ค้นหา :

ผลการค้นหา "ชาวต่างชาติ"

สังคม-อาชญากรรม
25 มี.ค. 61

รวบแล้ว! 2 นทท.ต่างชาติถ่ายภาพไม่เหมาะสมริมระเบียงวัดพระแก้ว เจอปรับ5พัน

พล.ต.ต. สรุเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว แถลงจับกุม MS. NADICA CURCIN อายุ 31 ปี และ MR. VLAPIMIR VEIZOVIC อายุ 31 ปี ชาวเซอร์เบีย ที่ประพฤติไม่เหมาะสม โพสท่าถ่ายรูปบริเวณระเบียงภายในวัดพระแก้วในลักษณะนั่งยกขา เห็นอวัยวะเพศ เมื่อวันที่ 21 มีนาคมที่ผ่านมา   ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมชาวต่างชาติ 2 คนนี้ ได้แล้ว โดยทั้งคู่เป็นแฟนกันเดินทางมาท่องเที่ยวในไทยด้วยตนเอง ซึ่งจากการสอบถาม ทั้งคู่ให้การว่าไม่ทราบว่าการโพสแบบนั้นไม่เหมาะสม เจ้าหน้าที่จึงอธิบายให้ทั้งสองคนเข้าใจ และแจ้งข้อหากระทำการไม่เหมาะสมในโบราณสถาน ก่อนเปรียบเทียบปรับ 5,000 บาท ซึ่งเป็นอัตราสูงสุดของโทษปรับในคดีนี้ เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างกับนักท่องเที่ยวรายอื่นอีก                     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/37Plq0mvAvQ

 5,543
ข่าวภูมิภาค
21 มี.ค. 61

รวบ 2 หนุ่มทำร้ายชาวต่างชาติที่พัทยา เจ้าตัวรับผิด เผยบันดาลโทสะจากการโดนผลักอก-นิ้วจิ้มตา-ด่าบุพการี

พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี นำกำลังไปควบคุมตัว นายธนวัฒน์ คนยัง อายุ 38 ปี และ นายนคร คำสุข อายุ 35 ปี 2 พ่อค้าจำหน่ายซีดี มาสอบปากคำก่อนดำเนินคดี มาตรา 372 โดยกล่าวหาว่าผู้ใดทะเลาะกันอย่างอื้ออึงในทางสาธารณะให้เสียความสงบเรียบร้อย หลังร่วมกันทำร้ายร่างกายนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่ทราบชื่อและสัญชาติ บริเวณหน้า ร้านลินดา บาร์เบียร์ ในโครงการวอล์คกิ้งสตรีท พัทยาใต้ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ในช่วงเวลา 02.00 น.ของวันเดียวกันนี้ โดยพบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวมีการนำภาพไปเผยแพร่ในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ก ซึ่งสร้างผลเสียต่อภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของเมืองพัทยาเป็นอย่างมาก    จากการสอบสวน นายธนวัฒน์เล่าว่ามีอาชีพขายแผ่นซีดีอยู่บริเวณหน้าร้านแฟมิลี่มาร์ทในโครงการดังกล่าว ต่อมานักท่องเที่ยวรายนี้พร้อมแฟนสาวชาวไทยได้เดินเข้าไปซื้อเบียร์ในร้านออกมา 2 ขวดแต่เมื่อดื่มกินไม่นานก็นำเบียร์มาฝากไว้ โดยบอกว่าเดี๋ยวจะกลับมาเอาจึงนำไปวางบนข้างเสาไฟฟ้า ปรากฏว่าผ่านไปไม่นานหญิงสาวรายนี้ก็เดินกลับมาถามหาเบียร์ก่อนจะนำไปทิ้งขยะพร้อมบอกว่าเลิกกับแฟนชาวต่างชาติไปแล้วจากนั้นก็เดินเข้าสถานบันเทิงไป ต่อมาชาวต่างชาติรายนี้ก็ย้อนกลับมาเพียงลำพังและถามหาเบียร์ที่ฝากเอาไว้เช่นกันจึงแจ้งให้ทราบว่าหญิงที่มาด้วยนำไปทิ้งแล้ว สร้างความไม่พอใจให้กับชาวต่างชาติรายนี้อย่างมากและเรียกร้องให้ซื้อเบียร์คืนให้แต่เมื่อไม่ตกลงจึงมีปากเสียงกัน ก่อนที่ชาวต่างชาติจะเข้ามาผลักอก ด่าทอบุพการี และเอานิ้วจิ้มที่ดวงตา ด้วยความโมโหจึงได้ตรงเข้าชกต่อย โดยมีนายนครเข้ามาช่วยตามคลิปที่เผยแพร่อยู่ ทั้งนี้ส่วนตัวแล้วยอมรับผิดว่ากระทำไปด้วยอารมณ์ แต่ขณะเกิดเหตุถูกหาเรื่องก่อนจึงได้ก่อเหตุลงไป ทั้งนี้รู้สึกตัวแล้วว่าเป็นเรื่องไม่ถูกต้องและขอยอมรับโทษทุกกรณี รวมทั้งต้องขอโทษสังคมและเมืองพัทยาด้วย ซึ่งจากนี้สัญญาว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นอีก    ขณะที่ พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา กล่าวว่าจากการสอบสวนจึงนำตัวไปแปรียบเทียบปรับในอัตรา 2,500 บาทหรือกึ่งหนึ่งของอัตราโทษตามกฏหมาย เนื่องจากผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ อย่างไรก็ตามขณะนี้ได้ประสานตามตัวชาวต่างชาติและหญิงไทยมาสอบสวนแล้ว แต่ทั้ง 2 ไม่ได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน ซึ่งหากสอบปากคำและมีการแจ้งความเพิ่มเติมก็คงต้องดำเนินการต่อไป แต่ก็ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายแน่นอน

