ค้นหา :

ผลการค้นหา "แบงก์ชาติ"

เศรษฐกิจ
14 ก.พ. 63

แบงก์ชาติประเมิน gdp ไทยจาก 2.8% เหลือแค่ 1.3% ชี้มรสุมรุมเร้า โควิด-19 ซ้ำเติมการท่องที่ยว

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประเมินจีดีพีเศรษฐกิจไทยรอบใหม่อีกครั้ง คาดจะโตเพียง 1.3% จากเดิมคาดว่าจะเติบโตได้ประมาณ 2.8% เนื่องจากเจอสารพัดปัจจัยลบ โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (โควิด-19)   ทำให้กระทบภาคท่องเที่ยวคาดว่า นักท่องเที่ยวจะหายไปประมาณ 5 ล้านคน สูญเสียรายได้ประมาณ 2.5 แสนล้านบาท รวมทั้งสถานการณ์ภัยแล้ง ฝุ่น PM 2.5 และงบประมาณปี 2563 ยังไม่สามารถนำมาใช้ได้   ด้านกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุสถานการณ์ท่องเที่ยวในไทยช่วงวันที่ 1-9 ก.พ.2563 ติดลบ 43.4% เฉพาะจีน ติดลบ 46.5% คาดลดลงถึงระดับต่ำที่ 90% ในเดือนก.พ. แต่หวังว่าจะฟื้นตัวดีขึ้นในช่วงเดือน มี.ค.และเม.ย. ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/tc0r8Ro4spk

 618
เศรษฐกิจ
07 ก.พ. 63

แบงก์ชาติไฟเขียว สแกนหน้าเปิดบัญชีทางออนไลน์ ไม่ต้องไปธนาคาร

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อนุญาตให้สถาบันการเงินสามารถทดสอบ การยืนยันตัวตนทางดิจิทัลข้ามธนาคารได้ในวงจำกัด ภายใต้ Regulatory Sandbox เมื่อวันที่ 6 ก.พ.2563 ที่ผ่านมา โดยใช้กับการเปิดบัญชีเงินฝากเป็นบริการแรก เพื่อรองรับการใช้บริการผ่านช่องทางดิจิทัลที่สะดวกรวดเร็วมากขึ้น โดย ธปท.จะมีการประเมินผลการให้บริการอย่างใกล้ชิด ก่อนเปิดให้ใช้บริการในวงกว้างต่อไป   จากนโยบายดังกล่าวทำให้ธนาคารพาณิชย์หลายแห่ง เริ่มเปิดให้บริการพิสูจน์และยืนยันตัวตน ด้วยเทคโนโลยีการจดจำใบหน้า (Facial Recognition) ที่น่าเชื่อถือ ทำให้ได้รับความปลอดภัย สะดวกรวดเร็ว ไม่ต้องเดินทางมาแสดงตนที่สาขา และลดการกรอกข้อมูลซ้ำซ้อน   โดยเบื้องต้นมีธนาคารพาณิชย์ที่ได้รับอนุญาตให้บริการจำนวน 6 แห่ง ได้แก่ 1.ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) 2.ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) 3.ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) 4.ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) 5.ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) 6.ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FrnpU4cRbpU

 1,353
เศรษฐกิจ
06 ก.พ. 63

แบงก์พาณิชย์ทยอยลดดอกเบี้ย หลัง 'โคโรนา' ทำเศรษฐกิจทรุด

หลังแบงค์ชาติประกาศลดดอกเบี้ยนโยบายเหลือ 1 % ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ล่าสุด แบงก์พาณิชย์เริ่มทยอยลดดอกเบี้ยตามกันแล้ว เพื่อช่วยผู้ประกอบการ SME และประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรนา ซึงทำเศรษฐกิจทรุด   นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือ ธอส.ประกาศลดดอกเงินกู้บ้านทุกประเภทลง 0.125% ถึง 0.250% ต่อปี ซึ่งเป็นอัตราต่ำสุดในระบบธนาคารพาณิชย์ในขณะนี้ เช่น ดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับคนทั่วไป หรือ MRR จาก 6.5 % เหลือ 6.375 % มีผลตั้งแต่วันพรุ่งนี้   ธนาคารออมสิน ลดดอกเบี้ยเงินกู้ MRR และ MOR 0.25 % เหลือ 6.495%   ขณะที่ธนาคารกสิกรไทย ปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ MRR สำหรับลูกค้าบุคคล และลูกค้าผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ลง 0.25% จากเดิม 6.87% เหลือ 6.62% มีผลทันทีวันนี้   ธนาคารไทยพาณิชย์ ลดดอกเบี้ยเงินกู้ประเภทลูกค้ารายใหญ่ชั้นดีประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา หรือ MLR ลง 0.25% มาอยู่ที่ 5.775% มีผลวันพรุ่งนี้   ส่วนในขาเงินฝาก ธนาคารแต่ละเเห่ง ไม่ได้ปรับลดดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์บุคคลธรรมดา แต่มีการปรับลดเฉพาะอัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์นิติบุคคล และเงินฝากประจำลง

