ค้นหา :

ผลการค้นหา "เศรษฐีนี"

สังคม-อาชญากรรม
15 เม.ย. 61

ผู้การชุมพรประกาศกลางงานศพ 'เจ๊แอ๋ว' ไม่กลัวอิทธิพลญาติมือฆ่า ยันตร.ล้อมจับกุมไม่ได้มอบตัว

ความคืบหน้าคดีสะเทือนขวัญคนร้ายฆ่าชิงทรัพย์ นางทัศนีย์ ไชยศรี หรือ เจ๊แอ๋ว อายุ 56 ปี เศรษฐีนีเจ้าของแพปลา ภายในห้องน้ำคนพิการในห้างสรรพสินค้าชื่อดังกลางเมืองชุมพร ก่อนที่ในเวลาต่อมาตำรวจจะจับกุมตัว นายรณกร ศุภมงคลเลิศ หรือ อ๊อฟอายุ 26 ปี ผู้ต้องหา ซึ่งให้การรับสารภาพว่าทำไปเพราะต้องการนำเงินไปใช้หนี้พนัน ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น   ล่าสุด พล.ต.ต.สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ ผบก.ภ.จว.ชุมพร ได้เดินทางไปยังงานบำเพ็ญกุศลศพนางทัศนีย์ และได้พูดคุยกับครอบครัวของผู้ตาย ซึ่งนายสุทินยอมรับว่า รู้สึกไม่สบายใจที่ผู้ต้องหาเป็นลูกหลานของนักการเมืองท้องถิ่น และคนมีระดับใน จ.ชุมพร กลัวจะมีการวิ่งเต้นบิดเบือนคดี       โดย พล.ต.ต.สนธิชัย กล่าวว่า ขอประกาศตรงนี้เลยว่า ให้ยิ่งใหญ่แค่ไหน หรือใหญ่กว่านี้ ตนไม่มีกลัว เพราะหลักฐาน ต่างๆ รูปคดี สำนวนคดี ผมได้สั่งการให้ดำเนินการด้วยความรัดกุม จนมั่นใจว่านี่คือคนร้ายตัวจริง อีกทั้งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ มีการนำชี้ที่เกิดเหตุได้อย่างถูกต้อง ทั้งที่ตำรวจทราบเหตุการณ์อย่างละเอียดอยู่แล้ว แต่จะดูว่าคำสารภาพของผู้ต้องหาจะมีความจริงเชื่อถือได้แค่ไหน ถึงตอนนี้มั่นใจว่าในชั้นตำรวจผู้ต้องหาได้รับสารภาพและ นำชี้สถานที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยขั้นตอนการก่อเหตุได้ถูกต้องทั้งหมด มีสื่อมวลชนคอยติดตามบันทึกภาพ ไว้ทั้งหมด ไม่มีทางดิ้นได้อีกแล้ว   ดังนั้น ไม่มีอิทธิพลในคดีนี้แต่อย่างใด ตนไม่รับพูดคุย หรือติดต่อในการวิ่งเต้นบิดคดีเต็มร้อย ขนาดจะติดต่อขอมอบตัว ก่อนออกหมายจับ ตนยังไม่สนใจ เพราะได้เตรียมกำลังไว้จับกุม ตั้งแต่วันที่ก่อเหตุในช่วงดึก ได้ ส่งกำลังตำรวจส่วนหนึ่งไป เฝ้าบ้านของนายรณกร ที่ จ.ราชบุรี และ จ.สมุทรสงคราม ที่คาดว่าจะหลบไปถิ่นเก่าของเค้า แต่ตนรอศาลอนุมัติหมายจับ จึงบอกให้แม่ของนายรณกรนำมามอบตัว ซึ่งมีค่าเท่ากับ ไมได้มอบตัว ดังนั้นให้สบายใจได้    ส่วนที่บอกว่าการเข้ามอบตัวจะทำให้น้ำหนักของคดีเบาการลงโทษน้อยลง อันนี้ยืนยันว่าไม่มีผลอะไร เพราะผู้มามอบตัวเนื่องจากตำรวจได้ชี้แจงกับ ฝ่ายผู้ต้องหาว่ามีหลักฐานพร้อมที่จะเข้าจับกุม อีกทั้งศาลออกหมายจับให้แล้วผู้ต้องหาจะมามอบตัวหรือไม่ตำรวจก็ต้องจุบกุมแน่นอน ในส่วนผลการดำเนินคดีนั้นขึ้นอยู่กับศาลว่าจะตัดสินอย่างไรไม่อาจก้าวล่วง     ในส่วนของตำรวจเมื่อนำตัวผู้ต้องหาไปส่งฝากขังที่ศาลก็จะคัดค้านการประกันตัว และให้ พ่อแม่ลูกๆ ผู้ตายยื่นคำร้องคัดค้านประกันตัวไปพร้อมสำนวนของตำรวจเช่นกัน ซึ่งตำรวจจะช่วยอำนวยความสะดวกให้ในขั้นตอนนี้ จึงขอให้ ญาติๆสบายใจในเรื่องของความเป็นธรรมจากตำรวจที่มีให้ ทั้งสองฝ่าย   พล.ต.ต.สนธิชัย เล่าให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวฟังว่า “ก่อนจะทราบตัวว่าคนร้ายเป็นนายรณกร ได้ตรวจสอบพบว่า นายรณกรไปทำธุรกรรมที่ธนาคารแห่งหนึ่ง เพื่อดูเงินโอนที่แม่ของนายรณกรโอนเข้ามาให้ เพื่อให้นายรณกรนำไปใช้หนี้การพนัน แต่นายรณกรกลับนำเงินดังกล่าวไปแทงพนันอีกและแพ้ในที่สุด ทำให้นายรณกร ต้องเร่งหาเงินไปใช้หนี้ จึงตัดสินใจก่อเหตุ                       ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/gk8ZNuEqBdQ

