ค้นหา :

ผลการค้นหา "สรยุทธ"

สังคม
22 ม.ค. 63

ความในใจ 'สรยุทธ' ถูกตัดสินจำคุก 6 ปี 24 เดือน คดีโฆษณาเกินเวลา อสมท. ทีมงานเรื่องเล่าเช้านี้-แฟนข่าวให้กำลังใจ

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี นัดอ่านคำพิพากษาฎีกา คดีบริษัท ไร่ส้มฯ เบี้ยวแจ้งการชำระค่าโฆษณาส่วนเกิน บมจ.อสมท. กว่า 138 ล้านบาท ของรายการคุยคุ้ยข่าว ระหว่างปี 2548- 2549 ที่ บจก.ไร่ส้ม และนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา อดีตพิธีกรรายการเล่าข่าวชื่อดัง       ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 2 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นางพิชชาภา หรือนางชนาภา บุญโต  อดีตพนักงาน บมจ.อสมท. มีหน้าที่จัดทำคิวโฆษณา , บจก.ไร่ส้ม , นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา กก.ผจก.บจก.ไร่ส้ม และอดีตพิธีกรรายการเล่าข่าวชื่อดัง , น.ส.มณฑา ธีระเดช  พนักงาน บจก.ไร่ส้ม เป็นจำเลยที่ 1- 4 คดีหมายเลขดำ อ.313/2558 เมื่อวันที่ 30 ม.ค.58       คดีนี้ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้จำคุกนางพิชชาภา อดีตพนักงาน บมจ.อสมท.จำเลยที่ 1 ฐานเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับหรือยอมรับทรัพย์สินฯ เป็นเวลา 20 ปี, ปรับ บจก.ไร่ส้ม จำเลยที่ 2 จำนวน 80,000 บาท, ส่วนนายสรยุทธ และ น.ส.มณฑา จำเลยที่ 3-4 ให้จำคุกคนละ 13 ปี 4 เดือน โดยไม่รอลงอาญา       ในความผิดฐานเป็นพนักงานเรียกรับทรัพย์สินฯ, เป็นพนักงานฯ ใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่องค์กร, เป็นพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ และสนับสนุนพนักงานกระทำความผิดดังกล่าวตาม พ.ร.บ.ว่า ด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ       จากกรณี เมื่อวันที่ 4 ก.พ.2548 - 28 เม.ย.2549 ต่อเนื่องกันนางพิชชาภา ซึ่งเป็นพนักงานจัดทำคิวโฆษณาของ บมจ.อสมท ได้จัดทำคิวโฆษณารวม ในรายการ คุย คุ้ยข่าว โดยใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต ไม่รายงานการโฆษณาเกินเวลาเพื่อเรียกเก็บค่าโฆษณาเกินเวลา จาก บจก.ไร่ส้ม จำนวน 17 ครั้ง ทำให้ บมจ.อสมท. เสียหายกว่า 138 ล้านบาท       ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อจำเลยทั้ง 4 เดินทางมาถึงได้เดินเข้าไปภายในบริเวณศาลฎีกาทันที เพื่อรับฟังคำพิจารณาคดี  ขณะที่นายสรยุทธ มีสีหน้าเรียบเฉยไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใด ๆ กับสื่อมวลชน ซึ่งศาลได้ตรวจสำนวนประชุมแล้วเห็นว่า ที่จำเลยฎีกาฟังขึ้นบางส่วน เนื่องจากโจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องให้ชัดเจนในบางประเด็น       โดยในศาลฎีกาใช้เวลา 45 นาที เห็นควรพิพากษาแก้ให้ลงโทษจำคุกนางพิชชาภา จำเลยที่ 1 รวม 6 กระทง กระทงละ 3 ปี เป็น 18 ปี ,ปรับ บริษัทไร่ส้ม จำเลยที่ 2 จำนวน 1 แสน 8 พันบาท และจำคุกนายสรยุทธ และนางสาวมณฑา 12 ปี       แต่เนื่องจากคำให้การเป็นประโยชน์ จึงลดโทษให้ 1 ใน 3 เหลือจำคุกนางพิชชาภา จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 12 ปี , ปรับบริษัทไร่ส้ม จำเลยที่ 2 จำนวน 7 หมื่น 2 พันบาท และจำคุก นายสรยุทธ และนางสาวมณฑา จำเลยที่ 3-4 คนละ 6 ปี 24 เดือน ฐานเป็นผู้สนับสนุนให้จำเลยที่ 1 กระทำความผิด โดยไม่รอลงอาญา ก่อนจะส่งตัวนายสรยุทธและจำเลยในคดีไปที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร       ทั้งนี้มีบรรยากาศคนใกล้ชิดและผู้ประกาศข่าวรายการเรื่องเล่าเช้านี้ คนในแวดวงข่าวและบันเทิง เดินทางไปร่วมฟังศาลฎีกาอ่านคำพิพากษา อาทิ ประวิทย์ มาลีนนท์ อดีตผู้บริหารช่อง 3, ไก่ ภาษิต, ไบรท์ พิชญทัฬห์, หนุ่ยเอกราช, นิปปอน นวนันท์, เซน เมจกา, โก๊ะตี๋ อารามบอย ,ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์, กอบสุข จารุจินดา, แดง ธัญญา ผู้จัดละคร เป็นต้น       ด้านไบรท์ พิชญทัฬห์ ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง เผยกับผู้สื่อข่าวทั้งน้ำตาว่า “ที่ผ่านมาได้ให้กำลังใจกันมาตลอด ส่วนพี่ยุทธก็พยายามต่อสู้เพื่อพิสูจน์ว่าไม่มีพฤติกรรมเบียดบังเวลาของ อสมท. ข้อเท็จจริงทั้งสองฝ่ายต่างก็มีเวลาเกิน มีการส่งคิวโฆษณาเกินอย่างเปิดเผยไม่ได้ปกปิด เป็นไปไม่ได้ที่ผู้บริหาร อสมท.จะไม่ทราบ ส่วนการสั่งจ่ายเช็คของธนาคารธนชาต สาขาพระราม 4 รวม 6 ครั้ง นั้น เป็นการจ่ายค่าช่วยประสานงานด้านการตลาด       ที่ผ่านมาพี่ยุทธรู้สึกเจ็บปวดที่ถูกกล่าวหาว่าเบียดบังเวลาการโฆษณาของ อสมท. ตนในฐานะเป็นเพื่อนร่วมงาน คนใกล้ชิด ต่างรู้สึกเห็นใจเสียใจและเสียดาย เพราะพี่ยุทธเป็นพี่ที่ตั้งใจทำงาน ซื่อสัตย์ต่ออาชีพตนเองและคนดู พี่ยุทธสอนเรามาตลอดว่าต้องเคารพและรับผิดชอบต่อคนดู ซึ่งพี่ยุทธรักงานข่าวและอาชีพของเขามาก ประโยคที่ได้ยินพูดบ่อย ๆ ว่า “น้องรู้ไหมบางทีพี่ไม่อยากเปิดทีวีเลยเพราะพี่ไม่อยากเห็นรายการที่ตัวเองเคยทำ” ในเมื่อเราต่อสู้เต็มที่ศาลตัดสินแล้วก็ต้องอยู่ในกฎกติกา พี่ยุทธยืนยันมาตลอดไม่คิดที่จะหนี ซึ่งก็ทำอย่างที่พูดไว้       ด้านโก๊ะตี๋ อารามบอย กล่าวว่า “พี่ยุทธมีกำลังใจดี ตนเองเคยถามว่า ทำไมทำงานทุกวัน หลายคนอาจคิดว่าทำเพราะอยากได้เงิน แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ เพราะพี่ยุทธเคยพูดว่า วันที่ไม่ได้ทำงานคือวันที่เสียใจที่สุด และความสุขของพี่ยุทธคือการได้ทำงานข่าว และได้เล่าข่าวให้ทุกคนได้ฟัง ย้ำว่าเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและต่อสู้เท่าที่จะสู้ได้อย่างเต็มที่และน้อมรับในคำตัดสิน โดยพี่ยุทธได้ฝากไว้ว่า ตนเองแค่ติดคุกไม่ได้ตาย เดี๋ยวก็กลับออกมา พร้อมทั้งขอบคุณทุกคนที่เป็นกำลังใจให้และชีวิตยังต้องเดินต่อไป”       อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้ามีคำตัดสิน สรยุทธได้เผยความในใจว่า “ผมยอมรับคำพิพากษา โดยไม่เคยคิดว่าจะหลบหนี เพราะนั่นจะเท่ากับผมไม่เคารพกระบวนการของกฎหมายบ้านเมืองที่ผมเกิดและเติบโตมา แน่นอนว่าผมย่อมกลัวการติดคุกติดตาราง แต่ชีวิตผมไม่ได้เกิดมาบนกองเงินกองทอง ไม่ได้สุขสบาย ไม่เคยลำบากตรากตรำ จนจะไปใช้ชีวิตในเรือนจำไม่ได้ หรืออยู่ลำบากไม่ได้”       “บางทีระหว่างที่ผมใช้ชีวิตทำงานร่วม ๓๐ ปี ถ้าพูดถึงความยากลำบากทางกาย อาจจะลำบากกว่าการใช้ชีวิตในเรือนจำ แต่สำคัญที่ร่วม ๓๐ ปี นั้นผมมีอิสรภาพ ร่วม ๓๐ ปี ผมไม่เคยได้นอนหลับเต็มอิ่ม ทำงานที่ผมรักตลอดทั้งวัน ไม่มีวันหยุด เพียงแต่ทุกวันที่ตื่นไปทำงาน ผมไม่เคยรู้สึกว่าผมไปทำงาน”     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/PxR6j9RFVmY

