ค้นหา :

ผลการค้นหา "ภาคเหนือ"

สรุปข่าว
31 ธ.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 31 ธ.ค.62 - 4 วัยรุ่นพายเรือคายัคคว่ำ จมน้ำดับยกแก๊ง - เงินบาทแข็งค่าในรอบ 6 ปี 9 เดือน - พบศพหญิงถูกฆ่าทุบหัวดับสยอง

- เหนือ อีสาน หนาวขึ้นอีก เย็นข้ามปีอุณหภูมิลดลง 1-3 องศา ไปจนถึง 5 ม.ค.62 ภาคเหนืออากาศแปรปรวน พายุลูกเห็บสร้างความเสียหาย อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ พบมีบ้านเรือนกว่า 700 หลังคาเรือน พื้นที่การเกษตรกว่า 100 ไร่ ได้รับควาเสียหาย ส่วนที่อ.เชียงแสน จ.เชียงราย จนท.การไฟฟ้า ระดมกำลังกว่า 250 คน พร้อมเครื่องจักรทำการติดตั้งเสาไฟฟ้าแรงสูงขึ้นมาใหม่ ตามจุดต่างๆ พร้อมเร่งจ่ายกระแสไฟฟ้าให้ประชาชน   บรรยากาศการท่องเที่ยว ที่ดอยอินทนนท์คึกคักถึงแม้ช่วง 2 วันที่ผ่านมาเกิดฝนตก ท้องฟ้าปิดและเกิดพายุลูกเห็บ นักท่องเที่ยวยังขึ้นไปท่องเที่ยว เนื่องจากมีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย โดยอุณหภูมิต่ำสุดวัดได้ 6 องศาเซลเซียสที่ยอดดอยอินทนนท์  ส่วนจุดชมวิวกิ่วแม่ปานอุณหภูมิวัดได้ 9 องศาฯ ขณะที่ภูชี้ฟ้า จ.เชียงราย คนแน่น นักท่องเที่ยวเกือบ 5,000 คน พากันขึ้นมารอชมพระอาทิตย์ขึ้น   ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : กรมอุตุฯ ประกาศ 'เหนือ-อีสาน' หนาวข้ามปี อุณหภูมิลด 1-3 องศา , พายุลูกเห็บถล่ม 'ลำปาง-เชียงใหม่' บ้านเรือนเสียหายหลายหลัง     - สลดส่งท้ายปี 4 วัยรุ่นตั้งแคมป์เคาท์ดาวน์ปีใหม่ ที่แก่งกระจาน พายเรือคายัคคว่ำ จมน้ำดับยกแก๊ง ภายในบริเวณอ่างเก็บน้ำบ้านน้ำทรัพย์ ริมเขื่อนแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ชวนกันกินดื่ม ก่อนพากันออกไปพายเรือ ระหว่างนั้นเรือเกิดล่ม ทำให้ทั้งหมดสูญหาย จนท.เร่งค้นหานานกว่า 3 ชั่วโมง ทยอยพบทั้ง 4 ศพ อยู่ในสภาพไม่สวมเสื้อชูชีพ ทั้งหมดเป็นวัยรุ่นอายุ 21-22 ปี        เพื่อนในกลุ่มเดียวกันที่รอด เล่าว่า ตนและเพื่อนรวม 14 คน มาจากจังหวัดสมุทรปราการ เมื่อมาถึงก็นั่งล้อมวงดื่มสุรา ตนและเพื่อนรวม 4 คน ชวนกันพายเรือ ห่างจากฝั่งประมาณ 70 เมตร ปรากฎน้ำเข้าเรือ ท้ายเรือจมลง ต้องบอกให้เพื่อน 3 คน ว่ายเข้าฝั่งก่อน จากนั้นไม่เห็นเพื่อน ตะโกนให้เพื่อนอีกคนบนฝั่งว่ายมาช่วย กลับหายไปอีกคน    ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : สลดส่งท้ายปี! วัยรุ่นพายเรือเล่นในเขื่อนแก่งกระจาน เรือคว่ำจมน้ำเสียชีวิตหมู่ 4 ศพ     - 7 วันอันตราย ยอดสะสม 3 วัน เสียชีวิต 159 ศพ กทม.ครองแชมป์เสียชีวิตสะสมมากที่สุด 10 ราย สาเหตุมาจากเมาแล้วขับมาเป็นอันดับหนึ่ง แต่หากเปรียบเทียบกับปี 2561 ยอดสะสม 3 วันลดลงทั้งหมด จำนวนคนตายลดลง 38 คน ผู้บาดเจ็บลดลง 128 ราย อุบัตเหตุก็ลดลง 127 ครั้ง ขณะที่จำนวนคดีความผิด พ.ร.บ.จราจร แค่ 3 วัน ขึ้นศาล 10,485 คดี เมาแล้วขับสูงสุด 9,556 คดี   ขณะที่ จ.ภูเก็ต กล้องนารถจับภาพนาทีรถตู้รับส่ง นนท.ชาวจีน เสียหลักพุ่งลงข้างทาง ชนเสาไฟฟ้า 2 ต้น นทท.บาดเจ็บ 5 ราย คนขับถูกอัดก๊อปปี้กับคอนโซลหน้ารถ สอบปากคำคนขับบอกหลับใน    ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : สถิติอุบัติเหตุ 7 วันอันตราย ยอดรวมสะสม 3 วัน เสียชีวิต 159 ราย สาเหตุหลัก 'ดื่มแล้วขับ-ขับเร็ว'     - รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ขออย่าร่วมวงสร้างความขัดแย้ง กล่าวถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย กังวลลักธิชังชาติ ออกมาระบุมีวายร้ายตัวใหม่ที่เป็นพวกชังชาติ ทำให้เป็นชนวนสร้างความขัดแย้งในอนาคต ว่าประชาชนพบกับปัญหามามากแล้ว แต่อยากให้แสดงความเห็นต่าง และวิจารณ์ในภาควิชาการมากกว่า ไม่เห็นด้วยที่จะมารวมกันเป็นกลุ่มก้อน ก่อม็อบ ทำให้สถานการณ์หนักกว่าที่เป็นอยู่ ไม่ได้ประโยชน์อะไร ส่วนการเคลื่อนไหวนอกสภาเป็นความเห็นต่าง ไม่ใช่ความขัดแย้ง เคยเกิดขึ้นหลายครั้งแล้ว เชื่อว่าที่ผ่านมาประเทศได้บทเรียน   นายสมศักดิ์ ยังพูดถึงกรณีที่ผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนพบว่า ประชาชนสนับสนุนให้ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น นายสมศักดิ์ บอกว่า ไม่ควรนำความเห็นของคนเพียงบางกลุ่ม มาตัดสินความเห็นของคนส่วนใหญ่ ไม่สามารถตัดสินคะแนนความนิยมของรัฐบาลอยู่ในล่วงขาลงได้ และเชื่อว่าพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะยังสามารถนำพาประเทศไปรอดท่ามกลางปัญหาเศรษฐกิจ เพราะยังมีทีมเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง   ด้านโฆษกพรรคพลังประชารัฐ นายธนกร วังบุญคงชนะ บอกว่า ก็ว่ากันไปตามผลโพลล์ อยู่ที่มุมมอง ซึ่งหลายสำนักโพลก็แตกต่างกันไป ขึ้นบ้าง ลงบ้างก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร นายธนาธรก็เป็นนายกโพลล์ไป ส่วน พล.ประยุทธ์ ก็เป็นนายกรัฐมนตรีในใจคนไทยต่อไป   ขณะที่นายเทพไท เสนพงศ์ จากพรรคประชาธิปัตย์ บอกว่า ต้องยอมรับความจริง ว่ากระแสสังคมมีต่อ นายธนาธร ยังร้อนแรง ใช้การขับเคลื่อนผ่านสังคมสื่อโซเชียล ยิ่งตราบใดที่ผู้คนในสื่อสังคมรู้สึกว่า นายธนาธร หรือพรรคอนาคตใหม่ ไม่ได้รับความเป็นธรรมมากเท่าไหร่ กระแสความเห็นใจและสนับสนุนนายธนาธร หรือพรรคอนาคตใหม่ อาจมากขึ้นเท่านั้น    ขณะเดียกวันบทบาทและท่าทีของ พลเอกประยุทธ์ ก็ยังติดกับดักกลับการแก้ไขปัญหาแบบเดิมๆ ล่าสุดไปลงพื้นที่หมอชิต ก็เกิดภาพผู้หญิงเบื่อหน่ายนายกฯ สื่อโซเชียลก็เอาไปขยายผลด้านลบ ทำให้ภาพลักษณ์ลดลงไปโดยปริยาย   ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'สุทิน' คาดเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ปลายเดือน ม.