ค้นหา :

ผลการค้นหา "เกาะสมุย"

ข่าวภูมิภาค
22 ก.ค. 62

พบแล้ว นทท.ชาวสเปน หลังหลงป่าเกาะสมุย

จากกรณีนักท่องเที่ยวชาวสเปน หลงป่าอยู่บนเขาบริเวณน้ำตกหน้าเมือง 2 หมู่ที่ 2 ต.หน้าเมือง อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี โดยหลังเกิดเหตุ ตำรวจท่องเที่ยวเกาะสมุย พร้อมด้วยตำรวจ สภ.เกาะสมุย เจ้าหน้าที่จากศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่กู้ภัย ระดมกำลังกว่า 50 นาย เร่งค้นหาช่วยเหลือนักท่องเที่ยวคนดังกล่าว   ล่าสุด วันที่ 22 ก.ค. 62 เมื่อเวลา 09.00 น. ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานจาก นายสมิฐศักดิ์ สุทธาระ หัวหน้าศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวจังหวัดสุราษฎร์ธานี สำนักงานอำเภอเกาะสมุย เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้พบตัวนักท่องเที่ยวคนดังกล่าวแล้ว โดยนักท่องเที่ยวคนดังกล่าว ได้เดินทางกลับไปยังที่พักโรงแรม ต.บ่อผุดแล้ว ปลอดภัยดี แต่มีอาการอ่อนเพลีย โดยพร้อมจะให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าสอบปากคำได้ในช่วงเย็นวันนี้   ข่าวที่เกี่ยวข้อง หนุ่มสเปนหลงป่าเกาะสมุยขณะฝนตก จนท.เร่งตามหาทั้งคืนยังไม่พบ    

 1,015
ข่าวภูมิภาค
22 ก.ค. 62

หนุ่มสเปนหลงป่าเกาะสมุยขณะฝนตก จนท.เร่งตามหาทั้งคืนยังไม่พบ

สุราษฎร์ธานี-ตำรวจท่องเที่ยวเกาะสมุย ได้รับแจ้งสายด่วน 1155 จาก นายลีด สัญชาติสเปน ว่าตนเองหลงป่าอยู่บนเขาบริเวณน้ำตกหน้าเมือง 2 หมู่ที่ 2 ต.หน้าเมือง อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี หาทางลงจากภูเขาไม่ได้เพราะมืดมาก ตอนนี้อยู่ในสภาพหิวโซและขาดน้ำดื่ม   จากนั้นตำรวจท่องเที่ยวจึงแจ้งไปยังตำรวจสภ.เกาะสมุย เจ้าหน้าที่จากศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่กู้ภัย ระดมกำลังกว่า 50 นาย เร่งค้นหาช่วยเหลือนักท่องเที่ยวคนดังกล่าวในทันที   เมื่อไปถึงบริเวณทางขึ้นน้ำตกหน้าเมือง 2 พบรถจักรยานยนต์ สีขาวดำ ทะเบียน ครก 501 สุราษฎร์ธานี จอดอยู่ สอบถามจึงทราบว่าเป็นนายลีด นักท่องเที่ยวคนดังกล่าวที่หลงป่าได้ขี่มาจอดไว้ตั้งแต่ช่วงเย็น ตรวจสอบไม่พบหลักฐานหรือทรัพย์สินอย่างอื่น  จึงได้โทรศัพท์ติดต่อนายลีด แต่ติดต่อไม่ได้ คาดว่าน่าจะไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ หรือแบตเตอรี่หมดไปแล้ว   ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดค้นหาเดินขึ้นน้ำตกหน้าเมือง2 ท่ามกลางความมืดและฝนที่ตกลงมาอยู่ตลอดเวลา ทำให้การค้นหาเพิ่มความยากลำบากขึ้น ทางเดินมีความลาดชัน ต้องปีนป่ายหินก่้อนใหญ่ เสี่ยงลื่นและได้รับอันตราย เมื่อค้นหาอยู่ประมาณ 2 ชั่วโมงจึงลงจากภูเขาหลังไม่พบตัวนักท่องเที่ยวและเตรียมวางแผนเข้าค้นหาใหม่ในช่วงเช้าต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/NKwGf8FyzwE

 668
ข่าวภูมิภาค
18 ก.ค. 62

นทท. ต่างชาติ เกาะสมุยคะนอง นั่งบนหลังคารถโดยสาร จนท.สั่งวิดพื้น 20 ครั้ง แทนค่าปรับ

นักท่องเที่ยวคึกคะนอง นั่งบนหลังคารถโดยสารสองแถวผ่านด่านตรวจ ความมั่นคงรักษาความปลอดภัย บนเกาะพะงัน เจ้าหน้าที่เรียกให้ลงจากหลังคารถ พร้อมตักเตือน ก่อนสั่งให้วิดพื้น คนละ 20 ครั้ง แทนค่าปรับ ล่าสุด ตร. สภ.เกพะงัน เรียกโชว์เฟอร์เข้าพบพนักงานสอบสวนแล้ว    เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2562 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายนพพฤช ชำนาญฤทธิ์ ปลัดอำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 02.30 น.วันนี้ ได้รับคำสั่งจากนายเกริกไกร สงธานี นายอำเภอเกาะพะงัน สั่งการให้ นำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง พร้อม อส.กองร้อยรักษาดินแดนที่ 16 อำเภอเกาะพะงัน นำกำลังไปตั่งด่าน ที่บริเวณจุดตรวจด่านความั่นคง รักษาความปลอดภัย ริมถนนสายหาดริ้น บ้านใต้ หมู่ 5 ตำบลบ้านใต้ อำเภอเกาะพะงัน   ขณะที่กำลังเจ้าหน้าที่กำลังตั้งด่านตรวจ พบรถโดยสารประจำทาง เป็นรถสองแถวผ่านจุดตรวจด่านด่านมั่นคง รักษาความปลอดภัย มีนักท่องเที่ยวชาย 4 คน นั่งบนหลังคารถโดยสาร พร้อมส่งเสียงดังมาตลอดทาง เจ้าหน้าที่จึงได้ให้สัญญาณคนขับรถจอด พร้อมทำการตรวจสอบ พบว่ามีนักท่องเที่ยว กลับมาจากชายหาดริ้น    จากการตรวจสอบพบว่านักท่องเที่ยวหลายรายอยู่ในอาการ เมาสุรา (หลังเที่ยงคืนในวันที่ 18 กรกฎาคม สามารถจำหน่ายสุราได้ ) และคึกคะนอง ขึ้นไปนั่งบนหนังคารถโดยสาร ทางเจ้าหน้าที่จึงได้เรียกมาตักเตือน แต่นักท่องเที่ยวที่อยู่ในอาการคึกคะนองกลับเสนอให้เงินเพื่อเป็นการเสียค่าปรับ แต่เจ้าหน้าที่ไม่รับ    นายนพพฤช จึงได้อธิบายพร้อมทำความเข้าใจให้นักท่องเที่ยวทราบถึงข้อกฎหมาย ของประเทศไทย ทำให้นักท่องเที่ยวเข้าใจ ซึ่งทางปลัดอำเภอเกาะพะงัน จึงได้ให้นักท่องเที่ยววัยคะนองทั้ง4 ราย ทำการวิดพื้นคนละ 20 ครั้ง เพื่อทำโทษ ซึ่งนักท่องเที่ยวพอใจ ทำให้กลุ่มเพื่อน ๆ ส่งเสียงเชียร์กันลั่น    จากนั้นได้เรียกโชว์เฟอร์รถโดยสารมาว่ากล่าวตักเตือน ที่ให้นักท่องเที่ยวนั่งบนหลังคารถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย ซึ่งจากการตรวจสอบ พบมีรถสองแถวให้บริการนักท่องเที่ยว นั่งบนหลังคารถจำนวน 3 คัน    ล่าสุด พ.ต.อ.สถิตย์ คงเนียม ผกก.สภ.เกาะพะงัน ได้แจ้งให้ โชว์เฟอร์รถโดยสารคันดังกล่าว เข้าพบพนักงานสอบสวนแล้ว เพื่อดำเนินการตามกฎหมายแล้ว

