ค้นหา :

ผลการค้นหา "ธนาคารกรุงไทย"

เศรษฐกิจเข้มแข็ง
29 พ.ค. 62

กรุงไทยจ่อปิด-ควบรวม 50 สาขาภายในปี 62 หลังคนหันทำธุรกรรมออนไลน์

ธนาคารกรุงไทยจ่อปิดและควบรวม 50 สาขาในปี 62 ตั้งเป้าสิ้นปีเหลือสาขารวม 1,100 แห่ง จากเดิม 1,166 สาขา โดยสาเหตุมาจากการลดต้นทุนในการดำเนินงาน เนื่องจากปัจจุบันลูกค้าหันมาใช้โมบายแบงกิ้งในการทำธุรกรรมการเงินมากขึ้น  ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Vvlkd0tqBcQ

 21,654
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
05 มี.ค. 62

pea ร่วมกับ ธนาคารกรุงไทย ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการร่วมมือทางธุรกิจดิจิทัลสำหรับผู้ประกอบการพลังงาน (digital business cooperation for energy entrepreneurs)

           การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ร่วมกับธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการร่วมมือทางธุรกิจดิจิทัลสำหรับผู้ประกอบการพลังงาน (Digital Business Cooperation for Energy Entrepreneurs)                วันนี้ (วันที่ 4 มีนาคม 2562 เวลา 10.00 น.) นายเขมรัตน์ ศาสตร์ปรีชา รองผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) และนายกิตติพัฒน์ เพียรธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ผู้บริหารสายงาน สายงานธุรกิจภาครัฐ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการร่วมมือทางธุรกิจดิจิทัลสำหรับผู้ประกอบการพลังงาน (Digital Business Cooperation for Energy Entrepreneurs) ระหว่างการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กับ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ณ โถง ชั้น 1 อาคาร LED สำนักงานใหญ่ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค                นายเขมรัตน์ ศาสตร์ปรีชา รองผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) กล่าวว่า PEA พัฒนาองค์กรให้เป็น Digital Utility ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาด้านพลังงานส่งเสริม การดำเนินธุรกิจใหม่ด้านพลังงานให้มีความทันสมัยในการให้บริการประชาชนได้ดียิ่งขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมรองรับ Disruptive Technology ที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศไทยและขยายการให้บริการไปสู่ระดับภูมิภาคในอาเซียนโดยร่วมกับธนาคารกรุงไทยฯ พัฒนา Feature “PEA Care & Service” โดย Feature นี้เป็นส่วนหนึ่งของ PEA HERO Platform ที่ให้บริการแบบครบวงจร One-stop Service สำหรับผู้ที่ต้องการใช้บริการปรับปรุงซ่อมบำรุงระบบไฟฟ้าด้วยการให้บริการที่สะดวกและรวดเร็ว ผ่านการให้บริการบน Digital Platform อีกทั้งยังได้รับการบริการที่เป็นไปตามมาตรฐาน น่าเชื่อถือและได้รับรองจาก PEA โดยโครงการนี้จะเริ่มเปิดทดลองให้บริการภายในปี 2562             นายกิตติพัฒน์ เพียรธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ผู้บริหารสายงาน สายงานธุรกิจภาครัฐ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ธนาคารกรุงไทย ในฐานะธนาคารพาณิชย์ของรัฐ ที่ร่วมผลักดันนโยบาย Thailand 4.0 ของภาครัฐ โดยนำเทคโนโลยีมาให้บริการกับลูกค้าและประชาชน ประกาศยุทธศาสตร์ดิจิทัลสู่การเป็น Invisible Banking อย่างเต็มตัว เพื่อร่วมผลักดันประเทศไทย ให้ก้าวสู่สังคมไร้เงินสด (Cashless society) พร้อมสนับสนุน การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ในการพัฒนา Feature “PEA Care & Service” รวมทั้งให้บริการด้าน Financial Solution กับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการใช้บริการตรวจสอบระบบไฟ และซ่อมบำรุงอุปกรณ์ไฟฟ้า เพื่อให้ได้รับความสะดวก รวดเร็วมากยิ่งขึ้น     ข่าว : แผนกสื่อสารภายในภายนอก กองสื่อสารองค์กร ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ภาพ : แผนกผลิตสื่อโสตทัศน์ กองประชาสัมพันธ์ ฝ่ายประชาสัมพันธ์  

