ค้นหา :

ผลการค้นหา "นักท่องเที่ยว"

สังคม-อาชญากรรม
11 ส.ค. 61

ใจหาย! นทท.แห่เที่ยว 'เขาดิน' รำลึกวันวาน ก่อนปิดตำนาน 80 ปีสิ้นเดือนนี้

นักท่องเที่ยวแห่เดินทางมาเที่ยว "สวนสัตว์ดุสิต" หรือ “เขาดิน” ก่อนจะปิดตำนาน 80 ปีลงในสิ้นเดือนนี้ และย้ายไปเปิดสถานที่ใหม่บริเวณคลอง 6 ต.รังสิต อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี โดยนักท่องเที่ยวต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่ารู้สึกใจหาย เพราะเขาดินเปิดมานานมากจนรู้สึกผูกพัน                        ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/K5mnepywH4s

 3,092
ต่างประเทศ
12 พ.ค. 61

นาทีระทึก! นทท.ฝ่าฝืนคำเตือนซาฟารีอุ้มลูกลงจากรถ สุดท้ายถูกฝูงเสือชีตาห์ไล่กวดหวิดดับ

คลิปวิดีโอนาทีชีวิต ขณะครอบครัวนักท่องเที่ยวรวม 5 ชีวิต เป็นผู้ใหญ่ 3 คนและเด็ก 2 คน ถูกฝูงเสือชีตาร์วิ่งไล่กวดขณะไปเที่ยวซาฟารีที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ เคราะห์ดีที่รอดชีวิตมาได้ หลังครอบครัวนี้ฝ่าฝืนคำเตือนของซาฟารีเดินลงจากรถเพื่อมาถ่ายรูป        ภายหลังจากเกิดเหตุ ทางโฆษกของซาฟารีได้ออกมาแจ้งเตือนนักท่องเที่ยวหลายภาษาด้วยกันว่าห้ามลงจากรถเด็ดขาด   

 124,100
ข่าวภูมิภาค
06 พ.ค. 61

ระทึก สะพานไม้พังถล่มขณะ นทท.เดินชมป่าชายเลน เจ็บระนาว

เกิดเหตุสะพานในศูนย์การศึกษาธรรมชาติและอนุรักษ์ป่าชายเลนเพื่อธรรมชาติ ตำบลเสม็ด อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ทรุดตัวพังถล่มขณะนักท่องเที่ยวกำลังเดินศึกษาระบบนิเวศ เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 7 คน ล่าสุด ผอ.สั่งการให้ทำการปิดสะพานไม้ช่วงที่เกิดการทรุดตัวแล้ว เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุเกิดจากสะพานไม้มีสภาพเก่า หลังใช้มานานกว่า 16 ปี                     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/6g1YOcsOkyw

 5,529
ข่าวภูมิภาค
21 เม.ย. 61

นทท.เยอรมันโพล่ง 'ระเบิด' บนเครื่องบินทำวุ่นทั้งลำ อ้างหงุดหงิดเครื่องดีเลย์เกือบ3ชม.

เกิดเหตุนักท่องเที่ยวชาวเยอรมันหงุดหงิดเครื่องบินดีเลย์นาน 2 ชั่วโมง โพล่งในกระเป๋ามีระเบิดบนเครื่องบินนกแอร์ ขณะกำลังจะออกเดินทางจากท่าอากาศยานเลย สุดท้ายถูกตำรวจควบคุมาตัวมาสอบสวนก่อนจะดำเนินคดีต่อไป                   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/jWHK8-nJsKM

 2,794
ข่าวภูมิภาค
18 เม.ย. 61

ยันนักท่องเที่ยวหัวหินโดน "ฉลามหัวบาตร" กัดจริงแต่พฤติกรรมไม่ใช่การทำร้าย เตรียมปิดหาดวางทุ่นป้องกัน

รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ลงพื้นที่อำเภอหัวหิน เพื่อวางมาตรการในการดูแลและสร้างความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยว พร้อมเผยฉลามที่กัดนักท่องเที่ยวเป็นฉลามวัยอ่อนอายุไม่ถึงไม่ถึง 1 ปี เตรียมติดตั้งทุ่นตาข่ายป้องกันฉลามเป็นแห่งแรกของประเทศไทย และปิดหาดทรายน้อยห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำอย่างน้อย 20 วัน เพื่อรอการติดตั้งทุ่นตาข่าย พร้อมจัดส่งทีมนักวิจัยและนักวิชาการลงพื้นที่จัดเก็บข้อมูล   (คลิปข่าวจากรายการ วันที่ 18 เมษายน 2561)   ความคืบหน้าเหตุนักท่องเที่ยวชาวนอร์เวย์ ถูกฉลามกัดขณะลงเล่นน้ำ บริเวณหาดทรายน้อย บ้านเขาเต่า อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยวันนี้ (18 เมษายน 2561) นายโสภณ ทองดี รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พร้อมด้วย นายพัลลภ สิงหเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์, นายบรรณารักษ์ เสริมทอง ผอ.สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 4 เพชรบุรี, นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่วัดถ้ำเขาเต่า ซึ่งเป็นจุดที่พระอาจารย์แดง เจ้าอาวาสวัดเขาเต่า สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ขณะที่ฉลามอย่างน้อย 4 ตัว ว่ายวนไปมาบริเวณใกล้โขดหินเขาเต่า โดยพร้อมกันนี้ได้แถลงข่าวสรุปข้อมูลเหตุฉลามกัดนักท่องเที่ยวพร้อมวางมาตราการป้องกันเหตุเกิดซ้ำ    นายพัลลภ สิงหเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ผู้เชี่ยวชาญได้ออกมายืนยันชัดเจนแล้วว่า นักท่องเที่ยวชาวนอร์เวย์ถูกฉลามทำร้าย โดยระบุว่าเป็นฉลามหัวบาตร ซึ่งพฤติกรรมการหากินอยู่ตามชายฝั่ง และจากการตรวจสอบดดร่องรอยบาดแผล ลักษณะของแนวฟันที่เท้า พบว่าเป็นลูกฉลามอายุไม่เกิน 1 ปี ความยาวประมาณ 1 เมตร จากบาดแผลเป็นการกัดเพราะอาการตกใจ เพราะไม่มีการฉีกขาดเช่นการกัดเพื่อล่าเหยี่อ โดยหลังจากนี้จะมีการบูรณาการร่วมกัน เพื่อส่งเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานวางแนวทางป้องกัน ได้จะมีการจัดเรือ และเตรียมโดรน มาบินสำรวจสภาพพื้นที่ และพูดคุยเพื่อหาข้อมูล    สำหรับทะเลที่เป็นจุดเกิดเหตุเป็นเขตอนุรักษ์ ไม่มีเรือประมงเข้ามาทำการประมง เพราะเป็นเขตพระราชฐานและเขตอภัยทานของวัด จึงเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเล มีลักษณะของห่วงโซ่อาหารที่สมบูรณ์ ซึ่งฉลามก็ถือเป็นสัตว์ที่อยู่ด้านบนของห่วงโซ่อาหาร คือเป็นสัตว์ผู้ล่าปลาขนาดเล็กในทะเล ซึ่งก็เป็นลักษณะปกติของทะเลไทย บ่งบอกถึงความสมบูรณ์ของทะเล อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้มีการแจ้งเตือนไปยังโรงแรมต่างๆให้ประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวระมัดระวังในการเล่นน้ำทะเล เช่น ไม่เล่นน้ำบริเวณที่มีน้ำขุ่น น้ำลึก ไม่แต่งกายด้วยสีฉูดฉาดลงเล่นน้ำทะเล เป็นต้น นอกจากนี้จะมีมาตรการเพื่อสร้างความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวทั้งระยะสั้นและระยะยาว    ด้านนายโสภณ ทองดี รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า การพบเห็นฉลามบริเวณนี้ถือเป็นแนวโน้มที่ดี ชี้ถึงความอุดมสมบูรณ์ของทะเลที่มีสัตว์น้ำวัยอ่อนอาศัยอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก จากการตรวจสอบข้อมูลฉลามหัวบาตรจะออกหากินในช่วงที่อุณหภูมิน้ำเย็นลงหรือประมาณ 16.00 น.เป็นต้นไป ลักษณะการเข้าจู่โจมนักท่องเที่ยว ไม่ใช่พฤติกรรมการล่าหรือการทำร้าย อาจเป็นเพราะฉลามตกใจนักท่องเที่ยว หรือคิดว่าขานักท่องเที่ยวเป็นอาหารจึงเข้างับเพื่อทดสอบเหยื่อ อีกทั้งลักษณะบาดแผลก็มีความชัดเจน เป็นการกัดแล้วปล่อย ไม่ใช่กัดแล้วสะบัดเหยื่อ เพื่อล่าเป็นอาหาร ทั้งนี้ยอมรับว่าบาดแผลของนักท่องเที่ยวเกิดจากฉลามกัด และยืนยันชัดเจนว่าท้องทะเลบริเวณนี้ก็มีฉลามจริง แต่ประชาชนและนักท่องเที่ยวไม่ต้องวิตกกังวล เพราะกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมกันวางแนวทางบริหารจัดการในการอยู่ร่วมกัน ให้นักท่องเที่ยวสามารถเล่นน้ำได้ และสัตว์ทะเลก็สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างปลอดภัย ขณะนี้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้วางแผนนำทุ่นตาข่ายเนื้ออวนป้องกันฉลาม มาติดตั้งปิดหน้าอ่าวหาดทรายน้อย ความยาวประมาณ 300 เมตร ซึ่งทุ่นตาข่ายนี้มีใช้กันในต่างประเทศ เป็นแบบเดียวกันกับประเทศออสเตรเลีย   สำหรับประเทศไทยที่ผ่านมามีการติดตั้งทุ่นตาข่ายเพื่อป้องกันแมงกะพรุนกล่องเท่านั้น แต่ที่หัวหินจะเป็นแห่งแรกของประเทศไทยที่มีการติดตั้งทุ่นตายข่ายเพื่อป้องกันฉลาม ซึ่งจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด โดยในระหว่างที่ยังไม่มีการติดตั้งทุ่นตาข่ายนี้ จะต้องมีเจ้าหน้าที่ดูแลพื้นที่ และจะต้องปิดการท่องเที่ยวหาดทรายน้อยไปก่อนอย่างน้อย 20 วัน โดยห้ามเล่นน้ำทะเลโดยเด็ดขาด เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ นอกจากนี้ในอนาคตอาจจะมีการขยายผลไปติดตั้งทุ่นตาข่ายไปยังจุดอื่นๆของหาดหัวหิน เพื่อให้หัวหินเป็นชายหาดที่ได้มาตรฐานด้านความปลอดภัยเทียบเท่าต่างประเทศ นอกจากนี้จะจัดส่งทีมนักวิจัย นักวิชาการลงพื้นที่สำรวจหาข้อมูลกันอย่างจริงจังเพื่อประโยชน์ในการอนุรักษ์    แต่ทั้งนี้นักท่องเที่ยวไม่ต้องวิตกกังวลว่าฉลามหัวบาตรจะเคลื่อนย้ายไปหากินพื้นที่อื่นหรือหาดอื่น เนื่องจากหาดหัวหินในจุดอื่นมีนักท่องเที่ยวหนาแน่น และมีการท่องเที่ยวเช่นเรือเจ็ตสกี หรือเรือประมงซึ่งจะรบกวนการดำรงชีวิตของฉลาม

