ค้นหา :

ผลการค้นหา "สสระบบบัญชีรายชื่อ"

การเมือง
23 ส.ค. 62

ชาดารวยมีวัวควายเพียบ - ตั๊นพ่อให้เงินใช้ปีละ 6 ล้าน - อภิสิทธิ์ทำนาฬิกาหายที่ฝรั่งเศส

จากการที่ ป.ป.ช.เปิดโผบัญชีทรัพย์สิน 414 ส.ส. พบข้อมูลที่น่าสนใจของ ส.ส.คนดัง อาทิ     นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย มีทรัพย์สิน 213,084,294 บาท ไม่มีหนี้สิน แจ้งว่ามีกระบือ 151 ตัว รวม 7,550,000 บาท โค 1,044 ตัว รวม 52,200,000 บาท อาวุธปืน 10 กระบอก รวม 500,000 บาท   น.ส.จิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ มี 664,683,713 บาท ส่วนใหญ่เป็นที่ดินโรงเรือนสิ่งปลูกสร้าง และยังมีนาฬิกาหรู อาทิ Richard Mille 1 เรือน มูลค่า 6 ล้านบาท และอีกหลายเรือน ราคาตั้งแต่ 1,200,000-3,100,000 บาท นอกจากนี้ยังแจ้งว่ามีรายได้จากบิดาให้ใช้จ่ายส่วนตัวกว่า 6.6 ล้านบาทต่อปี พร้อมจ่ายค่าประกันชีวิตให้อีกปีละ 3 ล้านกว่าบาท   นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และคู่สมรสนางพิมพ์เพ็ญ เวชชาชีวะ กรณีพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2562 แจ้งว่ามีทรัพย์สิน 116,906,150 บาท ไม่มีหนี้สิน ซึ่งทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นที่ดิน โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง เงินฝาก ส่วนทรัพย์สินอื่น ประกอบด้วย นาฬิกา ยี่ห้อหรู เครื่องประดับ ทั้งนี้ ยังแจ้งไว้ด้วยว่านาฬิกาจำนวน 2 เรือน สูญหายที่ประเทศฝรั่งเศส          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/a22a1tRiGBs

 27,274
การเมือง
27 พ.ค. 62

กกต. แถลงผลเลือกตั้งซ่อมเชียงใหม่ เขต 8 ‘ศรีนวล’ อนาคตใหม่ คะแนนสูงสุด เผย ยังไม่คำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์

ขอบคุณภาพ ข่าวสด, เฟซบุ๊ก อนาคตใหม่ สาขาเชียงใหม่   วันที่ 27 พ.ค. 62 นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการ กกต. แถลงผลการเลือกตั้งซ่อม ส.ส. เขต 8 จ.เชียงใหม่ ยืนยันว่า น.ส.ศรีนวล บุญลือ ผู้สมัครพรรคอนาคตใหม่ เป็นผู้ชนะการเลือกตั้งได้รับเลือกเป็น ส.ส.ด้วย คะแนน 75,891 คะแนน จากผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ทั้งหมด 163,343 คน    ส่วนการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพิ่มอีก 1 คนเพื่อให้ มี ส.ส. ครบ 500 คน นั้น ขณะนี้ยังรอผลคะแนนอย่างเป็นทางการเพื่อนำมาคำนวณ ยังไม่สามารถตอบได้ว่าจะคำนวณเสร็จก่อนวันโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี หรือ ไม่ เนื่องกฎหมายไม่ได้กำหนดระยะเวลาไว้    ส่วนถ้าคำนวณแล้วส่งผล ให้ ส.ส. ที่มีอยู่บางคนบางพรรคต้องพ้นจากตำแหน่งนั้น ยืนยันว่าเป็นตามกฎหมายซึ่งรองรับไว้แล้วว่าเป็นไปตามการคำนวณของ กกต. หากพ้น ก็ต้องพ้น ตามคำสั่ง ของ กกต. ยืนยันว่าการคำนวณของ กกต. เป็นไปตามข้อกฎหมายทุกประการ       

 2,687
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
27 พ.ค. 62

กกต. แถลงผลเลือกตั้งซ่อมเชียงใหม่ เขต 8 ‘ศรีนวล’ อนาคตใหม่ คะแนนสูงสุด เผย ยังไม่คำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์

ขอบคุณภาพ ข่าวสด, เฟซบุ๊ก อนาคตใหม่ สาขาเชียงใหม่   วันที่ 27 พ.ค. 62 นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการ กกต. แถลงผลการเลือกตั้งซ่อม ส.ส. เขต 8 จ.เชียงใหม่ ยืนยันว่า น.ส.ศรีนวล บุญลือ ผู้สมัครพรรคอนาคตใหม่ เป็นผู้ชนะการเลือกตั้งได้รับเลือกเป็น ส.ส.ด้วย คะแนน 75,891 คะแนน จากผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ทั้งหมด 163,343 คน    ส่วนการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพิ่มอีก 1 คนเพื่อให้ มี ส.ส. ครบ 500 คน นั้น ขณะนี้ยังรอผลคะแนนอย่างเป็นทางการเพื่อนำมาคำนวณ ยังไม่สามารถตอบได้ว่าจะคำนวณเสร็จก่อนวันโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี หรือ ไม่ เนื่องกฎหมายไม่ได้กำหนดระยะเวลาไว้    ส่วนถ้าคำนวณแล้วส่งผล ให้ ส.ส. ที่มีอยู่บางคนบางพรรคต้องพ้นจากตำแหน่งนั้น ยืนยันว่าเป็นตามกฎหมายซึ่งรองรับไว้แล้วว่าเป็นไปตามการคำนวณของ กกต. หากพ้น ก็ต้องพ้น ตามคำสั่ง ของ กกต. ยืนยันว่าการคำนวณของ กกต. เป็นไปตามข้อกฎหมายทุกประการ       

