ค้นหา :

ผลการค้นหา "ดราม่า"

บันเทิง
20 ม.ค. 61

ดราม่าระอุ! 'ตั๊กแตน' โพสต์สุดช้ำถูกสามีนอกใจ 'เพชร' โต้ทันควัน อ้างสาวในแช็ตแค่เพื่อน

ช็อกวงการลูกทุ่ง! นักร้องลูกทุ่งสาวคนดัง ตั๊กแตน ชลดา โพสต์สุดช้ำถูกสามี เพชร สหรัตน์ นอกใจ พร้อมแฉแช็ตที่สามีคุยกับกิ๊กสาวด้วยถ้อยคำสองแง่สองง่าม ก่อนที่ในเวลาต่อมาเจ้าตัวจะได้ลบโพสต์ดังกล่าวทิ้ง โดยบอกว่าทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ ขณะที่ความเคลื่อนไหวของตั๊กแตนทางผู้จัดการส่วนตัวเปิดเผยว่าเจ้าตัวยังไม่พร้อมจะให้ข่าว ยังคงขังตัวเองในห้องนอนและร้องไห้     ข้อความที่สาวตั๊กแตนโพสต์ระบุว่า “ฉันมีค่ามากพอค่ะ ถ้าจะต้องมาตบตีกับเมียน้อยเพื่อแย่งผู้ชายคนนึง ฉันไม่ทำค่ะ ฉั น มี ค่ า ม า ก พ อ #สามีให้ของขวัญครบรอบ 2 ปีได้เจ็บปวดที่สุด #ฉันยกให้คุณค่ะคุณแจมมี่….”       ขณะที่ เพชร สหรัตน์ ได้โพสต์ข้อความตอบโต้ภรรยาทันที โดยปฏิเสธว่าไม่ได้นอกใจอย่างที่ถูกกล่าวหา ส่วนหญิงสาวในแช็ตก็เป็นแค่เพื่อนในกลุ่มเท่านี้น และตนมีนิสัยกวนๆ จึงพูดจาแบบที่เห็นในแช็ต                  ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/XafjJx1qI-Q

 64,827
แชร์ออฟเดอะเดย์
13 ม.ค. 61

ฟังความ 2 ฝ่าย! ดราม่า นศ.สาวปะทะคารมวินจยย.รับจ้าง เหตุเรียกแกร็บไบค์มารับ

จากกรณีนักศึกษาสาวโพสต์คลิปวีดีโอบนเฟซบุ๊ก ขณะมีปากเสียงกับวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างหญิง หลังตนเองเรียกใช้บริการรถแกร็บไบค์ ให้มารับไปส่งที่มหาวิทยาลัย เนื่องจากวินมอเตอร์ไซค์หน้าหอพักมาคนต่อคิวเป็นจำนวนมาก โดยแกร็บไบค์ มีราคาโปรโมชั่น คิดค่าโดยสารเพียง 8 บาท ส่วน วินมอเตอร์ไซค์ คิดค่าโดยสาร 40 บาท แต่ปรากฎว่าเมื่อแกร็บไบค์มารับ วินมอเตอร์ไซค์หญิงในคลิป ก็ไม่พอใจ มาขวางทาง และพยายามจะถ่ายป้ายทะเบียนรถแกร็บไบค์ จนกระทั่งมีปากเสียงกันตามที่ปรากฎในคลิป   โดยหญิงที่เป็นวินมอเตอร์ไซค์บอกว่าไม่ให้มารับผู้โดยสารในเขตที่ตนรับผิดชอบ หากจะรับ ต้องออกไปห่างจากวินของตน 500 เมตร    ล่าสุดทีมข่าวเดินทางไปพูดคุยกับผู้โพสต์คลิปดังกล่าว เปิดเผยว่า เมื่อช่วง 08.00 น. ของเมื่อวานนี้ (12 ม.ค.) ตนต้องรีบไปเรียน แต่เห็นว่าวินมอเตอร์ไซค์หน้าปากซอย มีคนรอต่อคิวเป็นจำนวนมาก ด้วยความรีบ จึงตัดสินใจเรียกใช้บริการมอเตอร์ไซค์ของ Grabbike ซึ่งก็คิดค่าบริการ เพียง 8 บาท เพราะมีโปรโมชั่น   โดยก่อนหน้านี้ ตนเคยเรียกรถ Grabbike มารับอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งก็จะมีปัญหากระทบกระทั่งกับวินมอเตอร์ไซค์หญิงคนนี้อยู่ตลอด แต่ไม่เคยถึงขั้นถ่ายคลิป ครั้งนี้ยอมรับว่าไม่พอใจมาก เพราะตนกำลังรีบ แต่อีกฝ่ายเอารถมาจอดขวางไม่ยอมให้ไป พยายามจะถ่ายรูปป้ายทะเบียน และใบหน้าของคนขี่ Grabbike    จึงตัดสินใจเอามือถือขึ้นมาอัดคลิป   โดยส่วนตัวตนมองว่า ในฐานะผู้บริโภค ก็ควรมีสิทธิ์ที่จะเลือกใช้บริการในสิ่งที่เห็นว่าคุ้มค่าที่สุด หากจะแย้งว่า รถของ Grabbike ผิดกฎหมาย ไม่ได้รับอนุญาตให้มาวิ่งรับผู้โดยสาร ก็เป็นเรื่องของหน่วยงานที่จะบังคับใช้กฎหมาย ไม่ได้เกี่ยวกับผู้ใช้บริการอย่างตน   ด้าน นางสาวบี วัย 20 ปี เพื่อนของนางสาวเอ ซึ่งพักอาศัยอยู่ใกล้เคียงกัน ก็เล่ากับผู้สื่อข่าวว่า ตนเคยมีปัญหากับวินมอเตอร์ไซค์หญิงรายนี้ จากการเรียกใช้ Grabbike เช่นกัน ตอนนั้นวินบอกว่า หากจะใช้ Grabbike ต้องเดินออกไปให้พ้นเขตรับผิดชอบของวิน 500 เมตร จึงจะขึ้นรถ Grabbike ได้  ตนไม่พอใจ จึงนำเรื่องไปโพสต์ใน facebook ต่อมาวินมอเตอร์ไซค์หญิงคู่กรณีมาเห็นเข้า จึงทักมาทางข้อความ facebook บอกให้ตนไปคุยกันที่วิน แต่ปรึกษากับผู้ปกครองแล้วเห็นว่าไม่ปลอดภัย จึงไม่ได้ตอบข้อความ และไม่ได้สนใจอะไรอีก               นางสาวบียังบอกอีกว่า จากเหตุการณ์นั้น ทำให้วินมอเตอร์ไซค์พูดกับตนว่า ต่อไปหากตนมาใช้บริการที่วิน ทางวินเองก็มีสิทธิ์ที่จะไม่ไปส่ง เพราะถือว่าตนเลือกใช้ Grabbike แล้ว ก็ไม่ต้องมานั่งวินอีก   จากนั้นผู้สื่อข่าวยังเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ในซอยงามวงศ์วาน 54 แยก 5 ได้พูดคุยกับ นางปาริชาติ ตันวรัตน์ วัย 45 ปี หัวหน้าวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างตรงจุดดังกล่าว และเป็นคนที่ปรากฎอยู่ในคลิป เจ้าตัวเปิดเผยว่า  นักศึกษาคนที่โพสต์คลิป มักจะเรียกใช้รถ Grabbike อยู่บ่อยๆ ซึ่งตนก็เคยเข้าไปพูดคุยขอร้องดีๆหลายครั้ง ว่าขอให้ใช้บริการวินที่อยู่หน้าปากซอย เนื่องจากวินของตนทำถูกกฎหมายขนส่ง ส่วน Grabbike เป็นรถที่ผิดกฎหมาย แต่อีกฝ่ายก็ไม่เคยฟัง จนครั้งล่าสุดมีปัญหากระทบกระทั่งกัน จนมีการนำคลิปไปโพสต์ในโลกออนไลน์   นางปาริชาติบอกว่า ตอนนี้ วินมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่ทำถูกกฎหมาย ถูกเอาเปรียบจากรถรับจ้างที่ไม่ได้รับอนุญาตหลากหลายยี่ห้อ ซึ่งรถเหล่านี้มีการตัดราคากันจนเกินเหตุ ทั้งๆที่พวกตนก็กำหนดราคาตามมาตรฐานที่ขนส่งกำหนดทุกอย่าง แต่มาเจอราคา 8 บาท ต่อราคาจริง 40 บาท ตนมองว่าเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้   ทุกวันนี้ วินมอเตอร์ไซค์ไม่ได้สู้กับรถรับจ้างเหล่านี้โดยตรง เพราะเวลาที่จะถ่ายรูปไปแจ้งกับ ขนส่งฯ ให้เอาผิด ก็จะต้องเจอกับผู้โดยสารที่ไม่พอใจ ถ่ายคลิปไปประจานในโลกออนไลน์ จนพวกตนเสียชื่อเสียง ทั้งๆที่พวกตนทำตามกติกาทุกอย่าง อย่างฝากไปถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบ ว่าจะมาช่วยเหลือพวกตนอย่างไร   โดยล่าสุด หลังจากเกิดกรณีพิพาทดังกล่าว กรมการขนส่งทางบก ได้ทำการติดต่อคู่กรณีทั้งสองฝ่าย รวมทั้งรถ Grabbike ในเหตุการณ์ มาสอบสวนข้อเท็จจริง และเตรียมดำเนินการตามกฎหมายต่อไป                    ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/8KdeI3Ysls0

