ค้นหา :

ผลการค้นหา "อุบลราชธานี"

ข่าวภูมิภาค
22 ก.ค. 62

สายสื่อสารเกี่ยวคอ นศ.สาวซ้อนจยย. กระเด็นตกรถไหปลาร้าหัก-หน้าช้ำ

อุบลราชธานี-มีการแชร์ภาพนักศึกษาสาววิทยาลัยเอกชน ถูกสายสื่อสารของบริษัทให้บริการอินเตอร์เน็ตบริษัทแห่งหนึ่ง ที่หลุดห้อยลงมาเกี่ยวเข้าที่ลำคอ ขณะนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ จนทำให้กระเด็นตกจากรถไหลปลาร้าหัก ลำคอและใบหน้าถูกสายสื่อสารเกี่ยวจนเป็นบาดแผล โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. วันที่ 16 ก.ค.ที่ผ่านมา   ผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ไม่พบสายสื่อสารที่ห้อยหย่อนลงมาเหมือนเมื่อวันเกิดเหตุ และมีภาพเจ้าหน้าที่ของบริษัทให้บริการอินเตอร์บริษัทแห่งหนึ่ง มาซ่อมแซมและเก็บสายที่ห้อยลงมาขึ้นไปรวมกับสารสื่อสารอื่นๆไว้บนเสาแล้ว   จากการสอบถาม น.ส.จริยา ปาบุตร อายุ 22 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยเอกแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์มากับ น.ส.วาสนา ทองเปลว อายุ 20 ปี เพื่อนนักศึกษา ทราบว่าวันเกิดเหตุ หลังเลิกงานพาร์ทไทม์ ก็ชวนกันไปกินอาหารที่ริมอ่างเก็บน้ำห้วยวังนอง ต.ปทุม อ.เมือง โดยใช้เส้นทางมาตามถนนอุปลีสาน   เมื่อรถแล่นมาถึงสี่แยกทางเข้าสนามบินนานาชาติ น.ส.จริยามองเห็นสายสื่อสารห้อยหย่อนลงมาขว้างกลางถนน ความสูงระดับลำคอพอดี จึงเอี้ยวตัวหลบ แต่เพื่อนที่นั่งซ้อนท้ายอยู่ข้างหลังมองไม่เห็น ทำให้ถูกสายเกี่ยวเข้าที่ลำคอ จนกระเด็นตกจากรถไปกระแทกกับถนนอย่างแรง ทำให้ไหปลาร้าหัก ลำคอถูกสายบาด รวมทั้งใบหน้าบวมช้ำจากแรงกระแทก ซึ่งหากไม่สวมหมวกกันน็อกคงได้รับบาดเจ็บมากกว่านี้   ผู้บาดเจ็บระบุ ต้องการให้หน่วยงานที่เป็นผู้ติดตั้งสายสื่อสาร หรือหน่วยงานที่กำกับดูแลการติดตั้งสายดังกล่าว ตรวจสอบหมั่นดูแลสารสื่อสารที่ติดตั้งไว้ จะได้ไม่เกิดอุบัติเหตุแบบนี้ขึ้นอีก เพราะอนาคตอาจทำให้มีผู้เสียชีวิตได้ ส่วนค่ารักษาพยาบาล ตนยังไม่เรียกร้อง เพราะต้องดูอาการเจ็บป่วยของตนก่อน แต่จนถึงวันนี้ยังไม่มีผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต ที่เป็นเจ้าของสายที่ห้อยหย่อนลงมาแสดงความรับผิดชอบ   สำหรับเหตุการณ์สายสื่อสารหย่อนพาดถนนเกี่ยวคอประชาชนผู้ใช้ถนนได้เกิดขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อเดือนธันวาคม 2561 โดยสารสื่อสารเกี่ยวคอหญิงสาววัย 19 ปี และเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน ขณะปั่นจักรยานออกกำลังกายช่วงเช้ามืดในเขตตำบลขามใหญ่ อ.เมืองอุบลราชธานี   หลังเกิดเหตุผู้ให้บริการอินเอตร์เน็ตที่เป็นเจ้าของสาย และสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และโทรคมนาคมแห่งชาติ เขต 22 อุบลราชธานี (กสทช.) ลงพื้นที่ตรวจสอบและแสดงความรับผิดชอบกับความเสียหายที่เกิดขึ้นมาแล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/lY7aboO2xwE

 608
ข่าวภูมิภาค
17 ก.ค. 62

พญาเทียนวัดเมืองเดช แชมป์หลายสมัยเทียนพรรษาอุบลฯ หักโค่นขณะเคลื่อนขบวน

อุบลราชธานี-เกิดอุบัติเหตุพญาเทียนวัดเมืองเดช อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นต้นเทียนประเภทแกะสลักขนาดใหญ่ หักโค่นลงมา ระหว่างการเดินทางเคลื่อนขบวนไปยังจุดรวมเทียน ที่บริเวณบ้านป่าโมง อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี ในงานประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษาจังหวัดอุบลราชธานี ประจำปี 2562 ภายใต้ชื่องาน 118 ปี เทียนพรรษา เทิดราชาขวัญแผ่นดิน ณ บริเวณรอบสนามทุ่งศรีเมือง   ซึ่งพญาเทียนวัดเมืองเดช เป็นต้นเทียน ตัวเต็ง อำเภอเดชอุดม เจ้าของแชมป์หลายสมัย ทำให้ในขณะนี้ผู้ที่ติดตามและเชียร์ต้นเทียนดังกล่าวเกิดความวิตกกังวลเป็นอย่างยิ่งในการนำเทียนเข้าสู่อำเภอเมืองและจะมีการซ่อมแซมได้อย่างไร เนื่องจากตัวต้นเทียนส่วนท้ายพังเสียหายเกือบทั้งหมด ซึ่งต้องให้ช่างมาประเมินสถานการณ์ ก่อนจะเคลื่อนขบวนต่อไปยังจุดหมาย พร้อมระดมทีมช่าง ช่วยกันซ่อมแซม สำหรับสาเหตุน่าจะเกิดจากโครงสร้างตัวรถรับน้ำหนักไม่ไหว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2EMAWoe8Isg

 4,833
ข่าวภูมิภาค
10 ก.ค. 62

นายกฯอบต.รับตั้งวงเล่นไฮโลจริง แค่ผ่อนคลายหลังทำงานเพื่อ ปชช. ผู้ว่าฯอุบลสั่งสอบแล้ว