 16,802
ข่าวภูมิภาค
14 เม.ย. 61

แม่พามอบตัวมือฆ่าโหด 'เจ๊แอ๋ว' ดับคาห้องน้ำห้างชุมพร อ้างติดหนี้พนัน - พบประวัติเคยฆ่าคนตายตอนอายุ16

ความคืบหน้าคดีสะเทือนขวัญคนร้ายฆ่าชิงทรัพย์ นางทัศนีย์ ไชยศรี หรือ เจ๊แอ๋ว อายุ 56 ปี เศรษฐีนีเจ้าของแพปลา ภายในห้องน้ำคนพิการในห้างสรรพสินค้าชื่อดังกลางเมืองชุมพร ล่าสุดตำรวจสามารถจับกุมตัว นายรณกร ศุภมงคลเลิศ หรืออ๊อฟอายุ 26 ปี ผู้ต้องหาได้แล้ว หลังแม่พามามอบตัว     โดยนายรณกรให้การรับสารภาพว่า ทำไปเพราะต้องการนำเงินไปใช้หนี้พนันบอลออนไลน์ อ้างถูกเจ้าหนี้ข่มขู่ ในวันที่เกิดเหตุได้เอามีดปลอกผลไม้ใส่ในรถ จยย.ฟีโน่สีขาว ออกขับตระเวนหาเหยื่อ เพื่อชิงทรัพย์ เห็นว่าในห้างดังกล่าวน่าจะมีคนที่มีทรัพย์สินมาเดินซื้อของจำนวนมาก จึงเลี้ยวรถ จยย.เข้าไปในห้าง เมื่อเห็นผู้ตายมีทรัยพ์สินในตัวเยอะ ทั้งสร้อยคอหนัก 2 บาท สร้อยข้อมือ 2 บาท และกระเป๋าใบใหญ่ที่คาดว่าน่าจะมีเงินจำนวนหนึ่ง และมีอายุมากแล้ว จึงเดินออกไปเอามีดที่จยย.แล้วเข้ามาเดินตามหาเหยื่อ พร้อมกับหาจังหวะ เมื่อเหยื่อเข้าไปในห้องน้ำ จึงตามเข้าไป แล้วลากตัวนางทัสนียเข้าไปในห้องน้ำคนพิการ แต่เหยื่อต่อสู้  จึงใช้มีดปลอกผลแทงไป2-3 ครั้ง จังหวะมีคนเข้ามาเห็น จึงไม่ทันดึงสร้อยข้อมือทองคำไปด้วย แล้วรีบวิ่งหนีออกมา เห็นจยย.ติดกุญแจคาอยู่ จึงรีบขับไปยัง ปั้มน้ำมัน ปตท.ใกล้ที่เกิดเหตุ จอดรถจยย.ที่ขโมยมาทิ้งไว้ แล้วย้อนกลับมาเอารถจยย.ฟีโน่แล้ว นำทองคำไปขายเอาเงินไปใช้หนี้แล้ว เตรียมตัวจะหนีกลับไปราชบุรี แต่โดนรวบตัวเสียก่อน     ด้าน พล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม ผบช.ภ.8 ระบุว่า สาเหตุจูงใจคือผู้ต้องหา ต้องการทรัพย์สินของผู้ตายเพื่อไปปลดหนี้พนันจำนวนมาก แต่ผู้ตายขัดขืนจึงใช้มีดแทง แล้วหลบหนีไปจนผู้ตายเสียชีวิตในเวลาต่อมา       ขณะเดียวกันที่ด้านหน้ากองบังคับการตำรวจภูธร จ.ชุมพร นายภานุวัฒ ชินโย อายุ 37 ปี น.ส.ธนิตา ชินโย อายุ 30 ปี ลูกชายและลูกสาวนางทัศนีย์พร้อมญาติจำนวนหนึ่ง ได้เดินทางมาดูหน้าคนร้าย แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่อนุญาตให้เข้าด้านใน เพราะหวั่นเกิดเหตุประชาทัณฑ์ โดยหลังจากแถลงข่าวเสร็จนายภานุวัฒ ได้ก้มกราบ พล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม ผบช.ภ.8 ขอความเป็นธรรมให้แม่ เนื่องจากผู้ต้องหามีป้าเป็นภรรยาของนักการเมืองท้องถิ่นชื่อดังคนหนึ่งใน จ.ชุมพร     ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ตำรวจนำตัวนายรณกรไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยมีญาติผู้เสียชีวิตและชาวบ้านมามุงดูการทำแผน บางส่วนได้ด่าทอสาปแช่งด้วยความโกรธแค้น     ทั้งนี้จากการสอบประวัตินายรณกรพบว่าเมื่อตอนอายุ 16 ปี ได้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงนักศึกษาด้วยกันเสียชีวิตจำคุกกว่า 2 ปี จนล่าสุดมาก่อเหตุซ้ำอีกโดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายแต่อย่างใด                         ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/PT0lk4oM2qM  

 16,577
ข่าวภูมิภาค
08 เม.ย. 61

ครอบครัวร่ำไห้เผาศพ ‘เศรษฐีนี’ เป็นศพคาเก๋ง พ่อยังยืนยันคำเดิมไม่เชื่อลูกฆ่าตัวตาย

