ค้นหา :

ผลการค้นหา "เกาะสมุย"

ข่าวภูมิภาค
06 พ.ย. 62

หนุ่มใหญ่ชาวนิวซีแลนด์ผูกคอตายคู่หนุ่มไทย คาบ้านพักที่เกาะสมุย ทิ้งจดหมายลาตาย 3 ฉบับ

สุราษฎร์ธานี - เจ้าหน้าที่พบศพที่เกาะสมุย 2 ศพ เป็นชายชาวนิวซีแลนด์และชาวไทย ผูกคอเสียชีวิต ในบ้านหลังเดียวกัน ภายในซอยทางลงชายหาดสาธารณะหาดบ้านใต้ จากการตรวจสอบพบว่าชายชาวต่างชาติอายุ 70 ปี สัญาตินิวซีแลนด์ ส่วนชายชาวไทยอายุ 45 ปี    พบจดหมายลาตาย 3 ฉบับ เขียนเป็นภาษาอังกฤษ ข้อความระบุขอโทษทุกๆคน ขอโทษเจ้าของบ้านเช่าที่มาก่อเรื่องในบ้าน อีกฉบับเขียนส่งให้ญาตไปยังประเทศนิวซีแลนด์ เป็นเรื่องของการสั่งเสีย ไม่ต้องเสียใจ และอีกฉบับเขียนว่า เรารักกันขอไปอยู่ด้วยกันในที่ๆมีแต่ความสุดเท่านั้น    จากการสอบถามเพื่อนผู้ตายเปิดเผยว่า ผู้ตายกับหนุ่มไทยรักกันมากแบบคู่เกย์ คบหากันมานานกว่า 10 ปี มาในระยะหลังหนุ่มใหญ่มีปัญหาเรื่องเงินที่ขาดสภาพคล่องทางการเงิน พร้อมบ่นว่าอยากจะตายด้วยกันเพื่อจะไปอยู่ด้วยกัน แต่ไม่นึกว่าจะมาด่วนตัดสินตายพร้อมกัน      ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/QQ4mOsynqtw

 15,489
อาชญากรรม
06 พ.ย. 62

หนุ่มใหญ่ชาวนิวซีแลนด์ผูกคอตายคู่หนุ่มไทย คาบ้านพักที่เกาะสมุย ทิ้งจดหมายลาตาย 3 ฉบับ

สุราษฎร์ธานี - เจ้าหน้าที่พบศพที่เกาะสมุย 2 ศพ เป็นชายชาวนิวซีแลนด์และชาวไทย ผูกคอเสียชีวิต ในบ้านหลังเดียวกัน ภายในซอยทางลงชายหาดสาธารณะหาดบ้านใต้ จากการตรวจสอบพบว่าชายชาวต่างชาติอายุ 70 ปี สัญาตินิวซีแลนด์ ส่วนชายชาวไทยอายุ 45 ปี    พบจดหมายลาตาย 3 ฉบับ เขียนเป็นภาษาอังกฤษ ข้อความระบุขอโทษทุกๆคน ขอโทษเจ้าของบ้านเช่าที่มาก่อเรื่องในบ้าน อีกฉบับเขียนส่งให้ญาตไปยังประเทศนิวซีแลนด์ เป็นเรื่องของการสั่งเสีย ไม่ต้องเสียใจ และอีกฉบับเขียนว่า เรารักกันขอไปอยู่ด้วยกันในที่ๆมีแต่ความสุดเท่านั้น    จากการสอบถามเพื่อนผู้ตายเปิดเผยว่า ผู้ตายกับหนุ่มไทยรักกันมากแบบคู่เกย์ คบหากันมานานกว่า 10 ปี มาในระยะหลังหนุ่มใหญ่มีปัญหาเรื่องเงินที่ขาดสภาพคล่องทางการเงิน พร้อมบ่นว่าอยากจะตายด้วยกันเพื่อจะไปอยู่ด้วยกัน แต่ไม่นึกว่าจะมาด่วนตัดสินตายพร้อมกัน      ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/QQ4mOsynqtw

