ค้นหา :

ผลการค้นหา "นายกรัฐมนตรี"

สังคม
27 ม.ค. 63

ยอดผู้เสียชีวิต ‘โคโรนา’ เพิ่ม – จีนไม่ให้เครื่องบินจอดรับคนไทย - คนร้ายไม่รับสารภาพชนเพื่อนบ้าน

ยอดผู้เสียชีวิตจาก ‘ไวรัสโคโรนา’ ใน 24 ชม. ที่ผ่านมาเพิ่มอีก 24 ราย คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีน เผยตัวเลขล่าสุดของผู้ติดเชื้อ ‘ไวรัสโคโรนา’ อยู่ที่ 2,744 คน เป็นผู้ป่วยขั้นวิกฤต 461 คน ในช่วง 24 ชาวโมงที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 24 คน ในมณฑลหูเป่ย ส่งผลยอดรวมผู้เสียชีวิต 80 คน และยังต้องเฝ้าระวังอีก 5,794 คน   จีนไม่อนุญาตให้เครื่องบินจอดรับคนไทยกลับประเทศ นายกรัฐมนตรีระบุ จีนยังไม่อนุญาตให้นำเครื่องบินไปลงจอดรับคนไทยกลับประเทศ ย้ำ ยังรับมือได้ และยังไม่มีคนไทบแจ้งสถานทูตว่าต้องการกลับบ้าน ด้านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข สั่งเตรียมทีมแพทย์ดูแลการอพยพคนไทยในอู่ฮั่น ทันทีที่นายกอนุมัติ ที่สนามบินนานาชาติจังหวัดกระบี่ตรวจเข้มผู้โดยสารกว่าชาวจีน 800 คน บินตรงจาก 16 เมืองของจีน ยังไม่พบผู้ติดเชื้อ   ผู้ต้องหาไม่รับสารภาพ หลังชนเพื่อนบ้านเสียชีวิต ภรรยาและลูก นำนายไพบูลย์ ส่างสาร เข้ามอบตัวที่สภ.เมืองพระนครศรีอยุธยา หลังตกเป็นผู้ต้องหาขับรถชนนายช่างโยธาเพื่อนบ้านเสียชีวิต เจ้าตัวยังไม่รับสารภาพ ตำรวจคัดค้านการประกันตัว และเตรียมฝากขังศาลในวันพรุ่งนี้   รับชมผ่านทางยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/CcRQi-jevUI

 2,801
การเมือง
25 ม.ค. 63

อาฟเตอร์ช็อก! ‘บิ๊กตู่’ ประกาศเตือน ‘บิ๊กโจ๊ก’ อย่าประพฤติชั่วร้ายแรง ขู่ลงโทษวินัย

เมื่อวันที่ 24 ม.ค. คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 1/2563 เรื่อง ให้ข้าราชการรักษาจรรยาและวินัยข้าราชการ ตามที่ได้มีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 2/2562 ลงวันที่ 9 เมษายน พ.ศ.2562 สั่งให้พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ขาดจากการเป็นข้าราชการตำรวจ และให้โอนไปเป็นข้าราชการพลเรือนเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในกรอบอัตรากำลังชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษในสำนักนายกรัฐมนตรี ตามมาตรการแก้ไขปัญหาเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ระหว่างถูกตรวจสอบซึ่งเป็นตำแหน่งที่ได้รับเฉพาะเงินเดือน โดยไม่ได้รับเงินประจำตำแหน่งและสิทธิประโยชน์ประจำตำแหน่งนั้น เพื่อให้พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล รักษาจรรยาและวินัยข้าราชการ และเพื่อให้การปฏิบัติงานของข้าราชการดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง อาศัยอำนาจตามข้อ 1 (ค) ของบัญชี ห้าท้ายคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 9/2562 ลงวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ.2562 มาตรา 87 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 และหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1011/ว 12 ลงวันที่ 21 สิงหาคม 2556   นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้งจึงเห็นสมควรกำชับให้พลตำรวจโทสุรเชษฐ์ หักพาล รักษาจรรยาและวินัยข้าราชการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเหตุ ดังต่อไปนี้   1. ไม่กระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ไม่ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยทุจริต ไม่รายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา ไม่ปฏิบัติราชการอันเป็นการกระทำการข้ามผู้บังคับบัญชาเหนือตน ไม่อาศัยตำแหน่งหน้าที่ราชการของตนหาประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่น ไม่ประมาทเลินเล่อในหน้าที่ราชการ ไม่ละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการ ไม่กระทำการอันเป็นการกลั่นแกล้ง กดขี่ ข่มเหงกันในการปฏิบัติราชการ ไม่ดูหมิ่น เหยียดหยามประชาชน   2. ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎระเบียบของทางราชการ ด้วยความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ อุทิศเวลาของตนให้แก่ราชการ รักษาความลับของทางราชการ มีความสุภาพเรียบร้อย รักษาความสามัคคี ช่วยเหลือการปฏิบัติราชการระหว่างข้าราชการด้วยกันและผู้ร่วมปฏิบัติราชการ ทั้งนี้ ให้ข้าราชการดังกล่าวปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ แต่ให้งดการมอบหมายงานพิเศษและสำคัญ และหากมีกรณีไม่รักษาจรรยาและวินัยข้าราชการให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการทางวินัยต่อไป ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ลงวันที่ 24 ม.ค.2563 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา   อย่างไรก็ตาม น่าสังเกตว่าคำสั่งดังกล่าวออกมาหลังจากมีคำสั่งย้าย พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร.     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rdG1FeaJItg

 1,138
การเมือง
25 ม.ค. 63

‘บิ๊กตู่’ เซ็นเด้ง 2 บิ๊ก ‘ชัยวัฒน์ - วิระชัย’ เหตุทำเสียภาพลักษณ์ราชการ ด้าน ‘บิ๊กแป๊ะ’ เผยปม “ทำเพื่อความเหมาะสมเท่านั้น”

เมื่อวานนี้ มีคำสั่งโยกย้าย 2 นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ระดับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ 2 นายคือ พลตำรวจเอกชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยขาดจากการปฏิบัติหน้าที่ทางตำแหน่งเดิม และพลตำรวจเอกวิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ย้ายไปปฏิบัติราชการที่สำนักงานนายกรัฐมนตรี   โดยในกรณีของพลตำรวจเอกวิระชัย ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รายงานว่า มีพฤติการณ์และการกระทำที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ กระทบต่อภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และภาพลักษณ์ของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นเหตุให้ราชการเสียหาย ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว   พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 22/2563 เรื่องให้ข้าราชการมาปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ความว่า ด้วยสำนักงานตำรวจแห่งชาติรายงานว่า พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีพฤติการณ์และการกระทำ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ในการอำนวยการยุติธรรมกระทบต่อภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และการปฏิบัติราชการของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นเหตุให้ราชการเสียหาย สํานักงานตํารวจแห่งชาติได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามคำสั่ง สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ที่ 24/2563 ลงวันที่ 21 ม.ค. 2563 แล้ว เพื่อประโยชน์แก่การตรวจสอบเรื่องดังกล่าวและเรื่องอื่น ๆ ในมูลกรณี ที่ประชาชนร้องเรียนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติอยู่ระหว่างการตรวจสอบให้เป็นไปอย่างโปร่งใสมีความน่าเชื่อถือ และเพื่อให้เป็นที่ยอมรับแก่ประชาชนและผู้ร้องเรียน สมควรพิจารณาสั่งการให้ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา ไปปฏิบัติราชการนอกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11(4) แห่งพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 จึงมีคำสั่งให้พล.ต.อ.วิระชัย มาปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรีโดยไม่ขาดจากอัตราเงินเดือนทางสังกัดเดิม และได้รับเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง เงินเพิ่มพิเศษ และสิทธิประโยชน์อื่นใดไม่ต่ำกว่าที่ผู้อื่นได้รับอยู่เดิม โดยเบิกจ่ายจากสังกัดเดิมทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประการอื่น สั่ง ณ วันที่ 23 ม.ค.2563 ลงนามโดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา   ด้านพลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยอมรับเสนอให้มีการโยกย้ายพลตำรวจเอกวิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไปปฎิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี เนื่องจากประเด็นการปล่อยคลิปเสียงสนทนาระหว่างตนเองกับพลตำรวจเอกวิระชัย ปมปัญหาการยิงรถพลตำรวจโทสุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นปัญหาต่อเอกภาพขององค์กร โดยได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และมีมติเสนอโยกย้ายพลตำรวจเอกวิระชัย ไปยังสำนักนายกรัฐมนตรี เนื่องจาก เป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ถ้าอยู่เกรงจะเป็นอุปสรรคปัญหา ส่วนกรณีการมีคำสั่งให้ พลตำรวจเอกชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2563 ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวเพียงสั้น ๆ ว่า เพื่อความเหมาะสมเท่านั้น     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/OV6Z3bGVcf0