 58,715
บันเทิง
06 ม.ค. 61

สยบดราม่า! 'แม่แก้ว' แจงยิบทริปญี่ปุ่นไร้เงา 'ญาญ่า' เหตุแม่นางเอกสาวไม่สบาย

แม่แก้ว คุณแม่ของพระเอกหนุ่ม “ณเดชน์ คูกิมิยะ” แจงทริปชมหิมะที่ประเทศญี่ปุ่น ไร้เงานางเอกสาวคู่จิ้น “ญาญ่า อุรัสยา” เหตุคุณแม่ปลาของญาญ่าป่วยไม่สามารถเดินทางได้ ทำให้ต้องยกเลิกการเดินทาง รับทุกคนเสียดายมาก      “ขอแจ้งบอกกันเรื่องครอบครัวญาญ่าไม่ได้ร่วมเดินทางในครั้งนี้เนื่องจาก แม่ปลาไม่สามารถเดินทางได้จึงยกเลิกเลื่อนตั๋วเดินทางไว้ แต่บ้านที่เช่าไว้จ่ายเงินไว้หมดแล้ว ไม่สามารถคืนเงินได้ ราคาก็สูงพอสมควร จำเป็นต้องไปตามที่เวลากำหนด ทั้งบ้านทั้งรถที่จ่ายไว้หมดแล้ว ทุกคนก็เลือกในสิ่งที่เห็นว่าเหมาะสมแล้วในโอกาสที่ได้รับอย่างมีความสุข และทุกคนก็ย่อมเสียเวลาไม่แพ้กัน เพราะเตรียมการมานานเหลือเกิน   และขอน้อมอัญเชิญคุณพระรัตนตรัยคุ้มครองแม่ปลาให้หายในเร็ววัน ได้โปรดอภิบาลประทานด้วยเทอญ กราบสาธุ”   “เหตุผลจริงตามนี้ ครับ จะได้ไม่ทำให้บางท่านเกิดเคืองขุ่นให้มีอารมณ์เสื่อม ผ่านมาทางIG นี้ หวังอย่างยิ่งว่า คงเบาสบายผ่อนคลายลง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆ ทุกคนย่อมมีเป้าหมายให้สำเร็จได้ในทุกๆโอกาสที่ปรารถนา...แต่ธรรมชาติก็สอนไว้ ในทุกๆโอกาสนั้นย่อมมีอุปสรรคเสมอ...แต่หากเรามองข้ามในสิ่งที่เกิดขึ้นไป หันมาแก้ไขให้ทันเหตุการณ์แล้ว...ความสำเร็จในวันข้างหน้าก็จะรอเราอยู่เสมอ และสิ่งที่เราจะทำได้ดีที่สุด ก็คือความเข้าใจและให้กำลังใจที่ดีต่อกันเสมอ รอวันข้างหน้าทีจะมาถึง...คงได้รับความสุขกันในครั้งต่อไป ได้นะครับ #nadech #nadechactivity”                     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/QM3ICigTCsI

 19,900
แชร์ออฟเดอะเดย์
23 ธ.ค. 60

คดีพลิก! 'วัน อยู่บำรุง' เดือดฉะคนแอบถ่ายแม่บ้านนั่งพื้น ขู่ฟ้องกลับคนด่า ด้านเจ้าตัวยันเจ้านายเลี้ยงดีมาก

ความคืบหน้าจากกรณีโลกออนไลน์แชร์ภาพของผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งที่ระบุข้อความว่า  “เฮ้ยยยย เมืองไทย คือเอาแม่บ้านมาเที่ยวด้วย มาช่วยถือถุงช็อปปิ้ง เลี้ยงน้อง พอเหนื่อยแวะกินข้าว และให้แม่บ้านนั่งกับพื้นอย่างนี้เนี้ยนะ ไม่โอเคป่ะว่ะ ให้เค้าร่วมโต๊ะด้วยไม่ได้เหรอจ๊ะ” โดยเป็นภาพขณะแม่บ้านวัยกลางคนกำลังนั่งกับพื้น โดยมีครอบครัวของนายจ้างนั่งรับประทานอาหารอยู่บนเก้าอี้      ล่าสุด นายวัน อยู่บำรุง ได้ออกมาไลฟ์สดผ่านทางเฟซบุ๊กชี้แจงถึงกรณีที่เกิดขึ้นอย่างดุเดือดว่า ภาพดังกล่าวเป็นภาพของครอบครัวตน ขณะที่กำลังขอเก้าอี้จากทางร้านอาหารในห้างสรรพสินค้า แต่ในขณะนั้นทางร้านแจ้งว่าเก้าอี้ไม่เพียงพอ  ทางครอบครัวตนจึงให้แม่บ้านคือ คุณสมัย ไปเดินเล่นรอ พร้อมทั้งสอบถามพนักงานว่าเมื่อไหร่จะมีเก้าอี้ แต่พนักงานยังหาให้ไม่ได้ ทางคุณสมัยจึงขอนั่งพื้นรอ เพราะต้องการอยู่ดูแลหลานของตน และไม่อยากไปเดินด้วยอาการปวดหลัง โดยหลังจากนั้น เมื่อยังไม่ได้เก้าอี้อีก ทางน้องสาวภรรยาก็ได้สั่งอาหารเป็นกุ้งมังกรมาให้กับแม่บ้านได้ทานด้วย ทำไมไม่ถ่ายตอนนั้นบ้าง ซึ่งหลังจากภาพถูกโพสต์ออกไปครอบครัวของตนถูกต่อว่าอย่างหนัก พร้อมขู่เตรียมจะฟ้องกลับคนที่กล่าวว่าครอบครัวทั้งหมด   ขณะที่แม่บ้านที่ปรากฏในภาพได้อัดคลิปวีดิโอชี้แจงยืนยันว่าเจ้านายเลี้ยงดูอย่างดี แต่ที่เห็นว่านั่งกับพื้นเพราะนั่งเก้าอี้ไม่เป็น    “สวัสดีค่ะ สมัยค่ะ เมื่อวานนะคะไปกับเจ้านายค่ะ เจ้านายให้กินอิ่มมาก ทีนี้สมัยเมื่อยขายืนรอเจ้านายอยู่ ก็นั่งรอเจ้านาย ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ อิ่ม สำราญกันอยู่ นั่งอยู่บนพื้นเพราะชอบนั่งบนพื้นอยู่แล้ว นั่งเก้าอี้ไม่เป็นค่ะ”                  ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/uw8ruwmCQ6w