 13,453
สังคม
21 ม.ค. 63

แอดมินเพจ 'สรยุทธ' โพสต์เล่า "ความในใจจากพี่ยุทธ ก่อนฟังคำพิพากษา"

ศาลฎีกา พิพากษาแก้จำคุก สรยุทธ คดีโฆษณาเกินเวลา สร้างความเสียหาย อสมท. จากเดิม จำคุก 13 ปี 4 เดือน เหลือจำคุก 6 ปี 24 เดือน ไม่รอลงอาญา   (21 ม.ค. 63) โดยนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ได้เดินมาถึงศาลศาลอาญาคดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบกลาง ถนนนครไชยศรี เมื่อเวลา 08.45 น . และเดินเข้าไปภายในบริเวณศาลทันที มีสีหน้าเรียบเฉยไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใด ๆ กับสื่อมวลชน จากนั้นมีผู้ประกาศข่าว และเพื่อนร่วมงานนายสรยุทธ และผู้บริหารช่อง 3 เดินทางมาให้กำลังใจนายสรยุทธ เช่นกัน   วันนี้ ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 2 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนางพิชชาภา หรือนางชนาภา บุญโต อดีตพนักงานจัดทำคิวโฆษณาของ บมจ.อสมท จำเลยที่ 1 , บจก.ไร่ส้ม จำเลยที่ 2 ,นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมการผู้จัดการบริษัทไร่ส้ม จำเลยที่3 และน.ส.มณฑา ธีระเดช พนักงาน บจก.ไร่ส้ม จำเลยที่ 4 ในความผิดฐานเป็นพนักงานเรียกรับ ทรัพย์สิน ฯ , เป็นพนักงาน ฯ ใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่องค์กร , เป็นพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ฯ และสนับสนุนพนักงานกระทำความผิดดังกล่าว ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ   จากกรณี เมื่อวันที่ 4 ก.พ.48- 28 เม.ย.49 ต่อเนื่องกัน นางพิชชาภา ซึ่งเป็นพนักงานจัดทำคิวโฆษณาของ บมจ.อสมท ได้จัดทำคิวโฆษณารวม ในรายการ คุย คุ้ยข่าว โดยใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต ไม่รายงานการโฆษณาเกินเวลาเพื่อเรียกเก็บค่าโฆษณาเกินเวลา จาก บจก.ไร่ส้ม จำนวน 17 ครั้ง ทำให้ บมจ.อสมท. เสียหายกว่า 138 ล้านบาท   เมื่อถึงเวลานัดศาลได้เรียกจำเลยทั้งหมด พบว่าจำเลยทั้งหมดเดินทางมาศาล ซึ่งศาลได้ตรวจสำนวนประชุมแล้วเห็นว่า ที่จำเลยฎีกาฟังขึ้นบางส่วน เนื่องจากโจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องให้ชัดเจนในบางประเด็น โดยที่ศาลชั้นต้น และอุทธรณ์พิพากษามานั้น   ศาลฎีกาเห็นควรพิพากษาแก้ให้ลงโทษจำคุกนางพิชชาภา จำเลยที่ 1รวม 6 กระทง กระทงละ 3 ปี เป็น 18 ปี ,ปรับ บริษัทไร่ส้ม จำเลยที่ 2 จำนวน 1 แสน 8 พันบาท และจำคุกนายสรยุทธ และนางสาวมณฑา 12 ปี   แต่เนื่องจากคำให้การเป็นประโยชน์จึงลดโทษให้ 1 ใน 3 เหลือจำคุก นางพิชชาภา จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 12 ปี , ปรับบริษัทไร่ส้ม จำเลยที่ 2 จำนวน 7 หมื่น 2 พันบาท และจำคุก นายสรยุทธ และนางสาวมณฑา จำเลยที่ 3-4 คนละ 6 ปี 24 เดือน ฐานเป็นผู้สนับสนุนให้จำเลยที่ 1 กระทำความผิด   ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า ไม่เคยกระทำความผิดมาก่อน และนายสรยุทธ จำเลยที่ 3 เคยทำคุณงามความดี ขอให้ลงโทษสถานเบาหรือรอการลงโทษ ศาลเห็นว่านายสรยุทธ เป็นสืาอมวลชนอาวุโส เป็นที่นับหน้าถือตาของบุคคลทั่วไปแน่กลับอาศัยโอกาสช่องว่างทางกฎหมายเอื้อประโยชน์แก่ตนกระทำความผิดเสียเอง จึงไม่เพียงพอให้รับฟังเพื่อลงโทษสถานเบาหรือรอลงอาญา   ทั่งนี้ที่ผ่านมา จำเลยทั้งหมด ให้การปฏิเสธต่อสู้คดี ซึ่งคดีนี้ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้จำคุก นางพิชชาภาอดีตพนักงาน บมจ.อสมท จำเลยที่ 1 ฐานเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับหรือยอมรับทรัพย์สินฯ เป็นเวลา 20 ปี ,ปรับ บจก.ไร่ส้ม จำเลยที่ 2 จำนวน 80,000 บาท ,ส่วนนายสรยุทธ และน.ส.