ค้นหา :

ผลการค้นหา "ยะลา"

ข่าวภูมิภาค
26 ก.พ. 63

สนั่นป่า! ทำลายระเบิดอากาศ mk 82 สมัยโจรจีนคอมมิวนิสต์มาลายา ทิ้งไว้ 42 ปีก่อน

ยะลา-เจ้าหน้าที่ชุดค้นหาทำลายวัตถุระเบิด เข้าทำลายวัตถุระเบิด MK 82 ที่ทิ้งจากเครื่องบินสมัยโจรจีนคอมมิวนิสต์มาลายา ซึ่งเจ้าหน้าที่ทหารชุดป้องกันชายแดนที่ 4 ได้ลาดตระเวนร่วมกับ อรบ บ้านปิยะมิตร-จุฬาภรณ์ แล้วพบในป่าลึกบริเวณพื้นที่บ้านดอน หมู่ 7 ต.อัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลา เมื่อวันที่ 20 ก.พ. ที่ผ่านมา   ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าทำการทำลายระเบิดได้ให้เจ้าหน้าที่ ตชด. ทหาร ตำรวจ สภ.อัยเยอร์เวง อส. อรบ ประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่รับทราบ ไม่ให้ขึ้นไปทำสวน โดยให้อยู่ห่างจากจุดระเบิดรัศมีประมาณ 3 กิโลเมตร จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เดินไปยังจุดที่พบระเบิดด้วยความยากลำบาก ต้องผ่านสวนยาง สวนผลไม้ ลัดเลาะไปตามลำธาร จนถึงป่าลึก ใช้เวลาประมาณ 45 นาที ก็พบระเบิดอยู่ในหุบเขากลางลำธาร   ซึ่งเป็นระเบิด MK82 มีขนาดความยาว 61 นิ้ว เส้นรอบวง 31 นิ้ว น้ำหนัก 500 ปอนด์ ซึ่งเป็นระเบิดที่ยังสมบูรณ์ สะเก็ดระเบิดกระเด็นไกลได้ประมาณ 1.7 กิโลเมตร หลังจากตรวจสอบระเบิดเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่ได้ดูสถานที่ พร้อมทำการวางแผนในการทำลาย โดยใช้ชนวนฝักแคเวลา เป็นตัวจุดชนวน โดยหน่วงเวลาไว้ประมาณ 40 นาที เพื่อให้เจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นคนจุดชนวนสามารถเดินมาหลบเข้าที่กำบังได้ทัน ซึ่งอยู่ห่างจากจุดระเบิดประมาณ 1.5 กิโลเมตร ในช่วงระเบิดเจ้าหน้าที่ทุกคนได้นั่งหลบหลังภูเขา ซึ่งเสียงระเบิดลูกนี้ดังมากสนั่นไปทั้งป่าคาดว่าดังไปไกลหลายกิโลเมตร   จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เดินเท้าเข้าไปตรวจสอบพบจุดที่ระเบิดเป็นหลุมกว้างประมาณ 3 เมตร ลึกประมาณ 80 ซม ต้นไม้ ต้นหญ้า กอไม้ไผ่ ที่อยู่บริเวณนั้นล้มหายไปหมด สภาพพื้นที่เปลี่ยนไปจากตอนที่ยังไม่ทำลายระเบิดเป็นอย่างมาก แต่ก็ยังมีต้นไม้ต้นใหญ่ที่ไม่เป็นอะไรมีเพียงร่องรอยสะเก็ดระเบิดเท่านั้น   นายหวังไหล แซ่ลิ่ว อายุ 63 ปี ที่ปรึกษากองพัน อรบ พิเศษ บ้านปิยะมิตร-จุฬาภรณ์ ซึ่งเคยเป็นอดีตสหาย หรือ โจรจีนคอมมิวนิสต์มาลายา เล่าว่า ระเบิดลูกดังกล่าว ทางกองทัพได้ใช้เครื่องบินมาทิ้งไว้เมื่อ 42 ปีที่แล้ว ซึ่งช่วงนั้นเป็นช่วงที่รัฐบาลไทยได้ร่วมกับประเทศมาเลเซีย ได้สู้รบปราบปรามสหายอย่างหนัก แต่ลูกระเบิดดังกล่าวไม่ระเบิด เลยยังอยู่จนถึงทุกวันนี้   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/L0jr3kKIBIg

 634
สังคม
26 ก.พ. 63

สนั่นป่า! ทำลายระเบิดอากาศ mk 82 สมัยโจรจีนคอมมิวนิสต์มาลายา ทิ้งไว้ 42 ปีก่อน

ยะลา-เจ้าหน้าที่ชุดค้นหาทำลายวัตถุระเบิด เข้าทำลายวัตถุระเบิด MK 82 ที่ทิ้งจากเครื่องบินสมัยโจรจีนคอมมิวนิสต์มาลายา ซึ่งเจ้าหน้าที่ทหารชุดป้องกันชายแดนที่ 4 ได้ลาดตระเวนร่วมกับ อรบ บ้านปิยะมิตร-จุฬาภรณ์ แล้วพบในป่าลึกบริเวณพื้นที่บ้านดอน หมู่ 7 ต.อัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลา เมื่อวันที่ 20 ก.พ. ที่ผ่านมา   ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าทำการทำลายระเบิดได้ให้เจ้าหน้าที่ ตชด. ทหาร ตำรวจ สภ.อัยเยอร์เวง อส. อรบ ประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่รับทราบ ไม่ให้ขึ้นไปทำสวน โดยให้อยู่ห่างจากจุดระเบิดรัศมีประมาณ 3 กิโลเมตร จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เดินไปยังจุดที่พบระเบิดด้วยความยากลำบาก ต้องผ่านสวนยาง สวนผลไม้ ลัดเลาะไปตามลำธาร จนถึงป่าลึก ใช้เวลาประมาณ 45 นาที ก็พบระเบิดอยู่ในหุบเขากลางลำธาร   ซึ่งเป็นระเบิด MK82 มีขนาดความยาว 61 นิ้ว เส้นรอบวง 31 นิ้ว น้ำหนัก 500 ปอนด์ ซึ่งเป็นระเบิดที่ยังสมบูรณ์ สะเก็ดระเบิดกระเด็นไกลได้ประมาณ 1.7 กิโลเมตร หลังจากตรวจสอบระเบิดเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่ได้ดูสถานที่ พร้อมทำการวางแผนในการทำลาย โดยใช้ชนวนฝักแคเวลา เป็นตัวจุดชนวน โดยหน่วงเวลาไว้ประมาณ 40 นาที เพื่อให้เจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นคนจุดชนวนสามารถเดินมาหลบเข้าที่กำบังได้ทัน ซึ่งอยู่ห่างจากจุดระเบิดประมาณ 1.5 กิโลเมตร ในช่วงระเบิดเจ้าหน้าที่ทุกคนได้นั่งหลบหลังภูเขา ซึ่งเสียงระเบิดลูกนี้ดังมากสนั่นไปทั้งป่าคาดว่าดังไปไกลหลายกิโลเมตร   จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เดินเท้าเข้าไปตรวจสอบพบจุดที่ระเบิดเป็นหลุมกว้างประมาณ 3 เมตร ลึกประมาณ 80 ซม ต้นไม้ ต้นหญ้า กอไม้ไผ่ ที่อยู่บริเวณนั้นล้มหายไปหมด สภาพพื้นที่เปลี่ยนไปจากตอนที่ยังไม่ทำลายระเบิดเป็นอย่างมาก แต่ก็ยังมีต้นไม้ต้นใหญ่ที่ไม่เป็นอะไรมีเพียงร่องรอยสะเก็ดระเบิดเท่านั้น   นายหวังไหล แซ่ลิ่ว อายุ 63 ปี ที่ปรึกษากองพัน อรบ พิเศษ บ้านปิยะมิตร-จุฬาภรณ์ ซึ่งเคยเป็นอดีตสหาย หรือ โจรจีนคอมมิวนิสต์มาลายา เล่าว่า ระเบิดลูกดังกล่าว ทางกองทัพได้ใช้เครื่องบินมาทิ้งไว้เมื่อ 42 ปีที่แล้ว ซึ่งช่วงนั้นเป็นช่วงที่รัฐบาลไทยได้ร่วมกับประเทศมาเลเซีย ได้สู้รบปราบปรามสหายอย่างหนัก แต่ลูกระเบิดดังกล่าวไม่ระเบิด เลยยังอยู่จนถึงทุกวันนี้   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/L0jr3kKIBIg