อุบลราชธานี-จากกรณี มีชาวบ้าน อ.ดอนมดแดง ยื่นหนังสือร้องเรียนถึงศูนย์ดำรงธรรมขอให้มีการตรวจสอบและเอาผิดตามกฎหมาย ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ พนักงาน ดื่มสุรา เล่นการพนันในสถานที่ราชการ ภายในห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลเหล่าแดง อำเภอดอนมดแดง จังหวัดอุบลราชธานี   มีคลิปหลักฐาน ระบุว่าเหตุเกิดวันที่ 3 กรกฎาคม 2562 มีบุคคลระดับสูงใน อบต. จำนวน 8 คน รวมทั้งข้าราชการ เจ้าหน้าที่ พนักงาน เปิดโต๊ะนั่งดื่มสุรา และเล่นการพนันไฮโล และไพ่ โดยไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมือง จึงอยากให้มีการตรวจสอบและเอาผิดทางกฎหมาย วินัยอย่างจริงจัง   ด้านนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเหล่าแดง อ.ดอนมดแดง ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่ถูกกล่าวหาด้วย ยอมรับว่ามีรูปของตนอยู่ในเหตุการณ์จริง ซึ่งมีการเล่นไฮโลกันจริง แต่ไม่ทราบว่าคลิปนี้เป็นเหตุการณ์ในช่วงวันไหน เพราะตนเป็นนายกฯ อบต.มานานกว่า 15 ปี และที่ผ่านมาตนยอมรับว่า เคยมีการเล่นการพนันเพื่อการผ่อนคลายบางเวลามีโอกาสเดินทางไปทำกิจกรรมในที่ต่างๆ แต่ในคลิปที่ผู้ร้องนำไปมอบให้กับเจ้าหน้าที่นั้นตนไม่มั่นใจว่า เป็นวันที่ 3 ก.ค.ตามที่กล่าวอ้าง หรือ เป็นคลิปเก่าที่อาจจะมีคนถ่ายไว้นานแล้วหรือไม่   โดยในวันที่ 3 ก.ค. นั้นตนได้เดินทางไปร่วมงานวันเกิดของ อดีต ส.ส.รายหนึ่ง จากนั้นในช่วงบ่ายตนก็เดินทางกลับมาร่วมรับประทานอาหารกับสมาชิก อบต.และเจ้าหน้าที่ภายในบริเวณ อบต.เหล่าแดง แต่หลังจากนั้นตนไม่ทราบว่าใครไปทำอะไรที่ไหนบ้าง   จากกรณีดังกล่าวถือว่า เป็นครั้งแรกที่ตนถูกร้องเรียนหลังจากที่ได้ดำรงตำแหน่งนายกฯ อบต.เหล่าแดง มานานกว่า 15 ปี โดยส่วนตัวแล้วตนเป็นคนทำงาน และมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ต่อชาวบ้าน แต่ด้วยว่าตนอยู่ในตำแหน่งนาน จึงอาจเป็นไปได้ที่มีกลุ่มคู่แข่งทางการเมืองต้องการดิสเครดิตของตน เพราะตนก็มีคู่แข่งทางการเมืองอยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว ซึ่งตนก็ไม่ทราบวัตถุประสงค์ของผู้ร้องว่าต้องการอะไร ถึงทำเช่นนี้ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อมีผู้ร้องตนก็พร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบของฝ่ายราชการ และพร้อมชี้แจงทุกกรณี หากผลออกมาเช่นไรตนในฐานะเป็นผู้บริหารองค์กรก็พร้อมรับผิดชอบ   ทั้งนี้มองว่าเป็นเรื่องธรรมดาของทุกหน่วยงานที่ทำงานเพื่อประชาชนมาแล้ว ก็มีบ้างที่อยากจะผ่อนคลาย ซึ่งเราก็พบเห็นได้ในหลายๆ หน่วยงาน และส่วนใหญ่ในส่วนของ อบต.เหล่าแดง หากจะมีการเลี้ยงฉลองอะไรก็จะไปจัดนอกสถานที่ แต่ก็มีบ้างที่บางกิจกรรมหากมีสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลประจำหมู่บ้าน หรือ ส.อบต. มาร่วมงานสมาชิกก็จะมีการดื่มกินกันบางครั้งตามโอกาส   ส่วนในกรณีที่ผู้ร้องอ้างถึงบุคคลอื่นๆ อีก 7 คน นั้นตนไม่ขอแสดงความคิดเห็น เพราะหากบุคคลต่างๆเกิดความเสียหายก็คงจะไปดำเนินการตามสิทธิได้   ด้านนายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า กรณีดังกล่าวนั้นประการที่ 1 ดื่มเหล้าเล่นการพนัน ถือเป็นความผิด ในสถานที่ราชการอันดับแรก ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลเหล่าแดง จะต้องให้มาช่วยราชการที่ท้องถิ่นจังหวัดอุบลราชธานี และจะต้องเรียกตัวมาสอบสวนโดยด่วน และให้ย้ายโดยโอนจากสำนักงานท้องถิ่น เข้ามารายงานตัวต่อสำนักงานท้องถิ่นจังหวัดทันที รวมทั้งดำเนินการตั้งกรรมการสอบวินัย และหากพบมีความผิดจริง ลงโทษไล่ออกทันที   แต่หากเป็นข้าราชการการเมือง นายก อบต. ก็ว่าไปตามคุณสมบัติ ถ้าถึงขั้นขึ้นโรงพักดำเนินคดี ก็มีความผิดในสถานะให้หลุดพ้นจากตำแหน่งทันที ซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับใช้กฎหมายระเบียบการปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ถึงอย่างไรทางอำเภอ โดยนายอำเภอมีอำนาจเต็มในการสั่งการ โดยจะต้องมีการสอบสวนตามขั้นตอน ก่อนที่จะรายงานให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณาตัดสินอีกครั้ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/QFjd8NqhT9k

 5,046
ข่าวภูมิภาค
26 มิ.ย. 62

รถพ่วงตู้คอนเทนเนอร์ วิ่งเกี่ยวสายไฟ ทำเสาไฟหัก 5 ต้น ไฟดับทั่วเมืองอุบลฯ

อุบลราชธานี-เกิดเหตุรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์พ่วง 18 ล้อ วิ่งเกี่ยวสายสื่อสาร และสายไฟฟ้าแรงสูงที่ตัดเข้าพื้นที่มหาวิทยาลัยราชภัฎอุบลราชธานี และชุมชนเมืองในเขตเทศบาลนครอุบลราชธานี   ทำให้เสาไฟฟ้าทั้งภายนอกและภายในมหาวิทยาลัยฯ หักล้มลงได้รับความเสียหายกว่า 5 ต้น ทำให้ไฟดับทั้งเมือง และหวิดทับรถยนต์ชาวบ้านที่วิ่งสัญจรในเส้นทางหน้ามหาวิทยาลัยอีกหลายคันด้วย แต่โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ขณะที่เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าเร่งแก้ไขให้ไฟกลับมาใช้ได้ตามปกติ  ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KDvDVKuy7sQ

