ค้นหา :

ผลการค้นหา "ทนายความ"

สังคม-อาชญากรรม
28 ก.ค. 61

ทนายครอบครัว 'น้องเต้' กังขา หลังพ่อพยานอ้างลูกป่วยจิต-ไม่เห็นเหตุการณ์ ชี้แย้งกับคำให้การครั้งแรก

ครอบครัว "น้องเต้" พบ ผบก.น.1 ให้ข้อมูลคดีน้องเต้เพิ่มเติม เชื่อมีผู้ร่วมก่อเหตุอีก ด้านทนายระบุปมแค้นเรื่องสถาบัน   จากกรณีการเสียชีวิตของ นายศุภชัย ทัฬหสุนทร ที่กระโดดจากชั้น 8 ศาลอาญารัชดาฯ โดยสาเหตุมาจากความเครียดหลังจากศาลพิพากษายกฟ้องจำเลยคดีฆ่าลูกชายคือ นายธนิต ทัฬหสุนทร ที่เสียชีวิตจากการถูกคนร้ายใช้มีดแทงบริเวณซอยประชาสังคมสงเคราะห์ 1 ในวันที่ 15 เม.ย. 2559 เนื่องจากผู้เป็นพ่อมีความหวังอย่างมาก โดยยอมออกจากงานเพื่อมาหาหลักฐานต่างในการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาในคดีนั้น     ล่าสุด เมื่อวานนี้ (27 ก.ค.) นางเรวดี ทัฬหสุนทร อายุ 50 ปี ภรรยานายศุภชัย พร้อมด้วย น.ส.ธนพร ศรีบานเย็น ทนายความ เดินทางมาที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยมี พลตำรวจตรีเสนิต สําราญสํารวจกิจ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล1 ร่วมพูดคุยด้วย     โดยทนายความเปิดเผยว่า วันนี้ทางตำรวจเรียกฝ่ายโจทก์มา เพื่อพูดคุยในเรื่องคดี ซึ่งอยากให้พยานที่เห็นเหตุการณ์ไม่ต้องเกรงกลัวต่ออำนาจอิทธิพล ทั้งนี้ไม่ถือเป็นการเริ่มนับหนึ่งใหม่ในคดีนี้ แต่เป็นการตรวนสอบสำนวนอีกครั้ง เพื่อให้มีความรัดกุมมากขึ้น โดยจะเน้นไปที่พยานที่อยู่ในเหตุการณ์   สำหรับคดีดังกล่าวก่อนหน้านี้มี 7 ปาก ซึ่งเป็นพยานแวดล้อมในที่เกิดเหตุ ซึ่งมีนายตงที่เป็นพยานสำคัญรวมอยู่ด้วย โดยหลังจากเกิดเหตุแทงนายธนิต จนเสียชีวิต ตำรวจได้เรียกตัว นายโจ้ (อดีตจำเลย) และนายตง ประจักษ์พยานสำคัญ เข้ามาสอบปากคำทันที   ซึ่งขณะนั้นนายตงมีอาการปกติทุกอย่าง ไม่เหมือนอาการของคนมีอาการทางจิตแต่อย่างใด กระทั่งตำรวจออกหมายเรียกมาให้ปากคำเพิ่มเติม 2 ครั้งแต่ไม่มาตามนัด จึงออกหมายจับ ก่อนที่นายตงจะเดินทางเข้าพบตำรวจพร้อมบิดา โดยมีใบรักษาอาการทางจิตจาก รพ.สมเด็จเจ้าพระยา แนบมาด้วย    แต่ในชั้นศาลทางฝ่ายพยานได้แนบผลการตรวจจาก สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ (รพ.นิติจิตเวช) มาใช้ในการยืนยันต่อศาลว่านายตงมีอาการทางจิต จนทำให้ศาลไม่สามารถสืบพยานได้   ซึ่งได้ตั้งข้อสงสัยในประเด็นดังกล่าวว่านายตง มีอาการทางประสาทจริงหรือไม่ ส่วนกรณีที่บิดานายตงระบุว่า เรื่องที่เกิดขึ้น เพราะความผิดพลาดของพนักงานสอบสวน เรื่องนี้ทางครอบครัวและทนายฝ่ายโจทก์ รู้สึกว่าไม่เป็นธรรมต่อตำรวจ และยังไม่มีข้อมูลส่วนนี้ชัดเจน ซึ่งตอนนี้ทางครอบครัวพอใจกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ตั้งใจจะให้หลักฐานทุกอย่างออกมาชัดเจน ซึ่งตำรวจยืนยันจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย   นอกจากนี้ทนายความกล่าว่า โดยส่วนตัวเชื่อว่า เรื่องที่เกิดขึ้นน่าจะเกี่ยวข้องกับสถาบัน ซึ่งวันเกิดเหตุจะเห็นว่าภาพวงจรปิดเผยให้เห็นกลุ่มคนดังกล่าวที่เดินออกมาจากซอย มีท่าทีแสดงความดีใจ โดยเชื่อว่ามีจำเลยมากกว่า 1 คนในคดีนี้ ทางตำรวจอยู่ระหว่างการสืบหาตัวกลุ่มคนดังกล่าว      ผู้สื่อข่าว สอบถามเรื่องความคืบหน้าในคดีนี้ กับพ.ต.อ.ต่อเกียรติ พรหมบุตร ผกก.สน.ดินแดง กล่าวว่า ไม่ขอให้ข้อมูลในคดีนี้ และหากต้องการสอบถามความคืบหน้าให้สอบถามไปทาง พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. เนื่องจากคดีนี้ได้รายงานผู้บังคับบัญชาไปหมดแล้ว     ด้านพ่อของนายตงได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์อีกครั้ง โดยยืนยันว่าลูกชายไม่เห็นเหตุการณ์ ยอมรับว่าตัวเองผิดพลาดที่ไม่ได้แย้งร้อยเวรตั้งแต่แรก เพราะไม่ได้อ่านสำนวนให้ละเอียดถี่ถ้วนก่อน เผยตอนนี้ตัวเองทุกข์ใจมากเพราะลูกชายป่วยทางจิตจริงๆ และเคยพยายามฆ่าตัวตายมาก่อน                            ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/ddmVek14kYo    

