ค้นหา :

ผลการค้นหา "นายกรัฐมนตรี"

การเมืองเข้มข้น
21 ก.ค. 62

ซูเปอร์โพลชี้ 40.7% ทุกข์มาก กับผลงานรัฐบาลลุงตู่ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เมื่อนึกถึงเงินในกระเป๋าของตัวเอง

ซูเปอร์โพล สำรวจเรื่อง สุข ทุกข์ คนไทย เรื่องของผลงานรัฐบาลลุงตู่ช่วง 5 ปีที่ผ่านมาทำให้คนไทย สุข หรือ ทุกข์ แค่ไหน เมื่อนึกถึงเงินในกระเป๋าของตัวเอง   40.7% ทุกข์มากสุด 19.1% ทุกข์ 32.1% กลาง 6.1% มีความสุข 2.0% สุขมากสุด          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/lBtXshXez10

 839
การเมืองเข้มข้น
21 ก.ค. 62

'ชัยเกษม' ชี้ให้จับตามาตรฐานศาล รธน. วินิจฉัยสถานะ 'บิ๊กตู่'

นายชัยเกษม นิติสิริ อดีต รมว.ยุติธรรม บอกว่า ให้รอจับตาดูมาตรฐานของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ผ่านมาเคยเปิดพจนานุกรมวินิจฉัยการเป็นลูกจ้าง ตั้งแต่คดีนายสมัคร สุนทรเวช ในอดีต คราวนี้ก็ให้ไปเปิดพจนานุกรมประกอบการพิจารณาว่าคำว่าเจ้าหน้าที่คืออะไร รัฐคืออะไร เพราะมันชัดเจนปฏิเสธไม่ได้ ต้องรอดูว่าศาลจะใช้มาตรฐานอะไรในการพิจารณา หากบอกว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/pIx7TJpHa30

 544
การเมืองเข้มข้น
21 ก.ค. 62

เปิด 12 นโยบายหลัก และ 12 นโยบายเร่งด่วน เตรียมแถลงต่อรัฐสภา 25 ก.ค. นี้

วันที่ 21 ก.ค. 62 รัฐบาลเผยแพร่คำแถลงนโยบายรัฐบาลของคณะรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่จะมีต่อรัฐสภาในวันที่ 25 ก.ค. 62 แล้ว โดยมีทั้งสิ้น 80 หน้า มีนโยบายหลัก 12 ด้าน และ 12 นโยบายเร่งด่วน เน้นแก้ปัญหาปากท้องความเป็นอยู่ประชาชน และแก้ไขรัฐธรรมนูญ พร้อมเตรียมเสนอร่างกฎหมายเพิ่มอีก 16 ฉบับ เดินหน้าปฏิรูปประเทศ   โดยนโยบายรัฐบาล แบ่งเป็นนโยบายหลัก 12 ด้านและนโยบายเร่งด่วน 12 ด้าน  ซึ่งนโยบายหลัก 12 ด้าน ประกอบด้วย   1. การปกป้องและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์  2. การสร้างความมั่นคงและปลอดภัยของประเทศ และความสงบสุขของประเทศ 3. การทำนุบำรุงศาสนาและวัฒนธรรม  4. การสร้างบทบาทของไทยในเวทีโลก 5. การพัฒนาเศรษฐกิจ และความสามารถในการแข่งขันของไทย  6. การพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจและการกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค  7. การพัฒนาสร้างความเข้มแข็งจากฐากราก 8.การปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพของคนไทยทุกช่วงวัย  9. การพัฒนาระบบสาธารณสุขและหลักประกันทางสังคม  10. การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและการรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน  11. การปฏิรูปการบริหารจัดการภาครัฐ  12. การป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ และกระบวนการยุติธรรม    ส่วนนโยบายเร่งด่วน 12 ด้าน ประกอบด้วย   1. การแก้ไขปัญหาการดำรงชีวิตของประชาชน  2. การปรับปรุงระบบสวัสดิการและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน 3. มาตรการเศรษฐกิจเพื่อรองรับการผันผวนของเศรษฐกิจโลก  4. การให้ความช่วยเหลือเกษตรกร และพัฒนานวัตกรรม 5. การยกระดับศักยภาพของแรงงาน  6. การวางรากฐานระบบเศรษฐกิจของประเทศสู่อนาคต  7. การเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่ 21   8. การแก้ไขปัญหาทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการทั้งฝ่ายการเมืองและฝ่ายข้าราชการประจำ  9. การแก้ไขปัญหายาเสพติดและความสงบสุขในพื้นที่ชายแดนภาคใต้  10. การพัฒนาระบบการให้บริการประชาชน  11. การจัดเตรียมมาตรการรองรับภัยแล้งและอุทกภัย 12. การสนับสนุนให้มีการศึกษา การรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และการดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ    ข่าวที่เกี่ยวข้อง วันหยุด 'บิ๊กตู่' เตรียมความพร้อมเพื่อแถลงนโยบายรัฐบาล    

