ค้นหา :

ผลการค้นหา "ปปช"

การเมือง
10 ต.ค. 62

'นิคม' หน.พรรคพลังปวงชนไทย ยื่น ป.ป.ช.ไต่สวน บิ๊กตู่ - กอ.รมน.

นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย ยื่นเรื่องต่อ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ  (ป.ป.ช.) ให้ไต่สวน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการกองรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ผอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และ พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้ชำนาญการสำนักงาน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า   ฐานจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อกฎหมายหรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ กรณีมีเจตนาแจ้งข้อความเท็จแก่เจ้าพนักงานเพื่อให้ผู้อื่นเกิดความเสียหาย อันเป็นผลจากการมอบ พล.ต.บุรินทร์แจ้งความกล่าวหาพรรคฝ่ายค้านและนักวิชาการจำนวน 12 คน ในความผิดมาตราตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 ที่ จ.ปัตตานี   การแจ้งความดังกล่าวทำให้ตนและพรรคพลังปวงชนไทยได้รับความเสียหาย สมาชิกพรรคมีความเห็นว่า ต้องยื่นให้ ป.ป.ช.ไต่สวน รวมถึงจะหารือกับทีมกฎหมายต่อไปว่า จะดำเนินการฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายจาก พล.อ.ประยุทธ์หลักร้อยล้านบาท ฐานทำให้ตนและพรรคพลังปวงชนไทยเสียหายต่อชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง ส่งผลกระทบต่อคะแนนนิยม ชื่อเสียงด้านการเมือง   ต่อมานายนิคมเดินทางเข้าพบ พ.ต.ต.วีรธัช ตังคะพิภพ สว.กลุ่มงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม เพื่อกล่าวโทษทั้ง 3 บุคคล ใน 3 ข้อหาคือ   1.ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 2.การแจ้งความอันเป็นเท็จ 3.ลงข้อความอันเป็นเท็จในระบบคอมพิวเตอร์ ตามมาตรา 14 พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560   โดยนายนิคมกล่าวว่า การแจ้งความครั้งนี้แยกออกจากคดีที่ 7 พรรคฝ่ายค้านแจ้งความต่อกองปราบปรามไปก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 6 ต.ค.2562 เพราะตัวแทน 7 พรรคฝ่ายค้านกลับไปหารือกันพบว่า พล.อ.ประยุทธ์มีความผิดเพิ่มเติมในฐานะ ผอ.กอ.รมน.ถือเป็นผู้บังคับบัญชาตามงานของ พล.ท.พรศักดิ์ และ พล.ต.บุรินทร์ จึงเดินทางมาแจ้งความเพิ่มเติม ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kw3zhdKLPgE

 976
การเมือง
09 ต.ค. 62

ป.ป.ช. เปิดบัญชีทรัพย์สิน 6 รัฐมนตรี ‘พิพัฒน์’ รวยสุด 5,400 ล้าน

วันที่ 9 ต.ค. 62 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติหรือ ป.ป.ช. เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของรัฐมนตรีกรณีเข้ารับตำแหน่ง เมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2562 จำนวน 6 คน ซึ่งเป็นรัฐมนตรีใหม่ ที่ไม่ได้เป็น ส.ส. และไม่ใช่รัฐมนตรีชุดเดิม สมัยรัฐบาล คสช. ประกอบด้วย นางกนกวรรณ วิลาวรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ,นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย, นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน, นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม    โดยพบว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีทรัพย์สินมากที่สุดในบรรดาคณะรัฐมนตรี รวมทั้งสิ้น 5,436,758,409.02 บาท เป็นหนี้สินทั้งสิ้น 225,983,525.91 บาท เป็นทรัพย์สินของนางนาที รัชกิจประการ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย คู่สมรส จำนวน 96,364,648.51 บาท    ทั้งนี้ทรัพย์สิน ของนายพิพัฒน์ เพิ่มขึ้นจากกรณีที่นางนาที ราชกิจประการ แจ้งทรัพย์สินคู่สมรส เมื่อเข้ารับตำแหน่ง ส.ส. เมื่อ 25 พ.ค. 2562 เพิ่มขึ้น 737,359,535.27 บาท ซึ่งส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนในธรุกิจเอกชน ขณะที่ทรัพย์สินของ นางนาที ที่นายพิพัฒน์ แจ้งในฐานะคู่สมรส พบว่าเพิ่มขึ้นกว่า 24 ล้านบาท จากกรณีที่ นางนาทีเคยแจ้งไว้ ต่อ ป.ป.ช. กรณีเข้ารับตำแหน่ง ส.ส. โดยส่วนใหญ่เป็นเงินลงทุน เช่นกัน   ส่วนทรัพย์สินของรัฐมนตรีอื่นได้แก่ นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการมีทรัพย์สินรวมทั้งสิ้น 1,400,015,154.26 บาทเป็นหนี้สิน63,624,361.77 บาท ทรัพย์สินสวัสดีใหญ่เป็นมูลราคาที่ดิน จ.ปราจีนบุรี กว่า 1200 ล้านบาท   นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานมีทรัพย์สินรวมทั้งสิ้น 149,131,970.98 บาท ไม่มีหนี้สิน ทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นเงินลงทุนกว่า 84 ล้านบาท   นายนิพนธ์ บุญญามณีรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยมีทรัพย์สินรวม 121,141,055.030 บาทเป็นหนี้สิน 38,593 49 บาท เป็นทรัพย์สินของคู่สมรสกว่า 67 ล้านบาททรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นมูลค่าโรงเรือนสิ่งปลูกสร้างกว่า 32 ล้านบาท และที่ดินของคู่สมรสอีกกว่า 40 ล้านบาท   นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมมีทรัพย์สินรวมทั้งสิ้น 81,489,725.50 บาท เป็นหนี้สิน 849,359.28 บาท โดยส่วนใหญ่เป็นเงินฝากของคู่สมรสกว่า 37 ล้านบาท    นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีทรัพย์สินรวมทั้งสิ้น 97, 204,912.97 บาทเป็นหนี้สิน 10 ล้านบาท ทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นของคู่สมรสกว่า 55 ล้านบาท   ทั้งนี้ เลขาธิการ ปปช. เปิดเผยว่ารัฐมนตรีเดิมที่พ้นจากรัฐบาล คสช. และเข้าดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ต่อเนื่อง มีการยื่นแสดงเอกสารไว้เป็นหลักฐาน แต่ไม่ต้องเปิดเผยซ้ำ จากตำแหน่งเดิมนั้น มีทั้งสิ้น 22 คน โดยมีชื่อ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ด้วย    ส่วน น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ไม่ได้ยื่นตามกำหนดนั้น ได้ยื่นต่อ ป.ป.ช. แล้วเมื่อวันที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา  

