ค้นหา :

ผลการค้นหา "โคราช"

ข่าวภูมิภาค
19 มิ.ย. 62

จับแล้ว ลูกทรพีเมาคลั่งฆ่าพ่อแม่วัยชราดับคู่ ญาติเอือมระอา อยากให้ประหารชีวิต

โคราช-จากกรณีลูกชายวัย 43 ปีแทงพ่อวัย 73 ปีและแม่วัย 72 ปี เสียชีวิตภายในบ้านพัก ก่อนที่ลูกชาย ซึ่งเป็นมือแทงจะหลบหนีไป   ล่าสุดจับกุมตัวได้แล้ว คือนายวินัส พิมพ์ใส ขณะหลบซ่อนตัวอยู่ในทุ่งนาท้ายหมู่บ้าน พร้อมกับอาวุธมีดที่ใช้ก่อเหตุเบื้องต้นนายวินัสตัวให้การรับสารภาพว่า ได้ลงมือก่อเหตุฆ่าพ่อกับแม่บังเกิดเกล้าของตัวเองจริง แต่ไม่ยอมบอกสาเหตุของการลงมือในครั้งนี้ เนื่องจากผู้ต้องหามีอาการเครียดจัด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ให้ผู้ต้องหานั่งผ่อนคลายอยู่ภายในห้องสืบสวน ก่อนที่จะนำตัวออกมาสอบสวนเพิ่มเติม   ขณะที่บ้านพักที่เกิดเหตุ ครอบครัวของผู้ตายทั้งสองคนได้จัดงานศพให้กับผู้ตายทั้งสองคน ท่ามกลางบรรยากาศที่โศกเศร้าของบรรดาญาติพี่น้อง และเพื่อนบ้านที่ทราบข่าว   พี่ชายคนโตของครอบครัว เปิดเผยว่า ครอบครัวของตนเองมีพี่น้องด้วยกันทั้งหมด 5 คน เป็นชาย 4 คน หญิง 1 คน โดยนายวินัสผู้ก่อเหตุเป็นน้องคนที่ 4 ของบ้าน ปกติก็มีนิสัยเกเร ก้าวร้าว จนเป็นที่เอือมระอาของคนในบ้าน ก่อนหน้านี้ก็เคยใช้อาวุธมีดทำร้ายพี่ชายมาแล้วครั้งหนึ่ง แล้วก็หนีไปบวชเป็นพระ ก่อนจะถูกเจ้าอาวาสจับสึกเพราะดื่มสุรา   ซึ่งขณะเกิดเหตุมีคนอยู่ในบ้านรวมทั้งหมด 4 คน คือ ตน นายวินัสผู้ก่อเหตุ และพ่อกับแม่ โดยนายวินัสได้ดื่มเหล้าขาวมาจนมึนเมาก่อนหน้าที่จะถูกพ่อ และแม่บ่นด่าเรื่องที่ชอบดื่มสุรา และความเกเร ซึ่งตามปกติพ่อกับแม่ก็มักจะบ่นนายวินัสเป็นประจำอยู่แล้ว แต่ก็ไม่คาดคิดว่าครั้งนี้นายวินัสจะโมโห คว้าอาวุธมีดแทงพ่อกับแม่จนเสียชีวิต   ส่วนตนได้วิ่งหนีไปร้องขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านแต่ก็ไม่ทันกาล โดยญาติพี่น้องอยากให้ศาลตัดสินประหารชีวิตนายวินัสไปเลยเพราะนายวินัสจิตใจโหดเหี้ยมมาก ฆ่าได้แม้กระทั่งผู้เป็นพ่อ และแม่บังเกิดเกล้าของตัวเอง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/bSKSche9L6o

 8,016
ข่าวภูมิภาค
18 มิ.ย. 62

ปูพรมล่าตัว ลูกทรพีเมาคลั่ง ใช้มีดปาดคอพ่อแม่วัยชรา เสียชีวิตคาบ้าน

นครราชสีมา-ตำรวจได้รับแจ้งเกิดเหตุฆ่ากันตาย ที่บ้านใน อ.เมืองยาง ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้สองชั้น โดยชั้นล่างของบ้าน บริเวณห้องนั่งเล่น พบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ชื่อ นายทองอัน พิมพ์ใส อายุ 73 ปี สภาพศพถูกคมบาดบริเวณลำคอ เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ   ห่างออกไปเล็กน้อยพบศพ นางทาสี พิมพ์ใสอายุ 72 ปี ภรรยาของนายทองอัน ถูกของมีคมแทงเข้าบริเวณลำคอ และลำตัวหลายแห่งเสียชีวิตเช่นเดียวกัน   เบื้องต้นทราบว่าผู้ก่อเหตุ คือ นายวินัส พิมพ์ใส อายุ 43 ปี ลูกชายของผู้ตาย เป็นผู้ก่อเหตุใช้มีดปาดคอผู้เป็นพ่อและแม่จนเสียชีวิต หลังจากก่อเหตุนายวินัส ลูกชายได้หลบหนีไป พร้อมอาวุธมีด ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งติดตามนายวินัสมาดำเนินคดี   สาเหตุเบื้องต้นคาดว่า นายวินัสลูกชายผู้ตาย ซึ่งปกติมักดื่มสุราแล้วหาเรื่องทะเลาะกับผู้เป็นพ่อและแม่อยู่เป็นประจำ ก่อนเกิดเหตุได้ดื่มสุราแล้วทะเลาะกับพ่อแม่ ก่อนจะลงมือทำร้ายผู้เป็นพ่อแม่จนเสียชีวิต ดังกล่าว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FGT15JxR0os