ความคืบหน้าจากกรณีพบศพ น.ส.ดวงจันทร์ ทวีพันธ์ อายุ 33 ปี เสียชีวิตอยู่ภายในรถเก๋งบริเวณซอยเปลี่ยวข้างคลองส่งน้ำชลประทาน อ.ลืออำนาจ จ.อำนาเจริญ เมื่อกลางดึกวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา ในสภาพมีถุงพลาสติกคลุมศีรษะ บริเวณใต้ตาขวาฟกซ้ำ เบื้องต้นตำรวจตั้งปมชิงทรัพย์ ฆ่าล้างหนี้ และฆ่าตัวตาย หลังมีภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่าก่อนที่จะหายตัวไปผู้ตายได้แวะซื้อยาจากร้านขายยา ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น   ล่าสุดทางครอบครัวได้จัดพิธีฌาปณกิจที่วัดโพธิ์ศรี ต.คำพระ อ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า ขณะที่พ่อของผู้เสียชีวิตยังยืนยันว่าลูกสาวไม่ได้ฆ่าตัวตายเป็นถูกฆาตกรรม โดยยังรอผลการชันสูตรจากกรุงเทพฯ และพร้อมจะยอมรับ แต่ในใจก็ยังเชื่อว่าลูกไม่ได้ฆ่าตัวตายแน่นอน                        ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/sSwqbQUpdYA          

 5,806
สังคม-อาชญากรรม
07 เม.ย. 61

พ่อแม่ ‘เศรษฐีนี’ เป็นศพคาเก๋งไม่เชื่อลูกฆ่าตัวตาย ชี้ถูกฆาตกรรม จี้ตร.เร่งล่าตัวคนร้าย

ความคืบหน้าจากกรณีพบศพ น.ส.ดวงจันทร์ ทวีพันธ์ อายุ 33 ปี เสียชีวิตอยู่ภายในรถเก๋งบริเวณซอยเปลี่ยวข้างคลองส่งน้ำชลประทาน อ.ลืออำนาจ จ.อำนาเจริญ เมื่อกลางดึกวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา ในสภาพมีถุงพลาสติกคลุมศีรษะ บริเวณใต้ตาขวาฟกซ้ำ เบื้องต้นตำรวจตั้งปมชิงทรัพย์ ฆ่าล้างหนี้ และฆ่าตัวตาย หลังมีภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่าก่อนที่จะหายตัวไปผู้ตายได้แวะซื้อยาจากร้านขายยา    ล่าสุดครอบครัวของผู้เสียชีวิตกำลังจัดเตรียมงานศพ หลังถูกส่งไปตรวจหาสารตกค้างที่นิติเวช รพ.ตำรวจ ซึ่งบรรยากาศภายในบ้านเต็มไปด้วยความโศกเศร้า เนื่องจากผู้ตายเป็นคนดีและเป็นที่รักใคร่ของทุกคน   โดยพ่อแม่ของผู้เสียชีวิตมั่นใจว่าลูกสาวไม่ได้ฆ่าตัวตายตามข้อสันนิษฐานของตำรวจ แต่ถูกคนร้ายหลอกพาไปฆาตกรรม โดยใช้ถุงพลาสติกคลุมศีรษะ จนขาดอากาศหายใจ และทุบตีที่ใบหน้า เพราะพบรอยฟกซ้ำใต้ตา ก่อนนำศพไว้ในรถ แล้วนำไปจอดทิ้งไว้บนถนนเปลี่ยว โดยเรียกร้องให้ตำรวจตัดประเด็นการฆ่าตัวตายทิ้งไป และเร่งติดตามคนร้ายมาลงโทษให้ได้ เพราะเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยม และยังเกรงว่าคนร้ายอาจจะหลบหนีไปประเทศเพื่อนบ้าน     ขณะที่ตำรวจเร่งคลี่คลายปมการเสียชีวิตอย่างเป็นปริศนา โดยหลักฐานจากวงจรปิด พบว่าผู้ตายได้เข้าไปซื้อยาลดไข้ ในร้านสะดวกซื้อภายในปั้มน้ำมันแห่งหนึ่ง จากนั้นได้ทิ้งถุงบางอย่างลงถังขยะก่อนออกจากร้าน ซึ่งเมื่อตามไปตรวจสอ พบว่าถุงขยะที่ผู้ตายทิ้งมีแผงยายาลดไข้จำนวน 5 แผง ซึ่งถูกแกะออกหมดแล้ว ในขณะที่พบยาลดไข้เพียง 1 เม็ดตกอยู่ในรถคันเกิดเหตุ                           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/BgCBnX2w20w

 16,869
สังคม-อาชญากรรม
22 ก.ค. 60

จับแล้ว คนร้ายใส่วิกปลอมเป็นคนท้อง บุกฆ่ารัดคอเศรษฐีนี เผยชนวนขัดแย้งขายฝากที่ดิน

