ค้นหา :

ผลการค้นหา "หายตัว"

ข่าวภูมิภาค
06 ม.ค. 61

สุดพิศวง! พ่อเฒ่าหายตัวลึกลับก่อนเจอหลงป่า เผยมียายเคี้ยวหมากพาเข้าป่า ก่อนจะจำอะไรไม่ได้

พ่อเฒ่าชาวขอนแก่น วัย 84 ปี หายตัวออกจากบ้านนาน 2 วัน ก่อนจะไปเจอตัวกลางป่าในสภาพอิดโรย นั่งกินหญ้าแห้งประทังชีวิต เผยก่อนจะหายตัวมีหญิงแก่เคี้ยวหมาก ปากแดง  มารับและพาไปในป่า ก่อนที่ตัวเองจะจำอะไรไม่ได้เลย พอรู้สึกตัวพยายามจะเรียกขอความช่วยเหลือแต่กลับไม่มีใครตอบรับ     ด้าน นายลำพูน อักษรสิริ ชาวบ้านที่เลี้ยงวัวอยู่บริเวณใกล้เคียง เล่าว่า ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ จึงได้เดินตามเสียงไปดู พบคุณตาดิ้นทุรนทุรายอยู่ใกล้จอมปลวกขนาดใหญ่ จึงเข้าช่วยเหลือ หลังจากนั้นก็วิ่งกลับไปล่ามวัว ก่อนจะย้อนกลับมาช่วย แต่ก็ไม่พบคุณตาแล้ว จึงไปบอกชาวบ้านที่ทำไร่อยู่บริเวณใกล้เคียงให้ทราบ และช่วยกันออกตามหา                  ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/7eipCH4DbOE

 37,767
สังคม-อาชญากรรม
04 พ.ย. 60

3 ผู้ต้องสงสัยแฉน้องสาวผู้ใหญ่บ้านฆ่าลูกจ้างวัย16 ก่อนเอาศพฝังดิน หลังแม่ออกตามหา 5 ปี

ความคืบหน้าจากกรณีที่แม่ชาวจังหวัดเพชรบุรีเข้าร้องเรียนกับ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ว่าลูกสาววัย 16 ปี ได้หายสาบสูญไปนานกว่า 5 ปี โดยล่าสุดได้เบาะแสว่าถูกทำร้ายเสียชีวิตและนำศพมาซุกซ่อนอำพรางไว้ที่ไร่บริเวณซอยศาลาลอย 4 บ้านนามอญ หมู่ 7 ต.หนองโสนอ.เมือง จ.เพชรบุรี     เมื่อวานนี้ (3 พ.ย.) เจ้าหน้าที่ได้ทำการขุดค้นหาบริเวณใต้ต้นตาลท้ายไร่ ซึ่งเป็นจุดที่ได้รับแจ้งเบาะแส ใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง ขุดลึกไปประมาณ 1 เมตร พบห่อผ้าพลาสติกขนาดใหญ่ เปิดดูพบผ้าห่มห่อหุ้มถุงขยะพลาสติกดำ คลี่ออกพบโครงกระดูกมนุษย์ สวมเสื้อเชิ้ตสีขาว สวมกางเกงในสีเนื้อ ไม่พบเสื้อผ้าและหลักฐานอื่น แพทย์ชันสูตรศพเบื้องต้นพบกรามด้านซ้ายหัก ซี่โครงขวาหัก      ในเวลาต่อมาคุณแม่ได้เดินทางไปที่เกิดเหตุ แสดงความมั่นใจว่าเป็นโครงกระดูกของลูกสาวจริง เพราะจำฟันและผมได้ พร้อมเล่าย้อนว่าในปี 55  เพื่อนของตนได้มาบอกว่ามีคนที่รู้จักต้องการเด็กไปทำงานบ้านในกรุงเทพฯ ตนจึงได้อนุญาตให้ลูกสาวเดินทางไปทำงาน โดยได้พาไปส่งไว้ที่บ้านของแม่ของ น.ส.โมรา (นามสมมติ) นายจ้างในอำเภอเมืองเพชรบุรี โดยนายจ้างสัญญาว่าจะดูแลลูกสาวตนเป็นอย่างดี และจะพากลับมาหาทุกสัปดาห์ แต่ปรากฏว่านายจ้างไม่เคยพาลูกสาวกลับมาสักครั้ง   ในช่วง 2 เดือนแรกตนได้ติดต่อกับลูกสาวเพียงโทรศัพท์ 2 ครั้งผ่านเบอร์ของนายจ้าง ครั้งสุดท้ายวันที่ 13 เมษายน 2555 ลูกสาวบอกว่าคิดถึงแม่ จากนั้นโทรศัพท์ได้ตัดไป ตนพยายามติดต่อแต่ไม่สามารถติดต่อได้ ต่อมานายจ้างอ้างว่าลูกสาวตนได้หนีออกจากบ้านไป ตนจึงเข้าแจ้งความคนหาย ไว้ที่ สภ. เมืองเพชรบุรี ที่ผ่านมาตนพยายามตามหาลูกมาโดยตลอด และยังมักจะฝันเห็นลูกสาว ได้ยินเสียงร้องไห้ ขอความช่วยเหลือ    กระทั่งเมื่อ 2 เดือนก่อน มีพลเมืองดีมาแจ้งเบาะแสตนว่าลูกสาวตนถูกนายจ้างซ้อมจนเสียชีวิตและนำศพมาฝังไว้ใกล้กับต้นตาลหลังบ้านของแม่นายจ้าง ซึ่งเป็นจุดเดียวกันกับที่ตนฝันเห็นลูกสาว จึงประสานไปยังมูลนิธิปวีณา เพื่อช่วยเหลือ เนื่องจาก ครอบครัวของนายจ้างเป็นผู้มีอิทธิพลในย่านดังกล่าวเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัยเป็นธรรม     ขณะที่ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก. 5 กองบังคับการปราบปราม ประสาน เจ้าที่พิสูจน์หลักฐานรวบรวมหลักฐาน และจะได้ส่งกระดูกดังกล่าวไปพิสูจน์ DNA และจะติดตามสืบหาผู้กระทำความผิด ส่วนทางแม่ของผู้เสียชีวิต ได้ร้องขอให้โอนคดีให้กองปราบดำเนินคดีหวั่นคดีไม่คืบ   ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กก.5 บก.ป. ได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยจำนวน 3 ราย กลับมาสอบสวนที่กองบังคับการปราบปราม โดยหลังจากสอบปากคำนานกว่า 6 ชั่วโมง มีข้อมูลล่าสุดออกมาว่า ทั้ง 3 คนให้การยอมรับว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการอำพรางซ่อนเร้นศพ แต่ไม่เกี่ยวข้องกับการตาย เบื้องต้นพบว่าผู้ก่อเหตุทั้งหมดเกี่ยวข้องเป็นเครือญาติกัน ส่วน น.ส.โมรา น้องสาวผู้ใหญ่บ้าน ที่กำลังหลบหนีเคยเข้าร่วมประกวดนางงาม เป็นคนอารมณ์ร้อน เวลาไม่พอใจมักจะทำร้ายผู้ตายเป็นประจำ โดยก่อนหน้าจะเกิดเหตุได้ใช้กระป๋องสเปรย์ตีผู้ตายได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ก่อนจะนำศพไปฝังดินใต้ต้นตาลเพื่ออำพรางคดี                ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/j0nLO3ACvIs  

