ค้นหา :

ผลการค้นหา "ประชุม"

ต่างประเทศ
28 ม.ค. 63

‘ทรัมป์’ เชิญผู้นำอิสราเอล 2 ฝ่าย นัดประชุมผลักดันแผนสันติภาพในตะวันออกกลาง

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวในวันนี้ว่า ทำเนียบขาวจะเปิดเผยแผนสันติภาพตะวันออกกลางในวันพรุ่งนี้เวลา 12.00 น.ตามเวลาสหรัฐ หรือ 24.00 น.ตามเวลาไทย ประเด็นหลักที่หารือกันคือ แผนการสร้างสันติภาพในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นแผนที่จะใช้แก้ไขปัญหา ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์โดยตรง โดยจะมีการแถลงเปิดเผยรายละเอียดหารือกันในวันนี้ ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์กล่าวต่อผู้สื่อข่าว หลังจากที่เขาได้ต้อนรับนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ที่ทำเนียบขาว อย่างไรก็ตามก่อนหน้าที่จะมีการประชุม ด้านฝั่งปาเลสไตน์ได้ออกมาตอบโต้ว่า แผนการสร้างสันติภาพของผู้นำสหรัฐฯ โดยนายกรัฐมนตรีของปาเลสไตน์ เปิดเผยว่า แผนสันติภาพที่สหรัฐฯเรียกว่าข้อตกลงแห่งศตวรรษ นั้นไม่นำไปสู่การแก้ปัญหา อีกทั้งไม่อยู่ในกฎหมายระหว่างประเทศด้วย เช่นเดียวกันกับเลขาธิการองค์การปลดปล่อยอิสรภาพของปาเลสไตน์ บอกว่าถ้าสหรัฐยังดึงดันปาเลสไตน์จะถอนข้อตกลงแผนสันติภาพ อิสราเอลและปาเลสไตน์ที่ได้ลงนามกันในปี 1893 อีกด้วย    

 412
กีฬา
27 ธ.ค. 62

สมาคมฯ ประชุมเลือกสถานที่จัดวอลเลย์บอลเนชันส์ลีก ปี 2020

ส่วนคณะบริหารของสมาคมกีฬาวอลเลย์บอล เมื่อวานนี้ (26 ธ.ค. 62) มีการประชุมกัน ผลงานส่วนใหญ่ที่ผ่านมาในรอบปีนี้นักกีฬาทำได้ตามเป้า โดยเฉพาะทีมในร่มหญิง ได้ทั้งรองแชมป์เอเชีย และป้องกันแชมป์ซีเกมส์    ในส่วนของปีหน้า จะมีโปรแกรมเพิ่มมาหนึ่งรายการใหญ่ สำหรับวอลเลย์บอลชายหาด คือรายการเวิล์ดทัวร์ ระดับ 2 ดาว ขณะที่รายการเนชั่น ลีกส์ 2020 ไทยได้เป็นเจ้าภาพสัปดาห์สุดท้าย ก็ยังคงอยู่ในช่วงพิจารณาว่าจะจัดที่ใดระหว่างกรุงเทพฯ กับจังหวัดภูเก็ต 

 65
การเมือง
27 พ.ย. 62

ประชุมป่วน! 'ปารีณา' ลากเก้าอี้ นั่งคู่ 'เสรีพิศุทธ์'

