ค้นหา :

ผลการค้นหา "ล่วงละเมิดทางเพศ"

สังคม
16 ม.ค. 63

ปวีณา พายายแจ้งความ ตาเลี้ยงหื่นขี้เมา ล่วงละเมิดหลานสาว 3 คน ชาวบ้านรุมประชาทัณฑ์สาหัส

ปทุมธานี - ที่สถานีตำรวจภูธรคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พานางน้อย (นามสมมุติ) อายุ 49 ปี เข้าแจ้งความกับ พ.ต.อ.เอกนิรุจฒิ์ วันสิริภักดิ์ ผกก.สภ.คูคต ให้ดำเนินคดีกับ นายเอก (นามสมมุติ) อายุ 52 ปี สามี ซึ่งมีศักดิ์เป็นตาเลี้ยงของหลาน หลังพบว่าล่วงละเมิดทางเพศหลานสาว อายุ 5 ขวบ 6 ขวบ และ 7 ขวบ หลังเข้าร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมต่อมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี (องค์กรสาธารณประโยชน์)   จากการสอบถาม นางน้อย (นามสมมุติ) ยายของหลาน กล่าวว่า ตนกับนายเอกอยู่กินกันมาประมาณ 3 ปีเศษ โดยทำงานก่อสร้างอยู่ด้วยกันในพื้นที่ปทุมธานี และอาศัยอยู่ห้องเช่าย่านคลองสี่ อ.คูคต พร้อมกับหลานทั้ง 3 คน เนื่องจากแม่ของเด็กติดคุก ส่วนพ่อเด็กก็ทิ้งไป ที่ผ่านมานายเอกเป็นคนชอบกินเหล้าจนเมามาย และมักจะมีปากเสียงกันเป็นประจำ ทุกครั้งที่ทะเลาะกันก็จะไล่ตนเองออกจากห้อง ล่าสุดเมื่อคืนวันที่ 14 มกราคม 2563 ตนกลับเข้ามาที่ห้องพัก เห็นนายเอกนอนหลับไม่ได้สติและไม่สวมกางเกงเพราะเมาเหล้าอยู่ในห้องกับหลานทั้ง 3 คน จึงคิดสังหรณ์ใจถามหลานว่า ตาเคยทำอะไรบ้างรึเปล่า โดยหลานคนเล็กบอกว่า เห็นตาทำพี่สาวและบังคับให้พวกหนูอมอวัยวะเพศ โดยทำมาหลายครั้งแล้ว   หลังตนทราบเรื่องตนโมโหมากจึงได้ปลุกนายเอกขึ้นมาสอบถามความจริงจนเกิดการทะเลาะกันอย่างรุนแรง ทำให้ชาวบ้านมามุงดู ชาวบ้านที่รู้ความจริงทนไปไหวพากันรุมสกรัมนายเอกจนได้รับบาดเจ็บ ก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาควบคุมตัวและกู้ภัยช่วยนำส่งโรงพยาบาล   เบื้องต้นยังไม่ได้แจ้งข้อหาใด เนื่องจากตาเลี้ยงผู้ก่อเหตุยังอาการสาหัสจากการถูกรุมทำร้ายหลังก่อเหตุ ยังคงรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลภูมิพล ทางตำรวจต้องรอผลตรวจทางแพทย์ก่อนเพื่อเป็นหลักฐานในการแจ้งข้อหาอนาจารหรือล่วงละเมิดทางเพศเด็ก ซึ่งทางมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี และกรมกิจการเด็กและเยาวชนบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดปทุมธานี จะพาเด็กทั้ง 3 คนไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อเป็นหลักฐานแจ้งความเพิ่มข้อหาเอาผิดเพิ่มเติมต่อไป  

 2,634
สังคม-อาชญากรรม
01 ม.ค. 63

จับหนุ่มหื่น ลวง ด.ญ.วัย 13 ปี ล่วงละเมิดทางเพศ-ถ่ายแบล็กเมล์ สารภาพทำมาแล้วหลายราย

เเม่พาลูกสาววัย 13 แจ้งตำรวจ ถูกหนุ่มไฟแนนซ์ลวงข่มขืนโดยมีเพื่อนลูกเป็นคนติดต่อ ถูกสั่งให้ถอดเสื้อผ้า ถ่ายภาพ ก่อนข่มขืน เสร็จแล้วจ่ายเงินให้ 500 บาท วางแผนนัดมาเจอแจ้งตำรวจจับ พบทำกับเด็กผู้หญิงมาแล้วหลายคน       เเม่นำลูกสาววัย 13 เข้าแจ้งความกับ พนักงานสอบสวน สภ.บางบัวทอง หลังลูกสาวถูกล่อลวงไปทำการอนาจารและข่มขืน โดยเหตุเกิดภายในห้องเช่าแห่งหนึ่งอยู่ในซอยบ้านกล้วย-ไทรน้อย อำเภอบางบัวทอง    โดยแม่ เปิดเผยว่าตนกลับมาจากทำงาน สังเกตเห็นว่าลูกสาวมีท่าทางซึมเศร้า ไม่พูด ไม่จาซึ่งตนเห็นลูกสาวเป็นแบบนี้มาหลายวันเเล้ว แต่ไม่ได้เอะใจอะไร มาวันนี้ตนจึงเค้นถามลูกสาวอยู่นาน จนลูกสาวยอมรับว่าถูกเพื่อนสาวที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกันชักชวนให้ไปทำงานพิเศษเกี่ยวกับเเม่บ้าน ซึ่งจะได้ค่าตอบเเทนประมาณ 500 บาทต่อครั้ง    เมื่อลูกสาวไปกับเพื่อนปรากฎว่าเพื่อนพาไปพบกับผู้ชายคนหนึ่ง และผู้ชายคนดังกล่าวได้สั่งให้ลูกสาวตนถอดเสื้อผ้าออกทั้งหมดและถ่ายภาพเก็บไว้ จากนั้นได้ข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ไป 1 ครั้ง และก็ปล่อยให้ลูกสาวตนกลับบ้าน    หลังจากเหตุการณ์วันนั้น ผู้ชายคนเดิมได้โทรศัพท์มาบอกให้ลูกสาวตนไปหา ถ้าหากไม่ไปหา ก็จะข่มขู่และจะนำรูปลูกสาวตนไปเผยแพร่ประจานในโลกโซเชี่ยล ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นประมาณหนึ่งเดือนกว่าแล้ว หลังจากที่ตนทราบเรื่อง ตอนนั้นตนโกรธและรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก จึงออกอุบายให้ลูกสาวนัดผู้ชายคนนี้ออกมาพบ เมื่อเค้าออกมาตามนัดจึงได้แจ้งตำรวจให้มาจับกุม    แม่ ยังบอกว่า นอกจากลูกสาวของตนเเล้ว ยังพบว่าผู้ชายคนนี้ยังไปทำเรื่องเเบบนี้กับเด็กผู้หญิงอีกประมาณ 3 คน โดยมีเพื่อนผู้หญิงรุ่นราวคราวเดียวกับลูกสาวตนเป็นคนชักชวน ตนจึงอยากฝากให้เจ้าหน้าที่ขุดรากถอนโคนวงจรอุบาทพวกนี้ให้หมดไปจากสังคม พร้อมตนยืนยันจะดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ทุกคนให้ถึงที่สุด    ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุม หนุ่มไฟแนนซ์ ผู้ต้องหา พร้อมรับสารภาพว่า ตนรู้จักผู้เสียหายจากเฟซบุ๊กส่วนตัว และก็ติดต่อหากันเรื่อยมา และด้วยที่ตนเป็นผู้ชาย และชอบเที่ยวด้วย จึงนัดเจอกันดังกล่าว และมีการโอนเงินให้น้องจริง ซึ่งยืนยันว่าไม่มีนายหน้ามาติดต่อให้แต่อย่างใด    เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้กระทำการล่วงละเมิดทางเพศเด็กทั้งสองรายจริง จึงได้แจ้งข้อหาข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ถ้าพบว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายทั้งหมด   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/W406wbniu8k