 3,954
การเมือง
23 ก.ย. 62

'คฑาเทพ' ท้า ป.ป.ช. สอบเหล็กไหล 700 ล้าน 'มงคลกิตติ์' ยันพระเครื่อง 50 ล้านไม่ได้เวอร์

จากกรณีนายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังไทยรักไทย แจ้งบัญชีทรัพย์สินว่าครอบครองเหล็กไหลตีมูลค่าถึง 700 ล้านบาท   เจ้าตัวยืนยันไม่มีเจตนาใช้เป็นช่องทางการฟอกเงิน ใครจะมองเช่นนั้นก็แล้วแต่คนจะมอง แต่ตนไม่ทำแน่ ไปตรวจสอบประวัติย้อนหลังได้เลยว่าไม่มีประวัติเรื่องการฟอกเงิน ราคาเหล็กไหล 700 ล้านบาท ไม่ได้ตั้งราคาสูงเกินจริง ดูแล้วยังตั้งราคาน้อยไปด้วยซ้ำ ถ้าเทียบกับสิ่งที่ตนได้รับจากเหล็กไหลในช่วง 20 กว่าปีที่ผ่านมา และมีคนมาขอซื้อในราคา 700 ล้านบาท ถือว่าขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของผู้ซื้อและผู้ขาย แต่ตนไม่ขายและไม่คิดจะขาย ยินดีให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบ ไม่กลัว   แต่ขอถามว่าจะใช้หลักเกณฑ์อะไรเป็นบรรทัดฐานว่าราคาแพงเกินจริง หรือวัตถุมงคลของขลังแต่ละอย่างมีราคามาตรฐานอยู่ที่เท่าใด เพราะเป็นสิ่งที่ตีราคาไม่ได้ ราคาขึ้นอยู่กับความพอใจของแต่ละคน ป.ป.ช.สอบไปก็ไม่มีประโยชน์ ถ้าบอกว่าตนผิด คงผิดกันหมดทุกคน เพราะแต่ละคนก็ตั้งราคาวัตถุมงคลที่ครอบครองในราคาสูงทั้งนั้น   ขณะที่นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ กล่าวถึงการแจ้งครอบครองพระกริ่งปวเรศทองคำที่ระบุราคา 50 ล้านบาท   ยืนยันว่ามูลค่าพระเครื่องที่แจ้งต่อ ป.ป.ช.ไม่ได้มีราคาสูงเกินจริง น่าจะแจ้งราคาต่ำไปด้วยซ้ำ ราคาที่แจ้งไว้ได้สอบถามจากเซียนพระ ประกอบกับข้อมูลจากราคาตลาดในอินเตอร์เน็ต และความรู้สึกส่วนตัว ที่สำคัญไม่ตั้งใจจะขาย จะเก็บไว้เป็นสมบัติให้ลูก ยืนยันว่าราคาที่ตั้งไว้ไม่ได้เว่อร์ เป็นราคาที่สมเหตุสมผล ถ้า ป.ป.ช.จะเรียกไปสอบถามก็ยินดี แต่อยากรู้ว่า ป.ป.ช.จะใช้หลักเกณฑ์อะไรมากำหนดราคากลางของวัตถุมงคลต่างๆขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของบุคคล ถ้า ป.ป.ช.จะตรวจสอบเรื่องนี้จริงอาจลามไปถึง ส.ส.ทุกคน ที่ล้วนมีพระเครื่องดังๆ ตั้งราคาสูงทั้งนั้น การครอบครอง พระเครื่องของตนไม่มีเจตนาเรื่องการฟอกเงินแน่นอน   ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวว่า ขั้นตอนแรกเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ต้องตรวจสอบความถูกต้อง และความมีอยู่จริงของทรัพย์สินก่อน หากพบว่าเป็นจำนวนมากมายจนผิดสังเกต ถึงขั้นร้องโอ้โห ตั้งราคาผิดไปแปลกๆ ต้องให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายตรวจสอบทรัพย์สินลงไปขอตรวจสอบข้อเท็จจริง ถือว่าเป็นบุคคลที่ควรเฝ้าระวัง   แต่คงยังไม่จริงจังถึงขั้นเข้าข่ายการฟอกเงิน เพราะ ป.ป.ช.ไม่ได้ดูเรื่องการฟอกเงินเป็นหลักเพียงแต่ดูความถูกต้องและความมีอยู่จริง แล้วคอยติดตามว่าเมื่อเข้ารับตำแหน่งแล้วใช้อำนาจไปแสวงหาผลประโยชน์มิชอบหรือไม่ การตรวจทรัพย์สินกรณีเข้ารับตำแหน่งหมายถึงตรวจไว้เป็นฐานเบื้องต้นก่อนที่จะเป็นผู้ใช้อำนาจรัฐ แต่ถ้ายื่นมาแบบผิดปกติ หรือตีราคาเว่อร์เกิน ป.ป.ช.ก็ต้องตรวจแบบเฝ้าระวัง เพราะทรัพย์สินพวกเครื่องรางของขลังไม่เหมือนทองคำ ที่มีราคากลางให้เทียบเคียงได้ชัดเจน แต่กรณีเหล็กไหล พระเครื่องไม่สามารถเทียบเคียงได้ แม้จะมี ตลาดพระเครื่อง แต่ราคามาตรฐานในวงการมีหรือไม่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/xmTPM5TuZw8

 352
การเมือง
22 ก.ย. 62

ทนายความ ‘มนัญญา’ แจงเหตุไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สินรัฐมนตรี ต่อ ป.ป.ช.