มณฑา จำเลยที่ 3-4 ให้จำคุกคนละ 13 ปี 4 เดือน โดยไม่รอลงอาญา   ขณะที่บรรยากาศภายในห้องพิจารณาทันทีที่ศาลอ่านคำพิพากษากว่า 45 นาที เสร็จสิ้นลง เพื่อนร่วมงานได้เข้าไปกอดและให้กำลังใจนายสรยุทธ ทั้งนี้ สำหรับนายสรยุทธ และจำเลยร่วมในคดีจะถูกส่งตัวไปที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพในวันนี           ล่าสุด เฟชบุ๊ก สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว ได้โพสต์ข้อความระบุว่า    ความในใจจากพี่ยุทธ ก่อนฟังคำพิพากษา   โพสต์โดยแอดมิน ###############   ไม่ว่าผลคำพิพากษาวันนี้จะออกมาอย่างไร ผมยอมรับ เตรียมตัวเตรียมใจกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับชีวิตผมจากนี้ไปเอาไว้แล้ว   ๒ ศาลพิพากษาว่าผมผิด พิพากษาจำคุกผม ๑๓ ปี ๔ เดือน ผมรู้ว่ามันคงยากที่จะหวังให้ศาลฎีกาพิพากษากลับให้ผมได้รับอิสรภาพ   ผมได้ต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรมมาอย่างครบถ้วนแล้ว ผลออกมาอย่างไร ผมก็ต้องยอมรับ   ผมได้พยายามแสดงให้เห็นว่า ไร่ส้มโฆษณาเกิน ในขณะที่ อสมท.โฆษณาเกินมากยิ่งกว่า โดยไร่ส้มไม่เคยไปเบียดบังเวลาโฆษณาของ อสมท. แต่เมื่อเห็นว่าสถานีเป็นเจ้าของเวลา จะทำอะไรก็ได้ ผมก็ยอมรับ   กระบวนการโฆษณา ไม่เคยมีการปกปิด และถึงจะต้องการปกปิด ก็ปกปิดไม่ได้โดยเจ้าหน้าที่ธุรการเพียงคนเดียว โดยมีกระบวนการที่เปิดเผยเกิดขึ้นต่อเนื่องเรื่อยมาเกินกว่า ๕๐๐ ครั้ง เจ้าหน้าที่คนนี้ได้รายงานต่อผู้บังคับบัญชาแล้วผ่านใบคิวโฆษณาทุกวัน แต่เมื่อเห็นว่าโฆษณาเกินปกปิดได้ ผมก็ต้องยอมรับ   การจ่ายเช็คทั้ง ๖ ฉบับ มีที่มาที่ไปว่าเป็นการจ่ายค่าจ้างเพื่อให้ทำงานเกี่ยวกับการขายโฆษณา มีการหักภาษี ณ ที่จ่ายอย่างครบถ้วน ยอดเงินเป็นเศษสตางค์ และตัวเลขไม่ได้มีความสัมพันธ์กับโฆษณาเกินเลย แต่เมื่อเชื่อว่าเป็นการจ่ายสินบน ผมก็ต้องยอมรับ   เงินค่าโฆษณาเกิน ๑๓๘ ล้าน ผมได้ชำระให้ อสมท.ไปครบถ้วนแล้วตั้งแต่ยังไม่เกิดคดีความ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่า ผมไม่ทำให้ อสมท.เสียหาย แต่เมื่อมันชดใช้สิ่งที่เห็นว่าผิดไปแล้วไม่ได้ ผมก็ยอมรับ   ผมยอมรับคำพิพากษา โดยไม่เคยคิดว่าจะหลบหนี เพราะนั่นจะเท่ากับผมไม่เคารพกระบวนการของกฎหมายบ้านเมืองที่ผมเกิดและเติบโตมา   แน่นอนว่าผมย่อมกลัวการติดคุกติดตาราง แต่ชีวิตผมไม่ได้เกิดมาบนกองเงินกองทอง ไม่ได้สุขสบาย ไม่เคยลำบากตรากตรำ จนจะไปใช้ชีวิตในเรือนจำไม่ได้ หรืออยู่ลำบากไม่ได้   บางทีระหว่างที่ผมใช้ชีวิตทำงานมาร่วม ๓๐ ปี ถ้าพูดถึงความยากลำบากทางกาย อาจจะลำบากกว่าการใช้ชีวิตในเรือนจำ แต่สำคัญที่ร่วม ๓๐ ปีนั้นผมมีอิสรภาพ   ร่วม ๓๐ ปี ผมไม่เคยได้นอนหลับเต็มอิ่ม ทำงานที่ผมรักตลอดทั้งวัน ไม่มีวันหยุด เพียงแต่ทุกวันที่ตื่นไปทำงาน ผมไม่เคยรู้สึกว่าผมไปทำงาน ผมแค่ตื่นออกไปใช้ชีวิตของผม แม้จะยากลำบากทางกาย แต่ผมก็สุขใจในแบบของผมเสมอมา   กุมภาพันธ์ ปี ๒๕๕๙ ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาผม และผมต้องหยุดทำงานที่ผมเคยทำมาทุกวัน ทั้งที่ศาลยังไม่ได้มีคำพิพากษาถึงที่สุด ใครไม่เป็นผมคงไม่รู้ว่ามันทุกข์ทรมานขนาดไหนกับการต้องตื่นขึ้นมาทุกวันแล้วไม่ได้ออกไปใช้ชีวิตของผมอย่างที่เคย   ช่วงนั้น ผมไม่กล้าแม้กระทั่งเปิดโทรทัศน์ อย่าว่าแต่รายการที่ตัวเองเคยทำ เพราะถ้าต้องเห็นสิ่งที่ผมรักและเคยทำมาตลอด มันจะหยุดน้ำตาของตัวเองไม่ได้ ผมทำได้อย่างเดียวคือ พยายามลืมชีวิตที่เคยเป็นมา   สำหรับผม การต้องหยุดทำงาน เหตุเพราะคำพิพากษาของสังคม คือความทุกข์ทรมานที่สุดครั้งหนึ่งของชีวิต เพราะคือการห้ามผมใช้ชีวิต ไม่ใช่แค่การห้ามผมทำอาชีพของผม อิสรภาพในการใช้ชีวิตของผมหมดไปตั้งแต่เมื่อ ๔ ปีก่อนแล้ว   ผมติดคุกสังคมมา ๔ ปีแล้ว ตลอด ๔ ปีของการต่อสู้คดีก็ไม่เคยมีความสุขเลยแม้แต่วันเดียว ความรู้สึกเสมือนยิ่งสู้ยิ่งแพ้ แต่ก็ต้องสู้   วันนี้ผมคงติดคุกตามคำพิพากษาของศาลสูงสุด ความยากลำบากเดียวคือ ทำใจ ซึ่งผมยังไม่รู้ว่าจะทำได้ขนาดไหน จะต้องใช้เวลาเท่าไหร่ ที่จะทำความคุ้นเคยกับมัน แต่ที่สุดผมก็ต้องยอมรับให้ได้   ชีวิตต้องดำเนินต่อไป อย่างน้อยวันนี้ชีวิตผมก็จะได้เริ่มต้นใหม่เสียที แม้จะต้องเริ่มต้นจากติดลบ อยู่ในคุกตะราง จุดต่ำสุดของชีวิต แต่ก็ได้เริ่มต้น ซึ่งมันจะมีวันหนึ่งในที่สุดที่จะได้นับหนึ่งใหม่   ขอบคุณทุกคนที่เจอกันก็เข้ามาจับมือให้กำลังใจ ไม่ได้เจอกันก็ส่งกำลังใจมาให้   จนกว่าจะมีโอกาสพบกันใหม่ครับ   สรยุทธ สุทัศนะจินดา ๒๑ มกราคม ๒๕๖๓      

 10,086
สังคม
21 ม.ค. 63

ศาลฎีกาแก้โทษจำคุก 'สรยุทธ' เหลือ 6 ปี 24 เดือน คดีโฆษณาเกินเวลา อสมท.