 76,838
สังคม-อาชญากรรม
16 ก.ย. 60

พ่อแม่ร้องกองปราบ ลูกสาวเมีย 'ซีมอน' มือฆ่าโบกปูน หายตัวลึกลับ 2 ปี แต่คดีไม่คืบ

นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม นำตัว นายอนันต์ แสงอุไร อายุ 63 ปี และ น.ส.นภา ทิมเย็น อายุ 56 ปี พ่อแม่ของ น.ส.นันทิยา แสงอุไร 38 ปี อดีตภรรยาของ นายซีมอน เบตัน ผู้ต้องหาก่อเหตุฆ่าฝังโบกปูน นายเฮลิยาฮู โคเฮน อายุ 63 ปี อดีตนายตำรวจอิสราเอล เมื่อปี 2559 เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.สมนึก สันติภาตะนันท์ รองผกก.(สอบสวน) กก.2 บก.ป. เพื่อติดตามความคืบหน้ากรณีที่ น.ส.นันทิยาหายตัวไปอย่างลึกลับตั้งแต่ปี 2558 หลังเคยร้องทุกข์ที่สภ.บางบัวทอง และกองปราบเมื่อปีก่อนแต่คดีไม่คืบหน้า     นายอนันต์ เปิดเผยว่า ก่อนที่ลูกจะหายตัวไปได้อยู่กินกับนายซีมอนเป็นคนสุดท้าย และเคยพบว่าลูกโดนนายซีมอนจับโกนหัวจนต้องใส่วิกผมอยู่ตลอดเวลา กระทั่งภรรยาไปตามหาลูกสาวแต่นายซีมอนกลับอ้างว่าลูกโดนจับอยู่ที่ประเทศลาว เมื่อไปสอบถามนายเบนก็บอกว่าหากอยากรู้ว่าลูกสาวหายไปไหนให้มาประกันตัวตนออกไป นอกจากนี้ยังไปถามนายซีมอนที่เรือนจำ แต่กลับตอบไม่ตรงกันสักครั้ง บ้างก็บอกว่าถูกจับ บ้างก็บอกว่าลูกป่วยเป็นโรคมะเร็งเสียชีวิต โดยทุกวันนี้ตนเองทำใจแล้วว่าลูกสาวน่าจะเสียชีวิตไปแล้ว แต่ที่มาร้องกองปราบเพราะอยากให้มีการพิสูจน์ความจริง แต่เชื่อว่าทั้งหมดน่าจะเป็นฝีมือของนายซีมอน เนื่องจากมีประวัติก่อเหตุในลักษณะเดียวกัน        ขณะที่นายรณณรงค์ ระบุว่า อยากให้ตำรวจนำโน้ตบุ๊กที่บันทึกภาพมาตรวจสอบ เนื่องจากนายเบนบอกว่าก่อนหายตัวไป น.ส.นันทิยากับนายซีมอนมีปากเสียงทะเลาะกันหนักมาก แต่ทางตำรวจไม่เคยนำภาพออกมาเลยทั้งที่นายเบนเคยให้รหัสไว้แล้ว ทนายจึงต้องการรู้ความคืบหน้าของคดีและตั้งทีมสอบสวนขึ้นมา หากเสียชีวิตแล้วก็อยากรู้ว่าชิ้นส่วนศพอยู่ที่ไหน   ทั้งนี้ น.ส.ปลา หญิงสาวคนสนิทของนายเบนออกมาเปิดเผยว่า นายซีมอนและนายเบนต้องรู้ว่า น.ส.นันทิยา หายตัวไปไหน เพราะก่อนหน้านั้นได้สั่งให้ตนหาบ้านใหม่และสั่งว่าหากมีคนมาถามถึง น.ส.นันทิยา ให้บอกว่าป่วยเป็นมะเร็งตาย เมื่อถามนายเบนว่าแม่หายไปไหนอีกฝ่ายก็เอาแต่ร้องไห้ บอกว่าแม่เป็นคนขี้ขโมย พร้อมตั้งข้อสังเกตว่านายซีมอนมักจะปรับพื้นกระเบื้องอยู่บ่อยครั้งตนจึงรู้สึกสงสัยว่าน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของหญิงสาว                  ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/d7164a6WGKw      

