับการปฏิบัติการยุทธการสยบไพรี 63/4 เครือข่ายนักบิน รถแต่ง เข้าตรวจค้นรวม 25 เป้าหมาย สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 3 ราย และยึดทรัพย์เป็นรถยนต์ รถจักรยานยนต์ บ้านและที่ดิน มูลค่ากว่า 25 ล้านบาท ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ZTNjwhZehtA

 2,159
สังคม
08 ม.ค. 63

แม่ตกใจไม่รู้ลูกค้ายา! ปส.บุกจับ 'จิมมี่' หน.แก๊งค้ายาเครือข่ายนักบิน รถแต่ง ตั้งตัวแทนคู่แฝดคิสเนอร์

ตำรวจปราบปรามยาเสพติดพร้อมชุดสยบไพรี นำตัวนายปัณณทัต วงษ์พันธ์ หรือจิมมี่ วัย 29 ปี ผู้ต้องหาคดีค้ายาเสพติด ที่เพิ่งถูกจับกุมได้ที่หน้าห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ในจ.สระบุรี มาเข้าตรวจค้นบ้าน ใน หมู่ 5 ต.พระพุทธบาท อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี ซึ่งเป็นบ้านแม่ของนายจิมมี่   หลังจากชุดสืบสวนพบว่าผู้ต้องหารายนี้เป็นผู้สั่งการลำเลียงยาเสพติดจากชายแดนภาคอีสาน มากระจายในพื้นที่ จ.สระบุรี และจ.ลพบุรี ซึ่งเป็นขยายผลจากการจับกุมขบวนการขนยาเสพติด ช่วงเดือนกันยายน -ธันวาคม ปี 2562 พร้อมยึดยาเสพติดได้จำนวนมาก และพบว่า 1ในรถยนต์ที่ใช้ขนยาเสพติดในครั้งนั้น มีชื่อนายจิมมี่เป็นผู้ครอบครอง   ในช่วงระยะ 1 ปี หลังจากที่คู่แฝดคิสเนอร์ อดีตเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ จ.สระบุรี -ลพบุรี ถูกยิงเสียชีวิต นายจิมมี่ ก็เริ่มผันตัวจากคนเฝ้าและขนยาเสพติดมาเป็นผู้สั่งการและเป็นผู้ค้ารายสำคัญในการติดต่อสั่งยาเสพติดโดยตรงจากชายแดนภาคอีสาน ก่อนนำมากระจายในพื้นที่ ซึ่งเครือข่ายนี้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว เพราะมีสมาชิกในเครือข่ายเป็นกลุ่มวัยรุ่นในการแบ่งหน้าที่กันทำ ถือได้ว่าปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการตัดวงจรของเครือข่ายยาเสพติดที่กำลังจะขยายตัว และขยายพื้นที่   พลตำรวจโทชินภัทร สารสิน ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด กล่าวว่า สำหรับวิธีการขนยาเสพติดของเครือข่ายนายจิมมี่จะใช้วิธีซื้อรถยนต์มือสองจากเต๊นท์รถ ย่านรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ เพื่อนำมาขนยาเสพติด เมื่องานสำเร็จจะนำรถคันดังกล่าวไปขายที่เต๊นท์รถในพื้นที่ จ.สระบุรี   จากการสืบสวนพบว่านายจิมมี่มักจะเปลี่ยนรถทุกครั้งที่ใช้ แต่มีรถยนต์เพียงคันเดียวที่นายจิมมี่ใช้เป็นรถยนต์หลักในการขับขึ้นไปติดต่อประสานกับกลุ่มค้ายาเสพติดภาคอีสานถึง 2 ครั้ง โดยจะเน้นกลุ่มวัยรุ่นรถแต่งซิ่ง ตามที่ตัวเองชื่นชอบ มาร่วมเป็นเครือข่ายค้ายาเสพติด ทำมานาน 1-2 ปีแล้ว พบเงินในบัญชีหมุนเวียนของเครือข่ายนี้กว่า 800 ล้านบาท และยิ่งขยายเครือข่ายได้อย่างรวดเร็วหลังเครือข่ายยาเสพติดคู่แฝดทมิฬถูกยิงเสียชีวิต   นายจิมมี่ ให้การเบื้องต้นว่า มีอาชีพทำไร่ ส่วนการค้ายาเสพติดทราบเพียงบางส่วนเท่านั้น แต่ไม่ทราบรายละเอียดอื่นๆ ทั้งนี้ไม่ขอตอบว่ารายละเอียดที่ทราบคืออะไร และไม่ได้ปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด   ขณะที่ แม่ของผู้ต้องหา ร้องไห้ พร้อมรับว่าตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น ตนเองไม่เคยทราบมาก่อนว่าลูกชายเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ปัจจุบันลูกชายไปอยู่บ้านภรรยา และมีอาชีพทำไร่ ก่อนหน้านี้ลูกชายเคยมีอาชีพเลี้ยงไก่ โดยแต่ละครั้งที่กลับมาบ้านจะให้เงินบ้าง แต่ไม่ได้ส่งเสียให้แม่ทุกเดือน ซึ่งที่แม่ร้องไห้เพราะก่อนหน้านี้ลูกชายหายไปจึงเกิดความเป็นห่วง และได้ไปแจ้งความไว้ ซึ่งขณะที่เจ้าหน้าที่ได้คุมตัวจิมมี่มาค้นบ้านของมารดา ในอำเภอพระพุทธบาท ทันทีที่มารดาเห็นหน้าลูก ถึงกับร้องไห้ โผเข้ากอดลูกชาย   สำหรับการปฏิบัติการยุทธการสยบไพรี 63/4 เครือข่ายนักบิน รถแต่ง เข้าตรวจค้นรวม 25 เป้าหมาย สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 3 ราย และยึดทรัพย์เป็นรถยนต์ รถจักรยานยนต์ บ้านและที่ดิน มูลค่ากว่า 25 ล้านบาท ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ZTNjwhZehtA

