ค้นหา :

ผลการค้นหา "โคราช"

สังคม
16 พ.ย. 62

เจ้าอาวาสสงสารชาวนา อนุญาติให้เอาข้าวมาตากในลานวัด

โคราช - ช่วงฤดูเก็บเกี่ยว ชาวนาโคราชในหลายท้องที่ พอเกี่ยวข้าวเสร็จแล้ว ก็จะเอาข้าวมาตากบนถนน เพราะถนนเก็บความร้อนได้ดีกว่าพื้นดิน ทำให้ข้าวแห้งเร็วกว่า ความชื้นน้อยกว่า แต่ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนหลายครั้ง เพราะชาวนาใช้ถนนเป็นที่ตากข้าว จากถนนสองเลนเหลือหนึ่งเลน รถสวนกันไม่ได้ ล้อรถยนต์เหยียบไปบนข้าวเปลือก ยางล้อไม่จับบนพื้นถนน ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายขึ้น ทางการจึงประกาศห้ามไม่ให้ชาวนาเอาข้าวมาตากบนถนน ไม่อย่างนั้นจะผิดกฏหมาย   ทางอบต. โรงเรียน และวัด จึงเข้ามาช่วยเหลือชาวนา มอบพื้นที่ว่างเปล่าให้ชาวนาใช้ตากข้าว อย่างลานวัดบ้านท่าหลวง ต.ท่าหลวง อ.พิมาย จ.นครราชสีมา อุทิศพื้นที่ให้ชาวบ้านเอาข้าวมาตากในลานสัด โดยเจ้าอาวาสก็บอกว่าเราต้องช่วยเหลือกัน บ้านช่วยวัด วัดช่วยบ้าน

 5,076
ข่าวภูมิภาค
14 พ.ย. 62

การไฟฟ้าเยียวยาแล้ว 1 ล้าน สาวถูกสายไฟแรงสูงตกใส่ขา รอมติจ่ายค่าทำขวัญ 12 ล้าน

โคราช-จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า Ester Chill ได้เผยแพร่คลิปภาพวงจรปิดบริเวณหน้ารานสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง หน้าตลาดสดสีคิ้ว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ขณะที่เกิดไฟช็อต ทำให้สายไฟฟ้าแรงสูง 22,000 โวลต์ ตกใส่นางมาลิณี วีระสุชาติ ภรรยาของผู้โพสต์ที่กำลังเดินไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่ตัวเองจอดไว้ ทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส หมดค่ารักษาภรรยาไปเกือบ 1 ล้านบาท และเวลาก็ผ่านไปกว่า 2 เดือนแล้ว ทางครอบครัวยังไม่ได้รับการเยียวยาจากการไฟฟ้าแต่อย่างใด   นางมาลิณี วีระสุชาติ อายุ 38 ปี ผู้บาดเจ็บจากการถูกไฟฟ้าช็อต ล่าสุดอาการบาดเจ็บดีขึ้น และขณะนี้ได้กลับไปพักฟื้นที่บ้านได้แล้ว แต่ก็ยังคงเดินไม่สะดวก เปิดเผยว่าตลอดระยะ 2 เดือนที่นอนโรงพยาบาลหมดค่ารักษาพยาบาลไปแล้วจำนวนกว่า 970,000 บาท   ซึ่งตอนแรกทางตัวแทนการไฟฟ้าก็ได้มาเยี่ยมที่โรงพยาบาล และสอบถามค่ารักษาพยาบาลว่าเป็นจำนวนเท่าไหร่ แต่ช่วงนั้นตนยังไม่สามารถสรุปค่ารักษาพยาบาลได้ เพราะยังต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ และยังไม่ทราบค่าใช้จ่ายที่ชัดเจน จนกระทั่งตนเองออกจากโรงพยาบาลแล้วตนจึงทำหนังสือเรียกค่าเสียหายไปยังทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสีคิ้ว แต่เรื่องกลับเงียบไม่มีการตอบกลับแต่อย่างใด ซึ่งตนอยากฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งรับผิดชอบกับเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วย   ด้านนายณัฐวรรธน์ อัครรุ่งเรืองกุล ผู้อำนวยการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต 3 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้เดินทางไปเยี่ยมนางสาวมาลิณีผู้บาดเจ็บที่บ้านพัก พร้อมมอบเช็คเงินสดช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นจำนวน 1 ล้านบาท ให้กับผู้บาดเจ็บด้วย ยืนยันเสียใจกับเหตุที่เกิดขึ้น และจะดูแลค่ารักษาพยาบาลต่อเนื่องไปจนกว่าผู้บาดเจ็บจะหายเป็นปกติ   ส่วนเรื่องค่าทำขวัญที่ทางผู้บาดเจ็บได้เรียกร้องมาจำนวน 12 ล้านบาทนั้น ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจะต้องนำเรื่องไปพิจารณาประชุมกันก่อน รวมทั้งต้องรอผลการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจมาประกอบด้วย ซึ่งคาดว่าภายใน 2 สัปดาห์จะได้ข้อสรุปในเรื่องของตัวเลขค่าของความเสียหายที่ชัดเจน และหลังจากนั้นก็มอบเงินค่าทำขวัญให้กับทางผู้บาดเจ็บต่อไปได้ ซึ่งทางนางสาวมาลิณีผู้บาดเจ็บ และครอบครัว ต่างก็รู้สึกพอใจกับความช่วยเหลือที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้เข้ามาดูแลรับผิดชอบในครั้งนี้แล้ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GjJY_AsdZ30