ความคืบหน้าคดี นางนันทา จันทนา อายุ 66 ปี ถูกฆ่ารัดคอภายในบ้านหลังหนึ่ง บนถนนตัดใหม่ในลึก เขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี ซึ่งจากการตรวจสอบภาพวงจรปิดพบคนร้ายเป็นชายแต่พยายามอำพรางตัว ด้วยการใส่ชุดคลุมท้องและใส่วิกผมยาว    ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้แล้วคือ นายสุภาพ คงเกษตร อายุ 48 ปี ซึ่งจากการสอบสวนพบว่า ผู้ต้องหาได้สวมชุดคลุมท้อง ใส่วิกผมหยิก และสวมหน้ากากปิดบังใบหน้าเข้าไปยังบ้านผู้ตาย ก่อนลงมือก่อเหตุ ซึ่งปมการก่อเหตุในครั้งนี้ เนื่องจากนายสุภาพทราบว่าพี่สาวได้นำที่ดินจำนวน 9 ไร่ ในพื้นที่หมู่ 3 บ้านท่านาง ต.เขาหัวควาย อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี ไปขายฝากเมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้ว ก่อนที่จะหลุดขายฝาก จนมาถึงมือผู้ตายได้ซื้อเอาไว้ โดยนายสุภาพเคยเดินทางมาเจรจาขอที่ดินดังกล่าวคืนแต่ไม่สำเร็จ และเคยข่มขู่ว่าจะเอาน้ำกรดสาดใส่ผู้ตายมาแล้ว ก่อนจะเดินทางมาก่อเหตุดังกล่าว   เบื้องต้น ตำรวจแจ้งข้อหาข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน ก่อนควบคุมตัวเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   สำหรับประวัติของนายสุภาพ ผู้ต้องหา พบว่าเคยตกเป็นผู้ต้องหาข้อหาปลอมและใช้เอกสารสิทธิ์อันเป็นเอกสารราชการและฉ้อโกง (นำโฉนดที่ดินปลอมไปหลอกกู้ยืมเงิน) ออกหมายจับและ สามารถจับตัวได้ เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.2559 และศาลนัดส่งพยานโจทก์วันที่ 9 ส.ค.นี้ และก่อนหน้านี้เคยถูกจำคุกข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์และฆ่าผู้อื่นเมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 2540 ที่สภ.กะปง จ.พังงา โดยขณะนั้นใช้ชื่อว่าสุริยา บุญลึก ศาลจังหวัดตะกั่วป่า พิพากษาให้จำคุกตลอดชีวิต ก่อนย้ายไปรับโทษจำคุกที่เรือนจำชุมพร และพ้นโทษเมื่อวันที่ 20 ม.ค.2555 และเคยมีคดีลักทรัพย์ อีก 2คดีด้วย               ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/F711fZTd2IY    

 2,280
สังคม-อาชญากรรม
14 ก.ค. 60

คาดมือปืนผิดแผน เลยต้องฆ่ายกครัว 8 ศพ พุ่งเป้าขัดแย้งโรงโม่หิน เผยสาวสิงห์บุรีท้อง 6 เดือนเป็นเมีย ผญบ.อีกคน

คืบหน้ากรณีคนร้ายสังหารหมู่ 8 ศพ เจ็บอีก 3 รายที่บ้านนายวรยุทธ สังหลัง ผู้ใหญ่บ้าน จ.กระบี่ ซึ่งทาง จนท.ตั้งปมสังหารไว้หลายปม หนึ่งในนั้นคือความขัดแย้งในการก่อสร้างโรงโม่หิน   ทั้งนี้มีรายงานว่าผู้ใหญ่บ้าน เคยคัดค้านไม่ให้มีการก่อสร้าง แต่ต่อมาได้เปลี่ยนฝั่งเข้าไปให้การสนับสนุนให้นายทุนเข้าไปซื้อการขอประทานบัตรระเบิดภูเขาเทือกเขาเขาขาว ซึ่งมีภูเขาที่จะระเบิดหิน และมีการลงทุนกว้านซื้อที่ดินรวมทั้งชักจูงให้ชาวบ้านสนับสนุนแต่ถูกคัดค้านอย่างหนัก และวันที่ 4 เมษายน 2559 กรมศิลปากรได้ประกาศให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตโบราณสถาน ส่งผลให้ไม่สามารถเข้าทำได้ ซึ่งเป็น 1 ในประเด็นที่ตำรวจพุ่งเป้าว่าอาจทำให้เกิดความโกรธแค้นที่ลงทุนไปอย่างมาก   ในส่วนประเด็นชู้สาว มีรายงานว่า หญิงชื่อ น.ส.ตูน ชาว จ.สิงห์บุรี ได้แต่งงานถูกต้องตามหลักศาสนากับผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งทางภรรยาก็รับรู้ จากนั้นได้ย้ายไปอยู่ที่กระบี่ แต่อาศัยอยู่คนละบ้านกับภรรยาของผู้ใหญ่บ้าน ขณะนี้ น.ส.ตูนกำลังตั้งครรภ์ได้ 6 เดือน ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ญาติๆ ก็รู้สึกเป็นห่วง ทั้งนี้คาดว่าคงจะเดินทางกลับมาอาศัยอยู่ที่สิงห์บุรีในอีกไม่นานนี้   ส่วนที่มีข่าวว่า เป็นเศรษฐีนีนั้น ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด น.ส.นุกูลมีฐานะปานกลาง เคยทำงานโรงงาน รู้จักกับผู้ใหญ่บ้านได้ประมาณปีกว่าๆ ก่อนที่จะเดินทางไปอยู่ด้วยกันที่จังหวัดกระบี่   ด้านญาติสนิทกับครอบครัวของผู้ใหญ่บ้านรายดังกล่าวที่เสียชีวิต โดยกล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นนั้นมีการตั้งประเด็นไปหลากหลาย แต่ตนเชื่อว่ามาจากเรื่องที่สาธารณะที่ผู้ใหญ่ไปทวงคืน และมีการฟ้องร้องกันอยู่ ส่วนโรงโม่นั้นไม่น่าจะเป็นไปได้ แม้จะมีการลงทุนซื้อที่ดินกว่า 20 ล้านบาทจากเงินของเพื่อนผู้ใหญ่ ที่ไปชักชวนกันมาทำ เพราะผู้ใหญ่กับเพื่อนรายดังกล่าวมีความสนิทสนมกันมาก ช่วยเหลือกันมาทุกอย่างตั้งแต่เด็กจนถึงปัจจุบันและเป็นคนร่ำรวย เช่นเดียวกับกรณีเมียน้อยของผู้ใหญ่ที่อยู่ จ.สิงบุรี ก็เป็นคนมีฐานะ ช่วยเหลือผู้ใหญ่มาตลอดเช่นกัน   ส่วนการสังหารครั้งนี้คาดว่าคนร้ายที่มีไม่ต่ำกว่า 6-7 คนนั้น ต้องรู้จักผู้ใหญ่และคนในบ้านเป็นอย่างดี จึงได้ลงมือสังหารทุกคนที่เห็นหน้า และเว้นไว้แค่ลูกสาวผู้ใหญ่ อายุ 3 เดือน 1 คน ซึ่งขณะเกิดเหตุเมียผู้ใหญ่ได้ห่อไว้ในผ้าห่มข้างศพภายในห้องนอนเท่านั้น   ทั้งนี้เชื่อว่ามือปืนอาจวางแผนให้ไขว้เขวว่าคดีนี้เป็นฝีมือของนายวรยุทธ ยิงเมียและลูกก่อนฆ่าตัวตายตาม โดยคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนขนาด .38 มม.ของนายวรยุทธจ่อยิงศีรษะสมาชิกในบ้านทีละคน เพื่อจัดฉากว่าเป็นฝีมือของนายวรยุทธ เพื่อให้เจ้าหน้าที่หลงประเด็นการสังหาร แต่แผนนี้ไม่สำเร็จเนื่องจากวันเกิดเหตุได้มีสมาชิกครอบครัวพริกดำอยู่ในบ้านที่เกิดเหตุด้วย จึงจำเป็นต้องฆ่าปิดปากพยานทั้งหมด      ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/V6bqMUEogsM    