 3,084
ข่าวภูมิภาค
22 ม.ค. 61

บุกบ้านสาวพิจิตร ต้องสงสัยคดีฆ่าเผานั่งยาง คาดผู้ตายเป็นชาวอิตาลี

พิจิตร-เจ้าหน้าที่ตำรวจบุกตรวจบ้านผู้ต้องสงสัยคดีฆ่าเผานั่งยาง เบื้องต้นอาจเป็นหญิงในหมู่บ้านใกล้ที่เกิดเหตุ ส่วนผู้ตายสงสัยเป็นชาวต่างชาติสัญชาติอิตาลี รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ทราบเพื่อคลี่คลายคดี   จากกรณีพบศพชายถูกเผานั่งยาง บริเวณป่า ข้างสระน้ำบึงทับจั่น หมู่ที่ 3 ตำบลแหลมรัง อำเภอบึงนาราง จังหวัดพิจิตร ใกล้กับที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลแหลมรัง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพบหลักฐาน เป็นเศษชิ้นส่วนศพที่เหลือจากไฟไหม้ เป็นชาย พบอวัยวะส่วนขา และ แขน ของมนุษย์ โดยมีเศษขาขวา ที่เหลือจากกองเพลิง มีรอยสักที่น่องขวา เป็นรูปกราฟิกสีดำ เป็นสัญลักษณ์ในการสืบหาผู้เสียชีวิต วันที่ 19 มกราคม 2561 ที่ผ่านมานั้น   ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธรจังหวัดพิจิตรและเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรบึงนาราง นำโดย พันตำรวจเอกชัยเสถียร มณีจักร ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบึงนาราง ลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านผู้ต้องสงสัย ซึ่งเป็นบ้านของนางรุจิรา เอี่ยมละม้าย อายุ 38 ปี ซึ่งอาศัยอยู่กับสามีชาวต่างชาติ ทราบชื่อว่า โอโม่ อายุประมาณ 40 ปี ไม่ทราบสัญชาติ และบุตรชายวัย 13 ปี และบุตรสาววัย 6 ขวบ   ขณะตรวจค้นไม่พบนางรุจิราและสามี ผลการตรวจค้นเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจพบพลาสปอร์ตของนายโจเซฟ สเตฟานนี่ ชาวอิตาลี อายุ 61 ปี อดีตสามีของนางรุจิรา ซ่อนอยู่ใต้หลังคาภายในบ้าน และพบสิ่งต้องสงสัยหลายอย่าง เช่น รองเท้า ถ่านสำหรับก่อไฟ แผ่นรองเท้ารถยนต์ซึ่งมีรอยคล้ายคาบเลือดติดอยู่เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรวบรวมเพื่อพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์เพื่อเทียบเคียงกับพยานหลักฐานที่มีอยู่เพื่อคลี่คลายคดี   ด้าน ตร.ระบุ จากการตรวจสอบพบสิ่งต้องสงสัยหลายอย่าง จึงรวบรวมวัตถุพยานที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสงสัยว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีเพื่อส่งพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ ส่วนเจ้าของบ้านและสามีซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีดังกล่าวรับทราบว่าเดินทางไปกรุงเทพมหานคร ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดต่อประสานงานและได้รับการยืนยันว่าจะเข้าให้การกับตำรวจเพื่อคลี่คลายคดีต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0hh5JrqR428    

 10,885
ข่าวภูมิภาค
22 ม.ค. 61

ระทึก มาเฟียอิสราเอล ขับรถไล่ชนสามี-ภรรยาเพื่อนร่วมชาติ ก่อนคว้ามีดแทงตาย 1 บินหนีจากสมุยจนมุมที่ดอนเมือง

สุราษฎร์ธานี-กล้องวงจรปิดจับภาพเหตุการณ์สุดอุกอาจในช่วงกลางวันแสกๆ แก๊งชาวต่างชาติก่อเหตุขับเก๋งซีอาร์วี ไล่ขยี้รถจักรยานยนต์ ที่ 2สามีภรรยาชาวอิสราเอลขับ ก่อนพุ่งชนจนล้ม แล้วถอยหลังเหยียบซ้ำ เเต่เหยื่อไหวตัวหลบหนี สุดท้ายคนร้ายชัดมีดกระหน่ำแทงหวังฆ่าปิดปาก โชคดีชาวบ้านเห็นเสียก่อน คนร้ายจึงขับรถหนี ก่อนนำรถไปจอดทิ้งแล้ววิ่งหลบหนี ส่วนผู้บาดเจ็บพลเมืองดีส่งโรงพยาบาลแต่ทนพิษบาดเจ็บไม่ไหวทำให้เสียชีวิต 1 ราย   ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เบาะเเสกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุทั้ง2 คน ในเบื้องต้นทราบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุ คาดว่าป็นสมาชิกแก๊งมาเฟียชาวอิสราเอลบนเกาะสมุย โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้นำภาพถ่ายผู้ต้องสงสัยชาวอิสราเอลทั้ง 2 ราย แจกจ่ายส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการตรวจสอบ พร้อมเช็กเส้นทางหลบหนีไปยังสถานที่ต่างๆแล้ว พร้อมจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ เดินเท้าค้นหาในป่าละเมาะ ที่คาดว่าคนร้ายจะหลบซ่อนตัวแต่การค้นหายังไร้วี่แวว   ส่วนสาเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่เปิดเผยข้อมูลว่า สาเหตุมาจากเรื่องใดกันแน่ ต้องรอสอบปากคำผู้ที่ได้รับบาดเจ็บที่ยังนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล   ล่าสุด จนท.ตรวจคนเข้าเมืองสนามบินดอนเมือง ได้ควบคุมตัวชาวต่างชาติ 2 คนสัญชาติอิสราเอล ทราบชื่อว่า อียาล โบคาล อายุ 25 ปี และ นายโดเลฟ ซูอาเรซ  อายุ 23 ปี ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุ ได้ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง เมือเวลา 21.30 น. ขณะเดินออกจากเครื่องบิน สายการบินไทยไลอ้อนแอร์ที่เดินทางมาจากท่าอากาศยานนานาชาติสุราษฎร์ธานี ซึ่งจะนำตัวมาสอบสวนต่อไป  ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/XlFsbaD5WLM