 2,687
การเมือง
06 พ.ค. 62

กกต.ประชุมมาราธอน เร่งถกคำร้องคัดค้าน ก่อนประกาศรับรอง ส.ส. 7-8 พ.ค.นี้

กกต.ประชุมกันมาราธอน ตั้งแต่ 5 พ.ค. ต่อเนื่อง เพื่อเร่งถกคำร้องคัดค้านให้เสร็จภายในวันนี้(6 พ.ค.) ก่อนประกาศรับรอง ส.ส.เขต อย่างน้อย 95% พรุ่งนี้(7 พ.ค.) และวันที่ 8 พ.ค.จะประกาศรับรอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ    ส่วนเรื่องของ นายธนาธร จึงรุ่งเรื่องกิจ มีรายงานว่า ในที่ประชุมไม่ได้มีการหยิบสำนวนร้องของนายธนาธร กรณีขาดคุณสมบัติลงสมัครรับเลือกตั้ง ถือหุ้นสื่อ เข้าสู๋ที่ประชุม แต่มีแนวโน้มว่านายธนาธร จะถูกประกาศรับรอง เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ ไปก่อน แต่หากผลการสอบสวนระบุว่า นายธนาธร ผิดตามคำร้องจริง กกต. ก็จะส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาสถานะความเป็น ส.ส.ของนายธนาธรต่อไป     รับชมผ่านยูทูบ : https://youtu.be/yi3sjhB2MWk

 2,028
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
06 พ.ค. 62

กกต.ประชุมมาราธอน เร่งถกคำร้องคัดค้าน ก่อนประกาศรับรอง ส.ส. 7-8 พ.ค.นี้

กกต.ประชุมกันมาราธอน ตั้งแต่ 5 พ.ค. ต่อเนื่อง เพื่อเร่งถกคำร้องคัดค้านให้เสร็จภายในวันนี้(6 พ.ค.) ก่อนประกาศรับรอง ส.ส.เขต อย่างน้อย 95% พรุ่งนี้(7 พ.ค.) และวันที่ 8 พ.ค.จะประกาศรับรอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ    ส่วนเรื่องของ นายธนาธร จึงรุ่งเรื่องกิจ มีรายงานว่า ในที่ประชุมไม่ได้มีการหยิบสำนวนร้องของนายธนาธร กรณีขาดคุณสมบัติลงสมัครรับเลือกตั้ง ถือหุ้นสื่อ เข้าสู๋ที่ประชุม แต่มีแนวโน้มว่านายธนาธร จะถูกประกาศรับรอง เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ ไปก่อน แต่หากผลการสอบสวนระบุว่า นายธนาธร ผิดตามคำร้องจริง กกต. ก็จะส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาสถานะความเป็น ส.ส.ของนายธนาธรต่อไป     รับชมผ่านยูทูบ : https://youtu.be/yi3sjhB2MWk

 2,028
การเมือง
27 เม.ย. 62

นักการเมืองเห็นด้วยส่งศาล รธน. วินิจฉัยสูตรคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ขัดกันในข้อกฎหมายหรือไม่ - ทุกอย่างจะได้ชัดเจน ไม่มีปัญหาในอนาคต

นพ.ทศพร เสรีรักษ์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย บอกว่า เรื่องของวิธีคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ มันข้ามขั้นตอน การคิดสูตรคำนวณที่ กกต.แถลงข่าวเมื่อวันที่ 25 เม.ย. มันมีการข้ามขั้นตอนจาก พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 128 (4) ไปเป็นมาตรา 128 (7) โดยมีการจวกว่า อย่างนี้ยังจะดันทุรังยึดสูตรตาม กรธ. ต่อไปอีกหรือไม่   ด้าน พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย  บอกว่า ดีเหมือนกัน กรณีผู้ตรวจการแผ่นดิน มีมติส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 128 ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 91 หรือไม่ ทุกอย่างจะได้กระจ่าง ไม่เช่นนั้นคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะลังเลในข้อกฎหมาย เมื่อทำทุกอย่างให้ชัดเจนจะได้ไม่มีปัญหาในอนาคต   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/L8qn0-d-ijY

 826
การเมือง
23 เม.ย. 62

7 พรรคเล็กรวมตัวยื่น กกต. เสนอสูตรคิด ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์

