ค้นหา :

ผลการค้นหา "ล่วงละเมิดทางเพศ"

ต่างประเทศ
18 ก.ค. 62

ฟิลิปปินส์ออกกม.ใหม่ ใครผิวปากแซวสาว-เพศที่ 3 โดนโทษหนัก ทั้งจำทั้งปรับ

ฟิลิปปินส์ออกกฎหมายผิวปากแซว ผู้หญิง หรือ LGBTQ มีความผิด โดยล่าสุด โรดรีโก ดูแตร์เต ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ลงนามในร่างกฎหมายลงโทษการผิวปาก การแซว และการกระทำอื่น ๆ ที่ถือเป็นการล่วงละเมิดทางเพศบนท้องถนนต่อผู้หญิง เลสเบียน เกย์ ไบเซ็กชวล และคนข้ามเพศ (LGBTQ)   โดยกฎหมายนี้กำหนดโทษสถานหนัก จะถูกลงโทษด้วยการจำคุก หรือปรับตั้งแต่ 100,000-500,000 เปโซ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 60,000-300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากเป็นชาวต่างชาติจะถูกส่งตัวกลับหลังรับโทษ และต้องเสียค่าปรับด้วย  

 960
ข่าวภูมิภาค
05 ก.ค. 62

จับชาย 41 เมาหื่น ปล้ำป้าวัย 57 อ้างหลงรักมานานแล้ว ถ้าออกจากคุกจะมาสู่ขอ

ฉะเชิงเทรา-ลูกชายแจ้งความว่า แม่วัย 57 ปี ถูกเพื่อนข้างห้องเป็นชายวัย 41 ปีทำร้ายร่างกายและพยายามข่มขืน โดยบุกเข้ามาในห้องด้วยอาการมึนเมา จากนั้นพยายามผลักให้นอนแล้วทำร้ายร่างกายโดยการทุบตีที่ร่างกายหลายครั้ง ก่อนจะใช้มีดขู่ไม่ให้ส่งเสียงร้อง   แต่จังหวะที่คนร้ายเผลอก็รีบวิ่งออกมาจากห้องเพื่อไปหาลูกชาย และไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน โดยวิ่งไปได้ประมาณ 100 เมตร คนร้ายตามมาทันก่อนจะกระชากและทุบตีบต่อยท้อง จากนั้นลากตนเข้าป่าข้างทางแล้วจับถอดเสื้อผ้าทั้งหมด ก่อนที่จะกระทำอนาจารโดยการลวนลามจับอวัยวะเพศ พยายามที่จะข่มขืนตนแต่ไม่สำเร็จ   โดยคนร้ายได้กอดแล้วนอนทับร่างอยู่แบบนั้นตั้งแต่ 12.00 น.จนถึง 18.00 น. ตนจึงออกอุบายว่าจะไปซื้อเหล้ามากินเป็นเพื่อนและจะยอมมีอะไรด้วย ทำให้คนร้ายยอมพาเดินออกมาจากป่าข้างทางแล้วเดินไปที่ร้านค้า ระหว่างนั้นผู้เสียหายก็รีบวิ่งหนีทันทีจนมาพบลูกชายแล้วให้ลูกชายพามาแจ้งความ   ต่อมาตำรวจนจับผู้ก่อเหตุได้ อยู่ในอาการมึนเมาอย่างหนัก ให้การไม่รู้เรื่องก่อนจะนำตัวมาขังเพื่อรอการสอบสวนและทำแผนประกอบคำรับสารภาพต่อไป   ทั้งนี้ จากการตรวจค้นภายในห้องพบ หนังสือและแผ่นภาพยนต์ลามกอนาจารจำนวนมาก จากนั้นคุมตัวไปยังจุดเกิดเหตุ และให้มาขอโทษผู้เสียหาย โดยสารภาพว่า ที่ทำลงไปเพราะความเมาและแอบหลังรักผู้เสียหายมานานแล้ว จะรีบออกมาจากคุกแล้วมาสู่ขอไปดูอยู่ด้วยกัน เพราะยังไงก็รักอยู่แล้ว   ซึ่งระหว่างนั้นปรากฎว่า ลูกชายของผู้เสียหายได้ปรี่เข้าชกหน้าคนร้าย ไป 1 ครั้ง ก่อนตำรวจจะเข้าห้ามไว้ทันแล้วนำตัวกลับไปสอบสวนแจ้งข้อหาส่งดำเนินคดีต่อไป          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/e4Ow68rx0eg

 19,519
ข่าวภูมิภาค
03 ก.ค. 62

เฒ่าตัณหากลับ ข่มขืนยายเพื่อนบ้านวัย 89 ลานหน้าบ้าน อ้างอยากลองเล่นๆสักครั้ง

ตรัง-เกิดเหตุชายอายุ 71 ปี บุกข่มขืนหญิงชรา อายุ 89 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านอยู่ติดกัน โดยเหตุเกิดบริเวณหน้าบ้านพักของผู้เสียหาย ในพื้นที่ อ.ปะเหลียน   ลูกสาวของผู้ก่อเหตุ อายุ 57 ปี อาชีพรับจ้างกรีดยางพารา ผู้เห็นเหตุการณ์ ให้การว่า บ้านที่เกิดเหตุอยู่ติดกับบ้านของตน และถัดออกไปเป็นบ้านของพ่อตน ขณะเกิดเหตุตนกำลังล้างหม้อและถ้วยชามอยู่ พอดีหันไปเห็นพ่อนุ่งผ้าขาวม้าเพียงผืนเดียวกำลังมีเพศสัมพันธ์อยู่กับผู้เสียหาย บนพื้นปูนหน้าบ้านที่เกิดเหตุ แต่ทันใดนั้น พ่อก็ลุกขึ้นแล้วรีบเดินออกมาหน้าบ้าน เปิดก๊อกพร้อมนำอวัยวะเพศของตัวเองล้างน้ำ ก่อนจะเดินผ่านบ้านของตนโดยมีอาการลุกลี้ลุกลน ตัวสั่น ก่อนจะเดินกลับบ้านไป   ระหว่างนั้นตนวิ่งไปดูผู้เสียหาย ซึ่งเป็นคนที่สนิทและเคารพกันมาก พบว่าอยู่ในอาการตื่นตกใจและร้องไห้ บริเวณผ้าถุงและอวัยวะเพศมีคราบน้ำสีขุ่น คล้ายอสุจิเปื้อนอยู่ทั่วบริเวณ จึงรีบพยุงนำไปล้างน้ำออก ก่อนที่ลูกสาวกลับมาบ้าน ตนจึงบอกว่าผู้เป็นพ่อเป็นคนลงมือข่มขืน ด้วยความโกรธแค้น   ตนและลูกสาวผู้เสียหายจึงเดินมาที่บ้านของผู้ก่อเหตุ โดยตะโกนถามว่าทำไมถึงทำอย่างนี้ แต่ถูกผู้ก่อเหตุตอบกลับมาว่า ไม่ได้เป็นคนทำ อย่ามาโกหกใส่ร้ายกัน ก่อนที่ทางญาติผู้เสียหายพร้อมด้วยตน รีบนำตัวผู้เสียหายมาโรงพยาบาลย่านตาขาว เพื่อให้แพทย์ตรวจร่างกายอย่างเร่งด่วน   ขณะที่ลูกสาวผู้เสียหายให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนออกไปนอกบ้าน โดยฝากให้เพื่อนบ้านอยู่ติดกันเป็นคนดูแลอยู่ห่างๆ โดยมีผู้เป็นแม่อยู่บ้านเพียงคนเดียว ก่อนที่จะกลับมาถึงพบว่าเกิดเหตุการณ์ขึ้นแล้ว ก่อนที่จะนำตัวไปโรงพยาบาลและนำตัวแม่มาแจ้งความร้องทุกข์   โดยผู้เป็นแม่เล่าว่า ผู้ก่อเหตุมาบอกว่า “ขอเอาสักครั้ง อยากลองเอาเล่นๆ ดูสักครั้ง” พร้อมใช้หมัดชกหน้าท้องไปจำนวนหลายครั้งอีกด้วย ซึ่งแม่เป็นคนอายุมากจะเอาแรงที่ไหนไปต่อสู้ขัดขืน   ส่วนตนรู้จักกับครอบครัวของผู้ก่อเหตุอย่างสนิทและรักใคร่กันเหมือนญาติพี่น้อง และอยู่ใกล้กันมาตั้งแต่เกิด นิสัยส่วนตัวของผู้ก่อเหตุเป็นคนที่มีพฤติกรรมแบบนี้อยู่แล้ว คนในพื้นที่หลายรายเคยถูกล่วงละเมิดมาแล้ว ทั้งโดนจับหน้าอก จับอวัยวะเพศ แต่ไม่มีใครติดใจเอาเรื่อง แต่ไม่เคยถึงขั้นมาข่มขืนขนาดนี้   แถมยังทำหน้าบ้านที่เป็นลานไม่มีอะไรปิดกั้น ใครเดินผ่านไปมาก็เห็น ตนรู้สึกเสียใจที่สุดในชีวิต ไม่คิดว่าคนที่เราไว้ใจกลับมาทำกันแบบนี้ หลังจากเกิดเหตุจนถึงขณะนี้ผู้ก่อเหตุ ก็ยังใช้ชีวิตอยู่ตามปกติที่บ้านเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตนเองจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด โดยไม่มีการยอมความใดๆ ทั้งสิ้น   อย่างไรก็ตาม ผลตรวจร่างกายจากแพทย์โรงพยาบาลย่านตาขาวในเบื้องต้นระบุว่า พบร่องรอยช่องคลอดฉีกขาด และพบน้ำสีขาวในช่องคลอด ก่อนจะตรวจว่ามีการติดเชื้อหรือไม่   ต่อมาบรรดาญาติของผู้เสียหายได้ช่วยกันใช้ไม้กวาดทำร้ายผู้ต้องหาจนแขนซ้ายหัก และได้รับบาดเจ็บที่ชายโครงด้านซ้ายไปก่อนหน้านี้ ก่อนที่จะถูกตำรวจแจ้งข้อหา ข่มขืนกระทำชำเรา และนำตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลปะเหลียน  เบื้องต้นนายหยาบได้รับสารภาพว่าได้ลงมือก่อเหตุจริง แต่จะดำเนนการแจ้งความดำเนินคดีกับบรรดาญาติๆของผู้เสียหายฐานทำร้ายร่างกาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/w_HKZxcAN5s