ประชุม กมธ. ป.ป.ช. สุดป่วน ปารีณา ลากเก้าอี้ นั่งหัวโต๊ะคู่เสรีพิศุทธ์ หลังประท้วงเดือด ปม วัฒนา เมืองสุข ฐานะที่ปรึกษา นั่งข้างประธาน กมธ.   การประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส เป็นประธานในที่ประชุมวันนี้ ระหว่างการหารือถึงข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเกี่ยวกับการขอเปลี่ยนตัวประธานกรรมาธิการนั้น นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส. ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ได้ประท้วงถึงกรณีที่พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ อนุญาตให้นายวัฒนา เมืองสุข อดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรคเพื่อไทย และพลตำรวจเอกวิโรจน์ เปาอินทร์ อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการนั้น มานั่งขนาบข้างพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ โดยนางสาวปารีณา เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะที่ดังกล่าวควรเป็นที่นั่งของรองประธานกรรมาธิการ เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องศักดิ์ศรี เช่นเดียวกับนายสิระ เจนจาคะ ส.ส. กทม. พรรคพลังประชารัฐ ที่ร่วมโต้กับนางสาวปารีณา โดยมองว่าที่ปรึกษาประธานกรรมาธิการควรไปนั่งในห้องของกรรมาธิการฝ่ายค้าน พร้อมถามถึงความเหมาะสมที่มีการตั้งนายวัฒนา เป็นที่ปรึกษา เพราะเป็น ส.ส. สอบตกที่มีคดีทุจริต   ด้านพลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ วินิจฉัยว่า ไม่มีข้อบังคับใดที่จะมาบังคับเกี่ยวกับการกำหนดที่นั่ง ส่วนตัวเห็นว่าเหมาะสมแล้ว ทำให้นางสาว ปารีณา ยกมือประท้วงโดยกล่าวว่า หากประธานอนุญาตให้ ส.ส. สอบตกไปนั่งด้านหน้า แล้วจะให้นั่งตรงไหนก็ได้นั้น ตนก็ขออนุญาตไปหาที่นั่งบ้าง ก่อนที่พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ ถามกลับว่าจะไปนั่งตรงไหน ให้มานั่งใกล้ๆผม ทำให้นางสาวปารีณาลุกขึ้นจากที่นั่งและลากเก้าอี้มานั่งหัวโต๊ะข้างๆพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ พร้อมเอาข้าวของที่ติดตัวมาไปวางไว้บนโต๊ะที่พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์นั่งด้วย ซึ่งพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ ได้ขอให้สื่อมวลชนถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึกว่าได้นั่งใกล้คนสวย จากนั้นหันไปบอกนางสาวปารีณา ว่าจะนั่งอย่างไรก็ได้ แต่อย่าเผลอมากอดตนก็แล้วกัน   จากนั้นที่ประชุมได้มีการพิจารณาประเด็นข้อเสนอเปลี่ยนประธานกรรมาธิการ แต่เกิดความวุ่นวายขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เห็นว่านางสาวปารีณาใช้โทรศัพท์ระหว่างการประชุม ถือเป็นการก่อกวนการทำหน้าที่ แต่นางสาวปารีณา ชี้แจงว่า กำลังย้อนหาข่าวที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรปลดพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ ทำให้มีการถกเถียงกันว่ามีข้อบังคับใดที่ให้ ส.ส. ใช้โทรศัพท์มือถือระหว่างการประชุม   จากนั้นที่ประชุมได้พิจารณาโดยมีมติ 7 ต่อ 2 เสียง ไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการพิจารณาเรื่องดังกล่าว โดยพลตำรวจเอกเสรี ร่วมลงมติไม่เห็นด้วยด้วย โดยพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ให้ฝ่ายที่เห็นด้วยที่มีเพียง 2 เสียง คือ นายสิระ และนางสาวปารีณา ไปยื่นเรื่องต่อประธานสภาฯ และ ป.ป.ช. ว่าจะสามารถสั่งปลดประธานได้หรือไม่ ซึ่งนายสิระยืนยันจะไปร้องต่อ ป.ป.ช. ให้พิจารณาเรื่องนี้อย่างแน่นอน ในวันจันทร์หน้า(2 ธ.ค.62)   อย่างไรก็ตามในระหว่างการลงมติ นายสิระ ได้ชวน ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลวอร์คเอาท์จากที่ประชุม แต่ไม่มีกรรมาธิการคนใดสนับสนุน ก่อนที่พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์จะเชิญสื่อมวลชนออกจากที่ประชุม

 48,238
เศรษฐกิจ
06 ก.ย. 62

'บิ๊กตู่' เปิดประชุม รมต. ศก.อาเชียน ห่วงสงครามการค้า เร่งผลักดันอาร์เซ็ป

นายกรัฐมนตรี ห่วงสงครามการค้าโลก อาเซียนต้องร่วมมือร่วมใจ ผลักดันอาร์เซ็ป  ให้เกิดขึ้นในปีนี้   วันที่ 6 ก.ย. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนครั้งที่ 51 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 34 ที่ผ่านมา ว่าเป็น ความกล้าฝัน ของผู้ก่อตั้งอาเซียนเมื่อ 52 ปีที่แล้ว ที่อยากเห็นภูมิภาค มีความมั่นคงทางการเมือง ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ และความก้าวหน้าทางสังคม ที่ลงนามผ่านปฏิญญากรุงเทพฯ เมื่อปี 1967   ซึ่งตลอดระยะเวลา 5 ทศวรรษที่ผ่านมา อาเซียนมีความร่วมมืออย่างเข้มแข็งในทุกมิติ ซึ่งหากอาเซียนไม่ได้จัดตั้งคณะทำงานเพื่อพัฒนาแนวคิดเขตการค้าเสรีอาเซียน หรือ อาฟต้า อาจทำให้การค้ามีอัตราภาษีที่สูง ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการขยายตัวทางการค้าภายในภูมิภาค    ดังนั้นแนวคิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ เออีซี จะนำไปสู่ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจให้ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น และเสนอข้อริเริ่มความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค หรือ อาร์เซ็ป ที่ไทยในฐานะประธานอาเซียนจะผลักดันให้ประสบความสำเร็จภายในปีนี้ จะได้ประโยชน์ จากประชากรกว่า 3,500 ล้านคน หรือเกือบครึ่งของประชากรโลก มีมูลค่า GDP กว่า 27.3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณร้อยละ32.3 ของ GDP โลก ซึ่งมีแนวโน้มจะประสบความสำเร็จในอนาคตอันใกล้   และท่ามกลางกระแสการค้าโลก อาเซียนจะต้องร่วมใจกันเสริมสร้างความเชื่อมโยงกัน และกระแสความตื่นตัวด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ อาเซียนจะต้องร่วมมือกันรักษาและส่งเสริมอย่างยั่งยืนในทุกมิติ ในการร่วมมือร่วมใจ ขับเคลื่อนความฝันของอาเซียนให้ก้าวไกลและยั่งยืน เพื่อประโยชน์ของชาวอาเซียน ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง    ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี แสดงความเป็นห่วง เรื่องสงครามการค้าโลก ที่จากเดิมมีมหาอำนาจเพียง 2 ประเทศ แต่ปัจจุบันมีเพิ่มขึ้น และปัญหาในอนาคตจะมากขึ้นอีก ดังนั้นอาเซียนจะต้อวรวมพลัง เพื่อเผชิญกับความท้าทายด้านเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นอีก ดังนั้นการพัฒนาฝีมือแรงงานจึงมีความจำเป็นที่จะพัฒนาอาเซียน รวมถึงเรื่องปัญหาขยะในทะเล     ข่าวที่เกี่ยวข้อง : นายกฯสั่งแจงปชช. ยันเศรษฐกิจไม่ได้ถดถอย gdp ไม่ติดลบ แค่เติบโตลดลง