 4,393
สังคม-อาชญากรรม
03 ก.ย. 60

ครบ 2 เดือน 'ผอ.อ้อย' หายตัวปริศนา พ่อไม่ท้อออกตามหาทุกวัน ตั้งรางวัล 1 แสนให้คนแจ้งเบาะแส

จากกรณีที่ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี รับราชการตำแหน่ง ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำ ซึ่งต่อมาได้แจ้งข้อหา 4 ข้อหากับ ร.อ.ศุภชัย ภาโส นายทหารสังกัดกรมทหารราบที่ 6 จ.อุบลราชธานี เนื่องจากมีการนำเอารถของ น.ส.จุฑาภรณ์ไปขายให้กับเต็นท์รถมืองสอง จ.อุบลราชธานี ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น   ล่าสุดเมื่อวานนี้ (2 ก.ย.) ผ่านไปครบ 2 เดือนแล้ว แต่ญาติพี่น้องยังคงออกตามหา ผอ.อ้อย อย่างต่อเนื่องที่ลำห้วยผึ้ง อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี เนื่องจากเป็นจุดที่สัญญาณโทรศัพท์ของนายทหารยศร้อยเอกและ ผอ.อ้อย และมีชาวบ้านที่มาดักหนูแจ้งว่าพบรถเก๋งคล้ายกับรถของ ผอ.อ้อย วิ่งมาจอดบริเวณนี้นานกว่า 3 ชม.และพบว่ามีชาย 4 คนแต่งกายชุดลายพรางเสื้อเปื้อนเลือดเดินออกมาจากป่าบริเวณนี้ แต่ก็ยังไม่พบร่องรอยแต่อย่างใด   ด้าน นายบุญเลิศ อุ่นอ่อน พ่อของ ผอ.อ้อย เปิดเผยว่า วันนี้ครบรอบ 2 เดือนแล้วที่ลูกสาวหายตัวไป ตนและญาติๆ ได้ออกค้นหาลูกสาวทุกวัน เดินป่ากว่า 10 กม. ไปที่ถึงผานางอิงเดินทะลุเข้าไปในเขตประเทศลาวที่มีชาวลาวพบโครงกระดูกมนุษย์เพื่อตามหาลูกสาว ยากลำบากเพียงใดตนก็ไม่ย่อท้อ แม้ว่าจะยังไม่พบตัวตนก็ยังจะตามหาอย่างต่อเนื่องไปจนกว่าจะพบตัว และตนอยากฝากไปถึงคนที่ทำกับลูกสาวของตนว่า บาปกรรมมีจริงและจะตามทันในเร็ว ๆ นี้ พร้อมประกาศว่า หากผู้ใดสามารถแจ้งเบาะแสให้ตนทราบว่า ผอ.อ้อย ลูกสาวของตนซุกซ่อนตัวอยู่ที่ใด และเมื่อผลการตรวจดีเอ็นเอออกมาแล้วยืนยันชัดเจนว่า เป็น ผอ.อ้อย ลูกสาวของตนที่หายไปจริง ตนจะจ่ายเงินรางวัลให้ทันที 100,000 บาท โดยผู้ที่ทราบเบาะแสให้โทรศัพท์แจ้งตนได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 080 – 796-4107 ได้ตลอดเวลา            ชมผ่านยูทูปได้ที่  :https://youtu.be/Sd5NmVzWE3w  