 905
ข่าวภูมิภาค
18 มิ.ย. 62

สาวจีนกลับคำให้การ ถูกสามีผลักตกผาแต้มขณะตั้งท้อง หวังเงินประกันร้อยล้าน

อุบลราชธานี-จากกรณีนักท่องเที่ยวหญิงชาวจีน วัย 32 ปี ที่กำลังตั้งครรภ์ได้ 3 เดือน พลัดตกจากหน้าผาอเล็กซานเดอร์มหาราช สูง 34 เมตร ภายในอุทยานแห่งชาติผาแต้ม จ.อุบลราชธานี ได้รับบาดเจ็บต้นขาซ้ายหัก กระดูกเข่าแตกทั้งสองข้าง แขนซ้ายหัก ไหปลาร้าซ้ายหัก กระดูกเชิงกรานหักตาขวาช้ำ แต่โชคดีลูกในท้องปลอดภัย   ล่าสุดหญิงชาวจีน ได้ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจใหม่อีกรอบ โดยระบุว่า ในช่วงแรกๆ หลังเกิดเหตุ สามียังตามมาเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด ซ้ำยังข่มขู่ไม่ให้พูดความจริงออกไป   ต่อมาได้ร้องขอให้แพทย์พยายามกีดกันไม่ให้สามีมาเยี่ยมได้บ่อยครั้ง เพราะการที่สามีอยู่ด้วย ทำให้รู้สึกอึดอึดและไม่ปลอดภัย ทางแพทย์จึงให้ความร่วมมือ และออกอุบายแจ้งกับสามีผู้บาดเจ็บให้มาเยี่ยมเป็นช่วงเวลา ไม่สามารถเฝ้าตลอด 24 ชั่วโมงได้   ซึ่งจากการสอบสวนพบว่า สามีเป็นฝ่ายผลักภรรยาให้ตกหน้าผาลงไปจริง เนื่องจากภรรยาค่อนข้างมีฐานะ แต่ตัวเองไม่ได้ประกอบอาชีพใดๆ ซ้ำยังมีหนี้สินติดตัว เคยก็ขอร้องให้ภรรยาช่วย แต่ก็ไม่ได้รับความช่วยเหลืออย่างเต็มที่   ทางเจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลฯ เพื่อออกหมายจับฝ่ายชาย ก่อนจะเข้าจับกุมได้ที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ อุบลราชธานี พร้อมแจ้งข้อหาพยายามฆ่า ก่อนจะควบคุมตัวไป สภ.โขงเจียม และเตรียมนำผู้ต้องหาไปฝากขังที่ศาลและคัดค้านการประกันตัว   โดยฝ่ายชายยอมรับว่า เมื่อสบโอกาสมาท่องเที่ยวที่ผาแต้ม ซึ่งเป็นภูมิประเทศเป็นหน้าผา จึงได้คิดออกอุบายซ้อนแผน ทำทีว่าภรรยาผลักตกจากหน้าผา เพื่อหวังจะเอาชีวิต เพราะถ้าหากภรรยาเสียชีวิตลงไป ทรัพย์สินเกือบร้อยล้านบาทก็จะตกเป็นของตัวเองทั้งหมด   ทั้งนี้ จากการตรวจสอบยังพบว่า ผู้ต้องหาเคยมีประวัติอาชญากรรม ต้องโทษคดีลักทรัพย์ในประเทศจีนมาก่อน หลังเกิดเหตุออกให้การเท็จไปก่อน และยังไปข่มขู่ภรรยาไม่ให้พูดความจริง ไม่เช่นนั้นจะทำร้ายร่างกายถึงขั้นเอาชีวิต   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-3SS2KNfCH4

 14,497
ข่าวภูมิภาค
10 มิ.ย. 62

หญิงจีนตั้งครรภ์ พลัดตกหน้าผาที่ผาแต้ม ล่ามได้ยินคุยกับสามี "เธอทำกับฉับแบบนี้ทำไม"

อุบลราชธานี-นักท่องเที่ยวชาวจีน ซึ่งเป็นสามีภรรยากัน ขับรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซิตี้ สีขาว เดินทางผ่านด่านเก็บค่าบริการผ่านเข้าอุทยานแห่งชาติผาแต้ม ไปยังศูนย์บริการนักท่องเที่ยว และขึ้นไปชมพระอาทิตย์ขึ้นบริเวณผาแต้ม โดยมีผู้พบเห็นคือเจ้าหน้าที่บริเวณด่านเก็บค่าบริการ   ต่อมา จนท.ได้รับแจ้งว่าฝ่ายหญิงซึ่งอยู่ระหว่างการตั้งครรภ์ พลัดตกหน้าผาได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้นขาซ้ายหัก กระดูกเข่าแตกทั้งสองข้าง แขนซ้ายหัก ไหปลาร้าซ้ายหัก กระดูกเชิงกรานหัก ตาขวาช้ำ มีบาดแผลตามใบหน้า ส่วนเด็กในครรภ์หัวใจยังเต้นปกติ ไม่มีอาการตกเลือดแต่อย่างใด และเพื่อความปลอดภัย ทางโรงพยาบาลโขงเจียม ส่งต่อผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลศูนย์สรรพสิทธิประสงค์ เพื่อทำการรักษา และตรวจดูผู้บาดเจ็บอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง   ต่อมาทางสามีบอกสาเหตุของการตกจากหน้าผาของภรรยาว่า หลังจากชมพระอาทิตย์ขึ้นแล้ว ก็แยกย้ายกัน ด้านภรรยาเดินไปเที่ยวชมบริเวณโดยรอบ จึงไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น   จากการสอบถามแม่ค้าร้านอาหารตามสั่งในอุทยานแห่งชาติผาแต้มทราบว่า เห็นฝ่ายชายวิ่งมายังรถที่จอดอยู่บริเวณลานจอดรถหน้าศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ในลักษณะอาการลุกลี้ลุกลน มาเปิดประตูรถเพื่อหาสิ่งของและขับออกไปอย่างรวดเร็ว จนถึงขนาดไม่ปิดประตูท้ายรถฮอนด้าซิตี้   ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่อุทยาน เดินทางตามไปยังที่เกิดเหตุ ได้สวนกับรถฮอนด้าซิตี้สีขาวคันดังกล่าว ซึ่งขับอย่างรวดเร็ว และไม่ปิดประตูช่องเก็บสัมภาระด้านท้ายรถ ซึ่งสอดคล้องกับคำให้การของแม่ค้าร้านอาหารตามสั่ง และรถฮอนด้าซิตี้สีขาวคันดังกล่าวได้เดินทางผ่านด่านเก็บค่าบริการอุทยานแห่งชาติผาแต้มออกไปอย่างรวดเร็ว   ส่วนอาการของฝ่ายหญิง หลังจากแพทย์แจ้งว่าปลอดภัยแล้ว และมีสติสามารถพูดคุยได้ จึงได้ต่อสายโทรศัพท์ถึงล่ามภาษาจีน เพื่อให้สอบถามถึงเหตุการณ์ และสาเหตุของการบาดเจ็บดังกล่าว โดยผู้บาดเจ็บไม่ยอมบอก ถ้าไม่เห็นหน้าสามี และได้สอบถามล่ามว่า ตนมีอาการอะไรบ้าง     เจ้าหน้าที่จึงได้เรียกให้สามีของผู้บาดเจ็บมาพบที่เตียงพยาบาล เธอได้พูดคุยกับสามี ในขณะนั้นล่ามได้ยินผ่านทางโทรศัพท์ โดยผู้บาดเจ็บได้พูดกับสามีว่า “เธอทำกับฉับแบบนี้ทำไม” ในขณะนั้นเจ้าหน้าที่พยาบาลแจ้งว่าต้องนำผู้ป่วยไป เอ็กซเรย์จึงได้ทำการตัดสายโทรศัพท์ลง   จากการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุร่วมกับพนักงานสอบสวน สภ.โขงเจียมบริเวณเกิดเหตุด้านล่าง พบเศษใบไม้และกิ่งไม้ขนาดเล็กกระจัดกระจายเต็มพื้น และมีกิ่งไม้ขนาดใหญ่หักบ้าง บริเวณดังกล่าวไม่มีจุดที่คาดว่านักท่องเที่ยวจะปีนขึ้นไป และตกลงมาได้ จึงร่วมกันสันนิษฐานว่านักท่องเที่ยวคนนี้ตกลงมาจากด้านบนหน้าผา จึงทำการขึ้นไปตรวจสอบด้านบน พบว่าบริเวณที่ตรงกับจุดที่นักท่องเที่ยวตกนั้นอยู่   บริเวณด้านล่างของผาอเล็กซานเดอร์มหาราช เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการวัดความสูงจากจุดดังกล่าวลงไปถึงจุดที่พบนักท่องเที่ยว พบว่ามีความสูง 34 เมตร และสันนิษฐานว่านักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนตกจากบริเวณดังกล่าวลงไปด้านล่าง แต่เนื่องจากได้ตกไปกระทบกับเรือนยอดของต้นไม้ด้านล่างก่อน ไม่ได้กระแทกกับพื้นโดยตรง นักท่องเที่ยวจึงไม่เสียชีวิต   จากเหตุการณ์ดังกล่าวเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อว่าหญิงชาวจีนจะตกลงไปโดยบังเอิญ เพราะมีความพิรุธของสามีชาวจีนคนนี้อยู่มาก ซึ่งจะต้องทำการสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rZ2DvRhSBFk