 11,547
แชร์ออฟเดอะเดย์
17 ม.ค. 61

ลูกค้าโวย 'กะเพราหมูกรอบ+ไข่ดาว' ตลาดดังจานละ 150 ร้านค้าแจงคิดเงินผิด เป็นราคาชาวต่างชาติ

โลกออนไลน์มีการแชร์ภาพ กะเพราหมูกรอบ ไข่ดาว ราดข้าว ที่อยู่ในจานพลาสติกสีชมพู พร้อมกับบิลค่าอาหารที่เขียนราคาไว้ 150 บาท ของผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ชื่อว่า ‘หนุ่ยจร้า ลี’   โดยผู้โพสต์ระบุข้อความบรรยายภาพว่า ‘ใครก็ได้ช่วยตรวจสอบที ตลาดนีออน ย่านประตูน้ำ ไปกินหลายร้านแล้วไม่เจอราคานี้ มาเจอร้านนี้ราคาจานละ 150 บาท แล้วเราก็ถามแล้วนะว่าราคาคนไทยหรือเปล่า เขาตอบว่าราคาคนไทย’   ทีมข่าวไปพูดคุยกับ นางสุทาพร ลี อายุ 42 ปี ผู้โพสต์ภาพดังกล่าว เล่าให้ทีมข่าวฟังว่า เมื่อวันที่ 15 ม.ค. ตนกับครอบครัว ไปเที่ยวตลาดนีออน แล้วไปนั่งรับประทานก๋วยเตี๋ยว แต่ตนไม่อิ่ม แล้วเห็นว่าร้านติดๆกันมีอาหารตามสั่งขาย พนักงานร้านก๋วยเตี๋ยวก็บอกว่าสามารถสั่งที่นี้ได้เลย ตนก็เลยดูภาพเมนูอาหารที่ติดอยู่รอบร้าน แต่ไม่มีราคาเขียนบอกไว้ และก็ไม่มีเมนูมาให้ดู ตนก็เลยสั่งกะเพราหมูกรอบไข่ดาวราดข้าว   แต่ตอนมาเสิร์ฟมีบิลค่ากะเพราหมูกรอบไข่ดาวมาด้วย โดยในบิลระบุว่าราคา 150 บาท ตนก็ตกใจ เลยถามพนักงานเสิร์ฟว่า ‘นี้ราคาคนไทยหรือเปล่า’ เพราะปกติแล้วตลาดแห่งนี้ชาวต่างชาติมักจะมาทานอาหารกันเป็นประจำ แต่พนักงานเสิร์ฟยืนยันว่า ราคาคนไทย   ผู้สื่อข่าวสอบถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่ในบิลอาหารอาจเขียนตัวเลขผิด นางสุทาพร ยืนยันว่าไม่ผิด เพราะตนจ่ายเงินไป 160 บาท ได้รับเงินทอนแค่ 10 บาท   นางสุทาพร บอกอีกว่า ตนยอมรับว่าตัวเองก็มีส่วนผิดที่ไม่สอบถามราคาก่อนสั่ง แต่ก็ติดใจว่าทำไมราคาอาหารถึงแพงขนาดนี้ หากรู้ว่าเมนูดังกล่าวมีราคา 150 บาท ก็คงไม่สั่งมารับประทาน ตอนนั้นตนไม่ได้โต้แย้งกับทางร้าน เพราะไม่อยากมีปัญหา เนื่องจากเห็นว่าทางร้านดังกล่าวมีพนักงานอยู่เป็นจำนวนมาก                 ผู้สื่อข่าวสอบถามอีกว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่ทางร้านอาจคิดว่าเป็นชาวต่างชาติ เลยคิดราคาชาวต่างชาติ นางสุทาพร บอกว่า ตนมากับครอบครัว และพูดภาษาไทยตลอด อีกทั้งน้องที่มาด้วยก็แต่งชุดนักเรียน เป็นไปไม่ได้ที่จะมองว่าเป็นชาวต่างชาติ   ทีมข่าวลงพื้นที่ไปตลาดนีออน เพื่อสอบถามข้อมูลจากทางร้าน พบนางมณี ไมตรี อายุ 53 ปี พี่สาวของเจ้าของร้าน BANHKOK STREET SEAFOOD และเป็นผู้รับออร์เดอร์ เปิดเผยกับทีมข่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิด ตนเป็นคนรับออเดอร์ แต่มีพนักงานอีกคนเป็นคนคิดเงิน จึงคิดผิดเป็นราคาชาวต่างชาติ ซึ่งตอนนั้นลูกค้าได้เข้ามาบอกกับตน ตนก็บอกกลับว่าเดี๋ยวจะลดราคาให้ แต่ลูกค้าปฎิเสธ ตนก็พยายามบอกลูกค้าถึงสองรอบ แต่ลูกค้าก็ยังยืนยันว่าไม่   ส่วนประเด็นเรื่องราคากะเพราหมูกรอบไข่ดาวนั้น ในเมนูจะราคาชัดเจนว่า 80 บาท ซึ่งราคาดังกล่าวเป็นราคาสำหรับคนไทย และทางร้านก็ลดราคาจากเมนูเหลือ 60 บาท หากคนไทยมารับประทาน ส่วนชาวต่างชาติจะเป็นอีกเรตราคาหนึ่ง คือราคา 150 บาท เนื่องจากตลาดนีออนจะมีชาวต่างชาติมาเดินเที่ยวกันมากถึง 90 เปอร์เซ็น และราคาค่าเช่าที่ค่อนข้างสูง   นางมณี ยังบอกอีกว่า ตนพร้อมที่จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบ เพราะมั่นใจว่าไม่ได้ทำอะไรผิด   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประเด็นที่ทางฝั่งร้านอาหารบอกว่ามีการเรียกลูกค้าถึง 2 ครั้ง เพื่อจะลดราคาให้นั้น นางสุทาพร ผู้โพสต์ ได้ยืนยันกับผู้สื่อข่าวว่า หลังจ่ายเงินและออกจากร้าน ไม่ได้มีใครเดินมาเรียก เพื่อจะลดราคาให้เลย   ขณะที่มีลูกค้ารายอื่นที่เข้ามารับประทานอาหารบอกกับทีมข่าวว่า ตนมาทานอาหารที่นี้ครั้งแรก ก่อนสั่งอาหารก็ทำใจในระดับหนึ่งแล้วว่าราคาอาหารที่นี่จะต้องสูงกว่าราคาปกติ เพราะเห็นจากราคาในเมนูอาหาร เมื่อมานั่งในร้านจึงไม่ค่อยกล้าสั่งอะไรมาก จนกระทั่งพนักงานจากในร้านเดินมาแนะนำอาหาร แล้วบอกกับพวกตนว่าราคาที่เห็น คือราคาชาวต่างชาติ ส่วนพวกตนเป็นคนไทยทางร้านจะทำการลดให้ มีเพียงเมนูส้มตำที่ทางร้านขอคิดตามป้ายคือ 60 บาท ตนจึงการสั่งอาหารมาทานกัน ซึ่งรสชาติของอาหารนั้นถือว่าอร่อยใช้ได้   ทีมข่าวได้ลองสั่งเมนูกะเพราไข่ดาวราดข้าว เพื่อเปรียบเทียบปริมาณกับที่ นางสุทาพร โพสต์ภาพลงเฟซบุ๊ก พบว่ามีปริมาณมากกว่า และคิดในราคา 80 บาท   ด้านนายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน บอกว่า กรณีดังกล่าวยังไม่มีผู้ร้องเรียนเข้ามายังสายด่วน 1569 แต่ทั้งนี้จะส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบอย่างเร่งด่วน ว่ามีการจำหน่ายเกินราคา และมีการติดป้ายบอกราคาในการจำหน่าย เพื่อให้ผู้บริโภคได้ทราบหรือไม่   ทั้งนี้ ราคาดังกล่าวถ้าหากเทียบกับราคาอาหารจานด่วนปกติทั่วไปในท้องตลาดก็ถือว่ามีราคาที่สูง แต่ทั้งนี้ต้องดูต้นทุนจากผู้ประกอบการด้วยว่า มีต้นทุนที่สูงมาจากอะไรถึงได้จำหน่ายในราคาแพง รวมถึงค่าเช่าสถานที่ต่างๆ หากมีการติดป้ายราคาบอกไว้ก่อนก็ถือว่าผู้บริโภคมีทางเลือกที่จะสามารถเลือกรับประทานร้านอื่นได้ แต่ถ้าไม่มีการติดป้ายราคาบอกไว้ มีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท ทั้งนี้หากมีการตรวจสอบแล้วพบว่า มีการจำหน่ายเกินราคา ผู้ค้าจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปีและปรับไม่เกิน 140,000 บาท   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/6nw8FS6VPUI    