 6,761
ข่าวภูมิภาค
17 มิ.ย. 62

ผู้เสียหายโวยนำต่างหูเพชรมูลค่า 1 ล้าน ส่งให้ร้านทำ กลับส่งของปลอมคืนมาแทน

โคราช-น.ส.อะมะรา ธรรมแพทย์ อายุ 52 ปี ชาว อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เดินทางเข้าพบ ตร.สภ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ หลังถูกร้านทองเปลี่ยนเพชรปลอมมาให้   ผู้เสียหายกล่าวว่า เมื่อวันที่ 7 มี.ค.ที่ผ่านมา ตนได้นำต่างหูเพชร ไปที่ร้านทองแห่งหนึ่ง ที่ห้างโลตัส สาขาปากช่อง เพื่อให้ทำตัวเรือนต่างหูทอง พร้อมได้สั่งซื้อพลอยแท้บุศราคัม หรือไพลิน โดยมีเอกสารใบสั่งงาน เล่มที่ 038 เลขที่ 01876 ลงวันที่ 7 มี.ค.62 เมื่อทางร้านทองดำเนินการเสร็จ ตนได้รับรับแจ้งทางโทรศัพท์จากเจ้าของร้านให้ไปรับต่างหูที่สั่งทำเอาไว้และพลอยที่สั่งซื้อ   จากนั้นตนได้เดินทางไปที่ร้านดังกล่าว และได้รับมอบต่างหูเพชรและพลอยจากเจ้าของร้าน เมื่อวันที่ 6 เม.ย. โดยไม่ได้นำเครื่องตรวจสอบเพชรแท้เพชรเทียมมาตรวจสอบ ซึ่งตนไม่ได้เอะใจและสงสัยอะไร เพราะตนได้เป็นลูกค้าของทางร้านมาโดยตลอดไว้ใจกัน   หลังจากนั้นได้นำต่างหูมาใส่ดู มีเพื่อนเห็นและทักว่าเพชรที่ต่างหูทำไมไม่มีความแวววาว ตนจึงได้นำไปให้ช่างร้านทำทอง ในตลาดปากช่องตรวจสอบ พบว่าต่างหูเป็นเพชรปลอม น่าจะถูกเปลี่ยนเอาของเทียมมาทำให้ ตนตกใจมากเนื่องจากเพชรของตนที่นำไปให้ร้านทองทำเป็นของจริงมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท จึงรีบกลับไปที่ร้านดังกล่าว   โดยเจ้าของร้าน พูดบ่ายเบี่ยงเชิงส่งสินค้าให้ลูกค้าแล้วจะไม่รับผิดชอบ ตนจึงได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน เพื่อให้ดำเนินคดีดังกล่าว เพราะถือว่าไม่ซื่อสัตย์ต่อลูกค้า อาจจะทำกับรายอื่นๆ หรือไม่ตนไม่ทราบ แบบนี้เข้าข่ายพฤติกรรมลักทรัพย์หรือฉ้อโกงแน่นอน ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้รับเรื่องและลงบันทึกประจำวันเอาไว้ และจะได้เชิญเจ้าของร้านทองดังกล่าว มาสอบสวนก่อนดำเนินการต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/EKzOOKbj6us

 5,788
ข่าวภูมิภาค
17 มิ.ย. 62

หนุ่มรถบรรทุกเมาหนัก จอดรถฟุบหลับกลางถนนโคราช

โคราช-ชาวบ้านพบรถบรรทุกเทรลเลอร์พ่วง 22 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ด้านหลังบรรทุกน้ำดื่มชนิดขวดจำนวนหลายพันแพค จอดดับเครื่องขวางอยู่กลางถนน บริเวณหน้าศาลเจ้าพ่อหลักเมืองพิมาย เขตเทศบาลตำบลพิมาย อำเภอพิมาย   ตรวจสอบพบคนขับรถบรรทุกนอนหลับฟุบอยู่คาพวงมาลัย เจ้าหน้าที่จึงเข้าไปเรียกปลุกให้ตื่น ใช้เวลาเรียกอยู่สักพักคนขับรถบรรทุกจึงตื่นขึ้นมา โดยคนขับอยู่ในอาการเมาสะลึมสะลือ มีกลิ่นสุราคละคลุ้งร่างกาย ทราบชื่อคนขับคือ นายภัควัฒน์ ขานอก อายุ 57 ปี  เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย พบว่าสูงถึง 218 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์   ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตรวจสอบมีชาย 2 คนเข้ามาแสดงตัวกับเจ้าหน้าที่ว่า เป็นพนักงานประจำรถบรรทุกเทรลเลอร์ที่นั่งมาด้วยกัน ทราบชื่อคือ นายฉลวย สร่อยหอม อายุ 37 ปี และนายนคเรศ เหมหิรัญ อายุ 43 ปี  ทั้ง 2 คน มีอาการเมาสุราเล็กน้อยแต่ยังคงพูดจารู้เรื่อง   จากการสอบถามนายฉลวย พนักงานประจำรถ เล่าว่า รถบรรทุกดังกล่าวได้บรรทุกน้ำชนิดขวดจำนวน 3,300 แพ็ค มาจากจังหวัดสุรินทร์ กำลังไปส่งให้ลูกค้าในเขตอำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา โดยก่อนถึงตัวอำเภอเมืองพิมาย นายภัควัฒน์คนขับรถได้จอดรถแวะพักกินข้าว และได้สั่งสุรามาดื่มด้วยกันทั้งสามคน หลังจากนั้นนายภัควัฒน์ก็ได้ขับรถออกเดินทางเพื่อไปส่งน้ำดื่มตามที่กำหนดไว้    แต่เมื่อพอมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นถนนในเขตชุมชน และถนนค่อนข้างแคบ นายภัควัฒน์มีอาการเมาสุรา และง่วงนอนมาก ขับรถไปต่อไม่ไหว จึงดับเครื่องจอดรถอยู่กลางถนน และนอนหลับฟุบคาพวงมาลัยรถ ตนและคนที่นั่งมาด้วย จึงลงไปนั่งรออยู่ข้างนอกรถ จนชาวบ้านพบเห็น และแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบดังกล่าว                      เบื้องต้นคนขับรถถูกตั้งข้อหาขับรถขณะมึนเมาสุราดำเนินคดีตามกฎหมาย และเจ้าหน้าที่ได้ขับรถบรรทุกเรลเลอร์ไปจอดไว้ที่โรงพักเพื่อรอเจ้าของบริษัทมาติดต่อขอรับรถคืน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/5EjyMNzsUGg

 1,597
ข่าวภูมิภาค
14 มิ.ย. 62

พ่อไม่เชื่อ ลูกอนุบาล 2 ขวบถูกเพื่อนร่วมชั้นทำร้าย แผลทั่วตัว ตาช้ำ ขณะครูไปทำธุระนอกห้อง