 1,335
ข่าวภูมิภาค
22 ก.พ. 62

กรุงไทยชี้แจง ปมหนุ่มปีนเสาสูง 10 ม. โวยถูกปลอมลายเซ็นถอนเงิน 8 ล้าน

นนทบุรี-เกิดเหตุชายปีนเสาสื่อสารแรงสูงภายในซอยทิมแลนด์ อ.เมืองนนทบุรี ทราบชื่อต่อมาคือนายเอกวิทย์ เกศเจริญ อายุ 39 ปี ยืนอยู่บนยอดเสาวิทยุสื่อสารสูงเท่าตึก 10 ชั้น โดยมีสภาพที่อ่อนล้า มีป้ายผ้าขนาดใหญ่ขึงไว้ข้อความว่า" เงิน 8.3 ล้านบาทหายไปในพริบตา" เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยเกลี้ยกล่อมนานกว่าชั่วโมงจนนายเอกวิทย์ยินยอมลงมาพร้อมอุปกรณ์สายรัดเอวที่เตรียมไว้และค่อยๆไต่ลงมาปลอดภัย   โดยสาเหตุต้องการเรียกร้องความเป็นธรรม หลังจากถูกปลอมลายเซ็นเพื่อถอนเงินออกจากบัญชีของธนาคารกรุงไทย เป็นเงินกว่า 8.3 ล้านบาท ซึ่งได้ไปเรียกร้องกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว และมีการเรียกร้องความเป็นธรรมมาแล้วกว่า 10 ปี แต่ไม่มีความคืบหน้า   โดยผู้ก่อเหตุระบุว่า ตนเองเป็นเป็นเจ้าของกิจการร่วมค้าห้างหุ้นส่วนจำกัดคงเพชรศักดิ์ คอนสตรัคชั่น กับ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ต.ทวีกิจ เสถียรก่อสร้าง ได้ตัดสินใจเปิดบัญชีไว้กับธนาคารกรุงไทย สาขา สวรรค์วิถี จ.นครสวรรค์ ใช้ชื่อบัญชี กิจการร่วมค้าห้างหุ้นส่วนจำกัดคงเพชรศักดิ์คอนสตรักชั่นกับห้างหุ้นส่วน จำกัด ต.ทวีกิจเสถียร ก่อสร้าง   แต่เมื่อปลายปี พ.ศ.2551 เพื่อนสนิทปลอมลายมือชื่อ ใบมอบฉันทะ ไปถอนเงินจากธนาคาร สาขาปากน้ำโพ ในอำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ จำนวน 2 ครั้ง รวมเป็นเงิน 8,377,371 บาท เพื่อใช้หนี้ธนาคารดังกล่าว โดยอ้างว่า ได้รับการมอบฉันทะจากตนแล้ว ซึ่งตนยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ตนถูกปลอมลายเซ็นและไม่มีเอกสารใดๆ   ที่ผ่านมาได้พยายามร้องเรียนปัญหาที่เกิดขึ้นต่อธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่มาแล้ว หลายครั้ง แต่ก็ไม่ได้รับเหลียวแล ตนจึงไปฟ้องร้องธนาคารต่อศาล ซึ่งศาลขั้นต้นมีคำตัดสินเมื่อปี2560 ยกฟ้อง และศาลอุทธรณ์ มีคำตัดสิน ปี 2561 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา   ต่อมาทางธนาคารกรุงไทย ได้ส่งข้อความชี้แจงในเรื่องดังกล่าวว่า ฝ่ายสื่อสารองค์กรและภาพลักษณ์ ธนาคารกรุงไทย แจ้งว่า จากกรณีที่ นายเอกวิชช์ เกษเจริญ ลูกค้าธนาคารกรุงไทย สาขาสวรรค์วิถีและปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์ ได้มาร้องเรียนว่าถูกปลอมลายมือชื่อในเอกสารประกอบการถอนเงินจำนวนกว่า 8 ล้านบาท นั้น   ธนาคารขอเรียนว่า กรณีดังกล่าวลูกค้าได้ยื่นฟ้องธนาคารในคดีความแพ่งต่อศาลชั้นต้น ซึ่งศาลชั้นต้นได้พิจารณาและมีคำพิพากษายกฟ้อง เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2560 ต่อมาลูกค้าได้ยื่นอุทธรณ์ ซึ่งศาลอุทธรณ์ได้พิจารณาและมีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2561   โดยขณะนี้นายเอกวิชช์ เกษเจริญ ได้ยื่นฎีกา และอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ซึ่งเมื่อศาลมีคำพิพากษาเป็นเช่นใด ธนาคารน้อมรับปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เนื่องจากศาลได้วินิจฉัยตามพยานเอกสารและหลักฐานต่างๆ รวมทั้งพยานบุคคลที่คู่ความทั้ง 2 ฝ่ายนำสืบพยานแสดงต่อศาล ซึ่งทุกฝ่ายไม่ควรล่วงละเมิดคำตัดสินของศาล   ที่ผ่านมา ธนาคารกรุงไทย ได้ชี้แจงกระบวนการตรวจสอบและให้ข้อมูลกับลูกค้ามาอย่างต่อเนื่อง และให้คำมั่นใจว่าธนาคารกรุงไทย ไม่เคยละเว้นการดำเนินคดีผู้กระทำความผิดต่อธนาคาร ทั้งนี้ ในฐานะธนาคารพาณิชย์ของรัฐ ธนาคารยึดมั่นในการปฏิบัติงานตามหลักบบรรษัทภิบาล ดำเนินงานอย่างมืออาชีพ ด้วยความซื่อสัตย์และโปร่งใส ให้บริการลูกค้าตามแนวทางของหลัก Market Conduct ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/W8AwIzqYW9o