 83,517
แชร์ออฟเดอะเดย์
19 ธ.ค. 60

หวาดเสียว! นักชกฝรั่งเศสเจอพิษมวยไทย ถูกฟันศอกหน้าผากยุบเป็นหลุม ผ่าตัดล่าสุดปลอดภัย กลับมาเรียบเนียนเหมือนเดิม

โลกออนไลน์แชร์คลิปนักมวยไทยชาวฝรั่งเศส เจเรมี ขึ้นสังเวียนการแข่งขันที่เวทีมวย อ.ป่าตอง จ.ภูเก็ต แต่ถูกคู่ต่อสู้ชาวไทยชักศอกใส่ได้รับบาดเจ็บ กะโหลกบริเวณหน้าผากยุบเป็นหลุมอย่างน่าหวาดเสียว ทำให้กรรมการต้องยุติการชกทันที   ต่อมาแพทย์ได้ทำการรักษาด้วยการผ่าตัดแล้ว แล้วใส่แผ่นไทเทเนียมเข้าไปแทน จนอาการปลอดภัย สมองไม่ได้รับการกระทบกระเทือน หน้าผากกลับมาเรียบเนียนเป็นปกติ ซึ่งเพื่อนของเจเรมีได้นำมาโพสต์ในโลกออนไลน์ จนข่าวโด่งดังไปจนถึงต่างประเทศ   ด้าน นพ.สรยุทธ ชำนาญเวช แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจาก รพ.รามาธิบดี ให้ความรู้ว่าเมื่อกระโหลกหน้าผากของคนเรามีลักษณะบาง มี 2 ชั้น ตรงกลางเป็นโพรงอากาศ เมื่อโดนกระแทกรุนแรงอาจจะทำให้เป็นรอยบุบได้ อาจมีอาการมีเลือดซึม เลือดออกในสมอง สมองบวมได้ อย่างกรณีของนักมวยรายนี้ต้องมีการผ่าตัดใส่แผ่นไทเทเนียมลงไป จนหน้าผากกลับมาเรียบเนียนเป็นปกติ    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/x4Ah-IjqCwk    