ศาลฎีกาพิพากษาแก้จำคุก สรยุทธ คดีโฆษณาเกินเวลา สร้างความเสียหาย อสมท. จากเดิมจำคุก 13 ปี 4 เดือน เหลือจำคุก 6 ปี 24 เดือน ไม่รอลงอาญา   วันที่ 21 ม.ค.2563 เวลา 08.45 น. นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ได้เดินทางมาถึงศาลอาญาคดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบกลาง ถนนนครไชยศรี และเข้าไปภายในบริเวณศาลทันที โดยมีผู้ประกาศข่าว เพื่อนร่วมงาน และผู้บริหารช่อง 3 เดินทางมาให้กำลังใจ   โดยวันนี้ ศาลฎีกานัดอ่านคำพิพากษาในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 2 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นางพิชชาภา หรือนางชนาภา บุญโต อดีตพนักงานจัดทำคิวโฆษณาของ บมจ.อสมท. จำเลยที่ 1, บจก.ไร่ส้ม จำเลยที่ 2, นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมการผู้จัดการบริษัทไร่ส้ม จำเลยที่ 3 และ น.ส.มณฑา ธีระเดช พนักงาน บจก.ไร่ส้ม จำเลยที่ 4 ในความผิดฐานเป็นพนักงานเรียกรับ ทรัพย์สินฯ, เป็นพนักงานใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่องค์กร, เป็นพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ และสนับสนุนพนักงานกระทำความผิดดังกล่าว ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ   จากกรณีเมื่อวันที่ 4 ก.พ.48 - 28 เม.ย.49 ต่อเนื่องกัน นางพิชชาภา ซึ่งเป็นพนักงานจัดทำคิวโฆษณาของ บมจ.อสมท. ได้จัดทำคิวโฆษณารวม ในรายการ คุยคุ้ยข่าว โดยใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต ไม่รายงานการโฆษณาเกินเวลา เพื่อเรียกเก็บค่าโฆษณาเกินเวลา จาก บจก.ไร่ส้ม จำนวน 17 ครั้ง ทำให้ บมจ.อสมท. เสียหายกว่า 138 ล้านบาท   เมื่อถึงเวลานัด ศาลได้เรียกจำเลยทั้งหมด พบว่าจำเลยทั้งหมดเดินทางมาศาล ซึ่งศาลได้ตรวจสำนวนประชุมแล้วเห็นว่าที่จำเลยฎีกาฟังขึ้นบางส่วน เนื่องจากโจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องให้ชัดเจนในบางประเด็น โดยที่ศาลชั้นต้น และอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นควรพิพากษาแก้ให้ลงโทษจำคุกนางพิชชาภา จำเลยที่ 1 รวม 6 กระทง กระทงละ 3 ปี เป็น 18 ปี, ปรับบริษัทไร่ส้ม จำเลยที่ 2 จำนวน 1 แสน 8 พันบาท และจำคุกนายสรยุทธ และนางสาวมณฑา 12 ปี   แต่เนื่องจากคำให้การเป็นประโยชน์จึงลดโทษให้ 1 ใน 3 เหลือจำคุกนางพิชชาภา จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 12 ปี, ปรับบริษัทไร่ส้ม จำเลยที่ 2 จำนวน 7 หมื่น 2 พันบาท และจำคุกนายสรยุทธ และนางสาวมณฑา จำเลยที่ 3-4 คนละ 6 ปี 24 เดือน ฐานเป็นผู้สนับสนุนให้จำเลยที่ 1 กระทำความผิด   ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า ไม่เคยกระทำความผิดมาก่อน และนายสรยุทธ จำเลยที่ 3 เคยทำคุณงามความดี ขอให้ลงโทษสถานเบาหรือรอการลงโทษ ศาลเห็นว่านายสรยุทธ เป็นสื่อมวลชนอาวุโส เป็นที่นับหน้าถือตาของบุคคลทั่วไปแต่กลับอาศัยโอกาสช่องว่างทางกฎหมาย เอื้อประโยชน์แก่ตนกระทำความผิดเสียเอง จึงไม่เพียงพอให้รับฟังเพื่อลงโทษสถานเบาหรือรอลงอาญา   ทั้งนี้ ที่ผ่านมาจำเลยทั้งหมด ให้การปฏิเสธต่อสู้คดี ซึ่งคดีนี้ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้จำคุกนางพิชชาภา อดีตพนักงาน บมจ.อสมท. จำเลยที่ 1 ฐานเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับหรือยอมรับทรัพย์สินฯ เป็นเวลา 20 ปี, ปรับ บจก.ไร่ส้ม จำเลยที่ 2 จำนวน 80,000 บาท, ส่วนนายสรยุทธ และ น.ส.มณฑา จำเลยที่ 3-4 ให้จำคุกคนละ 13 ปี 4 เดือน โดยไม่รอลงอาญา   ขณะที่บรรยากาศภายในห้องพิจารณา ทันทีที่ศาลอ่านคำพิพากษากว่า 45 นาที เสร็จสิ้นลง เพื่อนร่วมงานได้เข้าไปกอดและให้กำลังใจนายสรยุทธ   ภายหลัง น.ส.พิชญทัฬห์ จันทร์พุฒ หรือ ไบรท์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ที่ผ่านมาได้ให้กำลังใจกันมาตลอด นายสรยุทธ ก็พยายามต่อสู้เพื่อพิสูจน์ ว่าไม่มีพฤติกรรมเบียดบังเวลาของ อสมท. ข้อเท็จจริงทั้งสองฝ่ายต่างก็มีเวลาเกิน ที่ผ่านมานายสรยุทธ รู้สึกเจ็บปวดที่ถูกกล่าวหาว่าเบียดบัง อสมท.   ในฐานะเป็นเพื่อนร่วมงาน คนใกล้ชิด ต่างรู้สึกเสียใจ และเสียดาย เพราะนายสรยุทธ เป็นพี่ที่ตั้งใจทำงาน ซื่อสัตย์ต่ออาชีพและคนดู เขาสอนเรามาตลอดว่าต้องเคารพและรับผิดชอบต่อคนดู ซึ่งนายสรยุทธ รักงานข่าวและอาชีพของเขามาก   ทั้งนี้ สำหรับนายสรยุทธ และจำเลยร่วมในคดี จะถูกส่งตัวไปที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพในวันนี้

