ค้นหา :

ผลการค้นหา "สุรินทร์"

เศรษฐกิจเข้มแข็ง
28 ส.ค. 62

ครม.เทงบ 1.5 หมื่นล้าน ช่วยภัยเเล้ง/น้ำท่วม 'สุรินทร์-บุรีรัมย์' ได้มากสุด 500 ล้าน

ที่ประชุม ครม. ได้เห็นชอบตามที่กระทรวงมหาดไทย และสำนักงบประมาณ ได้มีการหารือและได้เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาภัยแล้งและอุทกภัย ซึ่งการพิจารณานั้นได้กำหนดให้เเต่ละจังหวัดเสนอแผนงานที่เกี่ยวข้องกับภัยแล้งและอุทกภัย ให้มีกานเสนอเข้ามาใน ครม.ภายใน 30 ก.ย.นี้   โดยที่จะต้องไม่มีข้อทักท้วงจากประชาชน และสามารถดำเนินการได้ทันที โดยมีการอนุมัติวงเงิน 15,800 ล้านบาท แบ่งเป็น 74 จังหวัดที่จะได้รับจังหวัดละ 200 ล้านบาท ส่วนอีก 2 จังหวัดคือจังหวัดบุรีรัมย์และจังหวัดสุรินทร์ จะได้รับงบประมาณ จังหวัดละ 500 ล้านบาท   พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กำชับให้โครงการดังกล่าวดำเนินการด้วยความโปร่งใส เจ้าหน้าที่จะต้องรับผิดชอบ หากพบว่ากระทำความผิดจะไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้น อย่าคิดว่าเป็นโครงการเร่งด่วนแล้วจะทุจริตได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/DiB_WhOoqCk

 1,554
การเมืองเข้มข้น
27 ส.ค. 62

ครม. เทงบ 1.5 หมื่นล. ช่วยภัยเเล้ง-อุทกภัย 'สุรินทร์-บุรีรัมย์' รับสูงสุดจว.ละ 500 ล.

ครม. เทงบ 1.5 หมื่นล้านบาท ช่วยภัยเเล้ง-อุทกภัย 'สุรินทร์-บุรีรัมย์' รับสูงสุดจว.ละ 500 ล้านบาท ย้ำแผนงานทำได้-ปชช.ไม่คัดค้าน ส่งก่อน 30 ก.ย.นี้    วันที่ 27 ส.ค. นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าในที่ประชุม ครม. ได้เห็นชอบตามที่กระทรวงมหาดไทย และสำนักงบประมาณ ได้มีการหารือและได้เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาภัยแล้งและอุทกภัย    ซึ่งการพิจารณานั้นได้กำหนดให้เเต่ละจังหวัดเสนอแผนงานที่เกี่ยวข้องกับภัยแล้งและอุทกภัย โดยกำหนดให้มีกานเสนอเข้ามายัง ครม. ภายในวันที่ 30 ก.ย.นี้ โดยที่จะต้องไม่มีข้อทักท้วงจากประชาชน และสามารถดำเนินการได้ทันที    โดยมีการอนุมัติวงเงิน 15,800 ล้านบาท แบ่งเป็น 74 จังหวัดที่จะได้รับจังหวัดละ 200 ล้านบาท ส่วนอีก 2 จังหวัดค คือจังหวัดบุรีรัมย์และจังหวัดสุรินทร์จะได้รับงบประมาณ จังหวัดละ 500 ล้านบาท    

 1,507
การเมืองเข้มข้น
22 ส.ค. 62

เพื่อไทยเตือนแล้ว ส.ส.สุรินทร์ ต้อนรับนายกฯลงพื้นที่ อวยให้อยู่ 8 ปี

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และผู้นำฝ่ายค้านในสภา กล่าวถึงกรณี ส.ส.สุรินทร์ของพรรคเพื่อไทย นำโดย นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ไปร่วมต้อนรับและพูดสนับสนุนนายกฯระหว่างลงพื้นที่ จ.สุรินทร์   มองว่าเป็นการพูดเอาใจนายกฯ เพราะของบประมาณลงพื้นที่ไป 500 ล้านบาท แต่ได้มา 1,500 ล้านบาท ก็เลยต้องอวยต้องยอเอาอก เอาใจกันหน่อย เป็นเรื่องกลอนพาไป แต่คำพูดอาจดูเกินเลยไปหน่อย เพราะตรงข้ามกับแนวทางของฝ่ายค้าน คงต้องเรียกมาเตือนเรื่องความเหมาะสม แต่คงไม่ถึงขั้นต้องไปห้ามไม่ให้ ส.ส.ฝ่ายค้านไปต้อนรับนายกฯลงพื้นที่ ส่วนจะมีผลกระทบต่อคะแนนเสียงของพรรคเพื่อไทยหรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่นายครูมานิตย์ต้องไปชี้แจงให้ประชาชนในพื้นที่เข้าใจ เชื่อว่าคำพูดนายครูมานิตย์คงไม่มีเจตนาแสดงออกถึงการต้องการย้ายพรรค   ด้านนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยภาคอีสาน กล่าวว่า การที่นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม บอกว่าจะยกมือให้นายกฯล้านเปอร์เซ็นต์ และไม่ได้ลงชื่ออภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ พร้อมพาดพิง ส.ส.ที่ร่วมลงชื่อว่าเป็นบ้าไปหรือไม่นั้น ในฐานะรองหัวหน้าพรรคภาคอีสาน หากไม่ทำอะไรก็ควรต้องลาออก   ส่วนกรณีของนายตี๋ใหญ่ พูนศรีธนากูล ส.ส.สุรินทร์ ที่พูดอวยให้ พล.อ.ประยุทธ์อยู่ 8 ปีนั้น เคยพูดไว้แล้วว่าไม่นิยมคนชะเลียร์รองเท้าทหาร ไม่นิยมสังฆกรรมด้วย พรรคมีข้อบังคับเรื่องจริยธรรมอยู่ วันที่ 22 ส.ค.จะยื่นเรื่องถึงหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้ตั้งคณะกรรมการสอบวินัย และมาตรฐานจริยธรรมของสมาชิกตามข้อ 113 ของข้อบังคับพรรค กับนายครูมานิตย์และนายตี๋ใหญ่ ส่วนนายคุณากรไม่ต้องถูกสอบ เพราะเห็นว่าเป็นการไปต้อนรับตามปกติ และไม่ได้ไปพูดสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์   ขณะที่นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นายยุทธพงศ์คงอยากแสดง อยากจะเป็นข่าวก็ปล่อยเขาไป ถือเป็นสิทธิที่เขาจะทำ แต่สำหรับตนไม่สนใจอยู่แล้ว เพราะปัญหาของประชาชนใน จ.สุรินทร์ มีความสำคัญมากกว่าจะเอาสมองมาคิดเรื่องเหล่านี้ และเรื่องนี้สำหรับตนถือว่าจบแล้ว ได้คุยกับหัวหน้าพรรคและผู้ใหญ่ในพรรคแล้ว ไม่ได้ตำหนิอะไร เพราะมองว่าเป็นเรื่องปกติ เพียงแต่ตักเตือนว่าการให้สัมภาษณ์ หรือให้ความคิดเห็นทางการเมืองต้องระมัดระวังมากขึ้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/d0Vdg6-SVUA

 3,582
การเมืองเข้มข้น
20 ส.ค. 62

3 ส.ส.สุรินทร์เด็กเพื่อไทย ต้อนรับ 'บิ๊กตู่' ครึกครื้น เชียร์ให้อยู่เกิน 4 ปี อย่ายุบสภานะ