 21,473
ข่าวภูมิภาค
18 ธ.ค. 60

นทท.ฮอลแลนด์ เดินเล่นบนสะพานข้ามแม่น้ำแควกับแฟนสาว ก่อนเสียหลักพลัดตกเจ็บ

กาญจนบุรี-เกิดเหตุนักท่องเที่ยวชาย ชาวเนเธอร์แลนด์ เดินเล่นบนสะพานข้ามแม่น้ำแควกับแฟนสาว ก่อนเสียหลักพลัดตกสะพานได้รับบาดเจ็บ   ตร.รับแจ้งเหตุนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ชื่อ Mr.Mark Tierolf สัญชาติเนเธอร์แลนด์ อายุ 46 ปี ได้ไปเดินเที่ยวชมสะพานข้ามแม่น้ำแควกับภรรยา ก่อนจะเกิดอุบัติเหตุ เสียหลักพลัดตกสะพานข้ามแม่น้ำแคว ในช่วงปลายสะพานด้านทิศตะวันตก ร่างตกลงมากระแทกพื้นดินด้านล่างได้รับบาดเจ็บ   หลังเกิดเหตุตำรวจท่องเที่ยว ได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมประสานมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ เข้าให้การช่วยเหลือ ปฐมพยาบาลเบื้องต้น นักท่องเที่ยวที่ได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะนำตัวส่งโรงพยาบาลกาญจนบุรีเมโมเรียล เพื่อให้แพทย์ทำการตรวจรักษาต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UCnjO6i-B5Y  

 902
สังคม-อาชญากรรม
14 ธ.ค. 60

ระทึกกลางสุวรรณภูมิ แหม่มสาวปีนสลิงชั้น 6 หวาดเสียว ก่อนหมดแรงตกใส่เบาะลม

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีหญิงชาวต่างชาติปีนขึ้นไปห้อยตัวอยู่ที่สลิงยึดโครงสร้างตัวอาคารผู้โดยสารของสนามบินสุวรรณภูมิ บริเวณชั้น 4 บริเวณจุดชมวิวเครื่องบินภายในอาคารผู้โดยสารขาออก   ในที่เกิดเหตุได้ได้พบหญิงชาวยุโรป ไม่ทราบสัญชาติ อายุ ประมาณ 25-30 ปี สวมเสื้อกล้ามสีเทา นุ่งกางเกงยีนส์ขาสามส่วนสีน้ำเงิน ได้ห้อยตัวอยู่กับสลิงยึดตัวอาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ของสนามบินโดยใช้ขาทั้งสองข้างเกี่ยวกับสายสลิงและห้อยโหนตัวเองไปมาอย่างหน้าหวาดเสียวสร้างความตื่นตกใจให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เข้ามาใช้บริการภายในสนามบิน   โดยผู้ก่อเหตุมีการยกตัวสลับขึ้นไปเกี่ยวสายสลิงอีกครั้งคล้ายกับการแสดงกีฬายีมนาสติก เจ้าหน้าทีทจึงได้ประสานขอเบาะลมจากศูนย์ดับเพลิงสุวรรณภูมิ มากางรออยู่ด้านล่างเพื่อความปลอดภัย พร้อมจัดส่งเจ้าหน้าที่เข้มเจรจาอยู่นานกว่า 2 ชั่วโมง ก่อนที่จะหมดแรงตกลงไปด้านล่าง โดยที่กลางแผ่นหลังกระแทกเข้ากับสายสลิงก่อนตกลงไปที่กลางเบาะลมที่เจ้าหน้าที่นำมากางลองเอาไว้ด้านล่าง เจ้าหน้าที่ทีมกู้ภัยและทีมแพทย์พยาบาลของการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ที่แสตนบายอยู่ด้านล่างได้รีบเข้าให้ความช่วยเหลือ ก่อนจะเร่งนำตัวส่งไปรักษาโรงพยาบาลสมิติเวช แพทย์ให้การรักษาจนขณะนี้อาการปลอดภัยแล้ว   จากการตรวจสอบรายละเอียดผู้ก่อเหตุรายนี้ พบว่าช่วงเวลาประมาณ 03.00 น. ที่ผ่านมามีผู้พบเห็นสาวผู้ก่อเหตุเดินอยู่บนทางด่วนย่านพระราม 4 เจ้าหน้าที่การทางพิเศษจึงนำตัวลงมาส่งยังตำรวจท่องเที่ยวภายในสนามบินสุวรรณภูมิ และเชิญตัวมายังห้องรับรองเพื่อสอบถามเบื้องต้นแต่ไม่สามารถสื่อสารกันได้ อีกทั้งผู้ก่อเหตุไม่ยอมพูดจาอะไร   จากการสังเกตพบว่ามีข้อความรอยสักที่แผ่นหลังคำว่า โอลิมปิค 2014 เจ้าหน้าที่จึงหาน้ำและอาหารให้รับประทานเพื่อผ่อนคลาย จนกระทั่งมาช่วงสายของวันนี้มีพบเห็นว่าปีนขึ้นไปบนหลังคาแล้ว โดยหลังจากนี้จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือและดูแลอย่างใกล้ชิดจนกว่าจะสามารถสื่อสารกันได้จะได้ประสานสถานทูตของประเทศนั้นเข้ามาดูแลต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/hqsTAvSU0Xk  

 4,872
สังคม-อาชญากรรม
13 ธ.ค. 60

ระทึกกลางสุวรรณภูมิ! ชาวต่างชาติปีนสลิงอาคารผู้โดยสารชั้น 6 ก่อนหมดแรงดิ่งตกใส่เบาะลมด้านล่าง