 1,722
แชร์ออฟเดอะเดย์
25 ม.ค. 63

หนุ่มเก็บเงินสด แบงก์พันเป็นปึกๆนับล้านไว้ในบ้าน ถูกปลวกกินขาดวิ่น

หนุ่มเก็บเงินสด แบงก์พันเป็นปึกๆไว้ในบ้าน ถูกปลวกกินเสียหายหลักล้าน ซึ่งกรณีนี้อาจเข้าข่ายธนบัตรขาดวิ่น สามารถนำกลับไปแลกที่ธนาคารได้ หากขาดเกินมากกว่าครึ่งอาจต้องพิจารณา แต่ถ้าไม่ถึงครึ่งก็จะได้เต็มจำนวน   โดยเพจเฟซบุ๊ก 'Red Skull Society' ได้โพสต์ภาพ เงินสดนับล้านที่เปิดออกมาจากซองใส่สีน้ำตาล ถูกปลวกกินจนชำรุดเสียหาย พร้อมระบุข้อความว่า "เศร้าเลยครับเงินเก็บมาตั้งนานไว้ใช้ตอนฉุกเฉิน พูดไรไม่ออกเลย เรื่องเล่าจากทางบ้าน"    ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เคยเผยแพร่ข้อมูลกรณีธนบัตรชำรุดเสียหาย โดยระบุว่า ธนบัตรที่ชำรุดจะไม่เป็นเงินที่ใช้จ่ายหรือชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย แต่สามารถแลกคืนได้ ต้องมีลักษณะการชำรุดเสียหาย 4 แบบ คือ ธนบัตรครึ่งฉบับ ถูกแยกตรงกลางหรือใกล้กับกลางเป็น 2 ส่วนตามแนวยืน หรือ แนวตั้งเท่านั้นให้รับแลกเปลี่ยนแต่ละครึ่งฉบับเพียง ครึ่งราคาของราคาเต็มของธนบัตรนั้น   ส่วนแบบที่ 2 ธนบัตรต่อท่อนผิด คือ มีส่วนของธนบัตรฉบับอื่นมาต่อเข้าเป็นฉบับเดียวกัน ถ้าไม่เกิน 2 ท่อนและแต่ละท่อนเป็น ธนบัตรแบบและชนิดราคาเดียวกัน ให้รับแลกเปลี่ยนเต็มราคาของธนบัตรนั้น   แบบที่ 3 ธนบัตรขาดวิ่น คือ ธนบัตรซึ่งมีส่วนหนึ่งส่วนใดขาดหายไป รับแลกเปลี่ยนเฉพาะเมื่อเห็นว่า ส่วนที่เหลืออยู่มีมากกว่าครึ่งฉบับ ให้รับแลกเปลี่ยนเต็มราคาของธนบัตรนั้น และแบบที่ 4 ธนบัตรลบเลือน คือ ธนบัตรที่อ่านข้อความหรือตัวเลขไม่ได้แต่ยังดูออกว่าเป็นธนบัตรจริง ให้รับเปลี่ยนเต็มราคา   แต่นอกเหนือจากที่ชำรุด 4 แบบนี้ ต้องทำหนังสือคำร้องตามแบบ ไปยื่นที่ธนาคารแห่งประเทศไทย โดยแนบธนบัตรชำรุดไปกับคำร้อง     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/BZglYF6-Odk

 67,261
ข่าวโซเชียล
25 ม.ค. 63

หนุ่มเก็บเงินสด แบงก์พันเป็นปึกๆนับล้านไว้ในบ้าน ถูกปลวกกินขาดวิ่น

หนุ่มเก็บเงินสด แบงก์พันเป็นปึกๆไว้ในบ้าน ถูกปลวกกินเสียหายหลักล้าน ซึ่งกรณีนี้อาจเข้าข่ายธนบัตรขาดวิ่น สามารถนำกลับไปแลกที่ธนาคารได้ หากขาดเกินมากกว่าครึ่งอาจต้องพิจารณา แต่ถ้าไม่ถึงครึ่งก็จะได้เต็มจำนวน   โดยเพจเฟซบุ๊ก 'Red Skull Society' ได้โพสต์ภาพ เงินสดนับล้านที่เปิดออกมาจากซองใส่สีน้ำตาล ถูกปลวกกินจนชำรุดเสียหาย พร้อมระบุข้อความว่า "เศร้าเลยครับเงินเก็บมาตั้งนานไว้ใช้ตอนฉุกเฉิน พูดไรไม่ออกเลย เรื่องเล่าจากทางบ้าน"    ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เคยเผยแพร่ข้อมูลกรณีธนบัตรชำรุดเสียหาย โดยระบุว่า ธนบัตรที่ชำรุดจะไม่เป็นเงินที่ใช้จ่ายหรือชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย แต่สามารถแลกคืนได้ ต้องมีลักษณะการชำรุดเสียหาย 4 แบบ คือ ธนบัตรครึ่งฉบับ ถูกแยกตรงกลางหรือใกล้กับกลางเป็น 2 ส่วนตามแนวยืน หรือ แนวตั้งเท่านั้นให้รับแลกเปลี่ยนแต่ละครึ่งฉบับเพียง ครึ่งราคาของราคาเต็มของธนบัตรนั้น   ส่วนแบบที่ 2 ธนบัตรต่อท่อนผิด คือ มีส่วนของธนบัตรฉบับอื่นมาต่อเข้าเป็นฉบับเดียวกัน ถ้าไม่เกิน 2 ท่อนและแต่ละท่อนเป็น ธนบัตรแบบและชนิดราคาเดียวกัน ให้รับแลกเปลี่ยนเต็มราคาของธนบัตรนั้น   แบบที่ 3 ธนบัตรขาดวิ่น คือ ธนบัตรซึ่งมีส่วนหนึ่งส่วนใดขาดหายไป รับแลกเปลี่ยนเฉพาะเมื่อเห็นว่า ส่วนที่เหลืออยู่มีมากกว่าครึ่งฉบับ ให้รับแลกเปลี่ยนเต็มราคาของธนบัตรนั้น และแบบที่ 4 ธนบัตรลบเลือน คือ ธนบัตรที่อ่านข้อความหรือตัวเลขไม่ได้แต่ยังดูออกว่าเป็นธนบัตรจริง ให้รับเปลี่ยนเต็มราคา   แต่นอกเหนือจากที่ชำรุด 4 แบบนี้ ต้องทำหนังสือคำร้องตามแบบ ไปยื่นที่ธนาคารแห่งประเทศไทย โดยแนบธนบัตรชำรุดไปกับคำร้อง     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/BZglYF6-Odk