 357
สังคม
14 พ.ย. 62

การไฟฟ้าเยียวยาแล้ว 1 ล้าน สาวถูกสายไฟแรงสูงตกใส่ขา รอมติจ่ายค่าทำขวัญ 12 ล้าน

โคราช-จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า Ester Chill ได้เผยแพร่คลิปภาพวงจรปิดบริเวณหน้ารานสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง หน้าตลาดสดสีคิ้ว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ขณะที่เกิดไฟช็อต ทำให้สายไฟฟ้าแรงสูง 22,000 โวลต์ ตกใส่นางมาลิณี วีระสุชาติ ภรรยาของผู้โพสต์ที่กำลังเดินไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่ตัวเองจอดไว้ ทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส หมดค่ารักษาภรรยาไปเกือบ 1 ล้านบาท และเวลาก็ผ่านไปกว่า 2 เดือนแล้ว ทางครอบครัวยังไม่ได้รับการเยียวยาจากการไฟฟ้าแต่อย่างใด   นางมาลิณี วีระสุชาติ อายุ 38 ปี ผู้บาดเจ็บจากการถูกไฟฟ้าช็อต ล่าสุดอาการบาดเจ็บดีขึ้น และขณะนี้ได้กลับไปพักฟื้นที่บ้านได้แล้ว แต่ก็ยังคงเดินไม่สะดวก เปิดเผยว่าตลอดระยะ 2 เดือนที่นอนโรงพยาบาลหมดค่ารักษาพยาบาลไปแล้วจำนวนกว่า 970,000 บาท   ซึ่งตอนแรกทางตัวแทนการไฟฟ้าก็ได้มาเยี่ยมที่โรงพยาบาล และสอบถามค่ารักษาพยาบาลว่าเป็นจำนวนเท่าไหร่ แต่ช่วงนั้นตนยังไม่สามารถสรุปค่ารักษาพยาบาลได้ เพราะยังต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ และยังไม่ทราบค่าใช้จ่ายที่ชัดเจน จนกระทั่งตนเองออกจากโรงพยาบาลแล้วตนจึงทำหนังสือเรียกค่าเสียหายไปยังทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสีคิ้ว แต่เรื่องกลับเงียบไม่มีการตอบกลับแต่อย่างใด ซึ่งตนอยากฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งรับผิดชอบกับเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วย   ด้านนายณัฐวรรธน์ อัครรุ่งเรืองกุล ผู้อำนวยการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต 3 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้เดินทางไปเยี่ยมนางสาวมาลิณีผู้บาดเจ็บที่บ้านพัก พร้อมมอบเช็คเงินสดช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นจำนวน 1 ล้านบาท ให้กับผู้บาดเจ็บด้วย ยืนยันเสียใจกับเหตุที่เกิดขึ้น และจะดูแลค่ารักษาพยาบาลต่อเนื่องไปจนกว่าผู้บาดเจ็บจะหายเป็นปกติ   ส่วนเรื่องค่าทำขวัญที่ทางผู้บาดเจ็บได้เรียกร้องมาจำนวน 12 ล้านบาทนั้น ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจะต้องนำเรื่องไปพิจารณาประชุมกันก่อน รวมทั้งต้องรอผลการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจมาประกอบด้วย ซึ่งคาดว่าภายใน 2 สัปดาห์จะได้ข้อสรุปในเรื่องของตัวเลขค่าของความเสียหายที่ชัดเจน และหลังจากนั้นก็มอบเงินค่าทำขวัญให้กับทางผู้บาดเจ็บต่อไปได้ ซึ่งทางนางสาวมาลิณีผู้บาดเจ็บ และครอบครัว ต่างก็รู้สึกพอใจกับความช่วยเหลือที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้เข้ามาดูแลรับผิดชอบในครั้งนี้แล้ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GjJY_AsdZ30

 357
แชร์ออฟเดอะเดย์
13 พ.ย. 62

หนุ่มถามหา การไฟฟ้าอยู่ไหน? ร้องแฟนถูกสายไฟแรงสูงขาดตกใส่ขา เจ็บหนักเดินไม่ได้ ค่ารักษาเป็นล้าน

หนุ่มผู้ใช้เฟซบุ๊ก Ester Chill โพสต์ร้องเรียน กรณีแฟนสาวถูกสายไฟแรงสูงขาดตกใส่เดินไม่ได้ ต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาลนานนับเดือน หมดค่ารักษานับล้านบาท ไร้ผู้เยียวยา   โดยผู้เสียหายได้แก่ อ้อม-มาลิณี วีระสุชาติ ประสบเหตุโดนสายไฟฟ้าแรงสูง 22,000 โวลต์ ขาดที่บริเวณรอยต่อสายไฟตกใส่ตัว ที่บริเวณหน้าตลาดสดสีคิ้ว จ.นครราชสีมา ทำให้ต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลอยู่เกือบ 1 เดือนเต็ม แม้จะกลับมารักษาตัวที่บ้าน แต่ก็ยังต้องล้างแผล และต้องทำกายภาพบำบัด เนื่องจากยังไม่สามารถเดินได้   ผ่านไปกว่า 2 เดือน สามีได้ออกมาโพสต์ทวงถามถึงผู้ใหญ่จากการไฟฟ้า หลังตลอดระยะเวลาที่เกิดอุบัติเหตุ ครอบครัวหมดเงินไปกับค่ารักษากว่า 1,000,000 บาท แต่ยังไม่ได้รับการเยียวยาแต่อย่างใด โดยโพสต์ระบุ   “ฝากผู้ใหญ่การไฟฟ้าครับ ผมอยากฝากผู้รู้ นักกฎหมายช่วยดู และช่วยเหลือเรื่องการเร่งค่าเยียวยาด้วย เราเสียหายมามากพอแล้วกับสิ่งที่เกิดขึ้น เข้าใจว่าขั้นตอนมันมาก แต่เรารอมานานแล้ว รบกวนเร่งให้ที ถ้าเป็นคุณ คุณจะทำยังไง มัน 2 เดือนกว่าแล้ว”   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2ZcKTtROAfk

 6,438
ข่าวโซเชียล
13 พ.ย. 62

หนุ่มถามหา การไฟฟ้าอยู่ไหน? ร้องแฟนถูกสายไฟแรงสูงขาดตกใส่ขา เจ็บหนักเดินไม่ได้ ค่ารักษาเป็นล้าน

หนุ่มผู้ใช้เฟซบุ๊ก Ester Chill โพสต์ร้องเรียน กรณีแฟนสาวถูกสายไฟแรงสูงขาดตกใส่เดินไม่ได้ ต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาลนานนับเดือน หมดค่ารักษานับล้านบาท ไร้ผู้เยียวยา   โดยผู้เสียหายได้แก่ อ้อม-มาลิณี วีระสุชาติ ประสบเหตุโดนสายไฟฟ้าแรงสูง 22,000 โวลต์ ขาดที่บริเวณรอยต่อสายไฟตกใส่ตัว ที่บริเวณหน้าตลาดสดสีคิ้ว จ.นครราชสีมา ทำให้ต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลอยู่เกือบ 1 เดือนเต็ม แม้จะกลับมารักษาตัวที่บ้าน แต่ก็ยังต้องล้างแผล และต้องทำกายภาพบำบัด เนื่องจากยังไม่สามารถเดินได้   ผ่านไปกว่า 2 เดือน สามีได้ออกมาโพสต์ทวงถามถึงผู้ใหญ่จากการไฟฟ้า หลังตลอดระยะเวลาที่เกิดอุบัติเหตุ ครอบครัวหมดเงินไปกับค่ารักษากว่า 1,000,000 บาท แต่ยังไม่ได้รับการเยียวยาแต่อย่างใด โดยโพสต์ระบุ   “ฝากผู้ใหญ่การไฟฟ้าครับ ผมอยากฝากผู้รู้ นักกฎหมายช่วยดู และช่วยเหลือเรื่องการเร่งค่าเยียวยาด้วย เราเสียหายมามากพอแล้วกับสิ่งที่เกิดขึ้น เข้าใจว่าขั้นตอนมันมาก แต่เรารอมานานแล้ว รบกวนเร่งให้ที ถ้าเป็นคุณ คุณจะทำยังไง มัน 2 เดือนกว่าแล้ว”   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2ZcKTtROAfk