ค.63 -เผยรายชื่อรัฐมนตรีจ่อโดนซักฟอก        - เงินบาทแข็งค่าที่สุดในรอบ 6 ปี 9 เดือน หลุด 30 บาทแล้ว ปิดตลาดวันสุดท้ายของปี 30 ธ.ค.62 ที่ 29.92 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นการแข็งค่ามากที่สุดในเอเซีย ติดอันดับ 4 ของโลก ส่งออกสะเทือน นักวิเคราะห์เตือนในอนาคตผันผวน ตลาดส่งออกต้องระมัดระวัง   ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : เงินบาทปิด 29.92 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แข็งสุดในรอบ 6 ปี 9 เดือน       -ดับสยอง หญิงวัย 40 ปี ขอสามีมาเที่ยวที่อุทยานศรีเทพ ฉลองปีใหม่กับเพื่อน กลับถูกพบเป็นศพ ถูกฆ่าทุบหัว ที่เกิดเหตุพบลอยคลานหนีตายมาจากไล่อ้อย ก่อนสิ้นใจคาถนนนาสนุ่น-หนองบัว ต. อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ สภาพศพกระโหลกแตก ใบหน้าเละ จนจำไม่ได้ เล็บมือหลุด ห่างออกไปประมาณ 10 เมตร พบมือถือผู้ตายตกอยู่ พร้อมค้อนสภาหักออกเป็น 2 ท่อน คาดเป็นอาวุธที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ ขณะที่สามีทำงานขับรถรับจ้างอยู่ต่างจังหวัด ช็อกโทรหาภรรยากว่า 10 สาย กลับเจอปลายสายเป็นตำรวจ ล่าสุดสามีปิดเครื่อง ติดต่อไม่ได้   ชุดสืบสวน สืบพบคนร้ายหลังก่อเหตุได้ขับรถยนต์กระบะของผู้ตาย หลบหนี  โดยใช้เส้นทางผ่านผ่าน พื้นที่ จังหวัดลพบุรี คาดว่าจะมุ่งหน้าหลบหนีไปทางกรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ตั้งประเด็นไว้ 2 เรื่อง เรื่องส่วนตัว และเรื่องชู้สาว   ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ :  คนร้ายฆ่าโหดสาว ใช้ค้อนทุบหน้า-กะโหลกแตก ชิงรถกระบะหลบหนี ตร.เร่งไล่ล่าตัว   -แฉสนั่น บ่อนใหญ่พัทยาใต้ซอย 13 เปิดกลางเมืองโจ่งครึม ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ถามก่อหน้า ส.ส.สิระ เจนจาคะ ขึ้นป้ายใหญ่ "รับทุกบ่อนพนัน" พร้อมให้เบอร์โทรแจ้ง แต่พอโทรไปกลับไม่รับสาย ทีหลังถ้าจะขึ้นป้ายแล้วทำไม่ได้ อย่าขึ้น อายหมา เสียชื่อ ด้าน ผกก.โรงพักเมืองพัทยา บอก ก็ไปบุกจับแล้ว ถ้าหวังดีควรแจ้งเจ้าหน้าที่ เอาไปโพสต์ออนไลน์ มันตามจับยากขึ้น   ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ :  'อัจฉริยะ' แฉ 'บ่อนใหญ่พัทยา' ถาม 'ส.ส.สิระ' บอก "รับทุกบ่อน" แต่โทรไปไม่มีใครรับ ตร.แจงบุกจับไปแล้ว   -กระแสตีกลับฝ่ายจยย. กรณีอุบัติเหตุรถกระบะพุ่งชน กวาดกลุ่มจักรยานยนต์วัยรุ่นที่กำลังรวมกลุ่มเดินสายทำบุญปีใหม่ กลางถนนเพชรเกษม อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ทำให้มีผู้บาดเจ็บทั้งหมด 13 ราย หลังมีภาพคนขับกระบะลักษณะถูกกลุ่มจยย.ลากลงจากรถแล้วรุมทำร้าย จนหน้าตาบวมปูด คนขับอ้างก้มเก็บของขณะขับรถทำให้เสียหลัก พร้อมรับผิดชอบทุกอย่าง กลับถูกรุม     ภรรยาคนขับกระบะชี้วัยรุ่นกว่า 10 คนสลับกันรุมทำร้าย จนสามีน็อก ด่าโคตรเหง้า ไม่มีปัญญาชดใช้ ตนพยายามเข้าไปป้องสามี กลับโดนตบ กระชาก อ้อนวอนขอชีวิตเท่าไร ไม่ยอมฟัง   ขณะที่หนึ่งในกลุ่มผู้ขับขี่จยย.ได้ออกมายอมรับว่าได้ลงมือทำร้ายร่างกาย คนขับรถกระบะจริง สาเหตุเพราะโกรธแค้นที่ขับรถมาชนเพื่อน ๆ บาดเจ็บจำนวนมาก แต่เรื่องที่จะไปรังแกผู้หญิง แฟนของ โชเฟอร์กระบะนั้นขอปฏิเสธ ว่าไม่ได้ทำ ยืนยันไม่ใช่เด็กแว้น   ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ :คนขับกระบะอ้างก้มเก็บของ ก่อนเสียหลักชนจยย.นับ 10 คัน โวยถูกรุมทำร้ายจนสลบ-ตบภรรยา ด้านคู่กรณียอมรับทำร้ายจริง เพราะโมโห ยันไม่ได้ทำร้ายผู้หญิง       - หนุ่มอารมณ์ร้อน โชว์กร่าง ใช้หมวกกันน็อกฟาดคนข้ามถนน บนทางม้าลาย บอกเดินตัดหน้าจยย.ตนเอง หลังโดนด่าทุกทิศทุกทาง มือไม้อ่อน กราบขอโทษคู่กรณี บอกจริงๆตนเป็นคนน่ารัก ขอโอกาสแก้ตัว แต่แฟนสาวผู้ก่อเหตุบอก เป็นแบบนี้ตลอด ทะเลาะกับชาวบ้านไปทั่ว เข้าไปห้ามก็ซ้อมเมีย ด้านคู่กรณีบอกดีที่ตนมีสติ ก็โกรธนิดหน่อยแต่อยากให้อารมณ์เย็นกันนิดนึง ตร.แจ้งข้อหาทำร้ายร่างกาย   ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : หนุ่มอารมณ์ร้อน ใช้หมวกกันน็อกฟาดคนข้ามถนน ล่าสุดมือไม้อ่อน-กราบขอโทษคู่กรณี - ด้านแฟนสาวแฉ "ทะเลาะกับชาวบ้านไปทั่ว"     -วงจรปิดจับภาพนาทีหนูน้อยวัย 4-5 ขวบ เปิดประตูรถยนต์ออกมาแล้ว วิ่งออกจากรถยนต์อย่างรวดเร็ว ทำให้เด็กวิ่งชนรถรถยนต์ที่กำลังวิ่งเข้ามาหาที่จอดเข้าอย่างเต็มแรง โชคดีที่ได้รับบาดเจ็บเท่านั้น    ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : อุทาหรณ์! นาทีหนูน้อยเปิดประตูรถวิ่งข้ามถนน ชนรถยนต์อย่างจัง เคราะห์ดีบาดเจ็บเล็กน้อย     - โจรสิ้นคิด ขโมยทอง 5 บาท จากร้านทองใน อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ ผ่านไป 1 เดือนเอากลับมาขายร้านเดิมที่ขโมยไป เจ้าของจำหน้าได้ ยื้อเวลาให้ตำรวจมาจับกุมตัว ผู้ต้องหารับสารภาพ เอาไปขายร้านอื่นมา 8 ร้าน แต่ถูกกดราคา คิดขึ้นมาได้จึงเอามาขายร้านเดิม เพราะคิดว่าได้ราคาดีแน่ เจ้าของคงจำไม่ได้แล้ว จะเอาไปเที่ยวปีใหม่   ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : รวบโจรสิ้นคิด ขโมยทอง 5 บาทจากร้านทอง ผ่านไป 1 เดือน เอากลับมาขายร้านเดิม!       รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/eKBPJKs7UvI  

