ค้นหา :

ผลการค้นหา "มอบตัว"

แชร์ออฟเดอะเดย์
21 ก.ค. 61

อ่วม5ข้อหา! หนุ่มขับแคมรี่หัวร้อนคว้ามีดดาบขู่คู่กรณีเข้ามอบตัวแล้ว อ้างกำลังอารมณ์ไม่ดี

จากกรณีชาวเน็ตโพสต์คลิปวิดีโอ หนุ่มขับแคมรี่หัวร้อนคว้ามีดดาบยาวขู่คู่กรณี บริเวณสามแยกเทคนิคกรุงเทพ ย่านสาทร เมื่อช่วงเช้าวันที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา     ล่าสุดหนุ่มหัวร้อนในคลิปได้เดินทางเข้าพบตำรวจ สน.ทุ่งมหาเมฆ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา โดยมีผู้เสียหายเดินทางมาดูตัวด้วย เบื้องต้นตำรวจแจ้ง 5 ข้อหา ได้แก่ ทำให้ผู้อื่นเสียทรัพย์, ข่มขู่ทำให้ผู้อื่นหวาดกลัว, พกพาอาวุธมีดไปในทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต, และ ความผิดตาม พ.ร.บ.จราจร อีก 2 ข้อหา จอดรถในที่ห้ามจอด, เปลี่ยนช่องทางกะทันหัน ซึ่งตำรวจนัดรายงานตัวที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ในวันที่ 21 ก.ค. นี้.      ด้านผู้เสียหายเปิดเผยว่า คู่กรณีได้เอ่ยปากขอโทษตนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยอ้างว่าวันเกิดเหตุเพิ่งทะเลาะกับแฟนสาว จึงทำให้เกิดอารมณ์โมโห แต่ตนก็ยืนยันจะดำเนินคดีให้ที่สุด และขอฝากไปถึงผู้ใช้รถใช้ถนนควรจะมีน้ำใจและมีเหตุผล ทุกคนจะต้องเคารพกฎหมาย                     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/_cizIEh6VpU

 1,780
สังคม-อาชญากรรม
12 พ.ค. 61

รวบแล้ว! โชเฟอร์แท็กซี่หื่นอนาจาร-ชิงทรัพย์พีอาร์สาว อ้างเหยื่อสวยเลยอดใจไม่ไหวหอมไปหนึ่งฟอด

ตำรวจ สน.คันนายาว จับกุมตัว นายบุญเลิศ ผ่องใบทอง อายุ 52 ปี โชเฟอร์แท็กซี่ก่อเหตุอนาจารและชิงทรัพย์ พีอาร์สาวร้านอาหารย่านทองหล่อ บนทางด่วนฉลองรัช ( เอกมัย – รามอินทรา )   ด้านผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ลวนลามหญิงสาวและขโมยทรัพย์สินจริง โดยอ้างว่าในคืนเกิดเหตุได้รับผู้เสียหายขึ้นรถมาในสภาพมึนเมาพูดไม่รู้เรื่องว่าจะให้ไปส่งที่ไหน ระหว่างทางเห็นผู้โดยสารหน้าตาดีจึงอดใจไม่ไหวหอมแก้มไปหนึ่งฟอดและขโมยแหวนทอง ก่อนที่ผู้โดยสารจะเริ่มขัดขืนหนีลงจากรถไป   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืนและข้อหากระทำอนาจารบุคคลอายุกว่า 15 ปี โดยบุคคลเช่นว่านั้นไม่สามารถขัดขืนได้                  ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/1zWRZokH63k      

 3,781
สังคม-อาชญากรรม
12 พ.ค. 61

มอบตัวทั้งน้ำตา! 'สันธนะ' สาบานเอาชีวิตพ่อแม่เป็นเดิมพันหากทำผิดจริง ยังปฏิเสธทุกข้อหา

เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (12 พ.ค.) พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ ประธานที่ปรึกษา บริษัท พัฒนาตลาดใหม่ดอนเมือง ยินยอมเข้ามอบตัวกับตำรวจแล้ว หลังถูกศาลออกหมายจับข้อหากรรโชกทรัพย์ พร้อมพวกรวม 11 คน รวมทั้งสิ้น 45 หมาย  และหลบหนีไปกบดานที่บ้านของบิดา      โดย พ.ต.ท.สันธนะ ได้กล่าวตัดพ้อด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเเละร่ำไห้ว่าถูกอำนาจรัฐกระทำโดยมิชอบ และพร้อมที่จะข้อปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา นอกจากนี้ยังอ้างว่าได้ทำลายเอกสารลับซึ่งเป็นข้อมูลการทุจริตของคนในรัฐบาลที่จะมอบให้นายกรัฐมนตรีทิ้งไปหมดแล้ว โดย พ.ต.ท.สันธนะ ได้ชูมือทั้งสองข้างขึ้นเหนือหัว ขอสาบานเอาชีวิตพ่อและแม่เป็นเดิมพันหากตนชั่วระยำ เลวเหมือนที่หลายๆ คนทุกคนร่วมกันประนามตน ขอให้สังคมช่วยจัดการกับตนได้เลย น้ำตาลูกผู้ชายในวันนี้คงแสดงไม่ได้ขนาดนี้ โดยจังหวะที่เดินขึ้นรถของเจ้าหน้าที่เจ้าตัวได้ถอดเสื้อออก เพื่อเเสดงว่าไม่ได้มีการต่อสู้ขัดขวางการคุมควบคุมตัว พร้อมตะโกนเสียงดังว่า “ผมไม่มีอาวุธที่จะต่อสู้ขัดขืนกับสำนักงานตำรวจเเห่งชาติทุกคนจำเอาไว้กับสิ่งที่คุณทำกับครอบครัวผม ขอให้สังคมช่วยดูเเลตรวจสอบ ดูเเลอำนาจตำรวจในองค์กรนี้ต่อไป”     โดยในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัว พ.ต.ท.สันธนะ มาที่ สน.โชคชัย โดยมีการเเจ้งสิทธิของผู้ต้องหาก่อนเเจ้งข้อหา ตามหมายจับพร้อมทั้งทำบันทึกจับกุม ก่อนส่งตัวไปที่ สน.ดอนเมือง เพื่อดำเนินคดีต่อไป เบื้องต้น พ.ต.ท.สันธนะ ยังคงให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา    ขณะที่เมื่อคืนนี้ (11 พ.ค.) ระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจล้อมบ้านพักของบิดา  พ.ต.ท.สันธนะ  ปรากฏว่ามีชายหนุ่มคนหนึ่งปีนประตูรั้วบ้านออกมา ก่อนจะพบว่าชายคนนี้คือ นายพสิฐ ประยูรรัตน์ ลูกชายของ พ.ต.ท.สันธนะ ที่ต้องการออกจากบ้าน เพราะต้องไปเรียนที่มหาวิทยาลัยในช่วงเช้า แต่เจ้าหน้าที่ต้องกันตัวเอาไว้ตรวจสอบ ยืนยันความสัมพันธ์ก่อน   โดยนายพสิฐยอมรับว่า ขณะนี้รู้สึกเป็นห่วงพ่อ กลัวพ่อจะถูกกลั่นแกล้ง เพราะข้อหาที่พ่อได้รับนั้นเป็นเพียงข้อหาเล็กๆ ยอมรับว่านิสัยของพ่อคือเป็นคนพูดมาก ซึ่งตนก็ไม่ค่อยชอบ นิสัยที่โผงผางก็อาจทำให้คนอื่นไม่ชอบได้ สำหรับส่วนตัวเองก็ไม่เห็นด้วยกับบางอย่างที่พ่อตัวเองทำ ถึงตนจะเป็นลูกแต่ก็อยากมีสิทธิ์พูด ส่วนประเด็นที่พ่อโดนกลั่นแกล้ง ตนก็ไม่แน่ใจว่าสาเหตุมาจากอะไร เพราะไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการทำงานของพ่อ     ขณะที่ช่วงบ่าย พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว นำกำลังเข้าตรวจค้น คอนโดหรูของ พ.ต.ท.สันธนะ ย่านซอยพหลโยธิน 8 จากการตรวจสอบพบว่าไม่มีบุคคลใดอยู่ภายในห้อง แต่มีการเปิดแอร์เอาไว้ให้กระต่ายที่เลี้ยงไว้และไม่พบร่องรอยการหลบหนีออกทางหน้าต่างหรือ ช่องทางอื่นๆ เชื่อว่าเจ้าตัวไม่ได้อยู่ในห้อง             ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/I1-G3pTjq88

