ค้นหา :

ผลการค้นหา "ยะลา"

สังคม
16 พ.ย. 62

ประธานคณะกรรมการอิสลามยะลา เปิดใจปม จนท.ค้น 'ปอเนาะลำใหม่' - ตรวจดีเอ็นเอนักเรียน

หนึ่งในปฏิบัติตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายในการติดตามตัวคนร้ายยิงจุดตรวจ ชรบ.ลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา มีการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยไปซักถาม และขยายผลตรวจสอบผู้เกี่ยวข้อง โดยฝ่ายความมั่นคงได้เข้าตรวจค้นโรงเรียนพัฒนาอิสลามวิทยา เพื่อขอตรวจดีเอ็นเอนักเรียน ทำให้ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลา ที่เป็นเจ้าของโรงเรียน ต้องออกมาชี้แจงว่าผลการตรวจค้นเจ้าหน้าที่ไม่พบสิ่งผิดกฏหมาย และตรวจดีเอ็นเอนักเรียนเพียงบางคนเท่านั้น จึงไม่อยากให้สังคมเข้าใจผิด และอยากให้เจ้าหน้าที่่ฝ่ายความมั่นคงทำความเข้าใจเรื่องนี้ด้วย   นายสะมะแอ ฮารี ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลา และผู้ได้รับใบอนุญาตในการเปิดโรงเรียนพัฒนาอิสลามวิทยา หรือ ปอเนาะลำใหม่ ต.ลำใหม่ อ.เมืองยะลา จ.ยะลา ชี้แจงกรณีเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้นำกำลังเข้าตรวจค้น และเก็บดีเอ็นเอจากนักเรียนในโรงเรียน หลังตกเป็นสถานที่ต้องสงสัยการให้ที่พักพิงแก่กลุ่มคนร้ายที่ ที่ก่อเหตุยิงจุด ชรบ.ลำพะยา จนมีผู้เสียชีวิต 15 ราย และบาดเจ็บอีก 5 ราย เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน    ซึ่งการตรวจค้นเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน มีการเชิญตัวอุสตาสหรือครูสอนศาสนา 1 คน ได้ที่บ้านพักหลังโรงเรียน ยืนยันว่าไม่ได้เชิญตัวจากในโรงเรียนอย่างที่เป็นข่าว และเจ้าหน้าที่ได้ตรวจเก็บดีเอ็นเอจากนักเรียนในโรงเรียนประมาณ 20-30 คน เท่านั้น ซึ่งทางโรงเรียนได้ให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี    หลังการตรวจค้นทางเจ้าหน้าที่หัวหน้าชุด รายงานให้ทางโรงเรียนทราบว่า การตรวจค้นไม่พบสิ่งผิดกฏหมายแต่อย่างใด แต่สิ่งที่ทำให้ประธานคณะกรรมการอิสลามจังหวัดยะลา ไม่สบายใจและสร้างความเสียใจกับคณะครู คือการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่มีท่าทีแข็งกร้าว และไม่แจ้งวัตถุประสงค์ในการเข้าตรวจค้นครั้งแรก   ประธานคณะกรรมการอิสลามจังหวัดยะลา ยืนยันด้วยว่าในการยึดหลักฐานของอุสตาสที่ถูกควบคุมตัวไปนั้น มีผ้าโสร่งที่สงสัยว่าจะเป็นเลือด แต่อุสตาสยืนยันว่าเป็นเพียงยางกล้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่เชื่อ แต่เมื่อไปตรวจผลยืนยันว่าไม่ใช่เลือด ดั้งนั้นจึงขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบหลักฐานให้ถูกต้องก่อนตรวจค้น เพราะทำให้เกิดความเสียหายและความหวาดระแวงในพื้นที่   นายสะมะแอ ฮารี ยืนยันว่าที่ผ่านมาได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีมาโดยตลอด หากต้องการสิ่งใดก็ให้พูดคุยกันด้วยความจริงใจ เพราะหลังเกดเหตุการณ์ความไม่สงบ โรงเรียนปอเนาะก็ตกเป็นจำเลยของสังคม ว่าเป็นแหล่งซ่องสุมหรือให้ที่พักพิงแก่กลุ่มคนร้าย จนทำให้คนภายนอกที่ไม่ทราบข้อเท็จจริง ก็จะยิ่งเข้าใจผิด จึงอยากให้หน่วยงานภาครัฐได้ชี้แจง ทำความเข้าใจให้กับประชาชนได้รับทราบถึงขั้นตอนการปฏิบัติงานด้วย

 8,356
สรุปข่าว
14 พ.ย. 62

จนท.เชิญตัว 5 ผู้ต้องสงสัย เหตุยิงถล่มป้อม ชรบ.ยะลาสอบปากคำ - รถตู้รับส่ง นร. ชนเสาไฟฟ้าบาดเจ็บ 19 ราย

หึงโหดภรรยายิงสามีเจ็บสาหัสแล้วยิงตัวเองเสียชีวิต-รถตู้รับส่งนักเรียนชนเสาไฟฟ้าบาดเจ็บ 19 ราย-เชิญตัวผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องเหตุถล่มป้อม ชรบ.ลำพะยา 5 ราย สอบปากคำ      ฉะเชิงเทรา-หึงโหดภรรยายิงสามีเจ็บสาหัสแล้วยิงตัวเองเสียชีวิต   มีผู้ยิงกันเสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัส บริเวณที่ทำการกำนันตำบลท่าไข่ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบภายในบ้านพบร่างนางวิไลวรรณ กิมะพันธ์ นอนหายใจรวยรินก่อนเสียชีวิตบนเตียงนอน มีบาดแผลถูกยิงเข้าที่ศีรษะ ใกล้กันพบปืนขนาด.38 ลูกโม่ ตกอยู่ข้างมือซ้ายของผู้เสียชีวิต ส่วนผู้บาดเจ็บสาหัสอีก 1ราย คือนายมนตรี กิมะพันธ์ กำนันตำบลท่าไข่ ถูกยิงเข้าที่บริเวณศรีษะ เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เร่งนำส่งโรงบาลพุทธโสธรก่อนหน้านี้     ลพบุรี-รถตู้รับส่งนักเรียนชนเสาไฟฟ้าบาดเจ็บ 19 ราย    ที่ถนนสายลพบุรี-บ้านแพรก หมู่ที่ 5 ต.งิ้วราย โค้งวัดชีแวะ ในที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนหลายราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บติดคาซากรถ จึงได้ประสานรถกู้ชีพจาก รพ.พระนารายณ์มหาราช และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู พร้อมด้วยอุปกรณ์ในการตัดถ่างรุดเดินทางไปยังจุดที่เกิดเหตุ ที่เกิดเหตุพบรถยนต์ตู้ ยี่ห้อ โตโยต้า สีบรอนซ์ เงิน ตกอยู่ข้างทางในสภาพพังยับเยิน มีผู้ได้รับบาดเจ็บล้วนเป็นเด็กนักเรียน เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ แพทย์พยาบาลได้ทำการช่วยเหลือนำร่างออกมาจากซากรถ ปฐมพยาบาลในเบื้องต้นก่อนรีบนำตัวส่ง และยังมีเด็กนักเรียนติดคาซากรถอยู่อีกหลายราย เจ้าหน้าที่ได้ใช้เครื่องตัดถ่างนำร่างออกมาได้ในเวลาต่อมาหลายรายอาการสาหัส   จากการสอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่าได้ขับรถตามหลังรถคันเกิดเหตุ จู่ๆ รถได้เสียหลักพุ่งตกข้างทางเป็นระยะทางยาวกว่า 100 เมตร พุ่งชนต้นไม้ริมทางก่อนที่จะพุ่งชนเสาไฟฟ้าอย่างจังเสียงดังสนั่น จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ซึ่งจากการตรวจสอบรายชื่อผู้ที่ได้รับบาดเจ็บที่ รพ.พระนารายณ์มหาราช มีผู้ได้รับบาดเจ็บมากถึง 19 ราย อายุระหว่าง 12-20 ปี และเด็กสุดอายุ 5 ปี รวมถึงนายนิรุท ศรีจันทร์ดี อายุ 36 ปี คนขับได้รับบาดเจ็บเช่นกัน   ยะลา-เชิญตัวผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องเหตุถล่มป้อม ชรบ.ลำพะยา 5 ราย สอบปากคำ    เช้าวันนี้ (14 พย.62) หน่วยเฉพาะกิจยะลา ได้สนธิกำลังร่วมเจ้าหน้าที่ตำรวจทหาร ชุดสืบสวนคดีสำคัญเข้าปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 9 จุด ใน 3 อำเภอ คืออำเภอเมือง กรงปินัง และบันนังสตา จังหวัดยะลาเพื่อขยายผลการสืบสวน ตามเบาะแส และหลักฐานจากพยาน และได้เชิญตัวผู้ต้องสงสัยที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องในการก่อเหตุยิงถล่มป้อม ชรบ.ลำพะยา ต.ลำพะยา อ.เมือง ยะลา เมื่อคืนวันที่ 5 พย.62 ที่ผ่านมา   โดยเจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวผู้ต้องสงสัยเพิ่มอีก 5 ราย และนำตัวมายัง ฐานปฏิบัติการ ร้อย ร.15224 วัดลำใหม่ เพื่อทำประวัติ ก่อนที่จะนำตัวทั้ง 5 รายไปลงบันทึกประจำวันที่ สภ.ลำใหม่   ทั้งนี้ เจ้าชุดสืบสวนและติดตามกลุ่มคนร้าย พบว่ากลุ่มผู้ร่วมก่อเหตุในครั้งนี้ ได้ใช้สถานบันการศึกษาแห่งหนึ่งใน ต.ลำใหม่ เป็นสถานที่วางแผนและรวบรวมกำลัง ก่อนลงมือก่อเหตุ และหลังก่อเหตุ ก็มารวมตัวเพื่อแยกย้ายหลบหนี      