 6,949
การเมือง
24 ม.ค. 63

บิ๊กตู่เครียดปัญหาเสียบบัตรแทนทำงบประมาณล่าช้า ยันไม่ออกพรก.กู้เงิน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมของรัฐบาลในการรับมือหาก พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณปี 2563 เกิดความล่าช้า โดยยืนยันว่าได้หารือข้อกฎหมายกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีแล้ว แต่ครั้งนี้ก็ต้องดูว่าปัญหาเกิดที่ไหน จะแก้ไขอย่างไร โดยเฉพาะรัฐบาลที่จะต้องติดตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น สิ่งที่น่าจะถามก็คือรัฐบาลจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร ต้องไปคุยกับกระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ เพราะตอนนี้มีการยื่นให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้ว ก็ต้องหารือว่าจะแก้ไขในส่วนของการบริหารราชการแผ่นดินได้อย่างไร    สำหรับงบประมาณในส่วนของบุคลาการ ไม่มีปัญหา จะมีก็เฉพาะงบประมาณที่เป็นงบฯลงทุนกว่าหลายแสนล้านบาท ที่หากนำมาใช้ไม่ได้ก็จะทำให้เศรษฐกิจไม่ดีขึ้น ก็ต้องหามาตรการอื่นมาเสริม เพราะถ้าไม่มีเงินลงไปก็จะเดือดร้อนกันทั้งหมด ยืนยันว่ารัฐบาลเคารพในกติกา และกฎหมายที่มีอยู่ทั้งหมด ก็อยากให้ทุกฝ่ายช่วยกันติดตามเรื่องนี้ต่อไป    ส่วนงบประมาณจะล่าช้ามากน้อยแค่ไหน พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่า ขึ้นอยู่กับระยะเวลาการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งปกติใช้เวลานานพอสมควร และหากงบประมาณล่าช้าไปถึง 3 เดือน จะเร่งรัดใช้จ่ายงบประมาณทันหรือไม่ ในเวลาที่เหลืออยู่ โดยยืนยันจะไม่ ออก พ.ร.ก.กู้เงิน เพื่อใช้ในการลงทุน เพราะยังไม่สมควรนำมาใช้ ในเวลานี้ ซึ่งต้องให้กระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณไปทำแผน ว่าจะทำอย่างไรหากเกิดความล่าช้า จะใช้จ่ายงบประมาณที่เบิกใช้ไปพลางก่อน ที่เหลืออยู่อย่างไร    ยอมรับว่าเป็นห่วงปัญหาเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ขณะนี้ ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากความขัดแย้งที่เป็นปัญหาส่วนตัวของสมาชิก พรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทย พล.อ.ประยุทธ์ บอกว่า ไม่รู้ การที่คนในรัฐบาลมาฟ้องร้องขุดคุยกันเอง จะกระทบกับเสถียรภาพของรัฐบาลหรือไม่ ให้ไปถามคนที่ร้องเอง ไม่ต้องมาถาม เพราะว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ไม่ว่าจะฝ่ายไหนก็ตามการเสียบบัตรแทนกัน ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำ ถ้ารู้ว่าผิดกติกาของสภาผู้แทนราษฎร

 197
การเมือง
21 ม.ค. 63

ดราม่าความสวย! 'ปารีณา' แซะ 'ชยิกา' กลับ หลังจวกนายกกรณีพูดเรื่อง 'สวยต้องมีสมอง'

เมื่อวานนี้ (20 ม.ค. 63) พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมตรี พร้อมคณะรัฐมนตรี เดินทางลงพื้นตรวจราชการที่จังหวัดนราธิวาส ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ หรือ ครม.สัญจร ที่จังหวัดนราธิวาส ได้พบกับประชาชนในพื้นที่หลากหลายกลุ่มทั้งชาวไทยเชื้อสายจีน ที่ศาลเจ้าแม่โต๊ะโมะ เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส    นายกรัฐมนตรีกล่าวตอนหนึ่งระหว่างการพบปะประชาชนที่อำเภอสุไหงโก-ลก ว่า การพัฒนาฝีมือแรงงานถือเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนต้องรู้จักปรับปรุงตัวเองให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงและความต้องการของตลาดแรงงาน เพื่อที่จบออกมาแล้วจะได้มีงานทำ เด็กนักศึกษาที่จบใหม่ต้องเรียนรู้เรื่องพวกนี้ จะใช้กำลังกายอย่างเดียวไม่ได้ เพราะบางคนสนใจแต่เรื่องความสวยงามกันเยอะ แต่สวยงามต้องมีสติปัญญา มีสมองไปสมัครงานถามอะไรต้องตอบได้ไม่ใช่ยิ้มนั่งสวยอย่างเดียวถ้าเป็นอย่างนี้ไม่มีใครรับทำงาน ต้องสวยและมีสมอง แต่ส่วนใหญ่คนไม่สวยกลับมีสมองเยอะ แต่คนสวยที่มีสมองก็มีและที่นั่งอยู่ในหอประชุมนี้ก็เป็นคนสวยที่มีสมองทุกคน ที่พูดแบบนี้เพื่อต้องการให้เห็นภาพไม่ได้เจาะจงว่าใครเดี๋ยวจะหาว่าไปละเมิดสิทธิมนุษยชน   ต่อมา น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติ และเป็นหลานสาวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ โพสต์ทวิตเตอร์ถึงประเด็นนี้ ระบุว่า "ดิฉันคิดว่านายกฯมีเรื่องเร่งด่วนที่เป็นปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมากมายที่ต้องแก้ไข การที่นายกฯ วิพากษ์เรื่องความสวยกับสมองของเพศหญิงอาจดูแล้วไม่เหมาะเพราะดิฉันเป็นห่วงว่าหลายคนจะมองได้ว่านอกจากนายกฯ จะมองประชาชนไม่เท่ากันแล้ว ยังมองเพศแม่ไม่เท่าเทียมกับเพศชายอีกด้วย"    ล่าสุด น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ได้โพสต์ภาพ น.ส.ชยิกา พร้อมข้อความระบุว่า "#ไม่สวยไม่ต้องเดือดร้อน เอาอีกแล้วนะชยิกา พลเอก ประยุทธ์ ไม่ได้ว่าเธอ ไม่ได้ว่าใคร และถ้าคนที่จะเดือดร้อน เรื่องคนสวยส่วนใหญ่ไม่มีสมอง ก็ต้องเป็น ปา..รี..ณา.. ไม่ใช่ ชยิกา เอาเวลาห่วงสวย ลดความอ้วน ไปติดต่อน้าปูมารับโทษคดีโกงบ้านโกงเมือง ส่วนปารีณา มี ภ.บ.ท.5 บุกรุกป่า ถ้าผิดจริง ยินดีติดคุก ไม่หนีไปเสวยสุข ทิ้งหนี้ให้ประชาชนแบบน้าปูแน่นอนค่ะ #แพนด้า #โอ่งใส่น้ำ" กลายเป็นประเด็นดราม่าเล็กๆ ขึ้นมาในทันที    รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/SLixCX3C7ME

 1,916
การเมือง
18 ม.ค. 63

'บิ๊กตู่' สั่งห้ามใช้ชื่อ-สกุล ตั้งชื่อสะพาน ชี้คุณงามความดีเท่านั้นที่ทำให้ผู้คนจดจำ