โคราช-พ่อโพสต์ภาพลูกสาววัย 2 ขวบ เรียนชั้นอนุบาลแห่งหนึ่งใน อ.หนองบุญมาก ในสภาพสะบักสะบอม มีบาดแผลรอยข่วนทั้งตัว แถมตาช้ำ บวมจนเริ่มเขียว โดยครูอ้างว่า ได้ออกไปห้องประมาณ 20 นาที พอกลับมาก็เห็นเด็กตีกัน จนกลายเป็นสภาพอย่างที่เห็น ทางผู้ปกครองจึงสงสัยว่า เด็กอายุแค่ 2 ขวบ จะทำกันได้ถึงขนาดนี้เลยเหรอ พร้อมทั้งเรียกร้องหาคนรับผิดชอบ   ต่อมาทางผู้ปกครองได้ไปแจ้งความ ทางตำรวจระบุว่า เด็กถูกเพื่อนร่วมชั้นเรียนเป็นเด็กหญิงอายุ 2 ปี ทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ ระหว่างที่โรงเรียนกำลังทำพิธีไหว้ครูในช่วงสาย โดยเพื่อนร่วมชั้นได้ใช้อุปกรณ์การเล่นตัวต่อแบบไม้ หรือที่เรียกว่า โดมิโน่ ที่อยู่ภายในห้องเรียนฟาดทำร้าย   จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า วันเกิดเหตุทางโรงเรียนได้จัดพิธีไหว้ครู และครูประจำชั้นได้ปล่อยให้เด็กอยู่กันลำพังในห้องเรียนประมาณ 10 นาที ซึ่งขณะนั้นภายในห้องเรียนที่เกิดเหตุมีเด็กนักเรียนอยู่รวมกันประมาณ 20 คน โดยเด็กหญิงที่บาดเจ็บได้นอนเล่นกับพื้น แล้วได้มีเพื่อนร่วมชั้นเรียนที่เป็นเด็กหญิงหยิบโดมิโน่ตีเข้าไปที่ใบหน้าของน้องที่บาดเจ็บหลายครั้ง   จากนั้นเด็กที่บาดเจ็บได้ร้องไห้เสียงดัง เมื่อครูได้ยินจึงรีบเข้าไปดู ซึ่งหลังเกิดเหตุพบว่า เด็กที่บาดเจ็บมีรอยฟกช้ำที่ใบหน้า และตามร่างกายหลายแห่ง โดยทางโรงเรียนได้แจ้งผู้ปกครองทราบ แต่ทางผู้ปกครองไม่เชื่อว่าลูกสาวของตนเองจะถูกเด็กหญิงเพื่อร่วมชั้นเรียนด้วยกันทำร้าย   จึงได้นำตัวน้องส่งโรงพยาบาลหนองบุญมาก และแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาสอบสวนเรื่องดังกล่าว ซึ่งต่อมาตำรวจได้ไปตรวจสอบรายละเอียด และสอบถามเด็กที่เห็นเหตุการณ์ ทำให้มีพยานหลักฐานเชื่อได้ว่า เพื่อร่วมชั้นเรียนเป็นผู้ทำร้ายน้องที่บาดเจ็บจริง โดยครอบครัวของเด็กที่บาดเจ็บได้เข้าใจเหตุการณ์   ทั้งนี้ ในวันนี้ (14 มิ.ย.) ทางโรงเรียน และฝ่ายผู้ปกครองทั้งสองฝ่ายนัดตกลงเจรจาไกล่เกลี่ยเพื่อหาทางเยียวยาครอบครัวของเด็กที่ถูกทำร้ายกันอีกครั้ง ซึ่งเบื้องต้นทางผู้ปกครองของเด็กที่ลงมือทำร้ายรับปากว่า จะให้ความช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล และค่าเยียวยาอื่นๆ ให้กับครอบครัวของเด็กที่ถูกทำร้าย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3JGY5uBDCZE

 8,416
ข่าวภูมิภาค
12 มิ.ย. 62

จับหนุ่มโคราช ครอบครองกัญชา สกัดเป็นน้ำมัน ขายส่งตลาดมืด

โคราช-ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ปากช่อง จ. นครราชสีมา ร่วมกันเข้าจับกุมนาย ธนากร อุดม อายุ 27 ปี ได้ที่บ้านพักในซอยโรงสูบ เขตเทศบาลเมืองปากช่อง หลังพบกัญชาในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต พบของกลางประกอบด้วย   1.กัญชาแห้งห่อด้วยกระดาษฟรอยร์สีทอง น้ำหนักรวมภาชนะบรรจุประมาณ 8.6 กิโลกรัม 2.เคตามีนแบ่งเป็นถุงบรรจุในถุงพลาสติกใสชนิดกดปิดดึงเปิดได้จำนวน 8 ถุง น้ำหนักรวม 97.33 กรัม 3. ขวดบรรจุน้ำมันกัญชา จำนวน 80 ขวด 4. ขวดเปล่าเตรียมไว้เพื่อบรรจุน้ำมันกัญชา จำนวน 1 ลัง ประมาณ 1,000 ขวด 5. แกลอนสีขาวบรรจุแอลกอฮอล์เหลวจำนวน 1 แกลอน 6. น้ำกัญชาผสมแอลกอฮอล์จำนวน 1 ชามสแตนเลส ที่ผสมแล้ว 1 ชามใหญ่ นอกจากนี้ยังพบอุปกรณ์การเสพยาเช่น บ้องกัญชา 2 บ้อง เขียงไม้   โดยนายธนากรยอมรับว่า ได้ไปเรียนวิธีทำน้ำมันกัญชา มาจากอาจารย์ท่านหนึ่งที่ กทม. มีสูตรในการผลิต มีส่วนผสม ทั้งแอลกอฮอล์ กัญชา น้ำมันมะพร้าว ส่วนขั้นตอนวิธีการทำ ไม่ยอมเปิดเผย ส่วนกัญชาซื้อมาจาก กทม. มีแหล่งที่ซื้อ   ซึ่งน้ำมันกัญชาที่ผลิต จะนำมาใช้หยดใต้ลิ้น รักษาโรคภูมิแพ้ คลายเครียด นอนหลับสบาย และรักษาโรคอื่นๆ ได้อีกหลายโรคซึ่งในตลาดมืด มีการจำหน่ายกันตั้งแต่ขวดละ 500 - 3,000 บาท มีการลงเพจขายกันอย่างโจ๋งครึ่ม   สำหรับตนได้ผลิตและจำหน่ายให้วัยรุ่นและกลุ่มคนทั่วไป นำไปจำหน่ายต่อ โดยส่งขายราคา 300-500 บาท ก่อนนำไปขายในราคา 500 -3,000 บาท ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ฝากถึงประชาชนว่า น้ำมันกัญชาที่ลักลอบผลิตนั้น ไม่มีมาตรฐาน หรือถูกสุขลักษณะ อีกทั้งยังผิดกฎหมาย อาจมีอันตรายต่อสุขภาพ ควรปรึกษาแพทย์ก่อน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0C2BEEO5C_k