 393
ข่าวภูมิภาค
13 พ.ย. 62

ญาติร่ำไห้ พระราชทานเพลิงศพ 9 ชรบ.ยะลา

ยะลา-ที่วัดสิริปุณณาราม (วัดลำพะยา) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานเพลิงศพ (เป็นกรณีพิเศษ) ให้แก่ผู้เสียชีวิตจากเหตุความไม่สงบในพื้นที่ ตำบลลำพะยา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา คนร้ายยิงถล่มป้อม ชรบ. ทำให้มีผู้เสียชีวิต 15 ราย   โดยวันนี้ได้มีการพระราชทานเพลิงศพ จำนวน 9 ราย ประกอบด้วย นายฉลอง ทองงาม, นายสุนทร ยอดแก้ว, นายพูนสวัสดิ์ พูลแก้ว, นายเนตร จอมทอง, นายบรรจบ ทองกลิ่น, นายวิรัช เพ็ชรปล้อง, นายธวัชชัย สุพงษ์, นางนัยนา โพธิ์เตี้ยเทียม และนางรัชนก ยอดแก้ว   โดยมี นายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เป็นประธานในพิธี หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บังคับบัญชา เจ้าหน้าที่ทหาร, ตำรวจ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ครอบครัวของผู้เสียชีวิต และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก ท่ามกลางความเศร้าสลดของครอบครัว และญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิต   พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง กล่าวถึงความคืบหน้าทางคดีว่า ระหว่างกระบวนการสอบสวน และให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ส่วนจะเป็นกลุ่มไหนก็ต้องสอบสวนตามกระบวนการของกฎหมาย   สำหรับแถลงการณ์ของกลุ่มบีอาร์เอ็น ออกมายอมรับ ว่าเป็นผู้ก่อเหตุยิงถล่ม ป้อม ชรบ. 15 ศพนั้น  พลเอกประวิตร กล่าวว่า ยังไม่ทราบเรื่อง และยังไม่ยืนยันว่าเป็นกลุ่มนี้ทำจริงตามกระแสข่าวหรือไม่ และยังไม่ได้รับรายงาน ภายหลังชุดพูดคุยสันติสุขเดินทางไปพูดคุยกับกลุ่มก่อเหตุในพื้นที่ภาคใต้     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-6K_OVt2hZI

 265
สังคม
13 พ.ย. 62

ญาติร่ำไห้ พระราชทานเพลิงศพ 9 ชรบ.ยะลา

ยะลา-ที่วัดสิริปุณณาราม (วัดลำพะยา) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานเพลิงศพ (เป็นกรณีพิเศษ) ให้แก่ผู้เสียชีวิตจากเหตุความไม่สงบในพื้นที่ ตำบลลำพะยา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา คนร้ายยิงถล่มป้อม ชรบ. ทำให้มีผู้เสียชีวิต 15 ราย   โดยวันนี้ได้มีการพระราชทานเพลิงศพ จำนวน 9 ราย ประกอบด้วย นายฉลอง ทองงาม, นายสุนทร ยอดแก้ว, นายพูนสวัสดิ์ พูลแก้ว, นายเนตร จอมทอง, นายบรรจบ ทองกลิ่น, นายวิรัช เพ็ชรปล้อง, นายธวัชชัย สุพงษ์, นางนัยนา โพธิ์เตี้ยเทียม และนางรัชนก ยอดแก้ว   โดยมี นายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เป็นประธานในพิธี หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บังคับบัญชา เจ้าหน้าที่ทหาร, ตำรวจ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ครอบครัวของผู้เสียชีวิต และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก ท่ามกลางความเศร้าสลดของครอบครัว และญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิต   พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง กล่าวถึงความคืบหน้าทางคดีว่า ระหว่างกระบวนการสอบสวน และให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ส่วนจะเป็นกลุ่มไหนก็ต้องสอบสวนตามกระบวนการของกฎหมาย   สำหรับแถลงการณ์ของกลุ่มบีอาร์เอ็น ออกมายอมรับ ว่าเป็นผู้ก่อเหตุยิงถล่ม ป้อม ชรบ. 15 ศพนั้น  พลเอกประวิตร กล่าวว่า ยังไม่ทราบเรื่อง และยังไม่ยืนยันว่าเป็นกลุ่มนี้ทำจริงตามกระแสข่าวหรือไม่ และยังไม่ได้รับรายงาน ภายหลังชุดพูดคุยสันติสุขเดินทางไปพูดคุยกับกลุ่มก่อเหตุในพื้นที่ภาคใต้     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-6K_OVt2hZI

 265
ข่าวภูมิภาค
12 พ.ย. 62

หลักฐาน dna มัดตัว ออกหมายจับ 2 ผู้ต้องหายิง ชรบ.ยะลา พบมีหมายจับคดีความมั่นคงเพียบ