 634
พระราชสำนัก
05 ก.พ. 63

องคมนตรี เยี่ยมให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่และประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้

องคมนตรี ไปเยี่ยมให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ และประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส และจังหวัดยะลา   วันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ไปเยี่ยมให้กำลังใจ พร้อมกับเชิญสิ่งของพระราชทาน จำนวน 50 ชุด ไปมอบแก่เจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดน ณ ฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบลร่มไทร อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส    โอกาสนี้ องคมนตรี ได้เชิญพระราชกระแสทรงห่วงใย ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มากล่าวกับเจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดนให้ได้รับทราบ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ ในการปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยให้แก่ประชาชน ยังความปลาบปลื้ม และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ แก่เจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดนทุกนาย อย่างหาที่สุดมิได้   ในการนี้ องคมนตรี ได้ไปพูดคุยให้กำลังใจแก่ญาติของสมาชิกอาสารักษาดินแดน อนุวัต กอเดร์ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ประจำชุดคุ้มครองตำบลร่มไทร ที่ถูกคนร้ายยิงเสียชีวิต พร้อมกับมอบสิ่งของพระราชทาน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ สร้างความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ แก่ญาติและครอบครัว ของสมาชิกอาสารักษาดินแดนอนุวัต เป็นอย่างยิ่ง   โอกาสนี้ ได้ไปเยี่ยมชมบริเวณโดยรอบฐานปฏิบัติ ซึ่งมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย อีกทั้งมีความความพร้อมในการตอบโต้ หากมีผู้ไม่หวังดีมาบุกรุก   จากนั้น องคมนตรี เชิญตะกร้าสิ่งของพระราชทาน ไปมอบแก่สมาชิกเอกมนัส ซำเซ็ง เจ้าหน้าที่ชุดคุ้มครองตำบลร่มไทร ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนสงคราม และใช้ระเบิดแสวงเครื่องแบบขว้าง โจมตีฐานชุดคุ้มครองตำบลร่มไทร บ้านไอดีแย หมู่ 3 ตำบลร่มไทร อำเภอสุคิริน เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2563 ซึ่งเข้ารักษาอาการ ณ โรงพยาบาลสุไหง โก-ลก อำเภอสุไหง โก-ลก จังหวัดนราธิวาส ยังความปลื้มปีติ และซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงมีต่อสมาชิกเอกมนัส และครอบครัว เป้นล้นพ้น   จากนั้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้องคมนตรี ไปเยี่ยมให้กำลังใจ พร้อมกับเชิญสิ่งของพระราชทาน จำนวน 50 ชุด ไปมอบแก่เจ้าหน้าที่ชุดคุ้มครองตำบลสะเอะ ณ ฐานปฎิบัติการชุดคุ้มครองตำบลสะเอะ อำเภอกรงปินัง จังหวัดยะลา เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของชุมชน    พร้อมกับได้เชิญพระราชกระแสทรงห่วงใย ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มากล่าวกับเจ้าหน้าที่ชุดคุ้มครองตำบลสะเอะให้ได้รับทราบ ยังความปลื้มปีติ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงห่วยใยเจ้าหน้าที่ และประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในการนี้ ได้เยี่ยมชมฐานปฎิบัติการฯ พร้อมพบปะพูดคุยให้กำลังใจแก่ประชาชน และเจ้าหน้าที่ส่วนราชการต่าง ๆ ในพื้นที่ด้วย

 209
สังคม
21 ม.ค. 63

งานวิ่งสุดโหด! ทั้งลุยน้ำ ปีนเขา กว่าจะเข้าเส้นชัยเล่นเอาหมดสภาพ

ที่จังหวัดยะลา จัดการแข่งขันวิ่ง ในวันที่ 19 มกราคม ที่ผ่านมา มีระยะทางการวิ่ง 2 ระยะ คือ 7 กิโลเมตร และ 17 กิโลเมตร   แต่เป็นงานวิ่งที่มีเส้นทางหฤโหด และท้าทายมาก เริ่มต้นก็สบายไม่มีปัญหาอะไร บรรยากาศภายในอุทยานแห่งชาติบางลาง อบอวลไปด้วยธรรมชาติ สามารถวิ่งไปชมนกชมไม้ไปได้ด้วย อากาศก็ดี แต่เมื่อผ่านไปได้ครึ่งทาง ความยากก็เริ่มขึ้น    มีวิ่งผ่านน้ำตก ขึ้นเขา วิ่งลุยลำธาร เข้าถ้ำ ปีนบันไดไม้ หนักหน่อยก็คือไต่เชือกดึงตัวขึ้นเขา ลงเขา โหดทั้งนั้น เมื่อถึงเส้นชัย แต่ละคนจึงมีสภาพที่หมดแรง     ชมผ่านยทูปได้ที่นี่ : youtu.be/bCuLq0tiFxw  

