ค้นหา :

ผลการค้นหา "กปปส"

สังคม-อาชญากรรม
16 ม.ค. 62

'ศรีวราห์' สอบหนุ่มซื้ออาวุธสงครามผ่านไลน์ คาดเกี่ยวข้องการเลือกตั้ง รับเคยร่วมชุมนุมกับ กปปส. ช่วงปะทะกลุ่มโกตี๋

(16 ม.ค.62) เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ห้องสืบสวน สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ โมรานนท์ ผกก.สส.ภ.จว.นนทบุรี และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันสอบสวนปากคำเพิ่มเติมนายจักรกฤษณ์ ไทยพรหมทัต อายุ 43 ปี เป็นพนักงานบริษัทเฟอร์นิเจอร์ พร้อมของกลาง 1.อาวุธปืนอาก้า เอเค 47 จำนวน 1 กระบอก 2.แม็กกาซีนอาก้าจำนวน 2 อัน 3.ลูกกระสุนปืนอาก้า จำนวน 219 นัด 4.ถุงผ้าสีดำ 5.โทรศัพท์มือถือ    โดยตรวจค้นพบบริเวณหน้าโรงงานเฟอน์นิเจอร์แห่งหนึ่ง หมู่ 8 ถนนสาย 34 0(บางบัวทอง-สุพรรณบุรี) ต.ละหาร อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จากนั้นได้นำตัวไปตรวจค้นที่บ้านพักพบของกลางเพิ่มคือ 6.ระเบิดควันจำนวน 3 ลูก 7.ปืนสั้นไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก 8.แม็กกาซีน ขนาด M16 จำนวน 2 อัน 9.ลูกกระสุนปืนอาก้า จำนวน 40 นัด 10.ลูกกระสุนปืน ขนาด 9 มม.จำนวน 38 นัด 11.ปลอกกระสุนปืน ขนาด 9 มม.จำนวน 12 นัด 12.ลูกกระสุนปืน ขนาด M16 จำนวน 91 นัด 13.กล่องพลาสติกใช้บรรจุลูกกระสุน   จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า มีอาวุธปืน และวัตถุระเบิด ซึ่งนายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตได้ ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย, มีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย, พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต      สืบเนื่องจากวานนี้ (15 ม.ค.62) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางบัวทอง ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย บริษัทเฟอร์นิเจอร์แห่งหนึ่ง ว่าพบพนักงานชายคนหนึ่งมีพิรุธถือถุงผ้าสีดำ เดินเข้ามาภายในบริษัทเฟอร์นิเจอร์ดังกล่าว ได้ขอทำการตรวจค้นแต่พนักงานคนดังกล่าวไม่ยินยอม จึงได้ประสานขอให้ส่งเจ้าหน้าที่ชุดสายตรวจเข้าทำการตรวจสอบ พบพนักงานทราบชื่อคือ นายจักรกฤษณ์ ไทยพรหมทัต อายุ 43 ปี จึงได้ทำการตรวจค้น พบของกลางรายการที่ 1-5 จากนั้นได้ควบคุมตัวไปตรวจค้นต่อที่บ้านพักพบของกลางเพิ่มเติม รายการที่ 6-13 จึงได้ทำการตรวจยึด พร้อมนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางบัวทอง    จากการสอบสวน นายจักรกฤษณ์ ไทยพรหมทัต อายุ 43 ปี ผู้ต้องหา ให้การว่ารับสารภาพว่าของกลางทั้งหมดเป็นขอตนจริงโดยสั่งซื้อจาก นายต้น ไม่ทราบนามสกุล ผ่านทางไลน์ ในราคา 43,500 บาท และได้นัดกับนายต้นให้นำอาวุธมาส่งที่หน้าบริษัทดังกล่าว โดยตนเป็นคนชอบสะสมอาวุธปืนเป็นความชอบส่วนตัว ส่วนระเบิดควันเอาไว้ไปใช้ขว้างกลางทุ่งนา        พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า จากการสอวสวนผู้ต้องหาให้การว่าเขาชอบสะสม ใจรัก แต่ทางเจ้าหน้าที่จำรวจไม่เชื่อเพราะจากเงินเดือนของผู้ต้องหาแค่ 20,000 บาท ซื้อของครั้งละเกือบแสนบาท มันเป็นไปไม่ได้ ผู้ต้องหาสะสมมาประมณ 1 ปี ผู้ต้องหาไม่มีอาชีพอื่น ส่วนผู้จำหน่ายได้ให้ออกหมายจับแล้ว ส่วนจะเกี่ยวข้องกับคนมีสีหรือไม่ ยังตอบไม่ได้ ผู้ต้องหารับว่าเคยไปร่วมชุมนุมกับ กปปส. ช่วงปะทะกับกลุ่มโกตี๋ ทางตำรวจมีเหตุสงสัยเกียวกับอาวุธเหล่านี้ เกี่ยวกับความมั่นคง ต้องรอสอบสวนถึงจะตอบได้ ผู้ต้องหาสั่งซื้อจากกลุ่มไลน์ ขณะนี้ติดตามเส้นทางกลุ่มนี้อยู่ อาวุธเหล่านี้ไม่ได้ใช้ในราชการ ที่ตนมาวันนี้คือต้องการมาสอบเค้นเพื่อให้ได้คำตอบว่าสะสมไว้เยอะขนาดนี้ผิดปกติ ช่วงนี้ใกล้เลือกตั้งด้วย ก่อนหน้านี้ก็เคยสั่งซื้อมาแล้ว 3-4 ครั้ง อาวุธเหล่านี้ต้องนำไปตรวจว่าเคยก่อเหตุที่ไหนบ้างหรือไม่ หลังจากนี้จะเชิญตัวภรรยาของผู้ต้องหามาสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง        เบื้องต้นหลังจากสอบปากคำและทำการสืบสวนขยายผล ทราบตัวผู้จำหน่ายแล้ว พร้อมทั้งได้ขออนุมัติหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี เลขที่ 18/2562 ลงวันที่ 16 ม.ค.62  ขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามจับกุมตัว ส่วนจุดประสงค์ในการซื้ออาวุธต้องสืบสวนว่าเกี่ยวข้องกับสถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้หรือไม่ เพราะใกล้ถึงการเลือกตั้ง

 1,140
การเมืองเข้มข้น
08 พ.ย. 61

ศาลฎีกาพิพากษากลับ สั่งจำคุก 37 ปี 4 เดือน 'มือปืนป๊อบคอร์น'

เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ ได้คุมตัว นายวิวัฒน์ ยอดประสิทธิ์ หรือ มือปืนป๊อบคอร์น มาจากเรือนจำกลางบางขวาง เพื่อมาฟังคำพิพากษาศาลฎีกา ในคดีที่ตกเป็นจำเลย ความผิดฐานร่วมกันฆ่า และพยายามฆ่าผู้อื่น จากกรณีมีการปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุม กปปส. กับฝ่ายผู้ชุมนุม นปช. เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2557   โดยจำเลยกับพวกไปที่สี่แยกหลักสี่ ซึ่งเป็นพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์กระทบความมั่นคง ภายในราชอาณาจักร แล้วยิงปืนเข้าไปในศูนย์การค้า ไอทีสแควร์ จนทำให้นายอะแกว แซ่ลิ่ว เสียชีวิตและมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 3 คน ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้ว   เห็นว่าพยานหลักฐานของโจทก์ได้นำภาพถ่ายจากอินเตอร์เน็ตเปรียบเทียบกับจำเลยที่มีรูปร่างอ้วนเหมือนกันสวมใส่ชุดเดียวกัน อีกทั้งเมื่อเจ้าหน้าที่นำภาพให้พี่ชายของจำเลยดูก็ยืนยันว่าชายชุดดำ ที่ปรากฏในอินเตอร์เน็ตคือตัวจำเลย สิ่งต่างๆเหล่านี้เพียงพอที่จะวินิจฉัยได้ว่าจำเลยคือคนเดียวกันกับมือปืนป๊อปคอร์น   ในชั้นสอบสวนจำเลยให้การรับสารภาพ นำชี้ที่เกิดเหตุต่อหน้านักข่าวจำนวนมากด้วยความสมัครใจและเขียนคำรับสารภาพด้วยลายมือของตนเอง เมื่อตรวจสอบร่างกายไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย ตามที่จำเลยกล่าวอ้างว่าตำรวจข่มขู่ให้รับสารภาพนั้นยังรับฟังไม่ได้ เห็นว่าที่จำเลยให้การรับสารภาพนั้น เป็นเพราะจำนนต่อพยานหลักฐานและสำนึกในสิ่งที่ได้ทำลงไป   แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานว่าจำเลย เป็นผู้ลงมือยิงผู้เสียชีวิต แต่จำเลยร่วมชุมนุมตั้งแต่แรก โดยภาพถ่ายในอินเตอร์เน็ต ปรากฏชัดเจน จำเลยต้องร่วมรับผิดชอบในสิ่งที่ได้ทำลงไปที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย พิพากษากลับ ให้ยืนตามศาลชั้นต้น จำคุกจำเลย 37 ปี 4 เดือน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Yu0CwBF6hk0

 1,178
สังคม-อาชญากรรม
07 พ.ย. 61

ศาลฎีกาพิพากษากลับตามศาลชั้นต้น จำคุก 37 ปี 4 เดือน ‘มือปืนป๊อปคอร์น’

วันนี้ (7 พ.ย.) เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ ได้คุมตัวนายวิวัฒน์ ยอดประสิทธิ์ หรือ มือปืนป๊อปคอร์น มาจากเรือนจำกลางบางขวาง เพื่อมาฟังคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีที่ตกเป็นจำเลย ความผิดฐานร่วมกันฆ่า และพยายามฆ่าผู้อื่นฯ    จากกรณีมีการปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุม กปปส. กับฝ่ายผู้ชุมนุม นปช. เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2557 โดยจำเลยกับพวกไปที่สี่แยกหลักสี่ ซึ่งเป็นพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์กระทบความมั่นคงภายในราชอาณาจักร แล้วยิงปืนเข้าไปในศูนย์การค้า ไอทีสแควร์ จนทำให้นายอะแกว แซ่ลิ่ว เสียชีวิต และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 3 คน    ศาลฏีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้ว เห็นว่าพยานหลักฐานของโจทก์ได้นำภาพถ่ายจากอินเตอร์เน็ตเปรียบเทียบกับจำเลยที่มีรูปร่างอ้วนเหมือนกันสวมใส่ชุดเดียวกัน อีกทั้งเมื่อเจ้าหน้าที่นำภาพให้พี่ชายของจำเลยดูก็ยืนยันว่าชายชุดดำ ที่ปรากฏในอินเตอร์เน็ตคือตัวจำเลย สิ่งต่างๆ เหล่านี้เพียงพอที่จะวินิจฉัยได้ว่าจำเลยคือคนเดียวกันกับมือปืนป๊อปคอร์น    ในชั้นสอบสวนจำเลยให้การรับสารภาพนำชี้ที่เกิดเหตุต่อหน้านักข่าวจำนวนมากด้วยความสมัครใจและเขียนคำรับสารภาพด้วยลายมือของตนเองเมื่อตรวจสอบร่างกายไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย ตามที่จำเลยกล่าวอ้างว่า ตำรวจข่มขู่ให้รับสารภาพนั้นยังรับฟังไม่ได้ เห็นว่าที่จำเลยให้การรับสารภาพนั้น เป็นเพราะจำนนต่อพยานหลักฐานและสำนึกในสิ่งที่ได้ทำลงไป   แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานว่าจำเลยเป็นผู้ลงมือยิงผู้เสียชีวิตแต่จำเลยร่วมชุมนุมตั้งแต่แรกโดยภาพถ่ายในอินเตอร์เน็ต ปรากฏชัดเจน จำเลยต้องร่วมรับผิดชอบในสิ่งที่ได้ทำลงไปที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย พิพากษากลับ ให้ยืนตามศาลชั้นต้น จำคุกจำเลย 37 ปี 4 เดือน  

