ค้นหา :

ผลการค้นหา "อย"

สังคม-อาชญากรรม
26 พ.ย. 62

อย.นำทีมบุกจับเจลลี่กัญชา-บุหรี่ไฟฟ้า ล็อตใหญ่มูลค่ากว่า 10 ล้าน

คณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) แถลงผลจับกุมผลิตภัณฑ์เจลลี่ผสมกัญชา และผลิตภัณฑ์อาหาร ยา เครื่องสำอาง ผสมกัญชาจำนวนมาก และบุหรี่ไฟฟ้า ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ มากกว่า 1,500 ชิ้น มูลค่ามากกว่า 10 ล้านบาท   โดยการจับกุมครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่จับกุมผลิตภัณฑ์ที่ผสมสารกัญชามากขนาดนี้ และคาดว่าน่าจะยังมีเครือข่ายอยู่ในพื้นที่อื่นอีก จากการสอบปากคำผู้ต้องหา 1 รายที่จับกุมไว้ได้ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ยอมรับนำเข้าผลิตภัณฑ์ต่างๆมาจากสหรัฐอเมริกา ติดต่อซื้อขายสินค้า ผ่านชิปปิ้ง หรือตัวแทนนำเข้าส่งออกสินค้าระหว่างประเทศ ดำเนินการมากว่า 2 ปี แต่ละเดือนสามารถขายสินค้าต่างๆได้มากกว่า 1 ล้าน ซึ่งการซื้อขายส่วนใหญ่จะขายออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์สยามซีบีดี   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหานำเข้ายาเสพติดให้โทษในประเภท 5 โดยไม่ได้รับอนุญาต ฝ่าฝืน พ.ร.บ.ยาเสพติด พ.ศ.2522 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และประบไม่เกิน 500,000 บาท ส่วนผู้จำหน่ายและครอบครอง จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ร่วมทั้งผู้โฆษณาขายผลิตภัณฑ์ที่ทีส่วนผสมกัญชาจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 2ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ   ทั้งนี้จนท.เน้นย้ำว่า ประเทศไทยอนุญาตให้ใช้กัญชาเฉพาะทางการแพทย์เท่านั้น ส่วนผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีส่วนผสมกัญชาไม่ว่าจะเป็นยา อาหารหรือเครื่องสำอาง จัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ห้ามผลิต นำเข้า จำหน่าย ครอบครอง หรือส่งออกโดยไม่รับอนุญาต และไม่สามารถซื้อขายผ่านทางออนไลน์ได้ หากพบนำเข้าไม่ว่าด้วยตนเองหรือสั่งซื้อผ่านออนไลน์จะมีโทษตามกฎหมาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/j1ORS1Zr0nE

 1,402
สังคม
26 พ.ย. 62

อย.นำทีมบุกจับเจลลี่กัญชา-บุหรี่ไฟฟ้า ล็อตใหญ่มูลค่ากว่า 10 ล้าน

คณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) แถลงผลจับกุมผลิตภัณฑ์เจลลี่ผสมกัญชา และผลิตภัณฑ์อาหาร ยา เครื่องสำอาง ผสมกัญชาจำนวนมาก และบุหรี่ไฟฟ้า ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ มากกว่า 1,500 ชิ้น มูลค่ามากกว่า 10 ล้านบาท   โดยการจับกุมครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่จับกุมผลิตภัณฑ์ที่ผสมสารกัญชามากขนาดนี้ และคาดว่าน่าจะยังมีเครือข่ายอยู่ในพื้นที่อื่นอีก จากการสอบปากคำผู้ต้องหา 1 รายที่จับกุมไว้ได้ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ยอมรับนำเข้าผลิตภัณฑ์ต่างๆมาจากสหรัฐอเมริกา ติดต่อซื้อขายสินค้า ผ่านชิปปิ้ง หรือตัวแทนนำเข้าส่งออกสินค้าระหว่างประเทศ ดำเนินการมากว่า 2 ปี แต่ละเดือนสามารถขายสินค้าต่างๆได้มากกว่า 1 ล้าน ซึ่งการซื้อขายส่วนใหญ่จะขายออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์สยามซีบีดี   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหานำเข้ายาเสพติดให้โทษในประเภท 5 โดยไม่ได้รับอนุญาต ฝ่าฝืน พ.ร.บ.ยาเสพติด พ.ศ.2522 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และประบไม่เกิน 500,000 บาท ส่วนผู้จำหน่ายและครอบครอง จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ร่วมทั้งผู้โฆษณาขายผลิตภัณฑ์ที่ทีส่วนผสมกัญชาจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 2ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ   ทั้งนี้จนท.เน้นย้ำว่า ประเทศไทยอนุญาตให้ใช้กัญชาเฉพาะทางการแพทย์เท่านั้น ส่วนผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีส่วนผสมกัญชาไม่ว่าจะเป็นยา อาหารหรือเครื่องสำอาง จัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ห้ามผลิต นำเข้า จำหน่าย ครอบครอง หรือส่งออกโดยไม่รับอนุญาต และไม่สามารถซื้อขายผ่านทางออนไลน์ได้ หากพบนำเข้าไม่ว่าด้วยตนเองหรือสั่งซื้อผ่านออนไลน์จะมีโทษตามกฎหมาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/j1ORS1Zr0nE

 1,402
สรุปข่าว
23 พ.ย. 62

ตรวจยึดอาหารเสริมและเจลลี่ผสมกัญชา - คุมตัว 'ปราโมทย์' ผู้ต้องหาคดีพรากผู้เยาว์ทำแผนฯ

