ค้นหา :

ผลการค้นหา "สตช"

สังคม-อาชญากรรม
20 ก.พ. 62

จับช่างเทคนิคหัวใส แอบขโมยพาสเวิร์ด ตร. เข้าไปค้นทะเบียนราษฎร์ ส่งขายได้ค่าจ้างครั้งละพัน

ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศอปส.ตร.) แถลงจับกุม นายอิงค์สง่า ชมดี อายุ 40 ปี เป็นช่างเทคนิคติดตั้งและเชื่อมระบบอินเตอร์เน็ต ซึ่งเป็นการขยายผลมาจากการจับกุมนายสมชาย เข็มเพชร อายุ 37 ปี อดีตรองนายกเทศมนตรีตำบลเวียง จ.พะเยา ผู้ต้องหา ที่ลักลอบใช้รหัสเข้าถึงระบบ Polis ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ   โดยการลักลอบนำรหัสของนายตำรวจ 5 นาย ตั้งแต่ระดับ ผกก.ถึงรองสารวัตร นำไปตรวจสอบข้อมูลประวัติอาชญากรรมของบุคคลอื่นรวมถึงสมาชิกพรรคการเมือง เพื่อนำข้อมูลไปขายให้กับผู้ซื้อรายชื่อละ 1,000- 1,500 บาท รวมรายชื่อบุคคลที่ถูกเข้าตรวจสอบข้อมูล กว่า 500 คน   จาการสอบสวนผู้ก่อเหตุอ้างว่า ประกอบอาชีพเป็นช่างเทคนิค บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ที่รับสัมปทานซ่อมบำรุงระบบให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  โดยมีความชำนาญในระบบต่างๆเป็นอย่างดี   จึงอาศัยอาชีพนี้ แอบขโมยข้อมูลพาสเวิร์ดตำรวจ ทั้ง 5 นายไปประกอบอาชีพเสริม โดยผู้ใช้บริการส่วนใหญ่เป็นทนายความและนักการเมืองท้องถิ่น เพื่อทราบข้อมูลของบุคคลอื่น นำมาใช้ประโยชน์ ทั้งทางคดีความและประโยชน์ส่วนตัว   อย่างไรก็ตามจาการสอบสวน ตำรวจทั้ง 5 นาย ไม่มีส่วนรู้เห็นในเรื่องนี้ และไม่มีการนำรหัสเข้าไปใช้เป็นเวลานาน เรื่องนี้ถือว่าเป็นอันตรายต่อระบบข้อมูลของตำรวจ แต่ก็ตรวจสอบได้ เพราะตำรวจนายใดที่เข้าไปขอดูข้อมูล จะมีการโชว์ในระบบว่า เป็นบุคคลใด เรื่องนี้ทางบริษัทเอกชนไม่มีส่วนรู้เห็น เป็นการกระทำของพนักงานที่นำเอาความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีมาใช้ในทางที่ผิด    ซึ่งต่อไปสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะต้องเพิ่มความรอบคอบ ในการเปิดรับผู้รับเหมาประมูลงานติดตั้งระบบอิเล็คทรอนิกส์ เนื่องจากที่ผ่านมาถือเป็นบทเรียนสำคัญ ที่จะมีการนำข้อมูลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติไปเผยแพร่   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/AzR5RMn1A7k