วันที่ 22 ก.ย. 62 นายศุภฤกษ์ เอี่ยมละออ ทนายความประจำตัวของ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงถึงข้อเท็จจริงกรณีที่ยังไม่แจ้งบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. ว่า แม้ตามมาตรา 102 กฎหมาย ป.ป.ช. รัฐมนตรีอยู่ในเงื่อนไขที่จะต้องยื่นทรัพย์สินนั้น แต่เนื่องจากมีประกาศ ว่าด้วยการยื่นบัญชีทรัพย์สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2561 ข้อ7 ยกเว้นว่า กรณีพ้นจากตำแหน่งและได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเดิม หรือตำแหน่งใหม่ ภายในหนึ่งเดือน ผู้นั้นไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน   ทั้งนี้ เมื่อ น.ส.มนัญญา ยื่นใบลาออกจากตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองอุทัยธานี ในวันที่ 26 มิ.ย.2562 และเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณตนรับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในวันที่ 16 ก.ค.2562 กรณีนี้จึงยังไม่พ้นหนึ่งเดือน และอยู่ในเงื่อนไขที่ไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินได้   อย่างไรก็ตามตำแหน่งทางการเมือง ก็หมายรวมถึง นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วย ซึ่งเมื่อครั้งที่นางสาวมนัญญาเข้ารับตำแหน่งนายยกเทศมนตรีเมืองอุทัยธานี ก็ได้แจ้งบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.ไว้แล้ว    ส่วนหลังจากนี้จะยื่นบัญชีทรัพย์สินหรือไม่นั้นทนายความบอกว่า โดยสุจริตใจตามข้อกฎหมายเข้าใจว่าไม่ต้องยื่น แต่หาก ป.ป.ช. มีหนังสือแจ้งมา ก็จะชี้แจงไป แต่หาก ป.ป.ช.บอกว่าเป็นความเข้าใจผิดทางข้อกฎหมาย ก็พร้อมที่จะยื่น และทั้งนี้ยังไม่ได้รับหนังสือทวงถามจาก ป.ป.ช. ซึ่งหากได้รับหนังสือ ก็จะรีบไปชี้แจง ซึ่งนางสาวมนัญญา อาจจะไปชี้แจงด้วยตนเอง เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ  

 1,654
การเมือง
20 ก.ย. 62

ป.ป.ช.เปิดกรุทรัพย์สินล็อต 2 'ธนาธร' รวยสุด 5 พันล้าน ทวง รมช.เกษตรฯ พร้อม ส.ส. 3 คน ยังไม่ยื่น

ป.ป.ช.เปิดกรุทรัพย์สิน ส.ส. ล็อต 2 ธนาธรรวยสุด 5 พันล้าน เปย์อนาคตใหม่ยืม 191 ล้าน ด้านเลขาป.ป.ช.เผยร่อนจดหมายทวง มนัญญา รมช.เกษตรฯ ยังไม่ยื่นทรัพย์สินพร้อมกับส.ส. 3 คน   วันที่ 20 ก.ย. สำนักงานป.ป.ช. เปิดเผยรายการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของสภาผู้แทนราฎร ล็อดที่ 2 จำนวน 79 คน ที่ขอยื่นขยายระยะเวลายื่นต่อ ป.ป.ช. รวมถึงเปิดเผยกรณีพ้นจากตำแหน่ง 1 คน โดยพบว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ มีทรัพย์สินรวมมากที่สุดในบรรดา ส.ส.ทั้งหมด จำนวน 5,628,118,852.01 บาท เป็นหนี้สินเพียง 683,303.45 บาท โดยแบ่งเป็นทรัพย์ของคู่สมรส จำนวน 495 ล้านบาท   ซึ่งทรัพย์สินโดยรวมส่วนใหญ่ของนายธนาธรเป็นเงินลงทุน จำนวน 3,014 ล้านบาท เงินฝากธนาคาร จำนวน 1,527 ล้านบาท มียานพาหนะเป็นรถยนต์ 5 คัน และมีเรือยอร์ชมูลค่า 10 ล้านบาท 1 ลำ พร้อมแจ้งการให้พรรคอนาคตใหม่กู้ยืมเงิน จำนวน 2 ครั้งในปี 2562 รวม 191,200,000 บาท และให้บริษัท โซลิดาริตี้ กรุ๊ป จำกัด กู้ยืม จำนวน 2,000,000 บาท   ขณะที่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ มีทรัพย์สิน 9,984,857.80 บาท มีหนี้สิน 2,310,236.65 บาท ซึ่งทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นมูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง   นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ มีทรัพย์สิน รวม137,785,190.85 บาท เป็นหนีสิน 22,954,064 บาท โดยเป็นทรัพย์สินของอดีตภรรยา 11 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นมูลค่าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง กว่า 78 ล้านบาท สิทธิสัมปทาน รวม 30 ล้านบาท ซึ่งเป็นในลักษณะของการทำประกันชีวิต   นางสาวพรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ มีทรัพย์สินรวม 3,319,567.78 บาท เป็นหนี้สิน 710,512 บาท โดยทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นมูลค่าของยานพาหนะ เป็นรถยนต์ จำนวน 2 คัน มูลค่า 1.4 ล้านบาท เป็นเงินลงทุน 8 แสนบาท   ด้าน นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ มีทรัพย์สินรวม 169,666,795.97 บาท เป็นหนี้สิน 29,731,411.89 บาท ทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นมูลค่าสิ่งปลูกสร้างกว่า 61 ล้านบาท และเงินฝากในธนาคาร 21 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีทรัพย์สินอื่น ประกอบด้วย พระเครื่อง 2 องค์ มูลค่ารวม 6 ล้านบาท พร้อมทั้งแจ้งว่ามีสัตว์เลี้ยงเป็นวัว จำนวน 500 ตัว มูลค่า 17 ล้านบาท   ขณะที่ นายชัชวาลล์ คงอุดม หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไทย มีทรัพย์สิน รวม 1,088,573,006.34 บาท เป็นหนี้สิน 70,715,818.43 บาท โดยทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นมูลค่าที่ดินกว่า 370 ล้านบาท มีอาวุธปืนในครอบครอง 10 กระบอก โฉนดที่ดิน 84 รายการ   ด้าน นายมงคลกิตติ์ สุขสินทรานนท์ ส.ส.พรรคไทยศรีวิไลย์ เป็นส.ส.ที่ยื่นแสดงรายการทรัพย์สินถึง2 แฟ้มโดยมีทรัพย์สินรวมกับภรรยา 192,902,325.29 บาท มีหนี้สิ้น4,651,285.90 บาท ส่วนใหญ่   ทั้งนี้ นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการป.ป.ช. ระบุว่า ขณะนี้หมดเวลาขยายเวลายื่นบัญชีแล้ว แต่มี ส.ส. 3 คน ที่ยังไม่ยื่นเอกสาร ประกอบด้วย น.ส.จุมพิตา จันทรขจร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ / นายพรชัย อินทร์สุข ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ / และ นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส.พรรคไทรักธรรม ซึ่งขณะนี้ส่งเอกสารสอบถามสาเหตุที่ยังไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สิน   ซึ่งมีระยะเวลา 15 วันนับจากวันที่ได้รับหนังสือของป.ป.ช. แต่ขณะนี้ยังไม่ถือว่ามีความผิดใดใดเพราะยังสามารถยื่นหลักฐานต่อป.ป.ช.ได้ เช่นเดียวกับการยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ของคณะรัฐมนตรี ที่จะเปิดแสดงบัญชีในวันที่ 9 ตุลาคมนี้   ส่วนคระรัฐมนตรีนั้นหมดเวลายื่นแล้วเมื่อวันที่13ก.ย.ที่ผ่านมา โดยจะเปิดเผยวันที่ 9 ต.ค.นี้ ซึ่งนางสาวมณัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังไม่ยื่นบัญชีเช่นเดียวกัน โดยป.ป.ช.อยู่ระหว่างการส่งหนังสือไปสอบถามสาเหตุที่ยังไม่ยื่นบัญชี แต่ตามกระบวนการก็ยังสามารถยื่นเอกสารได้หากมีเหตุผลที่ฟังขึ้นว่าเหตุใดไม่ยื่นบัญชีตามกรอบเวลา   ขณะที่กรณีของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีเก่า ตามกฎหมายใหม่ของป.ป.ช.ให้ยกเว้นไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินเพราะเป็นการรับตำแหน่งต่อเนื่อง แต่หากต้องการยื่นเอกสารเพื่อเป็นหลักฐานไว้ก็สามารถทำได้   ข่าวที่เกี่ยวข้อง : เปิดบัญชีทรัพย์สิน top 11 ส.ส.อู้ฟู่รวยพันล้าน ส่วนใหญ่อยู่ฝ่ายรัฐบาล      