ยะลา-ตำรวจดำเนินการขอหมายจับผู้ต้องหาเหตุยิง ชรบ.ลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา เมื่อวันที่ 5 พ.ย.เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 15 คน ซึ่งจากการตรวจพบเลือดที่จุดเกิดเหตุ และ DNA ในที่เกิดเหตุ แยกจากผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ได้ตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ ตรงกับผู้ต้องหาที่มีหมายจับคดีความมั่นคง 2 คน จึงขออนุมัติศาลออกหมายจับเมื่อวานนี้ (11 พ.ย.) คือ   1.นายซะอุดี ติงอูเซ็ง มีหมายจับในพื้นที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา พบเลือดในที่เกิดเหตุ   2.นายนัสรูเลาะห์ สะมะ มีคดีความมั่นคง อ.กาบัง อ.ยะหา จ.ยะลา พบ DNA ในที่เกิดเหตุ   นอกจากนี้ ยังพบประวัติว่าที่ผ่านมา มีส่วนเกี่ยวข้องกับ คดีเผา บริษัทชิณวรณ์ ปี 2561 คดีระเบิดจุดตรวจกรงปินัง ,คดีเผาที่ทำการการไฟฟ้า อ.กาบัง จ.ยะลา เคยหลบหนีไปอยู่ในป่าของประเทศเพื่อนบ้าน ก่อนย้อนกลับมาก่อเหตุใหม่     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/zPt2Gv964pE

 924
สังคม
12 พ.ย. 62

หลักฐาน dna มัดตัว ออกหมายจับ 2 ผู้ต้องหายิง ชรบ.ยะลา พบมีหมายจับคดีความมั่นคงเพียบ

ยะลา-ตำรวจดำเนินการขอหมายจับผู้ต้องหาเหตุยิง ชรบ.ลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา เมื่อวันที่ 5 พ.ย.เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 15 คน ซึ่งจากการตรวจพบเลือดที่จุดเกิดเหตุ และ DNA ในที่เกิดเหตุ แยกจากผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ได้ตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ ตรงกับผู้ต้องหาที่มีหมายจับคดีความมั่นคง 2 คน จึงขออนุมัติศาลออกหมายจับเมื่อวานนี้ (11 พ.ย.) คือ   1.นายซะอุดี ติงอูเซ็ง มีหมายจับในพื้นที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา พบเลือดในที่เกิดเหตุ   2.นายนัสรูเลาะห์ สะมะ มีคดีความมั่นคง อ.กาบัง อ.ยะหา จ.ยะลา พบ DNA ในที่เกิดเหตุ   นอกจากนี้ ยังพบประวัติว่าที่ผ่านมา มีส่วนเกี่ยวข้องกับ คดีเผา บริษัทชิณวรณ์ ปี 2561 คดีระเบิดจุดตรวจกรงปินัง ,คดีเผาที่ทำการการไฟฟ้า อ.กาบัง จ.ยะลา เคยหลบหนีไปอยู่ในป่าของประเทศเพื่อนบ้าน ก่อนย้อนกลับมาก่อเหตุใหม่     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/zPt2Gv964pE

 924
ข่าวภูมิภาค
11 พ.ย. 62

ชาวบ้านยะลา ยันผ้าก๊อซเป็นของผู้ป่วยมะเร็ง ไม่ใช่ของผู้ต้องสงสัยยิงถล่มป้อม ชรบ.

ยะลา-คืบหน้าเหตุยิงถล่มป้อม ชรบ.ลำพะยา ยะลา ตายหมู่ 15 ศพ จนท.ด้านความมั่นคงรวบตัวผู้ต้องสงสัยได้แล้ว 10 คน มี 3 คนมีหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์มัดตัว เตือนให้ระวังเหตุรุนแรงซ้ำ หลังมีเหตุโจรลักรถ   ด้านชาวบ้านต้นหยี ออกชี้แจงผ้าพันแผลที่จนท.ยึดไปได้ หลังเข้าค้นบ้านผู้ต้องสงสัยยิงถล่ม เป็นชุดอุปกรณ์ที่ใช้ทำแผล ทั้งผ้าก๊อซ ยาทาแผล สำลีทายา ให้แม่ที่ป่วยมะเร็งคอหอยระยะที่ 3 ไม่ใช่ของผู้ต้องสงสัยที่เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไป ซึ่งอยู่บ้านตรงข้ามกัน หลังออกข่าวหวั่นชาวไทยพุทธในพื้นที่เข้าใจผิด จึงต้องชี้แจง พี้อมให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจ DNA และพร้อมให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่ไปสอบปากคำ   ขณะที่กลุ่มศิลปินเพลงเพื่อชีวิตในพื้นที่ ต.ลำพะยา อ.เมืองยะลา ได้แต่งเพลง ฝันร้ายลำพะยา เพื่อไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตจาเหตุโจมตีป้อม ชรบ. จนมีผู้เสียชีวิต 15 ศพ ซึ่งเป็นเหตุสะเทือนใจคนในหมู่บ้านเป็นอย่างยิ่ง     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Pd0ZrGrxME0

 594
สังคม
11 พ.ย. 62

ชาวบ้านยะลา ยันผ้าก๊อซเป็นของผู้ป่วยมะเร็ง ไม่ใช่ของผู้ต้องสงสัยยิงถล่มป้อม ชรบ.

ยะลา-คืบหน้าเหตุยิงถล่มป้อม ชรบ.ลำพะยา ยะลา ตายหมู่ 15 ศพ จนท.ด้านความมั่นคงรวบตัวผู้ต้องสงสัยได้แล้ว 10 คน มี 3 คนมีหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์มัดตัว เตือนให้ระวังเหตุรุนแรงซ้ำ หลังมีเหตุโจรลักรถ   ด้านชาวบ้านต้นหยี ออกชี้แจงผ้าพันแผลที่จนท.ยึดไปได้ หลังเข้าค้นบ้านผู้ต้องสงสัยยิงถล่ม เป็นชุดอุปกรณ์ที่ใช้ทำแผล ทั้งผ้าก๊อซ ยาทาแผล สำลีทายา ให้แม่ที่ป่วยมะเร็งคอหอยระยะที่ 3 ไม่ใช่ของผู้ต้องสงสัยที่เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไป ซึ่งอยู่บ้านตรงข้ามกัน หลังออกข่าวหวั่นชาวไทยพุทธในพื้นที่เข้าใจผิด จึงต้องชี้แจง พี้อมให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจ DNA และพร้อมให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่ไปสอบปากคำ   ขณะที่กลุ่มศิลปินเพลงเพื่อชีวิตในพื้นที่ ต.ลำพะยา อ.เมืองยะลา ได้แต่งเพลง ฝันร้ายลำพะยา เพื่อไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตจาเหตุโจมตีป้อม ชรบ. จนมีผู้เสียชีวิต 15 ศพ ซึ่งเป็นเหตุสะเทือนใจคนในหมู่บ้านเป็นอย่างยิ่ง     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Pd0ZrGrxME0

 594
อาชญากรรม
09 พ.ย. 62

เปิดปฏิบัติการค้น 19 จุด ไล่ล่าคนร้ายยิงถล่มป้อม ชรบ.