 2,578
ข่าวภูมิภาค
15 เม.ย. 61

ประมวลภาพความสุข! สงกรานต์ทั่วไทยคึกคัก นทท.ไทย-ต่างชาติแห่เล่นน้ำแน่นขนัด

ประมวลภาพบรรยากาศการเล่นน้ำสงกรานต์ทั่วไทยเป็นไปอย่างคึกคัก โดยพื้นที่กทม. ถนนสีลมได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติแห่มาเล่นสาดน้ำล้นทะลัก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีน    ส่วนบรรยากาศในต่างจังหวัดประชาชนแห่ออกมาเล่นน้ำในถนนดังได้แก่  ถนนข้าวโพด จ.ชัยนาท , ถนนข้าวเหนียว จ.ขอนแก่น , ถนนข้าวหนาม จ.ชลบุรี , จ.พิษณุโลก ฯลฯ ภาพรวมเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อยดี    ขณะที่กรณีพบสาวเต้นโชว์ให้จับหน้าอกในงานสงกรานต์ถนนข้าวโพด ล่าสุดถูกตำรวจ สภ.เมืองชัยนาท จับกุมดำเนินคดีด้วยข้อหาเปิดเครื่องเสียงโดยไม่ขออนุญาต และกระทำการอันควรขายหน้าต่อหน้าธารกำนัล โดยเปลือยหรือเปิดเผยร่างกาย หรือกระทำการลามกอย่างอื่น ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท แล้ว       ด้านเจ้าตัวสำนึกผิด กล่าวขอโทษพี่น้องชาวชัยนาทที่ทำให้เสียภาพพจน์เมืองชัยนาทเพราะความคึกคะนองและรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อ้างแค่หยอกเล่นกันเฉยๆ ไม่ได้จับนม แค่ล้วงมาที่คอเท่านั้น และไม่มีคนอื่นมาจับหน้าอกอีกเลย                     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/cQmUsUse75o  

