ค้นหา :

ผลการค้นหา "กาญจนบุรี"

การเมือง
12 พ.ย. 62

นายกฯนำทีมครม.สัญจร ราชบุรี-กาญจนบุรี อารมณ์ดีรีดนมวัว ลั่น "ผมก็มาจากการเลือกตั้งเหมือนกัน"

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พร้อมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในการเดินทางไปตรวจราชการ จ.ราชบุรี และ จ.กาญจนบุรี และการประชุม ครม.สัญจร ในวันที่ 11-12 พ.ย.2562   โดยที่ จ.ราชบุรี พล.อ.ประยุทธ์กล่าวกับชาวบ้านตอนหนึ่งว่า วันนี้เหมือนกลับบ้านตลอด 5 ปีและอีก 4-5 เดือนของรัฐบาลทำงานมาโดยตลอดและต่อเนื่อง เราอยู่ไปวันๆแก้ปัญหาแบบเดิม ทุกอย่างจะยิ่งเลวร้าย ต้องพัฒนาเรียนรู้ตลอดชีวิต ตนลงพื้นที่รับฟังความเห็นทุกคน วันนี้เรามีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ตนก็ได้จากการเลือกตั้งเหมือนกัน การเลือกนายกฯก็มาจาก ส.ส. โดย ส.ว. ยังไม่ทันได้เลือก ตนก็ได้แล้ว ขอให้เข้าใจกันเสียด้วย   จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ลงเรือชมตลาดดำเนินสะดวกเก่าอย่างอารมณ์ดี ทักทายพ่อค้าแม่ค้า มีช่วงหนึ่งได้ร้องคลอเพลง ดำเนินจ๋าของสุรพล สมบัติเจริญ นักร้องชื่อดังในอดีต ท่อนที่ว่า “โอ้...ดำเนิน เธอสวยเหลือเกินดำเนินของพี่ ในโลกนี้พี่ขอรักเธอ คนเดียว ไม่ ลืม...” ก่อนถ่ายรูปเป็นที่ระลึก   จากนั้นได้เดินทางไปที่สหกรณ์โคนมหนองโพในพระบรมราชูปถัมภ์ ท่านนายกฯได้ป้อนนมให้ลูกวัว พูดคุยทักทายวัวว่า “How are you?” ก่อนเยี่ยมชมการรีดนมวัว ก่อนจะเอ่ยขอโทษแม่วัวแล้วโชว์ฝีมือรีดนมวัว บอกว่าสงสาร กลัวว่าแม่วัวจะเจ็บเนื่องจากการถูกรีดนม เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าแม่วัวจะไม่เจ็บ เพราะเคยชินกับการถูกรีดนมวัววันละ 2 ครั้ง ช่วงเช้าและเย็น ถ้าอยู่ที่คอกจะรีดด้วยเครื่อง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวติดตลกว่า มีอาชีพใหม่แล้ว ถ้าไม่มีงานทำจะไปรีดนมวัว   ต่อมาเดินทางไปยัง จ.กาญจนบุรี จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้เรียกรัฐมนตรีขึ้นบนเวที ระบุว่า ครม.มาจากหลายพรรค แต่สามัคคีกัน แล้วแนะนำให้ประชาชนรู้จักรัฐมนตรีทีละคนว่าเป็นใครอยู่กระทรวงไหน สังกัดพรรคอะไร ช่วงหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์มองหารัฐมนตรีสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ แต่ไม่พบใคร จึงเอ่ยปากถามหาว่าประชาธิปัตย์อยู่ไหน ก่อนจะเรียก ส.ส.จากพรรคร่วมรัฐบาลขึ้นเวที พร้อมกับกล่าวว่า มีอะไรก็คุยกัน ขณะที่ในช่วงค่ำได้ร่วมลอยกระทงกับคณะรัฐมนตรีและชาวกาญจนบุรีด้วยบรรยากาศครื้นเครง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/gAniasADUOk

 925
การเมือง
12 พ.ย. 62

นายกฯลอยกระทงกับชาวเมืองกาญจน์ เล่นมุก "พระจันทร์อยู่โน่น แต่จันทร์โอชาอยู่นี่"

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรี ร่วมลอยกระทงกับชาวจังหวัดกาญจนบุรี ที่ท่าเรือขุนแผน เพื่อร่วมประเพณีวันลอยกระทง โดยมีหนูน้อยนพมาศให้การต้อนรับท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่น ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ ได้ร่วมถ่ายภาพทักทาย อย่างเป็นกันเองกับประชาชนและหนูน้อยนพมาศ และร่วมรำวงวันลอยกระทงกับประชาชนที่คอยต้อนรับ   ระหว่างที่นายกฯกล่าว ได้ชี้ให้ชาวบ้านหันไปมองพระจันทร์ที่เต็มดวงเต็มท้องฟ้า ก่อนพูดว่า ดูพระจันทร์ด้านหลังโน่น แต่บนนี้จันทร์โอชา ใครมีความทุกข์อะไรฝากไว้ที่นายกฯนี่ จะได้ลอยไปกับกระทง ผมขอเป็นที่รองรับความทุกข์ของทุกคน ไม่เคยทอดทิ้ง จำคำพูดผมไว้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/hA7vcVG5GoI

 861
ข่าวโซเชียล
11 พ.ย. 62

หนุ่มวอนตามหาแม่ หลังพบภาพวงจรปิดไปกับคนแปลกหน้า หวั่นถูกลวงเพราะมีลอตเตอรี่ติดตัว

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Praiwan Hinz Jansook ได้มีการประกาศตามหาแม่ที่หายออกไปจากบ้านคือนาง พรพรรณ จันทร์สุข อายุ 55 – 60 ปี หายจากบ้านวันนี้ตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันที่ 9 พฤศจิกายนที่ผ่านมา พบเจอรถซาเล้งที่ขี่ประจำจอดทิ้งไว้ที่โรงพยาบาลมะการักษ์แต่พบว่าเจ้าตัวไม่อยู่ เกรงว่าจะถูกลวงเนื่องจากนางพรพรรณหายไปพร้อมกับมีล็อตเตอรี่และเงินจำนวนหนึ่ง   ต่อมามีความคืบหน้าจากกล้องวงจรปิดพบนางพรพรรณครั้งสุดท้าย เวลา 17:44 ที่โรงพยาบาลมะการักษ์ จับภาพได้ลักษณะกำลังจะเดินออกไปขึ้นรถไปกับชายปริศนา โดยลูกชายยืนยันว่าไม่รู้จักชายคนดังกล่าว   ล่าสุดมีเบาะแสก่อนหน้านี้ว่า พบนางพรพรรณละแวกวัดหนองสองห้องผาสุการาม ในอำเภอท่าม่วง ได้มีการลงพื้นที่ตรวจสอบแล้ว แต่ยังไม่พบตัวนางพรพรรณ แจ้งเบาะแส : 09-3505-2992  