 12,360
สังคม-อาชญากรรม
19 ก.ย. 62

ผอ.สามเสนวิทยาลัยพร้อมพวก โดนโทษอาญา-วินัย ทุจริตรับเงินแป๊ะเจี๊ยะ

นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. แถลงข่าวว่ากรณีกล่าวหา นายวิโรฒ สำรวล ผู้อำนวยการโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย กับพวกว่าทุจริตเรียกรับเงินจากผู้ปกครองนักเรียน จำนวน 2 ราย เพื่อแลกกับการเข้าโรงเรียน ซึ่งทางป.ป.ช.ได้รับเรื่องมาจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และมีการตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน   โดยมีนายวิทยา อาคมพิทักษ์ กรรมการป.ป.ช. เป็นประธานคณะอนุกรรมการไต่สวนนั้น พบข้อเท็จจริงว่า นายวิโรฒ และนายภูสิทธิ์ ประยูรอนุเทพ รองผู้อำนวยการโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย ได้ร่วมกันเรียกรับเงินจากผู้ปกครองรวม 6 ราย เป็นเงิน 1,440,000 บาท และมีการเบียดบังเงินดังกล่าวนำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว   นอกจากนั้นยังพบว่า นายวิโรฒ นายภูสิทธิ์ และนายประเจิน โชติพงศ์กุล ครูชำนาญการพิเศษ (หัวหน้างานรับนักเรียนโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย ได้ร่วมกันสั่งการให้เจ้าหน้าที่การเงินและบัญชีฝ่ายบริหารงานบุคคลการเงินและสินทรัพย์ 1 โรงเรียนสามเสนวิทยาลัยออกใบเสร็จรับเงินว่าโรงเรียนสามเสนวิทยาลัยได้รับเงินบริจาค โดยให้ลงวันที่ย้อนหลัง แล้วนำเงินสดบางส่วนเข้าฝากเพื่อปกปิดการกระทำความผิดของตน   คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงมีมติว่า การกระทำของนายวิโรฒและนายภูสิทธิ์ กรณีรับเงินบริจาคโดยไม่ออกใบเสร็จรับเงินแล้วเบียดบังเป็นของตนเองโดยทุจริต รวมทั้งข่มขืนใจเจ้าหน้าที่การเงินฯในการออกใบเสร็จรับเงินนั้น มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147,148,157,162(1) (4)ประกอบมาตรา 83 มาตรา 90 และมาตรา 91 และตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1   และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์ที่มิควรได้เป็นการทุจริตต่อหน้าที่ราชการ และฐานกระทำการอื่นใดอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547   ส่วนนายประเจิน กรณีร่วมกันข่มขืนใจจ้าหน้าที่การเงินฯ มีมูลคามผิดทางอาญาฐานเป็นผู้สนับสนุนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148,157,162 (1)(4) ประกอบมาตรา 86มาตรา 90 และมาตรา 91 และตาม พ.ร.ป.ด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์ที่มิควรได้เป็นการทุจริตต่อหน้าที่ราชการ และฐานกระทำการอื่นใดอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547ด้วยเช่นกัน   นายวรวิทย์ กล่าวว่า สำนักงาน ป.ป.ช. ยังได้มีการศึกษาและออกมาตรการป้องกันการเรียกรับเงินแป๊ะเจี๊ยะ โดยได้เสนอให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบแล้ว และให้มีการยกเลิกประกาศสำนักงานคณะกรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กรณีนโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการรับนักเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีการศึกษา 2560 ซึ่งกำหนดการรับนักเรียนที่มีเงื่อนไขพิเศษ ในได้หลายกรณีด้วยกัน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KyHd98zevCQ

