ค้นหา :

ผลการค้นหา "ศรีสะเกษ"

ข่าวภูมิภาค
14 ม.ค. 63

หนุ่มถูกรางวัลที่ 1 ผลาญเงินติดยา อาละวาดจะเผาบ้าน แม่สุดทนแจ้งจับ ไม่ถึงปีเหลือเงินแค่ 2 แสน

ศรีสะเกษ-นางก้อม โภคา อายุ 56 ปี แจ้งความกับตำรวจ สภ.ขุขันธ์ ว่า นายชัยณรงค์ โภคา หรือแบน อายุ 32 ปี ซึ่งเป็นบุตรชายของตนได้เมายาบ้า อาละวาดทุบทำลายข้างของภายในบ้าน และกำลังจะทำการเผาบ้าน แต่ว่าชาวบ้านและญาติพี่น้องช่วยกันดับไฟเอาไว้ได้   เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าไปทำการจับกุมตัวไว้ จากนั้นได้ตรวจค้นภายในบ้านพบยาบ้าอยู่ในถุงพลาสติกใส จำนวน 2 ถุงๆ ละ 10 เม็ด รวมยาบ้าทั้งสิ้น 20 เม็ด อยู่ในกระเป๋าเสื้อคลุมสีเขียวด้านหน้าข้างขวาอยู่ภายในห้องนอนของนายชัยณรงค์ ซึ่งก็ได้ยอมรับว่า ก่อนหน้านี้ ได้ทำการเสพยาบ้าไปแล้วจำนวน 2 เม็ด จึงนำตัวไปผู้ต้องหาและของกลางไปสอบสวน ที่สภ.ขุขันธ์   แม่ของผู้ก่อเหตุเล่าว่า ก่อนหน้านี้ลูกชายของตนไปทำการเป็นกรรมกรก่อสร้างอยู่ที่กรุงเทพฯ และได้โชคดีถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 เมื่อเดือน พ.ค. 62 ได้เงินรางวัล 6 ล้านบาท จากนั้นได้กลับมาอยู่บ้านกับตน แล้วมาซื้อรถ ซื้อข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ แต่ลูกชายได้เสพยาบ้าอย่างหนัก   ตนเกรงว่า เงินที่ได้มาจากการถูกรางวัลที่ 1 จะหมดสิ้นไป จึงได้นำเอามาฝากธนาคารไว้ในชื่อของตน แต่ลูกชายไม่มีงานทำใช้เงินที่ได้จากการถูกรางวัลที่ 1 อย่างเดียว ประกอบกับเสพยาบ้าอย่างหนักและเที่ยวเตร่กินเหล้าเมายาทุกวัน โดยจะให้ตนไปเบิกเงินมาให้ใช้ประมาณ 5 - 10 วันต่อ 1-2 แสน จนเงินเหลือไม่ถึง 2 แสนบาท   พอลูกชายเมายาบ้าและเมาเหล้าจะทำลายสิ่งของภายในบ้าน และจะทำร้ายตน ทำให้ตนกลัวมาก จึงได้มาแจ้งให้ ตร.ไปทำการจับกุมตัวนายชัยณรงค์ เพื่อให้นำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมาย เนื่องจากหวังว่า เมื่อพ้นโทษออกมาแล้ว อาจจะกลับตัวเป็นคนดีเหมือนเดิม ส่วนเงินที่ถูกรางวัลที่ 1 และเหลือเงินอยู่ไม่ถึง 2 แสนบาท ตนจะเก็บเงินเอาไว้ให้ลูกชายใช้ในคราวจำเป็นหลังจากพ้นโทษออกมาแล้ว   ทางด้าน นายชัยณรงค์ อดีตหนุ่มก่อสร้างผู้โชคดีถูกรางวัลที่ 1 กล่าวด้วยน้ำตานองหน้าว่า ตนรู้สึกตัวแล้วว่าได้ทำผิดพลาดไปแล้ว การที่ตนทุบทำลายสิ่งของภายในบ้านนั้น เนื่องจากว่า ไม่พอใจที่แม่ไม่ยอมไปเบิกเงินจากธนาคารมาให้ตนใช้เพื่อนำเอาไปซื้อยาบ้ามาเสพและเที่ยวเตร่ อีกทั้งตนไม่พอใจที่แม่ไม่ไปสู่ขอหญิงสาวมาให้ตนเป็นภรรยาด้วย จึงได้อาละวาดพังทำลายข้าวของในบ้านดังกล่าว ตนสำนึกผิดแล้ว และขอชดใช้กรรมตามกฎหมายต่อไป   ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ต่อมาเจ้าหน้าที่ ได้นำตัวนายชัยณรงค์ไปตรวจปัสสาวะที่ รพ.ขุขันธ์ พบว่า มีผลเป็นบวก จึงได้ตั้งข้อหาว่า มียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และเสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย จากนั้น ควบคุมตัวผู้ต้องหาและของกลางดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0_ks84j2EEA

 17,766
สังคม
14 ม.ค. 63

หนุ่มถูกรางวัลที่ 1 ผลาญเงินติดยา อาละวาดจะเผาบ้าน แม่สุดทนแจ้งจับ ไม่ถึงปีเหลือเงินแค่ 2 แสน

ศรีสะเกษ-นางก้อม โภคา อายุ 56 ปี แจ้งความกับตำรวจ สภ.ขุขันธ์ ว่า นายชัยณรงค์ โภคา หรือแบน อายุ 32 ปี ซึ่งเป็นบุตรชายของตนได้เมายาบ้า อาละวาดทุบทำลายข้างของภายในบ้าน และกำลังจะทำการเผาบ้าน แต่ว่าชาวบ้านและญาติพี่น้องช่วยกันดับไฟเอาไว้ได้   เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าไปทำการจับกุมตัวไว้ จากนั้นได้ตรวจค้นภายในบ้านพบยาบ้าอยู่ในถุงพลาสติกใส จำนวน 2 ถุงๆ ละ 10 เม็ด รวมยาบ้าทั้งสิ้น 20 เม็ด อยู่ในกระเป๋าเสื้อคลุมสีเขียวด้านหน้าข้างขวาอยู่ภายในห้องนอนของนายชัยณรงค์ ซึ่งก็ได้ยอมรับว่า ก่อนหน้านี้ ได้ทำการเสพยาบ้าไปแล้วจำนวน 2 เม็ด จึงนำตัวไปผู้ต้องหาและของกลางไปสอบสวน ที่สภ.ขุขันธ์   แม่ของผู้ก่อเหตุเล่าว่า ก่อนหน้านี้ลูกชายของตนไปทำการเป็นกรรมกรก่อสร้างอยู่ที่กรุงเทพฯ และได้โชคดีถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 เมื่อเดือน พ.ค. 62 ได้เงินรางวัล 6 ล้านบาท จากนั้นได้กลับมาอยู่บ้านกับตน แล้วมาซื้อรถ ซื้อข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ แต่ลูกชายได้เสพยาบ้าอย่างหนัก   ตนเกรงว่า เงินที่ได้มาจากการถูกรางวัลที่ 1 จะหมดสิ้นไป จึงได้นำเอามาฝากธนาคารไว้ในชื่อของตน แต่ลูกชายไม่มีงานทำใช้เงินที่ได้จากการถูกรางวัลที่ 1 อย่างเดียว ประกอบกับเสพยาบ้าอย่างหนักและเที่ยวเตร่กินเหล้าเมายาทุกวัน โดยจะให้ตนไปเบิกเงินมาให้ใช้ประมาณ 5 - 10 วันต่อ 1-2 แสน จนเงินเหลือไม่ถึง 2 แสนบาท   พอลูกชายเมายาบ้าและเมาเหล้าจะทำลายสิ่งของภายในบ้าน และจะทำร้ายตน ทำให้ตนกลัวมาก จึงได้มาแจ้งให้ ตร.ไปทำการจับกุมตัวนายชัยณรงค์ เพื่อให้นำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมาย เนื่องจากหวังว่า เมื่อพ้นโทษออกมาแล้ว อาจจะกลับตัวเป็นคนดีเหมือนเดิม ส่วนเงินที่ถูกรางวัลที่ 1 และเหลือเงินอยู่ไม่ถึง 2 แสนบาท ตนจะเก็บเงินเอาไว้ให้ลูกชายใช้ในคราวจำเป็นหลังจากพ้นโทษออกมาแล้ว   ทางด้าน นายชัยณรงค์ อดีตหนุ่มก่อสร้างผู้โชคดีถูกรางวัลที่ 1 กล่าวด้วยน้ำตานองหน้าว่า ตนรู้สึกตัวแล้วว่าได้ทำผิดพลาดไปแล้ว การที่ตนทุบทำลายสิ่งของภายในบ้านนั้น เนื่องจากว่า ไม่พอใจที่แม่ไม่ยอมไปเบิกเงินจากธนาคารมาให้ตนใช้เพื่อนำเอาไปซื้อยาบ้ามาเสพและเที่ยวเตร่ อีกทั้งตนไม่พอใจที่แม่ไม่ไปสู่ขอหญิงสาวมาให้ตนเป็นภรรยาด้วย จึงได้อาละวาดพังทำลายข้าวของในบ้านดังกล่าว ตนสำนึกผิดแล้ว และขอชดใช้กรรมตามกฎหมายต่อไป   ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ต่อมาเจ้าหน้าที่ ได้นำตัวนายชัยณรงค์ไปตรวจปัสสาวะที่ รพ.ขุขันธ์ พบว่า มีผลเป็นบวก จึงได้ตั้งข้อหาว่า มียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และเสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย จากนั้น ควบคุมตัวผู้ต้องหาและของกลางดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0_ks84j2EEA