 632
แชร์ออฟเดอะเดย์
12 มิ.ย. 62

หนุ่มโพสต์ถูกชายคล้าย ตร.ขับรถตราโล่ ปาดหน้า-ใช้ปืนตบหน้าเลือดอาบ

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Chaiyut Buakaew แชร์ภาพใบหน้าตัวเองที่เต็มไปด้วยรอยแผล พร้อมกับภาพรถยนต์เก๋งยี่ห้อ นิสสัน และภาพนิ่งชายสูงวัย ตัดผมสั้นเกรียน ใส่เสื้อยืดแขนสั้นสีขาว กางเกงสีกากี พร้อมระบุข้อความว่าถูกชายคล้ายตรวจขับรถปาดหน้า แล้วเกิดปากเสียงทะเลาะวิวาทกัน ก่อนที่ชายคู่กรณีจะนำกุญแจมือและปืนมาตบหน้าได้รับบาดเจ็บ   ต่อมานายชัยยุทธ บัวแก้ว อายุ 32 ปี ผู้โพสต์เปิดเผยว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา ขณะที่ได้ขับรถยนต์ส่วนตัวไปตามถนนมิตรภาพมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองนครราชสีมา เมื่อถึงบริเวณช่วงแยกตลาดแค อำเภอโนนสูง ได้มีชายคนหนึ่งแต่งตัวคล้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจครึ่งท่อน ขับขี่รถยนต์เก๋งยี่ห้อนิสสัน ซันนี่ สีบรอนด์ ข้างประตูรถติสติ๊กเกอร์คำว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมกับติดสัญญาณไฟไซเรน   ชายคนดังกล่าวได้ขับรถปาดหน้าตน หลังจากนั้นตนจึงได้บีบแตรเตือนว่า ชายคนดังกล่าวขับขี่รถอันตราย ตนจึงขับรถตามประกบ พร้อมบอกให้จอดเพื่อพูดคุยเจรจากัน จนไปถึงที่เกิดเหตุบริเวณหน้าโรงเรียนอนุบาลตลาดแค ตำบลธารปราสาท อำเภอโนนสูง และบริเวณนั้นมีป้อมตำรวจตั้งอยู่ ตนจึงได้เข้าไปบอกชายคนดังกล่าวเพื่อให้มาพูดคุยเจรจากันต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจในป้อม   จากนั้นก็ได้มีปากเสียงทะเลาะกันกับชายคนดังกล่าว ก่อนที่ชายดังกล่าวจะหยิบอาวุธปืนภายในรถมาตีเข้าบริเวณใบหน้าของตนหลายครั้งจนได้รับบาดเจ็บเลือดอาบ ต่อมาจึงได้ไปแจ้งความเอาเรื่องไว้ที่ สภ.โนนสูง เรียบร้อยแล้ว   ด้านดาบตำรวจกฤษณะ จงกล ผู้บังคับหมู่งานป้องกันปราบปราม สภ.โนนสูง เจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ในป้อมตำรวจที่เกิดเหตุเปิดเผยว่า วันที่เกิดเหตุมีชายคนหนึ่งซึ่งทราบทีหลังคือ นายชัยยุทธได้เดินเข้ามาในป้อมตำรวจ พร้อมบอกว่ามีเรื่องกับชายดังกล่าวเพราะขับรถปาดหน้ากัน จึงทำให้มีการโต้เถียงกันขึ้น และอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเคลียร์ให้ ตนจึงบอกให้ชายคนดังกล่าวไปเรียกคู่กรณีเข้ามาพูดคุยกันในป้อมตำรวจ   จากนั้นนายชชัยยุทธได้เดินเข้าไปหาชายคู่กรณีที่แต่งกายคล้ายตำรวจครึ่งท่อน ก่อนจะมีการลงไม้ลงมือซึ่งตนได้เข้าไปห้ามปรามเพื่อไม่ให้มีการทะเลาะวิวาท โดยตนเห็นชายดังกล่าวใช้กุญแจมือตีเข้าบริเวณใบหน้าของนายชัยยุทธเพราะขณะนั้นมีการยื้อฉุดกระชากกัน แต่ตนไม่เห็นมีการใช้อาวุธปืนแต่อย่างใด ซึ่งเบื้องต้นทราบว่าชายคนดังกล่าวน่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริง แต่ไม่ทราบว่าสังกัดใด โดยในส่วนคดีความก็ขอให้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน   ด้าน พ.ต.อ.นิรันดร์ แก้วอิน ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หลังเกิดเหตุผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนแล้ว ซึ่งขณะนี้ตำรวจกำลังรอใบรับรองแพทย์เพื่อประกอบสำนวนคดี และเบื้องต้นพบการกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบรถยนต์คันดังกล่าวพบว่า เป็นรถยนต์ของทางราชการจริง แต่ชายคนดังกล่าวยังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริงหรือไม่ ซึ่งหากพบเป็นตำรวจจริงก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/A1uRhv3HFHo

 1,069
แชร์ออฟเดอะเดย์
04 มิ.ย. 62

อุทาหรณ์ จ่อเอาเรื่องชาวเน็ตโพสต์ใส่ร้าย ตร.ไม่ใส่หมวกกันน็อก ที่แท้แค่ถอดตอนปาดเหงื่อ

