ค้นหา :

ผลการค้นหา "แบงก์ชาติ"

เศรษฐกิจ
27 ก.ย. 62

แบงก์กรุงเทพ ไม่เห็นด้วยโปรผ่อน 0% เป็นตัวเร่งหนี้ครัวเรือน ชี้ผู้บริโภคได้ประโยชน์-ร้านเพิ่มยอดขาย

นายโชค ณ ระนอง ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้จัดการสายบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงกรณีที่ทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีความคิดเห็นว่า แคมเปญการผ่อนบัตรเครดิต 0% เป็นตัวเร่งทำให้เกิดหนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้นว่า กรณีนี้ตนไม่เห็นด้วยว่าแคมเปญ 0% จะเป็นตัวเร่งหนี้ครัวเรือน   เนื่องจากมองว่าผู้บริโภคได้รับประโยชน์จากแคมเปญดังกล่าวมากกว่า เพราะร้านค้าได้นำงบทางการตลาดมาใช้กระตุ้นยอดขาย และหากไม่ให้ใช้แคมเปญส่งผลให้ยอดใช้จ่ายลดลง นอกจากภาวะเศรษฐกิจยังเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ยอดใช้จ่ายชะลอตัวลง โดยยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตของธนาคารกรุงเทพเติบโต 10% ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ปีนี้เติบโต 15%   “การออกแคมเปญ 0% ที่จริงแล้วผู้บริโภคได้ประโยชน์ แต่แบงก์ไม่ได้อะไร เพราะร้านค้าคือ คนที่นำงบการตลาดมาใช้ทำแคมเปญกระตุ้นยอดขายเพื่อดึงดูดลูกค้า แต่หาก ธปท.เห็นต่างว่า 0% ทำให้เกิดหนี้ครัวเรือนก็พร้อมปฏิบัติตาม ซึ่งทางธนาคารพาณิชย์จะมีการหารือกัน และชี้แจงผ่านชมรมบัตรเครดิต เพื่อเสนอไปยัง ธปท.ต่อไป” นายโชคกล่าว   ด้านฝ่ายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดย ธปท.ได้ชี้แจงว่า การออกแนวทางการให้สินเชื่อส่วนบุคคล ที่ไม่ส่งเสริมการก่อหนี้ครัวเรือนนั้น ในขณะนี้ ธปท.ไม่ได้ระบุมาตรการว่าจะห้ามให้สินเชื่ออะไรเป็นพิเศษ เพราะแต่ละสถาบันการเงินมีการให้สินเชื่อที่แตกต่างกันไป โดย ธปท.ได้ให้กรอบกว้างๆ โดยขอความร่วมมือให้สถาบันการเงินพิจารณาดูแลลูกค้าของตัวเอง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UA0Px-VcUTk

 1,897
เศรษฐกิจ
18 ก.ย. 62

แบงก์ชาติแจ้งเลิกใช้บัตรแถบแม่เหล็ก ต้องเปลี่ยนเป็นชิปการ์ด 15 ม.ค.63 ใครไม่เปลี่ยนกดเงินไม่ได้

ธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีผู้เปลี่ยนบัตรเดบิต และบัตรเอทีเอ็มจากบัตรแถบแม่เหล็ก เป็นบัตรแบบชิปการ์ดไปแล้วประมาณ 47 ล้านใบ แต่ยังคงมีบัตรแถบแม่เหล็กคงเหลือที่ยังไม่ได้เปลี่ยนอีก 20 ล้านใบทั่วประเทศ   ดังนั้นให้ผู้ถือบัตรสามารถใช้งานบัตรได้อย่างต่อเนื่อง ธนาคารแห่งประเทศไทยขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่ยังใช้บัตรเดบิตหรือบัตรเอทีเอ็มแบบแถบแม่เหล็ก รีบติดต่อธนาคารที่ใช้บริการ เพื่อเปลี่ยนบัตรแถบแม่เหล็กเป็นบัตรชิปการ์ด โดยแสดงบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมบัตรเดบิตหรือบัตรเอทีเอ็มใบเดิม และสมุดบัญชีเงินฝาก โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนบัตร   เพราะหลังจากวันที่ 15 มกราคม ปี 63 บัตรแถบแม่เหล็กจะไม่สามารถใช้งานได้ที่เครื่องเอทีเอ็ม หรือเครื่องรูดบัตรที่ร้านค้า ทั้งนี้การปรับเปลี่ยนบัตรเดบิตและบัตรเอทีเอ็มจากรูปแบบบัตรแถบแม่เหล็ก เป็นบัตรชิปการ์ด เพื่อยกระดับความปลอดภัยในการใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งการป้องกันการปลอมแปลงบัตร หรือ การโจรกรรมข้อมูล (skimming) นำไปทำบัตรปลอม โดยมีเป้าหมายที่จะเปลี่ยนบัตรได้ครบถ้วนภายในสิ้นปี 62 นี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/i03tQyAff-Q

 14,001
เศรษฐกิจ
03 ก.ย. 62

หนี้ครัวเรือนไทยพุ่งอันดับ 2 ในเอเชีย น่าห่วงคนไทยติดหนี้ 'บัตรเครดิต-รถยนต์' มากขึ้น

สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ เปิดเผยว่า ภาวะสังคมไทยไตรมาส 2/2562 พบหนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยสิ้นไตรมาส 1/2562 หนี้ครัวเรือนเท่ากับ 13 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นต่อเนื่องร้อยละ 6.3 และคิดเป็นสัดส่วนต่อจีดีพีเท่ากับร้อยละ 78.7 สูงสุดในรอบ 9 ไตรมาส นับตั้งแต่ปี 2560   โดยหนี้ครัวเรือนไทยสูงเป็นอันดับ 2 ของเอเชีย รองจากเกาหลีใต้ และอันดับ 11 ของโลก จาก 74 ประเทศ และหนี้ที่มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง ได้แก่ หนี้สินเชื่อส่วนบุคคล บัตรเครดิต และรถยนต์   ด้านธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กังวลปัญหาหนี้ครัวเรือนไทยที่อยู่ในระดับสูง เพราะหนี้ที่สูงสะท้อนถึงความเปราะบางและการขาดภูมิคุ้มกันของภาคครัวเรือน ทำให้ในช่วงที่ผ่านมาครัวเรือนที่อ่อนไหวต่อปัจจัยลบทางเศรษฐกิจ(income shock) มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น   ซึ่งอาจส่งผลต่อความสามารถในการชำระหนี้แม้มาตรการที่ ธปท. ออกในช่วงก่อนหน้า เช่นมาตรการ LTV จะส่งผลดีทำให้การก่อหนี้ในหมวดดังกล่าวชะลอลง แต่ยังคงต้องติดตามภาวะหนี้ครัวเรือนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความสามารถในการรองรับ income shock ของภาคครัวเรือนในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอลง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TERlOlu0WsA