 6,438
ข่าวภูมิภาค
12 พ.ย. 62

แห่อุดหนุนกระทง สาววัย 15 ถูกจับลิขสิทธิ์ ขายดิบขายดีที่โคราช

โคราช-ที่บริเวณลานกิจกรรม หน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่านครราชสีมา ได้มีการจัดประเพณีลอยกระทงในรูปแบบงานวัด ซึ่งมี น.ส.เอ (นามสมมติ) เด็กสาววัย 15 ปี ที่ถูกตัวแทนลิขสิทธิ์ล่อซื้อจับกุมกระทงละเมิดลิขสิทธิ์ลายการ์ตูนดัง   ได้นำกระทงที่ทำจากขนมปังข้าวโพดกรอบ ประดิษฐ์เป็นแบบลายดอกไม้ และตุ๊กตาหลากหลายสีสันไปวางขายภายในงาน โดยขายราคาอันละ 35-100 บาท ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนไปเลือกซื้อกระทงกับน้องเอกันอย่างคึกคัก   ทั้งนี้ลูกค้าที่มาอุดหนุนซื้อกระทงส่วนใหญ่ระบุว่า ต้องการให้กำลังใจน้องเอ ซึ่งลูกค้าหลายคนได้ชื่นชมถึงความตั้งใจของน้องเอที่ขยันหารายได้ด้วยตัวเอง เพื่อแบ่งเบาภาระของครอบครัว พร้อมกับชมว่ากระทงดอกไม้ของน้องเอที่ทำมาขายในงาน สวยงามมากกว่ากระทงลายการ์ตูนเสียอีก   ส่วนของความคืบหน้าคดี พลตำรวจตรี สุจินต์ นิจพานิชย์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ขณะนี้การสืบสวนคดีมีความคืบหน้าไปมาก โดยพนักงานสืบสวนกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน และกำลังรอเอกสารยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรจากบริษัทลิขสิทธิ์ตัวการ์ตูนต่างๆ คาดว่าจะสามารถขอศาลอนุมัติหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องได้ภายในสัปดาห์นี้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0UAgxQJVs3g

 2,350
สังคม
12 พ.ย. 62

แห่อุดหนุนกระทง สาววัย 15 ถูกจับลิขสิทธิ์ ขายดิบขายดีที่โคราช

โคราช-ที่บริเวณลานกิจกรรม หน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่านครราชสีมา ได้มีการจัดประเพณีลอยกระทงในรูปแบบงานวัด ซึ่งมี น.ส.เอ (นามสมมติ) เด็กสาววัย 15 ปี ที่ถูกตัวแทนลิขสิทธิ์ล่อซื้อจับกุมกระทงละเมิดลิขสิทธิ์ลายการ์ตูนดัง   ได้นำกระทงที่ทำจากขนมปังข้าวโพดกรอบ ประดิษฐ์เป็นแบบลายดอกไม้ และตุ๊กตาหลากหลายสีสันไปวางขายภายในงาน โดยขายราคาอันละ 35-100 บาท ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนไปเลือกซื้อกระทงกับน้องเอกันอย่างคึกคัก   ทั้งนี้ลูกค้าที่มาอุดหนุนซื้อกระทงส่วนใหญ่ระบุว่า ต้องการให้กำลังใจน้องเอ ซึ่งลูกค้าหลายคนได้ชื่นชมถึงความตั้งใจของน้องเอที่ขยันหารายได้ด้วยตัวเอง เพื่อแบ่งเบาภาระของครอบครัว พร้อมกับชมว่ากระทงดอกไม้ของน้องเอที่ทำมาขายในงาน สวยงามมากกว่ากระทงลายการ์ตูนเสียอีก   ส่วนของความคืบหน้าคดี พลตำรวจตรี สุจินต์ นิจพานิชย์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ขณะนี้การสืบสวนคดีมีความคืบหน้าไปมาก โดยพนักงานสืบสวนกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน และกำลังรอเอกสารยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรจากบริษัทลิขสิทธิ์ตัวการ์ตูนต่างๆ คาดว่าจะสามารถขอศาลอนุมัติหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องได้ภายในสัปดาห์นี้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0UAgxQJVs3g

 2,350
ข่าวภูมิภาค
11 พ.ย. 62

หนุ่มขับกระบะหักหลบกองข้าวเปลือกบนถนน ชนรถอื่น 3 คัน ดับ 1 ราย เจ็บ 3

โคราช-เกิดอุบัติเหตุรถยนต์กระบะชนกัน 3 คัน มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และได้รับบาดเจ็บสาหัส 3 ราย บนถนนสายบ้านพลจลก-สระวารี หมู่ที่ 8 ตำบลมะค่า อำเภอโนนสูง   ในที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะ อีซูซุ ดีแม็กซ์ สีบรอนซ์ สภาพพลิกคว่ำตะแคงอยู่บนถนน ใกล้กันพบรถยนต์กระบะคู่กรณีอีก 2 คัน สภาพด้านหน้ารถพังยับเยิน มีผู้ได้รับบาดเจ็บติดอยู่ภายในรถรวม 3 ราย เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยได้ช่วยกันนำเครื่องตัดถ่างมางัดเอาร่างผู้ได้รับบาดเจ็บที่ติดอยู่ในรถส่งโรงพยาบาลโนนสูง และในรถยนต์คู่กรณียังมีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นชายชื่อ นายจิรศักดิ์ ชุมศรี อายุ 25 ปี นั่งมาข้างคนขับ   จากการสอบถาม นายสมยศ ดอกพยอม อายุ 55 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์บอกว่า ในขณะที่ตนเองกำลังตากข้าวเปลือกอยู่บนถนน ได้มีรถยนต์กระบะขับมาด้วยความเร็วสูง ไม่ทันระวังว่ามีชาวนาตากข้าวไว้บนถนน จึงได้เกิดเสียหลักพุ่งชนรถคู่กรณี ทำให้รถเสียหลักพลิกคว่ำ ทำให้รถคู่กรณีมีผู้เสียชีวิต 1 ราย และได้รับบาดเจ็บสาหัส 3 ราย   เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า ผู้ขับรถกระบะคันเกิดเหตุน่าจะไม่ชินเส้นทาง ประกอบกับมีชาวนาตากข้าวบนถนนทำให้กีดขวางการจราจร จนทำให้เกิดอุบัติเหตุมีผู้เสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บหลายรายดังกล่าว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RVEDWTjQcWo