พล.อ ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นำคณะลงพื้นที่ตรวจราชการ แก้ปัญหาภัยแล้งที่จ.สุรินทร์และบุรีรัมย์ มีช่วงหนึ่งระบุ ยังไม่ลาออกแน่นอน ตนเหมือนกระท้อนยิ่งทุบ ยิ่งตี ยิ่งอร่อย ยิ่งหวาน   ซึ่งในการลงพื้นที่ครั้งนี้มี ส.ส.สุรินทร์ ของพรรคเพื่อไทยมาร่วมต้อนรับนายกฯด้วย ได้แก่ นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม, นายตี๋ใหญ่ พูนศรีธนากูล และ นายคุณากร ปรีชาชนะชัย   นายตี๋ใหญ่กล่าวว่า ส.ส.พรรคเพื่อไทยมาต้อนรับนายกฯ นายกฯตอบกลับว่า “ผมไม่มีพรรค ต้องช่วยกัน ทุกอย่างจะเดินไปได้ จะทะเลาะกันทำไม ผมไม่อยากจะสู้กับใคร” ทำให้บรรดา ส.ส.ที่มาต้อนรับต่างหัวเราะชอบใจ   ช่วงหนึ่งนายกฯได้เปิดโอกาสให้ ส.ส.ในพื้นที่ได้เสนอโครงการและพูดถึงปัญหาในพื้นที่ นายตี๋ใหญ่ กล่าวว่า งบประมาณปี 63 จังหวัดสุรินทร์ได้ไม่น้อยกว่า 1,500 ล้านบาท ยกมือไม่สวนนายกฯ เพราะประชาชนไม่ได้เลือกผมมาเป็นฝ่ายค้าน แต่เลือกผมมาเป็นผู้แทนราษฎร สิ่งไหนดีก็สนับสนุน สิ่งไหนไม่ดีก็ว่ากันไปในสภา ขณะที่นายกฯกล่าวว่า ดีแล้ว อันไหนไม่ดีก็บอกกัน   นายครูมานิตย์กล่าวว่า “ยกมือให้นายกฯล้านเปอร์เซ็นต์ ขณะที่มีการลงชื่อขออภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ ผมยังบอกว่าลงทำบ้าอะไร พวกมึงบ้าหรือเปล่า เขายังไม่ทำอะไรไปลงชื่อกันแล้ว ไปดูได้เลยไม่มีชื่อผม” จากนั้นนายกฯหันมาถามนายตี๋ใหญ่ว่าได้ลงชื่อกับเขาหรือเปล่า ถ้ารัฐบาลนี้ไม่ผ่าน รัฐบาลเก่าได้กลับมา นายตี๋ใหญ่ตอบว่านายกฯอย่ายุบสภานะ อยู่ให้เกิน 4 ปีนะ ขณะที่นายกฯกล่าวว่า จะยุบได้ยังไง ยังไม่ทันได้ทำงานเลย ระหว่างนั้นนายอนุทินกล่าวพร้อมกับหัวเราะว่า “คสช.” กลับมา   ต่อมานายครูมานิตย์ ให้สัมภาษณ์กรณีมาร่วมต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ที่ จ.สุรินทร์ ระบุว่าจะยกมือให้นายกฯล้านเปอร์เซ็นต์ ว่า ความหมายของตนคือพร้อมสนับสนุนอะไรที่เป็นประโยชน์ในการแก้ปัญหาให้ประชาชน โดยเฉพาะในภาคอีสานที่มีปัญหาภัยแล้ง ตนสนับสนุนการตั้งงบประมาณแก้ปัญหาแก่ประชาชน เราเป็นผู้แทนฯ ต้องการดูแลทุกข์สุข ไม่ใช่จะเข้าไปทะเลาะคะคานเอาแต่ชนะกันทุกเรื่อง เพราะวันนี้ประชาชนเดือดร้อนทั้งประเทศ เมื่อถามว่า หลายคนตั้งข้อสังเกตคำพูดพร้อมยกมือให้นายกฯ จะเตรียมย้ายพรรคหรือไม่ นายครูมานิตย์กล่าวว่า ยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีความคิดจะย้ายพรรค คำว่ายกมือให้คือสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลในการแก้ปัญหาให้ประชาชน โดยเฉพาะวิกฤติภัยแล้ง เมื่อตนเป็น ส.ส. มีหน้าที่สะท้อนปัญหาให้ผู้มีอำนาจรับรู้ทั้งในและนอกสภาฯ ด้านนายคุณากร ปรีชาชนะชัย ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การไปต้อนรับนายกฯ เนื่องจากวิกฤติภัยแล้งของ จ.สุรินทร์ เป็นเรื่องใหญ่ และปัญหาภัยแล้งไม่ได้มีแค่ในพื้นที่เทศบาลเมืองสุรินทร์ แต่ยังรวมไปถึงพื้นที่รอบนอก เราจึงมาสะท้อนปัญหาให้กับนายกฯทราบ เพื่อจะได้แก้ปัญหาให้ประชาชน ยืนยันไม่มีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/1ZKr-kGEdtE

 3,685
การเมืองเข้มข้น
19 ส.ค. 62

นายกฯนำคณะ ลงพื้นที่แก้ภัยแล้งสุรินทร์-บุรีรัมย์

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม พร้อม พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พร้อมคณะ ออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง กรุงเทพฯ ไปยังท่าอากาศยานบุรีรัมย์ ตำบลร่อนทอง อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อตรวจราชการจังหวัดสุรินทร์และบุรีรัมย์ โดยก่อนเดินทางนายกฯยอมรับว่าจะเดินทางลงพื้นที่บ่อยขึ้น   ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี จะไปตรวจเยี่ยมอ่างเก็บน้ำห้วยเสนงโครงการชลประทานสุรินทร์ อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ ปล่อยขบวนรถบรรทุกน้ำเพื่อช่วยเหลือประชาชนด้านการอุปโภคบริโภค บริเวณที่ทำการโครงการชลประทานสุรินทร์   พร้อมเป็นประธานการประชุมการแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำในพื้นที่ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดภาคตะวันออกฉียงเหนือ 20 จังหวัด ณ ห้องประชุมศรีณรงค์  ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์   ช่วงบ่ายนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะจะไปให้กำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติของหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดสุรินทร์ และเจ้าหน้าที่ของเหล่าทัพที่สนับสนุนการปฏิบัติการฝนหลวง ที่ท่าอากาศยานสุรินทร์ภักดี ตรวจเยี่ยมอ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มากโครงการชลประทานบุรีรัมย์ อำเภอเมืองบุรีรัมย์ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Pr9bKbntFu0

 1,049
ข่าวภูมิภาค
13 ส.ค. 62

สุรินทร์แล้งหนัก ขาดน้ำประปาใช้ใน รพ. - ร้านสะดวกซื้อติดป้ายไม่มีน้ำขาย

สุรินทร์เจอวิกฤตภัยแล้ง จนกระทบต่อการผลิตน้ำประปา ทำให้มีน้ำใช้ไม่เพียงพอ ขาดน้ำในการรักษาผู้ป่วย และให้บริการภายในโรงพยาบาลสุรินทร์   ทำให้ต้องขุดบ่อน้ำบาดาล เพื่อนำน้ำใต้ดินขึ้นมาใช้ในโรงพยาบาลให้เพียงพอ เนื่องจากมีทั้งผู้ป่วย ญาติผู้ดูแล รวมทั้งแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่และนักศึกษาพยาบาล รวมกว่า 7,000 คน ซึ่งต้องใช้น้ำประมาณวันละ 1,000 ลูกบาศก์เมตร   โดยหน่วยทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย ได้นำรถอุปกรณ์ ในการขุดเจาะน้ำบาดาล เข้ามาขุดเจาะน้ำบาดาล จำนวน 4 บ่อ จากที่โรงพยาบาลสุรินทร์ ขุดเจาะมาแล้วสี่บ่อ เพื่อให้ได้ จำนวน 8 บ่อ เพื่อนำน้ำดิบจากใต้ดินขึ้นมาผลิตน้ำประปา ให้บริการแก่โรงพยาบาลสุรินทร์ ทั้งในด้านการรักษาพยาบาล และการให้บริการแก่บุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนที่มาใช้บริการในโรงพยาบาลสุรินทร์ ให้เพียงพอ ไม่ขาดแคลนน้ำสะอาด   นอกจากนี้ภัยแล้งที่เกิดขึ้นในจังหวัดสุรินทร์ ยังทำให้เกือบทั้งจังหวัดไม่มีน้ำใช้ ล่าสุดผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อเรืองศักดิ์ วิจิตรธรรม ได้โพสต์ภาพตู้น้ำกด และตู้กดน้ำแข็งของร้านสะดวกซื้อ ที่ติดป้ายบอกกับลูกค้าว่า “ขออภัยในความไม่สะดวก น้ำไม่ไหล” จนไม่มีเครื่องดื่มจำหน่ายให้ลูกค้า และร้านอาหารหลายแห่งได้ปรับขึ้นราคาอาหาร เนื่องจากแม่ค้าต้องซื้อน้ำขวดไปใช้ประกอบอาหารและล้างจาน     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RlY6OKCzVp4