 17,766
ข่าวภูมิภาค
09 ม.ค. 63

หนุ่มใหญ่ทะเลาะเมีย ตั้งกล้องถ่ายคลิปเผากระท่อม ก่อนแขวนคอลาโลก ร่างถูกไฟคลอกสยอง

ศรีสะเกษ- พบศพนายสมพร เสนคราม อายุ 43 ปี ถูกไฟคลอกเสียชีวิตภายในกระท่อมกลางสวนยางพารา อ.กันทรลักษ์ โดยก่อนเสียชีวิตได้ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายคลิปขณะก่อเหตุ ใช้น้ำมันที่เตรียมไว้แล้ว จุดไฟเผากระท่อม แล้วทำการใช้เชือกผูกคอตัวเองห้อยกับไม้จั่วกระท่อมถึงแก่ความตาย   ส่วนสาเหตุของการเสียชีวิต จากการสอบสวนเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ ตร.ชุดสืบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีการทะเลาะกับภรรยา และคาดว่านายสมพร ผู้เสียชีวิต ได้ใช้โทรศัพท์มือถือตั้งไว้ที่บริเวณหน้ารถจักรยานยนต์แล้วถ่ายภาพของตนเอง ขณะที่กำลังราดน้ำมันภายในกระท่อมแล้ว จุดไฟเผากระท่อม   จากนั้นได้ขึ้นไปบนตู้ลำโพงเพื่อใช้เชือกแขวนคอตนเองกับไม้จั่วในกระท่อมเสียชีวิต แล้วถูกไฟไหม้กระท่อมเผาร่างจนไหม้เกรียมดำเป็นตอตะโก ด้านญาติไม่ติดใจสาเหตุการตาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/MBJLoOyfn7Q

 34,946
อาชญากรรม
09 ม.ค. 63

หนุ่มใหญ่ทะเลาะเมีย ตั้งกล้องถ่ายคลิปเผากระท่อม ก่อนแขวนคอลาโลก ร่างถูกไฟคลอกสยอง

ศรีสะเกษ- พบศพนายสมพร เสนคราม อายุ 43 ปี ถูกไฟคลอกเสียชีวิตภายในกระท่อมกลางสวนยางพารา อ.กันทรลักษ์ โดยก่อนเสียชีวิตได้ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายคลิปขณะก่อเหตุ ใช้น้ำมันที่เตรียมไว้แล้ว จุดไฟเผากระท่อม แล้วทำการใช้เชือกผูกคอตัวเองห้อยกับไม้จั่วกระท่อมถึงแก่ความตาย   ส่วนสาเหตุของการเสียชีวิต จากการสอบสวนเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ ตร.ชุดสืบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีการทะเลาะกับภรรยา และคาดว่านายสมพร ผู้เสียชีวิต ได้ใช้โทรศัพท์มือถือตั้งไว้ที่บริเวณหน้ารถจักรยานยนต์แล้วถ่ายภาพของตนเอง ขณะที่กำลังราดน้ำมันภายในกระท่อมแล้ว จุดไฟเผากระท่อม   จากนั้นได้ขึ้นไปบนตู้ลำโพงเพื่อใช้เชือกแขวนคอตนเองกับไม้จั่วในกระท่อมเสียชีวิต แล้วถูกไฟไหม้กระท่อมเผาร่างจนไหม้เกรียมดำเป็นตอตะโก ด้านญาติไม่ติดใจสาเหตุการตาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/MBJLoOyfn7Q

 34,946
สังคม
02 ม.ค. 63

ผัวเมียสุดทนเครียดความจน ผูกคอตายดับในวันปีใหม่

ศรีสะเกษ – เกิดเหตุสองสามีภรรยาผูกคอเสียชีวิตที่บริเวณกระท่อมกลางนา บ้านหนองโน ม.3 ต.เสียว อ.โพธิ์ศรีสุวรรณ   จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า ผู้หญิงที่เสียชีวิตชื่อ นางบุญเกิด ภูผิวเหลือง อายุ 44 ปี ส่วนผู้ชายชื่อนายประมวล ภูผิวเหลือง อายุ 47 ปี ทั้งคู่กำลังทำงานก่อสร้างอยู่ จ.ฉะเชิงเทรา ทำงานหาเงินได้ไม่พอค่าใช้จ่าย แต่ว่าอยากกลับบ้านมาเยี่ยมพ่อและญาติพี่น้องในช่วงปีใหม่ จึงขอให้ญาติโอนเงินค่ารถมาให้ 1,300 บาท   เมื่อผู้ตายทั้ง 2 กลับมาถึงบ้านได้กินข้าวร่วมกันในช่วงค่ำอย่างมีความสุข พอช่วงเช้าของวันนี้ผู้ตายทั้ง 2 ได้บอกกับคนในบ้านว่า จะพากันไปเก็บมะม่วงที่บริเวณเกิดเหตุมากิน เมื่อออกไปนานแล้ว จึงให้คนในบ้านไปตามเพื่อที่จะได้มากินข้าวเช้าร่วมกัน แต่เมื่อไปถึงพบว่า ฝ่ายชายใช้ผ้าถุงผูกคอตนเองกับขื่อในกระท่อม ส่วนฝ่ายหญิงใช้ผ้าเช็ดตัวสีชมพูแขวนคอใต้ต้นมะม่วง ญาติช่วยกันนำร่างของคนทั้ง 2 ลงมาและช่วยกันปั๊มหัวใจ แต่ไม่สามารถช่วยชีวิตไว้ได้เสียชีวิตในที่สุด   ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบร่างกายของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คนแล้วไม่พบร่องรอยการต่อสู้และมีร่องรอยบาดแผลตามร่างกายแต่อย่างใด อีกทั้งญาติไม่ติดใจในสาเหตุของการเสียชีวิต จึงได้มอบศพให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/WJJELB9Bfzg  

 7,325
สังคม-อาชญากรรม
31 ธ.ค. 62

รวบโจรสิ้นคิด ขโมยทอง 5 บาทจากร้านทอง ผ่านไป 1 เดือน เอากลับมาขายร้านเดิม!