 1,337
สังคม
19 ก.ย. 62

ผอ.สามเสนวิทยาลัยพร้อมพวก โดนโทษอาญา-วินัย ทุจริตรับเงินแป๊ะเจี๊ยะ

นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. แถลงข่าวว่ากรณีกล่าวหา นายวิโรฒ สำรวล ผู้อำนวยการโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย กับพวกว่าทุจริตเรียกรับเงินจากผู้ปกครองนักเรียน จำนวน 2 ราย เพื่อแลกกับการเข้าโรงเรียน ซึ่งทางป.ป.ช.ได้รับเรื่องมาจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และมีการตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน   โดยมีนายวิทยา อาคมพิทักษ์ กรรมการป.ป.ช. เป็นประธานคณะอนุกรรมการไต่สวนนั้น พบข้อเท็จจริงว่า นายวิโรฒ และนายภูสิทธิ์ ประยูรอนุเทพ รองผู้อำนวยการโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย ได้ร่วมกันเรียกรับเงินจากผู้ปกครองรวม 6 ราย เป็นเงิน 1,440,000 บาท และมีการเบียดบังเงินดังกล่าวนำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว   นอกจากนั้นยังพบว่า นายวิโรฒ นายภูสิทธิ์ และนายประเจิน โชติพงศ์กุล ครูชำนาญการพิเศษ (หัวหน้างานรับนักเรียนโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย ได้ร่วมกันสั่งการให้เจ้าหน้าที่การเงินและบัญชีฝ่ายบริหารงานบุคคลการเงินและสินทรัพย์ 1 โรงเรียนสามเสนวิทยาลัยออกใบเสร็จรับเงินว่าโรงเรียนสามเสนวิทยาลัยได้รับเงินบริจาค โดยให้ลงวันที่ย้อนหลัง แล้วนำเงินสดบางส่วนเข้าฝากเพื่อปกปิดการกระทำความผิดของตน   คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงมีมติว่า การกระทำของนายวิโรฒและนายภูสิทธิ์ กรณีรับเงินบริจาคโดยไม่ออกใบเสร็จรับเงินแล้วเบียดบังเป็นของตนเองโดยทุจริต รวมทั้งข่มขืนใจเจ้าหน้าที่การเงินฯในการออกใบเสร็จรับเงินนั้น มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147,148,157,162(1) (4)ประกอบมาตรา 83 มาตรา 90 และมาตรา 91 และตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1   และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์ที่มิควรได้เป็นการทุจริตต่อหน้าที่ราชการ และฐานกระทำการอื่นใดอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547   ส่วนนายประเจิน กรณีร่วมกันข่มขืนใจจ้าหน้าที่การเงินฯ มีมูลคามผิดทางอาญาฐานเป็นผู้สนับสนุนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148,157,162 (1)(4) ประกอบมาตรา 86มาตรา 90 และมาตรา 91 และตาม พ.ร.ป.ด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์ที่มิควรได้เป็นการทุจริตต่อหน้าที่ราชการ และฐานกระทำการอื่นใดอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547ด้วยเช่นกัน   นายวรวิทย์ กล่าวว่า สำนักงาน ป.ป.ช. ยังได้มีการศึกษาและออกมาตรการป้องกันการเรียกรับเงินแป๊ะเจี๊ยะ โดยได้เสนอให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบแล้ว และให้มีการยกเลิกประกาศสำนักงานคณะกรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กรณีนโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการรับนักเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีการศึกษา 2560 ซึ่งกำหนดการรับนักเรียนที่มีเงื่อนไขพิเศษ ในได้หลายกรณีด้วยกัน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KyHd98zevCQ

 1,337
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
11 ก.ย. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 11 ก.ย.62 เปิดเพจซื้อขายเด็กจากแม่ท้องไม่พร้อม-แทค ภรัณยูโพสต์เลิกเมีย-ส.ส.เพื่อไทยต่อยกัน