 1,717
สังคม
30 ธ.ค. 62

ลูกเห็บถล่ม 8 จังหวัดภาคเหนือ จนท.เร่งวสำรวจความเสียหาย ให้ความช่วยเหลือ

วานนี้ (29 ธ.ค.) สภาพอากาศในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือยังคงแปรปรวน ส่งผลให้มีผลตกและมีลูกเห็บตกในหลายพื้นที่   โดยคุณ จำลอง ใจเย็น ผู้ใช้ Facebook จำลอง ใจเย็น โพสต์ภาพคลิปวีดีโอ บรรยาย เหตุการณ์ ว่า บน ถนนแม่เมาะทาง ไปบ้านนาสัก โดยถนนเส้นทาง พบว่ามีลูกเห็บจำนวนมาก ตกลงมาเกลื่อน กระจายบนถนนความยาวหลายร้อยเมตร ความสูงของลูกเห็บประมาณ 5 เซ็นติเมตรซึ่งทำให้รถยนต์ของประชาชน ที่ขับผ่านไปมาต้องขับกัน อย่างช้าๆ และชาวบ้านที่ขับรถผ่านสัญจรไปมา ต่างตกใจไม่เคยเห็นมาก่อน  ซึ่งหลังจากที่พายุสงบทุกคนต่างออกมาถ่ายรูปเซลฟี่กับถนนหิมะหรือถนนลูกเห็บนี้เป็นจำนวนมาก   ทั้งนี้ที่บ้านนาสักมีบ้านเรือน เสียหายไป 30 หลังคาเรือนไม่มีไฟฟ้าใช้ตลอดทั้งคืน ล่าสุดเจ้าหน้าที่จังหวัดได้ลงพื้นที่เข้าไปช่วยเหลือ รวมทั้งพื้นที่อ. อ.ห้างฉัตร, อ.เมือง, อ.แม่เมาะ ที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบความเสียหาย   ขณะที่จังหวัดแพร่พายุลูกเห็บได้สร้างความเสียหายใน อ.สอง, อ.ร้องกวาง โดยที่บ้านหนองเสี้ยว ม.8 ต.หัวเมือง มีบ้านเรือนเสียหายไปราว 100 หลังคาเรือนเสาไฟฟ้าหักขวางถนนเป็นระยะ ต้องปิดเส้นทางสัญจร โดยมีเสาไฟฟ้าโน้มเอียงตลอดเส้นทาง ทางอำเภอสอง อยู่ระหว่างสำรวจความเสียหาย โดยเหตุเกิดเวลา 20.00 น. - 21.00 น. มีรายคนเจ็บเข้ามา 1 คน ถูกต้นไม้ล้มทับขณะขี่จักรยานยนต์กลับบ้าน อย่างไรก็ตามขณะนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปสำรตวจและเร่งให้ความช่วยเหลือ   ด้านจังหวัดเชียงใหม่ พายุฝนและลูกเห็บส่งผลต่อนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะที่กางเต็นท์นอนที่โล่งแจ้ง เช่น ดอยอิทนนท์ ห้วยน้ำดัง ม่อนแจ่ม และแม่กำปองเป็นต้น นอกจากนี้อีกหลายพื้นที่ยังมีฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างหนักและมีลูกเห็บตกลงมาด้วย เช่นเดียวกันกับในพื้นที่ อ.ดอยหล่อ อ.สันป่าตอง อ.แม่วาง และ อ.แม่ริม มีฝนตกหนักและลูกเห็บตก มีขนาดใหญ่เท่าเหรียญ 1 บาท ทำให้หลังคาถูกลูกเห็บตกใส่เป็นรูที่ ต.ยางคราม อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ พบบ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหาย รวมกว่า 700 หลังคาเรือน    นอกจากนี้ยังพบพื้นที่ทางการเกษตรหอมหัวใหญ่ที่กำลังขึ้นหัวใกล้เก็บเกี่ยวถูกลูกเห็บตกใส่ได้รับความเสียหายเป็นวงกว้างทั้งอำเภอดอยหล่อ และอำเภอแม่วาง นอกจากนี้ยังพบต้นลำไยที่กำลังแทงช่อออกดอกได้รับความเสียหายหลายพื้นที่ ซึ่ล่าสุดเจ้าหน้าที่กำลังเร่งสำรวจความเสียหาย 