 2,084
สังคม-อาชญากรรม
14 เม.ย. 61

ข้าวสาร-สีลมคึกคัก! นทท.ไทย-ต่างชาติแห่เล่นน้ำสงกรานต์แน่นขนัด

บรรยากาศการเล่นน้ำสงกรานต์บริเวณถนนข้าวสารและถนนสีลมเป็นไปอย่างคึกคัก มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติแห่มาเล่นน้ำกันอย่างแน่นขนัด โดยนักท่องเที่ยวชาวไทยบางส่วนยังแต่งกายด้วยชุดไทยมาเล่นน้ำสร้างสีสัน ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่อย่างเข้มงวด  ที่มีมาตรการสั่งห้ามได้แก่  ไม่แต่งตัวโป๊-เปลือย , งดจำหน่าย-ดื่มแอลกอฮอล์ และงดเล่นปืนฉีดน้ำแรงดันสูง รวมถึงแป้งด้วย    โดยบรรยากาศที่ถนนสีลมช่วงค่ำ สถานที่จัดงานเทศกาล “สงกรานต์ ถนนสีลม ปลอดภัย ไร้แอลกอฮอล์” เป็นวันแรกที่เปิดให้เล่นน้ำสงกรานต์ มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจำนวนมากต่างเดินทางมาเล่นน้ำสงกรานต์ที่ถนนสีลมกันอย่างคึกคัก โดยบริเวณจุดคัดกรองพบว่ายังมี นทท. และ ปชช. บางส่วนมีการนำแป้ง ดินสอพอง และถังแป้งติดตัวมาตัว เจ้าหน้าที่จึงต้องทำการยึดไว้ไม่ให้เอาเข้าไปภายในงาน ก่อนที่ในเวลา 20.00 น. เจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจ จุดคัดกรอง บริเวณศาลาแดง จะทำการนำแผงเหล็กมาปิดทางเข้าตามเวลาที่กำหนด พร้อมนำรถน้ำ และรถเก็บขยะของทาง กทม. เข้ามาทำความสะอาดบริเวณพื้นผิวถนน เพื่อเตรียมเปิดการจราจรตามปกติ ก่อนที่วันนี้(14 เม.ย.) เวลา 12.00 น. จะเปิดให้เล่นน้ำอีกครั้ง ซึ่งช่วงที่เจ้าหน้าที่กำลังทำการปิดแผงกั้น มี นทท. และประชาชนบางส่วนที่ตั้งใจเดินทางมาเล่นน้ำที่ ถ.สีลม เข้ามาพูดคุย ต่อลองกับเจ้าหน้าที่เพื่อจะขอเข้าไปข้างใน แต่เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาต ทำให้บางส่วนถึงขั้นไม่พอใจ ขณะที่เจ้าหน้าที่ทำความสะอาดพื้นผิวถนนอยู่นั้น พบว่ามีขยะอยู่บนพื้นเป็นจำนวนมาก บางจุดพบว่ามีขวดและกระป๋องเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปะปนอยู่ด้วย ส่วนบริเวณหน้าสวนลุมพินี พบว่ามี นทท. ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ นำปืนฉีดน้ำไปกรอกน้ำที่บ่อน้ำพุ ซึ่งน้ำในบ่อมีลักษณะเป็นสีเขียวอมฟ้า ซึ่งจะเป็นอันตรายกับร่างกายหากเกิดนำไปเล่นสงกรานต์ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องมายื่นประจำจุดบ่อน้ำพุ เพื่อประชาสัมพันธ์ไม่ให้ นทท. มากรอกน้ำ               ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/mQT9915i8hA

 2,458
ข่าวภูมิภาค
30 มี.ค. 61

อีกแล้ว! นักท่องเที่ยวต่างชาติลอบขนปะการังขึ้นเครื่องจากทะเลมาเชียงใหม่ จนท.เตือนผิดกม.-กระทบธรรมชาติ