 4,625
ข่าวภูมิภาค
10 ส.ค. 62

สุรินทร์แล้งวิกฤตหนัก! รพ.ขาดแคลนน้ำ กระทบการรักษาผู้ป่วย - ตัวเมืองน้ำประปาไม่ไหล

สุรินทร์ - ภัยแล้งวิกฤตกระทบระบการรักษาผู้ป่วย ผอ.โรงพยาบาลเผยต้องเตรียมพร้อม ประชาชนแห่บริจาคน้ำ   บรรยากาศที่บริเวณเต้นท์รับบริจาคน้ำดื่ม หน้าอาคาร 100 ปี โรงพยาบาลประจำจังหวัดสุรินทร์ มีชมรมจิตอาสาโรงพยาบาลฯ ได้เปิดรับบริจาคน้ำ ภายหลังได้ ประกาศ ขอเชิญชวนชาวสุรินทร์ รวมพลังปันน้ำใจร่วมบริจาคน้ำดื่มให้ผู้ป่วย เพื่อกอบกู้วิกฤตภัยแล้ง    พบว่า ประชาชนชาวจังหวัดสุรินทร์จำนวนมาก ที่ทราบข่าวผ่านสื่อ และโซเซียลมีเดีย หลังชมรมจิตอาสาโรงพยาบาลสุรินทร์ ประกาศพร้อมเปิดศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉิน Emergency Operation Center (EOC ) เพื่อติดตามสถานการณ์ภัยแล้งปี 2562 พร้อมรับบริจาคน้ำดื่มด้วย    ซึ่งมีประชาชน บริษัทห้างร้าน น้ำน้ำแพ๊คบรรจุขวดมาบริจาคกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นการรวมพลังปันน้ำใจร่วมบริจาคน้ำดื่มให้ผู้ป่วย เพื่อกอบกู้วิกฤติภัยแล้ง ตลอดทั้งวัน นอกจากนี้ยังมี หน่วยงานทหารจาก กองกำลังสุรนารี, มณทลทหารบกที่ 25 และ ฝ่ายปกครอง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต่างเร่งนำรถบรรทุกน้ำขนาดใหญ่ ทยอยเข้ามาบริจาคให้กับชมชมอาสาสมัครโรงพยาบาลสุรินทร์อย่างต่อเนืองเช่นกัน   นางสมชาติ ไชยศิริ บอกว่า ตนเองนำน้ำขวดมาบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่ขาดแคนน้ำ เป็นการสร้างบุญสร้างกุศล ที่คนสุรินทร์ไม่ทิ้งกัน    นายแพทย์ประวีณ ตัณฑประภา ผอ.โรงพยาบาลสุรินทร์ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงสถานการณ์น้ำภายในโรงพยาบาลสุรินทร์ ซึ่งได้รับผลกระทบการขาดแคลนน้ำประปาจากสถานการณ์ปัญหาภัยแล้งในขณะนี้ว่า จากที่ตัวเมืองสุรินทร์และโรงพยาบาลสุรินทร์ ได้ประสบปัญหาภัยแล้ง ซึ่งที่ผ่านมาทางประปาสุรินทร์ที่ได้รับน้ำจากอ่างเก็บน้ำห้วยเสนง ที่ปีนี้ประสบสภาวะภัยแล้งฝนตกน้อย ทำให้น้ำคลาดแคลนเป็นอย่างมาก และทางโรงพยาบาลสุรินทร์ทราบดีมาตลอด ซึ่งก็ได้แจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดและเป็นที่ทราบดีว่าโรงพยาบาลสุรินทร์เป็นสถานที่ราชการที่ใช้น้ำมากที่สุดและมีความสำคัญมาก    เมื่อวันที่ 6-7 สิงหาคมที่ผ่านมาได้ประสบปัญหา การขาดแคนน้ำอย่างเฉียบพลัน เพราะน้ำที่ได้รับมาเป็นน้ำที่ไม่สามารถเข้ากระบวนการทางการแพทย์ได้ เช่นน้ำขุ่นและตะกอนมาก เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นต้องประกาศมาตรการฉุกเฉินแต่ก็ไม่ใช่สภาวะฉุกเฉินแต่อย่างใด แต่เป็นสภาวะที่ทางโรงพยาบาลจะต้องระดมการแก้ปัญหาร่วมกับเจ้าหน้าที่และผู้ป่วยที่จะต้องรับทราบปัญหาของโรงพยาบาล   ประการแรกแต่เดิมโรงพยาบาลสุรินทร์ใช้น้ำประมาณ 1,000,000 ลิตรต่อวัน แต่ทางโรงพยาบาลได้มีการติดตั้งถังน้ำสำรองทุกตึก มากที่สุดแล้วรวมกัน 1,400,000 ลิตร เพราะฉะนั้นถ้าน้ำประปาหยุดไหล ก็จะสามารถใช้ได้ประมาณวันครึ่ง จึงได้เตรียมการไว้แต่เริ่มแรกว่าจะดำเนินการอย่างไรบ้าง ซึ่งโรงพยาบาลใช้น้ำเพื่อการอุปโภคค่อนข้างสูงมาก และจะต้องเป็นน้ำที่มีคุณภาพสูง เนื่องจากใช้ในระบบทางการแพทย์    ฉะนั้นมาตรการการประหยัดน้ำที่ได้ตั้งแผนไว้ว่าจะลดการใช้น้ำลงประมาณ 50% ของการใช้น้ำแต่ละวัน คือ 500,000 ลิตรให้ได้ และกำหนดแผนระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ไว้    โดยระยะสั้นคือได้ประสานงานไปยังส่วนราชการโดยผู้ว่าราชการจังหวัด กองกำลังสุรนารี อำเภอเมือง ส.ส. ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น การประปาอำเภอใกล้เคียง ให้ช่วยดูและการใช้น้ำของโรงพยาบาลเป็นอันดับแรก ซึ่งก็ได้รับการตอบสนองเป็นอย่างดีจากทุกหน่วยงาน โดยในช่วงแรกใช้การขนน้ำได้ประมาณ 100,000 ลิตรต่อวัน หรือเพียง 10% ของการใช้น้ำจริง ซึ่งก็ยังเพียงพอ ที่สำคัญทางโรงพยาบาลสุรินทร์ได้คงมาตรฐานคุณภาพทางการรักษาอย่างดีที่สุด ฉะนั้นจึงต้องหาทางเพิ่มเติมโดยที่ขอความช่วยเหลือเพิ่มเติม ซึ่งสองวันนี้ได้รับน้ำประมาณ 300,000 ลิตรต่อวัน รวมกับน้ำที่ขุดบ่อบาดาล สามารถหาน้ำได้ประมาณ 400,000 ลิตรต่อวัน   