 86,197
สังคม-อาชญากรรม
10 ธ.ค. 60

ใกล้ปิดฉาก! ดราม่าหนุ่มร้องถูกฉกหวยที่บุรีรัมย์ ตร.จ่อเผยผลตรวจดีเอ็นเออย่างเป็นทางการ

ความคืบหน้าจากกรณี นายพันธุ์ศักดิ์ เสือชุมแสง อายุ 31 ปี ชาว จ.บุรีรัมย์ เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.นางรอง ว่าลอตเตอรี่หมายเลข 715431 งวดประจำวันที่ 16 ส.ค.2560 จำนวน 2 ใบ ซึ่งถูกรางวัลที่ 1 เป็นเงิน 12 ล้านบาทได้หายไป หลังไปซ่อนไว้ใต้เครื่องเสียงภายในบ้านพัก โดยถูกคนร้ายขโมยไปและนำไปขึ้นเงินรางวัลแล้ว พร้อมกล่าวหาว่าผู้ที่ขึ้นเงินรางวัลเป็นสามีภรรยาชาวร้อยเอ็ด ขณะที่ นายวิทยาและนางขวัญศิริ ธนทรัพย์สิน สองสามีภรรยาที่ถูกกล่าวหาได้ออกมายืนยันว่าซื้อลอตเตอรี่มา 3 ใบและถูกรางวัลที่ 18 ล้านบาท ไม่ใช่ 12 ล้านบาท ส่วนพ่อค้าหวยเผยขายลอตเตอรี่ให้ทั้ง 2 ฝ่าย จึงนำมาสู่การสอบสวนว่าลอตเตอรี่ดังกล่าวเป็นของใครกันแน่ ตามที่ได้เสนอข่าวไปนั้น   ล่าสุดตำรวจ สภ.นางรอง เตรียมเปิดหลักฐานผลการตรวจดีเอ็นเอสลากฯ ที่ถูกรางวัลในวันอังคารนี้ (12 ธ.ค.) หลังมีผลอย่างไม่เป็นทางการออกมาแล้วว่าไม่มีดีเอ็นเอของนายพันธุ์ศักดิ์ ด้านนายวิทยาเผยว่าไม่รู้สึกตื่นเต้น เพราะเป็นสลากฯ ของตัวเองจริงๆ ส่วนจะฟ้องกลับหรือไม่จะพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง                   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/ray2K5xczhI

 9,948
แชร์ออฟเดอะเดย์
25 พ.ย. 60

ดราม่าดอกบัวตอง! ชาวบ้านขุนยวมโต้นักวิชาการ ยันไม่ใช่พืชสยองขวัญ อุทยานฯ แจงจำกัดพื้นที่

ความคืบหน้าจากกรณี ผศ.ดร.ศศิวิมล แสวงผล ผู้เชี่ยวชาญด้านพฤกษศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กกล่าวถึงทุ่งดอกบัวตองที่ปลูกบนดอยแม่อูคอ อ.ขุมยวม จ.แม่ฮ่องสอน ว่าเป็นพืชต่างถิ่นที่ทำลายระบบนิเวศน์ดั้งเดิมและยังสร้างสารที่เป็นพิษต่อพืชรอบข้าง จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์นั้น        ล่าสุดชาวอำเภอขุนยวมแสดงความไม่พอใจต่างพากันเขียนป้ายด้วยข้อความ “เรารักทุ่งดอกบัวตอง” “ทำร้ายเรายิ่งกว่าที่คุณคิด” “ดอกบัวตองไม่ได้ทำร้ายใคร” พร้อมเปิดเผยว่า  เมื่อ 20 ปีก่อน เดิมทีทุ่งบัวตองแห่งนี้เป็นไร่ฝิ่นของชาวม้ง ต่อมาทางรัฐบาลได้ทำการปราบปรามทำรายไร่ฝิ่นจนหมดสิ้น ชาวม้งเลิกปลูกฝิ่นหันมาปลูกพืชเศรษฐกิจ พื้นที่แห่งนี้ก็กลายเป็นทุ่งดอกบัวตองจนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว ชาวบ้านอาศัยอยู่มาหลายสิบปีแล้ว ไม่เห็นดอกบัวตองส่งผลกระทบต่อพืชเศรษฐกิจและพืชข้างเคียง ตามที่นักวิชาการออกมาโพสต์และขอยืนยันว่าไม่มีแน่นอน   ด้าน นายทรงธรรม สุขสว่าง ผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ทุ่งดอกบัวตองบนดอยแม่อูคอนั้น เดิมกรมป่าไม้ได้ประกาศเป็นวนอุทยานเมื่อปี 2542 โดยอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่สุรินทร์ ซึ่งการจัดการพื้นที่วนอุทยานนั้นจะมีความยืดหยุ่นมากกว่าเขตอุทยานแห่งชาติ ทั้งนี้ดอกบัวตองที่พบในพื้นที่ดอยแม่อูคอนั้นมีมาก่อนการประกาศเป็นวนอุทยานและมีการจำกัดพื้นที่ มีเป็นจำนวนมากในเขตจ.แม่ฮ่องสอนเท่านั้น และหากพื้นที่ดังกล่าวและบริเวณโดยรอบไม่ได้ประกาศเป็นวนอุทยานวันนี้ก็อาจถูกบุกรุกและเปลี่ยนสภาพเป็นเขาหัวโล้นไปแล้วก็ได้   สำหรับในเขตอุทยานฯ หรือหน่วยจัดการต้นน้ำบางแห่งในพื้นที่ภาคเหนือก็พบดอกบัวตองขึ้นมาก่อนการประกาศเขตป่าอนุรักษ์ แต่ไม่ได้ขึ้นเป็นบริเวณกว้าง ซึ่งดอกบัวตองเป็นพืชต่างถิ่นก็จริง แต่ยังไม่แพร่กระจายหรือส่งผลกระทบต่อป่าธรรมชาติ  และที่สำคัญไม่อนุญาตให้ปลูกในพื้นที่ป่าอนุรักษ์อยู่แล้ว หากพบต้องกำจัดทิ้ง ไม่เฉพาะเพียงชนิดพันธุ์ต่างถิ่นหรือเอเลี่ยนสปีชีส์จากต่างประเทศเท่านั้น หากไม่ใช่พืชพันธุ์ที่พบในพื้นที่ท้องถิ่นนั้นๆ เราก็ไม่ให้นำเข้ามาปลูกอยู่แล้ว   ซึ่งเรื่องชนิดพันธุ์ต่างถิ่น เป็นเรื่องของอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ มีมติครม.รองรับในการดำเนินการ และเป็นนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงทรัพยากรฯ ในการดูแลผลกระทบต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นอยู่แล้ว                    ขณะที่ นายเพชร มโนปวิตร รองหัวหน้าฝ่ายสิ่งแวดล้อม องค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ(ไอยูซีเอ็น) ระบุว่า เวลานี้ดอกบัวตองกลายเป็นพืชที่สร้างรายได้ให้แก่ชาวบ้านในท้องถิ่นไปแล้ว การจะไปบอกว่าต้องตัดทิ้งทำลายให้หมด ก็ดูเหมือนจะใจร้ายกับคนแม่ฮ่องสอนมากเกินไป แต่ครั้นจะปล่อยให้มีการขยายพันธุ์อย่างไร้ขอบเขตก็คงไม่ถูกนัก ในบางพื้นที่ที่เป็นเขตอนุรักษ์ก็คงต้องมีการควบคุมบ้าง เช่น ในเขตอุทยานฯ ตนไม่รู้ว่าในพื้นที่อุทยานฯ น้ำตกแม่สุรินทร์ จ.แม่ฮ่องสอนนั้น มีต้นบัวตองกระจายพันธุ์อยู่หรือไม่                                   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/bTpGgAjajuA    