 15,489
ข่าวภูมิภาค
29 ต.ค. 62

รวบแล้ว 1 โจรอุกอาจบุกโรงแรมเกาะสมุย ใช้ขวานฟัน ชิงทรัพย์ นทท.เยอรมัน

สุราษฎร์ธานี-เกิดเหตุคนร้ายเป็นชายไทย 2 คนเข้ามาก่อเหตุชิงทรัพย์นักท่องเที่ยวชายชาวเยอรมัน อายุ 47 ปี ภายในห้องพัก และใช้อาวุธทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะหลบหนีไปพร้อมกับทรัพย์สินเป็นเงินสด   ผู้เสียหายระบุว่า ขณะที่ตนเองและครอบครัวกำลังนอนหลับอยู่นั้น ได้ยินเสียงกระจกแตกจึงตกใจตื่นขึ้นมา ก่อนจะเดินมาสำรวจว่าเป็นเสียงจากไหน เห็นชายไทยวัยกลางคน สูงประมาณ 158 เซนติเมตร ใส่ผ้าปิดปาก นุ่งกางเกงขาสั้น ถือขวานเป็นอาวุธเข้ามาทางหน้าต่างห้องน้ำ แล้วพูดภาษาอังกฤษแปลงเป็นไทยว่า “ให้เอาเงินมา” ก่อนคว้ากระเป๋าสีเงินไปพร้อมกับทรัพย์สินภายในเป็นสร้อยคอเครื่องประดับที่ไม่ได่มีมูลค่าอะไร   เมื่อตนเห็นคนร้ายหยิบเอากระเป๋าไป จึงเข้าไปแย่งและมีการต่อสู้กัน คนร้ายใช้ขวานฟันเข้าที่บริเวณหลังหู แขนข้างซ้าย และนิ้วก้อยเท้าข้างขวา จนตนบาดเจ็บ ก่อนคนร้ายอีกคนเป็นชายไทย สูงประมาณ 180 เซนติเมตร เข้ามาช่วยเหลือ และพากันวิ่งหลบหนีไป หลังเกิดเหตุได้แจ้งให้ทางโรงแรมทราบและไปทำแผลที่โรงพยาบาล   ขณะที่ภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพใบหน้าและลักษณะของคนร้ายที่เข้ามาก่อเหตุไว้ได้ เป็นชายไทย 2 คน ชี่รถจักรยานยนต์ สีแดงดำ คนขี่สวมหมวกกันน็อค ใส่เสื้อยืดสีน้ำเงินและสวมเสื้อยีนส์ทับ และคนซ้อนท้าย ใส่หมกแก๊ป สวมเสื้อยืดสีน้ำตาล นุ่งกางเกงยีนส์ เดินเข้ามาตามถนนของโรงแรมเข้ามาก่อเหตุ และหลังก่อเหตุขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป   ต่อมาตำรวจจับกุมคนร้ายทีก่อเหตุได้แล้ว 1 ราย ทราบชื่อ นายพรศิลป์ หรือปิ หรือยาว อาจสุรินทร์ อายุ 36 ปี ชาวจังหวัดอุดรธานี อาชีพขายของหาบเร่ริมชายหาดเฉวง ส่วนผู้ต้องหาอีกคนที่กำลังหลบหนีอยู่   จากการสอบสวน นายพรศิลป์ ผู้ต้องหาให้การว่า ตนเองกับนายสมชาย ที่หลบหนีอยู่ชักชวนกันมาก่อเหตุ ก่อนพากันขี่รถจักรยายนต์ขึ้นมาบนเขาหมาแหงนและนำไปจอดแอบไว้ริมทางหลังวิลล่า พอเห็นว่าปลอดคนจึงได้เดินเข้ามาตามถนนของโรงแรมเพื่อดูลาดเลาจนพบห้องพักของผู้เสียหาย เพื่อนได้ใช้ขวานไปทุบกระจกห้องน้ำเพื่อมุดตัวเข้าไปเปิดประตูห้องให้ตนเองเข้าไปข้างใน แต่ระหว่างนั้นเจ้าของห้องตื่นขึ้นมาก็เลยมีการต่อสู้กันและพากันหลบหนีออกมาจากที่เกิดเหตุ ก่อนจะแยกย้ายกัน   เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้แจ้งข้อกล่าวหากับ นายพรศิลป์ อาจสุรินทร์ อายุ 36 ปี ในความผิดฐาน ร่วมกันชิงทรัพย์ผู้อื่นในเคหะสถานโดยใช้อาวุธเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฏหมาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/w0DdM5vcLUY

 1,442
อาชญากรรม
29 ต.ค. 62

รวบแล้ว 1 โจรอุกอาจบุกโรงแรมเกาะสมุย ใช้ขวานฟัน ชิงทรัพย์ นทท.เยอรมัน

สุราษฎร์ธานี-เกิดเหตุคนร้ายเป็นชายไทย 2 คนเข้ามาก่อเหตุชิงทรัพย์นักท่องเที่ยวชายชาวเยอรมัน อายุ 47 ปี ภายในห้องพัก และใช้อาวุธทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะหลบหนีไปพร้อมกับทรัพย์สินเป็นเงินสด   ผู้เสียหายระบุว่า ขณะที่ตนเองและครอบครัวกำลังนอนหลับอยู่นั้น ได้ยินเสียงกระจกแตกจึงตกใจตื่นขึ้นมา ก่อนจะเดินมาสำรวจว่าเป็นเสียงจากไหน เห็นชายไทยวัยกลางคน สูงประมาณ 158 เซนติเมตร ใส่ผ้าปิดปาก นุ่งกางเกงขาสั้น ถือขวานเป็นอาวุธเข้ามาทางหน้าต่างห้องน้ำ แล้วพูดภาษาอังกฤษแปลงเป็นไทยว่า “ให้เอาเงินมา” ก่อนคว้ากระเป๋าสีเงินไปพร้อมกับทรัพย์สินภายในเป็นสร้อยคอเครื่องประดับที่ไม่ได่มีมูลค่าอะไร   เมื่อตนเห็นคนร้ายหยิบเอากระเป๋าไป จึงเข้าไปแย่งและมีการต่อสู้กัน คนร้ายใช้ขวานฟันเข้าที่บริเวณหลังหู แขนข้างซ้าย และนิ้วก้อยเท้าข้างขวา จนตนบาดเจ็บ ก่อนคนร้ายอีกคนเป็นชายไทย สูงประมาณ 180 เซนติเมตร เข้ามาช่วยเหลือ และพากันวิ่งหลบหนีไป หลังเกิดเหตุได้แจ้งให้ทางโรงแรมทราบและไปทำแผลที่โรงพยาบาล   ขณะที่ภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพใบหน้าและลักษณะของคนร้ายที่เข้ามาก่อเหตุไว้ได้ เป็นชายไทย 2 คน ชี่รถจักรยานยนต์ สีแดงดำ คนขี่สวมหมวกกันน็อค ใส่เสื้อยืดสีน้ำเงินและสวมเสื้อยีนส์ทับ และคนซ้อนท้าย ใส่หมกแก๊ป สวมเสื้อยืดสีน้ำตาล นุ่งกางเกงยีนส์ เดินเข้ามาตามถนนของโรงแรมเข้ามาก่อเหตุ และหลังก่อเหตุขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป   ต่อมาตำรวจจับกุมคนร้ายทีก่อเหตุได้แล้ว 1 ราย ทราบชื่อ นายพรศิลป์ หรือปิ หรือยาว อาจสุรินทร์ อายุ 36 ปี ชาวจังหวัดอุดรธานี อาชีพขายของหาบเร่ริมชายหาดเฉวง ส่วนผู้ต้องหาอีกคนที่กำลังหลบหนีอยู่   จากการสอบสวน นายพรศิลป์ ผู้ต้องหาให้การว่า ตนเองกับนายสมชาย ที่หลบหนีอยู่ชักชวนกันมาก่อเหตุ ก่อนพากันขี่รถจักรยายนต์ขึ้นมาบนเขาหมาแหงนและนำไปจอดแอบไว้ริมทางหลังวิลล่า พอเห็นว่าปลอดคนจึงได้เดินเข้ามาตามถนนของโรงแรมเพื่อดูลาดเลาจนพบห้องพักของผู้เสียหาย เพื่อนได้ใช้ขวานไปทุบกระจกห้องน้ำเพื่อมุดตัวเข้าไปเปิดประตูห้องให้ตนเองเข้าไปข้างใน แต่ระหว่างนั้นเจ้าของห้องตื่นขึ้นมาก็เลยมีการต่อสู้กันและพากันหลบหนีออกมาจากที่เกิดเหตุ ก่อนจะแยกย้ายกัน   เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้แจ้งข้อกล่าวหากับ นายพรศิลป์ อาจสุรินทร์ อายุ 36 ปี ในความผิดฐาน ร่วมกันชิงทรัพย์ผู้อื่นในเคหะสถานโดยใช้อาวุธเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฏหมาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/w0DdM5vcLUY