 1,814
การเมืองเข้มข้น
06 พ.ย. 61

สุเทพ เจอหนุ่มบุกคืนนกหวีด ขณะเดินคารวะแผ่นดินที่ปราจีนฯ

ปราจีนบุรี-นายสุเทพ เทือกสุบรรณ พร้อมกลุ่มแกนนำและสมาชิกพรรครวมพลังประชาชาติไทย ในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี พร้อมกองเชียร์ประมาณ 30 คน ได้เดินทางมาสักการะพระบรมราชานุเสาวรีย์รัชกาลที่ 5 อำเภอเมืองปราจีนบุรี จากนั้นได้เดินทางไปไหว้ศาลพระหลักเมืองปราจีนบุรี เป็นที่เรียบร้อย   จากนั้นนายสุเทพ หรือกำนันสุเทพพร้อมสมาชิกได้ออกเดินแจกใบสมัครสมาชิกพรรครวมพลังประชาชาติไทย ตามร้านค้าบริเวณตลาดล่างเทศบาลเมืองปราจีนบุรี ซึ่งได้รับการสนับสนุนของประชาชนพอสมควร จากนั้นจึงได้เดินไปตามถนนสายเทศบาลดำริห์ ตำบลหน้าเมือง   เมื่อถึงบริเวณหน้าปั๊มน้ำมันเชลล์ปรากฏว่า มีชายคนหนึ่งได้ไปยืนดักรอนายสุเทพ พร้อมยื่นนกหวีดคืนให้กับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ โดยมีกลุ่มพรรคพวกถ่ายคลิปวีดีโอลงเฟซบุ๊กอยู่ฝั่งตรงข้าม เจ้าของเฟซที่ลงใช้นามว่า ธีรเดช ซื่อสัตย์ ได้โพสต์คลิปวิดีโอพร้อมระบุข้อความว่า “เอานกหวีดมึงคืนไปไอ้.....เทือก ที่นี่ปราจีนบุรีใครจะโง่เชื่อมึงอีก บ้านเมืองพังเพราะมึงมาเยอะแล้ว 555”   จากนั้น นายสุเทพได้เดินหาสมาชิกต่อไปยังบริเวณเขตเทศบาลและตลาดหน้าค่ายจักรพงษ์ พร้อมเดินทางต่อไปยังพื้นที่อำเภอประจันตคาม เพื่อแจกใบสมัครเป็นสมาชิกพรรคต่อ พร้อมกินข้าวกลางวันที่อำเภอประจันตคาม เพื่อเดินทางต่อไปหาสมาชิกพรรคที่จังหวัดระยองในวันนี้ (6 พ.ย.) ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/5GwCiJarTSw

 3,678
สังคม-อาชญากรรม
29 ต.ค. 61

รอลงอาญา 1 ปี ‘อดีตพระพุทธอิสระ’ คดีทำร้ายตำรวจในม็อบ กปปส.

วันนี้ (29 ต.ค.) ที่ศาลอาญารัชดา ศาลนัดฟังคำพิพากษาที่พนักงานอัยการคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ฟ้องนายสุวิทย์ ทองประเสริฐ อายุ 59 ปี หรือ อดีตพระพุทธอิสระ เจ้าอาวาส วัดอ้อน้อย อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม เป็นจำเลยในความผิดผฐานเป็นอั้งยี่ ซ่องโจร หน่วงเหนี่ยวกักขังฯ    จากกรณีที่เมื่อระหว่าง 23 พฤศจิกายน 2556 - 1 พฤษภาคม 2557 จำเลยกับพวกร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป มีพฤติการณ์เป็นอั้งยี่ซ่องโจร เป็นหัวหน้าผู้สั่งการกลุ่ม กปปส. เวทีแจ้งวัฒนะ ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขัง ใช้กำลังประทุษร้าย ร.ต.ต.สมคิด เชยกมล  และ ด.ต.วชิรพงศ์ อุ่นนวลบูรพงศ์ 2 เจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล ได้รับบาดเจ็บสาหัส และทรัพย์สินรวม 8 รายการ มูลค่า 60,900 บาทสูญหาย    โดยศาลพิเคราะห์ในรายละเอียดคดีแล้วเห็นว่า คดีนี้จำเลยให้การรับสารภาพ พิพากษาให้จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา 309 วรรค 2และวรรค 3 กับมาตรา 310 วรรค2 ซึ่งเป็นความผิดกฎหมายหลายบทให้ลงโทษฐานกักขังหน่วงเหนี่ยวทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บเป็นโทษหนักสุดให้จำคุก 3 ปี แต่จำเลยให้การสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน    และเมื่อพิเคราะห์ในรายละเอียดแล้ว เห็นว่าคดีนี้จำเลยได้วางเงินชดใช้ให้กับผู้เสียหายทั้งสองแล้ว จำนวน 4 หมื่นบาท ซี่งผู้เสียหายทั่งสองไม่ติดใจที่จะดำเนินคดีต่อไป ขณะที่จำเลยไม่เคยได้รับโทษคดีอาญามาก่อน จึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ส่วนที่อัยการขอให้นับโทษต่อจากคดีกบถ กปปส. นั้น เนื่องจากคดีดังกล่าวศาลยังไม่มีคำพิพากษาจึงให้ยกคำร้องภาย    

 1,824
การเมืองเข้มข้น
20 ก.ค. 61

กลุ่มสามมิตรหารือแกนนำ กปปส. ด้าน กกต.เตือนหากมีผลประโยชน์ แลกดูด ส.ส. จะผิด กม.

กลุ่มสามมิตรเดินสายหารือกลุ่มการเมืองต่อเนื่อง จนถูกมองว่าเป็นการดูด ส.ส.ร่วมพรรค ล่าสุดนายภิรมย์ พลวิเศษ เลขากลุ่มสามมิตร ได้หารือสิระ เจนจาคะ อดีตแกนนำกปปส. ศิษย์เอกอดีตพระพุทธะอิสระ ถกแนวทางสร้างความปรองดอง และสลายสีเสื้อ   ด้านนายศุภชัย สมเจริญ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มสามมิตรที่ถูกมองว่าเป็นการใช้พลังดูดนั้น ว่า ขณะนี้มีคำร้องเรียนของนายสุชาติ ลายน้ำเงิน อดีต ส.ส.ลพบุรีพรรคเพื่อไทย ที่ยื่นคำร้องเข้ามา ซึ่งกกต. ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง   เบื้องต้นคือทุกคนที่จะจัดตั้งพรรคการเมืองสามารถชักชวนหาผู้ร่วมก่อตั้งได้ ไม่เป็นความผิด แต่มีข้อแม้ว่าต้องไม่เสนอให้สัญญาว่าจะให้ผลประโยชน์ตอบแทน ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมเพื่อให้เข้ามาเป็นสมาชิกพรรคเพราะเป็นความผิดตามมาตรา 30 ของพ.ร.บ.พรรคการเมือง   ส่วนผู้ถูกชักชวนต้องไม่รับหรือเรียกรับ เพื่อไปเป็นสมาชิกเพราะมีความผิดตามมาตรา 31 ของกฎหมายเดียวกัน ซึ่งตอนนี้ยังไม่ปรากฏว่าการทาบทามมีการเสนอหรือสัญญาว่าจะให้ผลประโยชน์ตอบแทนแต่กกตก็กำลังตรวจสอบ ถ้าใครมีหลักฐาน ให้ส่งมาที่กกต. และเมื่อดำเนินคดีเสร็จแล้วผู้ที่แจ้งเบาะแสก็จะได้รับรางวัล   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/VUeci8behaE  