 683
สรุปข่าว
07 ม.ค. 63

รื้อรถ ‘บิ๊กโจ๊ก’ หาหัวกระสุน - บินสำรวจป่าถูกทำลาย 40 ไร่ - pm2.5 พุ่งสูง อันตรายต่อสุขภาพ

เตรียมลื้อรถ ‘บิ๊กโจ๊ก’ ถูกยิง หากระสุนสืบเทียบเคียงทางนิติวิทยาศาสตร์ จนท.พิสูจน์หลักฐาน เตรียมลื้อรถยนต์ของพล.ต.ท. สุรเชษฐ์ หักพ่น ที่ปรึกษาพิเศษสำนักนายกรัฐมนตรี หลังรถยนต์ถูกลอบยิง เพื่อหาหัวกระสุนเพิ่มเติม และนำผลไปเทียบเคียงทางนิติวิทยาศาสตร์ หาตัวผู้ก่อเหตุ ส่วนแนวทางการสืบสวนยังไม่มีแนวทางชี้ชัดในประเด็นการลอบยิง   ฝ่ายความมั่นคงภาค 4 บินสำรวจป่าสงวน พบพื้นที่ป่าถูกทำลายเสียหายกว่า 40 ไร่ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า นำเฮลิคอปเตอร์สำรวจป่าสงวนแห่งชาติ ป่าลาบู ปากถ้ำทะลุ จ.ยะลา พบพื้นที่ป่าถูกทำลายใหม่ รวมพื้นที่เสียหายกว่า 40 ไร่ เสียหายกว่า 10 ล้านบาท จนท.เร่งติดตามผู้กระทำผิด   ค่าฝุ่น PM2.5 ขึ้นสูง อันตรายต่อสุขภาพ บึงกุ่ม - คลองสามวาพื้นที่เสียงสุดในกทม. สถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล วันนี้วัดค่าเฉลี่ยได้ที่ 39 – 62 ไมโครกรัม / ลูกบาศก์เมตร เกินค่ามาตรฐาน และส่งผลกระทบต่อสุขภาพใน 22 พื้นที่ สูงสุดอยู่ที่เขตบึงกุ่มและคลองสามวา อยู่ที่ระดับ 66 ไมโครกรัม / ลูกบาศก์เมตร กทม.ย้ำเผาหญ้า เผาขยะ เผาตอซังข้าวในที่โล่ง ผิดพรบ.สาธารณสุข ฝ่าฝืนโทษผิดทางอาญา   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/5vAj4jH66jo

 1,434
ข่าวภูมิภาค
03 ม.ค. 63

ให้ออกจากราชการ 7 ตำรวจประจำจุดตรวจยะลา เรียกรับเงินจับกุมยาเสพติด

ยะลา-พลตำรวจตรีปราบพาล มีมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา เปิดเผยถึงกรณีมีตำรวจประจำจุดตรวจ 7 นาย ได้เรียกรับเงินในการจับกุมยาเสพติดว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ 7 นาย ที่ประจำอยู่ที่จุดตรวจเมืองทอง ในเขตเทศบาลนครยะลา เมื่อช่วงก่อนปีใหม่ที่ผ่านมานั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดนี้เป็นหน่วยปฎิบัติการพิเศษของอำเภอยะหา ที่มาช่วยราชการ ในการป้องกันเมืองในเขตเทศบาลนครยะลา ที่ผ่านมาทุกๆเดือน   โดยในครั้งนี้ก็เช่นกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ นปพ.ยะหา ทั้ง 7 นาย ที่ปฎิบัติภารกิจประจำจุดตรวจจุดสกัดที่ป้อมเมืองทอง มีการร้องเรียนเข้ามา เมื่อมีการเข้าไปตรวจค้นภายในที่พัก ซึ่งอยู่ที่จุดตรวจ และพบยาบ้าและเงินสดจำนวนหนึ่ง อยู่ในครอบครองของตำรวจทั้ง 7 นาย จึงได้ทำการจับกุมพร้อมดำเนินคดีในข้อหามียาเสพติดไว้ในครอบครองเพื่อเสพและจำหน่าย และตั้งคณะกรรมการสอบสวน ดำเนินการทางวินัย   ขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาให้ออกจากราชการทั้ง 7 นาย มียศตั้งแต่นายสิบ จนถึงจ่า โดยล่าสุดได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ นปพ.ชุดใหม่ เข้าไปปฎิบัติหน้าที่แทน 7 นาย ที่ถูกจับกุมแล้วแต่ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ถูกจับกุมว่า ยาเสพติดที่ตรวจพบ เอาไว้เพื่อเสพ ไม่ได้จำหน่าย แต่เนื่องจากบางคนมีครอบครองเกินปริมาณ จึงต้องแจ้งข้อหาครอบครองเพื่อจำหน่ายด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rMcjSn5KZA8

 2,536
สังคม
03 ม.ค. 63

ให้ออกจากราชการ 7 ตำรวจประจำจุดตรวจยะลา เรียกรับเงินจับกุมยาเสพติด

ยะลา-พลตำรวจตรีปราบพาล มีมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา เปิดเผยถึงกรณีมีตำรวจประจำจุดตรวจ 7 นาย ได้เรียกรับเงินในการจับกุมยาเสพติดว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ 7 นาย ที่ประจำอยู่ที่จุดตรวจเมืองทอง ในเขตเทศบาลนครยะลา เมื่อช่วงก่อนปีใหม่ที่ผ่านมานั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดนี้เป็นหน่วยปฎิบัติการพิเศษของอำเภอยะหา ที่มาช่วยราชการ ในการป้องกันเมืองในเขตเทศบาลนครยะลา ที่ผ่านมาทุกๆเดือน   โดยในครั้งนี้ก็เช่นกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ นปพ.ยะหา ทั้ง 7 นาย ที่ปฎิบัติภารกิจประจำจุดตรวจจุดสกัดที่ป้อมเมืองทอง มีการร้องเรียนเข้ามา เมื่อมีการเข้าไปตรวจค้นภายในที่พัก ซึ่งอยู่ที่จุดตรวจ และพบยาบ้าและเงินสดจำนวนหนึ่ง อยู่ในครอบครองของตำรวจทั้ง 7 นาย จึงได้ทำการจับกุมพร้อมดำเนินคดีในข้อหามียาเสพติดไว้ในครอบครองเพื่อเสพและจำหน่าย และตั้งคณะกรรมการสอบสวน ดำเนินการทางวินัย   ขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาให้ออกจากราชการทั้ง 7 นาย มียศตั้งแต่นายสิบ จนถึงจ่า โดยล่าสุดได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ นปพ.ชุดใหม่ เข้าไปปฎิบัติหน้าที่แทน 7 นาย ที่ถูกจับกุมแล้วแต่ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ถูกจับกุมว่า ยาเสพติดที่ตรวจพบ เอาไว้เพื่อเสพ ไม่ได้จำหน่าย แต่เนื่องจากบางคนมีครอบครองเกินปริมาณ จึงต้องแจ้งข้อหาครอบครองเพื่อจำหน่ายด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rMcjSn5KZA8