 12,925
สังคม-อาชญากรรม
06 มิ.ย. 62

สังคมหดหู่! ด.ญ.อนุบาล ถูกเพื่อน-รุ่นพี่ ป.2 ล่วงละเมิด ศาลตัดสินผิดจริง แต่เด็กไม่ต้องรับโทษ

เพจเฟซบุ๊กชื่อ เครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ได้โพสต์เรื่องราวของของชายรายหนึ่ง ที่ได้ร้องเรียนเข้ามายังเพจว่า หลานสาววัย 5 ขวบ ถูกเพื่อนและรุ่นพี่นักเรียนชายล่วงละเมิดทางเพศ ในห้องน้ำโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดอุบลราชธานี แต่ทางโรงเรียนกลับพยายามปกปิดเรื่องนี้ และไม่มีการแสดงความรับผิดชอบแต่อย่างใด เหตุเกิดเมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 2561 ที่ผ่านมา   โดยนางแป๋ม (นางสมมุติ) ญาติของเด็กหญิงวัย 5 ขวบ เล่าว่า หลานสาววัย 5 ขวบ เรียนอยู่ชั้นอนุบาล 3 ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดอุบลราชธานี เมื่อปลายปีที่แล้ว หลานสาวไปโรงเรียนตามปกติ ในระหว่างไปเรียน หลานสาวได้เข้าห้องน้ำ ขณะกำลังออกจากห้องน้ำ จู่ๆมีเพื่อนนักเรียนชายร่วมชั้น 1 คน และรุ่นพี่ชั้นป.2 อีก 1 คน ดักรออยู่หน้าห้องน้ำ แล้วผลักเข้าห้องน้ำและทำการล่วงละเมิศทางเพศ   โดยคนหนึ่งใช้หลอดสอดใส่ในอวัยวะเพศของหลานสาว และอีกคนหนึ่งใช้วัสดุบางอย่างลักษณะคล้ายงู (คาดว่าเป็นอวัยวะเพศ) ขนาดเท่านิ้วกลางสอดใส่ในอวัยวะเพศของหลานสาว จากนั้นหลานสาวก็ได้กลับมาเข้าห้องเรียนตามปกติโดยไม่ได้เล่าเหตุการณ์ให้ใครทราบ   กระทั่งหลานสาวกลับมาบ้านหลังเลิกเรียน ย่าเข้าห้องน้ำแล้วพบเลือดหยดในห้องน้ำ จึงโวยวายว่าใครมาทำห้องน้ำสกปรก ปู่จึงบอกว่า เห็นหลานเข้าห้องน้ำเป็นคนสุดท้าย จึงรีบพากันไปดูหลาน พบหลานนอนซมอยู่บนที่นอน และมีเลือดไหลออกมาจากอวัยวะเพศ ทั้งมีอาการปวดท้องอย่างหนัก จึงพาหลานไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล โดยเจ้าหน้าที่ได้สอบถามจนทราบว่าหลานถูกล่วงละเมิดทางเพศ   ต่อมาวันรุ่งขึ้น ปู่ได้เล่าเรื่องให้รองผอ.โรงเรียนฟัง เนื่องจากรู้จักกัน  และได้นัดให้ไปคุยกับผอ.โรงเรียน แต่เมื่อไปพบผอ. ทางโรงเรียนกลับบอกว่าผอ.ไม่ว่างทั้งๆที่เห็นผอ.นั่งทานอาหารอยู่หน้าโรงเรียน และยังทำเหมือนหลานสาวใส่ร้ายทำให้โรงเรียนเกิดความเสียหาย  และปฏิเสธว่าไม่มีเรื่องนี้เกิดขึ้นในโรงเรียน น่าจะเกิดจากเด็กหญิงเล่นเครื่องเล่นหรือปั่นจักรยานจนทำให้มีเลือดออก และขอให้ย้ายเด็กไปเรียนที่โรงเรียนอื่น ทางครอบครัวจึงพาหลานสาวเข้าแจ้งความ   ขณะแจ้งความ หลานสาวมีเลือดไหลออกจากอวัยวะเพศตลอด ตำรวจจึงให้รีบพาเด็กไปโรงพยาบาล โดยแพทย์ได้วินิจฉัยว่า อาจจะมีการร่วมประเวณี ตำรวจจึงทำการสั่งฟ้องไปยังพนักงานอัยการ และต่อมาวันที่ 30 ม.ค. 2562 ผู้ก่อเหตุทั้งสองได้เข้ามอบตัว แต่ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ทั้งนี้ ท้ายสุดศาลตัดสินว่าจำเลยทั้งสองกระทำผิดจริง แต่เนื่องจากจำเลยอายุไม่ถึง 10 ปี ตามกฎหมายจึงไม่ต้องรับโทษ   หลังเกิดเหตุจนถึงขณะนี้ ทางโรงเรียนไม่ได้ให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวตนแต่อย่างใด ไม่เคยเรียกให้ทั้งสองฝ่ายมาพูดคุยกัน ทางคู่กรณีก็ไม่เคยติดมากลับมา ทั้งยังพยายามปิดเรื่องให้เงียบ นอกจากนี้ยังมีลักษณะข่มขู่ว่า ทางครอบครัวกุเรื่องใส่ร้ายทางโรงเรียนเพื่อเรียกร้องเงิน   ซึ่งขณะนี้หลานสาวยังมีอาการเลือดออกอยู่เป็นระยะ ซึ่งยังต้องทำการรักษาอย่างต่อเนื่อง และมีอาการซึมเศร้า ไม่ร่าเริง มักหวาดผวาเวลาฝนตกฟ้าร้อง หรือเวลาพบคนแปลกหน้า จึงให้หลานย้ายโรงเรียนเรียบร้อยแล้ว โดยค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดทางครอบครัวไม่เคยได้รับการช่วยเหลือใดๆเลย   ด้านทนายรณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ว่า จากการสอบถาม กว่า 5 เดือนนับจากวันเกิดเหตุ ทางครอบครัวไม่เคยได้รับการช่วยเหลือหรือเยียวยาจากพ่อแม่เด็กที่ก่อเหตุ รวมทั้งโรงเรียน แม้แต่บาทเดียว ซึ่งทางโรงเรียนเคยแจ้งว่าจะช่วยเหลือเป็นเงิน 10,000 บาท แต่ขอครอบครัวอย่าไปร้องเรียนกับสื่อหรือหน่วยงานไหน   เนื่องจากจะทำให้ทางโรงเรียนถูกตัดงบประมาณการศึกษา แต่ขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับเงิน จึงตัดสินใจร้องเรียนไปยังสำนักงานการศึกษาขึ้นพื้นฐานในจังหวัดอุบลราชธานี แต่กลับได้รับหนังสือตอบกลับว่า ไม่มีเหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้นในโรงเรียน ทางครอบครัวของเด็กหญิงจึงต้องร้องเรียนมายังตนเพื่อขอความช่วยเหลือ   โดยวันนี้ (6 มิ.ย.) เวลา 13.30 น. ตนจะแถลงข่าวพร้อมกับครอบครัวของผู้เสียหาย และจะเข้าร้องเรียนที่กระทรวงศึกษาธิการเพื่อทวงหาความเป็นธรรม เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องร้ายแรงและละเอียดอ่อนมาก ถึงแม้ตัวเด็กจะไม่ต้องรับโทษทางอาญา แต่ในทางแพ่งทางครอบครัวผู้ก่อเหตุ และโรงเรียน ควรแสดงความรับผิดชอบในเรื่องนี้ ไม่ใช่เงียบกันหมดแบบนี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/CSxGqPlc3Mw