โคราช-เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา เผยภาพจากกล้องวงจรปิด หลังมีประชาชนโพสต์ภาพตำรวจไม่สวมหมวกกันน็อก ชี้แจงว่าตำรวจสายตรวจรายดังกล่าวได้ถอดหมวกเพื่อปาดเหงื่อ เนื่องจากอากาศร้อนและสวมหมวกกลับคืน ระบุเป็นการสร้างความเกลียดชัง เร่งติดตามผู้โพสต์ดังกล่าวเพื่อดำเนินคดีต่อไป   โดยเพจ ตำรวจโคราช ยินดีรับใช้ครับ ได้ออกมาโพสต์คลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดเนื่องจากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีหมวกนิรภัยขณะอยู่บนรถจักรยานยนต์สายตรวจ และโพสต์ข้อความ “แบบนี้ผิดมั้ยครับ?” ลงในกลุ่มเฟซบุ๊กกลุ่มหนึ่งนั้น   ตำรวจโคราชได้ตรวจสอบข้อมูลและข้อเท็จจริง เหตุการณ์ตามภาพเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 31 พ.ค. 2562 เวลาประมาณ 17.20 น. บริเวณแยกไอที เขตเทศบาลนครนครราชสีมา พื้นที่รับผิดชอบของ สภ.เมืองนครราชสีมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจกำลังนำผู้ต้องหาขับขี่จักรยานยนต์ดัดแปลงท่อเสียงดังไปที่สถานีตำรวจ เพื่อจัดทำประวัติและเพื่อตรวจสอบข้อมูลผู้ครอบครองรถ โดยให้ผู้ถูกจับกุมเป็นผู้ขับขี่จักรยานยนต์คันที่ถูกจับกุมโดยเจ้าหน้าที่สายตรวจได้นั่งซ้อนท้าย และคู่ตรวจขับขี่จักรยานยนต์สายตรวจ   เมื่อมาถึงแยกไอที รถติดสัญญาณไฟแดง เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ขับขี่จักรยานยนต์สายตรวจได้ถอดหมวกสายตรวจเพื่อปาดเหงื่อเนื่องจากอากาศร้อนแล้วก็สวมหมวกกลับคืน และเมื่อสัญญาณไฟจราจรให้รถไปได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำผู้ต้องหาไปที่สถานีตำรวจและดำเนินการตามกฎหมาย   โดยขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจถอดหมวกนั้น มีผู้ขับขี่จักรยานยนต์ตามหลังมาได้ยกโทรศัพท์มือถือขึ้นถ่ายภาพและนำมาโพสต์ดังกล่าว การกระทำเช่นนี้เป็นการสร้างความเกลียดชังตำรวจซึ่งเป็นผู้บังคับใช้กฎหมายต่อผู้พบเห็นโพสต์ ตำรวจโคราชจะติดตามผู้โพสต์ดังกล่าวเพื่อดำเนินการต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mPAEsCfMW8c

 7,636
ข่าวภูมิภาค
30 พ.ค. 62

โจ๋เมา ซิ่ง จยย.หนีด่านตรวจ พุ่งชนทะลุร้านสักพังเละ เจ็บ 4

วันที่ 30 พ.ค. 62 ผู้สื่อข่าวรายงาน เหตุการณ์อุบัติเหตุเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา เวลาประมาณ 02.30 น. ได้เกิดเหตุรถจักรยานยนต์พุ่งเข้าชนร้านรับสักลายร่างกาย ชื่อร้าน เท็น แทททู ภายในซอนสุรนารายณ์ 3 เขตเทศบาลนครนครราชสีมา    โดยรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวมีชายวัยรุ่น 3 คน ขับขี่ซ้อน 3 กันมาแล้วพุ่งเข้าไปชนในร้านจนบานกระจกหน้าร้านแตก และผนังภายในร้านพังเสียหาย ขณะที่ชายวันรุ่นทั้ง 3 คนได้รับบาดเจ็บ ในจำนวนนี้อาการสาหัส 2 ราย ขณะที่ช่างรับสักภายในร้านก็ได้รับบาดเจ็บการจากถูกรถจักรยานยนต์พุ่งชนอีก 1 ราย   จากการสอบถาม นายหัสถชัย พิประโคน เจ้าของร้านสักเท็นแทททู เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุเป็นเวลาประมาณตีสองกว่าๆ ตนและเพื่อนช่างสักกำลังทำงานสักลายให้กับลูกค้าอยู่ภายในร้าน ทันใดนั้นก็มีชายวัยรุ่น 3 คนขับขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนสาม พุ่งเข้ามาชนร้านของตนอย่างแรง สร้างความตกใจให้กับคนที่อยู่ในร้านเป็นอย่างมาก ทำให้บานกระจกหน้าร้านขนาด 10 มิลลิเมตรแตกละเอียดทั้งบาน และรถจักรยานยนต์ยังพุ่งเข้าไปชนกำแพงผนังกั้นห้องพังเสียหายไปทั้งแถบ    ก่อนที่รถจะพุ่งไปชนผนังชั้นที่สองของร้านจนพังเป็นรูโหว่ ทำให้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ และคนซ้อนท้าย 1 รายได้รับบาดเจ็บเลือดท่วมตัว ส่วนคนซ้อนท้ายอีกคนก็ได้รับบาดเจ็บเลือดออกเล็กน้อย นอกจากนี้ช่างสักภายในร้านก็ถูกรถจักรยานยนต์พุ่งชนได้รับบาดเจ็บอีกราย    ทั้งนี้ หลังรถจักรยานยนต์ของชายวัยรุ่นพุ่งเข้าชนร้าน ก็มีรถจักรยานยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจขับตามเข้ามาจอดหน้าร้าน ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้าไปช่วยเหลือชายวัยรุ่นทั้ง 3 คน และวิทยุแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยให้มาช่วยเหลือ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจบอกว่า ชายวัยรุ่นทั้ง 3 คนได้ขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ตำรวจมา เบื้องต้นพบว่าชายวัยรุ่นทั้ง 3 คนมีอาการมึนเมาสุรา โดยหลังจากเกิดเหตุได้มีญาติของชายวัยรุ่นทั้ง 3 คนเดินทางมาดูที่เกิดเหตุ และรับปากจะชดใช้ค่าเสียหายให้กับทางร้าน   ด้านนายคุณาทิพย์ ใหญ่นามจันทร์ ช่างสักที่ได้รับบาดเจ็บ เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุตนกำลังเดินอยู่ภายในร้านก็มีรถจักรยานยนต์พุ่งเข้ามาเฉี่ยวชนตน ทำให้ตนได้รับบาดเจ็บที่แขนต้องเย็บถึง 12 เข็ม และมีบาดแผลที่บริเวณหน้าผากเย็บ 4 เข็ม ซึ่งขณะเกิดเหตุตนตกใจมากไม่รู้ว่ารถจักรยานยนต์ดังกล่าวพุ่งเข้ามาในร้านได้อย่างไร     ขอบคุณภาพ เฟซบุ๊ก เยดเขร้ จระเข้ทอดกรอบ  

 2,019
ข่าวภูมิภาค
28 พ.ค. 62

ลูกชายโวย รพ.ปล่อยให้ศพพ่อขึ้นอืด ส่งกลิ่นเหม็น แมลงวันตอม ผอ.รพ.รับผิด บอกไม่มีห้องเย็น