 121,768
สังคม-อาชญากรรม
13 ก.ค. 60

เจาะปมฆ่ายกครัว ผญบ.กระบี่ เร่งสอบเศรษฐีนีสิงห์บุรี ตร.ยันภาพสเก็ตช์ในเน็ตไม่ใช่คนร้าย

จากกรณีเหตุอุกฉกรรจ์ กลุ่มคนร้ายไม่ต่ำกว่า 6-7 คน อาวุธปืนครบมือ แต่งชุดลายพราง เข้าไปที่บ้านของนายวรยุทธ สังหลัง อายุ 46 ปี ผู้ใหญ่บ้าน บ้านเขางาม หมู่ที่ 1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก  ก่อนจับคนในบ้านและญาติๆ ของภรรยานายวรยุทธ และครอบครัว รวม 11 คน ก่อนลงมือสังหารอย่างโหดเหี้ยม โดยใช้ปืน .38 ของผู้ใหญ่บ้านยิงศีรษะทีละคน จนเสียชีวิต 8 คน และบาดเจ็บ 3 คน เหตุเกิดเมื่อเวลา 00.30 น.คืนวันที่ 11 ก.ค.ที่ผ่านมา   เบื้องต้นพบมีชนวนการสังหารมาจาก 4 ประเด็น คือ เรื่องขัดแย้งการเมืองท้องถิ่น การฟ้องร้องหลายคดี รวมทั้งโรงโม่หินที่อยู่ระหว่างการสัมปทาน ที่มีความขัดแย้งออกเป็น 2 กลุ่ม และปมชู้สาว   จากการตั้งปมว่าเศรษฐีนีสาว จ.สิงห์บุรีมาติดพันผู้ใหญ่บ้านมีการซื้อบ้าน ซื้อรถให้กัน ซึ่งจากการสอบสวนล่าสุดมีรายงานว่า สุภาพสตรีคนนี้ยังอยู่ใน จ.กระบี่ ขณะที่ชาวบ้านเผยมีหญิงสาวชื่อ น.ส.ตูน พักอยู่กับแม่ที่สิงห์บุรี แต่ได้มาพบรักกับผู้ใหญ่บ้าน จึงย้ายมาอยู่ที่กระบี่ และส่งเงินไปให้แม่ที่สิงห์บุรี วันเกิดเหตุได้กลับไปเยี่ยมแม่ที่บ้าน เมื่อทราบข่าวจึงรีบกลับมายังจุดเกิดเหตุ คนใกล้ชิดเปิดเผยว่า น.ส.ตูนเป็นหญิง มีนิสัยอ่อนโยน รักเด็ก ฐานะปานกลาง ไม่ได้ร่ำรวย ทั้งนี้ยังไม่มีข้อมูลว่า น.ส.ตูนคนนี้เป็นเศรษฐีนีตามที่หลายคนตั้งข้อสงสัยหรือไม่   ด้านนายมนัส ชูบุตร นายก อบต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก ซึ่งถูกระบุว่า ทางผู้ใหญ่บ้านได้ฟ้องร้องกล่าวหาในมาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ยอมให้ความร่วมมือในการนำที่ดิน นสล. หรือที่ดินหลวงเนื้อที่ประมาณเกือบ 100 ไร่ที่ชาวบ้านบุกรุกปลูกสร้างบ้านประมาณ 10 ครอบครัว แต่ อบต.ไม่ให้ความร่วมมือ ซึ่งอาจเป็นหนึ่งในความขัดแย้งนั้น นายก อบต.บ้านกลาง กล่าวว่า ทางตนทำไปตามหน้าที่ ซึ่งไม่ได้ละเลย แต่ได้ทำการสอบสวนสิทธิ์ตามกฎหมายขั้นตอนปฏิบัติทุกประการ ซึ่งอาจต้องใช้เวลาในการสอบสวนสิทธิ์ ส่วนการขัดแย้งนั้นเป็นเรื่องปกติที่การทำงานย่อมต้องมีบ้าง แต่ไม่ถึงขั้นต้องทำร้ายใดๆ และการสังหารในครั้งนี้โหดเหี้ยมอย่างมาก ไม่เคยเกิดขึ้นในกระบี่มาก่อน   ขณะที่ พล.ต.ท.ธเนตร์ พิณเมืองงาม ผู้ช่วย ผบ.ตร. รักษาการ ผบช.ภ.8 ระบุประเด็นการสังหารในครั้งนี้ ยังคงมุ่งไปที่ 4 ประเด็นหลัก ประกอบด้วยการขัดแย้งเรื่องที่ นสล. ซึ่งได้มีการฟ้องร้องนักการเมืองท้องถิ่น การสัมปทานโรงโม่หิน ยาเสพติด และเรื่องส่วนตัว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวน ส่วนกรณีที่มีอาวุธปืนหายไปนั้นพบว่าหายไปหลายกระบอกอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ส่วนกรณีภาพสเก็ตช์คนร้ายที่มีการเผยแพร่นั้นไม่ใช่คนร้าย ขณะนี้ยังไม่มีการสเก็ตช์ภาพออกมา แต่อย่างใด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Pz3vsAK2hNs 