จากกรณีที่เพจเฟซบุ๊ก "กูรูเชียงใหม่ เรื่องเชียงใหม่กูรู้" ได้โพสต์ถึงเหตุการณ์ที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติลักลอบขนย้ายปะการังและซากสัตว์น้ำออกจากประเทศ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดเอาไว้ โดยทางเพจได้มีการโพสต์ข้อความว่า " ทะเลไทย บรรลัยกันพอดี! แฟนเพจส่งรูปมาให้ช่วยพิจารณาหาทางออกด้วยความห่วงใย บอกว่าเป็นรูปการตรวจค้นของ จนท.ที่สนามบินเชียงใหม่ ที่มักจะเจอเป็นประจำ นั่นก็คือ “ปะการังทะเล” เอาไงล่ะทีนี้ ??? "   ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่สอบถามเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวกับร้อยโทวศิน พลนาวี รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ ได้เปิดเผยว่า ในความเป็นจริงแล้วท่าอากาศยานเชียงใหม่มีหน้าที่ในการตรวจวัตถุอันตรายต่อผู้โดยสารและอากาศยาน ในเรื่องของปะการังนั้นเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะต้องมาตรวจสอบ ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายตรวจค้นของท่าอากาศยานเชียงใหม่หากตรวจพบไม่มีอำนาจสามารถยึดไว้ได้ จำเป็นจำต้องแจ้งให้หน่วยงานดังกล่าวเข้ามาตรวจสอบ แต่หากโทรไปแล้วไม่มีเจ้าหน้าที่มาก็ทำได้แค่เจรจากับนักท่องเที่ยวว่า ชี้แจงว่าสิ่งไหนเอาไปได้บ้างหรือไม่ได้บ้าง หากนักท่องเที่ยวยินยอมก็จะยึดไว้ ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเป็นชาวจีน ที่มาจากต้นทาง กระบี่ ภูเก็ต และมีไฟลท์ที่จะเดินทางต่อไปต่างประเทศ เพราะคนไทยไม่ค่อยสะสมเท่าไหร่ ขณะที่นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวเมื่อได้มาเห็นแล้วก็อยากเอากลับไปเป็นที่ระลึก     ร้อยโทวศินระบุต่อไปว่า ควรมีการให้ความรู้กับนักท่องเที่ยวว่า ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ไม่ควรทำลายธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพราะเป็นจุดขายของประเทศไทย และคนไทยก็ควรจะช่วยกันแนะนำให้กับผู้ที่มาท่องเที่ยวไม่ใช่เก็บมาเอามาขายให้กับนักท่องเที่ยว เพื่อไม่ให้เกิดกระบวนการค้าสิ่งที่ไม่ควรค้า   ด้านเรือเอกอภิชาต สมฤทธิ์ นักวิชาการประมงชำนาญการ ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าด่านตรวจสัตว์น้ำจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินำซากปะการังติดมากับกระเป๋าเดินทางในรูปแบบของที่ระลึก ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ตักเตือนและทำการตรวจยึดเอาไว้ก่อนจะไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน และเมื่อสิ้นสุดการดำเนินคดีก็จะมอบให้สถานศึกษาต่างๆ ไว้ศึกษาต่อไป โดยนักท่องเที่ยวที่นำมานั้นบางคนอาจไม่รู้ว่าผิดกฎหมาย ก็ควรจะระมัดระวัง นอกจากปะการังแล้วที่ตรวจพบยังมีหอยสังข์แตรซึ่งถือเป็นสัตว์คุ้มครองเช่นกัน ซึ่งถ้ามีจำนวนมากก็สามารถแจ้งความดำเนินคดีได้เลย โดยมีความผิดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535 ที่เชื่อมโยงกับอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ หรือเรียกโดยย่อว่า ไซเตส ซึ่งจะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 4 ปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทางเจ้าหน้าที่จึงอยากฝากเตือนให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติว่าการเก็บเปลือกหอยหรือปะการังออกมาเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องและผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเก็บเองหรือซื้อมาในลักษณะเป็นของที่ระลึกก็ตาม ซึ่งการซื้อขายเป็นจำนวนมากก็จะทำให้เกิดการล่าและจะส่งผลกระทบต่อธรรมชาติอีกด้วย   อนึ่ง ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2559 ก็เคยเกิดเหตุแบบนี้เป็นข่าวปรากฎตามสื่อมาครั้งหนึ่งแล้ว โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติแอบลักลอบขนปะการัง หอยมือเสือ น้ำหนักรวม 170 กก.ขึ้นเครื่องบินเตรียมกลับประเทศ ซึ่งขณะนั้นนายอรรถพร เนื่องอุดม ผู้อำนวยการท่าอากาศยานกระบี่ก็กล่าวว่าเหตุแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง   (ภาพ : FB เพจ "กูรูเชียงใหม่ เรื่องเชียงใหม่กูรู้")

 2,045
สังคม-อาชญากรรม
25 มี.ค. 61

รวบแล้ว! 2 นทท.ต่างชาติถ่ายภาพไม่เหมาะสมริมระเบียงวัดพระแก้ว เจอปรับ5พัน

พล.ต.ต. สรุเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว แถลงจับกุม MS. NADICA CURCIN อายุ 31 ปี และ MR. VLAPIMIR VEIZOVIC อายุ 31 ปี ชาวเซอร์เบีย ที่ประพฤติไม่เหมาะสม โพสท่าถ่ายรูปบริเวณระเบียงภายในวัดพระแก้วในลักษณะนั่งยกขา เห็นอวัยวะเพศ เมื่อวันที่ 21 มีนาคมที่ผ่านมา   ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมชาวต่างชาติ 2 คนนี้ ได้แล้ว โดยทั้งคู่เป็นแฟนกันเดินทางมาท่องเที่ยวในไทยด้วยตนเอง ซึ่งจากการสอบถาม ทั้งคู่ให้การว่าไม่ทราบว่าการโพสแบบนั้นไม่เหมาะสม เจ้าหน้าที่จึงอธิบายให้ทั้งสองคนเข้าใจ และแจ้งข้อหากระทำการไม่เหมาะสมในโบราณสถาน ก่อนเปรียบเทียบปรับ 5,000 บาท ซึ่งเป็นอัตราสูงสุดของโทษปรับในคดีนี้ เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างกับนักท่องเที่ยวรายอื่นอีก                     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/37Plq0mvAvQ

