ค้นหา :

ผลการค้นหา "นักท่องเที่ยว"

สังคม
09 ธ.ค. 62

เร่งหาตัวการ์ดสถานบันเทิงรุมทำร้าย นทท. ชาวไอร์แลนด์ เหตุเตือนใช้แรงงานเด็ก เจ้าตัวร่ำไห้เพิ่งมาไม่กี่ชั่วโมง

พัทยา-เมื่อเวลา 03.30 น.วันที่ 9 ธันวาคม 2562 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุนักท่องเที่ยวถูกรุมทำร้าย มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดภายในซอยเลียบชายหาดพัทยา 7 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี    ที่เกิดเหตุมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ มุงดูเหตุการณ์ พบร่าง Mr. Bart o’ gready อายุ 46 ปี สัญชาติไอร์แลนด์ ได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลที่ใบหน้ามีเลือดไหลออกมาจำนวนมาก อยู่ในอาการสะลึมสะลือ เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ ปฐมพยาบาลเบื้องต้น จนผู้บาดเจ็บได้สติจึงเล่าเหตุการณ์ให้เจ้าหน้าที่ฟังทั้งน้ำตาด้วยความเสียใจ ว่าเพิ่งเดินทางมาถึงเมืองพัทยาเพียงไม่ถึง 24 ชั่วโมง กลับมาถูกรุมทำร้าย   โดยผู้บาดเจ็บเล่าให้เจ้าหน้าที่ผ่านล่ามแปลภาษาฟังว่าได้เข้าไปเที่ยวสถานบันเทิงภายในซอย ได้มีปัญหาอยู่ภายในร้าน ก่อนจะถูกกลุ่มผู้ชายหลายคนซึ่งเข้าใจว่าเป็นพนักงานดูแลของร้านกว่า 10 คนรุมทำร้าย จนได้รับบาดเจ็บแล้วกลุ่มผู้ก่อเหตุก็แยกย้ายกันหลบหนีไป ส่วนตนเองก็นอนสลบอยู่ข้างทางจนมีพลเมืองดีแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือ   เบื้องต้นพ.ต.ท.ณัฐวรรธ เพลินจิตร สว.สอบสวน เจ้าของคดี ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุ เพื่อติดตามตัวกลุ่มคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเร่งด่วน เนื่องจากเป็นความสร้างความเสื่อมเสียภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเมืองพัทยาเป็นอย่างมาก

 5,784
ข่าวภูมิภาค
09 ธ.ค. 62

นักท่องเที่ยวแห่ขึ้นภูหิน สัมผัสอากาศหนาว ชาวบ้านต้องพึ่งกองไฟและผ้าห่มหนา

สถานีอุตุนิยมวิทยาพิษณุโลกวัดอุณหภูมิต่ำสุดได้ที่ 10.4 องศาเซลเซียส ขณะที่บริเวณเทือกเขาสูง ในเขตอำเภอนครไทย อำเภอชาติตระการ สภาพอากาศ เริ่มหนาวจัดอุณหภูมิต่ำสุดในช่วงเช้าต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส เช้านี้ 07.30 น 8 ธันวาคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศสภาพอากาศของบ้านห้วยน้ำไซ หมู่ 15 ตำบลเนินเพิ่ม อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก อุณหภูมิประมาณ 8 องศาเซลเซียส   ชาวบ้านต้องออกมารับไออุ่นจากแสงแดดในช่วงเช้า หลายครอบครัว คลายหนาวด้วยกองไฟ บางครอบครัวใช้วิธีต้มน้ำเพื่ออาบน้ำให้กับเด็ก ส่วนที่บ้านใหม่ร่องกล้าหมู่ 10 ตำบลเนินเพิ่ม อำเภอนครไทย ที่ระดับความสูงประมาณ 1,400 เมตร สภาพอากาศได้หนาวจัดต่อเนื่องมา 3 วันแล้ว อุณหภูมิต่ำสุดเช้านี้อยู่ที่ 5 องศาเซลเซียส ชาวบ้านต้องใส่เสื้อกันหนาวและผ้าห่มกันอย่างหนาแน่น   ขณะที่ด่านตรวจทางขึ้นอุทยานภูหินร่องกล้า บ้านห้วยน้ำไซ ต.เนินเพิ่ม อ.นครไทย จ.พิษณุโลก สภาพอากาศหนาวมีนักท่องเที่ยวทั้งจากพิษณุโลกและใกล้เคียงต่างมาท่องเที่ยวเพื่อสัมผัสบรรยากาศหนาวกันอย่างหนาแน่น ทั้งเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว และมาเป็นกลุ่มด้วยรถจักรยานยนต์ จากพิษณุโลก สุโขทัย เป้าหมายเพื่อมาท่องเที่ยวที่อุทยานภูหินร่องกล้า และไปพักแรมที่ภูทับเบิก อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ที่สามารถเดินทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงกันได้ ระหว่างอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าและภูทับเบิก สภาพอากาศเย็นตลอดทั้งวัน แม้ว่าจะช่วงเที่ยงและบ่ายสภาพอากาศยังคงหนาวเย็นและมีลมพัดแรง ขณะที่ร้านจำหน่ายสินค้าของชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง พืชผลเมืองหนาว สตรอเบอรี่ ก็จำหน่ายกันได้ดีขึ้น   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/sv1gT16QQzs

