ค้นหา :

ผลการค้นหา "สหรัฐฯ"

ต่างประเทศ
01 ก.พ. 63

ยอดผู้เสียชีวิตจาก 'ไวรัสโคโรนา' เพิ่มเป็น 259 ราย ติดเชื้ออีก 11,374 คน หลายชาติออกมาตรการเข้มงวด

สถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาทั่วโลก ยอดผู้ติดเชื้อล่าสุด 11,374 คน และมีผู้เสียชีวิต 259 ราย โดยผู้เสียชีวิตทั้งหมดอยู่ที่ประเทศจีน   ขณะที่หลายประเทศเริ่มออกมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า สายพันธุ์ใหม่ที่เข้มงวดมากขึ้น หลังจากองค์การอนามัยโลกประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ โดยมาตรการที่ว่าคือ ห้ามชาวต่างชาติที่มีประวัติอยู่ในจีน ในช่วงเวลา14 วันเข้าประเทศ   ล่าสุดรัฐบาลสหรัฐฯ ได้ประกาศภาวะฉุกเฉินสาธารณสุข เนื่องจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ที่แพร่ระบาดในจีนตอนนี้ ได้แพร่ไปในประเทอื่นๆเพิ่มมากขึ้น ทำให้รัฐบาลสหรัฐฯต้องออกมาตรการเข้มงวด ห้ามชาวต่างชาติที่เดินทางไปจีนในช่วงเวลา 14 วันที่ผ่านมาเข้าสหรัฐฯ ส่วนชาวอเมริกันที่กลับมาจากมณฑลหูเป่ย ซึ่งเป็นพื้นที่แพร่ระบาดจะต้องถูกกักตัวเป็นเวลา 14 วัน    ทางการยืนยันพบผู้ติดเชื้อรายที่ 7 แล้ว เป็นชายในย่านซานฟรานซิสโก เบย์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ชายดังกล่าวเดินทางไปอู่ฮั่น และเซี่ยงไฮ้ กลับแคลิฟอร์เนียเมื่อวันที่ 24 มกราคมและล้มป่วย    ก่อนหน้านี้หนึ่งวัน กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯได้ยกระดับคำเตือนการเดินทางพลเรือนอย่าเดินทางไปจีน สายการบินเดลต้า, อเมริกันและยูไนเต็ดแอร์ไลน์ส ก็ระงับเที่ยวบินทุกเที่ยวจากสหรัฐฯไปจีน หลังจากที่สายการบินชั้นนำหลายแห่งก็หยุดบินไปจีนแล้ว อย่างไรก็ตามสายการบินอเมริกันและยูไนเต็ด แอร์ไลนส์ยังมีเที่ยวบินไปฮ่องกง   ขณะที่เอล ซัลวาดอร์ และกัวเตมาลา ก็ประกาศว่า จะไม่อนุญาตผู้ที่เดินทางมาจากจีนเข้าประเทศ ทั้งนี้เอล ซัลวาดอร์และกัวเตมาลา ยังไม่พบผู้ติดเชื้อ   ขณะที่อังกฤษ ยืนยัน พบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2 รายแรกในประเทศแล้ว โดยทั้ง 2 คนเป็นสมาชิกในครอบครัวเดียวกัน   ส่วนฮ่องกง ประกาศเลื่อนเปิดภาคเรียนในระดับประถมและมัธยมออกไป จากเดิม 17 กุมภาพันธ์ เป็นวันที่ 2 มีนาคม

 1,863
ต่างประเทศ
17 ม.ค. 63

ไม่สนโลก! สาวเดินถอดชุดชั้นในทีละชิ้น-แถมร้องเพลงไปด้วย กลางสนามบินสหรัฐฯ

สหรัฐฯ - กล้องวงจรปิดสนามบินไมอามี จับภาพผู้หญิงคนหนึ่ง เดินถอดชุดชั้นในทีละชิ้น กลางสนามบินสหรัฐฯ แถมขึ้นไปนั่งบนหลังคารถตำรวจ 

 3,015
ต่างประเทศ
10 ม.ค. 63

สภาฯ จ่อโหวตมาตรการจำกัดอำนาจทางการทหาร 'โดนัลด์ ทรัมป์' จากกรณีสังหารนายพลอิหร่าน

สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เตรียมลงคะแนนเสียงในมาตรการจำกัดอำนาจประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ในการใช้ปฏิบัติการทางทหารสั่งโจมตีอิหร่าน และมองว่าการกระทำของทรัมป์เป็นการกระทำที่ยั่วยุและไม่เหมาะสม   จากประเด็นการสั่งสังหารนายพลโซไลมานี ผู้บัญชาการหน่วยรบพิเศษคุดส์ สังกัดกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน ซึ่งถือว่าเป็นเบอร์ 2 รองจากอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี และตอนนี้เรื่องดังกล่าวยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ เพราะว่านายพลไซโลมานีเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังการเสียชีวิตของทหารสหรัฐฯ หลายร้อยคน    ขณะนี้ พรรคการเมืองเดโมแครตของสหรัฐฯ มองว่าการกระทำของทรัมป์เป็นการกระทำที่ยั่วยุและไม่เหมาะสม สำหรับการสังหารนายพลโซไลมานี นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ระบุว่า สภาผู้แทนราษฎรจะลงคะแนนเสียงในวันนี้ (10 ม.ค. 63) คือคำประกาศคองเกรส ไม่ใช่ร่างกฏหมาย และที่เลือกหนทางนี้เพราะว่าไม่ต้องให้ประธานาธิบดีลงนาม    โดยคำประกาศดังกล่าวจะมีกำหนดมาตรการเพื่อจำกัดอำนาจประธานาธิบดีในการใช้กำลังทางทหารกับอิหร่าน พร้อมทั้งระบุว่า สหรัฐฯ ต้องยุติการใช้กำลังทางการทหารกับอิหร่าน ยกเว้นว่าคองเกรสจะอนุมัติ งานนี้แม้ว่าจะผ่านสภาผู้แทนราษฎร แต่ก็ยังยากมากถ้าจะให้ผ่านวุฒิสภาที่มีพรรคริพับลิกันเป็นเสียงข้างมาก โดยต้องใช้คะแนนเสียงอย่างน้อย 51 เสียง ซึ่งเดโมแคตรมีอยู่เพียง 47 เสียง แต่มีอยู่ 2 คน คือ ไมค์ ลี และ แรนด์ พอล สว.รีพับลิกัน 2 คน ที่ฟังเหตุผลการโจมตีนายพลโซไลมานี จากการที่รัฐมนตรีต่างประเทศเข้ามาชี้แจงนั้น เขาบอกว่ามีข้อกังขา และเป็นกังวลกับกลยุทธ์ของโดนัลด์ ทรัมป์    จากการแถลงข่าวของโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันพุธ (8 ม.ค. 63) ที่ผ่านมา ทรัมป์โทษข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน ที่โอบาม่าทำเอาไว้ว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความรุนแรงระลอกล่าสุด และเป็นเพราะข้อตกลงดังกล่าว ได้ปล่อยเงินให้กับอิหร่านถึง 1,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้อิร่านมีเงินไปซื้ออาวุธ และมีพฤติกรรมเป็นศัตรูมากขึ้น    อันที่จริงแล้วมี 2 ส่วนด้วยกัน ส่วนแรก เงินประมาณ 100 ล้านดอลลาร์ เป็นสินทรัพย์ที่ถูกอายัดเอาไว้ ส่วนเงินอีก 1,700 ล้านดอลลาร์ เป็นเงินที่ ชาห์แห่งอิหร่าน จ่ายเพื่อซื้ออาวุธจากสหรัฐฯ ก่อนปฏิวัติปี 1979 ตอนนั้นจ่ายไปจำนวน 400 ล้านดอลลาร์ แต่เมื่อเกิดการปฏิวัติขึ้นในอิหร่าน ทางสหรัฐฯ ก็ไม่ได้ส่งมอบของให้ตามที่อิหร่านได้จ่ายเงินมา เมื่อมาถึงช่วงของข้อตกลงนิวเคลียร์ที่ผ่านมา มีเงื่อนไขอยู่อย่างหนึ่ง ทำให้สหรัฐฯ ต้องจ่ายเงินคืนอิหร่านไป 400 ล้านดอลลาร์ บวกดอกเบี้ยเพิ่มไปอีก กลายเป็น 1,300 ล้านดอลลาร์ รวมเป็น 1,700 ล้านที่จ่ายคืนไป ฉะนั้นจะมองว่าข้อตกลงดังกล่าวเป็นการจ่ายเงินให้อิหร่านฟรีๆ ก็ไม่ถูกเสียทีเดียว   และล่าสุด ทรัมป์ได้ระบุกับผู้สื่อข่าวเรื่องที่อิหร่านยิงโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในอิรัก โดยบอกว่า อิหร่านโชคดีที่ยิงไม่โดนบุคลากรของสหรัฐฯ ส่วนพลเอกอาเมียร์ อาลี ฮาจิซาเดห์ ผู้บัญชาการหน่วยการบินและอวกาศของกองทัพอิหร่าน แถลงข่าวก่อนหน้าทรัมป์เพียงไม่กี่ชั่วโมง เขาบอกว่า เรื่องการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในอิรักเมื่อวันพุธที่ผ่านมา เป็นการตอบโต้ที่สหรัฐฯ สังหารนายพลโซไลมานี และไม่ได้ตั้งใจจะสังหารใครในปฏิบัติการดังกล่าว ยิงจรวดไปทั้งหมด 13 ลูกด้วยกัน แต่ที่จริงเตรียมไว้อีกเป็นร้อยลูก ในกรณีที่สหรัฐฯ ตอบโต้กลับมาอีก    อย่างไรก็ตาม จากท่าทีการแถลงของผู้นำสหรัฐฯ และทางรัฐบาลอิหร่าน ดูเหมือนว่าทั้ง 2  ฝ่ายพยายามยับยั้งการใช้กำลังอยู่ในตอนนี้ แต่ว่าหลักฐานล่าสุดที่มีเรื่องของเครื่องบินยูเครนตก ทำให้ต้องติดตามกันต่อไปว่าประเทศอื่นๆ จะมีมาตรการอย่างไรบ้างต่อเหตุการณ์นี้  