 7,105
สังคม-อาชญากรรม
12 ม.ค. 61

"เสก โลโซ" ส่งทนายเลื่อนรับทราบข้อกล่าวหาเสพยา อ้างติดธุระด่วน ตร.ระบุถ้า 17 ม.ค.ไม่มาเจอหมายจับ!

ทนายความของนักร้องหนุ่ม นายเสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือ "เสก โลโซ" เดินทางเข้าพบตำรวจคันนายาว ขอเลื่อนเข้าพบรับทราบข้อหาเสพยา หลังผู้จัดการส่วนตัวเสกติดต่อแจ้งอ้างติดธุระสำคัญ พร้อมยอมรับทราบว่าลูกความมีความกังวลใจ เชื่อไม่ได้หลบหนีขอแฟนคลับเชื่อใจนักร้องหนุ่ม ขณะที่ตำรวจแจงหาก 17 ม.ค. ไม่เข้าพบ เตรียมพิจารณาออกหมายจับทันที   โดยว่าที่ร้อยตรีมงคลวิจิตร ธนะโสภณ ทนายความของเสกโลโซ ระบุหลังเข้าพบพนักงานสอบสวนสน.คันนายาวว่า ได้รับการติดต่อจากผู้จัดการส่วนตัวของเสว่า เสกติดธุระด่วน ไม่สามารถมาพบ พนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาเสพยาเสพติดในวันนี้ได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่เข้าใจ และได้ทำการออกหมายเรียกเป็นครั้งที่ 2 เพื่อให้เสก มารับทราบข้อหาในวันพุธที่ 17 มกราคมนี้ เวลา 10 นาฬิกา   ทั้งนี้ ทนายของเสกยอมรับว่า จนถึงขณะนี้ไม่ทราบว่าตัวลูกความอยู่ที่ไหน แต่ทราบจากทีมงานของเสกว่าเสกมีความกังวลในทุกข้อหาที่ถูกดำเนินคดี และในวันจันทร์ที่ 15 มกราคมนี้ เสกต้องเดินทางไปรายงานตัวที่ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ในคดียิงปืนในที่สาธารณะ ส่วนเรื่องจะหลบหนีการดำเนินคดีหรือไม่ เชื่อว่าลูกความจะไม่หลบหนี ขอให้ประชาชนและกลุ่มแฟนคลับของเสกเชื่อใจ   ส่วนที่มีกระแสข่าวว่านักร้องหนุ่มมีการตำหนิการทำงานของตนเอง ขณะนี้ยังไม่ทราบในประเด็นนี้ และไม่เคยถูกตำหนิหรือมีความขัดแย้งในการทำงานกับลูกความ เพราะตนเองทำงานเต็มที่ตามงานที่ได้รับมอบหมาย และลูกความก็ยังไม่มีการเปลี่ยนตัว ยังคงให้ตนเองทำหน้าที่ทนายความดูแลคดีอยู่   ขณะที่มีรายงานจากตำรวจว่าหากในวันที่ 17 มกราคมที่จะถึงนี้ นายเสกสรรค์ไม่เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนอีกครั้ง จะพิจารณาในการออกหมายจับทันที   

 5,597
การเมือง
30 ต.ค. 60

คดีจำนำข้าวถึงที่สุด หลัง 'ยิ่งลักษณ์-อสส.' ไม่ยื่นอุทธรณ์

รายงานข่าวจากศาลยุติธรรม ภายหลังจากทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เเละอัยการสูงสุด คู่ความไม่ยื่นอุทธรณ์ในคดีจำนำข้าว หลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาจำคุก น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นเวลา 5 ปี ว่าขั้นตอนหลังจากนี้เมื่อคู่ความไม่ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาภายใน 1 เดือน จะถือว่าคดีถึงที่สิ้นสุด ซึ่งปกติเเล้วหมายคดีถึงที่สิ้นสุดก็จะออกตามภายใน 30 วัน นับจากวันอ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 27 ก.ย.ที่ผ่านมา หากไม่มีการยื่นอุทธรณ์คดี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/7EfHMhPvy5w  