ศรีสะเกษ-โจรสิ้นคิด ขโมยทอง 5 บาท จากร้านทองใน อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ ผ่านไป 1 เดือนเอากลับมาขายร้านเดิมที่ขโมยไป เจ้าของจำหน้าได้ ยื้อเวลาให้ตำรวจมาจับกุมตัว ผู้ต้องหารับสารภาพ เอาไปขายร้านอื่นมา 8 ร้าน แต่ถูกกดราคา คิดขึ้นมาได้จึงเอามาขายร้านเดิม เพราะคิดว่าได้ราคาดีแน่ เจ้าของคงจำไม่ได้แล้ว จะเอาไปเที่ยวปีใหม่   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ สภ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ พ.ต.อ.ชยากร เทศะบำรุง ผกก.สภ.อุทุมพรพิสัย ได้รับแจ้งจากเจ้าของร้านทองเยาวราช ต.กำแพง อ.อุทุมพรพิสัย ว่า มีคนร้ายที่เคยเข้ามาวิ่งราวเอาสร้อยคอทองคำรูปพรรณหนัก 5 บาทไปเมื่อวันที่ 5 ธ.ค.62 ที่ผ่านมา ได้นำเอาทองคำที่วิ่งราวไปมาขายให้ร้านที่เคยมาวิ่งราวเอาทองคำไป ขณะนี้คนร้ายยังอยู่ในร้าน    พ.ต.อ.ชยากร จึงได้สั่งการให้ พ.ต.ต.ธนากร ดาสันทัด รองสารวัตรสอบสวน ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดชุดสืบ สภ.อุทุมพรพิสัย ไปทำการตรวจสอบ เมื่อไปถึงร้านทองที่เกิดเหตุพบ คนร้ายตรงตามลักษณะที่ได้รับแจ้งกำลังยืนเจรจาขายสร้อยคำทองคำอยู่ภายในร้าน เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าไปทำการจับกุมตัวได้โดยละม่อมนำตัวคนร้ายไปสอบสวนที่ สภ.อุทุมพรพิสัย        จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าคนร้ายชื่อ นายสืบพงศ์ วงศ์บริพัฒน์ อายุ 36 ปี ให้การรับสารภาพว่า ตนได้เคยเข้าวิ่งราวเอาสร้อยคอทองคำหนัก 5 บาทไปจากร้านทองแห่งนี้เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 62 ที่ผ่านมา จากนั้น ได้นำเอาทองไปเร่ขายในร้ายทองหลายแห่งแต่ว่า ได้ราคาค่อนข้างต่ำมาก อีกทั้งขณะนี้ ตนต้องการเงินไปเที่ยวช่วงเทศกาลปีใหม่ จึงได้นำเอาสร้อยคอทองคำกลับไปขายให้ร้านขายทองร้านเดิมที่ตนวิ่งราวเอาทองคำมา เพราะคิดว่า เจ้าของร้านและพนักงานขายทองภายในร้านจะจำตนไม่ได้ แต่ปรากฏว่า เจ้าของร้านทองจำได้ จึงได้แจ้งตำรวจให้มาจับกุมตนในที่สุด        ด้าน พ.ต.อ.ชยากร เทศะบำรุง ผกก.สภ.อุทุมพรพิสัย กล่าวว่า จากการตรวจสอบประวัติแล้วพบว่า คนร้ายรายนี้ เพิ่งพ้นโทษออกมาด้วยข้อหาเสพยาเสพติด ไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง และได้มาก่อเหตุวิ่งราวชิงสร้อยคอทองคำหนัก 5 บาทไปจากร้านทองแห่งนี้ แต่นับว่าโชคดีที่คนร้ายนำเอาทองคำที่ชิงเอาไปมาขายที่ร้านเดิมและเจ้าของร้านทองจำทองคำและใบหน้าของคนร้ายได้ เนื่องจากมีภาพวงจรปิดภายในร้านบันทึกภาพไว้ได้ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ ตร.ที่กำลังเร่งไล่ล่าจับกุมคนร้ายให้มาจับกุมคนร้ายได้ที่ร้านทองที่เกิดเหตุ ตนจึงได้ตั้งข้อหาว่า ชิงทรัพย์ นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางไปส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.อุทุมพรพิสัย ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/SlM00Xrerug  

 8,082
สังคม
31 ธ.ค. 62

รวบโจรสิ้นคิด ขโมยทอง 5 บาทจากร้านทอง ผ่านไป 1 เดือน เอากลับมาขายร้านเดิม!

ศรีสะเกษ-โจรสิ้นคิด ขโมยทอง 5 บาท จากร้านทองใน อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ ผ่านไป 1 เดือนเอากลับมาขายร้านเดิมที่ขโมยไป เจ้าของจำหน้าได้ ยื้อเวลาให้ตำรวจมาจับกุมตัว ผู้ต้องหารับสารภาพ เอาไปขายร้านอื่นมา 8 ร้าน แต่ถูกกดราคา คิดขึ้นมาได้จึงเอามาขายร้านเดิม เพราะคิดว่าได้ราคาดีแน่ เจ้าของคงจำไม่ได้แล้ว จะเอาไปเที่ยวปีใหม่   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ สภ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ พ.ต.อ.ชยากร เทศะบำรุง ผกก.สภ.อุทุมพรพิสัย ได้รับแจ้งจากเจ้าของร้านทองเยาวราช ต.กำแพง อ.อุทุมพรพิสัย ว่า มีคนร้ายที่เคยเข้ามาวิ่งราวเอาสร้อยคอทองคำรูปพรรณหนัก 5 บาทไปเมื่อวันที่ 5 ธ.ค.62 ที่ผ่านมา ได้นำเอาทองคำที่วิ่งราวไปมาขายให้ร้านที่เคยมาวิ่งราวเอาทองคำไป ขณะนี้คนร้ายยังอยู่ในร้าน    พ.ต.อ.ชยากร จึงได้สั่งการให้ พ.ต.ต.ธนากร ดาสันทัด รองสารวัตรสอบสวน ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดชุดสืบ สภ.อุทุมพรพิสัย ไปทำการตรวจสอบ เมื่อไปถึงร้านทองที่เกิดเหตุพบ คนร้ายตรงตามลักษณะที่ได้รับแจ้งกำลังยืนเจรจาขายสร้อยคำทองคำอยู่ภายในร้าน เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าไปทำการจับกุมตัวได้โดยละม่อมนำตัวคนร้ายไปสอบสวนที่ สภ.อุทุมพรพิสัย        จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าคนร้ายชื่อ นายสืบพงศ์ วงศ์บริพัฒน์ อายุ 36 ปี ให้การรับสารภาพว่า ตนได้เคยเข้าวิ่งราวเอาสร้อยคอทองคำหนัก 5 บาทไปจากร้านทองแห่งนี้เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 62 ที่ผ่านมา จากนั้น ได้นำเอาทองไปเร่ขายในร้ายทองหลายแห่งแต่ว่า ได้ราคาค่อนข้างต่ำมาก อีกทั้งขณะนี้ ตนต้องการเงินไปเที่ยวช่วงเทศกาลปีใหม่ จึงได้นำเอาสร้อยคอทองคำกลับไปขายให้ร้านขายทองร้านเดิมที่ตนวิ่งราวเอาทองคำมา เพราะคิดว่า เจ้าของร้านและพนักงานขายทองภายในร้านจะจำตนไม่ได้ แต่ปรากฏว่า เจ้าของร้านทองจำได้ จึงได้แจ้งตำรวจให้มาจับกุมตนในที่สุด        ด้าน พ.ต.อ.ชยากร เทศะบำรุง ผกก.สภ.อุทุมพรพิสัย กล่าวว่า จากการตรวจสอบประวัติแล้วพบว่า คนร้ายรายนี้ เพิ่งพ้นโทษออกมาด้วยข้อหาเสพยาเสพติด ไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง และได้มาก่อเหตุวิ่งราวชิงสร้อยคอทองคำหนัก 5 บาทไปจากร้านทองแห่งนี้ แต่นับว่าโชคดีที่คนร้ายนำเอาทองคำที่ชิงเอาไปมาขายที่ร้านเดิมและเจ้าของร้านทองจำทองคำและใบหน้าของคนร้ายได้ เนื่องจากมีภาพวงจรปิดภายในร้านบันทึกภาพไว้ได้ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ ตร.ที่กำลังเร่งไล่ล่าจับกุมคนร้ายให้มาจับกุมคนร้ายได้ที่ร้านทองที่เกิดเหตุ ตนจึงได้ตั้งข้อหาว่า ชิงทรัพย์ นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางไปส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.อุทุมพรพิสัย ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/SlM00Xrerug  