 1,582
ต่างประเทศ
05 ม.ค. 63

'ทรัมป์' ขู่โจมตี 52 จุดสำคัญ หากอิหร่านคิดล้างแค้น ปม 'กัสซิม โซเลมานี' ถูกสังหารในอิรัก

นสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน หลังการเสียชีวิตของพลโทกอเซ็ม สุไลมานี ผู้บัญชาการหน่วยสงครามพิเศษคุดส์ ในกองกำลังปฏิวัติอิสลามอิหร่าน ที่สหรัฐฯ อ้างว่าเป็นผู้ปฏิบัติการสังหาร ยังไม่มีทีท่าว่าจะคลี่คลายง่ายๆ หลังวันนี้อิหร่านได้เชิญธงแดงขึ้นสู่ยอดเสา เหนือสุเหร่าศักดิ์สิทธิ์ในนิกายชีอะห์ ซึ่งธงดังกล่าวถูกระบุว่า เป็นสัญลักษณ์ของการล้างแค้น     ธง 'Ya la-Tharat al-Husayn' สีแดง พร้อมภาพถ่ายของพลโทสุไลมานี ถูกนำขึ้นสู่ชั้นดาดฟ้า ก่อนจะเชิญธงขึ้นสู่ยอดเสาเหนือสุเหร่าจัมคาราน (Jamkaran) สุเหร่าชีอะห์ศักดิ์สิทธิ์ในเมืองกอม ทางตอนเหนือของอิหร่าน วันนี้ หลังการเสียชีวิตของพลโทสุไลมานี ซึ่งสหรัฐฯ อ้างว่า เป็นผู้โจมตีทางอากาศเพื่อสังหารพลโทสุไลมานีในพื้นที่กรุงแบกแดดของอิรัก เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่นอิรักซึ่งช้ากว่าไทย 4 ชั่วโมง      โดยปฏิบัติการดังกล่าวส่งผลให้สถานการณ์ระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ตึงเครียดขึ้นอย่างมาก จากการที่พลโทสุไลมานี เป็นผู้ทรงอิทธิพลอันดับ 2 ของอิหร่าน รองจาก อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่านเพียงคนเดียวเท่านั้น และคาเมเนอีประกาศกร้าวว่า จะล้างแค้นต่อการสังหารพลโทสุไลมานีอย่างสาสม และสหรัฐฯ จะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำนี้     ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศผ่านสื่อออนไลน์ทวิตเตอร์ @realDonaldTrump ระบุว่าหากอิหร่านโจมตีชีวิตและทรัพย์สินอเมริกัน สถานที่สำคัญ 52 จุดของอิหร่านจะถูกโจมตีอย่างรวดเร็วและรุนแรงเป็นการตอบโต้ โดยอธิบายว่า 52 สถานที่ของอิหร่าน สื่อถึงชาวอเมริกัน 52 คนที่ถูกจับไปจากสถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงเตหะราน เพื่อเป็นตัวประกัน ช่วงปลายปี 2522 โดยย้ำว่า สหรัฐฯ จะไม่ยอมจำนนต่อการข่มขู่คุกคาม      ขณะที่พลตรีอับดุลราฮิม มูซาวี ผู้บัญชาการทหารสูงสุดอิหร่าน ระบุว่าจะใช้มาตรการที่จริงจังเพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์ พร้อมระบุว่า สหรัฐฯ ไม่น่าจะเป็นผู้เปิดฉากสงครามกับอิหร่านก่อน     ส่วนในวันนี้ มีพิธีฝังศพของพลโทสุไลมานีที่เมืองมัชฮัด (Mashhad) ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอิหร่าน ท่ามกลางคลื่นมหาชนนับหมื่นคนที่มาร่วมไว้อาลัย บริเวณศาสนสถานอิหม่ามเรซา (Imam Reza shrine) ขณะที่นักการเมืองร่วมแต่งกายชุดดำไว้ทุกข์ตั้งแต่วันนี้ ตามกำหนดไว้ทุกข์แห่งชาติอิหร่านแด่พลโทสุไลมานี ตามประกาศของคาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน เป็นเวลา 3 วัน

 4,942
ต่างประเทศ
05 ม.ค. 63

ชาวอิหร่านร่วมขบวนศพ 'นายพลโซเลมานี' ถูกสังหารในอิรัก 'ทรัมป์' ขู่จ่อโจมตี 52 จุด หากคิดล้างแค้น