 13,431
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
06 ก.พ. 62

กรุงไทยธนาคารแรกที่พร้อมให้บริการสินเชื่อออนไลน์แบบครบวงจร

           ในวันนี้ (30 มกราคม 2562) ที่ธนาคารกรุงไทย อาคารสำนักงานใหญ่ นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย และ นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จํากัด (เครดิตบูโร) ร่วมลงนามในสัญญาให้บริการสมาชิก เรื่องการรับความยินยอมในการเปิดเผยหรือให้ข้อมูลโดยวิธีการผ่านระบบอินเทอร์เน็ตจากเจ้าของข้อมูล เพื่อเตรียมให้บริการสินเชื่อออนไลน์แบบครบวงจรเป็นธนาคารแรกของประเทศ ผ่านแอปพลิเคชั่นกรุงไทย NEXT โดยคาดว่าจะสามารถให้บริการได้ในปลายไตรมาสแรกนี้                นายผยง ศรีวณิช เปิดเผยว่า หลังจากที่ธนาคารกรุงไทย ได้ให้บริการตรวจข้อมูลเครดิตบูโรผ่านแอปพลิเคชั่น กรุงไทย NEXT โดยลูกค้าสามารถตรวจข้อมูลเครดิตบูโรด้วยตนเอง ได้ทุกที่ทุกเวลาตลอด 24 ชั่วโมง                 ซึ่งกรุงไทยเป็นธนาคารแห่งแรกที่ลูกค้าสามารถตรวจข้อมูลเครดิตบูโรผ่านทาง  Mobile Application และรับรายงานข้อมูลเครดิตรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-Credit Report) ผ่านทางอีเมลภายใน 3 วันทำการ โดยให้บริการเมื่อปลายปีที่ผ่านมา  จากเดิมที่ใช้เวลา 7 วันทำการหากขอข้อมูลผ่านสาขาและเครื่องเอทีเอ็ม และนับว่าเป็นธนาคารแห่งแรกที่ลูกค้าสามารถตรวจข้อมูลเครดิตบูโรได้ครบทุกช่องทางอีกด้วย  ขณะนี้ ธนาคารอยู่ระหว่างเตรียมให้บริการสินเชื่อแบบ Digital Lending หรือสินเชื่อออนไลน์ ผ่านแอปพลิเคชั่น กรุงไทย NEXT  ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการเป็น NEXT to Invisible Banking ที่ติดตัวและเคลื่อนที่ไปกับลูกค้าในการทำธุรกรรมได้ทุกที่ทุกเวลา โดยขณะนี้อยู่ในช่วงนำร่องทดสอบ และคาดว่าจะสามารถให้บริการกับลูกค้าทั่วประเทศได้ในปลายเดือนมีนาคมนี้                   “ธนาคารกรุงไทย จะเป็นธนาคารแห่งแรกที่สามารถให้บริการสินเชื่อออนไลน์แบบครบวงจรที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งทุกขั้นตอนในการขอสินเชื่อจะเป็น Paperless  และทำผ่าน Mobile Application ตั้งแต่ต้นจนจบ   ตั้งแต่การสมัครสินเชื่อ (e-Application) การส่งเอกสารประกอบสินเชื่อ (e-Document) การให้ความยินยอมในการเปิดเผยข้อมูลเครดิต (e NCB Consent) โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำสัญญาสินเชื่อแบบ e-Contract  โดยไม่ต้องเตรียมสำเนาเอกสาร นับเป็นมิติใหม่ในการให้บริการของวงการธนาคารไทย  ซึ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ลูกค้าในยุค Thailand 4.0  อย่างไรก็ตาม สำหรับความยินยอมในการเปิดเผยหรือให้ข้อมูลโดยวิธีการผ่านระบบอินเทอร์เน็ตจากเจ้าของข้อมูลนั้น บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลซึ่งคือลูกค้าที่มาขอสินเชื่อกับธนาคาร เพื่อการเปิดเผยข้อมูล”                ด้านนายสุรพล โอภาสเสถียร กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า นับเป็นเรื่องดีอย่างยิ่งที่ทั้งสองหน่วยงานจับมือกันพัฒนาและส่งเสริมธุรกรรมการขอสินเชื่อออนไลน์ให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ รวมทั้งการเพิ่มบริการตรวจข้อมูลเครดิตออนไลน์ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-Credit report) เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนในสังคมยุคดิจิทัลได้เป็นอย่างดี  ที่ผ่านมา เครดิตบูโรดำเนินการพัฒนาและให้ความสำคัญในการเข้าถึงข้อมูลเครดิตของตนเองมาอย่างต่อเนื่อง โดยอำนวยความสะดวกให้กับเจ้าของข้อมูลในการตรวจสอบรายงานข้อมูลเครดิต  อันจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการเตรียมความพร้อมก่อนขอสินเชื่อต่างๆ และช่วยตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลเครดิตของตนเองอีกด้วย                 ความร่วมมือของ 2 สถาบันในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญของวงการธุรกิจธนาคารไทย ที่ลูกค้าจะสามารถใช้บริการสินเชื่อออนไลน์ที่ครบวงจรอย่างสมบูรณ์แบบ นอกจากความสะดวกสบายแล้ว ยังมีความปลอดภัยเช่นเดียวกับการขอสินเชื่อที่สาขาด้วยตนเอง อันเป็นส่วนหนึ่งในการก้าวสู่สังคม Digital Economy  

 1,702
สังคม-อาชญากรรม
01 ก.พ. 62

หลายธนาคารออกประกาศให้ พนง.หยุดงาน-ทำงานที่บ้าน เลี่ยงเผชิญฝุ่น pm2.5

จากปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในอากาศสูงปกคลุมกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ติดต่อกันเป็นเวลานาน และเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพนั้น   ล่าสุดมีหลายหน่วยงานประกาศให้พนักงานปฏิบัติงานที่บ้านได้ โดยไม่ต้องเดินทางเข้ามาทำงานที่ออฟฟิศได้ ซึ่งหน่วยงานที่ออกมาประกาศส่วนใหญ่เป็นองค์กรด้านธนาคาร เช่น   ธนาคารกสิกรไทย ที่อนุญาตให้ พนักงานที่อยู่ระหว่างการตั้งครรภ์ หรือมีโรคประจำตัวที่จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงภาวะฝุ่น หรือ จำเป็นต้องดูแลบุตรที่ไม่สามารถไปเรียนตามปกติได้อันเป็นผลสืบเนื่องมาจาการประกาศหยุดเรียนของสถานศึกษา สามารถแจ้งความประสงค์ต่อผู้บังคับบัญชา เพื่อขออนุญาตปฏิบัติงานที่บ้านหรือที่พักอาศัยในระหว่างวันที่ 31 ม.ค.-5 ก.พ. ได้   รวมทั้งธนาคารกรุงไทย ธนาคารธนชาติ ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารซีไอเอ็มบี ธนาคารออมสิน ที่อนุญาตให้พนักงานได้หยุดงานและปฏิบัติงานที่บ้านได้เช่นกัน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-UGB5rQ0WQ0