 4,617
ข่าวภูมิภาค
02 ก.ค. 62

ออกหมายจับแล้ว นายก อบต. อนาจาร ด.ญ.ในรถ เข้าค้นบ้านไม่เจอตัว คาด หลบหนีไปแล้ว

วันที่ 2 ก.ค. 62 พล.ต.ต.วิมล พิทักษ์บูรพา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพังงา เปิดเผยว่า จากกรณีที่เด็กหญิงบี (นามสมมุติ) อายุ 12 ปี เด็กนักเรียนชั้น ป.6 ถูก นายก อบต.ทุ่งมะพร้าว อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา พาไปทำอนาจารด้วยการกอดจูบลูบคลำในรถยนต์ส่วนตัวจนคลิปฉาวแชร์กันว่อนในสื่อสังคมออนไลน์    โดยเมื่อวานนี้ (1 ก.ค. 62) ทางทีมสหวิชาชีพได้รับตัวเด็กเข้าสู่กระบวนการสอบสวนที่ สภ.ท้ายเหมือง ซึ่งได้เสร็จสิ้นเมื่อช่วงดึกเมื่อคืนที่ผ่านมา และทางบ้านพักเด็กจังหวัดพังงาได้รับตัวเด็กเข้าไปดูแลแล้ว โดยพนักงานสอบสวนได้ยื่นขอออกหมายจับจากศาลจังหวัดพังงาทันที   ซึ่งทางศาลจังหวัดพังงาได้อนุมัติหมายจับ นายศุภศักดิ์ หรือ ศักดิ์ โภคบุตร ตั้งแต่ช่วงดึกเมื่อคืนที่ผ่านมาด้วยเหตุอันควรเชื่อว่าจะหลบหนีและจะเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ในฐานความผิด พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล กระทำการอนาจารเด็กอายุไม่เกิน13 ปี และกระทำการอนาจารเด็กอายุไม่เกิน15 ปี โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยเด็กนั้นอยู่ในภาวะไม่สามารถขัดขืนได้    ซึ่งเมื่อเช้าตรู่ที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่เข้าตรวจค้นจับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับที่บ้านในตำบลทุ่งมะพร้าวพบว่าไม่มีใครอยู่ที่บ้าน คาดว่ามีการผู้ต้องหาได้หลบหนีไปแล้ว    ส่วนคนในครอบครัวได้ย้ายไปอยู่ที่อื่นเช่นกัน ทางเจ้าหน้าที่ได้ส่งหมายจับพร้อมภาพถ่ายไปยัง สภ.ต่างๆเพื่อเร่งจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป ส่วนที่จะมีผู้เกี่ยวข้องในการกระทำผิดเพิ่มเติมนั้นถ้าสอบสวนพบ ก็จะดำเนินคดีอย่างเฉียบขาดเช่นกัน   ข่าวที่เกี่ยวข้อง เปิดคลิป นายก อบต.กอดจูบลูบคลำ ด.ญ.ในรถ อ้างช่วยรักษาอัมพฤกษ์ ให้เลือดสูบฉีด    