คุมตัว 'ปราโมทย์' ผู้ต้องหาคดีพรากผู้เยาว์ทำแผนฯ นครนายก - ตร.คุมตัว นายปราโมทย์ จิตรสงัด ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุใช้ปืนจี้หญิงสาวอายุ 22 ปี ไปล่วงละเมิดทางเพศ ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ก่อนนำตัวฝากขังศาลจังหวัดนครนายก   ปคบ. ร่วม อย. ตรวจยึดอาหารเสริมและยาผสมกัญชา กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ร่วมกับ อย. ตรวจยึดอาหารเสริม และยาประเภทเจลลี่ ที่น่าเชื่อว่ามีส่วนผสมของกัญชาและยานอนหลับ ที่นำเข้ามาจากสหรัฐฯ ที่จังหวัดเชียงใหม่ จับผู้ต้องหาได้ 2 คน เตรียมแถลงรายละเอียดวันจันทร์ที่ 25 พ.ย.นี้   รถตู้โดยสารหลับในชนท้ายรถพ่วง ดับ 1 บาดเจ็บ 5 ราย เกิดอุบัติเหตุรถตู้โดยสารสาย กทม.-จันทบุรี ชนท้ายรถพ่วง 18 ล้อบรรทุกเหล็ก ที่จังหวัดชลบุรี คนขับเสียชีวิต และมีนักเรียนที่นั่งมาในรถ บาดเจ็บ 5 ราย คาดคนขับหลับในจึงเกิดอุบัติเหตุ   รถไฟชนรถยนต์ที่แคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ-เกิดอุบัติเหตุรถไฟชนรถยนต์ ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ทำให้ไฟลุกท่วมรถยนต์ เจ้าหน้าที่เร่งอพยพผู้โดยสารกว่า 120 คน ออกจากรถไฟได้อย่างปลอดภัย ขณะที่รถยนต์ไม่มีคนอยู่ เร่งตรวจสอบหาสาเหตุที่รถยนต์ไปจอดอยู่บนรางรถไฟ

 2,522
แชร์ออฟเดอะเดย์
22 ต.ค. 62

อย.แจงแชร์มั่วขนมหลายยี่ห้อ อ้าง สธ.ห้ามผลิต-จำหน่าย มีส่วนประกอบไขมันทรานส์

จากกรณีมีการแชร์ภาพและข้อมูลทางสื่อโซเชียล แสดงขนมยี่ห้อต่าง ๆ ที่กระทรวงสาธารณสุขห้ามจำหน่ายและนำเข้า เนื่องจากมีความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด ห้ามรับประทานนั้น   ล่าสุดสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)  ขอแจ้งว่า ภาพและข้อความดังกล่าวไม่เป็นความจริง กระทรวงสาธารณสุขไม่ได้ห้ามขาย ไม่ได้ห้ามกินขนมเหล่านี้ ซึ่งประเด็นนี้สืบเนื่องมาจากกระทรวงสาธารณสุขมีการบังคับใช้ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เลขที่ 388 พ.ศ. 2561 ห้ามผลิต จำหน่าย นำเข้า น้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วน และอาหารที่มีน้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วนเป็นส่วนประกอบ หรือที่เรียกว่าไขมันทรานส์ รวมถึงการผลิตเพื่อการส่งออกด้วย นับตั้งแต่วันที่ 9 มกราคม 2562 เป็นต้นมา   โดย อย. ได้มีการควบคุมและกำกับดูแลไขมันทรานส์ในผลิตภัณฑ์อาหารประเภท เนยเทียม น้ำมันและไขมัน ไอศกรีม ขนมปัง บิสกิต คุกกี้  และได้ติดตามตรวจสอบผลิตภัณฑ์ในสถานที่ผลิต 10 แห่ง จำนวน 38 รายการ  สถานที่จำหน่าย  34 แห่ง จำนวน 151 รายการ และสถานที่นำเข้า 4 แห่ง จำนวน 14 รายการ ทั้งหมดไม่พบข้อบกพร่อง บางส่วนมีไขมันทรานส์บ้างในปริมาณเล็กน้อย ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้เองตามธรรมชาติ    ทั้งนี้ องค์การสหประชาชาติ (FAO) และองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้แนะนำปริมาณสูงสุดในการบริโภคไขมันทรานส์ไม่ควรเกิน 1% ของค่าพลังงานต่อวัน (ประมาณ 2 กรัมต่อวัน หรือประมาณ 0.5 กรัมต่อหน่วยบริโภค) และปริมาณสูงสุดในการบริโภคไขมันอิ่มตัวไม่ควรเกิน 10% ของค่าพลังงาน (ประมาณ 20 กรัมต่อวัน หรือประมาณ 5 กรัมต่อมื้อ) เนื่องจากไขมันทั้ง 2 ประเภท เป็นสาเหตุหลักของโรคหัวใจและหลอดเลือด   อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันผู้ประกอบการส่วนใหญ่ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์โดยปรับเปลี่ยนไปใช้วัตถุดิบที่ใช้กระบวนการอื่นแทนแล้ว และ อย. ได้มีการตรวจติดตามคุณภาพความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ขอให้ผู้บริโภคอย่าตระหนกกับข้อมูลที่แชร์ผ่านสื่อโซเชียลดังกล่าว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/gX2IW-nqi44