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมสภาทหารผ่านศึก ครั้งที่ 1/2563 ซึ่งก่อนเข้าร่วมการประชุม    ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่า รู้สึกอย่างไร ต่อกรณีที่นายสายัณห์ ยุติธรรม ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ เสนอต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฏร ว่า ควรสะพานจากอำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช ไปอำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อแก้ปัญหาการจราจร โดยใช้ชื่อสะพาน "จันทร์โอชา" นามสกุลนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกรัฐมนตรี มีสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะระบุสั้นๆว่า "ไม่รู้สึกอะไรทั้งสิ้น"   เมื่อผู้สื่อข่าว ถามย้ำว่า นายกรัฐมนตรีควรจะชี้แจงให้ชัดเจน เพราะมีคนเข้าใจผิดและไปเผยแพร่จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังไม่ได้พูดคุยกับนายสายัณห์ ที่เป็นคนเสนอให้ตั้งชื่อสะพานจันทร์โอชา แต่เรื่องนี้ได้ชี้แจงไปหมดแล้ว    นายกรัฐมนตรี ยืนยัน ไม่เคยให้ใครเอาชื่อ-นามสกุลของวงศ์ตระกูล ไปตั้ง จะไปเกี่ยวอะไรกับคนอื่น ทั้งนี้มองว่าคนเสนออาจจะหวังดี แต่มันก็ไม่ใช่เรื่อง เพราะตั้งแต่เป็น ผบ.ทบ. ก็ไม่เคยให้ใครเอาชื่อไปตั้ง อีกอย่างเงินที่จะไปสร้างก็ไม่ใช่เงินของตนเอง แต่เป็นเงินที่มาจากภาษีของประชาชน จะเอามาตั้งให้ตนทำไม ซึ่งคิดว่าคนเราถ้าจะระลึกถึงควรระลึกถึงในเรื่องคุณงามความดีที่ทำมากกว่า ไม่ต้องไปตั้งชื่อ ทุกอย่างอยู่ที่คุณความดี ซึ่งก็แล้วแต่คนจะรักจะชอบเราอย่างไร ก็เป็นเรื่องของวันข้างหน้า ไม่เกี่ยวกับชื่อเสียง อย่าทำให้มันเป็นเรื่องมากนักเลย   ขณะที่ นายสายัณห์ ยุติธรรม ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ บอกว่า สิ่งที่ได้เสนอ เป็นเพียงไอเดียส่วนตัว เพื่อจุดประเด็นให้คนสนใจว่าควรก่อสร้างสะพานดังกล่าวแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ยืนยันไม่เกี่ยวข้องกับนายกรัฐมนตรี หรือ มีการส่งสัญญาณจากรัฐบาล    สายัณห์ ระบุว่าชื่อ 'สะพานจันทร์โอชา' นั้น เป็นเพียงการยกตัวอย่าง ซึ่งในอดีตก็เคยมีอดีตนายกรัฐมนตรีอย่างน้อย 2 คน คือ นายพจน์ สารสิน ก็สร้างสะพานสารสิน จากพังงาไปภูเก็ต และ อดีตนายกฯ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ก็สร้างสะพานติณสูลานนท์ จึงอยากถามว่า “มันจะผิดตรงไหน” ที่จะสร้างสะพานเพื่อเป็นเกียรติประวัติให้กับคนทำความดี แต่ประเด็นที่ต้องการสื่อสาร ไม่ใช่แค่เรื่องชื่อ เพราะสุดท้ายจะเป็นชื่อใดก็ได้ แต่สาระสำคัญ คือ การมีสะพานเพื่อแก้ปัญหาให้คนในพื้นที่   นายสายัณห์ บอกว่า โครงการดังกล่าว ยังเป็นเพียงข้อเสนอ ซึ่งกราฟฟิกที่ได้นำมาเปิด เป็นของเอกชนที่จัดทำไว้ ว่ารูปแบบจะเป็นอย่างไร ยืนยันตนเอง จะผลักดันเรื่องนี้ให้สำเร็จ ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ โดยสัปดาห์หน้าจะยื่นญัตติขอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการก่อสร้างดังกล่าว เพื่อดึงทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งสภาวิศวกร - ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิศาสตร์ - ประวัติศาสตร์ และนักการเมือง มาพิจารณาเรื่องนี้ ก่อนที่สภาจะเสนอรัฐบาล จากการศึกษาข้อมูลในทุกด้าน สมควรจะก่อสร้างหรือไม่       รับชมผ่านยูทูบได้ที่ https://youtu.be/dKW9MBULsOQ

 5,693
สังคม
18 ม.ค. 63

'บิ๊กตู่' ยันไม่ทิ้งประชาชน เร่งแก้ปัญหาภัยแล้ง ปัดห้ามเกษตรกรทำนา

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พูดในรายการ Government Weekly ช่วง PM Talk ทางเฟซบุ๊กเพจไทยคู่ฟ้า ถึงเรื่องปัญหาภัยแล้ง   โดย นายกฯ บอกว่า พูดคุยกับตัวแทนเกษตรกรจาก จ.ชัยนาท จ.สุพรรณบุรี และเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เพื่อรับฟังปัญหาการประกอบอาชีพ การบริหารจัดการน้ำในช่วงที่เกิดปัญหาภัยแล้ง    ช่วงหนึ่งนายกฯ บอกว่า ปัญหาภัยแล้งเกิดขึ้นทุกปี ตั้งแต่รัฐบาลเข้ามาปี 2557-2562 ภายรวมภัยแล้งปีนี้ ถือว่าลดลง แต่ในปีนี้สถานการณ์หนักหน่วง เนื่องจากน้ำต้นทุนน้อยลง ไม่สามารถกักเก็บน้ำได้ รวมทั้งมีความเสี่ยงในด้านอุปโภค บริโภค น้ำในการเกษตร น้ำในภาคอุตสาหกรรม และน้ำเค็มที่รุกเข้ามา   นายกฯ ชี้แจงว่า ไม่ได้ห้ามเกษตรกรทำนาตามที่มีข่าวออกมา ขณะนี้มีศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจแก้ภัยแล้ง ซึ่งจะมีขั้นตอนการดำเนินการ ติดตามวิเคราะห์ ควบคุมสั่งการ และอำนวยการแก้ไขปัญหา จนกว่าจะผ่านพ้นวิกฤต   นายกฯ บอกว่า อดทนกับผมหน่อย ผมพยายามทำ ทำเพื่ออนาคต นี้คือแผนที่ยั่งยืน และรัฐบาลจะไม่ทิ้งประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกร     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/8H4cgmQHdo0

 3,459
สรุปข่าว
17 ม.ค. 63

รอบวันทันข่าว 17 ม.ค. 63 - นายกฯ ปัดเอี่ยว “สะพานจันทร์โอชา” - สทนช.ลงพื้นที่ช่วยเหลือภัยแล้ง