 28,035
ข่าวภูมิภาค
01 มิ.ย. 62

ชาวบ้านร้องเรียน นักเลงเจ้าถิ่นข่มขู่ทำร้าย ไม่เว้นแม้แต่รถที่มารับพระบิณฑบาต

อุบลราชธานี - ทีมข่าวช่อง 3 ลงพื้นที่ ที่บ้านดงห่องแห่ หมู่ 3 ต.ปทุม อ.เมือง จ.อุบลราชธานี เพื่อตรวจสอบหา นักเลงเจ้าถิ่น ข่มขู่ทำร้าย ไม่เว้นรถที่มารับพระบิณฑบาต ตามคลิปได้สื่ออกทางโลกโซเซียล และพบว่า ชาวบ้านในหมู่บ้าน ต่างทราบข่าวจริง และผวาหนัก ที่มีนักเลงเจ้าถิ่น ข่มขู่ทำร้าย ไม่เว้นรถที่มารับพระบิณฑบาต ต้องอพยพหนีไปอยู่ที่อื่น เนื่องจากหวาดกลัว เกรงจะถูกทำร้าย บางรายทนอยู่ไม่ไหว ก็พากันย้ายออกไปอยู่ในพื้นที่อื่น วอนเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือ    ล่าสุด ผู้ใช้เฟซบุ๊ก มีอะไรบอกด้วยอุบลราชธานี ได้โพสต์ภาพเหตุการณ์พร้อมระบุว่า "#เรื่องมันมีอยู่ว่า เหตุเกิดอยู่ที่ หมู่ 3 ต.ปทุม อ.เมือง จ.อุบลราชธานี บริเวณวัดใหม่ประชาสรรค์ รถที่มารับพระบิณฑบาตร ก็เป็นรถของวัด บุคคลในคลิปกำลังทำร้ายคนขับรถของวัด ซึ่งบุคคลคนนี้ชอบทำตัวเป็นนักเลงเคยคุกคามบ้านผมมาแล้ว แต่ครั้งนี้มูลเหตุจากอะไรไม่ทราบแน่ชัด แต่ผมเห็นชายคนนี้มานั่งรอรถที่มารับพระโดยถือเสียมไว้ แล้วพอรถรับพระผ่านมาก็ใช้เสียมกระทุ้งเข้าไปในรถทั้งๆ ต่อหน้าผู้คนที่รอใส่บาตร ซึ่งเป็นการก่อเหตุที่ป่าเถื่อนมาก #ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดการด้วยครับ"   ต่อมา เมื่อทีมข่าวเดินทางเข้าไปยังหมู่บ้านดังกล่าว และมีโอกาสเข้าไปสอบถามชาวบ้านได้ความว่า นางศรีไพ หอมทรัพย์ อายุ 50 ปี เล่าว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทราบว่าเมื่อวันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมา เห็นว่า เมียของชายคนที่ทำร้ายเด็กวัดตามคลิป เขาทะเลาะกับคนขับรถที่มาส่งพระบิณฑบาตแต่ก็ไม่รู้ว่า มีเรื่องอะไรกัน เมียเขาคงไปพูดให้แฟนเขาฟังว่า ทะเลาะกับคนขับรถ ซึ่งเป็นคนของวัดใหม่ประชาสรรค์ 2 ต.ปทุม อ.เมือง จ.อุบลราชธานี    ต่อมาพอเช้าวันรุ่งขึ้น ชายคนของวัดได้มาส่งพระบิณฑบาตในช่วงเช้า แต่ชายในหมู่บ้านคงมาดักรอแล้วก่อเหตุดังกล่าว ซึ่งชาวบ้านเปิดเผยว่า ชายที่ทำร้ายคนของวัดนั้น เป็นคนอารมณ์ร้อน ซึ่งทางนางศรีไพ ชาวบ้านแห่งนี้เองก็เคยถูกนักเลงคนนี้มาถามที่บ้านว่า "ตรงนี้ถิ่นใคร !! ถามว่าอยากอยู่มั๊ย" เราก็งงเหมือนกัน ทำไมเขาพูดแบบนี้ เราก็จบกันไปไม่เอาเรื่อง โดยเขามีอาชีพเลี้ยงไก่ชน ชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงก็ถูกขู่กันหลายคน เขาถามว่า อยากอยู่ที่นี่มั๊ย มีเพื่อนบ้านโดนตั้งคำถามหลายคน ข่มขู่ คุกคาม เพื่อนบ้านไปทั่ว ทำให้ชาวบ้านหวาดกลัว บางรายต้องอพยพหนีไปอยู่ที่อื่น ซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นต่อเนื่องมาตลอด แต่ไม่มีหน่วยงานใด เข้ามาแก้ปัญหาดังกล่าว มีเพียง กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ได้แวะเวียนมาดูแล แต่ก็ไม่ทราบจะดำเนินการอย่างไร อยากวิงวอนให้ใครก็ได้ช่วยเหลือแก้ปัญหาเรื่องนี้ให้ชาวบ้านด้วย          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/UlAZdEcncOc