 4,800
สังคม
09 พ.ย. 62

เด้ง ผกก.เมืองโคราช เซ่นปมจับกระทงลิขสิทธิ์ บริษัทฯ ยันกระทงเด็ก 15 ไม่ใช่หมี 'ริลัคคุมะ'

ความคืบหน้ากรณีกลุ่มบุคคลแอบอ้างว่าได้รับมอบอำนาจจากบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์ วางกลอุบายล่อซื้อแล้วจับกุมสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ นั้น   ล่าสุด พล.ต.ท พูนทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.3 ได้ลงนามในคำสั่งให้ พ.ต.อ.คเชนทร์ เสตะปุตตะ ผกก.สภ.เมืองนครราชสีมา ปฏิบัติหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า สำนักงานตำรวจภูธรภาค 3 นครราชสีมา เป็นเวลา 30 วัน และให้ พ.ต.อ.สนธยา แต่แดงเพชร รอง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา รักษาการในตำแหน่ง ผกก.สภ.เมืองนครราชสีมา ส่วนผู้เสียหายยังทยอยเข้าแจ้งความต่อเนื่อง   ขณะที่ บริษัทที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นตัวแทนลิขสิทธิ์จำหน่ายสินค้าของบริษัท ซาน-เอ็กซ์ จำกัด บริษัทแม่ที่ประเทศญี่ปุ่น เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ นำเอาเอกสารหลักฐานเข้าชี้แจง ยืนยันว่า กระทงของเด็กอายุ 15 ปี ที่ จ.นครราชสีมา ไม่เข้าข่ายละเมิดลิขสิทธิ์    เนื่องจากตรวจสอบ พบว่าลักษณะของกระทงเป็นแค่หมีธรรมา ไม่เหมือนหมีริลัคคุมะ ซึ่งตามขั้นตอนการดำเนินการด้านลิขสิทธิ์ ถ้าได้รับแจ้งการละเมิดมาจะมีการออกจดหมายเตือนก่อน 2 ครั้ง หากไม่ดำเนินการแก้ไข บริษัทจึงจะส่งตัวแทนไปดำเนินการตามกฎหมาย แต่เหตุที่เกิดขึ้นไม่ถูกตามขั้นตอนของบริษัท   ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ เปิดเผยว่า กรณีนี้เด็กอายุ 15 ปี กลายเป็นผู้เสียหาย สามารถฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่งและอาญา กับ นายประจักษ์ โพธิผล ที่อ้างว่าเป็นตัวแทนลิขสิทธิ์ได้ รวมถึงได้รับเงินค่าชดเชยกับการถูกดำเนินคดี ส่วนนาย นายประจักษ์ จะเข้าข่ายฐานกรรโชกทรัพย์     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/C3NlQGkGe-8

 864
สังคม
08 พ.ย. 62

ยอดเหยื่อล่อซื้อสินค้าลิขสิทธิ์พุ่ง 36 ราย พบเป็นทีมจับเดิม ตร.เร่งขอหมายจับ 4 ข้อหาหนัก

ยอดเหยื่อลิขสิทธิ์ที่โคราชพุ่ง 36 ราย ในจำนวนนี้พบเข้าข่ายถูกกรรโชกทรัพย์ 16 ราย ขณะตำรวจเร่งรวบรวมหลักฐานก่อนขอศาลออกหมายจับเอาผิดแก๊งลิขสิทธิ์ 4 ข้อหา    วันที่ 8 พ.ย. ความคืบหน้าคดีขบวนการล่อซื้อจับกุมสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์การ์ตูนดังที่จังหวัดนครราชสีมา ล่าสุดมียอดผู้เสียหายที่เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนแล้วจำนวน 36 ราย ยอดเงินที่ถูกเรียกจ่ายเป็นค่าละเมิดรวมกันกว่า 7 แสนบาท    โดยในช่วงสายของวันนี้มีรายงานว่าพนักงานสอบสวนได้นัดผู้เสียหายอีกหลายรายเข้าแจ้งความเพิ่มเติมอีกทั้งนี้มีรายงานว่า ในจำนวนผู้เสียหายทั้ง 36 ราย ถูกจับกุมในพื้นที่ 4 โรงพักของจังหวัดนครราชสีมา ประกอบด้วย สภ.เมืองนครราชสีมา 26 ราย /สภ.โพธิ์กลาง 8 ราย /สภ.พิมาย 1 ราย และ สภ.โชคชัย 1 ราย และในจำนวนนี้มีจำนวน 16 ราย ที่ถูกล่อซื้อจับกุมสินค้าการ์ตูนโดราเอม่อน เนื่องจากลิขสิทธิ์ตัวการ์ตูนโดราเอม่อนสิ้นสุดการคุ้มครองมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2537 ตัวแทนลิขสิทธิ์จึงไม่มีอำนาจในการจับกุม    จากการตรวจสอบพบว่าผู้เสียหายทั้ง 36 ราย ถูกแก๊งค์ลิขสิทธิ์กลุ่มเดียวกันทำการล่อซื้อจับกุม ซึ่งในส่วนนี้พนักงานสอบสวนเตรียมดำเนินคดีกับแก๊งค์นี้ในฐานความผิด 4 ข้อหา ประกอบด้วย ข้อหาปลอมแปลงเอกสาร และใช้เอกสารปลอม /ข้อหาแจ้งความเท็จ /ข้อหาร่วมกันกรรโชกทรัพย์ /และข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว    นอกจากนี้พนักงานสอบสวนยังได้คัดแยกกลุ่มตัวการ์ตูนประเภทอื่นๆ และรวบรวมพยานหลักฐานให้มีน้ำหนักก่อนเอาผิดกับกลุ่มตัวแทนลิขสิทธิ์ เพื่อป้องกันการถูกฟ้องกลับขณะเดียวกันคดีนี้ พลตำรวจเอกวิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เข้ามาติดตามคดีด้วยตนเอง ซึ่งได้คาดโทษเอาไว้ หากมีเจ้าหน้าที่เข้าไปมีส่วนรู้เห็นเป็นไปหรือมีส่วนได้ส่วนเสียกับพฤติกรรมของขบวนการนี้ จะดำเนินการเอาผิดขั้นเด็ดขาด    ส่วนแนวทางการสอบสวนคดีพบว่า มีบริษัทในประเทศไทยที่ดูแลลิขสิทธิ์การ์ตูนที่มีปัญหาละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งเมื่อวานนี้ พลตำรวจเอกวิระชัย ได้สอบปากคำ นายภควรรษก์ ศรสำราญ ผู้บริหารบริษัท เวอริเซค จำกัด ดูแลลิขสิทธิ์การ์ตูนแมวการ์ฟิลด์ จากประเทศสหรัฐอเมริกา และการ์ตูน ริลัคคุมะจากญี่ปุ่น ยอมรับว่า นายประจักษ์ โพธิผล เป็นตัวแทนรับมอบอำนาจจากบริษัทจริง แต่ไม่มีนโยบายไล่จับกุมผู้ละเมิดลิขสิทธิ์    กรณีที่นายประจักษ์ พร้อมพวกไปล่อจับกุมเด็กอายุ 15 ปี ผลิตกระทงขาย และพ่อค้าแม่ค้ารายอื่นๆ แล้วเรียกค่าเสียหายสร้างความเดือดร้อนไปทั่วนั้น นายประจักษ์ ไม่ได้ปฏิบัติตามวัตถุประสงค์และไม่ได้รายงานให้บริษัทรับทราบ    โดยในวันนี้ (8 พ.ย.) พันตำรวจเอก คเชนท์ เสตะปุตตะ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา พร้อมด้วยทีมพนักงานสอบสวน จะเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อติดต่อขอพยานหลักฐานกับบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์ตัวการ์ตูนต่างๆ และตรวจสอบเรื่องใบอนุญาตของตัวแทนลิขสิทธิ์ว่าถูกต้องหรือไม่เพื่อนำไปประกอบกับสำนวนคดี ซึ่งคาดว่าภายในสัปดาห์หน้าจะมีความชัดเจนในเรื่องคดี