 1,807
สังคม
01 ม.ค. 63

จับหนุ่มหื่น ลวง ด.ญ.วัย 13 ปี ล่วงละเมิดทางเพศ-ถ่ายแบล็กเมล์ สารภาพทำมาแล้วหลายราย

เเม่พาลูกสาววัย 13 แจ้งตำรวจ ถูกหนุ่มไฟแนนซ์ลวงข่มขืนโดยมีเพื่อนลูกเป็นคนติดต่อ ถูกสั่งให้ถอดเสื้อผ้า ถ่ายภาพ ก่อนข่มขืน เสร็จแล้วจ่ายเงินให้ 500 บาท วางแผนนัดมาเจอแจ้งตำรวจจับ พบทำกับเด็กผู้หญิงมาแล้วหลายคน       เเม่นำลูกสาววัย 13 เข้าแจ้งความกับ พนักงานสอบสวน สภ.บางบัวทอง หลังลูกสาวถูกล่อลวงไปทำการอนาจารและข่มขืน โดยเหตุเกิดภายในห้องเช่าแห่งหนึ่งอยู่ในซอยบ้านกล้วย-ไทรน้อย อำเภอบางบัวทอง    โดยแม่ เปิดเผยว่าตนกลับมาจากทำงาน สังเกตเห็นว่าลูกสาวมีท่าทางซึมเศร้า ไม่พูด ไม่จาซึ่งตนเห็นลูกสาวเป็นแบบนี้มาหลายวันเเล้ว แต่ไม่ได้เอะใจอะไร มาวันนี้ตนจึงเค้นถามลูกสาวอยู่นาน จนลูกสาวยอมรับว่าถูกเพื่อนสาวที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกันชักชวนให้ไปทำงานพิเศษเกี่ยวกับเเม่บ้าน ซึ่งจะได้ค่าตอบเเทนประมาณ 500 บาทต่อครั้ง    เมื่อลูกสาวไปกับเพื่อนปรากฎว่าเพื่อนพาไปพบกับผู้ชายคนหนึ่ง และผู้ชายคนดังกล่าวได้สั่งให้ลูกสาวตนถอดเสื้อผ้าออกทั้งหมดและถ่ายภาพเก็บไว้ จากนั้นได้ข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ไป 1 ครั้ง และก็ปล่อยให้ลูกสาวตนกลับบ้าน    หลังจากเหตุการณ์วันนั้น ผู้ชายคนเดิมได้โทรศัพท์มาบอกให้ลูกสาวตนไปหา ถ้าหากไม่ไปหา ก็จะข่มขู่และจะนำรูปลูกสาวตนไปเผยแพร่ประจานในโลกโซเชี่ยล ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นประมาณหนึ่งเดือนกว่าแล้ว หลังจากที่ตนทราบเรื่อง ตอนนั้นตนโกรธและรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก จึงออกอุบายให้ลูกสาวนัดผู้ชายคนนี้ออกมาพบ เมื่อเค้าออกมาตามนัดจึงได้แจ้งตำรวจให้มาจับกุม    แม่ ยังบอกว่า นอกจากลูกสาวของตนเเล้ว ยังพบว่าผู้ชายคนนี้ยังไปทำเรื่องเเบบนี้กับเด็กผู้หญิงอีกประมาณ 3 คน โดยมีเพื่อนผู้หญิงรุ่นราวคราวเดียวกับลูกสาวตนเป็นคนชักชวน ตนจึงอยากฝากให้เจ้าหน้าที่ขุดรากถอนโคนวงจรอุบาทพวกนี้ให้หมดไปจากสังคม พร้อมตนยืนยันจะดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ทุกคนให้ถึงที่สุด    ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุม หนุ่มไฟแนนซ์ ผู้ต้องหา พร้อมรับสารภาพว่า ตนรู้จักผู้เสียหายจากเฟซบุ๊กส่วนตัว และก็ติดต่อหากันเรื่อยมา และด้วยที่ตนเป็นผู้ชาย และชอบเที่ยวด้วย จึงนัดเจอกันดังกล่าว และมีการโอนเงินให้น้องจริง ซึ่งยืนยันว่าไม่มีนายหน้ามาติดต่อให้แต่อย่างใด    เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้กระทำการล่วงละเมิดทางเพศเด็กทั้งสองรายจริง จึงได้แจ้งข้อหาข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ถ้าพบว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายทั้งหมด   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/W406wbniu8k

 1,807
ข่าวภูมิภาค
05 ธ.ค. 62

ครูล่วงละเมิดทางเพศ นร.หญิงวัย 14 ปี ติดต่อผู้ใหญ่ให้ช่วยไกล่เกลี่ย ด้านผู้ปกครองไม่ยอม ขอดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