 8,262
ข่าวภูมิภาค
21 พ.ค. 62

รวบชายตีอริคา รพ.ในอุบลฯ แถมชดใช้เครื่องวัดหัวใจ 2 แสน - สั่งย้าย ผกก.เลิงนกทา ระงับเหตุไม่ทันท่วงที

อุบลราชธานี-จากกรณีนายธนกฤติ หรือต้อม มุ้งพร อายุ 41 ปี ก่อเหตุใช้มีดปังตอ ยาว 30 เซนติเมตร ฟันเข้าที่หน้าของนายปรีดา ควงเพ็ชร อายุ 27 ปี จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ที่ห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลเหล่าเสือโก้ก จนทำให้เครื่องมือทางการแพทย์ได้รับความเสียหายหลายรายการ   ล่าสุดทางนายแพทย์สาธารณสุข จ.อุบลราชธานี ได้ให้ผู้อำนวยการโรงพยาบาลฯ เข้าแจ้งความเอาผิดต่อคนร้ายที่บุกเข้ามาสร้างความเสียหายที่เกิดขึ้น พร้อมชดใช้ค่าเครื่องวัดคลื่นหัวใจมูลค่า 225,000 บาท   ด้านนายธนกฤติ ให้การยอมรับสารภาพว่า หลังจากงานบุญไหว้ดอนปู่ตาตนเป็นตัวโผในการจัดหาหมอลำมาสร้างความบันเทิง แต่กลุ่มนายปรีดา ดวงเพชร 27 ปี ผู้บาดเจ็บมาตีกันตนจึงให้ยุติการแสดง และบอกว่าถ้าอยากตีกันให้มาตีตน ก่อนนายปรีดา ผู้บาดเจ็บจะมาเตะก้านคอตนและตนก็คว้าขวดตีหัวนายปรีดาแตก จนถูกส่งมารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล แต่ตนยังไม่คลายโมโห คว้ามีดปังตอจากร้านขายลาบบริเวณภายในงาน และขับรถยนต์ตามมาฟันนายปรีดาต่อที่โรงพยาบาล   ขณะที่อีกเหตุการณ์ที่ รพ.เลิงนกทา จ.ยโสธร เกิดเหตุกลุ่มวัยรุ่นทะเลาะวิวาท ชกต่อยกันในงานประเพณีบุญบั้งไฟบ้านโคกสูง ก่อนตามมาหาเรื่องกันที่โรงพยาบาล ต่อมา จนท.ได้จับกุมผู้ก่อเหตุได้แล้ว ได้แจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายและจิตใจผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บ   อย่างไรก็ตามได้มีการเผยแพร่คำสั่ง พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.3 ให้ พ.ต.อ. ฆนรพ รัตนไกร ผกก.สภ.เลิงนกทา ไปปฏิบัติหน้าที่ที่ ศปก.ภ.จว.ยโสธร เป็นเวลา 1 เดือน เนื่องจากไม่สามารถระงับเหตุได้ทันท่วงที ส่วนการป้องกันเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแบบนี้จะต้องมีการประชุมบูรณาการกันอีกครั้ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/sdXMa4A43JY

 1,131
ข่าวภูมิภาค
20 พ.ค. 62

หนุ่มอุบลฯ บุกฟันคู่อริกลางห้องฉุกเฉิน ขอโทษ ยอมรับผิด-ชดใช้ค่าเสียหาย

จากกรณีนายธนกฤติ มุ้งพร อายุ 41 ปี บุกเดี่ยวใช้มีดปังตอฟันฟันคู่อริกลางห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลเหล่าเสือโก้ก จ.อุบลราชธานี จนอุปกรณ์การแพทย์พังเสียหาย ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวได้ โดยสารภาพว่ามีเรื่องทะเลาะวิวาทชกต่อยกันในงานบุญหมู่บ้าน ก่อนตามมาทำร้ายต่อที่โรงพยาบาล ซึ่งคู่กรณี อายุ 27 ปี ถูกฟันที่ใบหน้า 1 แผล อาการพ้นขีดอันตราย ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น   ความคืบหน้าวันที่ 20 พ.ค. 62 เมื่อเวลา 12.00 น. พ.ต.อ.ธรรมจักร คงมงคล รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.อุบลราชธานี พ.ต.อ.อุดร มณีสาย ผู้กำกับ สภ.เหล่าเสือโก้ก และนายสุรัตน์ อวยพรส่ง นายอำเภอเหล่าเสือโก้ก นำตัว นายธนกฤติ มุ้งพร มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพจุดที่เกิดเหตุ คือ โรงพยาบาลเหล่าเสือโก้ก    โดยนายธนกฤติ ให้การยอมรับสารภาพว่า หลังจากงานบุญไหว้ดอนปู่ตา ตนเป็นโต้โผในการจัดหาหมอลำมาสร้างความบันเทิง แต่กลุ่มนายปรีดา ผู้บาดเจ็บ มาตีกันตนจึงให้ยุติการแสดง และบอกว่าถ้าอยากตีกันให้มาตีตน ก่อนที่นายปรีดา จะมาเตะก้านคอตน   ตนจึงคว้าขวดตีหัวนายปรีดาแตก จนถูกส่งมารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล แต่ตนยังไม่คลายโมโห จึงคว้ามีดปังตอจากร้านขายลาบบริเวณภายในงาน และขับรถยนต์ตามมาฟันนายปรีดาต่อที่โรงพยาบาล   สำหรับการทำแผนประกอบคำรับสารภาพในวันนี้ มีแพทย์หญิง ธรรมพร ปรัสพันธ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเหล่าเสือโก้ก ร่วมดูการทำแผนด้วย โดยนายธนกฤติ ได้ไหว้ขอโทษ จากการกระทำทั้งหมดที่ทำไปโดยอารมณ์ชั่ววูบ และยินยอมชดใช้ค่าเสียหาย เครื่องวัดคลื่นหัวใจมูลค่า 225,000 บาท   พ.ต.อ.ธรรมจักร คงมงคล รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.อุบลราชธานี เผยว่า วันนี้เอาตัวผู้ก่อเหตุมาทำแผนประกอบการรับสารภาพ ซึ่งผู้ต้องหายอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ที่ก่อเหตุ ร่วมทั้งยินยอมรับใช้ค่าเสียหายทั้งหมด โดยหลังจากนี้จะส่งตัวให้พนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป    ทั้งนี้ ตนยังสั่งให้ตำรวจทุก สภ. ในเขตความรับผิดชอบ จัดเวรตรวจเข้มโรงพยาบาลทั่วทุกแห่ง ทุกอำเภอ โดยเฉพาะพื้นที่ใดมีการจัดงานบุญประเพณีต่างๆ ต้องให้เพิ่มความเข้มในการดูแลพื้นที่จัดงาน และ โรงพยาบาล เพื่อลดปัญหาบุกมาทำร้ายกันตามโรงพยาบาลต่อไป       ข่าวที่เกี่ยวข้อง หนุ่มใหญ่บุกเดี่ยวใช้มีดปังตอฟันคู่อริกลางห้องฉุกเฉินโรงพยาบาล ทำอุปกรณ์การแพทย์พังเสียหาย    