 3,576
สังคม-อาชญากรรม
02 ก.ค. 62

เปิดคลิป นายก อบต.กอดจูบลูบคลำ ด.ญ.ในรถ อ้างช่วยรักษาอัมพฤกษ์ ให้เลือดสูบฉีด

พังงา-มีการแชร์คลิปชายสูงอายุมีลักษณะผมบาง กำลังทำอนาจารเด็กผู้หญิงด้วยการกอดจูบลูบคลำอยู่ภายในรถ ซึ่งเด็กได้มีท่าทีขัดขืนแต่ก็ยังไม่ยอมหยุดการกระทำ จากการดูใบหน้าและท่าทางของผู้ชายสูงอายุพบว่าเป็นนายก อบต.แห่งหนึ่งในเขต อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา ทำให้มีการแชร์กันต่ออย่างเป็นวงกว้าง   เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้รีบลงพื้นที่ตรวจสอบ จนทราบว่าเด็กที่ถูกกระทำอนาจารชื่อ ดญ.บี (นามสมมติ) อายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ป.6 ซึ่งพ่อแม่แยกทางกันและได้อาศัยอยู่กับยาย ได้ถูกผู้สูงอายุคนนี้พาตัวไปกระทำอนาจารด้วยการกอดจูบลูบคลำ โดยอ้างกับเด็กว่าเป็นการรักษาอาการป่วยของตัวเขา ตามวิธีของหมอจีน ซึ่งได้แนะนำวิธีการรักษาอาการป่วย โรคเส้นเลือดหัวใจตีบ โดยให้กอดลูบคลำเด็กหญิงและวัยรุ่น   เมื่อเสร็จแล้วก็จะให้เงินเด็กไว้ใช้จ่าย เมื่อเจ้าหน้าที่ไปพบเด็กและจะนำเด็กไปคุ้มครองที่บ้านพักเด็ก แต่ยายไม่ยินยอมให้นำตัวไป ซึ่งพบว่าทางทีมงานของผู้ก่อเหตุได้รีบเคลียร์กับยายของเด็กพร้อมกับแจ้งให้คนที่ส่งคลิป ให้รีบทำการลบออกโซเชียลให้หมด   โดย ดญ.บี เปิดเผยว่า ผู้ก่อเหตุจะใช้รถเก๋งพาเด็กไปตามที่เปลี่ยวและไม่ค่อยมีคน เคยให้ไปพบที่ อบต. แล้วจะทำการกอดจูบ ลูบคลำ หอมแก้ม จับมือ จับหน้าอก เคยโดนถอดเสื้อผ้า แต่ไม่มีอะไรมากกว่านั้น เนื่องจากไม่ยินยอม   เมื่อไปปรึกษาพี่สาวที่เรียนอยู่ระดับ ปวช.1 ก็ทราบว่าพี่สาวก็เคยโดนผู้ชายคนนี้ทำแบบนี้กับเขามาก่อนเช่นกัน และบอกให้ไปปรึกษายาย และเหตุการณ์ล่าสุดได้ถ่ายคลิปขณะถูกอนาจารเก็บไว้ และได้ส่งให้เพื่อน เพราะต้องการคำปรึกษา ระบายความเครียด ไม่อยากโดนแบบนี้อีก แต่ก็ยังกลัวว่าถ้าไม่ทำ ก็จะไม่มีเงินใช้จ่าย ซึ่งเพื่อนได้ส่งคลิปต่อกันไปจนกระจายเป็นวงกว้าง   ด้านยายของเด็กบอกว่า ตนเองอาศัยอยู่กับหลานสาวตามลำพัง 3 คน มีฐานะแต่นายก อบต.คนนี้ได้เข้าช่วยเหลือ ให้เงินส่วนตัวเฉลี่ยเดือนละไม่ต่ำกว่า 6,000 บาท หลังทราบเรื่องได้สอบถามหลาน พบว่าเด็กได้ถ่ายคลิปดังกล่าวหลังจากถูก ลวนลาม โดยตนเองมองว่านายก อบต. ซึ่งเป็นอัมพฤกษ์ซีกด้านขวา ตั้งแต่ แขน ขา และเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ไม่น่าจะล่วงละเมิดทางเพศแก่หลานสาวได้   ขณะที่ตนเองให้คำแนะนำ นายก อบต.ให้หาหมอนวดแผนโบราณเพื่อบำบัดร่างกายอาการอัมพฤกษ์ทุเลาลง และมีหมอจีนที่ตนเองเคยพบแนะนำว่า ให้ผู้เป็นอัมพฤกษ์เกิดกิจกรรมให้เส้นเลือดสูบฉีด กระตุ้นรักษาอาการอัมพฤกษ์ให้ดีขึ้น จึงเป็นไปได้ว่าเหตุการณ์นี้ นายก อบต.อาจทำตามคำแนะนำของตนเอง ตอนนี้ตนเครียดและไม่อยากให้หลานคิดมาก หรือมีผลกระทบต่อจิตใจ จึงพร้อมที่จะจบโดยไม่มีการแจ้งดำเนินคดีความแต่อย่างใด   ด้าน นายก อบต.คนดังกล่าว ได้ชี้แจงทางโทรศัพท์ว่า ตนเองเจอหมอจีนโบราณ ให้คำแนะนำว่า การแก้โรคอัมพฤกษ์ ต้องหาเด็กสาวๆ มาลูบคลำเพื่อทำให้เส้นเลือดสูบฉีด เป็นการกระตุ้นเส้นเลือดให้หมุนเวียน ทำให้อาการดีขึ้น ตนจึงเข้าพูดคุยกับ ยายและเด็กทั้ง 2 คน เนื่องจากตนเองอุปการะยายและเด็กครอบครัวดังกล่าวอยู่ จึงกล้าที่จะเข้าปรึกษา จนได้รับคำตอบและคำยินยอมจากเด็กวัย 14 ที่เกิดเป็นคลิป   ขณะที่เด็กวัย 16 อายไม่กล้าที่จะทำตามเนื่องจากเข้าสู่วัยรุ่นอาจมีคำวิพากษ์วิจารณ์ในทางที่ไม่ดี แตกต่างจากเด็กวัย 14 ที่ยินยอมให้ตนลูบคลำ เพื่อบำบัดสุขภาพ ตนเองยอมรับว่าแม้จะได้ลูบคลำต่างๆ แต่ไม่มีการล่วงละเมิดทางเพศอย่างแน่นอน เนื่องจากตนเองเป็นอัมพฤกษ์มาร่วม 3 ปี ทำให้อวัยวะเพศไม่แข็งตัว   อย่างไรก็ตามมีรายงานว่า ล่าสุด นายก อบต.คนดังกล่าว ได้หลบหนีออกนอกพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อไปตั้งหลักที่จังหวัดชายแดนแถบภาคอีสานตอนบนและเตรียมตัวเดินทางออกนอกประเทศ และค่อยเดินทางกลับมาสู้คดีต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/BcOAJtLlaqo

 52,600
สังคม-อาชญากรรม
01 ก.ค. 62

เปิดแชท ครูหนุ่มตุ้งติ้ง ไลน์ชวนลูกศิษย์หนุ่มมีเพศสัมพันธ์-จับอวัยวะเพศ

ผู้ปกครองของเด็กนักเรียนโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งใน จ.เลย เข้าร้องสื่อ หลังถูกคุณครูชายลักษณะตุ้งติ้ง สอนวิชาคณิตศาสตร์ กระทำอนาจารโดยการลูบคลำหน้าอก จับอวัยวะเพศ และชวนไปมีเพศสัมพันธ์ด้วย จนนักเรียนทนรับพฤติกรรมไม่ไหว ไม่อยากไปเรียน   ผู้ปกครองของ นักเรียนชายอายุ 15 ปี เล่าให้นักข่าวฟังว่า ทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ เรื่องก็จะจบลงโดยการยอมความ ซึ่งเด็กรู้กันมาหลายปี ว่ามีพฤติกรรมแบบนี้ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ จนผู้ปกครองสุดทนรวมตัวกันร้องสื่อและยื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการ จ.เลย และเขตพื้นที่มัธยมศึกษา เขต 19 ให้ครูคนดังกล่าวนั้นออกจากโรงเรียน ส่วนลูกชายโดนกระทำมาตั้งแต่อยู่ ม.1 จนปัจจุบันอยู่ ม.4 แล้วก็ยังโดน   ซึ่งผู้ปกครองที่รวมตัวกันนี้ ได้บอกเอาไว้ว่า ถ้ายื่นหนังสือไปแล้วไม่มีความคืบหน้า จะแจ้งความดำเนินคดีถึงที่สุด   ด้านนักเรียนชายวัย 15 ปี ได้เปิดเผยพฤติกรรมที่คุณครูเคยทำกับตนเองว่า เคยโดนครูทำในห้องเรียน ตอนเรียนอยู่ ม.1 มาลูบคลำและจับอวัยวะเพศ   จนตอนนี้เรียนอยู่ ม.4 ก็ยังโดนเหมือนเดิม และกระซิบข้างหูว่าเราไปมีอะไรกันไหม ภายในห้องเรียน ต่อหน้าเพื่อนนักเรียนที่อยู่ในห้องเรียน และมีเพื่อนอีกหลายคนที่เรียนอยู่ในห้องเดียวกันโดนลักษณะเช่นเดียวกัน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/lKVVWnnKcsA

 7,303
สังคม-อาชญากรรม
29 มิ.ย. 62

แม่ตกใจลูกสาววัย 6 ขวบ มีแผลอักเสบที่อวัยวะเพศ เข้าแจ้งความคิดว่าลูกถูกล่วงละเมิด สุดท้ายผลตรวจอวัยวะเพศออก ปรากฎเด็กติดเชื้อรา

กรณีแม่ตกใจลูกสาวอายุ 6 ปี มาบอกแม่ว่ามีอาการเจ็บ และแสบ ที่อวัยวะเพศ พอแม่ดูถึงกับผงะเพราะว่าลูกมีแผล ถึงขั้นน้ำเหลืองไหลออกมา จึงส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลกบินทร์บุรี ส่วนพ่อสงสัยว่าถูกลวงละเมิดทางเพศหรือไม่?    โดยลูกสาวอายุ 6 ขวบเรียนอยู่ชั้นป.1 ขณะที่แม่อาบน้ำให้ ลูกสาวบอกว่าเจ็บและแสบที่อวัยวะเพศ เมื่อภรรยาก้มดูถึงกับตกใจ เมื่อพบว่าเป็นแผลมีน้ำเหลืองไหลเยิ้มจึงซื้อยามาทารักษา จึงไปที่โรงพยาบาล พ่อสงสัยว่าจะถูกล่วงละเมิดหรือไม่ จึงตัดสินใจไปแจ้งความไว้ที่ สภ.วังตะเคียน   ก่อนที่แพทย์จะบอกว่าที่อวัยวะเพศเหมือนมีลักษณะบางอย่างกระแทก เสียดสีอย่างแรง จนมีรอยแผล แต่เยื่อพรหมจรรย์ยังอยู่ ไม่แน่ชัดว่าถูกกระทำจากอะไร จนเป็นแผลอักเสบ   ขณะที่ผู้อำนวยการโรงเรียน บอกว่า ที่โรงเรียนได้เปิดสอนปกติ ไม่พบว่ามีเด็กถูกทำร้าย โรงเรียนมีครูเวรดูแลอย่างดี มีนักเรียน 81 คน มีครู 10 ดูแลอย่างทั่วถึง แต่ช่วงที่ผ่านมามีการจ้างผู้รับเหมามาก่อสร้างต่อเติม หลังเกิดเหตุมีคนงานชายคนหนึ่ง ไม่มาทำงานโดยบอกว่าหกล้มขณะทำงาน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนของตำรวจ   ล่าสุดทีมข่าวตรวจสอบไปที่ปราจีนบุรี ผลการตรวจปรากฎว่า อวัยวะเพศติดเชื้อรา หลังจากนี้แม่ไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อถอนแจ้งความ          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/FgofgaLultI