 15,251
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
22 ม.ค. 62

จัดอันดับ 10 ธนาคารไทย กำไรปี 61 ไทยพาณิชย์คว้าที่ 1 กวาด 4 หมื่นกว่าล้าน

ธนาคารพาณิชย์ 10 แห่ง ได้แจ้งผลประกอบการปี 2561 มีกำไรสุทธิรวมกันประมาณ 198,035 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 13,261 ล้านบาท จากงวดปี 2560 มีกำไรสุทธิ 184,773 ล้านบาท  โดยมีรายละเอียดดังนี้   1.ธนาคารไทยพาณิชย์ มีกำไรสุทธิ 40,067 ล้านบาท ลดลง 3,084.35 ล้านบาท จากปี 2560 มีกำไรสุทธิ 43,151 ล้านบาท   2.ธนาคารกสิกรไทย กำไรสุทธิ 38,459 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,120 ล้านบาท จากปี 2560 มีกำไรสุทธิ 34,338 ล้านบาท   3.ธนาคารกรุงเทพ มีกำไรสุทธิ 35,329 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2,321 ล้านบาท จากปี 2560 มีกำไรสุทธิ 33,008 ล้านบาท   4.ธนาคารกรุงไทย มีกำไรสุทธิ 28,490 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6,050 ล้านบาท จากงวดปี 2560 มีกำไรสุทธิ 22,440 ล้านบาท   5.ธนาคารกรุงศรีอยุธยา มีกำไรสุทธิ 24,812 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,603 ล้านบาท จากปี 2560 มีกำไรสุทธิ 23,209 ล้านบาท   6.ธนาคารธนชาต มีกำไรสุทธิ 14,703 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 893 ล้านบาท จากปี 2560 มีกำไรสุทธิ 13,810 ล้านบาท   7.ธนาคารทิสโก้ มีกำไรสุทธิ 7,015 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 925 ล้านบาท จากปี 2560 มีกำไรสุทธิ 6,090 ล้านบาท   8.ธนาคารเกียรตินาคิน มีกำไรสุทธิ 6,041 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 305 ล้านบาท จากปี 2560 มีกำไรสุทธิ 5,736 ล้านบาท   9.ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ มีกำไรสุทธิ 3,108 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 504 ล้านบาท จากปี 2560 มีกำไรสุทธิ 2,603 ล้านบาท   10.ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย มีกำไรสุทธิ 6.90 ล้านบาท ลดลง 377 ล้านบาท จากปี 2560 มีกำไรสุทธิ 384 ล้านบาท   ทั้งนี้มีรายง่านว่า กำไรสุทธิของธนาคารพาณิชย์ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น เกิดจากรายได้จากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น โดยมาจากรายได้ดอกเบี้ยรับเพิ่มขึ้น   ส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมที่ลดลง จากการยกเลิกค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมผ่านช่องทางดิจิทัล และขายประกันที่ลดลง ก็มีรายได้ที่เข้ามาชดเชย จากการค้าเงินตราต่างประเทศ กำไรจากเงินลงทุน และธนาคารพาณิชย์หลายแห่ง มีการกันสำรองหนี้จัดชั้นลดลง ส่งผลให้กำไรเพิ่มขึ้น   ดูผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/Lf32Yx9-ef0

 17,595
ปากท้องร้องทุกข์
17 ม.ค. 62

2คดีกรุงไทย ชายนครสวรรค์โวย พนง.ลอบถอนเงินกว่า 8 ล้าน - โอนเงินคืนบัญชีชาวตรังแล้ว หลังหลานแอบเบิก

นายเอกวิชช์ เกษเจริญ ชายรับเหมาก่อสร้าง เดินทางมาพร้อมญาติ ชูป้ายร้องทุกข์ประท้วงที่หน้าธนาคารกรุงไทย สำนักงานใหญ่ กรุงเทพมหานคร โดยระบุข้อความว่า “ธนาคารเป็นสถาบันใหญ่ แต่ปล่อยให้พนักงานโกง”   โดยผู้เสียหายระบุว่า ถูกเพื่อนปลอมลายมือชื่อในใบมอบฉันทะ นำไปถอนเงินจากธนาคารกรุงไทย สาขาปากน้ำโพ อำเภอเมืองนครสวรรค์ จำนวน 2 ครั้ง รวมเป็นเงินมากถึง 8.3 ล้านบาท ตั้งแต่วันที่ 10 กันยายน ปี 2551 ที่ผ่านมา 10 ปี ได้ร้องขอความเห็นใจกับธนาคารกรุงไทย แต่ไม่มีการแสดงความรับผิดชอบใด ๆ และมีการโยนเรื่องไปที่ชั้นศาลอย่างเดียว จนถึงปัจจุบันนี้ตนและครอบครัวได้รับความเดือดร้อน เป็นหนี้ และเสียเวลามากมายในการต่อสู้คดี   ส่วนที่ จ.ตรัง หญิงวัย 55 ปี ร้องเรียนว่าเงินออมในบัญชีธนาคารกรุงไทย จำนวน 103,000 บาท ถูกหลานสาววัย 25 ปี ปลอมลายเซ็นเบิกเงินไป 5 ครั้ง จำนวนเงินรวม 83,000 บาท จนเงินเกือบหมดบัญชี คงเหลือติดบัญชีอยู่เพียงจำนวน 20,739 บาทเท่านั้น และหลังจากเจ้าของบัญชีทราบเรื่องก็พยายามถามหาความรับผิดชอบจากธนาคาร แต่ได้รับการปฏิเสธ และให้เจ้าของบัญชีไปตกลงเอาเงินคืนจากหลานสาวเอาเอง   ต่อมามีรายงานว่า ทางธนาคารได้โอนเงินจำนวนทั้งหมดพร้อมดอกเบี้ยคืนเข้าบัญชีให้แล้ว จากนั้นทางตัวแทนธนาคารกรุงไทย สาขาห้วยยอด ได้ดำเนินคดีกับหลานสาว อายุ 25 ปี ในข้อหาปลอมแปลงเอกสารลายเซ็นเบิกถอนเงินแล้วขณะนี้อยู่ระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเรียกตัวมาสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zAlcuyKYBYI

 4,861
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
16 ม.ค. 62

แบงก์กรุงไทยเรียกความเชื่อมั่น ตั้งเครื่องตรวจบัตร ปชช.-สแกนหน้าลูกค้า ยันไล่ พนง.ทุจริตออกแล้ว

