ค้นหา :

ผลการค้นหา "สามีภรรยา"

สังคม-อาชญากรรม
28 ก.ค. 61

สลด สามีใช้ค้อนทุบหัวภรรยาดับ ก่อนผูกคอตายหนีความผิด คาดแค้นตีตัวออกห่าง

เกิดเหตุสามีอายุ 42 ปี ใช้ค้อนทุบศีรษะภรรยาอายุ 47 ปี เสียชีวิตในแฟลตย่านคลองเตย ก่อนจะผูกคอตายตามหนีความผิด       จากการสอบถามลูกชายผู้ตายซึ่งอยู่คนละห้องกับแม่ทราบว่า แม่ซื้อห้องพักอยู่กินกับผู้ก่อเหตุไม่ถึงปี และมีปากเสียงกันบ่อยเนื่องจากแม่เพิ่งทราบว่าผู้ก่อเหตุมีครอบครัวแล้ว จึงพยายามตีตัวออกห่างและขอเลิก แต่ผู้ก่อเหตุไม่ยอม     โดยคืนวันเกิดเหตุ คือวันที่ 26 ก.ค. แม่โทรหาบอกว่ามีปากเสียงกับผู้ก่อเหตุ เนื่องจากไม่ยอมเลิกและไม่พอใจที่ไปเยี่ยมญาติที่ต่างประเทศเพิ่งกลับมา และจะเดินทางไปอีก โดยคิดว่าแม่น่าจะมีคนใหม่ จึงมาพูดคุยและมีปากเสียงกัน ด้วยความหึงหวงจึงใช้ค้อนที่เพิ่งซื้อมาทุบหัวจนเสียชีวิต และผูกคอตายหนีคดี ซึ่งตอนที่แม่โทรหา ไม่เอะใจว่าจะมีเหตุร้ายเกิดขึ้น กระทั่งตอนเช้าเพื่อนที่ทำงานโทรถามว่าแม่ไม่มาทำงานจึงไปดูที่ห้องและโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที                            ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/1z8qLWtRCeY    

 1,975
ข่าวภูมิภาค
25 มี.ค. 61

ตร.แพร่รวบ 2 สามีภรรยาลวงสาวออทิสติกไปฆ่าโหด เผยปมสังหารเรื่องชู้สาว

ตำรวจ สภ.สรอย จ.แพร่ คุมตัว 2 สามีภรรยา คือ นายธีรพงษ์ ธิน่าน อายุ 30 ปี และน.ส.เครือ ตะนะ อายุ 38 ปี ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังก่อเหตุลวง น.ส.ประกาย ปวนกันทา อายุ 32 ปี  สาวป่วยโรคออทิสติกไปฆ่าโหดแล้วนำศพไปทิ้งที่บ่อขยะ เผยชนวนเหตุเกิดจากเรื่องชู้สาว                       ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/rAibSaSWu0c

 35,607
สังคม-อาชญากรรม
17 มี.ค. 61

เตือนภัย! รวบ 2 สามีภรรยาขายของออนไลน์ผันตัวเป็นโจร แฮกข้อมูล-ดูดเงินจากบัญชีเหยื่อ 1.5 ล้าน

พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. แถลงจับกุม 2 สามีภรรยา น.ส.วีรยา คำพันธุ์ อายุ 34 ปี และ นายศุภวิชญ์ ชัยนนทิวรรธน์ อายุ 39 ปี หลังก่อเหตุแฮกข้อมูลของเหยื่อแล้วถอนเงินออกจากบัญชีธนาคารไป 1.5 ล้านบาท    จากการสอบสวนผู้ต้องหาทราบว่า ทั้งคู่ใช้วิธีการหาเหยื่อโดยการสุ่มหาเลขที่บัญชีธนาคารทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งมีความชำนาญเนื่องจากก่อนหน้านี้เคยขายสินค้าทางออนไลน์ เมื่อได้เลขบัญชีหรือชื่อผู้ใช้บริการธนาคารทางอินเทอร์เน็ตแล้วนำมาสุ่มรหัสผ่าน โดยผู้เสียหายรายนี้ได้ตั้งรหัสผ่านที่ง่ายต่อการคาดเดา จึงทำให้คนร้ายสามารถเข้าไปทำธุรกรรมทางการเงินได้ ก่อนที่จะทำการโอนเงินในบัญชีไปจำนวนดังกล่าว   สำหรับการโอนเงินแต่ล่ะครั้งคนร้ายใช้วิธีการโอนเงินครั้งล่ะ 500 บาท เนื่องจากเป็นจำนวนเงินที่ไม่ต้องใช้รหัสจากทางธนาคาร (OTP) ที่จะต้องส่งผ่านข้อความทางโทรศัพท์ของเจ้าของบัญชีตรวจตัวจริง แต่อย่างไรก็ดีในส่วนข้อพกพร่องดังกล่าวทางธนาคารได้มีการแก้ไขแล้ว ส่วนเงินที่ได้มานั้นคนร้ายจะนำไปซื้อทองคำแทนที่จะเก็บเงินสด   นอกจากนี้จากการตรวจสอบประวัติของผู้ต้องหายังพบว่า น.ส.วีรยา ยังมีคดีฉ้อโกงติดตัว ซึ่งไปก่อเหตุในขณะที่ยังประกอบอาชีพขายสินค้าออนไลน์อีกด้วย จึงอยากจะฝากเตือนประชาชนว่าหากท่านใดใช้บริการธนาคารทางอินเทอร์เน็ตขอให้ตั้งรหัสผ่านให้ยากต่อการคาดเดา เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของแก๊งมิจฉาชีพเหล่านี้ ซึ่งคดีดังกล่าวถือว่าเป็นอาชญากรรมแบบใหม่ โดยทางธนาคารยอมรับว่าเพิ่งเคยเจอครั้งนี้เป็นครั้งแรก                            ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/9CL2ROMKlIE