ส่วนมาตรการที่สองคือมาตรการระยะกลางได้ขุดบ่อบาดานเพื่อใช้ในโรงพยาบาลสุรินทร์ไปแล้ว 2 บ่อจากภาคเอกชนให้การสนับสนุน โดยในหนึ่งบ่อจะดึงน้ำมาใช้ได้ประมาณ 100,000 ลิตรต่อวันซึ่งก็ได้ผลดี และวางแผนไว้ว่าจะเจาะไว้ประมาณ 8 จุด รวมแล้วตอนนี้ทางโรงพยาบาลสามารถหาน้ำได้ประมาณ 500,000 ลิตรต่อวัน และปริมาณการใช้น้ำของโรงพยาบาลตอนนี้ลดการใช้น้ำลงกว่า 50% ฉะนั้นสถานการณ์การใช้น้ำบริโภคจึงอยู่ในเกณฑ์ดีมาก คือสามารถให้บริการทางการแพทย์ได้ตามปกติไม่มีปัญหาแต่อย่างใด   ด้านน้ำบริโภคโรงพยาบาลสุรินทร์แต่เดิมมีการผลิตน้ำดื่มเอง เพื่อให้ผู้ป่วยญาติและผู้ป่วยได้บริโภค ปรากฏว่าตอนนี้เมื่อมีสถานการณ์ขาดแคลนน้ำ จึงจำเป็นจะต้องหยุดชั่วคราว แต่ได้จัดซื้อน้ำตามร้านค้าต่างๆ ประกอบกับได้รับการบริจาคจากภาคเอกชนและประชาชนเป็นจำนวนมาก โดยในส่วนนี้ทางโรงพยาบาลก็พร้อมรับไว้ ซึ่งโรงพยาบาลเองก็ได้ประกาศแล้วว่ายังไม่ได้ขาดแคนน้ำดื่ม แต่เมื่อได้รับน้ำใจจากผู้มีใจอันเป็นกุศล ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีก็จะเก็บไว้บริหารจัดการให้กับผู้ป่วยและญาติต่อไป   ส่วนในเรื่องของมาตรการทางการแพทย์สามารถบริการทางการแพทย์ได้ปกติไม่ว่าห้องผ่าตัดหรือห้องอุบัติเหตุฉุกเฉิน การบริการทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม และในช่วงที่มีวิกฤติกาลตลอดหลายวันที่ผ่านมาไม่มีคนไข้หรือผู้ป่วยติดเชื้อแม้แต่รายเดียว ฉะนั้นทางโรงพยาบาลยังคงคุณภาพที่เป็นมาตรฐานของโรงพยาบาลสุรินทร์อยู่ได้ อีกเรื่องคือแผนการสื่อสารไปยังสื่อมวลชนหรือญาติผู้ป่วยและบุคลากรโดยตลอด    เกี่ยวกับมาตรการการบริหารจัดการน้ำภายในโรงพยาบาล ซึ่งตอนนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ซึ่งทั้งหมดได้เข้าใจต่อมาตรการที่โรงพยาบาลสุรินทร์ใช้เกี่ยวกับน้ำในขณะนี้    สรุปคือการดำเนินงานของโรงพยาบาลสุรินทร์ทางการแพทย์ได้มีการดำเนินการตามมาตรฐานที่ดีที่สุด โดยไม่มีการหยุดทำการรักษาคือกันแต่อย่างใด เรื่องน้ำดื่มก็ยังไม่มีการขาดแคลนน้ำ แต่ทางโรงพยาบาลสุรินทร์ได้หาแหล่งน้ำเพิ่มเติมเพื่อสำรองการแก้ปัญหาเพราะว่าตราบใดที่สถานการณ์น้ำในจังหวัดสุรินทร์ยังไม่พ้นวิกฤติ จึงจำเป็นต้องดูแลเกี่ยวกับมาตรการการประหยัดน้ำของโรงพยาบาลสุรินทร์ต่อไปอีกซักระยะหนึ่ง   เจ้าหน้าที่เร่งผันน้ำจากบ่อหินเก่าลงอ่างเก็บน้ำห้วยเสนง แก้ไขวิกฤตน้ำประปาไม่ไหล   เจ้าหน้าที่เร่งหาแนวทางฝ่าวิกฤติภัยแล้งอย่างต่อเนื่อง โดยสูบน้ำจากบ่อระเบิดหินเก่า เดินทางมาถึงต้นทางอ่างเก็บน้ำห้วยเสนงที่แห้งขอดในรอบ 41 ปี แล้วจิตอาสาหลายภาคส่วนเร่งจัดเก็บวัชพืชและสิ่งขวางทางน้ำในคลองก้นอ่างเก็บน้ำออกอย่างเร่งด่วนเพื่อเปิดทางน้ำไหลไปยังสถานีสูบน้ำดิบเพื่อผลิตน้ำประปาให้กับคนเมืองโดยเร็วที่สุดหลังคนเมืองอดน้ำทั้งเมือง   สุรินทร์-วันนี้(9 ส.ค. 62) สถานการณ์ภัยแล้ง ยังวิกฤต หลังจากที่อ่างเก็บน้ำห้วยเสนง ห้วย-สะ-เหนง) ต.เฉนียง (ฉะ-เหนียง) อ.เมือง จ.สุรินทร์ แห้งขอดไม่มีมีน้ำดิบผลิตน้ำประปาเลี้ยงคนชุมชนในเมืองอย่างเพียงพอมาร่วมเดือน และในช่วง 1 สัปดาห์นี้ ยิ่งหนักเข้าไปอีกเนื่องจากน้ำประปาไหลในบางช่วงเวลาเฉพาะในเขตเทศบาลที่อยู่ใจกลางเมือง และชุมชนรอบนอกน้ำไม่ไหลเลย ทำให้ประชาชนต้องน้ำภาชนะที่ใช้รองน้ำต่างๆมาวางไว้ที่หน้าบ้านของตนเอง เพื่อรอให้หน่วยงานในพื้นที่ๆเกี่ยวข้องบรรทุกน้ำมาแจกจ่ายให้กับประชาชน แม้จะยังไม่เพียงพอและทั่วถึง แต่ประชาชนบางส่วนก็ต่างช่วยเหลือตัวเองด้วยการไปซื้อน้ำจากพ่อค่าเร่ขายน้ำ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับตนเองในเบื้องต้น   สำหรับน้ำจากบ่อระเบิดหินเก่า ในพื้นที่วนอุทยานพนมสวาย (พะ-นม-สะ-หวาย) อ.เมือง จ.สุรินทร์ ที่ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทหาร จากมลฑลทหารบกที่ 25 ทหารจากกองกำลังสุรนารี โครงการชลประทานสุรินทร์ และการประปาส่วนภูมิภาค สาขาสุรินทร์ ได้แก้ปัญหาด้วยการต่อท่อ PE ขนาดใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลาง 60 ซ.ม.