 2,053
แชร์ออฟเดอะเดย์
17 ก.ค. 62

ตร.เกาะสมุยชี้แจง ปมหนุ่มโพสต์ได้เศษกระดาษเป็นใบสั่ง เสียค่าปรับ 2 พัน ชี้ทำผิดเป็นกระบุง

สุราษฎร์ธานี-จากรณีมีชายคนหนึ่งร้องเรียนว่า ขี่รถ จยย. ไปทำบัตรประชาชนใหม่ ที่อำเภอเกาะสมุย แต่ขี่รถไปถึงหน้าอำเภอ มีด่านตั้งอยู่ ตนถูกตำรวจเรียกให้เข้าจอดข้างทาง เพราะรถไม่มีป้ายทะเบียน และไม่มีใบขับขี่   ตำรวจจึงให้ตนไปเสียค่าปรับที่สถานีตำรวจ โดยตำรวจได้หยิบเศษกระดาษขึ้นมาและเขียนข้อหาว่า ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน และ ไม่มีใบอนุญาต ตนจึงนำเศษกระดาษเข้าไปให้ตำรวจใน สภ. ซึ่งร้อยเวรที่รับเรื่องแจ้งว่า ต้องเสียค่าปรับ 2,000 บาท เพราะโดน 2 ข้อหา ตนจึงถามถึงใบสั่ง ตำรวจก็แจ้งว่าไม่สามารถออกใบสั่งได้ เนื่องจากผู้ขับไม่มีใบขับขี่ คำตอบนี้ จึงเป็นคำถามคาใจว่า “ใบสั่ง” ออกเป็นเศษกระดาษก็ได้เหรอ?"   ต่อมาทางตำรวจ สภ.เกาะสมุย ชี้แจงว่า ช่วงที่เกิดเหตุเป็นเวลาเร่งด่วน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร จึงได้กระจายกำลังอำนวยความสะดวกการจราจร บนถนนสายทวีราษฎร์ภักดี หน้าที่ว่าการอำเภอเกาะสมุย ขณะนั้นได้มีหนุ่มไทยวัยรุ่นคนหนึ่งอายุประมาณ 20-25 ปี ได้ขับรถจักรยานยนต์ฮอนด้า MSX สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ไม่มีกระจกมองข้าง และไม่มีแผ่นป้ายทะเบียน และไม่มีแผ่นป้ายการชำระภาษี และไม่สวมหมวกนิรภัย   ซึ่งรถจักรยานยนต์ สภาพรถเป็นรถกลางเก่ากลางใหม่ ขับมาถึงจุดตรวจกวดขันวินัยจราจร ได้แสดงท่าทางมีพิรุธ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจราจร จึงได้ให้สัญญาณจอดพร้อมให้นำรถเข้าข้างทาง พร้อมตรวจรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว ปรากฎชายหนุ่มดังกล่าวไม่มีเอกสารประจำรถมาแสดง   พร้อมได้สอบถามชายวัยรุ่นคนขับว่ามีใบขับขี่รถหรือไม่ หนุ่มดังกล่าวแจ้งว่าไม่มีใบขับขี่ พร้อมสอบถามทางตำรวจว่า ต้องเสียค่าปรับเทาไหร่ ทางเจ้าหน้าที่จึงได้บอกว่า หลายความผิด ทั้งไม่มีใบอนุญาตขับขี่ รถไม่ติดแผ่นป้ายทะเบีย ไม่ติดกระจกมองข้าง ค่าปรับไม่เกิน 2,000 บาท และทางตำรวจราจรยังได้แจ้งว่า ต้องออกใบสั่งนะ พร้อมแจ้งรายละเอียดโดยจดเป็นกระดาษ ช็อตโน้ต เพื่อแจ้งให้หนุ่มเจ้าของรถนำกระดาษดังกล่าวไปขอรับใบสั่ง   โดยมีใจความว่า “ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน และไม่มีใบอนุญาตขับขี่” เพื่อให้ชายหนุ่มคนขับรถนำแผ่นกระดาษดังกล่าว ไปขอรับใบสั่งจากเจ้าพนักงานตำรวจจราจร เพื่อนำใบสั่งไปชำระค่าปรับ และไม่สับสน เนื่องจากการออกใบสั่ง ต้องเป็นไปตามข้อเท็จจริง   แต่ชายหนุ่มดังกล่าว รับกระดาษดังกล่าวไปแล้ว กลับหายตัวไป และไม่มาแสดงตัวอีกเลย และยังนำกระดาษที่ทางเจ้าหน้าที่ให้นำไปขอรับใบสั่งตัวจริง กลับนำมาโพส์ตลงสื่อโซเชี่ยล   ทางตำรวจระบุว่า ภายหลังจากที่ชายหนุ่มดังกล่าวไม่มาแสดงตัวเสียค่าปรับและขอรับรถ จึงได้นำรถจัรยานยนต์คันดังกล่าว พร้อมแจ้งบันทึกตรวจยึด และส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกาะสมุย เพื่อแจ้งข้อกล่าวหา ในข้อกล่าวหา ขับรถจักรยานยนต์ โดยไม่ติดแผนป้ายทะเบียน และไม่ติดอุปกรณ์กระจกมองข้าง และชำระภาษี เนื่องจากชายหนุ่มดังกล่าวได้มีความผิดเกี่ยวกับ พรบ.จราจร และขอยืนยันว่า เป็นไปไม้ได้ที่ทางตำรวจจะเอาค่าปรับจำนวน 2,000 บาท เพราะใบสั่งที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจราจรออกให้ ต้องเป็นใบสั่งที่เป็นแบบฟอร์มของสำนักงานตำรวจเท่านั้น   ในส่วนของชายหนุ่มดังกล่าว ที่นำแผ่นกระดาษไปโพสต์ลงสื่อโซเชียล และตั้งเป็นประเด็นขึ้นมา เพื่อหาแนวร่วม ที่จะเบี่ยงเบนประเด็นให้เป็นกระแสขึ้นมา ขณะเดียวกันทางตำรวจกำลังตรวจสอบพฤติกรรม ของชายหนุ่มดังกล่าว ว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่าย พรบ.คอมพิวเตอร์อย่างไรบ้าง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ขณะเดียวกันขอให้ชายหนุ่มดังกล่าว หากมีเอกสารการครอบครองรถ ก็ขอให้นำเอกสารเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เกาะสมุย เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/71Zx322Yuic

 2,066
ข่าวภูมิภาค
01 ก.ค. 62

เสียชื่อประเทศ! รวบหนุ่มก่อสร้าง ขี่ จยย.กระชากกระเป๋า นทท.จีนกลางเกาะสมุย อ้างติดหนี้พนันบอล

สุราษฎร์ธานี-เกิดเหตุนักท่องเที่ยวชาวจีน ถูกคนร้ายขี่ จยย.ชิงทรัพย์กระชากกระเป๋า ในย่านช็อปปิ้งเซ็นเตอร์ ถนนฟิชเชอร์แมนวิลเลจ บริเวณชายทะเลบ้านบ่อผุด เกาะสมุย โดยเป็นกระเป๋าแบรนด์เนมดัง ภายในมีเงินสดไทย 20,000 บาท และเงินสกุลหยวน กว่า 5,000 หยวน และโทรศัพท์มือถือรุ่นไอโฟน X รวมมูลค่ากว่า 50,000 บาท ทั้งนี้มีภาพจากกล้องวงจรปิดจับภาพไว้ได้   ต่อมาตำรวจจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้คือ นายพิระยะ ฉิมลอย อายุ 24 ปี เป็นคนงานก่อสร้างของบริษัทแห่งหนึ่ง โดยจับได้ที่ห้องพักคนงาน พบของกลางเงินสดไทยจำนวน 20,000 บาท เงินหยวน 3,700 หยวน บัตรเครดิต 4 ใบ ส่วนโทรศัพท์ไอโฟน X ผู้ต้องหาได้เผาทำลาย เนื่องจากโทรศัพท์มีระบบสัญญาณติดตาม    เบื้องต้นให้การรับสารภาพว่า ทำงานเป็นคนงานก่อสร้าง ของบริษัทแห่งหนึ่ง ในวันเกิดเหตุ ได้ยืมรถจักรยานยนต์เพื่อน ออกไปขับขี่ และไปพบนักท่องเที่ยวจีนเดินอยู่บนย่านช็อปปิ้งถนนฟิชเชอร์แมนวิลเลจ จึงได้เลี้ยวรถกลับ และพบเหยื่อ จึงได้ขับรถจักรยานยนต์เข้าประชิด แล้วกระชากกระเป๋า และเร่งเครื่องยนต์หลบหนีไป   ผู้ต้องหา ยังกล่าวอีกว่า เคยก่อเหตุในลักษณะเดียวกันมาแล้วหลายครั้ง ที่ จ.ชลบุรี และเกาะสมุย 2 ครั้ง โดยเลือกเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติ   ส่วนที่ก่อเหตุในครั้งนี้ เนื่องจากตนกำลังประสบปัญหาเรื่องเงิน เนื่องจากเป็นหนีพนันฟุตบอลออนไลน์ ประมาณ 100,000 บาท หากไม่สามารถนำเงินไปชำระได้ ถูกเจ้าหนี้ขู่จะทำร้ายร่างกาย จึงจำเป็นต้องก่อเหตุ   ขณะที่นักท่องเที่ยวจีน ผู้เสียหาย ที่ทราบข่าว ว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สามรถจับกุมคนร้ายได้เเล้ว ได้เดินทางมาดูหน้าคนร้าย พร้อมตรวจสอบทรัพย์สินพบว่า เงินหยวนยังหายไปจำนวนหนึ่ง พร้อมบัตรเครดิตอีก 1 ใบ แต่ถึงอย่างไร ต้องขอบคุณทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไทย ที่สามารถจับกุมคนร้ายได้ภายในวันเดียว   ส่วนผู้ต้องหา ทางตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาชิงทรัพย์หรือรับของโจร โดยใช้ยานพาหนะ โดยในวันนี้ (1 ก.ค.) จะนำตัวผู้ต้องหา ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ก่อนนำตัวขออนุญาตศาลจังหวัดเกาะสมุย ฝากขังในพัดแรก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/znWi8bKRCtI

 660
ข่าวภูมิภาค
01 มิ.ย. 62

ศาลตัดสินจำคุก 8 ปี ไม่รอลงอาญา ‘ไอ้มอส’ ข่มขืนแหม่มนอร์เวย์

สุราษฎร์ธานี - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าศาลจังหวัดเกาะสมุย ได้อ่านพิพากษา เลขคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.474/62 หมายเลขแดงที่ 464/62 ได้อ่านคำตัดสินพิพากษาสั่งจำคุก นายเรวัต หรือมอส หาญสุวรรณ์ อายุ 34 ปี ชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้ต้องหาในคดีข่มขืนนักท่องเที่ยวสัญชาตินอร์เวย์    โดยศาลจังหวัดเกาะสมุย ได้ตัดสินอ่านคำพิพากษา สั่งจำคุกนายมอส จำคุก 12 ปี เพิ่มโทษหนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 92 เป็นจำคุก 16 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษลดโทษ ให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก 8 ปี โดยไม่รอลงอาญา พร้อมนำตัวนายมอส ขึ้นรถยนต์ควบคุมขัง นำตัวนายมอส ผู้ต้องหา เข้าเรือนจำจำอำเภอเกาะสมุยทันที   สำหรับคดีนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 12 พ.ค ได้มีแหม่มสาว อายุ 26 ปี สัญชาตินอร์เวย์ ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับ ตำรวจ สภ.เกาะพะงัน ว่าได้เดินทางมาท่องเที่ยวที่งาน ฮาฟมูล ปาร์ตี้ หมู่ 3 ตำบลบ้านใต้ อำเภอเกาะพะงัน ระหว่างที่เดินทางกลับมาที่พัก พบกับคนร้ายเป็นชายจำนวน 1 ราย ขับรถจักรยานยนต์ ได้ขับรถพาไป พาขึ้นซ้อนท้ายก่อกพาไปที่เปลี่ยว และลงมือใช้กำลัง และข่มขืนจนสำเร็จความใคร่    ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิด บนถนนสายบ้านใต้ -บ้านท้องศาลา และพบนายเรวัต หรือมอส กำลังยืนคุยอยู่กำแหม่มสาวผู้เสียหาย ทางเจ้าหน้าที่จึงได้นำภาพขายดังกล่าว ให้แหม่มผู้เสียหายดู ซึ่งผู้เสียหายยืนยันว่าใช้คนเดียวกันที่ได้ลงมือใช้กำลัง ข่มขืน ทางเจ้าหน้าที่จึงทำการจับกุม พร้อมนำตัวสอบปากคำ โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ตลอดข้อกล่าวหา          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/DTJJR-o3i5A