 2,159
ข่าวภูมิภาค
07 ม.ค. 63

คุมตัว 'จิมมี่' พ่อค้ายาค้นบ้าน แม่ร่ำไห้กอดลูก ไม่รู้มาก่อนค้ายา พบเงินหมุนเวียน 25 ล้าน

สระบุรี-เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติด พร้อมชุดสยบไพรี คุมตัว นายปัณณทัต วงษ์พันธ์ หรือ จิมมี่ ผู้ต้องหาคดีค้ายาเสพติด มาตรวจค้นภายในบ้านพักที่ อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี     สืบเนื่องจากนายจิมมี่ ก่อเหตุรับยาเสพติดมาจากชายแดนฝั่งภาคอีสาน ก่อนนำมากระจายต่อที่สระบุรี และลพบุรี จนมีทรัพย์สินหมุนเวียนจากการค้ายากว่า 25 ล้านบาท   ทั้งนี้ ขณะคุมตัวผู้ต้องหาเข้าตรวจค้นภายในบ้าน แม่ของนายจิมมี่ได้ร้องไห้กอดลูก ปฏิเสธไม่เคยรู้มาก่อนว่าลูกค้ายา   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/w2mVOypqQGM

 38,490
สังคม
07 ม.ค. 63

คุมตัว 'จิมมี่' พ่อค้ายาค้นบ้าน แม่ร่ำไห้กอดลูก ไม่รู้มาก่อนค้ายา พบเงินหมุนเวียน 25 ล้าน

สระบุรี-เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติด พร้อมชุดสยบไพรี คุมตัว นายปัณณทัต วงษ์พันธ์ หรือ จิมมี่ ผู้ต้องหาคดีค้ายาเสพติด มาตรวจค้นภายในบ้านพักที่ อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี     สืบเนื่องจากนายจิมมี่ ก่อเหตุรับยาเสพติดมาจากชายแดนฝั่งภาคอีสาน ก่อนนำมากระจายต่อที่สระบุรี และลพบุรี จนมีทรัพย์สินหมุนเวียนจากการค้ายากว่า 25 ล้านบาท   ทั้งนี้ ขณะคุมตัวผู้ต้องหาเข้าตรวจค้นภายในบ้าน แม่ของนายจิมมี่ได้ร้องไห้กอดลูก ปฏิเสธไม่เคยรู้มาก่อนว่าลูกค้ายา   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/w2mVOypqQGM