 1,266
ประชาสัมพันธ์
17 มิ.ย. 62

การประชุม clmvt forum 2019

การประชุม CLMVT Forum 2019 วันที่ 23-24 มิถุนายน 2562 ณ โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ สอบถามโทร 0 2507 8506 หรือ www.clmvtforum.com Email : clmvtforum2019@gmail.com ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/oOBnlS5u0yA

 822
แวะไหนดี
17 มิ.ย. 62

การประชุม clmvt forum 2019

การประชุม CLMVT Forum 2019 วันที่ 23-24 มิถุนายน 2562 ณ โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ สอบถามโทร 0 2507 8506 หรือ www.clmvtforum.com Email : clmvtforum2019@gmail.com ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/oOBnlS5u0yA

 822
การเมือง
06 ธ.ค. 61

มติประชาธิปัตย์ ไม่ร่วมประชุม 7 ธ.ค. ชี้ 'บิ๊กตู่' มีส่วนได้ส่วนเสีย

มติพรรคประชาธิปัตย์ ไม่เข้าร่วมประชุมกับคสช.ในวันที่ 7 ธันวาคม ชี้ “พลเอกประยุทธ์” มีส่วนได้ส่วนเสีย พร้อมถามกลับใครที่ไม่เคารพกติกา เรียกร้องคืนการเลือกตั้งให้ประชาชนโดยไม่มีอำนาจพิเศษ   นายธนา ชีรวินิจ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ให้เหตุผลใน 4 ประเด็น คือ เห็นว่ากระบวนการขัดแย้งกับคำสั่งคสช.ที่ 53/60 ซึ่งกำหนดต้องรับฟังความเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องรวมถึงพรรคการเมือง แต่ก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับกติกาที่ออกมาเอง ดังนั้นเมื่อกระบวนการแรกก็มีปัญหา ทำให้การเลือกตั้งอาจไม่เป็นที่ยอมรับ นอกจากนี้ มองว่า พลเอกประยุทธ์ มีหน้าที่คืนการเลือกตั้ง โดยไม่มีการใช้อำนาจพิเศษ ซึ่งคำพูดและท่าทีถึงความเป็นเจ้าของ เป็นสิ่งไม่สมควร เพราะควรเคารพ และให้เกียรติประชาชน อีกทั้งขณะนี้ พลเอกประยุทธ์ ยังมีส่วนได้เสียกับการเลือกตั้ง เพราะเป็น 1 ในรายชื่อนายกรัฐมนตรีที่เสนอโดยพรรคพลังประชารัฐ จึงทำให้พรรคไม่สามารถเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ได้    อย่างไรก็ตาม หลังการประชุมในวันที่ 7 ธันวาคม หากมีข้อสรุปอย่างไรก็พร้อมเดินตามกติกา แต่อยากเรียกร้อง ให้รัฐบาลและคสช. คืนการเลือกตั้งแบบไม่มีข้อครหา และด้วยความเต็มใจ เพราะหากกระบวนการไม่ชอบตั้งแต่ต้น สุดท้ายการเลือกตั้งอาจขาดความน่าเชื่อถือ และทำให้บ้านเมืองกลับสู่วงจรความขัดแย้ง    นายธนา ยังกล่าวถึง กรณีที่มีการเผยแพร่ภาพ ป้าย พล.อ.ประยุทธ์ ยืนจับมือกับ นางเทเรซ่า เมย์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร คล้ายกับป้ายหาเสียงของนักการเมือง ว่า เป็นสิ่งที่ไม่ดำเนินการได้ และ หากพลเอกประยุทธ์ ไม่เกี่ยวข้อง ก็ต้องสั่งปลดทันที เพราะการเป็นผู้นำต้องเป็นตัวอย่างที่ดีของสังคมเพื่อแสดงถึงความเสมอภาค อะไรที่ที่ตัวเองได้เปรียบก็ต้องละเว้น

 1,103
ต่างประเทศ
27 เม.ย. 61

เจาะลึกวันประวัติศาสตร์ 2 ผู้นำเกาหลี 'คิม จองอึน-มูน แจอิน' พบปะชื่นมื่น ส่งสัญญาณสร้างสันติภาพ