 2,628
สังคม-อาชญากรรม
14 ก.พ. 62

จับนายกเล็กพะเยา แฮกข้อมูลลับตร. ฉกประวัติขาย ชื่อละ 1 พันบาท

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สํานักงานตํารวจแห่งชาติ หรือ ศปอส.ตร. แถลงจับกุม นายสมชาย เข็มเพชร อายุ 37 ปี รองนายกเทศมนตรีตำบลเวียงลอ อ.จุน จ.พะเยา และเป็นอดีตรองหัวหน้าพรรคการเมืองท้องถิ่น ผู้ต้องหาลักลอบเข้าระบบคอมพิวเตอร์ (polis) ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ   หลังมีผู้เสียหายแจ้งเบาะแสกับตำรวจว่า มีกลุ่มคนร้ายลักลอบเข้าใช้คอมพิวเตอร์ฯ โดยใช้ในการตรวจสอบประวัติอาชญากรของผู้อื่นนำไปขาย จึงเร่งรัดตรวจสอบ กระทั่งจับกุมผู้ต้องหารายดังกล่าวขณะกำลังเข้าใช้ระบบคอมพิวเตอร์ฯ ได้ที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งย่านบางเขน พร้อมของกลาง จำนวน 9 รายการ   ผบช.สตม. กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหารายนี้ มีรหัสเข้าใช้ระบบคอมพิวเตอร์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำนวน 5 บัญชี เป็นรหัสของตำรวจที่เคยปฏิบัติหน้าที่สืบสวนและป้องกันปราบปรามระดับผู้กำกับการ จนถึงระดับรองสารวัตร (ผกก.-รองสว.) ในพื้นที่สภ.ธัญบุรี และสภ.เมืองนครปฐม ก่อเหตุมานานแล้วกว่า 3 เดือน ลักลอบนำข้อมูลประวัติจำนวน 500 รายชื่อไปขายชื่อละ 1,000 บาท มูลค่ากว่า 500,000 บาท   จากการตรวจสอบยังไม่พบว่าผู้ต้องหามีความสัมพันธ์หรือเชื่อมโยงกับตำรวจดังกล่าว แต่สั่งการให้ดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วว่า นำรหัสหรือพาสเวิร์ดมาได้อย่างไร ตำรวจมีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำผิดหรือไม่   รวมถึงตรวจสอบการนำรายชื่อไปใช้ทำอะไร ใครซื้อข้อมูลบ้าง เนื่องจากเป็นช่วงที่ใกล้จะเลือกตั้งในเดือนมีนาคมนี้ อาจนำไปใช้ในทางที่ผิด เนื่องจากเป็นข้อมูลชั้นความลับที่นำไปใช้ได้หลายเรื่อง ทั้งข้อมูลทะเบียนราษฎร์ เช็กประวัติอาชญากรคดีอาญา โดยสั่งการให้เข้าไปขยายผล และตรวจค้นสถานที่สำคัญต่างๆแล้ว   พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวอีกว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 (มาตรา 7) เข้าถึงโดยมิชอบ ซึ่งระบบและข้อมูลคอมพิวเตอร์ ที่มีมาตรการป้องกัน การเข้าถึงโดยเฉพาะ และมาตรการนั้น ไม่ได้มีไว้สำหรับตนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกิน 40,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LVYtxKUJkyg

 2,330
สังคม-อาชญากรรม
11 ก.พ. 62

ผบ.ตร.ฮึ่ม! ตร.เป็นโจร งัดรถเพื่อน-ลักทรัพย์ในรั้ว สตช. สั่งให้ออกจากราชการแล้ว

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจกองรักษาการณ์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ควบคุมตัว ร.ต.อ.เอกชัย เพ็งจันทร์ รอง สารวัตรฝ่ายธุรการและกำลังพล บก.อก.บช.ส. ส่งพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ดำเนินคดี   ขณะก่อเหตุใช้ไขควงงัดรถยนต์ภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า ได้รับรายงานจาก กองบัญชาการตำรวจสันติบาลว่า เมื่อวันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา เวลา 05.00 น. ส.ต.ท.อนุสรณ์ บุษบาบาล ได้เดินทางไปที่ลานจอดรถบริเวณด้านหน้าอาคารพิสูจน์หลักฐาน หรืออาคาร 16 ภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ   ระหว่างนั้น ร.ต.อ.เอกชัย เพ็งจันทร์ ทราบชื่อสกุลภายหลัง กำลังงัดแงะรถยนต์ฮอนด้าซีวิค สีน้ำเงิน ของตัวเอง ทำให้กระจกบานใหญ่ด้านหน้าและกระจกประตูด้านหลังขวาแตกเสียหาย ส.ต.ท.อนุสรณ์ จึงเข้าไปแสดงตัวทำการตรวจสอบและสอบถาม ร.ต.อ.เอกชัย ก่อนรับสารภาพกำลังลักทรัพย์สินภายในรถยนต์ ส.ต.ท.อนุสรณ์ จึงประสานตำรวจกองรักษาการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้าตรวจค้นตัวพบไขควงสีเขียวอยู่ในมือข้างขวาของ ร.ต.อ.เอกชัย   จากการสอบถาม ร.ต.อ.เอกชัย รับสารภาพว่าได้ลักเอารองเท้าคอมแบท 1 คู่ รองเท้าผ้าใบ 2 คู่ ออกมาจากท้ายรถ พร้อมยางอะไหล่ 1 เส้น พระเครื่องเหลี่ยมพลาสติกพร้อมสร้อยเชือก 1 เส้น นำไปเก็บไว้ภายในรถกระบะโตโยต้าวีโก้ ทะเบียน บธ-8959 กาญจนบุรี ของตัวเองที่จอดไว้ใกล้เคียงกัน นอกจากนั้นยังรับสารภาพด้วยว่า ลักเอาเครื่องพีซีคอมพิวเตอร์ 3 ตัว พร้อมอุปกรณ์ และตลับม้วนเทป 5 ตลับ มาจากบริเวณชั้น 4 อาคาร 6 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แล้วนำมาเก็บไว้ภายในรถกระบะก่อนมางัดรถของส.ต.ท.อนุสรณ์ จนกระทั่งถูกจับ   ทางกองบัญชาการตำรวจสันติบาล ได้มีคำสั่งตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง และมีคำสั่งให้ออกจากราชไว้ก่อนแล้ว เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม โปร่งใส กับทุกฝ่าย ขณะที่พนักงานสอบสวนได้ดำเนินคดีกับ ร.ต.อ.เอกชัย ในความผิดฐาน ลักทรัพย์ในสถานที่ราชการ ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะในการกระทำความผิด   และตนได้รายงานให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. รับทราบแล้ว ได้สั่งการให้ดำเนินการสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานด้วยความรอบคอบ โปร่งใส รวดเร็ว เป็นธรรม ซึ่งหากทำผิดจริง ต้องเอาโทษให้ถึงที่สุด ทั้งทางวินัยและทางอาญา อย่างเด็ดขาด โดยจะต้องรับโทษหนักกว่าบุคคลธรรมดา เพราะว่าเป็นผู้บังคับใช้กฎหมายแต่กลับทำผิดเสียเองและจะไม่มีใครสามารถช่วยเหลือได้อย่างแน่นอน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความมั่นใจให้กับประชาชนอย่างแท้จริง   พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวอีกว่า เรื่องนี้ ผบ.ตร. รับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และจะไม่เลี้ยงคนประเภทนี้ไว้อยู่แล้ว ก่อเหตุภายในรั้วสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย ไม่เคารพต่อเกียรติของตำรวจ และกำชับให้กองกำกับการตำรวจสันติบาล 3 เพิ่มความเข้มงวดในการรักษาความปลอดภัย สอดส่อง ตรวจตรา ความสงบเรียบร้อย รวมไปถึง มาตรการในการป้องกันเหตุ   โดยเน้นย้ำอย่าให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเช่นนี้ขึ้นอีก และได้กำชับกองบัญชาการทุกภาคส่วน ให้กำกับ ดูแล ผู้ใต้บังคับบัญชาในสังกัด อย่างใกล้ชิด คอยสอดส่อง ดูแล ให้ประพฤติปฏิบัติตนให้อยู่ในระเบียบวินัย ตามคำสั่ง ตร.ที่ 1212/2537 โดยต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่ประพฤติปฏิบัติตนเป็นผู้กระทำความผิดเสียเองหรือสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9g6Us9nydc4