 1,442
การเมืองเข้มข้น
21 ก.ค. 62

วันหยุด 'บิ๊กตู่' เตรียมความพร้อมเพื่อแถลงนโยบายรัฐบาล

เพจเฟซบุ๊กที่สนับสนุนเชียร์ พล.อ.ประยุทธ์ ได้โพสต์ภาพ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม นั่งอ่านตรวจเอกสารทางราชการบนโต๊ะทำงานที่บ้านพัก    พร้อมข้อความประมาณว่า เพื่อประเทศชาติอันเป็นที่รักของเรา รัฐบาลอันเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย อะไรที่ประชาชนได้ประโยชน์เราก็ต้องทำ           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/xHVqzQm-bEg

 735
ข่าวภูมิภาค
21 ก.ค. 62

ญาติ 'กุ๊กไก่' นร.ม.6 เหยื่อไข้เลือดออกหวั่นตายฟรี ไม่มีคนรับผิดชอบ หลังติดใจขั้นตอนการรักษา วอนนายกฯช่วยหาคนรับผิดชอบ

กาฬสินธุ์ - จากกรณี น้องกุ๊กไก่ อายุ 19 ปี นักเรียนชั้น ม.6 เสียชีวิตด้วยโรคไข้เลือดออกสายพันธุ์ใหม่เดงกี่ ซึ่งผู้ปกครองและญาติติดใจในขั้นการรักษาของโรงพยาบาลหนองกุงศรี เนื่องจากนำตัวลูกสาวส่งไปยังโรงพยาบาลในช่วงเวลาตี 4 แต่พยาบาลกลับวัดความดันและวัดไข้แล้วบอกว่าอาการปกติดี พร้อมบอกให้กลับไปก่อน และให้มาตรวจใหม่ในช่วงเวลา 09.00 น. จนทำให้น้องกุ๊กไก่เกิดอาการช็อคจนต้องเร่งตัวส่งโรงยาบาลกาฬสินธุ์ และส่งต่อไปยังโรงพยาบาลศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น แต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้    กระทั่งนายไกรสร กองฉลาด ผวจ.กาฬสินธุ์ สั่งให้สำนักงานสาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในกระบวนการขั้นตอนในการรักษาจนทำให้ผู้ป่วยช็อคเสียชีวิต    โดยญาติน้องกุ๊กไก่ได้เรียกร้องไปถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้ความช่วยเหลือและให้ความเป็นความเป็นธรรม   ที่บ้านคำขาม ต.ดงมูล อ.หนองกุงศรี พ่อน้อง และอา ของน้องกุ๊กไก่ พร้อมญาติพี่น้อง ยังนั่งปรับทุกข์กันถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยมีชาวบ้านเดินทางมาสอบถามข่าวคราวและแสดงความเสียใจ พร้อมติดตามความคืบหน้า เพราะสังคมกำลังจับตามองว่าจะมีคนในวงการสาธารณสุข ออกมาแสดงความรับผิดชอบกับความสูญเสียหรือไม่   พ่อน้องกุ๊กไก่ บอกว่า เหตุการณ์เศร้าสลดใจจากการสูญเสียน้องกุ๊กไก่ ลูกสาวที่กำลังจะเป็นเสาหลักของครอบครัวไปอย่างไม่มีวันกลับ ด้วยสาเหตุได้รับเชื้อไข้เลือดออก โดยไม่ได้รับการเอาใจใส่ที่จะรับตัวเข้ารับการรักษาจากหมอพยาบาลโรงพยาบาลหนองกุงศรีดังกล่าว ตนไม่ได้เรียกร้องอะไรมาก แต่อยากจะสอบถามผู้ที่ได้ชื่อว่าทำหน้าที่รักษาพยาบาลคนไข้ ทำไมไม่รับตัวน้องกุ๊กไก่รักษา ทำไมไม่มีการเยียวยาคนไข้ ที่อาการกำลังทรุดหนัก อยู่ในภาวะเสี่ยงและเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต   พ่อ บอกอีกว่า ตลอดเวลายังคาใจกับคำถามเดิมๆว่าทำไม่รับตัวน้องกุ๊กไก่รักษา เพราะถ้ารับตัวน้องกุ๊กไก่เข้ารับการรักษา น้องกุ๊กไก่ก็คงจะมีชีวิตรอดปลอดภัยถึงวันนี้ ไม่เกิดเหตุการณ์สูญเสียและไม่ต่างกับตายฟรีอย่างนี้ จึงอยากทวงคืนและขอความเป็นธรรมให้กับน้องกุ๊กไก่ เพื่อที่จะได้ตายตาหลับ ไปสู่ภพภูมิที่สุคติ โดยเฉพาะให้เป็นอุทาหรณ์กับเจ้าหน้าที่แพทย์ พยาบาล สถานบริการตรวจรักษาคนไข้ทุกแห่ง ได้ตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ของตนเอง อย่าได้เพิกเฉย ละเลย ไล่คนไข้กลับบ้านก่อนตรวจอาการให้ละเอียด เพราะถ้าเกิดความสูญเสียแล้วเอากลับคืนมาไม่ได้ และหวังว่าขอให้น้องกุ๊กไก่เป็นรายสุดท้ายที่เกิดจากความไม่เอาไหนของระบบการรับตัวคนไข้ของโรงพยาบาลแห่งนี้   ด้านอาน้องกุ๊กไก่ กล่าวว่าความสูญเสียที่เกิดขึ้น ทำให้มองเห็นความหละหลวมหย่อนยาน ของขั้นตอนการรับคนไข้ และของหมอ พยาบาล เจ้าหน้าที่ ที่เข้าเวร ไม่เห็นความเดือดร้อนทุกข์ใจของชาวบ้าน ที่ต้องพาลูกหลานไปขอความช่วยเหลือให้บำบัดรักษา ในขณะที่มีอาการทรุดหนัก ต้องการความช่วยเหลือเป็นการด่วน    อา กล่าวอีกว่า จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ในช่วงเวลาตี 4 ทราบว่าพยาบาลที่ทำการวัดความดันและวัดไข้ให้น้องกุ๊กไก่ ที่สรุปผลว่าอาการปกติและบอกให้กลับบ้านก่อน ค่อยกลับมาเข้าคิวตรวจใหม่ในเวลา 08.00 – 09.00 น.นั้น บอกว่าตนไม่มีเวลาตรวจให้ เพราะต้องรีบไปเยี่ยมญาติ ซึ่งเป็นข้ออ้างที่ฟังแล้วรับไม่ได้ และไม่น่าจะเกิดขึ้นในขณะรับตัวคนไข้ที่กำลังจะเป็นจะตาย เป็นการปัดความรับผิดชอบ และละเลยการปฏิบัติหน้าที่ เพราะหากจะไปธุระดังกล่าวจริง ทำไมไม่มอบหมายพยาบาลคนอื่นรับช่วงแทนตน ไม่ใช่ไล่คนไข้กลับบ้าน แล้วปล่อยให้ไปตายดาบหน้าอย่างนี้   อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ญาติน้องกุ๊กไก่เรียกร้องคือ หาคนออกมารับผิดชอบกับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น เพื่อแลกกับชีวิตน้องกุ๊กไก่ที่สูญเสียไป เมื่อชีวิตแลกชีวิตไม่ได้ แต่ก็อยากให้มีคนออกมาแสดงสปิริตรับผิดชอบบ้าง ไม่ใช่เพียงเงินใส่ซองทำบุญหรือกล่าวคำเสียใจเท่านั่นก็จากไป หรือแม้จะบอกว่าจะมีเงินจากกองทุนอะไรสักอย่างมาช่วยจำนวนหนึ่งก็จบกันไป มันไม่ใช่ สิ่งที่ญาติต้องการคือหาคนมารับผิดชอบ แต่ก็ยังมืดดำอยู่    เพราะขนาดนายไกรสร กองฉลาด ผวจ.กาฬสินธุ์ สั่งให้สาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการฯ เลย   อา บอกเพิ่มเติมว่า คำสั่งให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบฯ ออกมาแล้วหลายวัน แต่สาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ยังไม่มีการแต่งตั้ง ว่าคณะกรรมการฯ ชุดนี้มีใครบ้าง มาจากหน่วยงานไหนบ้าง ซึ่งชาวบ้านได้วิพากษ์วิจารณ์กันว่ายังไงกันนี่ ดีไม่ดีเรื่องคงจะเงียบหายไป เพราะเราเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดา ครอบครัวน้องกุ๊กไก่และญาติจึงหวั่นว่าจะเกิดเหตุการณ์มวยล้ม จึงจะได้รวบรวมหลักฐานและเดินหน้าเรียกร้องไปถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายอนุทิน ชาญวีระกูล รมว.สธ.ได้กำกับดูแลเรื่องนี้ เพราะเป็นความทุกข์ใจเดือดร้อนของชาวบ้าน โดยเกิดจากความบกพร่องผิดพลาดของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเอง เป็นเหตุให้น้องกุ๊กไก่เสียชีวิตอย่างไม่น่าจะเกิดดังกล่าว          ชมผ่านยูทูปได้ที่ : 