 2,907
ข่าวภูมิภาค
16 พ.ค. 62

เมีย 2019! รถหายได้คืน หลังแอบติด gps ไว้สอดแนมสามี คาดเซลล์ขายรถขโมย หลังแอบเก็บกุญแจสำรองไว้

อุบลราชธานี-เกิดเหตุลักทรัพย์รถยนต์กระบะ จากบ้านเค็ง ต.กระโสบ อ.เมืองอุบลราชธานี เจ้าหน้าที่ได้วิทยุสกัดจับและประสานงานไปพื้นที่ใกล้เคียงที่คาดว่าคนร้ายจะหลบหนี   ที่เกิดเหตุพบนางสาวปิยะนุช พาแก้ว อายุ 29 ปี เจ้าของรถยืนคอยเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมทั้งให้การว่า ช่วงเวลาที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายไม่ทราบว่าเป็นใคร เข้ามาขับรถยนต์กระบะยี่ห้อ อีซูซุ ดีแม็ค สีบอร์น ของตนเองออกไปจากบ้านทันที ทั้งๆ ที่ลูกกุญแจรถยังอยู่ที่บ้านกับตนเอง   ต่อมาได้ตรวจสอบเส้นทางการหลบหนีผ่าน ระบบติดตามจีพีเอส จากโทรศัพท์มือถือที่ตนซ่อนไว้ในรถได้ ก่อนจะเจอรถจอดอยู่ในบ้านที่ไม่มีคนอาศัยมานาน โดยสภาพรถกระบะถูกถอดแผ่นป้ายทะเบียนทั้งด้านหน้าและด้านหลังออก   เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เข้าไปตรวจสอบภายในบ้านหลังดังกล่าว และพบความสงสัยกลุ่มชายบ้านข้างเคียงบริเวณที่พบรถยนต์กระบะ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงตนขอความร่วมมือ ให้ชายผู้ต้องสงสัย ไปให้ปากคำในการสอบสวนที่ สภ เมืองอุบลราชธานี โดยใช้นามสมมุติว่าเป็น นายเอและนางสาวเขียด (นามสมมติ) แสดงตัวเป็นเจ้าของบ้านที่ใกล้เคียงบริเวณพบรถยนต์ถูกขโมยจอดไว้ ซึ่งจากการให้ปากคำ ได้ปฏิเสธอ้างว่า ไม่มีส่วนรู้เห็นกับรถที่ถูกโจรกรรมและมาจอดทิ้งไว้   ต่อมานายวุฒิไกร สังขรมย์ อายุ 30 ปี สามีของนางสาวปิยะนุช เข้ามาสังเกตการณ์ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจพูดคุยกับนายเอ จำได้ว่า นายเอ เป็นเซลล์ที่เคยติดต่อขายรถคันดังกล่าวให้ตนเมื่อปี 2561 ที่ผ่านมาในครั้งนั้น โดยนายเอเป็นผู้ที่นำรถมาส่งให้ที่บ้าน และให้กุญแจรถเพียงดอกเดียวเท่านั้น ส่วนดอกสำรองไม่มีมาให้ ซึ่งครั้งนั้นเจ้าของรถกระบะก็ไม่คิดอะไรมาก   สำหรับความที่โชคดีในการติดตามรถยนต์ครั้งนี้ สามีภรรยาเข้าของรถบอกว่าเป็นเพราะรัก จึงหามือถือติดตั้งจีพีเอส ทิ้งไว้ในรถยนต์กระบะของตน เพราะส่วนใหญ่สามีจะเป็นคนใช้รถ ทางภรรยาได้แอบตั้งจีพีเอสไว้ จับสามีของตนเองว่า จะแอบไปเที่ยวดื่มเหล้าที่ไหนหรือไม่ ร่วมทั้งตรวจสอบว่า เมื่อโทรมาถามสามีว่า อยู่ที่ไหน ทำอะไร ใกล้ถึงบ้านหรือเปล่า วิ่งอยู่ถนนเส้นใด และครั้งสามีตอบก็จะรู้ทันทีว่า โกหกหรือไม่โกหก คู่กับการแจ้งเตือนผ่านทางจีพีเอส ซึ่งระบบจะแจ้งบอกที่อยู่ ได้อย่างชัดเจน และตรงกันในระหว่างพูดคุยกันผ่านทางโทรศัพท์ด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/c7RSRyWc9TU

 22,586
ข่าวภูมิภาค
17 เม.ย. 62

เผยนาทีระทึก กระบะเมาแล้วขับพุ่งชนเด็ก ขณะเล่นน้ำสงกรานต์หน้าบ้าน

อุบลราชธานี-มีภาพจากกล้องวงจร กลุ่มเด็กๆเล่นน้ำหน้าบ้านใน อ.ดอนมดแดง จู่ๆมีรถยนต์กระบะ วิ่งมาด้วยความเร็ว เสียหลักลงไหลทางอีกฝั่งของบ้าน และเสียหลักวิ่งเข้ามาชนพื้นที่เล่นน้ำของเด็กๆ ที่กำลังสนุกสนานตามประสาอีกฝั่ง แต่ดีที่กลุ่มเด็กๆ มองเห็นรถที่กำลังจะพุ่งเข้ามาชน และพากันวิ่งหนีชีวิตกันแบบคนละทิศละทาง แต่ก็ด้วยความเร็วและแรงรถ ทำให้เด็กหลานคนได้รับบาดเจ็บจากสิ่งของ แรงกระแทกจากตัวรถ ได้รับบาดเจ็บกันไปเล็กน้อย   ทั้งนี้ ภายหลังเกิดเหตุการณ์ คนขับรถชาย เสื้อสีน้ำเงิน ออกมาจากรถ ดูสภาพเมาสุราแทบจะยืนไม่อยู่ และยังมายกมือไหว้ขอโทษ และพูดแบบลิ้นรัว จึงอยากฝากเตือนผู้ขับขี่ว่า เมาแล้วห้ามขับ เพราะก่อให้เกิดอุบัติเหตุเสี่ยงตาย ในนาทีชีวิตเช่นนี้มักไม่รอดปลอดภัยเสมอไป พร้อมฝากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับเรื่องคดีความ ให้ดำเนินคดีอย่างสูงสุด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/xHrSV2u5IAs