 13,479
สังคม-อาชญากรรม
12 พ.ย. 60

ดราม่าโอนเงินผิดส่อพลิก! เสี่ยเต็นท์รถยันเป็นเงินมัดจำประมูลรถ ญาติแม่ค้าอ้างเสี่ยประมูลไม่ได้ต้องคืนเงิน

ความคืบหน้าจากกรณี น.ส.ณทชา อยู่ประพัต วัย 42 ปี แม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยว ร้องทุกข์โอนเงิน 2 แสนบาทผิดไปเข้าบัญชีเสี่ยเจ้าของเต็นท์รถสิบล้อ ย่านพระประแดง จ.สมุทรปราการ แต่กลับถูกปฏิเสธการคืนเงินนั้น   ล่าสุด นายมงคล บุญเกิด เสี่ยเต็นท์รถที่ถูกกล่าวหา ได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงซึ่งกลายเป็นหนังคนละม้วนว่า ตนรู้จักกับนายเล็กซึ่งเป็นญาติของแม่ค้าก๋วยเตี๋ยว ก่อนหน้านี้ได้ทำธุรกิจซื้อขายรถกัน โดยการซื้อขายครั้งนี้มีนายเล็ก, นายเรือง, นายเจน และนายยันต์ แต่ น.ส.ณทชา ที่เป็นแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยวนั้น ตนเองไม่รู้จัก ซึ่งจะต้องวางมัดจำรถสิบล้อจำนวน 22 คัน เป็นเงิน 2 แสนบาท ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการโอนผิด แต่เป็นเงินมัดจำ ซึ่งจะต้องจ่ายเพิ่งอีกรวมเป็นเงิน 7 ล้าน แต่หลังจากที่มีการโอนเงินมาปรากฏว่าติดต่อไม่ได้ บ่ายเบี่ยงว่าหาเงินไม่ทัน ตนไม่สามารถคืนเพราะถือเป็นเงินค่าเสียหาย    ด้าน นายเล็ก อรรคมุต อายุ 45 ปี ชาวจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ออกเปิดเผยว่า ตนได้ขอยืมเงินจาก น.ส.ณทชา จำนวน 200,000 บาทจริง แต่ก็คิดว่าเสี่ยน่าจะต้องโอนคืนให้เพราะเสี่ยบอกว่าประมูลรถ 22 คันไม่ได้ ก็ถือว่าสัญญาเป็นโมฆะไป    ขณะที่บริษัทประมูลรถยืนยันว่าประมูลรถได้จริง แต่ไม่ได้มีการชำระเงิน         ชมผ่านยูทูปได้ที่ : ttps://youtu.be/CRAx5EIA4nA          

 49,116
แชร์ออฟเดอะเดย์
24 ก.ย. 60

จบดราม่า! 'อ.เฉลิมชัย' เขียนจม.เคลียร์เพจดัง หลังปล่อยคลิปขู่กระทืบเด็ก ดีใจยกเลิกรับน้องแบบเก่าแล้ว