 59
ข่าวภูมิภาค
28 ต.ค. 62

คลิปสาวขับเก๋งหลุดโค้งชนเสาไฟฟ้า พลิกคว่ำข้ามเกาะกลางถนน บาดเจ็บสาหัส

กาญจนบุรี-ภาพจากกล้องวงจรปิด บริเวณหน้าร้านขายวัสดุก่อสร้าง ริมถนนแสงชูโต พื้นที่หมู่ 2 ตำบลท่าล้อ อำเภอท่าม่วง เผยให้เห็นภาพวินาที ขณะที่หญิงสาวรายหนึ่ง ขับรถยนต์เก๋งมาจากทางอำเภอท่าม่วง เข้าโค้งมุ่งหน้าไปยังตัวเมืองกาญจนบุรี ก่อนที่รถคันดังกล่าวจะเกิดเสียหลัก หลุดโค้งไปชนกับเสาไฟฟ้าส่องสว่างบนเกาะกลางถนน   จากนั้นรถยนต์เก๋งคันดังกล่าว ได้พลิกคว่ำข้ามเกาะกลางถนนมาตกยังถนนฝั่งตรงข้าม ก่อนจะไปหยุดอยู่หน้าร้านขายวัสดุก่อสร้างที่ติดกล้องวงจรปิด ต่อมามีพนักงานรักษาความปลอดภัยของทางร้าน เดินมาดูที่รถคันดังกล่าว พร้อมโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่มูลนิธิขุนรัตนาวุธ เดินทางมาช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเป็นหญิงสาวออกมาจากซากรถ     หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่มูลนิธิขุนรัตนาวุธ ได้ช่วยกันนำร่างของนางสาวชนัณธิดา บานเย็น อายุ 30 ปี ชาวจังหวัดระยอง ออกมาจากซากรถคันดังกล่าวก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์ทำการรักษาอย่างเร่งด่วน เบื้องต้น พบว่าอาการปลอดภัยแล้ว   ส่วนสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้สันนิษฐานว่า อาจจะเกิดจากความที่ผู้ขับขี่ไม่ชำนายเส้นทาง และอาจจะใช้ความเร็วมากเกินไปจนรถเกิดเสียหลักหลุดโค้ง หรืออาจจะเกิดจากการที่คนขับเกิดอาการวูบหลับใน เนื่องจากช่วงเกิดเหตุเป็นช่วงกลางดึกและถนนช่วงก่อนจะถึงทางโค้งที่เกิดเหตุ ก็เป็นถนนทางตรงยาว อาจจะทำให้คนขับเผลวูบหลับในได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Ws57vO1XLaU

 1,491
สังคม
28 ต.ค. 62

คลิปสาวขับเก๋งหลุดโค้งชนเสาไฟฟ้า พลิกคว่ำข้ามเกาะกลางถนน บาดเจ็บสาหัส

กาญจนบุรี-ภาพจากกล้องวงจรปิด บริเวณหน้าร้านขายวัสดุก่อสร้าง ริมถนนแสงชูโต พื้นที่หมู่ 2 ตำบลท่าล้อ อำเภอท่าม่วง เผยให้เห็นภาพวินาที ขณะที่หญิงสาวรายหนึ่ง ขับรถยนต์เก๋งมาจากทางอำเภอท่าม่วง เข้าโค้งมุ่งหน้าไปยังตัวเมืองกาญจนบุรี ก่อนที่รถคันดังกล่าวจะเกิดเสียหลัก หลุดโค้งไปชนกับเสาไฟฟ้าส่องสว่างบนเกาะกลางถนน   จากนั้นรถยนต์เก๋งคันดังกล่าว ได้พลิกคว่ำข้ามเกาะกลางถนนมาตกยังถนนฝั่งตรงข้าม ก่อนจะไปหยุดอยู่หน้าร้านขายวัสดุก่อสร้างที่ติดกล้องวงจรปิด ต่อมามีพนักงานรักษาความปลอดภัยของทางร้าน เดินมาดูที่รถคันดังกล่าว พร้อมโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่มูลนิธิขุนรัตนาวุธ เดินทางมาช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเป็นหญิงสาวออกมาจากซากรถ     หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่มูลนิธิขุนรัตนาวุธ ได้ช่วยกันนำร่างของนางสาวชนัณธิดา บานเย็น อายุ 30 ปี ชาวจังหวัดระยอง ออกมาจากซากรถคันดังกล่าวก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์ทำการรักษาอย่างเร่งด่วน เบื้องต้น พบว่าอาการปลอดภัยแล้ว   ส่วนสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้สันนิษฐานว่า อาจจะเกิดจากความที่ผู้ขับขี่ไม่ชำนายเส้นทาง และอาจจะใช้ความเร็วมากเกินไปจนรถเกิดเสียหลักหลุดโค้ง หรืออาจจะเกิดจากการที่คนขับเกิดอาการวูบหลับใน เนื่องจากช่วงเกิดเหตุเป็นช่วงกลางดึกและถนนช่วงก่อนจะถึงทางโค้งที่เกิดเหตุ ก็เป็นถนนทางตรงยาว อาจจะทำให้คนขับเผลวูบหลับในได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Ws57vO1XLaU