 1,922
การเมืองเข้มข้น
26 มิ.ย. 61

'สุเทพ' นำทีมแกนนำ กปปส. พร้อมอดีตพระพุทธอิสระ ตรวจพยานหลักฐานข้อหากบฎ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กลุ่ม กปปส. พร้อมด้วยสมาชิก กปปส. ที่ถูกข้อกล่าวหากบฎ อั้งยี้ซ่องโจร บุกรุกสถานที่ราชการและขัดขวางการเลือกตั้ง เดินทางมาศาลอาญารัชดา ตามนัดเพื่อตรวจพยานหลักฐานและนัดหมายสืบพยาน   โดยนายสุเทพกล่าวว่า แกนนำและผู้ถูกกล่าวหาทุกคน ไม่หลบหนีศาล ปฏิบัติตามขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมทุกอย่างเพราะถือว่าการต่อสู้คดีในศาล เป็นการต่อสู้สืบเนื่องจากกับมวลมหาประชาชนในปี 2557 ซึ่งต้องพิสูจน์ว่าสิ่งที่ กปปส. ออกมาต่อสู้เป็นสิ่งถุูกต้อง และเป็นที่ประจักษ์ว่าระบอบทักษิณ เป็นปฏิปักษ์กับรัฐธรรมนูญ โดยใช้เป็นเครื่องมือฉ้อฉล เข้าสู่อำนาจโดยไม่ชอบ แล้วอ้างว่าเป็นความชอบธรรมตามรัฐธรรมนูญ ใช้อำนาจตามอำเภอใจ ซึ่งไม่ใช่เจตนาตามรัฐธรรมนูญ   จึงเป็นสิทธิของพลเมืองที่จะลุกขึ้นมาพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่ว่าจะใช้เวลานานเท่าใด ก็ต้องพิสูจน์ให้ศาลเห็นว่า ประชาชนมีสิทธิลุกขึ้นมาต่อต้านซึ่งที่ผ่านมาตัวเองได้ร้องขอต่อศาลให้ดำเนินคดีเฉพาะแกนนำ9 คน และเร่งพิจารณาคดีให้ถึงที่สุดโดยเร็ว   อย่างไรก็ตาม หลังแกนนำ กปปส. ขึ้นตรวจพยาน ศาลมีคำสั่งให้เบิกตัวนายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรืออดีตพระพุทธอิสระ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีแอบแอบอ้างพระปรมาภิไธยซึ่งถูกคุมขังอยู่ภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพ เข้ามาสอบพยานเพิ่มเติม โดยนายสุวิทย์ เดินทางมาโดยรถตู้ของโรงพยาบาลเรือนจำพิเศษกรุงเทพ และนั่งรถเข็นสำหรับคนป่วยโดยร่างกายมีสภาพผอมลงอย่างเห็นได้ชัด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/7hSB69jfAMk

 3,315
การเมืองเข้มข้น
01 มิ.ย. 61

'เอนก' เตรียมลาออกทุกตำแหน่งร่วมพรรครปช. ยัน 'สุเทพ' เป็นแค่สมาชิกพรรค

เอนกเตรียมลาออกทุกตำแหน่งร่วมก่อตั้งพรรค รปช.ยันสุเทพเป็นแค่สมาชิกพรรค ไม่ได้รอเป็นนายกฯ ยันไม่ได้ตั้งพรรคเพื่อหนุนประยุทธ์   นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ประธานกรรมการปฎิรูปประเทศด้านการเมือง ยอมรับว่า ได้ร่วมก่อนตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย กลับ อดีตแนวร่วม กลุ่ม กปปส. จริง โดยเตรียมเปิดตัวผู้ก่อตั้งพรรคในวันที่ 3 มิถุนายนนี้ โดยขณะนี้เตรียมยื่นลาออกจากตำแหน่งต่างๆที่รัฐบาลแต่งตั้งให้ช่วยงาน โดยเเฉพาะตำแหน่ง ประธานกรรมการปฎิรูปประเทศด้านการเมือง ประธานกรรมการพัฒนาพรรคการเมืองตามรัฐธรรมนูญ และตำแหน่งกรรมการที่ปรึกษา ป.ป.ย. แล้ว    แต่ยืนยันว่ายังไม่ได้เป็นหัวหน้าพรรค เพราะเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับที่ประชุมใหญ่พรรคที่จะสามารถประชุมได้เมื่อ คสช.อนุญาต   ส่วนกระแสข่าวว่าเป็นพรรคของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ นั้น นายเอนก ยืนยันว่า นายสุเทพ มีส่วนร่วมเพียงสมาชิกพรรคเท่านั้น ไม่ได้เป็นเป็นกรรมการยริหารพรรค และนายสุเทพ ไม่ได้อยู่ในสถานะรอ ที่จะรอเป็นนายกรัฐมนตรี หรือ รัฐมนตรี    ส่วนจะสนับสนุนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ เป็นเรื่องที่กรรมการบริหารพรรคจะพูดกัน แต่พรรคไม่ได้ก่อตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนพลเอกประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ตั้งขึ้นเพื่อให้เป็นพรรคของประชาชนที่มีความตื่นตัวทางการเมืองได้มีส่วนร่วม เพื่อไม่ให้บ้านเมืองกลับไปสู่ความแตกแยกอีก  

 2,008
การเมืองเข้มข้น
31 พ.ค. 61

แกนนำ กปปส. เข้าเยี่ยม 'อดีตพระพุทธะอิสระ' ฝากบอกขออย่าตำหนิ คสช.