 695
สรุปข่าว
30 ธ.ค. 62

กรมอุตุฯ เตือน 8 จังหวัดภาคเหนือ เสี่ยงเจอลูกเห็บตกจนถึง 31 ธ.ค. 62

  แพร่ - กรมอุตุฯ เตือน 8 จังหวัดภาคเหนือ เจอพายุลูกเห็บอีก 2 วัน    ผู้ใหญ่บ้านในจังหวัดแพร่เร่งสำรวจความเสียหาย ที่เกิดจากพายุลูกเห็บที่ตกลงมาเมื่อคืนนี้ที่ อ.สอง, อ.แม่ทะ, อ.ร้องกวาง ทำให้บ้านเรือนเสียหายกว่า 100 หลัง เสาไฟฟ้าหัขวางถนนกว่า 40 ต้น ต้องปิดถนนชั่วคราว ด้านกรมอุตุนิมวิทยาประกาศเตือน 8 จังหวัดในภาคเหนือเสี่ยงเจอลูกเห็บตกจนถึง 31 ธันวาคม    ปทุมธานี - ภัยแล้งมาเร็ว น้ำแห้งทำถนนหนองเสือทรุดทั้งเส้น    เจ้าหน้าที่ต้องปิดถนนที่วิ่งระหว่างอ.หนองเสือจังหวัดประทุมธานีมุ่งหน้าอ อ.หนองแค จังหวัดสระบุรีเป็นระยะ หลังถนนลาดยามมะตอยทรุดตัวลงไปเกือบ 2 เมตร ทำให้รถยนต์ไม่สามรถวิ่งผ่านได้ พบภนนทรุดตั้งแต่ถนนเลียบคลอง 7 ถึง เลียบคลอง 14 สาเหตุมาจากน้ำในคลองแห้ง    ลำปาง - นักท่องเที่ยวแห่ขั้นดอยชมทะเลหมอก 360 องศา   หลังฝนตกเมื่อคืนที่ผ่านมา (29 ธ.ค.62) ทำให้เช้านนี้อุณหภูมิลดลง นักท่องเที่ยวไปชมทะเลหมอกบนดอยฟ้างาม ชุมชนบ้านสาแพะ ต.บ้านสา อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ สามารถชมมะเลหมอกได้ 360 องศา      ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/Kvbe_M4hPNI  

 1,163
สังคม
11 ธ.ค. 62

ที่เที่ยวฤดูหนาว ล่องเรือไปไหว้พระกลางน้ำ ณ 'ทุ่งบัวแดง'

นักท่องเที่ยวจำนวนมากต่างเดินทางเข้าท่องเที่ยวและทำบุญไหว้พระกลางน้ำ บริเวณวัดติโลกอาราม กลางกว๊านพะเยา รวมทั้งชมทุ่งบัวแดงกันอย่างคึกคัก   หลังสภาพอากาศเริ่มมีความหนาวเย็น ส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างใช้เวลาว่างในวันหยุดเดินทางเข้าท่องเที่ยวบริเวณวัดติโลกอารามกันอย่างคับคั่ง โดยการท่องเที่ยวไหว้พระวัดติโลกอารามดังกล่าวนั้น ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัด ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างนิยมที่จะนั่งเรือพายพื้นบ้านเข้าทำการท่องเที่ยวไหว้พระหลวงพ่อศิลา ประดิษฐานอยู่กลางกว๊านพะเยา ที่มีอายุเก่าแก่มากกว่า 500 ปี   รวมทั้งในช่วงนี้ดอกบัวแดงบริเวณใกล้เคียงกับวัดติโลกอารามก็มีการออกดอกบานสะพรั่งสวยงาม เป็นพื้นที่หลายร้อยไร่ จึงทำให้นักท่องเที่ยวนิยมที่จะเดินทางเข้าท่องเที่ยวกันอย่างต่อเนื่องในช่วง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/nIbv-2c-7L0

 751
สังคม-อาชญากรรม
07 ธ.ค. 62

กรมอุตุฯ เตือน 7-10 ธ.ค.อุณหภูมิลดต่ำสุด - ภาคกลางลุ้น 12 องศา

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบนและคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย" ฉบับที่ 12 ลงวันที่ 07 ธันวาคม 2562      ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิลดลงอย่างต่อเนื่อง 4-8 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง โดยอุณหภูมิจะลดลงต่ำที่สุดในช่วงวันที่ 7-9 ธันวาคม 2562 บริเวณพื้นราบภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด         6-12 องศาเซลเซียส ส่วนยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวจัดและมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 1-8 องศาเซลเซียส สำหรับภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 13-18 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลง รวมถึงระมัดระวังอัคคีภัยไว้ด้วย เนื่องจากอากาศแห้งและมีลมแรง           สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยตอนบนตั้งแต่จังหวัดชุมพรขึ้นมาทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร อ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไปทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งตลอดช่วง           ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนแผ่ปกคลุมประเทศไทย สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง           จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง           ประกาศ ณ วันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เวลา 11.00 น.           กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไป ในวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เวลา 11.00 น.                     (ลงชื่อ) นาวาอากาศเอก สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์           (สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์)           อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/OWko3254Yvs