 1,442
ข่าวภูมิภาค
15 ต.ค. 62

เร่งล่าตัว! มือปืนเหี้ยมส่องไรเฟิล 70 เมตร ซุ่มยิงเจ้าของร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ดับ

เร่งล่าตัว! มือปืนเหี้ยมส่องไรเฟิล 70 เมตร ซุ่มยิงเจ้าของร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ดับ   วันที่ 15 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุมือปืนสุดอำมหิตนั่งในรถยนต์เก๋ง ซุ่มในสวนมะพร้าว ก่อนพาดปืนไรเฟิลประทับกับประตูรถยนต์ข้ามถนนประมาณ 70 เมตร เล็งยิงเจ้าของร้านซ่อมรถจักรยานยนต์บนเกาะสมุย ดับอนาถ ก่อนซิ่งเก๋งซูซูกิผ่านหน้าร้านผู้ตายไปอย่างลอยนวล    ด้านตำรวจตั้งปมสังหาร 3 ประเด็นคือ เรื่องส่วนตัว, เรื่องผิดกฎหมาย และเรื่องชู้สาว พร้อมสั่งและประสาน ตำรวจ สภ.บ่อผุด ตั้งด่านสกัดตามท่าเรือทุกท่า เพื่อควานหามือปืนเหี้ยมรายนี้แล้ว  

 1,831
อาชญากรรม
15 ต.ค. 62

เร่งล่าตัว! มือปืนเหี้ยมส่องไรเฟิล 70 เมตร ซุ่มยิงเจ้าของร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ดับ

เร่งล่าตัว! มือปืนเหี้ยมส่องไรเฟิล 70 เมตร ซุ่มยิงเจ้าของร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ดับ   วันที่ 15 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุมือปืนสุดอำมหิตนั่งในรถยนต์เก๋ง ซุ่มในสวนมะพร้าว ก่อนพาดปืนไรเฟิลประทับกับประตูรถยนต์ข้ามถนนประมาณ 70 เมตร เล็งยิงเจ้าของร้านซ่อมรถจักรยานยนต์บนเกาะสมุย ดับอนาถ ก่อนซิ่งเก๋งซูซูกิผ่านหน้าร้านผู้ตายไปอย่างลอยนวล    ด้านตำรวจตั้งปมสังหาร 3 ประเด็นคือ เรื่องส่วนตัว, เรื่องผิดกฎหมาย และเรื่องชู้สาว พร้อมสั่งและประสาน ตำรวจ สภ.บ่อผุด ตั้งด่านสกัดตามท่าเรือทุกท่า เพื่อควานหามือปืนเหี้ยมรายนี้แล้ว  

 1,831
ข่าวภูมิภาค
10 ต.ค. 62

ตามจับชาวต่างชาติ แอบฉกกล้องโกโปร ร้านดังบนเกาะเต่า ก่อนหนีไปเกาะสมุย

สุราษฎร์ธานี-นายรัฐวิทย์ ภัทรขันติธรรมเข้า เจ้าของร้านเกาะเต่าเทเลคอม แจ้งว่ากล้อง GoPro HERO 7 Black สีดำ Model Number:SPCH1 หมายเลขบาร์โค้ด:C3281326526761 ราคา 14,500 บาท ของทางร้านได้สูญหายไป   จึงได้ไปดูกล้องวงจรปิดของร้านพบว่ามีชายชาวต่างชาติผิวขาว สูง รูปร่างอ้วน ได้แอบขโมยหยิบกล้องดังกล่าวไป ทางตำรวจจึงออกติดตามตัวจนทราบชื่อคนร้ายคือ นายเจอร์ฮาดุส มารินุส เบอร์ ​เกอร์​ฟรุท อายุ 53 ปี สัญชาติ ฮอลแลนด์   จากการตรวจสอบประวัติพบว่า เดินทางเข้ามาที่เกาะเต่าเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2562 เข้าพักที่โรงแรมทรายรีซีวิว และไปเช่ารถจักรยานยนต์ที่ร้าน แห่งหนึ่งบนเกาะเต่า ต่อมาในวันที่ 4 ตุลาคม 2562 เวลาประมาณ 12.00 น. นายเจอร์ฮาดุส ได้เข้าไปที่ร้าน เกาะเต่าเทเลคอม และได้ขโมยกล้อง GoPro HERO 7 Black ราคากว่า 14,500 บาทดังกล่าว พร้อมได้ใส่ลงในกระเป๋าสะพายจากนั้นเดินนอกจากร้านไป   ต่อมาได้ทำการแกะกล่องกล้อง GoPro HERO 7 Black ทิ้งไว้ ณ ร้านอาหารแห่งหนึ่งในตำบลเกาะเต่า ต่อมาในวันที่ 5 ตุลาคม ได้เดินทางออกจากเกาะเต่าไปยังเกาะสมุย และได้เข้าพักที่บังกะโล ทางตำรวจจึงได้เดินทางเข้าจับกุม และตรวจค้นพบ กล้อง GoPro HERO 7 Black ของกลางอยู่กับผู้ต้องหา จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งไปให้พนักงานสอบสวน สภ.เกาะเต่าดำเนินคดีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/91UULCOakoE