 1,491
ข่าวภูมิภาค
27 ต.ค. 62

แม่ขับเก๋งเสียหลักพุ่งตกคลอง พลเมืองดีเข้าช่วยลูกวัย 2 ขวบรอด แม่เสียชีวิต

กาญจนบุรี-แม่วัย 40 ปี ขับเก๋งเสียหลักพุ่งตกคลอง พลเมืองดีเข้าช่วยลูกชายวัย 2 ขวบรอด แม่เสียชีวิต   ภาพวิดีโอจากกล้องหน้ารถคันหนึ่ง บันทึกภาพเหตุการณ์ ขณะที่รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อนิสสัน สีดำ เกิดเสียหลักพุ่งตกลงไปในคลองชลประทาน เหตุเกิดบริเวณบนถนนริมคลองชลประทานหวายเหนียว พื้นที่หมู่ 4 ตำบลหวายเหนียว อำเภอท่ามะกา เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2562   โดยหลังเกิดเหตุ พลเมืองดีที่ผ่านมาพบเห็นเหตุการณ์ ได้รีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่กู้ภัย ก่อนจะรีบกระโดดลงไปช่วยเหลือ เด็กชายอายุประมาณ 2 ขวบ ออกมาจากรถได้สำเร็จ ส่วนคนขับ ซึ่งเป็นผู้หญิงติดอยู่ภายในรถ กระทั่งเจ้าหน้าที่มูลนิธิขุนรัตนาวุธมาถึงและช่วยกันนำร่างของหญิงคนดังกล่าวออกมาจากรถได้สำเร็จ แต่เนื่องจากหญิงคนดังกล่าว ติดอยู่ในรถที่จมอยู่ใต้น้ำเป็นเวลานาน ทำให้ขาดอากาศหายใจ เจ้าหน้าที่ช่วยกันทำซีพีอาร์ จนกลับมามีชีพจร ก่อนรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลมะการักษ์ทันที แต่สุดท้ายหญิงคนดังกล่าวก็เสียชีวิตในเวลาต่อมา   เจ้าหน้าที่ตำรวจ เปิดเผยว่า อยู่ในระหว่างตรวจสอบหาสาเหตุ ที่ทำให้รถคันดังกล่าวเสียหลักพุ่งตกคลองชลประทาน ซึ่งจากที่เห็นภาพวิดีโอจากกล้องหน้ารถ ก็พบว่าไม่ได้มีรถคันอื่นขับขี่ตัดหน้าแต่อย่างใด ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ คงจะต้องรอการตรวจสอบอย่างละเอียดจากเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรีอีกครั้ง   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/FRdLxTZmYcc

 10,330
สังคม
27 ต.ค. 62

แม่ขับเก๋งเสียหลักพุ่งตกคลอง พลเมืองดีเข้าช่วยลูกวัย 2 ขวบรอด แม่เสียชีวิต

กาญจนบุรี-แม่วัย 40 ปี ขับเก๋งเสียหลักพุ่งตกคลอง พลเมืองดีเข้าช่วยลูกชายวัย 2 ขวบรอด แม่เสียชีวิต   ภาพวิดีโอจากกล้องหน้ารถคันหนึ่ง บันทึกภาพเหตุการณ์ ขณะที่รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อนิสสัน สีดำ เกิดเสียหลักพุ่งตกลงไปในคลองชลประทาน เหตุเกิดบริเวณบนถนนริมคลองชลประทานหวายเหนียว พื้นที่หมู่ 4 ตำบลหวายเหนียว อำเภอท่ามะกา เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2562   โดยหลังเกิดเหตุ พลเมืองดีที่ผ่านมาพบเห็นเหตุการณ์ ได้รีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่กู้ภัย ก่อนจะรีบกระโดดลงไปช่วยเหลือ เด็กชายอายุประมาณ 2 ขวบ ออกมาจากรถได้สำเร็จ ส่วนคนขับ ซึ่งเป็นผู้หญิงติดอยู่ภายในรถ กระทั่งเจ้าหน้าที่มูลนิธิขุนรัตนาวุธมาถึงและช่วยกันนำร่างของหญิงคนดังกล่าวออกมาจากรถได้สำเร็จ แต่เนื่องจากหญิงคนดังกล่าว ติดอยู่ในรถที่จมอยู่ใต้น้ำเป็นเวลานาน ทำให้ขาดอากาศหายใจ เจ้าหน้าที่ช่วยกันทำซีพีอาร์ จนกลับมามีชีพจร ก่อนรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลมะการักษ์ทันที แต่สุดท้ายหญิงคนดังกล่าวก็เสียชีวิตในเวลาต่อมา   เจ้าหน้าที่ตำรวจ เปิดเผยว่า อยู่ในระหว่างตรวจสอบหาสาเหตุ ที่ทำให้รถคันดังกล่าวเสียหลักพุ่งตกคลองชลประทาน ซึ่งจากที่เห็นภาพวิดีโอจากกล้องหน้ารถ ก็พบว่าไม่ได้มีรถคันอื่นขับขี่ตัดหน้าแต่อย่างใด ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ คงจะต้องรอการตรวจสอบอย่างละเอียดจากเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรีอีกครั้ง   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/FRdLxTZmYcc

 10,330
ข่าวภูมิภาค
26 ต.ค. 62

ซ้อนแผนจับกลุ่มชายฉกรรจ์ อ้างเป็น ตร.ลักพาตัวหนุ่ม เรียกค่าไถ่ 2 แสน แลกลดทอนคดียาเสพติด