 4,258
สังคม
09 ธ.ค. 62

นักท่องเที่ยวแห่ขึ้นภูหิน สัมผัสอากาศหนาว ชาวบ้านต้องพึ่งกองไฟและผ้าห่มหนา

สถานีอุตุนิยมวิทยาพิษณุโลกวัดอุณหภูมิต่ำสุดได้ที่ 10.4 องศาเซลเซียส ขณะที่บริเวณเทือกเขาสูง ในเขตอำเภอนครไทย อำเภอชาติตระการ สภาพอากาศ เริ่มหนาวจัดอุณหภูมิต่ำสุดในช่วงเช้าต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส เช้านี้ 07.30 น 8 ธันวาคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศสภาพอากาศของบ้านห้วยน้ำไซ หมู่ 15 ตำบลเนินเพิ่ม อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก อุณหภูมิประมาณ 8 องศาเซลเซียส   ชาวบ้านต้องออกมารับไออุ่นจากแสงแดดในช่วงเช้า หลายครอบครัว คลายหนาวด้วยกองไฟ บางครอบครัวใช้วิธีต้มน้ำเพื่ออาบน้ำให้กับเด็ก ส่วนที่บ้านใหม่ร่องกล้าหมู่ 10 ตำบลเนินเพิ่ม อำเภอนครไทย ที่ระดับความสูงประมาณ 1,400 เมตร สภาพอากาศได้หนาวจัดต่อเนื่องมา 3 วันแล้ว อุณหภูมิต่ำสุดเช้านี้อยู่ที่ 5 องศาเซลเซียส ชาวบ้านต้องใส่เสื้อกันหนาวและผ้าห่มกันอย่างหนาแน่น   ขณะที่ด่านตรวจทางขึ้นอุทยานภูหินร่องกล้า บ้านห้วยน้ำไซ ต.เนินเพิ่ม อ.นครไทย จ.พิษณุโลก สภาพอากาศหนาวมีนักท่องเที่ยวทั้งจากพิษณุโลกและใกล้เคียงต่างมาท่องเที่ยวเพื่อสัมผัสบรรยากาศหนาวกันอย่างหนาแน่น ทั้งเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว และมาเป็นกลุ่มด้วยรถจักรยานยนต์ จากพิษณุโลก สุโขทัย เป้าหมายเพื่อมาท่องเที่ยวที่อุทยานภูหินร่องกล้า และไปพักแรมที่ภูทับเบิก อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ที่สามารถเดินทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงกันได้ ระหว่างอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าและภูทับเบิก สภาพอากาศเย็นตลอดทั้งวัน แม้ว่าจะช่วงเที่ยงและบ่ายสภาพอากาศยังคงหนาวเย็นและมีลมพัดแรง ขณะที่ร้านจำหน่ายสินค้าของชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง พืชผลเมืองหนาว สตรอเบอรี่ ก็จำหน่ายกันได้ดีขึ้น   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/sv1gT16QQzs

 4,258
ข่าวภูมิภาค
06 ธ.ค. 62

ไฟไหม้โรงแรมพัทยา นทท. 400 ชีวิตหนีตายจ้าละหวั่น

ชลบุรี - เกิดเหตุเพลิงไหม้ ที่โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ ภายในซอยบัวขาว ต.หนองปรือ อ.บางละมุง ที่เกิดเหตุเป็นโรงแรมสูง 8 ชั้น มีเพลิงกำลังโหมลุกไหม้ตัวอาคารอย่างหนัก เปลวเพลิงและควันพวยพุ่งอยู่บริเวณด้านหน้า   เจ้าหน้าที่ตำรวจ พลเมืองดี พนักงานรักษาความปลอดภัย ช่วยกันอพยพ นักท่องเที่ยวที่พักอยู่ภายในโรงแรม กว่า 400 ชีวิต มีทั้งเด็ก คนชรา รวมไปถึงคนพิการ ออกไปยังพื้นที่ปลอดภัย ก่อนที่ทีมเจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้รถน้ำ 2 คัน ระดมฉีดน้ำเข้าระงับเพลิงที่กำลังโหมลุกอย่างต่อเนื่อง ใช้เวลากว่า 30 นาที เพลิงจึงสงบลง   สอบถามสุภัทชัย พันวิลัย อายุ 29 ปี พนักงานรักษาความปลอดภัยของโรงแรมทราบว่าก่อนเกิดเหตุสังเกตเห็นกลุ่มควันพวยพุ่งขึ้นมาบริเวณริมระเบียงด้านหน้า แล้วเปลวไฟก็โหมลุกไหม้ขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากช่วงดังกล่าวมีกระแสลมค่อนข้างแรง จนกระทั่งมีเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือจนเพลิงสงบลงดังกล่าว   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้าตรวจสอบในตัวอาคารพบจุดต้นเพลิงอยู่บริเวณด้านหน้าอาคาร แต่ยังไม่ลุกลามเข้าไปในตัวอาคาร ได้รับความเสียหายจำนวนมาก โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ อย่างไรก็ตามจะต้องรอให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบหาสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ต่อไป ส่วนมูลค่าความเสียหายคาดไม่ต่ำกว่าหลักล้านบาท   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/-ewxQ1oiA30