พิษณุโลก - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชมรมช่วยเหลืออาชญากรรม โพสต์เฟซบุ๊ก นายบิ๊ก ครูชำนาญการพิเศษโรงเรียนแห่งหนึ่ง ใน ต.ดินทอง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ล่วงละเมิดทางเพศ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 3 ตั้งแต่วันที่ 11-15 พ.ย. ที่ผ่านมา จำนวน 5 ครั้ง บริเวณอาคารอเนกประสงค์ของโรงเรียน ซึ่งผู้ปกครองสังเกตเห็นความผิดปกติของลูกสาว จึงสอบถามเค้นความจริงทั้งหมดจนเรื่องแดงขึ้น พร้อมเตรียมประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่เข้าช่วยเหลือ   โดยที่ผ่านมานายวิเชียร ภักดี สมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก อ.วังทอง ได้รับเรื่องราวร้องทุกข์จาก น.ส.น้อย นามสมมุติ ว่า ด.ญ.เอ นามสมมุติ อายุ 14 ปี ลูกสาว ถูกนายบิ๊ก ครูชำนาญการพิเศษโรงเรียนดังกล่าวล่วงละเมิดทางเพศและข่มขืนกระทำชำเรา ตั้งแต่วันที่ 11-15 พ.ย. ที่ผ่านมา จำนวน 5 ครั้ง    ต่อมานายบิ๊กได้ติดต่อผ่านผู้ใหญ่ให้เข้าช่วยพูดคุยไกล่เกลี่ย และยินยอมชดใช้เงินเป็นค่าเสียหายเพื่อไม่ให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งตนเห็นว่าเป็นการกระทำที่ผิดจรรยาบรรณวิชาชีพครู และอาจจะเป็นภัยกับเด็กนักเรียนคนอื่นๆ จึงพาผู้ปกครองของ ด.ญ.เอ เข้าร้องทุกข์ต่อ นายอุดม สายโท รอง ผอ.สพป.พิษณุโลก เขต 2 รักษาราชการแทน ผอ.สพป.พิษณุโลก เขต 2 เพื่อให้ความเป็นธรรมและดำเนินการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น หรือลงโทษทางวินัยของข้าราชและตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องนี้โดยเร็วที่สุด หลังจากนั้นจึงได้เดินทางขอความช่วยเหลือชมรมช่วยเหลืออาชญากรรม เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือต่อไป     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/lza5V6fvYuU

 6,861
สังคม
05 ธ.ค. 62

ครูล่วงละเมิดทางเพศ นร.หญิงวัย 14 ปี ติดต่อผู้ใหญ่ให้ช่วยไกล่เกลี่ย ด้านผู้ปกครองไม่ยอม ขอดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

พิษณุโลก - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชมรมช่วยเหลืออาชญากรรม โพสต์เฟซบุ๊ก นายบิ๊ก ครูชำนาญการพิเศษโรงเรียนแห่งหนึ่ง ใน ต.ดินทอง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ล่วงละเมิดทางเพศ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 3 ตั้งแต่วันที่ 11-15 พ.ย. ที่ผ่านมา จำนวน 5 ครั้ง บริเวณอาคารอเนกประสงค์ของโรงเรียน ซึ่งผู้ปกครองสังเกตเห็นความผิดปกติของลูกสาว จึงสอบถามเค้นความจริงทั้งหมดจนเรื่องแดงขึ้น พร้อมเตรียมประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่เข้าช่วยเหลือ   โดยที่ผ่านมานายวิเชียร ภักดี สมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก อ.วังทอง ได้รับเรื่องราวร้องทุกข์จาก น.ส.น้อย นามสมมุติ ว่า ด.ญ.เอ นามสมมุติ อายุ 14 ปี ลูกสาว ถูกนายบิ๊ก ครูชำนาญการพิเศษโรงเรียนดังกล่าวล่วงละเมิดทางเพศและข่มขืนกระทำชำเรา ตั้งแต่วันที่ 11-15 พ.ย. ที่ผ่านมา จำนวน 5 ครั้ง    ต่อมานายบิ๊กได้ติดต่อผ่านผู้ใหญ่ให้เข้าช่วยพูดคุยไกล่เกลี่ย และยินยอมชดใช้เงินเป็นค่าเสียหายเพื่อไม่ให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งตนเห็นว่าเป็นการกระทำที่ผิดจรรยาบรรณวิชาชีพครู และอาจจะเป็นภัยกับเด็กนักเรียนคนอื่นๆ จึงพาผู้ปกครองของ ด.ญ.เอ เข้าร้องทุกข์ต่อ นายอุดม สายโท รอง ผอ.สพป.พิษณุโลก เขต 2 รักษาราชการแทน ผอ.สพป.พิษณุโลก เขต 2 เพื่อให้ความเป็นธรรมและดำเนินการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น หรือลงโทษทางวินัยของข้าราชและตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องนี้โดยเร็วที่สุด หลังจากนั้นจึงได้เดินทางขอความช่วยเหลือชมรมช่วยเหลืออาชญากรรม เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือต่อไป     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/lza5V6fvYuU

 6,861
สังคม
17 พ.ย. 62

เผยโพสต์-แชทสุดท้าย ด.ญ.วัย 13 ก่อนกระโดดตึก แม่ร่ำไห้ปานขาดใจรับศพ ยัน ลูกไม่ได้ท้อง ด้านหนุ่มวัย 24 ปัด มอมยาลวงไปที่ห้อง