 1,947
ข่าวโซเชียล
22 ต.ค. 62

อย.แจงแชร์มั่วขนมหลายยี่ห้อ อ้าง สธ.ห้ามผลิต-จำหน่าย มีส่วนประกอบไขมันทรานส์

จากกรณีมีการแชร์ภาพและข้อมูลทางสื่อโซเชียล แสดงขนมยี่ห้อต่าง ๆ ที่กระทรวงสาธารณสุขห้ามจำหน่ายและนำเข้า เนื่องจากมีความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด ห้ามรับประทานนั้น   ล่าสุดสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)  ขอแจ้งว่า ภาพและข้อความดังกล่าวไม่เป็นความจริง กระทรวงสาธารณสุขไม่ได้ห้ามขาย ไม่ได้ห้ามกินขนมเหล่านี้ ซึ่งประเด็นนี้สืบเนื่องมาจากกระทรวงสาธารณสุขมีการบังคับใช้ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เลขที่ 388 พ.ศ. 2561 ห้ามผลิต จำหน่าย นำเข้า น้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วน และอาหารที่มีน้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วนเป็นส่วนประกอบ หรือที่เรียกว่าไขมันทรานส์ รวมถึงการผลิตเพื่อการส่งออกด้วย นับตั้งแต่วันที่ 9 มกราคม 2562 เป็นต้นมา   โดย อย. ได้มีการควบคุมและกำกับดูแลไขมันทรานส์ในผลิตภัณฑ์อาหารประเภท เนยเทียม น้ำมันและไขมัน ไอศกรีม ขนมปัง บิสกิต คุกกี้  และได้ติดตามตรวจสอบผลิตภัณฑ์ในสถานที่ผลิต 10 แห่ง จำนวน 38 รายการ  สถานที่จำหน่าย  34 แห่ง จำนวน 151 รายการ และสถานที่นำเข้า 4 แห่ง จำนวน 14 รายการ ทั้งหมดไม่พบข้อบกพร่อง บางส่วนมีไขมันทรานส์บ้างในปริมาณเล็กน้อย ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้เองตามธรรมชาติ    ทั้งนี้ องค์การสหประชาชาติ (FAO) และองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้แนะนำปริมาณสูงสุดในการบริโภคไขมันทรานส์ไม่ควรเกิน 1% ของค่าพลังงานต่อวัน (ประมาณ 2 กรัมต่อวัน หรือประมาณ 0.5 กรัมต่อหน่วยบริโภค) และปริมาณสูงสุดในการบริโภคไขมันอิ่มตัวไม่ควรเกิน 10% ของค่าพลังงาน (ประมาณ 20 กรัมต่อวัน หรือประมาณ 5 กรัมต่อมื้อ) เนื่องจากไขมันทั้ง 2 ประเภท เป็นสาเหตุหลักของโรคหัวใจและหลอดเลือด   อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันผู้ประกอบการส่วนใหญ่ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์โดยปรับเปลี่ยนไปใช้วัตถุดิบที่ใช้กระบวนการอื่นแทนแล้ว และ อย. ได้มีการตรวจติดตามคุณภาพความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ขอให้ผู้บริโภคอย่าตระหนกกับข้อมูลที่แชร์ผ่านสื่อโซเชียลดังกล่าว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/gX2IW-nqi44

 1,947
สังคม
20 ต.ค. 62

กลุ่มเกษตรกรหนุนใช้ 3 สารพิษ ขู่แบน 3 พรรคการเมือง - อย. ประกาศจุดยืนชัด สนับสนุนยกเลิกใช้ 3 สารพิษ

กลุ่มเกษตรกรหนุนให้ใช้ 3 สารพิษต่อ ประกาศถ้ามติออกมาว่าให้แบน 3 สารพิษ จะแบน 3 พรรคการเมือง คือพรรคพลังประชารัฐ ประชาธิปัตย์ และภูมิใจไทย โดยเตรียมแถลงในวันที่ 21 ต.ค.นี้ เวลา 10.00 น. เพื่อเปิดหลักฐานสำคัญ ต่อมาวันที่ 22 ต.ค.นี้ เวลา 8.00 น. จะรวมตัวให้กำลังใจ แต่ถ้าหากผลออกมาว่าแบน 3 สารพิษ จะเผาดอกไม้จันทน์แทน       ขณะที่ นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย วันที่ 22 ต.ค.นี้ ว่า อย.ประกาศจุดยืนชัดเจนในการสนับสนุนให้ยกเลิกสารเคมีอันตรายทางการเกษตร 3 ชนิด ได้แก่ พาราควอต คลอร์ไพรีฟอส และไกลโฟเซต เนื่องจากมีอันตรายต่อสุขภาพ มีข้อมูลตรวจพบผู้ป่วยโรคเนื้อเน่าจากพาราควอต ใน จ.หนองบัวลำภู พบการตกค้างของพาราควอตในซีรัมของเด็กแรกเกิดและมารดา ขณะที่ไกลโฟเซตเป็นสารน่าจะก่อมะเร็ง (กลุ่ม 2A) และรบกวนการทำงานของต่อมไร้ท่อทำให้เกิดโรคเบาหวานและโรคไต ส่วนคลอร์ไพรีฟอสทำให้เกิดความผิดปกติด้านพัฒนาการทางสมองของเด็กอีกด้วย          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/vk6naWCIFWY