 11,836
สังคม
06 ธ.ค. 62

ไฟไหม้โรงแรมพัทยา นทท. 400 ชีวิตหนีตายจ้าละหวั่น

ชลบุรี - เกิดเหตุเพลิงไหม้ ที่โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ ภายในซอยบัวขาว ต.หนองปรือ อ.บางละมุง ที่เกิดเหตุเป็นโรงแรมสูง 8 ชั้น มีเพลิงกำลังโหมลุกไหม้ตัวอาคารอย่างหนัก เปลวเพลิงและควันพวยพุ่งอยู่บริเวณด้านหน้า   เจ้าหน้าที่ตำรวจ พลเมืองดี พนักงานรักษาความปลอดภัย ช่วยกันอพยพ นักท่องเที่ยวที่พักอยู่ภายในโรงแรม กว่า 400 ชีวิต มีทั้งเด็ก คนชรา รวมไปถึงคนพิการ ออกไปยังพื้นที่ปลอดภัย ก่อนที่ทีมเจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้รถน้ำ 2 คัน ระดมฉีดน้ำเข้าระงับเพลิงที่กำลังโหมลุกอย่างต่อเนื่อง ใช้เวลากว่า 30 นาที เพลิงจึงสงบลง   สอบถามสุภัทชัย พันวิลัย อายุ 29 ปี พนักงานรักษาความปลอดภัยของโรงแรมทราบว่าก่อนเกิดเหตุสังเกตเห็นกลุ่มควันพวยพุ่งขึ้นมาบริเวณริมระเบียงด้านหน้า แล้วเปลวไฟก็โหมลุกไหม้ขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากช่วงดังกล่าวมีกระแสลมค่อนข้างแรง จนกระทั่งมีเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือจนเพลิงสงบลงดังกล่าว   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้าตรวจสอบในตัวอาคารพบจุดต้นเพลิงอยู่บริเวณด้านหน้าอาคาร แต่ยังไม่ลุกลามเข้าไปในตัวอาคาร ได้รับความเสียหายจำนวนมาก โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ อย่างไรก็ตามจะต้องรอให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบหาสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ต่อไป ส่วนมูลค่าความเสียหายคาดไม่ต่ำกว่าหลักล้านบาท   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/-ewxQ1oiA30

 11,836
แชร์ออฟเดอะเดย์
02 ธ.ค. 62

เจ้าของที่พักม่อนแจ่ม ขอโทษปมเต็นท์ขึ้นรา พร้อมเปลี่ยนใหม่ให้เรียบร้อย

เชียงใหม่-จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Wichuda Santes ได้โพสต์บรรยายข้อความพร้อมรูปภาพลงในกลุ่มเฟซบุ๊กที่ชื่อ กลุ่มคนหนีเที่ยว | Sneak out หนีเที่ยว โดยโพสต์วิจารณ์ความพอใจหลังไปใช้บริการที่พักแห่งหนึ่งที่ม่อนแจ่ม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง   ซึ่งผู้โพสต์พร้อมคณะไปพักกางเต็นท์หลายหลัง ราคาหลังละ 1,800 บาท แต่ปรากฏว่าภายในเต็นท์ที่พักค้างคืนนั้นมีราดำขึ้นเต็มไปหมด จึงนำเรื่องราวประสบการณ์ที่ได้รับมาเผยแพร่เพื่อหวังให้เป็นกรณีตัวอย่างและทางเจ้าของที่พักมีการแก้ไขปรับปรุง เพราะว่ากำลังเป็นช่วงฤดูการท่องเที่ยวที่ผู้คนน่าจะเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งโพสต์ดังกล่าวมีผู้เข้าไปแสดงความคิดเห็นและแชร์ต่อเป็นจำนวนมาก   ในเวลาต่อมาเฟซบุ๊กชื่อ ม่อนสายลม ม่อนแจ่ม ได้โพสต์ข้อความยอมรับว่าเหตุการณ์ดังกล่าวที่เต็นท์ขึ้นเชื้อราเต็มนั้นเป็นความจริง พร้อมขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามโพสต์และรับจะดำเนินการแก้ไขปรับปรุง โดยระบุว่า   “เรียนลูกค้าม่อนสายลมที่เคารพทุกท่านตามที่มีลูกค้าลงรีวิวว่าเต็นท์เราเป็นเชื้อรานั้นมีจริง เนื่องจากอากาศเย็นมีความชื้นสูงแต่เราไม่ได้ใช้แบบนี้ตลอด เรามีการเปลี่ยนใหม่ทุกปีที่มีเชื้อรา ตอนนี้ทางเราได้ทำการเปลี่ยนเต็นท์ใหม่เรียบร้อยแล้วค่ะ จึงเรียนให้ทุกท่านสบายใจได้ค่ะ”   รายงานข่าวแจ้งว่าจากกรณีที่เกิดขึ้น วันนี้ (2 ธ.ค.) ทางจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งด้านการท่องเที่ยวและสาธารณสุขเตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบที่พักดังกล่าว รวมทั้งที่พักอื่นๆ ในแหล่งเดียวกัน เพื่อกำชับสั่งการให้เพิ่มความใส่ใจดูแลมาตรการความสะอาดและสุขอนามัย พร้อมปรับปรุงในส่วนที่บกพร่องให้ดีขึ้น เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวและภาพลักษณ์ของจังหวัดเชียงใหม่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ESBitf-4K1k

