ค้นหา :

ผลการค้นหา "สตช"

การเมืองเข้มข้น
03 ส.ค. 62

'บิ๊กตู่' สั่งห้าม ตร. ซื้อขายตำแหน่งกันเด็ดขาด!

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เดินทางไปประชุมคณะกรรมการตำรวจ ที่ สตช. โดยมีอยู่ช่วงหนึ่งนายกฯพูดถึงเรื่องการห้ามซื้อขายตำแหน่งโดยเด็ดขาด    มีการแก้ไขกฎระเบียบเรื่องของการเลื่อนตำแหน่ง นายกฯบอกว่า ให้นับอาวุโส คล้ายคลึงกับทหารในปัจจุบัน ผมยืนยันว่าไม่ให้มีการซื้อขายตำแหน่งโดยเด็ดขาด และการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้เป็นไปด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ยุติธรรม ไม่ให้ถูกกล่าวหา มันเสียชื่อผม        รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/I2C1VW-AMlc

 888
สังคม-อาชญากรรม
03 ส.ค. 62

จับกุมผู้ต้องสงสัย 2 คน วางระเบิดหน้า สตช.

เจ้าหน้าที่ตำรวจจับ 2 ผู้ต้องสงสัย วางระเบิดหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ สตช. ขณะนั่งรถทัวร์ กรุงเทพฯ-นราธิวาส ผ่านด่านตรวจปฐมพร อ.เมือง จ.ชุมพร   ขณะจับกุมทั้งคู่นั่งอยู่เบาะติดกัน ข้างตัวมีกล่องขนม ภายในกล่องพบขวดโลหะทรงกลม พร้อมฝาปิดด้านบน มีสายไฟ ถ่านไฟขนาดเล็กพันอยู่ ลักษณะคล้ายระเบิด   ล่าสุดตรวจสอบไปที่ พล.ต.ท. สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. ระบุว่า ผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 คน ถูกควบคุมตัวอยู่ที่ศูนย์ปฏิบัติการจังหวัดชายแดนใต้ ที่ จ.ยะลา เพื่อทำการสอบสวน   เบื้องต้นยังไม่มีการแจ้งข้อหาใดๆทั้งสิ้น ทั้ง 2 คน ยังคงเป็นผู้ต้องสงสัยอยู่ การสอบสวนต้องใช้เวลา เพราะทั้ง 2 พูดภาษายาวีเป็นส่วนใหญ่ พูดไทยได้เพียงเล็กน้อย   เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตรวจสอบจากกล้องวงจรปิด พบว่าชายต้องสงสัยเสื้อเหลือง เดินอยู่หน้า สตช. ก่อนจะนำวัตถุบางอย่างออกมาจากกระเป๋า วางไว้ที่ป้าย สตช. ซึ่งในภาพจะเห็นแค่คนเดียว แต่จริงๆมีอีกคนดูต้นทางอยู่   หลังจากนั้น ชายเสื้อเหลือง นัดหมายกับอีกคนไปเจอกันที่สกายวอล์ค ก่อนเดินเข้าห้าง และเปลี่ยนชุดอำพราง ก่อนมาเรียกแท็กซี่ให้ไปส่งที่สถานีรถทัวร์สายใต้ แล้วซื้อตั๋วไปหาดใหญ่ จ.สงขลา   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/6fO3aXuO2Ck

 176
สังคม-อาชญากรรม
02 ส.ค. 62

วงจรปิดจับชายต้องสงสัย วางระเบิดปลอมหน้า สตช. ก่อนไม่รอด ถูกจับได้ที่ชุมพร

เมื่อเวลา 15.40 น.ของวันที่ 1 ส.ค.2562 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เจ้าหน้าที่ตำรวจพบวัตถุต้องสงสัยบริเวณใต้ป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถนนพระรามที่ 1   ข่าวที่เกี่ยวข้อง : เร่งล่า ชายปริศนาทิ้งวัตถุต้องสงสัยหน้า สตช. คาดหวังสร้างสถานการณ์ ผบ.ตร.สั่งคุมเข้มความปลอดภัย     เบื้องต้นพยานใกล้เคียงให้การว่า พบชายต้องสงสัยลักษณะผอมสวมเสื้อเหลือง กางเกงขายาวสีดำ สะพายกระเป๋า และสวมรองเท้าผ้าใบสีดำ สวมหมวกสีดำและหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า ก่อนโยนวัตถุต้องสงสัยเข้าบริเวณใต้ป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ริมถนนพระราม 1 โดยวัตถุต้องสงสัยดังกล่าวเป็นกล่องน้ำผลไม้ ลักษณะมีหลอดไฟกระพริบสีเขียว อยู่ข้างถุงกระสอบสีเขียว หลังจากนำวัตถุดังกล่าวมาทิ้ง ชายคนดังกล่าวได้วิ่งหลบหนีขึ้นไปบนบีทีเอสสถานีสยาม     ภายหลังผ่านมา 2ชั่วโมง เจ้าหน้าที่อีโอดี และตำรวจพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.)ได้ประเมินสถานการณ์เพื่อวางแผนดำเนินการเก็บกู้ โดยได้ได้ปิดการจราจรถนนพระรามที่1 ทั้งขาเข้าและขาออกตั้งแต่แยกราชประสงค์ จนถึงแยกเฉลิมเผ่า และปิดทางการเดินสกายวอล์ค ห้ามผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าใกล้รัศมี 1 ก.ม. ก่อนตัดสินใจใช่ปืนน้ำแรงดันสูงยิงทำลาย     จากการเข้าตรวจสอบวัตถุดังกล่าวอย่างละเอียด มีรายงานเบื้องต้นพบว่าวัตถุที่พบเป็นระเบิดปลอม ที่มีการต่อสายไฟ แผงวงจร มีเม็ดลูกปราย ให้ดูคล้ายระเบิดแสวงเครื่อง จำนวน 2 กล่อง แต่ไม่สามารถระเบิดได้จริง เนื่องจากไม่มีดินระเบิด คาดต้องการป่วนเจ้าหน้าที่   ขณะภาพจากกล้องวงจรปิด จับภาพชายต้องสงสัย สวมเสื้อสีเหลือง ปิดบังใบหน้าและท่างมีพิรุธ ด่อมๆ มองๆ ก่อนจะนั่งลงและหยิบคล้ายวัตถุในกระเป๋าสะพายออกมาวางไว้หน้าป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติก่อนจะหลบหนีไปขึ้นบีทีเอส สถานีสยาม   ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้ (2 ส.ค.)เวลา 13.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะเดินทางมาเป็นประธานประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร.เป็นครั้งแรก ที่ห้องประชุม ศรียานนท์ อาคาร 1 ตร.ด้วย   อย่างไรก็ตาม ล่าสุดมีรายงานว่าจับกุมตัวชายผู้นำระเบิดปลอมมาวางหน้า สตช.ได้แล้ว โดยมีการเปลี่ยนเสื้อผ้าอำพรางตัว ก่อนขึ้นรถทัวร์หนีลงใต้ และไปถูกจับได้ที่ จ.ชุมพร ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/6E0zji599DE