นายกฯ แจงชัดไม่ให้ใช้ชื่อ “สะพานจันทร์โอชา” พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมสภาทหารผ่านศึก ครั้งที่ 1/2563 ซึ่งก่อนเข้าร่วมการประชุม ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่า รู้สึกอย่างไร ต่อกรณีที่นายสายัณห์ ยุติธรรม ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ เสนอต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฏร ว่า ควรสะพานจากอำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช ไปอำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อแก้ปัญหาการจราจร โดยใช้ชื่อสะพาน "จันทร์โอชา" นามสกุลนายกรัฐมนตรี  ซึ่งนายกรัฐมนตรี มีสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะระบุสั้นๆว่า "ไม่รู้สึกอะไรทั้งสิ้น"       สทนช.ลงพื้นที่เพื่อหาแหล่งน้ำเพิ่มช่วยเหลือภัยแล้ง นายประดับ กลัดเข็มเพชร รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) พร้อมคณะและสื่อมวลชล ลงพื้นที่อ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา ต.แก่งดินสอ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี โดยมี นายวิเชียร เหลืองอ่อน ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานฤบดินทรจินดา บรรยาสรุปถึงการบริหารจัดการน้ำ ว่า อ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา มีความจุ 295 ล้าน ลบ.ม. ในช่วงฤดูฝนทำหน้าที่เก็บกักน้ำเพื่อบรรเทาอุทกภัย ฤดูแล้งตั้งแต่ปี 2560 จนถึงปัจจุบัน สามารถระบายน้ำเพื่อรักษาระบบนิเวศ เพื่อการเกษตรและการอุปโภคบริโภคใน    มีแผนการระบายน้ำในฤดูแล้ง ปี 62/63 ตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน 2562 ถึงเมษายน 2563 ระยะเวลา 6 เดือน แผนระบายน้ำอยู่ที่ 217 ล้าน ลบ.ม. เพื่อควบคุมความเค็มในแม่น้ำปราจีนบุรีบริเวณ ขณะนี้ได้ระบายน้ำไปแล้ว 68 ล้าน ลบ.ม. เป็นผลทำให้ความเค็มในแม่น้ำปราจีนบุรีบรรเทาลง โดยมีเป้าในการควบคุมความเค็มบริเวณอำเภอเมืองปราจีนบุรี ไม่ให้เกิน 1 กรัมต่อลิตร ภายในวันที่ 30 เมษายนนี้       นิทรรศการ "ปทุมนิวาสราชพิธิภัณฑ์" ที่ ไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เขตปทุมวัน เปิดนิทรรศการ "ปทุมนิวาสราชพิธิภัณฑ์" ซึ่งจัดขึ้เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณ ของสมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า และเผยแพร่ "พิพิธภัณฑ์สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า" ที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดตั้งขึ้น ณ พระตำหนักใหญ่วังสระปทุม เมื่อปี 2551   ในนิทรรศการแบ่งเนื้อหาเป็น 4 ภาค ได้แก่ "บรมอัยยิกาพงศานุประวัติ" ซึ่งจัดแสดงพระราชประวัติ  "ไพรัชวิวิธทัศนประสิทธิ" จัดแสดงพระราชกรณียกิจด้านศิลปวัฒนธรรม เช่น การเย็บปักถักกรอง ศิลปะขั้นสูงของราชสำนัก  "ราชกรณียกิจวรประกาศ" จัดแสดงพระราชกรณียกิจสำคัญ ด้านการสาธารณสุข การแพทย์ การศึกษาวัฒนธรรม และมนุษยศาสตร์ ซึ่งเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติและปวงชนชาวไทย  และ "ปทุมนิวาสราชพิพิธภัณฑ์" จัดแสดงความเป็นมาของพิพิธภัณฑ์สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ซึ่งใช้พระตำหนักใหญ่วังสระปทุม อายุกว่า 100 ปี เป็นสถานที่จัดแสดง   นอกจากนี้ในงานยังมีการจัดแสดงเอกสารจดหมายเหตุและสิ่งของส่วนพระองค์ เช่น ฉากผ้าปักอายุกว่า 100 ปี และสมุดรูปเล่าเรื่องสยาม (จำลอง) รวมทั้งมีการสาธิตทำอาหารและงานฝีมือไทย โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากโรงเรียนช่างฝีมือในวัง (หญิง) ด้วย  ผู้สนใจสามารถเข้าชมได้ไปจนถึงวันที่ 26 มกราคม 2563     ผวจ.เชิญชาวพุทธร่วมงาน 150 ชาตกาล พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต โดยในวันที่ 20 ม.ค.2563 มีพิธีทำบุญตักบาตรเริ่มจากแยกหอนาฬิกาไปตามถนนสุขเกษมจนเกือบถึงสี่แยกตลาดสดเทศบาลนครสกลนคร เวลา 09.30 น.ประกอบพิธีเปิดงาน 150 ปี ชาตกาลหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต และมีพิธีบวงสรวงและเททองหล่อพระพุทธรูปหลวงพ่อพระใหญ่ ที่วัดป่าสุทธาวาส ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร โดยมีการทอดผ้าป่าสมทบจัดซื้อที่ดินโรงเรียนพระปริยัติธรรม วัดป่าสุทธาวาส โดยมีพระสงฆ์ประกอบพิธี จากนั้นจะเดินทางไปที่ วัดป่ากลางโนนภู่ ต.ไร่ อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร เพื่อประกอบพิธีบรรจุพระบรมสารีริธาตุบรรจุอัฐิธาตุ พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต

 846
การเมือง
17 ม.ค. 63

'บิ๊กตู่' ยืนยันไม่ยุบสภาฯ ฝากครูสอนประชาธิปไตยเด็ก

นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ปฏิเสธข่าวยุบสภา กรณีโฆษกพรรคเพื่อไทย นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ออกมาระบุ  รัฐบาลเตรียมจะยุบสภา หนีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แทนการปรับ ครม. โดยนายกฯ บอกว่า  “ไม่มี ไม่มียุบ เยิบ อะไรทั้งนั้น ใครไปพูดหล่ะ”    ด้านรองนายกรัฐมนตรี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ยืนยัน ไม่มีการยุบสภา  ย้อนถามกลับว่า ใครเป็นคนคิดเรื่องนี้ ใครเป็นคนปล่อย คนที่พูดไม่มีอำนาจในการยุบสภาอยู่แล้ว ยุบสภาต้องท่านนายกฯคนเดียว พร้อมย้ำว่า รัฐบาลมีความพร้อมในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งก็ชี้แจงการทำงานตามข้อกฏหมายและยึดหลักการทำงานด้วยความโปร่งใส   ขณะที่วันครู นายกฯ เดินทางไปเป็นประธานพิธี ช่วงหนึ่งนายกฯบอกว่า เป็นครูต้องไม่ลืมที่จะถ่ายทอดความรู้เรื่องประชาธิปไตยให้แก่เด็กด้วย ประชาธิปไตยที่แท้จริงต้องไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/d25sYg-JX4A

 1,479
ต่างประเทศ
17 ม.ค. 63

สภาฯ รัสเซียรับรอง 'มิคาอิล มิชูสติน' เป็นนายกคนใหม่

หลังจากที่นายดีมิทรี เมดเวเดฟ (Dmitry Medvedev) นายกรัฐมนตรีรัสเซีย ประกาศว่าคณะรัฐบาลของเขาลาออกยกคณะ เมื่อวานนี้ (16 ม.ค.) รัสเซียก็ได้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ คือ นายมิคาอิล มิชูสติน (Mikhail Mishustin) และนักวิเคราะห์มองว่าการกระทำดังกล่าวนี้ เป็นแผนของวลาดิเมียร์ ปูติน ที่ต้องการจะรักษาอำนาจต่อไป   สภาผู้แทนราษฎรรัสเซียรองรับนายมิคาอิล มิชูสติน วัย 53 ปี เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของรัสเซีย หลังจากที่นายดีมิทรี เมดเวเดฟ พร้อมทั้งคณะรัฐมนตรียื่นหนังสือลาออกเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (15 ม.ค.) สำหรับนายมิชูสตินไม่ได้สังกัดพรรคไหน ตามรายงานระบุว่าประธานาธิบดีปูตินได้ทาบทามเขาให้มานั่งเก้าอี้นายกฯ ในวันเดียวกันกับที่นายเมดเวเดฟลาออก   ตำแหน่งเก่าของนายมิสชูตินคือ หัวหน้าหน่วยงานสรรพากร ทำหน้าที่เก็บภาษีมา 10 ปี ซึ่งการที่เขาไม่ได้มีประสบการณ์ทางการเมืองมาก่อน ทำให้นักวิเคราะห์มองว่าเขาจะทำตามคำสั่งของผู้นำรัสเซียอย่างใกล้ชิด และการเลือกคนที่จะทำตามคำสั่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในช่วงเปลี่ยนผ่านปฏิรูปรัฐธรรมนูญ ซึ่งทางปูตินได้วางแผนเอาไว้ โดยแผนที่วางไว้ยังไม่ค่อยชัดเจนนัก แต่นักวิเคราะห์มองว่าปูตินมีเป้าหมายเพื่อควบคุมอำนาจและบริหารประเทศต่อไปหลังจากหมดวาระในปี 2024    อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีปูตินกล่าวกับคณะร่างรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปนี้ว่า ต้องการให้รัฐสภาแข็งแกร่งขึ้นและส่งเสริมประชาธิปไตย สำหรับตัวของปูติน เป็นประธานาธิบดีมาแล้ว 2 รอบ รอบแรก 2 เทอมติด 8 ปี รอบ 2 อยู่มา 7 ปีแล้ว ครองสถิติผู้นำรัสเซียที่อยู่ในตำแหน่งนานเป็นอันดับ 2 รองจากโจเซฟ สตาลิน ที่อยู่ในตำแหน่งถึง 29 ปี โดยตามกฎหมาย ปูตินต้องลงจากตำแหน่งในปี 2024   นักวิเคราะห์การเมืองรัสเซียให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอพีว่า นี่เป็นก้าวแรกของการรักษาอำนาจหลังหมดวาระของปูติน เขาเข้าใจว่าประชาชนอาจจะเบื่อถ้ายังอยู่ในตำแหน่งต่อ เขาจึงใช้วิธีแก้รัฐธรรมนูญแก้รากฐานการสืบต่ออำนาจแทน    ส่วนการที่นายเมดเวเดฟลาออกจากตำแหน่งนายกฯ เจ้าตัวอ้างว่าจำเป็นต้องทำเพื่อให้เป็นไปตามวิสัยทัศน์การปฏิรูป แต่นักวิเคราะห์มองว่า การที่ปูตินให้นายเมดเวเดฟย้ายไปเป็นประธานสภาความมั่นคงรัสเซียก็เท่ากับว่ายังให้อดีตนายกคนนี้อยู่ใกล้ตัวทำงานใกล้ชิดต่อไป