 12,372
สังคม-อาชญากรรม
05 ก.ย. 62

ศาลฎีกายืนยกฟ้องคดี 'ไร่ส้ม-สรยุทธ' ปลอมแปลงเอกสารสิทธิ์ ชี้เป็นการฟ้องซ้ำ

ศาลอาญานัดฟังคำสั่งศาลฎีกาคดีที่พนักงานอัยการขอให้ศาลรับฟ้องนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา และบริษัทไร่ส้มจำกัด กับพวกรวม 4 คน เป็นจำเลยร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิ์ และใช้เอกสารปลอม ทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น   จากกรณีเมื่อกลางเดือนกรกฎาคม 2549 จำเลยทั้ง 4 คนร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิ์ ร่วมกันนำเอกสารใบคิวโฆษณารายการคุยคุ้ยข่าว ระหว่างเดือนพฤษภาคม 2549 ถึงมกราคม 2559 จำนวน 139 แผ่น ไปยื่นต่อพนักงานบริษัท อสมท. จำกัด มหาชน ผู้เสียหาย เพื่อให้พนักงาน อสมท. หลงเชื่อว่าเป็นเอกสารใบคิวโฆษณาที่แท้จริง ส่งผลต่อการคิดค่าโฆษณาส่วนเกินในรายการคุยคุ้ยข่าว ที่ออกอากาศที่สถานีโทรทัศน์ช่อง 9 อสมท. ทำให้จำเลยไม่ต้องเสียค่าโฆษณาส่วนเกิน หรือเรียกค่าโฆษณาส่วนเกินน้อยกว่าความเป็นจริง ทำให้เกิดความเสียหายแก่พนักงาน อสมท. ทั้งสองคน   ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง เนื่องจากเห็นว่าเป็นการฟ้องซ้ำกับคดีเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต และเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ จากกรณีเดียวกันที่ไม่ชำระค่าโฆษณาส่วนเกิน ที่ศาลพิพากษานายสรยุทธ 13 ปี 4 เดือน และปรับ บริษัทไร่ส้ม 80,000 บาท จึงให้จำหน่ายคดีปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอมออกจากสารบบ   โดยศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่าที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย เพราะเป็นคดีที่เกี่ยวเนื่องกัน เป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท จึงเป็นการฟ้องซ้ำ ฎีกาจึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารระบบ      

 61,561
สังคม-อาชญากรรม
06 มิ.ย. 61

แขกผู้มีเกียรติ ร่วมสวดพระอภิธรรมงานศพ มารดา 'สรยุทธ' คืนที่ 2

บรรยากาศพิธีสวดพระอภิธรรม คุณแม่วิชชุดา แซ่โล้ วัย 79 ปี คุณแม่ของ คุณสรยุทธ สุทัศนะจินดา ซึ่งจากไปอย่างสงบด้วยอาการติดเชื้อในกระแสเลือด เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน   โดยบรรยากาศพิธีสวดพระอภิธรรม คืนที่ 2 ณ วัดเทพศิรินทราวาส มีคุณประวิทย์ คุณอรัญญา มาลีนนท์ , บริษัท บีอีซีเทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด มหาชน โดย คุณไบรอัน แอล มาร์ค่า , คุณหรีด รพีพรรณ ,และรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ร่วมเป็นเจ้าภาพ   และยังได้รับเกียรติ จาก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย  , ผู้บริหารช่อง 3 คุณสมรักษ์ ณรงค์วิชัย, คุณฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย, คุณเอมอร ศรีวัฒนประภา, คุณสมชัย เลิศสุทธิวงศ์, คุณนิด อรพรรณ วัชรพล, คุณกรรณิกา ชลิตอาภรณ์   ผู้จัดละคร คุณยุ - ยุวดี แห่งค่ายยูม่า, นุ้ย สุจิรา นางสาวไทยประจำปี 2544 พร้อมสามี คุณปอนด์ ชยพล , ผู้ประกาศข่าวจากช่อง 3  และศิลปินจากค่ายโซนี่ ป้าชมพู่ ป้าทับทิม และน้องเกล ไปร่วมไว้อาลัย   กำหนดการสวดพระอภิธรรม คุณแม่วิชชุดา แซ่โล้ (มารดา คุณสรยุทธ สุทัศนะจินดา) ณ วัดเทพศิรินทราวาส   วันพุธที่ 6 มิถุนายน 2561 พิธีสวดพระอภิธรรม ศาลา 1จ (2 รอบ) - รอบแรกเวลา 18.30 น. - รอบสองเวลา 19.00 น.   วันพฤหัสบดีที่ 7 มิถุนายน 2561 พิธีสวดพระอภิธรรม ศาลา 1 (3 รอบ) - รอบแรกเวลา 17.30 น.  - รอบสองเวลา 18.30 น. - รอบสามเวลา 19.00 น.   วันศุกร์ที่ 8 มิถุนายน 2561 - 10.00 น. พิธีกงเต๊ก  (ศาลา1) ** งดพิธีสวดพระอภิธรรม**   เสาร์ 9 มิถุนายน 2561 - 9.00 น. พิธีเคารพศพ (พิธีจีน) - 11.00 น. รับประทานอาหาร   อาทิตย์ 10 มิถุนายน 2561 *** งดสวดพระอภิธรรม 1 วัน ***   วันจันทร์ที่ 11 มิถุนายน 2561 - 10.30 น. เลี้ยงพระเพล - 17.00 น. พระราชทานเพลิง    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/bXwzHtOmBPY    

 10,348
สังคม-อาชญากรรม
05 มิ.ย. 61

'สรยุทธ' โพสต์อาลัยสูญเสีย 'คุณแม่วิชชุดา' เผยภาพเฟซไทม์สวดมนต์ให้ฟังขณะบวช แม่ยกมือน้ำตาไหล