 850
สังคม
10 ต.ค. 62

ตามจับชาวต่างชาติ แอบฉกกล้องโกโปร ร้านดังบนเกาะเต่า ก่อนหนีไปเกาะสมุย

สุราษฎร์ธานี-นายรัฐวิทย์ ภัทรขันติธรรมเข้า เจ้าของร้านเกาะเต่าเทเลคอม แจ้งว่ากล้อง GoPro HERO 7 Black สีดำ Model Number:SPCH1 หมายเลขบาร์โค้ด:C3281326526761 ราคา 14,500 บาท ของทางร้านได้สูญหายไป   จึงได้ไปดูกล้องวงจรปิดของร้านพบว่ามีชายชาวต่างชาติผิวขาว สูง รูปร่างอ้วน ได้แอบขโมยหยิบกล้องดังกล่าวไป ทางตำรวจจึงออกติดตามตัวจนทราบชื่อคนร้ายคือ นายเจอร์ฮาดุส มารินุส เบอร์ ​เกอร์​ฟรุท อายุ 53 ปี สัญชาติ ฮอลแลนด์   จากการตรวจสอบประวัติพบว่า เดินทางเข้ามาที่เกาะเต่าเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2562 เข้าพักที่โรงแรมทรายรีซีวิว และไปเช่ารถจักรยานยนต์ที่ร้าน แห่งหนึ่งบนเกาะเต่า ต่อมาในวันที่ 4 ตุลาคม 2562 เวลาประมาณ 12.00 น. นายเจอร์ฮาดุส ได้เข้าไปที่ร้าน เกาะเต่าเทเลคอม และได้ขโมยกล้อง GoPro HERO 7 Black ราคากว่า 14,500 บาทดังกล่าว พร้อมได้ใส่ลงในกระเป๋าสะพายจากนั้นเดินนอกจากร้านไป   ต่อมาได้ทำการแกะกล่องกล้อง GoPro HERO 7 Black ทิ้งไว้ ณ ร้านอาหารแห่งหนึ่งในตำบลเกาะเต่า ต่อมาในวันที่ 5 ตุลาคม ได้เดินทางออกจากเกาะเต่าไปยังเกาะสมุย และได้เข้าพักที่บังกะโล ทางตำรวจจึงได้เดินทางเข้าจับกุม และตรวจค้นพบ กล้อง GoPro HERO 7 Black ของกลางอยู่กับผู้ต้องหา จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งไปให้พนักงานสอบสวน สภ.เกาะเต่าดำเนินคดีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/91UULCOakoE

 850
ข่าวภูมิภาค
26 ก.ย. 62

สอบฝรั่งตั้งกล้องดาดฟ้าบ้าน ถ่ายเครื่องบินขึ้นลงสนามบินสมุย ไลฟ์สดลงเฟซ

สุราษฎร์ธานี-เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบบ้านพักหลังหนึ่งใน ม.4 ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี หลังจากได้รับรายงานว่า บ้านหลังดังกล่าวติดตั้งกล้องวงจรปิดส่องรันเวย์ เพื่อดูเครื่องบินขึ้นลงแบบเรียลไทม์เผยแพร่ในยูทูบและเฟซบุ๊กที่มีผู้ติดตามกว่า 4.4 หมื่นคน ทางสนามบินเป็นกังวลในความปลอดภัยและสุ่มเสี่ยงภัยคุกคามต่อความมั่นคงภายในประเทศ เพราะสนามบินสมุยมีบุคคลสำคัญเดินทางเข้าออกอยู่เป็นประจำ   จากการเข้าตรวจสอบที่บ้านหลังดังกล่าวเจ้าหน้าที่พบกำลังพักผ่อนอยู่ในบ้าน จีงได้เรียกเพื่อสอบถามและขอตรวจสอบหนังสือเดินทาง ทราบชื่อว่า นายอลิเตอร์ คีธ เลสลี บริดี (MR.ALISTER KEITH LESLIE BREDEE) อายุ 72 ปี สัญชาติ อังกฤษ ให้การรับว่า เป็นภาพจากกล้องที่ติดตั้งอยู่บนดาดฟ้าของบ้านที่ตนเองอาศัยอยู่ แต่ว่ากล้องเป็นของเพื่อนชาวต่างชาติที่นำมาฝากติดตั้งไว้เพื่อเผยแพร่ลงในยูทูบและเฟซบุ๊ก ให้คนติดตามได้เห็นบรรยากาศของสนามบินสมุย   นอกจากนี้ยังมีกล้องวงจรปิดติดตั้งอยู่ตามชายหาด ท่าเทียบเรือ และย่านเศรษฐกิจที่มีนักท่องเที่ยวพลุกพล่าน เป็นการประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวได้เห็นบรรยากาศของเกาะสมุย แต่ทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งให้นายอลิเตอร์ ติดต่อไปยังเจ้าของกล้องดังกล่าวเพื่อให้ถอดกล้องออกหรือย้ายไปติดตั้งตำแหน่งอื่น ที่ไม่ใช่ถ่ายภาพไปในบริเวณสนามบินสมุย   ต่อมานายอลิเตอร์แจ้งเจ้าหน้าที่ว่า เพื่อนชาวต่างชาติที่นำกล้องมาติดตั้งนั้น เดินทางไปที่กรุงเทพฯและมีกำหนดเดินทางกลับในวันเดียวกันนี้เวลา 18.00 น. และจะมาพบกับเจ้าหน้าที่เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจไม่ได้มีเจตนาส่อไปในทางก่อการร้าย และพร้อมจะยุติการแพร่ภาพเรียลไทม์ที่ส่องไปในสนามบินสมุยในทันที   ซึ่งล่าสุดจากการตรวจสอบไปในยูทูบและเฟซบุ๊ก ที่ใช้ชื่อว่า เดอะเรียล สมุย เว็บแคม พบว่าภาพจากกล้องวงจรปิดที่ถ่ายไปในสนามบินสมุย ได้ถูกลบออกไปแล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KxVYPZW--IQ