 1,873
สังคม
07 ธ.ค. 62

กรมอุตุฯ เตือน 7-10 ธ.ค.อุณหภูมิลดต่ำสุด - ภาคกลางลุ้น 12 องศา

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบนและคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย" ฉบับที่ 12 ลงวันที่ 07 ธันวาคม 2562      ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิลดลงอย่างต่อเนื่อง 4-8 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง โดยอุณหภูมิจะลดลงต่ำที่สุดในช่วงวันที่ 7-9 ธันวาคม 2562 บริเวณพื้นราบภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด         6-12 องศาเซลเซียส ส่วนยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวจัดและมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 1-8 องศาเซลเซียส สำหรับภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 13-18 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลง รวมถึงระมัดระวังอัคคีภัยไว้ด้วย เนื่องจากอากาศแห้งและมีลมแรง           สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยตอนบนตั้งแต่จังหวัดชุมพรขึ้นมาทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร อ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไปทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งตลอดช่วง           ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนแผ่ปกคลุมประเทศไทย สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง           จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง           ประกาศ ณ วันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เวลา 11.00 น.           กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไป ในวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เวลา 11.00 น.                     (ลงชื่อ) นาวาอากาศเอก สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์           (สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์)           อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/OWko3254Yvs

 1,873
สังคม
29 พ.ย. 62

เหนือ-อีสาน สัมผัสอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 15-21องศา

ณ ตอนนี้ สภาพอากาศในภาคเหนือ และภาคอีสาน เริ่มเย็นแล้ว แต่ในภาคใต้มีคลื่นลมแรงในหลายจุด และฝนตกหนัก โดยคลื่นลมทะเลอ่าวไทย มีกำลังแรง ทำให้วันนี้ตอนสนที่อยู่ริมชายหาด ถนนเลียบชายทะเล จังหวัดสงขลา หักโค่นลงมาเสียหาย 4 ต้น     หลังจากที่ก่อนหน้านี้ มีทยอยล้มลงมาแล้ว รวมแล้ว 19 ต้น ชาวบ้านต่างเป็นห่วง หากยังเกิดขึ้นลมแรงอย่างนี้ ทิวสนก็อาจจะถูกคลื่นกัดเซาะอีก เพราะตั้งแต่วันที่ 29 พ.ย. - 1 ธ.ค. นี้ ยังคงได้รับผลกระทบจากมรสุม ทำให้ฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนัก ถึงหนักมาก     ตั้งแต่ จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-4 เมตร     ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีลมทะเลพัดแรงและมีคลื่นลูกใหญ่ คลื่นสูง ซึ่งเกิดมาหลายวันแล้ว โดยเฉพาะบริเวณ อ่าวประจวบคีรีขันธ์ คลื่นสูง 3-4 เมตร และซัดเข้าชายหาด แนวเขื่อนกันคลื่น ที่ประชาชนใช้ประโยชน์สัญจรไปมาริมอ่าว     ทางภาคเหนือ และภาคอีสาน ตอนนี้มีความกดอากาศสูงจากจีน แผ่ปกคลุม ทำให้อากาศเย็นลง อุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส หลายพื้นที่สัมผัสถึงอากาศหนาวแล้ว อย่างเช่น จังหวัดเลย ซึ่งอากาศในช่วงเช้าตรู่ อุณหภูมิจะลดลงถึง 1-2 องศาเซลเซียส ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง  อุณหภูมิอยู่ที่ 10 องศาเซลเซียส อุทยานแห่งชาติภูกระดึง อุณหภูมิอยู่ที่ 12 องศาเซลเซียส  ส่วนกรุงเทพฯ และปริมณฑล ต้องระวังเรื่องของลมแรงด้วยเช่นกัน

 1,430
ข่าวภูมิภาค
19 ต.ค. 62

นทท.แห่ดูความสวยงามของทะเลหมอกเชียงดาว - ทุ่งดอกบัวตองที่ กฟผ.แม่เมาะ

เชียงใหม่ - นักท่องเที่ยวชมความสวยงามของทะเลหมอกที่ดอยหลวงเชียงดาว จ.เชียงใหม่เช้านี้ สวยงาม มีหมอกหนาปกคลุมตัวอำเภอเชียงดาว อากาศหนาวเย็นที่ 18-19 องศา บรรยากาศการท่องเที่ยวสถานที่ธรรมชาติเริ่มคึกคักในช่วงวันหยุด   เข้าสู่ช่วงต้นฤดูหนาวหลายพื้นที่ของภาคเหนือรวมทั้งที่จังหวัดเชียงใหม่เริ่มมีอากาศที่หนาวเย็นเข้ามาแทนที่แล้ว อย่างที่อำเภอเชียงดาว จ.เชียงใหม่เช้านี้มีอากาศที่หนาวเย็นอุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 18-19 องศาเซลเซียส ซึ่งเช้านี้เกิดหมอกหนาปกคลุมตัวอำเภอเชียงดาวต่อเนื่องมาจนถึงช่วงสายๆ รวมทั้งสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของอำเภอเชียงดาว อย่างดอยหลวงเชียงดาว ที่ถือว่าความสวยงามที่สุดดอยหนึ่งของประเทศไทย ซึ่งนักท่องเที่ยวหลายคนเลือกที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวที่ดอยหลวงเชียงดาว ที่ต่างก็ขนานนามว่าเป็นเสมือนฟูจิซังเมืองไทย เช้านี้มีความสวยงามของเมฆหมอกที่ปกคลุมดอยหลวงเชียงดาว จากภาพมุมสูงก็จะเห็นความสวยงามของทะเลหมอกที่ทอดยาวออกไปโดยมียอดดอยหลวงเชียงดาวโพล่พ้นทะเลหมอกสวยงามที่สุดช่วงหนึ่ง ก่อนที่ช่วงสายๆ ฟ้าถึงจะเริ่มเปิดและมองเห็นดอยหลวงเชียงดาวได้จากพื้นราบ   ทางด้านศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือรายงานว่า ในช่วงวันที่ 18-21 ตุลาคม 2562 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้ ภาคเหนือมีฝนลดลงและอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส ส่วนในช่วงวันที่ 22-24 ตุลาคม 2562 บริเวณความกดอากาศสูงที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนจะมีกำลังอ่อนลง ประกอบกับลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้ภาคเหนือมีอุณหภูมิสูงขึ้นกับมีหมอกในตอนเช้ากับมีฝนเล็กน้อยบางพื้นที่   เช้านี้อุณหภูมิพื้นราบต่ำสุดอยู่ระหว่าง 20-22 องศา ส่วนบริเวณเทือกเขา และยอดดอยมีอากาศหนาว 10-15 องศา เช้านี้ต่ำสุดที่ยอดดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่วัดได้ 10.5 องศา    ลำปาง - นักท่องเที่ยวจำนวนมากเริ่มทยอยเดินทางขึ้นทุ่งดอกบัวตองและดอกไม้นานาชนิด ที่เริ่มทยอย ออกดอกผลิบาน บ้างแล้วบนพื้นที่กว่า 260 ไร่ ที่อยู่เหนือจากระดับน้ำทะเลกว่า 495 เมตร โดยในช่วง เช้าที่ผ่านมาเริ่มมีนักท่องเที่ยวทยอยเดินทางมาท่องเที่ยวสัมผัสอากาศที่หนาวเย็น อุณหภูมิที่เริ่มเย็นลง อยู่ที่ 19 องศาเซลเซียส พร้อมทั้งชมความงามของทะเลหมอกยามเช้าที่มองเห็นแบบชนิด 360 องศา โดยยิ่งสายสายหมอกจะยิ่งหนาขึ้นและ หลังจาก 08.00 น. ก็จะเริ่มจางหายไป   สำหรับพื้นที่ดังกล่าวนอกจากจะมีทะเลหมอกให้ชมแล้ว ช่วงปลายเดือนตุลาคม ไปจนถึงตลอด ทั้งเดือนของเดือนพฤศจิกายนก็จะมีดอกบัวตองที่ผลิบานออกดอกเหลืองสระพรั่งทั่วบริเวณตัดกับทิวหมอก ซึ่งจะเป็นภาพที่งดงามมาก   ซึ่งการเดินทางนั้นค่อนข้างสะดวกสบายเพราะถนนลาดยางจนถึงทุ่งดอกบัวตอง และอยู่ห่างจากตัวเมืองลำปาง มาถึง อ.แม่เมาะเพียง 30 กิโลเมตร เท่านั้น   เลย - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บนยอดภูกระดึง จ.เลย นักท่องเที่ยวจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มคนวัยหนุ่มสาวจำนวนร่วม 1000 คน ตื่นนอนตั้งแต่เช้ามืดพากันเดินเท้าไกลกว่า 2 กิโลเมตรจากจุดพักแรม ศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวาง อุทยานแห่งชาติภูกระดึง เพื่อไปชมพระอาทิตย์ขึ้นที่บริเวณผานกแอ่น          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/zSv8aNuA1AQ  