ทั่วโลกได้เห็นภาพประวัติศาสตร์ของนาย คิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ เดินเท้าข้ามเส้นขนานที่ 38 ซึ่งเป็นเส้นแบ่งพรมแดนจากเกาหลีเหนือ เข้ามายังเกาหลีใต้ ในหมู่บ้านปันมุนจอม และการจับมือกับประธานาธิบดีมูน แจ อิน ผู้นำเกาหลีใต้ไปแล้ว เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 27 เมษายน 2561 ที่ผ่านมา   ทำให้ คิม จองอึน กลายเป็นผู้นำเกาหลีเหนือที่เหยียบแผ่นดินเกาหลีใต้เป็นคนแรก นับตั้งแต่สงครามเกาหลี ปี 1950-1953 หรือเมื่อ 65 ปีที่แล้ว ซึ่งบรรยากาศทั่วไปเป็นไปอย่างชื่นมื่น เกาหลีใต้ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ซึ่งมีการถ่ายทอดสดนาทีประวัติศาสตร์นี้ไปทั่วโลก   จากนั้นเวลา 10 นาฬิกา 30 นาที ตามเวลาท้องถิ่น การประชุมสุดยอดสองเกาหลีได้เปิดฉากอย่างเป็นทางการ ภายในห้องประชุม ของอาคารพีซ เฮ้าส์ ในฝั่งของเกาหลีใต้ โดยผู้นำคิม จอง อึน มีท่าทีที่เป็นมิตร และแสดงความหวังว่า ผลการประชุมจะออกได้ผลดี และสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับพวกเรา เช่นเดียวกับประธานาธิบดีมูน กล่าวว่า การที่คิม จองอึน ข้ามพรมแดนเข้ามา กลายเป็นสัญญาลักษณ์ของสันติภาพ ไม่ใช่สัญลักษณ์ของการแบ่งแยก และหวังว่าการเจรจาครั้งนี้จะได้ผลที่ยิ่งใหญ่ เพื่อเป็นของขวัญให้กับทุกคนทั้งในเกาหลีและทั่วโลก ที่ต้องการเห็นสันติภาพ   การเข้าร่วมประชุมครั้งนี้ มี คิม โย จอง น้องสาวคิม จอง อึน ร่วมติดตาม และทำหน้าที่เสมือนเลขาของเขา และหลังจากที่เสร็จสิ้นการหารือในช่วงแรก ผู้นำทั้งสอง จะแยกกันรับประทานอาหารเที่ยง ก่อนที่จะร่วมกันปลูกต้นสนเพื่อเป็นสัญญาลักษณ์ของสันติภาพและความรุ่งเรือง ที่บริเวณเส้นแบ่งพรมแดน ก่อนที่จะมีการหารือกันอีกครั้งในช่วงบ่าย หลังจากนั้นจะมีการแถลงผลการสรุปร่วมกัน และรับประทานอาหารเย็นร่วมกัน ก่อนที่ผู้นำคิม จอง อึน จะเดินทางกลับเกาหลีเหนือในวันเดียวกัน   ซึ่งประชาชนชาวเกาหลีใต้ ได้ให้ความสนใจชมการถ่ายทอดสดนาทีประวัติศาสตร์ ระหว่างประธานาธิบดีมูน แจอิน ผู้นำเกาหลีใต้ และ ผู้นำคิม จองอึน ของเกาหลีเหนือ ผ่านทีวีจอยักษ์ที่ติดตั้งตามที่ต่างๆ ทั่วกรุงโซล เพื่อติดตามข่าวการประชุมอย่างใกล้ชิด     ขณะเดียวกันมีรายงานถึงเมนูอาหารเย็นของ 2 ผู้นำ คือบะหมี่เย็นสไตล์เกาหลี ปลาดอลลี่อบ ปลิงทะเล ของหวาน เป็นมูสมะม่วง และมีการตกแต่งด้วยแผ่นช็อคโกแล็ตที่มีคาบสมุทรเกาหลีปรากฎอยู่ ทำให้ญี่ปุ่นไม่พอใจเพราะเป็นพื้นที่ที่เป็นข้อพิพาทกันอยู่   เรียนภาษาอังกฤษกับ อ.อดัม Kim Jong-un has become the first North Korean leader to set feet in South Korea since the end of the Korean War in 1953. คิม จองอึน กลายเป็นผู้นำเกาหลีเหนือคนแรก ที่ได้เดินเท้าเหยียบเกาหลีใต้ นับตั้งแต่การสิ้นสุดสงครามเกาหลีเมื่อปี 1953  

 7,572
ต่างประเทศ
27 เม.ย. 61

ภาพประวัติศาสตร์! 'คิม จองอึน' เหยียบแผ่นดินเกาหลีใต้ จับมือ 'มูน แจอิน' คุยสันติภาพในรอบ 65 ปี

ภาพเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ของ 2 ผู้นำเกาหลี คิม จองอึน และ มูน แจอิน จับมือกัน โดยเป็นครั้งแรกที่ผู้นำเกาหลีเหนือ เดินเข้ามาเหยียบแผ่นดินเกาหลีใต้ในรอบ 65 ปี ณ หมู่บ้านปันมุนจอม ซึ่งเป็นเขตปลอดทหารแบ่งระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ ท่ามกลางการคุมเข้มความปลอดภัย   ซึ่งการประชุมสุดยอดครั้งประวัติศาสตร์นี้จะมุ่งความสนใจไปที่สิ่งบ่งชี้ล่าสุดของเกาหลีเหนือว่า เกาหลีเหนือยินดีจะเลิกล้มโครงการอาวุธนิวเคลียร์ของตน ยังมีการเสนอให้นายคิมจองอึนประชุมสุดยอดกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ภายในต้นเดือนมิถุนายนอีกด้วย   จากนั้นทั้ง 2 ฝ่ายจะข้ามไปรับประทานอาหารกลางวันที่เกาหลีเหนือ และปลูกต้นสนที่เส้นพรมแดน โดยใช้ดินจาก 2 ประเทศ เพื่อสื่อถึงสันติภาพ  

 3,016
ต่างประเทศ
27 เม.ย. 61

ทั่วโลกจับตา 2 ผู้นำเกาหลีเหนือ-ใต้ เผชิญหน้าครั้งประวัติศาสตร์ ในรอบ 65 ปี

ทั่วโลกจับตา การประชุมประวัติศาสตร์ของ 2 เกาหลี โดยนายคิมจองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ จะกลายเป็นผู้นำเกาหลีเหนือคนแรกที่ข้ามเข้าไปในดินแดนของเกาหลีใต้ นับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามเกาหลีใต้เมื่อ 65 ปีก่อน   ทางการเกาหลีใต้กล่าวว่า นายมูนแจอิน ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ วัย 65 ปี จะพบกับนายคิมจองอึนที่ชายแดน เวลา 9 นาฬิกา 30 นาที ตามเวลาท้องถิ่น หรือ 7 นาฬิกา 30 นาที ตามเวลาในประเทศไทย การประชุมสุดยอดครั้งประวัติศาสตร์นี้จะมุ่งความสนใจไปที่สิ่งบ่งชี้ล่าสุดของเกาหลีเหนือว่า เกาหลีเหนือยินดีจะเลิกล้มโครงการอาวุธนิวเคลียร์ของตน ยังมีการเสนอให้นายคิมจองอึนประชุมสุดยอดกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ภายในต้นเดือนมิถุนายนอีกด้วย   ซึ่งหมู่บ้านปันมุนจอม ซึ่งเป็นเขตปลอดทหารแบ่งระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ ถูกคุมเข้มความปลอดภัย ก่อนที่จะถึงวันแห่งประวัติศาสตร์นี้ ซึ่งจะมีการถ่ายทอดสด เพื่อให้ทั่วโลกได้เห็นบรรยากาศในนาทีประวัติศาสตร์   เริ่มตั้งแต่ประธานาธิบดีมูน แจ อิน ยืนรอต้อนรับคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ซึ่งจะเดินข้ามเส้นแบ่งพรมแดนสองเกาหลี โดยมีทหารกองเกียรติยศ ให้การต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ รวมไปถึงภาพประวัติศาสตร์ที่ผู้นำสองเกาหลีจับมือกัน แม้ว่านี่จะเป็นการประชุมสุดยอดสองเกาหลีครั้งที่ 3 แต่เป็นครั้งแรกที่ผู้นำเกาหลีเหนือ ที่จะเดินเข้ามาเหยียบแผ่นดินเกาหลีใต้   สำหรับการประชุมสุดยอดอย่างเป็นทางการจะเริ่มเวลา 10 นาฬิกา 30 นาที ตามเวลาท้องถิ่น หรือ 8 นาฬิกา 30 นาที หลังจากหารืออย่างเป็นทางการ ผู้นำทั้งสองจะแยกกันรับประทานอาหารเที่ยง ก่อนที่จะร่วมกับปลูกต้นสน ที่บริเวณเส้นแบ่งพรมแดน เพื่อเป็นสัญลักษณ์ถึงสันติภาพและความเจริญรุ่งเรือง ซึ่งการปลูกต้นสนจะใช้ดินจากภูเขาแพคทูของเกาหลีเหนือ และดินจากภูเขาฮัลลา จากเกาหลีใต้   และในช่วงเย็น ประธานาธิบดีมูน และ นายคิม จองอึน จะร่วมรับประทานอาหารเย็นอย่างเป็นทางการ ซึ่งได้จัดเมนูอาหารรสเลิศ ทั้งอาหารจานหลักแบบฉบับเกาหลี รวมทั้งของหวาน เป็นมูสมะม่วง และมีการตกแต่งด้วยแผ่นช็อคโกแล็ตที่มีแผนที่เกาหลีปรากฎอยู่  

 2,010
ต่างประเทศ
20 เม.ย. 61

'สว.แทมมี่' สร้างประวัติศาสตร์ อุ้มลูกน้อยวัย 10 วัน เข้าร่วมลงมติในสภาเป็นครั้งแรกของสหรัฐฯ