 6,502
ข่าวโซเชียล
02 ธ.ค. 62

เจ้าของที่พักม่อนแจ่ม ขอโทษปมเต็นท์ขึ้นรา พร้อมเปลี่ยนใหม่ให้เรียบร้อย

เชียงใหม่-จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Wichuda Santes ได้โพสต์บรรยายข้อความพร้อมรูปภาพลงในกลุ่มเฟซบุ๊กที่ชื่อ กลุ่มคนหนีเที่ยว | Sneak out หนีเที่ยว โดยโพสต์วิจารณ์ความพอใจหลังไปใช้บริการที่พักแห่งหนึ่งที่ม่อนแจ่ม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง   ซึ่งผู้โพสต์พร้อมคณะไปพักกางเต็นท์หลายหลัง ราคาหลังละ 1,800 บาท แต่ปรากฏว่าภายในเต็นท์ที่พักค้างคืนนั้นมีราดำขึ้นเต็มไปหมด จึงนำเรื่องราวประสบการณ์ที่ได้รับมาเผยแพร่เพื่อหวังให้เป็นกรณีตัวอย่างและทางเจ้าของที่พักมีการแก้ไขปรับปรุง เพราะว่ากำลังเป็นช่วงฤดูการท่องเที่ยวที่ผู้คนน่าจะเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งโพสต์ดังกล่าวมีผู้เข้าไปแสดงความคิดเห็นและแชร์ต่อเป็นจำนวนมาก   ในเวลาต่อมาเฟซบุ๊กชื่อ ม่อนสายลม ม่อนแจ่ม ได้โพสต์ข้อความยอมรับว่าเหตุการณ์ดังกล่าวที่เต็นท์ขึ้นเชื้อราเต็มนั้นเป็นความจริง พร้อมขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามโพสต์และรับจะดำเนินการแก้ไขปรับปรุง โดยระบุว่า   “เรียนลูกค้าม่อนสายลมที่เคารพทุกท่านตามที่มีลูกค้าลงรีวิวว่าเต็นท์เราเป็นเชื้อรานั้นมีจริง เนื่องจากอากาศเย็นมีความชื้นสูงแต่เราไม่ได้ใช้แบบนี้ตลอด เรามีการเปลี่ยนใหม่ทุกปีที่มีเชื้อรา ตอนนี้ทางเราได้ทำการเปลี่ยนเต็นท์ใหม่เรียบร้อยแล้วค่ะ จึงเรียนให้ทุกท่านสบายใจได้ค่ะ”   รายงานข่าวแจ้งว่าจากกรณีที่เกิดขึ้น วันนี้ (2 ธ.ค.) ทางจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งด้านการท่องเที่ยวและสาธารณสุขเตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบที่พักดังกล่าว รวมทั้งที่พักอื่นๆ ในแหล่งเดียวกัน เพื่อกำชับสั่งการให้เพิ่มความใส่ใจดูแลมาตรการความสะอาดและสุขอนามัย พร้อมปรับปรุงในส่วนที่บกพร่องให้ดีขึ้น เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวและภาพลักษณ์ของจังหวัดเชียงใหม่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ESBitf-4K1k

 6,502
สังคม
01 ธ.ค. 62

นทท. สัมผัสอากาศหนาวที่โคราช ส่องฝูงกระทิงบนเขาแผงม้า

นักท่องเที่ยวจำนวนมากต่างพากันไปจับจอง กางเต้นท์นอนเพื่อสัมผัสอากาศเย็น และโอโซนอากาศบริสุทธิ์ บริเวณเขาแผงม้าจนเต็มพื้นที่ โดยมีเต้นท์ประมาณ 150 หลัง   สำหรับจุดสกัดบนเขาแผงม้า ถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เพราะเป็นที่สามารถใช้ตาเปล่าหรือกล้องส่องทางไกล มองเห็นฝูงกระทิงป่าประมาณ 300 ตัว ที่กำลังออกมากินหญ้า บริเวณทุ่งหญ้ากว้างบนเขาแผงม้า    ซึ่งพื้นที่บริเวณอ.วังน้ำเขียว มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี และก็ถูกจัดให้เป็นพื้นที่ที่มีโอโซนเป็นอำดับที่ 7 ของโลก อีกทั้งได้รับขนานนามว่าเป็น 'สวิตเซอร์แลนด์ แดนอีสาน'     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/yuEBliWSehE