 1,045
สังคม-อาชญากรรม
02 ส.ค. 62

รวบทันควัน! มือวางระเบิดปลอมหน้า สตช. เปลี่ยนชุดหนีลงใต้ จับได้ที่ชุมพร

จากกรณีชายต้องสงสัยวางวัตถุต้องสงสัยเป็นระเบิดปลอม ใต้ป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ริมถนนพระราม 1 ล่าสุดมีรายงานว่า ทางตำรวจชุดสืบสวน สามารถจับกุมชายต้องสงสัย จำนวน 2 ราย ได้บนรถขนส่งผู้โดยสาร บขส. ขณะเข้าจุดตรวจปฐมพร ถนนเพชรเกษม ตำบลวังไผ่ อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร   ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ชายปริศนาทิ้งวัตถุต้องสงสัยหน้า สตช. คาดหวังสร้างสถานการณ์ ผบ.ตร.สั่งคุมเข้มความปลอดภัย     สืบเนื่องมาจากภายหลังเกิดเหตุ ทางตำรวจชุดสืบสวนได้เร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดทันที จนพบว่าผู้ก่อเหตุ มีจำนวน 2 ราย โดยรายแรกทำหน้าที่ดูต้นทางอยู่บริเวณใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ ส่วนอีกรายที่ปรากฎตามกล้องวงจรปิดนั้น หลังก่อเหตุได้เดินไปพบกันที่จุดนัดพบบนสกายวอร์ค สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสยาม ก่อนพากันเข้าไปยังห้างสยามพารากอน   จากนั้นผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 ราย ได้เข้าไปเปลี่ยนชุดเพื่ออำพรางสายตาของเจ้าหน้าที่ ต่อมาได้เดินไปขึ้นรถแท็กซี่ไปลงที่บริเวณสวนจตุจักร ริมถนนพหลโยธิน และต่อรถแท็กซี่อีกคันไปยังสถานีขนส่งกรุงเทพ (หมอชิต2) แล้วเข้าไปเปลี่ยนชุดอีกครั้งในห้องน้ำของสถานี และซื้อตั๋วรถโดยสาร เพื่อหลบหนีลงจังหวัดทางภาคใต้   กระทั่งมาถูกจับกุมได้ที่ จ.ชุมพร อย่างไรก็ตามทางตำรวจอยู่ระหว่างนำตัวมาให้ทางผู้บังบัญชาทำการสอบสวนขยายผลอีกครั้ง และแถลงรายละเอียดของคดี ก่อนนำตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/lJDEPWSXsm4

 4,479
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
02 ส.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 11 ม.ค.62 พระสุรเสียงสมเด็จพระราชินี-ระเบิดปลอมป่วน สตช.-หวยออกเลขซ้ำกัน

- สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานเปิดงานวันสตรีไทย ประจำปี 2562 ณ อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จัดภายใต้แนวคิด สายธารแห่งพระบารมี สู่การพัฒนาสตรีที่ยั่งยืน ในการนี้ทรงมีพระราชดำรัสเปิดงานและทอดพระเนตรนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ตลอดจนนิทรรศการของสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และของภาคีเครือข่าย พระสุรเสียง 'พระราชินี' ทรงเปิดงานวันสตรีไทย ประจำปี ๒๕๖๒   -ชายปริศนาใส่เสื้อเหลืองวางระเบิดปลอม ป่วนหน้า สตช. วงจรปิดจับภาพชายสวมหมวก สวมหน้ากากอนามัย  นำวัตถุต้องสงสัย มาซุกไว้ที่พุ่มไม้ใต้ป้าย สตช. เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพบตรวจ 2 กล่อง มีตลับลูกปืนอัดแน่น วัตถุคล้ายแผงวงจรไฟฟ้า แต่ไม่มีดินระเบิด เชื่อเป็นการสร้างสถานการณ์ก่อนนายกฯ เดินทางมามอบนโยบายเพียงวันเดียว ล่าสุดนายกฯสั่งล่าชายป่วน ขอ ปชช. อย่าตื่นตระหนก รวบทันควัน! มือวางระเบิดปลอมหน้า สตช. เปลี่ยนชุดหนีลงใต้ จับได้ที่ชุมพร      -วิษณุย้ำไม่ตอบคำถามกรณีฝ่ายค้านตั้งข้อสงสัย ครม.ถวายสัตย์ไม่ครบ ระบุวันนึงจะรู้เองว่า ทำไมไม่ควรพูด ด้านพรรคเพื่อไทยยันฝ่ายค้านจะตรวจสอบกรณีต่อ หลังพยายามแจงตอรัฐบาลว่าการกระทำดังกล่าวไม่ชอบด้วย รธน.แต่นายกฯไม่ตอบคำถาม กลับทำให้สังคมตั้งข้อสงสัยต่อ หากถูกชี้ว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย ภารกิจต่างๆของรัฐบาลอาจเป็นโมฆะ 'วิษณุ' ปัดตอบปมถวายสัตย์ 'ปิยบุตร' งัดหนังสือ 'หลังม่านการเมือง' ที่วิษณุเขียนมาโต้      -สนธิรัตน์โต้สุดารัตน์ ยันไม่มีใครย้ายมาพลังประชารัฐเพราะคดีความ แจงในพรรคเองก็โดนคดีหลายคนอยู่ ด้านสุชาติ ชมกลิ่น ท้าสาบานไม่มีเงื่อนไขเรื่องคดีความมาต่อรอง แขวะหญิงหน่อยอย่าพูดเอาดีคนเดียว เย้ยบางคนอยู่เพื่อไทยไม่มีความสุข นักการเมืองควรพูดความจริง อย่าให้ร้ายกัน พปชร.โต้ ส.ส.ย้ายพรรคแลกคดี แจงเพื่อไทยเปลี่ยนไป อยู่แล้วไม่มีความสุข    -กรมการค้าภายในเตรียมคุมค่าทำฟันแพงมหาโหด จัดฟันเด็กคิด 5 หมื่น ทำรากฟันเทียม 6-7 หมื่น ส่งฟนังสือหารือทันตแพทยสภา เบื้องต้นคุม รพ.เอกชนก่อน อนาคตจะขยายคุมคลินิกด้วย กรมการค้าภายใน จ่อคุมราคาค่าทำฟันมหาโหด เล็งเริ่ม รพ.เอกชนก่อนขยายคลินิก   -รุมต้านหวย 12 นักษัตร ชี้เอื้อเจ้ามือหวยใต้ดิน ส่งเสริมการพนันนอกระบบ เครือข่ายต้านมองสู้หวยใต้ดินไม่ได้ เหมือนเพิ่มบ่อนการพนันมากกว่า นักวิชาการชี้เพิ่มหวยบนดิน 2-3ตัวสู้ดีกว่า ศรีสุวรรณซัดรัฐบาลถังแตก หารายได้จากการมอมเมาปชช.เตรียมชวนลงชื่อคัดค้าน ร้องศาลปกครอง ชี้โอกาสถูกรางวัลที่ 1 น้อยมาก อยู่ที่ 1 ในล้าน แก้ปัญหาหวยใต้ดืนไม่ได้ ประสานเสียงค้าน ออกหวยรูปภาพ 12 นักษัตร 'ศรีสุวรรณ' จ่อร้องศาล ซัดรัฐถังแตก มอมเมา ปชช.   -คุมตัวพ่อแม่วัยใสฆ่าลูกในไส้ที่เพิ่งคลอด ใช้น้ำยาล้างห้องน้ำกรอกปาก หยอดตา-จมูก ใส่ถุงดำโยนทิ้งคอนโด ทั้งที่เด็กยังหายใจ นำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ แม่อายุ 18 ปี อ้างที่ไม่รู้ว่าท้อง คิดว่าตัวเองอ้วน ที่ต้องฆ่าเพราะไม่ได้ตั้งใจให้เกิด และท้องในวัยที่ยังไม่พร้อม ส่วนพ่ออายุ 23 ปี อ้างไม่รู้ว่าแฟนท้อง แฟนใช้ให้ไปซื้อผ้านามัย ตร.นำถุงห่อศพ และกรดาษเปื้อนเลือด ให้ผู้ต้องหากราบขอขมา     ตร.เผยจับผู้ต้องหาได้ 10.22 น. ยังไม่ทันสอบปากคำ รพ.โทรแจ้งเด็กเสียชีวิต 10.25 น. เชื่อเด็กรอทวงคืนความยุติธรรม แจ้งข้อหาฆ๋าคนตายโดยเจตนา คุมตัวฝากขังค้านประกันตัววันนี้ ทำแผนพ่อแม่วัยใสใจยักษ์ ใช้น้ำยาล้างห้องน้ำกรอกปากลูก-โยนทิ้งจากตึก ตร.อึ้งเด็กตาย หลังจับได้ไม่กี่นาที   -เปิดปฏิบัติการยาสวยสังหารครั้งที่ 2 บุกหมู่บ้านหรูจับสาวทำหน้าที่คนกลาง ระหว่างนายทุนกับแพทย์ ดูแลการเงิน ปลอมเอกสารสั่งยามาผลิตเป็นยาลดความอ้วน เงินหมุนเวียนต่อวัน 20 ล้าน นอกจากนี้ยังจับ นพ.สั่งยาจาก อย.ออกนอกระบบ อย.แถลงพบสารตัวใหม่เจือปนในอาหารเสริม เริ่มใช้แทนไซบูทรามีน เปิดปฏิบัติการยาสวยสังหาร ทลายเครือข่ายขายยาลดความอ้วน จับคนกลาง-แพทย์ร่วมขบวนการ    -นาทีสลดชายพิการคลานออกจากบ้านไปบนถนน ก่อนโดนปิคอัพขับลากศพติดใต้ท้องรถไปตลาดสดอุดร  40 กม. แม่ค้าเผยชายหญิงในรถกระบะ น่าจะเป็นพ่อค้าจรมาซื้อของ หลังรู้ว่ามีศพติดก็ถอยรถเข้าออก จนศพหลุดออกมา ก่อนขับรถหนี ตร.เผยกระบะผ่อนหมดแล้วแต่โอนลอยไว้ยังไม่ได้เปลี่ยนชื่อ มีการไปขายต่อ 4 ทอด เร่งหาตัวเจ้าของรถ เปิดคลิปตาพิการคลานออกจากบ้าน ก่อนโดนกระบะชน ลากศพติดใต้ท้องรถ 40 กม.     -เปิดปฏิบัติการล้างบ่อ ทลายบ่อนใหญ่กลางบางบ่อ สมุทรปราการ รวบ 116 คน ลอบเล่นไฮโล, เสือมังกรหลายวง พร้อมของกลางเงินสด 5 แสน เงินหมุนเวียนหลักล้าน รถยนต์ 40 คัน ทลายบ่อนบางบ่อ เปิดเล่นไฮโล-เสือมังกร รวบนักพนันกว่าร้อย ของกลางเงินสด 5 แสน   -ผู้ต้องหาคดียาเสพติดเข้าเรือนจำไม่ถึงคืนตายปริศนา ญาติเผยเรือนจำโทรมา ตี 2 บอกอาการทรุด หมอบอกตายมาแล้วก่อนถึง รพ. ซี่โครงหัก ปากแตก คางเบี้ยว ญาติสงสัยเข้าเรือนจำไม่กี่ ชม.ทำไมตายแบบนี้ ญาติเตรียมเข้าร้องศูนย์ดำรงธรรม ญาติช็อค หนุ่มโดนจับคดียา นอนเรือนจำไม่ถึงคืน กลายเป็นศพซี่โครงหัก-ปากแตก-คางเบี้ยว   -ล่าคนร้ายชิงทรัพย์ป้าวัย 63 พิการหลังค่อม ลวงให้ขี่ จยย.รับจ้างไปส่งที่ป่ายางพารา ก่อนจับมัดมือมัดเท้า มีดจี้คอ บอกถ้าไม่ฆ่าป้า ผมก็ไม่รอด ทำมาเยอะแล้ว คนร้ายเปลี่ยนใจคว้าหมวกกันน็อกฟาดหัว ก่อนป้าแกล้งตายเลยรอดมาได้ ตร.รู้ตัวคนร้ายติดยาเสพติด ศาลออกหมายจับแล้ว ป้าวินจยย.วัย 63 ถูกโจรลวงให้ไปส่งป่า ก่อนทำร้ายชิงทรัพย์ หวิดโดนปาดคอ ต้องทำทีแกล้งตายจึงรอดมาได้     -ตุ๊กกี้ถูกลูกสาวร้านทองแจ้งหมิ่นประมาท หลังโพสต์รูปและอ้างว่าเป็นมิจฉาชีพ ผู้เสียหายเผยไม่ใช่เรื่องจริง ตนเสื่อมเสีย ล่าสุดตุ๊กกี้ลบโพสต์ ก่อนอธิบายว่าลูกสาวร้านทองถูกมิจฉาชีพแอบอ้างรูป ขอโทษที่เข้าใจผิด 'ตุ๊กกี้ ชิงร้อย' โพสต์แจงรอบใหม่ หลังถูกลูกสาวร้านทองแจ้งเอาผิด กล่าวหาเป็นมิจฉาชีพ     -1ในพันล้าน หวยรางวัลที่ 5 เลข 354809 ออกซ้ำกัน 2 ครั้ง ในครั้งที่ 25 และ 78 กองสลากแจงนานๆจะเกิดสักที คนถูกรับ 2 เด้ง 4 หมื่นบาท นานๆเกิดที! หวยรางวัลที่ 5 เลข 354809 ออกซ้ำกัน 2 รอบ คนถูกรับเหนาะๆ 2 เด้งเป็น 4 หมื่น     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/tFfOGBpGzEw