สรยุทธ สุทัศนะจินดา ผู้ประกาศข่าวคนดัง สูญเสียคุณแม่วิชชุดา แซ่โล้ ในวัย 79 ปี ด้วยอาการติดเชื้อในกระแสเลือด เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 3 มิถุนายน 2561 ที่ผ่านมา   โดยได้มีพิธีรดน้ำศพที่ศาลา 10 วัดเทพศิรินทราวาส ราชวรวิหาร ในการนี้ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี โปรดให้ผู้แทนพระองค์นำพวงมาลาวางหน้าหีบศพ สร้างความปลาบปลื้มให้กับครอบครัวและถือเป็นเกียรติแก่ผู้วายชนม์   ขณะที่สรยุทธได้ฝากขอบคุณแฟนๆรายการทุกท่านที่ได้ร่วมแสดงความเสียใจ และส่งกำลังใจมาให้เป็นจำนวนมาก   ทั้งนี้ก่อนพิธีรดน้ำศพ กุ๊ก กฤติกา อดีตพิธีกรเรื่องเล่าเช้านี้ได้ลงมือแต่งหน้าให้คุณแม่วิชชุดา โดยเป็นครั้งแรกของกุ๊กที่ได้มีโอกาสแต่งหน้าศพ จากนั้นมีพิธีการบรรจุร่างลงในโลง ก่อนที่พระภิกษุจะสวดพระอภิธรรม โดยมีญาติ เพื่อน คนในวงการบันเทิง และทีมงานร่วมอาลัยจำนวนมาก อาทิ ไบรท์ พิชญทัฬห์, ไก่ ภาษิต, โต๋ ศักดิ์สิทธิ์, เซน เมจกา, ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์, โก๊ะตี๋ อารามบอย, หมวย อริสรา, จอย รินลณี, เปิ้ล นาคร ทีมงานเรื่องเล่าเช้านี้และทีมงานอีจัน   โดยจะมีพิธีสวดพระอภิธรรมไปจนถึงวันที่ 7 มิถุนายน พิธีกงเต๊กในวันที่ 8 มิถุนายน และประชุมเพลิงในวันจันทร์ที่ 11 มิถุนายน   ทั้งนี้สรยุทธ ได้โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊ก สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว ถึงความรู้สึกที่ต้องสูญเสียคุณแม่ พร้อมภาพถ่ายคู่กัน ระบุว่า   "พ่อผมเสียตั้งผมยังไม่รู้ความ ในความทรงจำของผมจึงมีแค่แม่ที่ทำหน้าที่ทั้งแม่และพ่อไปพร้อมกัน แม่ลำบากมาทั้งชีวิต ไม่มีช่วงเวลาไหนเลยที่แม่สบาย ผู้หญิงตัวคนเดียวขายผลไม้เพื่อเลี้ยงลูก 3 คนจนโต   ทั้งขายส่งขายปลีกจนแทบไม่มีเวลานอน ตอนหลัง จากค้าขายผลไม้สุดท้ายต้องมาขายของจุกจิก ชิ้นละบาทสองบาท เพราะตึกแถวถูกเวนคืนสร้างทางด่วน วันไหนพอจะมีเวลาหยุดพักบ้าง แม่ก็ยังอุตส่าห์ขับรถพาลูกๆ ไปเที่ยวทะเล เวลาเดียวที่ผมรู้สึกได้ว่า แม่สบายใจคือการได้เห็นลูกๆ ประสบความสำเร็จ แต่เมื่อถึงเวลาที่แม่ควรจะได้อยู่อย่างสุขสบาย เพราะลูกๆ เริ่มมีฐานะ มีกำลังจะดูแลให้แม่ได้ไปพักผ่อน ไปท่องเที่ยวรอบโลก แม่ก็กลับล้มป่วยเป็นพาร์กินสันเทียม ซึ่งเป็นอาการป่วยที่ทุกข์ทรมานมากว่า 10 ปี นี่คือสิ่งที่ผมเสียใจที่สุด …   ผมไม่เคยรู้ว่าแม่อยากให้ผมที่เป็นลูกชายคนเดียวบวช เพราะแม่ไม่เคยบอก เพิ่งมารู้จากญาติหลังจากผมลาสิกขาแล้วว่า เมื่อครั้งแม่ยังพูดคุยได้ แม่เคยบอกว่าอยากให้ผมบวช แต่ไม่ได้บอกเพราะเห็นผมงานยุ่งมาก ผมบวช 33 วันครั้งนี้ตั้งใจบวชให้แม่ ทุกเช้าทุกค่ำหลังสวดมนต์ทำวัตร ผมตั้งใจอธิษฐานจิตขออุทิศบุญกุศลให้แม่ และเจ้ากรรมนายเวรของแม่   ผมนึกถึงแต่หน้าแม่และความทุกข์ทรมานของแม่โดยคิดเองในใจว่า หากมีเจ้ากรรมนายเวร ขอโปรดหยุดทรมานแม่ผม แม่ผมทุกข์มากพอแล้ว แต่อีกใจก็แอบกลัวว่า หากเจ้ากรรมนายเวรท่านอโหสิกรรมให้แม่แล้ว แม่ผมอาจจะจากผมกับพี่น้องไป ซึ่งผมก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น ผมดีใจที่แม่ปลาบปลื้มใจที่ผมได้บวชให้แม่ เพราะวันที่ผมรับกิจนิมนต์มารับบาตรและสวดมนต์ให้แม่ที่โรงพยาบาล แม่ยกมือ แม่น้ำตาไหล แม้จะพูดไม่ได้ หลังจากนั้นทุกวัน 6 โมงเย็น แม่จะตื่นตาใสรอผมเฟสไทม์มาสวดมนต์ให้ฟัง …   วันที่ 3 มิถุนายน 2561 แม่อาการแย่ลง จากการติดเชื้อดื้อยาขั้นรุนแรง ก่อนหน้านี้แม่เคยติดเชื้อดื้อยาจนอาการทรุดมาหลายครั้งจนนับไม่ถ้วน แม้กระทั่งก่อนผมบวชวันเดียวที่พี่น้องไม่ได้บอกผม แต่ก็ผ่านมาได้ทุกครั้ง แต่ครั้งนี้ความดันตก ปอดติดเชื้อจนคุณหมอรับว่าไม่น่าจะมีปาฏิหาริย์เหมือนที่ผ่านมา แม่ไม่รู้สึกตัวแล้ว ผมเดินเข้าออกห้องฉุกเฉินหลายครั้ง ตัดสินใจว่าจะพาแม่สวดมนต์ดีมั้ย ใจหนึ่งก็กลัวไม่ทันก่อนที่แม่จะจากไป แต่ใจหนึ่งก็ไม่อยากให้แม่จากไป   สุดท้ายผมตัดสินใจจับมือแม่ที่ไม่รู้สึกตัวแล้วบอกกับแม่ว่า สวดมนต์พร้อมกับลูกนะแม่ เรามาสวดทำวัตรเย็นด้วยกัน แล้วผมก็เริ่มสวดมนต์ทำวัตรเย็นแปลอย่างช้าๆ อย่างที่เคยสวดในวิหารต่อหน้าพระ บางช่วงที่มีคำที่ใช้แตกต่างกันของผู้ชายกับผู้หญิง ผมก็สวดของผมก่อน และก็บอกแม่ว่าท่อนนี้ของแม่นะ จนจบบททำวัตรเย็น ผมก็สวดบทนมัสการพระอรหันต์ 8 ทิศ ความดันแม่ยังตกลงเรื่อยๆ ในใจผมกลัวว่า จะสวดไม่จบ   ระหว่างนั้นแม่กลับรู้สึกตัวกลืนน้ำลายอยู่พักหนึ่ง ผมสวดบทถวายพรพระ พาหุง มหากาฯ กระทั่งบทภะวะสัพฯ จนจบ พี่สาวกับน้องสาวเอ่ยกับแม่ว่าสาธุ อึดใจนั้นเอง เครื่องสัญญาณชีพก็ส่งเสียงดัง ผมเหลือบตาขึ้นไปเห็นชีพจรลงมาอยู่ที่ 0 …   ไม่ต้องเจ็บไม่ต้องทรมานอีกแล้ว หลับให้สบายนะหม่าม้า"     กำหนดการสวดพระอภิธรรม  คุณแม่วิชชุดา แซ่โล้ วัดเทพศิรินทราวาส  (มารดา คุณสรยุทธ สุทัศนะจินดา)   วันจันทร์ที่ 4 - วันอังคารที่ 5 มิถุนายน 2561 สวดพระอภิธรรม เวลา 19.00 น. (ศาลา10)   วันพุธที่ 6 - วันพฤหัสบดีที่ 7 มิถุนายน 2561 สวดพระอภิธรรม เวลา 19.00 น. (ศาลา1)   วันศุกร์ที่ 8 มิถุนายน 2561 - 10.00 น. พิธีกงเต๊ก  (ศาลา1) ** ไม่มีสวดพระอภิธรรม**   เสาร์ 9 มิถุนายน 2561 - 9.00 น. พิธีเคารพศพ (พิธีจีน) - 11.00 น. รับประทานอาหาร   วันจันทร์ที่ 11 มิถุนายน 2561 - 10.30 น. เลี้ยงพระเพล - 17.00 น. ประชุมเพลิง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/PTK-0YyDc7k  

 44,417
สังคม-อาชญากรรม
16 เม.ย. 61

ประมวลภาพสุดครื้นเครง 'น้องไบรท์' นำทัพทีมงานเรื่องเล่าเช้านี้บุกบ้าน 'สรยุทธ' เล่นน้ำสงกรานต์

ประมวลภาพความสุข น้องไบรท์ -  พิชญทัฬห์ จันทร์พุฒ นำทัพผู้ประกาศและทีมงานรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ได้แก่ เซน เมจกา  , นิป นวนันท์ , โก๊ะตี๋ อารามบอย ฯลฯ บุกบ้าน สรยุทธ สุทัศนะจินดา ร่วมรดน้ำขอพรเนื่องในวันสงกรานต์ ก่อนจะเปิดฉากเล่นน้ำในสระว่ายน้ำกันอย่างครึกครื้น            ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/vRpUqefcUN4