 1,797
สรุปข่าว
17 ม.ค. 63

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 17 ม.ค.63 - พบศพที่ 2 เหยื่อ 'ไอซ์หีบเหล็ก' - ประชุม กมธ.ปปช.เดือดอีก - เปิดศึก 3 ตระกูล ชิง 'เทสโก้ โลตัส'

- เจออีกศพ ตำรวจค้นบ้าน 'ไอซ์หีบเหล็ก' หลังพบศพน้องกุ๊กกิ๊กถูกฆ่าซุกหีบ ฝังดิน ในบ้าน พบศพปริศนาถูกประตูเหล็กทับถ่วงน้ำไว้ในบ่อหลังบ้าน โดยฐานประตูปักร่างของศพลงภายในบ่อปลาเพื่อไม่ให้ร่างหญิงสาวลอยขึ้นมา เจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง พบชิ้นส่วนกระดูกเป็นซี่โครงหลายชิ้น รวมถึงชิ้นส่วนกระดูกบริเวณหน้าขาและชิ้นส่วนต่างๆอยู่ภายใต้เสื้อลักษณะคล้ายชุดนอน ถูกมัดอยู่กับลูกดัมเบล และมัดอยู่กับประตูเหล็กที่มีความสูงกว่า 2 เมตร มัดด้วยสายไฟขนาดใหญ่ทับร่างดังกล่าวไว้ บริเวณขอบบ่อน้ำซึ่งมีความลึกประมาณเกือบเกือบ 2 เมตร    พยาน ชี้เบาะแส กับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า เมื่อเดือนธันวาคม 2561 ได้มาเสพยาเสพกับนายไอซ์ และนายไอซ์บอกว่า จะจ้างให้ลงไปงมศพในบ่อปลาข้างบ้าน ถ้าหากพบจะให้เงินจำนวน 5,000 บาท และเมื่อตนเองลงไปงมและพบ หัวกระโหลก 1 หัว นำไปให้นายไอซ์ และทวงเงิน 5,000 บาท แต่นายไอซ์ไม่ให้พร้อมกับชักปืนยิงถากศีรษะ พยานจึงได้วิ่งหนี โดยตอนนี้ไม่สามารถระบุได้ว่าศรีษะดังกล่าวอยู่ที่ใด โดยวันนี้ (17 ม.ค.) เวลา 10.00 น.เจ้าหน้าที่จะมีการเข้าพื้นที่เพื่องมหาชิ้นส่วนอีกครั้ง  พบศพที่ 2 เหยื่อ ‘ไอซ์ หีบเหล็ก’ ถูกฆ่าถ่วงน้ำหลังบ้าน เพื่อนสารภาพเคยถูกจ้าง 5 พัน งมหาศพเจอกะโหลก พอไปขอค่าจ้างกลับถูกไล่ยิง   - อุบัติเหตุสุดสลด รถจักรยานยนต์ล้ม คนขับได้รับบาดเจ็บขยับตัวไม่ได้ พลเมืองดีจึงกั้นทางระหว่างรอรถกู้ภัย แต่รถพ่วงกลับพุ่งเข้ามา และเหยียบผู้บาดเจ็บช้ำ เหตุเกิดที่จ.แพร่ คนขับรถพ่วงอ้าง มองไม่เห็น และกำลังใชโทรศัพท์ ขณะขับรถ สุดท้ายขับหนีไป นศ.หนุ่มรถจยย.ล้ม ถูกรถพ่วงเหยียบดับคาที่ ขณะพลเมืองดีช่วยเหลือ อ้างไม่เห็นกำลังเล่นมือถือ ก่อนพยายามขับชิ่งหนี แต่สุดท้ายไม่รอดถูกรวบทันควัน    - ประชุมกรรมาธิการ ปปช. เดือดอีกครั้ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวช น็อตหลุด เมื่อ ส.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ทวงถามกรณี ไม่บรรจุเรื่องที่ตนเองและนายสนธิญา สวัสดี สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ยื่นเรื่องตรวจสอบ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ จำนวน 7 ประเด็น โดยพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ระบุถึงเหตุผลที่ไม่ยอมพิจารณาเพราะว่าไม่มีลายเซ็นผู้ร้อง ทำให้เกิดการโต้เถียงกันกว่า 15 นาที    กระทั่ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ โมโหและหมดความอดทน กล่าวว่า “อย่ามาเสือกพูดจาแบบนี้กับผม” ทำให้ส.ส.ปารีณา กล่าวโต้ตอบว่า “อย่ามาพูดจาต่ำๆ แบบนี้กับดิฉัน” พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ จึงสวนกลับว่า “ก็คุณมันต่ำ” จากนั้นที่ประชุมสั่งพักการประชุม   ต่อมาที่ประชุมคณะกมธ.กลับมาเปิดอีกครั้ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวยอมรับว่า เอกสารคำร้องลงนามถูกต้อง ด้าน น.ส.ปารีณา จึงขอให้ถอนคำว่า “เสือก” แต่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยืนยันไม่ถอน ทั้งยังท้าให้ไปฟ้อง และไล่น.ส.ปารีณาออกจากห้องประชุม รวมถึงสั่งตำรวจสภาหญิง 2 คน มาอุ้มน.ส.ปารีณาออกจากห้องประชุม จากนั้นสั่งปิดประชุมทันที    ช่วงนั้น นายสิระ ได้โวยวายขอให้พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ถอนคำว่า “เสือก” เพราะเป็นคำไม่สุภาพที่จะใช้กับผู้หญิง จึงเกิดการโต้เถียงกันอีกครั้ง นายสิระ ให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า “สังคมควรตัดสินว่าผู้ชายคนนี้ทำพฤติกรรมยังไง คุณเอ๋ก็แค่ทักท้วงแต่กลับมีคำพูดจากประธานว่าเสือก เข้าใจว่าพูดออกมาแล้วหลุดได้ แต่หลุดแล้วก็ควรจะขอโทษ" ประชุม กมธ.ปปช. เดือด ‘เสรีพิศุทธ์’ น็อตหลุดว่าปารีณา “อย่ามาเสือกพูดจาแบบนี้กับผม” ก่อน 'สิระ' ขอให้ถอน สุดท้ายเป็นเรื่อง จนต้องปิดการประชุม   - นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ปฏิเสธข่าวยุบสภา กรณีโฆษกพรรคเพื่อไทย นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ออกมาระบุ  รัฐบาลเตรียมจะยุบสภา หนีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แทนการปรับ ครม. โดยนายกฯ บอกว่า  “ไม่มี ไม่มียุบ เยิบ อะไรทั้งนั้น ใครไปพูดหล่ะ”    ด้านรองนายกรัฐมนตรี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ยืนยัน ไม่มีการยุบสภา  ย้อนถามกลับว่า ใครเป็นคนคิดเรื่องนี้ ใครเป็นคนปล่อย คนที่พูดไม่มีอำนาจในการยุบสภาอยู่แล้ว ยุบสภาต้องท่านนายกฯคนเดียว พร้อมย้ำว่า รัฐบาลมีความพร้อมในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งก็ชี้แจงการทำงานตามข้อกฏหมายและยึดหลักการทำงานด้วยความโปร่งใส 'บิ๊กตู่' ยืนยันไม่ยุบสภาฯ ฝากครูสอนประชาธิปไตยเด็ก   - ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ นายสายัณห์ ยุติธรรม เสนอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สร้างสะพานจากอำเภอขนอมจังหวัดนครศรีธรรมราช ไปอำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ระบุในอดีต มีอดีตนายกฯ อย่างน้อย 2 คน คือ นายพจน์ สารสิน เป็นนายกฯ ไม่กี่วันก็สร้างสะพาน 'สารสิน' จากพังงาไปภูเก็ต และพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ก็สร้างสะพาน 'ติณสูลานนท์' วันนี้จึงเสนอสร้างสะพาน เพื่อเป็นเกียรติประวัติให้กับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม โดยใช้ชื่อสะพาน 'จันทร์โอชา' โฆษกรบ.