 2,536
สรุปข่าว
31 ธ.ค. 62

ตัวเงินตัวทองโผล่ห้องเครื่องรถเก๋ง-คนร้ายปาหินใส่ขบวนรถไฟยะลา เชื่อเป็นกลุ่มวัยรุ่น

ตัวเงินตัวทองโผล่ห้องเครื่องรถเก๋ง-คนร้ายป่าหินใส่ขบวนรถไฟ เชื่อเป็นกลุ่มวัยรุ่น -ขนส่งฯ เผย 5 วัน ขับเร็วเกินกำหนดกว่า 2 หมื่นคัน    ตัวเงินตัวทองโผล่ห้องเครื่องรถเก๋ง   โลกออนไลนืแชรฺคลิปตัวเงินตัวทองโผล่ห้องเครื่องรถเก๋ง ระบุเข้าไปได้อย่างไร ด้านเจ้าของโพสต์ระบุ "สวัสดีปีใหม่ครับ" เผยพบเมื่อเช้า (31 ธ.ค.) หลังจอดรถทิ้งไว้หน้าบ้าน 1 อาทิตย์ เปิดประตูรถมาเจอตัวเงินตัวทองขนาดยาว 2 เมตร นอนหงายอยู่ในห้องเครื่อง เรียกกู้ภัยมาจับตัว เรียกกู้ภัยมาจัดการ    ยะลา - คนร้ายปาหินใส่ขบวนรถไฟ เชื่อเป็นกลุ่มวัยรุ่น    ผุ้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลาเชื่อผู้ก่อเหตุปาก้อนหินใส่ขบวนรถไฟสุไหงโกลก-หาดใหญ่ เป็นกลุ่มวัยรุ่นในบริเวณชุมชนริมทางรถไฟที่มีความคึกคะนอง โดยที่ผ่านมาพบพฤติกรรมนำก้อนหินไปวางบนรางรีถไฟเพื่อให้รถไฟเหยียบ พร้อมเร่งหาตัวมาดำเนินคดี    ขนส่งฯ เผย 5 วัน ขับเร็วเกินกำหนดกว่า 2 หมื่นคัน    อธิบดีกรมการขนส่งเผยระหว่างวันที่ 26 -30 ธ.ค.  มีการตรวจรถทั้งหมดกว่า 400,000 คน พบการใช้ความเร็วเกินกำหนด 23,000 คัน พร้อมเตือนผู้ประกอบการขนส่งหรือผู้ขับรถบางรายที่หลบเลี่ยงการส่งข้อมูลการใช่รถ โดยใช้อุปกณ์หรือเครื่องรบกวน หรือตัดสัญญาณจีพีเอสจะถูกสั่งให้หยุดทันที พร้อมดำเนินการตามกฎหมาย      ชมทางยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/weiiBOdxOJY  

 3,404
ข่าวภูมิภาค
31 ธ.ค. 62

คนร้ายปาหินใส่ขบวนรถไฟ ถูกเบ้าตาขวาช่างเครื่องเจ็บ ยังไม่รู้ฝีมือคนทำ!

ยะลา - นายอามะ ลาเต๊ะ นายสถานีรถไฟยะลา ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองยะลา ว่า มีกลุ่มคนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวนได้ขว้างปาก้อนหินใส่ขบวนรถไฟ ทำให้มีเจ้าหน้าที่รถไฟ ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย เหตุเกิดบริเวณเส้นทางรถไฟระหว่าง ยะลา – บ้านหัวควน (บ้านนิบงบารู) หมู่ 7 ต.สะเตงนอก อ.เมืองยะลา จ.ยะลา   หลังรับแจ้ง พ.ต.อ.นราวี บินแวอารง ผกก.สภ.เมืองยะลา พร้อมด้วยนายสุริยา บุญพันธ์ ปลัดอาวุโสอำเภอเมืองยะลา จ.ยะลา กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร / ฝ่ายปกครอง และ ชุด กู้ชีพ-กู้ภัย แม่กอเหนี่ยวยะลา เข้าตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบว่า นายชัยวัฒน์ พัฒนมณี พนักงานขับรถไฟ ได้นำขบวนรถไฟ ขบวน 176 ดีเซล 4151 จำนวน 7 โบกี้ มาจอดเทียบที่ชานชลาสถานีรถไฟยะลา แล้ว ทางชุดกู้ชีพ-กู้ภัย จึงได้ช่วยกันนำตัว นายปรัญชา สุขเกษม ช่างเครื่อง ทำหน้าที่ผู้ช่วยพนักงานขับรถ ซึ่งได้รับบาดเจ็บที่เบ้าตาด้านขวา เนื่องจากถูกกระจกหน้า แตกกระจายกระเด็นมาเข้าเบ้าตาพอดี นำตัวไปรักษาบาดแผล ที่โรงพยาบาลศูนย์ยะลา ต่อมา   จากการสอบสวนทราบว่า ขบวนรถไฟที่ถูกก่อเหตุ เป็นขบวนท้องถิ่น วิ่งออกจากต้นทาง สถานี สุไหงโกลก 14.55 น.มีกำหนดถึงปลายทางสถานีหาดใหญ่ ในเวลา 18.15 น. มีนายชัยวัฒน์ พัฒนมณี ทำหน้าที่พนักงานขับรถไฟ (พขร.) และมีนายปรัญชา สุขเกษม ผู้บาดเจ็บ ช่างเครื่อง ทำหน้าที่ผู้ช่วยพนักงานขับรถ  เมื่อขบวนรถไฟได้ชะลอความเร็ว เพื่อจะเข้าสถานีรถไฟยะลา ถึงบริเวณบ้านนิบงบารู หมู่ที่ 7 ต.สะเตงนอก    อ.เมืองยะลา ห่างจากสถานีรถไฟยะลาประมาณกว่า 2 กิโลเมตร ได้มีคนร้ายยังไม่ทราบกลุ่ม ใช้ก้อนหินขนาดถนัดมือ ขว้างเข้าใส่ ทำให้ก้อนหินได้เข้าเป้าตรงกระจกหน้าพอดี จนแตก เป็นรูโบ๋ จนเศษกระจกกระเด็นเข้าเบ้าตา ผู้บาดเจ็บดังกล่าว แต่พนักงานขับรถได้ตั้งสติได้ ได้พยายามนำรถ เข้ามาจอดที่ชานชลาสถานีรถไฟยะลา อย่างปลอดภัย พร้อมกับได้ให้ ชุดกู้ชีพกู้ภัยแม่กอเหนี่ยว นำส่ง รพ.ศูนย์ยะลา ในเวลาต่อมา   นายกฤตพจน์ วัฒนกุล ชุดกู้ชีพ-กู้ภัย หนึ่งใน 4 คนที่เข้าไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ เปิดเผยว่า ทาง เจ้าหน้าที่การถไฟ ได้ประสานมายัง ชุดกู้ชีพ กู้ภัยยะลา ว่ามีคนบาดเจ็บบนขบวนรถไฟ ทางมูลนิธิแม่กอเหนี่ยว ได้ประสานงานมาให้จัดชุดกู้ชีพ กู้ภัย ไปให้การช่วยเหลือ ผู้ช่วยพนักงานขับรถ ที่ได้รับบาดเจ็บที่เบ้าตาขวา และได้นำส่ง รพ.ศูนย์ยะลา ในเวลาต่อมาดังกล่าว   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/R3WkLHOq4pI