 5,578
สังคม-อาชญากรรม
01 ส.ค. 62

เร่งล่า ชายปริศนาทิ้งวัตถุต้องสงสัยหน้า สตช. คาดหวังสร้างสถานการณ์ ผบ.ตร.สั่งคุมเข้มความปลอดภัย

           คืบหน้าเหตุชายนำวัตถุต้องสงสัยซุกหน้าป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถ.พระราม 1 ตั้งแต่เวลา 15.40 น. ผ่านมานานเกือบ 3 ชม อีโอดี เข้าตรวจสอบโดยใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์สแกน ก่อนใช้ปืนแรงดันน้ำสูงฉีดทำลายวัตถุดังกล่าว ตรวจสอบเป็นกล่องขนม 2 กล่อง วางห่างกันเล็กน้อย ภายในบรรจุตลับลูกปืนจำนวนมากและมีแผงวงจรไฟฟ้า แต่ไม่พบดินระเบิดหรือสารเคมี                พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนะเจริญ รองโฆษก ตร.คาดคนร้ายหวังสร้างสถานการณ์ แต่ยังไม่ชัด ป่วนรับนายกฯประชุม ก.ตร.ครั้งแรกพรุ่งนี้หรือไม่ พร้อมเร่งติดตามชายต้องสงสัยในวงจรปิด เผย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้รับทราบเหตุการณ์ดังกล่าวตลอด พร้อมกำชับให้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด               ล่าสุด ตำรวจ สน.ปทุมวัน จัดกำลังกระจายรอบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หาวัตถุต้องสงสัยหวั่นคนร้ายซุกบึ้มสร้างสถานการณ์

 2,604
สังคม-อาชญากรรม
01 ส.ค. 62

พบวัตถุต้องสงสัยใต้ป้าย สตช. มีไฟสีเขียวกระพริบ ประสาน eod ตรวจสอบ

ขอบคุณภาพ ข่าวสด   วันที่ 1 ส.ค. 62 เมื่อเวลาประมาณ 15.40 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เจ้าหน้าที่ตำรวจพบวัตถุต้องสงสัยบริเวณใต้ป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถนนพระรามที่ 1    โดยพยานที่เป็นแม่ค้าบริเวณใกล้เคียง ให้การว่า พบชายต้องสงสัยลักษณะผอมสวมเสื้อเหลือง กางเกงขายาวสีดำ สะพายกระเป๋า และสวมรองเท้าผ้าใบสีดำ สวมหมวกสีดำและหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า ก่อนโยนวัตถุต้องสงสัยเข้าบริเวณใต้ป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ริมถนนพระราม 1    โดยวัตถุต้องสงสัยดังกล่าวเป็นกล่องน้ำผลไม้ ลักษณะมีหลอดไฟกระพริบสีเขียว อยู่ข้างถุงกระสอบสีเขียว หลังจากนำวัตถุดังกล่าวมาทิ้ง ชายคนดังกล่าวได้วิ่งหลบหนีขึ้นไปบนบีทีเอสสถานีสยาม    เบื้องต้น ตำรวจสันติบาล ได้กั้นพื้นที่และประสานเจ้าหน้าที่อีโอดีมาตรวจสอบแล้ว เวลา 17.10 น. ผ่านมา 1 ชม. เจ้าหน้าที่อีโอดี ได้ประเมินสถานการณ์และเตรียมปืนแรงดันน้ำฉีดทำลายวัตถุดังกล่าว    ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้ปิดการจราจรถนนพระรามที่ 1 จนถึงแยกเฉลิมเผ่า และกันพื้นที่ไม่ใหัประชาชนเดินผ่านบริเวณใกล้เคียงเพื่อความปลอดภัย     ภาพจากกล้องวงจรปิดชายสวมเสื้อเหลืองหย่อนวัตถุต้องสงสัยบริเวณหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