 1,760
เศรษฐกิจ
30 ส.ค. 62

แบงก์ชาติยอมถอย ยังไม่คุมเพดานหนี้รายย่อย

หลังจากที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท.ได้ออกมาตรการสินเชื่อ และมาตรการอื่นๆ ในหลายส่วนเพื่อดูแลปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงในขณะนี้   รวมทั้งมีกระแสข่าวว่า ธปท.อาจมีมาตรการคุมภาระหนี้ต่อรายได้สูงสุด หรือ debt service ratio (DSR) limit หรือการคุมเพดานการก่อหนี้สูงสุดในการให้สินเชื่อ   ล่าสุด นายรณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ทาง ธปท.ขอทำความเข้าใจว่า ในปัจจุบัน ธปท.ยังไม่ได้มีแผนที่จะนำมาตรการดังกล่าวมาบังคับใช้ภายในปีนี้   ทั้งนี้ สำหรับเรื่องดังกล่าวในปัจจุบัน ธปท.อยู่ระหว่างดำเนินการร่วมกับสถาบันการเงินใน 2 เรื่อง ได้แก่   1.การกำหนดมาตรฐานกลางในการคำนวณ DSR ทั้งในส่วนภาระหนี้และรายได้ของผู้กู้ ซึ่งปัจจุบันสถาบันการเงินแต่ละแห่งมีวิธีการคำนวณที่แตกต่างกัน ซึ่งล่าสุดได้มีข้อตกลงมาตรฐานกลาง DSR ร่วมกันแล้ว และคาดว่าจะเริ่มนำไปใช้ และรายงาน ข้อมูล DSR ตามมาตรฐานกลางให้ ธปท.ได้ภายในไตรมาส 4 ปีนี้   2. การผลักดันให้สถาบันการเงินนำหลักการการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ (responsible lending) และนำไปใช้ในการให้สินเชื่อ โดยในหลักการลูกหนี้จะต้องมีเงินเพียงพอสำหรับดำรงชีพหลังชำระหนี้แล้ว (affordability)   ซึ่ง ธปท.จะติดตามปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างใกล้ชิด ส่วนหนึ่งผ่านข้อมูล DSR ตามมาตรฐานกลางที่ธนาคารพาณิชย์จะรายงานให้ ธปท.ทราบ ซึ่งหากพบว่า สถานการณ์มีความเปราะบางมากขึ้น ธปท. อาจพิจารณาออกเกณฑ์ การกำกับดูแลที่เหมาะสม โดยพิจารณาถึงสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและการเงิน กรอบการบังคับใช้และจังหวะเวลาที่เหมาะสม โดยการพิจารณานำมาใช้นั้น จะคำนึงถึงผลกระทบที่มีต่อทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/uoLQ8aWApwg

 1,437
เศรษฐกิจ
29 ส.ค. 62

แบงก์ชาติ เตือนคนไทยเล่นเว็บพนันเมืองนอก เสี่ยงข้อมูลการเงินรั่วไหล

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แจ้งว่า ได้รับรายงานจากศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ประเทศไทย (ไทยเซิต) และศูนย์ประสานงานด้านความมั่นคงปลอดภัยภาคการธนาคาร (ทีบี-เซิต)   พบว่ามีข้อมูลรั่วไหลจากฐานข้อมูลของเว็บไซต์พนันในต่างประเทศ ที่คนไทยไปใช้แล้วได้ให้ข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลทางการเงินไว้ จึงได้เตือนคนไทยหลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลส่วนตัว และข้อมูลทางการเงินกับเว็บไซต์ที่มีความเสี่ยงสูง   ส่วนลูกค้าที่ได้ให้ข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลทางการเงินกับเว็บไซต์พนันดังกล่าวแล้ว เพื่อลดความเสี่ยงและความเสียหายจากการรั่วไหลของข้อมูล ควรระมัดระวังและเร่งดูแลความปลอดภัย ดังนี้   -เปลี่ยนรหัสผ่านในการเข้าใช้อินเตอร์เน็ตแบงก์กิ้งและโมบายแบงก์กิ้งที่ใช้บริการ      -หากได้ให้ข้อมูลบัตรเครดิต หรือบัตรเดบิตไว้กับเว็บไซต์พนันดังกล่าว ควรแจ้งยกเลิกบัตรกับธนาคารเจ้าของบัตรและจัดทำบัตรใหม่    -ระมัดระวังมิจฉาชีพที่อาจติดต่อโดยใช้ข้อมูลที่รั่วไหล โทรศัพท์ ส่งเมล หรือเข้ามาหลอกลวงขอข้อมูลเพิ่มเพื่อนำไปใช้ในการทำทุจริต   นอกจากนี้ธปท.ได้ติดตามและประสานกับไทยเซิต และทีบี-เซิตอย่างใกล้ชิด ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามวิเคราะห์ข้อมูลและการดำเนินการกับข้อมูลที่รั่วไหล และได้แจ้งเตือนธนาคารถึงช่องโหว่บนเว็บไซต์พนันแล้ว เพื่อให้เฝ้าระวังธุรกรรมที่ผิดปกติให้เข้มงวดขึ้น   แม้เหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดจากช่องโหว่ของระบบธนาคาร แต่ข้อมูลที่รั่วไหลเป็นข้อมูลที่ลูกค้าธนาคารให้ไว้กับเว็บไซต์พนันต่างประเทศ โดยธปท.จะติดตามเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด และให้สถาบันการเงินติดตามสถานการณ์ด้านลูกค้าและเตรียมพร้อมดำเนินมาตรการที่สามารถช่วยเหลือลูกค้าได้ เช่น การตรวจจับธุรกรรมผิดปกติ การช่วยเหลือดูแลความปลอดภัย เป็นต้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/cwHXEX_FZSs