 288
การเมืองเข้มข้น
20 ก.ค. 62

ศาล รธน.รับคำร้องสอบคุณสมบัติ ‘บิ๊กตู่’ แต่ไม่สั่งพักการปฏิบัติหน้าที่

ศาลรัฐธรรมนูญ ออกคำพิจารณา 3 คำร้องสำคัญ โดยคำร้องแรก ศาล รธน. มีมติรับคำร้องกรณีขอให้วินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงหรือไม่ แต่ไม่ได้สั่งพักการปฎิบัติหน้าที่ ศาลได้พิจารณาและรับคำร้อง พร้อมส่งสำเนาคำร้องให้ผู้ถูกร้อง ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้อง   ส่วนกรณีไม่สั่งพักการปฎิบัติหน้าที่นั้น เพราะไม่ปรากฏเหตุอันควรสงสัยว่ามีกรณีตามที่ถูกร้อง ที่จะทำให้เกิดความเสียหาย ประกอบกับผู้ร้องไม่ได้มีคำขอในส่วนนี้ จึงไม่เข้าเงื่อนไข จึงไม่สั่งพักการปฏิบัติหน้าที่          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/8OXW1MX7UNA

 362
สังคม-อาชญากรรม
20 ก.ค. 62

นายกฯ สั่งการด่วนทุกเหล่าทัพสนับสนุนอากาศยาน และกำลังพล สิ่งแรกที่ต้องทำคือฝนเทียม

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม บอกว่า ตอนนี้สั่งการด่วนให้ทุกเหล่าทัพสนับสนุนอากาศยาน และกำลังพล สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ฝนเทียม เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำเหนือเขื่อน และร่วมกันแก้ไขปัญหา   เป้าหมายคือจะทำให้คนเดือดร้อนน้อยที่สุด ปีนี้ฝนทิ้งช่วงยาวนาน ส่งผลให้มีปริมาณน้อยกว่าปกติ ถึงร้อยละ 40 ประกอบกับประเทศเพื่อนบ้านลดการระบายน้ำลงโขง รัฐบาลจะวิเคราะห์ข้อมูลอย่างเร่งด่วน          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/00p9l19nWic

 727
การเมืองเข้มข้น
19 ก.ค. 62

'วิรัช' เผยยังไม่มีกำหนด 'นายกฯ-ประวิตร' ร่วมสัมมนาโคราช ลั่น พร้อมสู้ศึกแถลงนโยบายรบ.

“วิรัช” เผย ยังไม่มีกำหนด “นายกฯ-พลเอกประวิตร” ร่วมสัมมนา ส.ส.ที่โคราช ย้ำเตรียมพร้อมข้อมูลสู้ศึกแถลงนโยบายรัฐบาล แนะฝ่ายค้านอย่าตีรวนให้สภาฯป่วน   วันที่ 19 ก.ค. นายวิรัช รัตนเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงการสัมนา ส.ส.ของพรรคในวันที่ 21- 22 ก.ค.นี้ ที่อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ซึ่งมีกระแสข่าวว่ามีบุคคลสำคัญในรัฐบาล อาทิ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม,  พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ร่วมในงานสัมนาว่า ยังไม่มีในกำหนดงานว่าท่านจะมาหรือไม่    ส่วนการสัมนาจะพูดคุยถึงความพร้อมของส.ส.ก่อนแถลงนโยบายรัฐบาล รวมทั้งทบทวนหลักการและข้อบังคับการประชุม การอภิปรายให้อยู่ในประเด็น เลี่ยงการพูดกระทบกระทั่ง แบ่งฝ่าย หรือตอบโต้กันไปมา แต่หากอภิปรายเสนอแนะ ติติง พาดพิงบุคคลจนออกนอกกรอบข้อบังคับก็ทักท้วงกันด้วยเหตุผล   และไม่อยากให้มองว่าฝ่ายค้านเตรียมจะใช้เวทีนี้ล็อกเป้าถล่มรัฐมนตรี เพราะทุกคนแสดงความเห็นได้ แต่ถ้าพูดไปถึงเรื่องคุณสมบัติตัวบุคคล เช่น นายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีคนใด ก็ต้องแสดงหลักฐานให้ประธานสภาฯได้เห็นด้วย เนื่องจากครม.ได้ผ่านการตรวจคุณสมบัติอย่างละเอียดอย่างมาก ไม่ใช่อภิปรายพาดพิงโดยไร้หลักฐาน    ทั้งนี้การกำชับ ส.ส.ให้เตรียมพร้อมไม่ใช่ตั้งองครักษ์พิทักษ์รัฐมนตรี แต่เราก็มีทุกสูตรไว้รับมือทั้งบู๊และบุ๋น             ขอบคุณภาพ : มติชน    

 726
การเมืองเข้มข้น
18 ก.ค. 62

นายกฯ ห่วงท่องเที่ยวภูเก็ต-ภาพลักษณ์ประเทศ เหตุพฤติกรรมเอาเปรียบ นทท.