 321
สังคม-อาชญากรรม
16 ต.ค. 62

บุกตรวจที่พัก 'อ.มาศ ซินแสฮวงจุ้ย' ถูกร้องเรียนขายยาสมุนไพรผสมสเตียรอยด์

เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปคบ.เข้าตรวจค้นห้องพักย่านสีลมและเชิญตัวนายสุมาศ รัตนธนาวัฒน์ อายุ 50 ปี หรือ อ.มาศ เคหะพันธ์ เจ้าของเฟซบุ๊ก อ.มาศ ซินแสฮวงจุ้ยระดับโลก ที่อ้างว่าได้รับการสัมภาษณ์ในเรื่องฮวงจุ้ย ลงนิตยสาร TIME พร้อมภรรยา มาสอบสวนปากคำที่ บก.ปคบ.   สืบเนื่องจากสำนักงานอาหารและยา (อย.) ได้รับแจ้งเบาะแสจากญาติผู้ป่วยรายหนึ่งเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ว่าได้เคยไปซื้อยาสมุนไพรฮวงเซียนเต๋ากุก ที่อ้างว่ามีสรรพคุณบำรุงร่างกายของ อ.มาศ เคหะพันธ์ วางจำหน่ายราคาขวดละ 1,600 บาท   ทั้งนี้หลังจาก มีการซื้อยาดังกล่าวมาแล้วให้ผู้ป่วยทานยาเข้าไปแล้วมีกลับมีอาการปวดเมื่อย เมื่อพิจารณาตรวจสอบดูแล้วพบว่ายาดังกล่าวบรรจุมาในขวดแก้ว ไม่มีกล่อง ไม่มีฉลากแจ้งสรรพคุณ ไม่มีเลขทะเบียนยา ไม่มีวันเดือนปีที่ผลิต ไม่มีสถานที่ผลิตและรายละเอียดใดๆ ผู้ร้องเรียน อย.เกรงว่ายาดังกล่าวจะมีส่วนผสมของสารสเตียรอยด์     โดยทาง อย.ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรฮวงเซียนเต๋ากุก พบว่าสมุนไพรฯ ดังกล่าวไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำหรับยาไว้แต่อย่างใด และสถานที่จำหน่ายไม่ได้ขออนุญาตต่อ อย.   จากการตรวจสอบพบมีการโพสต์แอบอ้างสรรพคุณสมุนไพรฮวงเซียนเต๋ากุก ว่า "…แนะนำให้กินสมุนไพรน้ำฮวงเซียนเต๋ากุก ที่มีสมุนไพร 94 ชนิดเป็นประจำเพื่อให้เข้าไปบำรุงอวัยวะได้ทั่วร่างกาย ไม่มีส่วนไหนแย่จนถึงขั้นเจ็บป่วยอีก…"   ด้าน พ.ต.อ. ชนันนัทธ์ ผกก.4 บก.ปคบ.กล่าวฝากเตือน ประชาชนก่อนซื้อยามาทาน ขอให้พิจารณาเลือกซื้อยาที่มี อย.ถูกต้อง มีสถานที่ผลิตชัดเจนเพื่อความปลอดภัยของคนไข้ ถ้าไม่แน่ใจก็สามารถตรวจสอบที่สายด่วน อย. 1556 ได้ มิฉะนั้นอาจจะถูกหลอกและเป็นอันตรายแบบรายนี้ได้   ผู้ที่ลักลอบจำหน่ายจะมีความผิด ถูกดำเนินคดีขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 10,000 บาท และโฆษณาขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต ปรับไม่เกิน 100,000 บาท     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Gx5ZWfy4J74

 3,941
สังคม
16 ต.ค. 62

บุกตรวจที่พัก 'อ.มาศ ซินแสฮวงจุ้ย' ถูกร้องเรียนขายยาสมุนไพรผสมสเตียรอยด์

เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปคบ.เข้าตรวจค้นห้องพักย่านสีลมและเชิญตัวนายสุมาศ รัตนธนาวัฒน์ อายุ 50 ปี หรือ อ.มาศ เคหะพันธ์ เจ้าของเฟซบุ๊ก อ.มาศ ซินแสฮวงจุ้ยระดับโลก ที่อ้างว่าได้รับการสัมภาษณ์ในเรื่องฮวงจุ้ย ลงนิตยสาร TIME พร้อมภรรยา มาสอบสวนปากคำที่ บก.ปคบ.   สืบเนื่องจากสำนักงานอาหารและยา (อย.) ได้รับแจ้งเบาะแสจากญาติผู้ป่วยรายหนึ่งเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ว่าได้เคยไปซื้อยาสมุนไพรฮวงเซียนเต๋ากุก ที่อ้างว่ามีสรรพคุณบำรุงร่างกายของ อ.มาศ เคหะพันธ์ วางจำหน่ายราคาขวดละ 1,600 บาท   ทั้งนี้หลังจาก มีการซื้อยาดังกล่าวมาแล้วให้ผู้ป่วยทานยาเข้าไปแล้วมีกลับมีอาการปวดเมื่อย เมื่อพิจารณาตรวจสอบดูแล้วพบว่ายาดังกล่าวบรรจุมาในขวดแก้ว ไม่มีกล่อง ไม่มีฉลากแจ้งสรรพคุณ ไม่มีเลขทะเบียนยา ไม่มีวันเดือนปีที่ผลิต ไม่มีสถานที่ผลิตและรายละเอียดใดๆ ผู้ร้องเรียน อย.เกรงว่ายาดังกล่าวจะมีส่วนผสมของสารสเตียรอยด์     โดยทาง อย.ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรฮวงเซียนเต๋ากุก พบว่าสมุนไพรฯ ดังกล่าวไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำหรับยาไว้แต่อย่างใด และสถานที่จำหน่ายไม่ได้ขออนุญาตต่อ อย.   จากการตรวจสอบพบมีการโพสต์แอบอ้างสรรพคุณสมุนไพรฮวงเซียนเต๋ากุก ว่า "…แนะนำให้กินสมุนไพรน้ำฮวงเซียนเต๋ากุก ที่มีสมุนไพร 94 ชนิดเป็นประจำเพื่อให้เข้าไปบำรุงอวัยวะได้ทั่วร่างกาย ไม่มีส่วนไหนแย่จนถึงขั้นเจ็บป่วยอีก…"   ด้าน พ.ต.อ. ชนันนัทธ์ ผกก.4 บก.ปคบ.กล่าวฝากเตือน ประชาชนก่อนซื้อยามาทาน ขอให้พิจารณาเลือกซื้อยาที่มี อย.ถูกต้อง มีสถานที่ผลิตชัดเจนเพื่อความปลอดภัยของคนไข้ ถ้าไม่แน่ใจก็สามารถตรวจสอบที่สายด่วน อย. 1556 ได้ มิฉะนั้นอาจจะถูกหลอกและเป็นอันตรายแบบรายนี้ได้   ผู้ที่ลักลอบจำหน่ายจะมีความผิด ถูกดำเนินคดีขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 10,000 บาท และโฆษณาขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต ปรับไม่เกิน 100,000 บาท     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Gx5ZWfy4J74