 943
เศรษฐกิจ
20 ส.ค. 62

สภาพัฒน์เผย gdp ไตรมาส 2 โตแค่ 2.3% ต่ำสุดรอบเกือบ 5 ปี ธปท.ยันเศรษฐกิจไม่ได้วิกฤตเหมือนปี 40

คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์ แถลงตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ จีดีพี. ไตรมาส 2 เติบโต 2.3% โดยชะลอตัวลงจาก 2.8% ในไตรมาสก่อน หรือเติบโตต่ำสุดในรอบ 19 ไตรมาส นับจากไตรมาสที่ 1 ปี 2558 รวม 6 เดือนแรกของปีนี้ เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ 2.6 %   สาเหตุที่เศรษฐกิจไทยมีการขยายตัวลดลง ปัจจัยสำคัญมาจากสงครามการค้าที่ฉุดเศรษฐกิจโลกปีนี้โตเพียง 3.2% กระทบการส่งออกที่ปรับตัวลดลงถึง 4.2% ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงในรอบ 12 ไตรมาส ขณะที่การอุปโภคบริโภคภาคเอกชนขยายตัว 4.4% การลงทุนรวมขยายตัว 2% การนำเข้าสินค้าลดลง 3.4%   ทำให้สภาพัฒน์ ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจในปีนี้ลงมาอยู่ที่ 3 % หรือ เติบโตอยู่ในช่วง 2.7 - 3.2% จากเดิมคาดจะขยายตัวได้ 3.5 % โดยคาดว่าการส่งออกจะติดลบ 1.2%   ด้านศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี ธนาคารทหารไทย ได้ปรับลดการเติบโตของเศรษฐกิจปี 62 เหลือ 2.7% จากเดิม 3.0% เพราะการส่งออกหดตัว 2.7% จำนวนนักท่องเที่ยว ขยายตัว 2% ชะลอลงจากปี 61 ที่ขยายตัว 7.5% การลงทุนภาครัฐ ชะลอกว่าคาด โดยทั้งปีคาดว่าจะขยายตัวได้ 3.8%   ขณะที่นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งหน้า เตรียมปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปีนี้ลงจากที่คาดไว้ 3.3% เพราะความเสี่ยงทั้งภายในและนอกมีความรุนแรงขึ้น แต่ยืนยันว่า เศรษฐกิจไทยขณะนี้ไม่ได้เกิดวิกฤติ หรือเป็นเหมือนกับปี 40 เพราะยังขยายตัวได้ต่อเนื่อง ระบบการเงิน และสถาบันการเงินยังแข็งแกร่ง โดยการขยายตัว 3% ถือว่าไม่เลวร้าย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/hMtdOkI6FIM

 563
เศรษฐกิจ
16 ส.ค. 62

แบงก์ชาติผ่อนปรนมาตรการคุมสินเชื่อกู้บ้าน ltv ให้ผู้กู้ร่วมที่ไม่ได้มีชื่อเป็นกรรมสิทธิ์ ไม่ถือเป็นผู้กู้

นายรณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หลังจากมาตรการ LTV มีผลบังคับใช้และได้รับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์   เพื่อเป็นการบรรเทาผลกระทบของผู้กู้ร่วม ธนาคารแห่งประเทศไทย จึงผ่อนปรนมาตรการคุมสินเชื่ออสังหาฯ หรือ LTV สำหรับการกู้ร่วม จากเดิมการกู้ร่วมเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยจะถือเป็นการกู้ของทุกคน   โดยมาตรการใหม่ หากผู้กู้ร่วมไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยให้ผ่อนปรนเสมือนว่ายังไม่เป็นผู้กู้ในครั้งนั้น เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบของผู้กู้ร่วมที่ไม่ได้มีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัย ให้ได้สินเชื่อตามความเหมาะสมมากขึ้น   ทั้งนี้ ธปท.ได้ยกตัวอย่างกรณีการผ่อนปรนดังกล่าว โดยหากนาย A กับนาย B กู้ร่วมกันซื้อบ้านในสัญญาแรก แต่กรรมสิทธิ์ของบ้านเป็น ของนาย A คนเดียว จะผ่อนปรนว่านาย B ไม่ได้เป็นผู้กู้   หากการกู้ครั้งต่อมา นาย B กู้ซื้อบ้านของตนเอง ให้นับสัญญาซื้อบ้านของนาย B เป็นสัญญาแรก หรืออีกกรณี เช่น หากนาย A ได้กู้ซื้อบ้านไปแล้ว และมากู้ร่วมกับนาย B แต่นาย B เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในบ้านคนเดียว ให้นับสัญญาที่กู้ร่วมดังกล่าวเป็นสัญญาที่ 1 ของนาย B ไม่ได้รับเป็นสัญญาที่ 2 ซึ่งจะทำให้การปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยให้กับผู้กู้ร่วมเหมาะสมมากขึ้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/l-Z7VSLOKhc

 1,127
เศรษฐกิจ
09 ส.ค. 62

3 แบงค์รัฐเตรียมปรับลดอัตราดอกเบี้ย หลัง กนง.มีมติปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลง - สภาหอการค้าเสนอลดดอกเบี้ยเพิ่มอีก

แบงค์รัฐเตรียมปรับลดอัตราดอกเบี้ย หลังคณะกรรมการนโยบายการเงินมีมติปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% คาดเริ่มปรับได้สัปดาห์หน้า แนวโน้มธนาคาร ธอส. ปรับลงดอกเบี้ยเงินกู้ลงเป็นรายแรก ส่วนธนาคารออมสิน และ ธกส. อยู่ระหว่างพิจารณา    นายกลินท์ สารสิน ประธานสภาหอการค้าไทยเสนอ ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยลดดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มอีก เพื่อดูแลค่าเงินบาท และช่วยผู้ประกอบการไทย       ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9kcYz5AfG58