 3,969
การเมืองเข้มข้น
30 ก.ค. 62

'บิ๊กตู่' คุมเอง 2 หน่วยงานด้านความมั่นคง ตำรวจ-ดีเอสไอ

มีรายงานว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกลาโหม จะกำกับดูแลงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ด้วยตัวเอง   โดยการแบ่งงานในส่วนความมั่นคง พลเอกประยุทธ์ จะกำกับดูแลงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วยตัวเอง โดยนั่งเก้าอี้ประธานคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติโดยตำแหน่งเองด้วย โดยไม่ได้มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีทำหน้าที่แทนเหมือนในอดีต   ขณะที่รัฐมนตรียุติธรรม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน เปิดเผยว่า ได้ทราบจากพลเอกประยุทธ์ว่า จะเข้ามาดูแลกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอโดยตรง ไม่มอบหมายงานให้รองนายกฯ ดูแลในส่วนนี้แทนเหมือนในอดีต  และพลเอกประยุทธ์จะนั่งเป็นประธานคณะกรรมการคดีพิเศษ กำกับงานคดีตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ ด้วย   ส่วนรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง พลเอกประวิตร วงศ์สุวรรณ มีรายงานว่าจะได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลกระทรวงความมั่นคง 4 กระทรวง คือ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงพลังงาน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LVZ1zPRD_48

 824
การเมืองเข้มข้น
09 ก.ค. 62

แจงภาพเครื่องบินเจ็ทหรู สตช. ถูกตัดต่อ ยันรับส่ง จนท.ทุกระดับ ไม่ใช่แค่ 'บิ๊กป้อม'

กรณีเพจดังตีแผ่การซื้อเครื่องบินเจ็ทส่วนตัว Dassault Falcon 2000S RTP 33-742 สังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)เพื่อใช้ในการรับรอง  พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีในการใช้เดินทางไปทำภารกิจต่างๆ ภายในประเทศและประเทศใกล้เคียง โดยอ้างว่ามีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1 พันล้านบาท ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์   ด้านนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ออกมาแฉว่าเครื่องบินเจ็ทรุ่นนี้ มีราคาที่ซื้อขายกันทั่วไปเพียงประมาณ 898,500,000 บาทเท่านั้น แต่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกลับซื้อหามาราคาสูงถึง 1,145,286,800 บาท จึงมีข้อสงสัยว่าทำไม ประเทศไทยจึงชอบซื้อของที่มีราคาแพงกว่าหรือมีอะไรพิเศษที่ไม่บอกความจริงกับประชาชน   จึงจะเข้าร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เพื่อตรวจสอบว่าเป็นการใช้เงินอย่างคุ้มค่า หรือส่อไปในทางทุจริตหรือไม่ โดยจะเดินทางไปยื่นคำร้องในวันอังคารที่ 9 กรกฎาคม2562 เวลา 10.00 น. ณ.สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ซ.อารีย์ ถ.พระราม 6 พญาไท กทม.   ต่อมา พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงว่า เครื่องบินเจ็ทดังกล่าวจัดซื้อเพื่อใช้ในราชการ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเข้าประจำการเมื่อปี 2561 และใช้ในภารกิจของผู้บังคับบัญชา ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการตรวจเยี่ยมหน่วย การปฏิบัติภารกิจกวาดล้างตรวจค้น ทั้งทางด้านยาเสพติด การป้องกันปราบปรามอาชญากรรม การสืบสวน และงานความมั่นคงต่างๆ อย่างเป็นประจำทุกสัปดาห์   เครื่องบินรุ่นดังกล่าว เหมาะสำหรับพี้นที่ที่มีสนามบิน มีรันเวย์ขนาดสั้นๆ และสามารถไปได้ในทุกสภาพอากาศ ซึ่งเฮลิคอปเตอร์ปกติไม่สามารถบินได้ และมีเพียง 10 ที่นั่ง สภาพภายในก็เหมือนกับเครื่องบินขนาดเดียวกันโดยทั่วไป ภาพภายในเครื่องที่ปรากฏในสื่อนั้น เป็นภาพตัดต่อ ไม่ตรงกับความเป็นจริง   สำหรับวันดังกล่าวก็เป็นการปฏิบัติภารกิจปกติ มีผู้บังคับบัญชาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีผู้บังคับบัญชาหน่วยต่างๆ ได้ร่วมนั่งไปปฏิบัติภารกิจด้วย อนึ่ง เครื่องบินลำดังกล่าวนั้น ไม่ได้ใช้เพื่อสำหรับภารกิจของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเท่านั้น โดยปกติผู้บังคับบัญชาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังใช้ ปฏิบัติภารกิจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อย่างเป็นประจำอยู่แล้วตามปกติ   ขณะที่นายวีระ สมความคิด ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัวแสดงความเห็นในเรื่องนี้ว่า   “สตช. ยิ่งแก้ตัวยิ่งเห็นแต่ความไม่สมเหตุสมผล   ประเทศที่ร่ำรวยกว่าไทยหลายสิบเท่าเช่นสิงคโปร์เขายังไม่กล้าซื้อเครื่องบินเจ็ทสุดหรูให้ตำรวจเอาไปปราบปรามยาเสพติด นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่มีภารกิจอะไรหนักหนาจึงต้องซื้อเครื่องบินเจ็ทสุดหรูมาใช้   ตำรวจชั้นผู้น้อยไม่มีที่พักใกล้สถานีตำรวจ ปืนประจำตัวก็ต้องซื้อหาเอง โน๊ตบุ๊กเอาไว้ทำงานก็ต้องซื้อเอง บางครั้งกระดาษพิมพ์สำนวนยังต้องควักเงินซื้อเอง ทำผิดพลาดไปแล้ว รู้สึกสำนึก ขอโทษประชาชนเจ้าของเงินภาษี ยังดูดีกว่าแก้ตัวหน้าด้านๆ ยิ่งแก้ตัวยิ่งเสียหายหนักเข้าไปอีก” ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JuYyaaEwnFU