 67,261
ข่าวโซเชียล
25 ม.ค. 63

หนุ่มสุดเศร้า เก็บเงินออมนับล้านไว้กับตัว เปิดออกมาถูกปลวกกินชำรุดเสียหาย

มีเพจเฟซบุ๊ก 'Red Skull Society' โพสต์ภาพ เงินสดนับล้านที่เปิดออกมาจากซองใส่สีน้ำตาล ถูกปลวกกินจนชำรุดเสียหาย    โดยระบุข้อความว่า "เศร้าเลยครับเงินเก็บมาตั้งนานไว้ใช้ตอนฉุกเฉิน พูดไรไม่ออกเลย เรื่องเล่าจากทางบ้าน"    โลกออนไลน์ต่างได้เข้ามาแสดงความเสียใจ และแนะนำให้ไปปรึกษาธนาคาร ว่าจะสามารถแลกได้หรือไม่ ขณะที่บางส่วนก็ตั้งข้อสงสัยว่าเงินจำนวนนับล้าน ทำไมถึงไม่นำไปฝากธนาคาร และเป็นห่วงว่าจะถูกโจรปล้น   ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เคยเผยแพร่ข้อมูลกรณีธนบัตรชำรุดเสียหาย โดยระบุว่า ธนบัตรที่ชำรุดจะไม่เป็นเงินที่ใช้จ่ายหรือชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย แต่สามารถแลกคืนได้ ต้องมีลักษณะการชำรุดเสียหาย 4 แบบ คือ ธนบัตรครึ่งฉบับ ถูกแยกตรงกลางหรือใกล้กับกลางเป็น 2 ส่วนตามแนวยืน หรือ แนวตั้งเท่านั้นให้รับแลกเปลี่ยนแต่ละครึ่งฉบับเพียง ครึ่งราคาของราคาเต็มของธนบัตรนั้น   ส่วนแบบที่ 2 ธนบัตรต่อท่อนผิด คือ มีส่วนของธนบัตรฉบับอื่นมาต่อเข้าเป็นฉบับเดียวกัน ถ้าไม่เกิน 2 ท่อนและแต่ละท่อนเป็น ธนบัตรแบบและชนิดราคาเดียวกัน ให้รับแลกเปลี่ยนเต็มราคาของธนบัตรนั้น   แบบที่ 3 ธนบัตรขาดวิ่น คือ ธนบัตรซึ่งมีส่วนหนึ่งส่วนใดขาดหายไป รับแลกเปลี่ยนเฉพาะเมื่อเห็นว่า ส่วนที่เหลืออยู่มีมากกว่าครึ่งฉบับ ให้รับแลกเปลี่ยนเต็มราคาของธนบัตรนั้น   และแบบที่ 4 ธนบัตรลบเลือน คือ ธนบัตรที่อ่านข้อความหรือตัวเลขไม่ได้แต่ยังดูออกว่าเป็นธนบัตรจริง ให้รับเปลี่ยนเต็มราคา   แต่นอกเหนือจากที่ชำรุด 4 แบบนี้ ต้องทำหนังสือคำร้องตามแบบ ไปยื่นที่ธนาคารแห่งประเทศไทย โดยแนบธนบัตรชำรุดไปกับคำร้อง     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/o8F-GeQuY1U

 90,469
เศรษฐกิจ
21 ม.ค. 63

แบงก์ชาติผ่อนเกณฑ์ 'แอลทีวี' ให้ปชช.เข้าถึงสินเชื่อบ้าน ให้สิทธิ์กู้ซื้อเฟอร์นิเจอร์

ข่าวดีแวดวงอสังหาริมทรัพย์ เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทย หรือแบงก์ชาติได้ผ่อนเกณฑ์แอลทีวี เอื้อให้ประชาชนเข้าถึงสินเชื่อบ้านได้เพิ่มขึ้น   โดยสัญญาแรกยังคงกำหนด LTV ไว้ที่ 100% เช่นเดิม แต่ผู้กู้สามารถกู้เงิน เพื่อซื้อเฟอร์นิเจอร์ หรือ ของตกแต่งบ้านเพิ่มได้อีก 10% ซึ่งสาเหตุที่ผ่อนคลายกฎเกณฑ์ดังกล่าว เนื่องจาก พบว่า กลุ่มที่ซื้อบ้านในสัญญาแรก มักเป็นกลุ่มที่มีความต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง และยังมีความต้องการสินเชื่อเพื่อตกแต่งบ้านเพิ่มเติม โดยที่ผ่านมากลุ่มนี้ใช้วิธีการกู้ยืมผ่านสินเชื่ออื่นๆ เช่น สินเชื่อส่วนบุคคล หรือ บัตรเครดิต ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่า ดังนั้นคณะกรรมการจึงเห็นควรให้ผ่อนคลายกฎเกณฑ์ในส่วนนี้   นอกจากนี้ ยังผ่อนคลายกฎเกณฑ์ในส่วนของผู้ที่ซื้อบ้านหลังแรกในราคาที่สูงกว่า 10 ล้านบาทขึ้นไป โดยให้วางเงินดาวน์เพียงแค่ 10% จากกฎเกณฑ์เดิมต้องวางเงินดาวน์ 20% ส่วนการซื้อบ้านในสัญญาที่สอง หลังผ่อนชำระไปแล้วเกิน 2 ปีขึ้นไป สามารถวางเงินดาวน์ได้เพียง 10% ซึ่งกฎเกณฑ์เดิม ต้องซื้อและผ่อนชำระเกิน 3 ปีขึ้นไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/aniNr4JtzZ4

 2,653
เศรษฐกิจ
03 ม.ค. 63

เงินบาทอ่อนค่ารับปีใหม่ 2020 แตะ 30.15 บาท/ดอลลาร์ นายกฯยันคลัง-แบงก์ชาติ จับตาตลอด

ค่าเงินบาทศักราชใหม่ 2563 อ่อนค่าแตะ 30.15 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นข่าวดีของผู้ส่งออก เป็นผลมาจากการอ่อนค่าของสกุลเงินอื่นในภูมิภาค และธนาคารแห่งประเทศไทยเข้ามาดูแลใกล้ชิด ด้านสภาอุตสาหกรรมยังกังวลหากปีนี้เงินบาทยังแข็งค่าต่อ จะได้เห็นธุรกิจปลดคนงานเพิ่มแน่   ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ระบุว่า ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นรัฐบาลได้มีการหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มาโดยตลอด ขณะนี้ก็ได้มีการตั้งกรรมการขึ้นมาทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงการคลังกับ ธปท.เพื่อจับตาดูสถานการณ์   ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้มีมาตรการออกไปแล้ว ซึ่งได้ผลบ้าง ไม่ได้ผลบ้าง ตอนนี้ก็กำลังดูว่าจะต้องมีมาตรการเสริมหรือไม่ แต่ก็ต้องยอมรับว่าเป็นปัญหาที่มีปัจจัยภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย อย่ามาบอกว่ารัฐบาลทำไม่สำเร็จ ให้ลองเสนอมา ถ้าดีผมก็จะทำให้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/gJoScqSp0UM