นายกรัฐมนตรีเป็นห่วงการท่องเที่ยวภูเก็ต และภาพลักษณ์ประเทศไทยเสียหาย สาเหตุจากพฤติกรรมเอาเปรียบนักท่องเที่ยว และขอร้องภาคประชาสังคมเป็นหูเป็นตาอย่าปล่อยให้พฤติกรรมแบบนี้ทำลายชื่อเสียงประเทศไทย   วันที่ 18 ก.ค. พลโทวีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รับทราบกรณีนักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลียร้องเรียน กรณีคนขับรถรับจ้างเรียกเก็บค่าโดยสารแพงเกินความเป็นจริง โดยนักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลีย 2 คนเดินทางมาถึงท่าอากาศยานจังหวัดภูเก็ต และได้เรียกรถตู้โดยสารเพื่อให้ไปส่งที่โรงแรมที่พักเมื่อเดินทางถึงที่หมาย คนขับรถเรียกค่าบริการ 3,000 บาท ซึ่งเป็นอัตราสูงมากทำให้นักท่องเที่ยวดังกล่าวไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ    นายกรัฐมนตรีย้ำว่า รัฐบาลพยายามใช้ทุกมาตรการเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ทำให้ประเทศไทย โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ตเป็นจุดหมายของการท่องเที่ยว ที่มีชื่อเสียงลำดับต้น ๆ ของโลก ทำให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ต ผู้ประกอบการจำนวนมาก มีรายได้จากการท่องเที่ยว    อย่างไรก็ตามหากยังคงมีพฤติกรรมฉวยโอกาสเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยวในลักษณะนี้ ซึ่งนอกจากจะส่งผลลบต่อการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตแล้ว ยังส่งผลลบต่อชื่อเสียงของคนไทย และประเทศไทยอีกด้วย จึงอยากขอร้องให้ผู้ประกอบการช่วยกันดูแลเป็นหูเป็นตาป้องกันไม่ให้มีเหตุการณ์แบบนี้อีก   ทั้งนี้ประเทศไทยนอกจากจะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามแล้ว น้ำใจไมตรีของคนไทยยังเป็นสิ่งที่คนทั่วโลกชื่นชมทำให้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มีความประทับใจ จึงอยากขอร้องให้ตนไทยทุกคนรวมกันเป็นเจ้าบ้านที่ดี ต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนประเทศไทย   นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังกำชับให้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองคอยสอดส่องดูแลอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก

 1,409
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
18 ก.ค. 62

นายกฯ ห่วงท่องเที่ยวภูเก็ต-ภาพลักษณ์ประเทศ เหตุพฤติกรรมเอาเปรียบ นทท.

นายกรัฐมนตรีเป็นห่วงการท่องเที่ยวภูเก็ต และภาพลักษณ์ประเทศไทยเสียหาย สาเหตุจากพฤติกรรมเอาเปรียบนักท่องเที่ยว และขอร้องภาคประชาสังคมเป็นหูเป็นตาอย่าปล่อยให้พฤติกรรมแบบนี้ทำลายชื่อเสียงประเทศไทย   วันที่ 18 ก.ค. พลโทวีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รับทราบกรณีนักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลียร้องเรียน กรณีคนขับรถรับจ้างเรียกเก็บค่าโดยสารแพงเกินความเป็นจริง โดยนักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลีย 2 คนเดินทางมาถึงท่าอากาศยานจังหวัดภูเก็ต และได้เรียกรถตู้โดยสารเพื่อให้ไปส่งที่โรงแรมที่พักเมื่อเดินทางถึงที่หมาย คนขับรถเรียกค่าบริการ 3,000 บาท ซึ่งเป็นอัตราสูงมากทำให้นักท่องเที่ยวดังกล่าวไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ    นายกรัฐมนตรีย้ำว่า รัฐบาลพยายามใช้ทุกมาตรการเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ทำให้ประเทศไทย โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ตเป็นจุดหมายของการท่องเที่ยว ที่มีชื่อเสียงลำดับต้น ๆ ของโลก ทำให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ต ผู้ประกอบการจำนวนมาก มีรายได้จากการท่องเที่ยว    อย่างไรก็ตามหากยังคงมีพฤติกรรมฉวยโอกาสเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยวในลักษณะนี้ ซึ่งนอกจากจะส่งผลลบต่อการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตแล้ว ยังส่งผลลบต่อชื่อเสียงของคนไทย และประเทศไทยอีกด้วย จึงอยากขอร้องให้ผู้ประกอบการช่วยกันดูแลเป็นหูเป็นตาป้องกันไม่ให้มีเหตุการณ์แบบนี้อีก   ทั้งนี้ประเทศไทยนอกจากจะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามแล้ว น้ำใจไมตรีของคนไทยยังเป็นสิ่งที่คนทั่วโลกชื่นชมทำให้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มีความประทับใจ จึงอยากขอร้องให้ตนไทยทุกคนรวมกันเป็นเจ้าบ้านที่ดี ต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนประเทศไทย   นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังกำชับให้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองคอยสอดส่องดูแลอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก

 1,409
การเมืองเข้มข้น
16 ก.ค. 62

นายกฯ นำ คณะรัฐมนตรี ร่วมถ่ายภาพหมู่ หน้าตึกไทยคู่ฟ้า หลังเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ

ขอบคุณภาพ มติชนออนไลน์   วันที่ 16 ก.ค.62 เวลา 17.00 น. พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรี ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้ง เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่   โดยช่วงบ่ายเวลา 15.30 น.คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ได้ถ่ายภาพเดี่ยว ณ ห้องวนาสิริ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล ก่อนนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ออกเดินทางจากทำเนียบรัฐบาลในเวลาประมาณ 16.15 น. ไปยังพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เพื่อเข้าเฝ้าฯ ด้วยรถยนต์โดยสารตู้ ซึ่งสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้จัดเตรียมไว้ และเดินทางกลับพร้อมกันเมื่อเสร็จพิธี   ทั้งนี้ ภายหลังเสร็จพิธี เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งใหม่ ได้เดินทางกลับมายังทำเนียบรัฐบาล เพื่อถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน ณ บริเวณสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล และประชุมคณะรัฐมนตรีร่วมกัน เป็นครั้งแรกในเย็นวันเดียวกัน  

 4,212
การเมืองเข้มข้น
15 ก.ค. 62

รอฟัง! 'บิ๊กตู่' เตรียมออกสารขอบคุณ ปชช. ย้ำ ถก ครม.ใหม่หลังถวายสัตย์พรุ่งนี้ 5 โมงเย็น

นายกรัฐมนตรี เตรียมออกสาร ในนามหัวหน้า คสช.ขอบคุณประชาชนและทุกหน่วยงานที่ทำงานร่วมกันมา 5 ปี เตรียมประชุม ครม.ประยุทธ์ 2 พรุ่งนี้ หลังเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาน พร้อมเตรียมแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา 25 ก.ค.นี้ ขอ ส.ส.ฝ่ายค้าน ทำหน้าที่ ยังไม่ใช่เวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจ ยืนยัน บรรจุแก้กฏหมายที่เป็นปัญหา แต่ไม่ระบุ ว่าจะแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่   วันที่ 15 ก.ค. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. อารมณ์ดีชี้แจงการประชุม ครม.นัดพิเศษว่าไม่ใช่การประชุมเพื่อขออนุมัติงบประมาณทิ้งทวน แต่เป็นการประชุมรับทราบความก้าวหน้าของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพราะรอไม่ได้จำเป็นต้องรับทราบว่าจะมีการดำเนินการโครงการใดบ้าง เพื่อสานต่อไปยังรัฐบาลหน้าที่จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ หลังเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาน และเห็นชอบถ้อยแถลงมติรัฐมนตรีอาเซียนที่รับผิดชอบงานเยาวชน ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่จะต้องรับผิดชอบไปประชุม ที่ สปป.ลาว ในวันพรุ่งนี้    และขอความเห็นชอบ ผลลัพธ์ร่างเอกสารการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ครั้งที่ 52 ที่จะมีการประชุมในวันที่ 30 ก.ค.นี้ จึงต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง พร้อมหารือเรื่องการเตรียมการหลังเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาน ซึ่งในวันพรุ่งนี้จะมีการประชุม ครม.ชุดใหม่ หารือระเบียบขั้นตอนการทำงานต่างๆ ในฐานะที่จะเป็นรัฐบาลต่อไป ซึ่งตนมีแผนรองรับการทำงาน แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้    โดยวันที่ 25 ก.ค.จะมีการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อที่ประชุมรัฐสภา เป็นกรอบการทำงานให้สอดรับกับนโยบายพรรคการเมือง ซึ่งต้องมีการระมัดระวังหลายเรื่องขอให้เข้าใจ นโยบายจะต้องสอดคล้องกับเรื่องความมั่นคง สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รวมถึงยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งจะมีทั้งนโยบายเร่งด่วนและนโยบายระยะยาว ซึ่งการแถลงนโยบายรัฐบาล ไม่ใช่อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล เพราะเป็นคนละเรื่องเป็นคนละวาระ    จึงขอฝาก ส.ส.ผู้ทรงเกียรติ ให้ทำหน้าที่ให้ถูกต้อง หลายอย่างยังทำงานไม่ตรงหน้าที่ เพราะไม่ใช่เรื่องของการทำงานอภิปรายการทำงานของรัฐบาล ต้องให้รัฐบาลทำงานก่อน ยืนยัน ให้เกียรติและเคารพทุกคน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ซึ่งต้องให้เกียรติประชาชน ที่เลือกเข้ามาเป็นหลัก    อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี เปิดเผยด้วยว่า จะสนับสนุนนโยบายพรรครร่วมรัฐบาลในเรื่องกฏหมายทุกฉบับ โดยให้เป็นไปตามขั้นตอนไม่ไปขัดแย้งกับพรรคการเมืองใด เพราะเป็นรัฐบาลของคนทั้งประเทศ แต่ไม่ระบุชัดเจนว่าจะบรรจุเรื่องการแก้รัฐธรรมมนูญ ซึ่งเป็นเงื่อนไขของพรรคประชาธิปัตย์ในการเข้าร่วมรัฐบาล    นายกรัฐมนตรี ยังเผยว่า จะมีการออกสารในนามคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ขอบคุณประชาชนและทุกหน่วยงาน ที่ทำงานร่วมกันมา 5 ปี เพราะ คสช.จะสิ้นสุดสภาพในวันพรุ่งนี้หลัง ครม.ใหม่ เข้าเฝ้าถวายสัตย์   