กาญจนบุรี - สาวท้องแก่เข้าร้องขอความช่วยเหลือจากทหาร กองกำลังสุรสีห์ หลังสามีถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ อ้างตัวเป็นตำรวจอุ้มหายลึกลับ ก่อนเรียกค่าไถ่ 200,000 บาท ก่อนถูกซ้อนแผนจับกุมยกชุด   ทหารกองพลทหารราบที่ 9 กองกำลังสุรสีห์ ได้รับการร้องเรียนจากหญิงท้องแก่ อายุครรภ์ประมาณ 5 เดือน ซึ่งเป็นชาวบ้านในตำบลดอนชะเอม อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี ว่า สามีของตน ได้ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ จำนวน 5 คน ที่ได้อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด เข้าทำการจับกุมตัว สามีของตนพร้อมพวกรวม 4 คน เมื่อเวลา 21.00 นาฬิกา วันที่ 22 ตุลาคม 2562 โดยได้ของกลางเป็นยาบ้าจำนวน 600 เม็ด และทางกลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าว ได้มีการเจรจาต่อรองว่า จะลดจำนวนยาบ้าที่จับกุมได้จาก 600 เม็ด ให้เหลือเพียง 12 เม็ด แลกกับการให้ตน นำเงินจำนวน 200,000 บาท มาเป็นค่าไถ่ตัวสามี   ซึ่งภายหลังได้รับการร้องเรียน ทางทหารกองพลทหารราบที่ 9 กองกำลังสุรสีห์ ได้ทำการประสานไปยังชุดสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อร่วมวางแผนเข้าทำการจับกุมตัวกลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าว ที่จะเดินทางมารับเงินจำนวน 200,000 บาท โดย เจ้าหน้าที่ได้วางแผนนำเงินจำนวน 200,000 บาท ที่จะนำไปมอบให้กับกลุ่มชายฉกรรจ์อ้างตัวเป็นตำรวจทำการถ่ายเอกสารไว้ เพื่อเป็นหลักฐานในการดำเนินคดีกับกลุ่มชายฉกรรจ์ทั้ง 4 คน โดยได้มีการนัดหมายส่งมอบเงิน ที่บ้านพักแห่งหนึ่งในหมู่บ้านดอนชะเอม โดยเจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวได้นำเงินจำนวน 150,000 บาท ที่ถ่ายเอกสารแล้วให้กับหญิงท้องแก่รายนี้ นำไปให้กลุ่มชายฉกรรจ์ที่บ้านพักหลังที่ทำการนัดหมาย    โดยเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ ได้กระจายกำลังเข้าปิดล้อม จับกุมตัวกลุ่มชายฉกรรจ์ทั้งหมดได้ในที่สุด จากการเข้าจับกุม ชายฉกรรจ์ทั้ง 4 คน พบอาวุธปืนสั้น 1 กระบอก โดยผู้ต้องหาอ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติด พร้อมกับโทรศัพท์ติดต่อไปยัง สารวัตรท่านหนึ่ง พร้อมกับแจ้งข่าวว่า เรื่องที่ทางสารวัตรสั่งให้มารับของได้ถูกเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจเข้าทำการจับกุม เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้นำตัว กลุ่มชายฉกรรจ์ 4 คนที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เดินทางมาทำการสืบสวนสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว   กระทั่ง พบว่า ชายคนที่ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวจับกุมตัว คือ นายศราวุธ สมศรี ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกับนายสุรัช เผือกพันธ์ด่อน อายุ 23 ปี ที่ทางญาติได้เข้าร้องเรียนว่า ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์จำนวน5คน บุกเข้าทำร้ายร่างกายและอุ้มหายไปจากบ้าน ในตำบลม่วงชุม อำเภอท่าม่วง เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2562 เวลาประมาณ 03.00 นาฬิกา   ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้แจ้งข้อกล่าวหากับกลุ่มชายฉกรรจ์ทั้ง 5 รายว่า ร่วมกันเป็นเจ้าพนักงาน เรียกรับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน ประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง และข้อกล่าวหา เป็นผู้สนับสนุนให้เจ้าพนักงานร่วมกัน เรียกรับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน ประโยชนอื่นใด สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งในตำแหน่ง ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรท่ามะกา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   รายงานข่าวแจ้งอีกว่า สำหรับทั้ง 2 คดีนี้ ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจสอบ ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 ชุดที่เข้าจับกุมตัว นายสุรัช และ นายศราวุฒิ นั้น มีส่วนเกี่ยวข้องหรือเชื่อมโยงถึงกันด้วยหรือไม่ เนื่องจากนายสุรัช และนายศราวุฒิ เป็นเพื่อนสนิทกันและช่วงเวลาที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 ชุดจับกุมก็อยู่ในช่วงเวลาที่ใกล้กัน   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/pesWJkAjSAk  

 3,631
อาชญากรรม
26 ต.ค. 62

ซ้อนแผนจับกลุ่มชายฉกรรจ์ อ้างเป็น ตร.ลักพาตัวหนุ่ม เรียกค่าไถ่ 2 แสน แลกลดทอนคดียาเสพติด