 1,179
เศรษฐกิจ
01 ม.ค. 63

'แบงก์ชาติ' แจงค่าเงินบาทแข็งหลุด 30 บาทต่อดอลลาร์ เป็นภาวะผิดปกติ - 'กรุงไทย' คาดปี 63 แข็งต่อเนื่อง

แบงก์ชาติแจง ค่าเงินบาทแข็งหลุด 30 บาทต่อดอลลาร์ เป็นภาวะผิดปกติ แต่เกิดเพียงระยะสั้นเท่านั้น   โดย นายเมธี สุภาพงษ์ รองผู้ว่าด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ย้ำถือเป็นการเคลื่อนไหวที่ไม่สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐาน เป็นผลจากการเร่งทำธุรกรรมก่อนสิ้นปีของผู้ประกอบการบางราย ในสภาวะที่ตลาดมีสภาพคล่องต่ำ ความต้องการซื้อและขายเงินตราต่างประเทศไม่สมดุลในช่วงก่อนวันหยุดสิ้นปี และยังเป็นผลจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับสกุลเงินในภูมิภาคในช่วงปลายปีด้วย แต่หลังจากผ่านช่วงวันหยุดยาวไปแล้ว สภาพคล่องของตลาดจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ   ขณะที่ในมุมนักวิเคราะห์ นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย คาดการณ์ว่าหลังเปิดตลาด 2 ม.ค.ค่าเงินบาทจะแข็งต่อเนื่อง และแข็งขึ้นอีก มากกว่า 29.92 บาทต่อดอลลาร์ นักลงทุนหยุดยาวปีใหม่ เมื่อกลับมาทำธุรกรรมสัปดาห์แรก แข็งขึ้นแน่นอน รวมไปถึงแนวโน้มค่าเงินบาท ในครึ่งปีแรกอาจมีข่าวดีเรื่องการลงนามจากสหรัฐฯ และจีน เรื่องสงครามการค้า แต่แนวโน้มก็จะแข็งค่าขึ้นอีก   ฝั่งภาคธุรกิจ นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย บอกว่าตอนนี้เอกชนกังวลอย่างมากกับภาวะเงินบาทแข็งค่า โดยเฉพาะ  29.92 บาทต่อดอลลาร์ วันที่ 8 ม.ค.จะมีการประชุมคณะกรรมการร่วมเอกชน 3 สถาบัน ทั้งหอการค้าไทย สมาคมธนาคารไทย และสอท. เพื่อจะประเมินสถานการณ์ในครึ่งปีแรก ทุกฝ่ายมีความกังวลวอนขอรัฐบาลช่วยรับมือ   ด้านนายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า ปกติแล้วเงินบาทแข็ง มันจะบ่งบอกว่าเศรษฐกิจดี แต่ครั้งนี้ไม่ใช่ และไม่ใช่อย่างแน่นอน เหตุที่เงินบาทแข็ง เพราะดุลบัญชีเดินสะพัด เกินดุลอย่างมาก เราจะไปโทษเศรษฐกิจโลก โทษสงครามการค้าอย่างเดียวก็อาจได้ แต่มันต้องยอมรับว่าปัญหาทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะเงื่อนไขจากภายนอก ถ้าเป็นอย่างนั้นประเทศอื่นแข็งกันหมดแล้ว แต่อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของเราช้ากว่าเกือบทุกประเทศเพื่อนบ้านเรา    นายกรณ์ บอกอีกว่า เชื่อว่าปัญหาเราเป็นปัญหาโครงสร้างที่ยังไม่มีใครแก้ไขจริงจัง โครงสร้างนี้ทำให้การพัฒนา อำนาจ และการเข้าถึงทรัพยากรกระจุกตัว คนไทยส่วนใหญ่ไม่มีส่วนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ต้องแก้ตรงนี้โดยเร็วครับ จึงจะเกิดการเปลี่ยนแปลง เกิดนวัตกรรม และเกิดการลงทุน   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/aivMhYKStDo

 1,402
สรุปข่าว
01 ม.ค. 63

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง วันปีใหม่ 1 ม.ค.63 - เคาท์ดาวน์ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ทั่วไทยคึกคัก - แสงแรกในสยามที่ตากใบ -เริ่มแล้วงดแจกถุงพลาสติก

- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสอำนวยพร แก่ประชาชนชาวไทย เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2563 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานบัตรอำนวยพร สคส.พุทธศักราช 2563 เป็นพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงฉายกับสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี  https://news.bectero.com/news/164162   - เคาท์ดาวน์ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ทั่วไทยคึกคัก มีบรรยากาศการจัดงานใหญ่ที่เซ็นทรัลเวิล์ดส่งท้ายปี ร่วมกับ AIS Bangkok Countdown 2020 @centralwOrld ขนดารานักแสดง สร้างความสุข นทท.ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาตินับแสนคนเข้าร่วมฉลอง ไฮไลท์อยู่ที่การจุดพลุรับศักราชใหม่ นานกว่า 5 นาที   ขณะที่ จ.ขอนแก่น อลังการไม่แพ้กัน จุดพลุ 1,222 นัด รับปีใหม่ พ่วงฉลองขอนแก่นครบรอบ 222 ปี คนนับแสนแห่ร่วมงาน ส่วนที่เทศบาลนครเชียงรายทำการปิดถนนช่วงหอนาฬิกาเฉลิมพระเกรียติฯ ระยะทางยาวกว่า 1 กิโลเมตร จัดงานรับปีใหม่ถึงเที่ยวคืน หอนาฬิกาเปลี่ยนสี พร้อมจุดพลุเต็มท้องฟ้า   ส่วนที่บริเวณเขาหลัก จังหวัดพังงา นักท่องเที่ยวได้ร่วมนับเวลาถอยหลัง ร่วมเฉลิมฉลองในงานส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2563 สวยงามอลังการ ขณะที่สุพรรณบุรีจัดงานใหญ่ เคาท์ดาวน์สุดยิ่งใหญ่ชมแสงสีเสียงหอคอยบรรหารแจ่มใส Countdown Suphanburi 2020 ณ สวนเฉลิมภัทรราชินี หอคอยบรรหาร-แจ่มใส อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี   ส่วนบรรยากาศ การสวดมนต์ข้ามปีที่ท้องสนามหลวง นิมนต์พระ 68 รูป พร้อมอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ ให้ประชาชนได้สักการะปีใหม่วันนี้(1 ม.ค.)อีกหนึ่งวัน ส่วนชาวพิษณุโลกร่วมสวดมนต์ข้ามปีตามวัดต่างๆ จนแน่นวัด โดยเฉพาะที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร มีพุทธศาสนิกชนนุ่งขาวห่มขาว จำนวนกว่าหมื่นคน มาร่วมสวดมนต์กันแน่นวัด    จ.สุโขทัย วัดสว่างอารมณ์วรวิหารพระอารามหลวง(วัดจวน) ประชาชนเดินทางเข้ามาร่วมสวดมนต์ข้ามปีเพื่อรับพรปีใหม่2563 ที่บริเวณพระอุโบสถหลวงพ่อพุทธเรืองฤทธิ์ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิสมัยสุโขทัย อายุกว่า 700 ปี คู่บ้านคู่เมืองที่ชาวอำเภอสวรรคโลกต่างเคารพนับถือ ซึ่งทางพระครูพิศาลสิริวัฒน์(หลวงน้าเสน่ห์) เจ้าอาวาสสว่างอารมณ์วรวิหาร เจ้าคณะตำบลเมืองสวรรคโลก ได้จัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีขึ้นเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ที่เข้ามาร่วมสวดมนต์ข้ามปี2563 เพื่อเสริมบารมี เริ่มสิ่งดีรับปีใหม่   จังหวัดอยุธยาเปิดวิหารหลวงพ่อโต วัดพนัญเชิงวรวิหาร เป็นศูนย์กลาง สวดมนต์ข้ามปีพร้อมกันทั้งจังหวัด 419 วัด บรรยกาศเต็มไปด้วยพุทธศานิกชนร่วมสวดมนต์อย่างตั้งใจ เพื่อความเป็นสิริมงคลต้อนรับปีพุทธศักราชใหม่ ผู้ว่าราชการตีฆ้องชัย 9 ครั้งร่วมก้าวสู่ปีใหม่ เจ้าคณะจังหวัดพระพรหมน้ำพุทธมนต์ https://news.bectero.com/news/164165     - นทท.แห่ชมแสงสุดท้าย ลาลับขอบฟ้าปี 2562 ในเวลา 17.49 น. ที่เขตอุทยานแห่งชาติผาแต้ม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี เหล่านักท่องเที่ยว จากทั่วสารทิศเดินทางมาร่วมเคาท์ดาวน์ เพื่อส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ โดยเฉพาะการรอชม และ รอสัมผัสแสงแรกก่อนใครในสยามประเทศ ปรากฎสมาคมดาราศาสตร์ไทย ยืนยันตรงกัน แสงแรกปีใหม่ ดวงอาทิตย์จะขึ้นที่ตากใบ จ.นราธิวาส ก่อนโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี แต่ขึ้นก่อนเพียง 1 นาที https://news.bectero.com/news/164161   - ประธานรัฐสภา นายชวน หลีกภัย พูดถึงกรณีการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ระบุ ส่วนตัวเป็นคนหนึ่งที่ไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะมีความเป็นประชาธิปไตยน้อยกว่าในอดีต เคยให้ข้อมูลว่าปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ แต่มาจากตัวบุคคล การเสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงเสนอว่าควรรับฟังทุกฝ่าย แต่ทั้งหมดต้องขึ้นอยู่กับ กมธ.วิสามัญจะพิจารณา อย่ามองว่าเป็นเรื่องที่พยายามล้มล้างรธน.แต่มองว่าเป็นความร่วมมือเพื่อให้รธน.ไทยมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมีเป้าหมายว่าไทยปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข https://news.bectero.com/news/164215   - ด้านนายปิยะบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ระบุเหตุการณ์ที่มีคนออกมาชุมนุม เพราะทนไม่ไหวแล้ว เราบังคับกันไม่ได้ จุดจบของรธน.60 ไม่ถูกฉีกโดยทหาร ก็ถูกฉีกโดยประชาชน จึงมีสภาวะเหมือนระเบิดเวลา ที่ตั้งเวลารอไว้อยู่ แต่ไม่รู้จะถูกฉีกโดยใคร ถ้าถูกฉีกโดยทหารก็จะเข้าอีหรอบเดิม แต่ถ้าฉีกโดยประชาชน ก็ไม่รู้จะจบอย่างไร ไม่มีใครตอบได้ ผกก.หนังเรื่องไหนก็สร้างฉากจบไม่ได้ เพราะคุมไม่อยู่ เราจะไม่ทำให้การเมืองแบ่งเป็นสองฝ่าย แต่จะแบ่งเป็น underdog สู้กับชนชั้นนำผู้มีอำนาจ ไม่อยากให้ผู้มีอำนาจมองตนและธนาธร เป็นภัยคุกคาม แต่ขอให้มองว่าเป็นปรากฏการณ์ เป็นตัวแทนประชาชน ตัวแทนของคนรุ่นใหม่จำนวนมาก https://news.bectero.com/news/164216   - ครอบครัวศิลปอาชา เปิดบ้านให้อวยพรปีใหม่ ให้นักการเมือง ข้าราชการ และประชาชน มาสวัสดีปีใหม่ บรรยากาศคึกคัก นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ นำส.ส.และสมาชิกชาติไทยพัฒนา เข้าอวยพร   นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระบุ ถึงแม้รัฐบาลขณะนี้จะเป็นเสียงปริ่มน้ำแต่ก็สามารถแก้ปัญหาไปได้ทุกครั้ง เชื่อว่าการทำงานของพรรคร่วมรัฐบาล จะนำรัฐนาวา พล.อ.ประยุทธ์ ไปได้ตลอดรอดฝั่ง ส่วนการแก้รธน.พรรคชาติไทยพัฒนา เน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยเห็นว่าข้อที่ควรปรับปรุงคือกลไกการเลือกตั้ง https://news.bectero.com/news/164217   - แบงก์ชาติแจง ค่าเงินบาทแข็งหลุด 30 บาทต่อดอลลาร์ เป็นภาวะผิดปกติ แต่เกิดเพียงระยะสั้นเท่านั้น โดยรองผู้ว่าด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นายเมธี สุภาพงษ์ ย้ำถือเป็นการเคลื่อนไหวที่ไม่สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐาน เป็นผลจากการเร่งทำธุรกรรมก่อนสิ้นปีของผู้ประกอบการบางราย ในสภาวะที่ตลาดมีสภาพคล่องต่ำ ความต้องการซื้อและขายเงินตราต่างประเทศไม่สมดุลในช่วงก่อนวันหยุดสิ้นปี และยังเป็นผลจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับสกุลเงินในภูมิภาคในช่วงปลายปีด้วย แต่หลังจากผ่านช่วงวันหยุดยาวไปแล้ว สภาพคล่องของตลาดจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ https://news.bectero.com/news/164199   - เริ่มแล้ววันนี้ งดแจกถุงพลาสติก ทั้งห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้าซูเปอร์มาเก็ต ตลอดจนร้านสะดวกซื้อ หากจำเป็นต้องรับถุงพลาสติกหูหิ้ว ลูกค้าต้องเสียค่าใช้จ่าย โดยนำเงินที่ได้เข้าร่วมกองทุนด้านสิ่งแวดล้อม หรือบริจาคให้กับโรงพยาบาลหรือมูลนิธิต่างๆ แต่ 4 สินค้าผ่อนผัน ที่ยังใส่ถุงได้ เช่น ถุงร้อนใส่อาหาร ใส่ข้าวแกง ก๋วยเตี๋ยว หรือพลาสติกหุ้มอาหารและของแช่แข็ง และพลาสติกหูหิ้วหนาๆ ที่สามารนำกลับมาใช้ซ้ำได้    รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายวราวุธ ศิลปอาชา เผยรัฐบาลตั้งเป้าจะยกเลิกการใช้พลาสติกประเภทครั้งเดียวทิ้ง 4 ชนิด ได้แก่ ถุงพลาสติกหูหิ้ว หลอดพลาสติก แก้วพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง และกล่องโฟม ให้หมดไปจากประเทศไทย ภายในปี 2564 โดยปีหน้าจะเตรียมนำเสนอเป็นกฎหมายบังคับต่อไป https://news.bectero.com/news/164197   - ผัวเก่าคลั่งปาดคอเมียตาย แล้วกระโดดตึกตายตาม เหตุหึงหวงตามง้อไม่สำเร็จ ดื่มเบียร์ย้อมใจ อาศัยจังหวะเมียหลับ ลากลงจากที่นอน ใช้มีดปาดคอเสียชีวิต แม่ยายเข้าห้ามถูกเชือดข้อมือบาดเจ็บไปด้วย แล้วไปนั่งคร่อมที่ระเบียงร้องเพลงปลุกใจแบบทหาร ลั่นต้องตายไปด้วยกัน จนท.พยายามเกลี่ยกล่อม สุดท้ายฝ่ายชายก็กระโดดลงมาจากระเบียงจากชั้น 18  https://news.bectero.com/news/164198   - สุดช็อก ตัวเงินตัวทองขนาดใหญ่ซุกในห้องเครื่องรถยนต์ นอนหงายท้องหัวติดตู้แอร์รถ เจ้าตัวกรี๊ดลั่นบ้าน ก่อนเรียกกู้ภัยมาช่วย แต่เจ้าตัวเงินตัวทองก็ยังดื้อขณะเจ้าหน้าที่จะจับใช้หางฟาดไปมาบริเวณหน้ารถจนสีถลอก เจ้าตัวเผยขณะกำลังจะออกไปเที่ยวงานส่งท้ายปีเก่ากับครอบครัว แต่แฟนนำรถคันดังกล่าวมาเพื่อจะพ่วงแบตเตอรี่กับรถที่ใช้ประจำ พอเปิดกระโปร่งก็พบตัวเงินตัวทองกว่า 2 เมตร นอนหงายซุกห้องเครื่อง เจ้าตัวสุดงงไม่รู้ว่า มันเข้าไปได้อย่างไร ขณะที่แฟนหนุ่มบอกว่า พวกตนเป็นคนดวงดีที่ได้เจอเหตุการณ์หนึ่งในล้านแบบนี้ ได้ทำบุญช่วยชีวิตตัวเงินตัวทองด้วย และไม่ลืมที่จะซื้อล็อตเตอรี่ในงวดต่อไป ดวงเฮงรับปีใหม่ https://news.bectero.com/news/164198   - สามีเลือดขึ้นหน้า เมียพาชู้มานอนรอเคาท์ดาวน์ ในห้อง ผัวกลับมาเจอคว้ามีดไล่แทงสาหัสทั้งคู่ มือมีดถูกตำรวจตามจับได้ เผยก่อนเกิดเหตุเมียโกหก ปีใหม่จะขอกลับบ้าน 2-3 วัน แต่ตัวสามีโทรหาไม่ติด จึงสงสัยย้อนกลับมาดูที่ห้อง พบภาพบาดตาบาดใจ โมโหคว้ามีดกระหน่ำแทงทั้งภรรยาและชายชู้ จนได้รับบาดเจ็บสาหัส https://news.bectero.com/news/164207   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/j5BSYIxLdco