7 พรรคเล็ก ประกอบด้วยพรรคภาคีเครือข่ายไทย พรรคแผ่นดินธรรม พรรคพลังไทยดี พรรคพลังแผ่นดินทอง พรรคภารดรภาพ พรรคกรีน และพรรคประชาไทย เข้ายื่นหนังสือถึง กกต.เพื่อเสนอสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และแนวทางการจัดตั้งรัฐบาลที่เหมาะสมและเป็นธรรม   พร้อมเสนอสูตรวิธีคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ การคำนวณที่ไม่ลงตัว เนื่องจากพรรคเพื่อไทยได้ ส.ส.แบบแบ่งเขต 137 คน มากกว่าจำนวน ส.ส.พึงมีถึง 26 คน ดังนั้นขอเสนอสูตรการคำนวณ โดยตัดคะแนนพรรคเพื่อไทยที่มีกว่า 7.9 ล้านคะแนนออกไปจะเหลือคะแนน 27 ล้าน และไม่นำ ส.ส.เขตจำนวน 137 เขตมาร่วมคำนวณ   ดังนั้น ตัวเลขที่ต้องนำมาใช้คำนวณจริงคือคะแนน 27,612,017 หารด้วย 363 จะเท่ากับคะแนนเฉลี่ย 76,066 คะแนน จากนั้นนำคะแนนของแต่ละพรรคมาหารด้วยค่าเฉลี่ยใหม่ 76,066 ก็ได้จำนวน ส.ส.พึงมีของแต่ละพรรค จะมีพรรคที่ได้ ส.ส.พึงมีตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป 15 พรรคได้ ส.ส.478 คนจะเหลือเศษ 22 คน จึงให้ไปจัดสรรให้กับพรรคการเมืองที่มี ส.ส.พึงมีน้อยกว่า 1 คน นับตั้งแต่พรรคในลำดับที่ 16 ถึง 37 จะเป็นการรับรองว่าทุกคะแนนเสียงจะไม่ตกน้ำ และจะได้ ส.ส.ครบ 500 คน จำนวน 37 พรรค และสูตรนี้ยังเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/qtUdX5SRwTY

 1,288
การเมือง
13 เม.ย. 62

พปชร.ขอทุกพรรคปฏิบัติตามมติของ ศาล รธน. หากชี้ขาดว่าจะต้องใช้สูตรใดในการคำนวณ สส. บัญชีรายชื่อ

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า การที่ กกต.ยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ถือเป็นเรื่องดีมากๆ จะได้มีคำตอบที่ชัดเจน และกลายเป็นบรรทัดฐานต่อไป ที่เอาผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ศาล รธน. และศาลรัฐธรรมนูญตีความออกมาอย่างไร เราก็พร้อมน้อมรับ    นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ บอกว่าการทำหน้าที่ของกกต.ที่ผ่านมาถูกประชาชนและสังคมมองว่ามีปัญหาโดยเฉพาะวิธีการคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อ การยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความเพื่อชี้ขาดจะทำให้ได้ข้อยุติ ว่าจะต้องใช้วิธีการใดคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อ เพราะหลายฝ่าย หลายพรรคการเมืองต่างก็เสนอสูตรที่แตกต่างกันซึ่งในส่วนของพรรคพลังประชารัฐก็เข้าใจและพร้อมปฏิบัติตาม เพราะพรรคยึดมั่นตามกฏหมาย ไม่ว่าจะออกมาอย่างไรและเชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาจากเจตนารมย์ของกฎหมาย ซึ่งทุกพรรคควรปฏิบัติตามหากศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดแล้ว ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรจะทำให้พรรคการเมืองใดได้เปรียบเสียเปรียบหรือไม่ก็ตามก็ควรที่จะยึดตามกฏหมาย   ขณะที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการ กกต. บอกว่า มันมองได้ 2 ทาง คือ ศาลรัฐธรรมนูญอาจรับไว้พิจารณาก็ได้ หรืออาจไม่รับไว้พิจารณาก็ได้ แต่เรื่องนี้มันทำให้เห็นว่า กกต. มีความพยายามน้อยเกินไปในการพิจารณารายละเอียด เพราะจริงๆหากพิจารณาในรายละเอียดแล้ว มันก็สามารถคิดได้ด้วยของ กกต. เอง          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/GkuvuwekA4Q

 13,370
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
13 เม.ย. 62

พปชร.ขอทุกพรรคปฏิบัติตามมติของ ศาล รธน. หากชี้ขาดว่าจะต้องใช้สูตรใดในการคำนวณ สส. บัญชีรายชื่อ