 12,734
การเมือง
25 ก.ย. 60

จับตา ศาลอ่านคำตัดสินคดีจำนำข้าว ลับหลัง 'ยิ่งลักษณ์' 27 ก.ย.นี้

จนท.วางมาตรการคุมเข้มความปลอดภัยมวลชนและทนายความ ที่เดินทางมารับฟังคำพิพากษาดีโครงการรับจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 27 กันยายน 2560 ซึ่งถึงแม้เจ้าตัวจะเดินทางหลบหนีออกนอกประเทศ แต่ศาลสามารถอ่านคำตัดสินลับหลังจำเลยได้ ซึ่งเป็นไปตามกระบวนการขั้นตอนทางกฎหมาย   ด้าน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการเปิดเส้นทางให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ หลบหนีในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว ว่าฝ่ายปกครองยินดีให้ความร่วมมือในทุกๆด้านไม่ว่าจะเป็นเรื่องใด เท่าที่ทราบก็มีความคืบหน้าและหากเกี่ยวข้องเชื่อมโยงตรงไหนที่ใด ถ้าต้องการขอความร่วมมือเพื่อตรวจสอบหาข้อมูล ข้อเท็จจริง ทางกระทรวงมหาดไทยก็พร้อมไม่ว่าจะเป็นส่วนท้องถิ่น หรือท้องที่   เมื่อถามว่า จนถึงวันนี้มีการรายงานเข้ามาหรือไม่ว่ามีข้าราชการส่วนท้องถิ่นเข้าไปเกี่ยวข้อง พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ไปถามฝ่ายความมั่นคงจะดีกว่า ทั้งนี้ มหาดไทยพร้อมให้ความร่วมมืออยู่แล้ว แต่ที่พูดไม่ได้ปัดให้ไปถามฝ่ายความมั่นคง อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่ายังไม่ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าว ขอร้องสื่อว่าอย่าถามแบบนี้เพราะจะกลายเป็นวัวพันหลัก เพราะการดำเนินการสอบสวนเค้าไม่ได้มานั่งบอกตนว่าใครไปทางไหน เข้าออกช่องใด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/BlQB3EFT9Fs    

 2,705
ข่าวภูมิภาค
18 ก.ย. 60

ทนายแจงความคืบหน้า 11 ผู้ต้องหาบ้านเกาะแรดข่มขืนสาว 15

ความคืบหน้าคดีรุมโทรมหญิง 15 ปี ที่บ้านเกาะแรด จ.พังงา นายสรรเพชร ทิพย์มณเทียร ทนายผู้รับว่าความให้กับ 5 ใน 8 ผู้ต้องหาคดีข่มขืนเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี หลังจากศาลจังหวัดพังงาอนุมัติหมายจับไปก่อนหน้า กล่าวว่า หลังจากที่ศาลจังหวัดพังงาได้ออกหมายจับผู้ถูกกล่าวหาเพิ่มอีกจำนวน 3 คน และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการจับกุมตัวมา 2 คน ตนและทีมทนายความจึงได้เดินทางมายัง สภ.โคกกลอย อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา เพื่อที่จะร่วมรับฟังการสอบสวน ซึ่งขณะนี้ ทีมทนายความได้ให้การดูแลเพิ่มจาก 5 คน เป็น 7 คน ส่วนที่เหลือ ผู้ถูกกล่าวหามีทนายของตนเอง   ซึ่งการกล่าวหาผู้ต้องหา 3 คนหลัง เป็นส่วนที่เข้ามาเกี่ยวข้องภายหลังซึ่งเป็นคนละช่วงเวลากับ 5 คนแรก เกิดขึ้นในช่วงเดือน ธันวาคม ส่วนที่เจ้าหน้าที่มีการตรวจพบว่าปัสสาวะเป็นสีม่วงนั้น ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าเป็นสารเสพย์ติดหรือไม่ แต่หากพบว่าเป็นสารเสพย์ติดก็ต้องให้รับสารภาพไป ซึ่งขณะนี้ญาติได้เตรียมหลักทรัพย์เอาไว้แล้วเพื่อทำการประกันตัวหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการส่งศาลเพื่อฝากขัง   ส่วนผู้ต้องหาอีก 1 คน ที่ยังไม่ได้รับการประกันตัวและยังคงอยู่ในเรือนจำกลางจังหวัดพังงานั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการรอคณะกรรมการยุติธรรม อนุมัติเงินกองทุนยุติธรรม ซึ่งความว่าจะทราบผลภายในเวลา 1 เดือน โดยขณะนี้ทีมทนายยังไม่ได้เดินทางไปพบปะพูดคุยกับผู้ที่ยังอยู่ในเรือนจำ   ส่วนอีก 4 คน ที่ได้รับการประกันตัว ทางทีมทนายก็ได้เข้าไปพบปะพูดคุยเพื่อนำความจริงออกมาให้มากที่สุด โดยทุกคนยังคงให้การปฎิเสธ และรับไม่ได้เนื่องจากเป็นคำกล่าวหาที่เหวี่ยงแหเข้ามา เป็นคำกล่าวหาที่กว้างเกินไปไม่สามารถระบุวันเวลาใดๆ เพื่อให้ผู้ต้องหาสามารถหาข้อแก้ต่างได้ กล่าวต่อ โดยขณะนี้ ผู้ต้องหาทั้ง 11 ราย ยังเป็นเพียงผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งยังไม่มีการตัดสินจากศาล จึงอยากให้สังคมรอรับฟังความจริงว่าเป็นเช่นไร อย่าเพิ่งด่วนตัดสินว่าใครเป็นคนดีหรือคนไม่ดี    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/MVgkxuu6mcM    