 3,523
สังคม-อาชญากรรม
20 ส.ค. 60

สามี 'ผอ.อ้อย' ร่วมคณะเดินป่าลุยพิสูจน์ศพสาวปริศนา ขณะทางการลาวห้ามข้ามชายแดน

จากกรณีที่ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี รับราชการตำแหน่ง ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำ ซึ่งต่อมาได้แจ้งข้อหา 4 ข้อหากับ ร.อ.ศุภชัย ภาโส นายทหารสังกัดกรมทหารราบที่ 6 จ.อุบลราชธานี เนื่องจากมีการนำเอารถของ น.ส.จุฑาภรณ์ไปขายให้กับเต็นท์รถมืองสอง จ.อุบลราชธานี ซึ่งล่าสุดมีรายงานข่าวแจ้งว่า พบศพหญิงนิรนามถูกห่อด้วยพลาสติกทิ้งบริเวณชายแดนไทย–ลาว ด้านสามเหลี่ยมมรกต อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น   ความคืบหน้าเมื่อวานนี้ (19 ส.ค.) ครอบครัวและเจ้าหน้าที่เขตอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย ได้เดินบุกป่าเป็นระยะทางกว่า 5 กม. เข้าไปยังพลาญตอกเลข ซึ่งอยู่ติดกับชายแดนลาว เพื่อไปตรวจพิสูจน์ว่าศพหญิงนิรนามที่ห่อด้วยพลาสติก ตามที่ได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้านของประเทศลาว แต่พบว่าเมื่อไปถึงพลาญตอกเลขอีกเพียงไม่กี่เมตรก็จะเข้าเขตแดนลาว ปรากฎว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจของลาวไม่อนุญาตให้ทีมค้นหาเข้าไปที่บริเวณต้องสงสัย เนื่องจากว่าไม่มีการประสานงานอย่างเป็นทางการ ทำให้ นายก อบต.เสาธงชัย ได้จัดชุด จำนวน 8 คน นำโดย นายวิทยา สามีของ น.ส.จุฑาภรณ์ บุกป่าเข้าไปที่บริเวณผานางอิง ซึ่งเป็นจุดที่ได้รับแจ้งว่าพบศพหญิงนิรนาม     ด้าน นายบัวกัน อุ่นอ่อน อาของ น.ส.จุฑาภรณ์ เปิดเผยว่า การเดินทางเข้ามาพิสูจน์บริเวณผานางอิงเป็นไปด้วยความยากลำบากมาก เนื่องจากว่าจุดที่พบศพอยู่ติดกับเขตแดนลาว อีกทั้งทางเจ้าหน้าที่ของลาวไม่อนุญาตให้เข้าไปที่เกิดเหตุ แต่อย่างไรก็ตามพวกตนก็ต้องการที่จะพิสูจน์ว่าศพหญิงผมยาวดังกล่าวเป็นศพของใคร หากว่าเป็นศพของ น.ส.จุฑาภรณ์ จริง ก็จะนำศพออกมาทันที แต่เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อปัญหาชายแดน เจ้าหน้าที่ของไทยจึงได้ถอยร่นเข้ามาในเขตแดนไทยประมาณ 2 กม.และรอชุดที่เข้าไปตรวจพิสูจน์กลับออกมา    ทั้งนี้มีรายงานระบุว่า ระหว่างที่เจ้าหน้าที่เดินบุกป่าเข้าไปที่บริเวณพลาญตอกเลขนั้น พบถุงมือยางสีฟ้า จำนวน 3 คู่ และรองเท้ายางจำนวน 1 ข้าง ถูกเผาอยู่ข้างทาง ซึ่งทางตำรวจได้เก็บไว้เป็นหลักฐานแล้ว               ชมผ่านยูทูปได้ที่  :https://youtu.be/yUgUE8xVY7k  