กาญจนบุรี - สาวท้องแก่เข้าร้องขอความช่วยเหลือจากทหาร กองกำลังสุรสีห์ หลังสามีถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ อ้างตัวเป็นตำรวจอุ้มหายลึกลับ ก่อนเรียกค่าไถ่ 200,000 บาท ก่อนถูกซ้อนแผนจับกุมยกชุด   ทหารกองพลทหารราบที่ 9 กองกำลังสุรสีห์ ได้รับการร้องเรียนจากหญิงท้องแก่ อายุครรภ์ประมาณ 5 เดือน ซึ่งเป็นชาวบ้านในตำบลดอนชะเอม อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี ว่า สามีของตน ได้ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ จำนวน 5 คน ที่ได้อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด เข้าทำการจับกุมตัว สามีของตนพร้อมพวกรวม 4 คน เมื่อเวลา 21.00 นาฬิกา วันที่ 22 ตุลาคม 2562 โดยได้ของกลางเป็นยาบ้าจำนวน 600 เม็ด และทางกลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าว ได้มีการเจรจาต่อรองว่า จะลดจำนวนยาบ้าที่จับกุมได้จาก 600 เม็ด ให้เหลือเพียง 12 เม็ด แลกกับการให้ตน นำเงินจำนวน 200,000 บาท มาเป็นค่าไถ่ตัวสามี   ซึ่งภายหลังได้รับการร้องเรียน ทางทหารกองพลทหารราบที่ 9 กองกำลังสุรสีห์ ได้ทำการประสานไปยังชุดสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อร่วมวางแผนเข้าทำการจับกุมตัวกลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าว ที่จะเดินทางมารับเงินจำนวน 200,000 บาท โดย เจ้าหน้าที่ได้วางแผนนำเงินจำนวน 200,000 บาท ที่จะนำไปมอบให้กับกลุ่มชายฉกรรจ์อ้างตัวเป็นตำรวจทำการถ่ายเอกสารไว้ เพื่อเป็นหลักฐานในการดำเนินคดีกับกลุ่มชายฉกรรจ์ทั้ง 4 คน โดยได้มีการนัดหมายส่งมอบเงิน ที่บ้านพักแห่งหนึ่งในหมู่บ้านดอนชะเอม โดยเจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวได้นำเงินจำนวน 150,000 บาท ที่ถ่ายเอกสารแล้วให้กับหญิงท้องแก่รายนี้ นำไปให้กลุ่มชายฉกรรจ์ที่บ้านพักหลังที่ทำการนัดหมาย    โดยเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ ได้กระจายกำลังเข้าปิดล้อม จับกุมตัวกลุ่มชายฉกรรจ์ทั้งหมดได้ในที่สุด จากการเข้าจับกุม ชายฉกรรจ์ทั้ง 4 คน พบอาวุธปืนสั้น 1 กระบอก โดยผู้ต้องหาอ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติด พร้อมกับโทรศัพท์ติดต่อไปยัง สารวัตรท่านหนึ่ง พร้อมกับแจ้งข่าวว่า เรื่องที่ทางสารวัตรสั่งให้มารับของได้ถูกเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจเข้าทำการจับกุม เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้นำตัว กลุ่มชายฉกรรจ์ 4 คนที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เดินทางมาทำการสืบสวนสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว   กระทั่ง พบว่า ชายคนที่ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวจับกุมตัว คือ นายศราวุธ สมศรี ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกับนายสุรัช เผือกพันธ์ด่อน อายุ 23 ปี ที่ทางญาติได้เข้าร้องเรียนว่า ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์จำนวน5คน บุกเข้าทำร้ายร่างกายและอุ้มหายไปจากบ้าน ในตำบลม่วงชุม อำเภอท่าม่วง เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2562 เวลาประมาณ 03.00 นาฬิกา   ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้แจ้งข้อกล่าวหากับกลุ่มชายฉกรรจ์ทั้ง 5 รายว่า ร่วมกันเป็นเจ้าพนักงาน เรียกรับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน ประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง และข้อกล่าวหา เป็นผู้สนับสนุนให้เจ้าพนักงานร่วมกัน เรียกรับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน ประโยชนอื่นใด สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งในตำแหน่ง ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรท่ามะกา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   รายงานข่าวแจ้งอีกว่า สำหรับทั้ง 2 คดีนี้ ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจสอบ ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 ชุดที่เข้าจับกุมตัว นายสุรัช และ นายศราวุฒิ นั้น มีส่วนเกี่ยวข้องหรือเชื่อมโยงถึงกันด้วยหรือไม่ เนื่องจากนายสุรัช และนายศราวุฒิ เป็นเพื่อนสนิทกันและช่วงเวลาที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 ชุดจับกุมก็อยู่ในช่วงเวลาที่ใกล้กัน   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/pesWJkAjSAk  

 3,631
สังคม-อาชญากรรม
26 ต.ค. 62

ผกก.ท่าม่วง แจง หนุ่มวัย 23 ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์บุกทำร้ายอุ้มขึ้นรถ ก่อนนำตัวมาปล่อยทิ้งไว้ รพ. เป็นตำรวจจริงล่อซื้อยาบ้า