ความคืบหน้ากรณี ด.ญ.วัย 13 นักเรียนชั้น ม.2 กระโดดตึกลงมาเสียชีวิต ย่านรามคำแหง ซึ่งแม่พยายามที่จะวิ่งเข้าไปห้ามลูกสาว แต่ก็ไม่ทัน จนเกิดเหตุสลด ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น   ความคืบหน้าวานนี้ แม่และพี่สาวของน้องพิ้งกี้ ด.ญ.วัย 13 เดินทางมายื่นคำร้องขอศพน้องพิ้งกี้ ที่นิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ บรรยากาศเป็นไปอย่างโศกเศร้า แม่ร้องไห้กอดศพลูกปานจะขาดใจ  ยังช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น    จากนั้นได้นำศพไปประกอบพิธีทางศาสนาอิสลาม ที่สุเหร่าคลองตัน และนำไปทำพิธีฝังที่กุโบร์ มัสยิดฮี่ดาย่าตุ้ล อิสลาม บ้านสามอิน มีบรรดาเพื่อนๆ ของน้องพิงกี้และแฟนหนุ่มเข้าร่วมไว้อาลัย  โดยนายเต้ยแฟนหนุ่มก็ร้องไห้จนล้มฟุบลงไป และตัดพ้อที่ช่วยน้องไม่ได้ ส่วนแม่และพี่สาวยืนร้องไห้จะขาดใจและแม่ก็ร้องเรียกชื่อร้องพิงกี้ตลอด และพยายามจะวิ่งเข้าไปหาศพตอนช่วงทำพิธีจนญาติๆ ต้องคอยปลอบและดูแลใกล้ชิด    เมื่อเสร็จพิธี แม่ของน้องพิงกี้ก็เปิดใจกับทีมข่าวว่า ตอนนี้ยังทำใจไม่ได้ คอยถามตัวเองตลอดว่าคือเรื่องจริงหรือแค่ฝัน และขอแก้ข่าวเรื่องน้องตั้งท้องไม่เป็นความจริง ข้อมูลที่น้องและเพื่อนบอกเข้าใจผิด     แต่เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น เกิดจากความเครียดของน้อง คือตั้งแต่น้องพิ้งกี้เข้าสู่วัยรุ่นก็ติดเพื่อนมาก ทั้งเพื่อนทางโซเชียลฯ และเพื่อนที่คบอยู่ จนกระทั่งไปนัดพบกับชายหนุ่มรายหนึ่งจากเฟซบุ๊ก และถูกจับตัวไปขังที่บ้านเช่าย่านพัฒนาการถูกล่วงละเมิดทางเพศ แม่และตำรวจก็เข้าไปช่วย และนำไปตรวจร่างกายที่ รพ.ตำรวจ จากนั้นน้องก็ติดเพื่อนมาก อยากจะออกจากบ้านทุกวัน แม่ต้องคอยดุ และห้ามตลอดเวลา บางครั้งต้องล็อคกุญแจห้องจากข้างใน เพื่อไม่ให้ลูกหนีออกไป พอลูกถูกห้ามมากๆ ก็เครียดกดดัน    กระทั่งวันเกิดเหตุประมาณเที่ยงคืนน้องกลับเข้าบ้าน พร้อมกับร้องไห้ฟูมฟายโดยไม่ทราบสาเหตุ ตนพยายามปลอบใจ ให้ลูกอาบน้ำและกินยาที่โรงพยาบาลจ่ายมาก่อนหน้านี้  ซึ่งหลังจากน้องกินยาน้องพยายามจะออกไปข้างนอกอีกครั้ง โดยบอกกับตนว่าจะออกไปหาเพื่อน แต่ตนไม่ยอมน้องยิ่งร้องไห้หนัก ก่อนวิ่งออกจากห้องขึ้นบันไดชั้นดาดฟ้า จังหวะนั้นแม่พยายามวิ่งตามขึ้นไปแต่ความดันขึ้นต้องเดินลงมานอนพักในห้อง เมื่ออาการดีขึ้นจึงขึ้นตามไป เห็นน้องนั่งที่ขอบระเบียงแม่พยายามจะคว้าร่างลูกไว้ แต่ไม่ทันลูกร่วงลงไปต่อหน้าต่อตา     เรื่องที่เกิดทั้งหมดเป็นเพราะความเปลี่ยนแปลงเข้าสู่วัยรุ่นและการคบเพื่อนและการติดโซเชียลที่ทำให้ลูกเปลี่ยนไปมาก และไม่แน่ใจว่าลูกอาจจะไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือไม่ ตนในฐานะแม่อยากสะท้อนให้สังคมเห็นการกระทำของวัยรุ่น ให้พ่อแม่ที่มีลูกเข้าสู่วัยรุ่น ต้องคอยดูแลใกล้ชิด และคอยดูแลเรื่องการคบเพื่อนของลูก เพราะทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปทันที จากเดิมน้องพิ้งกี้ไม่เคยเป็นแบบนี้    อย่างไรก็ตาม ต่อมาได้มีการเปิดเผยแชทของน้องพิ้งกี้ ซึ่งเป็นแชทสุดท้ายที่คุยกับเพื่อน โดยน้องพิงกี้ได้ส่งภาพที่ตัวเองนั่่งอยู่ขอบระเบียงให้เพื่อนดู อีกทั้งน้องพิฝกี้ยังโพสต์เฟซบุ๊กด้วยว่า "ไปแล้วนะ" , "ไม่มีกูคงดี"   ด้านน้องเก๋  (นามสมมุติ) เพื่อนสนิทน้องพิ้งกี้ เล่าว่า ตกใจที่เพื่อนคิดสั้น ทุกครั้งเวลามีปัญหาอะไร พิ้งกี้จะปรึกษาตนตลอด ช่วงหนึ่งที่เครียดจัด เคยพากันไปเล่นที่ดาดฟ้าแล้วบอกว่า มากระโดดกันมั้ย ตนจึงเตือนเพื่อนไปว่าอย่าทำแบบนี้อย่าคิดสั้น ซึ่งตกใจมากกับเรื่องที่เกิดขึ้น   สำหรับเหตุการณ์ชายฉกรรจ์ล่วงละเมิดทางเพศน้องพิงกี้ อาจจะเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้น้องตัดสินใจฆ่าตัวตายนั้น เรื่องนี้ ร.ต.ท.หญิง มุกนภา เอมรื่น รอง สว.(สอบสวน) สน.คลองตัน กล่าวว่า วันเกิดเหตุวันลอยกระทง เมื่อวันที่ 11 พ.ย. ที่ผ่านมม ตำรวจ สน.คลองตัน ได้ลงพื้นที่ติดตาม จนทราบว่าน้องพิงกี้ถูกอยู่ที่ห้องพักในซอยพัฒนาการ 36   พบน้องพิ้งกี้อยู่กับผู้ชายอีก 2 คน ตำรวจจึงควบคุมตัว นายบอย อายุ 24 ปี และเพื่อนชายอีกรายมาสอบสวน โดยนายบอยสารภาพว่า รับน้องพิ้งกี้มาจริง จากนั้นได้พามาที่ห้องพักดังกล่าว ก่อนเพื่อนร่วมห้องของนายบอยจะกลับจากเลิกงานมาพบทั้งคู่อยู่ด้วยกัน กระทั่งตำรวจมาจับกุม   ด้านนายบอย ให้การว่า รู้จักกับน้องพิงกี้ทางเฟซบุ๊ก และนัดเจอกันโดยไม่ได้มีการมอมยา น้องพิงกี้มากับตนเอง ตนบอกให้น้องพิงกี้กลับบ้านแล้ว แต่น้องไม่ยอมกลับ เบื้องต้นแจ้งข้อหานายบอย ฐานครอบครองเครื่องกระสุนปืนโดยผิดกฎหมาย ก่อนส่งตัวฝากขังศาลพระโขนง ส่วนประเด็นล่วงละเมิดนั้น ต้องรอผลตรวจร่างกายของน้องพิงกี้จากโรงพยาบาล     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/XzV8dlAvNWk  