ชาวอิหร่านแห่มารอรับศพของนายพล อัสเซ็ม โซเลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังคุดส์ ที่ถูกสหรัฐฯ สังหารในอิรัก ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียด หลังผู้นำสหรัฐฯ ขู่จะโจมตีอิหร่าน 52 จุด หากคิดจะโจมตีล้างแค้นสหรัฐฯ     ร่าง นายพล โซเลมานี ที่บรรจุอยู่ในโลงศพ ได้เคลื่อนตัวมาถึง อิหร่านแล้ว ในวันนี้ ท่ามกลาง ชาวอิหร่านจำนวนมาก ที่แห่มารอรับศพด้วยอาการโศกเศร้า โดยขบวนศพจะเริ่มต้น ออกจากเมืองอาห์วาซ มุ่งหน้าไปยังเมืองแมชแฮช เพื่อนำศพไปตั้งภายใน สุเหร่าศักดิ์สิทธ์ ก่อนจะประกอบพิธีฝังศพ ที่เมือง เคอร์มาน บ้านเกิดของนายพลโซเลมานี ในวันอังคารนี้     และในวันนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ขู่จะโจมตีพื้นที่สำคัญ 52 จุดของอิหร่าน ชนิดที่รวดเร็วและหนักหน่วง หากอิหร่านโจมตีชาวอเมริกันหรือแหล่งผลประโยชน์ของสหรัฐฯ เพื่อล้างแค้นสหรัฐฯ     ก่อนหน้านี้ อิหร่าน ได้มีการเชิญธงสีแดงเลือด ซึ่งเป็นสัญลักษณ์การล้างแค้นให้กับผู้เสียชีวิต ขึ้นสู่ยอดมัสยิดศักดิ์สิทธิ์ จามคาราน ในเมืองฮอม ในอิหร่าน หลังทราบข่าว นายพลโซเลมานี ถูกสหรัฐ ปลิดชีพ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทำให้หลายฝ่ายเกรงว่า จะเป็นการจุดชนวนการเกิดสงครามระหว่างสองประเทศได้

 2,817
ต่างประเทศ
04 ม.ค. 63

ทั่วโลกจับตาความตึงเครียดอิหร่าน-สหรัฐฯ หลังการสังหารผู้นำหน่วยรบพิเศษคุดส์

การสังหารผู้บัญชาการหน่วยสงครามพิเศษคุดส์ และกองกำลังปฏิวัติอิสลามอิหร่าน ที่สหรัฐฯ อ้างว่า เป็นไปเพื่อยุติภาวะสงคราม นำมาซึ่งความกังวลต่อสถานการณ์ที่ตึงเครียดขึ้นระหว่างสองประเทศ ว่าจะส่งผลต่อราคาน้ำมันโลกหรือไม่ ขณะที่ผู้นำสูงสุดของอิหร่านประกาศกร้าว จะล้างแค้นต่ออาชญากรรมดังกล่าวอย่างสาสม   โดยนอกจากประกาศไว้อาลัยเป็นเวลา 3 วัน ทั่วอิหร่านแล้ว อะยาตอเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ยังระบุถึงเหตุการเสียชีวิตของพลโทกอเซ็ม สุไลมานี ผู้บัญชาการหน่วยสงครามพิเศษคุดส์ และกองกำลังปฏิวัติอิสลามอิหร่าน วัย 62 ปี ซึ่งสหรัฐฯ ระบุว่า สังหารพลโทสุไลมานีโดยปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในกรุงแบกแดดของอิรัก เมื่อวานนี้ โดยบอกว่า การแก้แค้นอย่างร้ายแรงกำลังจะเกิดขึ้น เพื่อเอาคืนอาชญากรรมครั้งนี้อย่างสาสม และสหรัฐฯ จะต้องรับผิดชอบการกระทำดังกล่าว   ขณะที่ประธานาธิบดีฮัสซัน โรว์ฮานีแห่งอิหร่านก็ย้ำว่า อิหร่านตัดสินใจแล้วที่จะยืนหยัดต่อสู้ และจะไม่ยอมจำนนต่อการกลั่นแกล้งรังแกของสหรัฐฯ อีกต่อไป หลังการสังหารผู้นำระดับสูงของกองทัพอิหร่าน ที่ถูกระบุว่าทรงอำนาจเป็นอันดับสองรองจากผู้นำสูงสุดอย่างคาเมเนอีเกิดขึ้น   ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ที่อ้างว่าเป็นผู้สั่งการและอยู่เบื้องหลังคำสั่งปลิดชีพผู้นำระดับสูงของกองทัพอิหร่าน ระบุว่าการกระทำดังกล่าว เป็นไปเพื่อยุติภาวะสงคราม และมองว่าพลโทสุไลมานีต้องรับผิดชอบความตายของผู้คนนับล้านทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยเฉพาะชาวอเมริกันนับพันคนที่เสียชีวิตในตะวันออกกลาง ก่อนจะย้ำให้อิหร่าน อย่าได้คิดตอบโต้หรือเอาคืน เพราะสหรัฐฯ ไม่ใช่ผู้เปิดฉากการสู้รบ หากสงครามจะเกิดขึ้น    ขณะเดียวกัน ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุผ่านแถลงการณ์ ขอบคุณมกุฎราชกุมารมโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน แห่งซาอุดีอาระเบีย ที่ให้การสนับสนุน หลังตระหนักถึงภัยคุกคามจากหน่วยสงครามพิเศษคุดส์ของอิหร่านด้วย   ส่วนนายกรัฐมนตรี อาเดล อับดุล มาห์ดี ของอิรัก ประณามการลอบสังหารพลโทสุไลมานี ว่าอาจเป็นชนวนเหตุสำคัญที่จะยกระดับความตึงเครียดในตะวันออกกลางให้ทวีความรุนแรงขึ้นจนเข้าสู่ระดับที่เป็นอันตราย    นักวิเคราะห์ด้านเศรษฐกิจโลกออกมาคาดการณ์ว่า สถานการณ์และความตึงเครียดที่เกิดขึ้นระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ในพื้นที่อิรัก อาจส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกปรับตัวสูงขึ้นถึง 80 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล    ท่ามกลางมติขององค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันโลก หรือโอเปก (OPEC) ผู้ผลิตน้ำมันดิบสู่ตลาดโลกถึงกว่าร้อยละ 44 รวมถึงชาติพันธมิตร ที่ประกาศจะขยายระยะเวลาลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบ 5 แสนบาร์เรลต่อวัน ตั้งแต่ 1 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่าจะยาวนานไปจนถึงช่วงกลางปีนี้ จากเดิมที่เคยกำหนดไว้ถึงเดือนมีนาคม