 19,485
ข่าวภูมิภาค
11 มิ.ย. 60

พบศพเศรษฐีนีวัย70 เจ้าของสวนลำไยเมืองจันท์ถูกฆ่าโหด

เกิดเหตุคนร้ายฆ่าโหด นางวิไล  จิตรสุนทร  อายุ 70 ปี เศรษฐีนีเจ้าของสวนลำไยใน จ.จันทบุรี โดยสภาพศพมีบาดแผลถูกของแข็งตีที่ศีรษะและพบท่อนไม้เปื้อนเลือดในที่เกิดเหตุ  คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง  ส่วนรถกระบะของผู้เสียชีวิตตกอยู่ในท้องร่องห่างจากศพ 200 เมตร บริเวณประตูรถยังพบเศษชิ้นเนื้อมนุษย์ติดอยู่คาดว่าเป็นของผู้เสียชีวิต   จากการสอบสวนหลานชายทราบว่า นางวิไลเป็นเศรษฐีนี เจ้าของสวนลำไยหลายร้อยไร่ เมื่อวานหลังเลิกงานได้พาคนงานไทยและกัมพูชาไปเที่ยวร้านคาราโอเกะ แต่เงินที่เตรียมไปไม่พอจ่ายค่าอาหารจึงกลับมาเอาเงินที่บ้าน  แต่ขากลับไปที่ร้านคาราโอเกะกลับถูกสังหารภายในรถ และนำศพไปทิ้งอำพราง ส่วนรถตกท้องร่อง ก่อนที่คนร้ายจะทิ้งรถและนำเงินของผู้เสียชีวิตหลบหนีไปอย่างลอยนวล           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/ddfQZXZ486Y    

 91,449
สังคม-อาชญากรรม
29 ก.ย. 59

ทนายสงกานต์ร้อง ผบช.น.ช่วยเศรษฐีนีถูกลูกเลี้ยงวางยา หลอกโอนเงิน 20 ล้านบาท

นายสงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ เดินทางมาขอความช่วยเหลือฉุกเฉินกับ พลตำรวจโทศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กรณีหัวหน้าพยาบาล โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ได้ทำหนังสือบันทึกข้อความขอความช่วยเหลือให้ช่วยเศรษฐีนีคนหนึ่ง ที่ถูกลูกเลี้ยงบังคับให้กินยากล่อมประสาท และพาตัวไปถอนเงินจากธนาคารแห่งหนึ่งกว่า 20 ล้านบาท โดยล่าสุดลูกเลี้ยงได้รับตัวเศรษฐีนีรายดังกล่าวกลับบ้านแล้ว พยาบาลจึงเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย จึงเข้าขอความช่วยเหลือให้ไปรับตัวเศรษฐีนีคนดังกล่าวออกมาจากบ้าน ย่านพุทธมณฑลสาย 3  ซึ่งเรื่องนี้เป็นความประสงค์ของเศรษฐีนีคนดังกล่าวเอง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/e6VuVsc3xi8  