จากกรณีที่ลูกค้าร้องเรียนเรื่องเงินในบัญชีหายจาก ธนาคารกรุงไทย สาขาปาย จ.แม่ฮ่องสอน เนื่องจากพบพนักงานทุจริต ทำให้มีลูกค้าหลายรายแห่ถอนเงินออกจากบัญชี เนื่องจากขาดความเชื่อมั่น   ล่าสุดนายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ธนาคารทยอยติดตั้งเครื่องตรวจสอบบัตรประจำตัวประชาชนอิเล็กทรอนิกส์เชื่อมข้อมูลกับทะเบียนราษฎร์ กระทรวงมหาดไทย สำหรับใช้ในการทำรายการต่างๆ ที่เคาน์เตอร์สาขา โดยได้ครอบคลุมสาขาในกรุงเทพฯ 100% แล้ว คาดว่าสัปดาห์หน้าพร้อมให้บริการครบทุกสาขาทั่วประเทศ   รวมทั้งเตรียมนำระบบสแกนใบหน้ามาใช้ เพิ่มจากการติดตั้งกล้อง CCTV เดิม เพื่อยกระดับความปลอดภัยในการทำธุรกรรมการเงินและการบริการให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทุกสาขา รวมทั้งลดปัญหาการทุจริตในรูปแบบต่างๆ    ส่วนกรณีที่ลูกค้าร้องเรียนเรื่องเงินในบัญชีหายที่สาขาปาย จ.แม่ฮ่องสอนนั้น  ธนาคารได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ทำการตรวจสอบตั้งแต่เดือนมิ.ย.61 และได้ต่อยอดขยายผลจากหลักฐานพบว่าพนักงานรายนี้ทุจริตกับลูกค้าจำนวน 10 ราย รวมทั้งสิ้น 11 บัญชี 30 รายการ ยอดเงิน 5 ล้านบาท โดยธนาคารได้ทยอยปรับรายการสำหรับยอดเงินต้นและดอกเบี้ยในบัญชีของลูกค้า ตั้งแต่เดือนธ.ค.61 ครบถ้วนทุกบัญชีเมื่อวันที่ 8 ม.ค.62 ที่ผ่านมา    ทั้งนี้ธนาคารได้ไล่พนักงานรายดังกล่าวออกและร้องทุกข์กล่าวโทษในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต แสวงหาประโยชน์อันมิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย เพื่อประโยชน์ของตนเองและผู้อื่น ปลอมแปลงเอกสาร ลักทรัพย์อันเป็นของนายจ้าง ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์กรหรือหน่วยงานของรัฐ และเพื่อยกระดับการควบคุมภายในของธนาคาร   ในเบื้องต้นธนาคารได้ย้ายผู้จัดการสาขาและผู้จัดการสำนักงานเขตออกจากพื้นที่ ไปประจำสำนักงานภาคแล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/bkRCXSXpyC8

 4,519
สังคม-อาชญากรรม
09 ม.ค. 62

กรุงไทยแจงคืนเงินเข้าบัญชีลูกค้าแล้ว ลงดาบพนง.โกง สืบแล้วเจอเหยื่อรวม 14 ราย

จากกรณีที่นายกุนฑล ลิมป์ชยานนท์ ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่า เงินในบัญชีของมารดาที่ฝากไว้กับธนาคารแห่งหนึ่งในอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน หายไปจากบัญชีจำนวน 290,000 บาท โดยที่มารดาไม่ได้ทำรายการนั้น   ล่าสุดทางธนาคารกรุงไทย ได่ชี้แจงว่า ธนาคารไม่ได้นิ่งนอนใจกับกรณีดังกล่าว ได้ส่งเจ้าหน้าที่จากสำนักงานใหญ่ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งพบว่าลูกค้าไม่ได้เป็นผู้ทำรายการ และธนาคารได้นำเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยเข้าบัญชีลูกค้าเรียบร้อยแล้ว   ธนาคารกรุงไทยเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขออภัยลูกค้าอย่างสูงมาในโอกาสนี้ ทั้งนี้ได้กำชับผู้จัดการสาขาทั่วประเทศให้ดูแลพนักงานอย่างใกล้ชิด และให้ยึดหลัก Market Conduct ในการให้บริการลูกค้าอย่างเคร่งครัด รวมทั้งมีมาตรการลงโทษผู้ที่ไม่ปฎิบัติตาม   อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ธนาคารได้ขยายผล โดยดำเนินการตรวจสอบเพิ่มเติม และพบว่ามีลูกค้าเสียหายจากการกระทำของพนักงานรายนี้อีกจำนวน 13 ราย ซึ่งธนาคารได้สั่งให้พนักงานหยุดปฏิบัติงานและดำเนินการลงโทษตามระเบียบ รวมทั้งได้ดูแลลูกค้าที่ได้รับความเสียหายทุกราย โดยนำเงินต้นและดอกเบี้ยเข้าบัญชีลูกค้าที่ได้รับผลกระทบเรียบร้อยแล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/apRZVjV8YhU

 21,743
ข่าวภูมิภาค
25 ธ.ค. 61

โจรบุกเดี่ยวชิงเงิน ธ.กรุงไทย กลางศูนย์ราชการบุรีรัมย์ ขณะ พนง.นับเงินคนนำมาฝาก 1 ล้าน

บุรีรัมย์-เกิดเหตุคนร้ายบุกเดี่ยวเข้าชิงทรัพย์ที่ธนาคารกรุงไทย สาขาศูนย์ราชการบุรีรัมย์ โดยคนร้ายสวมใส่กางเกงยีนส์สวมรองเท้าผ้าใบ หมวกแก๊ปใส่หน้ากากอนามัย เดินเข้าประตูธนาคาร ก่อนจะใช้ปืนจี้พนักงานธนาคาร แล้วกวาดเงินสดที่เคาน์เตอร์ธนาคารใส่ถุงผ้าที่เตรียมมา ได้เงินสดไปกว่า 1 ล้านบาท แล้วเดินออกจากธนาคารอย่างใจเย็น   หลังตำรวจได้รับแจ้ง ได้เข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ซึ่งหลักฐานจากกล้องวงจรปิดพบคนร้ายมาเพียงคนเดียว โดยเดินมาจากทางทิศตะวันออกของศูนย์ราชการ ซึ่งตั้งอยู่ติดกับสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด แล้วกลับทางเดิม จากการตรวจสอบกล้องบริเวณหน้าศูนย์ราชการ พบคนร้ายวิ่งขึ้นรถเก๋งโตโยต้า ยารีส สีบรอนเงิน แล้วขับออกจากศูนย์ราชการ ตำรวจชุดสืบสวนได้เร่งหาภาพจากกล้องวงจรปิดจากจุดอื่นเพื่อนำมาประกอบการหาหลักฐาน   อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ในครั้งนี้น่าจะมีการเตรียมการมาเป็นอย่างดี โดยเฉพาะคนร้ายสามารถรู้ได้ว่ามีเงินกองอยู่เคาน์เตอร์ในเวลาดังกล่าวเป็นจำนวนมาก และมีการลงมืออย่างใจเย็น   ด้านพ.ต.อ.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ ระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่เคยมีใครคาดคิดมาก่อน เพราะเป็นศูนย์ราชการ มีเจ้าหน้าที่แทบทุกหน่วยงานสักกัดอยู่ ในนี้ ตอนนี้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายได้ร่วมประชุมหาแนวทางสืบสวนเบาะแสของคนร้าย เบื้องต้นจะไม่ทิ้งทุกประเด็น โดยหลังจากนี้จะมีการสอบสวนบุคคลที่เกี่ยวข้อง ตั้งเจ้าหน้าที่ในศูนย์ราชการ พนักงานธนาคาร เพื่อหาข้อมูลสืบถึงคนร้าย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_HiSfdCtwMw

 1,860
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
21 ธ.ค. 61

ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐวัย 65 ขึ้น แห่กดเงิน 1,000 บาท เป็นค่าช่วยเหลือเกี่ยวกับสุขภาพ-ค่าเดินทางไปรพ.