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า การที่ กกต.ยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ถือเป็นเรื่องดีมากๆ จะได้มีคำตอบที่ชัดเจน และกลายเป็นบรรทัดฐานต่อไป ที่เอาผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ศาล รธน. และศาลรัฐธรรมนูญตีความออกมาอย่างไร เราก็พร้อมน้อมรับ    นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ บอกว่าการทำหน้าที่ของกกต.ที่ผ่านมาถูกประชาชนและสังคมมองว่ามีปัญหาโดยเฉพาะวิธีการคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อ การยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความเพื่อชี้ขาดจะทำให้ได้ข้อยุติ ว่าจะต้องใช้วิธีการใดคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อ เพราะหลายฝ่าย หลายพรรคการเมืองต่างก็เสนอสูตรที่แตกต่างกันซึ่งในส่วนของพรรคพลังประชารัฐก็เข้าใจและพร้อมปฏิบัติตาม เพราะพรรคยึดมั่นตามกฏหมาย ไม่ว่าจะออกมาอย่างไรและเชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาจากเจตนารมย์ของกฎหมาย ซึ่งทุกพรรคควรปฏิบัติตามหากศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดแล้ว ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรจะทำให้พรรคการเมืองใดได้เปรียบเสียเปรียบหรือไม่ก็ตามก็ควรที่จะยึดตามกฏหมาย   ขณะที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการ กกต. บอกว่า มันมองได้ 2 ทาง คือ ศาลรัฐธรรมนูญอาจรับไว้พิจารณาก็ได้ หรืออาจไม่รับไว้พิจารณาก็ได้ แต่เรื่องนี้มันทำให้เห็นว่า กกต. มีความพยายามน้อยเกินไปในการพิจารณารายละเอียด เพราะจริงๆหากพิจารณาในรายละเอียดแล้ว มันก็สามารถคิดได้ด้วยของ กกต. เอง          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/GkuvuwekA4Q

 13,370
การเมือง
13 เม.ย. 62

เพื่อไทย ชี้ กกต. ตั้งโจทก์ผิด-โยนเผือกร้อนให้ศาล รธน. ตีความวิธีคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อ

จากกรณีที่ กกต.เสนอเรื่องวิธีการคำนวณ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย เห็นว่ามีข้อที่ต้องพิจารณาสองประเด็น ดังนี้ ประเด็นแรก เหตุผลที่ กกต.อ้างเป็นเหตุผลที่ถูกต้องหรือไม่ อย่างไร เมื่อพิจารณาข้ออ้างของ กกต.ที่ว่ามีพรรคหลายพรรคที่มีจำนวน ส.ส.พึงมีได้ต่ำกว่าหนึ่งคนแต่เมื่อคำนวณตามมาตรา 128(5) แล้วทำให้พรรคเหล่านั้นได้ส.ส.1 คน จึงอาจทำให้ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 91(2)และ(4)ที่ห้ามจัดสรรที่มีผลให้พรรคการเมืองได้ส.ส.มากกว่าจำนวนที่พึงมีนั้น    ประเด็นนี้เห็นว่าหากอ่านรัฐธรรมนูญมาตรา 91 และพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 128 อย่างเป็นขั้นตอนจะไม่มีข้อความส่วนใดขัดหรือแย้งกันเลย แต่ที่กกต.เห็นว่ามีปัญหานั้นเป็นเพราะ กกต.ไม่ได้ยึดรัฐธรรมนูญและกฎหมายเลือกตั้งเป็นหลักแต่ไปเอาตามวิธีการที่สำนักงาน กกต.เสนอ ซึ่งอ้างว่าเป็นไปตามความเห็นของ กรธ.เมื่อ กกต.ตั้งโจทก์แบบนี้ การคำนวณจึงผิดตั้งแต่ต้น แล้วก็ไปโทษว่ากฎหมายขัดต่อรัฐธรรมนูญ    นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นอำนาจของ กกต. แต่ไม่ใช้อำนาจของตัวเอง ทำตัวเป็นไปรษณีย์ให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา เท่ากับโยนเผือกร้อนให้คนอื่นหรือไม่   นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะทำงานด้านกฎหมาย มองว่ารัฐธรรมนูญมีความชัดเจนตั้งแต่ต้นอยู่แล้วรวมถึงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.ก็ระบุไว้ชัดเจนถึงวิธีการคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อ หากพิจารณาตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูกแต่ละมาตราเป็นขั้นเป็นตอนตามที่กำหนดไว้ก็มีความชัดเจนอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องตีความเป็นอื่นจึงไม่เห็นความจำเป็นว่า กกต. จะต้องยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความถึงวิธีคิดคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อ นอกจากจะมีความพยายามไม่ให้เป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด   แต่ทั้งนี้ก็เห็นใจ กกต.เพราะมีหลายฝ่ายที่มีความเห็นแตกต่างกันไปแต่ กกต.ควรยึดตามกฏหมาย ไม่ใช่ตีความจากความเห็น อย่างไรก็ตามเมื่อกกต.ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญแล้วจะต้องดูว่าศาลรัฐธรรมนูญจะรับวินิจฉัยหรือไม่และขึ้นอยู่ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยอย่างไรจะให้ความยุติธรรมเพื่อทำให้ประชาชนเชื่อมั่นได้หรือไม่เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยอย่างไร ก็ต้องยอมรับ   ด้าน อนาคตใหม่บอกไม่มีความจำเป็นที่กกต.จะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความวิธีคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อ   นางสาวพรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ เห็นว่าไม่มีความจำเป็นที่ กกต.จะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความวิธีการคิดคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อ เพราะหากยึดตามรัฐธรรมนูญมาตรา 91 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.มาตรา 128 ก็กำหนดวิธีคิดคำนวณที่ชัดเจนอยู่แล้ว ซึ่งการส่งให้ศาลตีความถือเป็นการส่งต่อเผือกร้อนให้กับองค์กรอื่นด้วย และแสดงให้เห็นถึงความไม่มั่นใจของ กกต.ว่าวิธีคิดคำนวนของ กกต.นั้นไม่ถูกต้องหลังจากถูกวิพากษ์วิจารณ์จากทุกภาคส่วน    โฆษกพรรคอนาคตใหม่ยังตั้งข้อสังเกตว่าการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความมีนัยยะอย่างอื่นแอบแฝงด้วยหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ กกต.ระบุว่าจะมีพรรคการเมืองไม่น้อยกว่า 25 พรรคการเมืองที่ได้รับการจัดสรรสส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งจะทำให้พรรคอนาคตใหม่มี สส.หายไป 7-8 ที่นั่ง ซึ่งจะส่งผลต่อการจับขั้วทางการเมืองในการจัดตั้งรัฐบาล แต่เมื่อ กกต.ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความแล้ว พรรคอนาคตใหม่ก็ต้องรอการตัดสินชี้ขาดของศาลรัฐธรรมนูญว่าจะออกมาในทิศทางใด          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/Q5z2sGTZ0ik