โคราช-กรณีสมาชิกเฟซบุ๊กชื่อ สิงโต วชิรปกรณ์ โพสต์ภาพบิดาที่เสียชีวิต แต่พบว่า โรงพยาบาลให้มารับศพในวันถัดไปเนื่องจากเลยเวลาทำการ แต่กลับไม่นำศพเข้าห้องเย็น จนทำให้สภาพศพขึ้นอืด ส่งกลิ่น มีแมลงวันตอม จึงนำเรื่องดังกล่าวร้องเรียนโซเชียลและไม่พอใจการกระทำของโรงพยาบาล จนได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก   นายจิรวัฒน์ ด้วงมะดัน อายุ 20 ปี ผู้โพสต์เปิดเผยว่า บิดาของตนคือ นายชัยชาญ ด้วงมะดัน อายุ 49 ปี ได้เสียชีวิตลงเนื่องจากโรคประจำตัว ซึ่งทางญาติพี่น้องไม่มีใครติดใจในสาเหตุการเสียชีวิต แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุแจ้งว่า ต้องนำศพบิดาของตนไปชันสูตรสาเหตุการเสียชีวิตที่โรงพยาบาลครบุรี ซึ่งเมื่อนำศพบิดาของตนไปชันสูตรเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทางญาติก็จะขอรับศพกลับไปบำเพ็ญกุศลที่บ้าน   แต่เนื่องจากขณะนั้นไม่มีญาติทางสายเลือดโดยตรงไปเซ็นยินยอมรับศพกับทางโรงพยาบาล มีเพียงตนคนเดียวที่เป็นลูกชาย และเป็นญาติทางสายเลือดโดยตรงเพียงคนเดียวที่อยู่ใกล้ แต่ขณะนั้นตนทำงานอยู่ที่อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งอยู่ห่างจากอำเภอครบุรีประมาณ 100 กิโลเมตร ซึ่งกว่าที่ตนจะเดินทางไปถึงโรงพยาบาลก็เป็นเวลาหลัง 18.00 น.แล้ว   โดยทางเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลแจ้งว่าหลังเวลา 18.00 น. ไม่อนุญาตให้นำศพออกจากโรงพยาบาล ตนจึงเดินทางกลับบ้าน แล้วเดินทางกลับมารับศพใหม่ในช่วงเช้าวานนี้ (27 พ.ค.) ก่อนที่ตนจะเจอสภาพศพของบิดาเป็นอย่างที่โพสต์ลงไปในโลกโซเชียล ซึ่งตนไม่เข้าใจทำไมถึงไม่มีการฉีดยาฟอร์มาลีนหรือนำศพบิดาของตนไปเก็บไว้ในห้องเย็น แต่กลับปล่อยให้ศพบิดาของตนเป็นอย่างในสภาพที่เห็น ซึ่งตนอยากให้กรณีนี้เป็นกรณีศึกษา และไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้กับใครอีก   ด้านนายแพทย์พัฒนา เบ้าสาทร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลครบุรี เปิดเผยถึงเรื่องที่เกิดขึ้นว่า ข้อเท็จจริงแล้วตามระเบียบของโรงพยาบาลไม่มีกำหนดไว้ว่า ห้ามให้ญาตินำศพออกจากโรงพยาบาลหลังจากเวลา 18.00 น. แต่อย่างใด เพราะหากทางญาติสามารถนำหลักฐานต่างๆ มาแสดงกับเจ้าหน้าที่อย่างถูกต้องครบถ้วน ก็สามารถนำศพออกจากโรงพยาบาลได้ตลอดเวลา เพราะทางโรงพยาบาลครบุรีไม่ได้มีห้องเย็นเก็บศพ ซึ่งหากจำเป็นที่ต้องเก็บศพในห้องเย็นก็จะต้องส่งศพไปเก็บรักษาไว้ที่โรงพยาบาลบาลมหาราชนครราชสีมา   ส่วนกรณีที่เกิดขึ้นอาจเป็นเพราะเป็นเวลานอกราชการ และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ก็อาจจะไม่ชัดเจนในการอนุญาตให้ญาตินำศพออกจากโรงพยาบาล ซึ่งต้องยอมรับว่าเป็นปัญหาข้อบกพร่องในระบบการให้บริการของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเอง ซึ่งทางโรงพยาบาลจะได้นำเหตุการณ์นี้ไปทบทวนวางเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ให้เป็นที่เข้าใจชัดเจนตรงกัน และปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างถูกต้องต่อไป พร้อมกันนี้ทางโรงพยาบาลก็จะเข้าไปชี้แจงทำความเข้าใจกับครอบครัวของญาติผู้เสียชีวิตด้วย   ขณะที่ล่าสุด นพ.นรินทร์รัชต์ พิชญคามินทร์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด(สสจ.)นครราชสีมา ได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว พร้อมให้โรงพยาบาลครบุรีเจ้าของพื้นที่เกิดเหตุรายงานผลการตรวจสอบให้ทราบโดยเร็ว ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการประชุมสอบข้อเท็จจริง ส่วนมาตรการเร่งรัดเยียวยาญาติผู้เสียชีวิตและข้อเท็จจริงต่างๆ จะนำมารายงานให้ทราบอีกครั้ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/5Xc1oTDfecU

 16,889
ข่าวภูมิภาค
25 พ.ค. 62

อีกแล้ว! คนร้ายบุกรพ. คว้ากรรไกรเครื่องมือแพทย์ ไล่แทงคู่อริในห้องฉุกเฉิน

นครราชสีมา - คนร้าย 2 คน บุกเข้าไปในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลเทพรัตน์นครราชสีมา อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา และหนึ่งในคนร้ายได้คว้ากรรไกรเครื่องมือแพทย์วิ่งไล่แทง นายศักดิ์ ช่างก่อสร้าง อายุ 35 ปี ที่แพทย์พยาบาลกำลังให้การช่วยเหลืออาการบาดเจ็บอยู่ในห้องฉุกเฉิน สร้างความตื่นตกใจแก่แพทย์ พยาบาล และผู้ป่วย   โดยก่อนเกิดเหตุ นายศักดิ์ ได้ถูกคนร้าย 2 คนดังกล่าวรุมทำร้าย โดยใช้อาวุธมีดแทงเข้าที่ลำคอ และท้ายทอย จนบาดเจ็บเลือดอาบท่วมตัว เหตุเกิดที่ร้านเหล้ายาดอง บ้านโคกเพชร ตำบลโคกกรวด อำเภอเมืองนครราชสีมา    ก่อนที่พลเมืองดีพานายศักดิ์ส่งโรงพยาบาลเทพรัตน์นครราชสีมา และถูก 2 คนร้ายตามมารุมทำร้ายซ้ำอีกรอบในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล โชคดีที่พลเมือง และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลสามารถช่วยกันชาร์จตัวจับกุมผู้ก่อเหตุทั้งสองคนไว้ได้ทัน    ทราบชื่อผู้ก่อเหตุชื่อ นายเฉลิม อายุ 32 ปี และเพื่อนอีกคนชื่อ นายมงคล อายุ 30 ปี ก่อนนำผู้ก่อเหตุทั้งสองคนไปสอบสวนที่ สถานีตำรวจภูธรโพธิ์กลาง นับเป็นเหตุการณ์อุกอาจที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในโรงพยาบาลจังหวัดนครราชสีมา หลังจากก่อนหน้าไม่นานมานี้ก็เคยเกิดเหตุการณ์ทำร้ายกันในโรงพยาบาลห้วยแถลง และโรงพยาบาลประทายมาแล้ว                ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/ABe8kx1r-DM  