ยัน 'บิ๊กตู่' ไม่เคยสั่งหรือมีแนวคิด ให้นำนามสกุลตั้งชื่อสะพาน 'จันทร์โอชา'     - เปิดศึก 3 ตระกูล ชิงเทสโก้โลตัส ‘บิ๊กซี’ ในเครือเจริญสิริวัฒนภักดี – กลุ่ม CP – กลุ่มเซ็นทรัล คาดจบการประมูล ม.ค.63 นี้ มูลค่าการซื้อขาย 9 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 2.7 แสนล้านบาท บิ๊กซี ลั่น ซื้อเทสโก้โลตัสต่อยอดอาณาจักรค้าปลีก เปิดศึกชิงเทสโก้โลตัส 'บิ๊กซี' ยื่นประมูลซื้อกิจการทั้งที่ไทย-มาเลเซีย ต่อยอดอาณาจักรค้าปลีก      - อำลาตำนาน 'ม่อนแจ่ม' รีสอร์ทถูกสั่งปิดด่วนภายใน 30 วัน หลังพบบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ริม กว่า 30 ไร่ สถานที่ตั้ง เจ้าพนักงานท้องถิ่น ไม่สามารถออกใบอนุญาตหรือรับแจ้งได้ โดยหลังมีการปิดประกาศดังกล่าว กลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรม่อนแจ่ม แสดงท่าทีไม่เห็นด้วย มองว่าการประกาศฉบับนี้เป็นการเลือกปฏิบัติ เนื่องจากพื้นที่สองตำบลไม่มีเอกสารสิทธิ์และถูกจำกัดด้วยผังเมืองเชียงใหม่ หากมีคำสั่งปิดก็ต้องปิดเหมือนกันทั่วประเทศ อำลาตำนาน 'ม่อนแจ่ม' รีสอร์ทถูกสั่งปิดด่วนภายใน 30 วัน หลังพบบุกรุกพื้นที่ป่า     - สุดงง! สาวซื้อลอตเตอรี่ ที่สวนตุงและโคม อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย แต่ถูกแม่ค้า เขียนชื่อ พร้อมเบอร์ของตนเองไว้ด้านหลัง เมื่อสอบถามแม่ค้ากลับบอกว่า เขียนชื่อเอาไว้ ถ้าถูกรางวัลเผื่อคนซื้อจะแบ่งรางวัลให้ จนทำให้ผู้ซื้อไม่พอใจ ไปแจ้งความไว้  เพราะกลัวว่าจะถูกกล่าวหาในคดียักยอกทรัพย์    ล่าสุดแม่ค้าออกมายืนยัน ไม่เคยพูดขอส่วนแบ่งเงินรางวัล ล็อตเตอรี่เป็นของน้องสาวซื้อไว้ แต่ตัวเองหลงหยิบไปขาย ยังชวนผู้ซื้อไปลงบันทึกประจำไว้เพื่อเป็นหลักฐาน แต่เขาตัดสายทิ้งไป ส่วนน้องสาวแม่ค้า ที่เป็นเจ้าของชื่อและเบอร์โทรบอก ทั้งหมดนี้เข้าใจผิด ไม่เคยคิดหลอกลวงใคร ถูกคนโทรมาต่อว่า ส่งข้อความมาด่าทั้งวัน เครียดมาก ด้านกองสลากเผย คนถือล็อตเตอรี่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ สลักชื่อไว้ด้านหลังไม่มีผลใดๆ แม่ค้าลอตเตอรี่ แจงปมเขียนชื่อหลังสลากฯเป็นเรื่องเข้าใจผิด สลากฯของน้องสาว เขียนชื่อฝากไว้ แต่ตัวเองหลงหยิบไปขาย ยันไม่ได้พูดว่าขอเงินส่วนแบ่ง    - คนขับรถทัวร์เมา เลือดร้อนขับรถไล่ชนแท๊กซี่และรถมอเตอร์ไซค์ มีผู้บาดเจ็บ คนขับบอกไม่ได้เมา โดยเหตุเกิดเมื่อกลางดึกของวันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมา ย่านบางกะปิ กทม. โดยหลังเกิดเหตุชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ ช่วยกันจับตัวคนขับรถทัวร์รายนี้ไว้ ก่อนจะฮือรุมทำร้าย ไม่สนแม้ว่าจะมีตำรวจอยู่ในที่เกิดเหตุ    ล่าสุดบริษัทรถทัวร์ดังกล่าวได้ออกมาชี้แจง และแสดงความรับผิดชอบต่อผู้เสียหายและผู้บาดเจ็บเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมกับสั่งปลดคนขับรถทัวร์คนดังกล่าวออกจากบริษัททันที โชเฟอร์รถทัวร์เมา ขับไล่ชนแท็กซี่-จยย.เละ ชาวบ้านล้อมจับรุมประชาทัณฑ์ ล่าสุดบริษัทสั่งปลดพ้นสภาพ พนง.    - แก๊งคาร์แคร์มหาภัย ปั๊มกุญแจ ซุก GPS ในรถลูกค้า ขโมยไปจำนำ หลังลูกค้านำรถไปเคลือบแก้ว พอขับออกมาจอดอีกที่ ปรากฎรถหาย ตำรวจตามไปรวบคนรับจำนำรถ พร้อมกุญแจรถคันอื่นอีก 5 คัน สืบจนรู้ว่าเจ้าของคาร์แคร์ 2 คน ซุก GPS ไว้ในรถลูกค้า แอบเอากุญแจไปปั๊ม แล้วไปขโมย เอารถไปจำนำ เร่งล่าตัวเจ้าของคาร์แคร์ เตือนภัย! รวบแก๊งคาร์แคร์มหาภัย ปั๊มกุญแจรถลูกค้า-แอบติด GPS ขโมยรถ   - วงจรปิดจับภาพชัด โจรโหดขี่มอเตอร์ไซค์วิ่งราวกระเป๋าคุณยายวัย 70 ปี แต่คุณยายไม่ยอมสู้ยิบตา ถูกลากครูดไปกับพื้นถนนจนรถล้ม สุดท้ายคนร้ายได้กระเป๋า ขณะที่คุณยายมีแผลถลอกทั่วตัว ภายในซอยเทศบาล 7 เทศบาลตำบลแม่สาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ห่างจาก สภ.แม่สาย เพียง 500 เมตร หลังเกิดเหตุคุณยาย ได้เข้าแจ้งความที่ สภ.แม่สาย ซึ่งในกระเป๋ามีเงินสดประมาณ 3,000 บาท และเอกสารสำคัญ    - หนุ่มน้อยใจแฟนสาวผูกคอดับ ทั้งที่ยังไม่เคยเจอหน้ากัน เพียงคุยผ่านเฟซบุ๊กได้ 2 เดือน ญาติผู้ตายบอก เพิ่งคุยกันในเฟซ ยังไม่เคยเจอกัน แต่เห็นทะเลาะกันผ่านโทรศัพท์   นอกจากนี้ผู้ใหญ่บ้าน เผยว่า ขณะเข้าตรวจสอบแฟนสาวได้โทรศัพท์เข้ามาหาผู้ตาย โดยบอกว่า มีปากเสียงกัน จากนั้นก็ติดต่อมาตลอดแต่ไม่มีใครรับสาย จนมารู้เรื่องก็ตอนเกิดเหตุแล้ว นอกจากนี้แฟนสาวยังบอกว่าเจอกับผู้ตายในเฟซบุ๊ก ก่อนจะตกลงคบกันเมื่อกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา แต่ยังไม่เคยเห็นหน้ากัน พร้อมกับบอกว่าเดือน เมษายน นี้จะนัดเจอกัน ครั้งแรก หนุ่มน้อยใจแฟนสาวผูกคอดับ ทั้งที่ยังไม่เคยเจอหน้ากัน เพียงคุยผ่านเฟซบุ๊กได้ 2 เดือน   -  'หนุ่ม ศรราม' โร่แจ้งความ หลังเงินในบัญชีหายไป 4.5 แสนบาท เจ้าตัวบอก รู้ว่าเงินหายหลังจากตรวจสอบ พบว่าเมื่อวันที่ 13 ม.ค. เงินในบัญชีได้ถูกโอนออกไป 2 ครั้ง ครั้งละ 100,000 บาท วันที่ 14 ม.ค. มีการโอนเงินออกไปอีก 2 ครั้ง ครั้งละ 100,000 บาท และในวันเดียวกันมีการเบิกถอนเงินสดออกไปอีก 3 ครั้ง ครั้งละ 20,000 บาท 2 ครั้ง และครั้งละ 10,000 บาท 1 ครั้ง รวมเงินที่หายไปทั้งสิ้น 450,000 บาท    ด้านธนาคารกสิกรไทย ชี้แจง หลังดำเนินการตรวจสอบ พบว่า เป็นการทำรายการผ่านเครื่องเอทีเอ็ม ซึ่งกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพผู้ทำรายการ เป็นคนใกล้ตัวของพระเอกหนุ่ม และยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดจากความผิดปกติของระบบธนาคารแต่อย่างใด ธ.แจงปม ‘หนุ่ม ศรราม’ แจ้งความเงินหายไปจากบัญชี 4.5 แสน ชี้เป็นคนใกล้ตัวกดเงินออกไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rcWwbg3x3DE