 9,925
ข่าวภูมิภาค
18 ก.พ. 61

สาวทอมตะโกนด่าผัวเมียข้างห้องทะเลาะกันเสียงดัง สุดท้ายโดนยิงดับ

เกิดเหตุ น.ส.นงคราญ เจนจัด อายุ 45 ปี ลักษณะเป็นทอมบอย ถูกคนข้างห้องยิงเสียชีวิตคาห้องเช่าภายในซอยเสรีไทย 83 แขวงคันนายาว ล่าสุดตำรวจอยู่ระหว่างล่าตัวผู้ก่อเหตุที่ยังหลบหนี     จากการสอบสวน น.ส.พิมพิมล ยากมา อายุ 47 ภรรยาของผู้ก่อเหตุคือนายสากล วงศ์บุตร อายุ 48 ปี ทำอาชีพเป็นรปภ. เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนและสามีมีปากเสียงกัน ทำให้ผู้ตายเกิดความรำคาญ ตะโกนด่าสวนเข้ามาว่า “จะทะเลาะกันทำไม เสียงดังรำคาญ” สามีจึงด่ากลับไป และมีการด่าท้าทายกันไปมา ก่อนจะมีเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด                    ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/lYPPILCuru8  

 47,708
สังคม-อาชญากรรม
04 ก.พ. 61

เปิดวงจรปิดเผยภาพคืนสังหาร 2 สามีภรรยาเศรษฐีโรงเกลือ - 'นายกเต่า' รุดประกันตัวลูกน้อง ปัดเอี่ยว