 34,175
ข่าวภูมิภาค
14 พ.ย. 62

น้องเขยสางแค้น ยิงพี่เขยดับ หลังข่มขืนลูกสาว แจ้งความ 10 ปี คดีไม่คืบ

พัทลุง-เกิดเหตุยิงกันทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 โดยเหตุเกิดบนถนนคอนกรีตในหมู่บ้าน ท้องที่ ม.2 ต.ควนขนุน พบผู้เสียชีวิต คือนายประพันธุ์ คตฤทธิ์ อายุ 60 ปี อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 มม. เข้าบริเวณอวัยวะเพศ และต้นคอ รวม 2 นัด นอนคว่ำหน้าเสียชีวิต   เบื้องต้นทราบว่าคนที่ก่อเหตุยิงทราบชื่อคือนายวิโรจน์ ทองขาว เป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลควนขนุน อำเภอเขาชัยสน และเป็นผู้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ตัวเองเป็นคนยิงคนตายในที่เกิดเหตุ และจะขอติดต่อมอบตัวภายหลัง   ซึ่งก่อนเกิดเหตุขณะที่นายวิโรจน์ กำลังขับรถกลับมาบ้าน และเมื่อมาถึงเห็นผู้ตายกำลังเดินออกมาขับรถมอเตอร์ไซค์ออกจากบ้านของนายวิโรจน์ ทำให้เกิดความแค้น เพราะก่อนหน้านี้ผู้ตายซึ่งเป็นพี่เขย ได้ข่มขืนลูกสาวของนายวิโรจน์ เมื่อ10 ปีก่อน แต่คดีไม่คืบ และไม่มีการดำเนินคดีตามกฎหมายหรือเอาผิด ทั้งที่ผู้ตายรับผิดในขณะนั้น   และทราบว่าได้มีการวิ่งเต้นจนเจ้าหน้าที่ทำสำนวนไม่พอฟ้อง ทำให้ไม่ถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อมาผู้ตายก็ได้ย้ายไปอยู่ที่อื่นนาน จนกระทั่งกลับมาพักอาศัยบ้านเดิมอีกครั้ง และใกล้กับบ้านผู้ก่อเหตุ และด้วยความแค้นก่อนหน้านี้บวกกับการเห็นผู้ตายออกมาจากบ้านของตัวเอง จึงได้ใช้อาวุธปืนไล่ยิงไป 5 นัด จนกระทั่งเสียชีวิตดังกล่าว   ซึ่งขณะนี้ทางญาติกำลังเร่งติดตามนายวิโรจน์ เพื่อนำเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jmAGzpbJn28

 11,559
อาชญากรรม
14 พ.ย. 62

น้องเขยสางแค้น ยิงพี่เขยดับ หลังข่มขืนลูกสาว แจ้งความ 10 ปี คดีไม่คืบ

พัทลุง-เกิดเหตุยิงกันทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 โดยเหตุเกิดบนถนนคอนกรีตในหมู่บ้าน ท้องที่ ม.2 ต.ควนขนุน พบผู้เสียชีวิต คือนายประพันธุ์ คตฤทธิ์ อายุ 60 ปี อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 มม. เข้าบริเวณอวัยวะเพศ และต้นคอ รวม 2 นัด นอนคว่ำหน้าเสียชีวิต   เบื้องต้นทราบว่าคนที่ก่อเหตุยิงทราบชื่อคือนายวิโรจน์ ทองขาว เป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลควนขนุน อำเภอเขาชัยสน และเป็นผู้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ตัวเองเป็นคนยิงคนตายในที่เกิดเหตุ และจะขอติดต่อมอบตัวภายหลัง   ซึ่งก่อนเกิดเหตุขณะที่นายวิโรจน์ กำลังขับรถกลับมาบ้าน และเมื่อมาถึงเห็นผู้ตายกำลังเดินออกมาขับรถมอเตอร์ไซค์ออกจากบ้านของนายวิโรจน์ ทำให้เกิดความแค้น เพราะก่อนหน้านี้ผู้ตายซึ่งเป็นพี่เขย ได้ข่มขืนลูกสาวของนายวิโรจน์ เมื่อ10 ปีก่อน แต่คดีไม่คืบ และไม่มีการดำเนินคดีตามกฎหมายหรือเอาผิด ทั้งที่ผู้ตายรับผิดในขณะนั้น   และทราบว่าได้มีการวิ่งเต้นจนเจ้าหน้าที่ทำสำนวนไม่พอฟ้อง ทำให้ไม่ถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อมาผู้ตายก็ได้ย้ายไปอยู่ที่อื่นนาน จนกระทั่งกลับมาพักอาศัยบ้านเดิมอีกครั้ง และใกล้กับบ้านผู้ก่อเหตุ และด้วยความแค้นก่อนหน้านี้บวกกับการเห็นผู้ตายออกมาจากบ้านของตัวเอง จึงได้ใช้อาวุธปืนไล่ยิงไป 5 นัด จนกระทั่งเสียชีวิตดังกล่าว   ซึ่งขณะนี้ทางญาติกำลังเร่งติดตามนายวิโรจน์ เพื่อนำเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jmAGzpbJn28

 11,559
สังคม
05 พ.ย. 62

จับแล้ว! ชายอ้างเป็นตำรวจล่วงละเมิดทางเพศหญิงสาว

ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ อนุมัติออกหมายจับนายสฐาน อ่อนดีกุล อายุ 54 ตามบัตรประชาชนอยู่เลขที่ 254/2หมู่ 5 ต.ท่าสนวน อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย เมื่อเย็นวันที่ 3 พ.ย.ที่ผ่านมา และสามารถจับกุมได้ขณะพักอยู่ที่บ้านของภรรยา อยู่เลขที่ 67 หมู่1 บ้านสระบัว ต.สระบัว อ.ประทุมรัตน์ จ.ร้อยเอ็ด ในเขตพื้นที่ สภ.บัวขาว อ.ประทุมรัตน์ พร้อมของกลางเป็นรถเก๋งโตโยต้า โคโรล่า สีน้ำเงิน ทะเบียน ขษ 839 เชียงใหม่ และชุดที่สวมใส่ในวันก่อเหตุ ล่าสุดตำรวจ สภ.สตึก อ.สตึก และตำรวจ สภ.แคนดง อ.แคนดง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งมีผู้เสียหายได้แจ้งความไว้ทั้ง 2 แห่ง ได้ร่วมกันสอบสวน นายสฐาน อย่างเคร่งเครียด จากการสอบสวนนายสฐาน ผู้ต้องหากลับคำให้การ จากที่รับสภาพตอนจับกุมว่าเป็นผู้กระทำจริง มาเป็นปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยอ้างว่า ได้เป็นคนขับรถไปจริง เป็นบุคคลที่ถูกเด็กกล่าวอ้างจริง นอกจากนี้ผู้ต้องหายังสารภาพเพียงว่า ได้ให้เด็กขึ้นรถจริง แก้ผ้าจริง แต่ไม่ได้ทำการข่มขืน เพียงแค่เอาอวัยวะเพศของตนไปวางไว้ที่อวัยวะเพศของเด็กเพียง 2-3 นาทีเท่านั้น ยังไม่มีการสอดใส่แต่อย่างใด