 5,543
ข่าวภูมิภาค
21 มี.ค. 61

รวบ 2 หนุ่มทำร้ายชาวต่างชาติที่พัทยา เจ้าตัวรับผิด เผยบันดาลโทสะจากการโดนผลักอก-นิ้วจิ้มตา-ด่าบุพการี

พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี นำกำลังไปควบคุมตัว นายธนวัฒน์ คนยัง อายุ 38 ปี และ นายนคร คำสุข อายุ 35 ปี 2 พ่อค้าจำหน่ายซีดี มาสอบปากคำก่อนดำเนินคดี มาตรา 372 โดยกล่าวหาว่าผู้ใดทะเลาะกันอย่างอื้ออึงในทางสาธารณะให้เสียความสงบเรียบร้อย หลังร่วมกันทำร้ายร่างกายนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่ทราบชื่อและสัญชาติ บริเวณหน้า ร้านลินดา บาร์เบียร์ ในโครงการวอล์คกิ้งสตรีท พัทยาใต้ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ในช่วงเวลา 02.00 น.ของวันเดียวกันนี้ โดยพบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวมีการนำภาพไปเผยแพร่ในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ก ซึ่งสร้างผลเสียต่อภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของเมืองพัทยาเป็นอย่างมาก    จากการสอบสวน นายธนวัฒน์เล่าว่ามีอาชีพขายแผ่นซีดีอยู่บริเวณหน้าร้านแฟมิลี่มาร์ทในโครงการดังกล่าว ต่อมานักท่องเที่ยวรายนี้พร้อมแฟนสาวชาวไทยได้เดินเข้าไปซื้อเบียร์ในร้านออกมา 2 ขวดแต่เมื่อดื่มกินไม่นานก็นำเบียร์มาฝากไว้ โดยบอกว่าเดี๋ยวจะกลับมาเอาจึงนำไปวางบนข้างเสาไฟฟ้า ปรากฏว่าผ่านไปไม่นานหญิงสาวรายนี้ก็เดินกลับมาถามหาเบียร์ก่อนจะนำไปทิ้งขยะพร้อมบอกว่าเลิกกับแฟนชาวต่างชาติไปแล้วจากนั้นก็เดินเข้าสถานบันเทิงไป ต่อมาชาวต่างชาติรายนี้ก็ย้อนกลับมาเพียงลำพังและถามหาเบียร์ที่ฝากเอาไว้เช่นกันจึงแจ้งให้ทราบว่าหญิงที่มาด้วยนำไปทิ้งแล้ว สร้างความไม่พอใจให้กับชาวต่างชาติรายนี้อย่างมากและเรียกร้องให้ซื้อเบียร์คืนให้แต่เมื่อไม่ตกลงจึงมีปากเสียงกัน ก่อนที่ชาวต่างชาติจะเข้ามาผลักอก ด่าทอบุพการี และเอานิ้วจิ้มที่ดวงตา ด้วยความโมโหจึงได้ตรงเข้าชกต่อย โดยมีนายนครเข้ามาช่วยตามคลิปที่เผยแพร่อยู่ ทั้งนี้ส่วนตัวแล้วยอมรับผิดว่ากระทำไปด้วยอารมณ์ แต่ขณะเกิดเหตุถูกหาเรื่องก่อนจึงได้ก่อเหตุลงไป ทั้งนี้รู้สึกตัวแล้วว่าเป็นเรื่องไม่ถูกต้องและขอยอมรับโทษทุกกรณี รวมทั้งต้องขอโทษสังคมและเมืองพัทยาด้วย ซึ่งจากนี้สัญญาว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นอีก    ขณะที่ พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา กล่าวว่าจากการสอบสวนจึงนำตัวไปแปรียบเทียบปรับในอัตรา 2,500 บาทหรือกึ่งหนึ่งของอัตราโทษตามกฏหมาย เนื่องจากผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ อย่างไรก็ตามขณะนี้ได้ประสานตามตัวชาวต่างชาติและหญิงไทยมาสอบสวนแล้ว แต่ทั้ง 2 ไม่ได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน ซึ่งหากสอบปากคำและมีการแจ้งความเพิ่มเติมก็คงต้องดำเนินการต่อไป แต่ก็ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายแน่นอน

 3,084
ข่าวภูมิภาค
03 มี.ค. 61

นทท.จีนร้องโดนขโมยไอโฟน ก่อนตร.ตามตัวพบเพื่อนร่วมชาติเป็นคนเอาไป-อ้างเก็บได้

2 สามีภรรยาชาวจีนเข้าแจ้งความตำรวจพัทยา ถูกคนขโมยมือถือไอโฟนมูลค่ารวมกว่า 6 หมื่นบาท ก่อนจะติดตามตัวครูชาวจีนพร้อมโทรศัพท์ของกลางขณะกำลังจะขึ้นเรือ แต่เจ้าตัวยังอ้างว่าไม่ได้ขโมยแต่เก็บมาได้             ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/4MLJ7vIm-T8