 3,941
สังคม-อาชญากรรม
28 ก.ย. 62

อย.แจงปมเรียกคืน 'xanidine' ยาโรคกระเพาะ หลังพบปนเปื้อนสารก่อมะเร็ง ชี้ผู้ป่วยยังใช้ยาต่อไปได้

จากกรณี สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. เรียกคืนยา Xanidine 150 mg tablet หรือยาลดกรดในกระเพาะอาหาร ของบริษัท เบอร์ลินฟาร์มาซูติคอลอินดัสตรี้ จำกัด หลังพบการปนเปื้อนสารก่อมะเร็ง   ล่าสุด นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ชี้แจงว่า มีการเรียกคืนเฉพาะในโรงพยาบาลและร้านขายยาเท่านั้น ส่วนผู้ป่วยที่ได้รับยาไปนั้นยังสามารถใช้ยาดังกล่าวต่อไปได้ เนื่องจากยานี้มีระยะเวลาในการรับประทานไม่ยาวนานต่อเนื่อง จึงไม่มีความเสี่ยงในการบริโภค เพราะแพทย์จะให้รับประทานประมาณ 2-4 สัปดาห์ แต่หากผู้ป่วยไม่สบายใจก็นำมาคืนได้ แล้วเปลี่ยนไปใช้ตัวอื่นแทน เพราะปริมาณสารที่อยู่ในยามีปัจจัยเสี่ยงไม่มาก ซึ่งการจะก่อมะเร็งได้ต้องใช้เวลาในการรับประทานเป็น 10 ปี   ทั้งนี้ สารที่พบนั้นเป็นสารที่เกิดจากการทำอาหารหรือปรุงยาแล้วเกิดการไหม้ เหมือนเรากินหมูปิ้ง ไก่ย่างที่ไหม้ ก็จะมีสารไนโตรซามีน ซึ่งเป็นสารตัวเดียวกันที่พบในยา เป็นต้น            ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/OMHzgkcxJ6w

 1,815
สังคม
28 ก.ย. 62

อย.แจงปมเรียกคืน 'xanidine' ยาโรคกระเพาะ หลังพบปนเปื้อนสารก่อมะเร็ง ชี้ผู้ป่วยยังใช้ยาต่อไปได้

จากกรณี สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. เรียกคืนยา Xanidine 150 mg tablet หรือยาลดกรดในกระเพาะอาหาร ของบริษัท เบอร์ลินฟาร์มาซูติคอลอินดัสตรี้ จำกัด หลังพบการปนเปื้อนสารก่อมะเร็ง   ล่าสุด นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ชี้แจงว่า มีการเรียกคืนเฉพาะในโรงพยาบาลและร้านขายยาเท่านั้น ส่วนผู้ป่วยที่ได้รับยาไปนั้นยังสามารถใช้ยาดังกล่าวต่อไปได้ เนื่องจากยานี้มีระยะเวลาในการรับประทานไม่ยาวนานต่อเนื่อง จึงไม่มีความเสี่ยงในการบริโภค เพราะแพทย์จะให้รับประทานประมาณ 2-4 สัปดาห์ แต่หากผู้ป่วยไม่สบายใจก็นำมาคืนได้ แล้วเปลี่ยนไปใช้ตัวอื่นแทน เพราะปริมาณสารที่อยู่ในยามีปัจจัยเสี่ยงไม่มาก ซึ่งการจะก่อมะเร็งได้ต้องใช้เวลาในการรับประทานเป็น 10 ปี   ทั้งนี้ สารที่พบนั้นเป็นสารที่เกิดจากการทำอาหารหรือปรุงยาแล้วเกิดการไหม้ เหมือนเรากินหมูปิ้ง ไก่ย่างที่ไหม้ ก็จะมีสารไนโตรซามีน ซึ่งเป็นสารตัวเดียวกันที่พบในยา เป็นต้น            ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/OMHzgkcxJ6w

 1,815
สังคม-อาชญากรรม
21 ส.ค. 62

บุกค้นคลินิก ไฮโซดัง พบผลิตภัณฑ์ยาไม่ได้ขึ้นทะเบียน - เครื่องสำอางผิด กม.