เพจเฟซบุ๊ก ANTI SOTUS โพสต์คลิป อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ มาพูดเนื่องในวันไหว้ครู โดยช่วงหนึ่งได้กล่าวถึงประเด็นรับน้องที่กำลังเป็นกระแสดราม่ารับน้องของคณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร โดยยอมรับว่าอยากให้ยกเลิกระบบการซ่อมน้อง เพราะโลกเปลี่ยนไปแล้ว แต่เมื่อเกิดปัญหาคือต้องอดทน เก็บเรื่องไว้คุยกันภายในแทนที่จะออกสื่อแล้วเป็นเรื่อง ทำให้สังคมมองไม่ดี ขณะที่ในช่วงท้ายคลิป ได้พูดถึงนักศึกษาที่ไปออกสื่อแฉเรื่องการรับน้องว่าทำให้คณะเสียหาย “กูเพิ่งดูเมื่อคืน เดี๋ยวกูจะไปแอบกระทืบมึง ไปซ่อมมึงส่วนตัว เดี๋ยวจะขอเวลานอกส่วนตัวกับมึง”    ภายหลังคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป กลุ่ม Black Circle ประกอบด้วยนักเขียน นักวิชาการ และศิลปิน ได้ออกแถลงการณ์ตำหนิการกระทำของ อ.เฉลิมชัย ในครั้งนี้ ระบุว่า "จากกรณีกิจกรรมรับน้อง คณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งมีนักศึกษาจำนวน 5 คน ออกมาเปิดเผยถึงลักษณะของกิจกรรมอันไม่เหมาะสมผ่านสื่อบางสำนักและต่อมานักศึกษากลุ่มดังกล่าวถูกคุกคามด้วยการกลั่นแกล้งและล้อเลียนต่างๆนานาเพื่อให้ได้รับความอับอายนั้น นับเป็นการกระทำที่ลดทอนความเป็นมนุษย์และปิดกั้นการเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น อันถือเป็นลักษณะอำนาจนิยมในมหาวิทยาลัย ซึ่งทั้งที่จริงแล้วควรจะเป็นพื้นที่เปิดเสรีทางความคิดเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ ยิ่งในมหาวิทยาลัยที่อ้างความโดดเด่นด้านการสร้างสรรค์ศิลปะ ยิ่งควรจะมีจินตนาการนึกถึงความเป็นไปได้ของกิจกรรมที่จะเสริมสร้างการอยู่ร่วมกันได้อย่างหลากหลาย แทนที่จะอ้างประเพณีโดยไม่คำนึงถึงความเปลี่ยนแปลงทางสังคม ยิ่งไปกว่านั้น นายเฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ซึ่งเป็นศิษย์เก่าของคณะจิตรกรรมฯ ยังให้โอวาทนักศึกษาใหม่ด้วยคำพูดที่มีลักษณะก่อให้เกิดความเกลียดชัง (hate speech) โดยที่ตัวศิลปินผู้สร้างวัดร่องขุ่นมิได้สำนึกว่า “วจีกรรม” ย่อมส่อถึง “มโนกรรม” อันอาจจะนำไปสู่ “กายกรรม” หรือการกระทำได้ ทางกลุ่ม Black Circle ซึ่งเป็นกลุ่มนักเขียน ศิลปิน และนักวิชาการ จึงขอให้หน่วยงานต้นสังกัดที่มีการจัดกิจกรรมรับน้องดังกล่าวออกมาดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งของให้เฉลิมชัยออกมาชี้แจงต่อคำพูดอันอาจก่อให้เกิดความเกลียดชังดังกล่าวของตน รวมทั้งขอให้กำลังใจนักศึกษาคณะจิตรกรรมฯที่มีความกล้าหาญทางจริยธรรมในการออกมาเปิดเผยถึงกิจกรรมที่ไม่เคารพความเท่าเทียมกันของมนุษย์"   ขณะที่ในเวลาต่อมาเฟซบุ๊ก เฮียอ้วน สยามโคเวิลอาร์ต ได้โพสต์คลิประบายของ อ.เฉลิมชัย ปฏิเสธไม่ได้จะกระทืบเด็กจริงๆ แค่เป็นการพูดเล่นสนุกๆ เท่านั้น ยันพูดสอนเด็กดีมากแต่เพจกลับตัดมาให้ตนดูแย่ ลั่นไม่ได้เป็นศิลปินแห่งชาติศิลปินแห่งชาติสาขามารยาทดีสุดยอด เป็นเพียงศิลปินบ้านนอก   ซึ่งภายหลังจาก อ.เฉลิมชัย อัดคลิประบาย ทางเพจ ANTI SOTUS ก็ได้โพสต์ข้อความตอบโต้อีกระบุว่า "คือต้องเรียนกับอาจารย์อย่างนี้นะครับ ทางเพจก็พอเข้าใจ(และคาดหวัง)อยู่บ้างว่า อาจารย์คงไม่ไปกระทืบน้องเขาจริงๆ แต่อาจารย์ครับ นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าที่อาจารย์พูดมาทั้งหมดจะไม่มีความหมายหรอกนะครับ และเอาเข้าจริง ไม่ทราบว่าอาจารย์ได้ดูคลิปตัวเองพูดหรือไม่ ตลอด 20 นาทีนั่น   1. อาจารย์พูดจริงๆว่า ไม่ควรที่จะต้องเอาเรื่อง ไม่ควรที่จะต้องโวยวาย ต้องก้มหน้าก้มตายอมรับสภาพ อดทน และ "จำยอม" อย่างที่อาจารย์ได้กล่าวไว้ . 2. อาจารย์กล่าวโทษผู้เปิดเผยสิ่งที่เกิดขึ้นภายในคณะว่าเป็นคนไร้สำนึก และมีการด่าทอหลายครั้งตลอด 20 นาที เสมือนกับว่า นักศึกษาเหล่านั้นเป็นผู้กระทำผิดไปเสีย . 3. ท่านได้ "ละเลย" ที่จะกล่าวถึงการกระทำผิด และความรับผิดชอบของผู้กระทำ และได้โยนภาระทั้งหมดให้ นศ ใหม่รับสภาพไปเท่านั้น ท่านไม่ได้ตระหนักเลยหรือว่า ผู้ที่ทำให้สถาบันเสื่อมเสียชื่อเสียงนั้น คือกลุ่มนักศึกษาที่ทำกิจกรรมดังกล่าว และตัวรูปแบบกิจกรรมที่ทำกัน หากท่านไม่ได้อาร์ตตัวพ่อเกินไป ท่านก็น่าจะเข้าใจได้ว่า ประเด็นนี้ ใครละเมิด ใครเป็นเหยื่อ ใครละเมิด ใครเรียกร้องความเป็นธรรม ใครต้องการกระทำ และใครที่ต้องการที่จะเปลี่ยนแปลง และการกระทำของท่าน จะเป็นการสนับสนุนการซุกปัญหาไว้ใต้พรมแทนที่จะแก้ไขปัญหาท่านกำลังจะสนับสนุนการละเมิดก่อนแล้วเคลียร์ทีหลัง แทนการป้องกันการละเมิดหรือไม่ . 4. ท่านได้ละเลยความเป็นจริง ที่เป็นความด้อยประสิทธิภาพในการเปลี่ยนแปลงภายใน เอาง่ายๆ ท่านเองก็ "ไม่ชอบ" การซ่อมพวกนี้ แล้วคิดดูสิครับ ตั้งแต่วันนั้น จนถึงปัจจุบัน กี่ปีท่านเองก็จำไม่ได้ การเปลี่ยนแปลงยังแทบจะไม่ได้เกิดขึ้นเลย แถมจะยิ่งเหนียวแน่นขึ้นด้วยซ้ำ เอาตามตรงนะครับ ไม่ใช่แค่ศิลปากร แต่เป็นกันแทบทุกสถาบัน การเปลี่ยนแปลงจากการเรียกร้องภายในนั้นเป็นเรื่องที่แทบเป็นไปไม่ได้เลย ถึงเป็นไปได้ ก็มักจะเป็นการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และเราทำงานนี้มา 6-7 ปี เราเห็นครับ ว่าการเปลี่ยนแปลงมาจากสังคมภายนอก ไม่ใช่คนในเปลี่ยนกันเอง . 5. ท่านได้ละเลยความเสี่ยงในการที่ นศ ที่ไม่เห็นด้วยนั้น จะลุกขึ้นมาต่อต้านเรื่องการรับน้องแย่ๆในคณะ เขาต้องเผชิญกับความเสี่ยงอะไรบ้าง เอาง่ายๆ อาจารย์ที่เป็นผู้ช่วยคณบดีท่านหนึ่งยังออกมาให้ความเห็นเชิงปกป้องกิจกรรมดังกล่าวด้วยเลย ท่านคิดจะให้ นศ รุ่นลูกรุ่นหลานท่าน ตัวน้อยๆ ไม่ได้มีอำนาจอะไร ไปงัดกับระบบภายในแบบนั้นหรือครับ? . 6. ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมานั้น ที่กิจกรรมพรรค์นี้มันยังเป็นก้อนมะเร็งอยู่ได้ ท่านไปอยู่ที่ไหนมาครับ? มันถึงยังมีตัวตนมาถึงปัจจุบันได้ หากท่านจะอ้างการกระทำเพื่อส่วนรวม ท่านเองก็เป็นส่วนหนึ่งที่ต้องรับผิดชอบต่อแนวทางการรับน้องของคณะอันเป็นที่รักจนแตะต้องมิได้ของท่าน และนั่นเป็นข้อพิสูจน์ความ(แทบ)เป็นไปไม่ได้ที่จะเปลี่ยนแปลงจากภายใน ซึ่งแม้แต่ท่านเป็นศิลปินแห่งชาติ เป็นศิลปินผู้ใหญ่ที่มีชื่อเสียงและคนนับหน้าถือตายังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา . 7. หากท่านรักคณะของท่านอย่างที่ว่าจริงๆ ขอให้ท่านถอนคำพูดของท่านเสียเถอะครับ อย่าลากเอาคณะอันเป็นที่รักของท่าน วงการศิลปะอันเป็นที่รักของท่าน ลงมาเพื่อ "ปกป้องการกระทำผิด" อีกต่อไปเลย มีการกระทำผิดจริง ก็ต้องว่าไปตามผิด ต้องมีความโปร่งใส มิเช่นนั้นเขาอาจจะกล่าวหาว่าคนศิลปะเห็นผิดเป็นชอบ และซุกปัญหาไว้ใต้พรมได้ สุดท้าย เพจไม่ได้คาดหวังให้ท่านเปลี่ยนแปลงอะไรในตัวท่าน ท่านยังสามารถเป็นท่านได้เหมือนเดิม แต่อยากให้ท่านยอมรับเสียว่า สิ่งที่ท่านพูดนั้นก็มีส่วนผิด และเป็นสิ่งที่ท่านได้ทำไปในที่สาธารณะ ก่อให้เกิดความเชื่อผิดๆในหมู่นักศึกษา ขอให้ท่านนั้นได้ทำความเข้าใจ และออกมาแก้ไขความเชื่อผิดๆเหล่านั้น"   จากนั้น    ล่าสุด เพจ ANTI SOTUS ได้โพสต์จดหมายของ อ.เฉลิมชัย พร้อมระบุข้อความว่า "จดหมายของอาจารย์ที่ส่งมายังเพจนะครับ ขอบคุณที่เข้าใจในเพจเรา ซึ่งขอบคุณที่อาจารย์มีเวลาคิดทบทวนถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ที่ตัว อ. เองมองข้ามไป รวมถึงเห็นด้วยกับการยกเลิกกิจกรรม ทางเพจขอแสดงความนับถือ อ.เฉลิมชัยด้วยครับ และขออภัยที่กระทบกระทั่งไปบ้างแต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เราต้องการให้ตัวท่านเองมองปัญหาในมุมเดียวกัน และแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้องเพียงเท่านั้นครับ ด้วยความเคารพ"     สำหรับข้อความในจดหมายมีใจความระบุว่า    “เรียนแอดมินเพจ   ผมได้รับข้อความ ความคิดเห็นของกลุ่มคุณที่เขียนมาอธิบายทั้งหมด 7 ข้อ   ผมอ่านแล้วเข้าใจทุกเรื่องที่พวกคุณเห็นว่าผมผิดที่ไม่ด่าว่ารุ่นพี่ แถมยังส่อในการปกป้องกิจกรรมรับน้อง ผมเป็นคนที่ไม่ชอบและเคยบอกกล่าวกับคณบดีหลายท่านที่ผ่านมา แต่ก็ไม่เคยสำเร็จ   วันที่ผมไปพบน้องๆ ที่คณะ ผมเสียใจต่อเรื่องที่เกิดขึ้น ผมรู้สึกว่าคณะจิตกรรมฯ ที่ผมรักได้รับความเสียชื่อเสียงจากการกระทำของรุ่นพี่ และรู้สึกว่ารุ่นน้องรุ่นนี้เป็นผู้ทำลายชื่อเสียงของคณะ ผมจึงลืมเรื่องที่ผมก็อยากจะให้ยกเลิกการรับน้องไป ใจคิดเพียงอย่างเดียวที่จะว่ากล่าวตักเตือนน้องๆ ให้ระมัดระวังในการที่จะทำการใดๆ จงอย่าให้เสียชื่อเสียงของคณะฯ   หลังจากผมพูดจบแล้วได้มีเวลาคุยกับคณบดีคนใหม่และอาจารย์อีกหลายท่านขอให้ยกเลิกระบบการซ่อมน้องแบบเก่าๆ ที่สืบทอดกันมา เราสรุปกันวันนั้นว่าต้องยกเลิกแน่นอน และในที่สุดทางคณะและมหาวิทยาลัยได้มีมติสั่งให้ยกเลิกเรียบร้อยแล้ว   ผมต้องขอเรียนชี้แจงว่า โดยส่วนตัวผมแล้ว สัน***ผมเป็นคนพูดจาหยาบคายกับคนที่สนิทสนมเสมอ ผมคิดว่าน้องๆ ในคณะทุกคนเป็นลูกหลานรุ่นน้องที่ผมรัก จึงใช้วาจาแบบกันเอง จึงมีความว่า มึง กู ***** เพื่อรสชาติของความเป็นกันเอง   ผมเตือนน้องๆ สอนน้องๆ ให้ระมัดระวังและอดทนเพื่อคณะฯ เหมือนผมที่เคยอดทนและอีกหลายๆ รุ่นที่ต้องอดทน ผมขอบคุณที่ทางเพจได้ชี้แจงชัดเจนถึงความผิดของผมที่ไม่ด่ารุ่นพี่ที่กระทำต่อน้องๆ กลับไปสอนให้เขาอดทน   สุดท้าย ณ เวลานั้น ผมเห็นว่าเด็กกลุ่มที่ต่อต้านระบบรับน้องได้ทำความสำเร็จแล้ว   ผมดีใจที่ยกเลิกได้เพราะเด็กรุ่นนี้หากซุกพรมไว้เหมือนรุ่นผมและรุ่นต่อๆ มา ก็คงไม่สามารถล้มเลิกได้ ผมเข้าใจสิ่งที่พวกคุณต่อสู้กันมา ที่ผมไม่พอใจกลุ่มของคุณ เพราะคุณได้กล่าวหาว่าผมจะไปกระทืบเด็ก ผมพูดเล่นๆ สนุกๆ ผมไม่เคยคิดจะทำเช่นนั้น ผมรู้สึกว่าเพจของคุณกล่าวหาผมเกินเลย ทำให้สาธารณะมองผมเป็นคนชั่ว ทั้งๆ ที่ผมพูดโดยรวมด้วยความรัก ความเป็นห่วงพวกเขาและคณะฯ   หากคุณชี้แจง 7 ข้อนี้มาให้ผมได้อ่านและได้รับทราบถึงสิ่งที่พวกคุณคิดว่าผมผิดตามที่คุณบอก ผมขอยอมรับผิดที่ผมไม่ได้คิดไปไกลถึงการเปลี่ยนแปลงที่ผมเองก็อยากให้มันเป็น   ผมคิดถึงชื่อเสียงของคณะฯมากจนลืมคิดถึงน้องๆ ที่เรียกร้องเพื่อเปลี่ยนระบบเก่าๆ ที่ล้าหลัง และที่ผมเองก็ไม่ชอบด้วย ขอบคุณสำหรับข้อคิดที่คุณเขียนมา ทำให้ผมรู้สึกรับได้และเข้าใจมากกว่าที่คุณใส่ความว่าผมจะกระทืบน้อง   ความไม่พอใจเพราะคิดว่าเพจกลุ่มคุณและข่าวสดมีอคติที่ไม่ดีต่อผม กล่าวหาผมอย่างไม่มีข้อเท็จจริง เรื่องจะกระทืบเด็กรุ่นน้อง เป็นอันว่าผมเข้าใจพวกคุณที่ต่อว่าผมในฐานะผู้ใหญ่ที่ไม่ไปห้ามรุ่นพี่ หรืออกมาต่อสู้เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ผมยอมรับว่าผมลืมนึกไปถึง รู้สึกแต่เพียงเสียใจที่คณะที่ผมรักเสียชื่อเสียง   ต้องขอขอบคุณเพจของคุณและกลุ่มของคุณและน้องๆ ที่ลุกขึ้นต่อสู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น คำชี้แจงของพวกคุณทำให้ผมเข้าใจในอีกด้านที่ผมควรจะทำหน้าที่วันนั้นในการว่ากล่าวรุ่นพี่ผู้กระทำมากกว่าการสอนให้เด็กอดทนซุกไว้ใต้พรมต่อไป ผมเข้าใจทุกสิ่งที่คุณพูดมาทั้ง 7 ข้ออย่างไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ ชัดเจน มีเหตุมีผล   ถ้าคุณชี้แจงผมเช่นนี้ต่อสื่สาธารณะ ผมก็จะไม่ตอบโต้คุณด้วยคำหยาบคายถ่อยๆ ตามสัน***ผม ผมมีเหตุผลพอและยอมรับที่จะฟังความคิดเห็นที่ดีที่ถูกต้องของทุกฝ่ายครับ   ผมต้องขอโทษที่โต้ตอบอย่างดุเดือด รุนแรงตามสัน***เถื่อนๆ มันส์ๆ เร้าใจ ดิบๆ ตรงไปตรงมาด้วยครับ จึงขอแจ้งมาให้ทุกท่านได้รับทราบถึงความเข้าใจของผมที่มีต่อพวกท่าน   ด้วยความนับถือ เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์”             ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/3Vz82EswwYw