 38,490
ข่าวโซเชียล
31 ธ.ค. 62

เจ้าตูบหายไม่กี่นาทีโดนตีตาแตก เคราะห์ซ้ำต้องเสียดวงตาตลอดชีวิต เจ้าของยัน 'หมูปิ้ง' ไม่เคยทำร้ายใคร

วันที่ 30ธันวาคม จากกรณีที่มีการแชร์ในโลกโซลเชียล มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก ที่ใช้ชื่อว่า Rarinda Kongsantia โพสต์ว่า หาหมอตอนนี้ที่ไหนเปิด น่าจะเจอยิง ด่วนมาก สระบุรี อยากหาตัวคนทำร้ายน้องหมูปิ้งมาให้สังคมได้เห็นหน้าจะๆ ที่ใจร้ายสุดๆ ทำร้ายน้องหมาหมูปิ้งที่ไม่มีทางสู้ เป็นหมาแสนรู้ ไม่ทำร้ายคนอีกต่างหาก     น.ส.ลรินดา กงสันเที๊ยะ อายุ 19 ปี (เจ้าของน้องหมา) ได้ชี้ที่เกิดเหตุที่น้องหมาได้ไปวิ่งเล่นห่างจากบ้านตัวเองไม่ไกลนัก และใกล้กับบ้านหลังหนึ่งที่เลี้ยงไก่อยู่ และยังชี้ให้ผู้สื่อข่าวดูว่าหมาของตนเองได้วิ่งออกมาจากรั้วบ้านหลังดังกล่าว มีเลือดไหลหยดเป็นทาง แต่ตอนที่พาผู้สื่อข่าวมาดูเลือดได้จางหายไปหมดแล้ว แต่ตนเองไม่เห็นว่าใครเป็นคนทำร้ายน้องหมาของตน ที่อยากร้องเรียนสื่อให้มาช่วยออกข่าวประจาน คนที่เอาไม้ตีน้องหมาที่แสนน่าสงสารจนตาบอดเขามีชีวิต 1 ชีวิต เหมือนคนเราเช่นกัน     น.ส.ลรินดา ได้เล่าให้ฟังอีกว่า วันที่ 28 ธันวาคม 2552 ตนเองกำลังนั่งทำกับข้าวอยู่ในครัว น้องหมาก็ได้นั่งอยู่ด้วย เวลาประมาณ 21.00 - 22.00 น. ได้หันหลังไปประมาณ 5 นาที น้องหมาก็หายไปแล้ว สักพักก็ได้ยินเสียงหมาร้องและคนโวยวาย แต่ก็ไม่คิดว่าเป็นหมาของตัวเอง สักไม่เกิน 2 นาที น้องหมาได้วิ่งกลับมาบ้านในสภาพตาข้างขวาแตก และเลือดไหลออกเยอะ ตนจึงได้ห้ามเลือดก่อน และรีบพาไปหาหมอที่ตัวเมืองสระบุรี หมอจึงได้รีบทำการรักษาให้ และบอกว่าต้องควักลูกตาออก เพราะลูกตาเหมือนลูกปิงปองดวงตาได้แตกออกไปครึ่งหนึ่ง สาเหตุหมอบอกว่าน่าจะโดนไม้ตีอย่างรุนแรง ไม่สามารถเย็บได้ ถ้าโดนอย่างอื่น จะควักลูกตาออกแล้วรักษาได้เลย แต่แบบนี้ต้องเอากลับมารักษาแผลรอบๆ ดวงตาที่บ้านก่อนถึงจะเย็บได้ และจะได้ควักลูกตาออกได้ประมาณ 3-7 วัน     ตนเองรู้สึกเสียใจที่เขามาทำแบบนี้ เพราะหมาพันธุ์โกลเด้น ชอบเป็นมิตรกับคน ไม่ดุ และไม่ทำร้ายคน ตนเองก็มีสงสัยอยู่บ้าง เพราะได้ยินเสียงหมาร้องและคนโวยวาย แต่ระบุไม่ได้ว่าเป็นใคร เพราะห่างจากบ้านตนเอง 50-60 เมตรเอง แต่ใจเรารู้ว่าเป็นใคร แต่เราไม่มีหลักฐานตอนที่เขาทำร้ายหมาของตน หมามีอายุประมาณ 3 ปี เป็นเพศผู้ ขนสีน้ำตาลตนได้เลี้ยงน้องหมาและดูแลน้องหมามาอย่างดี และก็ยังรักน้องหมามาก เพราะเป็นหมาที่แสนรู้     น.ส.ลรินดา รู้สึกเสียใจมาก เพราะว่าน้องหมาต้องพิการดวงตาไปตลอดชีวิต แต่ตนก็ต้องเลี้ยงต่อไป ตนอยากจะถามคนทำว่า ทำน้องหมาทำไม น้องหมาไม่ได้ทำอะไรให้ ถ้าน้องหมาทำอะไรที่เสียหายก็น่าจะมาบอกกัน อยากจะรู้ว่าคนทำเป็นโรคจิตหรือเปล่า ทำไมต้องตีหมาด้วย หมาชอบเล่นกับคนด้วย ตนอยากจะเตือนคนที่ทำร้ายหมา ว่าอย่าไปทำกับหมาตัวอื่นอีกถ้าหากหมาไม่มีเจ้าของ มันก็ต้องเจ็บและทรมานเพราะไม่มีใครรักษาให้ หรือพาไปหาหมอตนอยากจะไปแจ้งความเอาเรื่อง แต่ก็ไม่มีหลักฐานที่จะไปแจ้งความ ที่มาร้องเรียนสื่อเพราะอยากให้สื่อช่วยกระจายข่าวให้สังคมได้รับรู้