จุฬาราชมนตรี ลงพื้นที่ จ.ยะลา เยี่ยมให้กำลังใจครอบครัวผู้สูญเสีย จากเหตุคนร้ายยิงถล่มป้อม ชรบ.ต.ลำพะยา   วันนี้ (9 พ.ย 62) นายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี พร้อมคณะ ได้เดินทางไปยังวัดสิริปุณณาราม (วัดลำพะยา) ต.ลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา เพื่อ เยี่ยมครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบ จากเหตุคนร้ายใช้อาวุธสงครามยิงถล่มจุดตรวจ ชรบ.ต.ลำพะยา อ.เมืองยะลา เมื่อเวลาประมาณ 22.20 น. วันที่ 5 พ.ย. จนทำให้มีผู้เสียชีวิตรวม 15 ราย และบาดเจ็บ 5 ราย  โดยได้พูดคุย ให้กำลังใจ และแสดงความเสียใจกับครอบครัว   ขณะที่ พล.ต.ต.จิระวัฒน์ พยุงธรรม ผบก.ภ.จ.ปัตตานี พ.อ.คมกฤช รัตนฉายา ผู้บังคับกองกำลังทหารพรานจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.อ.หาญพล เพชรม่วง ผบ.ฉก.ทพ.43 ได้ร่วมปล่อยกองกำลังร่วม จำนวน 200 นายเข้าทำการตรวจค้นเป้าหมายต้องสงสัย จำนวน 6 จุด ในพื้นที่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี รอยต่อเขต อ.เมืองยะลา ซึ่งมีกองกำลังเจ้าหน้าที่ จ.ยะลา เข้าทำการตรวจค้นเช่นเดียวกัน จำนวน 13 จุด    ซึ่งในการตรวจค้นครั้งนี้ เป็นการขยายผลสอบปากคำจากผู้ต้องสงสัย จำนวน 2 ราย ที่ถูกควบคุมตัวมาก่อนหน้านี้ และจากพยานหลักฐานที่สำคัญ กรณีเหตุคนร้ายถล่มยิงป้อมจุดตรวจชุดคุ้มครอง ตำบลลำพะยา อำเภอเมืองยะลา จนทำให้มีชาวบ้านซึ่งเป็นชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน เสียชีวิตจำนวน 15 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 5 ราย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 5 พย.ที่ผ่านมา   ผลการปฏิบัติครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมผู้ต้องสงสัย จำนวน 6 ราย บางรายมีหมายจับและมีหมาย พ.ร.ก. และล่าสุด มีรายงานว่าได้เบาะแสคนร้ายที่ได้รับบาดเจ็บ และกำลังหลบซ่อนตัวในพื้นที่ของเป้าหมายที่กำลังจะตรวจค้น เชื่อว่าน่าจะสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยเพิ่มแน่นอน

 70
สังคม-อาชญากรรม
09 พ.ย. 62

ชาวบ้านร่วมกันสร้างเมรุเผาศพชั่วคราว ให้กับผู้เสียชีวิตจากเหตุยิงป้อม ชรบ.ลำพะยา

วานนี้ (8 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศจากที่วัดสิริปุณณาราม หรือวัดลำพะยา ต.ลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา ซึ่งเป็นสถานที่จัดพิธีบำเพ็ญกุศลศพ ของอาสาสมัครชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุคนร้ายบุกยิงป้อม ชรบ.ลำพะยา จนมีผู้เสียชีวิตจำนวน 15 ราย ซึ่งที่วัดสิริปุณณาราม ญาติและครอบครัวของผู้เสียชีวิตจำนวน 9 ราย ซึ่งเป็นชาวบ้านในชุมชน ตำบลลำพะยา ได้นำศพมาตั้งบำเพ็ญกุศลทำพิธีทางศาสนาร่วมกัน   โดยได้มีประชาชน และหน่วยงานต่าง ๆ เดินทางเข้าไปร่วมไว้อาลัย และแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตทั้ง 9 ครอบครัว พร้อมกันนี้หลายหน่วยงานก็เป็นเจ้าภาพในการสวดอภิธรรมศพ จนกว่าจะถึงวันณาปนกิจศพในวันอังคารที่ 12 พย.62 นี้   โดยในส่วนของการจัดเตรียมทำพิธีณาปนกิจศพ ผู้เสียชีวิตทั้ง 9 รายนั้น ทางองค์การบริหารส่วนตำบลลำพะยา และกองพัน อรบ.ลำพะยา ได้หารือร่วมกันในการจัดทำพิธีโดยการสร้างเมรุเผาศพ ชั่วคราวกลางแจ้ง โดยขอความร่วมมือจากชาวบ้านและประชาชนใน ต.ลำพะยา ร่วมกันทำเชิงตะกอน โดยใช้อิฐบล็อคแดง ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวนทั้งหมด 2100 ก้อน โดยทำการตกแต่งให้มีความสวยงามเหมาะสมเพื่อให้สมเกียรติกับผู้เสียชีวิตในครั้งนี้ ซึ่งบรรยากาศทั่วไปยังคงเต็มไปด้วยความโศกเศร้าเสียใจทั้งครอบครัว ญาติพี่น้อง และประชาชนที่ได้เดินทางไปร่วมในงานศพครั้งนี้     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/F7_7Pp3LU74

 308
อาชญากรรม
09 พ.ย. 62

ชาวบ้านร่วมกันสร้างเมรุเผาศพชั่วคราว ให้กับผู้เสียชีวิตจากเหตุยิงป้อม ชรบ.ลำพะยา

วานนี้ (8 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศจากที่วัดสิริปุณณาราม หรือวัดลำพะยา ต.ลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา ซึ่งเป็นสถานที่จัดพิธีบำเพ็ญกุศลศพ ของอาสาสมัครชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุคนร้ายบุกยิงป้อม ชรบ.ลำพะยา จนมีผู้เสียชีวิตจำนวน 15 ราย ซึ่งที่วัดสิริปุณณาราม ญาติและครอบครัวของผู้เสียชีวิตจำนวน 9 ราย ซึ่งเป็นชาวบ้านในชุมชน ตำบลลำพะยา ได้นำศพมาตั้งบำเพ็ญกุศลทำพิธีทางศาสนาร่วมกัน   โดยได้มีประชาชน และหน่วยงานต่าง ๆ เดินทางเข้าไปร่วมไว้อาลัย และแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตทั้ง 9 ครอบครัว พร้อมกันนี้หลายหน่วยงานก็เป็นเจ้าภาพในการสวดอภิธรรมศพ จนกว่าจะถึงวันณาปนกิจศพในวันอังคารที่ 12 พย.62 นี้   โดยในส่วนของการจัดเตรียมทำพิธีณาปนกิจศพ ผู้เสียชีวิตทั้ง 9 รายนั้น ทางองค์การบริหารส่วนตำบลลำพะยา และกองพัน อรบ.ลำพะยา ได้หารือร่วมกันในการจัดทำพิธีโดยการสร้างเมรุเผาศพ ชั่วคราวกลางแจ้ง โดยขอความร่วมมือจากชาวบ้านและประชาชนใน ต.ลำพะยา ร่วมกันทำเชิงตะกอน โดยใช้อิฐบล็อคแดง ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวนทั้งหมด 2100 ก้อน โดยทำการตกแต่งให้มีความสวยงามเหมาะสมเพื่อให้สมเกียรติกับผู้เสียชีวิตในครั้งนี้ ซึ่งบรรยากาศทั่วไปยังคงเต็มไปด้วยความโศกเศร้าเสียใจทั้งครอบครัว ญาติพี่น้อง และประชาชนที่ได้เดินทางไปร่วมในงานศพครั้งนี้     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/F7_7Pp3LU74