 21,502
บันเทิง
29 ม.ค. 61

เอลฟ์ไทยกรี๊ดสนั่น! ซูเปอร์จูเนียร์' โชว์คอนเสิร์ตใหญ่สุดฟิน 'ซีวอน' โผกอด 'อปป้าสรยุทธ' อบอุ่น

ซูเปอร์ จูเนียร์ บอยแบนด์ชื่อดังเกาหลี นำโดย อีทึก หัวหน้าวง ฮีชอล เยซอง ชินดง อึนฮยอก ทงเฮ และซีวอน บินมาเปิดคอนเสิร์ตให้เหล่าเอลฟ์ไทยได้กรี๊ดสนั่นนาน 3 ชม. ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี   นอกจากนี้ที่หลังเวทีหนุ่มซีวอนยังได้ทักทายกับพี่ชายคนสนิท สรยุทธ สุทัศนะจินดา อย่างอบอุ่นอีกด้วย ซึ่งว่าเป็นการเจอกันครั้งแรกในรอบ 2 ปีของทั้งคู่    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/gSeoMqP5rmA

 32,242
สังคม-อาชญากรรม
13 ก.ย. 60

'สรยุทธ' โพสต์ "ขอบคุณทุกกำลังใจ ในยามที่ทุกข์ กำลังใจสำคัญที่สุด"

            จากกรณีศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น จำคุก นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา และพนักงานบริษัท ไร่ส้ม จำกัด เป็นจำเลยที่ 1-4 กรณีถูกกล่าวหายักยอกเงินค่าโฆษณาเกินเวลาในรายการ คุยคุ้ยข่าว ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ อสมท. กว่า 138 ล้านบาท ให้จำคุกเป็นเวลา 13 ปี 4 เดือน ก่อนเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์จะควบคุมตัวนายสรยุทธ ฝากขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เมื่อช่วงเย็นวันที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมา              วานนี้ศาลฎีกาให้อนุญาตปล่อยชั่วคราวนายสรยุทธกับพวกชั่วคราว ตีราคาประกันคนละ 5 ล้านบาท และกำหนดเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล และให้จำเลยทั้งสอง ต้องมารายงานตัวต่อศาลทุก 3 เดือน ทั้งนี้ การให้ประกันตัวดังกล่าวจำเลยทั้งสองได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นสมุดบัญชีเงินฝากคนละ 5 ล้านบาท               ล่าสุดแอดมิน เพจเฟซบุ๊ก สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว  ได้โพสต์คลิปวิดีโอหลังจากศาลปล่อยตัวชั่วคราวโดยมีทีมงานเรื่องเล่าเช้านี้ต่างสวมกอดและให้กำลังใจ โดยมีข้อความระบุว่า    "ขอบคุณทุกกำลังใจ ในยามที่ทุกข์ กำลังใจสำคัญที่สุด             ซึ่งทำให้แฟนข่าวแห่ให้กำลังใจกันล้นหลามและอยากให้คุณสรยุทธกลับมาอ่านข่าวผ่านทางโทรทัศน์อีกครั้งด้วยความคิดถึง   คลิป

 12,798
สังคม-อาชญากรรม
12 ก.ย. 60

ศาลฯให้ประกันตัว 'สรยุทธ' ยื่นหลักทรัพย์ 5 ล้าน ห้ามออกนอกประเทศ รายงานตัวทุก 3 เดือน

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง วันที่ 12 ก.ย.60 เวลา 16.00 น. ศาลได้อ่านคำสั่งของศาลฎีกา ที่ นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา  และกก.ผจก.บจก.ไร่ส้ม จำเลยที่ 3 และน.ส.มณฑา ธีระเดช อายุ 45 ปี พนักงาน บจก.ไร่ส้ม จำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา หลังจากที่เช้าวันนี้ (12 ก.ย.) ได้มีผู้พิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตฎีกาซึ่งศาลอาญาคดีทุจริตฯ ได้รับคำฎีกาและสำนวนคดีทั้งหมดส่งให้ศาลฎีกาแล้ว   โดยคำสั่งขอปล่อยชั่วคราวนั้น ศาลฎีกา พิจารณาแล้ว เห็นว่า ในชั้นนี้เห็นควรให้อนุญาตปล่อยชั่วคราว ตีราคาประกันคนละ 5 ล้านบาท และกำหนดเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล และให้จำเลยทั้งสอง ต้องมารายงานตัวต่อศาลทุก 3 เดือน ทั้งนี้ การให้ประกันตัวดังกล่าวจำเลยทั้งสองได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นสมุดบัญชีเงินฝากคนละ 5 ล้านบาท   ซึ่งคาดว่านายสรยุทธ จะเดินทางออกจากเรือนจำภายในคืนนี้ โดยสื่อมวลชนและทีมงานเรื่องเล่าเช้านี้ ต่างไปรอบริเวณด้านหน้าเรือนจำพิเศษในครั้งนี้ ข่าวที่เกี่ยวข้อง  

 64,889
สังคม-อาชญากรรม
29 ส.ค. 60

ศาลอุทธรณ์ ตัดสิน “สรยุทธ”จำคุก 13 ปี คดีเงินโฆษณาคุยคุ้ยข่าว เตรียมยื่นขอประกัน

  ศาลอาญาแผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางได้นัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 2 เป็นโจทก์ฟ้อง นางพิชชาภา เอี่ยมสะอาด อดีตพนักงานจัดทำคิวโฆษณาของบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน), บริษัท ไร่ส้ม จำกัด โดย น.ส.อังคนา วัฒนมงคลศิลป์ และ น.ส.สุกัญญา แซ่ลิ่ม ในฐานะ กก.ผจก.บจก.ไร่ส้ม, นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ผู้ดำเนินรายการข่าวชื่อดัง และ กก.ผจก.บจก.ไร่ส้ม และ น.ส.มณฑา ธีระเดช เจ้าหน้าที่ บจก.ไร่ส้ม เป็นจำเลย 1-4 ในความผิดฐานเป็นพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งหน้าที่ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่, เป็นพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่องค์กร, เป็นพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และสนับสนุนพนักงานกระทำความผิดดังกล่าว ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 ม.6, 8 และ 11 กรณีการยักยอกเงินค่าโฆษณาเกินเวลาในรายการ “คุยคุ้ยข่าว” ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง 9 อสมท กว่า 138 ล้านบาท   โดยคดีดังกล่าวศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 29 ก.พ. 2559 จำคุกจำเลยที่ 1 นางพิชชาภา เอี่ยมสะอาด กระทงละ 5 ปี รวมจำคุก 30 ปี ปรับจำเลยที่ 2 บริษัท ไร่ส้ม จำกัด กระทงละ 2 หมื่นบาท รวมปรับ 1.2 แสนบาท จำคุกจำเลยที่ 3 นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา และจำเลยที่ 4 น.ส.มณฑา ธีระเดช กระทงละ 3 ปี 4 เดือน รวมจำคุกจำเลยที่ 3 และ 4 คนละ 20 ปี แต่ทางนำสืบเป็นประโยชน์ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยที่ 1 เป็นเวลา 20 ปี จำคุกจำเลยที่ 3 และ 4 คนละ 13 ปี 4 เดือน และปรับจำเลยที่ 2 เป็นเงิน 8 หมื่นบาท ไม่มีเหตุสมควรรอการลงโทษจำเลยที่ 1, 3 และ 4   โดยศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้คำคุก 13 ปี 4 เดือน ขณะนี้อยู่ระหว่างการทำเรื่องขอประกันตัว ทั้งนี้ ทางนายสรยุทธ ได้ปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา จากนั้นจะเพิ่มหลักทรัพย์เพื่อขอประกันตัว หลังศาลมีคำพิพากษาและทั้งนี้ นาย สรยุทธ จะขอยื่นฎีกาต่อ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลว่าจะให้ประกันหรือไม่   นอกจากนี้ยังมีคดีที่บริษัท อสมท ยื่นฟ้องคดีเองต่อศาลแขวงพระนครเหนืออีกหนึ่งสำนวน โดยยื่นฟ้องนางพิชชาภา อดีตพนักงาน บริษัท อสมท / นายสรยุทธ กับพวกซึ่งเป็นพนักงานบริษัทไร่ส้มรวม 6 คน ฐานร่วมฉ้อโกงไป โดยคดีอยู่ระหว่างการสืบพยาน ซึ่งศาลแขวงพระนครเหนือ นัดสืบพยานอีกครั้งในวันที่ 17 ตุลาคม นี้   ทั้งนี้ ศาลได้พิจารณาคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวของนายสรยุทธ และจำเลยร่วมทั้งหมดแล้ว ซึ่งยืนหลักทรัพย์เงินสด และบัญชีเงินฝากคนละ 4 ล้านบาทแล้ว เห็นควรส่งคำร้องให้ศาลฎีกาเป็นผู้สั่งประกันต่อไป ขณะนี้ศาลอาญาทุจริตฯ ได้ออกหมายขังจำเลยทั้งหมด เพื่อให้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ควบคุมตัวไปคุมขังไว้ที่เรือนจำก่อนระหว่างรอฟังคำสั่งการประกันตัวจากศาลฎีกา คาดว่าน่าจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์   ที่มาข่าวสด ข่าวที่เกี่ยวข้อง  