 19,673
ข่าวภูมิภาค
14 ส.ค. 60

สลด พ่อเข้าป่าหาหน่อไม้ให้ลูกกินฉลองวันแม่ ก่อนพบเป็นศพ ในมือยังกำถุงหน่อไม้แน่น

ตำรวจ สภ.พระธาตุช่อแฮ อ.เมือง จ.แพร่ ได้รับแจ้งพบศพคนนอนเสียชีวิต อยู่กลางป่า  ทราบชื่อ คือ นายเสรี แสนคำ อายุ 73 ปี อยู่ในสภาพนอนตะแคง มือถือถุงหน่อไม้เกือบ 30 กิโลกรัมเอาไว้แน่น จากการสอบสวนทราบว่าญาติได้ออกตามหาหลังหายตัวไปตั้งแต่บ่ายสามโมงของวันที่ 12 สิงหาคม กระทั่งมาพบว่านอนเป็นศพ      ด้านลูกชายเปิดเผยว่า ตนเองและลูกกลับเดินทางมากราบแม่และพ่อในวันแม่ โดยหลังจากที่ทุกคนกินข้าวกันเรียบร้อยแล้ว พ่อก็บอกว่าจะไปเอาหน่อไม้อร่อยๆ มาให้กินฉลองวันแม่ ซึ่งตนก็ได้ห้ามแล้ว แต่พ่อไม่ฟัง โดยตอนนั้นยังคิดว่าพ่อคงไปไม่ไกล แต่เวลาผ่านไปจนถึง 5 โมงเย็น ไม่เห็นพ่อกลับบ้าน ก็พากันออกตามหาจนมาพบก็เป็นศพ ตอนนี้ทุกคนยังทำใจไม่ได้ ไม่คาดคิดว่าการกลับบ้านครั้งนี้จะต้องมากราบพ่อครั้งสุดท้าย เห็นสภาพพ่อมือถือถุงหน่อไม้แน่น พ่อคงห่วงหน่อไม้อยากให้ลูกหลานได้กิน                       ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/dIGGk9ivQwM

 93,509
สังคม-อาชญากรรม
14 ส.ค. 60

พ่อ 'ผอ.สาว' หายตัวปริศนา ผวาชายฉกรรจ์จับตาดูความเคลื่อนไหว วอนนายกฯ ช่วยหวั่นอำนาจมืด

ความคืบหน้ากรณี น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ หายตัวไปนานกว่า 1 เดือน ซึ่งในเวลาต่อมา ร.อ.ศุภชัย ภาโส อายุ 30 ปี ผบ.ร้อยอาวุธเบาที่ 2 กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 6 ค่ายสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี ก็ได้เดินทางเข้ามอบตัวและรับทราบข้อกล่าวนั้น   ล่าสุดบรรยากาศที่บ้านของนายบุญเลิศ พ่อ น.ส.จุฑาภรณ์ มีบรรดาญาติพี่น้องพากันมาให้กำลังใจและสอบถามข่าวคราวอย่างต่อเนื่องตลอดวัน โดยนายบุญเลิศมีความหวาดผวาเกรงกลัวอันตราย เนื่องจากผู้ที่พัวพันกับคดีนี้เป็นนายทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ใกล้กับเขาพระวิหาร และยังพบว่ามีชายฉกรรจ์แปลกหน้ามาวนเวียนดูความเคลื่อนไหวของครอบครัวเป็นประจำอีกด้วย ทำให้นายบุญเลิศต้องค่อนข้างระมัดระวังตัว เพราะเกรงว่าอาจจะได้รับอันตราย   นายบุญเลิศยังกล่าวถึงกรณีที่มีการเปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวนบางคนออกไป โดยคาดว่าอาจเกิดจากคนมีสีบางคนมีความไม่พอใจในการทำงานอย่างตรงไปตรงมาของพนักงานสอบสวนบางคนที่ทำคดีนี้ จึงอาจจะมีการบีบมาจากอำนาจมืดที่ไม่ต้องการให้คดีนี้ชัดแจ้งโดยเร็ว ตนจึงขอความเมตตาไปถึง  พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.  ให้ช่วยเหลือดูแลให้ความเป็นธรรมในคดีนี้ด้วย  ด้วยเกรงว่าอาจจะเป็นมวยล้ม เพราะส่อแววมีความไม่ชอบมาพากลในหลายอย่าง                   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/StX1CxHMF8M    

 16,231
ข่าวภูมิภาค
13 ส.ค. 60

เหลือเชื่อ! พบศพชาวประมงหายตัวโดนฆ่าอำพราง หลังเข้าฝันบอกลูกถูกฝังริมน้ำจนตามมาเจอ

พบศพชาวประมง ทราบชื่อคือ นายสมใจ จิตต์โต๊ะหลำ หรือ บังโพ้ อายุ 37 ปี ถูกฆ่าและนำศพไปฝังดินอำพรางบนเกาะหนึ่งใน อ.สิงหนคร จ.สงขลา หลังหายไปนานกว่า 17 วัน     ขณะที่ญาติเล่าว่า ผู้ตายได้ไปเข้าฝันลูกและญาติทุกคนว่าถูกฝังที่ริมน้ำ จากนั้นญาติได้พยายามออกตามหาตลอดบริเวณจุดต้องสงสัย และระหว่างที่เดินหาอยู่นั้น ลูกของบังโพ้เกิดพลัดตกหลุม เมื่อเกลี่ยหน้าดินออก ก็พบศพถูกฝังไว้ ซึ่งเป็นพ่อของตัวเองที่หายไป                 ชมผ่านยูทูปได้ที่  :https://youtu.be/QTohKrfS4YY