 1,590
แชร์ออฟเดอะเดย์
12 มิ.ย. 62

หนุ่มโพสต์ถูกชายคล้าย ตร.ขับรถตราโล่ ปาดหน้า-ใช้ปืนตบหน้าเลือดอาบ

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Chaiyut Buakaew แชร์ภาพใบหน้าตัวเองที่เต็มไปด้วยรอยแผล พร้อมกับภาพรถยนต์เก๋งยี่ห้อ นิสสัน และภาพนิ่งชายสูงวัย ตัดผมสั้นเกรียน ใส่เสื้อยืดแขนสั้นสีขาว กางเกงสีกากี พร้อมระบุข้อความว่าถูกชายคล้ายตรวจขับรถปาดหน้า แล้วเกิดปากเสียงทะเลาะวิวาทกัน ก่อนที่ชายคู่กรณีจะนำกุญแจมือและปืนมาตบหน้าได้รับบาดเจ็บ   ต่อมานายชัยยุทธ บัวแก้ว อายุ 32 ปี ผู้โพสต์เปิดเผยว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา ขณะที่ได้ขับรถยนต์ส่วนตัวไปตามถนนมิตรภาพมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองนครราชสีมา เมื่อถึงบริเวณช่วงแยกตลาดแค อำเภอโนนสูง ได้มีชายคนหนึ่งแต่งตัวคล้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจครึ่งท่อน ขับขี่รถยนต์เก๋งยี่ห้อนิสสัน ซันนี่ สีบรอนด์ ข้างประตูรถติสติ๊กเกอร์คำว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมกับติดสัญญาณไฟไซเรน   ชายคนดังกล่าวได้ขับรถปาดหน้าตน หลังจากนั้นตนจึงได้บีบแตรเตือนว่า ชายคนดังกล่าวขับขี่รถอันตราย ตนจึงขับรถตามประกบ พร้อมบอกให้จอดเพื่อพูดคุยเจรจากัน จนไปถึงที่เกิดเหตุบริเวณหน้าโรงเรียนอนุบาลตลาดแค ตำบลธารปราสาท อำเภอโนนสูง และบริเวณนั้นมีป้อมตำรวจตั้งอยู่ ตนจึงได้เข้าไปบอกชายคนดังกล่าวเพื่อให้มาพูดคุยเจรจากันต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจในป้อม   จากนั้นก็ได้มีปากเสียงทะเลาะกันกับชายคนดังกล่าว ก่อนที่ชายดังกล่าวจะหยิบอาวุธปืนภายในรถมาตีเข้าบริเวณใบหน้าของตนหลายครั้งจนได้รับบาดเจ็บเลือดอาบ ต่อมาจึงได้ไปแจ้งความเอาเรื่องไว้ที่ สภ.โนนสูง เรียบร้อยแล้ว   ด้านดาบตำรวจกฤษณะ จงกล ผู้บังคับหมู่งานป้องกันปราบปราม สภ.โนนสูง เจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ในป้อมตำรวจที่เกิดเหตุเปิดเผยว่า วันที่เกิดเหตุมีชายคนหนึ่งซึ่งทราบทีหลังคือ นายชัยยุทธได้เดินเข้ามาในป้อมตำรวจ พร้อมบอกว่ามีเรื่องกับชายดังกล่าวเพราะขับรถปาดหน้ากัน จึงทำให้มีการโต้เถียงกันขึ้น และอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเคลียร์ให้ ตนจึงบอกให้ชายคนดังกล่าวไปเรียกคู่กรณีเข้ามาพูดคุยกันในป้อมตำรวจ   จากนั้นนายชชัยยุทธได้เดินเข้าไปหาชายคู่กรณีที่แต่งกายคล้ายตำรวจครึ่งท่อน ก่อนจะมีการลงไม้ลงมือซึ่งตนได้เข้าไปห้ามปรามเพื่อไม่ให้มีการทะเลาะวิวาท โดยตนเห็นชายดังกล่าวใช้กุญแจมือตีเข้าบริเวณใบหน้าของนายชัยยุทธเพราะขณะนั้นมีการยื้อฉุดกระชากกัน แต่ตนไม่เห็นมีการใช้อาวุธปืนแต่อย่างใด ซึ่งเบื้องต้นทราบว่าชายคนดังกล่าวน่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริง แต่ไม่ทราบว่าสังกัดใด โดยในส่วนคดีความก็ขอให้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน   ด้าน พ.ต.อ.นิรันดร์ แก้วอิน ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หลังเกิดเหตุผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนแล้ว ซึ่งขณะนี้ตำรวจกำลังรอใบรับรองแพทย์เพื่อประกอบสำนวนคดี และเบื้องต้นพบการกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบรถยนต์คันดังกล่าวพบว่า เป็นรถยนต์ของทางราชการจริง แต่ชายคนดังกล่าวยังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริงหรือไม่ ซึ่งหากพบเป็นตำรวจจริงก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/A1uRhv3HFHo

 1,283
สังคม-อาชญากรรม
18 พ.ค. 62

ดีเดย์ 1 ก.ค.นี้ เบี้ยวค่าปรับ-ใบสั่งค้างจ่าย อายัดต่อทะเบียนรถ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมการขนส่งทางบก เอาจริงถ้าค้างจ่ายค่าปรับหรือถูกใบสั่ง จะไม่สามารถต่อภาษีรถยนต์และรถจักรยานยนต์ได้ หากไม่จ่ายให้เรียบร้อย ดีเดย์ 1 ก.ค.2562 เป็นต้นไป โดยมีผลย้อนหลังตั้งแต่ใบสั่ง 1 ปี หรือ วันที่ 1 ก.ค.61    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/aBVys_tmsDg

 2,754
สังคม-อาชญากรรม
20 ก.พ. 62

จับช่างเทคนิคหัวใส แอบขโมยพาสเวิร์ด ตร. เข้าไปค้นทะเบียนราษฎร์ ส่งขายได้ค่าจ้างครั้งละพัน

ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศอปส.ตร.) แถลงจับกุม นายอิงค์สง่า ชมดี อายุ 40 ปี เป็นช่างเทคนิคติดตั้งและเชื่อมระบบอินเตอร์เน็ต ซึ่งเป็นการขยายผลมาจากการจับกุมนายสมชาย เข็มเพชร อายุ 37 ปี อดีตรองนายกเทศมนตรีตำบลเวียง จ.พะเยา ผู้ต้องหา ที่ลักลอบใช้รหัสเข้าถึงระบบ Polis ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ   โดยการลักลอบนำรหัสของนายตำรวจ 5 นาย ตั้งแต่ระดับ ผกก.ถึงรองสารวัตร นำไปตรวจสอบข้อมูลประวัติอาชญากรรมของบุคคลอื่นรวมถึงสมาชิกพรรคการเมือง เพื่อนำข้อมูลไปขายให้กับผู้ซื้อรายชื่อละ 1,000- 1,500 บาท รวมรายชื่อบุคคลที่ถูกเข้าตรวจสอบข้อมูล กว่า 500 คน   จาการสอบสวนผู้ก่อเหตุอ้างว่า ประกอบอาชีพเป็นช่างเทคนิค บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ที่รับสัมปทานซ่อมบำรุงระบบให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  โดยมีความชำนาญในระบบต่างๆเป็นอย่างดี   จึงอาศัยอาชีพนี้ แอบขโมยข้อมูลพาสเวิร์ดตำรวจ ทั้ง 5 นายไปประกอบอาชีพเสริม โดยผู้ใช้บริการส่วนใหญ่เป็นทนายความและนักการเมืองท้องถิ่น เพื่อทราบข้อมูลของบุคคลอื่น นำมาใช้ประโยชน์ ทั้งทางคดีความและประโยชน์ส่วนตัว   อย่างไรก็ตามจาการสอบสวน ตำรวจทั้ง 5 นาย ไม่มีส่วนรู้เห็นในเรื่องนี้ และไม่มีการนำรหัสเข้าไปใช้เป็นเวลานาน เรื่องนี้ถือว่าเป็นอันตรายต่อระบบข้อมูลของตำรวจ แต่ก็ตรวจสอบได้ เพราะตำรวจนายใดที่เข้าไปขอดูข้อมูล จะมีการโชว์ในระบบว่า เป็นบุคคลใด เรื่องนี้ทางบริษัทเอกชนไม่มีส่วนรู้เห็น เป็นการกระทำของพนักงานที่นำเอาความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีมาใช้ในทางที่ผิด    ซึ่งต่อไปสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะต้องเพิ่มความรอบคอบ ในการเปิดรับผู้รับเหมาประมูลงานติดตั้งระบบอิเล็คทรอนิกส์ เนื่องจากที่ผ่านมาถือเป็นบทเรียนสำคัญ ที่จะมีการนำข้อมูลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติไปเผยแพร่   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/AzR5RMn1A7k

 2,828
สังคม-อาชญากรรม
14 ก.พ. 62

จับนายกเล็กพะเยา แฮกข้อมูลลับตร. ฉกประวัติขาย ชื่อละ 1 พันบาท

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สํานักงานตํารวจแห่งชาติ หรือ ศปอส.ตร. แถลงจับกุม นายสมชาย เข็มเพชร อายุ 37 ปี รองนายกเทศมนตรีตำบลเวียงลอ อ.จุน จ.พะเยา และเป็นอดีตรองหัวหน้าพรรคการเมืองท้องถิ่น ผู้ต้องหาลักลอบเข้าระบบคอมพิวเตอร์ (polis) ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ   หลังมีผู้เสียหายแจ้งเบาะแสกับตำรวจว่า มีกลุ่มคนร้ายลักลอบเข้าใช้คอมพิวเตอร์ฯ โดยใช้ในการตรวจสอบประวัติอาชญากรของผู้อื่นนำไปขาย จึงเร่งรัดตรวจสอบ กระทั่งจับกุมผู้ต้องหารายดังกล่าวขณะกำลังเข้าใช้ระบบคอมพิวเตอร์ฯ ได้ที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งย่านบางเขน พร้อมของกลาง จำนวน 9 รายการ   ผบช.สตม. กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหารายนี้ มีรหัสเข้าใช้ระบบคอมพิวเตอร์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำนวน 5 บัญชี เป็นรหัสของตำรวจที่เคยปฏิบัติหน้าที่สืบสวนและป้องกันปราบปรามระดับผู้กำกับการ จนถึงระดับรองสารวัตร (ผกก.-รองสว.) ในพื้นที่สภ.ธัญบุรี และสภ.เมืองนครปฐม ก่อเหตุมานานแล้วกว่า 3 เดือน ลักลอบนำข้อมูลประวัติจำนวน 500 รายชื่อไปขายชื่อละ 1,000 บาท มูลค่ากว่า 500,000 บาท   จากการตรวจสอบยังไม่พบว่าผู้ต้องหามีความสัมพันธ์หรือเชื่อมโยงกับตำรวจดังกล่าว แต่สั่งการให้ดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วว่า นำรหัสหรือพาสเวิร์ดมาได้อย่างไร ตำรวจมีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำผิดหรือไม่   รวมถึงตรวจสอบการนำรายชื่อไปใช้ทำอะไร ใครซื้อข้อมูลบ้าง เนื่องจากเป็นช่วงที่ใกล้จะเลือกตั้งในเดือนมีนาคมนี้ อาจนำไปใช้ในทางที่ผิด เนื่องจากเป็นข้อมูลชั้นความลับที่นำไปใช้ได้หลายเรื่อง ทั้งข้อมูลทะเบียนราษฎร์ เช็กประวัติอาชญากรคดีอาญา โดยสั่งการให้เข้าไปขยายผล และตรวจค้นสถานที่สำคัญต่างๆแล้ว   พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวอีกว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 (มาตรา 7) เข้าถึงโดยมิชอบ ซึ่งระบบและข้อมูลคอมพิวเตอร์ ที่มีมาตรการป้องกัน การเข้าถึงโดยเฉพาะ และมาตรการนั้น ไม่ได้มีไว้สำหรับตนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกิน 40,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LVYtxKUJkyg