-อุทกภัยยังหนัก ซ้ำกรมอุตุฯเตือน 11-15 ก.ย.มรสุมถล่มภาคเหนือและอีสาน ระวังอันตรายน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ปราจีนบุรีน้ำป่าเขาใหญ่เข้าประจันตคาม ชาวบ้านหลายร้อยหลังคาเรือนตั้งตัวไม่ทัน นครนายก เทศบาลเมืองประกาศเสียงตามสายให้ชาวบ้านยกของขึ้นที่สูงหนีน้ำป่าหลากเข้าท่วม อุบลฯทหารช่วยผู้ป่วยติดเตียงออกจากบ้าน ตัวเมืองน้ำสูง 80 ซม. เขื่อนเจ้าพระบาระบายน้ำเพิ่ม ชัยนาทน้ำขึ้นสูง 21 ซม. ครม.อนุมัติงบ 261 ล้านช่วยอุทกภัยภาคเหนือ 12 จังหวัด ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : อุตุฯเตือนมรสุมพาดผ่าน ไทยฝนตกเพิ่มขึ้น เหนือ-อีสาน ตกหนัก 12-16 ก.ย.   -สังคมช็อก เพจซื้อขายทารกจากแม่ท้องไม่พร้อมโผล่เพียบ บก.ปคม.เร่งตรวจสอบพบรีวิวคล้ายสินค้า มีภาพเด็กประกาศหาคนอุปการะแลกเงิน ชักชวนหญิงท้องไม่พร้อมร่วมธุรกิจ โอนจอง ซื้อง่ายขายคล่อง เข้าข่ายค้ามนุษย์ ยังมีการประกาศรับแม่อุ้มบุญ คนโพสต์ขายเด็กอ้างแม่เป็นใบ้ ฐานะยากจน ยันไม่ได้ขายเด็กกิน แต่คนที่รับเลี้ยงเป็นตำรวจอยากมีลูก ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : เปิดเพจขายทารกโอนจองพร้อมส่ง ตายายปัดขายหลานกิน แจงบ้านยากจน เลยยกให้ ตร.คนดีไม่มีลูกรับอุปการะ    -นวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.ขอนแก่นเพื่อไทย เปิดศึกพาลูกน้องล็อกแขนก่อนตบหัวยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเดียวกัน ต่อหน้าหัวหน้าพรรคและแกนนำเพื่อไทย จนต้องช่วยกันห้าม ชนวนเหตุมีปากเสียงกันระหว่างประชุมกรรมาธิการ เรื่องขยายเวลาสัมปทานทางด่วนและรถไฟฟ้าเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว   หลังโดนทำร้ายหัวยุทธพงศ์ เรียกตำรวจมารับแจ้งความ ยันเอาเรื่องถึงที่สุด เตรียมร้อง ผบ.ตร.ขอกำลังคุ้มครอง ด้านนวัธมือตบ เป็นผู้บริหารแม็กซ์มวยไทยบอก ไม่มีอะไร เดี๋ยวปะทะกันได้อยู่แล้ว ก่อนพูดขอโทษปชช.ผู้ใหญ่อยากให้จบก็ต้องเคารพ ตนไม่ใช่คนเกเรนักเลงหัวไม้ ยอมรับอารมณ์ร้อน โดนหยามศักดิ์ศรี ก็เกิดอารมณ์ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ผู้ใหญ่ขอมา 'นวัธ' ยอมสงบศึก หลังเดือดโดนหยามศักดิ์ศรี วางมวย 'ยุทธพงศ์' กลางเพื่อไทย    -ธรรมนัสปฏิเสธข้อกล่าวหาถูกจำคุกคดียาเสพติดที่ออสเตรเลีย ตามที่สื่อออสซี่เสนอ แต่ขอไม่ชี้แจงรายละเอียด เพราะเป็นเรื่องที่ตกลงกับศาลและตำรวจออสเตรเลีย และเคยแถลงไปแล้วจะไม่พูดซ้ำอีก ยันไม่เคยสารภาพ ไม่เคยทำผิดตามที่ถูกกล่าวหา   คาดเป็นการเขียนจากในประเทศแล้วส่งไปให้นักข่าวออสเตรเลีย มอบหมายทนายความและทีมกฎหมายดำเนินคดีทั้งแพ่งและอาญา ต่อไปหากใครพูดเรื่องอดีตอีกจะไม่ตอบโต้ แต่จะดำเนินคดีทุกอย่าง ลั่นถามกลับนักข่าว ทำไมผมต้องลาออก ลูกผู้ชายอย่างตนอยู่บนความเป็นจริง จะพิสูจน์ให้เห็นว่าจะทำงานเพื่อ ปชช.และแผ่นดิน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'ธรรมนัส' จ่อฟ้องทั้งแพ่ง-อาญา เชื่อคนในไทยเขียนข่าวส่งให้ออสซี่ ย้อนถามทำไมต้องลาออก?     -นายกฯระบุไม่ขอพูดเรื่องธรรมนัส เพราะชี้แจงหลายรอบถือว่าจบแล้ว รัฐบาลอื่นก็มีตำหนิทั้งนั้น มีขั้นตอนการตรวจสอบคุณสมบัติ ถ้าผิดก็มีผลย้อนหลังไปทุกเรื่อง คนที่ออกมาพูดก็ขอให้กลับไปย้อนดูว่ารัฐบาลที่ผ่านมามีปัญหาบ้างหรือเปล่า ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'บิ๊กตู่' ปัดตอบดราม่า 'ธรรมนัส' โต้ รมต.มีตำหนิกันทุกรัฐบาล   -พรรคประชาธรรมไทยแถลงถอนตัวออกจากรัฐบาลประยุทธ์ กรณีธรรมนัสบอกเป็นฤาษีเลี้ยงลิง ต้องให้ลิงกินกล้วย ต้องรักษาไว้ซึ่งเกียรติยศ ศักดิ์ศรีของพรรค พิเชษฐ สถิรชวาล บอกเป็นไปตามมติพรรค กลับไปกลับมาไม่ได้ จากนี้ไม่ต้องห่วงวิปรัฐบาลแล้ว จะเป็นฝ่ายค้านอิสระ สนับสนุนเรื่องที่ดี ไม่ได้ชวนพรรคอื่นมาได้วย ใครอยากกินกล้วยต่อก็เรื่องของเขา ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : พรรคประชาธรรมไทย ถอนตัวร่วมรัฐบาล โดนหยามเกียรติแจกกล้วยให้ลิง จากนี้เป็นฝ่ายค้านอิสระ   -ธรรมนัสออกมาขอโทษปมพูดให้ลิงกินกล้วย ไม่ได้เจตนาเปรียบเป็นสัตว์ เราสนิทกันมากออกพื้นที่ มาด้วยกัน ตนผิดเองต้องขอโทษด้วย ยันไม่กังวลกระทบเสถียรภาพรัฐบาล ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'ธรรมนัส' ขอโทษ พูดเล่นแจกกล้วยให้ลิง เชื่อไม่กระทบเสถียรภาพรัฐบาล   -ศุลกากรตรวจเข้ม จับคนหิ้วแบรนด์เนมหนีภาษีได้ 90 ล้านบาทในรอบ 11 เดือน เพิ่มจากปีที่แล้ว 30 ล้าน ประกาศให้รางวัลนำจับคนแจ้งเบาะแส 20% ของมูลค่าสินค้าที่นำเข้าไปประมูลขาย แต่ไม่เกิน 5 ล้าน สั่งตรวจเข้มลูกเรือสายการบิน เริ่มใช้เครื่องเอ็กซเรย์คร่อมสายพานที่สุวรรณภูมิตรวจกระเป๋าทุกใบ ลดการใช้ดุลยพินิจของ จนท.ที่ไม่เป็นกลาง ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ศุลกากรจับคนหิ้วแบรนด์เนมหนีภาษีพุ่ง 90 ล้าน ใครแจ้งเบาะแสได้รางวัลนำจับ 20%     -นายกฯปัดรับข้อเสนอ ก.ท่องเที่ยวชงให้วันหยุดพิเศษ 2 วัน ข้าราชการ-รัฐวิสาหกิจ ส่งเสริมการท่องเที่ยว เผยสถานการณ์นักท่องเที่ยว 8 เดือนที่ผ่านมายังน่าพอใจ  สูงกว่าปีที่แล้ว คาดอีก 4 เดือนที่เหลือจะมีนักท่องที่ยวตามเป้า 40 ล้านคน รัฐบาลอนุมัติเงินให้ไปเที่ยวแบบ e-wallet ถ้าไม่เที่ยวก็ไม่ได้ตังค์ กระตุ้นให้ไปซื้อของ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : นายกฯยังไม่ฟันธง ให้ข้าราชการหยุดพิเศษ 2 วัน ต.ค.กระตุ้นท่องเที่ยว หวั่นเดี๋ยวมีคนหาเรื่อง    -ก.พลังงานหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐภาคพลังงาน ผู้ถือบัตรคนจนรับสิทธิ์คงเดิม ช่วยค่าก๊าซหุงต้ม 45 บาท/3เดือน และผู้ถือบัตรที่หาบเร่แผงลอยเพิ่มส่วนลดให้อีก 38 บาท ต่อถัง 15 กก. (ไม่เกิน 45 กก./เดือน) คาดเริ่มได้ 1 ต.ค.นี้ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : เตรียมออกบัตรคนจนภาคพลังงาน ช่วยแม่ค้าซื้อก๊าซหุงต้มถูกลง   -อัยการยื่นฟ้องบิ๊ก ป.ป.ช.ใจร้อนควักปืนขู่ยิงคนขับแท็กซี่กลางศูนย์ราชการ หลังวิวาทกันเรื่องขับรถเมื่อปี 61 เจ้าตัวขอสู้คดี ใช้ตำแหน่งเป็นหลักทรัพย์ประกันตัว ปล่อยตัวชั่วคราวในวงเงิน 5 หมื่นบาท ศาลนัดตรวจหลักฐาน 28 ต.ต.นี้   -พิษเศรษฐกิจ ไม่มีใครมาติดตั้งแก๊สรถยนต์ เสี่ยเจ้าของอู่ยิงหัวเมียก่อนลั่นไกฆ่าตัวตายตามในห้องพักย่านราชบูรณะ เพื่อนเผยเครียดเงินทองขัดสน ลาโลกทิ้งลูกชาย 10 ขวบอยู่ลำพัง ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : เสี่ยอู่ติดตั้งแก๊ส เครียดธุรกิจซบเซา ยิงเมียดับก่อนปลิดชีพตัวเอง ทิ้งลูกชาย 10 ขวบอยู่ลำพัง   -ทำแผนมือแทงลุงวิน จยย.ตาย สารภาพเอารถไปขายแก๊งรถเถื่อน ตระเวนถ่ายรูปหาเหยื่อวิน จยย.ป้ายแดง ทีเป็นผู้โดยสารหลอกลุงไปส่งที่ท่ารถก่อนแทงไม่ยั้ง ลากศพไปทิ้งคูน้ำก่อนหลบหนีไปกบดานที่บ้านเมีย อ้างตกงานเครียดเลยต้องทำ ทำตอนเมาเหล้าด้วยไม่ได้ตั้งใจฆ่า เพื่อนร่วมวินเดือดจัดอยากให้ประหารชีวิต ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ทำแผน คดีแทงลุงวิน จยย.ดับ อ้างไม่มีเงินเลยต้องฆ่า สลดลุงเพิ่งถอย จยย.ป้ายแดงวันเดียวก่อนตาย    -ปิดคดีบุกรุกเกาะปอดะหลังต่อสู้นาน 33 ปี ศาลฎีกาตัดสินสั่งจำคุกนายชวน ภูเก้าล้วน อดีตนายกเทศมนตรีกระบี่ 3 ปี 6 เดือนไม่รอลงอาญา บำเพ็ญประโยชน์ 30 ชม.จ่ายค่าปรับ 8 หมื่นบาท อ้างซื้อที่ดินจากเจ้าของเดิมมีเอกสารสิทธิ์ แต่ภาพถ่ายทางอากาศไม่พบร่องรอยทำประโยชน์ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ปิดคดีบุกรุกเกาะปอดะ ฎีกาตัดสิน 'ชวน ภูเก้าล้วน' คุก 3 ปี 6 เดือน รอลงอาญา 2 ปี ปรับ 8 หมื่น   -แทค ภรัณยู โพสต์หลังออกอีเว้นท์พร้อมภรรยาและลูก ประกาศเลิกเบล ภรรยา หลังเพิ่มแต่งเมื่อต้นปี มีลูกด้วยกัน 1 คน ขออยู่ในฐานะพ่อแม่ที่เลี้ยงลูก ด้านภรรยาโพสต์กลับว่า ยินดีด้วยค่ะ คุณได้สิทธิ์นั้นเดี๋ยวนี้ ล่าสุดผู้จัดการแทคเผยทั้งคู่เคลียร์กันแล้ว เป็นแค่เรื่องสามีภรรยางอนกัน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'แทค' ประกาศเลิกภรรยาฟ้าผ่า ด้าน 'เบลล์' โพสต์ "คุณได้สิทธิ์นั้นเดี๋ยวนี้" ฟาก ผจก.บอกแค่งอนกัน   -ช้างศึกบุกอัดอินโดนีเซีย 3-0 คาบ้านในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกนัดที่ 2 โซนเอเชีย โดยสุภโชค สารชาติ ยิง 2 ประตู แถมเรียกจุดโทษได้อีกลูก อุ้ม ธีราทร ซัดตุงตาข่าย ไทยเก็บเพิ่มเป็น 4 คะแนน นัดต่อไปเจอ UAE 15 ต.ค.ที่สนาม ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ช้างศึกบุกอัดอินโดฯ 3-0 เก็บ 3 แต้มแรก ขึ้นนำจ่าฝูงบอลโลกรอบคัดเลือก    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Zk6iPaQh2do