 1,486
ข่าวภูมิภาค
19 ก.ย. 59

หญิงวัย 53 ร้องเรียนถูกสามีต่างชาติโกงหุ้น คดีถึงที่สุดกลับไม่ได้หุ้นคืน

นนทบุรี-เศรษฐีนี อายุ 53 ปี ร้องเรียนถูกสามีชาวเดนมาร์ก โกงหุ้น กว่า 100 ล้านบาท สู้คดี 7 ปี จนชนะ และศาลมีคำสั่งให้โอนหุ้นคืน เพราะการโอนหุ้นดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่เมื่อติดต่อกับนายทะเบียนกระทรวงพาณิชย์ กับพบว่าไม่สามารถที่จะโอนหุ้นและตำแหน่งกรรมการคืนให้ได้ ทำให้ไม่เข้าใจว่าทำไมคำสั่งศาลถึงยังใช้ไม่ได้ จึงร้องเรียนเพื่อวอนขอให้นายกรัฐมนตรี ช่วยเหลือ และอยากขอความเป็นธรรมให้กับตัวเอง เพราะตอนนี้ก็ไม่สามารถติดต่อกับสามีผู้ก่อเหตุได้แล้ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vKICSE0CnzU  

 1,448
สังคม-อาชญากรรม
15 ก.ค. 59

น้องเศรษฐีนีอุดรฯ แฉพี่สาวถูกหญิงไก่หลอกให้โอนที่ดินก่อนตาย ตร.สอบหมออุดม แพทย์ผู้ทำการรักษา

ความคืบหน้ากรณีการเสียชีวิตอย่างมีพิรุธของนางฉวีวรรณ ตั้งวิริยะกุล เศรษฐีนีชาวอุดรธานีที่คาดว่าหญิงไก่ หรือนางนางมณตา หยกรัตนกาญ มีส่วนเกี่ยวข้อง ล่าสุดนางโฉมศรี ประจันตะเสน อายุ 75 ปีน้องสาวของเศรษฐีนี ได้ระบุว่าสมัยก่อนคุณพ่อและคุณแม่ได้ขายทีดินแถวนี้และแถวตลาดรังสินาแบ่งให้ลูกๆ ทั้ง 5 คนรวมทั้งนางฉวีวรรณด้วย นางฉวีวรรณจะได้เยอะกว่าเพื่อนและได้เยอะกว่าเพื่อรวมถึงบ้านเลขที่ 31/2 ที่เป็นข่าวว่าหญิงไก่นำไปขาย 8 ไร่แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่เป็น 2 งาน 86 ตารางวา ราคาประเมินตอนนั้น 8 ล้านบาท ที่ผ่านมาเห็นหญิงไก่จะเดินทางมาที่นี่บ่อย พร้อมลูกน้องที่ติดตามมาเยอะมากมีรถตร.นำทางมาด้วย แต่ในช่วงนั้นตนเองและนางฉวีวรรณผิดใจกัน เพราะนางฉวีวรรณไล่แม่ทองคำซึ่งเป็นแม่ตนเองออกจากบ้านและมีเรื่องมีราวเกี่ยวกับหญิงไก่ที่นำตู้เซฟของแม่ทองคำไปด้วยบอกว่าจะเอาไปเป็นค่าใช้จ่ายรักษานางฉวีวรรณแต่เอาไปได้วันเดียวก็เอากลับคืนมาแต่สิ่งมีค่าในตู้เซฟพวกสร้อยคอทองคำของพ่อ 5 บาท ของแม่ทองคำ 5 บาทสร้อยแขน แหวน 2 วง พระเลี่ยมทองในตู้เซฟได้มาไม่ครบอย่างสร้อยของแม่ทองคำเอาไปให้ร้านทองดูปรากฏว่าเป็นของปลอม และไปแจ้งความแต่เรื่องไม่คืบหน้าก็เลยเงียบไป เรายังงงเอาไปวันเดียวกลับมาได้ของไม่หมดแล้วยังได้ของปลอมอีก ส่วนเรื่องนางฉวีวรรณหายตัวไปนั้นวันที่ 26 พฤศจิกายน 46 หญิงไก่และลูกน้องประคองนางฉวีวรรณไปบอกว่าจะพาไปรักษา มาทราบข่าววันที่ 2 ธ.ค.ว่าเสียชีวิตแล้วโดยหญิงไก่โทรมาบอกว่าน้องชายว่านางฉวีวรรณได้ตายแล้ว แต่หญิงไก่เผาและจัดการเองหมดเราก็อยากไปงานศพแต่ก็กลัวอิทธิพลเขาเลยไม่ได้ไปประกอบกับเขาโทรมาบอกตอนเผาเสร็จแล้วด้วย ขณะที่นายแพทย์อุดม แพะเจริญชัย เจ้าของคลินิกหมออุดม ถ.นิตโย อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร ซึ่งเป็นที่ทำการรักษา นางฉวีวรรณ ก่อนเสียชีวิตจากโรคมะเร็งตับ ระบุว่านางฉวีวรรณได้มารับการรักษาเมื่อปี 2546 เบื้องต้นแรกเห็นจะแต่งตัวธรรมดา ไม่มีท่าทีจะเป็นเศรษฐินี ระหว่างการรักษา ตรวจพบมีจุดในตับ 3 จุด ความหมายว่าท่อน้ำดีอุดตันไม่เป็นนิ่วก็เป็นมะเร็ง และพบการอักเสบในตับ 65 หน่วย เพิ่มสูงขึ้นทุกครั้งเมื่อทำการตรวจ รวมทำการรักษา 16 ครั้ง ลุกลามจนเป็นมะเร็งตับ แปลกใจทุกครั้งจะเห็นนางฉวีวรรณมาคลินิกคนเดียวโดยไม่มีญาติมาด้วย สุดท้ายนางฉวีวรรณ ได้เดินทางมาพบตนอีก เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2546 เพื่อขออยู่ใกล้หมอ เนื่องจากเหนื่อยอ่อนแรง แต่ตนยืนยันว่าตนไม่สามารถให้คนไข้นอนรักษาแบบโรงพยาบาลได้ แต่นางฉวีวรรณตัดสินใจพักอยู่ ระหว่างนั้นรักษาตามอาการ ตามระเบียบที่คลินิกจะทำได้ กระทั่ง วันที่ 2 ธันวาคม 2546 เวลา 09.30 น.นางฉวีวรรณ ได้เสียชีวิตลงจากโรคมะเร็งตับ     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JEmpzI9ZSoc