 6,170
สรุปข่าว
31 ธ.ค. 62

สรุปข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ ประจำวันที่ 31 ธันวาคม 2562

สรุปข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ ประจำวันที่ 31 ธันวาคม 2562   ข่าวสด - คุมเข้ม-เคานต์ดาวน์กรุง ระดม7.5พันตร. 3วันตาย159 ศพ แนะเมาอย่าออกจากงาน - ลูกเห็บถล่มราวหิมะตกไทย ชาวบ้านแห่เซลฟี่ถนนแม่เมาะลำปาง  - พปชร.ยก 'ตู่' เหนือธนาธร โวยโพล! ฟุ้งนายกฯในใจคนไทย   มติชน - ยัน 'ตู่' ตัวริง-พปชร.เย้ย 'ธนาธร' แค่นายกโพล สมศักดิ์มั่นใจรบ.ครบ4ปี - กมธ.งบหั่น1.6หมื่นล้าน 'กห.' หนักสุดตัด1.5พันล. อจ.ชี้ไม่สำเร็จแก้ 'ม.256' - แบงก์ชาติลุ้นส่งออกปี63ดีขึ้น สรุป 'จีดีพี' ปี62แค่2.5 จับตาบาทโป๊ก29.92 โบรกเกอร์ชี้ยังแกว่ง  -จอง 'คลินิกกัญชา' คึกคัก คิวแอพพ์วันแรกทะลุ 700   เดลินิวส์ -ภาษีที่ดินไม่รีดคนจน มท.1ยืนยันเก็บคนรวย อย่ากังวลใจ - รับปีใหม่คึกคัก เงินสะพัด2.5หมื่นล้านบาท คนต่างชาติแห่เที่ยวเพิ่มขึ้น 4% พระราชทานพระบรมสารีริกธาตุให้ประชาชนสักการะ   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/6CvfkM5KFwQ