 8,082
สังคม
31 ธ.ค. 62

โจรใจกล้าแต่เสียรู้! ฉกทองไม่ครบเดือนนำกลับมาขายร้านเดิม รับคิดว่าจะจำไม่ได้

ศรีสะเกษ - โจรคิดน้อย! นำทอง 5 บาท ที่ขโมยมาไปเร่ขายตามร้านทอง แต่ไม่ได้ราคา จึงลองนำกลับไปขายร้านที่วิ่งราวมา เจ้าของร้านจำได้ แจ้งตำรวจจับ รับสารภาพอยากได้เงินไปเที่ยวปี    ภาพจากกล้องวงจรปิดในร้านทองเยาวราช ต.กำแพง อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 5 ธ.ค.ที่ผ่านมา เผยให้เห็นเหตุการณ์ ขณะชายคนหนึ่งทำทีเข้าไปซื้อทอง แต่เมื่อสบโอกาสกลับคว้าทองหนัก 5 บาท วิ่งหลบหนีไป   หลังเกิดเหตุเจ้าของร้านได้แจ้งตำรวจ สภ.อุทุมพรพิสัย เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ และอยู่ระหว่างการติดตามตัวจับกุมคนร้าย ผ่านไปเกือบเดือนยังติดตามจับกุมไม่ได้ แต่ปรากฏว่า เมื่อวานนี้คนร้ายได้วกกลับมาที่ร้านอีกครั้ง พร้อมกับนำทองหนัก 5 บาท ที่ขโมยไปมาขายที่ร้าน ทางเจ้าของร้านจำได้ว่าเป็นทองของร้านที่ถูกขโมยไป และจำตัวคนร้ายได้ จึงแจ้งตำรวจให้รีบมาตรวจสอบ   ด้านชุดสืบสวน สภ.อุทุมพรพิสัย เร่งเข้าตรวจสอบที่ร้านทอง พบคนร้ายตรงตามลักษณะที่ได้รับแจ้ง กำลังยืนเจรจาขายสร้อยคอทองคำอยู่ภายในร้าน จึงเข้าจับกุมตัวได้โดยละม่อม และนำตัวไปสอบสวนต่อที่ สภ.อุทุมพรพิสัย    โดยคนร้ายชื่อ นายสืบพงศ์ วงศ์บริพัฒน์ อายุ 36 ปี ชาว อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ รับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุวิ่งราวสร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท ไปจากร้านทองแห่งนี้ เมื่อวันที่ 5 ธ.ค.ที่ผ่านมา จากนั้นนำไปเร่ขายในร้านทองหลายแห่ง แต่ได้ราคาค่อนข้างต่ำมาก อีกทั้งช่วงนี้ต้องการเงินไปเที่ยวปีใหม่ จึงนำสร้อยคอทองคำกลับไปขาย ยังร้านเดิมที่ขโมยมา เพราะคิดว่า เจ้าของร้านและพนักงานในร้านจะจำไม่ได้ แต่ผิดคาดเพราะถูกแจ้งจับในที่สุด    พันตำรวจเอก ชยากร เทศะบำรุง ผู้กำกับการ สภ.อุทุมพรพิสัย เผยว่า จากการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหา พบว่า เพิ่งพ้นโทษออกมาด้วยคดีเสพยาเสพติด ไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง ก่อนมาก่อเหตุวิ่งราวชิงสร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท โดยตั้งข้อหา ชิงทรัพย์    ด้านเจ้าของร้านทอง บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ที่สามารถจับกุมคนร้ายได้ เพราะตอนที่คนร้ายนำทองมาขาย พนักงานของร้าน ต้องตรวจคุณภาพของทองก่อนรับซื้อ ซึ่งพบว่ามีสัญลักษณ์ชัดเจนว่า เป็นทองของที่ร้าน จึงสังเกตหน้าคนร้ายชัด ๆ พบว่า ตรงกับภาพจากกล้องวงจรปิด จึงโทรแจ้งตำรวจให้มาจับกุม    ส่วนกรณีที่บอกว่า คนร้ายนำทองไปเร่ขายที่ร้านอื่น แต่ไม่มีคนซื้อ เป็นเพราะตำรวจได้แจ้งเตือนไปที่ร้านทองในพื้นที่ว่า ทองร้านตนถูกขโมย  

 988
สังคม
31 ธ.ค. 62

รวบคาร้านโจรปล้นทอง 5 บาท แต่นำทองกลับไปขายร้านเดิม เหตุร้านอื่นให้ราคาต่ำ

ที่จ.ศรีสะเกษ มีคนร้ายที่เคยเข้ามาวิ่งราวเอาสร้อยคอทองคำรูปพรรณหนัก 5 บาทไปเมื่อวันที่ 5 ธ.ค.62 ที่ผ่านมา ล่าสุด ได้นำเอาทองคำที่วิ่งราวไปกลับมาขายให้ร้านเดิม    พ.ต.อ.ชยากร เทศะบํารุง ผกก.สภ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ ได้นำกำลังเข้าจับกุม นายสืบพงศ์ วงศ์บริพัฒน์ อายุ 36 ปี พร้อมของกลางคือสร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท ที่ได้มาจากร้านทองที่เคยวิ่งราวไป นายสืบพงศ์ให้การรับสารภาพว่า ตนได้เคยเข้าวิ่งราวเอาสร้อยคอทองคำหนัก 5 บาทไปจากร้านทองแห่งนี้เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 62 ที่ผ่านมา   จากนั้น ได้นำเอาทองไปเร่ขายในร้านทองหลายแห่ง แต่ว่าได้ราคาค่อนข้างต่ำมาก อีกทั้งขณะนี้ ตนต้องการเงินไปเที่ยวช่วงเทศกาลปีใหม่ จึงได้นำเอาสร้อยคอทองคำกลับไปขายให้ร้านขายทองร้านเดิมที่ตนวิ่งราวเอาทองคำมา เพราะคิดว่า เจ้าของร้านและพนักงานขายทองภายในร้านจะจำตนไม่ได้ แต่ปรากฏว่า เจ้าของร้านทองจำได้ จึงได้แจ้งตำรวจให้มาจับกุมตนในที่สุด   ทางด้าน พ.ต.อ.ชยากร เทศะบำรุง ผกก.สภ.อุทุมพรพิสัย กล่าวว่า จากการตรวจสอบประวัติแล้วพบว่า คนร้ายรายนี้ เพิ่งพ้นโทษออกมาด้วยข้อหาเสพยาเสพติด ไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง และได้มาก่อเหตุวิ่งราวชิงสร้อยคอทองคำหนัก 5 บาทไปจากร้านทองแห่งนี้ แต่นับว่าโชคดีที่คนร้ายนำเอาทองคำที่ชิงเอาไปมาขายที่ร้านเดิมและเจ้าของร้านทองจำทองคำและใบหน้าของคนร้ายได้ เนื่องจากมีภาพวงจรปิดภายในร้านบันทึกภาพไว้ได้ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ ตร.ที่กำลังเร่งไล่ล่าจับกุมคนร้ายให้มาจับกุมคนร้ายได้ที่ร้านทองที่เกิดเหตุ   ตำรวจจึงได้ตั้งข้อหาว่า ชิงทรัพย์ นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางไปส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.อุทุมพรพิสัย ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/Qo3a9wtlFdI