ผู้สูงอายุ65ปีขึ้นไป ทยอยเดินทางไปกดเงิน1,000 บาทอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเช้า ซึ่งเป็นเงินที่รัฐบาลช่วยเหลือผู้สูงอายุ เกี่ยวกับสุขภาพ และ การเดินทางไปรักษาพยาบาล ซึ่งในวันนี้มีการโอนเงินเป็นเดือนแรก สร้างความดีใจให้กับผู้สูงอายุเป็นอย่างมาก ภาพรวมเป็นไปได้ความเรียบร้อย   บรรยากาศในวันแรกของโอนเงินผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ให้กับผู้มีสิทธิที่มีอายุครบ 65 ปีขึ้นไป จำนวน 2,493,188 ราย จำนวน 1,000 บาทต่อคนเพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้สูงอายุ เกี่ยวกับสุขภาพ และ การเดินทางไปรักษาพยาบาล ที่จ.สงขลา มีกลุ่มผู้สูงอายุ65 ปีขึ้นไป ทยอยเดินทางไปกดเงินตามตู้เอทีเอ็มของธนาคารกรุงไทย อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเช้าซึ่งมีทั้งที่นั่งรถรับจ้างมาเองและลูกหลานพามา    เช่นที่ ธนาคารกรุงไทย สาขาหาดใหญ่ใน มีผู้สูงอายุพากันไปกดเงินสดจากตู้เอทีเอ็ม และส่วนใหญ่ไม่มีปัญหาสามารถกดเงินได้ทันทีคนละ1,000 บาท โดยมีเจ้าหน้าที่ของธนาคารคอยอำนวยความสะดวกให้  ทันทีที่ได้รับเงินผู้สูงอายุต่างดีใจ เช่น นางพิกุล เทพรินทร์ บอกว่า ดีใจมากที่รัฐบาลช่วยเหลือเงินให้ผู้สูงอายุ1,000 บาท เพราะปกติก็ไม่มีรายได้อะไรอยู่บ้านเฉยๆ เงินนี้จะเก็บไว้ใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็น  

 4,479
ข่าวประชาสัมพันธ์
07 ธ.ค. 61

กรุงไทย next ร่วมงานไหมนานาชาติ-ประเพณีผูกเสี่ยว จ.ขอนแก่น ตอกย้ำ โอน เติม จ่าย มากที่สุดทั่วไทย