 1,742
สังคม
19 ต.ค. 62

นทท.แห่ดูความสวยงามของทะเลหมอกเชียงดาว - ทุ่งดอกบัวตองที่ กฟผ.แม่เมาะ

เชียงใหม่ - นักท่องเที่ยวชมความสวยงามของทะเลหมอกที่ดอยหลวงเชียงดาว จ.เชียงใหม่เช้านี้ สวยงาม มีหมอกหนาปกคลุมตัวอำเภอเชียงดาว อากาศหนาวเย็นที่ 18-19 องศา บรรยากาศการท่องเที่ยวสถานที่ธรรมชาติเริ่มคึกคักในช่วงวันหยุด   เข้าสู่ช่วงต้นฤดูหนาวหลายพื้นที่ของภาคเหนือรวมทั้งที่จังหวัดเชียงใหม่เริ่มมีอากาศที่หนาวเย็นเข้ามาแทนที่แล้ว อย่างที่อำเภอเชียงดาว จ.เชียงใหม่เช้านี้มีอากาศที่หนาวเย็นอุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 18-19 องศาเซลเซียส ซึ่งเช้านี้เกิดหมอกหนาปกคลุมตัวอำเภอเชียงดาวต่อเนื่องมาจนถึงช่วงสายๆ รวมทั้งสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของอำเภอเชียงดาว อย่างดอยหลวงเชียงดาว ที่ถือว่าความสวยงามที่สุดดอยหนึ่งของประเทศไทย ซึ่งนักท่องเที่ยวหลายคนเลือกที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวที่ดอยหลวงเชียงดาว ที่ต่างก็ขนานนามว่าเป็นเสมือนฟูจิซังเมืองไทย เช้านี้มีความสวยงามของเมฆหมอกที่ปกคลุมดอยหลวงเชียงดาว จากภาพมุมสูงก็จะเห็นความสวยงามของทะเลหมอกที่ทอดยาวออกไปโดยมียอดดอยหลวงเชียงดาวโพล่พ้นทะเลหมอกสวยงามที่สุดช่วงหนึ่ง ก่อนที่ช่วงสายๆ ฟ้าถึงจะเริ่มเปิดและมองเห็นดอยหลวงเชียงดาวได้จากพื้นราบ   ทางด้านศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือรายงานว่า ในช่วงวันที่ 18-21 ตุลาคม 2562 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้ ภาคเหนือมีฝนลดลงและอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส ส่วนในช่วงวันที่ 22-24 ตุลาคม 2562 บริเวณความกดอากาศสูงที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนจะมีกำลังอ่อนลง ประกอบกับลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้ภาคเหนือมีอุณหภูมิสูงขึ้นกับมีหมอกในตอนเช้ากับมีฝนเล็กน้อยบางพื้นที่   เช้านี้อุณหภูมิพื้นราบต่ำสุดอยู่ระหว่าง 20-22 องศา ส่วนบริเวณเทือกเขา และยอดดอยมีอากาศหนาว 10-15 องศา เช้านี้ต่ำสุดที่ยอดดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่วัดได้ 10.5 องศา    ลำปาง - นักท่องเที่ยวจำนวนมากเริ่มทยอยเดินทางขึ้นทุ่งดอกบัวตองและดอกไม้นานาชนิด ที่เริ่มทยอย ออกดอกผลิบาน บ้างแล้วบนพื้นที่กว่า 260 ไร่ ที่อยู่เหนือจากระดับน้ำทะเลกว่า 495 เมตร โดยในช่วง เช้าที่ผ่านมาเริ่มมีนักท่องเที่ยวทยอยเดินทางมาท่องเที่ยวสัมผัสอากาศที่หนาวเย็น อุณหภูมิที่เริ่มเย็นลง อยู่ที่ 19 องศาเซลเซียส พร้อมทั้งชมความงามของทะเลหมอกยามเช้าที่มองเห็นแบบชนิด 360 องศา โดยยิ่งสายสายหมอกจะยิ่งหนาขึ้นและ หลังจาก 08.00 น. ก็จะเริ่มจางหายไป   สำหรับพื้นที่ดังกล่าวนอกจากจะมีทะเลหมอกให้ชมแล้ว ช่วงปลายเดือนตุลาคม ไปจนถึงตลอด ทั้งเดือนของเดือนพฤศจิกายนก็จะมีดอกบัวตองที่ผลิบานออกดอกเหลืองสระพรั่งทั่วบริเวณตัดกับทิวหมอก ซึ่งจะเป็นภาพที่งดงามมาก   ซึ่งการเดินทางนั้นค่อนข้างสะดวกสบายเพราะถนนลาดยางจนถึงทุ่งดอกบัวตอง และอยู่ห่างจากตัวเมืองลำปาง มาถึง อ.แม่เมาะเพียง 30 กิโลเมตร เท่านั้น   เลย - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บนยอดภูกระดึง จ.เลย นักท่องเที่ยวจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มคนวัยหนุ่มสาวจำนวนร่วม 1000 คน ตื่นนอนตั้งแต่เช้ามืดพากันเดินเท้าไกลกว่า 2 กิโลเมตรจากจุดพักแรม ศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวาง อุทยานแห่งชาติภูกระดึง เพื่อไปชมพระอาทิตย์ขึ้นที่บริเวณผานกแอ่น          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/zSv8aNuA1AQ  