 19,582
แชร์ออฟเดอะเดย์
18 ธ.ค. 62

หญิงหัวร้อนเถียง ตร. ฉุนโดนใบสั่ง เอาสีขาวทับเลขทะเบียนรถไม่ถูกโฉลก

ศรีสะเกษ-มีคลิปสาวหัวร้อนเถียงตำรวจจราจร สภ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เนื่องจากไม่พอใจที่ถูกเจ้าหน้าที่เรียกตรวจจับกุมเพราะ ป้ายทะเบียนทั้งด้านหน้าและด้านหลัง มีร่องรอยการปิดบังเลขป้ายทะเบียน โดยเป็นรถยนต์ปิคอัพ ทะเบียน 2 ฒบ 3885 กรุงเทพมหานคร ตัวหนังสือและตัวเลขสีเขียว แต่ปรากฏว่า มีการนำเอาสีขาวมาทาทับปิดเลข 3 เหลือเพียงเลข 885 ทั้งแผ่นป้ายด้านหน้าและด้านหลัง ซึ่งเป็นการกระทำที่เข้าข่ายลักษณะการปิดปังอำพรางแก้ไขทะเบียนรถโดยไม่ได้รับอนุญาต   ส.ต.ท.ยุทธนา ศรวิชัย และ ส.ต.ท.กวิน ลาพันธ์ รอง ผบ.หมู่ป้องกันปราบปราม ปฏิบัติงานจราจร สภ.กันทรลักษ์ ร่วมกันเล่าว่า ช่วงสายของวันที่ 13 ธ.ค. ที่ผ่านมา พวกตนได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้ตั้งด่านตรวจที่บริเวณถนนสายกันทรลักษ์ - เขาพระวิหาร ต.เมือง อ.กันทรลักษ์ ด้านหน้าหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 ซึ่งขณะที่ตั้งด่านตรวจอยู่นั้น มีรถปิคอัพของสาวรายนี้วิ่งเข้ามาที่ด่านตรวจ   จากการตรวจสอบแล้วพบว่า ตัวเลข 3 ทั้งด้านหน้าและด้านหลังมีรอยใช้สีขาวทาทับเอาไว้ ทำให้ เลข 3 หายไป เหลือตัวเลขเพียง 885 ตนจึงได้ขอดูสมุดคู่มือรถ ปรากฏว่า เป็นเลขทะเบียน 2 ฒบ 3885 กรุงเทพมหานคร ขณะที่กำลังจะออกใบสั่ง หญิงสาวเจ้าของรถได้ลงจากรถส่งเสียงโวยวายไม่พอใจ หาว่าเจ้าหน้าที่ไม่อะลุ่มอล่วย อ้างว่า เลข 3 เป็นเลขอัปมงคลไม่ถูกโฉลก จึงต้องใช้สีปิดทับเอาไว้ และแสดงอาการคัดค้านขัดขืนไม่ยอมรับที่เจ้าหน้าที่จะออกใบสั่งและโต้เถียงกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งพวกตนไม่ได้ตอบโต้ เพียงอธิบายข้อกฎหมายให้ทราบเท่านั้น   ในขณะนั้น ร.ต.อ.มุกดา เมธีปัญญากุล รอง สว.จร.สภ.กันทรลักษ์ ที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ ได้เข้ามาเจรจาอธิบายเหตุผลข้อกฎหมายให้สาวคนดังกล่าวทราบ แต่ว่าหญิงสาวไม่ยอมฟังและเถียงเจ้าหน้าที่ว่าไม่ยอมอนุโลมให้ผ่านไป โดยไม่ต้องถูกจับกุมออกใบสั่ง เมื่อสถานการณ์เริ่มตึงเครียดจึงถ่ายคลิปไว้ สุดท้ายตนได้ออกใบสั่งให้แก่หญิงสาวรายนี้ ในข้อหา ใช้ป้ายทะเบียนรถไม่เป็นไปตามกฏกระทรวง ซึ่งหญิงสาวเจ้าของรถได้เดินมากระชากเอาใบขับขี่ที่ตนถืออยู่ จากนั้นก็ขับรถออกไป   ทางด้าน ส.ต.ท.กวิน กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนเสียความรู้สึกเล็กน้อยที่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายและตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาแล้วมาโดนต่อว่า แต่ตนก็อดทน เพราะทำตามหน้าที่ของตำรวจจราจร ต้องอดทนอดกลั้นต่อความเสียดสีต่าง ๆ เพื่อบริการประชาชนอย่างเต็มที่   ส่วน ส.ต.ท.ยุทธนา เผยว่า พวกตนไม่ได้โต้เถียงสาวเจ้าของรถแต่อย่างใด อีกทั้งตนยังเรียกสาวเจ้าของรถว่าแม่ เพราะเห็นว่าอายุมากพอสมควร ตนมีความรู้สึกเสียใจที่โดนต่อว่า แต่ก็พยายามอดทนทำงานในหน้าที่ให้ดีที่สุด ซึ่งเรื่องนี้ได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้ว ซึ่งจนถึงบัดนี้ ยังไม่ได้มีการติดตามมาจากผู้ที่โดนออกใบสั่งแต่อย่างใด ขณะนี้ตนกำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย แต่หากว่า สาวเจ้าของรถมาขอโทษก็พร้อมที่จะให้อภัย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WoUeeraSeD4