 433
สังคม
31 ธ.ค. 62

คนร้ายปาหินใส่ขบวนรถไฟ ถูกเบ้าตาขวาช่างเครื่องเจ็บ ยังไม่รู้ฝีมือคนทำ!

ยะลา - นายอามะ ลาเต๊ะ นายสถานีรถไฟยะลา ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองยะลา ว่า มีกลุ่มคนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวนได้ขว้างปาก้อนหินใส่ขบวนรถไฟ ทำให้มีเจ้าหน้าที่รถไฟ ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย เหตุเกิดบริเวณเส้นทางรถไฟระหว่าง ยะลา – บ้านหัวควน (บ้านนิบงบารู) หมู่ 7 ต.สะเตงนอก อ.เมืองยะลา จ.ยะลา   หลังรับแจ้ง พ.ต.อ.นราวี บินแวอารง ผกก.สภ.เมืองยะลา พร้อมด้วยนายสุริยา บุญพันธ์ ปลัดอาวุโสอำเภอเมืองยะลา จ.ยะลา กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร / ฝ่ายปกครอง และ ชุด กู้ชีพ-กู้ภัย แม่กอเหนี่ยวยะลา เข้าตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบว่า นายชัยวัฒน์ พัฒนมณี พนักงานขับรถไฟ ได้นำขบวนรถไฟ ขบวน 176 ดีเซล 4151 จำนวน 7 โบกี้ มาจอดเทียบที่ชานชลาสถานีรถไฟยะลา แล้ว ทางชุดกู้ชีพ-กู้ภัย จึงได้ช่วยกันนำตัว นายปรัญชา สุขเกษม ช่างเครื่อง ทำหน้าที่ผู้ช่วยพนักงานขับรถ ซึ่งได้รับบาดเจ็บที่เบ้าตาด้านขวา เนื่องจากถูกกระจกหน้า แตกกระจายกระเด็นมาเข้าเบ้าตาพอดี นำตัวไปรักษาบาดแผล ที่โรงพยาบาลศูนย์ยะลา ต่อมา   จากการสอบสวนทราบว่า ขบวนรถไฟที่ถูกก่อเหตุ เป็นขบวนท้องถิ่น วิ่งออกจากต้นทาง สถานี สุไหงโกลก 14.55 น.มีกำหนดถึงปลายทางสถานีหาดใหญ่ ในเวลา 18.15 น. มีนายชัยวัฒน์ พัฒนมณี ทำหน้าที่พนักงานขับรถไฟ (พขร.) และมีนายปรัญชา สุขเกษม ผู้บาดเจ็บ ช่างเครื่อง ทำหน้าที่ผู้ช่วยพนักงานขับรถ  เมื่อขบวนรถไฟได้ชะลอความเร็ว เพื่อจะเข้าสถานีรถไฟยะลา ถึงบริเวณบ้านนิบงบารู หมู่ที่ 7 ต.สะเตงนอก    อ.เมืองยะลา ห่างจากสถานีรถไฟยะลาประมาณกว่า 2 กิโลเมตร ได้มีคนร้ายยังไม่ทราบกลุ่ม ใช้ก้อนหินขนาดถนัดมือ ขว้างเข้าใส่ ทำให้ก้อนหินได้เข้าเป้าตรงกระจกหน้าพอดี จนแตก เป็นรูโบ๋ จนเศษกระจกกระเด็นเข้าเบ้าตา ผู้บาดเจ็บดังกล่าว แต่พนักงานขับรถได้ตั้งสติได้ ได้พยายามนำรถ เข้ามาจอดที่ชานชลาสถานีรถไฟยะลา อย่างปลอดภัย พร้อมกับได้ให้ ชุดกู้ชีพกู้ภัยแม่กอเหนี่ยว นำส่ง รพ.ศูนย์ยะลา ในเวลาต่อมา   นายกฤตพจน์ วัฒนกุล ชุดกู้ชีพ-กู้ภัย หนึ่งใน 4 คนที่เข้าไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ เปิดเผยว่า ทาง เจ้าหน้าที่การถไฟ ได้ประสานมายัง ชุดกู้ชีพ กู้ภัยยะลา ว่ามีคนบาดเจ็บบนขบวนรถไฟ ทางมูลนิธิแม่กอเหนี่ยว ได้ประสานงานมาให้จัดชุดกู้ชีพ กู้ภัย ไปให้การช่วยเหลือ ผู้ช่วยพนักงานขับรถ ที่ได้รับบาดเจ็บที่เบ้าตาขวา และได้นำส่ง รพ.ศูนย์ยะลา ในเวลาต่อมาดังกล่าว   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/R3WkLHOq4pI

 433
สังคม
31 ธ.ค. 62

เร่งล่าแก๊งคนร้ายปาหินใส่ขบวนรถไฟจ.ยะลา เศษกระจกกระเด็นทิ่มเบ้าตาช่างเครื่องบาดเจ็บ