 1,289
การเมืองเข้มข้น
13 ก.ค. 62

‘พุฒิพงษ์’ เผยร่างนโยบายรัฐบาลส่งถึงมือ นายกฯ แล้ว

วันที่ 13 ก.ค. 62 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่า ร่างนโยบายรัฐบาลที่ต้องแถลงต่อรัฐสภาได้ส่งถึงมือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้วในวันนี้ ถือเป็นร่างนโยบายรัฐบาล ที่พรรคร่วมรัฐบาลได้สรุปมาในระดับหนึ่ง ซึ่งนายกรัฐมนตรีจะพิจารณาดูอีกครั้ง    ทั้งนี้ ร่างนโยบายดังกล่าวได้รับความเห็นชอบจากพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมด และสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้ตรวจความเรียบร้อยและปรับปรุงถ้อยคำเนื้อหา เพื่อให้เกิดความถูกต้อง    สำหรับร่างนโยบายจะจัดทำเป็น 2 ส่วน คือส่วนที่นายกรัฐมนตรีจะต้องใช้แถลงต่อรัฐสภาซึ่งจะเป็นหัวข้อหลักๆสำคัญ และอีกส่วนหนึ่งที่จะขยายลงรายละเอียด  

 1,170
การเมืองเข้มข้น
12 ก.ค. 62

'พุฒิพงษ์' ดอดพบ 'บิ๊กตู่' ปัดหารือตำแหน่งโฆษกรัฐบาล

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ขนพระพุทธรูปจากกระทรวงกลาโหม เข้าห้องทำงานรองนายกรัฐมนตรี ตึกบัญชาการแล้ว ขณะที่พุฒิพงษ์ ปุณณกันต์ ดอดพบนายกรัฐมนตรี และสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ปฎิเสธมารับตำแหน่งโฆษกรัฐบาล   วันที่ 12 ก.ค. หลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ครม. รัฐมนตรีแต่ละคนเริ่ม มีการขนข้างของย้ายเข้าห้องทำงานที่ทำเนียบรัฐบาล โดยเฉพาะ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่พ้นจากตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยรับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี อย่างเดียว ได้ให้เจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานกระทรวงกลาโหม ขนโต๊ะ หมู่บูชา พร้อมพระพุทธรูปปางลีลา 25 พุทธศตวรรษ ครุฑ และรูปภาพ จากกระทรวงกลาโหม เข้ามาไว้ที่ห้องทำงานรองนายกฯ ที่ชั้น 4 ตึกบัญชาการ แล้ว    ขณะที่ นายพุฒิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล โดยระบุ ว่าเดินทางมาพบ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แต่ปฎิเสธที่จะเปิดเผยรายละเอียดว่าหารือประเด็นใดกับนายกรับมนตรี และยืนยันว่าไม่ได้เดินทางมารับตำแหน่งโฆษกรัฐบาล    จากนั้นได้เข้าพบ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่ห้องทำงานตึกบัญชาการ ซึ่งนายสมคิด กล่าวภายหลังนายพุฒิพงษ์ เข้าพบ ว่า ได้แสดงความยินดี กับตำแหน่งใหม่ พร้อมได้ให้คำแนะนำในการทำงาน และเชื่อมั่นว่านายพุฒิพงษ์ จะทำหน้าที่ได้ดีอยู่แล้ว    ทั้งนี้ มีรายงานว่า นายพุทธิพงษ์ มาหารือประเด็นที่เกี่ยวการร่างนโยบายรัฐบาลที่จะแถลงต่อรัฐสภา ซึ่งคาดว่า จะส่งฉบับสมบูรณ์ให้นายกรัฐมนตรีได้ภายในวันพรุ่งนี้ ส่วนความคืบหน้าการตั้งทีมโฆษกรัฐบาล เบื้องต้นยังไม่ได้ข้อยุติ แม้จะมีรายชื่อเสนอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาทั้ง 4 ตำแหน่ง ประกอบด้วย โฆษก และ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แล้วก็ตาม    ขณะที่นายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าปฎิบัติหน้าที่ทำเนียบรัฐบาล โดยเปิดโอกาสให้ ศาสตราจารย์เคล้าส์ ชวาป (Professor Kluas Schwab) ผู้ก่อตั้งและประธานบริหาร World Economic Forum (WEF) เข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรีเนื่องในโอกาสเยือนประเทศไทย ที่ห้องสีม่วง    