แทมมี ดักเวิร์ธ สมาชิกวุฒิสภารัฐอิลลินอยส์ สายเลือดไทย-อเมริกัน สร้างประวัติศาสตร์วุฒิสภาสหรัฐฯ หลังจากวุฒิสภาลงมติเป็นเอกฉันท์อนุญาตให้สมาชิกวุฒิสภานำลูกน้อยวัยแรกเกิดเข้ามาในสภาขณะปฏิบัติหน้าที่ได้      เมื่อวานนี้ (19 เมษายน 2561) แทมมี วัย 50 ปี ที่เพิ่งกลับมาทำงานหลังคลอดลูกสาวคนที่ 2 เพื่อมาร่วมลงมติในสภา โดยเธอสามารถทำหน้าที่ สว. พร้อมๆ กับการเลี้ยงลูกได้อย่างดี ซึ่งเธอได้บอกว่าลูกน้อยไม่ได้รบกวนอะไร เนื่องจากเธอให้ดื่มนมมาอย่างเพียงพอ จึงหลับตลอดเวลา

 2,392
การเมือง
20 เม.ย. 61

สนช.มีมติล้มกระดานสรรหา กสทช.-ผู้ตรวจการแผ่นดิน รายงานเผยมีคลิปเสียงบอกนายกฯไม่แฮปปี้

การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติเพื่อให้ความเห็นชอบบุคคลที่สมควรได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการ กสทช. ชุดใหม่ 7 ด้าน จำนวน 7 คน จากรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหาได้เสนอรายชื่อเข้ามาจำนวน 14 คน ในวันนี้ที่ประชุมได้ทำการประชุมลับนานกว่า 4 ชั่วโมง   ทันทีที่กลับมาประชุม นายสมชาย แสวงการ สนช. แจ้งว่า รายงานของคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลที่สมควรได้รับการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งกรรมการ กสทช. พบว่า มีบุคคลซึ่งมีปัญหาเกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม ตลอดจนมีประวัติ ความประพฤติและพฤติกรรมไม่เหมาะสม จำนวน 8 คน ซึ่งทำให้อาจเกิดปัญหาข้อกฎหมาย เนื่องจากจำนวนของผู้เข้ารับการสรรหามีไม่ถึง 2 เท่า ของจำนวน กสทช.ทั้ง 7 คน หรือจำนวน 14 คน ตามที่กฎหมาย กสทช. กำหนด โดยนายสมชายเห็นว่า อาจนำไปสู่การฟ้องร้องคดีในอนาคต จึงเสนอที่ประชุมงดเว้นการดำเนินการตามมาตรา 17 ด้วยการไม่เลือกผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้ามาทั้ง 14 คน    ขณะที่ นายตวง อันฑะไชย สนช. เห็นแย้งว่า สนช.ไม่สามารถยกเว้นการดำเนินการตามกฎหมายได้ จึงต้องเดินหน้าเลือกกรรมการ กสทช. ตามมาตรา 17 ทำให้นายสมชาย ต้องเสนอญัตติให้ สนช. งดเว้นการดำเนินการดังกล่าว ด้วยการไม่เลือกผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อทั้ง 14 คน   จากนั้นประชุมมีมติด้วยคะแนน 118 ต่อ 25 เสียง เห็นชอบตามที่นายสมชายเสนอ โดยมีผู้งดออกเสียง 20 คน ก่อนที่ประธานฯ จะสั่งปิดการประชุมทันที   สำหรับ 14 รายชื่อว่าที่ กสทช. ที่ สนช. แยกเป็นด้านต่างๆ จำนวนด้านละ 2 ชื่อ ดังนี้ 1.ด้านกิจการกระจายเสียง คือ พ.อ.กฤษฎา เทอดพงษ์ และธนกร ศรีสุขใส 2.ด้านกิจการโทรทัศน์คือ วสันต์ ภัยหลีกลี้ และ พล.อ.มังกร โกสินทรเสนีย์ 3.ด้านกิจการโทรคมนาคม คือ อธิคม ฤกษบุตร และกิตติศักดิ์ ศรีประเสริฐ 4.ด้านวิศวกรรมคือ พล.อ.ต.ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ และ พ.อ.อนุรัตน์ อินกัน 5.ด้านกฎหมาย คือ มนูภาน ยศธแสนย์ และก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร 6.ด้านเศรษฐศาสตร์คือ ภักดี มะนะเวศ และณรงค์ เขียดเดช 7.ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค หรือด้านการส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพของประชาชน คือ นพ.สุริยเดว ทรีปาตี และวรรณชัย สุวรรณกาญจน์   อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้าจะเข้าสู่วาระการพิจารณาให้เห็นชอบว่าที่ กสทช. ที่ประชุมสนช. ได้มีมติเสียงข้างมาก 117 ต่อ 64 เสียง ไม่ให้ความเห็นชอบ นางภรณี ลีนุตพงษ์ อดีตรองประธานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน แทนนายศรีราชา วงศารยางกูร ตามที่กรรมการสรรหาเสนอด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/OXsp-TRE9u8    

 1,624
การเมือง
19 มี.ค. 61

สถานทูตไทยในออสเตรเลีย มอบเค้กเซอร์ไพรส์วันเกิดนายกฯล่วงหน้า หลังร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน-ออสเตรเลีย