 2,546
สังคม-อาชญากรรม
12 ส.ค. 60

'ร้อยเอก' รุดมอบตัว คดี 'ผอ.สาว' หายตัวปริศนา ก่อน ตร.แจ้ง 4 ข้อหา

ความคืบหน้ากรณี น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ หายตัวไปนานกว่า 1 เดือน ซึ่งจากการสอบสวนพบว่า เส้นทางการเงินจากบัญชีเงินฝากธนาคารของ น.ส.จุฑาภรณ์ ได้มีการโอนเงินต่อไปเข้าบัญชีธนาคารของทหารยศร้อยเอกคนหนึ่งที่เป็นผู้ต้องหาในคดีนี้ ซึ่งพนักงานสอบสวนได้รวบรวมไว้เป็นหลักฐานเพื่อประกอบการดำเนินคดีต่อไปแล้ว และได้ออกหมายเรียกให้มาสอบปากคำนั้น   ล่าสุดเมื่อวานนี้ (11 ส.ค.) ตำรวจ สภ.กันทรลักษ์ รับมอบตัว ร.อ.ศุภชัย ภาโส อายุ 30 ปี ผบ.ร้อยอาวุธเบาที่ 2 กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 6 ค่ายสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี มาสอบปากคำและรับทราบข้อกล่าว โดยเบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหา 4 ข้อหาด้วยกัน คือ 1.หน่วงเหนี่ยว หรือ กักขังผู้อื่น 2. ลักทรัพย์ของผู้อื่น (รถยนต์ ราคา 200,000 บาท) หรือ รับของโจร 3. ปลอมหรือใช้อ้างเอกสารปลอม และ 4. ให้เสียหาย ทําลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือ ทําให้สูญหายหรือ ไร้ประโยชน์ซึ่งพินัยกรรมหรือเอกสารใดของผู้อื่น ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน    โดยมี พ.ท.สุวิทย์ ขำคม นายทหารพระธรรมนูญ และ พ.ต.สุริยงค์ กุดเป่ง พร้อมด้วยนายทหารจาก ร.6 พัน 2 มาร่วมสังเกตการณ์ด้วย ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ใช้เวลาสอบปากคำ ร.อ.ศุภชัย นานกว่า 5 ชม. ซึ่ง ร.อ.ศุภชัย ก็ได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา     ด้านตำรวจระบุว่า การที่ ร.อ.ศุภชัย มามอบตัวกับพนักงานสอบสวน ถือว่าเป็นการแสดงความบริสุทธ์ใจที่จะต่อสู้เพื่อพิสูจน์ความเป็นจริงในเรื่องนี้ ส่วนเรื่องการเงินที่ น.ส.จุฑาภรณ์ โอนเงินไปเข้าบัญชีของ ร.อ.ศุภชัย นั้น เจ้าตัวอ้างว่า น.ส.จุฑาภรณ์ ได้ยืมเงินของตัวเองไปจึงได้โอนเงินมาใช้หนี้ ซึ่งเป็นสิทธิ์ในการกล่าวอ้างได้ ซึ่งทางพนักงานสอบสวนจะได้ทำการสอบสวนหาข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ จากนั้นได้มอบตัว ร.อ.ศุภชัยให้กับนายทหารพระธรรมนูญและคณะไปดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป         ชมผ่านยูทูปได้ที่  :https://youtu.be/r4s0qmLeC20

 10,149
ข่าวภูมิภาค
21 พ.ค. 60

ยังไม่พบ! นทท.จีนขับเจ็ทสกีออกทะเลหายตัวปริศนาที่เกาะสมุย พบเป็นลูกเศรษฐี

ความคืบหน้ากรณีนักท่องเที่ยวชายชาวจีน อายุ 21 ปี หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย หลังเช่าเจ็ทสกีขับออกจากชายหาดสาธารณะหาดบ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งก่อนจะหายตัวไปยังพบว่าเจ้าตัวได้เขียนจดหมายสั่งลาเอาไว้อีกด้วยนั้น     ล่าสุด ชมรมเจ็ทสกี อ.เกาะสมุย และตำรวจน้ำยังคงปฏิบัติการค้นหาอย่างต่อเนื่อง หลังพบเจ็ทสกีลำลอยลำอยู่บริเวณเกาะหินใบ ห่างจากเกาะพะงัน 7 ไมล์ทะเล แต่ไม่พบตัวนักท่องเที่ยว    ทั้งนี้มีรายงานระบุว่า ผู้สูญหายเป็นลูกเศรษฐีมีฐานะค่อนข้างดี ก่อนหน้าที่ทางครอบครัวได้ส่งให้ไปเรียนที่ต่างประเทศ แต่เจ้าตัวมีนิสัยที่ค่อนข้างเกเร ด้านแฟนสาวก็เปิดเผยว่าอดีตแฟนหนุ่มมักจะชอบยืมเงินและโกหกจนเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องเลิกรากัน               ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/_kvhlorTBIk              