 28,762
ข่าวภูมิภาค
25 มิ.ย. 62

แม่ร้องปวีณาลูกสาววัย 6 ขวบ ถูกลุงหื่นข่มขืนในห้องเรียน ให้เงิน 20 ปิดปาก ซ้ำครูสั่งห้ามเด็กบอกพ่อแม่

ปทุมธานี-น.ส.ก้อย (นามสมมติ) อายุ 27 ปี ร้องทุกข์กับ มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ให้เข้าช่วยเหลือลูกสาว ด.ญ.บี อายุ 6 ขวบ ถูกล่วงละเมิดทางเพศในห้องเรียนของโรงเรียน เพื่อติดตามคดีให้ความเป็นธรรม   โดยแม่เล่าว่าขณะอาบน้ำให้ลูกสาว หลังรับกลับจากโรงเรียนแห่งหนึ่ง ใน อ.เมือง จ.นครปฐม ลูกเกิดร้องเจ็บที่อวัยวะเพศ ก็เห็นอวัยวะเพศบวมแดงเป็นรอยคราบเมือก เมื่อสอบถามลูกได้เล่าว่า มีลุงคนหนึ่งเข้าไปในห้องเรียนช่วงเช้าขณะที่จะไปเข้าแถวเคราพธงชาติ ลุงทำหนูในห้องเรียน ซึ่งมีห้องน้ำอยู่ในห้องเรียน และบริเวณข้างห้องน้ำจะมีตู้ล็อคเกอร์เก็บกระเป๋าของนักเรียนอยู่ในห้องเรียน และลุงได้ยื่นเงินให้ 20 บาท แต่เด็กไม่ได้เอา ขณะที่ครูประจำชั้นก็ทราบเรื่อง แต่ได้กำชับเด็กไม่ให้บอกพ่อแม่   หลังจากทราบเรื่อง แม่จึงได้พา ด.ญ.บี เข้าแจ้งความแล้ว พร้อมขอให้มูลนิธิปวีณาฯช่วยเหลือติดตามทางด้านคดี นำตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย   หลังรับเรื่องนางปวีณา หงสกุล ได้ประสาน พ.ต.อ.พีระเดช เจริญเดช ผกก.สภ.เมืองนครปฐม ทราบว่าได้ตรวจพบกล้องวงจรปิดและเห็นภาพชายสูงวัยอายุประมาณ 50 ปี จูงเด็กอีกคนหนึ่งเข้าไปที่ห้องน้ำ แต่ปรากฏห้องน้ำปิด จึงปล่อยเด็กคนนั้นไป ก่อนเข้าไปในห้องเรียนและลงมือกับ ด.ญ.บีแทน ขณะนี้กำลังออกหมายจับ พร้อมทั้งได้ส่งตัวเด็กหญิงไปตรวจร่างกายแล้ว และสอบสหวิชาชีพแล้ว ซึ่งจะมีการติดตามคดีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/YbGWhHzDWk4

 7,203
ข่าวภูมิภาค
24 มิ.ย. 62

ญาติพาด.ญ.วัย 14 แจ้งจับ ด.ช.วัย 13 ลวงข่มขืนในห้องน้ำวัด-โรงแรม เด็กวัดเผยฝ่ายหญิงกุเรื่อง ทั้งที่สมยอม ขี่จยย.มาหาเอง

จากกรณีผู้ปกครองพาเด็กหญิงอายุ 14 ปี เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจ สภ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี อ้างว่าถูกเด็กหญิงเอก(นามสมมติ) อายุ 13 ปี รุ่นน้องต่างโรงเรียน ล่อลวงพาไปเที่ยวบ้าน แต่กลับพาไปล่วงละเมิดทางเพศภายในห้องน้ำวัดดังแห่งหนึ่ง โดยตำรวจได้ติดตามตัวเด็กชายอายุ 13 ปี มาสอบสวนแล้ว   โดยผู้ปกครองของเด็กที่เสียหาย ยืนยันว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริง โดยเด็กหญิงอายุ 14 ปี ได้รู้จักกับเด็กชายเอก อายุ 13 ปี ทางเฟซบุ๊กและพูดคุยกันเรื่อยมาแต่ไม่ได้คบหาเป็นแฟนกัน โดยเด็กหญิงเอกเรียนอยู่ชั้น ม.2 รุ่นน้องต่างโรงเรียน  จากนั้นช่วงกลางเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา ผู้ปกครองอ้างว่าเด็กหญิงเอก ได้ล่อลวงเด็กหญิงอายุ 14 ปี เข้าไปบังคับขืนใจในห้องน้ำวัดแห่งหนึ่งถึง 2 ครั้ง จนสำเร็จความใคร่ซึ่งสวมใส่ถุงยางอนามัย   นอกจากนี้ฝ่ายหญิงยังอ้างว่า ถูกล่อลวงไปขืนใจในโรงแรมม่านรูดด้วย 1 ครั้ง และไม่ได้สวมใส่ถุงยางอนามัย ระหว่างที่อยู่ในห้องมีชายคนหนึ่งมาเคาะประตูห้อง เด็กหญิงเอกเดินไปเปิดประตูเรียกชายคนดังกล่าวว่าพี่  ชายคนดังกล่าวเดินเข้ามาในห้องขอร่วมเพศด้วย ตนไม่ยอมจึงวิ่งออกจากห้องมาขอความช่วยเหลือจากพนักงานโรงแรม  ก่อนที่เด็กหญิงเอกจะพาตนส่งกลับบ้าน แม่เห็นได้เค้นถามจึงเล่าความจริงให้ฟัง   ปู่ของเด็กชายวัย 13 ปี เครียดไม่พูดอะไรบอกนักข่าวไม่ต้องมาถาม ส่วนย่าเผยว่า ญาติฝ่ายหญิงได้เรียกค่าเสียหายเป็นทองคำ 2 บาท เงินสดอีก 2 หมื่นบาท ตนไม่มีเงินเจรจาตกลงกันไม่ได้ ฝ่ายหญิงจึงไปแจ้งความดังกล่าว   ส่วนย่าอีกคนหนึ่ง บอกว่า เพิ่งทราบเรื่องที่เกิดขึ้น ได้ยินแต่ชาวบ้านพูดกันว่าหลานของตนไปกอดสาวจนเป็นเรื่องเป็นราว ไม่คิดว่าจะไปทำแบบอะไรแบบนี้ ซึ่งตนก็ยังไม่ได้คุยกับหลาน “มองว่าเป็นเรื่องธรรมดาของวัยรุ่น เขาไปทำอะไรกันเราไม่รู้หรอก” อย่างไรก็ตามหลานไม่ใช่เด็กเกเร ที่ผ่านมาเห็นมีแต่เด็กผู้หญิงขี่รถ จยย.มาหาที่บ้านไม่ซ้ำหน้า ตนก็ได้แต่เตือนเพราะเห็นว่ายังเป็นเด็ก   พ.ต.ต.ภาวิต ปรีนคร สารวัตรสอบสวน สภ.สองพี่น้อง เผยหลังรับแจ้งความได้ไปติดตามตัวเด็กชายวัย 13 ปี ขณะเข้าค่ายปฏิบัติธรรมของโรงเรียน พร้อมเชิญสหวิชาชีพมาสอบปากคำเด็กชายวัยคนดังกล่าวเนื่องจากยังเป็นเยาวชน  และนำเด็กหญิงอายุ 14 ปี ไปชี้จุดเกิดเหตุในห้องน้ำวัด ก่อนส่งตัวให้แพทย์โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 17 ทำการตรวจว่าถูกล่วงละเมิดทางเพศจริงหรือไม่ และได้ไปติดตามตัวเด็กชายวัย 13 ปี ขณะเข้าค่ายปฏิบัติธรรมของโรงเรียน พร้อมเชิญสหวิชาชีพมาสอบปากคำเด็กชายวัยคนดังกล่าวเนื่องจากยังเป็นเยาวชน   ผู้สื่อข่าวไปที่วัดเกิดเหตุ เจอเด็กวัดคนหนึ่งเล่าว่า ตนกับเด็กชายวัย 13 ปี เป็นเพื่อนกัน จริง ๆ แล้วไม่ได้ขืนใจแต่เป็นการสมยอม ไม่ได้มีเพศสัมพันธ์กันในห้องน้ำตามที่เป็นข่าว แต่เป็นห้องนอนของตนบนกุฏิพระ โดยช่วงเดือน พ.ค. หลังจากที่ทั้งสองรู้จักกันทางเฟซบุ๊ก ฝ่ายหญิงได้ขี่รถ จยย.มาหาฝ่ายชายเอง โดยฝ่ายชายขอใช้ห้องนอนของตน เพื่อมีอะไรกับฝ่ายหญิง ครั้งแรกช่วงกลางวัน ถัดมาอีกหลายวันก็นัดมามีอะไรกันในห้องนอนตนเป็นครั้งที่สองช่วงกลางคืนแต่ตนไม่ได้ร่วมก่อเหตุด้วย   ขณะที่พระบนกุฏิไม่ทราบเรื่องกระทั่งเป็นข่าว ฝ่ายหญิงกุเรื่องว่าโดนข่มขืนในห้องน้ำ แล้วก็พาตำรวจไปชี้จุดเกิดเหตุในห้องน้ำ ทั้งที่เหตุเกิดขึ้นในห้องนอนของเด็กวัด ส่วนครั้งที่ 3 นัดไปมีเพศสัมพันธ์กันที่โรงแรม โดยมีรุ่นพี่ที่รู้จักกันขี่รถ จยย.ไปส่ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/YNfrOovRIhs