กลุ่มอดีตแกนนำ กปปส. และผู้ศรัทธาเดินทางเข้าเยี่ยมอดีตพระพุทธอิสระ อาทิ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ และ นายชุมพล จุลใส หรือลูกหมี อดีตกลุ่มแกนนำ กปปส. เดินทางเข้าเยี่ยมอดีตพระพุทธะอิสระ หรือ นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรืออดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ซึ่งถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ระหว่างการสอบสวนในคดีอั้งยี่ ซ่องโจร และคดีปลอมพระปรมาภิไธย   โดยนายสาทิตย์ เปิดเผยหลังเข้าเยี่ยมว่า ตนก็จะยังเรียกท่านว่าหลวงปู่ ซึ่งหลวงปู่บอกว่า ตนยังมีกำลังใจที่ดีเสมอ และอย่าไปตำหนิรัฐบาลคสช. ควรให้กำลังใจรัฐบาล ซึ่งท่านเองก็ยังสนับสนุนให้รัฐบาล คสช.ทำงานต่อไป และท่านได้ฝากบอกถึงลูกศิษย์หรือคนที่อยากช่วยด้วยการเดินทางไปศาลปกครองหรือที่ศาลรัฐธรรมนูญ ท่านบอกไม่ต้อง ท่านสละสิทธิที่จะต่อสู้ทางข้อกฎหมาย และยินดีที่อยู่ในเรือนจำและต่อสู้ตามแนวทางของท่านและจะไม่ใช้สิทธิขอประกันตัว   ซึ่งครั้งนี้เหมือนเป็นสงครามครั้งสุดท้าย ที่จะจัดการปฎิรูปวงการสงฆ์ให้ดีขึ้น ซึ่งทางลูกศิษย์ก็จะเคารพเจตนารมณ์ โดยรวมแล้วท่านยังมีกำลังใจที่เข้มแข็งดี และไม่อยากเอาเรื่องของท่านไปทำให้คสช. และรัฐบาลไม่สบายใจ ให้เขาจัดการปฏิรูปวงการสงฆ์ให้ดีขึ้นให้เป็นที่ศรัทธาของพุทธศานิกชนต่อไป   ด้านนายวิทยา แก้วภราดัย อดีตแกนนำ กปปส. กล่าวหลังเข้าเยี่ยมว่า อดีตพระพุทธะอิสระป่วยเป็นโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทตนจึงเดินทางมาเยี่ยมจากการพูดคุยกับท่าน ทราบว่าคืนแรกนอนไม่ค่อยหลับเพราะยังไม่คุ้นเคยกับสถานที่จึงนอนตะแคง ทำให้เกิดการกดทับและทำให้อักเสบ ทางเจ้าหน้าที่ได้ส่งไปตรวจอาการที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์พร้อมทำกายภาพบำบัด   จากนั้นในคืนต่อมาท่านเปลี่ยนท่าเป็นนอนคว่ำทำให้มีอาการป่วยดีขึ้น และขณะนี้ท่านมีสีหน้าสดชื่นแจ่มใส เริ่มปรับตัวเข้ากับสภาพภายในเรือนจำได้มากขึ้น ส่วนกรณีที่ทางเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาอั้งยี่ซ่องโจรนั้น ตนคิดว่าเป็นการฟ้องซ้ำ เนื่องจากอดีตพระพุทธะอิสระและแกนนำ กปปส.ทุกคนที่ชุมนุมที่แจ้งวัฒนะโดนแจ้งข้อหาดังกล่าวร่วมกันทั้งหมด จึงเป็นการฟ้องซ้ำ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/DjO1qxGXIt8      

 2,306
การเมืองเข้มข้น
06 มี.ค. 61

'สุเทพ' ย้ำจุดยืนไม่เล่นการเมือง แต่พร้อมให้คำปรึกษา หากตั้งพรรค กปปส.

บรรยากาศการจดทะเบียนพรรคการเมือง ล่าสุดมีกลุ่มพลังปวงชนไทย เข้าแจ้งการเตรียมจัดตั้งพรรค ต่อ กกต. แล้วเป็นลำดับที่ 43 และพรรคพัฒนาประเทศไทย เข้าจดแจ้งชื่อเป็นลำดับที่ 44   ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชน กล่าวถึงกระแสข่าวการตั้งพรรคมวลมหาประชาชนว่า ยังยืนยันในสัจจะที่เคยให้ไว้ว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ไม่รับตำแหน่งทางการเมือง ไม่สมัครรับเลือกตั้ง ไม่ไปดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคใด รวมถึงจะไม่มีการตั้งพรรคในนาม กปปส. เพราะภารกิจของกปปส.ได้จบไปแล้ว วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ซึ่ง กปปส.ไม่ใช่องค์กรถาวร และแกนนำของกปปส.ที่เป็นนักการเมืองก็กลับพรรคการเมืองของตนเองแล้ว   แต่หากมีประชาชนต้องการสืบทอดเจตนารมณ์ของกปปส.ก็สามารถตั้งพรรคการเมืองได้ และตนเองพร้อมให้คำปรึกษา ตนเองจะเข้าไปเป็นสมาชิกหรือไม่ ต้องรอดูหลังจากมีการตั้งพรรคแล้ว และจะพิจารณาว่าพรรคการเมืองนั้น ๆ มีความสอดคล้องกับเจตนารมณ์การทำเพื่อประเทศชาติและประชาชน ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นตนเองก็ยินดีที่จะเข้าไปเป็นสมาชิกพรรคเพราะเป็นสิทธิ์ของประชาชน   กรณีที่นายธานี เทือกสุบรรณ ที่ระบุว่าจะมีการตั้งพรรคมวลมหาประชาชน ก็เป็นสิทธิ์ที่จะทำได้ในฐานะประชาชน ไม่จำเป็นต้องเข้ามาขอคำปรึกษาจากตนเองในเรื่องนี้ อย่างไรก็ตามขอยืนยันว่า ส่วนตัวยังสนับสนุนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อ เพราะเชื่อว่าพลเอกประยุทธ์จะทำหน้าที่บริหารประเทศและแก้ไขปัญหาของประชาชนได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/7yX60jxTUq0    