 1,186
เศรษฐกิจ
07 ส.ค. 62

ธนาคารหวั่น ธปท.คุมเข้มหนี้ครัวเรือน ทำคนกู้ยาก หันไปพึ่งหนี้นอกระบบ

จากปัญหาหนี้ครัวเรือนในไทยพุ่งสูงขึ้น ทำให้ธนาคารประเทศไทย หรือ แบงก์ชาติ ใช้นโยบายคุ้มเข้มหนี้ครัวเรือน ส่งผลกระทบกับประชาชนที่จะกู้เงินได้ยากขึ้น และอาจหันไปพึ่งเงินกู้นอกระบบ   โดยตัวแทนด้านสินเชื่อจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ คาดว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะบังคับใช้เกณฑ์ควบคุมการปล่อยสินเชื่อในกลุ่มที่รายได้ต่อเดือนต่ำกว่า 30,000 บาท โดยกำหนดภาระหนี้ต่อรายได้ หรือดีเอสอาร์ ไม่เกิน 70%   ซึ่งธนาคารและสถาบันการเงินพร้อมปฏิบัติตามเกณฑ์ของ ธปท. แต่เท่าที่ประเมินกฎเกณฑ์ดังกล่าวจะทำให้ลูกค้าสินเชื่อบุคคลรายใหม่ ไม่ได้รับอนุมัติสินเชื่อ 15% ของผู้ยื่นของสินเชื่อ และเมื่อไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อของสถาบันการเงินได้ หากลูกค้าในกลุ่มนี้ต้องการใช้เงิน ก็ต้องถามว่าไปกู้ยืมที่ไหน ทั้งที่ผ่านมามีความพยายามนำหนี้นอกระบบกลับเข้ามาสู่ระบบให้มากขึ้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/AYxW0ZATKCU

 1,753
เศรษฐกิจ
01 ส.ค. 62

แบงก์ชาติเผย เศรษฐกิจไทย มิ.ย. ชะลอตัวแทบทุกหมวด คาดส่งออกทั้งปีติดลบ

ธนาคารแห่งประเทศไทย (แบงก์ชาติ) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในเดือนมิถุนายน 2562 ชะลอตัวลงจากเดือนก่อนแทบทุกหมวด จากอุปสงค์ทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะในหมวดสินค้าคงทนที่หดตัวตามยอดขายยานยนต์ในประเทศและยอดจดทะเบียนรถจักรยานยนต์ จะมีเพียงการท่องเที่ยวที่ขยายดีขึ้นเล็กน้อย   ส่วนการส่งออก ก.ค.-ส.ค.ที่เดิมคาดว่าจะฟื้นตัวในระยะสั้น อาจจะไม่เกิดขึ้น และมีแนวโน้มว่าเป็นไปได้ส่งออกทั้งปีติดลบ จากเดิมที่คาดว่าขยายตัว 0%  ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/g-4LqFydv30

 957
เศรษฐกิจ
31 ก.ค. 62

แบงก์ชาติจ่อออกมาตรการ คุมหนี้ครัวเรือน ห่วง 3 กลุ่มเสี่ยงก่อหนี้พุ่ง

ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือแบงก์ชาติ คุมเข้มก่อหนี้ครัวเรือน เตรียมประกาศเกณฑ์กำหนดภาระหนี้ต่อรายได้ เป็นมาตรฐานในการปล่อยสินเชื่อธนาคารช่วงปลายปี 62 โดยมีรายละเอียดคร่าวๆว่า ธนาคารต้องดูความสามารถในการชำระหนี้ รายได้สุทธิต้องเพียงพอในการดำรงชีพในระยะยาว   เผย 3 กลุ่มเสี่ยงที่น่าเป็นห่วง ได้แก่ คนที่มีรายได้ต่ำกว่า 3 หมื่นบาท/เดือน ก่อหนี้ต้องไม่เกิน 70%, กลุ่มเด็กจบใหม่และกลุ่มผู้ใกล้วัยเกษียณ รอดูมาตรการชัดๆช่วงปลายปีนี้ ด้านธนาคารกสิกรไทย มั่นใจส่งผลดีระยะยาว แม้กระทบแบงก์พาณิชย์ก็ตาม ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Pfp97pd_L3s