เพื่อสูบน้ำจากบ่อระเบิดหินเก่า ระยะทางรวม 12 กิโลเมตร มาเติมให้กับ อ่างเก็บน้ำห้วยเสนง ในการใช้เป็นน้ำดิบผลิตน้ำประปาเลี้ยงคนเมืองสุรินทร์ จนแล้วเสร็จ ในขณะนี้พบว่ามวลน้ำบางส่วนได้เดินทางมาถึงบริเวณต้นทางของอ่างเก็บน้ำห้วยเสนง แล้ว และมวลน้ำค่อยไหลๆเดินทางไปตามคลองภายในอ่างเก็บน้ำที่คดเคี้ยว ไปยังบริเวณสถานีสูบน้ำดิบของการประปาส่วนภูมิภาคสาขาสุรินทร์แล้ว แต่ยังไหลไม่มากเท่าที่ควร เนื่องจากยังต้องเคลียร์ซากวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำต่างๆออกให้หมดก่อน ประกอบกับน้ำจากบ่อระเบิดหินเก่าที่มีอยู่จำนวน 3 บ่อ ปริมาณน้ำทั้งหมดประมาณ 3 ล้าน ลบ.ม.โดยบ่อระเบิดหินเก่า บ่อแรกน้ำได้ลดลง จึงจำเป็นต้องชะลอการสูบน้ำลง เพื่อทำการสูบน้ำจากบ่อระเบิดหินเก่า บ่อที่ 2 อีกบ่อลงมาเติมยังบ่อแรกให้มากพอ ก่อนที่จะสูบต่อจากบ่อแรกผ่านท่อลงไปยังอ่างเก็บน้ำห้วยเสนงอีกครั้ง และหากปริมาณน้ำไหลไปถึงสถานีสูบน้ำแล้ว ก็จะสามารถสูบน้ำไปผลิตน้ำประปาได้เลยแต่อาจจะยังไม่สามารถผลิตได้มากเท่าที่ควร แต่ยังดีกว่าที่ไม่มีน้ำไปผลิตน้ำประปาให้กับประชาชนเลย อย่างไรก็ตามยังคงต้องรอประเมินดูสถานการณ์ปริมาณน้ำที่ไหลเข้ามาวันต่อวัน ว่าจะมีมากแค่ไหน    ขณะที่นายศิริพันธ์ ขุ่มด้วง ปลัด จ.สุรินทร์ พร้อมด้วยนายกฤษณุ เหลืองวิบูลย์กิจ นายอำเภอเมืองสุรินทร์ และ นายไมตรี เขตตะ ผจก.การประปาส่วนภูมิภาคสาขาสุรินทร์ ได้ลงพื้นที่ไปติดตามการขุดเคลียร์เนินดิน วัชพืช และสิ่งกีดขวางทางน้ำ ในคลองภายในอ่างเก็บน้ำห้วยเสนง หลังจากมวลน้ำก้อนแรกเดินทางมาถึงในพื้นที่ต้นทางอ่างเก็บน้ำห้วยเสนงแล้วตั้งแต่เมื่อวานนี้ จนถึงวันนี้   นายกฤษณุ เหลืองวิบูลย์กิจ นาย อ.เมืองสุรินทร์ กล่าวว่า ปัญหาก็จะมีเนินดินและวัชพืชบ้างที่ขวางทางน้ำ ก็ใช้รถแบ็คโฮเคลียร์ออกอยู่ เพราะทำให้น้ำไปไม่สะดวก แต่น้ำก็เดินทางไปแล้ว แต่ปริมาณฯยังน้อยกว่าที่เราคาดไว้ ส่วนที่บ่อระเบิดหิน บ่อแรกน้ำลดลง ต้องเติมน้ำจากบ่อที่ 2 เข้ามา ซึ่งเส้นทางที่ขวางทางน้ำทุกจุดก็เคลียร์แล้ว เหลือจุดสุดท้ายภายในอ่างเก็บน้ำห้วยเสนง ซึ่งได้รถแบ็คโฮ จาก อบจ.สุรินทร์ช่วยมาขุดอีกแรง เรามองเห็นสถานีสูบอยู่อีกไม่ไกล แต่เส้นทางคลองภายในอ่างเก็บน้ำห้วยเสนงที่คดเคี้ยว ก็เลยทำให้ไกลไปอีก มีรถแบ็คโฮ อยู่ 3 -4 คันที่จะช่วยกัน ปริมาณน้ำที่ไหลมาลดลง เพราะบ่อระเบิดหินบ่อแรกลดลง จึงต้องชะลอพักรอสูบ น้ำอาจจะยังมาไม่ถึงเต็มที่ แต่มีน้ำในลำห้วยที่เข้ามา ระยะทาง 12 ก.ม.แต่ถ้าเราสูบน้ำเข้ามาเต็มที่อีก น้ำก็จะไหลเข้ามาอย่างเต็มที่ เราคาดว่าน้ำจะมาประมาณ 3 หมื่น ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) แต่ว่ามาน้อยกว่าที่คาดไว้ ซึ่งมาประมาณ 1 หมื่นต้นๆ ลบ.ม. ทำให้น้ำเดินทางไปยังหัวสูบยังน้อยอยู่   นายไมตรี เขตตะ ผจก.การประปาส่วนภูมิภาค สาขาสุรินทร์ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ประเมินหน้างาน พบว่าน้ำมาถึงบริเวณต้นทางอ่างเก็บน้ำห้วยเสนงแล้ว ซึ่งระยะทางจากต้นทางอ่างเก็บน้ำห้วยเสนง ถึงสถานีสูบน้ำดิบ ประมาณ 3 ก.ม.ตอนนี้เราได้นำจิตอาสาซึ่งเป็นทหาร เข้ามาช่วยเอาสิ่งที่ขีดขวางทางน้ำออกไป เรากำลังไล่เช็คอยู่ว่าทิศทางน้ำไหลจะเดินทางไปถึงจุดหมายที่เราคาดไว้ ก็อยากให้ถึงเร็วๆ เมื่อไปถึงเมื่อไหร่ ประปาก็พร้อมที่จะสูบไปผลิตทันที เราก็จะประเมินวันต่อวัน ส่วนจะบอกว่าน้ำจะถึงวันไหนตนไม่อยากใช้คำว่าคาดเดา แต่ถ้ามีน้ำไปถึงพอที่จะสูบได้ ตนก็จะสูบขึ้นทันที แต่หากมีปริมาณน้ำที่เยอะพอก็จะสามารถสูบให้บริการได้ทั่วถึง แต่ตนยังไม่อยากให้คำตอบ เพราะต้องประเมินทุกวัน แต่ถ้าน้ำเข้าไปถึง เราก็จะสามารถเพิ่มปริมาณการผลิตมากขึ้นกว่าที่ทำอยู่ทุกวันในขณะนี้ ถ้ามีน้ำมากขึ้นเรื่อยๆเราก็จะเพิ่มระดับการผลิตขึ้นๆไป แต่เราต้องประเมินในภาพรวมด้วยว่า ถ้าน้ำมาเท่านี้ ถ้าเราใช้เต็มที่เลยมันก็จะหมดเร็ว ตนก็จะขอประเมินเป็นช่วงๆไป ส่วนน้ำในบ่อระเบิดหินเก่า ตามที่ ผอ.โครงการชลประทานสุรินทร์ได้ประเมินปริมาณน้ำไว้ก็ประมาณ 3 ล้าน ลบ.ม. ถ้าเราได้มาทั้งหมด ก็จะใช้ผลิตน้ำประปาได้อีก 3 เดือน เพราะว่าเราใช้ผลิตประมาณเดือนละ 1 ล้าน ลบ.ม.แต่ 1 ล้าน ลบ.ม.ต้องอยู่ในนโยบายที่ประหยัด หรือว่าจะไม่ปกติจัดการปกติ แต่ต้องยังคงนโยบายประหยัด และเป็นแหล่งน้ำสุดท้ายที่อยู่ในพื้นที่ๆมองเห็น       รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/ibO69PNCQiI