 14,347
บันเทิง
16 ม.ค. 63

นายกรัฐมนตรีมอบคำขวัญวันครูประจำปี 2563

วันนี้ 16 มกราคม 2563 เป็นวันครู ท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้คำขวัญวันครู “ครูไทย รักศิษย์ คิดพัฒนา” คำขวัญวันครูประจำปี 2563 จาก พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  

 83
สังคม
14 ม.ค. 63

'วราวุธ' เล็งใช้ยาแรงเหมือนเกาหลีใต้ ห้ามรถวิ่งในเขตเมือง หวังลดวิกฤตฝุ่น pm 2.5 ถามคนไทยจะรับได้ไหม?

กรมควบคุมมลพิษประกาศ 4 พื้นที่ ประกาศเข้าขั้นวิกฤต คือ กรุงเทพฯและปริมณฑล, 9 จังหวัดภาคเหนือ, ต.หน้าพระลาน จ.สระบุรี และ ต.มาบตาพุด จ.ระยอง ในช่วง 15 วันหลังจากนี้ปัญหาจะทวีความรุนแรงขึ้นจากความกดอากาศสูง   นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ในช่วงบ่ายวันนี้ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการควบคุมมลพิษ เพื่อพิจารณาออกมาตรการเข้มงวด หรือ ‘ยาแรง’ แก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน ในหลายพื้นที่ ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 72 มาจากยานพาหนะ ที่เหลือส่วนใหญ่มาจากภาคอุตสาหกรรม พร้อมถามกลับสังคมจะยอมรับได้หรือไม่   ขณะที่สภาพอากาศที่จ.เชียงใหม่ มีทั้งหมอกและฝุ่นควัน ทำให้ทัศนวิสัยย่ำแย่ เมื่อเช้านี้จากการวัดโดยแอปพลิเคชัน จ.เชียงใหม่มีสภาพภูมิอากาศย่ำแย่เป็นอันดับ 3 ของโลก   และเมื่อได้ถามปัญหาของสภาพอากาศกับท่านนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าเกิดปัญหาฝุ่นละอองเล็กขนาดนี้จะทำอย่างไร ท่านนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ต้องบังคับกฎหมายให้ทุกฝ่ายร่วมมือกัน โดยเฉพาะการลดควันดำ รัฐบาลทำทุกวิถีทาง พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากประเทศใกล้เคียงในการลดการเผา และวอนให้ทุกคนร่วมมือช่วยกันแก้ปัญหา มิใช่เพียงตำหนิรัฐบาลเพียงอย่างเดียว  

 32,053
การเมือง
13 ม.ค. 63

ประชาชนแห่ร่วมกิจกรรมการเมืองคู่ขนาน 'วิ่งไล่ลุง' - 'เดินเชียร์ลุง'