 4,171
ข่าวภูมิภาค
24 ม.ค. 61

จับแท็กซี่ทิ้ง 2 แหม่มสาวไว้กลางทางที่ปั๊มแก๊ส พร้อมเชิดกระเป๋า อ้างไม่เห็นผู้โดยสารเลยเผลอขับออกไป

นครปฐม-ตร.ท่องเที่ยวรับแจ้งว่ามีนักท่องเที่ยวสัญชาติอังกฤษ 2 คนเป็นหญิง ถูกแท็กซี่ทิ้งบริเวณปั๊มแก๊ส   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบถามนักท่องเที่ยวทั้งสองคนซึ่งเป็นสัญชาติอังกฤษให้การว่า ได้เช่ารถแท็กซี่จากถนนข้าวสาร เพื่อไปเที่ยวที่ตลาดน้ำดำเนินสะดวก ในระหว่างเดินทางกลับจากตลาดน้ำดำเนินเข้าสู่กรุงเทพ แท็กซี่ได้ผ่านจังหวัดนครปฐม จึงจอดแวะเติม เติมแก๊สที่ ทาง นทท.ได้ลงจากรถเพื่อสูบบุหรี่ ต่อมาแท็กซี่คันดังกล่าวได้ขับออกไปและทิ้งไว้ที่ปั๊ม โดยภายในรถมีกระเป๋าเป้สะพายซึ่งมีเงินสดจำนวน 6,000 บาทและเงิน 300 ดอลล่าร์ รวมทั้งบัตรเครดิตจำนวนสี่ใบและหนังสือเดินทาง จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจภายในเวลาไม่นานได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจของเมืองนครปฐมมาพบและได้แจ้งเหตุไปที่ ศูนย์ 1155   ทางตำรวจท่องเที่ยวจึงได้ให้ความช่วยเหลือ จัดหาแท็กซี่เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้กลับที่พักและโดยสารไปกลับแท็กซี่ด้วย เพื่อนำส่งนักท่องเที่ยวทั้งสองอย่างปลอดภัยจนเป็นที่น่าพอใจของนักท่องเที่ยว   ต่อมาสามารถจับกุมโชเฟอร์แท็กซี่คันดังกล่าว คือนายสัญญา งามสิมะ อายุ 59 ปี โดยอ้างว่าไม่ได้ตั้งใจที่จะนำทรัพย์สินของผู้โดยสารไป แต่เป็นเพราะว่าแวะเติมแก๊ส เมื่อขึ้นรถแล้วไม่เห็นผู้โดยสารนั่งอยู่ ด้วยความเคยชิน จึงขับรถออกไปทันที ประกอบกับตนเป็นโรคเครียด ต้องหาหมอและรักษาเป็นประจำจึงทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/6Lwy9Jx9HaA    

 6,947
ชูวิทย์มีเรื่องเล่า
22 ม.ค. 61

'ชูวิทย์' จวก พนง.ขนกระเป๋าขโมยของ นทท.กลางสนามบินภูเก็ต ทำเสียชื่อประเทศ

ชูวิทย์มีเรื่องเล่า กับชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ คุยประเด็น ตร.ท่องเที่ยวภูเก็ตและเจ้าหน้าที่การท่าฯ รวบพนักงานขนกระเป๋าที่ก่อเหตุขโมยทรัพย์นักท่องเที่ยวที่อยู่ภายในกระเป๋าเดินทางพร้อมยึดทรัพย์สินกว่า 100 ราย อาทิ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก โทรศัพท์มือถือ สุราต่างประเทศ นาฬิกา แว่นกันแดด เครื่องประดับและทรัพย์สิน   ชี้ผู้ต้องหาเป็นเจ้าหน้าที่ขนกระเป๋า ในลักษณะ outsource ของบริษัทที่ไม่ได้มีการตรวจสอบประวัติอย่างถี่ถ้วน จนมาก่อเหตุทำลายชื่อเสียงการท่องเที่ยวของไทยดังกล่าว    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/betneN64DAc  