วันที่ 21 ส.ค. 62 ปคบ. อย. และ สบส. ร่วมตรวจสอบ คลินิคชื่อดัง ย่านเลียบด่วน หลังจากมีผู้เสียหายแจ้งความที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคว่า เมื่อประมาณกลางเดือน ก.พ. 2562 ตนได้ตกลงทำศัลยกรรมเสริมความงามโดยการฉีดฟิลเลอร์บริเวณใบหน้าที่ดังกล่าว ปรากฎว่าเกิดผลข้างเคียง มีอาการอักเสบ บวม รูปหน้าเสียทรง ทำให้ได้รับความเสียหายและทราบภายหลังว่าผู้ที่ฉีดฟิลเลอร์ให้ไม่ใช่แพทย์ จึงประสงค์ให้ดำเนินคดีกับคลินิคเสริมความงามดังกล่าว    ต่อมาเมื่อวันที่ 21 ส.ค. 62 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ( บก.ปคบ.) ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)และเจ้าหน้าที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) นำหมายค้นเข้าตรวจค้นคลินิกดังกล่าว พบผลิตภัณฑ์ยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา และผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ผิดกฎหมายจำนวนหลายรายการ มูลค่าของกลาง ประมาณ 300,000 บาท จึงได้ตรวจยึดของกลางทั้งหมดนำส่งร้อยเวร กก.4 บก.ปคบ.เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   ทั้งนี้ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ฝากความห่วงใยมายังผู้ที่ต้องการทำศัลยกรรมเสริมความงาม ควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจเกี่ยวกับประเภทของศัลยกรรมที่ตนสนใจ ขั้นตอนการทำศัลยกรรม รายละเอียดด้านมาตรฐานวิชาชีพของแพทย์ผู้ทำศัลยกรรมและมาตรฐานของสถานเสริมความงามนั้นๆ    รวมถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการทำศัลยกรรมแต่ละชนิด และควรปรึกษาแพทย์เพื่อพูดคุยถึงความกังวลใจ ข้อสงสัยเกี่ยวกับการทำศัลยกรรม และผลลัพธ์ที่ตนคาดหวังก่อนตัดสินใจทำศัลยกรรม เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือและลดความเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น หากได้รับความเสียหายจากการทำศัลยกรรมหรือพบเห็นการกระทำความผิด สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน บก.ปคบ. โทร 1135 หรือ เพจ รู้ทันภัย เครื่องสำอาง อาหารและยา     ขอบคุณข้อมูล : รู้ทันภัย เครื่องสำอาง อาหารและยา  

 12,048
สังคม-อาชญากรรม
07 ส.ค. 62

อย. เรียกคืนเต้านมเทียมซิลิโคนแบบขรุขระ หลังพบเสี่ยงมะเร็งต่อมน้ำเหลือง

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ชี้แจงเหตุเรียกคืนผลิตภัณฑ์เต้านมเทียมซิลิโคนนาเทรล (NATRELLE) เหตุพบเสี่ยงมะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่สัมพันธ์กับการเสริมเต้านมเทียม   โดยทาง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้รับข้อมูลจาก บริษัท แอลเลอร์แกน (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท นีโอ ฟาร์ม จำกัด เเจ้งขอเรียกคืนผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์เต้านมเทียมซิลิโคนชนิดขรุขระ (BIOCELL) ชื่อทางการค้านาเทรล (NATRELLE) โดยสมัครใจในทุกรุ่นที่การผลิตที่ยังไม่ได้ฝังในร่างกาย   ซึ่งการเรียกคืน ซิลิโคนนี้ เป็นเพื่อการความปลอดภัย แต่ไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนก และยังไม่มีความจำเป็นต้องไปผ่าตัดออก เพียงแต่มีการติดตามอาการอย่างใกล้ชิด หากพบความผิดปกติ อาทิ เต้านมโต บวมแดงอักเสบ ควรรีบมาพบแพทย์ทันที   รองศาสตราจารย์นายแพทย์ศิรชัย จินดารักษ์ นายกสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งเสริมสวยแห่งประเทศไทย บอกว่า โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่เกิดจากการใส่ผลิตภัณฑ์เตานมเทียมชนิดขรุขระ ไม่เหมือนกับโรคมะเร็งทั่วไป เนื่องจาก โรคนี้จะเกิดบริเวณผิวของเต้านมเทียม ซึ่งโรงมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนี้มีความรุนแรงต่ำ โดยการรักษาสำหรับผู้ที่เป็น ก็แตกต่างจากการรักษามะเร็งทั่วไป เพียงไปพบแพทย์ผ่าตัดลอกเปลือกออก โดยไม่ต้องใช้เคมีบำบัดก็หายขาดได้   ด้านศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์อภิรักษ์ ช่วงสุวนิช นายกสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทย ชี้แจงเพิ่มเติมว่า การทำศัลยกรรมเต้านม ควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่จะใช่ให้ดีก่อน เช่น ชื่อผลิตภัณฑ์ วัสดุที่ใช้ บริษัทผู้ผลิต รุ่นการผลิต เป็นต้น   โดยผลิตภัณฑ์เต้านมเทียมชนิดขรุขระ มีสถิติการนำเข้ามา เมื่อปี 2554 นำเข้ามา 29,000 ชิ้น ซึ่งมีผู้ใช้งานไปแล้ว 14,000 ชิ้น ซึ่งสาเหตุหลักของการเกิดโรคยังไม่มีข้อมูลที่แน่นอนว่า เกิดจากสารตัวไหน เนื่องจากวัตถุดิบที่ใช้ตัวเดียวกันทั้งหมด แต่ข้อมูลที่ตรวจสอบมาจากการใช้งานซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่ใส่เตานมเทียมชนิดผิวขรุขระ ชนิดผิวเรียบยังไม่ได้รับการรายงาน ปัจจุบันอยู่ระหว่างการตรวจสอบหาสาเหตุที่แน่ชัด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8PB4VLA7afI