นายกรัฐมนตรีขอบคุณทีมงานทุกคนที่ร่วมกันทำงานให้การประชุมสุดยอดอาเซียน ออสเตรเลีย สมัยพิเศษ 2018 ณ นครซิดนีย์ เครือรัฐออสเตรเลีย ผ่านไปได้ด้วยดีพร้อมยืนยันจะทำหน้าที่เพื่อประเทศชาติอย่างดีที่สุด โดยมีทุกคนให้ความร่วมมือทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้   ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจการประชุมสุดยอดอาเซียน-ออสเตรเลีย สมัยพิเศษ 2018 ณ นครซิดนีย์เครือรัฐออสเตรเลีย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำที่นางนันทนา ศิวเกื้อ เอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา เป็นเจ้าภาพ และในฐานะตัวแทนสถานทูตไทย ณ กรุงแคนเบอร์รา กงสุลใหญ่ นครซิดนีย์ ทีมไทยแลนด์ และเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวข้องกับการประชุม ได้มอบเค้กเป็นของขวัญวันเกิดล่วงหน้าเนื่องในวันคล้ายวันเกิด 21 มี.ค พร้อมให้กำลังใจนายกรัฐมนตรีในการทำหน้าที่ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอบคุณ เจ้าหน้าที่ทุกคนที่ร่วมทำงานเพื่อประเทศ และเดินหน้าไปสู่ประชาธิปไตย ที่มีธรรมาภิบาล   พร้อมระบุว่า ทุกวันเป็นวันสำคัญ คือเราต้องทำงาน และส่วนตัวพอใจความสุขที่มีอยู่ แต่ยอมรับว่าบางครั้งไม่มีความสุข ถ้าประเทศไทยยังไม่เรียบร้อย และตนไม่ใช่ผู้วิเศษ เนื่องจากปัญหามีเยอะ แต่ไม่ยากที่จะแก้ไข ดังนั้นทุกคน รวมถึงนักการเมืองต้องช่วยกันทำให้ประเทศชาติเจริญรุ่งเรืองเช่นเดียวกับประเทศออสเตรเลีย และมองไปข้างหน้า   นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงนางนราพร จันทร์โอชา ภริยาว่า ได้แต่งงานมาตั้งแต่ปี 2527 อยู่ด้วยความเชื่อมั่น ตนแต่งงานกับคนนี้คนเดียว และมีคนเดียวในชีวิต เขาก็เหนื่อยกับผมและเป็นห่วงเป็นใยผม แต่สิ่งที่ผมต้องการนอกจากความห่วงใยจากครอบครัว คืออยากให้ข้าราชการห่วงผมบ้าง เหมือนที่ผมห่วงข้าราชการทุกคน   พร้อมย้ำถึงการปฏิรูปว่า หากทุกฝ่ายร่วมมือกันก็จะสามารถทำได้และขอให้ทุกคนมองประเทศชาติเป็นหลัก พร้อมขอรับประกันว่าจะไม่ทำให้ใครเสียหาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/P3tqmsItg-w    

 4,837
สังคม-อาชญากรรม
13 ก.พ. 61

คาดสิ้นเดือนนี้รู้แน่! ผบ.ตร.ประชุมคดีหวยอลเวง 30 ล. หลังพบทำเป็นขบวนการคล้ายคดี 'ครูจอมทรัพย์'

ผบ.ตร.ประชุมคดีหวยอลเวง 30 ล้าน สรุปผลได้สิ้นเดือนนี้ พบมีการทำเป็นขบวนการคล้ายคดีครูจอมทรัพย์   พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการสอบสวนกลาง ได้เรียกประชุมชุดทำงานคดีหวย 30 ล้าน ระหว่างครูปรีชา ใคร่ครวญ และอดีตข้าราชการตำรวจ รตท.จรูญ วิมูล ได้เปิดเผยก่อนเข้าประชุมว่า ขณะนี้มีพยานหลักฐาน มากพอที่จะชี้ได้ว่า ใครคือคนโกหก ใครพูดความจริง ซึ่งหากนักจิตวิทยา มอง ก็จะสามารถตอบได้ทันทีว่า ใครมีพิรุธ ต้องสงสัย เพราะภาษากายโกหกได้ยาก แต่ยังไม่พบว่าทำเป็นขบวนการ เพียงแต่เกิดขึ้นในลักษณะคนรู้จักกัน พวกเดียวกัน ช่วยเหลือกัน    ส่วนการสอบสวนของกองปราบที่อาจจะไม่สอดคล้องกับ ตำรวจภูธรภาค 7 ก็อาจจะเป็นเรื่องของประสบการณ์ทางคดี ไม่อยากให้เกิดการตำหนิเจ้าหน้าที่ ขณะที่ในสอบสวนเชิงลึกยังไม่พบตำรวจหรือ ระดับยี่ปั้ว มาเกี่ยวข้องด้วย พร้อมฝากถึงประชาชนให้ดูเรื่องนี้เป็นกรณีศึกษา ทั้งผู้ซื้อ และผู้ที่แฝงตัวจะเลียนแบบพฤติกรรม อ้างสิทธิ์ของผู้อื่น    ทางด้านพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เดินทางมาร่วมตรวจสอบรับฟังการประชุมเพื่อสรุปความคืบหน้าในคดีนี้ด้วย โดยพลตำรวจเอกจักรทิพย์ ได้กล่าวก่อนเข้าประชุมว่า ในคดีนี้น่าจะสรุปผลได้ไม่เกินสิ้นเดือนนี้ เพราะตนเชื่อมันในศักยาภาพ การทำงานของตำรวจกองปราบ โดยพบว่ามีการทำเป็นขบวนการคล้ายคดีครูจอมทรัพย์ ส่วนผลการตรวจหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และรายละเอียดต่างๆนั้นขอไม่พูดถึงเพราะอยู่ในสำนวน ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 31,564
การเมือง
02 ก.พ. 61

