ค้นหา :

ผลการค้นหา "ที่ดิน"

ข่าวภูมิภาค
02 ม.ค. 61

เศร้า ทวดปลอดวัย 106 ปี เสียชีวิตแล้ว หลังร้องศาลยึดที่ดินคืนจากลูก-หลาน

เศร้า นายปลอด รักษาสัตย์ พ่อเฒ่าวัย 106 ปี ชาว จ.นครศรีธรรมราช ที่เพิ่งตกเป็นข่าวโด่งดังออกมาร้องศาลสั่งยึดที่ดินคืนจากลูกหลาน หลังยกที่ดินให้แล้วไม่ดูแลและไม่ยอมมอบเงินเป็นค่าใช้จ่ายตามที่ตกลง ก่อนร้องศาลจะตัดสินยึดทรัพย์ที่ดินให้กลับมาเป็นของพ่อเฒ่า แต่ล่าสุดทวดปลอดได้เสียชีวิตแล้วที่บ้านพัก โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์ว่าสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากอะไร                    ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/qRLKeoaS73g

 125,644
สังคม-อาชญากรรม
05 ส.ค. 60

เปิดคำสั่งศาลคดี 'อดีตจนท.ที่ดินพังงา' เสียชีวิตในห้องขังดีเอสไอ ระบุถูกทำให้ตาย ไม่ใช่การฆ่าตัวตาย