 3,494
ข่าวภูมิภาค
25 ธ.ค. 62

แล้งหนัก คลองระพีพัฒน์ สระบุรี แห้งขอดจนถนนทรุด

สระบุรี-เกิดเหตุถนนลาดยางสายหรองแค-องครักษ์ กิโลเมตรที่ 23 เลียบคลองระพีพัฒน์ ทรุดตัว เนื่องจากน้ำในคลองแห้งขอด โดยเริ่มจากการแตกตัวเป็นรอยร้าว ชาวบ้านจึงแจ้งทางอำเภอหนองแคฝ่ายปกครอง มาตรวจสอบและปิดกั้นเส้นทางนี้   ต่อมาถนนก็แตกร้าวลงเรื่อยๆ เป็นทางยาวกว่า 50 เมตร ลึก 2 เมตรกว่าเกือบ 3 เมตร กินถนนไปเกือบหมด มีเพียงรถจักรยานยนต์วิ่งได้เท่านั้น ระหว่างเฝ้าดูอยู่ ถนนก็แตกร้าวขยายวงกว้างและลึกลงเรื่อยๆ เส้นนี้ต้องปิดการใช้งาน และใช้อีกฝั่งแทน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RkQQ26PLc-w

 1,453
สังคม
25 ธ.ค. 62

แล้งหนัก คลองระพีพัฒน์ สระบุรี แห้งขอดจนถนนทรุด

สระบุรี-เกิดเหตุถนนลาดยางสายหรองแค-องครักษ์ กิโลเมตรที่ 23 เลียบคลองระพีพัฒน์ ทรุดตัว เนื่องจากน้ำในคลองแห้งขอด โดยเริ่มจากการแตกตัวเป็นรอยร้าว ชาวบ้านจึงแจ้งทางอำเภอหนองแคฝ่ายปกครอง มาตรวจสอบและปิดกั้นเส้นทางนี้   ต่อมาถนนก็แตกร้าวลงเรื่อยๆ เป็นทางยาวกว่า 50 เมตร ลึก 2 เมตรกว่าเกือบ 3 เมตร กินถนนไปเกือบหมด มีเพียงรถจักรยานยนต์วิ่งได้เท่านั้น ระหว่างเฝ้าดูอยู่ ถนนก็แตกร้าวขยายวงกว้างและลึกลงเรื่อยๆ เส้นนี้ต้องปิดการใช้งาน และใช้อีกฝั่งแทน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RkQQ26PLc-w

 1,453
อาชญากรรม
25 ธ.ค. 62

จับ! ‘เสี่ยไฮ้’ อดีตแฟนหนุ่ม พร้อมพวก ต้องสงสัยฆ่าเซลล์สาวขายปุ๋ย พลางศพยัดใส่รถลงน้ำ