 11,530
สังคม-อาชญากรรม
14 ก.ค. 59

ราชทัณฑ์ยัน 'หญิงไก่' ยังมีชีวิตอยู่ พบมีเอี่ยวคดีเศรษฐีนี อุดรฯเสียชีวิตมีพิรุธ

กรมราชทัณฑ์ปฏิเสธข่าวลือว่า นางมณตา หยกรัตนกาญ หรือหญิงไก่ ป่วยและเสียชีวิตในทัณฑสถานหญิงกลาง โดน จนท.ได้ทำการตรวจร่างกายพบว่า สภาพร่างกายปกติ แต่มีภาวะเครียดบ้างเล็กน้อย เช่นเดียวกับผู้ถูกควบคุมตัวรายอื่น ๆ ที่มักจะมีอาการเครียดในช่วงแรกที่ต้องเข้าเรือนจำ ทั้งนี้ในส่วนการคลี่คลายคดีการหายตัวไปของเศรษฐีนีที่ จ.อุดรธานี หลังพบว่าหญิงไก่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของเศรษฐีนีคนดังกล่าว มีพยานให้การว่า เมื่อราวปี 2546 หญิงไก่ได้เคยเข้ามาติดต่อขอซื้อที่จริง โดยมาพร้อมกับ สามีเก่าของเศรษฐีนี ต่อมาเศรษฐีนีได้เข้ารักษาตัวเพียง 7 วัน จึงเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งตับเมื่อวันที่ 2 ธ.ค. ปี 2546  จากนั้นได้นำศพเศรษฐีนีไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดศรีสว่าง จ.สกลนคร ก่อนที่จะทำการณาปนกิจ ซึ่งจัดการศพโดยใช้เวลาเพียง 1 วัน มีชื่อหญิงไก่เป็นผู้แจ้งตาย ภายหลังการเสียชีวิตของเศรษฐีนี ที่ดินแปลงดังกล่าวถูกโอนเป็นกรรมสิทธิ์ของสามีเก่า และถูกขายให้กับผู้อื่นในราคา 8 ล้านบาท ปัจจุบันพบว่าที่ดินดังกล่าวถูกปลูกสร้างเป็นบ้านที่พักอาศัย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/g79FAx0okoQ 

 10,977
สังคม-อาชญากรรม
05 ม.ค. 58

ญาติยันหญิงพลัดตกหน้าผาที่ภูฏานไม่ได้ถ่ายเซลฟี่

จากกรณี นางนวรัตน์ บวรจิรภัทร์ อายุ 54 ปีเศรษฐีนีเจ้าของบริษัท หลุยส์เครน แอนด์ ทรานสปอร์ต ที่พลัดตกเหวเสียชีวิต ในขณะที่เดินทางไปเที่ยวที่ประเทศภูฎาน และมีกระแสข่าวว่าผู้ตายใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพตัวเอง หรือ ‘เซลฟี่’ ตรงบริเวณจุดเกิดเหตุ จนทำให้เสียหลักตกลงไปเสียชีวิตนั้น ล่าสุด ญาติยืนยัน นางนวรัตน์ ไม่นิยมเล่นหรือใช้โซเชียลฯในชีวิตประจำวัน ทั้งไลน์และเฟซบุ๊ก โดยการเดินทางไปครั้งนี้ได้ไปกับกลุ่มทัวร์ เพื่อท่องเที่ยวไหว้พระที่ประเทศภูฎาน ยืนยันว่าการเสียชีวิตเป็นเพียงอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินลงจากเขา ไม่ได้เกี่ยวกับการเซลฟี่แต่อย่างใด และขอขอบคุณไปยังกษัตริย์จิกมี ประเทศภูฎาน ที่ให้การอำนวยความสะดวกในการส่งศพกลับมาบำเพ็ญกุศลที่ประเทศไทย

 67,132
สังคม-อาชญากรรม
07 พ.ย. 57

สาวโผล่แจ้งความถูกมือปาดคอชิงเบนซ์เศรษฐีนี เชิดรถกระบะหายสาบสูญ

ผู้เสียหายสาวโผล่แจ้งความถูกมือปาดคอชิงเบนซ์เศรษฐีนีย่านทองหล่อ เชิดรถกระบะหายสาบสูญ ด้านผู้ต้องหาให้การว่าได้ยืมรถไปแต่ถูกโจรขโมยหายไป 

 11,398
สังคม-อาชญากรรม
06 พ.ย. 57

จับแล้ว อดีตคนขับรถปาดคอชิงเบนซ์เศรษฐีนี หนีกบดานมุกดาหาร

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร ได้จับกุม นายธีรพัฒน์ แก้วไซอินทร์ อายุ 38 ปี อดีตคนขับรถของเศรษฐีนีวัย 54 ปี ที่ก่อเหตุปาดคอและชิงรถเบนซ์ผู้เป็นเจ้านายเก่า ขณะหนีกบดานพร้อมแฟนสาว เพื่อเตรียมเดินทางไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

 12,678

Top