เมื่อวานนี้ (4 ส.ค.) ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำสั่งการขอไต่สวนชันสูตรพลิกศพการเสียชีวิตของ นายธวัชชัย อนุกูล อดีตเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน จ.พังงา ผู้ต้องหาออกเอกสารสิทธิที่ดินทับซ้อนอุทยานแห่งชาติกว่าพันแปลง หลังเสียชีวิตภายในห้องควบคุมกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เมื่อวันที่ 30 ส.ค.59 ซึ่งพนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 4 ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลทำการไต่สวนและทำคำสั่งตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 148 และ 150 แสดงว่าผู้ตายเป็นใคร เสียชีวิตด้วยสาเหตุใด และใครป็นผู้ทำ ระหว่างบุคคลนั้นถูกควบคุมตัวอยู่ในห้องควบคุมผู้ต้องหาของดีเอสไอได้ถึงแก่ความตาย โดยศาลก็ได้ทำการไต่สวนพยานนับตั้งแต่ต้นปี 2560 เป็นต้นมา และในวันนี้ก็เป็นการนัดฟังคำสั่งครั้งที่ 2  โดยมีนายชัยณรงค์ อนุกูล น้องชายของผู้เสียชีวิต พร้อมด้วยทนายความ เดินทางมาฟังคำสั่งศาลด้วย   โดยศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานทั้งสองฝ่าย ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 30 ส.ค. 2559 ดีเอสไอร่วมกันจับกุมนายธวัชชัย ตามหมายจับของศาลอาญาในความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และนำตัวไปควบคุมยังห้องควบคุมผู้ต้องหาที่ห้องควบคุมชั้น 6 อาคารดีเอสไอ โดยระหว่างการควบคุม ผู้ตายมีอาการหมดสติ มีถุงเท้ารัดอยู่ที่คอผูกติดกับบานพับประตูในห้องควบคุม ซึ่งเจ้าพนักงานที่ควบคุมอ้างว่าผู้ตายใช้ผูกคอ จึงทำการช่วยเหลือกู้ชีพเบื้องต้น และแจ้งโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ และนำตัวส่งโรงพยาบาล ต่อมาผู้ตายถึงแก่ความตาย   ด้านพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง เจ้าหน้าที่นิติเวช เจ้าพนักงานอัยการ และพนักงานฝ่ายปกครอง ร่วมชันสูตรพลิกศพ พบว่า สาเหตุการตายเกิดจากเลือดออกในช่องท้อง ตับแตกจากการถูกของแข็งไม่มีคมกระแทก ร่วมกับขาดอากาศหายใจจากการผูกคอ   มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยว่าเหตุและพฤติการณ์การตายเป็นอย่างไร ได้ความจากนายชยพล หวานชะเอม, พ.ต.ท.ไพโรจน์ เล้ารัตนานุรักษ์ และนายสมมาส นาควงษ์ พยานผู้ใกล้ชิดเหตุการณ์ว่า ได้ควบคุมตัวผู้ตายมาโดยตลอด จนเวลาประมาณ 01.00 น. พบผู้ตายนั่งหมดสติอยู่ในห้องควบคุม มีถุงเท้ารัดบริเวณคอ และบานพับประตู จึงดำเนินการช่วยเหลือ และมีเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลมงกุฏวัฒนะมารับตัวทำการกู้ชีพ   แต่เมื่อพิจารณาสภาพศพผู้ตายตามเอกสาร มีสภาพเป็นรอยแดงผ่านลูกกระเดือก ซึ่งได้ความจาก พ.ต.อ.นพ.อนุราช จิตศิล ผู้ตรวจพิสูจน์สถานที่เกิดเหตุว่า ร่องรอยดังกล่าวจะพบในกรณีที่ผู้ตายถูกผู้อื่นกระทำ ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ที่ผูกคอตายนั้น จะพบรอยแดงบริเวณเหนือลูกกระเดือกรัดใต้คางพาดผ่านไปทางหลังใบหูทั้งสองข้าง   ขณะที่ นพ.พรชัย สุธีรคุณ ผู้ตรวจชันสูตรพลิกศพ ได้เบิกความประกอบผลการตรวจพิสูจน์ พบบาดแผลช้ำบริเวณท้อง 3 แห่ง โดยบาดแผลดังกล่าวเกิดก่อนเวลาที่ผู้ตายจะถึงแก่ความตาย และเกิดจากของแข็งไม่มีคมกระแทก โดยมีแรงกระทำมากพอสมควร โดยเฉพาะบาดแผลบริเวณกลางท้อง จนทำให้เกิดรอยช้ำที่ขั้วลำไส้ ซึ่งจะมีผลทำให้ผู้ตายมีอาการเจ็บจุกเป็นอย่างมาก และพบว่ากล่องกระดูกเสียงหักทั้งสองข้าง ซึ่งเกิดจากการกดรัดบริเวณคอด้านหน้าตำแหน่งลูกกระเดือก และยังพบบาดแผลกดรัดบริเวณคอด้านหน้าขนาดกว้าง 0.5 เซนติเมตร มีบาดแผลเฉียงขึ้นไปทางด้านหลัง น่าจะเกิดจากมีวัตถุรัดคอผู้ตายในระยะเวลาเพียงเล็กน้อย ซึ่งถุงเท้าของกลางไม่น่าสามารถทำให้เกิดรอยรัดดังกล่าวได้ และจากบาดแผลฟกช้ำบริเวณคอและที่กระดูกกล่องเสียงที่หักนั้น ซึ่งโดยทั่วไปการผูกคอส่วนใหญ่ไม่สามารถเกิดรอยบริเวณกลางลูกกระเดือกได้ แต่การที่พบผู้ตายมีกระดูกซี่โครงด้านขวาและด้านซ้ายหักนั้น จากการตรวจศพทำให้ทราบว่า เกิดก่อนที่ผู้ตายจะถึงแก่ความตาย และอาจเป็นไปได้ว่าเกิดขึ้นและเข้ากับการปั๊มหัวใจในการกู้ชีพผู้ตาย   ส่วนที่พบว่ามีตับฉีกขาดมาก และมีเลือดออกในช่องท้องประมาณ 1,000 ซีซี ซึ่งอาการทั้งสองมีความสัมพันธ์ที่สมดุลกัน การเลือกออกดังกล่าวทำให้ผู้ตายเกิดอาการช็อกหมดสติได้ และตับที่แตกอย่างรุนแรงก่อให้เกิดความเจ็บปวดมาก ซึ่งจากการตรวจสอบกล้องจุลทรรศน์แสดงว่าอาการตับแตกเกิดขึ้นก่อนเวลา 01.00 น. และการที่ตับแตกแบบรุนแรงสามารถสันนิษฐานได้ว่าผู้ตายน่าจะไม่มีแรงกระทำอย่างอื่นต่อไปได้   ทั้งนี้พยานผู้ตรวจพิสูจน์ดังกล่าวเป็นพยานคนกลาง ไม่มีส่วนได้เสียในคดี และเบิกความตามหลักวิชาการ จึงมีน้ำหนักรับฟังประกอบกันแล้วสันนิษฐานและมีคำสั่งว่า สาเหตุการตายเกิดจากของแข็งไม่มีคมกระแทก ตับแตก เลือดออกในช่องท้อง ร่วมกับการขาดอากาศหายใจจากการผูกคอ   เมื่อจากการไต่สวนไม่ปรากฏว่ามีบุคคลอื่นเข้ามาก่อเหตุโดยไม่ทราบแน่ชัดว่าบุคคลใดเป็นผู้กระทำ จึงอาศัยเหตุผลดังคำวินิจฉัยมีคำสั่งว่า ผู้ตายคือนายธวัชชัย อนุกูล ตายที่แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 31 ส.ค. 2559 เวลา 04.43 น. เหตุและพฤติการณ์ที่ตาย คือ สืบเนื่องมาจากถูกของแข็งไม่มีคมกระแทกตับแตก เลือดออกในช่องท้อง ร่วมกันกับการขาดอากาศหายใจจากการผูกคอทำให้ตาย โดยยังไม่ทราบว่าบุคคลใดเป็นผู้กระทำ โดยระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติตามหน้าที่ โดยศาลยังมีคำสั่งให้ส่งสำนวนการไต่สวนชันสูตรพลิกศพของศาล ส่งไปยังพนักงานอัยการเพื่อดำเนินการต่อไป   ด้านนายชัยณรงค์ อนุกูล น้องชายนายธวัชชัย เปิดเผยภายหลังรับทราบคำสั่งศาลว่า ตนกำลังหารือกับทนายความที่จะติดตามการดำเนินการพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง ต่อไปถึงการหาตัวผู้ที่ทำให้พี่ชายเสียชีวิต ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ทำรายงานสรุปการเสียชีวิตไว้ และศาลก็รับฟังว่ามีบุคคลอื่นทำให้ตาย                 ชมผ่านยูทูปได้ที่  :https://youtu.be/VKZ8qqGm2QY  