 20,302
ต่างประเทศ
14 มิ.ย. 62

สหรัฐฯเพิ่มโทษใหม่ ฉีดยานักโทษข่มขืนเด็กให้ตายด้าน ก่อนพ้นจากเรือนจำ

Adam's Story กับ อ.อดัม แบรดชอว์... รัฐอลาบามา ประเทศสหรัฐอเมริกา มีบทลงโทษใหม่สำหรับนักโทษในคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็ก โดยบทลงโทษใหม่คือ จะฉีดยาให้หมดความรู้สึกทางเพศก่อนที่จะพ้นโทษจากเรือนจำ   แม้ว่าจะมีเสียงคัดค้านกฎหมายดังกล่าวว่าเป็นการลงโทษที่โหดเหี้ยมและไม่ปกติก็ตาม ซึ่งฝ่ายคัดค้านให้เหตุผลว่ายาจะส่งผลข้างเคียงกับร่างกายของนักโทษ เช่น เลือดแข็งตัว และอาการแพ้ยาที่อาจจะถึงชีวิตได้   อย่างไรก็ตาม ผู้ร่างกฎหมายบอกว่ามันเป็นบทลงโทษที่เหมาะสมที่สุดแล้ว เมื่อมีคนถามว่าไม่คิดว่ามันไร้มนุษยธรรมเกินไปหรอ เขาตอบว่า มันคงไม่มีอะไรที่ไร้มนุษยธรรมยิ่งไปกว่าการเอาเด็กตัวเล็ก ๆ มาทารุณกรรมทางเพศอีกแล้ว   เด็ก ๆ เหล่านี้ไม่สามารถปกป้องตัวเอง หรือหนีเอาชีวิตรอดได้ และต้องอยู่กับความรู้สึกเลวร้ายนี้ไปตลอดชีวิต ถ้าพวกคุณอยากจะพูดเรื่องความไร้มนุษยธรรม นี่แหละคือสิ่งที่ไร้มนุษยธรรม     เรียนภาษาอังกฤษกับ อ.อดัม Alabama has a new punishment for pedophiles. อลาบามามีบทลงโทษใหม่สำหรับคนใคร่เด็ก pedophile (n.) คนที่มีความต้องการทางเพศกับเด็ก อ่านว่า เพะเดอะฟายเอิล They will have to be chemically castrated before they're granted parole. พวกเขาจะต้องถูกฉีดยาให้หมดความรู้สึกทางเพศก่อนที่จะพ้นโทษ chemically castrated การฉีดยาให้หมดความรู้สึกทางเพศ These drugs can have serious side effects. ยาพวกนี้อาจมีผลข้างเคียงที่ร้ายแรง side effect(s) ผลข้างเคียง inhumane (adj.) ไร้มนุษยธรรม อ่านว่า อินฮิวเม่น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/pnbRObH05SE

 30,406
สังคม-อาชญากรรม
07 มิ.ย. 62

ผอ.ร.ร.แจงคดีเด็กอนุบาลถูกข่มขืน ไม่ได้เกิดในโรงเรียน เผยผู้ปกครองเด็กขอเรียกเงินแสน