 1,742
ข่าวภูมิภาค
25 ก.ค. 62

ชาวสุรินทร์ไถที่ดิน เจอวัตถุโบราณหัวพญานาค ขนลุกได้ยินเสียงคนคุยกันเป็นภาษาขอม

สุรินทร์-ชาวบ้านในหมู่บ้านละเบิก ม.7 ต.แสลงพันธ์ อ.เมือง ขุดพบวัตถุโบราณหลายชิ้นบนพื้นที่ดินภายในบ้านเลขที่ 90 บ.ละเบิก ต.แสลงพันธ์ อ.เมือง ของสองสามีภรรยาคู่หนึ่ง   โดยวัตถุที่พบทำมาจากสัมฤทธิ์หลายชิ้น ซึ่งเจ้าของบ้านได้นำมาเก็บรักษาและตั้งเครื่องบูชาไว้ในบ้าน แต่ละชิ้นอยู่ในสภาพที่หักเสียหาย ไม่สมบูรณ์นัก คาดว่าเป็นเครื่องรางของขลังโบราณ ที่ใช้สำหรับสักการะบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มีรูปร่างเป็นพญานาค 3 เศียร มีฐานตั้งชูเศียรขึ้นมา หากอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ จะมีลวดลายที่ปราณีตสวยงามอย่างมาก และไม่ทราบว่ามีอายุเท่าไหร่ แต่ชาวบ้านคาดว่ามีอายุนับร้อยปี   เจ้าของบ้าน บอกว่า ตนเองได้ซื้อที่ดินตรงนี้ จำนวน 2 ไร่ เมื่อ 3 ปีก่อน พร้อมได้สร้างบ้านไว้ แต่เข้ามาอยู่ได้ 7 เดือน วันเกิดเหตุจะไถดินที่ข้างบ้านเพื่อดันดินให้สูง จะทำคอกหมูใหม่ ในขณะที่ไถปรากฏว่าบริเวณที่พบวัตถุโบราณไถไม่เข้า เลยให้หยุด ก่อนพบวัตถุโบราณมีหัวคล้ายพญานาค และอีกหลายชิ้นรวม 15 ชิ้น ไม่รวมชิ้นเล็กที่แตกหัก ตนจึงนำมาขึ้นหิ้งไว้บูชา   โดยก่อนที่พบตนไม่ได้ฝันเห็นอะไรเลย แต่จะได้ยินเสียงคนพูดกันในเวลากลางคืนเกือบทุกคืนที่บริเวณดังกล่าว เป็นภาษาขอมโบราณ ฟังไม่ออก พอออกไปดูก็ไม่เห็นมีใคร ต่อมาเมื่อนำขึ้นมาเก็บไว้ ตนก็บอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่า อย่ามาหลอกหลอน ถ้าจะมาก็ให้เข้าฝันบอก จนกระทั่งตอนกลางคืนตนนอนฝันว่ามีฤาษีตนหนึ่งรูปร่างใหญ่ ลอยมาพร้อมถือสิ่งของคล้ายที่ขุดพบมาเข้าฝัน ตนกลัวมากร้องดังลั่นจนภรรยามาปลุกให้ตื่นและเล่าให้ฟัง   จากนั้นจึงได้ให้หมอพราหมณ์ในหมู่บ้านมาแนะนำการตั้งสิ่งของบูชา อีกทั้งยังไปปรึกษาหลวงพ่อที่วัดในหมู่บ้าน โดยท่านบอกว่าให้ทำพิธีอีกครั้งหลังออกพรรษา ในขณะที่ชาวบ้านใกล้เคียงที่ทราบข่าวต่างก็พากันมาดูและกราบไหว้ เพื่อขอโชคลาภต่อเนื่อง ซึ่งตนก็ไม่ได้ห้าม หากว่าตนอยู่บ้านหรือลูกเขยตนอยู่บ้าน เพราะเป็นความเชื่อของแต่ละคน ขออย่างเดียวอย่าไปจับสิ่งของโบราณที่ขุดพบ   ทั้งนี้บริเวณดังกล่าว ชาวบ้านบอกว่าเป็นเส้นทางเดินของคนสมัยโบราณ ที่ใช้เดินทางไปปราสาทศีขรภูมิ อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KcHZFns6Y2U

 5,507
ข่าวภูมิภาค
21 ก.ค. 62

ภัยแล้งวิกฤติ! ชาวบ้านสุรินทร์ นัดรวมตัวขุดลอกห้วยเสนง - แพร่จัดบวงสรวงพญานาคราชขอฝน

สุรินทร์ - หน้าอนุสาวรีย์พระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ประชาชนชาว จ.สุรินทร์ หลายภาคส่วนและภาคเอกชน ได้นัดรวมตัวกันทางโลกโซเชี่ยล ใช้ชื่อว่า “ชาวสุรินทร์รวมใจ กู้วิกฤติภัยแล้ง”เพื่อประกอบพิธีบวงสรวงขอพรจากพระยาสุรินทร์ภักดีฯให้ฝนตกลงมาเพื่อกอบกู้วิกฤติอ่างเก็บน้ำห้วยเสนง   (ห้วย-สะ-เหนง) ที่แห้งขอดหนักในรอบ 41 ปี ตั้งแต่มีการสร้างมาและเพื่อขอพรให้การรวมตัวกันขุดลอกอ่างเก็บน้ำของประชาชนชาว จ.สุรินทร์ จากทุกภาคส่วนในครั้งนี้ เป็นไปอย่างลุล่วงโดยไม่มีอุปสรรคใดๆ พร้อมกับตั้งโต๊ะรับบริจาคเงินเพื่อเป็นทุนในการช่วยสมทบทุนภัยแล้ง เป็นค่าน้ำมันและค่าใช้จ่ายต่างๆระหว่างดำเนินการขุดลอก    โดยไม่รองบประมาณของภาครัฐที่ล่าช้า เนื่องจากระเบียบและกฏหมายที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการดำเนินการแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที ไม่ทันการณ์ต่อการแก้ปัญหาเร่งด่วนให้กับประชาชนในขณะนี้       และที่สำคัญน้ำดิบที่ใช้ผลิตน้ำประปาหล่อเลี้ยงคนเมืองอยู่ได้อีกไม่ถึงเดือน และขณะนี้ประชาชนเริ่มขาดแคลนน้ำใช้และช่วยตัวเองในการหาน้ำมาสำรองใช้กันแล้ว เพราะการประปาส่วนภูมิภาคสาขาสุรินทร์ ได้มีมาตรกรลดแรงดันน้ำและเปิดให้บริการน้ำเป็นบางช่วงเวลา จึงทำให้น้ำไหลน้อยและไม่ไหลเลยในหลายชุมชน แม้หน่วยงานรัฐ จะนำรถบรรทุกน้ำเข้าไปช่วยเหลือ แต่ก็ยังไม่เพียงพอและทั่วถึง   โดยพิธีบวงสรวงมีพระครูปริยัติกิจธรรมรงค์ (หลวงพ่อสมหวัง) รองเจ้าคณะ จ.สุรินทร์ ได้ประพรมน้ำมนต์ให้ประชาชนที่มาร่วมพิธี ซึ่งประชาชนชาวสุรินทร์ ต่างนำจอบ,เสียม,บุ้งกี๋ และกระสอบต่างๆมาเพื่อเตรียมนำไปช่วยกันขุดลอกห้วยเสนงจำนวนมาก ก่อนที่หลวงพ่อสมหวัง จะเป็นประธานปล่อยขบวนคาราวานร่วมใจแก้วิกฤติภัยแล้ง มีทั้งรถบรรทุกน้ำจาก อบต.และเทศบาลต่างๆ รวมทั้งภาคเอกชน มาร่วมขบวนกว่า 20 คัน เพื่อบรรทุกน้ำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนที่เดือดร้อนขาดแคลนน้ำ    ก่อนที่ขบวนจะเดินทางไปถึงอ่างเก็บน้ำห้วยเสนง ต.เฉนียง(ฉะ-เหนียง) ทางด้านทิศเหนือ ติดกับบ้านโคกกระเพอ และพากันเร่งลงมือช่วยกันขุดคนละไม้คนละมือทันที ขณะที่รถแบ็คโฮ 2 คันก็ลงมือขุดไปพร้อมๆกับประชาชน    ทั้งนี้บริเวณดังกล่าวยังมีเต๊นท์กางไว้เป็นจุดประสานงานและรับบริจาคต่างๆระหว่างที่มีการขุดลอกอย่างไม่มีกำหนด   ด้าน นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน บอกว่า การที่ชาวบ้านรวมตัวกันมา ก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการช่วย มีการจัดพื้นที่ให้ขุดในตำแหน่งที่ไม่ร้อนมากนัก แต่หลังจากนี้กรมชลจะช่วยดู แต่เป็นเพราะว่าแล้ง ไม่มีฝน ก็ได้แต่หวังว่าฝนจะตก   แพร่ - ที่บริเวณสันอ่างเก็บน้ำแม่คำปอง บ.บุญแจ่ม ตำบลน้ำเลา ได้มีพิธีบรวงสรวงขอฟ้าขอฝน ตามความเชื่อของชาวบ้าน โดยมีร่างทรงปูพญา ร่างทรงพญานาคราช ที่เป็นหญิงสาวในตำบลน้ำเลา และร่างทรงนาคี เป็นหญิงสาวร่างอวบ ที่มีนิสัยสนุกร่าเริง ทำพิธีประทับทรง หลังชาวบ้านจัดเครื่องเซ่นไหว้ชุดใหญ่ ขณะประทับทรง ทรงพญานาคราช จะชูมือขึ้นเหมือนแผ่แม่เบี้ยตลอด    โดยร่างทรงกล่าวตำหนิชาวบ้าน ที่นำปลาบึก ขึ้นจากอ่างเก็บน้ำ และไม่บอกไม่กล่าว ซึ่งปลาบึกเป็น บริวาลขององค์พญานาคราชที่มาสิงสถิตย์ในตัวปลา ทำให้เบื้องบนไม่พอใจ เป็นสาเหตุของฝนแล้งน้ำฝนไม่เติมในอ่าง และผู้เฒ่าผู้แก่ได้กล่าวขอขมา ให้พญานาคราช บันดาลให้ฝนตก มีน้ำทำนา ไร่ข้าวโพดจะไม่แห้งตาย    โดยเชิญพญานาคราช รำขอฝน ขณะประกอบพิธีเข้าทรงชาวบ้านต้องนำน้ำรดร่าง พญานาคนาคี เพื่อให้ชุมชื้น จะได้ช่วยเป็นกำลังบันดาลฝนให้ตกในเร็ววัน เป็นความเชื่อ และขอโชคขอลาภ ตามแบบฉบับการทรงเจ้าเข้าผี ตามความเชื่อที่มีมานานจนฝังติดในความรู้สึก ขิงชาวบ้านชนบท เมื่อแล้งจนไม่มีน้ำ ต้องทำทุกวิถีทางดีกว่าไม่ทำอะไรเลย          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/xPOUN6n6-LU  