 13,157
ข่าวภูมิภาค
16 ก.ค. 60

ญาติผู้ใหญ่บ้านเหยื่อฆ่ายกครัวเชื่อไม่ใช่ฝีมือแก๊งตีกิน - ตร.เปิดข้อมูลใหม่ปมจำนองที่ดิน

ความคืบหน้าคดีสะเทือนขวัญ กลุ่มคนร้ายบุกสังหาร นายวรยุทธ สังหลัง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ และครอบครัวรวม 8 ศพ ก่อนหลบหนีไปพร้อมรถเก๋งยาริสของผู้ตาย โดยยังได้ทำลายหลักฐานและนำฮาร์ดดิสก์วงจรปิดไปด้วย ขณะตำรวจตั้งปม 5 ประเด็น ทั้ง การเมืองท้องถิ่น โรงโม่หิน ฟ้องขับไล่รุกที่สาธารณะ ชู้สาว และยาเสพติดนั้น ล่าสุด พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. สามารถจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยฆ่าโหดได้แล้ว โดยเตรียมจะเปิดแถลงผลการจับกุมในเวลา 15.00 นี้   ด้านญาติของผู้ใหญ่บ้านได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่า ทีมฆ่าไม่น่าจะเป็นแก๊งตีไก่ หรือ แก๊งตีกิน ที่กำลังออกอาละวาด เพราะผู้ตายไม่มีทรัพย์สินมากพอจะถูกเป็นเป้ารีดไถ  ขณะที่พ่อตาของผู้ใหญ่บ้านยืนยันว่า นายเชษฐ์ดนัย ถิ่นพังงา หรือโกเสริฐ เป็นเพื่อนรักของลูกเขย จึงไม่เชื่อว่าจะมีส่วนรู้เห็นกับเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน ส่วน โกเก่ง ก็ไม่ได้มีความขัดแย้งอะไรกันเช่นเดียวกัน    ล่าสุด ผบ.ตร. เปิดเผยข้อมูลใหม่ว่าปมเหตุมาจากการที่ผู้ตายนำที่ดินไปจำนองไว้กับนายทุนแต่ไม่ไปไถ่คืน ซึ่งกลายเป็นปมฆ่าที่มีน้ำหนักมากที่สุดในตอนนี้             ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/IRlsJfTX8gk

 12,984
ข่าวภูมิภาค
13 ก.พ. 60

ชาวบ้านประจวบฯ ร้องถูกทวงหนี้มหาศาล 92 ล้าน พบปมเหตุตั้งแต่สมัยแม่ขายที่ดินให้นักการเมือง