 3,766
ต่างประเทศ
04 ม.ค. 63

ทั่วโลกจับตา หวั่นเกิดสงครามครั้งใหญ่ หลังกองทัพสหรัฐฯ สังหารนายพลอิหร่าน กระทบเศรษฐกิจ 'ราคาน้ำมัน-ทองคำ' ผันผวน

สถานการณ์ตะวันออกกลางตอนนี้กำลังร้อนระอุ หลังนายพลกัสเซ็ม โซไลมานี ผู้บัญชากองกำลังคุดส์ถูกกองทัพสหรัฐฯสังหาร ทำให้หลายฝ่ายหวั่นเกรงว่า ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางจะลุกลามบานปลาย และจะเป็นจุดเริ่มต้นของสงคราม   อย่างไรก็ตามประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ยืนกรานว่า คำสั่งสังหารนายพลโซไลมานี นายพลระดับสูงของอิหร่าน เป็นการหยุดยั้งสงคราม ไม่ใช่ก่อสงคราม และว่า สหรัฐฯเตรียมพร้อมรับการตอบโต้ ทรัมป์ยังย้ำว่า ยุคแห่งการก่อการร้ายของโซเลมานี่ ผู้ที่อยู่เบื้องหลังปฏิบัติการทางทหารของอิหร่านในตะวันออกกลางได้สิ้นสุดลงแล้ว หลังจากที่สหรัฐฯส่งโดรนเข้าไปโจมตีทางอากาศสังหารนายพลโซเลมานี่ใกล้สนามบินกรุงแบกแดดเมื่อวานนี้   ทรัมป์ ยังได้ทวีตข้อความก่อนหน้านี้ว่า คำสั่งสังหารโซไลมานีมีขึ้น เพื่อป้องกันภัยคุกคามต่อชาวอเมริกัน โดยทรัมป์บอกว่า นายพลโซไลมานีมีแผนโจมตีนักการทูตและทหารของสหรัฐฯ   ขณะที่อิหร่านประกาศกร้าวจะล้างแค้นสหรัฐฯ ซึ่งเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังการสังหาร โดยหลังจากการเสียชีวิตของนายพลโซไลมานี อยาโตลเลาะห์ อาลี คาเมนี่ ผู้นำสูงสุดอิหร่านก็ออกแถลงการณ์ว่า การจากไปของโซเลมานี่ไม่ได้ทำให้ภารกิจของเขา สิ้นสุดลงไปด้วย ในขณะที่การแก้แค้นอย่างรุนแรงกำลังจะเกิดขึ้นและเฝ้ารอการที่ตอบโต้กับผู้ที่อยู่เบื้องหลังอย่างสาสม   เมื่อวานนี้กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯได้ประกาศให้ชาวอเมริกันออกจากอิรัก ขณะเดียวกันสหรัฐฯยังได้เตรียมระดมทหารเข้าไปเพิ่มในตะวันออกกลางอีก 3 พัน 500 นาย   ล่าสุดในช่วงเช้าตรู่วันนี้สหรัฐฯได้โจมตีทางอากาศอีกครั้ง คราวนี้เป็นการโจมตีขบวนรถกองกำลังระดมพลที่สนับสนุนอิหร่าน บริเวณทางเหนือกรุงแบกแดด มีผู้เสียชีวิตไป 6 คน   ขณะที่นักการเมืองอิรักหลายคนไม่เห็นด้วยกับปฏิบัติการของสหรัฐฯและถือว่า เป็นการละเมิดอธิปไตย หลายคนตั้งคำถามว่า กองกำลังสหรัฐฯควรที่จะออกไปจากอิรักได้แล้วหรือไม่ ในปัจจุบันนี้ มีทหารสหรัฐฯประจำการในอิรักประมาณ 5 พัน 200 นาย ส่วนใหญ่มาช่วยฝึกทหารของกองกำลังอิรักต่อต้านกลุ่มไอเอส   นักวิเคราะห์การเมืองระหว่างประเทศกล่าวว่า การสังหารนายพลโซไลมานี จะทำให้ภูมิภาคตะวันออกกลางทวีความตึงเครียด และว่า การแก้แค้นของอิหร่าน จะมุ่งเป้าโจมตีไปที่นักการทูตและทหารสหรัฐฯในอิรัก หรือไม่ก็โจมตีการเดินเรือในอ่าวเปอร์เซียเพื่อให้กระทบต่อเศรษฐกิจของสหรัฐฯและพันธมิตรของสหรัฐฯ อิหร่านจะใช้เครือข่ายกองกำลังตัวแทน ของโซไลมานี เป็นตัวช่วยในการโจมตีตอบโต้ นักวิเคราะห์ยังบอกด้วยว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะเป็นบารัก โอบาม่า หรือจอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช ก็ไม่เลือกใช้วิธีเดียวกับโดนัลด์ ทรัมป์ เพราะเป็นการเสี่ยงต่อผลกระทบที่จะตามมา   สถานการ์ที่ร้อนระอุในตะวันออกกลางนี้ส่งผลต่อราคาน้ำมันดิบซื้อขายล่วงหน้าในตลาดโลกและราคาทองพุ่งพรวด โดยน้ำมันดิบไนเม็กซ์อยู่ที่ 63.05 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเพิ่มขึ้่น 3.06 เปอร์เซนต์ ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์อยู่ที่ 68.60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 3.55 เปอร์เซนต์   ส่วนราคาทองคำตลาดโคเม็กซ์ เพิ่มขึ้น 1.59 เปอร์เซนต์ ไปแตะที่ 1 พัน 552.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ทองสปอต เพิ่มขึ้น 1.51 เปอร์เซนต์ไปอยู่ที่ 1 พัน 552.20 ดอลลาร์ต่อออนซ์   สำหรับตลาดหุ้นสหรัฐฯร่วงลงทันทีมากกว่า 200 จุดเมื่อวานนี้ โดยดัชนีดาวโจนส์ ปิดตลาดเมื่อวานนี้ลดลง 1 เปอร์เซนต์มาปิดที่ 2 หมื่น 8 พัน 578.86 จุด