 19,299
สังคม
26 ก.ย. 62

สอบฝรั่งตั้งกล้องดาดฟ้าบ้าน ถ่ายเครื่องบินขึ้นลงสนามบินสมุย ไลฟ์สดลงเฟซ

สุราษฎร์ธานี-เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบบ้านพักหลังหนึ่งใน ม.4 ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี หลังจากได้รับรายงานว่า บ้านหลังดังกล่าวติดตั้งกล้องวงจรปิดส่องรันเวย์ เพื่อดูเครื่องบินขึ้นลงแบบเรียลไทม์เผยแพร่ในยูทูบและเฟซบุ๊กที่มีผู้ติดตามกว่า 4.4 หมื่นคน ทางสนามบินเป็นกังวลในความปลอดภัยและสุ่มเสี่ยงภัยคุกคามต่อความมั่นคงภายในประเทศ เพราะสนามบินสมุยมีบุคคลสำคัญเดินทางเข้าออกอยู่เป็นประจำ   จากการเข้าตรวจสอบที่บ้านหลังดังกล่าวเจ้าหน้าที่พบกำลังพักผ่อนอยู่ในบ้าน จีงได้เรียกเพื่อสอบถามและขอตรวจสอบหนังสือเดินทาง ทราบชื่อว่า นายอลิเตอร์ คีธ เลสลี บริดี (MR.ALISTER KEITH LESLIE BREDEE) อายุ 72 ปี สัญชาติ อังกฤษ ให้การรับว่า เป็นภาพจากกล้องที่ติดตั้งอยู่บนดาดฟ้าของบ้านที่ตนเองอาศัยอยู่ แต่ว่ากล้องเป็นของเพื่อนชาวต่างชาติที่นำมาฝากติดตั้งไว้เพื่อเผยแพร่ลงในยูทูบและเฟซบุ๊ก ให้คนติดตามได้เห็นบรรยากาศของสนามบินสมุย   นอกจากนี้ยังมีกล้องวงจรปิดติดตั้งอยู่ตามชายหาด ท่าเทียบเรือ และย่านเศรษฐกิจที่มีนักท่องเที่ยวพลุกพล่าน เป็นการประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวได้เห็นบรรยากาศของเกาะสมุย แต่ทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งให้นายอลิเตอร์ ติดต่อไปยังเจ้าของกล้องดังกล่าวเพื่อให้ถอดกล้องออกหรือย้ายไปติดตั้งตำแหน่งอื่น ที่ไม่ใช่ถ่ายภาพไปในบริเวณสนามบินสมุย   ต่อมานายอลิเตอร์แจ้งเจ้าหน้าที่ว่า เพื่อนชาวต่างชาติที่นำกล้องมาติดตั้งนั้น เดินทางไปที่กรุงเทพฯและมีกำหนดเดินทางกลับในวันเดียวกันนี้เวลา 18.00 น. และจะมาพบกับเจ้าหน้าที่เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจไม่ได้มีเจตนาส่อไปในทางก่อการร้าย และพร้อมจะยุติการแพร่ภาพเรียลไทม์ที่ส่องไปในสนามบินสมุยในทันที   ซึ่งล่าสุดจากการตรวจสอบไปในยูทูบและเฟซบุ๊ก ที่ใช้ชื่อว่า เดอะเรียล สมุย เว็บแคม พบว่าภาพจากกล้องวงจรปิดที่ถ่ายไปในสนามบินสมุย ได้ถูกลบออกไปแล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KxVYPZW--IQ

 19,299
ข่าวภูมิภาค
23 ก.ย. 62

รวบขาใหญ่เกาะสมุยค้ายา ค้นบ้านเจอรถตู้เคยใช้รับ 'บิ๊กตู่'

สุราษฎร์ธานี-บุกจับนายสมพงษ์ หรือขลุด เรืองศรี อายุ 63 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเกาะสมุย ที่ 6/2562 ลงวันที่ 16 มกราคม 2562 ในข้อหาจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือไอซ์ พร้อมตรวจค้นบ้านพัก ภายในซอยคาร์แคร์ หมู่ 6 ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย   ด้านหน้าเปิดเป็นบริษัททัวร์ จากการตรวจค้นในตู้เซฟ พบอาวุธปืนพกสั้นขนาดต่างๆ จำนวน 4 กระบอก มีใบอนุญาตทุกกระบอก พร้อมกระสุน อีกกว่า 200 นัด ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ยึดอาวุธปืนเป็นของกลาง และยึดไว้ตรวจสอบ และยึดรถยนต์ตู้อีก 2 คัน เป็นรถตู้ที่ใช้สำหรับให้บริการทัวร์ นอกนั้นไปไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย พร้อมควบคุมตัวไปทำการสอบปากคำต่อ ที่สภ.บ่อผุด   ทั้งนี้หนึ่งในรถที่พบ เป็นรถตู้เอนกประสงค์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลพาร์ด สีดำ ทะเบียน 1177 สุราษฎร์ธานี ที่เคยใช้รับพล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่เดินทางมาปฎิบัติภารกิจที่เกาะสมุย เมื่อวันที่ 13 ก.ย.2562 จอดอยู่ในโรงจอดรถ ซึ่งอยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบเพื่อจะนำไปตรวจสอบร่วมกับทรัพย์สินอื่นหรือไม่   ด้านเจ้าของรถตู้ ซึ่งเป็นเครือญาติกับผู้ต้องหา ยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดของผู้ต้องหาแต่อย่างใด โดยบริเวณรั้วบ้านพื้นที่ดังกล่าวมีบริเวณกว้างมีหลายครอบครัว   สำหรับนายสมพงษ์ เป็นผู้จำหน่ายยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่เกาะสมุย ซึ่งสามารถจับกุมได้ในพื้นที่ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2562 พร้อมตรวจยึดรถเก๋งยี่ห้อเบนซ์และรถเก๋ง ฮอนด้า ซีวิค รวม 2 คัน สร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท นาฬิกายี่ห้อหรู 2 เรือนและเงินในบัญชีธนาคารกว่า 10 บัญชี รวมมูลค่าทรัพย์สินกว่า 5 ล้านบาท ซึ่งนายวิชวุทย์ ได้มอบเงินรางวัลจำนวนหนึ่งเป็นกำลังใจให้ชุดจับกุมด้วย   การแพร่ระบาดยาเสพติดในพื้นที่ อ.เกาะสมุยตั้งแต่ปี 2557 ถึงปัจจุบันได้มีการสืบสวนขยายผลจนทราบว่า นายสมพงษ์ ซึ่งเคยถูกจับคดีจำหน่าย ยาเสพติดเฮโรอีน เมื่อปี 2545 ถูกยึดทรัพย์ 21 รายการ มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท แต่ได้พ้นโทษเมื่อปี 2554 แต่หลังพ้นโทษออกมามีพฤติการณ์จำหน่ายยาเสพติดรายใหญ่บนเกาะสมุยและเป็นเครือข่ายเดียวกับนายเสรี ช่วยชนะ พ่อค้ารายใหญ่ใน จ.สุราษฎร์ธานีที่ถูกจับก่อนนี้และรายอื่นๆรวมถึงมีความสัมพันธ์กับบุคคลที่มีอิทธิพลและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ทำให้ยากต่อการสืบสวนจนติดตามจับกุมได้ในที่สุด   ซึ่งก่อนหน้านี้ ได้ใช้ปฎิบัติการฟ้าสางสมุย 2 เข้าค้นที่ชุมชนพูนสวัสดิ์ และฟ้าสางสมุย 3 ได้พบชื่อ นายหัวอยู่ในเครือข่ายจนพิสูจน์พบคือนายสมพงษ์ ตรวจสอบประวัติเคยถูกจับกุมยึดทรัพย์ยาเสพติดมาก่อน ปี 2562 ได้ยึดยาบ้า 40,000 เม็ดใช้ชื่อคนตายที่ อ.ท่าชนะ พบจะส่งไปที่เกาะสมุย จึงรวบรวมหลักฐานมีผู้ที่เกี่ยวข้องจำนวนมากมีหมายจับ 21 หมาย จับกุมได้ 12 หมายมีนายศิริศักดิ์ อินทร์ศาสตร์ อายุ 46 ปี ฉายา "ต้น นักเลงหลวง  สมาชิกอาสารักษาดินแดน(อส.) อ.เกาะสมุย และอายัดตัวในเรือนจำอีก 3 หมาย โดยยังมีผู้เกี่ยวข้องอีกจำนวนมาก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rZDLz5JN-sY