 1,183
ข่าวภูมิภาค
20 พ.ย. 62

ไม่ตรงปก! นทท.จีนโวยงานปล่อยโคมลอยเชียงใหม่ คิดเงินแพงแต่ไม่คุ้ม รองผู้ว่าฯ ชี้เข้าใจคลาดเคลื่อน ด้านบริษัททัวร์คืนเงินแล้ว

ความคืบหน้ากรณีนักท่องเที่ยวชาวจีนโพสต์ในสื่อโซเชียลมีเดีย ประจานการจัดงานเทศกาลลอยกระทงและปล่อยโคมลอยของบริษัททัวร์แห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ที่ขายแพ็คเก็จทัวร์ให้นักท่องเที่ยวชาวจีนเพื่อเข้าร่วมงานเมื่อช่วงงานยี่เป็งจังหวัดเชียงใหม่ ประจำปี 2562     โดยมีการโฆษณาอวดอ้างว่าจะมีการจัดงานอย่างยิ่งใหญ่อลังการ แต่ปรากฏว่าพอนักท่องเที่ยวหลงเชื่อซื้อแพ็คเก็จทัวร์ในราคาแพงเข้าร่วมงานดังกล่าวที่จัดขึ้นในพื้นที่อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ปรากฏว่าการจัดกิจกรรมต่างๆในงานถือว่าแย่มากและไม่ใกล้เคียงกับที่มีการโฆษณา รวมทั้งไม่คุ้มค่ากับการเสียเงินแม้แต่น้อย ทั้งนี้ยังปรากฏว่ามีการเผยแพร่คลิปวิดีโอเหตุการณ์ความวุ่นวายที่นักท่องเที่ยวโวยวายเรียกร้องขอเงินคืนกลางการจัดงานด้วย     ขณะที่ นายคมสัน สุวรรณอัมพา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ อธิบายว่า นักท่องเที่ยวอาจจะมีการเข้าใจคลาดเคลื่อนกรณีชาวบ้านในพื้นที่เข้างานมาได้ทั้งที่ไม่มีการซื้อบัตร แต่ไม่ทราบว่าชาวบ้านไม่ได้คูปองสำหรับอาหาร  คูปองดังกล่าวจะได้เฉพาะนักท่องเที่ยวเท่านั้น     รายงานข่าวแจ้งว่าจากการตรวจสอบในเว็บไซต์  https://thailanternfestival.com  ซึ่งเป็นเว็บไซต์ของการจัดงานดังกล่าว พบว่ามีการเผยแพร่คลิปวิดีโอบันทึกภาพบรรยากาศการภายในงานที่จัดออกมาได้อย่างสวยสดงดงาม พร้อมทั้งมีการมีการเผยแพร่หนังสือลงวันที่ 13 พ.ย.62 ขอโทษและแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งเนื้อหาโดยสรุประบุว่าน้อมรับคำวิจารณ์และแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในการจัดงานวันที่ 11 พ.ย. 62 และจะทำการคืนเงินให้ผู้ซื้อบัตรเข้างานเต็มจำนวน ขณะเดียวกันกำลังรวบรวมหลักฐานและร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการพิสูจน์ความจริงเกี่ยวปัญหาและความวุ่นวายที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งจะมีการเปิดเผยต่อไป     สำหรับในส่วนของสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ ที่ถูกระบุว่ามีส่วนร่วมเป็นผู้จัดงานด้วยนั้น วันที่ 19 พ.ย. 62 จากการพยายามติดต่อผ่านทางโทรศัพท์เพื่อนัดหมายพูดคุยกับนายนพดล จิรภักดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งอยู่บนเวทีในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ด้วย ปรากฏว่าปิดเครื่องและไม่สามารถติดต่อได้ ขณะที่ทางสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ แจ้งว่าเบื้องต้นทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว และมีการประสานไปทางบริษัททัวร์ รวมทั้งสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อชี้แจงกรณีที่เกิดขึ้น  

 2,686
ต่างประเทศ
03 พ.ย. 62

ปชช.-นทท. นับพันคน แห่ร่วม ‘เทศกาลกิมจิเพื่อผู้ยากไร้’

ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้เมื่อวานนี้ มีการจัดงานเทศกาลกิมจิประจำปี มีชาวเกาหลีใต้และนักท่องเที่ยวต่างชาติราว 2 พันคน ไปร่วมกิจกรรมทำกิมจิ 35 ตันเพื่อแจกจ่ายให้กับผู้ยากไร้   ประชาชนนับพันคนได้เดินทางมาร่วมกิจกรรมดีดีแบบนี้ที่ศาลากลางกรุงโซล ผู้ที่มาร่วมงานนี้มีทั้งชาวเกาหลีใต้และต่างชาติ หลากหลายอายุ อย่างคุณยายท่านนี้อายุ 76 ปีแล้ว เธอบอกว่า ที่มาร่วมกิจกรรมนี้ก็เพื่ออยากเป็นส่วนหนึ่งของการเผยแพร่วัฒนธรรมของเกาหลีไปทั่วโลก   ขณะที่นักท่องเที่ยวหญิงชาวอเมริกันบอกว่า เธอตื่นเต้นมากที่ได้ร่วมทำกิมจิ เพราะเธอเป็นคนหนึ่งที่ชอบรับประทานกิมจิ การมาร่วมทำกิมจิ ทำให้ได้รู้กรรมวิธีและเรียนรู้วัฒนธรรมเกาหลีมากขึ้น   ผู้จัดงานบอกว่า จริงๆแล้วตั้งเป้าหมายไว้ว่า จะต้องทำกิมจิให้ได้ 65 ตันภายใน 3 วัน แต่เนื่องจากปัญหามลพิษในกรุงโซล ทำให้การจัดงานวันแรกคือ วันศุกร์ที่ผ่านมาต้องงดไป จึงสามารถทำกิมจิได้เพียง 35 ตัน แต่ทางผู้จัดจะนำกิมจิจากโรงงานมาเพิ่มให้ครบ 65 ตัน ก่อนจะนำไปแจกจ่ายให้กับผู้ยากไร้ในประเทศ   เมื่อปี 2013 องค์การยูเนสโกได้ประกาศให้การทำกิมจิ เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ และนับตั้งแต่นั้นมา เกาหลีใต้ก็จัดงานเทศกาลทำกิมจิแจกจ่ายให้ผู้ยากไร้เป็นประจำทุกปี มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมรวมแล้วหลายหมื่นคนเลยทีเดียว  