 17,856
เศรษฐกิจ
03 ม.ค. 63

ตลาดน้ำมันร้อนระอุ หลังสหรัฐฯ สังหาร 2 ผู้นำทางทหารอิหร่าน-อิรัก

ตลาดน้ำมันร้อนระอุ เช้าวันนี้ ราคาพุ่งขึ้นกว่า 4% หลังสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการสั่งสังหาร 2 ผู้นำสูงสุดทางทหารอิหร่าน และอิรักเสียชีวิต จากขีปนาวุธทางอากาศของกองกำลังทหารสหรัฐ   โดยราคาน้ำมันดิบตลาดโลกพุ่งทันที กว่า 4% ราคาน้ำมันดิบซื้อขายในเอเชียที่ตลาดสิงคโปร์เมื่อเวลา 9.30 น.ตามเวลาสิงคโปร์ พบว่า ราคาน้ำมันดิบไนเม็กซ์ สหรัฐ พุ่งแตะ ระดับ 63.84 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 2.66 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ +4.4% / น้ำมันดิบเบร็นท์ อังกฤษ ทะเลเหนือ ทะยานแตะ 69.06 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 2.81 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ +4.2% ทำสถิติราคาน้ำมันดิบสูงสุดในรอบกว่า 3 เดือนครั้งใหม่   ซึ่งสาเหตุมาจากผู้บัญชากองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม และผู้บัญชาการทหารอิรักเสียชีวิตทั้งคู่ ขณะที่ขบวนรถของทั้ง 2 กำลังเดินทางไปยังสนามบินนานาชาติในกรุงแบกแดด ประเทศอิรัก จากปฏิบัติการโจมตีด้วยขีปนาวุธทางอากาศของกองทัพสหรัฐเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา   ล่าสุด สถานีโทรทัศน์ของทางการอิหร่าน รายงานว่า นายอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ประกาศพร้อมแก้แค้นสหรัฐอย่างสาสม ขขณะที่กระทรวงต่างประเทศอิหร่าน ได้ทวีตผ่านทางทวิตเตอร์ในวันนี้ว่า สหรัฐจะต้องรับผิดชอบต่อผลพวงที่จะเกิดขึ้นตามมา   ส่วนผลกระทบต่อประเทศไทย นายมนูญ ศิริวรรณ นักวิชาการด้านพลังงาน เชื่อว่าราคาน้ำมันในตลาดโลก จะขึ้นในช่วงสั้นๆ เนื่องจากตลาดวิตกว่าสถานการณ์จะบานปลาย แต่หากช่วงวัน-สองวันนี้ ไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น สถานการณ์น่าจะกลับสู่ภาวะปกติได้   ขณะที่ผลกระทบต่อราคาน้ำมันในบ้านเรา มีแนวโน้มราคาจะปรับขึ้นได้ ซึ่งสาเหตุหนึ่งมาการตรึงราคาไว้ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งราคาในตลาดโลกปรับขึ้น แต่ในบ้านเราไม่มีการปรับราคา ซึ่งน่าจะเห็นการปรับขึ้นในวันนี้ หรือ อย่างช้าต้นสัปดาห์หน้า อย่างไรก็ดี ยังเชื่อว่า ราคาน้ำมันจะมีผลต่อเศรษฐกิจไทยในปีนี้ไม่มาก เพราะปีที่แล้ว ราคาปรับขึ้นไปมากถึง 20 % ขณะที่ปีนี้คาดจะไม่ขึ้นถึงขนาดนั้น และค่าเงินบาทที่แข็งค่า ก็เป็นผลดีต่อราคาน้ำมันในประเทศ