 10,252
ข่าวภูมิภาค
22 ม.ค. 61

นทท.ตื่นตา พบฉลามวาฬยาวกว่า 5 เมตรใต้ทะเลระยอง ดำน้ำถ่ายรูปคู่สุดชิล

ระยอง-นายวิเชียร สิงโตทอง อายุ 62 ปี กัปตันเรือท่องเที่ยว เดอะทอย ทัวร์ และนักท่องเที่ยว ถ่ายไว้ได้ ขณะที่ออกไปดำน้ำบริเวณหินฤทธิเดช ห่างจากเกาะมันใน ประมาณ 5.5 ไมล์ทะเล ซึ่งก็ได้พบกับเจ้าฉลามวาฬ ตัวยาวกว่า 5 เมตร กำลังแหวกว่ายขึ้นมาโชว์ตัวบนผิวน้ำ สร้างความตื่นเต้นดีใจกับนักท่องเที่ยวบนเรือเป็นอย่างมาก นักท่องเที่ยวพากันถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ซึ่งถือว่าเป็นความโชคดี เพราะน้อยครั้งที่จะมีโอกาสได้พบกับเจ้าฉลามวาฬ ที่มีตัวใหญ่โตขนาดนี้   กัปตันเรือจึงทอดสมอเรือ เพื่อบรรดานักท่องเที่ยวก็พากันลงดำน้ำ เพื่อสัมผัสกับเจ้าฉลามวาฬ โดยมีกฎว่าต้องห้ามเข้าไปจับตัวปลาฉลามวาฬเด็ดขาด ให้ดำน้ำดูอยู่ในระยะห่างเท่านั้น ซึ่งได้สร้างความตื่นเต้นให้กับนักท่องเที่ยวดำน้ำอย่างมาก   ทั้งนี้ลักษณะของปลาฉลามวาฬที่แตกต่างจากปลาฉลามส่วนใหญ่ คือ หัวที่ใหญ่โตมากเมื่อเทียบกับขนาดลำตัว ลำตัวมีจุดสีขาว และปากที่อยู่ด้านหน้าแทนที่จะอยู่ด้านล่าง ฉลามวาฬ เกือบทั้งหมดที่พบมีขนาดใหญ่กว่า 3.5 เมตร ใช้เหงือกในการหายใจ หางของปลาฉลามวาฬอยู่ในแนวตั้งฉาก และโบกไปมาในแนวซ้าย-ขวา แตกต่างจากสัตว์เลือดอุ่นในทะเลที่หางอยู่ในแนวขนานและหายใจด้วยปอด ปลาฉลามวาฬมีนิสัยไม่ดุร้าย จะว่ายน้ำช้าๆ ไปมาเพื่อหากินแพลงก์ตอน ถ่ายรูปได้ แต่อย่าแตะ อย่าจับ อย่าเกาะ อย่าขี่ เพราะเขาติดเชื้อจากมนุษย์ได้ง่ายมากๆ   ปลาฉลามวาฬตัวนี้เป็นปลาฉลามวาฬประจำถิ่นอยู่ในทะเลจะพบได้บริเวณทะเลแหลมแม่พิมพ์ เกาะทะลุ ทะเลบ้านเพใกล้เกาะเสม็ด จนถึงท่าเรือบริษัทไออาร์พีซี จำกัด ซึ่งก่อนหน้านี้ประมาณ 2- 3 ปีจะมีทั้งหมด 3 ตัว แต่ปัจจุบันเจ้าหน้าที่พบเห็นเพียง 1 หรือ 2 คาดว่าจะเป็น 2 ตัวนี้จะว่ายหากินแพลงก์ตอนหรือลูกปลากระตัก และหากินในช่วงที่ไม่มีลมมรสุม ซึ่งจะเห็นได้ว่าพื้นที่ทะเลที่ปลาฉลามวาฬหากินนั้นมีความสมบูรณ์ของธรรมชาติมาก ถือว่านักท่องเที่ยวดำน้ำโชคดีได้พบกับปลาฉลามวาฬตัวนี้ซึ่งนิสัยของปลาฉลามวาฬไม่ดุร้าย สามารถเข้าใกล้ได้แต่อย่าแตะต้องตัวปลา   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/c1raJtXSn50    

 7,015
สังคม-อาชญากรรม
21 ม.ค. 61

อีกแล้ว! จับ 3 พนักงานขนกระเป๋าสนามบินภูเก็ต หลังฉกทรัพย์สินผู้โดยสาร ยึดของกลางนับร้อยชิ้น

ตำรวจ สภ.สาคู จับ 3 พนักงานขนกระเป๋าของสนามบินภูเก็ต หลังก่อเหตุลักทรัพย์ผู้โดยสาร สืบเนื่องจากทางสายการบินแจ้งว่ามีทรัพย์สินของผู้โดยสารหายไปหลายรายการตั้งแต่เดือน ธ.ค. 60 พร้อมยึดของกลางได้กว่า 100 รายการ ด้านผู้ต้องหาให้การรับสารภาพก่อเหตุจริง โดยมีทั้งลงมือเองและรับซื้อจากเพื่อนพนักงานด้วยกัน             ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/oiO-B_8dtG8                

 10,316

Top