 842
สังคม
02 พ.ย. 62

ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน บูม!! นทท.แห่เที่ยว หลังเปิดให้เข้าชมวันแรก

เชียงราย - ที่บริเวณอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน (เตรียมการ) ตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย นายจงคล้าย วรพงศธร รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เป็นประธานเปิดพิธีให้ชมบริเวณปากถ้ำหลวงอย่างเป็นทางการ เพื่อให้นักท่องเที่ยวและประชาชนได้ชมภายในถ้ำหลวงเป็นครั้งแรก   หลังจากที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชได้มีประกาศปิดพื้นที่ไม่ให้เข้าชมภายในถ้ำหลวง เนื่องจากมีภารกิจในการขนย้ายอุปกรณ์ช่วยเหลือที่ยังมีคงค้างอยู่ในถ้ำ จึงมีการปิดปากถ้ำด้วยรั้วโลหะ ทำให้สามารถมองเห็นปากถ้ำได้เพียงในระยะ 30 เมตรเท่านั้น   สำหรับการเข้าชมถ้ำหลวงในแต่ละวัน สามารถรับนักท่องเที่ยวได้ประมาณวันละ 2,000 คน ซึ่งในวันนี้เป็นวันแรก จะเริ่มให้เข้าชมได้ในเวลา 10:00 น. แต่สำหรับวันต่อไปจะเปิดให้เข้าชมในเวลา 08:30-16:30 น โดยการเข้าชมจะแบ่งเป็นรอบๆละ 30 คน โดยผู้เข้าชมแต่ละรอบจะมี 3 จุดพัก เริ่มจากจุดที่ 1 คือการไปสักการะศาลเจ้าแม่นางนอนบริเวณหน้าถ้ำ จุดที่ 2 คือการชมถ้ำหลวง   โดยสามารถเข้าชมได้เฉพาะบริเวณปากถ้ำ (จุดที่ 13 หมูป่าจอดจักรยานทิ้งไว้) และจุดที่ 3 คือจุดทางออก โดยการชมในจุดที่ 1 และ 2 ใช้เวลากลุ่มละประมาณ 5 นาที โดยมีเจ้าหน้าที่คอยดูแล นอกจากนี้ยังมีจุดเที่ยวชมอื่นๆ บริเวณถ้ำหลวง อาทิ อนุสาวรีย์จ่าแซม ถ้ำพระ รวมถึงสระขุนน้ำนางนอนหรือสระขุนน้ำมรกต ที่อยู่ห่างออกไป 2 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมได้ตามปกติ   ทั้งนี้ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชได้ทดลองเปิดบริเวณปากถ้ำหลวงเพื่อทดลองระบบการเข้าออก และการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว เพื่อใช้สำหรับการบริหารจัดการในอนาคตต่อไป ขณะที่อุทยานแห่งชาติ ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน (เตรียมการ) ได้เตรียมความพร้อมรับนักท่องเที่ยวอย่างเหมาะสมในทุกด้าน   ซึ่งทั้งหมดเป็นเพียงจุดเริ่มต้น และรูปแบบที่จะใช้พัฒนาพื้นที่แห่งนี้ ซึ่งการพัฒนาคงต้องทำอย่างระมัดระวังและรัดกุมให้มากที่สุด โดยจะมีนักวิชาการมาช่วยศึกษาตามแนวทางการจัดการอุทยานแห่งชาติต่อไป   รับชมผ่านยูทูบได้ที่  https://youtu.be/06QDjjpWqT4

 129
ข่าวภูมิภาค
30 ต.ค. 62

ระทึก! 'เจ้าดื้อ' ช้างป่าเขาใหญ่ ขย่มรถยนต์หลังคายุบ จนท.เตือน นทท.ปฏิบัติตามระเบียบอุทยานฯ