ความคืบหน้าจากกรณีคนร้ายก่อเหตุฆาตกรรม นายพิพัฒน์ หรือเสี่ยกวง ตั้งพงศ์ทอง อายุ 70 ปี และ นางสายันต์ จันทรา อายุ 65 ปี เจ้าของตลาดปลาที่โรงเกลือ ที่คฤหาสน์บ้านเจ้สายันต์ใน จ.สระแก้ว ต่อมาตำรวจสามารถจับกุมนายวิชัย พุ่มเรือง หรือ "ต่อ"  อายุ 45 ปี ซึ่งเป็น 1 ใน 4 คนร้ายนั้น    ล่าสุดได้มีการเปิดเผยคลิปวีดีโอจากกล้องวงจรปิด ซึ่งบันทึกภาพเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุไว้ได้อย่างชัดเจน เริ่มต้นตั้งแต่ เฮียกวง กำลังยืนอยู่หน้าบ้านก่อนจะปรากฏภาพของ เจ๊สายันต์ ขับรถเข้าบ้านด้วยความเร่งรีบ มีสุนัขวิ่งตาม1 ตัว จากนั้น 3 คนร้ายได้วิ่งตรงไปที่รถพยายามจะเปิดประตูรถแต่ไม่สำเร็จ ส่วนอีกคนวิ่งกลับไปดูลาดเลาด้านที่เจ๊สายันต์เดินไป กระทั่งทั้งหมดเข้าไปก่อเหตุฆ่าและปาดคอสองสามีภรรยา    ขณะที่ ร.อ.สุเทพ มากสาคร หรือ นายกเต่า นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลคลองหาด ได้เดินทางมาที่ศาลจังหวัดสระแก้ว เพื่อทำเรื่องขอประกันตัวนายวิชัยเช่นกัน แต่เอกสารหลักฐานไม่ครบ จึงไม่ทันยื่นให้เนื่องจากศาลเปิดทำการครึ่งวันในวันเสาร์ จึงเดินทางกลับ โดยจะมายื่นขอประกันตัวอีกครั้งในวันที่ 5 ก.พ.นี้ ต่อไป   โดยนายกเต่ายังได้ชี้แจงที่มีข่าวว่านายวิชัยเป็นลูกน้องของตนเองว่า นายวิชัยกับตนสนิทกันมาก เคยเป็นทหารสังกัด ร.12 ไม่ใช่ทหารพราน โดยได้ลาออกจากราชการแล้ว กินนอนอยู่ด้วยกันที่เทศบาลเป็นประจำ คอยดูแล ตนรักเหมือนลูก แล้วเราจะใช้ลูกไปฆ่าเขาหรือ นายวิชัยเป็นคนที่จิตใจดี ชอบถ่ายรูป รุ่งเช้าวันเกิดเหตุยังไปถ่ายรูปและเอามา ให้ดู ตนได้ตำหนิว่าไปเอาความซวยเข้า มาให้ เท่าที่สอบถาม นายวิชัยยืนยันกับตนว่าไม่ได้ทำ และภาพในกล้องวงจรปิด ที่เห็นมันคนละเรื่องกันเลย เห็นไหม ในภาพมีคนเดินแบบตุ้งติ้งด้วย   ในคืนเกิดเหตุกำลังเดินทางไปรับเจ้าหน้าที่ที่ได้เดินทางไปประชุมที่กรุงเทพฯ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา และในวันศุกร์ก็จะไปรับกลับ ตนมีหนังสือสั่งการพร้อมและจะชี้แจงเรื่องนี้ให้ทางอำเภอและทางผวจ.รับทราบเช่นกัน เมื่อถามเรื่องประเด็นการกู้ยืมเงิน 10 ล้านบาท อาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดการฆ่าล้างหนี้ ร.อ.สุเทพกล่าวว่า การจะไปยืมเงินคนนั้น คนให้ยืมก็ต้องดูก่อนว่ามีปัญญาใช้คืนเขาได้หรือไม่ เงินตั้งเป็นสิบล้าน การกู้ยืมต้องมีสัญญากัน และหลักประกันค้ำ จะมากู้กันเฉยได้อย่างไร ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นตนจะไม่ไปโต้แย้งอะไร เดี๋ยวจะไปกันใหญ่ อยู่นิ่งเฉยดีกว่า ไม่มีอะไร เพราะตนไม่ได้ทำ    ด้านทนายความของนายวิชัยระบุว่า ยังเชื่อในความบริสุทธิ์ของลูกความ และเชื่อว่าไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ เนื่องจากมีพยานหลักฐานจำนวนหนึ่งที่สามารถหักล้างข้อกล่าวหาของตำรวจ อีกทั้งภาพจากกล้องวงจรปิดที่ตำรวจใช้เป็นหลักฐานนั้นก็ไม่ชัดเจน ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ ส่วนทางเจ้าหน้าที่เอง ดูเหมือนจะพยายามโยงประเด็นมูลเหตุไปที่การ เมืองท้องถิ่นมากเกินไป จนไม่ให้ความสนใจในพยานหลักฐานอื่นๆ อย่างไรก็ดียังเชื่อมั่นในหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะคราบเลือดของผู้ตาย จะโยงใยหาตัวผู้กระทำผิดได้แน่นอน หากลูกความของตนกระทำผิดจริงคงไม่กล้าปฏิเสธอย่างแน่นอน                  ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/jGpOX8t5pTo  