 1,199
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
13 เม.ย. 62

เพื่อไทย ชี้ กกต. ตั้งโจทก์ผิด-โยนเผือกร้อนให้ศาล รธน. ตีความวิธีคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อ

จากกรณีที่ กกต.เสนอเรื่องวิธีการคำนวณ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย เห็นว่ามีข้อที่ต้องพิจารณาสองประเด็น ดังนี้ ประเด็นแรก เหตุผลที่ กกต.อ้างเป็นเหตุผลที่ถูกต้องหรือไม่ อย่างไร เมื่อพิจารณาข้ออ้างของ กกต.ที่ว่ามีพรรคหลายพรรคที่มีจำนวน ส.ส.พึงมีได้ต่ำกว่าหนึ่งคนแต่เมื่อคำนวณตามมาตรา 128(5) แล้วทำให้พรรคเหล่านั้นได้ส.ส.1 คน จึงอาจทำให้ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 91(2)และ(4)ที่ห้ามจัดสรรที่มีผลให้พรรคการเมืองได้ส.ส.มากกว่าจำนวนที่พึงมีนั้น    ประเด็นนี้เห็นว่าหากอ่านรัฐธรรมนูญมาตรา 91 และพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 128 อย่างเป็นขั้นตอนจะไม่มีข้อความส่วนใดขัดหรือแย้งกันเลย แต่ที่กกต.เห็นว่ามีปัญหานั้นเป็นเพราะ กกต.ไม่ได้ยึดรัฐธรรมนูญและกฎหมายเลือกตั้งเป็นหลักแต่ไปเอาตามวิธีการที่สำนักงาน กกต.เสนอ ซึ่งอ้างว่าเป็นไปตามความเห็นของ กรธ.เมื่อ กกต.ตั้งโจทก์แบบนี้ การคำนวณจึงผิดตั้งแต่ต้น แล้วก็ไปโทษว่ากฎหมายขัดต่อรัฐธรรมนูญ    นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นอำนาจของ กกต. แต่ไม่ใช้อำนาจของตัวเอง ทำตัวเป็นไปรษณีย์ให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา เท่ากับโยนเผือกร้อนให้คนอื่นหรือไม่   นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะทำงานด้านกฎหมาย มองว่ารัฐธรรมนูญมีความชัดเจนตั้งแต่ต้นอยู่แล้วรวมถึงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.ก็ระบุไว้ชัดเจนถึงวิธีการคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อ หากพิจารณาตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูกแต่ละมาตราเป็นขั้นเป็นตอนตามที่กำหนดไว้ก็มีความชัดเจนอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องตีความเป็นอื่นจึงไม่เห็นความจำเป็นว่า กกต. จะต้องยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความถึงวิธีคิดคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อ นอกจากจะมีความพยายามไม่ให้เป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด   แต่ทั้งนี้ก็เห็นใจ กกต.เพราะมีหลายฝ่ายที่มีความเห็นแตกต่างกันไปแต่ กกต.ควรยึดตามกฏหมาย ไม่ใช่ตีความจากความเห็น อย่างไรก็ตามเมื่อกกต.ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญแล้วจะต้องดูว่าศาลรัฐธรรมนูญจะรับวินิจฉัยหรือไม่และขึ้นอยู่ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยอย่างไรจะให้ความยุติธรรมเพื่อทำให้ประชาชนเชื่อมั่นได้หรือไม่เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยอย่างไร ก็ต้องยอมรับ   ด้าน อนาคตใหม่บอกไม่มีความจำเป็นที่กกต.จะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความวิธีคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อ   นางสาวพรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ เห็นว่าไม่มีความจำเป็นที่ กกต.จะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความวิธีการคิดคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อ เพราะหากยึดตามรัฐธรรมนูญมาตรา 91 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.มาตรา 128 ก็กำหนดวิธีคิดคำนวณที่ชัดเจนอยู่แล้ว ซึ่งการส่งให้ศาลตีความถือเป็นการส่งต่อเผือกร้อนให้กับองค์กรอื่นด้วย และแสดงให้เห็นถึงความไม่มั่นใจของ กกต.ว่าวิธีคิดคำนวนของ กกต.นั้นไม่ถูกต้องหลังจากถูกวิพากษ์วิจารณ์จากทุกภาคส่วน    โฆษกพรรคอนาคตใหม่ยังตั้งข้อสังเกตว่าการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความมีนัยยะอย่างอื่นแอบแฝงด้วยหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ กกต.ระบุว่าจะมีพรรคการเมืองไม่น้อยกว่า 25 พรรคการเมืองที่ได้รับการจัดสรรสส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งจะทำให้พรรคอนาคตใหม่มี สส.หายไป 7-8 ที่นั่ง ซึ่งจะส่งผลต่อการจับขั้วทางการเมืองในการจัดตั้งรัฐบาล แต่เมื่อ กกต.ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความแล้ว พรรคอนาคตใหม่ก็ต้องรอการตัดสินชี้ขาดของศาลรัฐธรรมนูญว่าจะออกมาในทิศทางใด          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/Q5z2sGTZ0ik