 167
สังคม
02 พ.ย. 62

ฝากขังผัดแรก 4 โจ๋รุมโทรมสาว พี่เหยื่อสาปส่งให้ตายในคุก

คืบหน้าคดี 4 วัยรุ่นรุมโทรมหญิง ล่าสุด ตำรวจคุมตัวผู้ต้องหาไปฝากขังผัดแรก พร้อมคัดค้านการประกันตัว ด้านพี่ชายเหยื่อ ยันจะเอาเรื่องถึงที่สุด   โดยตำรวจ สน.ดินแดง ควบคุมตัว 4 ผู้ต้องหาที่ร่วมกันรุมโทรมหญิงอายุ 18 ปี ไปขออำนาจศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เพื่อฝากขังผัดแรก พร้อมคัดค้านการประกันตัว  เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง เกรงจะหลบหนี ขณะที่ญาติของผู้ต้องหายื่นหลักทรัพย์เป็นโฉนดที่ดิน มูลค่า 3 แสน 5 หมื่นบาท ต่อคนเพื่อขอประกันตัว   ด้านพี่ชาย และเพื่อนของผู้เสียหาย ได้เดินทางมาดูหน้าผู้ต้องหา ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้จัดกำลังชุดปราบปรามคอยเฝ้าระวังเหตุรุมประชาทัณฑ์ไว้ เนื่องจากฝ่ายผู้ต้องหา ก็มีกลุ่มเพื่อน ๆ  มาสังเกตุการณ์โดยรอบ สน.ด้วย   พันตำรวจเอกต่อเกียรติ พรหมบุตร ผู้กำกับการ สน.ดินแดง ระบุว่า ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การภาคเสธ อ้างไม่ได้ข่มขืน แต่ใช้มือล่วงละเมิดทางเพศเท่านั้น และไม่ยินยอมไปทำแผนฯ ซึ่งจะต้องรอผลตรวจร่างกายจากโรงพยาบาลตำรวจ คาดจะใช้เวลา 2 สัปดาห์ถึง 1 เดือน   ด้านพี่ชายผู้เสียหาย ยืนยัน จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด และก็ยังไม่มีคำขอโทษจากกลุ่มผู้ต้องหา หรือครอบครัว ซึ่งการกระทำดังกล่าว ลูกผู้ชายไม่ควรทำกับผู้หญิงแบบนี้ โดยเฉพาะในสภาพเมาขาดสติ พร้อมขอบคุณทุกความช่วยเหลือ ที่ช่วยติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีได้อย่างรวดเร็ว 

 588
ข่าวภูมิภาค
29 ต.ค. 62

สาววัย 16 ถูกพ่อแท้ๆ พาหนีไปอยู่ด้วยกันเหมือนผัวเมียนับปี ซ้ำส่งรูปอวดอดีตภรรยา

กระบี่-เจ้าหน้าที่จากบ้านพักเด็ดและสตรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง นำกำลังเข้าตรวจสอบที่บ้านหลังหนึ่งใน ต.อ่าวลึกใต้ อ.อ่าวลึก หลังรับแจ้งจากแม่เลี้ยงและแม่แท้ๆ ของเด็กหญิงวัย 16 ปี ว่าถูกพ่อแท้ๆ ของเด็ก ได้พรากไปจากครอบครัวตั้งแต่ 1 ปีที่ผ่านมา และมาหลบซ่อนอยู่ในตำบลอ่าวลึกใต้   เมื่อไปถึงพบเด็กหญิงวัย 16 ปี และพ่อของเด็กอายุ 42 ปี อาศัยอยู่ในบ้านดังกล่าว โดยมีแม่ของเด็กอายุ 38 ปี ชี้ว่าเด็กถูกพรากมาและได้ทำมิดีมิร้ายกับเด็กมานานแล้ว เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปที่ สภ.อ่าวลึก พร้อมทั้งแจ้งความให้ดำเนินคดีกับพ่อของเด็ก แต่ทาง ตร. แจ้งว่า ยังไม่สามารถดำเนินการได้ ต้องนำเด็กไปตรวจร่างกาย จึงได้ปล่อยตัวไปก่อนพร้อมทำประวัติไว้   จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงนำเด็กไปตรวจที่ รพ.อ่าวลึก พบมีร่องการล่วงละเมิดทางเพศ และเด็กไม่มีสามีมาก่อน จึงได้ทำประวัติไว้ ทางแม่แท้ๆ ของเด็ก จึงไปแจ้งความในคดีพรากผู้เยาว์ไว้ที่ สภ.อ่าวลึก ซึ่งทาง ตร.อ่าวลึก ได้ลงประจำวันไว้ และจะได้สอบสวนหากผิดจริงก็จะดำเนินคดีต่อไป   โดยคดีนี้ สืบเนื่องจากนางน้อย อายุ 38 ปี ภรรยาของนายเอ พ่อของเด็กสาววัย 16 ปี ได้ติดตามนายเอ จนกระทั่งทราบว่าหนีมาอยู่ที่ จ.กระบี่ ทั้งที่มีลูกด้วยกัน 2 คนแล้ว จากนั้นนายเอ ได้ส่งภาพไปให้ว่าอยู่กับภรรยาใหม่ เป็นเด็กสาววัย 16 ปี แต่นางน้อย จำได้ว่าน่าจะเป็นลูกเลี้ยง ซึ่งเป็นลูกแท้ๆ ที่นายเอ เคยมีภรรยาอยู่ที่ จ.พังงา จึงได้ติดต่อกันเมื่อ 1 เดือนที่ผ่านมา   จากนั้นเมื่อแม่แท้ๆ ของเด็กที่อยู่ จ.พังงา เห็นภาพจึงรู้ว่าลูกที่หายไปนาน 1 ปี กับพ่อนั้น ไปอยู่กินแบบสามีภรรยา จึงได้ออกตามหาและมาแจ้งต่อทาง อ.อ่าวลึก เพื่อให้ช่วยตรวจสอบให้จนพบว่าทั้งคู่อยู่บ้านเช่าหลังหนึ่ง ใน ต.อ่าวลึกใต้ จึงนำกำลังเข้าค้นหาและพบตัวดังกล่าว ซึ่งขณะนี้เด็ก อยู่ในการดูแลของแพทย์และเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็ก ซึ่งจะได้สอบสวนต่อไป   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/EWGN_ZXY6c0  