 5,689
การเมืองเข้มข้น
05 มี.ค. 61

ปชป.เรียกสมาชิกภาคใต้รายงานตัวเช็คชื่อ รับมือ กปปส.จ่อตั้งพรรคใหม่

ความเคลื่อนไหวของนายธานี เทือกสุบรรณ อดีตส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) น้องชายนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย(มปท.) ประกาศตั้งพรรคใหม่ ชื่อพรรคมวลมหาประชาชนเพื่อปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตย ที่สมบูรณ์โดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข (กปปส.)   ล่าสุดคาดว่าน่าจะไปยื่นต่อ กกต. ได้ในวัน5-7 มีนาคมนี้ ขณะที่เบื้องต้นบุคคลจะมาเป็นสมาชิกนั้นจะเป็นคนใหม่ๆที่จะลงสมัคร ส.ส.ในนามของพรรค ส่วนอดีต ส.ส.ของพรรคปชป.จะเข้ามาร่วมด้วยจำนวนเท่าใดนั้น ยังตอบไม่ได้   ขณะที่ทางประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค กล่าวถึงกรณีที่ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศถึงอดีต ส.ส.ภาคใต้ ทั้งหมดของพรรค ให้มาแจ้งยืนยันอย่างไม่เป็นทางการภายในวันที่ 9 มี.ค.นี้ ว่า จะยังอยู่กับพรรคต่อไปหรือจะย้ายไปพรรคใหม่ว่า ไม่ได้เป็นเรื่องผิดปกติอะไร เพราะเป็นเรื่องที่ต้องเตรียมการอยู่แล้ว เนื่องจากตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน จะเป็นช่วงเวลาที่สมาชิกพรรครวมถึงอดีต ส.ส. ต้องยืนยันสถานะความเป็นสมาชิกพรรคต่อหัวหน้าพรรคการเมือง จึงเป็นเรื่องที่ต้องมีการเตรียมความพร้อมเรื่องตัวบุคคลไว้ก่อน   ส่วนที่มีการคาดการณ์ว่าจะมีอดีต ส.ส.ภาคใต้ 3 คน ย้ายไปสังกัดกับพรรคใหม่นั้น ยังไม่ทราบรายละเอียด แต่ปกติแล้วหากพื้นที่ใดขาดบุคคลผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง คณะกรรมการของพรรคในแต่ละพื้นที่ก็ต้องดำเนินการให้มีผู้สมัครคนใหม่ ส่วนทางกรุงเทพมหานครฯ นั้น ยังไม่มีอดีต ส.ส.คนใดแสดงความจำนงไปสังกัดพรรคใหม่   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/xsOUltiAHno    

 3,468
การเมืองเข้มข้น
02 มี.ค. 61

จองชื่อตั้งพรรคใหม่คึกคัก 41 พรรคยื่นแล้ว "ไพบูลย์" ย้ำหนุนประยุทธ์ ขณะพรรค กปปส. ยังไม่มา

วันแรกที่ กกต.เปิดให้จดจองชื่อพรรคตลอดทั้งวัน มีกลุ่มการเมืองหน้าใหม่ทยอยมาแจ้งความจำนง 41 พรรค โดยพรรคที่สร้างสีสันมากที่สุดคือพรรคพลังชาติไทยของ พลตรีทรงกลด ทิพย์รัตน์ อดีตคณะทำงานปฏิรูปคสช. ที่ให้ตัวแทนมารอคิวตั้งแต่ 18.58 น. เพื่อจองคิวแรกในเวลา 06.06 น. ทำให้เป็นพรรคแรกที่ได้สมัคร โดยตัวแทนยืนยันไม่เกี่ยวกับคสช. และยังบอกไม่ได้ว่าสนับสนุนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ แต่บอกพร้อมจะสนับสนุนนายกฯ ที่มาครรลองประชาธิปไตย โดยไม่ปฏิเสธนายกฯคนนอก    เช่นเดียวกับพรรคเพื่อชาติไทยของนางอัมพาพันธ์ ธเนศเดชสุนทร อดีตภรรยาพล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ อดีตหัวหน้ารสช.ที่ทำรัฐประหารปี 2535 ที่ตัวแทนใส่เสื้อรูปหน้านักการเมืองที่เป็นคู่ขัดแย้ง โชว์จุดยืนพรรคสร้างความปรองดอง แต่ยังอุบสนับสนุนพลเอกประยุทธ์หรือไม่   ขณะที่พรรคไทยศรีวิไลย์ ของนายมงคลกิตต์ สุขสินธรานนท์ และนายณัชพล สุพัฒนะ หรือ มาร์คพิทบูล เน็ตไอดอล ยืนยันพรรคไม่ได้สนับสนุนพลเอกประยุทธ์ แต่จุดขายคือการปราบทุจริตคอรัปชั่นและยึดทรัพย์สินนักการเมืองทุจริต และพร้อมจะเลือกนายกที่ได้รับเสียงมาเป็นอันดับ 1   นอกจากนี้ ยังมีพรรคพลังพลเมืองไทยของนายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ ที่ดึงอดีต ส.ส.แยกมาจากพรรคเพื่อไทย ซึ่งระบุว่ามีนายกรัฐมนตรีในใจหลายคนและคาดหวังจะได้คนที่ดีกว่าคนเก่า และส่วนตัวไม่ขัดข้องชื่อของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หากคุณสมบัติเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ    และกลุ่มเดียวที่ประกาศตัวชัดเจน คือพรรคประชาชนปฏิรูปของนายไพบูลย์ นิติตะวัน ที่ส่งตัวแทนมาจดจองชื่อพรรค ย้ำไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจหรือเป็นนอมินีใคร และจุดยืนให้มีนายกรัฐมนตรีคนกลางที่ไม่ได้สังกัดพรรค ซึ่งคนที่เหมาะสม คือ พลเอกประยุทธ์ จันทรโอชา    และพรรคที่ถูกจับตามองจากสื่อมวลชนว่าจะมาจดแจ้งขอจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ คือพรรคมวลมหาประชาชนเพื่อการปฎิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ โดยมีพระมหากษัติย์ทรงเป็นประมุข หรือพรรคกปปส. ที่เดิมนายธานี เทือกสุบรรณ อดีตส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ น้องชายนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส.เปิดเผยว่าจะมีตัวแทนกลุ่มมาจดแจ้งพรรคการเมืองดังกล่าว ล่าสุดวันนี้นายธานี ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์สั้นๆ ว่า ตนอยู่ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ไม่ได้เป็นกรรมการมูลนิธิฯ หรือแกนนำ ขอให้ไปสอบถามบุคคลที่เกี่ยวข้องจะดีกว่า    ขณะที่นายสุเทพเปิดเผยสั้นๆ ว่า การตั้งพรรคยังไม่ตกผลึก แต่ยอมรับว่ามีการหารือ และสมาชิกกปปส.ต้องการให้มีการจัดตั้งพรรค ส่วนตัวมองว่าวันนี้ยังไม่ถึงเวลา แม้แนวโน้มการเมืองมีการเปลี่ยนแปลง เช่นเดียวกับแกนนำกปปส. ซึ่งเป็นอดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ตนได้บอกให้กลับเข้าพรรคทุกคน    สำหรับไทม์ไลน์ของ กกต. จะใช้เวลาตรวจสอบ 30 วัน ว่า มีชื่อซ้ำหรือมีคุณสมบัติต้องห้ามหรือไม่ หากไม่ผ่านจะต้องแก้ไขภายใน 60 วัน แต่หากผ่าน จะออกหนังสือหรือตั๋วแจ้งกลับไปยังพรรคการเมืองอนุญาตให้ดำเนินการริเริ่มหาสมาชิก 500 คน โดยพรรคการเมืองจะต้องขออนุญาต คสช. ผ่าน กกต. ตามคำสั่ง 57/2557 และคำสั่ง 53/2560 ให้ทำกิจกรรมทางการเมืองได้ เพื่อดำเนินการ 3 อย่าง คือ มีสมาชิกไม่ต่ำกว่า 500 คน - ประชุมพรรคเพื่อคัดเลือกกรรมการบริหารพรรค และมีทุนประเดิมไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท มีกรอบต้องทำให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน ส่วนการยื่นจดแจ้งจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่นั้นไม่มีกรอบเวลา แต่สำหรับกลุ่มที่จะลงเลือกตั้งได้ทัน ต้องแสดงเจตจำนงภายในสิ้นเดือนมีนาคมนี้