ความเคลื่อนไหวการเมืองสำคัญเมื่อวานนี้ (12 ม.ค.63) คือการจัดกิจกรรมวิ่งไล่ลุง และ เดินเชียร์ลุง ที่กลุ่มวิ่งไล่ลุง ที่ขับไล่รัฐบาล รวมตัวหลักที่สวนรถไฟ ส่วนกลุ่มเดินเชียร์ลุง ที่สนับสนุนรัฐบาล จัดกิจกรรมที่สวนลุมพินี ซึ่งต่างแสดงจุดยืนทางการเมือง โดยไม่มีเหตุความรุนแรงใดๆ โดยกลุ่มวิ่งไล่ลุง จัดพร้อมกัน 34 จังหวัด จะจัดครั้งที่สองที่จังหวัดเชียงใหม่ ขณะที่กลุ่มเดินเชียร์ลุงก็ประกาศว่าหากอีกกลุ่มจัดก็พร้อมจะจัดควบคู่กันไป       กิจกรรมวิ่งไล่ลุง ที่จัดขึ้นโดยแกนนำกลุ่มนักศึกษา เริ่มตั้งแต่ 5 นาฬิกาวันนี้ที่สวนรถไฟ เสร็จสิ้นในเวลา 9 นาฬิกา เป็นไปด้วยความเรียบร้อย     นาย ธนวัฒน์ วงค์ไชย แกนนำจัดกิจกรรม "วิ่งไล่ลุง" กล่าวขอบคุณประชาชนที่มาร่วมกิจกรรมที่เกินความคาดหมาย และมีอุปสรรคในการจัดงาน แต่เห็นพลังของประชาชนที่ต้องการแสดงออกว่า วิ่งไล่การเมืองแบบลุงๆ ไล่ความอยุติธรรม สองมาตรฐาน ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม และ รัฐบาลที่บริหารไม่เป็น จึงเชิญชวนทุกคนวิ่งไล่ลุงทุกวัน เพื่อไล่ลุงให้ออกไปในปีนี้ โดยกิจกรรมวิ่งไล่ลุงจะจัดขึ้นอีกครั้ง ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่จังหวัดเชียงใหม่     การวิ่งไล่ลุงในกรุงเทพมีนักกิจกรรมประชาธิปไตย และนักการเมืองฝ่ายค้านมาร่วมวิ่งด้วย โดยเฉพาะนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ต้องการมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์การเมือง ที่เชื่อว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการกลับสู่ประชาธิปไตย ซึ่งก้าวแรกคือพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องออกไป และเชื่อว่าปีนี้จะมีประชาชนออกมาชุมนุมเรียกร้องทางการเมืองมากขึ้น     สำหรับกิจกรรมวิ่งไล่ลุง ในต่างจังหวัดที่จัดพร้อมกัน 34 จังหวัด คึกคักทั้งในภาคอีสาน ที่จังหวัดขอนแก่น นครราชสีมา อุดรธานี มหาสานคาม ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ พะเยา พิษณุโลก ภาคกลางทั้งนครนายก สระบุรี ปทุมธานี นนทบุรี ภาคใต้เช่น ชุมพร นครศรีธรรมราช และปัตตานี ซึ่งมีประชาชนมาร่วมวิ่งไล่ลุกอย่างคึกคัก ส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ที่บอกว่าต้องการเรียกร้องประชาธิปไตย     กลุ่มคนที่มาร่วมกิจกรรมวิ่งไล่ลุงนั้นมีหลากหลาย นอกจากกลุ่มประชาชนวัยกลางคน สูงอายุ ที่เคยร่วมชุมนุมการเมืองทั้งเสื้อแดงและกปปส.ส่วนใหญ่จะเป็นคนรุ่นใหม่ ที่เมื่อสอบถามต่างบอกว่ามาชุมนุมครั้งแรก และเห็นว่าการวิ่งเป็นกิจกรรมการเมืองที่สร้างสรรค์ และแสดงออกทางความคิดได้อย่างเสรี ส่วนเหตุผลที่มาร่วมวิ่งเพื่อแสดงพลังให้เห็นว่าคนรุ่นใหม่ไม่ได้เก่งแต่ในโซเซียล และไม่เห็นด้วยกับเผด็จการ     นอกจากนี้มีอดีตกปปส.ที่นำนกหวีดหรือสิ่งของที่เคยร่วมชุมนุมมาแลกเหรียญปราบกบฏ ที่ทางผู้จัดงานจัดขึ้น ซึ่งพบว่ามีทั้งเด็ก ผู้หญิง ผู้ใหญ่ และนักกิจกรรมที่เคยร่วมกับ กปปส.นำมาแลกจำนวนหนึ่ง ต่างมีเหตุผลตรงกันว่า 5 ปีที่ผ่านมาผิดหวังกับการปฏิรูประเทศที่สุดท้ายเป็นเพียงการสืบทอดอำนาจคสช.     ในจำนวนคนรุ่นใหม่ที่ประกาศชัดว่าไม่เห็นด้วยกับเผด็จการ และมีจุดยืนในระบอบประชาธิปไตยก็เชื่อมั่นว่า การรวมตัวของคนวิ่งไล่ลุง ไม่ใช่การเมืองแบบสีเสื้อ แต่เป็นการเมืองของประชาชน        ขณะที่กิจกรรมเดินเชียร์ลุง ที่สวนลุมพินี กรุงเทพ มีประชาชนมาร่วมจำนวนมากเช่นกัน กิจกรรมจัดในช่วงเช้าเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แอดมินเพจเชียร์ลุง ยืนยันว่า ไม่ใช่กลุ่มเด็กเส้น หรือได้รับการว่าจ้างให้มาสนับสนุนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แต่ทุกคนต่างมาจากการติดตามข่าวในเพจ จนมีเสียงเรียกร้องให้จัดกิจกรรม ซึ่งต้องขออนุญาตส่วนราชการขอใช้สถานที่ด้วยความลำบากเช่นกัน ซึ่งไม่เห็นด้วยกับการจัดกิจกรรมของกลุ่มวิ่งไล่ลุง หากอีกกลุ่มจะจัดเมื่อใดก็พร้อมจัดควบคู่ไปด้วย       การเดินเชียร์ลุงเป็นการเดินรอบสวนลุมพีนี กิจกรรมเป็นไปอย่างคึกคักมีการชูป้ายสนับสนุนพลเอกประยุทธ์ โดยมี อุ๊ หฤทัย ม่วงบุญศรี มาร่วมด้วย ซึ่งยืนยันว่าไม่เห็นด้วยกับการเรียกร้องประชาธิปไตยในแบบผูกมัด     ผู้มาร่วมเดินเชียร์ลุง ยืนยันว่าไม่ได้มีเฉพาะกลุ่มผู้ใหญ่มาร่วมชุมนุม แต่มีทั้งวัยกลางคนและคนรุ่นใหม่ ซึ่งบางคนยอมรับว่า เคยร่วมชุมนุม กปปส. แต่ไม่ได้มีการจัดตั้งจากระบบไอโอของรัฐบาล แต่ต่างมาด้วยจุดยืนที่เห็นว่าพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เหมาะสมจะเป็นนายกรัฐมนตรี ที่ผ่านมารัฐบาลมีผลงานมากมายทั่งบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ การสร้างรถไฟฟ้า จึงอยากให้ทุกฝ่ายยอมรับความคิดต่าง        กิจกรรมการเดินเชียร์ลุง พบว่ามีการแต่งเพลงเพื่อสนับสนุนพลเอกประยุทธ์ และต่างเป็นการแสดงออกทางความคิดเห็นทางการเมืองที่ยังอยู่ในสวน และพร้อมจะรวมตัวกันอีกทุกครั้งที่อีกฝ่ายจัดกิจกรรม การเมืองไทยวันนี้จึงปฏิเสธไม่ได้ต่อการกลับมาของสองความเห็นทางการเมือง       มีความเห็นมาจากรัฐบาล โดยนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ เห็นว่าทั้งสองกิจกรรม ทำได้ตามกฏหมาย แต่ไม่อยากให้นำกิจกรรมนี้ไปสู่การเมืองบนถนน เพราะได้ผ่านบทเรียนมาแล้ว เหมือน 10 ปีที่ผ่านมา จึงขอให้ใช้กลไกของสภาผู้แทนราษฏรในการร่วมสร้างประชาธิปไตย     สำหรับกิจกรรมทั้งสองกลุ่มวันนี้มีขึ้นท่ามกลางการดูแลความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งไม่มีเหตุรุนแรงใดๆเกิดขึ้น

 1,320
การเมือง
12 ม.ค. 63

วันเด็กทำเนียบคึกคัก 'น้องอั่งเปา' นั่งเก้าอี้นายกฯคนแรก - 'บิ๊กตู่' เผยตอนนี้เลี้ยงหมาป่าใจดีในตัว

เก็บตกงานวันเด็ก 2563 ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยเด็กที่ได้นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีคนแรกคือ เด็กชายศรัญย์ โตสมบุญ หรือน้องอั่งเปา นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนอนุบาลนครราชสีมา จ.นครราชสีมา   น้องอั่งเปา เปิดเผยว่า มาเที่ยวงานวันเด็กที่ทำเนียบรัฐบาล ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 ซึ่งปีนี้เป็นปีที่ 5 โดยในปีนี้ได้ตื่นนอนตั้งแต่ตี 4 เพื่อเตรียมตัวเดินทางมาทำเนียบรัฐบาลพร้อมกับคุณแม่ และเดินทางมาถึงทำเนียบรัฐบาลในเวลา 06.30 น. รู้สึกตื่นเต้นและดีใจมากกว่าทุกปี ที่ได้นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีเป็นคนแรก   ส่วนสาเหตุที่เลือกมาเที่ยวทำเนียบรัฐบาล เพราะชอบลุงตู่ และเป็นแฟนคลับของลุงตู่ ติดตามลุงตู่อยู่ตลอดเวลา ชอบที่ลุงตู่เป็นคนตรง ๆ ตั้งใจทำงานเพื่อประเทศชาติ และการจัดงานวันเด็กที่ทำเนียบรัฐบาลจัดได้อย่างสนุก   ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้โอวาส ระบุว่า คนเราหัวใจมีอยู่ 2 อย่าง เหมือนเราเลี้ยงหมาป่าในตัวเอง 2 ตัว ระหว่างตัวที่ใจดี และใจไม่ดี ซึ่งเราจะต้องหมั่นเลี้ยงและดูแลหมาป่าตัวที่ใจดี เหมือนที่ตนกำลังทำอยู่ ตนเลือกที่จะใช้ตัวที่อารมณ์ดี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Yk3c7ELV-bE

 735

Top