 16,291
ข่าวภูมิภาค
01 พ.ค. 60

พบตัวแล้ว ด.ช.วัยขวบเศษ หายตัวปริศนาที่เพชรบูรณ์ - ญาติเผยเชิญแม่หมอทำพิธีเปิดทาง

ความคืบหน้ากรณี น้องไนท์ เด็กชายอายุ 1 ปี 7 เดือน หายตัวปริศนาจากบ้านใน จ.เพชรบูรณ์ ตั้งแต่วันที่ 29 เม.ย. ที่ผ่านมา     ล่าสุดเมื่อวานนี้ (30 เม.ย.) พบตัวน้องไนท์แล้วในป่าสักบนเนินเขาทางทิศเหนือ ห่างจากตัวบ้านประมาณ 1 กม. โดยเด็กอยู่ในสภาพอิดโรย แต่ไม่มีร่องรอยการถูกทำร้าย มีแต่รอยยุงกัดตามร่างกาย     ด้านญาติของน้องไนท์เผย บริเวณที่เจอตัวน้องไนท์ ก่อนหน้านี้เคยมีกลุ่มชาวบ้านปูพรมค้นหามาแล้วถึง 2 ครั้ง แต่ก็ไม่เจอ จึงได้ทำตามความเชื่อส่วนตัวโดยเชิญแม่หมอมาทำพิธีเปิดทาง และสุดท้ายก็เจอน้องไนท์ในเวลาต่อมา                 ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/YKYtQL2HEzg

 15,797
สังคม-อาชญากรรม
17 เม.ย. 60

นศ.หนุ่มวัย24 หายตัวลึกลับ ขณะขับรถกลับบ้านที่ชัยภูมิ - แม่มืดแปดด้านหันพึ่งร่างทรง

โลกออนไลน์แชร์ตามหานศ.หนุ่มวัย 24 ปี หลังหายตัวลึกลับ ระหว่างเดินทางกลับบ้านที่ จ.ชัยภูมิ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 8 เมษายนที่ผ่านมา ด้านแม่มืดแปดด้านจนต้องหันหน้าพึ่งไสยศาสตร์ขอให้ร่างทรงมาช่วยหาเบาะแส   "ประกาศ #ตามหาคนหาย นาย นิรันดร์ สร้อยสูงเนิน (รัน,ทาม) น้องเกณฑ์ทหารวันที่ 3 ที่ผ่านมา และได้ไปรับปริญญาบัตร ที่กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 8 เมษา และได้เดินทางกลับภูมิลำเนาที่ บ้านท่าแก ตำบลลุ่มลำชี อำเภอบ้านเขว้า จังหวัดชัยภูมิ น่าจะกลับบ้านตั้งแต่วันที่ 8 เมษา ติดต่อครั้งล่าสุดเวลา 2 ทุ่มครึ่ง ของวันที่ 8 เมษา ได้บอกกับแม่ว่าถึงหนองบัวโคก อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ แล้วแต่จนป่านนี้น้องยังไม่ถึงบ้าน ขณะนี้แม่พ่อครอบครัวเป็นห่วงมาก ท่านได้พบเจอ หรือ พบเห็นน้องสามารถติดต่อได้ที่เบอร์ 093-3649193"       ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/0AwDuSmAT98

 149,755
สังคม-อาชญากรรม
05 มี.ค. 60

เร่งหาเบาะแส นทท.สาวรัสเซียหายตัวลึกลับขณะเที่ยวเกาะเต่า พบของในห้องยังอยู่ครบ

เจ้าของโรงแรมเกาะเต่าโฮสเทลเข้าแจ้งความ ตำรวจ สภ.ย่อย เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี กรณี น.ส.วาเลนติน่า โนวาชฮาโยโนว่า อายุ 23 ปี นักท่องเที่ยวสาวชาวรัสเซียหายตัวไปอย่างลึกลับ ไม่สามารถติดต่อได้กว่า 2 สัปดาห์แล้ว จากการตรวจสอบภายในห้องพักก็ยังพบว่า มีทรัพย์สินอยู่ในห้องพัก เช่น โทรศัพท์มือถือ กล้องถ่ายรูป หนังสือเดินทาง จึงเกรงว่าจะได้รับอันตราย ด้านเจ้าของห้องพักเผยได้พูดคุยหญิงสาวครั้งล่าสุดเมื่อเย็นวันที่ 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเรื่องการดำน้ำ ซึ่งหลังจากวันนั้นก็ไม่ได้พบกันอีกเลย     ก่อนที่ในเวลาต่อมา นายเซอร์เกย์ บัวซากิน ชาวรัสเซีย ได้เดินทางเข้ามาแจ้งกับพนักงานสอบสวนที่ สภ.เกาะเต่า ว่ามีเพื่อนชาวรัสเซีย ติดต่อมาว่าให้ช่วยตรวจสอบว่า น.ส.เวเลนติน่า หายไปไหนทางญาติไม่สามารถติดต่อได้ โดยหลังจากได้รับแจ้งความแล้วนั้น ได้สั่งการให้ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เกาะเต่า ลงพื้นที่สืบสวนหาข่าว และตรวจสอบตามบริษัททัวร์บนเกะเต่าในทันที    สำหรับ น.ส.วาเลนติน่า เดินทางโดยสารการบินจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เข้ามาประเทศไทย ผ่านทางท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560 ก่อนจะมาหายตัวที่เกาะเต่า สำหรับตำหนิรูปพรรณของน.ส.วาเลนตินา ส่วนสูง 170 ซ.ม. ผมสีน้ำตาลอ่อน ข้อมือด้านซ้ายมีรอยสักคล้ายตัวอักษร V       หากใครพบหรือมีข้อมูลใดๆ โปรดแจ้งไปที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ย่อยเกาะเต่าได้ทันที หรือโทรศัพท์ 077 456098         ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/CfRqikf5h3g