 2,884
สังคม-อาชญากรรม
12 ก.ค. 62

จับคนขายลูกโป่งหัวเราะคา ถ.ข้าวสาร ให้นทท.ลูกละ 50-200 บาท อย.ชี้สูดดมมากอันตรายถึงตาย

ตร.สน.ชนะสงคราม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากคณะกรรมการอาหารและยา นำกำลังเข้าตรวจสอบภายในถนนข้าวสาร หลังมีการข่าวแจ้งว่า มีการลักลอบจำหน่ายแก๊สไนตรัสออกไซด์ หรือแก๊สหัวเราะ ให้กับนักท่องเที่ยว จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบทั้งสิ้น 14 จุด ภายในพื้นที่ถนนข้าวสาร   ภายหลังการเข้าตรวจสอบสามารถจับกุม ผู้ต้องหาลักลอบจำหน่ายลูกโป่งที่บรรจุแก๊สหัวเราะให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวน 9 ราย รับสารภาพว่า ขายในราคาลูกละ 50-200 บาท ขึ้นอยู่กับบริมาณของลูกโป่ง ซึ่งนักท่องเที่ยวที่ซื้อจะนำไปใส่สูดดมเข้าร่างกายเพื่อให้เกิดความมึนเมา และเพลิดเพลินกับการท่องเที่ยว   ด้านคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ระบุว่าสำหรับแก๊สไนตรัสออกไซด์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ แก๊สหัวเราะ ในทางการแพทย์ใช้เป็น แก๊สดมสลบก่อนการผ่าตัดหรือถอนฟัน ลดอาการปวดได้ดี ออกฤทธิ์รวดเร็วและหมดฤทธิ์เร็วเช่นกัน ตามกฎหมายถือว่าเป็นยาที่ใช้ตามโรงพยาบาล นอกจากนี้ยังใช้ในวงการอุตสาหกรรมรถยนต์ โดยใช้บรรจุในถุงลมนิรภัย ในรถยนต์   ปัจจุบันพบการลักลอบมาจำหน่ายแก๊สไนตรัสออกไซด์เพื่อมาใช้ในทางที่ผิด นำมาสูดดมตามแหล่งสถานบริการต่างๆ เพื่อให้เกิดอาการเคลิบเคลิ้มและเพลิดเพลิน นั่งหัวเราะ แต่หากสูดดมเข้าไปมาก จะทำให้เกิดอาการ คลื่นไส้ อาเจียน มึนงง ร่างกายไม่สามารถประสานการทางานของอวัยวะต่างๆ ได้ อาจทำให้หกล้ม บาดเจ็บ และหมดสติได้   เมื่อสูดดมบ่อยครั้งเป็นเวลานาน ทำให้เส้นประสาทส่วนปลายเสื่อม มึน ชา กล้ามเนื้ออ่อนเปลี้ย เหน็บชาบริเวณนิ้วมือนิ้วเท้า รับความรู้สึกไม่ได้ เนื่องจากภาวะขาดวิตามินบี 12 ร้ายแรงสุดอาจเสียชีวิตได้ เพราะแก๊สดังกล่าวจะเข้าไปแย่งออกซิเจนในเลือด เนื่องจากปริมาณแก๊สไนตรัสออกไซด์ที่มากและเข้าไปแทนที่ออกชิเจนในปอด และในระบบประสาทส่วนกลางจนหมดร่างกายไม่สามารถควบคุมระบบหายใจ และหมดสติได้   สำหรับผู้ที่นำแก๊สไนตรัสออกไซด์ออกมาจำหน่ายหรือนำมาบรรจุใส่ลูกโป่งนั้น ถือว่ามีความผิดตามพระราชบัญญัติยา ในข้อหา จำหน่ายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท และหากยาดังกล่าวเป็นยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา ผู้ใด ผลิตหรือนำเข้า โดยไม่ได้รับอนุญาต จะมีโทษจาคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แจ้งข้อหา จำหน่ายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต และจำหน่ายยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา ผู้ใด ผลิตหรือนำเข้าโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อขยายผลหาแหล่งจำหน่ายที่กลุ่มผู้ต้องหาไปหาซื้อหรือรับต่อมา เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KxTJ4yw1jD4