นายกฤษดา หมวดน้อย อายุ 63 ปี ชาวประจวบคีรีขันธ์ ร้องทุกข์หลังได้รับหนังสือจากสำนักงานทนายความให้ชำระหนี้จำนวนสูงถึง 92 ล้านบาท ภายใน 60 วัน หากพ้นกำหนดดังกล่าวจะดำเนินคดีตามกฎหมาย     โดยจากการสืบสาวราวเรื่องพบว่า ในอดีตแม่ของตนเองได้ขายที่ดินใน จ.ประจวบฯ จำนวน19 ไร่ ให้กับนักการเมืองในพื้นที่และทำธุรกิจขายรถในหลายอำเภอ ซึ่งมีการทำหนังสือสัญญาซื้อขายในราคา 4 ล้านบาท เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2539 โดยผู้จะซื้อได้วางมัดจำไว้ 3 แสนบาท มีสัญญาว่า จะทำการโอนที่ดินแปลงดังกล่าวให้ภายใน 100 วัน  มิเช่นนั้นจะต้องถูกริบมัดจำและต้องจ่ายเงินให้อีก 3 เท่า รวมเป็นเงิน 9 แสนบาท แต่เมื่อใกล้จะถึงวันโอนตามสัญญา ผู้ซื้อได้มาบอกว่า ค่าโอนแพงและผู้ซื้อต้องออกเองจึงไม่อยากให้โอน และขอให้แม่เซ็นชื่อเข้าเป็นหุ้นส่วนบริษัท เพราะไม่ต้องเสียค่าโอน จากนั้นได้เปลี่ยนหนังสือสัญญาซื้อขายที่ดินเป็นหนังสือสัญญาจำนองที่ดิน ในราคา 5,750,000 บาท เพื่อค้ำประกันหนี้ให้บริษัทกับธนาคาร โดยมีดอกเบี้ยร้อยละ 18 ต่อปี  ซึ่งในขณะนั้นแม่ตนเองมีอายุ 75 ปี  อาจไม่มีที่ปรึกษาเพราะอยู่บ้านเพียงคนเดียว ลูกๆไปรับราชการที่อื่นกันหมด แม้นแต่ตนเองก็มารับราชการเป็นครูอยู่ที่อำเภอบางสะพาน จากนั้นเรื่องดังกล่าวก็เงียบหายไป จนกระทั่งแม่มาเสียชีวิตเมื่อปี 2549     กระทั่งมีหนังสือทวงหนี้ที่สำนักงานทนายความส่งมาให้ในฐานะทาญาติ ซึ่งทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยรวมเป็นเงินถึง 92 ล้านบาท หลังบริษัทดังกล่าวได้เอาที่ดินแม่ไปเข้าจำนองไปกู้เงินมาหลายช่วงเมื่อตนได้สอบถามไปยังเจ้าของบริษัทที่มาซื้อที่แม่ไปและนำเอาเอาที่ดินแม่ไปเข้าธนาคารเพื่อค้ำประกันให้บริษัท ก็ได้รับคำตอบว่า บริษัทล้มละลายไปแล้ว แต่ตนไม่เข้าใจว่า คนมีหน้ามีตาในสังคมปล่อยบริษัทล้มละลายในขณะที่กิจการขายรถยังขยายใหญ่โตไปอีกหลายอำเภอ แต่ทำไมธนาคารจึงส่งทนายมาทวงหนี้กับตนทั้งที่ไม่ได้มีส่วนร่วมกับการกระทำของแม่                   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/OcjyoqAiuMk

 31,488
สังคม-อาชญากรรม
21 ก.ย. 59

ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง ยืนยันธวัชชัย ถูกผู้อื่นทำให้ตาย เร่งขยายผลหาผู้กระทำผิด

     พันตำรวจเอกมานะ เผาะช่วย ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง เปิดเผยภายหลังการสอบปากคำ พลตำรวจตรีนายแพทย์พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ นานกว่า 4 ชั่วโมง ยอมรับว่า ผลการสอบปากคำสอดคล้องกับรายงานผลชันสูตรศพนายธวัชชัย อนุกูล อดีตเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน จังหวัดพังงา ส่วนกรณีตับแตกก่อนหรือหลังเสียชีวิตนั้น มีการพูดคุยกับพลตำรวจตรีนายแพทย์พรชัย แต่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียด รวมทั้งกรณีซี่โครงหัก ซึ่งขอยอมรับซี่โครงหักจริง แต่ไม่ขอตอบว่าหักช่วงเวลาใด ก่อนหรือหลังการช่วยชีวิต พร้อมยืนยันพยานหลักฐาน ขณะนี้สามารถบ่งชี้ได้ว่า การตายของนายธวัชชัย อาจจะถูกผู้อื่นทำให้เสียชีวิต โดยตำรวจจะมีการสอบสวนขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดต่อไป   