 6,017
สังคม-อาชญากรรม
20 ธ.ค. 61

'ทอมพันล้าน' งานเข้า จะไปแจ้งความจับคนอื่น แต่ดันไปให้ ตร.จับคดีโกงแชร์ลูกโซ่ถึงที่

น.ส.กิจจาณัฏฐ์ ชัยยศบูรณะ หรือฉายา บอสบิ๊บ ทอมพันล้าน ในฐานะประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่อออนไลน์ เข้าแจ้งความที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ดำเนินคดีกับนายวันเฉลิม จำเนียรพล หรือ มิกซ์ วันเฉลิม เน็ตไอดอล ที่โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก แสดงความคิดเห็นเชิงลบชุดที่ใช้ประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2018   แต่ต่อมาเจ้าหน้าที่ ได้ทำการจับกุม บอสบิ๊บ ทอมพันล้าน ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญา ลง 14 ธ.ค. 2561 ในฐานความผิด “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จฯ และร่วมกันฉ้อโกงประชาชน” โดยจับกุมที่บริเวณศปอส.ตร. ชั้น 1 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก่อนนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน บก.ปอศ. ดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมาย เบื้องต้น ผู้ต้องหาขอให้การในชั้นศาล   สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายประมาณ 20 ราย เข้าแจ้งความกับ ศปอส.ตร. ว่า ผู้ต้องหาทั้งสองรายได้ร่วมกันหลอกลวงโดยการชักชวนเหยื่อให้ร่วมลงทุนธุรกิจแชร์ลูกโซ่ เครื่องสำอางฮานาบิ ซึ่งขณะนี้มีผู้เสียหายที่แจ้งความกว่า 20 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 30 ล้านบาท จากนั้นเจ้าหน้าที่ ศปอส.ตร. ได้ส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวน บก.ปอศ. ดำเนินการตรวจสอบ ก่อนขออำนาจศาลอาญาออกหมายจับ จนกระทั่งจับกุมตัวได้ดังกล่าว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-_jnZu4j3fY

 78,150
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
12 ธ.ค. 61

กสทช.จับมือ สตช.เอาผิดละเมิดลิขสิทธิ์สินค้าบนออนไลน์ งัด กม.ฟอกเงินมาจัดการ

กสทช. ร่วมสตช. แก้ปัญหาของก๊อปออนไลน์  แก้ปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ผ่านออนไลน์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สั่งผู้รับใบอนุญาตประกอบการอินเตอร์เน็ต หรือ ไอเอสพี ต้องนำเนื้อหาที่ขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ออกจากเว็บไซต์ หรือปิดเว็บไซต์ภายใน 3 วัน   และในช่วงสัปดาห์หน้าจะเปิดศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์และระงับการเผยแพร่การละเมิดลิขสิทธิ์ และการกระทำผิดอื่นๆ ทางออนไลน์ พร้อมนำกฎหมายฟอกเงินมาดำเนินคดีกับผู้ละเมิดลิขสิทธิ์เป็นครั้งแรกสัปดาห์หน้าด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vLpmAnRZ1Gs