จากกรณีเด็กหญิงวัย 5 ขวบ เรียนอยู่ชั้นอนุบาล 3 ถูกเพื่อนร่วมชั้นและรุ่นพี่ชั้น ป.2 ล่วงละเมิดทางเพศในห้องน้ำโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดอุบลราชธานี ขณะพักกลางวันจนเลือดไหลไม่หยุด เหตุเกิดเมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 2561 ที่ผ่านมานั้น   ซึ่งแพทย์ระบุว่า อาจเกิดจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศ จนนำไปสู่การส่งฟ้องไปยังอัยการ ด้วยพยานและหลักฐานพบว่านักเรียนผู้ก่อเหตุทั้ง 2 คน ได้กระทำผิดจริง แต่เนื่องจากอายุยังไม่ถึง 10 ปี ตามกฎหมายจึงไม่ต้องรับโทษ   ส่วนทางโรงเรียนกลับพยายามปกปิดเรื่องนี้ และปฎิเสธว่าเหตุการณ์ไม่ได้เกิดขึ้นที่โรงเรียน ที่เด็กเลือดออกเพราะเล่นเครื่องเล่น แถมยังอ้างว่าครอบครัวของเด็กกุเรื่องขึ้นมาใส่ร้ายโรงเรียนเพื่อเรียกร้องเงิน โดยทางโรงเรียนพยายามเสนอเงิน 10,000 บาท เพื่อขอจบเรื่องทั้งหมด ไม่ให้ร้องเรียนต่อสื่อมวลชน หรือหน่วยงานอื่นๆ เนื่องจากจะทำให้โรงเรียนถูกตัดงบประมาณการศึกษา ซึ่งขณะนั้นญาติก็ยินยอมตามข้อตกลง   แต่ผ่านมานับ 6 เดือน ทางครอบครัวก็ยังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยาจากทางโรงเรียนและครอบครัวของผู้ก่อเหตุเลย พอร้องเรียนไปยังสำนักงานการศึกษาขึ้นพื้นฐานในจังหวัดอุบลราชธานี กลับได้รับหนังสือตอบกลับว่า ไม่มีเหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้นในโรงเรียน   ต่อมาทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์  ได้พาปู่และย่าของเด็กหญิงวัย 5 ขวบ มาชี้แจงต่อสื่อมวลชน เรียกร้องให้ทางโรงเรียนแสดงความรับผิดชอบ โดยจะไปยื่นหนังสือร้องเรียนต่อปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกับทางโรงเรียน และสั่งย้ายผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าวออกนอกพื้นที่ เพื่อความสะดวกต่อการสอบสวน โดยจะนำเอกสารหลักฐานความเห็นของพนักงานสอบสวนและอัยการไปยื่นด้วย   เพราะถึงแม้ทางอาญาจะไม่สามารถเอาผิดได้ แต่ที่สามารถทำได้คือ ยื่นฟ้องคดีทางแพ่งให้ผู้ปกครองของผู้ก่อเหตุ ผอ.โรงเรียน ครูประจำชั้น และสำนักงานการศึกษาขึ้นพื้นฐานจังหวัดอุบลราชธานี ร่วมกันรับผิดชอบและเยียวยาครอบครัวผู้เสียหายสำหรับเรื่องนี้   ทางด้านผู้อำนวยการโรงเรียนที่ถูกอ้างเล่าว่า จากการสอบสวนไม่พบมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นในโรงเรียน เนื่องจากเด็กชั้นอนุบาลไม่มีโอกาสได้พบกับเด็กชั้นประถมในช่วงพักเที่ยง เพราะมีการจัดเวลาพักให้เหลื่อมเวลากัน คือเวลา 11.00 น. ครูประจำชั้นเด็กอนุบาลจะนำเด็กเดินแถว เพื่อมากินข้าวที่โรงอาหารที่ห่างจากอาคารเด็กอนุบาลประมาณ 50 เมตร   หลังจากนั้นเวลา 11.45 น. ครูก็จะนำเด็กอนุบาลเดินแถวกลับเข้าห้องเรียน ซึ่งเป็นอาคารแยกจากชั้นเรียนอื่นๆ รวมทั้งในตัวอาคารมีที่แปรงฟันและมีห้องน้ำในตัว เด็กอนุบาลจะไม่มีโอกาสได้ใช้รวมกับเด็กชั้นอื่นๆ ดังนั้นเด็กอนุบาลกับเด็กชั้นประถม จึงไม่มีโอกาสเจอกัน   ต่อมาหลังมีเรื่องและปู่ของเด็กร้องเรียนไปหลายหน่วยงาน จึงเสนอจะผูกข้อต่อแขนทำขวัญให้กับหลานเป็นเงินจำนวน 1 หมื่นบาท แต่คนเป็นปู่ไม่เอา เอาแต่บอกว่าโรงเรียนต้องรับผิดชอบ และพูดกว้างๆ ผ่านมาทางครูว่า ต้องเป็นเงินจำนวนหลายแสน ซึ่งทางโรงเรียนไม่มีเงินจ่ายให้ จึงปล่อยให้ผู้เป็นปู่ดำเนินการตามที่จะเห็นเหมาะสม เพราะโรงเรียนไม่รู้จะทำอย่างไร และเชื่อว่าเหตุการณ์ไม่ได้เกิดขึ้นในโรงเรียน ซึ่งอาจจะไปเกิดที่อื่นหรือไม่ก็ไม่ทราบด้วย   ตนได้สอบถามไปยัง อาจารย์ประจำชั้นอนุบาล 3 ทราบว่าวันเกิดเหตุเด็กเพิ่งกลับมาเรียนหลังหยุดไปได้ราว 1 สัปดาห์ เพราะเด็กไปเยี่ยมญาติในจังหวัดภาคใต้ วันนั้นเด็กก็เป็นปกติ แม้เวลาไปทานข้าวก็เดินเรียงแถวกันไปทานข้าวและกลับมาที่ห้อง ไม่ได้มีการแวะเข้าห้องน้ำระหว่างทาง เพราะครูจะคอยดูแลตลอดเวลา   เมื่อกลับมาถึงชั้นเรียนก็ทำกิจวัตรประจำวัน ก่อนเข้านอนในตอนเที่ยง โดยเด็กไม่ได้ร้องไห้ เพราะไม่มีอาการเจ็บปวด หรือมีเลือดไหลจากอวัยวะเพศแต่อย่างใด กระทั่งเด็กตื่นนอนขึ้นมาช่วงบ่าย เพราะเด็กฉี่ใส่ที่นอน ก็นำเด็กคนดังกล่าวไปล้างทำความสะอาด ก่อนแต่งตัวและพาเดินแถวออกไปขึ้นรถรับส่งของโรงเรียน โดยมีญาติลูกพี่ลูกน้องที่เรียนอยู่ชั้น ป.5 มารับพาเดินไปขึ้นรถกลับบ้าน ซึ่งขอยืนยันว่า ระหว่างเด็กอยู่ที่โรงเรียนไม่ได้มีการฟ้องว่า ถูกเพื่อนกลั่นแกล้งแต่อย่างใดด้วย   ด้านตร.บอกว่า คดีนี้อัยการสั่งไม่ฟ้อง เนื่องจากคู่กรณีเป็นเด็กอายุ 5 และ 8 ปี ส่วนที่ต้องตั้งข้อว่า ข่มขืนกระทำชำเรา เนื่องจากกฏหมายใหม่ มีข้อกล่าวไว้ว่า แม้ไม่ได้ใช้อะไรสอดใส่เข้าไปในอวัยวะเพศ ก็ถือว่าเป็นข่มขืนกระทำชำเรา ส่วนเด็กชายที่ถูกกล่าวหาทั้งคู่ ก็ให้การปฏิเสธอ้างว่าไม่ได้ทำ และเวลานี้ศาลมีคำสั่งไม่ฟ้องแล้ว และจบคดีความไปนานแล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mQWTz8-HcEI

 10,598
สังคม-อาชญากรรม
06 มิ.ย. 62

สังคมหดหู่! ด.ญ.อนุบาล ถูกเพื่อน-รุ่นพี่ ป.2 ล่วงละเมิด ศาลตัดสินผิดจริง แต่เด็กไม่ต้องรับโทษ