 474
เศรษฐกิจ
24 ธ.ค. 62

แบงก์ชาติมองปี 63 เศรษฐกิจดีขึ้น แต่ยังห่วงเรื่องคนตกงาน

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยทิศทางเศรษฐกิจไทยปี 2563 ว่า แม้ว่า ธปท.ได้คาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจปีหน้า ว่าจะขยายตัว 2.8% สูงกว่าปีนี้ที่คาดว่าขยายตัว 2.5% แต่ยอมรับว่า เป็นการประมาณการที่มีโอกาสต่ำ หรือมีโอกาสที่การขยายตัวจริง จะต่ำกว่าประมาณการ   ขณะที่ปัจจัยเสี่ยง ที่ต้องติดตามเร่งแก้ไขในปีหน้า คือ ด้านแรงงาน ที่ผลกระทบจากการส่งออก และธุรกิจขนาดกลาง ที่ไม่สามารถแข่งขันกับธุรกิจขนาดใหญ่ได้ ขณะนี้เริ่มเห็นการเลิกจ้าง การลดการจ้างจากรายเดือน เป็นรายวัน การขอลดเวลาทำงานตามกฎหมายแรงงาน เพื่อจ่ายเงินเดือน 75% ในหลายธุรกิจและหลายโรงงานมากขึ้น หากปีหน้าสามารถแก้ปัญหาภาคการผลิต ลดต้นทุนช่วยให้ภาคการผลิตอยู่ได้ ก็จะบรรเทาผลกระทบส่วนนี้ได้   ทั้งนี้ ความเสี่ยงอื่นๆที่ต้องติดตาม คือ 1.ความไม่แน่นอนของสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ 2.ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ส่งผลต่อเงินทุนเคลื่อนย้าย ฯลฯ 3.ความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/wtdD4kUUSAw

 2,222
เศรษฐกิจ
19 พ.ย. 62

แบงก์ชาติชี้หนี้เสีย บ้าน-รถ-บัตรเครดิตพุ่ง ห่วงคนไทยถูกทวงหนี้มากขึ้น ลามเป็นปัญหาสังคม

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เริ่มเห็นความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ลดลง และหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) เพิ่มขึ้น   โดยนายธาริฑธิ์ ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายตรวจสอบและวิเคราะห์ความเสี่ยงสถาบันการเงินธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ไตรมาส 3 เอ็นพีแอลต่อสินเชื่อรวมของธนาคารพาณิชย์เพิ่มขึ้นมาที่ 3.01% จาก 2.95% ในไตรมาสก่อน เป็นการเพิ่มขึ้นจากสินเชื่อธุรกิจที่เพิ่มขึ้นเป็น 3.1% จาก 3.05% ในไตรมาสก่อน   ขณะที่สินเชื่ออุปโภคบริโภคเอ็นพีแอลปรับขึ้นเป็น 2.81% จาก 2.74% ในไตรมาสก่อน แต่สินเชื่อที่กลายเป็นหนี้ที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษ (SM) หรือสินเชื่อที่เริ่มขาดส่ง และสินเชื่อที่กลายเป็นเอ็นพีแอลเพิ่มขึ้นที่น่าเป็นห่วง คือ สินเชื่อเอสเอ็มอีขนาดกลางที่มีวงเงินสินเชื่อ 100-500 ล้านบาท ในธุรกิจอาหารอิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์ และปิโตรเคมี   รวมทั้งเป็นห่วงหนี้ครัวเรือนที่ยังคงสูงขึ้น โดยเริ่มเห็นสินเชื่อที่ยู่อาศัย สินเชื่อรถยนต์ สินเชื่อบัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคลกลายเป็นหนี้ SM และหนี้เอ็นพีแอล ซึ่ง ธปท.เป็นห่วงว่าประชาชนจะต้องถูกทวงหนี้ตลอดเวลา กลายเป็นปัญหาเรื่องความเป็นอยู่และปัญหาสังคมได้   ส่วนเอสเอ็มอีจนาดกลาง ยังมีศักยภาพในการดำเนินธุรกิจเพียงแต่สะดุดในช่วงนี้เท่านั้น หากได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากธนาคารพาณิชย์ยังมีโอกาสที่จะรอดได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/D59hn2BkgNY

 7,729
เศรษฐกิจ
08 พ.ย. 62

นักวิเคราะห์การเงินห่วง ปีหน้าบาทไทยแข็งหนัก อาจเห็น 29 บาท/ดอลลาร์

สถานการณ์ค่าเงินบาทไทยประจำวันที่ 7 พ.ย.2562 อยู่ที่ 30.32 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ ด้านนักวิเคราะห์การเงินหลายท่าน อาทิ ดร.จิติพล พฤกษาเมธานันท์ หัวหน้า​นักกลยุทธ์ตลาดทุนสายงานธุรกิจตลาดเงินทุน ธนาคารกรุงไทย แสดงความคิดเห็นต่อการออก 4 มาตรการดูแลค่าเงินบาทของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อแก้ปัญหาเงินบาทแข็งค่า   ชี้มาตรการที่ออกมาช่วยแก้ได้เพียงระยะสั้น และแนวโน้มเสี่ยงที่จะเห็นเงินบาทอยู่ที่ระดับ 29 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกเป็นอย่างยิ่ง     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/YgdzYFzPA8E