 16,646
ข่าวโซเชียล
18 ธ.ค. 62

หญิงหัวร้อนเถียง ตร. ฉุนโดนใบสั่ง เอาสีขาวทับเลขทะเบียนรถไม่ถูกโฉลก

ศรีสะเกษ-มีคลิปสาวหัวร้อนเถียงตำรวจจราจร สภ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เนื่องจากไม่พอใจที่ถูกเจ้าหน้าที่เรียกตรวจจับกุมเพราะ ป้ายทะเบียนทั้งด้านหน้าและด้านหลัง มีร่องรอยการปิดบังเลขป้ายทะเบียน โดยเป็นรถยนต์ปิคอัพ ทะเบียน 2 ฒบ 3885 กรุงเทพมหานคร ตัวหนังสือและตัวเลขสีเขียว แต่ปรากฏว่า มีการนำเอาสีขาวมาทาทับปิดเลข 3 เหลือเพียงเลข 885 ทั้งแผ่นป้ายด้านหน้าและด้านหลัง ซึ่งเป็นการกระทำที่เข้าข่ายลักษณะการปิดปังอำพรางแก้ไขทะเบียนรถโดยไม่ได้รับอนุญาต   ส.ต.ท.ยุทธนา ศรวิชัย และ ส.ต.ท.กวิน ลาพันธ์ รอง ผบ.หมู่ป้องกันปราบปราม ปฏิบัติงานจราจร สภ.กันทรลักษ์ ร่วมกันเล่าว่า ช่วงสายของวันที่ 13 ธ.ค. ที่ผ่านมา พวกตนได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้ตั้งด่านตรวจที่บริเวณถนนสายกันทรลักษ์ - เขาพระวิหาร ต.เมือง อ.กันทรลักษ์ ด้านหน้าหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 ซึ่งขณะที่ตั้งด่านตรวจอยู่นั้น มีรถปิคอัพของสาวรายนี้วิ่งเข้ามาที่ด่านตรวจ   จากการตรวจสอบแล้วพบว่า ตัวเลข 3 ทั้งด้านหน้าและด้านหลังมีรอยใช้สีขาวทาทับเอาไว้ ทำให้ เลข 3 หายไป เหลือตัวเลขเพียง 885 ตนจึงได้ขอดูสมุดคู่มือรถ ปรากฏว่า เป็นเลขทะเบียน 2 ฒบ 3885 กรุงเทพมหานคร ขณะที่กำลังจะออกใบสั่ง หญิงสาวเจ้าของรถได้ลงจากรถส่งเสียงโวยวายไม่พอใจ หาว่าเจ้าหน้าที่ไม่อะลุ่มอล่วย อ้างว่า เลข 3 เป็นเลขอัปมงคลไม่ถูกโฉลก จึงต้องใช้สีปิดทับเอาไว้ และแสดงอาการคัดค้านขัดขืนไม่ยอมรับที่เจ้าหน้าที่จะออกใบสั่งและโต้เถียงกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งพวกตนไม่ได้ตอบโต้ เพียงอธิบายข้อกฎหมายให้ทราบเท่านั้น   ในขณะนั้น ร.ต.อ.มุกดา เมธีปัญญากุล รอง สว.จร.สภ.กันทรลักษ์ ที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ ได้เข้ามาเจรจาอธิบายเหตุผลข้อกฎหมายให้สาวคนดังกล่าวทราบ แต่ว่าหญิงสาวไม่ยอมฟังและเถียงเจ้าหน้าที่ว่าไม่ยอมอนุโลมให้ผ่านไป โดยไม่ต้องถูกจับกุมออกใบสั่ง เมื่อสถานการณ์เริ่มตึงเครียดจึงถ่ายคลิปไว้ สุดท้ายตนได้ออกใบสั่งให้แก่หญิงสาวรายนี้ ในข้อหา ใช้ป้ายทะเบียนรถไม่เป็นไปตามกฏกระทรวง ซึ่งหญิงสาวเจ้าของรถได้เดินมากระชากเอาใบขับขี่ที่ตนถืออยู่ จากนั้นก็ขับรถออกไป   ทางด้าน ส.ต.ท.กวิน กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนเสียความรู้สึกเล็กน้อยที่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายและตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาแล้วมาโดนต่อว่า แต่ตนก็อดทน เพราะทำตามหน้าที่ของตำรวจจราจร ต้องอดทนอดกลั้นต่อความเสียดสีต่าง ๆ เพื่อบริการประชาชนอย่างเต็มที่   ส่วน ส.ต.ท.ยุทธนา เผยว่า พวกตนไม่ได้โต้เถียงสาวเจ้าของรถแต่อย่างใด อีกทั้งตนยังเรียกสาวเจ้าของรถว่าแม่ เพราะเห็นว่าอายุมากพอสมควร ตนมีความรู้สึกเสียใจที่โดนต่อว่า แต่ก็พยายามอดทนทำงานในหน้าที่ให้ดีที่สุด ซึ่งเรื่องนี้ได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้ว ซึ่งจนถึงบัดนี้ ยังไม่ได้มีการติดตามมาจากผู้ที่โดนออกใบสั่งแต่อย่างใด ขณะนี้ตนกำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย แต่หากว่า สาวเจ้าของรถมาขอโทษก็พร้อมที่จะให้อภัย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WoUeeraSeD4

 16,646
ข่าวภูมิภาค
17 ธ.ค. 62

คนเลี้ยงควาย เพิ่งซื้อหวยครั้งแรก ถูก 12 ล้าน - 'สอง พาราด็อกซ์' เฮงถูกรางวัลที่ 4 พ่วงเลขท้าย 555

ผลการออกสลากกินแบ่งรัฐบาลประจำวันที่ 16 ธันวาคม 2562 รางวัลที่ 1 ได้แก่ หมายเลข 529924 ซึ่งพบว่ามีคนดวงเฮง ถูกรางวัลกันหลายราย อาทิ   นางประกายรัตน์ มาลัยทิพย์ อายุ 52 ปี เจ้าของแผงขายผักตลาดศาลปู่ดำ ใน จ.พิษณุโลก โชคดีถูกรางวัลที่ 1 รับเงิน 12 ล้าน โดยบอกว่าแวะปั๊มน้ำมันเพื่อเข้าห้องน้ำ 3 ปั๊ม ก็เลยแวะซื้อหวยติดมาปั๊มละ 2 ใบ รวม 6 ใบ โดยซื้ออายุลูกชายคนเล็ก 24 เพราะใจรักเลข 2 อยู่แล้ว จำได้ว่าที่แผงมีเลขท้าย 924 ก็เลยซื้อมา 2 ใบ แต่จำไม่ได้ว่า 2 ใบที่ถูกรางวัลนั้นซื้อมาจากปั๊มไหน เมื่อรู้ว่าถูกรางวัลที่ 1 ก็ดีใจมาก   จะนำเงินไปใช้หนี้ใช้สินที่มีอยู่ และก็จะแบ่งเงินส่วนหนึ่งไว้ทำบุญ แล้วก็จะสร้างบ้านต่อให้เสร็จ ส่วนที่เหลือก็จะเก็บไว้ทำทุนต่อไป และถ้าไม่มีอะไรคลาดเคลื่อนรอให้ทุกอย่างเรียบร้อยดี ตนก็จะเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวให้ทานฟรีไม่อั้น 1 วัน ถือเป็นการทำทานอีกด้วย และหลักจากนี้ก็ยังยืนยันว่าตนและครอบครัวจะยังยึดอาชีพเดิม คือขายผักและเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวเหมือนเดิมแน่นอน   ที่ จ.บึงกาฬ นางสุเนตรา คิตเสน อายุ 61 ครูบำนาญ ถูกรางวัลที่ 1 จำนวน 2 ใบรับเงิน 12 ล้าน โดยซื้อลอตเตอรี่จากตลาดนัดในหมู่บ้านห้วยลึก เป็นเลข 924 ซึ่งเป็นเลข 3 ตัวท้ายที่เด็กมาบอกให้ซื้อ เมื่อรู้ว่าถูกรางวัลก็ดีใจมาก ส่วนเงินที่ได้มาก็จะเก็บไว้เป็นเงินทุนให้ลูกหลาน ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวร และบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว   ที่ จ.ศรีสะเกษ นายอำนวย แหวนหล่อ อายุ 51 ปี มีอาชีพเผาถ่านขายและเลี้ยงควาย ถูกรางวัลที่ 1 รางวัลละ 6 ล้านบาท รวม 12 ล้านบาท โดยบอกว่าเกิดมาไม่เคยซื้อลอตเตอรี่มาก่อน และไม่รู้ว่าจะซื้อลอตเตอรี่แบบไหน อย่างไร จึงบอกกับแม่ค้าให้หยิบมาให้เลย 2 ใบ จากนั้น ตนได้กลับมาบ้าน พอตกกลางคืนตนได้ฝันว่าได้ไปพบเห็นการฆ่าช้างหลายตัวและได้กินดีช้าง ต่อมาช่วงบ่ายก็มาทราบว่าถูกรางวัลที่ 1 จะนำเอาไปใช้หนี้สินที่มีอยู่จำนวนมาก ส่วนหนึ่งจะแบ่งไว้ให้ลูกได้เรียนหนังสือและจะแบ่งไว้ใช้จ่ายในครอบครัว และนำเอาไปทำบุญด้วย   ขณะที่คนบันเทิงที่ถูกหวยบ่อยคนอิจฉานั่นคือ สอง พาราด็อกซ์ ที่ได้โพสต์ภาพถูกหวย รางวัลเลขท้าย 3 ตัว หมายเลข 555 ถึง 6 ใบ ที่สำคัญยังถูกรางวัลที่ 4 ถึง 2 ใบด้วย โดยเจ้าตัวโพสต์ไอจีระบุว่า “ปีที่แล้วรางวัลที่ 5 ปีนี้รางวัลที่ 4 ใกล้จะรางวัลที่1ละ” ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/BsVK8YOT2Ak