 1,189
สังคม-อาชญากรรม
28 มี.ค. 61

คุมเข้มสงกรานต์ อนุโลมนั่งท้ายกระบะ สายหื่นชอบลวนลามระวังโดนโทษหนัก

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ คุมเข้มบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 61 เน้นตรวจรถโดยสาร การจำหน่ายสุรา โดยยังคงอนุโลมนั่งท้ายรถกระบะ แต่ต้องปลอดภัย   พลตำรวจเอกวิระชัย ทรงเมตตา โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มีหนังสือสั่งการถึงทุกหน่วย ให้เริ่มปฏิบัติการได้ทันที 4 มาตรการหลัก เพื่อรักษาความปลอดภัย ในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ โดยเน้นอำนวยความสะดวกด้านการจราจรให้กับประชาชนที่จะเดินทางในช่วงวันหยุดยาว   พร้อมประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอคืนผิวจราจรให้มากที่สุด และยังคงอนุโลมให้นั่งท้ายรถกระบะ แต่หากมีพฤติกรรมที่ส่อให้เกิดอันตราย ตำรวจจะใช้ดุลพินิจในการตักเตือน หรือดำเนินคดี รวมถึง การตรวจเข้มรถโดยสารสาธารณะทุกประเภท โดยจะสุ่มตรวจปัสสาวะผู้ขับรถโดยสาร หากพบจะถูกดำเนินคดีทั้งผู้ขับรถ และเจ้าของรถ   และปีนี้ จะเพิ่มความเข้มงวดการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์เป็นพิเศษ หากพบมีการจำหน่ายให้กับบุคคลอายุต่ำกว่า 18 ปี หรือจำหน่ายในที่ห้าม หรือเมาแล้วขับจะมีการยึดรถ และดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด   นอกจากนี้ผู้มีพฤติกรรมชอบลวนลาม ลามกอนาจารผู้อื่น ระวังโทษหนักจำคุก 10 ปี ปรับ 2 แสนบาท    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/V41NSjGAhrE  

 7,055
สังคม-อาชญากรรม
23 มี.ค. 61

รวบแล้ว! ชายชุดดำใช้ท่อนเหล็กตีหัว นศ.สาว หน้า สตช. กลางวันแสกๆ

วันที่ 23 มีนาคม 2561 เวลา 14.00 น.ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีชายชุดดำ ในคลิปพยายามใช้เหล็กทำร้ายร่างกายนิสิตสาวมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยเหตุเกิดบริเวณหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ล่าสุด เมื่อเวลาประมาณ 12.15 น.วันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวัน พบชายดังกล่าวบริเวณแยกหัวลำโพง จึงเข้าควบคุมตัว และนำตัวสอบปากคำที่ สน.ปทุมวัน โดยขณะนี้รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อยู่ระหว่างสอบปากคำ ข่าวที่เกี่ยวข้อง</iframe;</p>

 11,029
แชร์ออฟเดอะเดย์
23 มี.ค. 61

ผบ.ตร.สั่งล่าตัว ชายใช้ท่อนเหล็กตีหัว นศ.สาว หน้า สตช. กลางวันแสกๆ พยานเผยเห็นเดินเมาแอ๋