เพจเฟซบุ๊กชื่อ เครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ได้โพสต์เรื่องราวของของชายรายหนึ่ง ที่ได้ร้องเรียนเข้ามายังเพจว่า หลานสาววัย 5 ขวบ ถูกเพื่อนและรุ่นพี่นักเรียนชายล่วงละเมิดทางเพศ ในห้องน้ำโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดอุบลราชธานี แต่ทางโรงเรียนกลับพยายามปกปิดเรื่องนี้ และไม่มีการแสดงความรับผิดชอบแต่อย่างใด เหตุเกิดเมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 2561 ที่ผ่านมา   โดยนางแป๋ม (นางสมมุติ) ญาติของเด็กหญิงวัย 5 ขวบ เล่าว่า หลานสาววัย 5 ขวบ เรียนอยู่ชั้นอนุบาล 3 ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดอุบลราชธานี เมื่อปลายปีที่แล้ว หลานสาวไปโรงเรียนตามปกติ ในระหว่างไปเรียน หลานสาวได้เข้าห้องน้ำ ขณะกำลังออกจากห้องน้ำ จู่ๆมีเพื่อนนักเรียนชายร่วมชั้น 1 คน และรุ่นพี่ชั้นป.2 อีก 1 คน ดักรออยู่หน้าห้องน้ำ แล้วผลักเข้าห้องน้ำและทำการล่วงละเมิศทางเพศ   โดยคนหนึ่งใช้หลอดสอดใส่ในอวัยวะเพศของหลานสาว และอีกคนหนึ่งใช้วัสดุบางอย่างลักษณะคล้ายงู (คาดว่าเป็นอวัยวะเพศ) ขนาดเท่านิ้วกลางสอดใส่ในอวัยวะเพศของหลานสาว จากนั้นหลานสาวก็ได้กลับมาเข้าห้องเรียนตามปกติโดยไม่ได้เล่าเหตุการณ์ให้ใครทราบ   กระทั่งหลานสาวกลับมาบ้านหลังเลิกเรียน ย่าเข้าห้องน้ำแล้วพบเลือดหยดในห้องน้ำ จึงโวยวายว่าใครมาทำห้องน้ำสกปรก ปู่จึงบอกว่า เห็นหลานเข้าห้องน้ำเป็นคนสุดท้าย จึงรีบพากันไปดูหลาน พบหลานนอนซมอยู่บนที่นอน และมีเลือดไหลออกมาจากอวัยวะเพศ ทั้งมีอาการปวดท้องอย่างหนัก จึงพาหลานไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล โดยเจ้าหน้าที่ได้สอบถามจนทราบว่าหลานถูกล่วงละเมิดทางเพศ   ต่อมาวันรุ่งขึ้น ปู่ได้เล่าเรื่องให้รองผอ.โรงเรียนฟัง เนื่องจากรู้จักกัน  และได้นัดให้ไปคุยกับผอ.โรงเรียน แต่เมื่อไปพบผอ. ทางโรงเรียนกลับบอกว่าผอ.ไม่ว่างทั้งๆที่เห็นผอ.นั่งทานอาหารอยู่หน้าโรงเรียน และยังทำเหมือนหลานสาวใส่ร้ายทำให้โรงเรียนเกิดความเสียหาย  และปฏิเสธว่าไม่มีเรื่องนี้เกิดขึ้นในโรงเรียน น่าจะเกิดจากเด็กหญิงเล่นเครื่องเล่นหรือปั่นจักรยานจนทำให้มีเลือดออก และขอให้ย้ายเด็กไปเรียนที่โรงเรียนอื่น ทางครอบครัวจึงพาหลานสาวเข้าแจ้งความ   ขณะแจ้งความ หลานสาวมีเลือดไหลออกจากอวัยวะเพศตลอด ตำรวจจึงให้รีบพาเด็กไปโรงพยาบาล โดยแพทย์ได้วินิจฉัยว่า อาจจะมีการร่วมประเวณี ตำรวจจึงทำการสั่งฟ้องไปยังพนักงานอัยการ และต่อมาวันที่ 30 ม.ค. 2562 ผู้ก่อเหตุทั้งสองได้เข้ามอบตัว แต่ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ทั้งนี้ ท้ายสุดศาลตัดสินว่าจำเลยทั้งสองกระทำผิดจริง แต่เนื่องจากจำเลยอายุไม่ถึง 10 ปี ตามกฎหมายจึงไม่ต้องรับโทษ   หลังเกิดเหตุจนถึงขณะนี้ ทางโรงเรียนไม่ได้ให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวตนแต่อย่างใด ไม่เคยเรียกให้ทั้งสองฝ่ายมาพูดคุยกัน ทางคู่กรณีก็ไม่เคยติดมากลับมา ทั้งยังพยายามปิดเรื่องให้เงียบ นอกจากนี้ยังมีลักษณะข่มขู่ว่า ทางครอบครัวกุเรื่องใส่ร้ายทางโรงเรียนเพื่อเรียกร้องเงิน   ซึ่งขณะนี้หลานสาวยังมีอาการเลือดออกอยู่เป็นระยะ ซึ่งยังต้องทำการรักษาอย่างต่อเนื่อง และมีอาการซึมเศร้า ไม่ร่าเริง มักหวาดผวาเวลาฝนตกฟ้าร้อง หรือเวลาพบคนแปลกหน้า จึงให้หลานย้ายโรงเรียนเรียบร้อยแล้ว โดยค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดทางครอบครัวไม่เคยได้รับการช่วยเหลือใดๆเลย   ด้านทนายรณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ว่า จากการสอบถาม กว่า 5 เดือนนับจากวันเกิดเหตุ ทางครอบครัวไม่เคยได้รับการช่วยเหลือหรือเยียวยาจากพ่อแม่เด็กที่ก่อเหตุ รวมทั้งโรงเรียน แม้แต่บาทเดียว ซึ่งทางโรงเรียนเคยแจ้งว่าจะช่วยเหลือเป็นเงิน 10,000 บาท แต่ขอครอบครัวอย่าไปร้องเรียนกับสื่อหรือหน่วยงานไหน   เนื่องจากจะทำให้ทางโรงเรียนถูกตัดงบประมาณการศึกษา แต่ขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับเงิน จึงตัดสินใจร้องเรียนไปยังสำนักงานการศึกษาขึ้นพื้นฐานในจังหวัดอุบลราชธานี แต่กลับได้รับหนังสือตอบกลับว่า ไม่มีเหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้นในโรงเรียน ทางครอบครัวของเด็กหญิงจึงต้องร้องเรียนมายังตนเพื่อขอความช่วยเหลือ   โดยวันนี้ (6 มิ.ย.) เวลา 13.30 น. ตนจะแถลงข่าวพร้อมกับครอบครัวของผู้เสียหาย และจะเข้าร้องเรียนที่กระทรวงศึกษาธิการเพื่อทวงหาความเป็นธรรม เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องร้ายแรงและละเอียดอ่อนมาก ถึงแม้ตัวเด็กจะไม่ต้องรับโทษทางอาญา แต่ในทางแพ่งทางครอบครัวผู้ก่อเหตุ และโรงเรียน ควรแสดงความรับผิดชอบในเรื่องนี้ ไม่ใช่เงียบกันหมดแบบนี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/CSxGqPlc3Mw

 28,758
ข่าวภูมิภาค
07 พ.ค. 62

รปภ.เมาหื่น หลอกขอเข้าห้องน้ำที่ห้องเช่าก่อนอุ้ม ด.ญ. 6 ขวบไปข่มขืน พ่อแม่เด็กมาเจอ อ้างแค่ลูบคลำ

ระยอง-พ่อแม่เด็กหญิงวัย 6 ขวบแจ้งความให้ ตร.ดำเนินคดี นายสมคิด เนาถึง อายุ 37 ปี ทำงานเป็น รปภ.บริษัทแห่งหนึ่ง ล่วงละเมิดเด็กหญิงวัย 6 ขวบ   โดยพ่อของเด็กเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ นายสมคิด ได้มานั่งดื่มเหล้าขาวที่หน้าห้องแถว จนเกิดอาการมึนเมา และยังทำทีพูดขอ ด.ญ.เอ ไปเป็นลูกบุญธรรม แต่ตนปฏิเสธไป จนผ่านไปประมาณ 30 นาที นายสมคิด ได้ทำทีขอเข้าห้องน้ำ ขณะนั้นลูกสาวนั่งเล่นอยู่ในบ้านตามลำพัง โดยไม่คิดอะไร จนกระทั่งผิดสังเกตว่าทำไม นายสมคิด เข้าห้องน้ำนาน และเป็นจังหวะที่ภรรยาของนายสมคิด มาตามหา จึงเข้าไปดูในห้อง กลับไม่พบลูกสาวตนและนายสมคิด แต่พบว่าประตูหลังบ้านเปิดอยู่   จึงได้ชวนภรรยาเดินไปดูที่ห้องพักนายสมคิด ก็ได้ยินเสียงลูกสาว จึงรีบเคาะประตูห้อง พอประตูเปิดออกก็แทบช็อค พบลูกสาวอยู่ในสภาพเปลือย อยู่ภายในห้องน้ำ เมื่อลูกสาวเห็นตนจึงรีบวิ่งมาหา ระหว่างนั้นเห็น นายสมคิดนอนหน้าซีดอยู่บนที่นอน จึงสอบถามลูกก็บอกว่าถูก นายสมคิดปลุกปล้ำและใช้อวัยวะเพศสอดใส่เข้าไปด้วย พร้อมทั้งพยายามร้องให้พ่อแม่ช่วยแต่ไม่มีใครได้ยิน กระทั่งพ่อและแมามาพบดังกล่าว   ด้านนายสมคิดให้การว่า ได้อุ้ม ด.ญ.เอ ไปจริง เพราะมีอาการมึนเมาจนเกิดอารมณ์ทางเพศ แล้วพามาที่ห้องพักของตน แต่ตนแค่ลูบคลำเท่านั้นไม่ได้ทำอย่างอื่น เพราะเด็กร้องไห้จนกระทั่งพ่อแม่เด็กมาเคาะประตูเสียก่อน   ขณะที่ภรรยานายสมคิด บอกว่า รับไม่ได้กับการกระทำของสามี และขอให้ตำรวจดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมทั้งขอโทษพ่อและแม่ของ ด.ญ.เอ ด้วย กับการกระทำของสามี เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้สอบสวนผู้เสียหายไว้เป็นหลักฐาน ก่อนจะส่งตัวไปตรวจร่างกายที่ รพ.ระยอง และจะประสานอัยการจังหวัดระยอง นักจิตวิทยาสงเคราะห์ บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดระยอง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fg-MDoRdNU4

 40,461
สังคม-อาชญากรรม
30 เม.ย. 62

สลดอีก พ่อใช้มีดจี้บังคับข่มขืน ขณะลูกสาวท้อง 4 เดือน วันแต่งงานยังให้ลูกมานอนบ้าน ญาติประณามขอให้โดนประหาร