 1,866
สังคม-อาชญากรรม
02 ก.ย. 59

เรียกหัวหน้าดูแลห้องควบคุมตัวดีเอสไอให้ปากคำ ปม จนท.ที่ดินเสียชีวิตในห้องขัง

ตำรวจเรียกหัวหน้าดูแลห้องควบคุมตัวดีเอสไอ.มาให้ปากคำวันนี้พร้อมตั้งคณะพนักงานสอบสวนเร่งสรุปหาข้อเท็จจริงส่งให้อัยการ     พลตำรวจตรีเจริญ ศรีศศลักษณ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 เรียกประชุมคณะพนักงานสอบสวนคดีนายธวัชชัย อนุกูล ผู้ต้องหาทุจริตออกเอกสารสิทธิที่ดิน ผูกคอตายในห้องควบคุมตัวในกรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยพลตำรวจตรีเจริญ กล่าวว่า ได้แต่งตั้งให้พันตำรวจเอกคมศักดิ์ สุมังเกษตร รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนพร้อมพนักงานสอบสวนอีก 8 นายจะร่วมกันทำงานโดยจะสอบปากคำร่วมกับพนักงานอัยการ ซึ่งที่เกิดเหตุและรพ.มงกุฎวัฒนะ อยู่ในเขตท้องที่ของสน.ทุ่งสองห้อง หลังเกิดเหตุได้สอบปากคำเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่อยู่ในวันเกิดเหตุไปแล้ว และจะเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาสอบปากคำเพื่อเร่งสรุปผลการสอบหาข้อเท็จจริงเพื่อสรุปรวบรวมส่งให้พนักงานอัยการต่อไป โดยในช่วงบ่ายวันนี้พนักงานสอบได้เรียกตัวนายชยพล หวานชะเอม หัวหน้าผู้ควบคุมผู้ต้องหาของกรมสอบสวนคดีพิเศษ มาสอบปากคำพร้อมขอให้นำภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณห้องควบคุมตัว มามอบให้พนักงานสอบสวนด้วย     ข่าวที่เกี่ยวข้อง ญาติเลื่อนเผา อดีตจนท.ที่ดินพังงา ผอ.มงกุฎวัฒนะยันปั๊มหัวใจ ไม่ใช่สาเหตุให้ตับแตก

 4,360
ปากท้องร้องทุกข์
25 ส.ค. 59

สาวไทยพาแฟนต่างชาติร้องขอความยุติธรรม หลังถูกตีราคาเวนคืนที่ดินแค่ 9 ล้าน ทั้งที่ราคาบ้าน 23 ล้าน

ชลบุรี-ภรรยาพาสามีชาวต่างชาติ ร้องทุกข์ผ่านสื่อมวลชน หลังไม่ได้รับควายุติธรรมของการถูกเวรคืนที่ดิน เพื่อนำไปสร้างทางหลวงพิเศษเชิญโยงระหว่างจังหวัด โดยการเวนคืนที่ดินทาง 2 สามีภรรยา ไม่ได้รับความเป็นธรรมของราคาเวรคืน จากการตรวจสอบทราบว่า ที่ดินดังกล่าวนั้นได้ซื้อมาจากผู้ใหญ่บ้าน ม.6 ที่นำมาเสนอขายโดยบอกว่าที่ดินดังกล่าวไม่โดนเวรคืนที่ดินแน่นอน จากการมีโครงการสร้างทางหลวงพิเศษเชื่อมโยงพื้นที่ใกล้เคียง จึงซื้อไว้และนำไปสร้างบ้านหรู แต่สุดท้ายกลับถูกเวนคืนที่ในราคาที่คิดว่าไม่เป็นธรรม ประมาณ 9 ล้านบาท ทั้งที่บริษัทประเมินราคาที่เชื่อถือได้มาประเมินราคาบ้านว่ามีราคา 23 ล้านบาท ขณะนี้จึงเตรียมหลักฐานต่างๆใชเพื่อยืนที่ศาลอุทรณ์ให้มีการพิจารณาราคาประเมินให้เป็นธรรมมากกว่านี้      ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/256TCiYiTcU  

 986
ข่าวภูมิภาค
23 เม.ย. 59

จนท.เร่งตรวจสอบวัดเมืองกาญจน์ปลูกทับที่ ส.ป.ก.

ความคืบหน้ากรณีชาวบ้าน จ.กาญจนบุรี ร้องทุกข์วัดในเขต อ.เมือง ปลูกทับที่ ส.ป.ก.  มีพระจำวัดเพียง 1 รูป มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ล่าสุดเจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/dx5Xpc5kC_M

 1,236
ข่าวภูมิภาค
23 เม.ย. 59

พ่อแม่ลูกถูกยิง 3 ศพที่สุโขทัย ปมพิพาทที่ดิน

เกิดเหตุยิง 3 พ่อแม่ลูก บริเวณโรงจอดรถองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สิน อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย หลังตกลงเรื่องพิพาทที่ดินกับญาติไม่ได้ ขณะผู้ก่อเหตุยืนรอมอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ พร้อมอาวุธปืนขนาด .38 ทราบว่าก่อนเกิดเหตุทั้งหมดได้มาเจรจากรณีพิพาทที่ดิน ระบุนัดพูดคุยที่องค์การบริหารส่วนตำบลแม่สิน แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ ระหว่างผู้ตายกลับไปที่รถได้มีการก่อเหตุยิง และขณะที่ลูกชาย เข้ามาช่วยก็ถูกยิงได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตที่โรงพยาบาล เบื้องต้นทราบว่า ทั้งสองฝ่ายเป็นญาติพี่น้องกันดิน    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Y81iHAfuIMs