 27,109
หวย
17 ธ.ค. 62

คนเลี้ยงควาย เพิ่งซื้อหวยครั้งแรก ถูก 12 ล้าน - 'สอง พาราด็อกซ์' เฮงถูกรางวัลที่ 4 พ่วงเลขท้าย 555

ผลการออกสลากกินแบ่งรัฐบาลประจำวันที่ 16 ธันวาคม 2562 รางวัลที่ 1 ได้แก่ หมายเลข 529924 ซึ่งพบว่ามีคนดวงเฮง ถูกรางวัลกันหลายราย อาทิ   นางประกายรัตน์ มาลัยทิพย์ อายุ 52 ปี เจ้าของแผงขายผักตลาดศาลปู่ดำ ใน จ.พิษณุโลก โชคดีถูกรางวัลที่ 1 รับเงิน 12 ล้าน โดยบอกว่าแวะปั๊มน้ำมันเพื่อเข้าห้องน้ำ 3 ปั๊ม ก็เลยแวะซื้อหวยติดมาปั๊มละ 2 ใบ รวม 6 ใบ โดยซื้ออายุลูกชายคนเล็ก 24 เพราะใจรักเลข 2 อยู่แล้ว จำได้ว่าที่แผงมีเลขท้าย 924 ก็เลยซื้อมา 2 ใบ แต่จำไม่ได้ว่า 2 ใบที่ถูกรางวัลนั้นซื้อมาจากปั๊มไหน เมื่อรู้ว่าถูกรางวัลที่ 1 ก็ดีใจมาก   จะนำเงินไปใช้หนี้ใช้สินที่มีอยู่ และก็จะแบ่งเงินส่วนหนึ่งไว้ทำบุญ แล้วก็จะสร้างบ้านต่อให้เสร็จ ส่วนที่เหลือก็จะเก็บไว้ทำทุนต่อไป และถ้าไม่มีอะไรคลาดเคลื่อนรอให้ทุกอย่างเรียบร้อยดี ตนก็จะเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวให้ทานฟรีไม่อั้น 1 วัน ถือเป็นการทำทานอีกด้วย และหลักจากนี้ก็ยังยืนยันว่าตนและครอบครัวจะยังยึดอาชีพเดิม คือขายผักและเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวเหมือนเดิมแน่นอน   ที่ จ.บึงกาฬ นางสุเนตรา คิตเสน อายุ 61 ครูบำนาญ ถูกรางวัลที่ 1 จำนวน 2 ใบรับเงิน 12 ล้าน โดยซื้อลอตเตอรี่จากตลาดนัดในหมู่บ้านห้วยลึก เป็นเลข 924 ซึ่งเป็นเลข 3 ตัวท้ายที่เด็กมาบอกให้ซื้อ เมื่อรู้ว่าถูกรางวัลก็ดีใจมาก ส่วนเงินที่ได้มาก็จะเก็บไว้เป็นเงินทุนให้ลูกหลาน ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวร และบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว   ที่ จ.ศรีสะเกษ นายอำนวย แหวนหล่อ อายุ 51 ปี มีอาชีพเผาถ่านขายและเลี้ยงควาย ถูกรางวัลที่ 1 รางวัลละ 6 ล้านบาท รวม 12 ล้านบาท โดยบอกว่าเกิดมาไม่เคยซื้อลอตเตอรี่มาก่อน และไม่รู้ว่าจะซื้อลอตเตอรี่แบบไหน อย่างไร จึงบอกกับแม่ค้าให้หยิบมาให้เลย 2 ใบ จากนั้น ตนได้กลับมาบ้าน พอตกกลางคืนตนได้ฝันว่าได้ไปพบเห็นการฆ่าช้างหลายตัวและได้กินดีช้าง ต่อมาช่วงบ่ายก็มาทราบว่าถูกรางวัลที่ 1 จะนำเอาไปใช้หนี้สินที่มีอยู่จำนวนมาก ส่วนหนึ่งจะแบ่งไว้ให้ลูกได้เรียนหนังสือและจะแบ่งไว้ใช้จ่ายในครอบครัว และนำเอาไปทำบุญด้วย   ขณะที่คนบันเทิงที่ถูกหวยบ่อยคนอิจฉานั่นคือ สอง พาราด็อกซ์ ที่ได้โพสต์ภาพถูกหวย รางวัลเลขท้าย 3 ตัว หมายเลข 555 ถึง 6 ใบ ที่สำคัญยังถูกรางวัลที่ 4 ถึง 2 ใบด้วย โดยเจ้าตัวโพสต์ไอจีระบุว่า “ปีที่แล้วรางวัลที่ 5 ปีนี้รางวัลที่ 4 ใกล้จะรางวัลที่1ละ” ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/BsVK8YOT2Ak