 9,815
บันเทิง
26 ส.ค. 60

ระอุ! 'แอน อลิชา' ป้องเพื่อนรัก 'เจนี่-วุ้นเส้น' ไม่ผิด ซัดแรงผู้ชาย "เลว"

แอน-อลิชา หิรัญพฤกษ์ เปิดใจถึงดราม่าของ 2 เพื่อนซี้แก๊งนางฟ้า เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ และ วุ้นเส้น-วิริฒิพา ที่แตกหักกันถึงประกาศตัดเพื่อนและอันฟอลโลว์ จากประเด็นความรักกับ ไฮโซกึ้ง-เฉลิมชัย โดยระบุว่า สำหรับเรื่องนี้ตัวเองไม่เลือกข้างใคร เพราะว่าทุกคนคือเพื่อน รักเหมือนเดิม ตนเชื่อว่าเวลาจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น ไม่โทษทั้งสองคน งานนี้ผู้หญิงไม่ผิด เพื่อนเราไม่ผิด งานนี้เราว่าผู้ชายไม่ดี      ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นตนรู้พร้อมเจนี่ ก็บอกให้เพื่อนตั้งสติดีๆ หลังจากนั้นก็โทรไปคุยกับวุ้นว่าเรื่องราวเป็นยังไง พอฟังเรื่องทั้งหมดแล้ว รู้สึกว่าเดี๋ยวก็คืนดีกัน วุ้นก็ไม่ผิด เจนี่ก็ไม่ผิด เพียงแต่ความรู้สึกของแต่ละคนไม่เหมือนกัน สุดท้ายให้ย้อนไปที่ต้นเหตุมันคืออะไร ตนเชื่อและให้รอดูว่ามันจะต้องมีวันที่กลับมาเหมือนเดิม แค่รอเวลา ให้เรื่องทุกอย่างมันนิ่งสงบ ตอนนี้ทุกอย่างเคลียร์ร้องไห้กันวันเว้นวัน คนที่รับฟังก็ลำบากใจ และไม่พยายามกระพือให้มันแรง               ชมผ่านยูทูปได้ที่  :https://youtu.be/nNomPHZi5HY        