 2,842
สังคม-อาชญากรรม
11 เม.ย. 59

ลูกสาวคนโตยอมโอนทรัพย์สินบางส่วนให้แม่ประนอม ศาลนัดไต่สวนอีกครั้ง 30 พ.ค.59

นายทวิชา หวังโภคา ทนายความของนางศิริพร  ลูกสาวคนโตของแม่ประนอมระบุ ยอมแลกเปลี่ยนทรัพย์มรดกและจัดแบ่งทรัพย์มรดกให้นางประนอม แดงสุภา โดยโอนที่ดินรวม 3 แห่ง คือ ที่ดินเก่าที่ตั้งอยู่หมู่บ้านเศษฐกิจ ,ที่ดิน จ.ขอนแก่น ,ที่ดินเขาใหญ่  และให้เงินเดือน เดือนละ 1 ล้านบาทแก่นางประนอมไว้ใช้จ่ายส่วนตัว ซึ่งจะเริ่มเดือน พ.ค. ปีนี้เป็นต้นไป ส่วนเงื่อนไขทรัพย์สินให้ชำระหนี้ 20 ล้านและหุ้นของของนางประนอม 18,000  หุ้น ยังไม่ได้ข้อยุติ นายทวิชา ชี้เงื่อนไขดังกล่าวไม่มีการทำบันทึกตกลงกันไว้ ศาลจึงให้สองฝ่ายไปเจรจาพูดคุยกันและนัดไต่สวนอีกครั้งในวันที่ 30 พ.ค. 2559 เวลา 13.00 น. ที่ศาลตลิ่งชัน   ศึกน้ำพริกเผายังยืดเยื้อ! ทนายยัน 'แม่ประนอม' รอได้สมบัติครบ ก่อนถอนฟ้องลูกสาว   ข่าวที่เกี่ยวข้อง 'แม่ประนอม' ร้องทุกข์ ถูกลูกสาว-ลูกเขย โกงกิจการ 5 พันล้าน  'แม่ประนอม' แถลงข่าวทั้งน้ำตา ปมลูกสาว-ลูกเขยฮุบกิจการ โอด "ทำกับแม่เกินไป" ทนายเผย ลูกสาวคนโต พยายามเข้าพบ ‘แม่ประนอม’ แต่ไม่มีโอกาส รับฐานะลูกตั้งโต๊ะแถลงโต้บุพการีไม่เหมาะสม 'ม.ล.ปนัดดา' อาสาเป็นกาวใจคดี 'แม่ประนอม' ด้าน พนง.โพสต์ให้กำลังใจลูกสาวคนโต  'ม.ล.ปนัดดา' เข้าพบ'แม่ประนอม' ชี้สัมพันธ์แม่ลูกตัดกันไม่ขาด  นายกฯไม่ยุ่งดราม่า 'แม่ประนอม' ฮึ่ม ชาวเน็ตตัดต่อภาพล้อเลียนน้ำพริกนรก 'พ่อประยุทธ' 'แม่ประนอม' ปัดโอนหุ้นให้ลูกสาวคนโต ยันไม่เคยคิดขายกิจการ 'หลานสาว' โพสต์โอดตกเป็นจำเลยสังคม  ม.ล.ปนัดดา คุยลูกสาว 'แม่ประนอม' แย้มเตรียมนัดเคลียร์ใจในเร็ววันนี้ ศาลอนุญาตแม่ประนอม-ลูกสาวคนโตเจรจานอกรอบ 'ม.ล.ปนัดดา' อาสาเป็นคนกลาง 'แม่ประนอม-ลูกสาวคนโต' โผกอดร่ำไห้ยุติศึกน้ำพริกเผา ยันถอนฟ้องทุกคดี  ทนายชี้ 'แม่ประนอม' ยังไม่ถอนฟ้อง รอความชัดเจนลูกสาวคนโตโอนทรัพย์สินคืน   ศึกน้ำพริกเผายังยืดเยื้อ! ทนายยัน 'แม่ประนอม' รอได้สมบัติครบ ก่อนถอนฟ้องลูกสาว    