ธนาคารกรุงไทยตะลุยขอนแก่น เดินหน้าสร้างสังคมไร้เงินสดและประสบการณ์การใช้ Mobile Banking ส่งกรุงไทย NEXT ตะลุยงานเทศกาลไหมนานาชาติ ประเพณีผูกเสี่ยวและงานกาชาด ที่จังหวัดขอนแก่น โดยนายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ให้เกียรติถ่ายภาพและปล่อยขบวนกรุงไทย NEXT ซึ่งมีผู้บริหารและพนักงานกว่า  200 คน พร้อมด้วยเชียร์-ฑิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์ นักแสดงชื่อดังร่วมในขบวน สร้างสีสันสร้างบรรยากาศสนุกสนานครึกครื้น อันเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือในการสนับสนุนให้จังหวัดขอนแก่นก้าวสู่เมืองอัจฉริยะ และทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างทั่วถึง ปิดท้ายกิจกรรมสร้างการรับรู้ผ่านงานประเพณีประจำจังหวัด 4 ภาคอย่างสวยงาม กรุงไทยเดินหน้าสร้างการรับรู้และประสบการณ์การใช้ Mobile Banking ผ่านงานประเพณีต่างๆ ตามแต่ละภูมิภาค โดยครั้งนี้ ได้ร่วมมือกับจังหวัดขอนแก่น ในงานเทศกาลไหมนานาชาติ ประเพณีผูกเสี่ยวและงานกาชาด ผ่านกิจกรรมหลากหลาย อาทิ สักการะพระมหาธาตุแก่นนคร โดยทำบุญพร้อมรับใบอนุโมทนาอิเล็กทรอนิกส์ผ่านฟีเจอร์ e-Donation ในแอป “กรุงไทย NEXT” นอกจากนี้ ยังกระตุ้นให้ลูกค้าและประชาชนจับจ่ายผ่านแอป “กรุงไทย NEXT” ที่สามารถสแกน QR Code เพื่อจับจ่ายใช้สอยได้อย่างง่ายดาย เช่น สแกนซื้ออาหารกลางวันของนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น สแกนซื้อของฝากตามร้านค้าต่างๆ ผลักดันให้จังหวัดขอนแก่นก้าวสู่เมืองอัจฉริยะอย่างเต็มรูปแบบ นางอรนุช ศิรประภา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานกลยุทธ์และผลิตภัณฑ์รายย่อย ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า “หลังจากที่ธนาคารได้เปิดตัว แอป ณเดชน์ “กรุงไทย NEXT”  Mobile Banking ที่ช่วยให้ “ชีวิตครบ แอปเดียวอยู่” โดยมีจุดเด่นที่ให้บริการทางการเงินครอบคลุมที่สุดในประเทศไทย สามารถโอนมั่นใจ เติมสะดวก และจ่ายครอบคลุมนั้น ธนาคารได้วางกลยุทธ์ใช้ป่าล้อมเมือง โดยให้สาขาธนาคารที่มีอยู่ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ จัดกิจกรรมสร้างการรับรู้และให้ลูกค้าประชาชนได้ทดลองใช้ รวมทั้งเข้าร่วมประเพณีสำคัญของจังหวัดต่างๆ ทั้งภาคเหนือ ใต้ กลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น งานประเพณีเดือนยี่เป็ง จังหวัดเชียงใหม่ งานประเพณีชักพระ-ทอดผ้าป่า-แข่งเรือยาว จังหวัดสุราษฎร์ธานี งานองค์พระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม และล่าสุดคืองานเทศกาลไหมนานาชาติ ประเพณีผูกเสี่ยวและงานกาชาดจังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่ธนาคารให้ความสำคัญ โดยธนาคารได้ลงนามในโครงการพัฒนามหาวิทยาลัยของแก่นสู่สังคมไร้เงินสด รวมทั้งโครงการพัฒนาจังหวัดขอนแก่นสู่เมืองอัจฉริยะ ตามนโยบาย Smart City และ Thailand 4.0 ของประเทศไทย โดยให้บริการจัดการทางการเงินผ่านระบบ Krungthai Digital Platform”   นางอรนุช ศิรประภา กล่าวต่อไปว่า ผลตอบรับกรุงไทย NEXT ดีมาก เพราะนอกจากเรื่องของความเร็ว ง่าย ครอบคลุม สะดวก ชัวร์ สบาย และปลอดภัยแล้ว ผู้ใช้กรุงไทย NEXT นิยมการแลกเงินตราต่างประเทศด้วยตัวเอง ที่ธนาคารมีให้เลือกถึง 10 สกุลเงิน ทำให้ไม่ต้องพกเงินสดจานวนมากในการเดินทางไปต่างประเทศ รวมทั้งการบริจาคเงินให้วัด โรงเรียน โรงพยาบาล มัสยิด มูลนิธิ ที่มีมากกว่า 7,000 แห่ง โดยได้รับใบอนุโมทนาอิเล็กทรอนิกส์ทันที ธนาคารกรุงไทยมีความมุ่งมั่นในการร่วมผลักดันนโยบาย National e-Payment และร่วมขับเคลื่อน Thailand 4.0 ของภาครัฐ ที่ต้องการวางโครงสร้างพื้นฐานอิเล็กทรอนิกส์ให้ครอบคลุมทั่วประเทศและสร้างสังคมไร้เงินสด และมอบความสะดวกสบายทุกที่ ทุกเวลา สรรค์สร้างสังคมดิจิทัล ให้เกิดความคล่องตัว รวดเร็ว ธนาคารจึงได้นำนวัตกรรมการการเงินมาพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการของธนาคารอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยให้กับลูกค้าและประชาชน โดยเฉพาะในภูมิภาคต่างๆ ซึ่งเป็นฐานลูกค้าที่สำคัญของธนาคารให้สามารถเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างทั่วถึง เช่น กรุงไทยพร้อมเพย์ กรุงไทย QR Code กรุงไทยเติมบุญ เป๋าตุงกรุงไทย และกรุงไทย NEXT ซึ่งจะช่วยผลักดันโครงสร้างทางทำธุรกรรมการเงินของคนไทยในทุกภาคส่วนให้แข็งแรงขึ้นและจะทำให้เศรษฐกิจของประเทศไทยเติบโตขึ้นอย่างยั่งยืน  

 1,038
ข่าวประชาสัมพันธ์
30 ต.ค. 61

กรุงไทย next ปะทุ engagement marketing ชวนพนักงานร่วมหมื่น สร้างปรากฏการณ์ next กระหึ่มโซเชียล!