 642
การเมืองเข้มข้น
11 ก.ค. 62

ภารกิจส่งท้าย! 'บิ๊กป้อม' นำ รมต.กห.อาเซียน พบนายกฯ ประคองมือส่งขึ้นรถ

นายกรัฐมนตรี ประเดิมงานแรก ให้รัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนเข้าเยี่ยมคารวะหลังโปรดเกล้า แต่งตั้งครม. ประยุทธ์ 2/1 เมื่อวานนี้ โดยเป็นภารกิจสุดท้ายพล. อ ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก่อนส่งไม้ต่อให้ นายกรัฐมนตรีควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม   พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช เดินทางเข้าปฎิบัติงานที่ตึกไทยคู่ฟ้าทำเนียบรัฐบาลในเวลา 08.00 น พร้อมกับยืนเคารพธงชาติ ก่อนเดินขึ้นตึก ซึ่งถือเป็นการทำงานวันแรกหลังมีประกาศราชกิจจานุเบกษาแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ 2/1    โดยในช่วงเช้านายกรัฐมนตรีมีภารกิจ เปิดโอกาสให้พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมนำคณะรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนและเลขาธิการอาเซียน เข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรีเนื่องในโอกาสเยือนประเทศไทย เพื่อเข้าร่วมประชุม รัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน หรือ ADMM ครั้งที่ 13 ที่มีการจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 10-12 ก.ค. 2562 ณ โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ ที่ไทย เป็นเจ้าภาพในฐานะประธานอาเซียน    โดย พลเอก ประวิตร กล่าวรายงานว่า ในการประชุมครั้งนี้ จะมีการหารือถึงความร่วมมือ และ การพัฒนางานด้านความมั่นคงให้เกิดความยั่งยืน เพื่อเตรียมพร้อมรับมือต่อภัยคุกคามในด้านความมั่นคงของภูมิภาค ซึ่งภายหลังการประชุม จะมีการลงนามของประเทศสมาชิก เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงของอาเซียน เพื่อดำรงไว้ ตามหลักคิด 'ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน' ด้วย    ขณะที่นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มีโอกาสพบกันอีกครั้งหนึ่ง พร้อมกล่าวขอบคุณประเทศสมาชิกอาเซียน ที่ให้การสนับสนุนประเทศไทย ในการเป็นประธานอาเซียนในปีนี้ และช่วยให้การประชุมผ่านมาเป็นเรียบร้อยด้วยดี    ส่วนการประชุม ADMM นั้น ถือเป็นกลไกความมั่นคงระดับยุทธศาสตร์ ที่จะทำให้ภูมิภาคมีความเข้มแข็งและแข็งแรงมากยิ่งขึ้น ทั้งจะช่วยในการแสวงหาผลประโยชน์ กับประเทศอื่นที่เข้าร่วมการประชุมระหว่างรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนกับรัฐมนตรีกลาโหมของประเทศคู่เจรจา หรือ ADMM Plus ด้วย นอกจากนี้ ยังมีความยินดียิ่งที่ทราบว่า หลังการประชุมจะมีการลงนามความร่วมมือกันหลายฉบับ และมีการจัดทำกรอบความร่วมมือต่าง ๆ ในหลายมิติด้วย    ทั้งนี้หลังการหารือ พลเอกประยุทธ์ และพลเอกประวิตร ได้ลงมาส่งรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน พร้อมกันที่หน้าตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนที่พลเอกประยุทธ์ จะประคองมือพลเอกประวิตร ขึ้นรถ เพื่อเดินทางไปประชุม รัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนครั้งที่ 13    

 645

Top