 7,816
ข่าวภูมิภาค
07 มี.ค. 59

อบต.เมืองลพบุรี ยิง ด.ต. ดับก่อนฆ่าตัวตายตาม ปมทวงหนี้ค่าเช่าที่ดิน

เกิดเหตุ นายประยงค์ สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะแก้ว จ.ลพบุรี ชักปืนยิง ด.ต.มงคล เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โคกสำโรง เสียชีวิต ก่อนจะยิงตัวเองตายตาม คาดเกิดจากความเครียดสะสม บวกกับถูกทวงค่าเช่าที่ดินทำไร้อ้อย ซึ่งอีกฝ่ายจะเก็บเงินล่วงหน้าเป็น 2 ปี จากเดิม 1 ปี ทำให้ตกลงกันไม่ได้เกิดเหตุสลดขึ้น    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/olaNa_SzrLM  

 2,195
สังคม-อาชญากรรม
26 ธ.ค. 58

'สีลม' ครองแชมป์ที่ดินแพง ราคาพุ่งตารางวาละล้าน

กรมธนารักษ์ ประกาศประเมินราคาที่ดินใหม่ ระบุ "สีลม" ครองแชมป์ที่ดินแพงที่สุดในประเทศไทย ราคาพุ่งสูงตารางวาละ 1 ล้านบาท ต่ำสุดอยู่บริเวณชายทะเลบางขุนเทียน ตารางวาละ 500 บาท ขณะที่ราคาประเมินต่ำสุดของประเทศอยู่ที่ อ.ดอยเต่า จ.เชียงใหม่ ตารางวาละ 10 บาท    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kPuOaUcFcZc

 8,823
เจาะข่าวเด่น
26 พ.ย. 58

กลโกง แก๊งเงินกู้ ? ตอนจบ

คุณสุพรรณ์ สารเงิน ผู้เสียหาย เล่าว่า หลังจากเซ็นสัญญาที่สํานักงานที่ดินแล้ว เจ้าหนี้จึงหักเงินค่าส่วนต่าง ๆ ก่อน แล้วมอบเงินให้ตนเองเอากลับบ้าน 7.3 หมื่นบาท โดยต้องผ่อนคืนเดือนละ 3,770 บาท เป็นจำนวน 44 เดือน ซึ่งตนเองผ่อนไปได้ 36 เดือน จึงนำเงินก้อนที่เหลืออีก 2 หมื่นกว่าบาท ไปให้เจ้าหนี้เพื่อขอที่ดินคืน แต่กลับถูกปฏิเสธ โดยเจ้าหนี้บอกว่าถ้าต้องการที่ดินคืน ต้องส่งต่อให้ถึง 84 เดือน ทั้งที่ตกลงกันแค่ 44 เดือน จึงเดินทางไปสํานักงานที่ดินเพื่อสอบถามพนักงาน แล้วจึงรู้ว่าสัญญาที่ทำกับเจ้าหนี้เป็นสัญญาขายที่ดิน ไม่ใช่การจดจำนองอย่างที่ตกลงกันไว้ และตอนนี้ถูกยึดบ้านหลังดังกล่าวไปแล้ว ทำให้ตนเองต้องมาอาศัยอยู่บ้านลูกชาย     คุณครองทรัพย์ โม้แสง ผู้เสียหาย เล่าว่า ตนเองและพี่ชายนำโฉนดที่ดิน 2 แปลง ไปใช้สำหรับขอกู้เงิน โดยหวังจำนำเงินไปเปิดอู่ซ่อมรถ ซึ่งตอนแรกตนเองตั้งใจจะกู้เงินเพียง 1 แสนเท่านั้น แต่เจ้าของเงินกลับตกลงจะให้ 1.2 แสนบาท ก่อนจะพาไปทำสัญญที่สำนักงานที่ดิน เมื่อเซ็นเอกสารเรียบร้อยแล้วเจ้าของเงินก็มอบเงินให้ 8 หมื่นบาท โดยอ้างว่าหักล่วงหน้า 2 เดือน และหักสิ่งต่าง ๆ อีก รวม 4 หมื่นบาท ซึ่งตลอดเวลาที่ส่งเงินแต่ละเดือนเจ้าหนี้ไม่เคยมีใบเสร็จให้เลย และเมื่อตนเองต้องการนำเงินไปไถ่ที่ดินคืน เจ้าหนี้กลับบอกว่าที่ดินหลุดจำนองไปแล้ว ตนเองจึงไปตรวจสอบที่สำนักงานที่ดินและพบว่าสัญญาที่ทำเอาไว้เป็นสัญญาขายฝาก ไม่ใช่สัญญาจำนอง         ชมคลิปผ่านทาง Youtube ได้ที่ https://youtu.be/yVvokbLW3NY 