จากกรณีที่ญาติเข้าร้องเรียนกับเจ้าหน้าที่กองปราบปรามฯ นายสุรัช เผือกพันธ์ด่อน อายุ 23 ปี ถูกกลุ่มบุชายฉกรรจ์บุกเข้ามาทำร้ายร่างกายถึงภายในบ้าน ในพื้นที่ ต.ม่วงชุม อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ก่อนจะอุ้มหายไป มาเจออีกทีอยู่ที่โรงพยาบาล โดยเหตุเกิดเมื่อช่วงเวลาประมาณ 03.00 น. ของวันที่ 23 ต.ค.ที่ผ่านมา   พี่ชายของนายสุรัช กล่าวว่า ได้รับโทรศัพท์ติดต่อมาว่าให้ไปเยี่ยมน้องชายมีคนนำมาทิ้งไว้ที่ รพ.สมเด็จพระสังฆราชที่ 19 จึงเดินทางไปพร้อมกับญาติพบน้องชายสภาพไม่ได้สติ นอนร้องเสียงโอดโอ้ย บริเวณดวงตามีรอยฟกช้ำ ใบหน้ามีคราบเลือด จมูกหัก ปากแตก ลำตัวมีร่องรอยถูกกระแทกด้วยของแข็งที่หน้าท้อง    ทางญาติพยายามสอบถามว่าใครนำมาส่ง ทราบว่ากลุ่มชายที่อุ้มตัวนายสุรัชไปเป็นคนนำมาส่งที่ รพ. อ้างเป็นผู้กองบอล โดยบอกให้ รพ.ติดต่อญาติคนเจ็บเอง ก่อนเดินทางกลับ   ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านหลังเกิดเหตุ เป็นบ้านไม้ยกพื้นสูงสภาพทรุดโทรม ใกล้ใต้ถุนบ้านพบเปลตาข่ายสีขาวถูกโยนทิ้ง มีรอยคราบเลือดเปื้อนอยู่ตำรวจเก็บไปเป็นหลักฐาน ขณะที่บนบ้านพบคล้ายร่องรอยการต่อสู้และมีปลอกกระสุนปืนอยู่บนบ้านหลายปลอก ฝาบ้านพังเสียหาย คาดอาจต่อสู้กันแล้วนายสุรัชถูกผลักหรือถีบตกจากชั้นสองของบ้าน ขณะที่ จนท.นำเชือกมากั้นรอบบ้านไม่ให้บุคคลภายนอกเข้าไป   ลุงผู้เสียหายเข้าให้ปากคำกับตำรวจ สภ.ท่าม่วง เผยกับผู้สื่อข่าวว่า วันเกิดเหตุกลุ่มบุคคลที่อ้างตัวเป็นตำรวจเข้ามาโดยไม่แสดงบัตรและหมายค้น ทำร้ายหลานชายของตน ใช้ท่อเหล็กฟาดจนหัก หนำซ้ำใช้ไม้หน้าสามยาว 2 เมตร กระทุ่งตามลำตัว กระทืบใช้เท้าเหยียบคอเลือดอาบหน้า จับแก้ผ้าทั้งหมดใส่กุญมือพาตัวขึ้นรถไป รพ. พอไปถึง รพ. ก็รีบพาตัวหลานชายออกจาก รพ.ทันที ทั้งที่พยายาลกำลังช่วยกันทำแผล อ้างจะนำตัวไปขยายผล   “เขาทำร้ายหลานชายอย่างรุนแรง เข้าไปห้ามก็ไม่หยุด เขาบอกไม่ต้องมายุ่งและไม่แจ้งให้ทราบว่าทำร้ายด้วยสาเหตุใด หากเป็นตำรวจจริงก็ไม่น่าทำร้ายกันขนาดนี้ ถูกผิดก็ว่ากันไปตามกฎหมาย ไม่ใช่มาอุ้มหายตัวไปแบบนี้ ซึ่งก็ไม่ทราบเป็นตำรวจจริงหรือไม่ ไม่มีคำชี้แจงใด ๆ เชื่อเป็นตำรวจนอกแถวอุ้มรีด ”   นายกำพล กล่าวเพิ่มเติมว่า จากนี้ตนและญาติ ๆ  จะเดินหน้าเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับหลานชายให้ถึงที่สุด มันรุนแรงเกินกว่าเหตุ ยอมรับหลานเคยถูกจับดำเนินคดีเสพยาเสพติดมาก่อน ซึ่งรับโทษและถูกส่งตัวเข้ารับการบำบัดจนเสร็จสิ้นแล้ว ส่วนจะยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีกหรือไม่ตนไม่ทราบ เพราะ ไม่ได้อาศัยอยู่ด้วยกัน โดยนายสุรัชอาศัยอยู่คนเดียว   ทั้งนี้ ญาติได้ทำการตรวจกล้องวงจรปิดตามเส้นทางจนไปถึงรพ.พบหลักฐานเป็นภาพกล้องวงจรปิดบันทึกภาพรถกระบะสีดำต้องสงสัย 4 ประตู อยู่ระหว่างตรวจสอบหมายเลขทะเบียนหาเจ้าของรถ ส่วนวงจรปิดที่ รพ.ไม่สามารถจับภาพกลุ่มชายฉกรรจ์ที่นำตัวนายสุรัตน์ มาส่งได้  หลังเกิดเหตุตำรวจ สภ.ท่าม่วง ไม่รับแจ้วความจึงต้องไปร้องกองปราบฯ   ด้าน พ.ต.อ.สมเกียรติ  โฉมฉาย ผกก.สภ.ท่าม่วง  เผยว่า กลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวเป็นตำรวจจริง เป็นเจ้าหน้าที่ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศอ.ปส.ตร.) ไม่ใช่ตำรวจโรงพักท่าม่วง โดยเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าบ้านหลังดังกล่าวจำหน่ายยาเสพติด จึงให้สายลับทำการล่อซื้อยาบ้า 20 เม็ด    จากนั้นนายสุรัต ได้ต่อสู้ขัดขวางเจ้าหน้าที่จึงต้องใช้กำลังจนได้รับบาดเจ็บ ตรวจค้นภายในบ้านพบยาบ้าอีก 40 เม็ด จึงล็อคตัวไปสอบสวนเพื่อขยายผล ต่อมาช่วงตี 2 ของวันที่ 25 ต.ค. เจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าว ได้นำตัวนายสุรัช พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าม่วง แจ้งข้อกล่าวหาจำหน่ายยาเสพติด/มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย/ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน    โดยสภาพของนายสุรัช ขณะนั้นสะบักสะบอม ไม่สามารถพูดหรือให้ข้อมูลอะไรได้ จากนั้นชุดจับกุมได้นำตัวส่งโรงพยาบาลและแจ้งให้ญาติทราบ สำหรับผู้กองบอล เคยเป็นตำรวจอยู่ที่โรงพักท่าม่วง ซึ่งถูกย้ายให้ไปช่วยราชการที่ ศอ.ปส.ตร. ตั้งแต่ปี 2561    สำหรับคดีแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือคดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และที่ญาติผู้ต้องหาแจ้งความร้องทุกข์ว่าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยจะรวบรวมหลักฐานสรุปสำนวนเบื้องต้นให้ ปปช.ดำเนินการต่อไป รายละเอียดอยู่ระหว่างสอบสวนข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตามจะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/asSWC8d5H_U

 3,443
สังคม
26 ต.ค. 62

ผกก.ท่าม่วง แจง หนุ่มวัย 23 ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์บุกทำร้ายอุ้มขึ้นรถ ก่อนนำตัวมาปล่อยทิ้งไว้ รพ. เป็นตำรวจจริงล่อซื้อยาบ้า