นิติสาวให้ปากคำตำรวจ สน.ปทุมวัน หลังถูกคนร้ายใช้ของแข็งตีท้ายทอย บริเวณหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติจนบาดเจ็บ ยืนยันไม่เคยความขัดแย้งกับใคร ด้านตร.เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดไล่ล่าคนร้าย   นางสาวจารุภรณ์ นันทกิจ อายุ 21 ปี นิสิตชั้น ปี 3 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พร้อมอาจารย์เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน เพิ่มเติม หลังถูกคนร้าย ชายอายุ 30-40 ปีใช้เหล็กยาวขนาด 2 ฟุตฟาดบริเวณ ศีรษะ ขณะเดินลงจากสะพานลอยหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถนนพระราม ที่ 1 จนได้รับบาเจ็บ ถูกนำตัวไปรักษาที่รพ.ตำรวจอาการปลอดภัย   ผู้เสียหาย เล่าว่า ขณะเดินผ่านจุดเกิดเหตุ สังเกตเห็นชายสวมเสื้อยืด กางเกงขายาว นั่งอยู่บริเวณพุ่มไม้ริมฟุตบาท แต่ไม่ได้สนใจกระทั่งมารู้สึกว่ามีคนใช้ของแข็งฟาดเข้าที่ท้ายทอย จนทำต้องวิ่งหลบหนีไปขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อนำตัวไปส่งโรงพยาบาล   เบื้องต้นพบว่ามีบาดแผลปูดบวมบริเวณข้อมือซ้าย แผ่นหลัง และท้ายทอย ซึ่งเจ้าตัวยืนยันไม่เคยรู้จักผู้ก่อเหตุมาก่อน และที่ผ่านมาไม่เคยมีความแย้งกับบุคคลใด จึงไม่ทราบว่าคนร้ายเป็นใคร และมีจุดมุ่งหมายอย่างไร ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้น ยอมรับเป็นอันตราย และน่ากลัว เนื่องจากเป็นช่วงกลางวัน อีกทั้งยังเป็นหน้าบริเวณสำนักงานตำรวจแหงชาติ ที่มีความปลอดภัย แต่ปรากฏว่าเป็นพื้นที่อันตราย หลังจากนี้จะเพิ่มความระมัดระวัง โดยเฉพาะผู้หญิงที่จะต้องเดินทางเพียงลำพัง   ด้านพันตำรวจเอกภพธร จิตต์หมั่น ผู้กำกับการ สน.ปทุมวัน เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุได้สั่งให้ฝ่ายสืบสวนตรวจสอบกรณีที่เกิดขึ้น พร้อมกับติดตามภาพวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียงที่เกิดเหตุ เพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุ ซึ่งจากภาพวงจรปิดขณะเกิดเหตุ บันทึกภาพผู้ก่อเหตุได้ค่อนข้างชัดเจน และท่อนเหล็กตกอยู่ในที่เกิดเหตุ จึงจรวบรวมหลักฐานและตรวจสอบเส้นทางการหลบหนีหลังเกิดเหตุ คาดผู้ก่อเหตุมีอาการทางจิต   ด้านวิน จยย.ที่อยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุ กล่าวว่าในวันเกิดเหตุเห็นชายคนดังกล่าว มีอาการเมาตั้งแต่เช้า ไม่พูดจากับใคร ก่อนไปก่อเหตุคิดว่าเป็นสามีภรรยาทะเลาะกัน หลังเกิดเหตุได้เดินไปแบบชิลๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งนี้โดยปกติไม่เคยเห็นชายก่อเหตุมาเดินบริเวณนี้ คาดเป็นคนต่างถิ่น     อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวแล้ว ได้กำชับให้เร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน ผู้ใดพบเห็นหรือมีเบาะเเสที่เป็นประโยชน์ สามารถเเจ้งมายัง สน.ปทุมวัน โทร. 02-2152991 หรือ ศปก.ตร. 1599 ได้ตลอด 24 ชม.   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-xCpVmsljL4    

 20,634
สังคม-อาชญากรรม
24 ม.ค. 61

สตช.ถอดชื่อหนุ่มติดคุกฟรี 7 วัน ออกจากประวัติอาชญากรแล้ว ตั้งสอบ ตร.ทำงานผิดพลาด

จากกรณีที่นายเฉลิมพล อยู่ดี ผู้เสียหายออกมาร้องขอความยุติธรรมผ่านทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ช่วยดำเนินการตรวจสอบ กรณีถูกตำรวจ สภ.เมืองชลบุรี บังคับให้เซ็นรับข้อหายาเสพติดทั้งที่ไม่ได้เสพ ผลตรวจออกมายืนยันว่าไม่มีสารเสพติด แต่ผ่านไป 7 ปี ยังมีชื่อขึ้นอยู่ในประวัติอาชญากร ได้ทดลองงานที่บริษัทพลังงานแห่งหนึ่ง ใกล้จะได้เป็นพนักงานประจำ แต่ถูกนายจ้างขอให้เขียนใบลาออกสิ้นเดือนนี้ เหตุเพราะทางบริษัทตรวจพบว่ามีประวัติอาชญากร   ล่าสุดวานนี้ (23 ม.ค.) พลตำรวจเอกวิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ออกชี้แจงต่อสื่อมวลชนว่า เมื่อวันที่ 22 ม.ค. ที่ผ่านมาได้มีการส่งผลตรวจร่างกายผู้เสียหายให้อัยการพิจารณา และมีคำสั่งยกฟ้องไปแล้ว จึงดำเนินการลบชื่อผู้เสียหายออกจากทะเบียนประวัติอาชญากรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว   ซึ่งผลการตรวจสอบพบว่าสาเหตุเกิดจากความประมาท ของพันตำรวจเอกวินิจ ผันอากาศ อดีตพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งยศ พันตำรวจตรี รวมถึงไปถึงคนเดินสำนวน จนก่อให้เกิดความผิดพลาดในการนำสำนวนสอบสวนส่งให้พนักงานอัยการแต่ถูกตีกลับเนื่องจากว่าไม่ได้มีการแนบเอกสารผลตรวจจากแพทย์ที่ยืนยันไม่พบสารเสพติดในร่างกายของนายเฉลิมพล จากกรมคุมประพฤติไปด้วย   อีกทั้งคนเดินสำนวนไม่ได้แจ้งเรื่องดังกล่าวแก่พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี แต่กลับนำสำนวนคดีดังกล่าวไปเก็บไว้ที่ห้องเก็บสำนวนสถานีตำรวจภูธรเมืองชลบุรี ระหว่างนั้นพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีมีการโยกย้ายออกนอกท้องที่ และมีการย้ายห้องเก็บสำนวนถึง 3 ครั้ง ทำให้สำนวนคดีค้างนานกว่า 7 ปี ในขณะเดียวกันได้มีการสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบว่าผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้มีความผิดจริง ผู้กระทำผิดจะได้รับโทษกักขัง   ภายหลังรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ออกชี้แจงต่อสื่อมวลชนเป็นที่เรียบร้อย นายเฉลิมพล ได้เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ว่า ตนรู้สึกดีใจและโล่งใจมากที่เรื่องของตนได้รับการคลี่คลายในที่สุด เรื่องของบริษัทที่ทำงานของตนนั้น ได้ทำการยื่นเอกสารรับรองความประพฤติไปและไม่มีปัญหาใดๆ ส่วนการขอโทษจากนายตำรวจเจ้าของคดีและผู้ที่เกี่ยวข้องนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อมาเป็นการส่วนตัว มีเพียงคำขอโทษผ่านสื่อออกมาเท่านั้น   ส่วนจะฟ้องร้องหรือไม่นั้น หากถามในใจลึกๆ ตนอยากก็ฟ้องเช่นกัน เพราะยังคงติดใจอยู่ว่าเหตุใดถึงได้ปล่อยเรื่องของตนให้ผ่านมานานขนาดนี้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องรอปรึกษากับครอบครัว และรอผลตรวจสอบจากทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติก่อนว่ามีความผิดจริงไหมถึงจะได้ดำเนินการต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WNUaYeFB9FE    