 21,513
ข่าวภูมิภาค
03 ก.พ. 61

รวบแล้ว 1 ในทีมฆ่าโหดสองสามีภรรยาเศรษฐีโรงเกลือ เร่งล่าต่ออีก3 สาวปมสังหาร

ความคืบหน้าจากกรณีคนร้ายก่อเหตุฆาตกรรม นายพิพัฒน์ หรือเสี่ยกวง ตั้งพงศ์ทอง อายุ 70 ปี และ นางสายันต์ จันทรา อายุ 65 ปี เจ้าของตลาดปลาที่โรงเกลือ ที่คฤหาสน์บ้านเจ้สายันต์ใน จ.สระแก้ว      ล่าสุด พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. ได้ลงพื้นที่แถลงความคืบหน้าหลังสามารถจับกุมตัว 1 ในทีมฆ่าได้แล้ว สืบเนื่องจากพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานและขออนุมัติศาลจังหวัดสระแก้วออกหมายจับ นายวิชัย หรือต่อ พุ่มเรือง อายุ 45 ปี ซึ่งเป็นคนสนิทนักการเมืองท้องถิ่น ที่ปรากฏในภาพกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุ และมีพยานยืนยันว่านายวิชัยเป็นหนึ่งในกลุ่มคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุ จึงได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่เข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านนักการเมืองท้องถิ่นและเป้าหมายที่เกี่ยวข้องอีกจำนวน 7 แห่ง จนนำไปสู่การจับกุมตัวได้ในที่สุด ขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายผลติดตามจับกุมตัวคนร้ายที่เหลืออีก 3-4 คนมาดำเนินคดีต่อไป      พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า สำหรับผู้ต้องหาที่จับได้นั้น ให้การยอมรับเพราะจำนนด้วยหลักฐานที่พบทั้งรถยนต์และภาพในกล้องวงจรปิด แต่ไม่ยอมรับว่าเป็นผู้ลงมือฆ่าโดยปิดปากเงียบไม่ยอมบอกถึงวัตถุประสงค์ในการดำเนินการในครั้งนี้ แต่ตำรวจจะทำการขยายผลออกไปอีก สาวถึงใครบ้าง เราก็จะดำเนินการจับกุมทันที และพอจะทราบบ้างแล้ว ติดตามประกบตัวอยู่     ส่วนสาเหตุนั้นเจ้าหน้าที่ตั้งไว้ 3 เรื่องหลัก คือขัดแย้งการเมืองท้องถิ่น เรื่องผลประโยชน์ในตลาด และการกู้หนี้ยืมสิน แต่ไม่พบปมปล่อยเงินกู้นอกระบบ รวมทั้งธุรกิจสีเทาก็ไม่มี มีแต่การหยิบยืมเงินกัน เป็นเงินมากพอสมควร รวมถึงกรณียืมเงินมาใช้หาเสียง ทางเจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนอยู่ การให้ยืมเงินกันจะต้องเป็นคนที่รู้จักกันเป็นอย่างดีถึงจะให้ยืมเงินจำนวนมากขนาดนี้   โดยจากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่พบว่ากลุ่มคนร้ายมี 3-4 คน โดยลักลอบเข้ามารอเหยื่อในบ้าน และหยิบสุราต่างประเทศของผู้ตายมาดื่มกินกันจนเกือบหมดขวด รอจนกระทั่งนายพิพัฒน์ หรือ เสี่ยกวง กลับมาถึงบ้าน กลุ่มคนร้ายเข้าล็อกตัว แล้วขู่บังคับให้โทรศัพท์เรียกนางสายันต์ ภรรยาเข้ามาหาที่บ้าน แล้วลงมือฆ่าปาดคอทั้งคู่ จากนั้นช่วยกันรื้อค้นหาสิ่งของและเอกสารทั้งภายในบ้านและรถยนต์ โดยไม่แตะต้องทรัพย์สินในตัวผู้ตายทั้ง 2 คน ที่มีทั้งสร้อยข้อมือและสร้อยคอทองคำแต่อย่างใด ก่อนปีนรั้วออกไปทางด้านหลังคฤหาสน์   จากการตรวจสอบจุดเกิดเหตุอย่างละเอียดของเจ้าหน้าที่ พบสิ่งของที่คนร้ายทำตกหล่นไว้ จึงใช้สุนัขดมกลิ่นจากคฤหาสน์จุดเกิดเหตุไล่ไปจนถึงบ้านของนายวิชัย หรือต่อ ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม อยู่ห่างออกไปประมาณ 2 ก.ม. และตรวจค้นภายในบ้านพบเสื้อแจ็กเกตสีดำ รองเท้าเดินป่า และปืน คาดว่าเป็นอาวุธที่ใช้ฆ่าปาดคอเหยื่อ ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลจังหวัดสระแก้วออกหมายจับกุม                      ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/GnGHiUr2jJ8  

 18,050
สังคม-อาชญากรรม
23 ม.ค. 61

เจ้าของเต็นท์รถขอความเป็นธรรม ปัดอุ้มพ่อแม่ลูกกลาง ร.ร. ผู้เสียหายโผล่แฉตระเวนหลอกลวงโชกโชน

จากคดีคนร้ายอุ้มพ่อแม่ลูก ที่โรงเรียนบ้านฟากนา ต.นาอาน อ.เมือง จ.เลย ขณะนำลูกไปส่งในโรงเรียนถูกชายฉกรรจ์ 4 คน ใช้อาวุธปืนบังคับให้ขึ้นรถเก๋งสีดำ หมายเลขทะเบียน กน 5903 ได้สร้างความตระหนกตกใจ ทั้งครูและผู้ปกครองและนักเรียน   ในเวลาต่อมาพบว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุคือเจ้าของเต็นท์รถที่อ้างว่าถูก สามีภรรยาคู่นี้หลอกลวง ฉ้อโกงจึงได้มาเจรจา ทำให้คดีนี้ต้องแบ่งออกเป็น 2 กรณี คือคดีอุ้มที่ จ.เลย และคดีหลอกลวงที่ กทม.   ด้านเจ้าของเต็นท์รถ ระบุลูกน้อง 2 คนที่ถูกออกหมายจับไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด ในวันเกิดเหตุเพียงนัดมาเจรจาเท่านั้น ไม่มีการทำร้ายร่างกายใดๆ   นอกจากนี้ยังมีผู้เสียหายอีกราย ระบุสองสามีภรรยานี้มีอาชีพขายลอตเตอรี่ ที่ อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม มีนิสัยพูดจาไพเราะ มักมีพฤติกรรมชอบหลอกลวง มักยืมเงินคนแก่คนเฒ่า ทำให้มีคนถูกหลอกมาหลายราย บางรายเสียหายถึงหลักแสน เมื่อทวงถามก็ปฏิเสธ ถ้าอยากได้ให้ไปฟ้องร้องดำเนินคดีเอาเอง ชี้เป็นมิจฉาชีพที่ก่อเหตุหลายจังหวัด แต่ไม่ถูกจับกุม    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/SdBiRtnzJ0Y    