เปิดคลิปนาทีระทึก 'พี่ดื้อ' ช้างป่าเขาใหญ่ ขึ้นคร่อมขย่มรถเก๋งนักท่องเที่ยว จนรถพังหลังคายุบ กระจกหลังแตกเสียหายยับเยิน เคราะห์ดีคนขับรถหนีออกมาได้ คนในรถรอดตายหวุดหวิด   ผู้โพสต์เฟซบุ๊ก ชื่อ Phassakorn Niltarach (ภาสกร นิลทะราช) ได้โพสต์ลงในโลกโซเชียล พร้อมระบุว่า เป็นภาพเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นเมื่อเวลา 15 นาฬิกา 56 นาที ของวันที่ 29 ตุลาคม ที่ผ่านมา หลังไปพบกับ 'พี่ดื้อ' ช้างป่าเขาใหญ่ กำลังเดินเล่นอยู่บริเวณดงงูเห่า ถนนธนะรัชต์ หลักกิโลเมตร ที่ 30 เขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ได้มีรถเก๋งหลายคันจอดอยู่ และหนึ่งในนั้นคือ รถเก๋งสีดำ ยี่ห้อโตโยต้า ทะเบียน ฌธ 4365 กรุงเทพฯ ของคุณภาสกร ซึ่งขับมาจอดหยุดอยู่บนถนน   ในขณะนั้น พี่ดื้อช้างป่า กำลังเดินอยู่ ทันใดนั้น เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อช้างตัวดังกล่าว เดินเข้าไปเบียดข้างรถเก๋ง จากนั้นก็ใช้เท้าถีบหน้ารถที่จอดหยุดอยู่ ก่อนที่ช้างจะเบียดรถเก๋ง จนกระจกมองข้างซ้ายแตก หลังจากนั้น ช้างตัวดังกล่าว ได้ขึ้นคร่อมรถ และนั่งขย่มๆ จนกระจกรถด้านหลังแตก หลังคายุบ จนพอใจแล้วเดินจากไป ก่อนที่คนขับรถเก๋งคันดังกล่าว จะรีบขับออกมา ท่ามกลางความตื่นตกใจ ของคนที่อยู่ในรถเก๋ง และผู้ที่พบเห็นเหตุการณ์ดังกล่าว    ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ฝากเตือนนักท่องเที่ยว ให้ปฏิบัติตามระเบียบของอุทยาน 10 ข้อกรณีเจอช้างป่า เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายได้ ดังนี้   1.งดใช้แฟลซถ่ายรูปช้าง   2. อย่าใช้แตรรถหรือส่งเสียงดัง   3. ไม่จอดรถดูช้าง   4.หากตกอยู่ในวงล้อมของช้างให้เคลื่อนรถไปในทางที่มีช้างอยู่น้อย   5.เมื่อรถคันหน้าถอยหลังรถคันถัดไปควรเคลื่อนตามเพื่ออำนวยความสะดวกในสถานการณ์ฉุกเฉิน   6. ประสาทสัมผัสของช้างที่ดีที่สุดคือ หู จมูก และตา ถ้าดับเครื่องยนต์ช้างจะเข้าใกล้เพื่อใช้ประสาทสัมผัสอย่างอื่น นั่นก็คือการดม ถูก และการสัมผัส   7. ไม่จอดรถและเข้าใกล้ช้างโดยเด็ดขาด   8. เมื่อพบช้างในเวลากลางคืนให้เปิดไฟไว้เสมอห้ามเปิดไฟกระพริบ   9. ติดเครื่องยนต์ไว้เสมอ   และ 10. หยุดรถให้ห่างจากช้าง 30 เมตร และถอยรถรักษาระยะเมื่อช้างเข้าใกล้

 672
สังคม-อาชญากรรม
30 ต.ค. 62

วัดหนองบัว วอน นทท. อย่าเขียนข้อความบนลูกน้ำเต้า

จากกรณีทาง คณะศรัทธาและชาวชุมชนบ้านหนองบัว อ.ท่าวังผา จ.น่าน ขอความร่วมมือนักท่องเที่ยว ที่เข้าเที่ยวชมวัดหนองบัว ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาอย่างยาวนาน อีกทั้งยังเป็นที่เครารพศรัทธราของชุมชนชาวไทลื้อ ไม่เขียนข้อความต่างๆบนผลน้ำเต้าญี่ปุ่น ซึ่งปลูกไว้ภายในบริเวณวัด หลังมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเข้าใจผิด และพากันเขียนข้อความต่าง เพื่อขอพร และโชคลาภ รวมทั้งบอกรักกันผ่านลูกน้ำเต้า ซึ่งดูไม่เหมาะสม สกปรก และส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์วัดเก่าแก่ และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเป็นอย่างมาก   นายนพฤทธิ์ ศรีจันทร์ อายุ 64 ปี เป็นคณะศรัทธาและจิตอาสาประจำวัดหนองบัว เล่าว่า ต้นน้ำเต้าญี่ปุ่น ได้มาปลูกไว้ที่วัดหนองบัว มีอายุประมาณ 10 ปี โดยพบว่ามีนักท่องเที่ยวได้มาเขียนข้อความไว้บนผลของน้ำเต้า และเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆจนเต็มทั่วทั้งต้น เนื่องจากความเข้าใจผิดคิดว่าเขียนขอพรแล้วจะโชคดี นอกจากนี้ยังมีการเขียนบอกรักกัน ซึ่งดูไม่เหมาะสม และทางชาวชุมชนเกรงว่าจะสร้างภาพลักษณ์ที่ไม่ดีกับทางวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่วัดหนองบัว ซึ่งเป็นโบราณสถานสำคัญที่ได้ช่วยกันอนุรักษ์ไว้   ขณะที่ทางด้าน พระครูวาปีปทุมพิทักษ์ เจ้าอาวาสวัดหนองบัว เปิดเผยว่า ทางวัดไม่ได้อนุญาตให้มีการเขียนข้อความบนผลน้ำเต้าญี่ปุ่น แต่ก็ไม่ได้ทำป้ายห้ามเป็นการชัดเจน เพราะถือเป็นเรื่องของจิตสำนึกของผู้ที่มาเที่ยวชมภายในบริเวณวัด แต่เมื่อมีความเข้าใจผิดมากขึ้น จะได้หารือกับทางคณะกรรมการวัดและชุมชนเพื่อจัดทำป้ายห้ามต่อไป  