 17,457
บันเทิง
06 ส.ค. 60

'เบลล่า' ปัดออกความเห็นดราม่าภาพคู่ 'เวียร์' เคลียร์สถานะไม่ได้ปิดบัง แย้มจะเรียกแฟนต้องถึงขั้นแต่งงาน

นางเอกสาวหน้าหวาน เบลล่า ราณี แจงดราม่าแฟนคลับวิจารณ์ภาพถ่ายร่วมเฟรมคู่กับพระเอกหนุ่มข้ามช่อง เวียร์ ศุกลวัฒน์ ย้ำเคารพความคิดเห็นของทุกคน ไม่อยากจะออกความคิดเห็นตรงนี้เท่าไหร่ ตนดูที่ตัวเองดีกว่า ถ้าตัวเองทำถูกต้องตามกรอบ ตามกาลเทศะ ส่วนเรื่องสถานะสำหรับตัวเองถ้าจะเรียกว่าแฟน ต้องถึงขั้นแต่งงาน แย้มผ่านมา 5 ปีก็คุยกับเวียร์แค่คนเดียว ชี้คำจำกัดความไม่สำคัญเท่าการกระทำ ปลื้มกระแสละครเพลิงบุญแรงตั้งแต่ตอนแรก                     ชมผ่านยูทูปได้ที่  :https://youtu.be/XnnI90sY7a8 

 11,563
แชร์ออฟเดอะเดย์
05 ส.ค. 60

'หมอล็อต' เบรกดราม่าคนวอนนำ 'เจ้าแก้ว' กลับมาเลี้ยงที่วัด แจงซึมเพราะฤทธิ์ยาสลบ

ความคืบหน้าเหตุ เจ้าแก้ว หมีควายเพศเมียของสำนักสงฆ์สวนสมุนไพรหลวงปู่ละมัย ฐิตมโน ต.บ้านโตก อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ ทำร้ายชาวบ้านปางตาย และถูกย้ายไปดูแลต่อที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาค้อนั้น พบว่าล่าสุดทางสำนักสงฆ์และชาวบ้านมีความต้องการอยากได้เจ้าแก้วกลับคืนมา เพราะว่ามีความผูกพันกับเจ้าแก้วมาก เนื่องจากเลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็กๆ   พระธเนศ ติขะญาโณ ผู้ดูแลสำนักสงฆ์ฯ เปิดเผยว่า ทั้งพระและชาวบ้านต่างก็มีความผูกพันกับเจ้าแก้วมาตั้งแต่เล็กๆ พร้อมยืนยันว่าเจ้าแก้วไม่มีความดุร้าย จึงอยากให้เจ้าหน้าที่คืนหมีกลับสู่วัด เพราะเจ้าแก้วที่ถูกย้ายไปมีอาการซึมเศร้าอย่างเห็นได้ชัด และหากได้หมีควายแก้วกลับคืนจะเสริมกำแพงให้มีความสูงมากยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นอีก   น.สพ.ภัทรพล มณีอ่อน หรือ หมอล็อต นายสัตวแพทย์ประจำกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุืพืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) ได้ออกมาแสดงความคิดถึงกรณีดังกล่าวว่า การนำเจ้าแก้วออกจากพื้นที่ถือเป็นโชคดีของชาวบ้านและพระ ที่ไม่ต้องกังวลเรื่องอันตรายจากเจ้าแก้ว หลังจากที่ทำร้ายคนจนสาหัส ซึ่งนั่นหมายความว่า สภาพแวดล้อมเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมและความเครียดที่สะสมมาเป็นเวลานาน การทำร้ายคนเป็นตัวชี้วัดอย่างหนึ่งว่า สัญชาตญาณความเป็นสัตว์ป่ากำลังกลับคืนมา ได้กัด ได้ขย้ำ ได้คาวเลือดแล้ว ต่อไปก็ไม่แยกว่าใครเป็นใคร ส่วนทางสำนักสงฆ์เองก็ไม่ต้องกังวลเรื่องการจัดหาค่าอาหารอีกต่อไป ทั้งยังเป็นโชคดีของผู้ประสบเหตุที่ไม่ถึงกับเสียชีวิต หรือหากมีการใช้วิธีการแบบในต่างประเทศ คือยิงสัตว์เพื่อรักษาชีวิตคนในขณะเกิดเหตุ ชายคนนี้คงเป็นจำเลยสังคม และแก้วเองก็คงไม่พ้นข้อกล่าวหานี้เช่นเดียวกัน       โดยยังถือเป็นโชคดีของเจ้าแก้วที่ไม่ถูกใช้วิธีการเดียวกับในต่างประเทศ ทั้งยังจะได้กลับไปใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่ที่มีพวกพ้องชนิดเดียวกัน อาจจะพบรักกับหมีคายสักตัวแทนที่จะเป็นฝูงหมูป่าอย่างที่เคย ทั้งยังได้รักษาตาและฟันที่ผุหลายซี่ จากการกินอาหารที่ไม่เหมาะสม แต่หลังจากนี้จะได้รับการตรวจสุขภาพ เนื่องจากอยู่รวมกับหมูป่าที่เป็นสัตว์คนละชนิด เชื้อโรคเฉพาะตัวที่ติดต่อมาสู่หมีควาย ที่เริ่มมีอาการขนร่วง ขี้เรื้อน รวมไปถึงผู้ที่ดูแลและพระก็ควรจะตรวจสุขภาพเช่นกัน   ที่สำคัญเจ้าแก้วจะกลายเป็นหมีควายไอดอล ที่ทำให้วัดหรือสำนักสงฆ์หลายๆที่ตระหนักได้ว่าไม่ใช่ที่ที่สัตว์ป่าควรอยู่ สิ่งที่คาดไม่ถึงเกิดขึ้นได้เสมอ และที่สำคัญ “ผิดกฎหมาย” แต่ทั้งหมดนี้กลับเป็นโชคร้ายของเจ้าหน้าที่ที่เมื่อทำตามหน้าที่กลับถูกต่อว่า อย่างเช่นตอนนี้ที่มีภาพแก้วนั่งซึมในห้อง ก็คิดไปว่า แก้วเหงา อยากกลับวัด ทั้งๆ ที่ซึมเพราะฤทธิ์ยาสลบยังไม่หมด หมดฤทธิ์ยังไงก็กิน และในพื้นที่ที่แก้วอยู่นั้น คือห้องกักและตรวจโรคสักระยะหนึ่ง การจะเอาไปใว้รวมกันกับหมีตัวอื่นๆอาจนำโรคติดสู่กันได้ กระบวนการและความรอบคอบนั้นมีตามหลักวิชาการ ขอแค่ทุกคนเข้าใจการปฎิบัติของเจ้าหน้าที่ “เขาก็จะโชคดีด้วยเช่นกัน              ชมผ่านยูทูปได้ที่  :https://youtu.be/af6hedhaV4U          