 4,254
เศรษฐกิจ
19 มิ.ย. 62

ครม.ไฟเขียวโฆษณากัญชา ที่ได้รับรองตำรับยาจาก อ.ย. ภายใต้หลักเกณฑ์ 6 ข้อ

ครม.มีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงการขออนุญาตและการออกใบอนุญาตเกี่ยวกับโฆษณายาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เฉพาะกัญชา พ.ศ. …. ตามที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เสนอ   และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วดำเนินการต่อไปได้ โดยสาระสำคัญของร่างกฎกระทรวง คือ   1. กำหนดให้ผู้รับอนุญาตผลิตหรือนำเข้าซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เฉพาะกัญชา ที่ประสงค์จะขออนุญาตโฆษณาผลิตภัณฑ์ยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เฉพาะกัญชา ที่ได้รับการรับรองตำรับยาจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ต้องยื่นคำขอตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง   2. กำหนดให้การพิจารณาอนุญาตโฆษณายาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เฉพาะกัญชาได้เฉพาะในกรณี เพื่อการโฆษณาที่กระทำโดยตรงต่อผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพสัตวแพทย์ ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย หรือเป็นฉลาก หรือเอกสารกำกับยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ที่ภาชนะหรือหีบห่อบรรจุยาเสพติดให้โทษนั้น   3. กำหนดคุณสมบัติของผู้ขออนุญาตและให้ผู้รับอนุญาตยื่นคำขอต่อผู้อนุญาตพร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานตามที่กำหนด   4. กรณีมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการหนังสือรับรองผลิตภัณฑ์ยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เฉพาะกัญชา หรือเอกสารทางวิชาการที่ได้รับอนุญาต ให้ผลิตหรือนำเข้าในสาระสำคัญ ซึ่งทำให้แตกต่างจากการโฆษณาที่ได้รับอนุญาตไว้แล้ว ให้การอนุญาตนั้นสิ้นสุดลง   5. กำหนดให้ผู้รับอนุญาตต้องโฆษณาตามที่ได้รับอนุญาตและระบุเลขที่ใบอนุญาตไว้ในสื่อโฆษณาทุกครั้ง 6. กำหนดให้คำขออนุญาต ใบอนุญาต และใบแทนใบอนุญาตให้เป็นไปตามแบบที่เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยากำหนด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WarXW7Lh1-w

 1,146
เศรษฐกิจ
22 พ.ค. 62

อย.จัดระเบียบ 4 กลุ่มผู้ป่วยใช้กัญชา เตรียมนำเข้าระหว่างรอผลิตตาม กม.

อย.แจ้งว่าผู้มาลงทะเบียนแจ้งครอบครองกัญชา ร้อยละ 90 เป็นกลุ่มผู้ป่วยและจำเป็นต้องใช้กัญชารักษาโรค ส่วนร้อยละ 10 เป็นผู้ที่ไม่ควรจะมีกัญชาไว้ในครอบครอง โดยแบ่งเป็นกลุ่มผู้ป่วยจำเป็น ซึ่งเป็นโรคที่มีข้อมูลชัดเจนว่ากัญชาได้ประโยชน์ ครอบคลุม 4 โรค ซึ่งมีผู้มาแจ้งเข้าข่ายโรคดังกล่าว 50-60 คน เช่น มะเร็งระยะสุดท้าย ลมชักในเด็กที่รักษาอาการในโรงพยาบาล   ส่วนกลุ่มอื่น เช่น พาร์กินสัน ร้อยละ 20 ส่วนร้อยละ 30 เป็นการแจ้งโรคอื่น เช่น โรคเครียด โรคนอนไม่หลับ โรคความดันโลหิตสูง ซึ่งกลุ่มนี้สามารถรักษาด้วยแพทย์แผนปัจจุบันได้ บางครั้งไม่จำเป็นต้องใช้กัญชารักษา   นอกจากนี้ พบว่ายังมีการแจ้งอื่น เช่น ปวดศีรษะ ไมเกรน ซึ่งกลุ่มนี้ใช้แพทย์แผนปัจจุบันรักษาได้ โดยกลุ่มที่จำเป็นต้องใช้กัญชา   ทั้งนี้จะมีการจัดกลุ่มผู้ป่วยที่มีความจำเป็นและไม่สามารถรอได้ โดย อย.จะจัดส่งไปยังสถานพยาบาลเพื่อให้แพทย์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนแล้วสั่งจ่ายยาให้ได้ยาในปริมาณที่เหมาะสม ส่วนอีกกลุ่มที่มีความจำเป็นและสามารถรอได้ เช่น ผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน หากหยุดได้จะมีอาการตัวสั่น กลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่อย.จะต้องจ่ายยาให้อย่างต่อเนื่อง   ส่วนกลุ่มอาการอื่นจะอยู่ในกลุ่มสุดท้ายที่จะได้รับยา เพราะหากนำไปใช้ในกลุ่มที่จำเป็นอาจทำให้ปริมาณยาไม่เพียงพอ สำหรับกลุ่มที่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้กัญชา ปัจจุบันหน่วยงานหลายภาคส่วนมีความพยายามให้ข้อมูลต่อผู้ป่วย พร้อมให้คำแนะนำในการรักษา ซึ่งยืนยันว่าบางโรคใช้กัญชารักษาไม่ได้ผล โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง   ขณะเดียวกัน ทางตำรวจและปปส.ยังอยู่ระหว่างดำเนินการส่งกัญชาของกลางไปตรวจสอบและวิเคราะห์ว่ามีความบริสุทธิ์เพื่อนำมาสกัดใช้ทางการแพทย์ได้หรือไม่ หากอยู่ในเกณฑ์เหมาะสมจะนำมามอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำมาสกัดต่อไป   นอกจากนี้ อย.จะเร่งนำเข้ากัญชาให้ได้ภายใน 1-2 เดือนนี้ หรืออย่างเร็วที่สุดภายในปลายเดือนมิถุนายนนี้ เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ป่วย และเพื่อให้ผู้ป่วยที่มีความจำเป็นได้รับยาอย่างต่อเนื่อง ส่วนปริมาณการนำเข้าจะพิจารณาจากฐานข้อมูลที่มีการยื่นแจ้งครอบครองกัญชา เบื้องต้นมีผู้ป่วย 2,000 ราย จำนวนนี้จะต้องไปวินิจฉัยโรคอีกครั้ง ซึ่งช่วงแรกอาจยอมรับว่าผลผลิตที่ได้ตามกฏหมายอาจไม่เพียงพอ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/eK2F92Cw1xM

 4,240

Top