วันที่ 24 ธันวาคม ศาลจังหวัดสระบุรีออกหมายจับ เสี่ยโรงงานปุ๋ยพร้อมลูกน้องคนสนิท เอี่ยวฆ่าสาวเซลล์ขายปุ๋ย หลังหายตัวไป 3 ปี โผล่อีกทีเหลือแค่โครงกระดูกในรถตัวเองจมน้ำ แม้หลักฐานบางอย่างจะถูกทำลาย แต่หลักฐานสำคัญปรากฏ   เวลา 15.00 น. วันที่ 24 ธันวาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนตำรวจถูธรภาค 1 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภูธร จ.สระบุรี ขออนุมัติหมายศาลเข้าค้น บ.ห้าดาวเคมีภัณฑ์ จำกัด เลขที่ 145/1ม.11 ต.พระพุทธบาท อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี และควบคุมตัวนายสันติ จึงทองดี (เสี่ยไฮ้) จึงทองดี และนายแจ็ค (ลูกน้องคนสนิท) ภายในบ้านพัก โดยควบคุมตัวลูกน้องมายังกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี   ส่วนตัวนายสันติ (เสี่ยไฮ้) เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวมากับรถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ สีขาว แต่เมื่อมาถึงยังกองบังคับการสืบสวนสอบสวนภูธร จ.สระบุรี พบเพียงแต่ลูกน้องเสี่ยไฮ้เดินลงจากรถไม่พบตัวเสียไฮ้แต่อย่างใด ซึ่งในขณะที่มีผู้สื่อข่าวทุกสำนักเฝ้ารอกันอยู่เป็นจำนวนมาก คาดว่าเจ้าหน้าที่จะนำตัวเสี่ยไฮ้ไปทางอื่น แต่เมื่อสอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ก็ไม่มีไครทราบว่าไปทางใด   ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้ข้อมูลว่าคาดว่าน่าจะนำตัวนายสันติ หรือเสี่ยไฮ้ ไปยังกองบังคับการตำรวจภูธรภาค 1 จากนั้นจะมีการแถลงข่าวในวันที่ 25 ธันวาคม 62 เวลา ประมาณ 10.00 น.ที่กองบังคับการตำรวจภูธรภาค 1   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4Ea7OPUCB34

 2,679
แชร์ออฟเดอะเดย์
24 ธ.ค. 62

หนุ่มแจงโดดตัดหน้าให้รถชน เพราะอยากตายหลังทะเลาะแฟน ปัดทำเพื่อหวังเงิน เพราะมีเงินเยอะกว่าอีก