ความคืบหน้ากรณีเหตุสะเทือนใจที่นายวินัย อายุ 62 ปี พ่อแท้ๆข่มขืนน้องอุ้ม อายุ 17 ปี ลูกสาวของตนเองเป็นเวลา 4 ปี ตั้งแต่ลูกอายุ 13 ปี   ล่าสุด เมื่อวานนี้ ตร. สภ.พนมสารคาม เข้าตรวจค้นบ้านที่เกิดเหตุอีกครั้ง พบหลักฐานคือ มีด ที่พ่อใช้จี้คอลูกสาวตัวเอง เพื่อขอมีเพศสัมพันธ์ โดยกล้องวงจรปิดจับภาพไว้ได้ ช่วงเกิดเหตุพ่อขอมีเพศสัมพันธ์ด้วย แต่ลูกไม่ยอมเพราะแต่งงานไปแล้ว พ่อจึงต้องข่มขู่เพื่อจะมีเพศสัมพันธ์กับลูกเหมือนที่เคยทำมาตลอดเวลา 4 ปี   ตร.ก็พบหลักฐานเป็นมีดทำครัว ทิ้งไว้ข้างบ้าน จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานและแจ้งข้อหากับนายวินัย เพิ่มอีก 1 ข้อหาคือ ทำร้ายร่างกายผู้อื่น   ซึ่งจากการสอบปากคำนั้น นายวินัยก็รับสารภาพว่า ใช้มีดขู่ลูกสาวจริง เพราะไม่ต้องการให้ลูกไปอยู่กับแฟนหนุ่มที่แต่งงานกันไป โดยก่อนหน้านี้ก็จะบังคับให้กินยาพิษตายด้วยกันมาแล้ว เพราะพ่อไม่พอใจที่ลูกสาวแต่งงานไปมีครอบครัว  ต้องการให้ลูกอยู่กับตัวเองตลอดเวลา   ด้านนายอภิชาติ อายุ 27 ปี สามีของน้องอุ้ม เข้าพบ ตร.ยืนยันในความบริสุทธิ์ใจ ว่าไม่ได้ข่มขืนหรือกระทำชำเราน้องอุ้ม แต่รักกันและแต่งงานกันตามประเพณี เมื่อปลายปีที่แล้ว และตอนนี้น้องอุ้มก็ต้องท้องได้ 4 เดือน เรื่องที่เกิดขึ้นน้องอุ้มเป็นคนเข้าปรึกษากับครอบครัว ให้แจ้งความดำเนินคดีกับพ่อตัวเอง เพราะทนพฤติกรรมไม่ไหว   โดยนายอภิชาติ เล่าว่า แต่งงานกับน้องเมื่อปลายปีที่แล้ว  มีการจัดพิธีขอขมาตามประเพณี จากนั้นก็แยกตัวออกมาอยู่ที่บ้านของครอบครัวตน วันที่แต่งงานแฟนบอกว่าช่วยพาหนีไปให้ไกลจากบ้านพ่อ และอย่าพามาอีก แฟนบอกว่าพ่อชอบทุบตี วันแต่งงานเข้าเรือนหอ พ่อของแฟนยังโทรตามบอกให้กลับมานอนบ้านและมีอาการหึงหวงลูกสาว ตนก็เข้าใจว่าเป็นห่วงลูกสาวมาก และช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาพ่อโทรหาน้องอุ้ม บอกว่าป่วยหนักให้มาเยี่ยมแต่น้องอุ้มไม่เชื่อและบอกว่าพ่อชอบโกหกให้ไปหา   แต่พ่อก็โทรมาอีกบอกจะตรอมใจตาย ป่วยหนัก น้องอุ้มและแฟนก็เข้าไปเยี่ยม พอไปถึงพ่อก็ไล่ให้ตนออกไปรอหน้าบ้าน จากนั้นอุ้มก็บอกว่าพ่อขอคุยเรื่องเรียน ให้ตนไปรอที่บ้าน   จากนั้นเวลาบ่ายสามโมงน้องอุ้ม โทรมาร้องไห้ น้ำเสียงหวาดกลัวบอกให้ตนมารับที่บ้านพ่อด่วน  พอเจอหน้าน้องอุ้ม ร้องไห้ และบอกว่าพ่อทุบตี ครั้งนี้หนัก ตนเห็นท่าทางผิดปกติ จึงเค้นถาม น้องจึงเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟังว่าพ่อ ข่มขืนตั้งแต่อายุ 13 ปี หากไม่ทำก็ถูกทุบตี จนวันแต่งงานก็ยังจะให้กลับมาอีก และตอนนี้แฟนของตนก็ต้องท้อง 4 เดือน จะไปฝากท้องพ่อก็ไม่ยอมให้เอกสารบัตรประชาชนให้ พ่อเขากีดกันทุกอย่างไม่ให้ลูกแยกจากเขา   ทางด้านนางสหพร ญาติของนายวินัย เมื่อวานนี้ ตร.เชิญตัวมาสอบปากคำ หลังพบว่าอาจมีส่วนรู้เห็น โดยนางสหพรยืนยันว่า ไม่รู้ว่าน้องชายจะข่มขืนลูก และไม่เคยได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ มีเพียงเสียงตะโกนดุด่ากันเท่านั้น ซึ่งทางครอบครัวจะไม่ช่วยเหลือเรื่องคดีขอให้ติดคุกและได้รับโทษประหารชีวิต   ทางด้านตำรวจระบุว่า คดีนี้สะเทือนใจกับสังคมอย่างมาก พฤติกรรมของพ่อ ซึ่งจาการตรวจสอบประวัติ ก็ไม่พบว่ามีอาการป่วยหรือรักษาเกี่ยวกับจิตเวชมาก่อน จากนี้ก็รวบรวมสำนวนรอส่งฟ้องศาลต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/I_OgA9A355k

 137,808
สังคม-อาชญากรรม
22 เม.ย. 62

สลด พ่อแท้ๆลวงลูกวัย 13 ให้เฒ่าวัย 65 ขยี้กามแลกกัญชา

จากกรณีนายสุรชัย สุขเขียวอ่อน ผู้อำนวยการมูลนิธิบ้านนกขมิ้น โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก @ครูอ๊อด ขออาสา เปิดเผยเรื่องราวกรณีเด็กสาวรายหนึ่งอายุ 13 ปี ถูกล่อลวงไปล่วงละเมิดทางเพศ เป็นประจำทุกอาทิตย์ โดยพ่อแท้ ๆ ก็รู้เห็นเป็นใจ ด้วยเพื่อแลกกับกัญชา   ความคืบหน้าตำรวจได้ลงพื้นที่ตรวจสอบในเพิงพักชั่วคราว ภายในชุมชนบึงพระราม 9 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง พบเด็กสาววัย 14 ปี และเด็กสาววัย 13  ปี พักอาศัยอยู่ในชุมชนดังกล่าว จึงได้ทำการช่วยเหลือคัดแยกเด็กออกมาเพื่อเข้าสู่ขบวนการซักถามตามขั้นตอน   จากการตรวจสอบพบว่าเด็กทั้งสองรายพักอาศัยอยู่กับพ่อวัย 62 ปี ซึ่งจากการตรวจสอบสภาพแวดล้อม พบว่ามีความเสี่ยงต่อการเกิดเหตุ จึงดำเนินการให้ความช่วยเหลือเด็กหญิงทั้งสองราย ให้อยู่ในความดูแลของสหวิชาชีพ นักสังคมสงเคราะห์ของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ทั้งนี้ได้นำตัวเด็กสาวทั้งสองรายไปทำการตรวจร่างกายที่ รพ.ตำรวจ   หลังพบข้อมูลในทางการสืบสวนว่าเด็กทั้งสองราย อาจตกเป็นเหยื่อจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศ และส่งมอบเด็กทั้ง 2 คน ให้บ้านพักเด็กรับไปคุ้มครองดูแล ให้อยู่ในความปลอดภัย ในส่วนเรื่องการดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำความผิด ได้ซักถามปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งในส่วนของผู้นำชุมชน เพื่อนบ้านหรือพยานแวดล้อมต่าง ๆ พร้อมกันนี้อยู่ระหว่างการรอผลตรวจทางแพทย์ และขั้นตอนสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งหากพบว่ามีผู้ใดเกี่ยวข้องก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเคร่งครัดต่อไป   มีรายงานว่าชุดสืบสวนพบผู้ต้องสงสัย 1 ราย ซึ่งเป็นชายอายุ 65 ปี พักอาศัยอยู่ในชุมชนดังกล่าว โดยเด็กหญิงวัย 13 ปี ให้ถ้อยคำยืนยันต่อหน้าสหวิชาชีพและนักสังคมสงเคราะห์ ว่าพ่อของตนเองได้ออกอุบายล่อลวงเพื่อให้ชายวัย 65 ปี คนนี้ ลงมือข่มขืนกระทำชำเราเพื่อแลกกับกัญชา ซึ่งข้อมูลในส่วนนี้ทางพนักงาน บก.ปคม.อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออำนาจศาลออกหมายจับ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_8dRfupvCZE

 60,546

Top