จากกรณีที่ญาติเข้าร้องเรียนกับเจ้าหน้าที่กองปราบปรามฯ นายสุรัช เผือกพันธ์ด่อน อายุ 23 ปี ถูกกลุ่มบุชายฉกรรจ์บุกเข้ามาทำร้ายร่างกายถึงภายในบ้าน ในพื้นที่ ต.ม่วงชุม อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ก่อนจะอุ้มหายไป มาเจออีกทีอยู่ที่โรงพยาบาล โดยเหตุเกิดเมื่อช่วงเวลาประมาณ 03.00 น. ของวันที่ 23 ต.ค.ที่ผ่านมา   พี่ชายของนายสุรัช กล่าวว่า ได้รับโทรศัพท์ติดต่อมาว่าให้ไปเยี่ยมน้องชายมีคนนำมาทิ้งไว้ที่ รพ.สมเด็จพระสังฆราชที่ 19 จึงเดินทางไปพร้อมกับญาติพบน้องชายสภาพไม่ได้สติ นอนร้องเสียงโอดโอ้ย บริเวณดวงตามีรอยฟกช้ำ ใบหน้ามีคราบเลือด จมูกหัก ปากแตก ลำตัวมีร่องรอยถูกกระแทกด้วยของแข็งที่หน้าท้อง    ทางญาติพยายามสอบถามว่าใครนำมาส่ง ทราบว่ากลุ่มชายที่อุ้มตัวนายสุรัชไปเป็นคนนำมาส่งที่ รพ. อ้างเป็นผู้กองบอล โดยบอกให้ รพ.ติดต่อญาติคนเจ็บเอง ก่อนเดินทางกลับ   ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านหลังเกิดเหตุ เป็นบ้านไม้ยกพื้นสูงสภาพทรุดโทรม ใกล้ใต้ถุนบ้านพบเปลตาข่ายสีขาวถูกโยนทิ้ง มีรอยคราบเลือดเปื้อนอยู่ตำรวจเก็บไปเป็นหลักฐาน ขณะที่บนบ้านพบคล้ายร่องรอยการต่อสู้และมีปลอกกระสุนปืนอยู่บนบ้านหลายปลอก ฝาบ้านพังเสียหาย คาดอาจต่อสู้กันแล้วนายสุรัชถูกผลักหรือถีบตกจากชั้นสองของบ้าน ขณะที่ จนท.นำเชือกมากั้นรอบบ้านไม่ให้บุคคลภายนอกเข้าไป   ลุงผู้เสียหายเข้าให้ปากคำกับตำรวจ สภ.ท่าม่วง เผยกับผู้สื่อข่าวว่า วันเกิดเหตุกลุ่มบุคคลที่อ้างตัวเป็นตำรวจเข้ามาโดยไม่แสดงบัตรและหมายค้น ทำร้ายหลานชายของตน ใช้ท่อเหล็กฟาดจนหัก หนำซ้ำใช้ไม้หน้าสามยาว 2 เมตร กระทุ่งตามลำตัว กระทืบใช้เท้าเหยียบคอเลือดอาบหน้า จับแก้ผ้าทั้งหมดใส่กุญมือพาตัวขึ้นรถไป รพ. พอไปถึง รพ. ก็รีบพาตัวหลานชายออกจาก รพ.ทันที ทั้งที่พยายาลกำลังช่วยกันทำแผล อ้างจะนำตัวไปขยายผล   “เขาทำร้ายหลานชายอย่างรุนแรง เข้าไปห้ามก็ไม่หยุด เขาบอกไม่ต้องมายุ่งและไม่แจ้งให้ทราบว่าทำร้ายด้วยสาเหตุใด หากเป็นตำรวจจริงก็ไม่น่าทำร้ายกันขนาดนี้ ถูกผิดก็ว่ากันไปตามกฎหมาย ไม่ใช่มาอุ้มหายตัวไปแบบนี้ ซึ่งก็ไม่ทราบเป็นตำรวจจริงหรือไม่ ไม่มีคำชี้แจงใด ๆ เชื่อเป็นตำรวจนอกแถวอุ้มรีด ”   นายกำพล กล่าวเพิ่มเติมว่า จากนี้ตนและญาติ ๆ  จะเดินหน้าเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับหลานชายให้ถึงที่สุด มันรุนแรงเกินกว่าเหตุ ยอมรับหลานเคยถูกจับดำเนินคดีเสพยาเสพติดมาก่อน ซึ่งรับโทษและถูกส่งตัวเข้ารับการบำบัดจนเสร็จสิ้นแล้ว ส่วนจะยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีกหรือไม่ตนไม่ทราบ เพราะ ไม่ได้อาศัยอยู่ด้วยกัน โดยนายสุรัชอาศัยอยู่คนเดียว   ทั้งนี้ ญาติได้ทำการตรวจกล้องวงจรปิดตามเส้นทางจนไปถึงรพ.พบหลักฐานเป็นภาพกล้องวงจรปิดบันทึกภาพรถกระบะสีดำต้องสงสัย 4 ประตู อยู่ระหว่างตรวจสอบหมายเลขทะเบียนหาเจ้าของรถ ส่วนวงจรปิดที่ รพ.ไม่สามารถจับภาพกลุ่มชายฉกรรจ์ที่นำตัวนายสุรัตน์ มาส่งได้  หลังเกิดเหตุตำรวจ สภ.ท่าม่วง ไม่รับแจ้วความจึงต้องไปร้องกองปราบฯ   ด้าน พ.ต.อ.สมเกียรติ  โฉมฉาย ผกก.สภ.ท่าม่วง  เผยว่า กลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวเป็นตำรวจจริง เป็นเจ้าหน้าที่ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศอ.ปส.ตร.) ไม่ใช่ตำรวจโรงพักท่าม่วง โดยเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าบ้านหลังดังกล่าวจำหน่ายยาเสพติด จึงให้สายลับทำการล่อซื้อยาบ้า 20 เม็ด    จากนั้นนายสุรัต ได้ต่อสู้ขัดขวางเจ้าหน้าที่จึงต้องใช้กำลังจนได้รับบาดเจ็บ ตรวจค้นภายในบ้านพบยาบ้าอีก 40 เม็ด จึงล็อคตัวไปสอบสวนเพื่อขยายผล ต่อมาช่วงตี 2 ของวันที่ 25 ต.ค. เจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าว ได้นำตัวนายสุรัช พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าม่วง แจ้งข้อกล่าวหาจำหน่ายยาเสพติด/มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย/ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน    โดยสภาพของนายสุรัช ขณะนั้นสะบักสะบอม ไม่สามารถพูดหรือให้ข้อมูลอะไรได้ จากนั้นชุดจับกุมได้นำตัวส่งโรงพยาบาลและแจ้งให้ญาติทราบ สำหรับผู้กองบอล เคยเป็นตำรวจอยู่ที่โรงพักท่าม่วง ซึ่งถูกย้ายให้ไปช่วยราชการที่ ศอ.ปส.ตร. ตั้งแต่ปี 2561    สำหรับคดีแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือคดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และที่ญาติผู้ต้องหาแจ้งความร้องทุกข์ว่าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยจะรวบรวมหลักฐานสรุปสำนวนเบื้องต้นให้ ปปช.ดำเนินการต่อไป รายละเอียดอยู่ระหว่างสอบสวนข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตามจะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/asSWC8d5H_U