 3,135
สังคม-อาชญากรรม
14 ก.ย. 60

นักข่าวภาคสนามจี้สมาคมนักข่าวตรวจสอบ บิ้กสื่อคุกคามทางเพศผู้สื่อข่าวสาว

เกิดประเด็นว่ามีกลุ่มเฟซบุ๊กผู้สื่อข่าวสายการเมือง รวมตัวกันวิพากษ์วิจารณ์ กรณีมีผู้บริหารสำนักข่าวแห่งหนึ่ง คุกคามทางเพศนักข่าวหญิงในที่ทำงาน   ล่าสุด ทางสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย มีหนังสือแถลงการณ์ออกมา ระบุว่า ทางสมาคมฯเห็นว่ากระแสข่าวดังกล่าวกระทบต่อภาพลักษณ์ขององค์กรสื่อมวลชน และมีข่าวลือที่ขยายวงกว้างไม่ส่งผลดีต่อผู้เสียหาย จึงลงมติตั้งคณะกรรมการแสวงหาข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ และขอให้กลุ่มสื่อมวลชน ระมัดระวังในการนำเสนอรวมถึงแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้   ขณะที่ทนายความจากผู้รับมอบอำนาจจากผู้ที่ได้รับผลกระทบ จากการเผยแพร่ข้อความของสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้ระบุว่าไม่สามารถเปิดเผยชื่อของลูกความที่มอบหมายให้ดำเนินการได้ อย่างไรก็ตามกรณีที่เกิดขึ้นนั้นมองว่ายังไม่มีความชัดเจน ทั้งนี้กระบวนการที่ท้วงติงตามจดหมายนั้นไม่มีเจตนาดิสเครดิตสมาคมฯ ที่อยู่ระหว่างตั้งกรรมการแสวงหาข้อเท็จจริง ชี้เสี่ยงถูกดำเนินคดีอาญาฐานหมิ่นประมาท จี้สอบหนึ่งในกรรมการสมาคมฯ ผู้เผยแพร่ข้อความมีข้อเท็จจริงเพียงใด ฝ่าฝืนจริยธรรมหรือไม่   น.ส หทัยรัตน์ พหลทัพ ผู้สื่อข่าวภาคสนามที่คนแรกที่ลงชื่อ ให้สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกระแสข่าว ผู้บริหารสี่อคุกคามทางเพศกับพนักงานในสังกัดว่า เรื่องนี้จุดเริ่มต้นมาจากสื่อโชเชียล และคำบอกเล่าของเพื่อนๆนักข่าว ตนในฐานะที่เป็นผู้หญิงและผู้สื่อข่าวภาคสนาม จึงได้พูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลกับเพื่อนๆนักข่าว ว่าเรื่องนี้น่าจะมีมูลความจริง แต่ไม่ทราบรายละเอียดว่าการคุกคามอยู่ในระดับใด ซึ่งเรื่องแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้นในวงการสื่อ ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องการรณรงค์การคุกคามทางเพศ และต้องแสวงหาข้อเท็จจริง เพื่อมีคำตอบกับให้สังคม   จึงได้มีการรวบรวมรายชื่อให้สมาคมตรวจสอบ เพราะทั้งผู้ถูกกล่าวหาและผู้เสียหายก็อยู่ในวงการสื่อด้วยกัน แต่ขณะนี้ได้ลาออกไปทำงานอื่นแล้ว ทั้งนี้ส่วนตัวไม่ได้สนิทกับผู้เสียหาย แต่จากคำบอกเล่าคนใกล้ชิดกับผู้เสียหาย ทราบว่า ขณะนี้ ทั้ง 2 ฝ่ายมีความเครียดและผู้เสียหายต้องการให้เรื่องยุติ และไม่ได้ออกมาเรียกร้องให้มีการตรวจสอบเอาผิดกับคู่กรณี   อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าเรื่องนี้เจ้าตัวจะติดใจเอาความหรือไม่ แต่ก็อยากให้สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ ตรวจสอบ ว่ามันมีเรื่องนี้เกิดขึ้นจริงในวงการสื่อหรือไม่ รวมถึงกรณีอื่นๆ เพื่อให้สังคม และเพื่อนๆสื่อตื่นตัวในเรื่องนี้ ขณะเดียวกันก็เข้าใจสมาคมนักข่าว ฯ ต้องการที่จะลดกระแสวิพากวิจารณ์ในสังคม ก็ต้องทำความจริงให้ปรากฎ และฝากความหวังกับสมาคมด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/pXgso_dTqRQ    

 5,790
การเมือง
10 ก.ย. 60

ทีมทนาย ‘ยิ่งลักษณ์’ ยันพร้อมไปฟังคำพิพากษาคดีจำนำข้าว 27 ก.ย.นี้

นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการเดินทางไปรับฟังการอ่านคำพิพากษาลับหลังในคดีโครงการรับจำนำข้าวในวันที่ 27 กันยายนนี้ว่า ทางทีมทนายความต้องเดินทางไปอยู่แล้วตามหน้าที่ โดยรับฟังคำพิพากษาอย่างเดียว ไม่มีอะไรเพิ่มเติม และจนถึงขณะนี้ทางทีมทนายความยังไม่ได้รับการติดต่อจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ แต่อย่างใด   โดยเมื่อถามว่าทราบความคืบหน้าเรื่องอาการป่วยน้ำในหูไม่เท่ากันของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นอย่างไรบ้าง นายนรวิชญ์ก็ปฏิเสธไม่ขอตอบเรื่องนี้ เป็นความลับของลูกความ อีกทั้งยังเป็นเรื่องที่แจ้งต่อศาลและศาลมีคำสั่งตามรายงานแล้ว         ชมผ่านยูทูปได้ที่  :https://youtu.be/YrhZ4T5cQw0