 6,466
ต่างประเทศ
29 ธ.ค. 62

เร่งหาสาเหตุเครื่องบินเล็กตกใส่ลานจอดรถในรัฐลุยเซียนา ดับ 5 เจ็บ 1

เกิดเหตุเครื่องบินส่วนตัว ประสบอุบัติเหตุตก ในรัฐหลุยเซียน่า ของสหรัฐฯ เมื่อวานนี้ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 คน     นี่เป็นภาพที่บันทึกได้ หลังจาก เครื่องบินเล็ก พร้อมผู้โดยสารและนักบิน รวม 6 คน ประสบอุบัติเหตุตก ใส่ลานจอดรถ หน้าสำนักงานไปรษณีย์ ในเมือง ลาฟาเอ็ต รัฐหลุยเซียน่า แรงกระแทกของเครื่องบิน ทำให้เกิดไฟลุกไหม้ขนาดใหญ่ สร้างความแตกตื่นให้กับผู้คนบริเวณนั้น มีรายงานผู้เสียชีวิต 5 คน และได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 คน     เครื่องบินลำดังกล่าว มุ่งหน้าไปยังนครแอตแลนต้า เพื่อส่งผู้โดยสารชมการแข่งขันฟุตบอลของมหาวิทยาลัย แต่หลังจากเครื่องบินทยานออกจากสนามบิน ลาฟาเอ็ตต์ รีเจนัล เพียงไม่นานก็ประสบอุบัติเหตุตก สำนักงานความปลอดภัยด้านการขนส่งแห่งชาติสหรัฐฯ กำลังเร่งสอบสวบหาสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้

 1,200
ต่างประเทศ
20 ธ.ค. 62

ยูทูบเบอร์สหรัฐฯ 8 ขวบ รีวิวของเล่น ทำเงินได้สูงถึง 780 ล้านบาท!

สหรัฐฯ - ไรอัน เด็กวัย 8 ขวบ รีวิวของเล่น ทำเงินได้สูงที่สุดในกลุ่มยูทูบเบอร์ 780 ล้านบาท กลายเป็นยูทูบเบอร์ที่ทำเงินได้สูงสุด 2 ปีซ้อน หลังจากปีที่แล้วทำไปได้ 660 ล้านบาท จากการจัดอันดับประจำปีของฟอร์บส์   โดย ไรอัน อาศัยอยู่กับพ่อแม่ และน้องสาวฝาแฝด ที่รัฐเทกซัส มีคนติดตามช่องของเขาถึง 22 ล้านคน บางคลิปมียอดวิวสูงถึงหลักพันล้าน

 63,695
ต่างประเทศ
20 ธ.ค. 62

สภาล่างสหรัฐฯ มีมติถอดถอน 'ทรัมป์' ออกจากตำแหน่ง

สหรัฐฯ - สภาล่างสหรัฐฯ มีมติถอดถอน โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดี รอส่งต่อขึ้นสู่วุฒิสภาฯ แต่คาดว่าในที่สุด ทรัมป์ จะไม่ถูกถอดถอน   โดยสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ มีมติเห็นชอบให้ถอดถอน ทรัมป์ ออกจากตำแหน่ง ในข้อหาใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ และขัดขวางการทำงานของสภาคองเกรส โดย ทรัมป์ ใช้อำนาจให้ยูเครน ดำเนินการสอบสวนลูกชายของ นายโจ ไบเดน ผู้สมัครชิงตำแหน่ง ปธน. ของพรรคเดโมแครต ซึ่งทรัมป์ ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด    ถึงแม้สภาล่างสหรัฐฯ จะมีมติถอดถอน ก็ไม่ได้หมายความว่า ทรัมป์ จะต้องพ้นจากตำแหน่งในทันที ขั้นตอนต่อไป วุฒิสภาสหรัฐฯ ซึ่งพรรครีพับลิกัน ของทรัมป์ ครองเสียงส่วนใหญ่อยู่ จะต้องมีการไตร่สวนในเดือน ม.ค.63 ว่าสมควรถูกถอดถอนหรือไม่ ทำให้หลายฝ่ายคาดว่า ทรัมป์ จะสามารถรักษาเก้าอี้เอาไว้ได้