 3,443
ข่าวภูมิภาค
24 ต.ค. 62

ลูกทรพีคลั่งขอเงินพ่อซื้อยาบ้าไม่ได้ คว้าจอบฟันหัวพ่อดับคาบ้าน

กาญจนบุรี-เกิดเหตุชายวัย 76 ปี ถูกจอบฟันศีรษะเสียชีวิตคาบ้านพัก ซึ่งผู้ก่อเหตคือนายอาทิตย์ ท้าววิบูลย์ อายุ 39 ปี ซึ่งเป็นลูกชายของผู้เสียชีวิต โดยหลังเกิดเหตุนายอาทิตย์ได้วิ่งหลบหนีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไปอยู่บริเวณคลองชลประทานห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 1 กิโลเมตร ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมตัวเอาไว้ได้ในที่สุด   สอบถามเพื่อนบ้านเล่าว่า เด็กหญิงฟ้า นามสมมุติ อายุ 7 ขวบ ซึ่งเป็นหลานสาวของผู้เสียชีวิต วิ่งร้องไห้มาหาตนภายในบ้าน พร้อมเล่าเหตุการณ์ว่า ตาของเด็กหญิงฟ้า ถูกนายอาทิตย์ ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้าของเด็ก ใช้จอบฟันจนเสียชีวิต หลังทราบเรื่องจึงรีบแจ้งตำรวจ   เมื่อตำรวจรับทราบเรื่อง จึงได้นำกำลังเข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุ และพบนายอาทิตย์ กำลังอยู่ในอาการคลุ้มคลั่ง ใช้จอบวิ่งไล่ฟันเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อนที่นายอาทิตย์จะวิ่งหลบหนีไปยังบริเวณคลองชลประทาน ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 1 กิโลเมตร ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจล้อมจับตัวได้ในที่สุด   ทั้งนี้นายอาทิตย์ผู้ก่อเหตุ เป็นคนที่สติไม่สมประกอบ เนื่องจากเคยติดยาอย่างหนักจนมีอาการคลุ้มคลั่ง ชาวบ้านในพื้นที่จะรู้กันดีและจะไม่มีใครเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย ก่อนเกิดเหตุ ทราบว่านายอาทิตย์ได้เดินทางมาขอเงินจากพ่อ แต่พ่อไม่ยอมให้เงินไปซื้อยาบ้า ทำให้นายอาทิตย์เกิดความโมโห คว้าจอบที่อยู่ในจุดเกิดเหตุ ฟันเข้าไปที่ด้านหลังศีรษะของพ่อจนเสียชีวิตดังกล่าว   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ :   https://youtu.be/wrGyMRVyY-8  

 4,859
อาชญากรรม
24 ต.ค. 62

ลูกทรพีคลั่งขอเงินพ่อซื้อยาบ้าไม่ได้ คว้าจอบฟันหัวพ่อดับคาบ้าน

กาญจนบุรี-เกิดเหตุชายวัย 76 ปี ถูกจอบฟันศีรษะเสียชีวิตคาบ้านพัก ซึ่งผู้ก่อเหตคือนายอาทิตย์ ท้าววิบูลย์ อายุ 39 ปี ซึ่งเป็นลูกชายของผู้เสียชีวิต โดยหลังเกิดเหตุนายอาทิตย์ได้วิ่งหลบหนีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไปอยู่บริเวณคลองชลประทานห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 1 กิโลเมตร ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมตัวเอาไว้ได้ในที่สุด   สอบถามเพื่อนบ้านเล่าว่า เด็กหญิงฟ้า นามสมมุติ อายุ 7 ขวบ ซึ่งเป็นหลานสาวของผู้เสียชีวิต วิ่งร้องไห้มาหาตนภายในบ้าน พร้อมเล่าเหตุการณ์ว่า ตาของเด็กหญิงฟ้า ถูกนายอาทิตย์ ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้าของเด็ก ใช้จอบฟันจนเสียชีวิต หลังทราบเรื่องจึงรีบแจ้งตำรวจ   เมื่อตำรวจรับทราบเรื่อง จึงได้นำกำลังเข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุ และพบนายอาทิตย์ กำลังอยู่ในอาการคลุ้มคลั่ง ใช้จอบวิ่งไล่ฟันเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อนที่นายอาทิตย์จะวิ่งหลบหนีไปยังบริเวณคลองชลประทาน ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 1 กิโลเมตร ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจล้อมจับตัวได้ในที่สุด   ทั้งนี้นายอาทิตย์ผู้ก่อเหตุ เป็นคนที่สติไม่สมประกอบ เนื่องจากเคยติดยาอย่างหนักจนมีอาการคลุ้มคลั่ง ชาวบ้านในพื้นที่จะรู้กันดีและจะไม่มีใครเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย ก่อนเกิดเหตุ ทราบว่านายอาทิตย์ได้เดินทางมาขอเงินจากพ่อ แต่พ่อไม่ยอมให้เงินไปซื้อยาบ้า ทำให้นายอาทิตย์เกิดความโมโห คว้าจอบที่อยู่ในจุดเกิดเหตุ ฟันเข้าไปที่ด้านหลังศีรษะของพ่อจนเสียชีวิตดังกล่าว   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ :   https://youtu.be/wrGyMRVyY-8  

 4,859
ประชาสัมพันธ์
17 ต.ค. 62

สายวิ่งห้ามพลาด! วิ่งฮาล์ฟมาราธอนข้ามสะพานแม่น้ำแคว 8 ธ.ค.นี้

สายวิ่งห้ามพลาด การแข่งขันวิ่งฮาล์ฟมาราธอน รายการ เอฟบี แบตเตอรี่ ริเวอร์แคว ฮาล์ฟมาราธอน ไทยแลนด์แชมเปี้ยนชิพ 2019 (FB Battery  River Kwai Half Marathon Thailand Championship2019) วิ่งข้ามสะพานแม่น้ำแคว ในวันอาทิตย์ที่ 8 ธันวาคม 2562 ณ อนุสรณ์สถาน สหประชาชาติ (สุสานทหารสัมพันธมิตร ดอนรัก) อ.เมือง จังหวัดกาญจนบุรี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/d5ygXr0cXuQ

 1,550
แวะไหนดี
17 ต.ค. 62

สายวิ่งห้ามพลาด! วิ่งฮาล์ฟมาราธอนข้ามสะพานแม่น้ำแคว 8 ธ.ค.นี้

สายวิ่งห้ามพลาด การแข่งขันวิ่งฮาล์ฟมาราธอน รายการ เอฟบี แบตเตอรี่ ริเวอร์แคว ฮาล์ฟมาราธอน ไทยแลนด์แชมเปี้ยนชิพ 2019 (FB Battery  River Kwai Half Marathon Thailand Championship2019) วิ่งข้ามสะพานแม่น้ำแคว ในวันอาทิตย์ที่ 8 ธันวาคม 2562 ณ อนุสรณ์สถาน สหประชาชาติ (สุสานทหารสัมพันธมิตร ดอนรัก) อ.เมือง จังหวัดกาญจนบุรี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/d5ygXr0cXuQ

 1,550

Top