 392
ข่าวภูมิภาค
08 พ.ย. 62

ข่าวดี๊ดีกับพี่คำรณ... คัดไทย เขียนไทย พูดไทย รักประเทศไทย ในดินแดนโคราช

ข่าวดี๊ดีกับพี่คำรณ ตอน คัดไทย เขียนไทย พูดไทย รักประเทศไทยในดินแดนของท่านทท้าวสุรนารี โรงเรียนแหลมลวกบำรุง อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา

 102
สังคม
06 พ.ย. 62

เหยื่อล่อจับ จ่อฟ้องกลับ!

พลตำรวจเอก วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เดินทางมาติดตามคดีล่อจับละเมิดลิขสิทธิ์การ์ตูน และประชุมหารือร่วมกับ พลตำรวจโท พูนทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 พลตำรวจตรี สุจินต์ นิจพานิชย์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง พร้อมกับสอบถามรายละเอียดข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ น้องเอ (นามสมมติ) เด็กสาววัย 15 ปี และผู้ปกครองของน้องเอ   นอกจากนี้ พลตำรวจเอก วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเปิดเผยว่า ตำรวจพิจารณาจากพยานหลักฐานแล้วพบว่า พฤติกรรมของกลุ่มตัวแทนลิขสิทธิ์เข้าข่ายกรรโชกทรัพย์เหยื่อผู้เสียหาย โดยเฉพาะกรณีของน้องเอ อายุ 15 ปี เนื่องจากคนของตัวแทนลิขสิทธิ์เป็นผู้สั่งให้น้องเอผลิตกระทงลวดลายการ์ตูนขึ้นมาเอง   เพื่อเป็นหลักฐานนำไปสู่การจับกุมคดีละเมิดลิขสิทธิ์ เท่ากับว่าบริษัทลิขสิทธิ์การ์ตูนไม่ได้เกิดความเสียหาย เพราะเป็นผู้สั่งน้องเอให้ทำ รวมถึงการตกลงซื้อขายกระทงด้วยเงินเพียง 500 บาท แต่นำไปสู่การข่มขู่เรียกเงินค่าเสียหาย 50,000 บาท สุดท้ายเจรจาเหลือ 5,000 บาท แบบนี้ไม่เข้าข้อกฎหมายฐานความผิดละเมิดลิขสิทธิ์ พฤติการณ์จึงเข้าข่ายข่มขู่กรรโชกทรัพย์ โดยหลังจากนี้พนักงานสอบสวนจะได้ออกหมายเรียกตัวกลุ่มตัวแทนลิขสิทธิ์ทั้งหมดให้มาพบพนักงานสอบสวนตามขั้นตอนของกฎหมาย     รับชมผ่านยูทูบได้ที่  https://youtu.be/nutlL7MSxAw

 7
สังคม-อาชญากรรม
05 พ.ย. 62

ล่อจับลิขสิทธิ์! เด็กวัย 15 เปิดรับออเดอร์ทำกระทง เจอลูกค้าสั่งลายการ์ตูน นำไปส่งถูกจับละเมิดลิขสิทธิ์