 20,449
ต่างประเทศ
19 ม.ค. 61

สามีภรรยาโหดขังลูก 13 คน ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พบให้ลูกกินข้าววันละมื้อ-อาบน้ำปีละครั้ง

นายเดวิด อัลเลน เทอร์พิน วัย 57 ปี และนางลูอิส แอนนา เทอร์พิน วัย 49 ปี สองสามีภรรยาถูกตั้งข้อหารวม 12 กระทง โดยทั้งคู่ได้ปฎิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด ขณะที่ศาลมีคำสั่งตั้งวงเงินประกันตัวคนละ 12 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 380 ล้านบาท ก่อนกำหนดวันพิจารณาคดีครั้งต่อไปในวันที่ 23 กุมภาพันธ์   คดีสะเทือนขวัญครั้งนี้ได้รับการเปิดเผย หลังลูกสาวคนหนึ่งหาทางปีนหน้าต่างหลบหนีออกมาได้และโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากตำรวจ นำไปสู่การบุกค้นบ้านของสามีภรรยาคู่นี้ จนพบเด็กทั้ง 13 คน อายุตั้งแต่ 2 ขวบถึง 29 ปี อยู่ในสภาพผอมโซมอมแมม และโดนล่ามโซ่กับเฟอร์นิเจอร์   ขณะที่การสืบสวนเพิ่มเติมพบว่า 2 สามีภรรยานี้ยังทารุณกรรมลูกๆ ด้วยการตีและรัดคอ มักปลุกให้ตื่นในตอนกลางคืน อนุญาตให้อาบน้ำปีละครั้งเท่านั้น และให้กินอาหารวันละมื้อ ส่งผลให้เด็กๆ อยู่ในสภาพขาดสารอาหารอย่างรุนแรง อีกทั้งการกระทำของทั้งคู่ยังส่งผลให้เด็กทั้งหมดมีสภาพจิตใจที่ไม่มั่นคงอย่างมาก   โดยตำรวจได้ยกย่องการกระทำของลูกสาวผู้แจ้งเหตุว่า เป็นสิ่งที่กล้าหาญ ซึ่งช่วยให้พี่น้องได้รับความช่วยเหลือทันท่วงที อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ ตำรวจยังไม่ทราบมูลเหตุจูงใจของสามีภรรยาคู่นี้   เรียนภาษาอังกฤษกับ อ.อดัม They have denied all accusations. พวกเขาปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา deny (v.) ปฏิเสธ อ่านว่า ดินาย accuse (v.) กล่าวหา อ่านว่า อะคิ่วซฺ accusation (n.) ข้อกล่าวหา อ่านว่า แอะคิวเซ่เฮิ่น 

 39,243
ต่างประเทศ
17 ม.ค. 61

พ่อแม่มะกันใจโหด ล่ามโซ่-ขังลูก 13 ชีวิตหิวโซในบ้านสกปรกน่าเวทนา

ตำรวจรัฐแคลิฟอร์เนียเข้าจับกุมตัว เดวิด อัลเลน เทอร์ปิน (David Allen Turpin) อายุ 57 ปี และหลุยส์ แอนนา เทอร์ปิน (Louise Anna Turpin) อายุ 49 ปี สองสามีภรรยา ในข้อหาทำให้เด็กตกอยู่ในความเสี่ยงที่อาจจะเกิดภัยอันตรายต่อร่างกายและจิตใจของเด็กและทารุณกรรมเด็ก ซึ่งเป็นลูกแท้ๆ ของตัวเองทั้งหมด 13 คน อายุตั้งแต่ 2 ขวบ ไปจนถึง 29 ปี ไว้ในบ้านพักของตัวเอง   หลังได้รับแจ้งความจากหนึ่งในลูกสาววัย 17 ปี ที่สามารถหลบหนีออกมาจากบ้านได้ นอกจากนี้ พวกเขายังพบว่าลูกๆ ของครอบครัวนี้นั้นถูกกักขังอยู่ในห้องที่สกปรก บางคนก็ถูกล่ามโซ๋ใส่แม่กุญแจไว้กับเตียงนอนของตัวเอง และทั้งหมดล้วนมีสภาพขาดสารอาหารและเนื้อตัวสกปรก   ทั้งนี้มีข้อมูลว่านายเดวิด ได้นำบ้านมาจดทะเบียนเป็นโรงเรียนเอกชน เพื่อทำเป็นโฮมสคูลสอนลูกๆ จากนั้นทางครอบครัวมีสภาพล้มละลายเมื่อปี 2554 มีหนี้สินกว่า 7 ล้านบาทจากหนี้บัตรเครดิต ทั้งนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเขากระทำความรุนแรงกับลูกๆมานานแค่ไหน อย่างไรก็ตามได้มีภาพที่สองสามีภรรยาแต่งงานรอบ 2 ด้วยบรรยากาศชื่นมื่นและมีลูกๆร่วมยินดี เมื่อปี 59 ที่ลาสเวกัส   หลังการจับกุมตัวสองสามีภรรยาเทอร์ปินถูกส่งตัวไปคุมขังที่ศูนย์กักกันโรเบิร์ต เพรสลี่ย์ (Robert Presley) โดยที่ตำรวจตั้งเงินประกัน 2 สามีภรรยาไว้ที่ 288 ล้านบาทขณะที่ลูกของทั้งสองถูกแบ่งเป็นเป็นสองกลุ่มเพื่อเข้ารับการรักษาในสองโรงพยาบาลต่อไป