 2,062
สังคม-อาชญากรรม
30 พ.ค. 62

รวบสาวลาวเอเย่นต์ค้ายาเสพติด จับยกแก๊งยึดยาไอซ์อื้อ

ปลัดอำเภอเกาะสมุย นำเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจร้อยเกาะ พร้อมทหารชุดปราบปรามยาเสพติด กองทัพภาคที่ 4 รวบสาวลาว หลบหนีเข้าเมืองมา เป็นพนักงานบาร์เบียร์ บนเกาะสมุย ตั้งตัวเป็นเอเย่นต์ค้ายาเสพติด นำยาไอซ์ มาจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยว และเพื่อนร่วมงานสาวบาร์เบียร์บนเกาะสมุย ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้ยกแก๊ง ทั้งผู้เสพ ผู้ขาย และผู้ค้า ยึดยาไอซ์อื้อ ส่วนสาวลาวเจอข้อหาหนัก    (30 พ.ค.62) นายสุทธิพงษ์ ทองเรือง ปลัดฝ่ายความมั่นคงอำเภอเกาะสมุย ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานปราบปรามยาเสติด อำเภอเกาะสมุย นายศุภเกียรติ เพชรเศรษฐ์ ปลัดป้องกันอำเภอเกาะสมุย นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติด ชุดเฉพาะกิจร้อยเกาะ พร้อม ร.ท.ภูวนัย นาวาแก้ว นายทหารประจำชุดปราบปรามยาเสติด กองทัพภาคที่ 4 ได้ร่วมกันจับกุม เครือข่ายค้ายาเสติด ทั้งผู้เสพ และผู้ค้า   โดยเมื่อคืนที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ ได้ทำการจับกุม เครือข่ายค้ายาเสพติด ที่มี นางสาวมีนา หรือ มะกรูด อายุ 30 สัญชาติลาว พร้อม นายชาญชัย หรือ ต้น โตเกิด อายุ 37 ปี  และนางรัชนีย์ หรือ แอม บุตดาวงศ์ อายุ 51 ปี , นางสมพร ศรีพิศ อายุ 48 ปี  พร้อมด้วยยาเสพติด จำนวนมาก    ทั้งนี้ ก่อนเกิดเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ได้จับกุม นางสมพร ได้ยาไอซ์ 1 ถุง นางสมพร ให้การว่า ได้ซื้อยาไอซ์ มาจากนายชาญชัย หรือต้น ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการขยายผล พร้อมจับกุมนายชาญชัย ได้ยาไอซ์ จำนวน 9 กรัม ซึ่งนายชาญชัย ให้การรับสารภาพว่า ได้ซื้อยาไอซ์มาจาก นางสาวมีนา หรือ มะกรูด ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ขยายผลต่อเนื่อง และนำกำลังเข้าทำการจับกุม นางสาวมีนา ชาวลาว ขณะพักอยู่ภายในห้องพัก ตรวจค้นพบาไอซ์ จำนวน 1 ถุงน้ำหนัก 20 กรัม และ จึงได้ควบคุมตัวไปทำการสอบปากคำ    ในเบื้องต้นจากการสอบปากคำ นางสาวมีนา หรือมะกรูด ให้การรับสารภาพว่า เมื่อ 3 ปีก่อนได้เดินทางออกจากเเขวงคำม่วน ประเทศลาว หลบหนีเข้ามาในประเทศไทย เข้ามาทางจังหวัดนครพนม จากนั้นได้ต่อรถยนต์ เดินทางเข้ามาแอบทำงานเป็นสาวบาร์เบียร์ ในพื้นที่ตำบลบ่อผุด อำเภอเกาะสมุย ต่อมาเห็นช่องทางการจำหน่ายยาเสพติด จึงได้สั่งยาเสพติด มาจากคนไทย พร้อมนำยาเสพติด มาแอบจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยว และเพื่อนๆสาวบาร์เบียร์ ทำมาแล้วหลายครั้ง เนื่องจากตัวเองก็เสพยาไอซ์ด้วย   ขณะที่ผู้ต้องหา ทั้งนายชาญชัย และ นางรัชนีย์ และนางสมพร ทั้งหมดให้การตรงกันหมดว่า ยาเสพติดได้ซื้อมาจาก นางสาวมีนา หรือ มะกรูด สาวบารฺ์เบียร์ ชาวลาว ในเบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ ได้แจ้งข้อกล่าว นายชาญชัย ในข้อกล่าวหา มียาเสพติดให้โทษประเภทหนึ่งยาไอซ์ เพื่อจำหน่าย ส่วน นางสาวมีนา หรือมะกรูด แจ้งข้อกล่าวหา “ ครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภทหนึ่งยาไอซ์ เพื่อจำหน่าย และเป็นคนต่างด้าว หลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาติ” ส่วนนางสมพร และนางรัชนีย์ แจ้งข้อกล่าวหา ครอบครองและเสพยาเสพติด โดยผิดกฎหมาย พร้อมนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ่อผุด ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   ด้านนายสุทธิพงษ์ ทองเรือง ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานปราบปรามยาเสติด อำเภอเกาะสมุย หัวหน้าชุดจับกุม เปิดเผยว่า การจับกุมในครั้งนี้ เป็นการจับกุม ได้แบบยกแก๊ง ทั้งผู้เสพ ผู้ค้ารายย่อย และผู้ค้าที่เป็นเอเย่นต์ ถือว่าเป็นการจับกุมได้ยกแก๊ง  

 1,994
ข่าวภูมิภาค
13 เม.ย. 62

เกาะสมุยคึกคัก นักท่องเที่ยวไทย-ต่างชาติ เล่นสงกรานต์แบบย้อนยุค

บรรยากาศ นักท่องเที่ยวออกมาเล่นสงกรานต์ ในอำเภอเกาะสมุย มีนักท่องเที่ยวออกมาร่วมกับ กลุ่มพนักงานโรงแรม ในเครือรีโซเทลกรุ๊ป และกลุ่ม พันธมิตร ผู้ประกอบการโรงแรม ในย่านชายหาดเฉวง ได้จัดกิจกรรมแห่ขบวนสงกรานต์ ใช้ชื่อ ถนนเฉวงเย็นทั่วหลามหาสงกรานต์ ทั้งไทยและต่างชาติ ร่วมแต่งชุดไทย เดินรณรงค์เชิญนักท่องเที่ยวให้ออกมาเล่นน้ำ เมื่อขบวนผ่านไปหน้าโรงแรม ทางผู้ประกอบการโรงแรม ได้จุดประทัดต้อนรับ ขบวน กันอย่างคึกคัก   เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการเล่นสงกรานต์ ในอำเภอเกาะสมุย โดยเฉพาะบนถนนย่านหาดเฉวง ซึ่งเป็นย่านเศรษฐกิจ ของเกาะสมุย ทางโรงแรมในเครือรีโซเทลกรุ๊ป และกลุ่มพันธมิตร ร่วมกับกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรม ในย่านชายหาดเฉวง ได้จัดกิจกรรม แห่ขบวนสงกรานต์ โดยเชิญพระพุทธรูป ขึ้นรถยนต์ พร้อมริ้วขบวน นางสงกรานต์ โดยในปีนี้ ทางกลุ่มผู้ประกอบการได้ร่วมกัน จัดกิจกรรมสงกรานต์ แบบไทยๆ ผสมผสาน สมัยใหม่ ซึ่ง พนักงานโรงแรมแต่งชุดไทย ถือป้าย โดยใช้ชื่อว่า ”ถนนเฉวงเย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์" เป็นการรณรงค์ พร้อมรณรงค์เชิญชวนนักท่องเที่ยวให้ออกมาเล่นน้ำสงกรานต์    โดยขบวนได้เดินออกจากโรงแรมเวอร์ติคัลเลอร์ ไปตามถนนสายหาดเฉวง เพื่อเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวและประชาชนมาร่วมสงน้ำพระพุทธรูป ที่มากับขบวนแห่สงกรานต์ โดยมีพนักงานของในเครือโรงแรมรีโซเทลกรุ๊ป และโรงแรมพันธุ์มิตร และนักท่องเที่ยวแต่งกายแบบประเพณีไทย หลายร้อยคน เดินถือป้าย พร้อมเปิดเพลงดังกระหึ่มไปตามถนน เมื่อผ่านโรงแรมในเครือ ทางโรงแรมก็จะจุดประทัดต้อนรับ    ซึ่งการเล่นสงกรานต์ในปีนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงสายที่ผ่านมา บรรยากาศการเล่นสงกรานต์ในย่านท่องเที่ยวของเกาะสมุย มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติออกมาเล่นสงกรานต์ ร่วมกับกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรม กันอย่างคึกคัก    จากการออกสังเกตการณ์พบว่าตลอดเส้นทาง ของถนนทุกสายรายรอบเกาะสมุย ก็ยังมีประชาชนทั้งชาวไทย พม่า ซึ่งทำงานตาม ร้านต่างๆ นำอุปกรณ์ในการเล่นน้ำ ทั้งถังน้ำขนาดใหญ่บรรจุน้ำไว้เต็มถัง ออกมาตั้งไว้เต็มถนน พร้อมปืนฉีดน้ำและขันน้ำ ร่วมสาดน้ำผู้ที่สัญจรไปมาผ่านด้วยความสุภาพ