 270,627
สังคม
29 ต.ค. 62

สาววัย 16 ถูกพ่อแท้ๆ พาหนีไปอยู่ด้วยกันเหมือนผัวเมียนับปี ซ้ำส่งรูปอวดอดีตภรรยา

กระบี่-เจ้าหน้าที่จากบ้านพักเด็ดและสตรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง นำกำลังเข้าตรวจสอบที่บ้านหลังหนึ่งใน ต.อ่าวลึกใต้ อ.อ่าวลึก หลังรับแจ้งจากแม่เลี้ยงและแม่แท้ๆ ของเด็กหญิงวัย 16 ปี ว่าถูกพ่อแท้ๆ ของเด็ก ได้พรากไปจากครอบครัวตั้งแต่ 1 ปีที่ผ่านมา และมาหลบซ่อนอยู่ในตำบลอ่าวลึกใต้   เมื่อไปถึงพบเด็กหญิงวัย 16 ปี และพ่อของเด็กอายุ 42 ปี อาศัยอยู่ในบ้านดังกล่าว โดยมีแม่ของเด็กอายุ 38 ปี ชี้ว่าเด็กถูกพรากมาและได้ทำมิดีมิร้ายกับเด็กมานานแล้ว เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปที่ สภ.อ่าวลึก พร้อมทั้งแจ้งความให้ดำเนินคดีกับพ่อของเด็ก แต่ทาง ตร. แจ้งว่า ยังไม่สามารถดำเนินการได้ ต้องนำเด็กไปตรวจร่างกาย จึงได้ปล่อยตัวไปก่อนพร้อมทำประวัติไว้   จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงนำเด็กไปตรวจที่ รพ.อ่าวลึก พบมีร่องการล่วงละเมิดทางเพศ และเด็กไม่มีสามีมาก่อน จึงได้ทำประวัติไว้ ทางแม่แท้ๆ ของเด็ก จึงไปแจ้งความในคดีพรากผู้เยาว์ไว้ที่ สภ.อ่าวลึก ซึ่งทาง ตร.อ่าวลึก ได้ลงประจำวันไว้ และจะได้สอบสวนหากผิดจริงก็จะดำเนินคดีต่อไป   โดยคดีนี้ สืบเนื่องจากนางน้อย อายุ 38 ปี ภรรยาของนายเอ พ่อของเด็กสาววัย 16 ปี ได้ติดตามนายเอ จนกระทั่งทราบว่าหนีมาอยู่ที่ จ.กระบี่ ทั้งที่มีลูกด้วยกัน 2 คนแล้ว จากนั้นนายเอ ได้ส่งภาพไปให้ว่าอยู่กับภรรยาใหม่ เป็นเด็กสาววัย 16 ปี แต่นางน้อย จำได้ว่าน่าจะเป็นลูกเลี้ยง ซึ่งเป็นลูกแท้ๆ ที่นายเอ เคยมีภรรยาอยู่ที่ จ.พังงา จึงได้ติดต่อกันเมื่อ 1 เดือนที่ผ่านมา   จากนั้นเมื่อแม่แท้ๆ ของเด็กที่อยู่ จ.พังงา เห็นภาพจึงรู้ว่าลูกที่หายไปนาน 1 ปี กับพ่อนั้น ไปอยู่กินแบบสามีภรรยา จึงได้ออกตามหาและมาแจ้งต่อทาง อ.อ่าวลึก เพื่อให้ช่วยตรวจสอบให้จนพบว่าทั้งคู่อยู่บ้านเช่าหลังหนึ่ง ใน ต.อ่าวลึกใต้ จึงนำกำลังเข้าค้นหาและพบตัวดังกล่าว ซึ่งขณะนี้เด็ก อยู่ในการดูแลของแพทย์และเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็ก ซึ่งจะได้สอบสวนต่อไป   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/EWGN_ZXY6c0  

 270,627
ข่าวภูมิภาค
29 ต.ค. 62

ชายวัย 45 เปิดปากสารภาพ ล่วงละเมิด ด.ช. หลังพาเล่นเกม หายออกจากบ้านนับเดือน

อยุธยา-จากกรณีมีการออกประกาศตามหา น้องไฮเตอร์ (นามสมมติ) อายุ 11 ปี หายออกจากบ้านนานนับเดือน ก่อนที่จะพบตัว   ต่อมาตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้วางแผนเชิญตัวนายวันชาติ จิตบุญชื่น อายุ 45 ปี โดยทำทีให้แม่เด็ก ติดต่อให้หานายวันชาติ ผู้ต้องสงสัยในครั้งแรกว่า เด็กคิดถึงอยากเล่นเกม นัดพบกันที่หน้าวัดพระญาติ ต.ไผ่ลิง อ.พระนครศรีอยุธยา จากนั้นตำรวจได้แสดงตัวเชิญมาสอบปากคำที่โรงพักพระนครศรีอยุธยา ด้วยสงสัยว่านายวันชัย ได้กระทำความผิดล่วงละเมิดทางเพศและกักขังหน่วงเหนี่ยวเด็กชาย   จากการสอบปากคำในเบื้องต้นชุดสืบสวน เปิดเผยว่า นายวันชาติได้พาเด็กชายออกมาจากลานวัดท่าการ้อง ตั้งแต่ค่ำของวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมาโดยใช้รถ จยย. พานั่งซ้อนท้ายออกมาแล้วมุ่งหน้าไปยังจังหวัดอ่างทอง อ้างว่าพามาด้วยความสงสารและชอบเด็ก เนื่องจากไม่มีลูก   จากนั้นได้พานั่งรถ จยย. ตระเวนไปนอนพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งที่อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี แล้วพาขึ้นรถ จยย. ต่อเรื่อยๆ พักที่จังหวัดนครราชสีมา, ปราจีนบุรี, ชลบุรี สุดท้ายมานอนกบดานอยู่ในโรงแรมที่พัทยา รวมระยะเวลา 28 วัน โดยหลอกล่อพาเด็กชายไปเล่นเกมตามสถานที่ต่างๆ   เบื้องต้นนายวันชาติ รับสารภาพกับเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมว่าได้ล่วงละเมิดทางเพศน้องไฮเตอร์ รวมทั้งหมด 11 ครั้ง ส่วนรถจักรยานยนต์คันที่ใช้ก่อเหตุ เป็นรถที่โขมยมาจากเทศบาลเมืองระยอง และจากการตรวจสอบประวัตินายวันชาติพบว่าเคยถูกจับในคดียาเสพติด คดีฉ้อโกงทรัพย์และเพิ่่งพ้นโทษในคดีลักพาเด็ก ในพื้นที่จังหวัดตราด และเพิ่งพ้นโทษเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2561 ที่ผ่านมาและมาก่อเหตุดังกล่าว   หลังพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำเด็กชายเสร็จ ตามขบวนการสอบสวนเด็กต่อหน้าผู้ปกครองและนักจิตวิทยา ได้นำตัวส่งไปให้แพทย์โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา ทำการการตรวจพิสูจน์หาร่องรอยการกระทำล่วงทางเพศ เพื่อนำผลการพิสูจน์มาเป็นหลักฐานมัดตัวนายวันชาติ ผู้ต้องหา หลังภาคเสธอ้างว่าไม่ได้ล่วงละเมิดทางเพศเด็ก   แต่ด้วยพยายานหลักฐานในการสอบปากคำ พยานแวดล้อม ในเบื้องต้นตำรวจตั้ง 2 ข้อหา กักขังหน่วงเหนี่ยวและข้อหาพากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปจากบิดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแล โดยปราศจากเหตุสมควรเพื่ออนาจารและกระทำอนาจารแก่เด็กอายุไม่เกิน 15 ปี คุมตัวฝากขังศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาทันที ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/hynv4bOM1bQ