 2,555
ต่างประเทศ
05 ธ.ค. 62

จีนลั่นสหรัฐฯต้องชดใช้ หลังผ่านกฎหมายลงโทษจีน ฐานกดขี่อุยกูร์

จีน - ประกาศลั่น สหรัฐฯต้องชดใช้ หลังสภาฯสหรัฐ ผ่านกฎหมายลงโทษจีน ฐานกดขี่อุยกูร์   สภาฯสหรัฐ ลงมติท่วมท้นเป็นเอกฉันท์ สนับสนุนการคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่สนับสนุนของจีนด้วยคะแนน 407 ต่อ 1 เสียง ลงดาบจีนต่อการปราบปรามชาวมุสลิมอุยกูร์ ในเขตปกครองตนเอง ซินเจียง   โดยหลังจากผ่านสภาฯ กระทรวงการต่างประเทศจีน ได้ออกมาแถลง การเตือนทันทีว่า กฎหมายฉบับนี้ไม่ควรถูกบังคับใช้เป็นกฎหมาย ถ้าหากว่ามีการกระทำหรือพูดผิดไปแม้แต่น้อย สหรัฐฯจะต้องชดใช้อย่างสาสม   ขณะที่โฆษกสถานฑูตสหรัฐฯ ในจีน ก็แถลงว่า สหรัฐฯจะเรียกร้องให้ปักกิ่ง ยุตินโยบายทารุณพลเมืองของตัวเอง ในซินเจียง ซึ่งดำเนินมานานกว่า 2 ปี

 6,715
ต่างประเทศ
23 พ.ย. 62

วิกฤตหนัก! 'สหรัฐฯ' เผชิญพายุฤดูหนาว-ลูกเห็บ ครั้งรุนแรงในรอบปี

ที่รัฐโคโลราโด้ สหรัฐอเมริกา เมื่อวานนี้หลายพื้นที่ยังต้องเผชิญกับพายุฤดูหนาวครั้งรุนแรง โดยเฉพาะที่เมืองเดนเวอร์ ถนนหลายสายขาวโพลนไปด้วยหิมะ   สภาพท้องถนนในย่านใจกลางเมืองเดนเวอร์ ทุกพื้นที่ทั้งใจกลางย่านธุรกิจและเขตภูเขาฟรอนท์ เรนจ์ (Front Range) ยังคงเกิดพายุหิมะพัดกระหน่ำ   ช่วงสองสามวันที่ผ่านมา รัฐโคโลราโด้ต้องเผชิญกับพายุหิมะครั้งรุนแรง แต่สุดสัปดาห์นี้คาดว่า สภาพอากาศจะดีขึ้น   ส่วนที่รัฐแอริโซน่า สภาพอากาศเลวร้ายเช่นกันช่วงสองวันที่ผ่านมาเกิดพายุลูกเห็บในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะที่เมืองฟีนิกซ์ ประชาชนในพื้นที่ต่างใช้โทรศัพท์มือถือบันทึกภาพ เพราะไม่เคยพบพายุลูกเห็บที่มีขนาดใหญ่เช่นนี้มาก่อน สภาพอากาศที่เลวร้ายทำให้การจราจรบนท้องถนนกลายเป็นอัมพาต    ขณะที่เด็กๆกลับรู้สึกสนุกสนาน ออกมาเล่นกลางแจ้ง บางคนถึงกับหยิบลูกเห็บมาชิมและบอกว่า อร่อยดี   

 1,502
การเมือง
08 ม.ค. 62

'บิ๊กป้อม' พร้อมไม่ขัดข้อง 'สหรัฐฯ - เกาหลีเหนือ' ใช้ไทยเจรจารอบ 2

รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง พร้อม หากผู้นำสหรัฐฯ และผู้นำเกาหลีเหนือ ใช้ประเทศไทยเป็นสถานที่เจรจารอบ 2 (8 ม.ค. 62) พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกระแสข่าว นาย โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และนายคิม จองอึน ประธานาธิบดีเกาหลีเหนือ จะใช้ประเทศไทย เป็นสถานที่เจราระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และเกาหลีเหนือรอบ 2 ว่ายังไม่ได้รับการติดต่อประสานงาน ซึ่งหากมาใช้จริงก็ไม่ขัดข้อง คลิป

 927
การเมือง
20 เม.ย. 61

'ประวิตร' เตรียมเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ ลั่น "ไม่มีนัยยะอะไรเป็นพิเศษ"

รองนายกฯฝ่ายความมั่นคงเตรียมเยือนสหรัฐฯ ตามคำเชิญของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ส่งสัญญาณความร่วมมือทางทหารที่ดีต่อกัน ชี้ไม่มีนัยยะพิเศษ   พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการเยือนสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 21-27 เมษายนนี้ ว่าเป็นไปตามคำเชิญของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ซึ่งฝ่ายไทยเตรียมข้อมูลในการหารือในทุกเรื่อง เช่น การฝึกทางทหาร การศึกษาที่ต้องร่วมมือกัน และความสัมพันธ์ที่มีต่อกันมา 100 กว่าปี สหรัฐถือเป็นประเทศที่ให้ความร่วมมือกับไทยด้วยดีมาตลอด และการไปเยือนในช่วงนี้ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับสถานการณ์สู้รบ การต่อสู้ในซีเรีย หรือภาคตะวันออกกลาง ด้วย และไทยก็มีทั้งอาเซียนและสหประชาชาติที่จะรองรับในการร่วมมือ     พลเอกประวิตร ยอมรับว่าสหรัฐฯ ไม่ได้เชิญไทยในลักษณะนี้มาเป็นกว่า 10 ปีแล้ว ก็ถือเป็นการส่งสัญญาณในเรื่องของความร่วมมือที่ดีต่อไปในอนาคต ผมไม่มีนัยยะอะไรเป็นพิเศษ   

 1,898

Top