 9,508
สังคม-อาชญากรรม
08 ธ.ค. 60

ชายวัย 43 เครียดทะเลาะเมีย ปีนเสาสื่อสาร สตช.นาน 7 ชั่วโมง ก่อน ตร.หญิง เกลี้ยกล่อม จึงยอมลง

เกิดเหตุนายสมร คำใบ หรืออ้วน ชายวัย 43 ปี ชาว จ.หนองคาย ปีนเสาสื่อสารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่มีความสูงประมาณ 6 ชั้น ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัด   โดยญาติเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้นายสมร มีความเครียดและเคยบ่นเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมาว่าทะเลาะกับภรรยา จนถึงขั้นลงมือทำร้ายร่างกาย   ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ พยายามติดต่อภรรยาแต่ได้รับการปฎิเสธ เนื่องจากก่อนหน้านี้ โดนนายสมรทำร้ายร่างกาย จนต้องหลบหนีมาบ้านญาติต่างจังหวัด   ต่อมาเวลา 15.45 น. นายสมร ยอมลงจากเสาสื่อสารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยรถกระเช้าหลังจากที่ ร.ต.ท.หญิงวันวิสา ธีระปัญญาชัย หรือหมวดผึ้ง รองสว.ฝอ.1บก.อก.สทส. หนึ่งในทีมเจรจา ขึ้นรถกระเช้าเข้าพูดคุยด้วย โดยในระหว่างนั้นนายสมรมีท่าทีคลายความกังวล พูดคุย เจรจาโต้ตอบกับร.ต.ท.หญิงวันวิสา ก่อนใจอ่อนยอมลงจากเสาโดยดี ด้วยสภาพอิดโรย   โดยมีญาติ และหลานอายุประมาณ 5 ขวบ มารอรับ ท่ามกลางความดีใจของเจ้าหน้าที่ตำรวจและไทยมุง โดยมีทีมแพทย์และจิตแพทย์ของโรงพยาบาลตำรวจ รองรับพูดคุยก่อนพาส่งบ้านพักที่จ.ปทุมธานี พร้อมกับญาติ หลังจากขึ้นไปอยู่บนเสาสื่อสารและเจ้าหน้าที่ใช้เวลาเจรจา มากกว่า 7 ชั่วโมง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KoXTloeCny0    