 6,475
การเมืองเข้มข้น
28 ก.พ. 61

กปปส.จ่อตั้งพรรคมวลมหาประชาชน 'สุเทพ' ไม่ขอรับตำแหน่ง

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีต เลขาธิการ กปปส. กล่าวถึงกระแสข่าวเตรียมจัดหาบุคคลจัดตั้งพรรคการเมืองว่า ตนลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งแต่ปี 2556 โดยประกาศตัวเป็นผู้รับใช้ประชาชน และออกมาชุมนุมต่อต้านระบอบทักษิณ และมีผลต่อเนื่องมาจนถึงตอนนี้ เป็นธรรมดาที่ต้องมีคนคาดคิดว่าตนจะทำแบบนั้นแบบนี้ ซึ่งตนให้ความเคารพทุกคนว่าจะพูดหรือคิดอย่างไรเป็นเรื่องของแต่ละคนที่เข้าใจกันไปเอง   ยืนยันว่าช่วงชีวิตที่เหลือ จะอุทิศเวลารับใช้สถาบัน ศาสนาและประชาชน เท่าที่จะทำได้ และยืนยันว่าไม่คิดหันไปเล่นการเมืองอีก ไม่ร่วมรัฐบาลกับใคร ไม่เป็นนักการเมือง ไม่เป็นลงสมัคร ส.ส. อย่างแน่นอน แต่จะสนับสนุนให้มีการจัดตั้งพรรคของ กปปส.หรือไม่นั้น ยังไม่ขอตอบ   ขณะที่นายธานี เทือกสุบรรณ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ น้องชายของนายสุเทพ กล่าวว่า กปปส.ตั้งพรรคการเมืองใหม่มีชื่อว่า "พรรคมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์โดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข" โดยนายสุเทพ ตั้งใจจะเป็นเพียงสมาชิกพรรคเท่านั้น ไม่รับตำแหน่งอื่นใดๆ ทั้งสิ้น เพราะสนใจจะดูแลประเทศชาติ อยู่เฉยๆ ไม่ได้ จะไม่ลง ส.ส.ไม่เป็นกรรมการบริหารพรรค ไม่มีตำแหน่งใน ครม.และรัฐบาลทั้งสิ้น และมีแนวคิดในการสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rRYEP2aQv2U  

 9,696
การเมืองเข้มข้น
25 ม.ค. 61

ศาลให้ประกัน 'สุเทพ' - แกนนำกปปส. หลังอัยการสั่งฟ้อง 9 ข้อหา 'กบฎ-ก่อการร้าย' เจ้าตัวยันอยู่สู้คดีครบไม่หนี!