 2,160
สังคม-อาชญากรรม
06 ก.ย. 60

4 ผู้ต้องหาปฏิเสธฆ่าสาวเสิร์ฟ 'ศรีวราห์' มั่นใจหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ เชื่อรุมโทรมก่อนฆ่าปิดปาก

จากกรณี พ่อแม่ร้องเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม จากคดีน้องบุ๋ม ลูกสาววัย 24 ปี มีอาชีพเป็นสาวเสิร์ฟร้านอาหารแห่งหนึ่ง พบเป็นศพผูกคอตายกับลูกบิดประตูอย่างมีเงื่อนงำ ภายในบ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ใน ต.หนองแค อ.หนองแค จ.สระบุรี เบื้องต้นพ่อแม่อ้างว่าตำรวจบอกว่าเป็นการฆ่าตัวตายจากเหตุเมายาบ้า แต่ครอบครัวไม่ปักใจเชื่อ   ล่าสุด พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมมณกุล รอง ผบ.ตร. เดินทางมาถึง สภ.หนองแค จ.สระบุรี และเข้าห้องประชุมทันที่ โดยมีนายตำรวจที่เกี่ยวข้องเข้าห้องประชุมพร้อม จากนั้นก็มี ทนายรณณรงค์ บิดาและมารดาของผูตายเข้าก้องประชุม   และนำตัวผู้ต้องหา 4 คน ที่ออกหมายจับ ได้แก่ นายนันทพร หรือโอ๊ด บุญมาก อายุ 23 ปี ,นายศุภกร หรือ ก็อบ โสภา อายุ 23 ปี ,นายอธิพัชร์ หรือ ก้อง อภิญญากุล อายุ 23 ปี และ นายสันติ หรือ ลาภ ทิพมล อายุ 23 ปี มาสอบเพิ่มเติม   โดยทั้ง 4 จะถูกแจ้งข้อหาในความผิดฐาน ร่วมกันฆ่าผู้อื่น, ย้ายหรือทำลายศพ หรือปิดบังกรตาย หรือเหตุแห่งการตายและร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง   พล.ต.อ.ศรีวราห์ เผยว่า มั่นใจในพยานหลักฐานต่างๆ ทั้ง ดีเอ็นเอที่พบในขนเพชร และซอกเล็บผู้ตาย และหลักฐานอื่นๆไม่สามารถเปิดเผยได้ และไม่ให้ประกันตัว เกรงจะหลบหนี   ทั้งนี้มีข้อมูลว่าขณะสอบปากคำนายโอ๊ต 1 ในผู้ต้องหา ซึ่งเป็นลูกผู้ใหญ่บ้าน ทำท่าจะรับสารภาพ แต่ทางทนายบอกไม่ให้รับ จึงทำการปฏิเสธอย่างไรก็ตามทั้งหมดมีการยอมรับว่าเพศสัมพันธ์กับผู้ตายจริง แต่ไม่ได้เป็นในลักษณะรุมโทรม   ซึ่งคนรู้จักของนายโอ๊ต กล่าวว่าขณะนี้นายโอ๊ตกำลังเรียนปริญญาโท สาขาวิศวกรรมศาสตร์ เป็นคนเรียนดี นิสัยเงียบๆ จึงคาดไม่ถึงว่าจะมาก่อเหตุเช่นนี้   ด้านทนายของครอบครัวผู้ตาย เชื่อว่าทางผู้ต้องหา ซึ่งเป็นวัยรุ่นไม่สามารถคิดและจัดฉากการตาย เพื่ออำพรางศพได้แนบเนียนขนาดนี้ คาดต้องมีผู้ใหญ่ให้คำแนะนำ จึงฝากให้ตรวจขยายผล ซึ่งโทษของคนที่ช่วยจะหนักเท่าคนที่ลงมือ   ขณะที่บิดาของผู้ตาย กล่าวว่าขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานอย่างตรงไปตรงมา วันนี้ตนเองและภรรยาเดินทางมาพร้อมรูปลูกสาว ดอกไม้ธูปเทียน จัดมาด้วย ด้วยคิดหวังว่าจะให้ผู้ต้องหากราบขอขมา และเมื่อผู้ต้องหาปฏิเสธ ตนก็เป็นเรื่องของตำรวจจะดำเนินการต่อไป และยังไม่รู้ว่าชีวิตจะดำเนินต่อไป เพราะต้องเลี้ยงดูลูกของผู้ตายวัยขวบเศษด้วย    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jG9CMD1b2fE  