 1,927
เศรษฐกิจ
25 ก.ค. 62

แบงก์ชาติห่วงหนี้ครัวเรือนพุ่ง ชี้คนไทยเป็นหนี้เร็วขึ้น-นานขึ้น-มากขึ้น

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. เผยผลวิจัยว่าหนี้ครัวเรือนไทยพุ่ง 78.7 ต่อจีดีพี อีกทั้งคนไทยมีแนวโน้มเป็นหนี้ตั้งแต่อายุน้อยและมีอัตราการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง   โดย 60% ของคนในช่วงอายุ 30 ถึง 35 ปี มีหนี้เพิ่มขึ้น และสัดส่วน 1 ใน 5 ของกลุ่มนี้เป็น NPL โดยยอดหนี้ต่อหัวของคนที่อายุ 25 ปีจนถึง 44 ปี จะเร่งตัวสูง และแม้หลังจากนั้นจะเริ่มทรงตัวแต่ แนวโน้มยอดหนี้ที่สะสมมาก็ลดลงไม่มากนัก   โดยค่าเฉลี่ยของหนี้ต่อหัวเพิ่มขึ้นมากกว่าค่าเฉลี่ยในการชำระหนี้ พบว่าเมื่ออายุราว 60 ปียอดหนี้เฉลี่ยสูงถึง 150,000 บาทต่อคน ซึ่งยังไม่รวมหนี้นอกระบบ หนี้เพื่อการศึกษา และมีกองทุนอื่นๆ   จึงขอให้สถาบันการเงิน และกรรมการบริษัทต่างๆ ในธุรกิจต่างๆของไทย ทำงานอย่างมีธรรมาภิบาล คำนึงถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว การปล่อยสินเชื่อหรือการลงทุนใดใด ต้องสอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนในสังคมและมูลค่าจริงของสินทรัพย์ เพื่อป้องกันปัญหาฟองสบู่แตกเหมือนหลายครั้งที่ผ่านมา   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/dKPCqYynidw

 1,645
เศรษฐกิจ
04 ก.ค. 62

แบงก์ชาติห่วงกำลังซื้อคนไทยหด คาดเงินบาทแข็งค่าอีก อาจได้เห็นต่ำกว่า 30 บาท/ดอลลาร์

ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท.ชี้กำลังซื้อภาคครัวเรือนหาย หลังการส่งออกของไทยชะลอตัว ส่งผลกระทบต่อการจ้างงาน ต่อเนื่องถึงการบริโภคและการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย   นอกจากนี้ยังมีความกังวลในเรื่องค่าเงินบาทแข็งค่า กว่าประเทศอื่นในภูมิภาค โดยมีข้อมูลจากธนาคารลอมบาร์ด โอเดียร์ จากสวิตเซอร์แลนด์ วิเคราะห์ทิศทางเงินบาทไทยว่า มีแนวโน้มแข็งค่าหลุดระดับ 30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ และปลายปีนี้ค่าเงินบาทมีโอกาสแข็งค่าขึ้นอีก 2-3% (29.89-29.59 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ)   เป็นผลจากปีนี้ธนาคารกลาง สหรัฐฯ หรือเฟด ปรับลดดอกเบี้ย 2 รอบๆละ 0.25% ครั้งแรกเกิดขึ้นในการประชุมเดือน ก.ค.-ก.ย.นี้ และอีกรอบระหว่างเดือน ก.ย.-ธ.ค.62 ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะปรับลดดอกเบี้ยหลังจากเฟดปรับลดดอกเบี้ย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/VUcoJWW7SDY

 31,955
เศรษฐกิจ
22 พ.ค. 62

สภาพัฒน์หั่น gdp ปี 62 เหลือ 3.6% หลัง q1 ต่ำสุดในรอบ 4 ปี 'สมคิด' แนะฟอร์มรัฐบาลเร็วช่วยฟื้นได้