 1,742
ข่าวภูมิภาค
04 ต.ค. 62

กฟผ. จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบปกติแล้ว หลังเกิดเหตุสถานีไฟฟ้าแม่เมาะขัดข้อง ทำภาคเหนือตอนบนไฟดับ

ขอบคุณภาพ : กฟผ.แม่เมาะ    กฟผ. จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบปกติแล้ว หลังเกิดเหตุสถานีไฟฟ้าแม่เมาะขัดข้อง ส่งผลไฟดับพื้นที่ภาคเหนือตอนบนเช้านี้   วันที่ 4 ต.ค. 62 นายจรรยง วงศ์จันทร์พงษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการปฏิบัติการควบคุมระบบ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า วันนี้ 4 ตุลาคม 2562 เวลา 11.33 น. เกิดเหตุขัดข้องที่สถานีไฟฟ้าแรงสูงแม่เมาะ 3 ทำให้ไฟฟ้าดับในพื้นที่บริเวณภาคเหนือตอนบน ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดลำพูน และจังหวัดพะเยา จำนวนประมาณ 791.9 เมกะวัตต์ โดยเริ่มทยอยจ่ายไฟเข้าสู่ระบบได้ตั้งแต่เวลา 11.44 น. ขณะนี้ กฟผ. สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าทั้งหมดเข้าสู่ระบบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในเวลา 12.30 น  

 1,741
การเมือง
04 เม.ย. 62

'บิ๊กตู่' พอใจแก้ปัญหาหมอกควันไฟป่า จุดความร้อนลดลง

นายกรัฐมนตรี พอใจจุดความร้อนภาคเหนือลดลง แต่กำชับเดินหน้าต่อเนื่อง พร้อมตั้งเป้าร่วมมือเพื่อนบ้านสร้างต้นแบบแก้ปัญหายั่งยืน   (4 เม.ย.62) พลโท วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้รับรายงานจากกระทรวงมหาดไทยว่า จังหวัดภาคเหนือที่ประสบปัญหาหมอกควันไฟป่าได้ปรับแผนแก้ไขปัญหาตามที่นายกรัฐมนตรีได้สั่งการเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยพบว่าการทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถลดปริมาณจุดความร้อนหรือ Hot spot ในพื้นที่ 9 จังหวัดลงอย่างเห็นได้ชัดจาก 1,969 จุด เมื่อวันที่ 2 เม.ย. เหลือ 275 จุดในวันนี้    ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำว่าแม้จุดความร้อนจะลดลงบ้างแล้ว แต่ยังคงต้องพยายามกันต่อไป ะร้อมขอบคุณกองทัพ ผู้ว่าราชการจังหวัด กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำท้องถิ่น และอาสาสมัครจิตอาสาทุกคนที่ช่วยระดมกำลังกันทำงาน เพื่อลดอันตรายต่อสุขภาพของประชาชน ในส่วนประเทศเพื่อนบ้าน ขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงมหาดไทยกำลังเร่งประสานงานกันอย่างใกล้ชิด หากทำสำเร็จก็จะเป็นต้นแบบการแก้ไขปัญหาของอาเซียนอย่างยั่งยืนต่อไป สำหรับภาพรวมของการดำเนินงานนั้น กองทัพภาคที่ 3 ได้ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ ติดตามข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียมเพื่อให้เห็นจุดความร้อน และกำหนดเขตพื้นที่เสี่ยง 3 ลักษณะ คือ พื้นที่เมือง พื้นที่การเกษตร และพื้นที่ป่า แบ่งเป็น 185 ตำบล 9 จังหวัด โดยให้แต่ละอำเภอสนธิกำลังทุกฝ่ายทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร ออกปฏิบัติการดับไฟป่า  ขณะเดียวกันทุกจังหวัดได้ประกาศห้ามเข้าพื้นที่ป่าเพื่อหาของป่าและล่าสัตว์ ทั้งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตป่าสงวนแห่งชาติ และเขตป่าไม้ หากผู้ใดฝ่าฝืนจะถูกดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด 

 789
การเมือง
02 เม.ย. 62

'บิ๊กตู่' บินด่วนขึ้นเชียงใหม่ เร่งแก้ปัญหาหมอกควันภาคเหนือ พร้อมประชุมครม.เป็นบ่ายนี้

(2 เม.ย.62) พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาหมอกควัน ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อตรวจเยี่ยมกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์หมอกควัน กองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้าและส่งมอบอุปกรณ์สนับสนุนการปฏิบัติงาน รวมทั้ง ประชุมติดตามสถานการณ์การจัดการและแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือ โดยในการประชุม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ จะรายงานสถานการณ์และการดำเนินงาน แก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าในจังหวัดเชียงใหม่ และมีผู้แทนภาคประชาชนในพื้นที่ จะเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าให้ นายกรัฐมนตรีรับทราบ   โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี จะตรวจเยี่ยมความพร้อมแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่จะจัดให้มีการประกอบพิธีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ ณ วัดบุพพาราม ก่อนเดินทางกลับ กทม. ในช่วงเที่ยง เพื่อประชุม ครม. ในช่วงบ่าย