 11,151
การเมือง
04 ก.ย. 60

ทนายเตรียมยื่นขอประกันตัว 'บุญทรง' รอบ 3 พร้อมยื่นอุทธรณ์

นายนรินทร์ สมนึก ทนายความของนายบุญทรง กล่าวว่าเเนวทางที่จะยื่นขอประกันรอบที่สาม คือจะยื่นพร้อมอุทธรณ์ โดยประเด็นการอุทธรณ์นั้นต้องรอคำพิพากษาของศาล คาดต้องใช้เวลา 2 สัปดาห์ เพราะมีเนื้อหาความยาวถึง 100 หน้า ขณะนี้อยู่ในการศึกษาอย่างละเอียด จากนั้นถึงจะแล้วถึงมาดูประเด็นที่จะอุทธรณ์   ส่วนการยื่นประกัน หลักทรัพย์เดิมยื่นประกัน คือ 30 ล้านบาท ส่วนจะเพิ่มเท่าใดนั้นยังบอกไม่ได้ เพราะมีปัญหาโดนอายัดบัญชี และเมื่อวันที่ 31 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้แจ้งรายชื่อผู้ที่เข้าเยี่ยมนายบุญทรงในเรือนจำคลองเปรมต่อกรมราชทัณฑ์ ทั้งหมด 10 รายชื่อ ได้รับอนุญาตเข้าเยี่ยมได้วันละ 5 คนต่อ 1 รอบ ตามระเบียบ ส่วนทนายเข้าได้ทุกวันยกเว้นเสาร์อาทิตย์ โดยในวันนี้ (4 ก.ย.60) ตนก็จะไปพบกับนายบุญทรง เพื่อเยี่ยมเเละปรึกษากันในเรื่องคดี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/r7aSfoUhrro  

 1,316
การเมือง
01 ก.ย. 60

ทนายเผย 'บุญทรง' วืดประกันตัวรอบ 2

ทนายเผยศาลฎีกาฯ ไม่ให้ประกันตัว บุญทรง เป็นครั้งที่ 2 ชี้ไม่มีเหตุผลให้เปลี่ยนแปลงคำสั่ง เตรียมรวบรวมประเด็นคำพิพากษา เพื่อยื่นอุทธรณ์ต่อสู้คดี คาดชัดเจนในสัปดาห์หน้า   นายนรินทร์ สมนึก ทนายความ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยหลังเข้าเยี่ยม นายบุญทรงว่าได้แจ้งคำสั่งของ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่ไม่อนุญาตให้ประกันตัวเป็นครั้งที่ 2 เพราะไม่มีเหตุผลให้เปลี่ยนแปลงคำสั่งได้ ซึ่งหลังจากรับทราบผลนายบุญทรง มีอาการเคร่งเครียด แต่ยืนยันไม่ย่อท้อ และพร้อมต่อสู้ตามกระบวนการ ขณะที่การปรับตัว แม้จะยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็ถือว่าดีขึ้นในช่วงแรก   ส่วนแนวทางจากนี้ ทนายความ ระบุว่า เตรียมนำคำพิพากษาของศาล มาพิจารณาอย่างละเอียด ซึ่งขณะนี้ยังต้องรอผลอย่างเป็นทางการ คาดจะมีความชัดเจนในสัปดาห์หน้า โดยเบื้องต้นได้รวบรวมประเด็นต่างๆ ในการยื่นอุทธรณ์ต่อสู้คดีไว้แล้ว แต่ไม่เปิดเผยรายละเอียด ขณะที่การยื่นขอประกันตัวนั้น ยังต้องรอการยื่นอุทธรณ์ก่อน ซึ่งฝ่ายกฎหมาย จะมีการหารือแนวทางอีกครั้ง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GN1LbIvKqZE    

 908
การเมือง
31 ส.ค. 60

ทนายเตรียมขอประกันตัว 'บุญทรง' รอบ 2 ด้านภรรยายื่นถอนฟ้องคดีอายัดทรัพย์แล้ว

ทนายความ เตรียมยื่นคำร้องขอประกันตัวนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รอบ 2 ภายในวันศุกร์นี้ เผยคำร้องเหลือเพียงเรียบเรียงถ้อยคำ ยันไม่นำปัญหาสุขภาพมาเป็นประเด็นหลัก   ทั้งนี้มีรายงานว่านายบุญทรง ได้ถูกเจ้าหน้าที่เรือนจำกลางคลองเปรม นำตัวไปพบแพทย์ของโรงพยาบาลราชทัณฑ์ เนื่องจากมีอาการป่วยช่วงกลางดึก จากอาการปวดศีรษะ เครียดและความดันสูง ซึ่งขณะนี้ได้กลับมาอยู่ที่เรือนจำตามปกติแล้ว   พร้อมกันนี้ทางทนายได้ระบุว่าทีมทนายความ เข้าไปที่ศาลอาญาแผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เพื่อยื่นถอนฟ้องคดีที่ นางปอยใจระพี เตริยาภิรมย์ ภรรยานายบุญทรง เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นางรื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี เเละนางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และเจ้าหน้าที่รวม 3 ราย ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ   กรณีการอายัดทรัพย์สินไม่เป็นธรรม โดยล่าสุดได้ถอนฟ้องคดีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งการยื่นถอนฟ้องคดีทั้งหมดของนางปอยใจระพี เป็นไปตามความต้องการของนายบุญทรง ที่ไม่อยากให้ครอบครัวมายุ่งเกี่ยวกับทางคดี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_X8DCmluijE    