มีการเผยแพร่คลิปจากกล้องหน้ารถ นาทีชายกระโดดให้รถชน พร้อมข้อความระบุว่า   "เตือนภัยครับเมื่อวานเจอมากับตัว ซอยหลังโรงบาลเกษมราษฎร์สระบุรี ใครขับผ่านระวังตัวด้วย วิ่งมากระโดดใส่รถ" หลังคลิปนี้ถูกแชร์ออกไปทำให้ชาวเน็ตวิพากษ์วิจารณ์ ว่าชายคนนี้วิ่งมากระโดดใส่หน้ารถเพื่อหวังเรียกเงิน   ต่อมาเจ้าของร้านของชำ บริเวณจุดที่เกิดเหตุ เปิดเผยว่า รู้จักกับนายตั้ม ซึ่งเป็นลูกค้าประจำที่นี่ ทำงานเป็นผู้จัดการบริษัทแห่งหนึ่ง วันที่เกิดเหตุนายตั้ม อกหักเลิกกับแฟน และนั่งกินเหล้าอยู่ที่หน้าร้านจนมีอาการมึนเมา พอดีจะข้ามถนนไปฉี่ฝั่งตรงข้าม   จังหวะนั้นมีรถขับมาก็เลยตัดสินใจจะฆ่าตัวตาย แต่เกิดอาการกลัว เลยทำท่ายึกๆยักๆและกระโดดใส่รถเลยทำให้ล้ม ส่วนสาเหตุมือที่ใส่เฝือก เกิดจากการต่อยผนัง ต่อยเสา ต่อยโต๊ะ และก็ล้มบ้าง ทำให้กระดูกนิ้วแตก ขอบอกให้ประชาชนทั่วไปได้รับรู้ว่า บุคคลนี้หรือนายตั้ม ไม่ใช่มิจฉาชีพอย่างแน่นอน ขอให้ประชาชนทุกคนได้รับรู้ ตนรับประกัน   ขณะที่นายตั้ม ผู้ก่อเหตุ เปิดเผยเรื่องนี้ว่า คืนที่เกิดเหตุตนเมาและไม่มีเจตนาที่จะไปเอาเงินเขาหลอก แต่น้องเจ้าของรถได้ลงเพจว่า ผมจะไปเอาเงินของเขา ส่วนสาเหตุที่ไปกระโดดใส่หน้ารถ เพราะว่าทะเลาะกับเมีย และจะข้ามถนนไปฉี่ พอเห็นรถในความตั้งใจของผมก็จะให้รถชน พอรถจะชนผมเกิดอาการตกใจกลัวเลยกระโดดใส่หน้ารถ และเจ้าของได้จอดรถและลงมาดูผม พูดเหมือนกับว่าผมจะเอาเงินของเขา   แต่พูดตรงๆครับ ตนมีเงินมากว่าเขาอีก แต่ตนยอมรับผิดที่ผมทำไปแบบนี้ ได้ขอโทษและยกมือไหว้คู่กรณีด้วย ตนคิดว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่พอได้มาเห็นเพจเป็นข่าวแพร่กระจายทำให้ตนเสียหาย ถ้าหากไม่มีการลบก็จะดำเนินคดี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/sp7Gctierl4

 2,054
ข่าวโซเชียล
24 ธ.ค. 62

หนุ่มแจงโดดตัดหน้าให้รถชน เพราะอยากตายหลังทะเลาะแฟน ปัดทำเพื่อหวังเงิน เพราะมีเงินเยอะกว่าอีก

มีการเผยแพร่คลิปจากกล้องหน้ารถ นาทีชายกระโดดให้รถชน พร้อมข้อความระบุว่า   "เตือนภัยครับเมื่อวานเจอมากับตัว ซอยหลังโรงบาลเกษมราษฎร์สระบุรี ใครขับผ่านระวังตัวด้วย วิ่งมากระโดดใส่รถ" หลังคลิปนี้ถูกแชร์ออกไปทำให้ชาวเน็ตวิพากษ์วิจารณ์ ว่าชายคนนี้วิ่งมากระโดดใส่หน้ารถเพื่อหวังเรียกเงิน   ต่อมาเจ้าของร้านของชำ บริเวณจุดที่เกิดเหตุ เปิดเผยว่า รู้จักกับนายตั้ม ซึ่งเป็นลูกค้าประจำที่นี่ ทำงานเป็นผู้จัดการบริษัทแห่งหนึ่ง วันที่เกิดเหตุนายตั้ม อกหักเลิกกับแฟน และนั่งกินเหล้าอยู่ที่หน้าร้านจนมีอาการมึนเมา พอดีจะข้ามถนนไปฉี่ฝั่งตรงข้าม   จังหวะนั้นมีรถขับมาก็เลยตัดสินใจจะฆ่าตัวตาย แต่เกิดอาการกลัว เลยทำท่ายึกๆยักๆและกระโดดใส่รถเลยทำให้ล้ม ส่วนสาเหตุมือที่ใส่เฝือก เกิดจากการต่อยผนัง ต่อยเสา ต่อยโต๊ะ และก็ล้มบ้าง ทำให้กระดูกนิ้วแตก ขอบอกให้ประชาชนทั่วไปได้รับรู้ว่า บุคคลนี้หรือนายตั้ม ไม่ใช่มิจฉาชีพอย่างแน่นอน ขอให้ประชาชนทุกคนได้รับรู้ ตนรับประกัน   ขณะที่นายตั้ม ผู้ก่อเหตุ เปิดเผยเรื่องนี้ว่า คืนที่เกิดเหตุตนเมาและไม่มีเจตนาที่จะไปเอาเงินเขาหลอก แต่น้องเจ้าของรถได้ลงเพจว่า ผมจะไปเอาเงินของเขา ส่วนสาเหตุที่ไปกระโดดใส่หน้ารถ เพราะว่าทะเลาะกับเมีย และจะข้ามถนนไปฉี่ พอเห็นรถในความตั้งใจของผมก็จะให้รถชน พอรถจะชนผมเกิดอาการตกใจกลัวเลยกระโดดใส่หน้ารถ และเจ้าของได้จอดรถและลงมาดูผม พูดเหมือนกับว่าผมจะเอาเงินของเขา   แต่พูดตรงๆครับ ตนมีเงินมากว่าเขาอีก แต่ตนยอมรับผิดที่ผมทำไปแบบนี้ ได้ขอโทษและยกมือไหว้คู่กรณีด้วย ตนคิดว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่พอได้มาเห็นเพจเป็นข่าวแพร่กระจายทำให้ตนเสียหาย ถ้าหากไม่มีการลบก็จะดำเนินคดี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/sp7Gctierl4