ยะลา - คนร้ายปาหินใส่ขบวนรถไฟสุไหงโกลก-หาดใหญ่ ที่ จ.ยะลา เศษกระจกกระเด็นทิ่มเบ้าตาช่างเครื่องบาดเจ็บ /เช้านี้ผู้การจังหวัด ลงตรวจที่เกิดเหตุ เร่งไล่ล่าคนร้าย    ช่วงเย็นวานนี้ (30 ธ.ค.) นายอามะ ลาเต๊ะ นายสถานีรถไฟยะลา เข้าแจ้งความร้องทุกข์ ที่ สภ.เมืองยะลา ว่า มีกลุ่มคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้หินขว้างปาใส่ขบวนรถไฟท้องถิ่น สุไหงโกลก-หาดใหญ่ บริเวณเส้นทางรถไฟระหว่าง ยะลา    บ้านหัวควน (บ้านนิบงบารู) หมู่ที่ 7 ต.สะเตงนอก อ.เมือง จ.ยะลา มีผู้บาดเจ็บ 1 คน คือ นายปรัญชา สุขเกษม ช่างเครื่อง ทำหน้าที่ผู้ช่วยพนักงานขับรถ บาดเจ็บที่เบ้าตาด้านขวา เนื่องจากถูกเศษกระจกที่แตกกระเด็นมาเข้าเบ้าตาพอดี เจ้าหน้าที่พาตัวไปรักษาบาดแผลที่ รพ.ศูนย์ยะลา   จากการสอบสวนทราบว่า เมื่อรถไฟมาถึงบริเวณบ้านนิบงบารู ห่างจากสถานีรถไฟยะลาประมาณกว่า 2 กิโลเมตร มีคนร้ายไม่ทราบกลุ่ม ใช้ก้อนหินขว้างเข้าใส่ตรงกระจกหน้า จนแตกเป็นรูโบ๋ เศษกระจกกระเด็นเข้าเบ้าตาผู้บาดเจ็บ    ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พลตำรวจตรี ปราบพาล มีมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา นำกำลังตำรวจลงพื้นที่ตรวจพิสูจน์หลักฐานเพิ่มเติม เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ทราบพิกัดจุดเกิดเหตุแล้ว ว่าอยู่ในเขตรอยต่อระหว่างบ้านควน ต.วังพญา อ.รามัน จ.ยะลา กับพื้นที่หมู่ 7 ต.สะเตงนอก อ.เมืองยะลา ซึ่งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟยะลาประมาณ 4 กิโลเมตร ระหว่างนี้ชุดสายสืบกำลังเร่งรวบรวมหลักฐาน เพื่อเร่งไล่ล่าตัวคนก่อเหตุมาดำเนินคดี  

 635
อาชญากรรม
15 ธ.ค. 62

รวบมือปืนวัย 14 ยิงนักวิชาการป่าไม้กลางเมืองยะลา เผยผู้ว่าจ้างคือจนท.บัญชี

จากกรณีที่คนร้ายตามประกบยิงเจ้าหน้าที่ นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษ เป็นหัวหน้าโครงการจุฬาภรณ์ 7 ที่จ. ยะลา จับกุมได้แล้วทั้ง 3 ผู้ต้องหา โดยคนแรก คือ นางสาวอาซีซะ ลูกจ้างฝั่งบัญชี คนที่สองเป็นเพื่อนชายคนสนิทนางสาวอาซีซะ คือ นายตรีย์นภัทร เป็นคนขับขี่จักรยานยนต์ แล้วให้มือปืนซ้อนซึ่งเป็นคนที่สาม และเป็นเพียงเด็กชายอายุ 14 ปี เป็นคนลงมือยิง    ทางนักวิชาการป่าไม้ ตำรวจพามาแถลงข่าวเรียบร้อย ซึ่งแกะรอยจากภาพวงจรปิดที่จับภาพผู้ต้องสงสัย สุดท้ายเชิญตัวนางสาวอาซีซะมาซักถาม ซึ่งเจ้าตัวรับสารภาพแล้วก็ซัดทอดไปถึงเพื่อนชายคนสนิท และเด็กชายมือปืน  เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถยึดเสื้อผ้าที่ก่อเหตุ ส่วนรถจักรยานยนต์ถูกเอาไปแยกชิ้นส่วน วานนี้ (14 ธ.ค. ) ตำรวจได้พาไปทำแผนคำรับสารภาพ    โดยเริ่มเหตุการณ์ตั้งแต่วันที่ 5 ธ.ค. ซึ่งไม่ได้พามือปืนซึ่งยังคงเป็นเยาวชนไปด้วย จึงใช้เจ้าหน้าทำแผนแทน โดยเหตุเกิดตั้งแต่วันที่ 5 ธ.ค. เพื่อนชายคนสนิทขี่จักรยานยนต์ไปรับมือปืน ซึ่งกล้องวงจรปิดจับภาพไว้อย่างชัดเจน ไปรับมาที่บ้านนางสาวอาซีซะที่เช่าเอาไว้ และวางแผนกันไว้ จากนนั้นนางสาวอาซีซะก็พาไปชี้เป้า แล้วกลับมายังจุดนัดหมายจนถึงเวลาเที่ยงครึ่ง ผู้ตายขับรถออกมาจากสำนักงาน แล้วก็ผ่านถนนอาคารสงเคราะห์ โดยตัวนางสาวอาซีซะที่ซ่อนตัวอยู่ให้สัญญาณ ให้กับเพื่อนชายและมือปืนตามประกบยิง 5 นัดซ้อนแล้วเสียชีวิต    สาเหตุมาจากตัวนางสาวอาซีซะที่เป็นลูกจ้างของโครงการ ซึ่งมีหน้าที่ดูแลการเบิกจ่าย ต่อมาทางหัวหน้าที่เสียชีวิตกำลังจะตั้งคณะกรรมการมาสอบสวน เพราะเจอความไม่โปร่งใส และคาดโทษด้วยว่าไม่งั้นจะลาออก จึงทำให้เป็นปัญหาขัดแย้งนำมาสู่การจ้างวานฆ่า ซึ่งแต่ละคนโดยข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองและมีอาวุธปืน      รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/ZzPefpgwifw