 1,199
การเมือง
13 เม.ย. 62

ปธ.กกต.รับถึงทางตัน ส่งศาล รธน. วินิจฉัยสูตรคิด ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์

ประเด็นการเมืองตอนนี้ อยู่ที่ กกต. ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยวิธีคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ    โดย นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่าเหตุที่ กกต. ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยวิธีคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 128 ซึ่งเป็นวิธีที่ สำนักงาน กกต.คำนวณ และสอดคล้องกับวิธีที่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ สามารถจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อพึงมีได้ครบ 150 คน แต่การอาจไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญมาตรา 91 (4) ที่กำหนดหลักการจัดสรร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อจะเกินกว่าที่พึงมีไม่ได้ โดยการจัดสรรในจำนวนที่ต่ำกว่า 0 อาจถือได้ว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่   และวิธีการคำนวณตามาตรา 128 ของกฎหมายลูกว่าด้วย ส.ส.จำเป็นต้องหาข้อยุติให้ชัดเจน แม้ว่าวิธีการคำนวณตามมาตรา 128 ของกฎหมายลูกว่าด้วย ส.ส. จะจัดสรรได้ครบ 150 คน แต่อาจติดขัดต่อประเด็นว่าการจัดสรรนี้ จะทำให้พรรคการเมืองบางพรรคได้ ส.ส.เกินพึงมีหรือไม่    ทั้งนี้ นายอิทธิพร ยืนยัน ว่าการส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเป็นวิธีดำเนินการเหมาะสม และจะไม่ส่งผลกระทบต่อการประกาศรับรอง ส.ส. ร้อยละ 95 ตามที่กฎหมายกำหนด แต่จะไม่ขอก้าวล่วงอำนาจวินิจฉัยของศาลว่าจะวินิจฉัยแล้วเสร็จก่อนวันที่ 9 พฤษภาคมนี้ หรือไม่ ตามกรอบกำหนดวันประกาศรับรอง ส.ส.   ประธาน กกต. ระบุถึงกรณีที่สำนักงาน กกต. ออกมาเปิดเผยว่าจะมีอย่างน้อย 25 พรรคการเมืองได้รับการจัดสรรว่าเป็นวิธีการคำนวณเบื้องต้น ตามที่ปรากฏในรับธรรมนูญซึ่งเป็นวิธีที่กรรมการร่างรับธรรมนูญเสนอไว้และมากำหนดเป็นมาตรา 91 ของรัฐธรรมนูญ และมาตรา 128 ของพ.ร.ป.เลือกตั้งส.ส. ซึ่งในมาตรา 91 วรรค 3 กำหนดว่าหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณคิดอัตราส่วนให้เป็นไปตามพ.ร.ป.เลือกตั้งส.ส. และการคำนวณของสำนักงานก่อนหน้านี้เป็นการคำนวณจากคะแนนเบื้องต้นที่มีอยู่ของแต่ละพรรคการเมือง ไม่ใช่คะแนนสุดท้าย ทั้งนี้นอกจากวิธีการที่สำนักงานคำนวณมา รวมถึงวิธีการอื่นก็อาจจะขัดต่อรัฐธรรมนูญด้วยหรือไม่   นายอิทธิพร กล่าวด้วยว่า หากคำนวณตามวิธีการของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 128 ของพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ซึ่งจะทำให้จัดสรรส.ส.บัญชีรายชื่อได้ครบ 150 คน เพราะนำเศษทศนิยมมาคิด ทั้งนี้ทราบมาว่าในการคำนวณส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของกรธ.นั้น ได้วางหลักคิดคำนวณไว้ส.ส.บัญชีรายชื่อไว้ก่อน และเมื่อหารือกันแล้วเห็นพ้องกันว่าหลักคิดคำนวณดังกล่าวเป็นวิธีการคำนวณส.ส.พึงมี จึงนำไปเขียนให้เป็นมาตรา 91 ของรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นวิธีการคำนวณที่กรธ.คุยกันจึงเป็นที่มาของมาตรา 91 ไม่ใช่มีการบัญญัติมาตรา 91 ก่อนและค่อยหาวิธีคำนวณ โดยในการร่างมาตรา 91 นั้น เหตุที่วิธีการคำนวณมีความยาวกรธ.จึงนำไปใส่ไว้ในกฎหมายลูกแทน   “ยังมีข้อถกเถียงกันถึงเลขทศนิยม ที่น้อยกว่า 1 เช่น 0.8 จะถือว่าเกินกว่าจำนวนส.ส.ที่พึงมีหรือไม่ เพราะศูนย์อยู่ข้างหน้า ผู้รู้คณิตศาสตร์บอกว่าเลขศูนย์ก็เป็นเลขที่นำมาคำนวณได้ แล้วอยู่ๆจะไปตัดทิ้ง ทั้งนี้การคำนวณมาตรา 91 ในครั้งนั้นไม่มีใครคิดว่าจะมีพรรคใดได้จำนวนส.ส.มากกว่าจำนวนส.ส.พึงมี ซึ่งวิธีการนี้ก็มีวิธีติดไว้ข้างฝานานแล้ว”ประธาน กกต.ระบุ   ผู้สื่อข่าวถามว่าเหตุใดถึงไม่สามารถคำนวณตามเจตนารมณ์ได้อย่างเดียว ประธานกกต. ระบุว่า เมื่อนำ 2 มาตรามาพิจารณา ซึ่งความจริงแล้ว มาตรา 128 ของพ.ร.ป.เลือกตั้งส.ส. มีที่มาจากมาตรา 91 แห่งรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อมาตรา 91 อนุ 4 ตัวอักษรเขียนไว้เช่นนี้ ปัญหาเกิดขึ้นว่าจะต้องยึดสิ่งใด ซึ่งกกต.คงต้องถือตัวอักษรที่ระบุในกฎหมาย ส่วนการตีความตามเจตนารมณ์เป็นเรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณา ดังนั้นเมื่อตัวอักษรเขียนแบบนี้คงถึงทางตันที่ไม่สามารถตัดสินในเรื่องนี้เองได้จึงต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญช่วยวินิฉัย เพราะเป็นประเด็นที่เกี่ยวกับอำนาจ และหน้าที่ ซึ่งการที่กกต.จะประกาศผลนั้นจะต้องมีความมั่นใจในเรื่องนี้ว่าสิ่งที่เราจะดำเนินการขัดหรือไม่          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/x19aciIjZkM