 1,136
ข่าวภูมิภาค
16 มี.ค. 62

ภาคเหนือยังวิกฤต! เชียงใหม่ค่าฝุ่น pm2.5 พุ่ง ทำสถิติสูงสุดติดต่อกัน 5 วัน

เชียงใหม่ - ทุบสถิติต่อเนื่องหมอกควันมลพิษเมืองเชียงใหม่ หลังจากเมื่อวานนี้(15 มี.ค.) ค่าฝุ่น PM 2.5 เวลา 12.23 น. เว็บไซต์ airvisual รายงานว่า เชียงใหม่ มีค่าฝุ่น PM 2.5 สูงถึง 392 และเชียงใหม่ติดอันดับต่อเนื่องมานานถึง 5 วัน    ส่วนเช้านี้เมื่อเวลา 08.00 น. ค่าฝุ่น PM2.5 ที่เชียงใหม่ อยู่ที่ 261 AQI    นอกจากนี้ยังมีการแชร์ภาพ แต่ยังไม่ยืนยันว่าเกิดจากผลกระทบจากฝุ่นหรือไม่ เป็นภาพของพนักงานสาวของบริษัทแห่งหนึ่ง ไอออกมาเป็นเลือด ทั้งปากและจมูก เปื้อนหน้ากากอนามัย   โดยผู้ใช้เฟสบุคชื่อ Nitchapoom Nicchi Chaianun ซึ่งเป็นผู้บริหารของบริษัทผลิตภาพยนต์ ชื่อดังของจังหวัดเชียงใหม่ ในชื่อ วายุฟิล์ม ได้โพสต์ภาพน่ากลัว ซึ่งเป็นภาพของพนักงานสาวของบริษัทตนเอง ที่มีอาการไอออกมาเป็นเลือด ทั้งทางปาก และจมูก จนเปื้อนที่หน้ากากอนามัยที่พยักงานคนนนี้สวมใส่ ขณะที่เดินออกไปซื้อของนอกอาคาร ซึ่งวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ ผู้ใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่ให้เร่งแก้ไขปัญหา หมอกควันโดยเร่งด่วน พร้อมกับโพสต์ข้อความว่า "ปัญหาหมอกควันพิษ ไม่ไหวแล้วโว้ยยยยยย ผู้ใหญ่ช่วยทีครับ!หน้าบริษัทวายุฟิล์มเชียงใหม่ น้องพนักงานที่บริษัทข้ามถนนไปซื้อของขนาดใส่หน้ากากแล้วนะครับ จามเป็นเลือด ไอเป็นเลือด เลือดออกจมูก"    ขณะที่จังหวัดเชียงราย - ค่าฝุ่น PM 2.5 วัดได้ 112 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร PM10 วัดได้ 139 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งถือว่ามีผลกระทบต่อสุขภาพ ล่าสุดค่าฝุ่น PM 2.5 พุ่งถึง 220 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/Mn4b5e84IVQ

 1,433
สังคม-อาชญากรรม
09 ก.พ. 62

เตรียมรับมือ!! เตือน 10-13 ก.พ. อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศา

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าประจำวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลางและภาคตะวันออก สำหรับภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาว กับมีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาในบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือระวังอันตรายในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกหนาไว้ด้วย ส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่    อนึ่ง ในช่วงวันที่ 10-13 ก.พ. 62 บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้มีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะแรกกับมีลมกระโชกแรง หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ส่วนภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น และบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงและมีลมแรงไว้ด้วย    ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ลมตะวันตกปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาวในตอนเช้า ในขณะที่ลมตะวันออกเฉียงใต้ยังคงพัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออก ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังอ่อน ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่   พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 12:00 วันนี้ ถึง 12:00 วันพรุ่งนี้.   ภาคเหนือ มีหมอกในตอนเช้า และมีหมอกหนาในบางพื้นที่ โดยมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน  ทางตอนบนของภาคอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 12-15 องศาเซลเซียส  ทางตอนล่างของภาคอากาศเย็น อุณหภูมิต่ำสุด 17-19 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 32-39 องศาเซลเซียส  สำหรับบริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 4-14 องศาเซลเซียส  ลมตะวันตก ความเร็ว 10-15 กม./ชม.    ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง  ส่วนทางตอนบนของภาคมีอากาศเย็นในตอนเช้า  อุณหภูมิต่ำสุด 16-25 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 37-38 องศาเซลเซียส  สำหรับบริเวณยอดภูมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 11-14 องศาเซลเซียส  ลมตะวันตก ความเร็ว 10-20 กม./ชม.    ภาคกลาง มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน  โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง  อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 36-38 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.  ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่  ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด  อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 31-37 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร    ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่  ส่วนมากบริเวณจังหวัดสงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส  อุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร    ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่  ส่วนมากบริเวณจังหวัดตรัง และสตูล  อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร    กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน  อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส  ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.  ออกประกาศ : 9 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 11:00 น.

 10,330
ข่าวภูมิภาค
27 ธ.ค. 61

สภาพการจราจรขาขึ้นเหนือปริมาณรถเริ่มหนาแน่น

สภาพการจราจรขาขึ้นเหนือปริมาณรถเริ่มหนาแน่น ด้าน แขวงทางหลวงอ่างทองปิดจุดกลับรถในจุดเสี่ยงและตั้งจุดให้บริการประชาชนบนถนนสายเอเชียช่วงเทศกาลเที่ยวปีใหม่   วันที่ 27 ธ.ค.61 เมื่อเวลา 15.00 น. สภาพการจราจรบนถนนสายเอเชีย ตั้งแต่เขตรอยต่อ อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา ถึงเขต อ.เมือง จ.อ่างทอง พบว่ามีประชาชนเริ่มทยอยเดินทางสู่ภาคเหนือ เพื่อกลับภูมิลำเนา   โดยพบว่ามีรถยนต์เริ่มเพิ่มปริมาณบนผิวทางการจราจร ซึ่งใช้ความเร็วโดยเฉลี่ยได้ประมาณ 80-90 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง และมีปริมาณรถสะสมบริเวณทางแยกเข้า จ.อ่างทอง แต่ยังสามารถเดินรถได้คล่องตัว และรถยนต์มีการชะลอตัวบริเวณทางขึ้นสะพาน    ทางแขวงทางหลวงอ่างทองปิดจุดกลับรถในจุดเสี่ยงต่าง ๆ และตั้งจุดให้บริการประชาชนบนถนนสายเอเชีย คาดว่าช่วงเย็นนี้ปริมาณรถอาจเพิ่มสูงขึ้นเป็นจำนวนมาก เนื่องจากวันนี้ประชาชนบางส่วนที่ทำงานโรงงานอุตสาหกรรมเริ่มหยุดงานกันบ้างแล้ว และบางส่วนรีบทยอยกันเดินทางกลับสู่ภูมิลำเนา เพื่อหลีกเลี่ยงรถติดยาวในวันที่ 29 – 30 ธันวาคม 2561 นี้    โดยทางหน่วยงานราชการได้เร่งทำการประชาสัมพันธ์ถึงมาตรการต่างๆ และให้ประชาชนที่ใช้เส้นทางขึ้นภาคเหนือ ใช้เส้นทางเลี่ยงตามป้ายบอกทางต่างๆ เพื่อเป็นการลดปริมาณของรถยนต์ และเพิ่มความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนในช่วงเทศกาลวันขึ้นปีใหม่    

 1,331

Top