 23,598
ข่าวภูมิภาค
14 เม.ย. 61

แม่พามอบตัวมือฆ่าโหด 'เจ๊แอ๋ว' ดับคาห้องน้ำห้างชุมพร อ้างติดหนี้พนัน - พบประวัติเคยฆ่าคนตายตอนอายุ16

ความคืบหน้าคดีสะเทือนขวัญคนร้ายฆ่าชิงทรัพย์ นางทัศนีย์ ไชยศรี หรือ เจ๊แอ๋ว อายุ 56 ปี เศรษฐีนีเจ้าของแพปลา ภายในห้องน้ำคนพิการในห้างสรรพสินค้าชื่อดังกลางเมืองชุมพร ล่าสุดตำรวจสามารถจับกุมตัว นายรณกร ศุภมงคลเลิศ หรืออ๊อฟอายุ 26 ปี ผู้ต้องหาได้แล้ว หลังแม่พามามอบตัว     โดยนายรณกรให้การรับสารภาพว่า ทำไปเพราะต้องการนำเงินไปใช้หนี้พนันบอลออนไลน์ อ้างถูกเจ้าหนี้ข่มขู่ ในวันที่เกิดเหตุได้เอามีดปลอกผลไม้ใส่ในรถ จยย.ฟีโน่สีขาว ออกขับตระเวนหาเหยื่อ เพื่อชิงทรัพย์ เห็นว่าในห้างดังกล่าวน่าจะมีคนที่มีทรัพย์สินมาเดินซื้อของจำนวนมาก จึงเลี้ยวรถ จยย.เข้าไปในห้าง เมื่อเห็นผู้ตายมีทรัยพ์สินในตัวเยอะ ทั้งสร้อยคอหนัก 2 บาท สร้อยข้อมือ 2 บาท และกระเป๋าใบใหญ่ที่คาดว่าน่าจะมีเงินจำนวนหนึ่ง และมีอายุมากแล้ว จึงเดินออกไปเอามีดที่จยย.แล้วเข้ามาเดินตามหาเหยื่อ พร้อมกับหาจังหวะ เมื่อเหยื่อเข้าไปในห้องน้ำ จึงตามเข้าไป แล้วลากตัวนางทัสนียเข้าไปในห้องน้ำคนพิการ แต่เหยื่อต่อสู้  จึงใช้มีดปลอกผลแทงไป2-3 ครั้ง จังหวะมีคนเข้ามาเห็น จึงไม่ทันดึงสร้อยข้อมือทองคำไปด้วย แล้วรีบวิ่งหนีออกมา เห็นจยย.ติดกุญแจคาอยู่ จึงรีบขับไปยัง ปั้มน้ำมัน ปตท.ใกล้ที่เกิดเหตุ จอดรถจยย.ที่ขโมยมาทิ้งไว้ แล้วย้อนกลับมาเอารถจยย.ฟีโน่แล้ว นำทองคำไปขายเอาเงินไปใช้หนี้แล้ว เตรียมตัวจะหนีกลับไปราชบุรี แต่โดนรวบตัวเสียก่อน     ด้าน พล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม ผบช.ภ.8 ระบุว่า สาเหตุจูงใจคือผู้ต้องหา ต้องการทรัพย์สินของผู้ตายเพื่อไปปลดหนี้พนันจำนวนมาก แต่ผู้ตายขัดขืนจึงใช้มีดแทง แล้วหลบหนีไปจนผู้ตายเสียชีวิตในเวลาต่อมา       ขณะเดียวกันที่ด้านหน้ากองบังคับการตำรวจภูธร จ.ชุมพร นายภานุวัฒ ชินโย อายุ 37 ปี น.ส.ธนิตา ชินโย อายุ 30 ปี ลูกชายและลูกสาวนางทัศนีย์พร้อมญาติจำนวนหนึ่ง ได้เดินทางมาดูหน้าคนร้าย แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่อนุญาตให้เข้าด้านใน เพราะหวั่นเกิดเหตุประชาทัณฑ์ โดยหลังจากแถลงข่าวเสร็จนายภานุวัฒ ได้ก้มกราบ พล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม ผบช.ภ.8 ขอความเป็นธรรมให้แม่ เนื่องจากผู้ต้องหามีป้าเป็นภรรยาของนักการเมืองท้องถิ่นชื่อดังคนหนึ่งใน จ.ชุมพร     ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ตำรวจนำตัวนายรณกรไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยมีญาติผู้เสียชีวิตและชาวบ้านมามุงดูการทำแผน บางส่วนได้ด่าทอสาปแช่งด้วยความโกรธแค้น     ทั้งนี้จากการสอบประวัตินายรณกรพบว่าเมื่อตอนอายุ 16 ปี ได้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงนักศึกษาด้วยกันเสียชีวิตจำคุกกว่า 2 ปี จนล่าสุดมาก่อเหตุซ้ำอีกโดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายแต่อย่างใด                         ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/PT0lk4oM2qM  