 6,670
สังคม-อาชญากรรม
04 ต.ค. 60

วัยรุ่นตกใจโดน ตร.โบกเรียก หนีกระเจิงวิ่งเข้าถ้ำเสือ สตช. สุดท้ายไปไม่รอดโดนรวบ

หนุ่มลูกจ้างร้านประดับยนต์ หลบหนีการตรวจค้นเข้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก่อนตำรวจกระจายกำลังตามจับกลุ่มได้ ภายในห้องน้ำโรงพยาบาลสัตว์จุฬา อ้างไม่รู้จักสำนักงานตำรวจแห่งชาติ   หนุ่มลูกจ้างร้านประดับยนต์ ย่านตลาดโบ๊เบ๊วัย 20 ปี พร้อมน้องชายอายุ 16 ปี ถูกตำรวจสันติบาล ประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตามควบคุมตัว หลังสายตรวจ สน.ปทุมวัน เรียกตรวจค้นรถจักรยานยนต์ ขณะขับขี่บนถนนพระรามที่ 1 ผ่านสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างมีพิรุธ ก่อนจะทิ้งรถ เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวน้องชาย พร้อมรถจักรยานยนต์ได้ที่เกิดเหตุ   โดยได้วิ่งหลบหนี เข้าไปภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก่อนวิ่งทะลุผ่านไปยังถนนอังรีดูนังต์ ลัดเลาะไปหลบซ่อนภายในคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (โรงพยาบาลสัตว์จุฬา) ตำรวจจึงได้กระจายกำลังเข้าตรวจค้น จนกระทั่งพบตัวหลบซ่อนอยู่ภายในห้องน้ำชั้น 1 ของอาคารดังกล่าว จึงนำตัวมาสอบปากคำ   โดยผู้ก่อเหตุให้การว่าไม่รู้ว่าสถานที่วิ่งหลบหนีเข้าไปนั้น เป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อีกทั้งไม่มีเงินเสียค่าปรับ และไม่มีใบขับขี่ โดยยืนยันว่าไม่ได้เสพยาเสพติด หรือเคยก่อเหตุหลบหนีคดีมา เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งให้กับพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ดำเนินคดีต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_s0sLTbamh4  

 486
สังคม-อาชญากรรม
22 พ.ค. 60

โฆษก สตช.ชี้มัลแวร์เรียกค่าไถ่โจมตี 191 ไม่กระทบให้บริการ ปชช.

จากกรณีที่มีข่าวว่ามัลแวร์เรียกค่าไถ่ หรือ WannaCry (วอนนาคราย) WannaCry ป่วนระบบคอมพิวเตอร์ ของศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 ของจังหวัดศรีสะเกษ และจังหวัดฉะเชิงเทรา จนระบบล่ม ลักษณะเหมือนโดนไวรัสล็อคระบบ ไม่สามารถใช้งานคอมพิวเตอร์และรับแจ้งเหตุได้ เมื่อวันที่ 20 พ.ค.2560 เมื่อเวลา 18.00 น.   ด้านพันตำรวจเอกกฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่าจนถึงขณะนี้ทราบว่ามีการรายงานมาตามขั้นตอนว่ามีหน่วยงานบางหน่วยงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดนมัลแวร์ เข้าจู่โจมระบบจริงในบางพื้นที่ แต่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการรับแจ้งเหตุของเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่อย่างใด เพราะการรับแจ้งเหตุยังคงอยู่ในระบบโทรศัพท์ซึ่งแยกจากระบบคอมพิวเตอร์ ส่วนในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ และฉะเชิงเทราที่มีข่าวว่าถูกมัลแวร์เรียกค่าไถ่โจมตีนั้น   จากการตรวจสอบพบว่า เป็นเพียงปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างผู้ให้บริการเครือข่าย (ทีโอที ) กับทางกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ทำให้เกิดเหตุขัดข้องซึ่งไม่ได้โดนมัลแวร์เรียกค่าไถ่โจมตีและระบบการรับแจ้งเหตุของพื้นที่ทั้งสองนั้นยังสามารถใช้งานได้ตามปกติไม่ได้มีปัญหาล่มตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด ซึ่งทราบว่าจะมีการแก้ไขให้แล้วเสร็จในวันนี้   ในส่วนของการแก้ไขปัญหาหน่วยงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ถูกมัลแวร์เรียกค่าไถ่เข้าโจมตี ขณะนี้ได้มีการสั่งให้ปิดพอร์ตการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตและให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาดำเนินการแก้ไข แต่ยืนยันได้ว่าระบบคอมพิวเตอร์ที่ถูกโจมตีไม่ใช่ระบบข้อมูลหลักหรือระบบการรับแจ้งเหตุต่างๆจึงไม่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมการทำงานของทางเจ้าที่ตำรวจขอให้ประชาชนสบายใจ พร้อมกันนี้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังสั่งการให้ทุกหน่วยงานที่ยังไม่โดนโจมตีจัดการป้องกันระบบของตนเองแล้ว เพื่อความปลอดภัยของฐานข้อมูลต่างๆ    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ssfVw-IZYNE    

 13,713
การเมืองเข้มข้น
23 มี.ค. 60

สตช.แจงมาตรการใบสั่ง-คาดเข็มขัดนิรภัย ตามคำสั่ง ม.44 คสช.