 3,689
อาชญากรรม
15 ธ.ค. 62

ทำแผน มือปืน ด.ช.วัย 14 จ่อยิง 'หัวหน้าโกวิทย์' ปมขัดแย้งในที่ทำงาน

ยะลา-จากคดีคนร้ายลอบยิงนายโกวิทย์ หวังทวีทรัพย์ หัวหน้าโครงการจุฬาภรณ์ 7 เสียชีวิต เมื่อวันที่ 5 ธค.62 ที่ผ่านมา ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัวคนร้ายที่ก่อเหตุ และผู้เกี่ยวข้องในคดีดังกล่าว ได้แล้วทั้งหมดจำนวน 3 ราย   ต่อมาได้นำตัว 1 ในผู้ต้องหาที่ร่วมก่อเหตุ คือนายตรีย์นภัทร สุวรรณปฏิพัธ์ อายุ 33 ปี ซึ่งเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ให้มือปืนก่อเหตุยิง มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ บริเวณจุดเกิดเหตุภายในซอยถนนอาคารสงเคราะห์ 4 เขตเทศบาลนครยะลา   โดยนายตรีย์นภัทร ผู้ร่วมก่อเหตุ และเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นจีที สีแดง-ดำ ไม่สวมแผ่นป้ายทะเบียนในวันก่อเหตุ ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวจริง โดยติดตามผู้เสียชีวิตคือนายโกวิทย์ ภายในซอยที่เกิดเหตุ เมื่อมาถึงกลางซอยจึงได้ขับแซงขึ้นประกบ   ก่อนที่คนร้ายที่ซ้อนท้าย ซึ่งเป็นมือปืนคือเด็กชายยามีน (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 14 ปี จะทำการลั่นไกสังหารนายโกวิทย์ จำนวน 5 นัด หลังจากนั้น นายตรีย์นภัทร ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่ก่อเหตุ จึงได้ขับหลบหนีออกจากจุดที่เกิดเหตุวนเวียน ลัดเลาะตามซอย หนีออกไปนอกเขตเทศบาลนครยะลา   เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจับกุม ได้ติดตามเบาะแส พฤติกรรม คนร้ายที่ก่อเหตุ ได้จากกล้องวงจรปิด ที่สามารถบันทึกภาพคนร้ายทั้ง 2 คนไว้ได้ จากหลายสถานที่ ที่คนร้ายขับผ่าน จนนำไปสู่การติดตามตัวจับกุม ผู้ร่วมก่อเหตุทั้งหมด จำนวน 3 ราย คือ นางสาวอาซีซะ กาหม๊ะ อายุ 34 ปี ลูกน้องในที่ทำงานของนายโกวิทย์, นายตรีย์นภัทร สุวรรณปฏิพัธ์ อายุ 33 ปี คนขับรถจักรยานยนต์ให้กับมือปืนที่ลงมือยิง ซึ่งรู้จักกับนางสาวอาซีซะ และเด็กชายยามีน อายุ 14 ปี มือปืนที่ก่อเหตุ ซึ่งรู้จักกับนายตรีย์นภัทร ซึ่งสาเหตุมาจากความขัดแย้งในการปฏิบัติงาน   ทั้งนี้ ในการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ก็มีญาติและเพื่อร่วมงานของผู้ตายเดินทางมาดูการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ แต่ทางเจ้าหน้าที่ได้กั้นให้ดูในระยะห่าง เพื่อความปลอดภัยของผู้ต้องหา และเกรงกว่าจะมีการรุมทำร้ายผู้ต้องหา แต่ตลอดการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ผู้ต้องหาก็ได้ให้การที่เป็นประโยชน์ และไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นแต่อย่างใด     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/dAMPkk69G9Y  

 9,675
อาชญากรรม
14 ธ.ค. 62

คุมตัว ด.ช.วัย 14 ทำแผนชี้จุดลั่นไกสังหาร 'หน.โกวิทย์' จนท.ป่าไม้ เผยปมแค้นส่วนตัว

ผู้การฯ ยะลา คุมตัว 1 ในทีมฆ่า “หัวหน้าโกวิทย์” ทำแผนชี้จุดก่อเหตุลั่นไกสังหาร     เมื่อวันที่ 14 ธค.62 พลตำรวจตรีปราบพาล มีมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา พร้อมด้วย พันตำรวจเอกนราวี บินแวอารง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองยะลา และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจับกุม ในคดีคนร้ายลอบยิงนายโกวิทย์ หวังทวีทรัพย์ หัวหน้าโครงการจุฬาภรณ์ 7 เสียชีวิต เมื่อวันที่ 5 ธค.62 ที่ผ่านมา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมตัวคนร้ายที่ก่อเหตุ และผู้เกี่ยวข้องในคดีดังกล่าว ได้แล้วทั้งหมดจำนวน 3 ราย และมีการแถลงข่าวไปแล้วเมื่อช่วงเวลา 10.00 น.ของวันนี้   ล่าสุดเมื่อเวลา 14.20 น.ของวันนี้ ( 14 ธค.62) ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้นำตัว 1 ในผู้ต้องหาที่ร่วมก่อเหตุ คือนายตรีย์นภัทร สุวรรณปฏิพัธ์ อายุ 33 ปี ซึ่งเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ให้มือปืนก่อเหตุยิง มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ บริเวณจุดเกิดเหตุภายในซอยถนนอาคารสงเคราะห์ 4 เขตเทศบาลนครยะลา   โดยนายตรีย์นภัทร สุวรรณปฏิพัธ์ ผู้ร่วมก่อเหตุ และเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นจีที สีแดง - ดำ ไม่สวมแผ่นป้ายทะเบียนในวันก่อเหตุ ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวจริง โดยติดตามผู้เสียชีวิตคือนายโกวิทย์ หวังทวีทรัพย์ ภายในซอยที่เกิดเหตุ เมื่อมาถึงกลางซอยจึงได้ขับแซงขึ้นประกบ ก่อนที่คนร้ายที่ซ้อนท้าย ซึ่งเป็นมือปืนคือเด็กชาย อายุ 14 ปี จะทำการลั่นไกสังหารนายโกวิทย์ หวังทวีทรัพย์ จำนวน 5 นัด หลังจากนั้น นายตรีย์นภัทร สุวรรณปฏิพัธ์ ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่ก่อเหตุ จึงได้ขับหลบหนีออกจากจุดที่เกิดเหตุ วนเวียน ลัดเลาะตามซอย หนีออกไปนอกเขตเทศบาลนครยะลา   โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจับกุม ได้ติดตามเบาะแส พฤติกรรม คนร้ายที่ก่อเหตุ ได้จากกล้องวงจรปิด ที่สามารถบันทึกภาพคนร้ายทั้ง 2 คนไว้ได้ จากหลายสถานที่ ที่คนร้ายขับผ่าน จนนำไปสู่การติดตามตัวจับกุม ผู้ร่วมก่อเหตุทั้งหมด จำนวน 3 ราย คือ นางสาวอาซีซะ กาหม๊ะ อายุ 34 ปี ลูกน้องในที่ทำงานของนายโกวิทย์ หวังทวีทรัพย์ นายตรีย์นภัทร สุวรรณปฏิพัธ์ อายุ 33 ปี คนขับรถจักรยานยนต์ให้กับมือปืนที่ลงมือยิง ซึ่งรู้จักกับนางสาวอาซีซะ กาหม๊ะ และเด็กชายยามีน อายุ 14 ปี มือปืนที่ก่อเหตุ ซึ่งรู้จักกับนายตรีย์นภัทร สุวรรณปฏิพัธ์ ซึ่งสาเหตุมาจากความขัดแย้งในการปฏิบัติงาน   ทั้งนี้ ในการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ก็มีญาติและเพื่อร่วมงานของนายโกวิทย์ หวังทวีทรัพย์ เดินทางมาดูการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ แต่ทางเจ้าหน้าที่ได้กั้นให้ดูในระยะห่าง เพื่อความปลอดภัยของผู้ต้องหา และเกรงกว่าจะมีการรุมทำร้ายผู้ต้องหา แต่ตลอดการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ผู้ต้องหาก็ได้ให้การที่เป็นประโยชน์ และไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นแต่อย่างใด