 16,782
ต่างประเทศ
08 เม.ย. 61

ยอมจำนน! อดีตปธน.บราซิลวัย72 มอบตัวรับโทษคดีคอร์รัปชันแล้ว ผู้สนับสนุนแห่ขัดขวางวุ่น

นายลูอิซ อิกนาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา  อดีตประธานาธิบดีของบราซิล วัย 72 ปียอมมอบตัวแล้ว เพื่อเริ่มรับโทษจำคุก 12 ปี ตามคำพิพากษาในคดีคอร์รัปชัน หลังผู้สนับสนุนพยายามขัดขวางการมอบตัวทำให้บรรยากาศเป็นไปอย่างโกลาหล โดยภายหลังจากสื่อมวลชนรายงานข่าวที่เขาเข้ารับโทษในเรือนจำก็มีมวลชนจำนวนมากออกมาเฉลิมฉลองด้วยความดีใจ         

 2,265
สังคม-อาชญากรรม
07 เม.ย. 61

มอบตัวแล้ว! แก๊งพระหลอกสาววัย18 ดื่มน้ำมนต์แก้คุณไสยจนช็อกดับ โบ้ยไม่ได้บังคับ

รวบแล้วแก๊งพระและลูกศิษย์ ทำน้ำมนต์ให้สาว 18 กิน เสียชีวิต อ้างถูกคุณไสยฯ สารภาพไม่ได้บังคับ แต่เหยื่อกินเอง ด้าน แม่เหยื่อสาววอนหยุดพฤติกรรมทำลายชีวิตคนอื่น     ความคืบหน้าจากกรณีพ่อแม่ร้องเรียนลูกสาวอายุ 18 ปี กินน้ำมนต์ 2 ถังน้ำก่อนจะเสียชีวิต หลังมีพระสงฆ์ต่างถิ่นมาทักว่าโดนคุณไสยมนต์ดำ ต้องกินน้ำมนต์เต็ม 2 บาตรพระถึงจะหายนั้น ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้แล้ว 4 คน    ด้านนางดวงจิตแม่ของผู้เสียชีวิตเล่าว่า ตนและสามีนับถือพระอาจารย์โอภาส ที่ทำพิธีสะเดาะเคราะห์ให้กับชาวบ้าน ก่อนเกิดเหตุ ตนพาสามีไปอาบน้ำมนต์สะเดาะเคราะห์ตามความเชื่อ จากนั้นพระโอภาสได้ทักลูกสาวว่าถูกคุณไสยเล่นงาน เพราะที่คอของลูกสามีรอยดำ ตอนนั้นตนก็ตกใจและลูกสาวก็กังวลเลยตกลงกันว่าจะมาให้พระอาจารย์แก้มนต์คาถาคุณไสยให้ จึงมาทำพิธี    โดยพระให้ดื่มน้ำมนต์ จากบาตรที่ทำพิธี  ซึ่งมีทีมงานของพระ จำนวน4คน คอยอำนวยความสะดวกและนำน้ำมนต์มาให้ลูกสาวตนดื่ม ตอนแรกลูกดื่มไปสองแก้วแรกก็เริ่มมีอาการอาเจียน  จากนั้นทีมงานของพระอาจารย์ก็ให้ลูกตนดื่มน้ำมนต์ต่อไปอีกจนหมดบาตรที่1 แล้วลูกก็เริ่มมีอาการอาเจียนหนักขึ้นและปัสสวะ แต่ทีมงานพระก็ไม่หยุดให้ลุกสาวกินจนหมดบาตรที่2 จากนั้นลูกก็มีอาการชักเกร็ง นำส่งโรงพยาบาล รักษาตัวนาน3วันก็เสียชีวิต จากสาเหตุขาดออกซิเจนในเลือด    ตอนนี้ตนและครอบครัวรู้สึกแย่มากที่ลูกสาวต้องมาจบชีวิตแบบนี้ และพระที่ทำพิธีก็เป็นพระที่ชาวบ้านนับถือ พอหลังเกิดเหตุก็หลบหนีไปไม่รับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น  จึงมาขอให้ตำรวจช่วยจับกุมและดำเนินคดีกับแก๊งพระและลูกศิษย์ไม่ให้ไปก่อเหตุกับคนอื่นอีก ตอนลูกอ้วกเราก็คิดว่าคุณไสยออก เลยไม่คิด่าลูกจะตาย   ด้าน พล.ต.อ. ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า  ก่อนหน้านี้ทางพ่อแม่ผู้เสียชีวิตเห็นว่าคดีไม่มีความคืบหน้า และเกรงว่าพระที่หลบหนีและพวกจะมาข่มขู่ จึงมาร้องขอความเป็นธรรม ซึ่งตำรวจสามารถจับกุมคนร่ายได้แล้ว4คน ประกอบด้วย  นางสาวกรรณิการ์ ไม้สังข์  นางสาวบุญหลาย จันลา นายมงคล ใยแก้ว และ พระบุญปัน บุญโนนเต้  ส่วนพรโอภาษ ศรีสง่า หลบหนีอยู่ระหว่างการติดตาม   พฤติกรรมของผู้ต้องหา นำเอาความเชื่อมาหลอกลวงชาวบ้าน ส่วนน้ำมนต์ที่กินเข้าไปนั้น เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานอยู่ระห่างตรวจสอบว่ามีสารปนเปื้อนหรือไม่ รวมทั้งคราบอาเจียนและหลักฐานในที่เกิดเหตุ เพื่อหาสาเหตุการเสียชิวิต เบื้องต้นแจ้งข้อหา ร่วมกันก่อเหตุประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และฉ้อโกง    สำหรับประวัติของพระโอภาษและลูกศิษย์ มีพฤติกรรมอ้างว่าสามารถสะเดาะเคาระห์แก้คุณไสยให้กับชาวบ้านได้ ไม่มีที่อยู่หลักแหล่ง ตระเวณอาศัยตามสำนักสงฆ์ทำพิธี ก่อนหน้านี้ก็เคยทำพิธีที่จังหวัดเลยมาก่อน และเข้ามาอยู่ในพื้นที่อำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ เมื่อวันที่ 15 มีนาคม  และทำพิธีให้กับผู้ตายเมื่อวันที่ 21 มีนาคม จนเสียชิวิต ตอนนี้ตำรวจอยู่ระหว่างการติดตามจับกุม และเตือนประชาชน หากเจ็บป่วยควรพบแพทย์ และเรื่องความเชื่อการทำพิธีนี้ ขอให้ใช้พิจรณญาณ พิจรณาความเหมาะสมและอันตราย เพราะอาจเสี่ยงถึงแก่ชีวิตเหมือนผู้เสียหายรายนี้      จากนั้นตำรวจได้พาแม่ผู้เสียชีวิตไปชี้ตัวผู้ต้องหา และนำผู้ต้องหาทั้งสามคนมาแถลงข่าวกับสื่อมลชน ซึ่งผู้ก่อเหตุทั้งหมดยินยอมให้แถลงข่าว โดยผู้ต้องหาทั้งสามได้ยกมือไหว้ขอโทษแม่ผู้เสียชีวิต แต่ปฏิเสธว่าไม่ได้บังคับกรอกน้ำมนต์ให้ผู้ตายยกกิน และการกระทำทั้งหมดมีพระโอภาษเป็นคนสั่งการ    ขณะที่นางสาวบุญหลาย กล่าวว่า ไม่ได้กรอกน้ำมนต์ให้น้องกินจนตายแต่ค่อยๆกิน ระหว่างที่กินนั้นก็ถามว่าน้องว่าไหวไหม พอเริ่มมีอาการอาเจียน พระก็บอกว่าให้กินน้ำมนต์ให้หมด หลังเกิดเหตุ พระโอภาษก็บอกว่าให้สลายม๊อบ จากนั้นก็ติดต่อไม่ได้ จนกระทั่งมาถูกจับกุม                   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/BZab8SxI_4o

 13,360
สังคม-อาชญากรรม
20 ก.ย. 60

"ป๋าเกิด" มอบตัวข้อหาค้ามนุษย์กรณีคลิปตบลงโทษเด็กโคโยตี้แล้ว ปัดไม่รู้เด็กที่พาไปเต้นอายุต่ำกว่า 18

  ภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) ได้ออกหมายจับ นายเกิดใหม่ รวยจริงนะ หรือป๋าเกิด, นางสาวมลฤดี อินอ่อน และ นางสาวพรรณวรท ควบคุม หรือ นินิว ในข้อหากระทำความผิดฐานสมคบโดยตกลงกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อกระทำผิดฐานค้ามนุษย์ และสมคบกันโดยแสวงหาประโยชน์ทางเพศในรูปแบบอื่น ชักจูง ยุยง ส่งเสริมหรือยินยอมให้เด็กแสดงออกกระทำการอันมีลักษณะลามกอนาจาร ไม่ว่าจะเป็นเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าตอบแทนหรือเพื่อการใด ตาม พ.ร.บ.ป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ และ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2556 จนกระทั่งสามารถจับกุมตัวนินิวคนสั่งให้โคโยตี้ในสังกัดตบสั่งสอนกันเองจนมีคลิปเผยแพร่ได้ตั้งแต่วานนี้ และในช่วงกลางดึกของคืนที่ผ่านมา นายเกิดใหม่ หรือป๋าเกิด ได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในช่วงสายของวันนี้แล้วนั้น   ล่าสุด นายเกิดใหม่ได้เข้ามอบตัวที่กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์บริเวณหน้ากองกำกับการ 1 เรียบร้อยแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เตรียมห้องสอบสวนภายในกองกำกับการไว้ และจัดเตรียมพนักงานสอบสวนไว้ 2 นาย เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาและสอบสวนอย่างละเอียด   โดยขณะที่ป๋าเกิดเดินผ่านกลุ่มสื่อมวลชน มีการสอบถามเบื้องต้นว่าได้เป็นผู้กระทำตามที่มีการพาดพิง หรือไม่ ป๋าเกิดไม่ได้มีการตอบคำถามใดๆ มีเพียงการแสดงท่าทางด้วยแขนในรูปกากบาท เป็นสัญญาลักษณ์ว่าไม่ขอตอบคำถามใดๆ โดยพันตำรวจเอกมานะ กลีบสัตบุศย์ รองผู้บังคับการ กองปราบปรามการค้ามนุษย์ ระบุว่า เบื้องต้นการสอบปากคำนายเกิดใหม่ หรือป๋าเกิด ให้การสอดคล้องกับการให้การของผู้เสียหายในเรื่องการนำตัวเด็กสาวไปให้บริการการโชว์ต่างๆตามสถานบันเทิงจริง แต่ยังไม่ยอมรับว่าเด็กสาวที่นำไปให้บริการโชว์อายุต่ำกว่า 18 ปี โดยให้การเพียงว่าไม่ทราบในเรื่องของอายุเด็กสาวที่เคยพาไป   ในส่วนของความผิดเกี่ยวกับการกระทำทางเพศของป๋าเกิดต่อเด็กสาว ตามที่ทีการอ้างถึง ขณะนี้ยังคงต้องสอบสวนเพื่อให้เกิดความกระจ่างอีกครั้ง รวมถึงตรวจสอบขยายผลเพิ่มเติมอีกด้วยว่ามีคนอื่นร่วมเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ ในส่วนของสถานบันเทิงที่มีการอ้างว่าเคยรับบริการโชว์ของเด็กสาวในสังกัดของป๋าเกิด เบื้องต้นจะมีการตรวจสอบในรายละเอียดอีดครั้งว่าทีที่ใดบ้าง หากพบข้อมูลและมีหลักฐานเพียงพอ ก็จะดำเนินการทางคดีในข้อหาเดียวกันด้วย   ขณะที่ล่าสุด ทราบว่านางสาวมลฤดี อินอ่อน ผู้ต้องหาคนสุดท้ายที่เจ้าหน้าที่มีการดำเนินการออกหมายจับ และยังไม่เข้ามอบตัว ขณะนี้ทราบว่ามีการติดต่อเจ้าหน้าที่มาบ้างแล้วโดยให้เหตุผลว่าขณะนี้กำลังดำเนินการในการเตรียมหลักทรัพย์ และเอกสารที่จะต้องใช้ในการประกันตัว   สำหรับตัวป๋าเกิด หลังจากเสร็จสิ้นการสอบปากคำ และแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว ทางพนักงานสอบสวนจะดำเนินการนำตัวส่งศาลเพื่อพิจารณาในเรื่องการประกันตัว เนื่องจากในชั้นพนักงานสอบสวน ถึงแม้ว่า นายเกิดใหม่ หรือป๋าเกิด จะเดินทางมามอบตัวเอง แต่คดีนี้มีอัตราโทษสูง จึงต้องขอให้ทางศาลเป็นผู้พิจารณาในเรื่องการประกันตัว โดยพนักงานสอบสวนจะไม่ยื่นแนบท้ายคำร้องคัดค้านการประกันตัวเนื่องจากผู้ต้องหาเดินทางมามอบตัวเอง ขณะที่ในวันนี้ พนักงานสอบสวนได้เบิกตัวนางสาวพรรณวรท ควบคุม หรือ นินิว มาสอบปากคำเพิ่มเติม ก่อนที่จะมีการคุมตัวส่งศาลเพื่อขออำนาจศาลฝากขังและพิจารณาในเรื่องการประกันตัวเช่นกัน

 4,944
สังคม-อาชญากรรม
10 ส.ค. 60

นศ.ปทุมวันมือแทงอุเทนถวายรายแรกมอบตัวแล้ว ตร.รู้ตัวอีก 3 รายที่เหลือ ประสานครอบครัวพามอบตัว

  ผู้ปกครองและตัวแทนศิษย์เก่าสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน นำตัวนาย นายศราวุทธ โซะประสิทธิ์ อายุ 25 ปี นักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ผู้ต้องหาตามหมายจับร่วมกับพวกใช้อาวุธมีดแทงคู่อริต่างสถาบันเสียชีวิต บริเวณทางเชื่อมรถไฟฟ้าบีทีเอสสนามกีฬาแห่งชาติ ย่านมาบุญครอง เข้ามอบตัวกับ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลและตำรวจนครบาลปทุมวัน ส่วนผู้ต้องหาอีก 3 รายที่เหลือยังคงหลบหนี   เบื้องต้นนายศราวุธ ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพ ส่วนรายละเอียดทางคดีจะขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น และยังฝากไปยังคนที่เรียนอยู่ ขอให้อย่ามีเรื่องกัน โดยถ้าเจอกันก็พยายามออกห่างกัน หลีกเลี่ยงการทำร้ายกันเพราะจะเกิดความสูญเสียขึ้น เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้เสียชีวิต, ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นให้ได้รับอันตรายแก่กายบาดเจ็บสาหัส และพกพาอาวุธไปในเมืองหรือหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต รวม 3 ข้อหา ส่วนจะได้รับการประกันหรือไม่เป็นดุลยพินิจของพนักงานสอบสวน   ทั้งนี้ จากการตรวจสอบประวัติ นายศราวุธ พบว่าถูกจับกุมดำเนินคดีข้อหาฆ่าผู้อื่นเมื่อปี 51 ในพื้นที่ สน.บึงกุ่ม ส่วนอีก 3 ราย ไม่มีประวัติก่อเหตุอาชญากรรม โดยตำรวจได้ขอให้ทั้ง 3 ที่ยังหลบหนีเข้ามอบตัวเพราะรู้ตัวหมดแล้ว และได้ประสานไปยังครอบครัวให้พาเข้ามอบตัว   ขณะที่ตัวแทนศิษย์เก่ากล่าวว่า อยากให้ศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุปันหยุดการกระทำในทางที่เสื่อมเสีย หลีกเลี่ยงการกระทำรุนแรง ควรมีสติ รักสถาบันในทางที่ถูก ตนในฐานะรุ่นพี่เห็นว่าเมื่อน้องทำผิดก็จะนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามกฎหมาย และหลังจากนี้จะพูดคุยหารือทำความเข้าใจเพื่อให้น้องมีความรักในสถาบันและชื่อเสียง พยายามควบคุมดูแลป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นอีก   ด้านผู้บัญชาการตำรวจนครบาลระบุว่า มาตรการป้องกันการก่อเหตุระยะสั้นได้กำชับให้จัดเจ้าหน้าที่คอยดูแลก่อนและหลังเลิกเรียนในพื้นที่เสี่ยงจุดต่างๆ ตรวจค้นตามสถานที่เสี่ยง ป้องกันการซุกซ่อนอาวุธไว้ก่อเหตุ ตลอดจนดำเนินการด้านการปกครอง ส่วนมาตรการระยะยาวจะนำเด็กทั้งสองสถาบันมาทำกิจกรรมร่วมกันเพื่อละลายพฤติกรรมต่อไป