ศาลอาญา ให้ประกันตัว 9 แกนนำกปปส. หลังประทับรับฟ้อง คดีความผิดฐานร่วมกันเป็นกบฏ ในการชุมนุมปี 2556-2557 ตีหลักทรัพย์คนละ 6 แสนบาท โดยทั้งหมดให้การปฏิเสธ จึงนัดตรวจพยาน 2 ฝ่ายครั้งแรก 19 มีนาคมนี้   ภายหลังอัยการสูงสุด ได้นำตัว 9 แกนนำ กปปส. นำโดย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ / นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย / นายชุมพล จุลใส / นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ / นายอิสระ สมชัย / นายวิทยา แก้วภราดัย / นายถาวร เสนเนียม / นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ และ นายเอกณัฏ พร้อมพันธุ์ ไปยื่นฟ้องต่อศาลอาญา เป็นจำเลยที่ 1-9 ในความผิดฐานร่วมกันเป็นกบฎ – ยุยงปลุกปั่น – กระทำให้ปรากฎแก่วาจาฯ – อั้งยี่ ซ่องโจร - มั่วสุมกันเกิน 10 คน – ประทุษร้าย – ขัดขวางการเลือกตั้ง โดย นายสุเทพและ นายชุมพล อัยการได้สั่งฟ้องในข้อหาร่วมกันก่อการร้ายอีก 1 คดีด้วย   ซึ่งศาลประทับรับฟ้อง และสอบคำให้การจำเลยโดยอ่านและอธิบายคำฟ้อง ว่าจะให้การรับสารภาพหรือปฏิเสธ โดยทั้งหมด ให้การปฏิเสธต่อสู้คดี ศาลจึงนัดตรวจพยานหลักฐานทั้ง 2 ฝ่ายในวันที่ 19 มี.ค.เวลา 09.00 น.   ทั้งนี้ศาลได้อนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวทั้งหมด พร้อมตีหลักทรัพย์คนละ 6 แสนบาท โดยมีเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ   ย้อนหลังคดีนี้ เริ่มต้นจาก นายคารม พรพลกลาง ทนายความ นปช. ได้ยื่นฟ้องกับ ดีเอสไอ ในช่วงที่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ ดำรงตำแหน่งอธิบดีดีเอสไอขณะนั้น ก่อนมีความเห็นควรสั่งฟ้อง แกนนำและแนวร่วมกปปส.58 คน ต่ออธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ เพื่อพิจารณาดำเนินการสั่งฟ้องผู้ต้องหา เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2557 ต่อมา มีการแยกฟ้องชุดแรก 4 คน คือ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ / ดร.เสรี วงษ์มณฑา / นายสกลธี ภัททิยกุล และ นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม   และในวันนี้ยื่นฟ้องแกนนำอีก 9 คน ในข้อหากบฏ โดย นายสุเทพ และนายชุมพล ยังโดนข้อหาก่อการร้ายอีก 1 คดี ส่วนอีก 34 คน ได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนการรับฟังคำสั่งฟ้อง ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาเป็นรายบุคคลของอัยการว่าเหตุผลสมควรหรือไม่ หากไม่สมควรก็จะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป   อย่างไรก็ตาม มี 7 คน ที่อัยการ ได้แยกสำนวนพิจารณา เนื่องจากข้อหาไม่เกี่ยวข้องกับคดีหลัก อาทิ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ / นายทศพล เพ็งส้ม / นายสาธิต ปิตุเตชะ และ นางนาถยา แดงบุหงา ส่วน 1 เดียวแนวร่วม กปปส. ที่ไม่ถูกฟ้องขณะนี้ คือ นายพิจารณ์ สุขภารังษี เป็นนักวิชาการอิสระ   ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำกปปส. เปิดเผยภายหลังศาลอาญา อนุญาตให้ประกันตัว โดยระบุจะเดินหน้าต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งจากนี้จะได้หารือกับทนายความ เพื่อนำพยานหลักฐานต่างๆ มาแก้ต่างข้อกล่าวหา พร้อมระบุแม้การออกมาต่อสู้ร่วมกับประชาชน อาจได้รับผลกระทบ และ ถูกดำเนินคดี แต่จะยืนหยัดต่อไปเพื่ออนาคตประเทศ และผลักดันปฏิรูปประเทศไม่ว่าจะแลกด้วยอะไรก็ตาม ซึ่งหากพลาดพลั้งแพ้คดีก็พร้อมน้อมรับ ถือว่าตัดสินใจเลือกทางนี้แล้ว   อีกทั้ง ย้ำว่าสิ่งที่ทำมาไม่เสียเปล่า แม้การปฏิรูปของรัฐบาลยังไม่เห็นชัดเจน แต่อย่างน้อย ได้หยุดภาวะเลวร้ายการเมืองในครั้งนั้นได้ แต่การปฏิรูป ถือเป็นหน้าที่ของทุกคนต้องกอดคอเดินหน้า เปลี่ยนแปลงไปสู่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์   เมื่อถูกถามว่าหน้าที่ในการตรวจสอบรัฐบาลของกปปส.ยังมีอยู่หรือไม่ เช่น นาฬิกาหรูของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหม นายสุเทพ กล่าวว่า กปปส.ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้าน แล้วตนคิดว่า รัฐบาลขณะนี้ก็ไม่มีฝ่ายค้าน เพราะฉะนั้น กปปส.ก็ไม่มีหน้าที่ไปตรวจสอบรัฐบาล หน้าที่ของเราคือ ต้องบอกประชาชนว่า อะไรที่คสช.ปฏิรูปแล้ว ก็ขอขอบคุณ ส่วนที่ยังทำไม่ได้ ก็ต้องทำต่อ       ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mfnUa6_HH8c  

 18,429
การเมืองเข้มข้น
24 ม.ค. 61

'สุเทพ' ยันสิ่งที่กปปส. ทำไม่สูญเปล่า ปัดตอบอนาคตทางการเมือง ย้ำเดินสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม

 สุเทพ ยันสิ่งที่กปปส.ทำไม่สูญเปล่า ชี้แม้การปฏิรูปยังไม่เห็นผล แต่อย่างน้อยก็หยุดภาวะเลวร้ายการเมืองครั้งนั้นได้ ปฏิเสธตอบอนาคตทางการเมือง ย้ำเดินหน้าต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม   นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำกปปส. เปิดเผยภายหลังศาลอาญา อนุญาตให้ประกันตัวแกนนำทั้ง 9 คน ที่ถูกอัยการสูงสุด สั่งฟ้องในคดีข้อหากบฏ และ ก่อการร้าย ในช่วงการชุมนุมเมื่อปี 2556-2557 โดย ยืนยัน เคารพกฎหมายไทย และจะเดินหน้าต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งจากนี้จะได้หารือกับทนายความ เพื่อนำพยานหลักฐานต่างๆ มาแก้ต่างข้อกล่าวหา พร้อมระบุแม้การออกมาต่อสู้ร่วมกับประชาชน อาจได้รับผลกระทบ และ ถูกดำเนินคดี แต่จะยืนหยัดต่อไปเพื่ออนาคตประเทศ และผลักดันปฏิรูปประเทศไม่ว่าจะแลกด้วยอะไรก็ตาม ซึ่งหากพลาดพลั้งแพ้คดีก็พร้อมน้อมรับ ถือว่าตัดสินใจเลือกทางนี้แล้ว อีกทั้ง ย้ำว่าสิ่งที่ทำมาไม่เสียเปล่า แม้การปฏิรูปของรัฐบาลยังไม่เห็นชัดเจน แต่อย่างน้อย ได้หยุดภาวะเลวร้ายการเมืองในครั้งนั้นได้ แต่การปฏิรูป ถือเป็นหน้าที่ของทุกคต้องกอดคอเดินหน้า เปลี่ยนแปลงไปสู่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์    ในช่วงท้าย นายสุเทพ ปฏิเสธตอบคำถามถึงอนาคตทางการเมือง ระบุเพียงสั้นๆ รอให้ถึงเวลาแล้วจะบอกเองว่าจะมีจุดยืนอย่างไร ขณะที่การปรับแก้ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ที่อาจทำให้การเลือกตั้งเลื่อนออกไปนั้น ส่วนตัว มองว่าไม่เป็นไร จะเลือกตั้งเมื่อไหน่ก็ได้ แต่ขอให้ได้คนดีมาทำหน้าที่แทนประชาชน ซึ่งหลังจากให้สัมภาษณ์ ได้เดินเข้าไปพบปะกับมวลชนที่มารอให้กำลังใจประมาณ 4-5 คน ก่อนขึ้นรถออกจากศาลอาญาทันที  

 14,954

Top