'ประวิตร' ย้ำ มิ.ย. พิสูจน์สัญชาติแรงงานต่างด้าวเสร็จ ขอร่วมมือบูรณาการทุกฝ่าย ตั้งใจทำงาน

รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เปิดการประชุมสัมมนาแถลงแผนปฏิบัติการสนับสนุนการพิสูจน์สัญชาติแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ ขอทุกหน่วยงานร่วมมืออย่างจริงจัง คาดมิ.ย.จะเกิดความเรียบร้อย   พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมสัมมนาแถลงแผนปฏิบัติการสนับสนุนการพิสูจน์สัญชาติแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ และดำเนินการออกใบอนุญาตทำงานให้ถูกต้องตามกฎหมาย หรือ ตรีเทพ โดยมีพลเอกอดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วยปลัดกระทรวงแรงงาน อธิบดีกรมการจัดหางาน เอกอัครราชทูตเมียนมาประจำประเทศไทย ทูตแรงงานกัมพูชาประจำประเทศไทย อัครรัฐทูตสปป.ลาวประจำประเทศไทย องค์การแรงงานระหว่างประเทศ หรือ ILO และองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน หรือ IOM เข้าร่วมประชุม   พลเอกประวิตร กล่าวมอบนโยบายการจัดทำแผนปฏิบัติการตรีเทพ โดยเน้นย้ำการแก้ปัญหาค้ามนุษย์ภาคแรงงาน โดยเฉพาะประมง รวมถึงการแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวทำงานในไทยอย่างผิดกฎหมาย โดยเร่งพิสูจน์สัญชาติเมียนมา ลาว กัมพูชา และออกใบอนุญาตให้ทำงานถูกต้องตามกฎหมาย ตามแผนปฏิบัติการตรีเทพ ซึ่งจะประสบสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพได้นั้นต้องเกิดการบูรณาการการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วนทำอย่างเป็นระบบ ไม่มีการทุจริตหรือแสวงหาผลประโยชน์ และเสร็จในเวลาที่กำหนด เพื่อให้แผนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทั้งนี้ ตนขอหน่วยงานที่ทุกหน่วยร่วมมือกันปฏิบัติเพื่อให้เกิดความสะดวก ไม่มีการเรียกรับผลประโยชน์ พร้อมทั้งให้หัวหน้าทั้งส่วนราชการ ส่วนกลาง และภูมิภาคเป็นหลักในการดำเนินการตามแผน โดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ตลอดจนประสานงานและร่วมมือกับเอกอัครราชทูตเมียนมา ลาว และกัมพูชา ในการบริหารศูนย์พิสูจน์สัญชาติ และเพิ่มเจ้าหน้าที่และเครื่องมือให้เพียงพอในแต่ละวัน   พลเอกประวิตร กล่าวว่า ฝ่ายไทยจะให้การสนับสนุนแนวทาง และดำเนินการให้แล้วเสร็จตามเวลาที่กำหนด และขอย้ำว่าแผนปฏิบัติการตรีเทพ จะต้องเกิดจากความร่วมมือของทุกฝ่าย ขอให้เจ้าหน้าที่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ โดยตนเองจะติดตามแผนนี้ตลอด และขอขอบคุณสำหรับความทุ่มเท เสียสละ เพื่อแก้ปัญหาค้ามนุษย์ภาคแรงงาน และหากทำได้สำเร็จ ไม่ใช่แค่ผลสำเร็จของไทย แต่เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจและความมันคงระหว่างไทยและประเทศเพื่อนบ้านต่อไป นอกจากนี้ ยังหวังว่าทุกหน่วยงานจะทำงานเพื่อบูรณาการอย่างจริงจัง เพื่อให้เกิดผลสำเร็จในการพิสูจน์สัญชาติตามเวลาที่กำหนด เพราะมีส่วนเกี่ยวข้องกับไอยูยู คือการแก้ปัญหาค้ามนุษย์ในแรงงานภาคประมง เพื่อให้สามารถปลดใบเหลืองได้ ขอฝากทุกคนให้ทำงานเพื่อให้เศรษฐกิจและสังคมของประเทศเจริญก้าวหน้าต่อไป และเป็นแบบอย่างให้ประเทศเพื่อนบ้านในอนาคต ซึ่งภายในเดือนมิ.ย.นี้ทุกอย่างจะเรียบร้อย ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 5,784

Top