 4,205
สังคม-อาชญากรรม
04 มี.ค. 60

ภรรยา 'พล.ต.อ.จุมพล' เข้ามอบตัวคดีรุกป่าทับลาน พร้อมปฏิเสธทุกข้อหา ก่อนวางเงิน2แสนประกันตัว

นางฐนกร มั่นหมาย อายุ 59 ปี ภรรยาของ พล.ต.อ.จุมพล เดินทางเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) เพื่อรับทราบข้อหา ประกอบด้วย   1. ก่อสร้างหรือทำด้วยประการใดอันเป็นการทำลายป่า หรือยึดครอบครองป่า เพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต ผู้ใดครอบครองป่าที่ได้ถูกแผ้วถางโดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติมาตราก่อนให้สันนิษฐานว่าบุคคลนั้นแผ้วถางป่านั้น ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484   2. ยึดหรือครอบครองที่ดิน รวมตลอดถึงก่นสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่า, ทำด้วยประการใดๆ ให้เป็นอันตรายหรือทำให้เสื่อมสภาพแก่ดิน หิน กรวด หรือทราย ตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ 3.กระทำด้วยประการใดๆ โดยมิชอบด้วยกฎหมายอันเป็นการทำลายหรือทำให้สูญหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเป็นของรัฐ หรือเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายให้แก่รัฐ ตามมูลค่าทั้งหมดของทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกทำลาย สูญหาย หรือเสียหายไปนั้น ตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2535   4. ยึดถือ ครอบครอง ทำประโยชน์ หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่นสร้าง แผ้วถาง เผาป่า ทำไม้เก็บหาของป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่า ตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 และ5.เข้าไปยึดถือครอบครองรวมตลอดถึงการก่นสร้าง หรือเผาป่า หรือทำด้วยประการใด ให้เป็นการทำลายหรือทำให้เสื่อมสภาพที่ดิน ที่หิน ที่กรวด หรือที่ทราย ใบบริเวณที่รัฐมนตรีประกาศหวงห้าม หรือทำสิ่งใดอันเป็นอันตรายแก่ทรัพยากรในที่ดิน ตามพระราชบัญญัติป่าไม้พ.ศ.2484 มาตรา54 ,55 ,พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ มาตรา 16 (1) ,(4) ,พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2535 ,พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา14 และ ประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 9, 108 ทวิ   พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. กล่าวภายหลังการสอบปากคำกว่า 3 ชั่วโมง30 นาที ว่าจากการสอบปากคำนางฐนกรเบื้องต้นให้การรับในข้อเท็จจริงแต่ปฏิเสธข้อหา และให้การเป็นประโยชน์ในทางคดี ยอมรับว่ามีการพาดพิงถึงบุคคลอื่น แต่ต้องตรวจสอบก่อนว่ามีความเชื่อมโยงหรือเกี่ยวข้องอย่างไรบ้าง ทั้งนี้พิจารณาให้ประกันตัวนางฐนกรชั่วคราว ในวงเงิน 200,000 บาท เนื่องจากเป็นการเดินทางเข้ามอบตัวแสดงความบริสุทธิ์ใจ และไม่มีพฤติการณ์หลบหนี โดยมีเงื่อนไขตามกฎหมายคือห้ามเดินทางออกนอกประเทศ หากเรียกให้มาพบก็ขอให้มา และห้ามยุ่งกับพยานหลักฐาน โดยขั้นตอนดำเนินการหลังสอบปากคำวันนี้จะแจ้งข้อหา ทำประวัติและพิมพ์ลายนิ้วมือ และขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการเกี่ยวข้องกับใครก็ดำเนินการทันที คดีดังกล่าวจะรีบสรุปสำนวนเพื่อส่งอัยการให้เร็วที่สุด   ภายหลังเจ้าหน้าที่ใช้เวลาสอบปากคำนานกว่า 5 ชั่วโมง นางฐนกร พร้อมญาติอีก 3 คน ได้เดินออกมาจากห้องสอบปากคำโดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวแต่อย่างใด       ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/09KYAHm2RO8

 4,717
แชร์ออฟเดอะเดย์
02 ก.พ. 60

ทหารเรือขับปาเจโรสีขาวเข้ามอบตัว ปัดชนแล้วหนี อ้างลงไปดูแล้วไม่มีใครถาม เลยขับออกไป