 945
ข่าวภูมิภาค
20 ก.ค. 62

คลิปดราม่า ผู้ว่าฯสุรินทร์ ลั่น "มากราบเท้าผม ผมจะอนุมัติ ยอม"

สุรินทร์ - เพจข่าว 'สุรินทร์นิวส์' เผยแพร่คลิป ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ นายประภัสสร์ มาลากาญจน์ กำลังพูดต่อหน้าเยาวชน มีช่วงหนึ่ง ผู้ว่าฯ บอกว่า "มากราบเท้าผม ผมถึงจะอนุมัติ ยอม"    โดยในงานผู้ว่าฯพูดหลายเรื่อง เกี่ยวกับการอนุมัติโครงการต่างๆ แต่ก็ไม่มีคลิปตั้งแต่ต้น ทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเกี่ยวกับเรื่องภัยแล้งหรือไม่ ซึ่งต้องรอการชี้แจ้งจากผู้ว่าฯ อีกครั้งหนึ่ง          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/21QK_DSn6KI

 30,335
ข่าวภูมิภาค
27 มิ.ย. 62

เสาสัญญาณไฟจราจร ล้มขวางถนนกลางเมืองสุรินทร์ เคราะห์ดีไร้เจ็บ

สุรินทร์-เกิดเหตุเสาไฟให้สัญญาณจราจร ล้มลงมาขวางถนน บริเวณสี่แยกไฟแดงตลาดน้อย ถนนหลักเมือง ภายในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ โดยไม่ทราบสาเหตุ ทำให้สัญญาณไฟจราจรเขียวแดงและป้ายดิจิตอลที่แจ้งเวลา ซึ่งติดปลายเสาไฟแดงล้มลงกระแทกพื้นถนนเสียหาย ซึ่งถนนดังกล่าวเป็นถนนหลักผ่านตัวเมืองออกไปยัง จ.ศรีสะเกษและบุรีรัมย์ ผู้คนจำนวนมากจะต่อใช้เส้นทางเส้นดังกล่าวสัญจรไปมา   โดยเสาไฟสัญญาณจราจรดังกล่าวได้ล้มขวางถนน ในช่วงที่มีรถยนต์และผู้คนสัญจรจรไปมาในถนนเส้นนี้จำนวนมาก นับว่าโชคดีที่ไม่มีรถยนต์เสียหายละผู้คนได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น    หลังเกิดเหตุทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสุรินทร์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายช่างของเทศบาลเมืองสุรินทร์ เข้ามาตรวจสอบและทำการเร่งเคลียร์เสาสัญญาณไฟจราจรที่ล้มออกจากถนน เพื่อให้การจราจรในเส้นทางดังกล่าวได้เป็นปกติ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/b4WExu_j-FE

 796
ข่าวภูมิภาค
17 มิ.ย. 62

สามียิงเมียดับปมหึงหวง สั่งเสียลูกชายเลี้ยงช้างต่อให้ดี ก่อนยิงตัวตามตาม

สุรินทร์-มีเหตุฆ่ากันตายบริเวณที่เลี้ยงช้างภายในบ้านพักในโครงการคชอาณาจักร องค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์   ที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่สำหรับจัดสรร แบ่งเป็นที่ปลูกต้นไม้ให้อาหาร  ช้าง และสร้างบ้าน ให้กับควาญช้างได้อยู่อาศัย และใช้พื้นที่สำหรับเลี้ยงช้างของโครงการ   ตรวจสอบพบนาง ลัดดา จงใจงาม อายุ 40 ปี ถูกยิงเสียชีวิต  และนายแสน จงใจงาม อายุ 42 ปี เป็นสามี ถูกยิงเข้าที่ศีรษะเช่นกัน ได้รับบาดเจ็บนอนหายใจรวยริน ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา    สอบสวนทราบว่าทั้งสองเป็นสามีภรรยากัน สาเหตุคาดว่าเป็นเรื่องเหตุหึงหวง โดยสามีระแวงว่าภรรยาจะมีกิ๊ก จึงตัดสินใจยิงภรรยาตาย จากนั้นก็ได้ใช้ปืนกระบอกเดียวกันยิงตัวเองที่ ศีรษะหวังฆ่าตัวตายตาม และไปสิ้นใจที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา      สอบถามนายสมัย สร้อยแสง พ่อของฝ่ายหญิง บอกว่า ครอบครัวของลูกเขยถือว่าเป็นครอบครัวที่มีความเป็นอยู่ที่ดีพอสมควรในครอบครัวมีช้างเลี้ยงอยู่ 4 เชือกเลี้ยงไว้หารายได้เลี้ยงครอบครัว แต่ฝ่ายชายจะมีอาการหึงหวงภรรยา แม้แต่ญาติตนเองก็หึงหวง และด่าว่าฝ่ายหญิงต่างๆนานาเป็นประจำ   ด้านลูกชายวัย  14 ปี เป็นคนที่อยู่กับพ่อแม่ตอนเกิดเหตุ กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุตนกำลังเอาอาหารให้ช้าง จู่ๆ ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นมาจากบนบ้าน 2 นัด พอตนเองวิ่งขึ้นไปบนบ้านเพื่อไปดูเหตุการณ์ ก็เห็นพ่อพูดกับตนเองว่าให้ดูแลช้างทั้ง 4 เชือกให้ดีนะ พ่อจะไม่อยู่แล้วจากนั้นพ่อก็ยิงตัวเองตายตาม  ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WP7jU9Furr8

 3,907
ข่าวภูมิภาค
11 มิ.ย. 62

พบอีก อาวุธสงครามใส่กระสอบปุ๋ย ทิ้งน้ำที่สุรินทร์ 'ศรีวราห์' สั่งคุมเข้มประชุมสุดยอดอาเซียน