 3,011
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
13 เม.ย. 62

ปธ.กกต.รับถึงทางตัน ส่งศาล รธน. วินิจฉัยสูตรคิด ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์

ประเด็นการเมืองตอนนี้ อยู่ที่ กกต. ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยวิธีคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ    โดย นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่าเหตุที่ กกต. ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยวิธีคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 128 ซึ่งเป็นวิธีที่ สำนักงาน กกต.คำนวณ และสอดคล้องกับวิธีที่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ สามารถจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อพึงมีได้ครบ 150 คน แต่การอาจไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญมาตรา 91 (4) ที่กำหนดหลักการจัดสรร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อจะเกินกว่าที่พึงมีไม่ได้ โดยการจัดสรรในจำนวนที่ต่ำกว่า 0 อาจถือได้ว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่   และวิธีการคำนวณตามาตรา 128 ของกฎหมายลูกว่าด้วย ส.ส.จำเป็นต้องหาข้อยุติให้ชัดเจน แม้ว่าวิธีการคำนวณตามมาตรา 128 ของกฎหมายลูกว่าด้วย ส.ส. จะจัดสรรได้ครบ 150 คน แต่อาจติดขัดต่อประเด็นว่าการจัดสรรนี้ จะทำให้พรรคการเมืองบางพรรคได้ ส.ส.เกินพึงมีหรือไม่    ทั้งนี้ นายอิทธิพร ยืนยัน ว่าการส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเป็นวิธีดำเนินการเหมาะสม และจะไม่ส่งผลกระทบต่อการประกาศรับรอง ส.ส. ร้อยละ 95 ตามที่กฎหมายกำหนด แต่จะไม่ขอก้าวล่วงอำนาจวินิจฉัยของศาลว่าจะวินิจฉัยแล้วเสร็จก่อนวันที่ 9 พฤษภาคมนี้ หรือไม่ ตามกรอบกำหนดวันประกาศรับรอง ส.ส.   ประธาน กกต. ระบุถึงกรณีที่สำนักงาน กกต. ออกมาเปิดเผยว่าจะมีอย่างน้อย 25 พรรคการเมืองได้รับการจัดสรรว่าเป็นวิธีการคำนวณเบื้องต้น ตามที่ปรากฏในรับธรรมนูญซึ่งเป็นวิธีที่กรรมการร่างรับธรรมนูญเสนอไว้และมากำหนดเป็นมาตรา 91 ของรัฐธรรมนูญ และมาตรา 128 ของพ.ร.ป.เลือกตั้งส.ส. ซึ่งในมาตรา 91 วรรค 3 กำหนดว่าหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณคิดอัตราส่วนให้เป็นไปตามพ.ร.ป.เลือกตั้งส.ส. และการคำนวณของสำนักงานก่อนหน้านี้เป็นการคำนวณจากคะแนนเบื้องต้นที่มีอยู่ของแต่ละพรรคการเมือง ไม่ใช่คะแนนสุดท้าย ทั้งนี้นอกจากวิธีการที่สำนักงานคำนวณมา รวมถึงวิธีการอื่นก็อาจจะขัดต่อรัฐธรรมนูญด้วยหรือไม่   นายอิทธิพร กล่าวด้วยว่า หากคำนวณตามวิธีการของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 128 ของพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ซึ่งจะทำให้จัดสรรส.ส.บัญชีรายชื่อได้ครบ 150 คน เพราะนำเศษทศนิยมมาคิด ทั้งนี้ทราบมาว่าในการคำนวณส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของกรธ.นั้น ได้วางหลักคิดคำนวณไว้ส.ส.