 9,197
สังคม-อาชญากรรม
05 ก.พ. 60

ตร.เตรียมส่งชิ้นส่วนกระดูกปริศนาพิสูจน์เทียบดีเอ็นเอ คดีเซลส์แมนหายตัวลึกลับ

ความคืบหน้ากรณีการหายตัวของ นายรัติภูมิ พิมใจใส เซลล์แมนหนุ่มหน้าตาดีที่หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคมที่ผ่านมา     ล่าสุดนักประดาน้ำจากมูลนิธิป่อเต็กตึ้งได้ลงพื้นบ่อน้ำใต้ทางต่างระดับฉิมพลี ใกล้กับจุดที่พบกระเป๋าสตางค์ของนายรัติภูมิและเป็นจุดที่สัญญาณโทรศัพท์หายไป เพื่อหาหลักฐานเชื่อมโยงการหายตัว ซึ่งการค้นหาเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากเป็นน้ำเน่าเสีย และมีเศษสวะจำนวนมาก โดยพบชิ้นส่วนกระดูก 2 ชิ้นใหญ่ และเศษกระดูกอีกจำนวนหนึ่ง แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่า เป็นชิ้นส่วนกระดูกของมนุษย์หรือไม่ โดยจะนำส่งสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลศิริราช ตรวจหาดีเอ็นเอ   ด้าน พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยหลังสอบปากคำพ่อและภรรยาของนายรัติภูมิ พบให้ข้อมูลเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี รอผลตรวจดีเอ็นเอกระดูกที่พบในบ่อน้ำใต้ทางต่างระดับฉิมพลี เปรียบเทียบดีเอ็นเอบิดา คาดรู้ผลภายในหนึ่งสัปดาห์   ขณะที่ นายละเอียด พิมใจใส อายุ 65 ปี พ่อของนายรัติภูมิ ยังมั่นใจว่าลูกชายยังมีชีวิตอยู่ เพราะไม่เคยมาเข้าฝันและญาติๆ ไปให้หมอดูดวง โดยตนเจอลูกครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 5 ธ.ค.59 แต่โทรคุยล่าสุดเมื่อวันที่ 18 ธ.ค.59 กระทั่งมาหายตัวไปดังกล่าว     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/oyblCLv-Hi8

 2,919
สังคม-อาชญากรรม
04 ก.พ. 60

ตร.เชื่อเซลส์แมนหายตัวลึกลับเสียชีวิตแล้ว - นักประดาน้ำงมหาร่างใต้ด่วนฉิมพลี หลังพบเบาะแส

ความคืบหน้ากรณีการหายตัวของ นายรัติภูมิ พิมใจใส เซลล์แมนหนุ่มหน้าตาดีที่หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคมที่ผ่านมา     ล่าสุด เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า จากแนวทางสืบสวนเชื่อว่าเจ้าตัวเสียชีวิตไปแล้ว เนื่องจากผิดวิสัยของคนธรรมดาทั่วไปที่ไม่ยอมติดต่อใครเลยในรอบ 1 เดือนเศษ อีกทั้งเงินในบัญชีมีอยู่ทั้งสิ้น 6 หมื่นบาท นายรัติภูมิ ก็ไม่ได้เบิกมาใช้ ก่อนให้นักประดาน้ำลงพื้นที่ค้นหาในบ่อน้ำบริเวณใต้ทางด่วนต่างระดับฉิมพลี หรือสวนสาธารณะร่มเกล้าชาวไทย เขตตลิ่งชัน กทม. หลังเจ้าหน้าที่พบรองเท้าหนังผู้ชายข้างซ้ายตกอยู่ ซึ่งเชื่อว่าเป็นนายรัติภูมิ        ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/Ut1jbcWQfpQ

 13,328

Top