นครราชสีมา - กรณีสมาชิกเฟซบุ๊กรายหนึ่ง ซึ่งระบุว่า โดนล่อจับลิขสิทธิ์ หลังจากมีคนโทรมาสั่งให้ทำกระทง กับเด็กหญิงวัย 15 ปี ซึ่งหารายได้เสริม โดยคนสั่งจ่ายเงินมัดจำ 200 บาท แต่หลังจากนำกระทงไปส่งตามที่สั่งเอาไว้ แต่กลับโดนจับกุม พร้อมเรียกเงิน 50,000 บาท เพื่อไม่ต้องโดนจำคุก   โดยโพสต์ดังกล่าวระบุว่า “ท่านๆทั้งหลายที่มีหน้าตรวจจับลิขสิทธิ์ตรงนี้รู้ว่าคือหน้าที่แต่เกินไปมั้ยค่ะคุณโทรไปสั่งให้เด็กทำสินค้าตัวนี้ #เน้นตัวนี้แล้วโอนเงินมัดจำมา 200 บ. นัดรับของ..แล้วมาจับกุมเขาและโทรบอกผู้ปกครองว่าถ้าไม่จ่ายต้องติดคุกพร้อมเรียกเงิน 50,000 บ.ไม่งั้นติดคุก 2 ปี   เด็กเขาอยากทำกระทงขายเพื่อมีรายได้ด้วยความภาคภูมิใจที่ไม่ขอเงินพ่อแม่ดีกว่าไปทำอย่างอื่นที่ไม่ดีต่อสังคมแต่ผลตอบรับกลับมาเด็กอายุ15เจอสิ่งที่ทำให้เขาหวาดกลัวและตกใจมาก…และในอนาคตภายภาคหน้าเด็กเหล่านี้เขาจะไว้ใจอะไรในสังคมนี้บ้าง   กลุ่มคนพวกนี้กำลังกำลังทำวิธีส่องเฟสและล่อซื้อและจะเจอเหมือนกับเด็กคนนี้และอีกหลายคนที่โดนอยุ่…. #เตือนกันนะคะ…” ทั้งนี้ พบว่ากระทงราคาเพียง 17 บาท โดยสั่งทำเป็นจำนวนเงิน 500 บาท และจ่ายมัดจำ 200 บาท โดยระบุว่า คนที่โทรมาสั่งระบุว่าต้องเป็นลายนี้เท่านั้น จะทำลายอื่นให้ก็ไม่เอา สุดท้ายก็โดนจับดังกล่าว และเสียค่าปรับไปจำนวน 5,000 บาท   วานนี้ (4 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านพัก ของครอบครัวของน้องเอ (นามสมมติ) เด็กหญิงวัย 15 ปีที่ถูกจับละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งอยู่กันพร้อมหน้ากับคุณพ่อ คุณแม่ และคุณยาย โดยทั้งหมดยังอยู่ในการตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น   ด้านพ่อของน้องวัย 15 ปีที่ถูกจับลิขสิทธิ์ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริงเมื่อช่วงเย็นวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยมีผู้ใช้เฟซบุ๊ครายหนึ่งติดต่อสั่งให้ลูกสาวของตนทำกระทงจำนวน 136 ชิ้น โดยให้กระทงแต่ละอันติดรูปภาพการ์ตูนดัง ซึ่งเมื่อถึงเวลานัดลูกสาวของตนได้นำกระทงจำนวน 30 ชิ้น ไปส่งให้กับลูกค้าคนดังกล่าวที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในตัวเมืองนครราชสีมา และทราบว่าลูกค้าคนดังกล่าวเป็นตัวแทนลิขสิทธิ์ของบริษัทการ์ตูน ลูกสาวของตนจึงถูกล่อซื้อจับกุม และถูกนำตัวมาดำเนินคดีที่สถานีตำรวจ โดยตัวแทนลิขสิทธิ์ได้พูดข่มขู่ให้ลูกสาวของตนหาเงินมาเสียค่าปรับเป็นเงินจำนวน 50,000 บาท ลูกสาวของตนจึงแจ้งให้พ่อตาของตนซึ่งมีศักดิ์เป็นคุณตาของลูกสาวตน และเป็นอดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้เจรจาให้ สุดท้ายจึงเจรจาค่าเสียหายจบลงเป็นเงินจำนวน 5,000 บาท ทั้งนี้ตนเห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง เพราะถึงแม้ลูกตนจะทำผิดจริง แต่ก็ควรดูที่เจตนา เพราะเด็กเพียงแค่ต้องการหารายได้เสริมเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น และตัวแทนลิขสิทธิ์ก็ไม่ควรหากินกับเด็กแบบนี้   ด้านน้องเอ (นามสมมติ) เด็กหญิงวัย 15 ปีที่ถูกจับละเมิดลิขสิทธิ์ เปิดเผยว่า ตนเองมีความตั้งใจมากที่จะหารายได้พิเศษด้วยตัวเอง เพื่อเป็นค่าเล่าเรียน เพราะขณะนี้ตนเรียนอยู่ชั้น ปวช.ปี 1 สาขาการบัญชี ในวิทยาลัยเทคนิคแห่งหนึ่ง เพื่อจะได้ไม่ต้องรบกวนเงินของพ่อแม่ เพราะพ่อก็ทำงานโรงงานมีรายได้ไม่มาก ช่วงนี้ใกล้ถึงเทศกาลลอยกระทง ตนจึงมีไอเดียที่จะนำขนมปังมาทำกระทงไปขาย และได้โพสต์รูปลงในเฟซบุ๊คเพื่อขายกระทง ปรากฏว่ามีลูกค้าติดต่อสั่งซื้อเข้ามาเป็นจำนวนมาก โดยลูกค้าจะเน้นสั่งลวดลายดอกไม้ ต่อมามีลูกค้าคนหนึ่งติดต่อสั่งซื้อกระทง โดยเน้นเจาะจงให้ตนประดิษฐ์กระทงทำเป็นลวดลายการ์ตูนที่มีลิขสิทธิ์ เช่น คุมะ และแมวการ์ฟิล ซึ่งตนเองก็ไม่รู้ว่าผิดกฎหมาย ตนจึงได้ทำให้ตามออเดอร์ของลูกค้า โดยก่อนถึงวันนัดส่งของตนได้เร่งทำกระทงตั้งแต่เช้า เวลา 08.00 น. จนถึงเวลา 01.30 น.ของอีกวัน เพื่อให้ทันส่งให้ลูกค้า แต่ก็กลับมาถูกกลั่นแกล้งด้วยการถูกล่อซื้อจับลิขสิทธิ์ ทั้งที่ปกติตนเองก็ไม่ได้ประดิษฐ์กระทงลวดลายลิขสิทธิ์อยู่แล้ว เพียงแต่ลูกค้ารายนี้เจาะจงให้ตนทำกระทงลวดลายลิขสิทธิ์เพื่อที่จะล่อซื้อ และจับตนเพื่อเรียกค่าลิขสิทธิ์ราคาแพง ซึ่งหลังจากที่ตนเองถูกจับแล้ว ตนได้กลับบ้านมาก็ร้องไห้ตลอดทั้งคืน เพราะไม่เคยโดนคดีอะไรที่ร้ายแรงแบบนี้มาก่อน และตนอยากจะถามกลับตัวแทนลิขสิทธิ์ว่าทำไมถึงทำกับตนแบบนี้   ขณะที่พันตำรวจเอก คเชนท์ เสตะปุตตะ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง โดยมีตัวแทนลิขสิทธิ์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจไปดำเนินการล่อซื้อจับกุมเด็กนักเรียนหญิงอายุ 15 ปี ในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนได้ช่วยเจรจาไกล่เกลี่ย จนสุดท้ายตกลงค่าเสียหายกันที่ 5,000 บาท ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปฏิบัติหน้าที่ไปตามกฎหมาย เพราะหากไม่ดำเนินการก็จะเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ขณะที่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ถือเป็นช่องโหว่ของกฎหมายเช่นเดียวกัน ซึ่งอยากฝากเตือนนักเรียนนักศึกษาหากจะกระทำการใดๆ ควรคิดไตร่ตรองให้รอบคอบเสียก่อน เพราะอาจจะเกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวขึ้นได้   ด้านนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.พาณิชย์ ในฐานะกำกับดูแลกรมทรัพย์สินทางปัญญาบอกว่า ได้ทราบเรื่องก็รู้สึกไม่สบายใจต่อกรณีดังกล่าว จึงได้สั่งการให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาไปตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว เบื้องต้นไม่มีข้าราชกรมเข้าไปเกี่ยวข้องและทางกรมจะชี้แจงโดยเร็วที่สุด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/nqFZkCfZR60