บัญชีรายชื่อไว้ก่อน และเมื่อหารือกันแล้วเห็นพ้องกันว่าหลักคิดคำนวณดังกล่าวเป็นวิธีการคำนวณส.ส.พึงมี จึงนำไปเขียนให้เป็นมาตรา 91 ของรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นวิธีการคำนวณที่กรธ.คุยกันจึงเป็นที่มาของมาตรา 91 ไม่ใช่มีการบัญญัติมาตรา 91 ก่อนและค่อยหาวิธีคำนวณ โดยในการร่างมาตรา 91 นั้น เหตุที่วิธีการคำนวณมีความยาวกรธ.จึงนำไปใส่ไว้ในกฎหมายลูกแทน   “ยังมีข้อถกเถียงกันถึงเลขทศนิยม ที่น้อยกว่า 1 เช่น 0.8 จะถือว่าเกินกว่าจำนวนส.ส.ที่พึงมีหรือไม่ เพราะศูนย์อยู่ข้างหน้า ผู้รู้คณิตศาสตร์บอกว่าเลขศูนย์ก็เป็นเลขที่นำมาคำนวณได้ แล้วอยู่ๆจะไปตัดทิ้ง ทั้งนี้การคำนวณมาตรา 91 ในครั้งนั้นไม่มีใครคิดว่าจะมีพรรคใดได้จำนวนส.ส.มากกว่าจำนวนส.ส.พึงมี ซึ่งวิธีการนี้ก็มีวิธีติดไว้ข้างฝานานแล้ว”ประธาน กกต.ระบุ   ผู้สื่อข่าวถามว่าเหตุใดถึงไม่สามารถคำนวณตามเจตนารมณ์ได้อย่างเดียว ประธานกกต. ระบุว่า เมื่อนำ 2 มาตรามาพิจารณา ซึ่งความจริงแล้ว มาตรา 128 ของพ.ร.ป.เลือกตั้งส.ส. มีที่มาจากมาตรา 91 แห่งรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อมาตรา 91 อนุ 4 ตัวอักษรเขียนไว้เช่นนี้ ปัญหาเกิดขึ้นว่าจะต้องยึดสิ่งใด ซึ่งกกต.คงต้องถือตัวอักษรที่ระบุในกฎหมาย ส่วนการตีความตามเจตนารมณ์เป็นเรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณา ดังนั้นเมื่อตัวอักษรเขียนแบบนี้คงถึงทางตันที่ไม่สามารถตัดสินในเรื่องนี้เองได้จึงต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญช่วยวินิฉัย เพราะเป็นประเด็นที่เกี่ยวกับอำนาจ และหน้าที่ ซึ่งการที่กกต.จะประกาศผลนั้นจะต้องมีความมั่นใจในเรื่องนี้ว่าสิ่งที่เราจะดำเนินการขัดหรือไม่          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/x19aciIjZkM

 3,011
การเมือง
12 เม.ย. 62

'ภูมิธรรม' เรียกร้อง กกต. ต้องรีบชัดเจน ข้อมูลดิบ-วิธีคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย เรียกร้อง กกต. ต้องรีบชัดเจน ถึงแม้กฎหมายจะให้เวลา กกต. ประกาศผลเลือกตั้งถึงวันที่ 9 พฤษภาคม แต่ทุกภาคส่วนในสังคมเรียกร้องให้ กกต. บอกข้อมูลดิบและวิธีคำนวณออกมาซึ่งเป็นวิสัยที่ทำได้ และจะเป็นประโยชน์กับทุกฝ่ายที่จะได้เห็นความชัดเจน ไม่ใช่ได้ยินแต่ข่าวลือเหมือนทุกวันนี้ เพราะมันจะทำให้ทุกอย่างอึมครึม ไม่เป็นผลดีกับใคร

 1,214
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
12 เม.ย. 62

'ภูมิธรรม' เรียกร้อง กกต. ต้องรีบชัดเจน ข้อมูลดิบ-วิธีคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย เรียกร้อง กกต. ต้องรีบชัดเจน ถึงแม้กฎหมายจะให้เวลา กกต. ประกาศผลเลือกตั้งถึงวันที่ 9 พฤษภาคม แต่ทุกภาคส่วนในสังคมเรียกร้องให้ กกต. บอกข้อมูลดิบและวิธีคำนวณออกมาซึ่งเป็นวิสัยที่ทำได้ และจะเป็นประโยชน์กับทุกฝ่ายที่จะได้เห็นความชัดเจน ไม่ใช่ได้ยินแต่ข่าวลือเหมือนทุกวันนี้ เพราะมันจะทำให้ทุกอย่างอึมครึม ไม่เป็นผลดีกับใคร

 1,214

Top