 1,609
ข่าวภูมิภาค
22 พ.ค. 62

ญาติอึ้ง ศพหนุ่มวัย 25 เก็บไว้นาน 4 ปี ไม่ได้ฉีดฟอร์มาลีน แต่ศพไม่เน่า ร่างแข็งทื่อตั้งยืนได้

โคราช-โลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพศพของชายวัย 25 ปี ที่ถูกฝังในป่าช้ามานาน 4 ปี เมื่อนำร่างขึ้นมาเพื่อเตรียมทำพิธีบำเพ็ญกุศล ปรากฏว่าร่างกายของศพไม่น่าเปื่อย สร้างความแปลกใจแก่ญาติพี่น้อง และชาวบ้านที่พบเห็นเป็นจำนวนมาก   โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยเปิดเผยว่า ได้รับการประสานจากญาติๆ ของผู้เสียชีวิตรายนี้ เพื่อให้ไปช่วยนำศพขึ้นมาประกอบพิธีฌาปนกิจ โดยศพถูกฝังในป่าช้าภายในวัดทุ่งจาน ตำบลเมืองปัก อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งก่อนขุดนำร่างขึ้นมา สภาพของโลงศพถูกโบกปูนซีเมนต์อยู่ภายในซุ้มพักศพหนาแน่นอย่างดี แต่เมื่อทำการขุดขึ้นมาปรากฏว่า สภาพร่างของชายผู้เสียชีวิตไม่เน่าเปื่อย ผิวหนังอยู่ในสภาพเหมือนเดิม   ทั้งนี้ศพดังกล่าวเป็นศพของ นายธีระวัฒน์ กล้ารบ เสียชีวิตตอนขณะที่อายุได้ 25 ปี เมื่อวันที่ 1 กรกฏาคม 2558 เนื่องจากหัวใจวายกระทันหันขณะแพทย์ทำการรักษา ซึ่งญาติได้ดำเนินการฟ้องร้องกับทางโรงพยาบาล จนต้องเก็บรักษาศพเอาไว้นานกว่า 4 ปี จนกระทั่งกระบวนการทางคดีเสร็จสิ้นจึงนำศพผู้ตายขึ้นมาฌาปนกิจ และทำพิธีเผาไปเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคมที่ผ่านมา   ซึ่งญาติผู้เสียชีวิตแจ้งว่า ตอนฝังร่างของ นายธีรวัฒน์ ไม่ได้มีการฉีดฟอร์มาลีน หรือยารักษาสภาพศพ เป็นการนำศพสภาพเดิมๆ ฝังไว้นาน 4 ปี เมื่อขุดขึ้นมาก็มีสภาพร่างกายทุกอย่างยังอยู่ครบ ไม่เน่าเปื่อย ร่างกายแข็งทื่อจนสามารถประคองร่างยืนได้ สร้างความแปลกประหลาดใจให้กับผู้พบเห็นอย่างมาก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/tW4CK_SUFHA

 20,256
ข่าวภูมิภาค
16 พ.ค. 62

สลด เด็กทารกถูกฝังดินทั้งเป็น เห็นแต่ขาโผล่ โชคดีหมาเห่าให้คนช่วย เด็กรอดตายปาฏิหาริย์

โคราช-เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลชุมพวง อำเภอชุมพวง จังหวัดนครราชสีมา ได้รับตัวเด็กทารกแรกเกิด เพศชาย ผิวขาว น้ำหนักตัวประมาณ 2,400 กรัม จากชาวบ้านตำบลท่าลาด อำเภอชุมพวง หลังจากนายอุสา นิสัยค้า อายุ 41 ปี ซึ่งเป็นคนเลี้ยงวัวที่นำวัวออกไปกินหญ้าบริเวณไร่มันสำปะหลัง ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 1 กิโลเมตร   ขณะนั้นได้ยินเสียงสุนัขเห่าและเสียงเด็กร้องอยู่ภายในไร่มันสำปะหลัง เมื่อเดินไปดูก็พบว่าสุนัขกำลังคุ้ยเขี่ยกองดินทราย จึงเดินเข้าไปดู เห็นขาเด็กโผล่ออกมาจากดินทราย จึงได้ใช้มือขุดดินออกก็พบว่า เป็นเด็กทารกยังไม่เสียชีวิต จึงรีบนำตัวเด็กส่งโรงพยาบาลชุมพวง   โดยแพทย์ได้นำตัวเด็กไปล้างตัวเพื่อทำความสะอาดพบว่า ยังมีสายรกติดอยู่ และเด็กยังไม่เสียชีวิต เจ้าหน้าที่จึงรีบนำตัวเด็กเข้าตู้อบปลอดเชื้อ ล่าสุดอาการเด็กปลอดภัยแล้ว และเด็กก็มีร่างกายแข็งแรงดี พร้อมแนะนำให้นายอุสาไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ   เบื้องต้นคาดว่า แม่ของเด็กอาจเป็นนักเรียนนักศึกษาที่ตั้งท้องไม่พร้อม จึงนำเด็กมาขุดดินฝังไว้ เนื่องจากในจุดที่พบเด็กพบกระเป๋า เศษผ้า และถุงพลาสติกที่เปื้อนเลือดตกอยู่ในที่เกิดเหตุ คาดว่าแม่ของเด็กน่าจะเพิ่งคลอดเด็กออกมา หลังจากนั้นจึงนำเด็กมาขุดหลุมฝังเพื่อหวังฆ่าให้ตาย แต่โชคดีที่มีชาวบ้านไปพบ เด็กจึงยังไม่เสียชีวิต ซึ่งตำรวจจะได้ติดตามหาตัวแม่ใจร้ายมาดำเนินคดีต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/DSUac0hYIC4