 1,902
ข่าวภูมิภาค
28 มี.ค. 62

พบศพแหม่มสาวเกยชายหาดเกาะสมุย คาดเล่นน้ำถูกคลื่นซัดดับ

สุราษฎร์ธานี-พบศพนักท่องเที่ยวหญิงต่างชาติ อายุประมาณ 30 ปี ไม่ทราบสัญชาติ รูปร่างสูงประมาณ 160-165 เซ็นติเมตร จมูกโด่ง ผมสีทอง คาดว่าเป็นชาวยุโรป สวมชุดว่ายน้ำทูพีช ถูกคลื่นซัดเกยชายหาดเกาะสมุย เจ้าหน้าที่เข้าทำการชันสูตรพบมีน้ำลายฟูมปาก ตามร่างกายไม่พบร่องรอยบาดแผล หรือร่องรอยถูกทำร้ายแต่อย่างใด และในตัวไม่มีหลักฐานบ่งบอก ว่าเป็นนักท่องเที่ยวพักที่ใด   ต่อมา น.ส.จุฑามณี ยืนยง อายุ 27 ปี เป็นกุ๊กในโรงแรมเดอะบีช ใกล้ที่เกิดเหตุ ซึ่งได้เดินทางมาดูศพแหม่มสาวดังกล่าว พร้อมเปิดเผยให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า เมื่อช่วงบ่ายประมาณ 4 โมงเย็นวันเดียวกัน พบว่าในทะเลมีคลื่นกำลังแรง และเห็นแหม่มผู้ตาย กำลังเล่นน้ำทะเลโต้คลื่น อยูในทะเลด้วยความสนุกนาน และยังมี นักท่องเที่ยวชายต่างชาติ 3-4 คน แต่ก็ไม่ได้สนใจ และมาทราบข่าวว่ามีนักท่องเที่ยวจมน้ำเสียชีวิต จึงได้เดินทางมาดู แต่ก็ไม่ทราบว่านักท่องเที่ยวผู้ตายพักที่ใด   ด้านทางตำรวจ สันนิษฐานคาดลงเล่นน้ำในช่วงบ่ายถูกคลื่นซัดจมน้ำ และถูกคลื่นซัดเข้าชายฝั่ง ทางตำรวจเร่งนำศพผู้ตายส่งชันสูตรอย่างละเอียดที่เกาะสมุย ได้นำศพแหม่มสาวดังกล่าว ส่งไปทำการชันสูตร ที่โรงพยาบาลเกาะสมุย อย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมเพื่อรอญาติ มาติดต่อขอดูศพ เพื่อนำศพไปดำเนินตามประเพณีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/iGV4xFRT7RQ

 1,363
ข่าวภูมิภาค
23 ก.พ. 62

พบอุโมงค์ปริศนา ลอดภูเขาเกาะสมุยโผล่ทะเล ความยาว 100 เมตร คาดเจาะมานานแล้วกว่า 10 ปี

เกาะสมุย - นายสมคิด เจียวก๊ก หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ สฎ.6 เกาะสมุย พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบอุโมงค์ปริศนา ในป่าละเมาะหมู่ 5 บ้านใต้ ตำบลแม่น้ำ อำเภอเกาะสมุย โดยพบว่าอุโมงค์ดังกล่าว เป็นอุโมงค์ขนาดใหญ่ มีความกว้างกว่า 3 เมตร สูงประมาณ 3. 50 เมตร มีความยาวตั้งแต่ปากทางเข้าอุโมงค์ ยาวไปถึงชายทะเล ประมาณ กว่า 100 เมตร รถยนต์สามารถวิ่งผ่านได้ ปากทางเข้าและออก มีกุญแจล็อกปิด    โดยอุโมงค์ปริศนาดังกล่าว ไม่ได้เป็นอุโมงค์ธรรมชาติ แต่เป็นอุโมงค์ที่ถูกเจาะขึ้นมา และถูกปล่อยทิ้งมาประมาณ 10 ปี โดยที่ไม่มีหน่วยงานใดทราบเรื่อง ขณะที่ทางเข้ามีการทำประตูปิดตาย ลักษณะมีคนดูเเลถือลูกกุญแจ และมีเนื้อที่จำนวน 3 แปลงติดต่อกันบนเนื้องที่กว่า 60 ไร่ อุโมงค์ดังกล่าว ทางเข้าอยู่ในป่าละเมาะ ส่วนท้ายอุโมงค์อยู่ติดชายหาดบ้านใต้ สามารถมองเห็นเกาะพะงัน    โดยจากการตรวจสอบ อุโมงค์ปริศนาดังกล่าว อยู่ห่างจากถนนใหญ่สายทวีราษฎร์ภักดี หรือถนนสายรอบเกาะสมุยประมาณ 200 เมตร    นายพัลลภ มีเพียร นิติกรชำนาญการเทศบาลนครเกาะสมุย เปิดเผยว่า จากการที่มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติโพสต์โซเชียลว่ามีอุโมงค์ลึกลับ ใต้ภูเขา ในบ้านใต้ ตำบลแม่น้ำ เบื้องต้นจากการตรวจสอบ โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่จากหลายฝ่าย เข้าพื้นที่ตรวจสอบ พบว่า อุโมงดังกล่าว เป็นอุโมงค์ลอดภูเขาขนาดใหญ่ จากภูเขาลูกหนึ่งไปอีกฝั่งหนึ่ง จากการตรวจสอบเอกสารเบื้องต้น พบว่ามีเอกสารสิทธิ์ มีเจ้าของถือครอง ส่วนเจ้าของเป็นใครนั้น ต้องตรวจสอบอีกครั้ง ขณะที่การขออนุญาตเจาะภูเขาลอดอุโมงค์ก็ต้องรอตรวจสอบอีกครั้งว่า ได้ขออนุญาต การขุดเจาะอุโมงค์หรือไม่    ซึ่งอุโมงค์ดังกล่าวมีการขุดเจาะมาแล้ว ไม่ต่ำกว่า 10 ปี คาดว่าน่าจะอยู่ในช่วงปี 2547-2548 ซึ่งคาดว่าเป็นบริษัทของผู้ประกอบการ แต่ไม่แน่ว่าของไทยหรือของต่างชาติ ที่ถือครองเอกสารสิทธิ์ ต้องรอตรวจสอบกันอย่างละเอียดอีกครั้ง           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/iBzgFp_GLXs