 17,113
อาชญากรรม
23 ก.ย. 62

รวบขาใหญ่เกาะสมุยค้ายา ค้นบ้านเจอรถตู้เคยใช้รับ 'บิ๊กตู่'

สุราษฎร์ธานี-บุกจับนายสมพงษ์ หรือขลุด เรืองศรี อายุ 63 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเกาะสมุย ที่ 6/2562 ลงวันที่ 16 มกราคม 2562 ในข้อหาจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือไอซ์ พร้อมตรวจค้นบ้านพัก ภายในซอยคาร์แคร์ หมู่ 6 ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย   ด้านหน้าเปิดเป็นบริษัททัวร์ จากการตรวจค้นในตู้เซฟ พบอาวุธปืนพกสั้นขนาดต่างๆ จำนวน 4 กระบอก มีใบอนุญาตทุกกระบอก พร้อมกระสุน อีกกว่า 200 นัด ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ยึดอาวุธปืนเป็นของกลาง และยึดไว้ตรวจสอบ และยึดรถยนต์ตู้อีก 2 คัน เป็นรถตู้ที่ใช้สำหรับให้บริการทัวร์ นอกนั้นไปไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย พร้อมควบคุมตัวไปทำการสอบปากคำต่อ ที่สภ.บ่อผุด   ทั้งนี้หนึ่งในรถที่พบ เป็นรถตู้เอนกประสงค์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลพาร์ด สีดำ ทะเบียน 1177 สุราษฎร์ธานี ที่เคยใช้รับพล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่เดินทางมาปฎิบัติภารกิจที่เกาะสมุย เมื่อวันที่ 13 ก.ย.2562 จอดอยู่ในโรงจอดรถ ซึ่งอยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบเพื่อจะนำไปตรวจสอบร่วมกับทรัพย์สินอื่นหรือไม่   ด้านเจ้าของรถตู้ ซึ่งเป็นเครือญาติกับผู้ต้องหา ยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดของผู้ต้องหาแต่อย่างใด โดยบริเวณรั้วบ้านพื้นที่ดังกล่าวมีบริเวณกว้างมีหลายครอบครัว   สำหรับนายสมพงษ์ เป็นผู้จำหน่ายยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่เกาะสมุย ซึ่งสามารถจับกุมได้ในพื้นที่ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2562 พร้อมตรวจยึดรถเก๋งยี่ห้อเบนซ์และรถเก๋ง ฮอนด้า ซีวิค รวม 2 คัน สร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท นาฬิกายี่ห้อหรู 2 เรือนและเงินในบัญชีธนาคารกว่า 10 บัญชี รวมมูลค่าทรัพย์สินกว่า 5 ล้านบาท ซึ่งนายวิชวุทย์ ได้มอบเงินรางวัลจำนวนหนึ่งเป็นกำลังใจให้ชุดจับกุมด้วย   การแพร่ระบาดยาเสพติดในพื้นที่ อ.เกาะสมุยตั้งแต่ปี 2557 ถึงปัจจุบันได้มีการสืบสวนขยายผลจนทราบว่า นายสมพงษ์ ซึ่งเคยถูกจับคดีจำหน่าย ยาเสพติดเฮโรอีน เมื่อปี 2545 ถูกยึดทรัพย์ 21 รายการ มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท แต่ได้พ้นโทษเมื่อปี 2554 แต่หลังพ้นโทษออกมามีพฤติการณ์จำหน่ายยาเสพติดรายใหญ่บนเกาะสมุยและเป็นเครือข่ายเดียวกับนายเสรี ช่วยชนะ พ่อค้ารายใหญ่ใน จ.สุราษฎร์ธานีที่ถูกจับก่อนนี้และรายอื่นๆรวมถึงมีความสัมพันธ์กับบุคคลที่มีอิทธิพลและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ทำให้ยากต่อการสืบสวนจนติดตามจับกุมได้ในที่สุด   ซึ่งก่อนหน้านี้ ได้ใช้ปฎิบัติการฟ้าสางสมุย 2 เข้าค้นที่ชุมชนพูนสวัสดิ์ และฟ้าสางสมุย 3 ได้พบชื่อ นายหัวอยู่ในเครือข่ายจนพิสูจน์พบคือนายสมพงษ์ ตรวจสอบประวัติเคยถูกจับกุมยึดทรัพย์ยาเสพติดมาก่อน ปี 2562 ได้ยึดยาบ้า 40,000 เม็ดใช้ชื่อคนตายที่ อ.ท่าชนะ พบจะส่งไปที่เกาะสมุย จึงรวบรวมหลักฐานมีผู้ที่เกี่ยวข้องจำนวนมากมีหมายจับ 21 หมาย จับกุมได้ 12 หมายมีนายศิริศักดิ์ อินทร์ศาสตร์ อายุ 46 ปี ฉายา "ต้น นักเลงหลวง  สมาชิกอาสารักษาดินแดน(อส.) อ.เกาะสมุย และอายัดตัวในเรือนจำอีก 3 หมาย โดยยังมีผู้เกี่ยวข้องอีกจำนวนมาก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rZDLz5JN-sY