 814
เศรษฐกิจ
07 พ.ย. 62

แบงก์ชาติออก 4 มาตรการสกัดเงินบาทแข็ง

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออก 4 มาตรการ เพื่อผ่อนคลายกฎเกณฑ์ที่ล้าสมัย ทำให้เกิดความสมดุลระหว่างเงินตราต่างประเทศ ที่ไหลเข้ามาและการไหลออกของเงินทุน ลดแรงกดดันต่อค่าเงินบาท ช่วยให้นักลงทุนไทยออกไปลงทุนต่างประเทศ เพื่อกระจายความเสี่ยงการลงทุนได้มากขึ้น โดยมาตรการผ่อนคลายกฎเกณฑ์ การซื้อขายเงินตราต่างประเทศ และการนำเงินออกไปลงทุนในต่างประเทศครั้งนี้ มีผลตั้งแต่วันที่ 8 พ.ย.นี้  โดย 4 มาตรการ ได้แก่   1.ยกเว้นการนำรายได้จากการส่งออกกลับเข้ามาในประเทศ โดยจากเดิมการส่งออกต่อครั้ง หรือต่อใบขนของผู้ส่งออก ถ้ามีรายได้มากกว่า 50,000 เหรียญสหรัฐฯ หากไม่มีธุรกรรมที่ต้องดำเนินการในต่างประเทศต่อเนื่อง ธปท.กำหนดให้ผู้ส่งออกนำเงินกลับเข้าประเทศภายในเวลาที่กำหนด ไม่ให้ค้างไว้ในต่างประเทศ   แต่เกณฑ์ใหม่นี้ เพื่อให้ผู้ส่งออกพักเงินไว้ในต่างประเทศเพื่อทำธุรกรรม หรือลงทุนได้มากขึ้น ช่วยลดแรงกดดันของการนำเงินเข้าตราต่างประเทศลดการแข็งค่าของเงินบาท จึงได้เพิ่มวงเงินต่อใบขนที่สามารถพักเงินไว้ในต่างประเทศได้ หากมีรายได้ไม่เกิน 200,000 เหรียญต่อใบขนส่งสินค้า ซึ่งครอบคลุมใบขนได้ 50% ของการส่งออกทั้งหมด และในอีก 3 เดือนข้างหน้าจะเพิ่มขึ้นเป็น 1 ล้านเหรียญต่อใบขน ให้ครอบคลุม 80%   2.การลงทุนในหลักทรัพย์ในต่างประเทศ เป็นครั้งแรกที่จะอนุญาตให้นักลงทุนรายย่อยออกไปลงทุนในต่างประเทศได้ด้วยตัวเองได้ โดยไม่ผ่านตัวกลาง วงเงินลงทุน 200,000 เหรียญสหรัฐฯต่อปี จากเดิมต้องเป็นผู้ที่มีเงินรายได้เกิน 50 ล้านบาท หรือต้องลงทุนผ่านตัวกลาง   โดยให้นักลงทุนมาขึ้นทะเบียนกับ ธปท. และแจ้งยอดคงค้างการลงทุนให้ ธปท.รับทราบทุกปี ช่วยทำให้คนไทยจำนวนมากที่มีความรู้ความเข้าใจในการลงทุนในต่างประเทศ มีที่ลงทุนได้เหมาะสม และกระจายความเสี่ยงได้มากขึ้น ลดต้นทุนค่าบริการจัดการเงิน และต้นทุนค่าธรรมเนียมที่ต้องทำผ่านตัวกลาง   แต่กรณีนี้นักลงทุนต้องมั่นใจว่ามีความรู้ทางการเงินและรับความเสี่ยงได้จริง ถ้าไม่แน่ใจอาจต้องลงทุนผ่านตัวกลางต่อไป และ ธปท.ยังได้เพิ่มวงเงินรวมสำหรับการลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศ ที่จัดสรรให้นักลงทุนภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) รายปี จากเดิม 100,000 ล้านเหรียญ เป็น 150,000 ล้านเหรียญ เพื่อรองรับการออกไปลงทุนในต่างประเทศ   3เพิ่มจำนวนการโอนเงินออกไปนอกประเทศ โดยปรับเป็นการโอนเงินแบบเปิดเสรีการโอนเงินออกนอกประเทศได้ทุกวัตถุประสงค์ จากเดิมที่โอนได้เฉพาะวัตถุประสงค์ที่ ธปท.กำหนด แต่ยังมียกเว้นเพียงในบางรายการ (negative list) อาทิ การชำระธุรกรรมซื้อขายเงินตราต่างประเทศ และยังอนุญาตให้คนไทยโอนเงินให้ตนเองหรือญาติที่ย้ายถิ่นฐานไปอยู่ต่างประเทศได้เสรีไม่จำกัดวงเงิน   ส่วนการโอนเงินเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศ เพิ่มวงเงินไม่เกิน 50 ล้านเหรียญต่อปี โดยซื้อในชื่อของบุคคลในครอบครัวได้ เพื่ออำนวยความสะดวกในการย้ายถิ่นฐานและการส่งบุตรหลานไปศึกษาในต่างประเทศ รวมทั้งประชาชนหรือภาคธุรกิจที่ต้องการโอนเงินออกนอกประเทศจากเดิมกำหนดทำไม่เกิน 50,000 เหรียญต่อครั้ง เพิ่มเป็นไม่เกิน 200,000 เหรียญต่อครั้ง   4.การซื้อขายทองคำโดยที่ผ่านมาเศรษฐกิจโลกเมื่อมีความผันผวน จะมีเงินไหลเข้ามาลงทุนในทองคำมากขึ้น ทำให้ราคาทองคำโลกปรับตัวขึ้น และคนไทยจะขายทองคำ ทำให้เงินบาทต้องรับแรงกระแทก 2 เด้ง ทั้งจากเงินลงทุนที่เข้ามาพักในไทยโดยตรง และยังมีเงินตราต่างประเทศที่ได้จากการขายทองคำมาเพิ่ม   จึงอนุญาตให้ลูกค้าคนไทย ที่มีการลงทุนซื้อขายทองคำกับบริษัทผู้ค้าทองคำที่ได้รับอนุญาตจาก ธปท. ชำระราคาค่าทอง ในรูปเงินตราต่างประเทศผ่านบัญชี FCD โดยลูกค้าเก็บเงินตราต่างประเทศ จากการขายทองคำไว้ในบัญชี FCD โดยไม่ต้องแลกเป็นบาทเพื่อรอลงทุนในครั้งต่อไป ฯลฯ เพื่อทำให้การซื้อขายทองคำไม่กระทบเงินบาท ลดการแปลงค่าเงินของบริษัทผู้ค้าทองคำและลดแรงกดดันต่อค่าเงินบาทอีกทางหนึ่ง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jEL5mgaFS8s

 1,532

Top