 13,217
สังคม
05 พ.ย. 62

ล่อจับลิขสิทธิ์! เด็กวัย 15 เปิดรับออเดอร์ทำกระทง เจอลูกค้าสั่งลายการ์ตูน นำไปส่งถูกจับละเมิดลิขสิทธิ์

นครราชสีมา - กรณีสมาชิกเฟซบุ๊กรายหนึ่ง ซึ่งระบุว่า โดนล่อจับลิขสิทธิ์ หลังจากมีคนโทรมาสั่งให้ทำกระทง กับเด็กหญิงวัย 15 ปี ซึ่งหารายได้เสริม โดยคนสั่งจ่ายเงินมัดจำ 200 บาท แต่หลังจากนำกระทงไปส่งตามที่สั่งเอาไว้ แต่กลับโดนจับกุม พร้อมเรียกเงิน 50,000 บาท เพื่อไม่ต้องโดนจำคุก   โดยโพสต์ดังกล่าวระบุว่า “ท่านๆทั้งหลายที่มีหน้าตรวจจับลิขสิทธิ์ตรงนี้รู้ว่าคือหน้าที่แต่เกินไปมั้ยค่ะคุณโทรไปสั่งให้เด็กทำสินค้าตัวนี้ #เน้นตัวนี้แล้วโอนเงินมัดจำมา 200 บ. นัดรับของ..แล้วมาจับกุมเขาและโทรบอกผู้ปกครองว่าถ้าไม่จ่ายต้องติดคุกพร้อมเรียกเงิน 50,000 บ.ไม่งั้นติดคุก 2 ปี   เด็กเขาอยากทำกระทงขายเพื่อมีรายได้ด้วยความภาคภูมิใจที่ไม่ขอเงินพ่อแม่ดีกว่าไปทำอย่างอื่นที่ไม่ดีต่อสังคมแต่ผลตอบรับกลับมาเด็กอายุ15เจอสิ่งที่ทำให้เขาหวาดกลัวและตกใจมาก…และในอนาคตภายภาคหน้าเด็กเหล่านี้เขาจะไว้ใจอะไรในสังคมนี้บ้าง   กลุ่มคนพวกนี้กำลังกำลังทำวิธีส่องเฟสและล่อซื้อและจะเจอเหมือนกับเด็กคนนี้และอีกหลายคนที่โดนอยุ่…. #เตือนกันนะคะ…” ทั้งนี้ พบว่ากระทงราคาเพียง 17 บาท โดยสั่งทำเป็นจำนวนเงิน 500 บาท และจ่ายมัดจำ 200 บาท โดยระบุว่า คนที่โทรมาสั่งระบุว่าต้องเป็นลายนี้เท่านั้น จะทำลายอื่นให้ก็ไม่เอา สุดท้ายก็โดนจับดังกล่าว และเสียค่าปรับไปจำนวน 5,000 บาท   วานนี้ (4 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านพัก ของครอบครัวของน้องเอ (นามสมมติ) เด็กหญิงวัย 15 ปีที่ถูกจับละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งอยู่กันพร้อมหน้ากับคุณพ่อ คุณแม่ และคุณยาย โดยทั้งหมดยังอยู่ในการตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น   ด้านพ่อของน้องวัย 15 ปีที่ถูกจับลิขสิทธิ์ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริงเมื่อช่วงเย็นวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยมีผู้ใช้เฟซบุ๊ครายหนึ่งติดต่อสั่งให้ลูกสาวของตนทำกระทงจำนวน 136 ชิ้น โดยให้กระทงแต่ละอันติดรูปภาพการ์ตูนดัง ซึ่งเมื่อถึงเวลานัดลูกสาวของตนได้นำกระทงจำนวน 30 ชิ้น ไปส่งให้กับลูกค้าคนดังกล่าวที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในตัวเมืองนครราชสีมา และทราบว่าลูกค้าคนดังกล่าวเป็นตัวแทนลิขสิทธิ์ของบริษัทการ์ตูน ลูกสาวของตนจึงถูกล่อซื้อจับกุม และถูกนำตัวมาดำเนินคดีที่สถานีตำรวจ โดยตัวแทนลิขสิทธิ์ได้พูดข่มขู่ให้ลูกสาวของตนหาเงินมาเสียค่าปรับเป็นเงินจำนวน 50,000 บาท ลูกสาวของตนจึงแจ้งให้พ่อตาของตนซึ่งมีศักดิ์เป็นคุณตาของลูกสาวตน และเป็นอดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้เจรจาให้ สุดท้ายจึงเจรจาค่าเสียหายจบลงเป็นเงินจำนวน 5,000 บาท ทั้งนี้ตนเห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง เพราะถึงแม้ลูกตนจะทำผิดจริง แต่ก็ควรดูที่เจตนา เพราะเด็กเพียงแค่ต้องการหารายได้เสริมเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น และตัวแทนลิขสิทธิ์ก็ไม่ควรหากินกับเด็กแบบนี้   ด้านน้องเอ (นามสมมติ) เด็กหญิงวัย 15 ปีที่ถูกจับละเมิดลิขสิทธิ์ เปิดเผยว่า ตนเองมีความตั้งใจมากที่จะหารายได้พิเศษด้วยตัวเอง เพื่อเป็นค่าเล่าเรียน เพราะขณะนี้ตนเรียนอยู่ชั้น ปวช.ปี 1 สาขาการบัญชี ในวิทยาลัยเทคนิคแห่งหนึ่ง เพื่อจะได้ไม่ต้องรบกวนเงินของพ่อแม่ เพราะพ่อก็ทำงานโรงงานมีรายได้ไม่มาก ช่วงนี้ใกล้ถึงเทศกาลลอยกระทง ตนจึงมีไอเดียที่จะนำขนมปังมาทำกระทงไปขาย และได้โพสต์รูปลงในเฟซบุ๊คเพื่อขายกระทง ปรากฏว่ามีลูกค้าติดต่อสั่งซื้อเข้ามาเป็นจำนวนมาก โดยลูกค้าจะเน้นสั่งลวดลายดอกไม้ ต่อมามีลูกค้าคนหนึ่งติดต่อสั่งซื้อกระทง โดยเน้นเจาะจงให้ตนประดิษฐ์กระทงทำเป็นลวดลายการ์ตูนที่มีลิขสิทธิ์ เช่น คุมะ และแมวการ์ฟิล ซึ่งตนเองก็ไม่รู้ว่าผิดกฎหมาย ตนจึงได้ทำให้ตามออเดอร์ของลูกค้า โดยก่อนถึงวันนัดส่งของตนได้เร่งทำกระทงตั้งแต่เช้า เวลา 08.00 น. จนถึงเวลา 01.30 น.ของอีกวัน เพื่อให้ทันส่งให้ลูกค้า แต่ก็กลับมาถูกกลั่นแกล้งด้วยการถูกล่อซื้อจับลิขสิทธิ์ ทั้งที่ปกติตนเองก็ไม่ได้ประดิษฐ์กระทงลวดลายลิขสิทธิ์อยู่แล้ว เพียงแต่ลูกค้ารายนี้เจาะจงให้ตนทำกระทงลวดลายลิขสิทธิ์เพื่อที่จะล่อซื้อ และจับตนเพื่อเรียกค่าลิขสิทธิ์ราคาแพง ซึ่งหลังจากที่ตนเองถูกจับแล้ว ตนได้กลับบ้านมาก็ร้องไห้ตลอดทั้งคืน เพราะไม่เคยโดนคดีอะไรที่ร้ายแรงแบบนี้มาก่อน และตนอยากจะถามกลับตัวแทนลิขสิทธิ์ว่าทำไมถึงทำกับตนแบบนี้   ขณะที่พันตำรวจเอก คเชนท์ เสตะปุตตะ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง โดยมีตัวแทนลิขสิทธิ์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจไปดำเนินการล่อซื้อจับกุมเด็กนักเรียนหญิงอายุ 15 ปี ในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนได้ช่วยเจรจาไกล่เกลี่ย จนสุดท้ายตกลงค่าเสียหายกันที่ 5,000 บาท ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปฏิบัติหน้าที่ไปตามกฎหมาย เพราะหากไม่ดำเนินการก็จะเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ขณะที่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ถือเป็นช่องโหว่ของกฎหมายเช่นเดียวกัน ซึ่งอยากฝากเตือนนักเรียนนักศึกษาหากจะกระทำการใดๆ ควรคิดไตร่ตรองให้รอบคอบเสียก่อน เพราะอาจจะเกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวขึ้นได้   ด้านนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.พาณิชย์ ในฐานะกำกับดูแลกรมทรัพย์สินทางปัญญาบอกว่า ได้ทราบเรื่องก็รู้สึกไม่สบายใจต่อกรณีดังกล่าว จึงได้สั่งการให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาไปตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว เบื้องต้นไม่มีข้าราชกรมเข้าไปเกี่ยวข้องและทางกรมจะชี้แจงโดยเร็วที่สุด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/nqFZkCfZR60