 6,568
สังคม
29 ต.ค. 62

ชายวัย 45 เปิดปากสารภาพ ล่วงละเมิด ด.ช. หลังพาเล่นเกม หายออกจากบ้านนับเดือน

อยุธยา-จากกรณีมีการออกประกาศตามหา น้องไฮเตอร์ (นามสมมติ) อายุ 11 ปี หายออกจากบ้านนานนับเดือน ก่อนที่จะพบตัว   ต่อมาตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้วางแผนเชิญตัวนายวันชาติ จิตบุญชื่น อายุ 45 ปี โดยทำทีให้แม่เด็ก ติดต่อให้หานายวันชาติ ผู้ต้องสงสัยในครั้งแรกว่า เด็กคิดถึงอยากเล่นเกม นัดพบกันที่หน้าวัดพระญาติ ต.ไผ่ลิง อ.พระนครศรีอยุธยา จากนั้นตำรวจได้แสดงตัวเชิญมาสอบปากคำที่โรงพักพระนครศรีอยุธยา ด้วยสงสัยว่านายวันชัย ได้กระทำความผิดล่วงละเมิดทางเพศและกักขังหน่วงเหนี่ยวเด็กชาย   จากการสอบปากคำในเบื้องต้นชุดสืบสวน เปิดเผยว่า นายวันชาติได้พาเด็กชายออกมาจากลานวัดท่าการ้อง ตั้งแต่ค่ำของวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมาโดยใช้รถ จยย. พานั่งซ้อนท้ายออกมาแล้วมุ่งหน้าไปยังจังหวัดอ่างทอง อ้างว่าพามาด้วยความสงสารและชอบเด็ก เนื่องจากไม่มีลูก   จากนั้นได้พานั่งรถ จยย. ตระเวนไปนอนพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งที่อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี แล้วพาขึ้นรถ จยย. ต่อเรื่อยๆ พักที่จังหวัดนครราชสีมา, ปราจีนบุรี, ชลบุรี สุดท้ายมานอนกบดานอยู่ในโรงแรมที่พัทยา รวมระยะเวลา 28 วัน โดยหลอกล่อพาเด็กชายไปเล่นเกมตามสถานที่ต่างๆ   เบื้องต้นนายวันชาติ รับสารภาพกับเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมว่าได้ล่วงละเมิดทางเพศน้องไฮเตอร์ รวมทั้งหมด 11 ครั้ง ส่วนรถจักรยานยนต์คันที่ใช้ก่อเหตุ เป็นรถที่โขมยมาจากเทศบาลเมืองระยอง และจากการตรวจสอบประวัตินายวันชาติพบว่าเคยถูกจับในคดียาเสพติด คดีฉ้อโกงทรัพย์และเพิ่่งพ้นโทษในคดีลักพาเด็ก ในพื้นที่จังหวัดตราด และเพิ่งพ้นโทษเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2561 ที่ผ่านมาและมาก่อเหตุดังกล่าว   หลังพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำเด็กชายเสร็จ ตามขบวนการสอบสวนเด็กต่อหน้าผู้ปกครองและนักจิตวิทยา ได้นำตัวส่งไปให้แพทย์โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา ทำการการตรวจพิสูจน์หาร่องรอยการกระทำล่วงทางเพศ เพื่อนำผลการพิสูจน์มาเป็นหลักฐานมัดตัวนายวันชาติ ผู้ต้องหา หลังภาคเสธอ้างว่าไม่ได้ล่วงละเมิดทางเพศเด็ก   แต่ด้วยพยายานหลักฐานในการสอบปากคำ พยานแวดล้อม ในเบื้องต้นตำรวจตั้ง 2 ข้อหา กักขังหน่วงเหนี่ยวและข้อหาพากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปจากบิดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแล โดยปราศจากเหตุสมควรเพื่ออนาจารและกระทำอนาจารแก่เด็กอายุไม่เกิน 15 ปี คุมตัวฝากขังศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาทันที ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/hynv4bOM1bQ

 6,568
ต่างประเทศ
18 ก.ค. 62

ฟิลิปปินส์ออกกม.ใหม่ ใครผิวปากแซวสาว-เพศที่ 3 โดนโทษหนัก ทั้งจำทั้งปรับ

ฟิลิปปินส์ออกกฎหมายผิวปากแซว ผู้หญิง หรือ LGBTQ มีความผิด โดยล่าสุด โรดรีโก ดูแตร์เต ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ลงนามในร่างกฎหมายลงโทษการผิวปาก การแซว และการกระทำอื่น ๆ ที่ถือเป็นการล่วงละเมิดทางเพศบนท้องถนนต่อผู้หญิง เลสเบียน เกย์ ไบเซ็กชวล และคนข้ามเพศ (LGBTQ)   โดยกฎหมายนี้กำหนดโทษสถานหนัก จะถูกลงโทษด้วยการจำคุก หรือปรับตั้งแต่ 100,000-500,000 เปโซ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 60,000-300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากเป็นชาวต่างชาติจะถูกส่งตัวกลับหลังรับโทษ และต้องเสียค่าปรับด้วย  

 1,039

Top