 17,113
ข่าวภูมิภาค
09 ก.ย. 62

จับ อส.เกาะสมุยแสบ แฝงช่วยงาน ตร. ที่แท้คอยส่งสายให้พ่อค้ายา เจอเงินในบัญชี 34 ล้าน

สุราษฎร์ธานี-ตำรวจจับกุมนายศิริศักดิ์ หรือต้น อินทร์ศาสตร์ อายุ 46 ปี ฉายาต้น นักเลงหลวง  ทำงานเป็นสมาชิกอาสาสมัครรักษาดินแดน(อส.) สังกัด กองร้อยอาสารักษาดินแดน อ.เกาะสมุย ที่ 15   มีความผิดฐานฟอกเงิน สามารถตรวจยึดอาวุธปืนขนาดต่างๆ หลายกระบอก และกระสุนปืน 645 นัด และสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร พร้อมควบคุมตัวขึ้นเฮลิคอปเตอร์มาสอบสวนที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี   ทั้งนี้จากการสืบสวนทราบว่า ช่วงปี 2557 ได้มีการแพร่ระบาดยาเสพติดบนเกาะสมุย อย่างมาก จึงมีการตั้งชุดเฉพาะกิจ ร้อยเกาะ บูรณาการร่วมตำรวจทหารและปกครองดำเนินการกวาดล้างจับกุม โดยนายศิริศักดิ์ เป็น 1 ในชุดเฉพาะกิจ แต่ระยะหลังกลับมีพฤติการณ์เกี่ยวพันกับผู้ค้ายาเสพติด และให้การคุ้มครองผู้กระทำผิดหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่จนสืบสวนติดตามจับกุมตัวได้   ทางตำรวจได้ติดตามพฤติกรรมนายศิริศักดิ์มานานแล้ว พบว่า ขณะที่มีการกวาดล้างจับกุมยาเสพติดในพื้นที่อ.เกาะสมุย หลายครั้งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ , ทหาร , ป.ป.ส.ภาค 8 มักจะถูกร้องเรียนว่า มีการจับกุมแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารรีดไถ ต่อมาสืบทราบว่านายศิริศักดิ์ เป็นผู้กระทำการดังกล่าวเสียเอง ล่าสุดเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมาได้ขยายผลการจับกุมยาบ้า 40,000 เม็ด ที่ส่งมาทางขนส่งเอกชนในพื้นที่ สภ.ท่าชนะ และจับกุมไอซ์ น้ำหนัก 3 กิโลกรัม ผู้ต้องหาให้การซัดทอดนายศิริศักดิ์มีส่วนร่วม   นอกจากนี้ ที่ผ่านมาได้มีการปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติบนพื้นที่ อ.เกาะสมุยหลายครั้งไม่สามารถจับกุมผู้ต้องหารายใหญ่ได้ ซึ่งนายศิริศักดิ์ จะคอยแจ้งข่าวความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ และให้การคุ้มครองผู้ค้ารายสำคัญบนเกาะสมุยจนหลบหนีไปได้ ถือเป็น อส.ขาใหญ่บนเกาะสมุย ซึ่งจากการตรวจสอบบัญชีเงินฝากนายศิริศักดิ์ตั้งแต่ปี 2557 ถึงปัจจุบันว่ามีเงินในบัญชีหมุนเวียนถึง 34 ล้านบาท จึงให้อายัดทรัพย์สินทั้งหมดที่คาดว่าได้มาจากการค้ายาเสพติดไว้ตรวจสอบ   ด้านนายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า เรื่องนี้ตำรวจได้เข้ารายงานก่อนหน้านี้แล้วจึงให้ดำเนินการจับกุม และสั่งให้ไล่ออกทันที โดยให้ดำเนินการตามกฎหมายเด็ดขาดเต็มที่ถือว่าให้นโบยายสั่งการไปแล้วโดยทางฝ่ายปกครองจะไม่ปกป้องคนผิดอย่างเด็ดขาด หากพบมีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้องก็จะต้องดำเนินการเด็ดขาดเช่นกัน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/uI4IGt3klf8