 7,984
อาชญากรรม
05 ธ.ค. 62

ฟังเสียงชาวบ้านลำพระยา หลังโศกนาฏกรรมยิงป้อม ชรบ. เผยกำลังใจดีขึ้น - คืบหน้าคดี ตร.ออกหมายจับเพิ่มอีก 6

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 เกิดเหตุคนร้ายโจมตีป้อมจุดตรวจชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน หรือ ชรบ.ตำบลลำพะยา อำเภอเมืองยะลา ซึ่งกลายเป็นโศกนาฏกรรมที่สร้างความสูญเสียให้ชาวลำพะยา หลังมีผู้เสียชีวิต 15 คน บาดเจ็บ 5 คน ผ่านมา 1 เดือน มีการรื้อป้อมที่เกิดเหตุออกไปเพื่อเยียวยาสภาพจิตใจส่วนการดูแลความปลอดภัย ได้มีการเสริมกำลังเจ้าหน้าที่ เข้าไปช่วยประชาชนที่ยังคงเข้มแข็งในการดูแลกันเอง ด้านตำรวจเตรียมออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มอีก 6 คน หลังได้หลักฐานสำคัญจากแกนนำคนสำคัญที่ถูกวิสามัญฆาตกรรม และรู้ตัวกลุ่มคนร้ายแล้ว 23 คน    ชาวตำบลลำพะยา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ช่วยกันปรับปรุงจุดตรวจบ้านต้นชด ซึ่งเป็นจุดตรวจหลักในเส้นทางสำคัญของตำบลลำพะยา หลังจุดตรวจบ้านทางลุ่ม ที่เกิดเหตุถูกคนร้ายยิงโจมตีเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน ได้รับความเสียหายและมีผู้เสียชีวิต 15 คน ซึ่งมีทั้งชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน หรือ ชรบ.และราษฏรอาสารักษาหมู่บ้าน หรือ อรบ. และมีการรื้อจุดตรวจบ้านทางล่มทิ้งไปแล้ว และจุดตรวจบ้านต้นชดเคยถูกโจมตีจนทำให้อาสาสมัครรักษาดินแดนหรือ อส.เสียชีวิต 2 นาย   ทำให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบลลำพะยา ร่วมกับประชาชน และทหารพรานที่ 33 หน่วยเฉพาะกิจที่ 12 ยะลา ช่วยกันปรับปรุงจุดตรวจบ้านต้นชด เพื่อความเชื่อมั่นของประชาชนและน้อมรำลึกถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 เนื่องในวันพ่อแห่งชาติ และการก่อตั้ง อรบ.นับตั้งแต่เหตุความรุนแรงเมื่อปี 2547 ทำให้ตำบลลำพะยาเป็นชุมชนสันติสุขเข้มแข็ง   1 เดือนที่ไร้ซึ่งพ่อและแม่ในบ้านยอดแก้ว แม้จะเสียกำลังใจไปมาก แต่นางสาวธิดารัตน์ ยอดแก้ว ก็ไม่คิดจะย้ายไปไหน เพราะลำพะยาคือบ้านเกิด และชาวลำพะยาไม่ว่าจะเป็นพุทธหรือมุสลิมต่างเป็นพี่น้องกัน นับตั้งแต่เกิดเหตุ 1 เดือนยังไม่มีใครคิดจะย้ายไปไหน   ส่วนการติดตามคนร้ายมีความคืบหน้าไปมากนอกจากการออกหมายจับผู้ต้องหาไปแล้ว 4 คน คือนายนัสรูเลาะห์ สะมะ นายซะอุดี ติงอุเซ็ง นายอาดัม มุสอดี และนายกามารูดิง สะมะแอ และกำลังจะมีการออกหมายจับเพิ่มอีก 6 คน จากที่ควบคุมตัวไว้แล้ว 2 คน และจากที่มีพยานหลักฐานเพิ่มอีก 4 คน และสามารถระบุกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุยิงจุดตรวจชรบ.ลำพะยาได้ 23 คน   นอกจากนี้การตรวจค้นบ้านผู้ต้องสงสัยที่อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี จนเป็นเหตุให้คนร้ายเสียชีวิต 2 คน คือนายมะซอบรี หลำโซ๊ะ และนายมะยะโก๊ะ ลาเต๊ะ ถูกวิสามัญฆาตกรรม ซึ่งพบเป็นแกนนำคนสำคัญของขบวนการบีอาร์เอ็น ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีจุดตรวจชรบ.ลำพะยา เหตุโจมตีชุดค้มครองตำบลปะกาฮารัง จังหวัดปัตตานี เหตุปล้นตู้เอ็มหน้ามหาวิทยาลัยฟาฏอนี และปล้นร้านทองที่อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา และยังพบหลักฐานสำคัญในเป้สนามของ นายมะซอบรี หลำโซ๊ะ มีของใช้ส่วนตัว และแผนผังที่ตั้ง ชรบ.ลำพะยา ที่อยู่ในสมุดบันทึกของนายมะซอบรี มีการวาดตำแหน่งที่ตั้งไว้ชัดเจน ทั้งทางเข้า ที่ตั้งจุดตรวจ ที่จอดรถ ที่วาดตำแหน่งได้ตรงกับที่ตั้งจุดตรวจบ้านทางลุ่มที่เกิดเหตุ   นอกจากนี้ยังมีรายชื่อผู้ก่อเหตุ 13 คน ที่เขียนเป็นชื่อเล่น แบ่งเป็นทีมเอ และทีมบี จากหลักฐานของนายมะยะโก๊ะ ลาเต๊ะ ยังพบอยู่ในคลิปที่เข้าโจมตีจุดตรวจชุดคุ้มครองตำบลปะกาฮารังจังหวัดปัตตานีด้วย   เจ้าหน้าที่ยังคงติดตามกลุ่มคนร้ายอย่างเต็มที่โดยยังมีแกนนำคนสำคัญที่หลบหนี และ 13 คนที่มีรายชื่อร่วมก่อเหตุ โดยชุดจรยุทธ์ ที่ติดตามไล่ล่ากลุ่มคนร้ายซึ่งหลบหนีอยู่ในเทือกเขา ยังคงกระจายกำลังตรวจค้น ตามที่ได้ปะทะกับกลุ่มคนร้ายที่เทือกเขาตะโล๊ะสโตร์ หมู่ที่ 6 ตำบลสะเอะ อ.กรงปินัง จังหวัดยะลา ได้หลักฐานอาวุธปืนมาตรวจสอบเพื่อจับกุมคนร้ายให้ได้   1 เดือนโศกนาฏกรรมลำพะยา นอกจากการเยียวยาสภาพจิตใจครอบครัวผู้สูญเสียแล้วการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนก็เป็นสิ่งที่เจ้าหน้าที่กำลังทำงานอย่างหนัก  

 795

Top