จากกรณีอุบัติเหตุรถปาเจโรสีขาวขับเบียดรถกระบะจนเสียหลักพลิกคว่ำข้ามเลนไปชนกับรถเก๋งที่วิ่งมาทางถนนเลนฝั่งตรงข้าม บริเวณถนนราชสีมา-ปักธงชัย จ.นครราชสีมา โดยหลังเกิดเหตุชายคนขับรถปาเจโร่และหญิงสาวที่นั่งมากับรถได้เดินลงไปดูเหตุการณ์ ก่อนจะขับหลบหนีไปโดยไม่ยอมให้การช่วยเหลือคู่กรณีแต่อย่างใด เมื่อวันที่ 31 ธันวาคมที่ผ่านมา ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย ล่าสุดพบตัวผู้ก่อเหตุ คือจ่าเอกวสันต์ อังคุนัน อายุ 34 ปี สังกัดหน่วยทหารเรือ แห่งหนึ่งในกรุงเทพ โดยรอบมรับว่าได้ขับรถปาเจโรสีขาวคันดังกล่าวจริง ซึ่งวันเกิดเหตุได้เดินทางไปทำธุระ ระหว่างทางมีฝนตก ทำให้ถนนลื่น จึงทำให้รถเสียหลักชนคู่กรณี ยืนยันไม่มีเจตนาหลบหนี แต่ในวันเกิดเหตุตนได้ลงไปดูเหตุการณ์แล้ว เพียงแต่ไม่มีใครมาสอบถามอะไรจึงขับรถออกจากที่เกิดเหตุ โดยไม่ได้แจ้งใครว่ารถตัวเองเป็นต้นเหตุทำให้เกิดอุบัติเหตุ พร้อมกันนี้ได้กล่าวขอโทษไปยังรถคู่กรณี ที่รถของตนเองเป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุในครั้งนี้ พร้อมขอรับผิดชอบทุกอย่าง ขณะที่ในส่วนของคดีของให้เป็นไปตามกระบวยการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ เบื้องต้นตั้ง 3ข้อหา คือขับรถยนต์โดยประมาณเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส , ขับรถเกิดอุบัติเหตุแล้วหลบหนีโดยไม่ให้การช่วยเหลือ และทำให้ผู้อื่นเสียทรัพย์   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fOnECPCY1Fw    

 12,598
สังคม-อาชญากรรม
11 ม.ค. 60

ผกก.สภ.บ้านโป่ง เข้ามอบตัวที่ บช.น. หลังพัวพันอุ้มฆ่าสาวทอม เจ้าตัวยังให้การภาคเสธ

ตำรวจกองบังคับการสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้ควบคุมตัวพันตำรวจเอกอำนวย พงษ์สวัสดิ์ ผกก.สภ.บ้านโป่ง ผู้ต้องหาตามหมายจับฐานร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่น โดยใช้กำลังประทุษร้าย หน่วงเหนี่ยวกักขัง ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน และลอบฝังซ่อนเร้น ทำลายศพ ในคดีที่ร่วมกับทหารและพลเรือนรวม 7 คน ก่อเหตุลักพาตัวนางสาวสุภัคสรณ์ พลไธสง สาวทอมที่มาติดพันนักร้องห้องอาหารคนเดียวกัน หายตัวไปจากห้องพักในซอยเพชรเกษม 114 มาที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยมีพลตำรวจโทศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้เข้าสอบปากคำอย่างเคร่งเครียดมานานกว่า 3 ชั่วโมงแล้ว ล่าสุดพันตำรวจเอกอำนวย ยังให้การภาคเสธ โดยพลตำรวจโทศานิตย์ กล่าวว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมหลักฐานจนสามารถออกหมายจับกลุ่มผู้ต้องหาที่ก่อเหตุ แต่สื่อนำไปเสนอก่อนทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานยากขึ้น จนมีผู้ต้องหาบางรายไหวตัวและหลบหนีไปก่อน จากนี้จะส่งตัวให้ตำรวจ สน.หนองค้างพลู นำตัวพันตำรวจเอกอำนวยไปดำเนินคดีตามข้อกล่าวหาต่อไป โดยพันตำรวจเอกอำนวย ยังให้การภาคเสธ และไม่ขอให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน โดยขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายได้เพิ่มอีก 1 รายแต่ทางตำรวจยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WyEVdBKhgrA

 32,292
สังคม-อาชญากรรม
26 ธ.ค. 59

คนขายพลุแฟลร์เข้ามอบตัว ปัดเป็นสมาชิกกลุ่ม 'อุลตร้าไทยแลนด์'

คนขายพลุแฟลร์ในโลกออนไลน์ผ่านทางเฟซบุ๊กชื่อว่า HBD Lampang Shop เข้ามอบตัวตามหมายจับแล้ว หลังตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดลำปาง สารภาพได้จำหน่ายสินค้าให้กับลูกค้าที่สั่งซื้อมาจากกรุงเทพฯ เป็นพลุแฟลร์จำนวน 1 กล่องมี 20 ชิ้น  ซึ่งทราบภายหลังว่าเป็นกองเชียร์กลุ่มอุลตร้าไทยแลนด์ นำไปจุดระหว่างการแข่งขันฟุตบอลนัดชิงชนะเลิศศึกซูซูกิคัพของทีมชาติไทยกับทีมชาติอินโดนีเซีย วันที่ 17 ธันวาคม จนถูกตำรวจสน.หัวหมาก ตรวจยึดไว้ได้ ซึ่งในวันแข่งขันได้เดินทางไปชมเกมด้วย แต่ยืนยันว่าไม่ได้เป็นผู้จุดพลุแฟลร์ และไม่ได้เป็นสมาชิกหรือแกนนำของกลุ่มอุลตร้าไทยแลนด์ เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดทุกข้อกล่าวหา มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับ 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งตำรวจได้อนุญาตให้ประกันตัวโดยใช้หลักทรัพย์จำนวน 100,000 บาท และจะต้องมารายงานตัวกับเจ้าหน้าที่ทุก 15 วัน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Be74rauEez0  