 8,890
ข่าวภูมิภาค
26 ส.ค. 62

เห็นจะๆ! เสือดาวหลุดจากกรง ตะปบหน้า ด.ช.อิสราเอลวัย 2 ขวบบนเกาะสมุย

สุราษฎร์ธานี-เกิดเหตุเด็กชายชาวอิสราเอลวัย 2 ขวบ ถูกเสือดาวตะปบเข้าที่ใบหน้า ขณะที่เดินทางมาท่องเที่ยวสวนสัตว์ซาฟารีปาร์ค บนเกาะสมุย   โดยมีภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกไว้ได้ เมื่อมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ซึ่งภายหลังทราบว่าเป็นคุณตาของเด็ก เดินมาเปิดประตูกรงเสือดาวขณะที่เสือดาวกำลังเดินอยู่ภายใน     แต่เมื่อนักท่องเที่ยวเห็นเสือดาวแล้วเกิดอาการตกใจไม่ยอมปิดประตูกรง ทำให้เสือดาววิ่งออกมานอกกรงแล้วไปเจอเด็กชายชาวอิสราเอลวัย 2 ขวบ เดินอยู่กับแม่ เสือดาวตัวนี้ได้ตะปบไปที่หน้าของเด็กชายคนดังกล่าวได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะรีบมาช่วยเหลือแล้วนำเสือดาวตัวนี้กลับเข้ากรงตามเดิม ระยะเวลาที่หลุดไปเพียง 10 วินาที   หลังเกิดเหตุทางสวนสัตว์ได้รีบนำตัวเด็กส่งโรงพยาบาลเพื่อทำการรักษาตัว เนื่องจากเด็กได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลฉกรรจ์ที่บริเวณใบหน้า พร้อมดูแลค่ารักษา   ล่าสุดเด็กชาวชาวอิสราเอล วัย 2 ขวบอาการปลอดภัยแล้ว ซึ่งทางคุณพ่อคุณแม่ของหนูน้อยก็ได้ขอบคุณทางซาฟารีที่ได้ดูแลเป็นอย่างดี และบอกว่าได้ให้แพทย์จากประเทศอิสราเอลบินมารับตัวเพื่อไปทำการรักษาต่อที่ประเทศอิสราเอล     หลังจากนี้ทางหน้าเมืองซาฟารี ปาร์ค ได้วางมาตรการป้องกันเพิ่มเติมเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นอีก โดยได้จัดเจ้าหน้าที่คอยดูแลเพิ่มเติมและทำกรงเพิ่มอีก 1 ชั้น นักท่องเที่ยวทุกคนที่ผ่านเข้ามาได้จะต้องผ่านเจ้าหน้าที่ดูแลจะไม่สามารถมาเปิดกรงเองได้ อยากให้นักท่องเที่ยวดูป้ายเตือนต่างๆ และคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/CmTnbUNULrE

 7,961
ข่าวภูมิภาค
16 ส.ค. 62

เจ้าของฟาร์มเศร้า หมาบุกกัดแพะตาย 8 ตัว ฉุนเป็นหมาจรจัด แต่มีคนให้ข้าวให้น้ำ ถามใครจะรับผิดชอบ

สุราษฎร์ธานี-ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ศักรินทร์ วัชรสินธุ์ ได้โพสต์ภาพถ่าย ซากแพะจำนวน 8 ตัว พร้อมข้อความว่า   “ชีวิตไม่แน่นอน เมื่อวานยังวิ่งเล่นกันอยู่ ตื่นมาอีกที 8 ชีวิต ที่อยู่ในคอก ต้องมาสังเวยชีวิตกับหมาไม่มีเจ้าของ แต่มีคนให้กินข้าวทุกวัน” ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า ซากแพะดังกล่าวถูกสุนัขจรจัด บุกเข้าไปรุมกัดแพะตายคาโรงเรือนนอน   จากการสอบถามเจ้าของโพสต์ คือนายศักรินทร์ วัชรสินธุ์ อดีตเป็นสมาชิกสภาเทศบาลตำบลเกาะสมุย ปัจจุบันหันมาทำธุรกิจเปิดฟาร์มแพะ ชื่อจังโก้ฟาร์ม ภายในที่ดิน 20 ไร่ มีราคานับร้อยล้าน ด้านหลังธนาคารกรุงศรีอยุธยาบนเกาะสมุย   โดยได้ไปหาซื้อพ่อพันธ์ุแม่พันธุ์ มาเลี้ยงเพื่อขยายพันธุ์ ทำโรงเรือนและเรือนนอนเป็นอย่างดี ส่วนบริเวณรอบๆ ฟาร์ม ได้ทำการจัดเป็นสวน ให้เป็นสถานที่พักผ่อนไปด้วย โดยในฟาร์มมีแพะชนิดต่างๆ หลายสายพันธ์ แต่ได้มีสุนัขจรจัดหลายตัว ได้บุกขึ้นไปยังโรงเรือนนอน ที่มีแพะเป็นพ่อพันธุ์ 1 ตัว และแม่พันธ์ 5 ตัว พร้อมลูกน้อยอีก 2 ตัว จำนวน 8 ตัว มีมูลค่าประมาณ 200,000 บาท ถูกสุนัขจรจัดบุกรุมกัดจนตายทั้งหมด   หลังเกิดเหตุ ตนได้เดินทางไปสอบถามยังบ้านเช่า ที่อยู่ห่างจากฟาร์มประมาณ 100 เมตร เพื่อหาเจ้าของสุนัข และพบสุนัขจำนวนหนึ่งอยู่ที่หน้าบ้านดังกล่าว เมื่อสอบถามทางเจ้าของบ้าน อ้างว่าได้มาเช่าบ้านดังกล่าว พร้อมกล่าวว่าสุนัขจรจัด มาอาศัยอยู่หน้าบ้าน แต่ได้ให้ข้าวน้ำกินทุกวัน แต่ปฎิเสธว่าไม่ได้เลี้ยง และไม่ใช่เจ้าของสุนัข   เจ้าของฟาร์มเผยว่า ในเมื่อหาคนรับผิดชอบไม่ได้ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ก็ต้องรับผิดชะตากรรมกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ที่เสียใจคือแพะทุกตัวตนมีความพูกพันธ์ รักทุกตัว แต่ต้องมาตายแบบนี้ ทำให้หดหู่ใจ พร้อมให้คนงานนำซากแพะทั้ง 8 ซากไปขุดหลุมฝัง   ด้านชาวเน็ตที่เข้ามาแสดงความคิดเห็น ต่างแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ปัญหาสุนัขจรจัด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ZHs8Ms9ErOA

 10,675

Top