สุรินทร์-ชาวบ้านแจ้งว่าพบถุงกระสอบ จำนวน 4 ถุง ทิ้งในคลองน้ำบ้านกระโงก ที่บริเวณสวนปาล์ม จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ   ตรวจสอบพบอาวุธปืน เอเค 47 จำนวน 16 กระบอก แม๊กกาซีน จำนวน 130 อัน ขวดบรรจุ น้ำมันชะโลมปืน จำนวน 18 ขวด แต่ได้ใช้ไปจนหมดทุกขวดแล้ว และกระสอบปุ๋ย ที่ใช้บรรจุอาวุธปืนสงคราม จำนวน 4 ถุง ซึ่งข้างถุงมีทั้งเขียนภาษาไทย ภาษา สปป.ลาว และภาษาอังกฤษ   จากการตรวจสอบอาวุธปืนที่ในถุงทั้งหมด พบว่าอาวุธปืนเอเค 47 ทั้ง 16 กระบอกและแม็กกาซีน 130 อัน เป็นของเก่า พานท้ายปืนเก่าพุกร่อน แตกหัก ลำกล้องสนิมขึ้นเกรอะแทบทุกกระบอก   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จะตรวจหาลายนิ้วมือแฝงของผู้ที่นำอาวุธมาทิ้ง และเดินทางลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ พร้อมทั้ง นำเครื่องสูบน้ำไปสูบน้ำออกจากคลองขนาดไม่ใหญ่มากนักที่บริเวณที่คนร้ายนำอาวุธมาทิ้ง เพื่อหาอาวุธหรือหลักฐานของคนร้ายที่คาดว่า จะหลงเหลือในคลองที่เกิดเหตุ   ส่วนอาวุธสงครามที่พบ เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นของกลุ่มคนร้าย กลุ่มเดียวกันที่นำไปทิ้งลงคลอง ที่คลองน้ำในพื้นที่ ต.โสน อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ เมื่อช่วงสี่วันที่ผ่านมา ส่วนหนองน้ำที่คนร้ายนำอาวุธมาทิ้ง เป็นเส้นทางบ้านกระโงก เชื่อมต่อกับห้วยตามอญ เข้าไปยังเขต อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ และเดินทางต่อไปยัง อ.ขุขันธ์ และช่องทางผ่านแดนถาวรช่องสะงำ ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ และช่องทางผ่านแดนทางธรรมชาติ ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ได้อีกหลายช่องทาง   ด้านพลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งกำชับให้เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลรักษาความปลอดภัยของกลุ่มผู้นำ และคณะติดตามเพิ่มอีกเท่าตัว เตรียมความพร้อมรองรับการจัดการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน หรือ อาเซียนซัมมิท ที่จะมีขึ้นในวันที่ 20-23 มิถุนายนนี้   พร้อมกับตั้งด่านตามเส้นทางต่างๆ คุมเข้มทั้งพื้นที่ชั้นในและชั้นนอก หลังมีการพบอาวุธสงครามในหลายพื้นที่ ทั้งในศรีสะเกษและสุรินทร์   อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเกี่ยวข้องกับการเมืองหรือไม่ แต่กล่าวได้เพียงว่าอาวุธสงครามที่พบ มีลักษณะคล้ายกับอาวุธที่ถูกใช้ในการชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ปี 2553 และไม่ใช่อาวุธลักษณะเดียวกับที่ใช้ในการก่อความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้แน่นอน ส่วนประเด็นค้าอาวุธสงครามก็เป็นหนึ่งในประเด็นที่ตั้งไว้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/NBTS3Oysnfo

 1,050
ข่าวภูมิภาค
10 มิ.ย. 62

เจออีก อาวุธสงคราม ใส่กระสอบปุ๋ยทิ้งน้ำ จ.สุรินทร์ คาด เชื่อมโยงกับที่พบใน จ.ศรีสะเกษ

ขอบคุณภาพ มติชนออนไลน์   คืนวันที่ 9 มิ.ย.62 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สะเดา อ.บัวเชด จ.สุรินทร์ ได้รับแจ้งจากนายเฮียง ยิ่งดี ผู้ใหญ่บ้านกระโงก ม.3 ต.สะเดา อ.บัวเชด ว่ามีชาวบ้านหาปลาแจ้งว่าพบถุงกระสอบ จำนวน 4 ถุง ทิ้งในคลองน้ำบ้านกระโงก ที่บริเวณสวนปาร์ม    จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ EOD ร้อย.ตชด.214, เจ้าหน้าที่ทหาร ชุดเฉพาะกิจที่ 2 กองร้อย รักษาความสงบ .อ.บัวเชด, ฝ่ายปกครอง อ.บัวเชด และ สภ.สะเดา เข้าตรวจสอบ ผลการปฏิบัติ ตรวจพบกระสอบบรรจุอาวุธสงคราม AK-47 จำนวน 16 กระบอก แม็กกาซีน จำนวน 129 อัน และน้ำมันทำความสะอาดปืน จำนวน 18กระปุก    ขณะนี้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จังหวัดสุรินทร์ ได้เดินทาง เข้ามาตรวจสอบอาวุธปืน สงคราม พร้อมด้วยเครื่องกระสุน เพื่อหาลายนิ้วมือแฝง ของผู้ที่นำอาวุธมาทิ้ง และเดินทางลงพื้นที่ เพื่อตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ พร้อมทั้ง นำเครื่องสูบน้ำไปสูบ น้ำออกจากคลองขนาดไม่ใหญ่มากนักที่บริเวณที่คนร้ายนำอาวุธมาทิ้ง เพื่อหาอาวุธหรือหลักฐานของคนร้ายที่คาดว่า จะหลงเหลือในคลองที่เกิดเหตุ    ส่วนอาวุธสงครามที่พบ เจ้าหน้าที่เชื่อว่า เป็นของกลุ่มคนร้าย กลุ่มเดียวกันที่นำไปทิ้งลงคลอง ที่คลองน้ำ ในพื้นที่ ตำบลโสน อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ เมื่อช่วง 4 วันที่ผ่านมา ส่วนหนองน้ำที่คนร้ายนำอาวุธมาทิ้ง เป็นเส้นทางบ้านกระโงก เชื่อมต่อกับห้วยตามอญ เข้าไปยัง เขต อำเภอ ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ และเดินทางต่อไปยัง อ.ขุขันธ์ และช่องทางผ่านแดนถาวรช่องสะงำ ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ และช่องทางผ่านแดนทางธรรมชาติ ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ได้อีกหลายช่องทาง  

 2,446
ข่าวดีประเทศไทย
21 พ.ค. 62

เรื่องเล่าเช้านี้ ส่งมอบเครื่องมือแพทย์จากเงินจากการขายเสื้อ แก่ รพ.สังขะ จ.สุรินทร์

โครงการเรื่องเล่าเช้านี้เพื่อเครื่องมือแพทย์ในภูมิภาค ที่ดำเนินการต่อเนื่องมา 7 ปี นับตั้งแต่ปี 2555 จากเงินทำบุญของแฟนข่าวที่ร่วมซื้อเสื้อเรื่องเล่าเช้านี้ รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายได้มอบให้มูลนิธิครอบครัวข่าวประมาณ 4.4 ล้านบาท นำไปจัดซื้อเครื่องมือแพทย์เพื่อมอบให้โรงพยาบาล 18 แห่งทั่วประเทศ   โดยล่าสุดทางตัวแทนมูลนิธิครอบครัวข่าวได้ส่งมอบ เครื่องอัลตร้าซาวน์แบบเคลื่อนที่ ไปมอบให้กับโรงพยาบาลสังขะ จ.สุรินทร์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางการรักษา โดยทางโรงพยาบาลได้ฝากขอบคุณแฟนข่าวทุกท่านที่ได้ร่วมทำบุญมา ณ โอกาสนี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Ss-UxmAnT6E

 2,471

Top