 97
ข่าวภูมิภาค
15 ต.ค. 62

เตือน นทท.ขี่เจ็ทสกีชมวาฬบรูด้า เพชรบุรี เสียงดังรบกวน ส่อผิด กม.

เพชรบุรี-จากการเปิดให้นักท่องเที่ยวลงเรือไปชมวาฬบรูด้าในท้องทะเลอ่าวไทยรูป ตัว ก.ไก่ จนได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ที่เช่าเหมาเรือประมงชายฝั่งออกไปชมวาฬอย่างคึกคัก แต่ล่าสุด พบมีกลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งขับขี่เจ็ทสกรีลงไปวิ่งรบกวนการหากินของวาฬบรูด้า และเรือนักท่องเที่ยวอื่นๆ เนื่องจาก มีการใช้ความเร็วในการขับขี่สูงและส่งเสียงดังจนเกิดการรบกวนการหากินของวาฬบรูด้า   ทางเจ้าหน้าที่ระบุ การกระทำดังกล่าว ไม่ถือว่าเป็นการลงไปชมบรูด้า แต่เป็นการไปไล่บรูด้าเสียมากกว่า ทั้งในเรื่องของการใช้ความเร็ว เสียงที่ดัง ตลอดจนระยะการเข้าใกล้บรูด้า ผิดไปจากข้อกำหนดที่ทางราชการกำหนดไว้ และอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อบรูด้าที่กำลังหากินอีกด้วย สิ่งเหล่านี้จะทำให้บรูด้าหายไป เชื่อว่าเป็นความคึกคะนองที่มองข้ามผลกระทบ   จึงขอความกรุณาเจ็ทสกีเหล่านี้เลิกกระทำดีกว่า เพราะเป็นผลเสียต่อการท่องเที่ยว และถือเป็นการกระทำความผิดต่อระเบียบและกฎหมาย เนื่องจากเจ็ทสกีต้องมีใบอนุญาตรวมทั้งผู้ขับขี่หรือผู้ควบคุมเรือ            ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/gHbWSrePB5o

 3,166
สังคม
15 ต.ค. 62

เตือน นทท.ขี่เจ็ทสกีชมวาฬบรูด้า เพชรบุรี เสียงดังรบกวน ส่อผิด กม.

เพชรบุรี-จากการเปิดให้นักท่องเที่ยวลงเรือไปชมวาฬบรูด้าในท้องทะเลอ่าวไทยรูป ตัว ก.ไก่ จนได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ที่เช่าเหมาเรือประมงชายฝั่งออกไปชมวาฬอย่างคึกคัก แต่ล่าสุด พบมีกลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งขับขี่เจ็ทสกรีลงไปวิ่งรบกวนการหากินของวาฬบรูด้า และเรือนักท่องเที่ยวอื่นๆ เนื่องจาก มีการใช้ความเร็วในการขับขี่สูงและส่งเสียงดังจนเกิดการรบกวนการหากินของวาฬบรูด้า   ทางเจ้าหน้าที่ระบุ การกระทำดังกล่าว ไม่ถือว่าเป็นการลงไปชมบรูด้า แต่เป็นการไปไล่บรูด้าเสียมากกว่า ทั้งในเรื่องของการใช้ความเร็ว เสียงที่ดัง ตลอดจนระยะการเข้าใกล้บรูด้า ผิดไปจากข้อกำหนดที่ทางราชการกำหนดไว้ และอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อบรูด้าที่กำลังหากินอีกด้วย สิ่งเหล่านี้จะทำให้บรูด้าหายไป เชื่อว่าเป็นความคึกคะนองที่มองข้ามผลกระทบ   จึงขอความกรุณาเจ็ทสกีเหล่านี้เลิกกระทำดีกว่า เพราะเป็นผลเสียต่อการท่องเที่ยว และถือเป็นการกระทำความผิดต่อระเบียบและกฎหมาย เนื่องจากเจ็ทสกีต้องมีใบอนุญาตรวมทั้งผู้ขับขี่หรือผู้ควบคุมเรือ            ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/gHbWSrePB5o

 3,166

Top