 69,413
ข่าวภูมิภาค
24 ธ.ค. 60

เก๋งชนจยย. 2 สามีภรรยาขับย้อนศรดับทั้งคู่ สลดลูกชายโทรหา-กำลังรอกินข้าวพร้อมหน้า

เกิดเหตุ รถเก๋งชนจยย. 2 สามีภรรยาเสียชีวิต บริเวณห้างบิ๊กซีคลอง6 ถนนรังสิต-นครนายก ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ด้านคนขับรถเก๋งอ้างคู่กรณีขับรถย้อนศร สุดสลดลูกชายวัย 13 ปีของผู้เสียชีวิตได้โทรศัพท์มาหาเพื่อถามพ่อแม่ว่าจะกลับมากินข้าวด้วยหรือไม่ เพราะกำลังรอกินอยู่ แต่พ่อแม่กลับมาเสียชีวิตเสียก่อน                                      ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/nQ0C-eQGPHA                      

 38,719
ข่าวภูมิภาค
26 พ.ย. 60

ถึงกับเข่าทรุด! 2 สามีภรรยาชาวสุรินทร์ลมจับ ไฟไหม้บ้านวอดทั้งหลัง

เกิดเหตุไฟไหม้บ้านของ นายเหม ทรงวาจา อายุ อายุ 57 ปี และ นางสุเทพ ทรงวาจา อายุ 53 ปี  สองสามีภรรยาชาวสุรินทร์ โดยเพลิงได้ลุกลามไหม้ข้าวสารและข้าวเปลือกที่เพิ่งเก็บเกี่ยวนำมาเก็บไว้กว่า 1 ตัน เสียหายทั้งหมดรวมมูลค่าเสียหายนับแสนบาท    ด้านสองสามีภรรยาเปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุไฟไหม้ออกไปทำธุระนอกบ้าน พอทราบข่าวจึงรีบเข้ามาดู เห็นอาสากู้ภัยกำลังระดมฉีดน้ำดับเพลิงไฟที่กำลังลุกไหม้ทั้งหลัง ถึงกับเข่าทรุดพูดจาไม่ออก             ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/KLHUSXNMnEE

 3,103
สังคม-อาชญากรรม
08 พ.ย. 60

ญาติวอนช่วย 2 คนไทยลักลอบทำงานที่ญี่ปุ่น เกิดป่วยหนัก ค่ารักษาสัปดาห์ละแสน สถานทูตยันช่วยได้แค่ค่าเครื่องบิน