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ทบทวนประมาณการเศรษฐกิจใหม่ (GDP) โดยเศรษฐกิจไทยในปี 2562 จะขยายตัวได้ 3.6% ลดลงกว่าประมาณการเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ 4% หลังไตรมาสแรกโต 2.8 ต่ำสุดในรอบ 4 ปี   เนื่องจากปัญหาสงครามการค้าทวีความรุนแรงขึ้น จะทำให้การส่งออกของไทยขยายตัวเพียง 2.2% จากเดิมที่คาด 4.1%  ซึ่งต้องการรัฐบาลใหม่ผลักดันให้ส่งออกขยายตัวได้ไม่ต่ำกว่า 3% ขณะที่การจัดตั้งรัฐบาลยังไม่ชัดเจน ที่จะส่งผลกระทบต่อการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ที่จะทำให้การเบิกจ่ายมีปัญหาได้   อย่างไรก็ตาม สศช. เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังจะมีสัญญาณดีขึ้น เนื่องจากไทยจะมีการจัดตั้งรัฐบาลมาขับเคลื่อนนโยบายและรักษาแรงขับเคลื่อนขยายตัวเศรษฐกิจผ่านการใช้จ่ายภาครัฐ ขณะที่การส่งออกนั้น หากมีรัฐบาลอย่างเป็นทางการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะพยายามผลักดันให้การส่งออกขยายตัวได้ 3% ให้ได้ส่วนการท่องเที่ยวรัฐบาลจะต้องดูแลให้มีรายได้จากการท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่าประมาณการที่ตั้งไว้ที่ 2.12 ล้านล้านบาท หรือมีจำนวนนักท่องเที่ยว 40.5 ล้านคน   เช่นเดียวกับธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท.จะนประเมินสถานการณ์ และจ่อปรับลด GDP ใหม่เช่นกันสัปดาห์หน้า ขณะที่ธนาคารทหารไทย หรือ TMB ประกาศหั่น GDP แล้วเหลือแค่ 3.0%   ด้านนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เศรษฐกิจโลกมีปัญหามาก ส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทย ประกอบกับในช่วงที่ผ่านมามีการเลือกตั้งทำให้หลายๆอย่างทำได้ไม่เต็มที่ แต่ยังเชื่อว่าถ้าหากว่าเราสามารถฟอร์มรัฐบาลได้เร็ว การเมืองนิ่งในครึ่งปีหลังก็น่าจะดีขึ้น เพราะงบลงทุนจะมีค่อนข้างมากทีเดียว ก็อยากให้ทุกฝ่ายหันหน้าปรองดองกัน มองประโยชน์ของบ้านเมืองเป็นหลัก ทำให้บ้านเมืองก้าวไปข้างหน้าได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/h7GO7g7zyDI

 1,664
เศรษฐกิจ
17 พ.ค. 62

แบงก์ชาติยันไม่ได้ปั่นค่าเงินเอาเปรียบสหรัฐฯ หอการค้าหั่นเป้า gdp ไทยปี 62 เหลือ 3.5%

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือแบงก์ชาติ เตือนอย่าตกใจ กรณีสหรัฐฯจัดไทยอยู่ในประเทศแทรกแซงค่าเงิน ยันไม่ได้ปั่นค่าเงินเพื่อหวังการค้า แต่ต้องดูแลเพื่อลดความผันผวนเท่านั้น ย้ำไม่มีผลต่อการทำนโยบายการเงิน ชี้หากมีรายชื่อจริง น่าจะมาจากเหตุผล ที่ไทยเกินดุลบัญชีเดินสะพัดระดับสูง และเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯในระดับสูง   นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มีข้อเสนอแนะว่าทีมเศรษฐกิจรัฐบาลใหม่เร่งสร้างความมั่นใจ ขณะที่แบงก์ชาติต้องบริหารค่าเงินบาท ไม่ให้แข็งค่าเกินไป หรือให้อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับคู่แข่ง ค่าเงินบาทที่เหมาะสมคือ 32 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ   นอกจากนี้หอการค้าไทยยังหั่นเป้าประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 62 หรือ GDP ลงเหลือ 3.5% จากเดิม 3.8% จาก 6 ปัจจัย ได้แก่ สงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ, เศรษฐกิจจีนชะลอกว่าที่คาด, ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก, ความขัดแย้งทางการเมือง, ปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ และปัญหาการเมืองในตะวันออกกลาง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RIjbeBNZvY4

 904

Top