 2,054
สังคม
23 ธ.ค. 62

รวบแล้ว! 'เอส ต้นตาล' หลังตระเวนใช้มีดดาบก่อเหตุไล่ฟันรถสีขาว ของชาวบ้าน

สระบรี-ตำรวจ สามารถจับกุมตัว เอส ต้นตาล ผู้ต้องหาในคดีทำลายทรัพย์สิน และใช้มีดดาบ ไล่ฟันรถสีขาว ของชาวบ้าน ได้แล้ว ที่บ้านเมื่อเช้านี้    จากกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปภาพ ชายคนหนึ่ง ควงมีดดาบไล่ฟันรถ ที่วิ่งผ่านไปมา ในพื้นที่ อบต.ดางเรือง ทางเข้าวัดป่าสัก อ.เมือง จ.สระบุรี แล้วต่อมาตำรวจทราบตัวผู้ก่อเหตุ แล้ว ว่าเป็นใคร หลังสืบพบพฤติกรรม จะเลือกฟันแต่รถสีขาว จนทำให้ชาวบ้าน และร้านค้าหวาดผวา ขณะที่ลูกค้า ก็ไม่มีใครกล้าจอดรถ แวะซื้อของ โดยพฤติกรรม เมื่อเห็นรถสีขาวจะวิ่งเข้าใส่ และเลือกไล่ฟันเฉพาะรถสีขาว อย่างเดียว เท่านั้น   ซึ่งก่อนหน้านี้พบว่า เอส ต้นตาล ได้เคยใช้ดาบไล่ฟัน ชาวบ้าน ภายในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ใน จ.สระบุรี และมาก่อเหตุรายล่าสุด เป็นผู้หญิง ขับรถกระบะสีขาว ผ่านบริเวณดังกล่าว และถูกชายรายนี้ ใช้มีดแทงตรงแก้มด้านขวารถได้รับความเสียหาย และผู้เสียหายได้ไปแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองสระบุรี เมื่อช่วงหัวค่ำ วันที่ 21 ธันวาคม ที่ผ่านมา   ขณะที่ เมื่อเช้านี้ ตำรวจ สภ.เสาไห้ ได้ไปคุมตัว นายอดิศักดิ์ หรือ เอส ต้นตาล จากบ้าน มาที่โรงพัก เพื่อทำบันทึกแจ้งข้อกล่าวหา ซึ่งก่อนจับกุม ตำรวจ สภ.เสาไห้ ระบุว่า เอส ต้นตาล ถือเป็นบุคคลอันตราย เคยถูกดำเนินคดีเรื่องยาเสพติพ มาแล้วหลายครั้งส่วนทางคดีเบื้องต้น ตำรวจ บอกว่า ได้สอบปากคำผู้เสียหายไปแล้ว ซึ่งจากนี้ได้รวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมเตรียมแจ้ง 2 ข้อหา คือ พกพาอาวุธมีดในที่สาธารณะ และข่มขู่ผู้อื่นให้ตกใจกลัว ส่วนสาเหตุคาด เอส ต้นตาล มีปมเกิดจากอดีตภรรยาไปกับผู้ชายที่ขับรถสีขาว แล้วทุกครั้งที่ไปดื่มสุรา ก็จะเกิดอาการคลุ้มคลั่ง ไล่ฟันรถสีขาว

 4,268

Top