ผู้ใช้ facebook ชื่อ Thanakorn Jaisuksakuldee (ธนากร ใจสุขสกุลดี) เล่าเรื่องราวของ 2 สามีภรรยาชาวไทย ที่ลักลอบไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่น โดยไม่มีวีซ่า โดยจ่ายเงินให้นายหน้าแรงงานเถื่อนเป็นเงินหลายแสนบาท ต่อมาช่วงปลายเดือนตุลาคม ฝ่ายสามีล้มป่วยกะทันหัน แพทย์ระบุว่า ไตวายฉับพลัน ระบบหายใจล้มเหลว ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ และทำการฟอกเลือดโดยด่วน และเนื่องจากเป็นแรงงานผิดกฎหมาย จึงไม่มีสิทธิประกันสุขภาพใดๆ ต้องให้ญาติทางเมืองไทย โอนเงินค่ารักษาไปให้ เป็นเงินหลายแสนบาท     ล่าสุดผู้โพสต์ประสานงานทางสถานทูตไทยในญี่ปุ่น เข้าไปพูดคุยกับผู้ป่วย แต่เนื่องจากกฎระเบียบกำหนดไว้ชัดเจนว่า สถานทูตจะคุ้มครองช่วยเหลือเฉพาะคนไทยที่เดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นอย่างถูกกฎหมายเท่านั้น ทำให้ไม่สามารถช่วยเหลือเรื่องค่ารักษาได้ จนสุดท้ายทางครอบครัวจึงต้องขอความช่วยเหลือทางโลกออนไลน์ เพราะไม่สามารถแบกรับค่าใช้จ่ายมหาศาลดังกล่าวได้   โพสต์ดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์ป็นสองมุม มุมหนึ่งก็เป็นไปในทางเห็นใจ และเสนอเงินช่วยเหลือให้ครอบครัวของผู้ป่วย แต่ในขณะที่อีกมุมก็มองว่า การเดินทางไปทำงานโดยผิดกฎหมาย ก็ต้องแบกรับความเสี่ยงต่างๆด้วยตนเอง ชาวเน็ตมองว่าการให้ความช่วยเหลือคนทำผิด จะทำให้ปัญหาแรงงานไทยลักลอบไปทำงานต่างประเทศ เรื้อรังและแก้ไม่ได้เสียที   จากการพูดคุยกับครอบครัวของสามีภรรยาดังกล่าว ระบุว่าทั้งคู่ได้ไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่นอย่างผิดกฎหมาย หวังที่จะหาเงินมาเลี้ยงครอบครัว โดยไปอยู่ที่ญี่ปุ่นนานกว่า 4-5 ปีแล้ว เงินที่ทำงานได้ ก็ส่งกลับมาใช้หนี้ที่เป็นค่านายหน้าค่าเดินทางประมาณ 500,000 บาท แต่เกิดป่วยกะทันหัน ไม่มีเงินค่ารักษาพยาบาล   ก่อนหน้าที่จะได้เดินทางไปทำงานที่ญี่ปุ่น ก็เคยถูกนายหน้าแรงงานเถื่อนหลอกเชิดเงินไปแล้วประมาณ 400,000 บาท แต่ต่อมาก็พยายามหาลู่ทางกู้เงินมา จนได้ไปทำงานที่ญี่ปุ่นสมใจ ก่อนที่จะให้ภรรยาเดินทางตามไปทำงานด้วยเมื่อ 5 เดือนก่อน งานที่ทำเป็นงานก่อสร้าง   ต่อมาช่วงปลายเดือนตุลาคมทั้งคู่อยากกลับบ้าน จึงตัดสินใจเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ แต่ระเบียบกฎหมายของญี่ปุ่น จะต้องให้ไปรายงานตัวทั้งหมด 3 ครั้ง จึงจะสามารถส่งตัวกลับได้ โดยมีกำหนดกลับวันที่ 30 ต.ค.ที่ผ่านมา แต่ฝ่ายชายมาล้มป่วยกะทันหัน คนไทยที่ไปทำงานด้วยกันต้องหามส่งโรงพยาบาลด่วน   พอญาติทราบข่าวก็พากันเป็นห่วง พยายามติดต่อภรรยา จนทราบว่ามีค่าใช้จ่ายแพงมาก สัปดาห์ละประมาณ 150,000 บาท ซึ่งทั้งสามีและภรรยาก็จ่ายค่าตั๋วเครื่องบินไปแล้ว จึงไม่มีเงินมาจ่ายค่ารักษา ค่าตั๋วที่ซื้อไปก็เสียไปฟรีๆ เพราะไม่ได้เดินทาง จนมีเพื่อนคนไทยในญี่ปุ่นเห็นใจ จึงนำเรื่องราวไปโพสต์ลงในโลกออนไลน์ เพื่อขอความช่วยเหลือ   ทางญาติบอกอีกว่า ครอบครัวตนมีฐานะยากจน ตอนนี้ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้า กู้เงินจากเพื่อนบ้านไป 150,000 บาท ส่งไปช่วยค่ารักษาให้น้องชายเบื้องต้นก่อน   ขณะที่ทางภรรยา ปัจจุบันอยู่กับสามีที่ประเทศญี่ปุ่น ได้วีดีโอคอลมาพูดคุยกับผู้สื่อข่าว เปิดเผยว่า ได้ติดต่อกับสถานกงสุล เจ้าหน้าที่รับปากจะช่วยเหลือในเรื่องค่าตั๋วเครื่องบินกลับประเทศไทย แต่เรื่องค่ารักษาพยาบาลไม่ได้สามารถช่วยได้ เพราะมาทำงานแบบผิดกฎหมาย คาดว่าอีกไม่นานค่ารักษาต้องพุ่งไปถึงหลักล้านบาทแน่นอน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zXLon5-RbP4    

 24,375
ข่าวภูมิภาค
18 ต.ค. 60

วงจรปิดจับภาพโจรคู่สามีภรรยา ขโมยรถ จยย.โจ๋หน้าร้านเกมชลบุรี

ชลบุรี-กล้องวงจรปิดจับภาพสองสามีภรรยาขี่รถจักรยานยนต์ เข้ามาลักจักรยายนต์ของวัยรุ่นอายุ 15 ที่จอดหน้าร้านเกม ข้างๆร้านทำฟันหลบหนีลอยนวล     ผู้เสียหายนำภาพวงจรปิดเห็นภาพคนร้ายชัดเจน เข้าแจ้งความกับทางตำรวจสถานีตำรวจภูธรหนองขาม เจ้าของท้องที่เพื่อให้ช่วยติดตามตัวคนร้าย แต่ทางตำรวจกลับบอกภาพไม่ชัด ทั้งที่ล่าสุดมีข่าวโจรใช้ลังผลไม้คลุมหัวก่อเหตุลักรถกระบะ ตำรวจยังติดตามจับกุมได้ยกแก๊ง จึงอยากวอนให้ช่วยติดตามคนร้ายให้ได้โดยเร็ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/nzdtAAe95qU  