 9,299
สังคม-อาชญากรรม
10 ก.ย. 62

ป.ป.ท.มีมติส่งสำนวนคดี ‘บิลลี่’ ให้ ป.ป.ช. ยันไม่ล่าช้า-รวบรวมพยานหลักฐานครบถ้วนทุกมิติ

ขอบคุณภาพ : มติชนออนไลน์   วันที่ 10 ก.ย. 62 พ.ต.ท.วันนพ สมจินตนากุล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. พร้อมด้วย พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา ประธานคณะอนุกรรมการไต่สวน ร่วมแถลงความคืบหน้าคดีที่เกี่ยวเนื่องกับการหายตัวไปของนายพอละจี รักจงเจริญ หรือ บิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย ซึ่งปัจจุบันพบหลักฐานการเสียชีวิต ว่า    ในวันนี้ กรรมการ ป.ป.ท.ได้ประชุมและมีมติให้ส่งสำนวนการไต่สวน กรณี นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กับพวก กระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ไม่เปรียบปรับและไม่นำตัวบิลลี่ ซึ่งกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.อุทยานฯ พร้อมของกลางน้ำผึ้งป่าให้ตำรวจ สภ.แก่งกระจานดำเนินคดี เนื่องจากมีสาเหตุโกรธแค้นกับนายบิลลี่มาก่อน    ทั้งนี้ คดีดังกล่าว ป.ป.ท.ได้ไต่สวนและรวบรวมพยานหลักฐานไว้อย่างละเอียด โดยมีมติให้ส่งสำนวนไปให้ ป.ป.ช.เพื่อส่งต่อให้ดีเอสไอสอบสวนคดีฆาตกรรมและความผิดทางอาญาที่เกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันทั้งหมด โดย ป.ป.ท.จะเร่งส่งสำนวนไปยัง ป.ป.ช.ภายในวันนี้ เพื่อให้สำนวนคดีถึงดีเอสไอเร็วที่สุด    พ.ต.ท.สิริพงษ์ ยืนยันว่าการไต่สวนของ ป.ป.ท.ไม่ได้มีความล่าช้า และหลังจากนี้เชื่อว่าดีเอสไอ จะนำหลักฐานที่ ป.ป.ท.ตรวจสอบพบไปใช้ประกอบในสำนวนคดี  