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 13 ธันวาคม 2560 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีหญิงชาวต่างชาติปีนขึ้นไปห้อยตัวอยู่ที่สลิงยึดโครงสร้างตัวอาคารผู้โดยสารของสนามบินสุวรรณภูมิ บริเวณชั้น 4 บริเวณจุดชมวิวเครื่องบินภายในอาคารผู้โดยสารขาออก หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าศูนย์รักษาความปลอดภัยท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เดินทางเข้าตรวจสอบ   ในที่เกิดเหตุพบหญิงชาวยุโรปไม่ทราบสัญชาติ อายุประมาณ 25-30 ปี สวมเสื้อกรามสีเทา นุ่งกางเกงยีนส์ขาสามส่วนสีน้ำเงิน ได้ห้อยตัวอยู่กับสลิงยึดตัวอาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ของสนามบินโดยใช้ขาทั้งสองข้างเกี่ยวกับสายสลิงและห้อยโหนตัวเองไปมาอย่างหน้าหวาดเสียวสร้างความตื่นตกใจให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เข้ามาใช้บริการภายในสนามบิน  โดยหญิงคนดังกล่าวมีการยกตัวสลับขึ้นไปเกี่ยวสายสลิงอีกครั้งคล้ายกับการแสดงกีฬายิมนาสติก เจ้าหน้าที่จึงได้ประสานขอเบาะลมจากศูนย์ดับเพลิงสุวรรณภูมิ มากางรออยู่ด้านล่างเพื่อความปลอดภัย พร้อมจัดส่งเจ้าหน้าที่เจรจาอยู่นานกว่า 2 ชั่วโมง ก่อนที่หญิงคนดังกล่าวจะหมดแรงตกลงไปด้านล่าง โดยที่กลางแผ่นหลังกระแทกเข้ากับสายสลิงก่อนตกลงไปที่กลางเบาะลมที่เจ้าหน้าที่นำมากางเตรียมเอาไว้ด้านล่าง เจ้าหน้าที่ทีมกู้ภัยและทีมแพทย์พยาบาลของการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ที่เตรียมพร้อมอยู่ด้านล่างได้รีบเข้าให้ความช่วยเหลือ ก่อนจะเร่งนำตัวส่งไปรักษาโรงพยาบาลสมิติเวช แพทย์ให้การรักษาจนขณะนี้อาการปลอดภัยแล้ว   ด้านนายกิตติพงศ์ กิตติขจร รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิสายปฎิบัติการ 1 กล่าวว่า หลังจากที่ได้รับแจ้งว่ามีชาวต่างชาติปีนสลิงบนหลังคาของอาคารผู้โดยสาร ตนและนางฉฎาณิศา ชำนาญเวช รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สายปฎิบัติการ 2 พร้อมทีมผู้บริหารได้รีบสั่งการไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายให้เร่งจัดเตรียมกำลังพลและอุปกรณ์ต่างๆเข้าพื้นที่จุดเกิดเหตุ พร้อมกับเดินทางเข้าตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเป็นหญิงชาวต่างชาติคาดว่าจะเป็นชาวยุโรป แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าสัญชาติอะไร ได้ปีนขึ้นไปเกาะอยู่ที่สายสลิงเส้นต่างๆ ของโครงสร้างตัวอาคารบริเวณชั้น 6 ด้วยความสูงจากพื้นประมาณ 20 เมตร จึงสั่งการให้ใช้แผนรองรับมาตรการรักษาความปลอดภัยพร้อมยกระดับการทำงานให้มีประสิทธิภาพโดยด่วน และจัดทีมแพทย์ ทีมดับเพลิง และชุดกู้ภัยตัวอาคารและเบาะลมเข้ามายังที่เกิดเหตุ  พร้อมจัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าเจรจาใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมงการเจรจาก็ยังไม่เป็นผล แต่ยังโชคดีที่ผู้ก่อเหตุรายนี้ได้ปีนจากชั้น 6 ลงมายังชั้น 4 ทำให้ลดระดับความสูงจากพื้นได้มาก แต่จากการประเมินของเจ้าหน้าที่แล้วพบว่าไม่สามารถเข้าประชิดตัวหรือเข้าชาร์จได้ เนื่องจากมีความเสี่ยงเรื่องความปลอดภัยของหญิงคนดังกล่าวและเจ้าหน้าที่ จึงอาศัยจังหวะที่หญิงคนดังกล่าวเริ่มหมดแรงจนกระทั่งปลดตัวเองตกลงมาใส่เบาะลมด้านล่างที่กางรอไว้อย่างปลอดภัย    จากการตรวจสอบรายละเอียดผู้ก่อเหตุรายนี้ พบว่าช่วงเวลาประมาณ 03.00 น. ที่ผ่านมามีผู้พบเห็นสาวคนดังกล่าวเดินอยู่บนทางด่วนย่านพระราม 4 เจ้าหน้าที่การทางพิเศษจึงนำตัวลงมาส่งยังตำรวจท่องเที่ยวภายในสนามบินสุวรรณภูมิ และเชิญตัวมายังห้องรับรองเพื่อสอบถามเบื้องต้นแต่ไม่สามารถสื่อสารกันได้ อีกทั้งผู้ก่อเหตุไม่ยอมพูดจาอะไร จากการสังเกตพบว่ามีข้อความรอยสักที่แผ่นหลังคำว่า "โอลิมปิก 2014" เจ้าหน้าที่จึงหาน้ำและอาหารให้รับประทานเพื่อผ่อนคลาย จนกระทั่งมาช่วงสายของวันนี้มีพบเห็นว่าปีนขึ้นไปบนหลังคาแล้ว โดยหลังจากนี้จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือและดูแลอย่างใกล้ชิดจนกว่าจะสามารถสื่อสารกันได้ จะได้ประสานสถานทูตของประเทศที่หญิงคนดังกล่าวเป็นพลเมืองเข้ามาดูแลต่อไป