 21,017
เจาะข่าวเด่น
09 ม.ค. 57

มุมมองการเมือง 2เวที

บก.ลายจุด ชี้ว่าการที่ กปปส.จะชัตดาวน์ กทม.เหมือนเป็นอันธพาล เลยจุดที่สมควร ทั้งที่การต่อสู้ตอนแรกดี บอกว่าคัดค้านการเลือกตั้ง ไม่ว่า แต่ต่อต้านการเลือกตั้ง เป็นสิ่งที่เกินเลยแตกต่างจากการชุมนุมของคนเสื้อแดง ที่ต้องการให้มีการยุบสภาแล้วเลือกตั้ง ฟาก อ.จักษ์ แย้งว่าเป็นคนละประเด็น ระหว่างวิธีการ และ ข้อเรียกร้อง   โดย บก.ลายจุด ตั้งคำถามว่าการตัดน้ำตัดไฟ เป็นพฤติกรรมของคนดีหรือไม่ ฟาก อ.จักษ์ โต้ว่าระหว่างตัดไฟกับเผาไฟอันไหนแรงกว่ากัน บก.ลายจุด แจงว่าการเผาเมื่อปี 53  เกิดขึ้นหลังกองกำลังปฏิบัติการณ์ จึงเกิดจลาจลขึ้น แต่ศาลชั้นต้นตัดสินแล้วว่าเสื้อแดงไม่ผิด   บก.ลายจุด เชื่อว่า คนกทม.ไม่น้อยไม่เห็นด้วยกับกปปส. แต่ไม่สามารถแสดงออกได้ ใครจะกล้า ก่อนจะย้อนถามว่า กปปส.มีสิทธิอะไรในการคุกคามคนกทม. ฟาก อ.จักษ์บอกว่าใครที่คิดว่าถูกคุกคามก็พร้อมแจ้งความตามสิทธิ   บก.ลายจุด แย้งว่า ถ้าสุเทพชนะแล้วเป็นรัฐฏาธิปัตย์ คล้ายกับทหารทำปฏิวัติ ก็อาจล้างผิดคดีเดิม แต่ อ.จักษ์ ย้อนว่าไม่จริง และตนไม่ได้อยู่ข้างประชาธิปัตย์   บก.ลายจุด เสนอเรื่องจำนวนคนที่มาก ว่าหนุนต้าน ให้ไปนับเลขที่คูหาเลือกตั้ง เป็นกบก.วิทยาศาสตร์ ผ่านการเลือกตั้ง และ แย้งว่าบนเวทีกปปส.อ้างเหตุผลนี้ ทำไม ไม่ไปใช้การรณรงค์ผ่านการเลือกตั้ง โดยย้ำอีกว่า "การเลือกตั้ง" จะเป็นตัวชี้วัดความต้องการประชาชนที่แท้จริง ก่อนจะยกเอาวิจัยของ อ.ปริญญา ว่าการใช้เงินมีผลต่อการลงคะแนนเสียงแค่ 4-5% เท่านั้น   ด้าน อ.จักษ์บอกว่าถ้าการชัตดาวน์เป็นอันธพาล ทั้งที่มีการเปิดเส้นทางให้คนป่วย แล้วเหตุการณ์ปี 53 เรียกว่าอะไร สิ่งที่จะทำครั้งนี้ไม่ได้ไล่ แต่ใครคิดว่าลำบากให้ออกจากกทม.ไป ฟาก บก.ลายจุด โต้ว่าใครทำให้ลำบาก   โดย อ.จักษ์ ยืนยันว่าเหตุการณ์เผาเมืองจะไม่มีทางเกิดขึ้นกับ กปปส. เพราะแกนนำคนละกลุ่มกัน เคลื่อนหลายทีไม่เกิดอะไรขึ้น ส่วน บก.ลายจุดถามว่าทำไมต้องเอาเรื่องปี 53 มาปกป้องตัวเอง   อ.จักษ์ ถามว่าถ้าการเคลื่อนตัวของกปปส. สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน แล้วทำไมการเดินทางในหลายครั้งกลับได้รับผลตอบรับที่ดีมาก โดยเปรียบเทียบกับการชุมนุมนปช. ก็มีคนไม่เห็นด้วยเหมือนกัน   อ.จักษ์ ชี้ว่า รัฐฏาธิปัตย์ ในสิ่งที่สุเทพพูดคนละความหมายกับสิ่งที่ บก.ลายจุด สื่อออกมาแน่นอน ส่วนตนยืดอกรับว่าไม่รับการนิรโทษกรรมแน่นอน ก่อนจะย้ำว่าชัตดาวน์เพื่อยกระดับหลังนายกฯไม่ลาออก เพื่อต้องการให้รัฐบาลเห็นจำนวนประชาชนที่คัดค้านมากขึ้นๆ ให้โลกได้เห็น   โดยมองว่าการเลือกตั้งนั้นเป็นคนละเรื่อง ไม่สามารถสะท้อนความต้องการได้ เพราะต้องการปฏิรูปการเมืองไม่ใช่การเลือกส.ส.เข้าสภา โดยเปรียบกับตราชั่งเอียง ทำให้ผลการเลือกตั้งไม่สะท้อนการปฏิรูป ขณะที่ บก.ลายจุดถามว่าอะไรคือตราชั่งเอียง   อ.จักษ์ ถามว่ายอมรับไหมว่ามีการซื้อเสียง เพราะมองว่าพรรคการเมืองเหมือนบริษัท ทุกอย่างต้องปรับเปลี่ยน ก่อนจะแย้งว่าอย่ามองงานวิจัยแค่เปลือก เพราะตนอ่านมาลึกหลายรอบแล้วพบว่าการซื้อเสียงยังมีผลอยู่      

 10,033

Top