 765
การเมือง
29 ส.ค. 60

'บุญทรง' เครียดความดันสูง ทนายเตรียมยื่นศาลฎีกาฯ ขอประกันตัว

ทนายความ เตรียมยื่นศาลฎีกาฯ ขอประกันตัว 'บุญทรง' วันนี้ (29 ส.ค.60) ระบุขณะนี้อยู่ระหว่างการหาหลักทรัพย์ เพื่อค้ำประกันในชั้นศาล   นายนรินทร์ สมนึก ทนายความ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยความ ความคืบหน้าการยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวว่า ล่าสุดในช่วงบ่าย ได้นำเอกสารการยื่นขอปล่อยตัวชั่วคราวครั้งที่ 2 ให้นายบุญทรง เซ็นรับทราบ เพื่อใช้ในการยื่นขอปล่อยตัวกับศาลฎีกาแล้ว ซึ่งเหตุผลที่ยังไม่สามารถดำเนินการได้ทันวันนี้ เพราะเอกสารยังไม่ครบถ้วน และยังอยู่ระหว่างการหาหลักทรัพย์ เพื่อค้ำประกันในชั้นศาล ดังนั้นเบื้องต้น การเตรียมคำร้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน จึงคาดว่าจะส่งคำร้องต่อศาลได้ในวันพรุ่งนี้   ขณะเดียวกันยังบอกว่า ส่วนของครอบครัวนายบุญทรง จะเดินทางเข้าเยี่ยม ที่เรือนจำคลองเปรมในช่วงบ่ายวันนี้ (29 ส.ค.60) ทั้งนี้มีรายงานว่านายบุญทรงมีอาการเครียด ความดันสูง และมีโรคประจำตัวคือไซนัสและภูมิแพ้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ctakofJ-9po    

 1,176
การเมือง
28 ส.ค. 60

ทนายเตรียมยื่นประกัน 'บุญทรง' รอบใหม่ อ่วมจ่อโดนเพิ่มโทษจีทูจีล็อต 2

ทนายความของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรมว.พาณิชย์ เตรียมยื่นคำร้องปล่อยชั่วคราวนายบุญทรง ผู้ต้องหาในคดีทุจริตการระบายข้าวแบบจีทูจีเป็นครั้งที่ 2 เเต่ขณะนี้ต้องรอให้ถึงวันที่ 28 ส.ค. ถึงจะสามารถคัดคำสั่งยกคำร้องขอปล่อยชั่วคราวนายบุญทรงเมื่อวันที่ 25 ส.ค. ซึ่งจะทำให้เราทราบเหตุผลของศาลที่ไม่อนุญาตให้ประกันตัวนายบุญทรง มีสาเหตุมาจากอะไรก่อนจะทำคำร้องยื่นไปในครั้งที่ 2   ขณะเดียวกันมีรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า ป.ป.ช.จ่อฟันคดีจีทูจีข้าวล็อต 2 ที่กระทรวงพาณิชย์ได้ขายข้าวสารในสต๊อกรัฐบาลให้กับรัฐวิสาหกิจของจีน แต่ไม่ใช่บริษัทที่ได้รับมอบอำนาจจากรัฐบาลกลางของจีนให้ทำสัญญาซื้อขายกับไทย และทุจริตจีทูจีมันสำปะหลัง ภายในปีนี้ ซึ่งจะส่งผลต่อการเพิ่มโทษของนายบุญทรงและคณะ    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/bMFHbpP1OqA

 2,018
สังคม-อาชญากรรม
25 ก.ค. 60

'อาม่า' จนปัญญาช่วย 'เสี่ยเอ็ม' ยันไม่ได้เจอกันนานแล้ว ทนายเผยมีพฤติกรรมดื้อก้าวร้าว ทำคดีให้แล้วหนักใจ

คืบหน้ากรณีเสี่ยเอ็ม หลานอาม่า ทำร้ายแฟนสาวท้อง 2 เดือน จนได้รับบาดเจ็บเลือดอาบ ถูกแจ้ง 3 ข้อหาคือทำร้ายร่างกาย ทำลายทรัพย์สิน และดูหมิ่นซึ่งหน้า   ด้านอาม่า วัย 89 ปี ญาติผู้ใหญ่ที่เลี้ยงดูมาได้เปิดใจว่าไม่ทราบเรื่องที่หลานชายมีภรรยา และไปก่อเหตุทำร้ายจนเป็นข่าว ยอมรับพอทราบข่าวก็เครียด เพราะเรื่องเก่ายังไม่ทันจบ ซึ่งทุกครั้งที่มีปัญหา ตนก็มักจะถูกโยง ตอนนี้ก็หมดปัญญา พร้อมเผยไม่ได้พบกันนานแล้ว หลังเสี่ยเอ็มถูกคุมความประพฤติจากคดีเก่า ส่วนตนก็จะไปถือศีลเป็นประจำ   ส่วนชีวิตในวัยเด็กของเสี่ยเอ็มนั้น หลังจากที่แม่ป่วยหนัก พ่อไปมีครอบครัวใหม่ ตนจึงเอามาเลี้ยงตั้งแต่เด็กๆ ให้เงินไปโรงเรียนวันละ 200 บาท มักชอบไปตีปิงปองกับเพื่อน ซื้อมินิให้ขับไปเรียนช่วงเรียนมหาวิทยาลัย ส่วนคดีขับรถมินิชนคน เมื่อตอนอายุ 18 ปี เกิดจากเสี่ยเอ็มแอบเอากุญแจไปขับจนเกิดเรื่อง   ส่วนตัวเสี่ยเอ็มมีอาการป่วย มีอารมณ์รุนแรง ก้าวร้าว คาดซึมซับมาจากกลุ่มเพื่อน เคยได้รับการรักษา ยืนยันตนยังรักเหมือนเดิม แต่จากนี้หากเกิดปัญหาคงช่วยไม่ได้แล้ว   ด้านทนายเกิดผล แก้วเกิด ที่เคยทำคดีให้เสี่ยเอ็มขับรถมินิพุ่งชนคนเมื่อปี 2555 ระบุคดีมินิสิ้นสุดทางแพ่งและอาญาแล้ว ศษลสั่งคุมประพฤติ 2 ปี ส่วนคดีทางแพ่งศาลสั่งชดเชยเงิน 14 ล้านบาท   ในช่วงทำคดี ทนายรู้สึกหนักใจมาก เพราะเสี่ยเอ็มมีความดื้อรั้น ก้าวร้าว เคยจ้างบอดี้การ์ดมาที่ศาลทำให้เสียบรรยากาศ หากต้องทำกิจกรรมคุมประพฤติ ก็จะขัดขืน ทางอาม่าและทนายต้องช่วยกันเกลี้ยกล่อม ชี้บางครั้งอาม่าไม่รู้เรื่อง เป็นการตัดสินใจของเสี่ยเอ็มเอง มีพฤติกรรมควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ เคยได้รับการรักษาตัวในโรงพยาบาล เคยฉีกแบบสอบถามจิตวิทยาที่มาทดสอบสภาพจิตใจ   ส่วนคดีทำร้ายภรรยาก็ต้องพิสูจน์ว่าตอนที่ลงมือทำร้ายภรรยานั้น เสี่ยเอ็มจะอ้างเรื่องอาการป่วยทางจิตมาสู้คดี หรือเป็นพฤ๖กรรมส่วนตัวที่ชอบใช้ความรุนแรง พร้อมชี้ว่าเสี่ยเอ็มเป็นบุคคลต้องระวัง เพราะเป้นคนรู้กฎหมาย เคยเรียนนิติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดัง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3b_T0m1usPU    