 18,982
ข่าวภูมิภาค
15 พ.ค. 62

สาวคลอดลูก รพ.ดังโคราช โอดรอนานจนน้ำคร่ำแตก ทารกเสียชีวิตในครรภ์

โคราช-ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Prnungning Supassorn ได้โพสต์ข้อความว่า ฝากเตือนเป็นอุทาหรณ์ สำหรับหญิงตั้งท้อง ระบุว่า ได้ไปฝากท้องกับคุณหมอชื่อดังที่คลินิกแห่งหนึ่งในตัวเมืองโคราช จนล่าสุดวันที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา ได้ไปหาหมอที่คลินิกอีกครั้ง โดยทำการตรวจปกติ หมอแจ้งว่า นัดอีกทีวันที่ 17 พฤษภาคม แต่ถ้าคนไข้ปวดท้องก่อน หรือมีอาการผิดปกติอะไรให้รีบแจ้ง และมาหาหมอทันที   ต่อมาเช้าวันที่ 12 พฤษภาคม มีอาการน้ำคร่ำแตก ก็ได้รีบมาส่งโรงพยาบาลทันที ในเวลา 08:00 น. พยาบาลหน้าห้องคลอดบอกให้รอที่ ห้องรอคลอด สุดท้ายเวลาประมาณ 12:30 น. พยาบาลแจ้งว่าเด็กหัวใจเต้นช้าลงเรื่อยๆ เลยรีบเข้าห้องคลอด รอผ่าทันที หลังจากนั้นได้มีเจ้าหน้าที่มาแจ้งว่าเด็กสายสะดือหลุด เด็กไม่หายใจตั้งแต่ออกมาจากท้อง และเด็กได้เสียชีวิตลงในที่สุด ก่อนจะมีการแชร์เรื่องราวที่เกิดขึ้นในโลกออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์หมอ และให้กำลังใจผู้เป็นแม่เป็นจำนวนมาก   ด้านนางสุวิมล แม่เด็กที่ชีวิต เปิดเผยทั้งน้ำตาคลอว่า ลูกชายของตน ตนตั้งชื่อให้น้องว่า น้องกัปตัน ได้เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยแพทย์ได้ระบุสาเหตุไว้ในใบมรณบัตรว่า ภาวะขาดออกซิเจนในทารกแรกเกิด ซึ่งตนมีข้อติดใจตรงที่ในช่วงที่ตนรอคลอดนั้น น้ำคร่ำได้แตกเป็นระยะเวลานานกว่า 5 ชั่วโมง ซึ่งตนก็เจ็บท้องอย่างหนัก   แต่ก็มีเจ้าหน้าที่พยาบาลมาบอกว่า ยังมีคิวรอคลอดอีก 2 คิว บอกให้ตนรอก่อน จนกระทั่งพยาบาลเห็นว่าตนอาการไม่ดี จึงได้รีบนำตัวเข้าผ่าคลอดฉุกเฉิน แต่ต่อมาลูกชายตนก็ได้เสียชีวิตลง โดยแพทย์บอกว่า รกของเด็กได้พันตัวเด็ก และหลุดออกมา จึงขาดออกซิเจน ซึ่งตนมองว่า มีคนรอคลอดอยู่ทั้งหมดในช่วงเวลานั้น 3 คน รอหมอทำคลอดเพียงคนเดียว ตนเห็นว่ามันแปลก   ด้านพ่อของเด็ก กล่าวว่า หลังจากทราบข่าวว่าลูกเสียชีวิต ที่บ้านก็มีการตั้งคำถามทันทีว่า เกิดจากสาเหตุอะไร ซึ่งตนมองว่า ทางโรงพยาบาลทำงานล่าช้า และปล่อยให้น้ำคร่ำแตกนานกว่า 5 ชั่วโมง ก่อนจะนำตัวไปผ่าตัดเอาลูกออก ซึ่งทางโรงพยาบาลก็อ้างว่าเด็กยังไม่กลับหัว ต้องรอก่อน ซึ่งถือว่ายังโชคดีที่แม่ของเด็กไม่เป็นอะไร ส่วนจะเอาเรื่องกับโรงพยาบาลหรือไม่นั้นขอปรึกษาทางครอบครัวก่อน   โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ได้ออกหนังสือชี้แจงกรณีผู้ป่วยมาคลอด และบุตรเสียชีวิตที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาว่า ทางโรงพยาบาลได้รับทราบเหตุการณ์ดังกล่าว ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง และให้ผู้ที่เกี่ยวข้องรายงานการปฏิบัติงานตามขั้นตอน โดยหลังจากได้รับทราบผลการรายงานแล้ว จะประสานผู้ป่วย และครอบครัวให้รับทราบข้อมูลต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/DGvO5xY2A2Y

 3,684
ข่าวภูมิภาค
14 พ.ค. 62

ชาวสุโขทัยแห่ตุ๊กตาแมวส้มขอฝน - โคราชเจอฝนตกในเมือง อำเภอรอบนอกแล้งจัด

สุโขทัย-ชาวบ้านจากตำบลเขาแก้วศรีสมบูรณ์ อ.ทุ่งเสลี่ยม รวมตัวกันทำพิธีแห่นางแมวขอฝนขึ้น โดยตั้งขบวนเป็นแถวยาวเกือบ2 ก.ม. ซึ่งชาวเหนือเชื่อว่าเป็นพระอรหันต์ที่มีฤทธิ์ บันดาลให้ฝนต้องตามตามฤดูกาล   ภายในกรงใส่ตุ๊กตารูปแมวสีส้มสดใส ถูกหามแห่อยู่ในขบวน รวมถึงตุ๊กตาไม้แกะสลักเป็นรูปชายหญิง และชาวบ้านบางคนนำสวิงมาทำทีเป็นช้อนปลาบนถนน เป็นการประชดประชันเทวดา โดยมีชาวบ้านสองข้างทาง นำน้ำมาสาดใส่ผู้คนในขบวนแห่และตุ๊กตาแมวอย่างสนุกสนาน ท่ามกลางอากาศที่ร้อนจัด   ขณะที่โคราช เผชิญภัยแล้งเป็นวงกว้าง ขาดน้ำในการทำการเกษตร ขณะที่ในบางจุดก็เกิดพายุฤดูร้อน ฝนตกหนักจนเกิดน้ำท่วมขังรอการระบายในเขตตัวเมือง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HNITqpYS8BI

 1,094

Top