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รับลูก คสช.วางมาตรการเข้มด้านการจราจร เน้นจับกุมรถจอดกีดขวาง ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย และไม่ชำระใบสั่ง โดยมาตรการนี้ เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน โดยเฉพาะเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง ซึ่งจากคำสั่งดังกล่าวส่งผลให้ทุกคนที่นั่งในรถต้องคาดเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง ส่วนรถสเปซแคป และรถสาธารณะรุ่นเก่า ที่ไม่มีเข็มขัดนิรภัย รอกรมการขนส่งพิจารณา ส่วนกรณีใบสั่งจากสถิติตั้งแต่ปี 2559 ถึงปัจจุบัน เพียงแค่ปีเศษ มีผู้ถูกออกใบสั่งถึง 6 แสน 8 หมื่นใบ ในจำนวนนี้มีเพียง 11% ที่เจ้าของยอมไปชำระค่าปรับ ส่วนที่เหลืออีกกว่า 80 % หรือประมาณ 6 แสนใบ ไม่ไปชำระค่าปรับ แต่ตามคำสั่งนี้กำหนดให้ผู้ขับขี่และเจ้าของรถต้องไปชำระค่าปรับภายใน 15 วัน หลังจากนั้นทางตำรวจจะออกหนังสือเตือนอีก 15 วัน หากยังไม่มาก็จะส่งเรื่องไปยังกรมการขนส่งทางบก เมื่อครบกำหนดชำระภาษี หากเจ้าของรถยอมจ่ายทั้งภาษีและค่าปรับ ก็จะออกเครื่องหมายแสดงการชำระภาษีหรือป้ายวงกลม แต่หากไม่ยอมชำระค่าปรับให้เจ้าหน้าที่กรมการขนส่งรับชำระภาษี แต่ออกหลักฐานการชำระค่าภาษีแบบชั่วคราวที่มีอายุ 30 วัน และให้โอกาสมาชำระค่าปรับภายใน 30 วัน ก่อนออกป้ายวงกลมตัวจริง แต่หากโต้แย้งข้อกล่าวหาให้ไปพบพนักงานสอบสวนพิสูจน์ข้อเท็จจริงภายใน 15 วัน หรือยื่นฟ้องต่อศาล    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-0Kn7lSBm3A  

 19,590
สังคม-อาชญากรรม
17 ม.ค. 60

สตช.ยันตัดสิทธิ์คนสอบนายสิบเฉพาะผู้ที่ทุจริต

โฆษก สตช ยืนยันคดีทุจริตสอบนายสิบ ตร. ทำสำนวนอย่างรอบคอบ เป็นธรรมกับทุกฝ่าย ด้วยความรวดเร็ว ที่ประชุมสรุปให้ตัดสิทธิ์ผู้กระทำผิดเป็นราย ๆ ไป ซึ่งเตรียมนำเสนอ ผบ.ตร. ให้พิจารณาอีกครั้ง พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา โฆษก สตช. กล่าวว่า เบื้องต้นพบการกระทำความผิดใน บช.น.ภาค 7 และภาค 1 ซึ่ง ตร.ทำสำนวน ด้วยความรวดเร็ว ถูกต้อง รอบคอบ และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งที่ประชุมวันนี้ มีความเห็นว่าควรตัดสิทธิ์ผู้ที่ทุจริตเป็นราย ๆ ไป และแจ้งข้อหาผู้บงการในฐานะอั้งยี่ ส่วนมือปืน แจ้งข้อหา กระทำความผิดตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ โดยจะนำความเห็นทั้งหมดนี้เสนอให้ ผบ.ตร. พิจารณาอีกครั้ง ขณะที่นักศึกษาที่ถูกออกหมายจับคดีรับจ้างเฉลยคำตอบข้อสอบคัดเลือกเข้านักเรียนนายสิบ ทยอยเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธินแล้ว ด้านตำรวจเตรียมขอหมายจับกลุ่มผู้ที่ร่วมลอกข้อสอบอีกกว่า 100 คนต่อไป   รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_77o3SIciBs

 1,477
สังคม-อาชญากรรม
16 พ.ย. 59

รองโฆษก ตร.แถลงลอยกระทงปี 59 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

พันตำรวจเอกกฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงการดูแลความสงบและความปลอดภัยของประชาชนทั่วประเทศในคืนวันลอยกระทงที่ผ่านมาว่า สถานการณ์เต็มไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีเหตุการณ์ความรุนแรง ส่วนกรณีโป๊ะล่ม ที่เกิดขึ้นภายในบริเวณวัด อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรีนั้น เบื้องต้นทราบว่า ทางวัดงดจัดงานวันลอยกระทง แต่มีประชาชนไปร่วมลอยกระทงบริเวณโป๊ะท่าน้ำของวัดจำนวนมาก จึงทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ซึ่งตำรวจก็จะเข้าไปตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริง อย่างไรก็ตามสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ให้ความร่วมมือ สืบสานประเพณีลอยกระทงที่ดีตลอดไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/EUw9fc_UsTE  

 550

Top