 13,217
สังคม
02 พ.ย. 62

นาทีระทึก! เก๋งชนกระบะที่กำลังไปทอดกฐินพลิกคว่ำ

นครราชสีมา - คลิปจากกล้องหน้ารถระทึก อุบัติเหตุรถชนกัน 4 คันรวด กระบะไปทอดกฐินพลิกคว่ำหงายท้องล้อชี้ฟ้า บาดเจ็บ 2 ราย   ภาพจากกล้องหน้ารถบันทึกอุบัติเหตุนาทีรถยนต์เฉี่ยวชนกัน ก่อนที่รถยนต์กระบะสีดำจะเสียหลักพุ่งปีนเกาะกลางถนนพลิกคว่ำหงายท้องล้อชี้ฟ้า คาอยู่บนเกาะกลางถนน เหตุเกิดบนถนนมิตรภาพ ฝั่งขาเข้าตัวเมืองนครราชสีมา ตรงข้ามปั้มเชลล์ราชสีมา อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ท่ามกลางสายฝนที่ฝนตกลงมาโปรยปราย   ในที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะ สภาพพลิกคว่ำหงายท้องล้อชี้ฟ้าอยู่บนเกาะกลางถนน ข้าวของสัมภาระกระจัดกระจาย ใกล้กันพบรถยนต์เก๋งสีฟ้า จอดอยู่บนถนนเลนด้านขวา มีรถยนต์กระบะ และรถเก๋งที่ขับตามมาเบรกไม่ทันพุ่งชนท้ายซ้ำซ้อนกัน รวมทั้งหมด 4 คัน ซึ่งอุบัติเหตุครั้งนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 2 คน เป็นผู้โดยสารที่เดินทางมากับรถยนต์กระบะ   จากการสอบถาม นายสังคม เลิศสว่าง อายุ 55 ปี คนขับรถกระบะที่พลิกคว่ำ เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุกำลังขับรถพาภรรยา และญาติรวม 4 คน เดินทางไปทำบุญกฐินที่จังหวัดสุรินทร์ เมื่อขับมาถึงที่เกิดเหตุมีรถยนต์เก๋งสีฟ้าขับเบียดมาทางด้านขวา ทำให้รถของตนเสียหลักพุ่งชนกระถางต้นไม้พลิกคว่ำ ไปคาอยู่บนเกาะกลางถนน โชคดีที่คนในรถรัดเข็มขัดนิรภัยจึงได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย       รับชมผ่านยูทูบได้ที่  https://youtu.be/ngu_spqLZSI

 122

Top