 20,427
ต่างประเทศ
13 ก.ค. 60

'ทรัมป์' ปกป้องลูกชายว่าเป็นคนเปิดเผย-ซื่อ หลังรับเคยนัดคุยทนายรัสเซียช่วงเลือกตั้งจนโดนโจมตี

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาปกป้องโดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์ ลูกชายคนโตของตัวเองว่าเป็นคน "เปิดเผย, โปร่งใส และเป็นคนซื่อ" หลังนายทรัมป์จูเนียร์ออกมาเปิดเผยอีเมล์ที่ยอมรับว่า ระหว่างช่วงการหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เขาได้พูดคุยกับนายร็อบ โกลด์สโตน นักประชาสัมพันธ์ชาวอังกฤษ ซึ่งเป็นตัวกลางช่วยนัดหมายให้เขาได้พูดคุยกับทนายความสาวของรัฐบาลรัสเซียที่เสนอจะให้ข้อมูลลับสุดยอดที่จะทำลายชื่อเสียงของนางฮิลลารี คลินตัน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรคคู่แข่ง   ซึ่งหลังจากมีการเปิดเผยอีเมล์ดังกล่าว นายทรัมป์จูเนียร์ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์นิวส์ของสหรัฐฯ โดยระบุว่าในการพูดคุยกับทนายสาวชาวรัสเซีย เธอเสนอจะให้ข้อมูลว่ารัสเซียสนับสนุนทางการเงินแก่นางคลินตันและพรรคเดโมแครตอย่างไร แต่เขามองว่านั่นเป็นข้อมูลที่เลื่อนลอย ประเด็นการสนทนาจึงเปลี่ยนไปเป็นเรื่องอื่น และเขายืนยันว่านายทรัมป์ผู้เป็นพ่อไม่ทราบเรื่องนี้มาก่อนเนื่องจากการพูดคุยดังกล่าวใช้เวลาเพียง 20 นาที อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้สร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากต่อทรัมป์และทรัมป์จูเนียร์ เนื่องจากทรัมป์ปฏิเสธมาตลอดว่าไม่เคยมีการติดต่อกับรัสเซียในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง   นอกจากนี้ นายทรัมป์ผู้พ่อยังทวีตข้อความผ่านเว็บไซต์ทวิตเตอร์ ระบุว่าการโจมตีเขาและลูกชายในครั้งนี้ถือเป็นการล่าแม่มดครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การเมือง และยังกล่าวชื่นชมลูกชายว่าทำได้ดีในการสัมภาษณ์ออกโทรทัศน์อีกด้วย นอกจากนี้ทรัมป์ผู้พ่อทวีตตัดพ้อว่าทำไมไม่ใช้มาตรฐานในการจับผิดเขากับฮิลลารี คลินตันบ้าง   ปัญหานี้กำลังลุกลามขึ้นเรื่อยๆ หลังมีกระแสข่าวว่าทีมเจ้าหน้าที่สืบสวนพิเศษของนายโรเบิร์ต มูลเลอร์ อัยการพิเศษอิสระที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ตั้งให้สอบสวนกรณีรัสเซียมีส่วนพัวพันกับการเลือกตั้งสหรัฐฯ กำลังจะเข้าตรวจสอบการส่งอีเมล์และนัดพบระหว่างทรัมป์จูเนียร์กับทนายชาวรัสเซียดังกล่าวด้วย นอกจากนี้สมาชิกพรรคโดเมแครตหลายคนยังออกมาโจมตีทรัมป์และทรัมป์จูเนียร์ว่าให้การเท็จ และสมรู้ร่วมคิดกับต่างชาติด้วย

 1,968

Top