 6,699
สังคม-อาชญากรรม
07 ก.พ. 62

รวบสองผัวเมียวัยโจ๋ ค้ายาไอซ์ อ้างหาเงินไว้คลอดลูก

ตำรวจสืบสวน สภ.บ่อผุด บุกรวบสองสามีภรรยา วัยโจ๋ แอบค้ายาเสพติด ท้องแก่ 6 เดือน จะคลอดภายในเดือนพฤษภาคม ที่จะถึง รับสารภาพต้องการหาเงินไว้คลอดบุตร แต่เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อเนื่องจากพบอุปกรณ์ ของกลางจำนวนมาก ติดคุกหมดอนาคต    (7 ก.พ. 2562) ช่วงเช้าที่ผ่านมา ร.ต.อ.สมรักษ์ เพ็งเพ่ง รองสารวัตรสืบสวน สภ.บ่อผุด อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมกำลังตำรวจสืบสวน ได้ร่วมกันจับกุม น.ส.ปริตตา หรือหญิง เหลาพรหม อายุ 20 ปี  ซึ่งสภาพท้องป่อง ใกล้คลอด และนายนพการ หรือพืช สมหวัง อายุ 23 ปี จากการตรวจภายในบ้านเช่า พบยาไอซ์ จำนวน 4 ถุง น้ำหนัก 44 กรัม ขณะซุกซ่อนอยู่ข้างโต๊ะ บริเวณเตียงนอน และพบอุปกรณ์ ถุงพลาสติกใสสำหรับบรรจุยาเสพติดอีกจำนวน 100 ถุง เครื่องน้ำหนักชั่งดิจิตอลสำหรับชั่งยาไอซ์ 1 เครื่อง ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวสองสามีภรรยา พร้อมยึดของกลางไปทำการสอบสวน ที่ห้องสืบสวน สภ.บ่อผุด    ในเบื้องต้น น.ส.ปริตตา หรือหญิง รับสารภาพว่า ได้ซื้อยาเสพติดมาจาก นายบอย ไม่ทราบนามสกุล จำนวน 100 กรัม ในราคา 50,000 บาท เมื่อปลายเดือนมกราคม ที่ผ่านมา และนำมาแบ่งบรรจุใส่ถุง เพื่อนำไปจำหน่ายให้กับกลุ่มเพื่อนๆ โดยใช้วิธีการจำหน่ายให้กับลูกค้า ผ่านทางเฟซบุ๊ก และทางไลน์ พร้อมมีการโอนเงินของธนาคารกสิกรไทย ซึ่งมีนายนพการ หรือพืช สามีเป็นเจ้าของบัญชี   ซึ่ง น.ส.ปริตตา หรือหญิงผู้ต้องหา ยังอ้างอีกว่า ที่ต้องจำหน่ายยาเสพติด เพื่อนำเงินไปเป็นทุนค่าใช้จ่าย ในการคลอดบุตร ซึ่งตนเองตั้งท้อง 6 เดือน และมีกำหนดจะคลอดในเดือน พฤษภาคม ที่ถึงนี้ แต่คำให้การว่า ต้องการเงินเป็นค่าคลอดบุตร เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจาก พบว่า ผู้ต้องหาทั้งสองมีพฤติกรรม พัวพันกับยาเสพติดมานานแล้ว    ด้าน ร.ต.อ.สมรักษ์ เพ็งเพ่ง รองสารวัตรสืบสวน ชุดจับกุมเปิดเผยว่า โดยก่อนหน้านี้ ชุดจับกุมได้ทำการจับกุม น.ส.เวย์ พร้อมยึดยาไอซ์ ได้จำนวน 17 กรัม ในพื้นที่ซอยเขาพระ หมุ่ 1 ตำบลบ่อผุด ซึ่ง น.ส.เวย์ รับสารภาพว่า ซื้อยาเสพติดมาจาก น.ส.ปริตตา หรือหญิง และได้ทำการขยายผล ล่อซื้อยาเสพติดจาก น.ส.ปริตตา หรือหญิง ขณะอยู่ในบ้านเช่า ดังกล่าว   จึงได้แจ้งข้อกล่าว ร่วมกันครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภทหนึ่งยาไอซ์ เพื่อจำหน่าย นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ่อผุด ดำเนินคดีตามกฎหมาย หมดอาคตต่อไป  

 2,726
สังคม-อาชญากรรม
22 ม.ค. 62

2 ผัวเมียชาวนอร์เวย์ ขี่จักรยานยนต์เสียหลักเบรคไม่อยู่ตกเขาน้ำตกวังเสาธง หัวฟาดหินดับ 1 สาหัส 1

นักท่องเที่ยวสองสามีภรรยา ชาวนอร์เวย์ ขับขี่รถยนต์จักรยานยนต์ ลงจากภูเขาน้ำตกวังเสาธง เบรคไม่อยู่เสียหลักตกเขา สามีคนขับเสียชีวิต ภรรยาเจ็บ จากการตรวจสอบ ถนนดังกล่าวเป็นถนนทางขึ้นลงเขาน้ำตกวังเสาธงที่สูงชัน มีทางลงโค้งคดเคี้ยวหากไม่มีความชำนาญในการขับขี่ จะทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง   (22 ม.ค. 62) เมื่อเวลา 14.00 น.  ศูนย์วิทยุ 191เกาะสมุย ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์นักท่องเที่ยวตกภูเขา มีนักท่องเที่ยวได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย จึงได้แจ้งให้ ร.ต.อ.อิสเรศ สำเนียงหวาน รองสาวัตรสอบสวน สภ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วยอาสาสมัครหน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลสงเคราะห์เกาะสมุย    ในที่เกิดเหตุ ทางลงน้ำตกวังเสาธง หมู่ 5 ตำบลหน้าเมือง อำเภอเกาะสมุย พบนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ หลายราย กำลังยืนดูที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์สีดำ สภาพด้านหน้าพังยับ บริเวณไหล่ถนนลงจากเขาน้ำตกวังสงเธา มีรอยครูด ลงมาข้างรถจักรยานยนต์ พบหมวกกันน็อก 2 ใบ และรองเท้าคนเจ็บ 2 คู่ กองเลือดจำนวนมาก ส่วนคนเจ็บอาสาสมัครหน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลสงเคราะห์เกาะสมุย นำตัวส่งโรงพยาบาลเกาะสมุยไปแล้ว และเสียชีวิตระหว่านำส่ง   ขณะที่ภายในห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลเกาะสมุย พบร่างนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่เสียชีวิต ทราบชื่อนายมาร์เชล เบิร์ก อายุ 57 ปี สัญชาตินอร์เวย์ สภาพศพมีบาดแผลฉกรรจ์ ที่ศีรษะ และรอยถลอกตามร่างกาย ส่วน นางอันเกอร์ เบิร์ก อายุ 51 ปี สัญชาตินอร์เวย์ ภรรยา ได้รับบาดเจ็บสาหัส รักษาตัวในโรงพยาบาลเกาะสมุย    จากการสอบถาม พยาน ให้การว่า ขณะเกิดเหตุ นายมาร์เชล เบิร์ก ผู้ตาย พร้อมนางอันเกอร์ เบิร์ก ภรรยา ได้ขับรถจักรยานยนต์ ออกจากที่พักแล้วได้ขับรถจักรยานยนต์ ขึ้นไปเที่ยวที่น้ำตกวังเสาธง และต่อมาได้ขับรถจักรยานยนต์ ลงจากน้ำตก แต่ระหว่างที่ นายมาร์เชล ขับรถลงจากถนน โดยมีภรรยานั่งซ้อนท้าย และด้วยความที่ไม่ชำนาญในการขับขี่ ทำให้รถเสียหลักเบรคไม่อยู่ ทำให้รถจักรยานยนต์ ชนกับสิ่งกีดขวางข้างถนน จนคนขับและคนซ้อนตกจากรถ ทำให้นายมาร์เชล กระตกจากรถจักรยานยนต์ ศีรษะกระแทกก้อนหิน เสียชีวิต   ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ ถนนดังกล่าวเป็นถนนทางขึ้นลงเขาน้ำตกวังเสาธงที่สูงชัน มีทางลงโค้งคดเคี้ยวหากไม่มีความชำนาญในการขับขี่ จะทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง

 4,099
สังคม-อาชญากรรม
16 ม.ค. 62

รวบ 2 พ่อค้าหัวใส ยัดใบกระท่อมสด 65 ก.ก.ในถังน้ำมันรถ รับขนมาจากชายแดนไทย-มาเลเซีย

ฝ่ายปกครองอำเภอเกาะสมุย สนธิกำลังทหาร ตำรวจ บุกรวบ 2 พ่อค้าหัวใส นำรถยนต์ 2 คัน จากจังหวัดสงขลา นำใบกระท่อมสดจากมาเลเซียจำนวน 65 กิโลกรัม โดยดัดแปลงถังน้ำมันรถยนต์ เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ ผ่านด่านต่างๆ ผู้ต้องหารับสารภาพก่อนหน้านี้ ยึดอาชีพลักลอบค้าน้ำมันเถื่อน ก่อนผันตัวเองมาค้าใบกระท่อมสดส่งลูกค้าบนเกาะสมุย   (16 ม.ค. 62) เมื่อเวลา 10.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ นายวิชยุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี สั่งการให้ นายศุภเกียรติ เพชรเศรษฐ์ ปลัดป้องกันปราบปรามอำเภอเกาะสมุย นายธรรมนูญ สุขเจริญ ปลัดฝ่ายความมั่นคงอำเภอเกาะสมุย นำชุดเจ้าหน้าทีเฉพาะกิจร้อยเกาะ อำเภอเกาะสมุย สนธิกำลังร่วมกับทหารชุดรักาาความสงบเรียบร้อย บก.ควบคุม มณฑลทหารบกที่ 45 พื้นที่เกาะสมุย ตำรวจ สภ.เกาะสมุย ร่วมกันจับกุม นายสมศักดิ์ พหนการ อายุ 53 ปี  ขณะขัยรถยนต์กระบะสี่ประตูสีดำ และนายภานุ บาลัง อายุ 31 ปี ขับรถยนต์กระบะตอนครึ่งสีดำ โดยมีสายลับนั่งข้างคนขับ    เมื่อรถยนต์ ทั้งสองคัน ขับเข้ามาภายในซอยถนนลูกรังตรงข้ามวัดดอนธูป หมู่ 5 ตำบลลิปะน้อย อำเภอเกาะสมุย เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัว ทำการปิดถนนพร้อมขอตรวจค้น ทั้งนี้ คนขับรถยนต์ ทั้งสองคัน ได้แสดงท่าทางมีพิรุธ พร้อมรับสารภาพว่า รถยนต์ ทั้งสองคัน ได้ขนพืชใบกระท่อมสดมาจากชายแดนไทย มาเลเซีย จากอำเภอสะเดา พร้อมนำพืชใบกระท่อมสด ยัดลงในถังน้ำมันรถยนต์ ที่ได้ทำการดัดแปลงถังน้ำมันไว้แล้ว คันละ 35 กิโลกรัม จากนั้นได้ขับผ่านเส้นทางด่านต่างๆมาจาก อำเภอสะเดา มาลงเรือเฟอร์รี่ ข้าม มายังอำเภอเกาะสมุย เพื่อส่งลูกค้า แต่มาถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้เสียก่อน   ทั้งนี้ ผู้ต้องหาทั้งสอง ยังรับสารภาพอีกว่า ก่อนหน้านี้ รถยนต์ทั้งสองคัน ได้ทำการดัดแปลงถังน้ำมัน เพื่อบรรทุกน้ำมันเถื่อน ส่งขายในพื้นที่ภาคใต้มาแล้ว แต่หลังจากที่เจ้าหน้าที่กวดขันหนัก จึงได้มาทำการบรรทุกพืชใบกระท่อมสดแทน เนื่องจากมีรายได้ดี และเป็นที่ต้องการจากตลาด แรงงานทั่วไปบนเกาะสมุย โดยทำมาแล้ว 2 ครั้ง    ด้านนายศุกเกียรติ เพชรเศรษฐ์ ปลัดป้องกันปราบปราม อำเภอเกาะสมุย หัวหน้าชุดจับกุมเปิดเผยว่า จากการปฎิบัติในครั้งนี้ ถือเป็นการจับกุมล็อตใหญ่ในปีนี้ ที่ฝ่ายปกครองสามรถจับกุม ยาเสพติดพืชใบกระท่อมสดข้ามชาติ รายใหญ่ หลังจากที่ได้รับแจ้งจากสายลับว่า จะมีการลำเลียงพืชใบกระท่อมจากประเทศมาเลเซีย ข้ามมายังเกาะสมุย จึงได้รายงานให้ นายวิชยุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ทราบ ซึ่งทางผู้ว่า ได้ให้สนธิกำลังบูรณาการร่วมกันระหว่าง ฝ่ายปกครอง ทหาร และตำรวจ ทำการวางแผนสกัดปิดล้อมขบวนการลักลอบยาเสพติดพืชใบกระท่อม ข้ามชาติ จนผลสำเร็จในครั้งนี้ ซึ่งพืชใบกระท่อมล็อตนี้ เมื่อถึงตลาดบนเกาะสมุย จะมีราคาเพิ่งสูงขึ้นกิโลกรัมละ 1,000-1,200 บาท โดยพืชใบกระท่อมสดครั้งนี้ มีราคาสูงถึง 70,000 บาท    โดยทางชุดจับกุม ได้แจ้งข้อกล่าวหา ผู้ต้องหาทั้งสอง ในข้อกล่าวหา ครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภทห้า พืชใบกระท่อมสด เพื่อจำหน่าย นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกาะสมุย ดำเนินตามกฎหมายต่อไป

 4,259
สังคม-อาชญากรรม
03 ม.ค. 62

ออกประกาศด่วน! หยุดเดินเรือข้ามเกาะสมุย ชาวบ้านแห่กักตุนอาหาร พร้อมรับมือพายุปาบึก

ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ออกประกาศด่วนห้ามเรือทุกชนิดออกจากฝั่งทุกอำเภอที่ติดชายทะเล ซึ่งหวั่นผลกระทบจากพายุโซนร้อนปาบึก ชาวเกาะสมุยแห่ซื้ออาหารกักตุนจนทำให้ร้านค้าอาหารสดประเภท เนื้อหมู เนื้อไก่ ผักสด อาหารแห้ง ขายดีแม่ค้าบอกไม่เคยขายดีแบบนี้มาหลายเดือนแล้วครั้งนี้ขายดีมากขายหมูได้ถึงสามตัว ส่วนผักสดก็ขายดีเกือบหมดร้าน นอกจากตลาดสดจะขายดีแล้วภายในแมคโคร สาขาเกาะสมุย มีประชาชน ผู้ประกอบการร้านอาหาร และโรงแรมมาเลือกซื้อาหารเก็บไว้จนสินค้าบางรายการหมด ส่วนน้ำมันตามปั๊มน้ำมันบนเกาะสมุย น้ำมันเริ่มหมดโดยเฉพาะน้ำมันดีเซลบางปั๊มขายหมดแล้ว   (3 ม.ค. 62) จากประกาศเตือนของกรมอุตุนิยมวิทยาเรื่องพายุโซนร้อนชื่อ ปาบึกที่กำลังมุ่งหน้าเข้าอ่าวไทย และจะมีผลกระทบกับเกาะสมุย โดยจะทำให้เกาะสมุย และภาคใต้ฝั่งตะวันออกหลายจังหวัดมีฝนตกหนักถึงหนักมาก และทำให้คลื่นลมในทะเลมีกำลังแรงคลื่นสูง 4 เมตร โดยนายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ออกหนังสือด่วนที่ สฎ 0021/0030 เรื่องประกาศห้ามเรือทุกชนิดออกจากฝั่งทุกอำเภอที่ติดชายทะเลอ่าวไทย และเขื่อนรัชชประภา จากประกาศเตือนภัยของกรมอุตุนิยมวิทยา ที่ประกาศแจ้งเตือนถึงพายุโซนร้อน ปาบึก และเพื่อเป็นการป้องกันกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุราษฎร์ธานี จึงประกาศห้ามเรือทุกชนิดออกจากฝั่งดังกล่าว    ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันอันตรายที่อาจจะขึ้นกับนักท่องเที่ยวที่อาจส่งผลกระทบกับชีวิต และทรัพย์สิน โดยประกาศเตือนดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม 2562 ตั้งแต่เวลา 24.00 น. ถึงวันที่ 5 มกราคม 2562 เวลา 10.00 น. หรือจนกว่ากองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุราษฎร์ธานีจะออกประกาศยกเลิกต่อไป   ส่วนบรรยากาศการเตรียมความพร้อมของประชาชนชาวเกาะสมุย ผู้สื่อข่าวพบว่าบริเวณตลาดสดลิปะน้อย ตำบลอ่างทอง อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้มีชาวเกาะสมุยต่างมาจับจ่ายซื้ออาหารสดประกอบด้วย เนื้อหมู เนื้อไก่ ผักสด และสินค้าประเภทของแห้งชนิดต่างๆ ขายดีอย่างมาก เพราะทุกคนต่างมาเลือกซื้ออาหารสดและวัตถุดิบในการประกอบอาหาร โดยนางสาวฐานิตา สมวงศ์ แม่ค้าขายผักกล่าวว่า หลังจากทราบว่าพายุโซนร้อน ปาบึก จะเข้าเกาะสมุยจึงได้สั่งผักเพิ่มขึ้น ซึ่งวันนี้ผักสดขายดีมากจนเกือบหมดร้าน ปกติผักจะเหลือเต็มร้านแต่วันนี้ผักสดขายดีมาก เพราะชาวเกาะสมุยต่างตื่นตัวกับข่าวพายุอย่างมาก ส่วนตัวเองได้เตรียมอาหารไว้ที่บ้านแล้วบางส่วน และจะซื้อหมูเพิ่ม   ส่วนนางกัญญา เรืองสุข แม่ค้าขายหมูได้กล่าวว่า วันนี้ลูกค้ามาซื้อหมูเยอะมากกว่าวันไหนๆ จากปกติที่ลูกค้าเคยซื้อเนื้อหมูแค่ครึ่งกิโลกรัม แต่วันนี้ลูกค้าซื้อเพิ่มถึงหนึ่งกิโลครึ่งเกือบทุกคนเลย ซึ่งปกติทุกวันจะขายได้วันละประมาณสองตัว แต่วันนี้ขายดีขายหมูได้ถึงสามตัว ส่วนในวันพรุ่งนี้จะสั่งหมูเพิ่มมาให้พอกับทั้งนี้สบเนื่องจากเรือเฟอร์รี่จะหยุดให้บริการชั่วคราวระหว่างวันที่ 4 ถึงวันที่ 5 มกราคม2562 ทำให้ลูกค้าต่างมาซื้ออาหารสดเก็บไว้ เพราะลูกค้ารู้แล้วว่าพายุกำลังจะเข้าเกาะสมุย สำหรับหมูที่ขายนั้นตนเองยังไม่ได้เตรียมสำรองไว้ เพราะไม่เคยเจอว่าพายุจะรุนแรงขนาดนี้ ทำให้ลูกค้าที่รู้ข่าวว่าพายุโซนร้อน ปาบึก กำลังมาจึงได้มาซื้อสินค้าตุนไว้ดังกล่าว

 4,920
ข่าวภูมิภาค
03 ม.ค. 62

นทท.รัสเซียฝ่าคำเตือนธงแดง เล่นน้ำเกาะสมุย พ่อโดดช่วยลูกปลอดภัย แต่ตัวเองถูกคลื่นซัดกระแทกหินดับ

สุราษฎร์ธานี-เกิดเหตุนักท่องเที่ยวจมน้ำทะเล บริเวณชายหาดอ่าวท้องสน บ้านปลายแหลม หมู่ 5 ตำบลบ่อผุด อำเภอเกาะสมุย จนท.ได้นำเจ็ทสกีลงไปช่วยนักท่องเที่ยวที่จมน้ำขึ้นมาได้ 3 คน เป็นหญิง อายุ 47 ปี 1 ราย หญิงสาว อายุ 17 ปี 1 ราย ชายวัยรุ่นอายุ 13 ปี 1 ราย เป็นแม่ลูกกันสัญชาติรัสเซีย นำขึ้นฝั่งบนชายหาดปลอดภัย   ส่วนนายอเล็กซานเดอร์ เซนเวนเซ่นท์ อายุ 58 ปี สัญชาติรัสเซีย พ่อและสามีของผู้รอดชีวิต ถูกคลื่นซัดศีรษะไปกระแทกโขดหิน จมน้ำเสียชีวิต ผลการชันสูตรศพ พบว่าที่ศีรษะบริเวณหน้าผากมีบดแผลแตกกว้าง เสียชีวิตมาแล้ว 2-3 ชั่วโมง   จากการตรวจสอบข้อมูลทราบว่า ผู้ตายเป็นนักธุรกิจ ในประเทศรัสเซีย ได้พาครอบครัวเดินทางมาด้วยกัน 4 คน ประกอบไปด้วยภรรยา พร้อมลูกสาวและลูกชาย มาท่องเที่ยวที่เกาะสมุย พร้อมเข้าพักที่วิล่าหรูแห่งหนึ่ง บนเนินเขาแหลมไม้แก่น หมู่ 4 ตำบลบ่อผุด   ขณะเกิดเหตุ ผู้ตายพร้อมครอบครัวมาเล่นน้ำ ที่ชายหาดอ่าวท้องสน ซึ่งบริเวณดังกล่าว มีคลื่นลมกำลังแรง และมีธงแดงปักเตือนอันตรายอยู่บนชายหาด แต่นักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าว ยังคงลงไปเล่นน้ำ ระหว่างนั้นลูกสาวของผู้ตายถูกคลื่นซัดจมน้ำ ผู้ตายจึงได้ลงไปช่วย จนสามารถช่วยลูกสาวขึ้นมาได้ ส่วนผู้ตายถูกคลื่นซัดไปกระแทกกับโขดหินจนจมน้ำดังกล่าว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/u1Cswofl2aY

 5,046

Top