 27,109
ข่าวภูมิภาค
19 พ.ย. 62

พ่อลั่นไม่ยอมความ ลูกสาวนักฟุตบอล ร.ร. ถูกครูตีสะโพกแตก ลงโทษหลังหนีไปกินข้าว

ศรีสะเกษ-ผู้ปกครองเข้าร้องเรียน ลูกสาวอายุ 16 ปี นักเรียนโรงเรียนมีชื่อแห่งหนึ่ง อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ ถูกครูและเป็นโค้ชฟุตบอลหญิงของโรงเรียน ใช้ไม้เรียวขนาดค่อนใหญ่มาก ตีที่สะโพกของลูกสาวอย่างแรง ประมาณ 10 ครั้ง  ทำให้มีรอยบวมช้ำเป็นแผลแตกหลายแผล ต่อมาผู้ปกครองได้พาลูกสาวเข้าแจ้งความกับตำรวจภูธรเมืองศรีสะเกษ เพื่อให้ดำเนินคดีกับโค้ชฟุตบอลแล้ว   โดยลูกสาวเล่าว่า ขณะที่กำลังซ้อมฟุตบอลอยู่นั้น ครูได้เรียกให้ไปพบ และสอบถามว่า ออกไปข้างนอกโรงเรียนมาใช่ไหม ลูกสาวตอบว่า ใช่ค่ะ ครูจึงบอกว่า เมื่อทำผิดกฎต้องถูกลงโทษ โดยการใช้ไม้ไผ่ที่ทำเป็นไม้เรียวขนาดใหญ่ ตีที่สะโพก 10 ครั้ง จนเป็นแผลแตก   แต่ลูกสาวไม่ยอมเล่าเรื่องให้พ่อและแม่ฟัง เนื่องจากเกรงว่าอาจจะถูกกลั่นแกล้งจากครู เพราะเป็นโค้ชฟุตบอลหญิงของโรงเรียน แต่ตนเห็นว่า เป็นการลงโทษนักเรียนเกินกว่าเหตุ จึงพาไปจ้งความ เพื่อเอาผิดครู ที่ทำโทษนักเรียนอย่างรุนแรงแบบนี้ ยืนยันไม่ยอมความอย่างเด็ดขาด จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง   ด้านตำรวจระบุ ได้ส่งตัวผู้เสียหายไปให้แพทย์โรงพยาบาลศรีสะเกษ ตรวจบาดแผลแล้ว ส่วนครูที่ถูกกล่าวหา ตอนนี้ไม่อยู่ในพื้นที่ เนื่องจากไปคัดตัวแทนฟุตบอลเยาวชนหญิงที่จังหวัดนครพนม และจะกลับมาในวันที่ 29 พ.ย.นี้ เบื้องต้น ตำรวจจะออกหมายเรียก มาทำการสอบสวนข้อเท็จจริง ก่อนพิจารณาตั้งข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นทำให้ได้รับบาดเจ็บ   ต่อมานักเรียนผู้เสียหาย ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า ตนเคยติดทีมฟุตบอลเยาวชนหญิงทีมชาติไทย ตั้งแต่เรียนอยู่ชั้น ม.2 จนถึง ม.5 และหลุดจากทีมชาติ ต่อมาโค้ชได้มาคุมทีมฟุตบอลหญิงของโรงเรียน   ก่อนถึงวันเกิดเหตุ ตนกับเพื่อนหิวข้าวจึงแอบออกไปกินข้าวนอกโรงเรียน ต่อมาวันเกิดเหตุ ตนกำลังซ้อมฟุตบอลอยู่กับเพื่อน ๆ โค้ชให้ตนออกไปยืนรอข้างสนามฟุตบอล จากนั้นให้รุ่นน้องไปเอาไม้เรียวขนาดใหญ่มา ซึ่งตนยอมรับกับโค้ชว่า แอบหนีออกไปนอกโรงเรียนจริงเพื่อไปกินข้าว โค้ชบอกว่า ผิดต้องทำโทษและตีที่สะโพกตนอย่างแรง 10 ครั้งต่อหน้าเพื่อน ๆ นักเรียนหลายคนที่กำลังซ้อมกีฬากันอยู่   ตอนนั้นเจ็บปวดมาก แต่ไม่กล้าบอกพ่อแม่ ได้แต่ให้เพื่อนทายารักษาแผล ตนยอมรับว่า ทำผิดกฏของโรงเรียนจริงแต่ไม่คิดว่าจะถูกทำโทษอย่างรุนแรงขนาดนี้  ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/Wp6dQoRKDV0

 6,095
สังคม
19 พ.ย. 62

พ่อลั่นไม่ยอมความ ลูกสาวนักฟุตบอล ร.ร. ถูกครูตีสะโพกแตก ลงโทษหลังหนีไปกินข้าว

ศรีสะเกษ-ผู้ปกครองเข้าร้องเรียน ลูกสาวอายุ 16 ปี นักเรียนโรงเรียนมีชื่อแห่งหนึ่ง อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ ถูกครูและเป็นโค้ชฟุตบอลหญิงของโรงเรียน ใช้ไม้เรียวขนาดค่อนใหญ่มาก ตีที่สะโพกของลูกสาวอย่างแรง ประมาณ 10 ครั้ง  ทำให้มีรอยบวมช้ำเป็นแผลแตกหลายแผล ต่อมาผู้ปกครองได้พาลูกสาวเข้าแจ้งความกับตำรวจภูธรเมืองศรีสะเกษ เพื่อให้ดำเนินคดีกับโค้ชฟุตบอลแล้ว   โดยลูกสาวเล่าว่า ขณะที่กำลังซ้อมฟุตบอลอยู่นั้น ครูได้เรียกให้ไปพบ และสอบถามว่า ออกไปข้างนอกโรงเรียนมาใช่ไหม ลูกสาวตอบว่า ใช่ค่ะ ครูจึงบอกว่า เมื่อทำผิดกฎต้องถูกลงโทษ โดยการใช้ไม้ไผ่ที่ทำเป็นไม้เรียวขนาดใหญ่ ตีที่สะโพก 10 ครั้ง จนเป็นแผลแตก   แต่ลูกสาวไม่ยอมเล่าเรื่องให้พ่อและแม่ฟัง เนื่องจากเกรงว่าอาจจะถูกกลั่นแกล้งจากครู เพราะเป็นโค้ชฟุตบอลหญิงของโรงเรียน แต่ตนเห็นว่า เป็นการลงโทษนักเรียนเกินกว่าเหตุ จึงพาไปจ้งความ เพื่อเอาผิดครู ที่ทำโทษนักเรียนอย่างรุนแรงแบบนี้ ยืนยันไม่ยอมความอย่างเด็ดขาด จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง   ด้านตำรวจระบุ ได้ส่งตัวผู้เสียหายไปให้แพทย์โรงพยาบาลศรีสะเกษ ตรวจบาดแผลแล้ว ส่วนครูที่ถูกกล่าวหา ตอนนี้ไม่อยู่ในพื้นที่ เนื่องจากไปคัดตัวแทนฟุตบอลเยาวชนหญิงที่จังหวัดนครพนม และจะกลับมาในวันที่ 29 พ.ย.นี้ เบื้องต้น ตำรวจจะออกหมายเรียก มาทำการสอบสวนข้อเท็จจริง ก่อนพิจารณาตั้งข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นทำให้ได้รับบาดเจ็บ   ต่อมานักเรียนผู้เสียหาย ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า ตนเคยติดทีมฟุตบอลเยาวชนหญิงทีมชาติไทย ตั้งแต่เรียนอยู่ชั้น ม.2 จนถึง ม.5 และหลุดจากทีมชาติ ต่อมาโค้ชได้มาคุมทีมฟุตบอลหญิงของโรงเรียน   ก่อนถึงวันเกิดเหตุ ตนกับเพื่อนหิวข้าวจึงแอบออกไปกินข้าวนอกโรงเรียน ต่อมาวันเกิดเหตุ ตนกำลังซ้อมฟุตบอลอยู่กับเพื่อน ๆ โค้ชให้ตนออกไปยืนรอข้างสนามฟุตบอล จากนั้นให้รุ่นน้องไปเอาไม้เรียวขนาดใหญ่มา ซึ่งตนยอมรับกับโค้ชว่า แอบหนีออกไปนอกโรงเรียนจริงเพื่อไปกินข้าว โค้ชบอกว่า ผิดต้องทำโทษและตีที่สะโพกตนอย่างแรง 10 ครั้งต่อหน้าเพื่อน ๆ นักเรียนหลายคนที่กำลังซ้อมกีฬากันอยู่   ตอนนั้นเจ็บปวดมาก แต่ไม่กล้าบอกพ่อแม่ ได้แต่ให้เพื่อนทายารักษาแผล ตนยอมรับว่า ทำผิดกฏของโรงเรียนจริงแต่ไม่คิดว่าจะถูกทำโทษอย่างรุนแรงขนาดนี้  ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/Wp6dQoRKDV0

 6,095

Top