 308
การเมือง
09 พ.ย. 62

'บิ๊กตู่' ยันยังไม่ประกาศเคอร์ฟิวยะลา ย้ำยังไม่ขอเรียกว่าเป็นกลุ่มก่อการร้าย

หลังจากวันที่ 7 พ.ย. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้มีการเผยแพร่ข้อความ ข้อกำหนดออกตามความ ในมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงในราชอาณราจักร   เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ “ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551” ลงนามท้ายประกาศโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องปฏิบัติการ หรืองดเว้นการปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใด เพื่อช่วยเหลือหรือสนับสนุนการดําเนินการในอำนาจหน้าที่ของกองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และพนักงานเจ้าหน้าที่ กอ.รมน. และห้ามบุคคลใดเข้าหรือให้บุคคลใดต้องออกจากบริเวณพื้นที่ อาคาร หรือ สถานที่ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ ของ กอ.รมน. ภายในระยะเวลา การปฏิบัติหน้าที่ ของ กอ.รมน. เว้นแต่เป็นบุคคลที่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่   ทั้งนี้ ห้ามบุคคลใดออกนอกเคหสถานในเวลาที่กําหนด ตามที่ผู้อำนวยการ กอ.รมน. หรือผู้อํานวยการศูนย์อํานวยการ ประกาศกำหนด และห้ามนำอาวุธออกนอกเคหะสถาน รวมถึงห้ามการใช้เส้นทางคมนาคมหรือการใช้ยานพาหนะ และให้บุคคลปฏิบัติหรืองดเว้นการปฏิบัติอย่างหนึ่งอย่างใดอันเกี่ยวกับเครื่องมือหรืออุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์ ตามชนิด ประเภท ลักษณะการใช้ เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดแก่ชีวิต ร่างกายหรือทรัพย์สินของประชาชน ในการนี้ ผู้อํานวยการกอ.รมน.กําหนดเงื่อนเวลาในการปฏิบัติตามข้อกําหนด หรือเงื่อนไขในการปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามที่เห็นสมควร เพื่อมิให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชน    โดยให้มีผลใช้บังคับในเขตพื้นที่ อําเภอแม่ลาน จังหวัดปัตตานี อําเภอจะนะ อําเภอนาทวี อําเภอเทพา และอําเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา อําเภอเบตง จังหวัดยะลา และอําเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส และในเขตพื้นที่ อําเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส มีผลบังคับใช้ ระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม 2562 ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2563   ส่งผลให้มีการตั้งคำถามว่าประกาศดังดังกล่าว เป็นการประกาศเคอฟิวหรือไม่ เนื่องจากประชาชนในพื้นที่บางส่วนก็เกิดความสบสน   ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวชี้แจงในเรื่องนี้ว่าการแก้ปัญหาความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นการประกาศเคอร์ฟิว แต่หากจะมีก็จะต้องเป็นช่วงสั้นที่สุด อย่างไรก็ตาม โดยเจ้าหน้าที่มีความจำเป็นในการปิดพื้นที่เพื่อจับกุมคนร้าย ส่วนกลุ่มผู้ที่ก่อเหตุเป็นกลุ่มหน้าขาวหรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะต้องมีหลักฐานในการดำเนินการจับกุม ซึ่งเจ้าหน้าที่มีข้อมูลพยานหลักฐานไว้หมดแล้ว ทั้งปืน ปลอกกระสุน ก็จะนำมาพิจารณาสืบสวนสอบสวน โดยเร็วๆ นี้ เชื่อจะได้รับความคืบหน้า   ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ยังไม่ขอเรียกว่าเป็นกลุ่มก่อการร้าย แต่ยอมรับว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุใช้กลยุทธ์ ที่รุนแรง โดยใช้อาวุธสงคราม เพื่อให้เกิดการกดดันต่อรัฐ และการทำงานของเจ้าหน้าที่ ดังนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะพยายามแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี พร้อมบังคับใช้กฎหมาย นำการพัฒนาเข้าสู่พื้นที่ ซึ่งไม่อยากให้มีการตีความที่ผิดไป เพราะไม่เช่นนั้นจะกระทบต่อคนในพื้นที่ ดังนั้นการบังคับใช้กฎหมายจึงจะต้องรัดกุม แต่คนนอกพื้นที่ กลับมองว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน ซึ่งยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ไม่อยากไปแล้วเมื่อสิทธิใคร แต่ขอให้ย้อนกลับไปดูสิ่งที่ผู้ก่อเหตุ กระทำว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่ ที่เป็นการทำร้ายประชาชนทั้งไทยพุทธมุสลิม   นายกรัฐมนตรียังเปิดเผยว่าขณะนี้ ชุดพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้พูดคุยกับกลุ่มแนวร่วมผู้เห็นต่าง ในพื้นที่อย่างแท้จริง ที่มาเลเซีย ซึ่งก่อนไปตนเองได้ให้แนวทางในการพูดคุย และทุกครั้งหลังการพูดคุยก็รายงานให้ตนรับทราบ ซึ่งการพูดคุยในครั้งนี้ จะเป็นประเด็นเพื่อให้สามจังหวัดใช้แดนภาคใต้เกิดความปลอดภัยและมีสันติสุขอย่างยั่งยืน โดยการพูดคุยก็ต้องปรับ และหาวิธีการให้เหมาะสมไปอย่างต่อเนื่อง กับกลุ่มแนวร่วม หลายระดับ ทั้งกลุ่มผู้นำระดับการเมือง การทหาร คนรุ่นเก่า-ใหม่ เพื่อหาวิธีการ ลดความรุนแรง แต่ยืนยันว่า รัฐพูดคุยกับกลุ่มที่มีบทบาทแท้จริง ไม่ใช่นำกลุ่มที่ไม่มีบทบาทมาพูดคุย   ทั้งนี้นอกจากการพูดคุย ในพื้นที่ก็ต้องมีการแก้ปัญหาในเรื่องของการข้ามแดน ซึ่งพบว่ามีการปลอมปนเข้ามากับชาวบ้านธรรมดา ซึ่งได้สั่งการให้ในพื้นที่ปฏิบัติการในเชิงรุก ระมัดระวังการใช้กฎหมายจะต้องไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน และสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน พร้อมยืนยันว่ากำลัง ชรบ.และ อรป. ยังมีความจำเป็นในการดูแลพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ แต่จะต้องมีการเสริมยุทธวิธีให้เกิดความเข้มแข็ง ปรับการลาดตระเวนให้เกิดการรับกุม ซึ่งถือเป็นการให้คนในพื้นที่ช่วยกันดูแลพื้นที่ของตนเอง   ขณะที่ พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองทัพภาค 4 ได้ออกมายืนยันว่า กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ยืนยันว่า จะใช้มาตรการทางกฏหมายภายใต้อำนาจที่มีอยู่ด้วยความระมัดระวัง เพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนต่อสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของพี่น้องประชาชน ทั้งนี้ ปัจจุบันการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ภายใต้อำนาจทางกฏหมายที่มีอยู่ไม่ได้ถูกจำกัดโดยบุคคล หรือกลุ่มบุคคลจึงไม่มีเหตุผลและความจำเป็นอันใดที่จะต้องประกาศใช้เคอร์ฟิวในพื้นที่ตามที่เป็นข่าว   อย่างไรก็ตามก็ต้องขอความร่วมมือกับพี่น้องประชาชนให้ช่วยกันตรวจสอบ และแจ้งเบาะแสกลุ่มคนร้ายให้เจ้าหน้าที่ทราบเพื่อเข้าดำเนินการตามกฏหมายต่อไป สำหรับบุคลคลที่คอยให้ความช่วยเหลือ สนับสนุนหรือให้ที่พักพิง มีความผิดตามกฏหมายในอัตราเดียวกับฐานความผิดของผู้ก่อเหตุรุนแรง     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/cSAz8KIO9lE  

 398
สังคม-อาชญากรรม
09 พ.ย. 62

พลิกแผ่นดินหา! จนท.เปิดปฏิบัติการไล่ล่า ผู้ก่อเหตุยิงถล่มป้อม ชรบ.ยะลา บุกค้น 19 จุด คุมตัว 6 ผู้ต้องสงสัยสอบสวน

เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 9 พ.ย.62 เจ้าหน้าที่ได้ร่วมปล่อยกองกำลังร่วม จำนวน 200 นายเข้าตรวจค้นเป้าหมายต้องสงสัย จำนวน 6 จุดในพื้นที่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี รอยต่อเขต อ.เมืองยะลา มีกองกำลังเจ้าหน้าที่ จ.ยะลา เข้าตรวจค้นเช่นเดียวกัน จำนวน 13 จุด   ผลการปฏิบัติครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ จำนวน 9 ราย ทำประวัติ พบว่าไม่เกี่ยวข้อง 3 รายจึงได้ปล่อยตัวกลับ คงเหลือควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย จำนวน 6 ราย พร้อมของกลาง เป็นผ้าพันแผล เป้สนาม จำนวนหนึ่ง จึงได้นำตัวทั้งหมดไปควบคุมตัวที่กองอำนวยการร่วมชั่วคราวภายในวัดลำใหม่ อ.เมืองยะลา ปรากฏว่าใน 6 บางรายมีหมายจับ และมีหมาย พ.ร.ก.   พล.ต.ต.จิระวัฒน์ พยุงธรรม ผบก.ภ.จ.ปัตตานี เปิดเผยว่า ในการปฏิบัติครั้งนี้ เป็นการเปิดแผนปฏิบัติการร่วมในการบังคับใช้กฎหมายตามนโยบายของ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ในการเร่งติดตามจับกุมผู้ที่ร่วมก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งการปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการขยายผลจากผู้ต้องสงสัยที่ได้ให้การที่เป็นประโยชน์ ทำให้การตรวจค้นถือว่าเป็นเป้าหมายที่ชัดเจน จนนำไปสู่การควบคุมตัว 6 ผู้ต้องสงสัยตามเป้า แต่ยังมีอีกบางส่วนที่เชื่อว่าน่าจะไหวตัวหลบหนีไปก่อนหน้านี้ เชื่อว่าคงหนีได้ไม่ไกลและไม่มีทางหลบหนีได้   อย่างไรก็ตาม การเปิดแผนครั้งนี้ยังคงมีต่อเนื่อง โดยวานนี้ (8 พ.ย.) พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองทัพภาค 4 เปิดเผยว่า  กลุ่มคนร้ายกลุ่มนี้เป็นคนร้ายที่ติดตามจับกุมจากคดีเก่าๆ มาโดยตลอด รู้ว่าเป็นใคร แต่หาตัวไม่เจอ ซึ่งมีอยูาราว 20 คน ซึ่งนั้นคือกลุ่มพี่น้องหลำโซ๊ะ โดยกลุมพี่น้องหลำโซ๊ะรวบรวมแนวร่วมในพื้นที่อีกกว่า 30 คนแล้วก็วางแผนก่อเหตุ ซึ่งตอนก่อเหตุก็แบ่งทีมออกเป็นชุด คือชุดยิง ชุดโรยตะปูเรือใบ ชุดป้องกันเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือ   โดยขณะนี้ จากหลักฐานที่ได้จากที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยไว้ได้แล้วจำนวนหนึ่ง และได้มีการเปิดแผนปฏิบัติการเข้าติดตาม จับกุม กดดัน กลุ่มคนร้าย ในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่เขานางจันทร์ ซึ่งมีเขตรอยต่อ จ.ยะลา และจ.สงขลา และได้พบฐานปฏิบัติการร้างของกลุ่มผู้ก่อเหตุแล้วจำนวน 1 จุด โดยหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ได้เข้าไปปิดล้อมกฏดันบริเวณเทือกเขานางจันทร์แล้วจำนวน 4 เป้าหมาย ส่วนกลุ่มที่สองคือกลุ่มบุคคลเป้าหมายที่คอยให้การช่วยเหลือสนับสนุน กลุ่มคนร้าย ที่พาหลบหนี เป็นพื้นที่หมู่บ้านจำนวน 9 เป้าหมาย และเป้าหมายสุดท้ายคือการเข้าติดตามตัวบุคคลที่เป็นกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง และมีบัญชีรายชื่ออยู่แล้ว จำนวน 21 เป้าหมาย   พลตำรวจโทรณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 เปิดเผยว่า ผลจากการตรวจนิติวิทยาศาตร์ จาการตรวจสอบปลอกกระสุนปืนที่พบในจุดเกิดเหตุไปตรงกับอาวุธปืนที่ใช้ในการก่อเหตุในหลายจุดที่ผ่านมา ซึ่งบ่งชี้ว่าเป็นของกลุ่มพี่น้องหลำโซ๊ะ สามารถระบุกลุ่มคนร้ายได้ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่มาจากยะหา กาบัง บันนังสตา จ.ยะลา และอีกกลุ่มมาจากพื้นที่โคกโพธิ์ ปัตตานี   ซึ่งในการเชื่อมโยงของพยานหลักฐานก็พบว่ามีหลายเหตุการณ์ที่คนร้ายเคยใช้อาวุธปืนเหล่านี้ ขณะนี้ทางพิสูจน์หลักฐาน กำลังเร่งตรวจสอบหลักฐาน ส่วนผู้ต้องสงสัยที่ควบคุมตัวเองไว้ 1 ราย เป็นบุคคลที่อยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ แต่หลบหนีไปอยู่อีกพื้นที่ จึงได้ทำการเชิญตัวเข้าสู่กระบวนการซักถาม   เบื้องต้นให้การปฎิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ แต่รับว่าเคยก่อเหตุในเหตุการณ์อื่น สำหรับกลุ่มคนร้ายในครั้งนี้มาจาก 2 กลุ่ม คือกลุ่มจากทางปัตตานีรวมถึง 4 อำเภอของสงขลา กลุ่มนี้ก็จะเชื่อมโยงกับการโจมตีจุดตรวจฆอลอปีและ เมื่อ 2 เดือนก่อน อีกส่วนหนึ่งมาจากกาบัง ยะหา บันนังสตา ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้คือกลุ่มที่ได้มีการออกหมายจับเอาไว้ในคดีอื่นแล้วหลบหนี    สำหรับกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้แบ่งออกเป็นสองกลุ่มหลักคือ กลุ่มจากปัตตานีและ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา จะมี นายบูคอรี หลำโซ๊ะ นายซอบรี หลำโซ๊ะ นายรอซาลี หลำโซ๊ะ 3 พี่น้องตระกูลหลำโซ๊ะ เป็นแกนนำกลุ่ม ส่วนกลุ่มของ อ.กาบัง อ.ยะหา อ.บันนังสตา จะมีนายอับดุลเลาะ โต๊ะเต้ นายรอกิ ดอเลาะ นายฮูไบดีละห์ รอมือลี นายอหมัด ตืองะ เป็นแกนนำกลุ่ม และร่วมปฎิบัติการกับกลุ่มเปอร์มูดอในพื้นที่ ซึ่งกลุ่มเปอร์มูดอ คือกลุ่มแนวร่วมกลุ่มใหม่ที่ผ่านการฝึกการปฎิบัติการ และทางฝ่ายความมั่นคงยังไม่มีข้อมูล โดยสองกลุ่มหลักนี้รวมตัวกันเฉพาะกิจเพื่อปฎิบัติการในครั้งนี้     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/4hCc1YuAxfQ

 349
อาชญากรรม
09 พ.ย. 62

พลิกแผ่นดินหา! จนท.เปิดปฏิบัติการไล่ล่า ผู้ก่อเหตุยิงถล่มป้อม ชรบ.ยะลา บุกค้น 19 จุด คุมตัว 6 ผู้ต้องสงสัยสอบสวน

เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 9 พ.ย.62 เจ้าหน้าที่ได้ร่วมปล่อยกองกำลังร่วม จำนวน 200 นายเข้าตรวจค้นเป้าหมายต้องสงสัย จำนวน 6 จุดในพื้นที่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี รอยต่อเขต อ.เมืองยะลา มีกองกำลังเจ้าหน้าที่ จ.ยะลา เข้าตรวจค้นเช่นเดียวกัน จำนวน 13 จุด   ผลการปฏิบัติครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ จำนวน 9 ราย ทำประวัติ พบว่าไม่เกี่ยวข้อง 3 รายจึงได้ปล่อยตัวกลับ คงเหลือควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย จำนวน 6 ราย พร้อมของกลาง เป็นผ้าพันแผล เป้สนาม จำนวนหนึ่ง จึงได้นำตัวทั้งหมดไปควบคุมตัวที่กองอำนวยการร่วมชั่วคราวภายในวัดลำใหม่ อ.เมืองยะลา ปรากฏว่าใน 6 บางรายมีหมายจับ และมีหมาย พ.ร.ก.   พล.ต.ต.จิระวัฒน์ พยุงธรรม ผบก.ภ.จ.ปัตตานี เปิดเผยว่า ในการปฏิบัติครั้งนี้ เป็นการเปิดแผนปฏิบัติการร่วมในการบังคับใช้กฎหมายตามนโยบายของ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ในการเร่งติดตามจับกุมผู้ที่ร่วมก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งการปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการขยายผลจากผู้ต้องสงสัยที่ได้ให้การที่เป็นประโยชน์ ทำให้การตรวจค้นถือว่าเป็นเป้าหมายที่ชัดเจน จนนำไปสู่การควบคุมตัว 6 ผู้ต้องสงสัยตามเป้า แต่ยังมีอีกบางส่วนที่เชื่อว่าน่าจะไหวตัวหลบหนีไปก่อนหน้านี้ เชื่อว่าคงหนีได้ไม่ไกลและไม่มีทางหลบหนีได้   อย่างไรก็ตาม การเปิดแผนครั้งนี้ยังคงมีต่อเนื่อง โดยวานนี้ (8 พ.ย.) พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองทัพภาค 4 เปิดเผยว่า  กลุ่มคนร้ายกลุ่มนี้เป็นคนร้ายที่ติดตามจับกุมจากคดีเก่าๆ มาโดยตลอด รู้ว่าเป็นใคร แต่หาตัวไม่เจอ ซึ่งมีอยูาราว 20 คน ซึ่งนั้นคือกลุ่มพี่น้องหลำโซ๊ะ โดยกลุมพี่น้องหลำโซ๊ะรวบรวมแนวร่วมในพื้นที่อีกกว่า 30 คนแล้วก็วางแผนก่อเหตุ ซึ่งตอนก่อเหตุก็แบ่งทีมออกเป็นชุด คือชุดยิง ชุดโรยตะปูเรือใบ ชุดป้องกันเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือ   โดยขณะนี้ จากหลักฐานที่ได้จากที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยไว้ได้แล้วจำนวนหนึ่ง และได้มีการเปิดแผนปฏิบัติการเข้าติดตาม จับกุม กดดัน กลุ่มคนร้าย ในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่เขานางจันทร์ ซึ่งมีเขตรอยต่อ จ.ยะลา และจ.สงขลา และได้พบฐานปฏิบัติการร้างของกลุ่มผู้ก่อเหตุแล้วจำนวน 1 จุด โดยหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ได้เข้าไปปิดล้อมกฏดันบริเวณเทือกเขานางจันทร์แล้วจำนวน 4 เป้าหมาย ส่วนกลุ่มที่สองคือกลุ่มบุคคลเป้าหมายที่คอยให้การช่วยเหลือสนับสนุน กลุ่มคนร้าย ที่พาหลบหนี เป็นพื้นที่หมู่บ้านจำนวน 9 เป้าหมาย และเป้าหมายสุดท้ายคือการเข้าติดตามตัวบุคคลที่เป็นกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง และมีบัญชีรายชื่ออยู่แล้ว จำนวน 21 เป้าหมาย   พลตำรวจโทรณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 เปิดเผยว่า ผลจากการตรวจนิติวิทยาศาตร์ จาการตรวจสอบปลอกกระสุนปืนที่พบในจุดเกิดเหตุไปตรงกับอาวุธปืนที่ใช้ในการก่อเหตุในหลายจุดที่ผ่านมา ซึ่งบ่งชี้ว่าเป็นของกลุ่มพี่น้องหลำโซ๊ะ สามารถระบุกลุ่มคนร้ายได้ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่มาจากยะหา กาบัง บันนังสตา จ.ยะลา และอีกกลุ่มมาจากพื้นที่โคกโพธิ์ ปัตตานี   ซึ่งในการเชื่อมโยงของพยานหลักฐานก็พบว่ามีหลายเหตุการณ์ที่คนร้ายเคยใช้อาวุธปืนเหล่านี้ ขณะนี้ทางพิสูจน์หลักฐาน กำลังเร่งตรวจสอบหลักฐาน ส่วนผู้ต้องสงสัยที่ควบคุมตัวเองไว้ 1 ราย เป็นบุคคลที่อยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ แต่หลบหนีไปอยู่อีกพื้นที่ จึงได้ทำการเชิญตัวเข้าสู่กระบวนการซักถาม   เบื้องต้นให้การปฎิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ แต่รับว่าเคยก่อเหตุในเหตุการณ์อื่น สำหรับกลุ่มคนร้ายในครั้งนี้มาจาก 2 กลุ่ม คือกลุ่มจากทางปัตตานีรวมถึง 4 อำเภอของสงขลา กลุ่มนี้ก็จะเชื่อมโยงกับการโจมตีจุดตรวจฆอลอปีและ เมื่อ 2 เดือนก่อน อีกส่วนหนึ่งมาจากกาบัง ยะหา บันนังสตา ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้คือกลุ่มที่ได้มีการออกหมายจับเอาไว้ในคดีอื่นแล้วหลบหนี    สำหรับกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้แบ่งออกเป็นสองกลุ่มหลักคือ กลุ่มจากปัตตานีและ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา จะมี นายบูคอรี หลำโซ๊ะ นายซอบรี หลำโซ๊ะ นายรอซาลี หลำโซ๊ะ 3 พี่น้องตระกูลหลำโซ๊ะ เป็นแกนนำกลุ่ม ส่วนกลุ่มของ อ.กาบัง อ.ยะหา อ.บันนังสตา จะมีนายอับดุลเลาะ โต๊ะเต้ นายรอกิ ดอเลาะ นายฮูไบดีละห์ รอมือลี นายอหมัด ตืองะ เป็นแกนนำกลุ่ม และร่วมปฎิบัติการกับกลุ่มเปอร์มูดอในพื้นที่ ซึ่งกลุ่มเปอร์มูดอ คือกลุ่มแนวร่วมกลุ่มใหม่ที่ผ่านการฝึกการปฎิบัติการ และทางฝ่ายความมั่นคงยังไม่มีข้อมูล โดยสองกลุ่มหลักนี้รวมตัวกันเฉพาะกิจเพื่อปฎิบัติการในครั้งนี้     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/4hCc1YuAxfQ

 349
อาชญากรรม
09 พ.ย. 62

ผบช.ภาค 9 เผย พบผู้ก่อเหตุยิงถล่ม ชรบ.ยะลากว่า 50 คน ชี้เป็นการรวมกลุ่มจาก 2 พื้นที่

ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ประชุมติดตามความคืบหน้าคดียิงป้อม ชรบ.ลำพะยา เผย ผู้ร่วมก่อเหตุในครั้งนี้มีไม่ต่ำกว่า 40-50 คนเป็นการรวมกลุ่มก่อเหตุจาก 2 พื้นที่   เมื่อวันที่ 8 พ.ย. ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา พลตำรวจโทรณศิลป์ ภู่สาระ เปิดเผยหลังจากเข้าร่วมประชุมกับเจ้าหน้าที่หน่วยปฎิบัติการร่วมพิเศษทหารพราน และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดยะลา ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี เพื่อติดตามความคืบหน้าเหตุคนร้ายยิงถล่มป้อม ชรบ.ลำพะยา ว่า ในวันนี้เป็นการประชุมชุดสืบสวนทั้งหมด เนื่องจากคดีนี้มี 2 จังหวัดที่มีความเชื่อมโยงกัน คือยะลา กับปัตตานี และได้เชิญเจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่มาร่วมประชุมแนวทางการสืบสวน ซึ่งแนวทางการสืบสวนที่เกิดเหตุทั้งหมดในวันเกิดเหตุ ปรากฏว่ามีการโจมตี 1 จุด    นอกจากนั้นอีก 5 จุดเป็นพื้นที่การโปรยตะปูเรือใบ ตัดต้นไม้ขวางถนนระเบิดเสาไฟ ซึ่งแต่ละพื้นที่มีพยานหลักฐานเยอะมากพอสมควร และจากจุดเกิดเหตุก็พบว่าคนร้ายได้ทิ้งสิ่งของบางอย่างที่สามารถติดตามตัวคนร้ายได้ไว้ในหลายๆ จุด การไล่ล่าติดตามจากรอยเลือด หรือจากพยานหลักฐานต่างๆ ในส่วนของการตรวจอาวุธปืนของคนร้ายที่เข้ามาในที่เกิดเหตุ พบว่าในที่เกิดเหตุมีการใช้ปืนอย่างน้อย 25 กระบอก ซึ่งรวมกับปืนของเจ้าหน้าที่ด้วย ซึ่งเมื่อตัดปืนของเจ้าหน้าที่ออกไป ก็น่าจะเป็นของคนร้าย 18 กระบอก จึงเชื่อว่าคนร้ายที่เข้าโจมตีป้อม ชรบ.ในครั้งนี้มีไม่ตำกว่า 18 คน แต่จุดอื่นที่เหลืออีก 5 จุด ก็จะมีคนร้ายชุดอื่นปฎิบัติการ ซึ่งเชื่อว่าปฎิบัติการในครั้งนี้กลุ่มคนร้ายใช้กำลังประมาณ 40-50 คน   โดยผลจากการตรวจนิติวิทยาศาตร์ สามารถระบุกลุ่มคนร้ายได้ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่มาจากยะหา กาบัง บันนังสตา จ.ยะลา และอีกกลุ่มมาจากพื้นที่โคกโพธิ์ ปัตตานี ซึ่งในการเชื่อมโยงของพยานหลักฐานก็พบว่ามีหลายเหตุการณ์ที่คนร้ายเคยใช้อาวุธปืนเหล่านี้ ขณะนี้ทางพิสูจน์หลักฐาน กำลังเร่งตรวจสอบหลักฐาน ส่วนผู้ต้องสงสัยที่ควบคุมตัวเองไว้ 1 ราย เป็นบุคคลที่อยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ แต่หลบหนีไปอยู่อีกพื้นที่ จึงได้ทำการเชิญตัวเข้าสู่กระบวนการซักถาม เบื้องต้นให้การปฎิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ แต่รับว่าเคยก่อเหตุในเหตุการณ์อื่น    สำหรับกลุ่มคนร้ายในครั้งนี้มาจาก 2 กลุ่ม คือกลุ่มจากทางปัตตานีรวมถึง 4 อำเภอของสงขลา กลุ่มนี้ก็จะเชื่อมโยงกับการโจมตีจุดตรวจฆอลอปีและ เมื่อ 2 เดือนก่อน อีกส่วนหนึ่งมาจากกาบัง ยะหา บันนังสตา ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้คือกลุ่มที่ได้มีการออกหมายจับเอาไว้ในคดีอื่นแล้วหลบหนี และตนได้มีการพูดคุยกับท่านแม่ทัพภาค 4 แล้วว่าจะมีการเปิดปฎิบัติการเชิงรุกเพื่อติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุให้ได้ภายใน 1-2 วันนี้ โดยกลุ่มคนร้ายกลุ่มนี้เป็นคนร้ายที่ติดตามจับกุมจากคดีเก่าๆมาโดยตลอด รู้ว่าเป็นใคร แต่หาตัวไม่เจอ เนื่องจากกลุ่มนี้จะอยู่ในพื้นที่ป่าเขา ซึ่งจะมีการปฎิบัติการในพื้นที่เหล่านี้ด้วย มีเป้าหมายแล้ว   ทั้งนี้มีรายงานจากชุดสืบสวนสอบสวน ระบุว่า กลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้แบ่งออกเป็นสองกลุ่มหลักคือ กลุ่มจากปัตตานีและ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา จะมี นายบูคอรี หลำโซ๊ะ นายซอบรี หลำโซ๊ะ นายรอซาลี หลำโซ๊ะ 3 พี่น้องตระกูลหลำโซ๊ะ เป็นแกนนำกลุ่ม ส่วนกลุ่มของ อ.กาบัง อ.ยะหา อ.บันนังสตา จะมีนายอับดุลเลาะ โต๊ะเต้ นายรอกิ ดอเลาะ นายฮูไบดีละห์ รอมือลี นายอหมัด ตืองะ เป็นแกนนำกลุ่ม และร่วมปฎิบัติการกับกลุ่มเปอร์มูดอในพื้นที่ ซึ่งกลุ่มเปอร์มูดอ คือกลุ่มแนวร่วมกลุ่มใหม่ที่ผ่านการฝึกการปฎิบัติการ และทางฝ่ายความมั่นคงยังไม่มีข้อมูล โดยสองกลุ่มหลักนี้รวมตัวกันเฉพาะกิจเพื่อปฎิบัติการในครั้งนี้   ขณะพ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองทัพภาค 4 เปิดเผยว่า กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ยืนยันว่า จะใช้มาตรการทางกฏหมายภายใต้อำนาจที่มีอยู่ด้วยความระมัดระวัง เพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนต่อสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของพี่น้องประชาชน   ทั้งนี้ปัจจุบันการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ภายใต้อำนาจทางกฏหมายที่มีอยู่ไม่ได้ถูกจำกัดโดยบุคคล หรือกลุ่มบุคคลจึงไม่มีเหตุผลและความจำเป็นอันใดที่จะต้องประกาศใช้เคอร์ฟิวส์ในพื้นที่ตามที่เป็นข่าว   อย่างไรก็ตามก็ต้องขอความร่วมมือกับพี่น้องประชาชนให้ช่วยกันตรวจสอบ และแจ้งเบาะแสกลุ่มคนร้ายให้เจ้าหน้าที่ทราบเพื่อเข้าดำเนินการตามกฏหมายต่อไป สำหรับบุคลคลที่คอยให้ความช่วยเหลือ สนับสนุนหรือให้ที่พักพิง มีความผิดตามกฏหมายในอัตราเดียวกับฐานความผิดของผู้ก่อเหตุรุนแรง         รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/Y-GZrjvl5gg    

 95

Top