 585
ข่าวภูมิภาค
18 ต.ค. 60

จบดราม่า รพ.เยียวยา 124,000 บาท 2 สามีภรรยาทำหมันหลุด แพทย์ชี้มีโอกาสผิดพลาด 1 ใน 500

อุดรธานี-จากกรณีสองสามีภรรยาร้องเรียนกับศูนย์ดำรงธรรม จ.อุดรธานี หลังเข้าทำหมันหรือการคุมกำเนิดแบบถาวรกับแพทย์ รพ.ศูนย์อุดรธานี แต่ดันท้องมีลูกคนที่ 4 อย่างน่าแปลกใจ จนทำให้ต้องแบกภาระค่านมและค่าเลี้ยงลูกถึง 4 คน โดยที่ผ่านมาทาง รพ.รับผิดชอบเพียงจ่ายเงิน 5,000 บาทและค่านมลูกเดือนละ 3 กล่องเท่านั้น จนต้องมาร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมเพื่อขอความเป็นธรรมและเรียกร้องค่าเสียหายเป็นเงินจำนวน 200,000 บาท   ล่าสุดทาง ผอ.รพ.ศูนย์อุดรธานี เปิดเผยว่า ยอมรับว่าการทำหมันมีโอกาสผิดพลาดน้อยมาก 500 คนจะเจอ 1 คนแต่ทั้งนี้เพื่อให้พอใจทุกฝ่ายทางโรงพยาบาลศูนย์ยอมจ่าย 100,000 บาทเพื่อเป็นการเยียวยาสองสามีภรรยา ขณะที่ทางประกันสังคมจ่ายเพิ่มอีก 10,000 บาทและสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 14,000 บาทรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 124,000 บาท โดยจะทำพิธีมอบเงินเยียวยาดังกล่าวในวันอังคารที่ 24 ต.ค.60 นี้   ทั้งนี้ทางสำนักงานประกันสังคมเตรียมนำเรื่องปัญหาดังกล่าวส่งไปยังสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สปสช เพื่อพิจารณาแก้ไขข้อกฎหมายและการเยียวยาหากเกิดกรณีนี้ขึ้นอีกและให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน        ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4uAd0lmsbXs  

 1,032
ข่าวภูมิภาค
08 ต.ค. 60

ยืดเยื้อ! ตร.จ่อพาตัวหนุ่มร้องถูกฉกหวยเข้ากทม.ตรวจลายนิ้วมือ รับฝ่าย 2 สามีภรรยาหลักฐานแน่นกว่า

ความคืบหน้าจากกรณี นายพันธุ์ศักดิ์ เสือชุมแสง อายุ 31 ปี ชาว จ.บุรีรัมย์ เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.นางรอง ว่าลอตเตอรี่หมายเลข 715431 งวดประจำวันที่ 16 ส.ค.2560 จำนวน 2 ใบ ซึ่งถูกรางวัลที่ 1 เป็นเงิน 12 ล้านบาทได้หายไป หลังไปซ่อนไว้ใต้เครื่องเสียงภายในบ้านพัก โดยถูกคนร้ายขโมยไปและนำไปขึ้นเงินรางวัลแล้ว พร้อมกล่าวหาว่าผู้ที่ขึ้นเงินรางวัลเป็นสามีภรรยาชาวร้อยเอ็ด ขณะที่ นายวิทยาและนางขวัญศิริ ธนทรัพย์สิน สองสามีภรรยาที่ถูกกล่าวหาได้ออกมายืนยันว่าซื้อลอตเตอรี่มา 3 ใบและถูกรางวัลที่ 18 ล้านบาท ไม่ใช่ 12 ล้านบาท ส่วนพ่อค้าหวยเผยขายลอตเตอรี่ให้ทั้ง 2 ฝ่าย จึงนำมาสู่การสอบสวนว่าลอตเตอรี่ดังกล่าวเป็นของใครกันแน่ ตามที่ได้เสนอข่าวไปนั้น   ล่าสุด พ.ต.อ.สมภพ สังข์กรทอง ผกก.สภ.นางรอง  เปิดเผยว่า คดีนี้ใกล้จะถึงบทสรปุแล้ว โดยจากหลักฐานที่ได้รับทั้งสองฝ่าย ยอมรับว่าฝั่งของนายวิทยาและนางขวัญศิริมีหลักฐานแน่นกว่า ทำให้นายพันธุ์ศักดิ์ร้องขอให้มีการตรวจดีเอ็นเอบนลอตเตอรี่กับผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งตำรวจก็ยินดี ได้ประสานไปยังกองสลากฯ และเตรียมจะพาตัวนายพันธุ์ศักดิ์เข้ากรุงเทพฯ เพื่อตรวจลายนิ้วมือ ทั้งนี้จะเร่งให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเร่งพิจารณาผลการตรวจให้เร็วที่สุด เบื้องต้นตำรวจคุยกับนายพันธุ์ศักดิ์แล้ว ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไรก็ยินดีรับ แต่ทั้งนี้ก็ไม่ถึงกับเข้าข่ายแจ้งความเท็จ              ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/Z2fcYJYFQBw

 83,098

Top