 35,359
ข่าวภูมิภาค
12 ธ.ค. 60

รวบหนุ่มต่างชาติ ผู้ต้องหาตามหมายจับสากลแก๊งค้ายา-อุ้มฆ่าออสซี่ที่เมืองพัทยา

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี และตำรวจท่องเที่ยวเมืองพัทยา ร่วมกันจับกุมตัว นายเทเลอร์ โจเซฟ ฟูลตัน ชีน เจอร์ราร์ด อายุ 23 ปี สัญชาติอเมริกัน ผู้ต้องหาตามหมายจับสากลข้อหาเกี่ยวกับขบวนการค้ายาเสพติด โดยมีบิดาเเละมารดาของผู้ต้องหาเดินทางมาเยี่ยมลูกชายที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี   ซึ่งจากการสังเกตพบว่าทั้งคู่มีอาการเคร่งเครียดอย่างหนัก โดยเฉพาะมารดานั้นถึงกับร้องไห้โฮออกมาและนั่งกับพื้นยกมือไหว้สวดมนต์ภาวนาโดยไม่อายใคร ในขณะที่นายเทเลอร์ ผู้ต้องหา พบว่ามีสีหน้าเรียบเฉยไม่แสดงความวิตกกังวลใดๆ   ทั้งนี้ประวัติของ นายเทเลอร์ เมื่อปลายปี 2558 เคยตกเป็นผู้ต้องหาร่วมกับพวกรวม 5 คน อุ้ม นายเวย์น ชไนเดอร์ นักธุรกิจชาวออสเตรเลียออกจากบ้านพักในหมู่บ้านจอมเทียนปาร์ค วิลล่า ซอย 17 ถนนเทพประสิทธิ์ พัทยาใต้ หมู่ 12 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี แล้วฆ่าฝังดินบนเขาในพื้นที่ ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ   แต่ต่อมาศาลยกฟ้องคดีร่วมกันฆ่า แต่ให้จำคุกในคดีกักขังหน่วงเหนี่ยวและต้องโทษในเรือนจำนานกว่า 2 ปี กระทั่งวันที่ 4 ธ.ค. 59 นายเทเลอร์พ้นโทษออกมา ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจึงอายัดตัวไว้ก่อนเนื่องจากยังมีคดีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องรอการสอบสวน จากนั้นทำเรื่องฝากขังไว้ที่ สภ.บางละมุง กระทั่งมีหมายจับสากลในคดีเกี่ยวกับขบวนการยาเสพติดข้ามชาติ ซึ่งเป็นชนวนเหตุในการอุ้มฆ่า นายเวย์น ในครั้งนั้น อย่างไรก็ตาม คดีนี้ทางผู้บังคับบัญชาระดับสูงให้ความสนใจ เนื่องจากเป็นคดีที่มีความเกี่ยวข้องกับความมั่นคง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Ek7q1UBW12g

 9,131
แชร์ออฟเดอะเดย์
29 พ.ย. 60

ตม.ดอนเมืองซิวตัว 2 หนุ่มต่างชาติโพสต์อนาจารโชว์ก้นกลางวัดอรุณฯ

จากกรณีโลกออนไลน์แชร์ภาพชายชาวต่างชาติ 2 คน  กำลังถอดกางเกงโชว์ก้นในสถานที่ต่างๆ โดยเฉพาะได้อาการดังกล่าวคู่กับพระปรางค์วัดอรุณ  ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญของชาติ และเป็นที่เคารพสักการะของคนไทย จนเป็นที่วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม   ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ท่าอากาศยานดอนเมืองได้ตรวจพบฝรั่งทั้งสองดังกล่าวในระบบแจ้งเตือน watch list ของระบบสารสนเทศ สตม. ซึ่งมีการบันทึกจากฐานข้อมูลบุคคลซึ่งเป็นที่ต้องการตัวของ สน.บางกอกใหญ่  โดยพบว่าเป็นชายชาวอเมริกัน 2 คน ชื่อ Mr.Joseph (นามสมมุติ) และ Mr.Travis (นามสมมุติ) อายุประมาณ 38 ปี     โดยรับว่าเป็นบุคคลตามภาพดังกล่าวจริง เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานดอนเมือง จึงประสาน สน.บางกอกใหญ่ เพื่อนำตัวไปดำเนินคดีต่อไป   การจับกุมดังกล่าวเป็นการดำเนินการจากการตรวจสอบของระบบสารสนเทศตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งคัดกรองบุคคลที่ต้องหาคดีหรือก่อเหตุในประเทศ เพื่อทำการจับกุมและป้องกันการหลบหนีออกนอกประเทศ ซึ่งเป็นนโยบายของ พล.ต.ท. สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รรท.ผบช.สตม. และ พ.ต.อ.พฤทธิพงษ์  ประยูรศิริ รรท.ผบก.ตม.2 ในการพัฒนาระบบการตรวจคนเข้าเมือง ให้มีความพร้อมต่อการรองรับการสกัดกั้นตรวจสอบบุคคลที่เดินทางเข้า-ออก ราชอาณาจักรให้มีประสิทธิภาพ   ทั้งนี้ ในกรณีดังกล่าวถือว่าชาวต่างชาติทั้งสองได้กระทำการอันไม่สมควรต่อสถานที่สำคัญ ซึ่งเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของคนไทย จึงได้มีการดำเนินการจับกุมเพื่อนำส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0ahLbp_E_SM    

 30,484
สังคม-อาชญากรรม
01 ต.ค. 60

รวบชายออสเตรเลียขโมยกระเป๋าเดินทางกลางสุวรรณภูมิ หลังวงจรปิดมัดตัวแน่น

เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนฝ่ายรักษาความปลอดภัย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจับกุมตัว นายจอห์น ปีเตอร์ โรเบอท์สัน อายุ 54 ปี สัญชาติออสเตรเลีย หลังก่อเหตุขโมยกระเป๋าเดินทางของผู้เสียหายที่วางในรถเข็น ซึ่งกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพเอาไว้ได้อย่างชัดเจน      จากการตรวจสอบประวัติพบว่า ผู้ก่อเหตุมีการเดินทางเข้าออกประเทศไทยบ่อยครั้งและเข้ามาอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ และหัวหินประมาณ 12 ปี จนพูดจาภาษาไทยได้นิดหน่อย   ด้านผู้ต้องหาอ้างว่า กำลังจะเดินทางกลับบ้านเกิดที่ประเทศออสเตรเลีย โดยยอมรับว่าได้เข็นรถไปและเปิดกระเป๋าของผู้เสียหายจริง แต่ไม่มีเจตนาจะลักทรัพย์แต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อหาลักทรัพย์ในท่าอากาศยาน พร้อมกับนำตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป                   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/H_wddVMo7FE