ต่อยอดความแรงของกระแส “กรุงไทย NEXT” ด้วย Engagement Marketing ชวนพนักงานกรุงไทยร่วมหมื่นรวมใจทำท่าสัญลักษณ์ NEXT ในแลนด์มาร์คทั่วประเทศอย่างคึกคัก พร้อมเดินสายจัดโรดโชว์ทั่วประเทศ ต้อนรับแอป “กรุงไทย NEXT”  ชีวิตครบแอปเดียวอยู่ ให้คนไทยสะดวกสบายยิ่งขึ้นกับ “โอนมั่นใจ – เติมสะดวก – จ่ายครอบคลุม” 29 ตุลาคม 2561 – กรุงเทพฯ – หลังจากเปิดตัวแอป “กรุงไทย NEXT” อย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว ธนาคารกรุงไทยได้มีกระแสตอบรับอย่างท่วมท้น โดยได้มีผู้ใช้งานแล้วกว่า 1 ล้านครั้ง ภายใน 48 ชั่วโมง ซึ่งธนาคารได้เดินหน้าสร้างการรับรู้และการมีส่วนร่วมของผู้ใช้บริการอย่างต่อเนื่อง ผ่านกลยุทธ์ Engagement Marketing ไม่ว่าจะเป็นการเดินสายจัดขบวนทรูปและการจัดโรดโชว์แอป “กรุงไทย NEXT” ทั้งในกรุงเทพฯและทั่วทุกภาคของประเทศ ซึ่งนอกจากกิจกรรม Customer Engagement แล้ว กรุงไทยยังได้จัดกิจกรรม Employee Engagement โดยชวนพนักงานกว่า 20,000 คนครอบคลุม 1,100 สาขา ใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ ร่วมกันสวมเสื้อยืด NEXT พร้อมถ่ายรูปตนเองในท่าสัญลักษณ์ NEXT ซึ่งเป็นท่าที่คล้ายกับซูเปอร์ฮีโร่กำลังปล่อยพลังแสง โดยวางแขนซ้ายด้านบนแขนขวาและทำมุม 45 องศา ปลายนิ้วมือขวาอยู่ใต้ศอกซ้าย พร้อมติดแฮทแท็กสาขาของตนเอง NEXT แล้ว อาทิ #กรุงเทพNEXTแล้ว !! ทั้งนี้ จากกระแสการตอบรับแอป “กรุงไทย NEXT” อย่างท่วมท้น กองทัพพนักงานกรุงไทยทั่วประเทศต่างต้อนรับการเปิดตัวแอปใหม่นี้อย่างคึกคัก ไม่เพียงแต่ทำท่าสัญลักษณ์ NEXT เท่านั้น หลายคนได้แอคชั่นทำท่า NEXT ในแลนด์มาร์คสวยๆสำคัญๆของจังหวัด และติดแฮทแท็กแลนด์มาร์คหรือชื่อจังหวัดของสาขาตนเอง NEXT แล้ว ไม่ว่าจะเป็น #เชียงใหม่NEXTแล้ว #ตลาดกิมหยงNEXTแล้ว #ประตูท่าแพNEXTแล้ว #เขาตะปูNEXTแล้ว #สุโขทัยNEXTแล้ว #แหลมพรหมเทพNEXTแล้ว #สุโขทัยNEXTแล้ว และอื่นๆอีกมากมาย จนกลายเป็นปรากฏการณ์บนโลกโซเชียลเพียงข้ามคืน โดยท่า NEXT ได้แพร่สะพัดสู่โลกออนไลน์ร่วม 20,000 โพสต์ ในระยะเวลาเพียง 48 ชั่วโมง นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า “รู้สึกยินดีที่พนักงานกรุงไทยต้อนรับและให้ความสำคัญกับการเปิดตัวแอป “กรุงไทย NEXT” อย่างคึกคัก ซึ่งปัจจุบันธนาคารกรุงไทยมีพนักงานกว่า 20,000 คนทั่วประเทศ เพียงไม่นานหลังจากที่กรุงไทยได้เปิดตัวแอป “กรุงไทย NEXT” อย่างเป็นทางการ ก็มีพนักงานธนาคารนับหมื่นคนร่วมต้อนรับด้วยการทำท่าสัญลักษณ์ NEXT ตามสถานที่ต่างๆ อาทิ แลนด์มาร์คของจังหวัด แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ห้างสรรพสินค้า ตลาดร้านค้า ย่านชุมชน วัด รวมถึงสถานที่ราชการหลายแห่ง จนเกิดเป็นกระแสบนโซเชียล ทั้งใน Facebook, Instagram และ Twitter เพียงข้ามคืน นับเป็นการแสดงออกถึงพลังความสามัคคีและความรักที่มีต่อองค์กร นี่คือสิ่งยืนยันถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน “Power of One” ของคนกรุงไทย โดยจากนี้ธนาคารกรุงไทย จะเดินหน้าสร้างการรับรู้และการใช้งานแอป “กรุงไทย NEXT” ผ่าน NEXTpert ผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้งานแอป “กรุงไทย NEXT” โดยเฉพาะ ที่มีจำนวนกว่า 1,500 คน กระจายตัวอยู่ตามสาขาทั่วประเทศ เพื่อคอยอำนวยความสะดวกและให้คำแนะนำการดาวน์โหลดและวิธีการใช้งานแอปแก่ประชาชนที่มาใช้บริการที่สาขา ในขณะเดียวกันกรุงไทยยังมีการจัดกิจกรรม Customer Engagement ด้วยการเดินสายโรดโชว์ “กรุงไทย NEXT” ในทุกภาคของประเทศ โดยเริ่มจัดที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นแห่งแรก ซึ่งตรงกับช่วงประเพณีชักพระและแข่งเรือยาวในเดือนตุลาคม จากนั้นจะไปยังภาคต่างๆทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคอีสาน ทั้งนี้กิจกรรม Employee Engagement และ Customer Engagement นับเป็นการสร้างสรรค์ความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งระหว่างธนาคารกับประชาชนในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ สะท้อนเจตนารมณ์ของการเป็นธนาคารที่อยู่เคียงข้างประชาชน พร้อมมอบบริการที่ดีที่สุดและครอบคลุมที่สุด เพื่อให้ทุกการทำธุรกรรมสะดวกครบวงจร สมกับสโลแกนของแอปที่ว่า “กรุงไทย NEXT ชีวิตครบ แอปเดียวอยู่”

 714
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
27 ก.ย. 61

แบงก์ชาติลงดาบ 'กรุงไทย-ไทยพาณิชย์' ฐานบังคับลูกค้าทำประกันภัยไฟไหม้

ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ลงโทษสังปรับ 2 ธนาคารดัง กรุงไทย-ไทยพาณิชย์ เป็นจำนวนเงินกว่า 3 ล้านบาท กรณีมีการบังคับให้ลูกค้าทำประกันอัคคีภัย สำหรับหลักประกันของสินเชื่อที่อยู่อาศัยกับบริษัทประกันภัยบริษัทใดบริษัทหนึ่งเป็นการเฉพาะเจาะจง โดยลูกค้าไม่มีสิทธิที่จะเลือกทำประกันภัยกับบริษัทอื่นตามความสมัครใจ   ทั้งสองธนาคารน้อมรับความผิดที่เกิดขึ้นและได้ดำเนินการแก้ไขอย่างเข้มงวด เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดในการให้บริการทางการเงินในอนาคตอีก   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Q00WhRZIXsY

 18,832
ข่าวภูมิภาค
15 ก.ย. 61

ตร.ระยองเร่งล่าตัวโจรงัดตู้ atm ฉกเงินเผ่นหนี คาดเป็นแก๊งเดิมที่เคยก่อเหตุมาแล้ว

ตำรวจเมืองระยองเร่งล่าตัวคนร้ายก่อเหตุงัดตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงไทย สาขาท่าประดู่  จากการตรวจสอบพบประตูเหล็กมีร่องรอยการใช้แก๊สตัดออก และแบงก์พันถูกไฟไหม้ตกอยู่ แต่ยังไม่ทราบว่าคนร้ายสามารถนำเงินสดในตู้เอทีเอ็มไปจำนวนเท่าไหร่       เบื้องต้นคาดว่าคนร้ายน่าจะเป็นแก๊งเดียวกับที่พยายามใช้แก๊สตัดตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงเทพ สาขาระยอง เมื่อวันที่ 14 ก.ย. แต่ไม่สำเร็จ จึงพยายามหาจังหวะก่อเหตุกับธนาคารอื่นแทน         ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/pq9FYbgHMHk

 1,079

Top