 19,228
แชร์ออฟเดอะเดย์
30 ก.ค. 60

อุทยานฯ แจงปมดราม่าตัดหัวกระทิง ชี้ป้องกันมือมืดลอบขโมย เหตุมูลค่าสูง

ดราม่า! เพจดัง แหม่มโพธิ์ดำ โพสต์ภาพและข้อความจากเฟซบุ๊ก "ฮาลา บาลา" เล่าเหตุการณ์สุดสะเทือนใจ กรณีทีมอาสาตชด.เข้าช่วยเหลือกระทิงแก่ ตกหล่มโคลน แต่ไม่สามารถช่วยชีวิตไว้ได้ แต่ต่อมากลับมีเจ้าหน้าที่อุทยานมาตัดหัวกระทิงตัวดังกล่าวกลับไป ถึงแม้จะพยายามคัดค้านแต่ก็ไม่เป็นผล ทำให้ต้องฝังร่างกระทิงโดยไร้หัว โดยได้ระบุข้อความว่า   "#ทีมอาสาตชดบ่นน้อยใจ #เข้าช่วยเหลือกระทิงแก่สุดท้ายไม่รอด #พอจะฝังถูกเจ้าหน้าที่อุทยานมาตัดหัวไปประดับสำนักงาน #วอนถามสังคมแบบนี้ทำได้ด้วยหรือ R.I.P แม่มะลิ .... ......วันนี้เราทุกคนช่วยเหลือเต็มที่แล้ว แต่ด้วยเป็นกระทิงที่อายุมาก เปรียบกับคนก็คงจะ อายุ 70-80 ออกลูกออกหลาน กระทิงในฮาลา สืบต่อรุ่น คงจะหลายตัวแล้ว ผมเองเห็นแม่มะลิ มาหลายปี จนปีหลัง แม่มะลิ ตามฝูงไม่ทัน ก็โดนทิ้งจากฝูง เป็นห่วงเพราะผอมลงมาก ดูก็ไม่ค่อยมีแรง จนสุดท้ายก็มาพบติดหล่มโคลน เพราะจะลงไปกินน้ำ   ตั้งแต่เข้าวันนี้ เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกคนที่มาช่วยกันอย่างเต็มที่ แต่ในที่สุดก็ กระทิงก็ตายไปด้วยความสงบ เมื่อ เวลา 13.04 น. หลังจากกระทิงตาย ก็ได้มี จนท.อุทยาน ก็มาตัดหัวแม่มะลิกลับไป เพื่อ ประดับประดา สำนักงาน เราขอร้อง จนท.ก็ไม่เป็นผล ... ทุกคนที่มาช่วยกระทิง ตั้งแต่เช้า จะมีความรู้สึกในใจอย่างไร หลายเสียงบอกว่า อย่าตัดเลย ฝังมันทั้งหัวเถอะ ก็ไม่มีผล ผมเองมีความรู้สึกหดหู่ใจ ทำไมหนอ..? ทำไมเขาต้องตัดหัวกระทิงกลับไป ผมโง่ๆด้วย ใครทราบช่วยตอบผมทีครับ..   R.I.P. กระทิงแม่มะลิ ฮาลา...   (มีหลายคนแจ้งว่า เป็นการตัดศีรษะไปเพื่อกันมิจฉาชีพมาขุดเอาหัวกระทิงไปขายในตลาดมืด แต่ไงน่าจะอธิบายกลุ่มอาสา และคนที่ช่วยกัน เขาทุ่มเทกันแทบตาย เจอแบบนี้มันปวดหัวใจ ยังไงรอฟังคำเจ้าหน้าที่อีกทีจ้า)"     ล่าสุด นายสรรเสริญ เทพโอสถ เจ้าพนักงานป่าไม้อาวุโส หัวหน้าอุทยานแห่งชาติบางลาง ได้ชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ของอุทยานได้ปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยสาเหตุที่ต้องตัดหัวกระทิงเป็นเพราะต้องป้องกันโรคระบาดและป้องกันผู้ไม่หวังดีไม่ให้มาลักขโมยไปเนื่องจากหัวกระทิงมีมูลค่าสูง นอกจากนี้หัวกระทิงที่ถูกตัดมานั้นยังเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาอีกด้วย                 ชมผ่านยูทูปได้ที่  :https://youtu.be/IKQLlm3NJDM

 5,818
บันเทิง
22 ก.ค. 60

'เจ้านาย' ปลื้ม mv เพลงคนละชั้นทะลุ 24 ล้านวิว แจงดราม่าก็อป 'จัสติน บีเบอร์'

เจ้านาย-จินเจษฎ์ วรรธนะสิน ลูกชายคนโตของนักร้องดัง เจ เจตริน ออกงานฉายเดี่ยวแต่ยังถ่อมตัวว่าดังไม่เท่าพ่อเจ  สุดปลื้ม MV เพลง คนละชั้น ยอดวิวทะลุ 24 ล้านครั้ง แย้มเตรียมจัดงานแฟนมีตติ้งขอบคุณแฟนๆ ในเร็วๆ นี้ พร้อมแจงประเด็นดราม่าก็อปปี้ MV ของนักร้องดัง จัสติน บีเบอร์ รับมีจัสตินเป็นไอดอลจึงนำมาเป็นแรงบันดาลใจ                      ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/AHlgc-m2hcI

 2,915
บันเทิง
22 ก.ค. 60

'พิชญ์' ขอโทษ 'โฟร์' ดราม่า #ต่ำตมไม่หยุด ยันไม่ได้แซะ แค่แซวขำๆ

พิชญ์ กาไชย  เปิดใจดราม่า #ต่ำตมไม่หยุด หลังโพสต์ข้อความปริศนา “ก็ว่าไม่….เราก็เพอร์เฟกต์ในระดับนึงเด้อ #ต่ำตมไม่หยุด” ลงทวิตเตอร์ จนถูกโยงว่าแซะ โฟร์ ศกลรัตน์ อดีตแฟนสาว ที่ไปเล่าประประสบการณ์รักในอดีตที่ช่วงหนึ่งเจ้าตัวพูดว่า “เราก็เพอร์เฟ็กต์ในระดับนึง” จนกลายเป็นกระแสวิจารณ์ดุเดือดในโซเชียลมีเดีย   โดยหนุ่มพิชญ์ก็ยืนยันว่าไม่มีเจตนาแซะโฟร์แต่อย่างใด แค่ต้องการจะแซวขำๆ ส่วน#ต่ำตมไม่หยุด ก็ไม่ได้หมายถึงโฟร์ แต่เป็นคำที่พูดล้อเล่นในกลุ่มเพื่อนๆ และหากทำให้โฟร์รู้สึกไม่ดีก็ต้องขอโทษด้วย เพราะกับโฟร์เองก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน เมื่อ 2 เดือนก่อนก็ยังได้พูดคุยกันอยู่เลย                    ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/VPIcNM8zrJ0

 12,146
บันเทิง
10 ก.ค. 60

โซเชียลฯ ระอุ! 'พิชญ์-พลอย' โพสต์ข้อความปริศนา ติด#ต่ำตมไม่หยุด คนโยงแซะ 'โฟร์'

โซเชียลฯ ระอุ! ‘พิชญ์ กาไชย’ ทวีตข้อความปริศนาระบุว่า “ก็ว่าไม่…เราก็เพอเฟ็กต์ในระดับนึงเด้อออ” พร้อมติด # ต่ำตมไม่หยุด ก่อนที่แฟนสาว ‘พลอย หอวัง’ จะมาตอบโพสต์ว่า “perfect แค่ไหนถามใจเธอดู” ทำเอาชาวเน็ตโยงไปถึง ดาราสาว ‘โฟร์ ศกลรัตน์’ ที่เพิ่งจะออกมาเปิดใจผ่านรายการ Club Friday SHOW ถึงคนรักเก่าร่วมค่ายที่ได้เลิกรากันไป เพราะถูกนอกใจ โดยตอนหนึ่งสาวโฟร์ก็พูดถึงตัวเองว่า "เราก็เพอร์เฟ็กต์ระดับหนึ่งแล้ว"                   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/tJopdyCrCRU

 29,982

Top