 5,465
ข่าวภูมิภาค
26 ก.ย. 60

ชาวพุทธไม่สบายใจ ชาวต่างชาติใช้เศียรพระพุทธรูปแต่งกำแพงบ้านหรูเชียงใหม่

เชียงใหม่-เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบบ้านหลังหนึ่งใน อ.หางดง จ.เชียงใหม่ หลังจากมีภาพแจ้งจากพลเมืองดีเข้ามาในกลุ่มไลน์อำเภอหางดงว่ามีบ้านของชาวต่างชาตินำเศียรพระมาประดับบริเวณกำแพงบ้านซึ่งเป็นภาพที่เกิดความหดหู่ใจอย่างมากกับชาวพุทธ พบเป็นบ้านในเนื้อที่ขนาดกว้างตกแต่งบ้านด้วยต้นไม้สวยงามราวกับรีสอร์ทขนาดย่อมๆ โดยมีเศียรพระพุทธรูปสีทองประดับบริเวณเสากำแพงบ้านเรียงรายเป็นแถว   นอกจากนี้เข้าไปตรวจสอบในบริเวณบ้านยังพบเศียรพระพุทธรูปขนาดใหญ่เล็กและพระพิฆเนศอีกจำนวนมากวางเรียงรายประดับริมทางเดินตลอดสองข้างทางก่อนถึงตัวบ้าน พบผู้ที่อยู่ที่บ้านเป็นผู้รับเหมาทำฝ้าเพดาน โดยแจ้งว่าเจ้าของบ้านชาวต่างชาติได้ออกจากบ้านไปกับภรรยาคนไทยในช่วงเช้าแล้ว จึงได้แจ้งให้ทราบเบื้องต้นโดยอาศัยอำนาจปกครองท้องที่ให้รื้อถอนเศียรพระทั้งหมดออกก่อนโดยให้เวลาภายในสองอาทิตย์    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fZOQmJK8RCA  

 17,375
แชร์ออฟเดอะเดย์
25 ก.ย. 60

'เมฆ มังกรบิน' เมินดราม่าในไทย โวน้ำมันเครื่องโกอินเตอร์ถูกใจฝรั่ง เตรียมเซ็นสัญญา

จากกรณีดราม่าผลิตภัณฑ์หัวเชื้อน้ำมันเครื่อง ของนายเกริกพล จงเอื้อมกลาง หรือเมฆ มังกรบิน ที่พบว่าเกิดความเสียหายของเครื่องยนต์จากผู้ใช้บางราย จนมีนักวิชาการออกมาทดสอบ และชี้ว่าผลิตจากสารในกลุ่มน้ำมันพืช ที่อาจส่งผลให้เครื่องยนต์น็อกได้นั้น   ล่าสุดเมฆ มังกรบิน ได้โพสต์ภาพชาวต่างชาติยืนคู่กับรถเบนซ์และข้อความระบุว่า “เรื่องถูกโจมตีในประเทศผมขอพิสูจน์ทุกอย่าง อันไหนผิดจะปรับปรุงแก้ใข แต่ในต่างประเทศตอนนี้หลังจากที่สินค้าที่เคยส่งไปเทสต์ได้รับความพอใจและตอบรับกลับมาหลังจากได้ทดลองใช้มาระยะเวลาหนึ่ง และเราได้มีการนัดหมายเซ็นสัญญาการค้าแล้วครับ   ซึ่งเมื่อมีภาพเผยแพร่ออกไป ทำให้ในโลกโซเชียลมีการวิจารณ์ว่าชาวต่างชาติในภาพเป็นใคร และถูกจับผิดว่าเป็นการจัดตั้งหรือไม่ อย่างไร    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/OM_TUXYlWsw  

 41,186
ข่าวภูมิภาค
04 ก.ย. 60

เปิดหลักฐานสองผัวเมียต่างชาติ ฉกสร้อยทอง 3 บาทกลางห้างดังพัทยา

พัทยา-กล้องวงจรปิดสองคนร้ายชาวต่างชาติ ลักษณะแต่งตัวดี คล้ายกับสามีภรรยากัน ทำทีเข้ามาซื้อทองคำน้ำหนัก 3 บาท ภายในร้านบางกอกโกล์ สาขาห้างสรรพสินค้าเทสโก้โลตัส พัทยาเหนือ โดยขอเลือกลายสร้อยคอทองคำ ซึ่งฝ่ายชายได้หยิบไป 2 เส้น ทำทีดูรายละเอียดลวดลายของสร้อยคอทองคำรูปพรรณ ก่อนจะฉวยโอกาสในขณะที่ฝ่ายภรรยาชวนพนักงานคุยฉกเอาสร้อยคอหนัก 3 บาท ราคาประมาณ 60,000 บาท กำไว้ในมือก่อนล้วงกระเป๋าสตางค์มาปิดบังอำพรางสายตาและกล้องวงจรปิด   จากนั้นได้ถามราคาสร้อยคอทองคำอีกหนึ่งเส้นหากใช้บัตรเครดิตจะเสียเซอร์วิสชาร์จ 3% ของราคาสินค้า สองสามีภรรยาชาวต่างชาติครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็ออกอุบายบ่ายเบี้ยงขอออกไปกดเงินสดมาชำระค่าสินค้า เมื่อทั้งสองเดินจากไปพนักงานเกิดสังหรณ์ใจจึงทำการเช็คสินค้าอย่างละเอียด ปรากฏว่าสร้อยคอทองคำหนัก 3 บาทมูลค่ากว่า 60,000 บาท ได้สูญหายไป   ทั้งนี้คาดว่าคนร้ายรายนี้น่าจะเป็นมืออาชีพ เนื่องจากใช้เวลาในการก่อเหตุเพียงไม่ถึง 3 นาทีเท่านั้น อย่างไรก็ตามหลังเกิดเหตุจึงรีบนำภาพจากกล้องวงจรปิดเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองพัทยา เพื่อให้ช่วยติดตามตัวคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดี ก่อนที่จะไปก่อเหตุกับผู้ประกอบการร้านทองรายอื่นในพื้นที่ใกล้เคียงต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ZnZctaJCUPs    

 2,020

Top