 8,584
การเมืองเข้มข้น
18 มี.ค. 62

กกต.อุบลฯขอเวลาตรวจสอบ คลิปพรรคดังแจกเงิน ยังไม่บอกว่าพรรคไหน

จากกรณีที่มีผู้ใช้ทวิตเตอร์แชร์คลิปที่มีการแจกเงินให้กับผู้ที่มาฟังการปราศรัย ของผู้สมัคร ส.ส.เขต 4 อุบราชธานี พรรคใหญ่พรรคหนึ่ง ที่มีการแจกเงินส่อไปในทางทุจริต ทำให้มีกระแสเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดอุบลราชธานี เร่งตรวจสอบให้เกิดความกระจ่างโดยเร็ว   ด้าน พ.ต.ท.เรืองยศ มีแก้ว ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดอุบลราชธานี ถึงกรณีดังกล่าวซึ่งระบุว่าขณะนี้ได้ดูคลิปที่มีการแชร์กันตามโซเชียลแล้ว และมอบหมายให้ฝ่ายสืบสวนสอบสวนของ กกต.อุบลราชธานี ทำการตรวจสอบ ว่าคลิปที่มีการแชร์กันเป็นเรื่องเดิมที่เคยร้องเรียนมาก่อนหน้านี้หรือไม่   โดยเจ้าหน้าที่ กกต.ได้ทำการสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องเบื้องต้นไปแล้ว แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ต้องขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ทำงานอีกสักระยะเพื่อความเป็นธรรม และยังไม่กล้าระบุให้ชัดเจนว่าคลิปที่อ้างว่ามีการแจกเงินนั้นเป็นของพรรคใด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TeTJ29iCWv0

 66,043
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
18 มี.ค. 62

กกต.อุบลฯขอเวลาตรวจสอบ คลิปพรรคดังแจกเงิน ยังไม่บอกว่าพรรคไหน

จากกรณีที่มีผู้ใช้ทวิตเตอร์แชร์คลิปที่มีการแจกเงินให้กับผู้ที่มาฟังการปราศรัย ของผู้สมัคร ส.ส.เขต 4 อุบราชธานี พรรคใหญ่พรรคหนึ่ง ที่มีการแจกเงินส่อไปในทางทุจริต ทำให้มีกระแสเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดอุบลราชธานี เร่งตรวจสอบให้เกิดความกระจ่างโดยเร็ว   ด้าน พ.ต.ท.เรืองยศ มีแก้ว ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดอุบลราชธานี ถึงกรณีดังกล่าวซึ่งระบุว่าขณะนี้ได้ดูคลิปที่มีการแชร์กันตามโซเชียลแล้ว และมอบหมายให้ฝ่ายสืบสวนสอบสวนของ กกต.อุบลราชธานี ทำการตรวจสอบ ว่าคลิปที่มีการแชร์กันเป็นเรื่องเดิมที่เคยร้องเรียนมาก่อนหน้านี้หรือไม่   โดยเจ้าหน้าที่ กกต.ได้ทำการสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องเบื้องต้นไปแล้ว แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ต้องขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ทำงานอีกสักระยะเพื่อความเป็นธรรม และยังไม่กล้าระบุให้ชัดเจนว่าคลิปที่อ้างว่ามีการแจกเงินนั้นเป็นของพรรคใด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TeTJ29iCWv0

 66,043
ข่าวภูมิภาค
15 มี.ค. 62

ตำรวจขมังเวทย์ ท่องนะโม-เป่ากระหม่อม ใส่หนุ่มคลั่งปีนเสา จนต้องยอมสงบ

อุบลราชธานี-มีการแชร์ภาพนายตำรวจใน อ.ตาลสุม เป่ากระหม่อมคนมีอาการทางประสาท ซึ่งมาพบแพทย์ที่โรงพยาบาลประจำอำเภอ จนมีอาการสงบลงยอมให้แพทย์ตรวจรักษาเหตุเกิดช่วงเช้าวันที่ 13 มี.ค.ที่ผ่านมา   ต่อมาได้รับการเปิดเผยจาก ร.ต.อ.ภูวเดช ส่องแสง รอง สวป.สภ.ตาลสุม จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นผู้เข้าไประงับเหตุ หลังได้รับแจ้งจากญาติผู้ป่วยอยู่ในหมู่บ้านสำโรง ต.สำโรง อ.ตาลสุม ว่าสามีของลูกสาวที่เป็นชาว จ.สุรินทร์ และเดินทางมาเยี่ยมครอบที่บ้านสำโรง มีอาการคลุ้มคลั่งให้เจ้าหน้าที่ช่วยนำตัวไปรักษาให้ด้วย   พบเป็นชายอายุประมาณ 40 ปี มีอาการคลุ้มคลั่งปืนเสาวัดในหมู่บ้าน พร้อมประกาศไม่ให้ใครเข้ามาใกล้ เพราะตนเป็นลูกศิษย์ของเกจิอาจารย์ดังองค์หนึ่ง และของขึ้นไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ทางตำรวจจึงพูดกับคนป่วยว่า ตนก็เป็นศิษย์ของพระเกจิอาจารย์รูปนี้เช่นกัน และเป็นศิษย์รุ่นพี่ คนป่วยต้องฟังศิษย์รุ่นพี่ด้วย ก็ทำให้ชายที่มีอาการทางจิตสงบลง จึงออกอุบายว่า จะพาไปพบครูบาอาจารย์ เพื่อแก้ไขคุณไสย ทำให้ผู้ป่วยเชื่อยอมไปกับตำรวจ   แต่เมื่อพบว่าถูกนำตัวมายังโรงพยาบาล ชายคนดังกล่าว ก็ได้กลับมาโวยวายอีก ไม่ยอมให้แพทย์ตรวจรักษา ซึ่งขณะนั้นตำรวจก็ไม่รู้จะทำอย่างไร จึงได้ท่องนะโม 3 จบ แล้วเป่ากระหม่อมให้กับชายคนดังกล่าว จนมีอาการสงบลงและยอมให้แพทย์ตรวจรักษาอาการเบื้องต้น ก่อนส่งตัวต่อไปยังโรงพยาบาลจิตเวชพระศรีมหาโพธิ์ เพื่อรักษาการจากแพทย์เฉพาะทางต่อไป   ร.ต.อ.ภูวเดช กล่าวต่ออีกว่า ขณะที่เข้าระงับเหตุไม่ได้คิดอะไรมาก คิดเพียงทำอย่างไรจะให้บริการกับประชาชนได้พึงพอใจ และนึกไม่ถึงว่าการท่องนะโม 3 จบ และเป่าไปที่กระหม่อมของผู้ป่วยจะช่วยให้มีอาการสงบลงได้จริง สำหรับผู้ป่วยรายนี้ ที่มีอาการคลุ้มคลั่งจากการสอบถามเมียทราบว่า ก่อนเกิดเหตุไม่ได้หลับไม่ได้นอนติดต่อกันมาหลายคืน และเป็นผู้มีประวัติป่วยทางจิตมาก่อนด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4LrVsM6BzOo

 29,808

Top