 15,390
สังคม-อาชญากรรม
26 พ.ย. 58

ปปง.ลุยอายัดทรัพย์นายทุนเงินกู้ดอกเยี้ยโหดที่ชุมแพกว่า 80 ล้านบาท

ปปง.ลุยอายัดทรัพย์นายทุนเงินกู้ฉ้อโกงประชาชนที่ชุมแพ จังหวัดขอนแก่น มูลค่ากว่า 80 ล้านบาท ซึ่งผลการสืบสวนของ ปปง. พบว่า นางศรัณยา ยศเสาวภาคย์ กับพวก เจ้าของธุรกิจเงินกู้ชุมแพ ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยจะหลอกลวงให้ผู้เสียหายนำโฉนดที่ดินมาค้ำประกันเงินกู้ เปลี่ยนเป็นสัญญาขายฝาก หรือสัญญาซื้อ-ขาย เมื่อไม่ส่งเงินต้นหรือดอกเบี้ย ก็จะถูกคิดดอกเบี้ยทบต้น จนส่งไม่ไหว และถูกยึดที่ดิน-สำหรับทรัพย์สินที่ ปปง.อายัดเป็นเงินในบัญชีเงินฝากของนางศรัณยา และนางสาวพนิดา ยศเสาวภาคย์ จำนวน 25 รายการ กว่า 62 ล้านบาท และที่ดินตามโฉนดพร้อมสิ่งปลูกสร้าง มูลค่ากว่า 17 ล้านบาท รวมมูลค่ากว่า 80 ล้านบาท    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/T3s_ixhwnOs  

 5,272
เจาะข่าวเด่น
20 พ.ย. 58

กลโกง แก๊งเงินกู้ ? ตอนที่ 1

คุณเนตรชนก เก้นโชติ ผู้เสียหาย เล่าว่า ตนเองกู้เงิน 1 แสนบาท ต้องการเอาเงินมาสร้างบ้านต่อ เมื่อปี 2552 โดยเจ้าของเงินบอกให้ไปทำสัญญาจำนองที่กรมที่ดิน เจ้าของเงินไม่ได้บอกว่าเป็นการขาย และไม่ยอมให้อ่านเอกสาร โดยอ้างว่าถ้าอ่านจะไม่ให้เงิน จึงไม่ได้อ่านและได้รับเงินมา 7 หมื่นกว่าบาท หลังจากโดนหักค่าต่าง ๆ แล้ว โดยมีเงื่อนไขว่าต้องส่งเงินคืนเดือนละ 4.2 พันบาท เป็นเวลา 90 เดือน ตนเองก็จ่ายตามกำหนดมาเรื่อย ๆ โดยที่ทางเจ้าของเงินไม่เคยมีใบเสร็จการจ่ายเงินให้เลย จนกระทั่งจ่ายไปได้ 20 กว่าเดือน เจ้าของเงินก็อ้างว่าตนเองจ่ายไม่ครบและจะเอาเงินก้อน 5 หมื่นบาท จนเองจึงไม่จ่ายต่อ ทำให้เจ้าของเงินมารื้อขนของภายในบ้าน (ปี 2554) ตนเองจึงแจ้งความให้ตำรวจดำเนินคดี   คุณเนตรชนก เล่าต่อว่า หลังจากนั้นเมื่อปี 2555 ตนเองได้ไปตรวจสอบที่กรมที่ดินพบว่าเอกสารที่ทำร่วมกับเจ้าของเงินคือสัญญาการขายที่ดินไม่ใช่จำนอง ตนเองจึงพยายามดำเนินการเข้าหาหน่วยงามต่าง ๆ แต่ไม่เรื่องคืบหน้า เนื่องจากจำนนด้วยหลักฐานที่ตนเองเซ็นไปก่อนหน้านี้ด้วยตัวเอง             คุณสุพรรณ์ สารเงิน ผู้เสียหาย เล่าว่า ตนเองกู้เงินจำนวน 9 หมื่นบาท ตามคำแนะนำของคนขับสามล้อ เพื่อนำไปให้ลูกชายใช้สำหรับงานแต่งงาน โดยเมื่อเดินทางไปกู้เงิน เจ้าของเงินให้ไปดูที่บ้านก่อนอันดับแรก และจึงไปทำสัญญาที่สำนักงานที่ดิน โดยไม่ให้ญาติหรือคนอื่น ๆ เดินทางไปด้วย และไม่ยอมอ่านเนื้อหาในเอกสารให้ฟังก่อนเซ็นด้วย (คุณยายอ่านหนังสือไม่ออก)         ชมคลิปผ่านทาง Youtube ได้ที่  https://youtu.be/LJWzI-Sr66o

 32,275

Top