 2,116
สังคม-อาชญากรรม
15 ธ.ค. 59

'พระน็อต' เข้ารับทราบข้อกล่าวหาคดีกราบรถ ก่อนได้ประกันตัว คาดลาสิกขาเร็วๆนี้

พระน็อต-อัครณัฐ เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาแล้วที่ สน.ยานนาวา โดยยังไม่ได้ลาสิกขา ในข้อหาทำร้ายร่างกายนายกิตติศักดิ์ หรือบอย สิงโต จากคดีกราบรถมินิ ก่อนได้รับอนุญาตให้ใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสด 1 หมื่นบาทประกันตัวออกไป ทั้งนี้ทางจากเจ้าหน้าที่ไร่เชิญตะวันกล่าวว่าพระน็อต ได้เดินทางออกจากไร่เชิญตะวันแล้ว โดยโยมพ่อได้นิมนต์พระน็อต เข้ากรุงเทพ เพื่อไปกราบลาพระชั้นผู้ใหญ่ และจากนั้นอาจลาสิกขาบท เพื่อไปต่อสู้ทางคดีตามกฎหมาย ทั้งนี้ทางฝ่ายพระน็อต ได้บอกว่าการที่ได้เดินทางเข้ากรุงเทพ และลาสิกขาบท เพราะไม่อยากให้หลวงพ่อที่เป็นพระบรรพชามัวหมอง และพระ ว.วชิระเมธี ต้องมาถูกสังคมมาตำหนิ    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/CedsoIjbqPg  

 7,648
แชร์ออฟเดอะเดย์
09 ธ.ค. 59

คนขับแจ๊สปืนโหดเข้ามอบตัว อ้างถูกกระบะชนก่อน ผู้เสียหายโผล่แจ้งความเพิ่มอีก 2 ราย

จากกรณีคลิปรถแจ๊สสีขาวขับเบียด ปาดหน้าไปมากับรถกระบะ ก่อนชักปืนขู่และยิงบนถนนบางนาตราดขาเข้า ล่าสุด คนขับรถเก๋งฮอนด้าแจ๊ส คันดังกล่าว ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางแก้ว แล้วพร้อมด้วยอาวุธปืน บีบีกัน ขนาด 9 มม.ที่อ้างว่าเป็นกระบอกเดียวกับที่ใช้ก่อเหตุ ส่วนสาเหตุนั้นผู้ก่อเหตุอ้างว่าในวันเกิดเหตุมีปากเสียงกับแฟนสาว จึงได้ขับรถออกมาตามลำพังก่อนถูกรถคู่กรณีชนท้ายรถก่อนจนรถเสียหลักทำให้เกิดความโมโหจึงชักปืนขู่คู่กรณี แต่กลับพบว่าคู่กรณีขับรถไล่ตามและชนเข้าหลายครั้งตนจึงยิงปืนขู่ไปสองนัด แต่กลับถูกคู่กรณีขับไล่ชนอีก โชคดีที่ตนขับรถหนีมาได้และยังอ้างว่าถูกคู่กรณี ใช้อาวุธปืนไล่ยิงใส่ตนเองก่อน พร้อมเป็นเจ้าทุกข์ในฐานะผู้เสียหายแจ้งความร้องทุกข์ว่า คู่กรณีว่าเจตนาทำให้เสียทรัพย์ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อผู้ขับรถแจ๊สว่า ข่มขู่ทำให้ผู้อื่นตกใจกลัว ขับรถประมาทหวดเสียวโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น และจะได้เชิญตัวคู่กรณีรถกระบะมารับทราบข้อกล่าวหาว่า เจตนาทำให้เสียทรัพย์ และขับรถประมาทหวาดเสียวโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น จากนั้นได้มีเจ้าทุกข์เข้าแจ้งความเพิ่มอีก 2 ราย ว่าได้ถูกรถแจ๊สคันดังกล่าวก่อเหตุขับเบียดปาดหน้าและใช้อาวุธปืนออกมาข่มขู่ในระหว่างที่ตนขับรถอยู่บนถนนบางนาตราด ช่วงข้ามสะพานข้ามแม่น้ำบางปะกง จังหวัดฉะชิงเทรา โดยมีพลเมืองดีที่ขับรถตามหลังมาใช้กล้องจากโทรศัพท์มือถือบันทึกพฤติกรรมของชายที่ขับรถเก๋งคันดังกล่าวเอาไว้ได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mLhoxifcxuQ    

 17,383
สังคม-อาชญากรรม
01 ธ.ค. 59

'บอล กฤษณะ' เข้ามอบตัวคดีสั่งตื้บลูกนายพล เครียด อดนอน 3 วัน ยันเชื่อมั่นในความยุติธรรม

นายกฤษณะ อมิตรสูญ หรือบอล แฟนหนุ่มอุ้ม ลักขณา พร้อมด้วยทนายความและมารดา เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน เพื่อขอมอบตัว หลังตำรวจออกหมายจับคดีร่วมกับพวก รวม 4 คน ทำร้ายร่างกายนายอิศราชนุวัฒภ์ วรรคาวิสันต์ หรือเจมส์บอน บุตรชาย พล.ต.วิทยา วรรคาวิสันต์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 จ.น่าน จนได้รับบาดเจ็บสาหัสที่ร้านมาลินสกาย จ.เชียงใหม่ โดยบอลให้สัมภาษณ์ครั้งแรกหลังเกิดเหตุว่า หลังตำรวจออกหมายจับ ได้มามอบตัวตามหมายจับ และตามหลักความยุติธรรม อะไรผิดอะไรถูกว่าตามความยุติธรรม หากผมทำผิดก็ต้องยอมรับในสิ่งที่ทำผิด แต่ยังยืนยืนว่า ความยุติธรรมน่าจะช่วยผมให้รอดจากความผิดได้ วันนี้มาให้ปากคำส่วนเมื่อวานนี้ ที่ไม่ยอมพบสื่อ หลังถูกสอบปากคำมากว่า 12 ชั่วโมง เพราะเหนื่อยมาก ไม่ได้นอนมา 3 วันแล้ว อยากกลับไปพักผ่อน ขอโทษด้วยครับ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fOkAJTJ5-jc  

 2,265

Top