 2,555
สังคม-อาชญากรรม
11 ก.พ. 62

ผบ.ตร.ฮึ่ม! ตร.เป็นโจร งัดรถเพื่อน-ลักทรัพย์ในรั้ว สตช. สั่งให้ออกจากราชการแล้ว

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจกองรักษาการณ์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ควบคุมตัว ร.ต.อ.เอกชัย เพ็งจันทร์ รอง สารวัตรฝ่ายธุรการและกำลังพล บก.อก.บช.ส. ส่งพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ดำเนินคดี   ขณะก่อเหตุใช้ไขควงงัดรถยนต์ภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า ได้รับรายงานจาก กองบัญชาการตำรวจสันติบาลว่า เมื่อวันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา เวลา 05.00 น. ส.ต.ท.อนุสรณ์ บุษบาบาล ได้เดินทางไปที่ลานจอดรถบริเวณด้านหน้าอาคารพิสูจน์หลักฐาน หรืออาคาร 16 ภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ   ระหว่างนั้น ร.ต.อ.เอกชัย เพ็งจันทร์ ทราบชื่อสกุลภายหลัง กำลังงัดแงะรถยนต์ฮอนด้าซีวิค สีน้ำเงิน ของตัวเอง ทำให้กระจกบานใหญ่ด้านหน้าและกระจกประตูด้านหลังขวาแตกเสียหาย ส.ต.ท.อนุสรณ์ จึงเข้าไปแสดงตัวทำการตรวจสอบและสอบถาม ร.ต.อ.เอกชัย ก่อนรับสารภาพกำลังลักทรัพย์สินภายในรถยนต์ ส.ต.ท.อนุสรณ์ จึงประสานตำรวจกองรักษาการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้าตรวจค้นตัวพบไขควงสีเขียวอยู่ในมือข้างขวาของ ร.ต.อ.เอกชัย   จากการสอบถาม ร.ต.อ.เอกชัย รับสารภาพว่าได้ลักเอารองเท้าคอมแบท 1 คู่ รองเท้าผ้าใบ 2 คู่ ออกมาจากท้ายรถ พร้อมยางอะไหล่ 1 เส้น พระเครื่องเหลี่ยมพลาสติกพร้อมสร้อยเชือก 1 เส้น นำไปเก็บไว้ภายในรถกระบะโตโยต้าวีโก้ ทะเบียน บธ-8959 กาญจนบุรี ของตัวเองที่จอดไว้ใกล้เคียงกัน นอกจากนั้นยังรับสารภาพด้วยว่า ลักเอาเครื่องพีซีคอมพิวเตอร์ 3 ตัว พร้อมอุปกรณ์ และตลับม้วนเทป 5 ตลับ มาจากบริเวณชั้น 4 อาคาร 6 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แล้วนำมาเก็บไว้ภายในรถกระบะก่อนมางัดรถของส.ต.ท.อนุสรณ์ จนกระทั่งถูกจับ   ทางกองบัญชาการตำรวจสันติบาล ได้มีคำสั่งตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง และมีคำสั่งให้ออกจากราชไว้ก่อนแล้ว เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม โปร่งใส กับทุกฝ่าย ขณะที่พนักงานสอบสวนได้ดำเนินคดีกับ ร.ต.อ.เอกชัย ในความผิดฐาน ลักทรัพย์ในสถานที่ราชการ ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะในการกระทำความผิด   และตนได้รายงานให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. รับทราบแล้ว ได้สั่งการให้ดำเนินการสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานด้วยความรอบคอบ โปร่งใส รวดเร็ว เป็นธรรม ซึ่งหากทำผิดจริง ต้องเอาโทษให้ถึงที่สุด ทั้งทางวินัยและทางอาญา อย่างเด็ดขาด โดยจะต้องรับโทษหนักกว่าบุคคลธรรมดา เพราะว่าเป็นผู้บังคับใช้กฎหมายแต่กลับทำผิดเสียเองและจะไม่มีใครสามารถช่วยเหลือได้อย่างแน่นอน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความมั่นใจให้กับประชาชนอย่างแท้จริง   พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวอีกว่า เรื่องนี้ ผบ.ตร. รับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และจะไม่เลี้ยงคนประเภทนี้ไว้อยู่แล้ว ก่อเหตุภายในรั้วสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย ไม่เคารพต่อเกียรติของตำรวจ และกำชับให้กองกำกับการตำรวจสันติบาล 3 เพิ่มความเข้มงวดในการรักษาความปลอดภัย สอดส่อง ตรวจตรา ความสงบเรียบร้อย รวมไปถึง มาตรการในการป้องกันเหตุ   โดยเน้นย้ำอย่าให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเช่นนี้ขึ้นอีก และได้กำชับกองบัญชาการทุกภาคส่วน ให้กำกับ ดูแล ผู้ใต้บังคับบัญชาในสังกัด อย่างใกล้ชิด คอยสอดส่อง ดูแล ให้ประพฤติปฏิบัติตนให้อยู่ในระเบียบวินัย ตามคำสั่ง ตร.ที่ 1212/2537 โดยต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่ประพฤติปฏิบัติตนเป็นผู้กระทำความผิดเสียเองหรือสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9g6Us9nydc4

 6,597
สังคม-อาชญากรรม
20 ธ.ค. 61

'ทอมพันล้าน' งานเข้า จะไปแจ้งความจับคนอื่น แต่ดันไปให้ ตร.จับคดีโกงแชร์ลูกโซ่ถึงที่

น.ส.กิจจาณัฏฐ์ ชัยยศบูรณะ หรือฉายา บอสบิ๊บ ทอมพันล้าน ในฐานะประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่อออนไลน์ เข้าแจ้งความที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ดำเนินคดีกับนายวันเฉลิม จำเนียรพล หรือ มิกซ์ วันเฉลิม เน็ตไอดอล ที่โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก แสดงความคิดเห็นเชิงลบชุดที่ใช้ประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2018   แต่ต่อมาเจ้าหน้าที่ ได้ทำการจับกุม บอสบิ๊บ ทอมพันล้าน ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญา ลง 14 ธ.ค. 2561 ในฐานความผิด “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จฯ และร่วมกันฉ้อโกงประชาชน” โดยจับกุมที่บริเวณศปอส.ตร. ชั้น 1 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก่อนนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน บก.ปอศ. ดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมาย เบื้องต้น ผู้ต้องหาขอให้การในชั้นศาล   สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายประมาณ 20 ราย เข้าแจ้งความกับ ศปอส.ตร. ว่า ผู้ต้องหาทั้งสองรายได้ร่วมกันหลอกลวงโดยการชักชวนเหยื่อให้ร่วมลงทุนธุรกิจแชร์ลูกโซ่ เครื่องสำอางฮานาบิ ซึ่งขณะนี้มีผู้เสียหายที่แจ้งความกว่า 20 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 30 ล้านบาท จากนั้นเจ้าหน้าที่ ศปอส.ตร. ได้ส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวน บก.ปอศ. ดำเนินการตรวจสอบ ก่อนขออำนาจศาลอาญาออกหมายจับ จนกระทั่งจับกุมตัวได้ดังกล่าว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-_jnZu4j3fY

 78,524

Top