 614
การเมือง
30 ส.ค. 62

ส.ส.อนาคตใหม่ แจงดราม่าหนี้ กยศ. แฉโดนสำนักข่าวดังบุกบ้าน

จากกรณีที่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ได้เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อสาธารณชน พบว่ามีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายคนที่ยังมียอดหนี้ค้างชำระของเงินกู้เพื่อการศึกษา (กยศ.) ทำให้ตกเป็นประเด็นวิจารณ์ โดยนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส. กรุงเทพมหานคร เขตบางขุนเทียน พรรคอนาคตใหม่ ที่มีรายงานว่า เป็นหนึ่ง ส.ส.ที่มีหนี้ กยศ. ล่าสุดเจ้าตัวได้โพสต์ชี้แจงว่า   "จากประเด็นข่าวติดหนี้ กยศ. สำนักข่าว xxx ตามถึงหน้าบ้าน ขุดประวัติ 3 วันติด ลงข่าวหนี้ กยศ. 3 วันซ้อน " >>สำนักข่าว xxx ส่งคนเข้าไปในหมู่บ้าน พร้อมถ่ายรูปบ้าน รูปรถที่จอดอยู่หน้าบ้าน ถ่ายจดหมายทุกฉบับที่ส่งมาบ้านผม ทั้งหมดเพียงเพราะ #ผมคือประชาชนคนนึงที่เข้ามาทำงานการเมือง จากกรณีข่าว บัญชีทรัพย์สินของผม   ประเด็นที่ 1 : ถามว่า เงินเดือน ส.ส. หลักแสนบาท ทำไมไม่ใช้หนี้ กยศ. 35,549 บาท ? ตอบ : บัญชีทรัพย์สินตามยอดหนี้นี้เป็นบัญชียื่นตั้งแต่ 25 พ.ค. 62 ซึ่งขณะนั้นยังไม่มีการรับเงินเดือน ส.ส. แม้แต่เดือนเดียว เงินเดือนเริ่มจ่ายเดือนแรก 30 มิถุนายน 2562   ประเด็นที่ 2 : มีทรัพย์สิน 11 ล้านบาท ทำไมไม่ใช้หนี้ กยศ. ? ตอบ : ทรัพย์สินตั้ง 11 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นบ้าน (ตีตามมูลค่ารวมเฟอร์นิเจอร์) รถ , และทรัพย์สินอื่น ๆ ที่เป็นยอดตัวเลข และทุกรายการยังอยู่ระหว่างผ่อนจ่ายทั้งสิ้น ซึ่งมีระบุ ยอดหนี้สิน 6 ล้านบาท   ประเด็นที่ 3 : ก่อนหน้านี้ทำไมไม่จ่ายหนี้ กยศ. ให้หมด ? ตอบ : ก่อนหน้านี้ ผมทำงานและเมื่อมีเงินเข้ามา จะนำไปจ่ายหนี้ กยศ. ตลอด จนตอนนี้อย่างที่ปรากฏ เหลือโค้งสุดท้าย คือยอด 3 หมื่นกว่าบาท จะมีช่วงที่ไม่ได้ส่ง คือปี 2555-2556 ที่โดนทหารเกณฑ์ เข้ารับราชการทหารอากาศ   ประเด็นที่ 4 : มีรายได้บริษัทที่ตั้งขึ้นมาหลายล้านบาท ทำไมไม่นำมาใช้หนี้ กยศ. ก่อน ? ตอบ : ก่อนหน้านี้ ผมมีหนี้นอกระบบเช่นกัน และต้องเร่งทำงานเพื่อให้แม่ที่ทำงานอยู่ต่างประเทศกลับบ้าน และมีค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลของแม่ ที่ต้องผ่าตัดหมอนรองกระดูก (ยอด 230,000 บาท) และผ่าตัดผิดพลาด ต้องผ่าตัดถึง 2 ครั้ง   ประเด็นที่ 5 : ทำไมถึงโอนหุ้นบริษัทให้พี่สาว และไม่ส่งบัญชีทรัพย์สินในส่วนของบริษัท ? ตอบ :โอนหุ้นให้พี่สาว เพราะตนเองไม่ได้ทำบริษัทต่อแล้ว เลยโอนให้พี่สาวไปทำต่อ สาเหตุที่ไม่ได้ส่งบัญชีทรัพย์สินส่วนของบริษัท เพราะไม่เคยทำบัญชีทรัพย์สินมาก่อน และคิดว่าไม่ต้องส่ง เพราะโอนไปแล้ว แต่ความจริงต้องส่ง เพราะ ปปช. คิดย้อนหลังไปถึง 25 พ.ค. 62 (ถือว่าตกหล่น) ปัจจุบันได้แจ้งต่อ ปปช. แล้วว่าตกหล่น อยู่ระหว่างเตรียมเอกสารเพื่อส่งเพิ่มเติม   ประเด็นที่ 6 : ตอนนี้ได้เงินเดือน ส.ส. เป็นแสน จะจ่าย กยศ. หรือไม่ ? ตอบ : ปัจจุบันผมชำระหนี้ กยศ. ไปแล้วปิดบัญชียอด 30,865.81 บาท (ชำระหลังมีข่าวออกจริง)   ประเด็นที่ 7 : ขอถามเองว่า นักการเมืองที่เพิ่งผ่านความเป็นประชาชนมา หมาด ๆ ทำงานการเมืองในประเทศไทยได้หรือไม่ครับ ? และตอนนี้ทำงานการเมือง ลงพื้นที่ ช่วยเหลือประชาชน สนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ด้วยเงินจากเงินเดือนส่วนตัวทั้งสิ้น ไม่เคยนำงบประมาณหลวงมาใช้เพื่อการลงพื้นที่โฆษณาตนเองเลย   ภาพและข้อมูลจากเฟซบุ๊ก Nattacha Boonchaiinsawat - ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์   ข่าวที่เกี่ยวข้อง เปิดบัญชีทรัพย์สิน top 11 ส.ส.อู้ฟู่รวยพันล้าน ส่วนใหญ่อยู่ฝ่ายรัฐบาล

 15,640
การเมือง
30 ส.ค. 62

'บิ๊กป้อม' สบายใจ ป.ป.ช.ยกคำร้องนาฬิกายืมเพื่อน

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติยกคำร้องข้อกล่าวหา พล.อ.ประวิตร รับทรัพย์สินเกิน 3,000 บาท ในคดียืมนาฬิกาเพื่อน 21 เรือนว่า   คดีนี้เป็นไปตามขั้นตอนการทำงานของ ป.ป.ช. และดำเนินไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ส่วนตัวรู้สึกสบายใจมาตลอด ไม่ได้กังวลตั้งแต่แรกอยู่แล้ว นอกจากนี้ ยังไม่ทราบว่า ป.ป.ช.นำคดีของตนไปเปรียบเทียบกับการยืมรถหรูยี่ห้อเบนท์ลี่ย์ สีชมพู ของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำพรรคเพื่อไทย ขอให้ไปสอบถาม ป.ป.ช.เอง   เมื่อถามย้ำว่าหลัง ป.ป.ช.ตีตกคำร้องทำให้สบายใจขึ้นหรือไม่ พล.อ.ประวิตรยิ้มรับพร้อมตอบว่า สบายใจในเรื่องนี้มาตลอดอยู่แล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/PQhUlkTdvCM

 871
การเมือง
29 ส.ค. 62

'บิ๊กป้อม' รอด ป.ป.ช.ตีตกคดีนาฬิกายืมเพื่อน ไม่เข้าข่ายรับทรัพย์สินเกิน 3 พัน

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณีการไต่สวนคดีนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ว่าจะเข้าข่ายรับทรัพย์สินเกิน 3,000 บาท ตามกฎหมาย ป.ป.ช.หรือไม่ว่า   โดยที่ประชุม ป.ป.ช.ได้มีมติเสียงข้างมาก ให้ยกคำร้องกล่าวหา พล.อ.ประวิตรกรณีดังกล่าวที่ต่อเนื่องมาจากกรณียืมนาฬิกาหรูเพื่อน 21 เรือน   นายสุรศักดิ์ คีรีวิเชียร กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวถึงการยืมทรัพย์สินว่าการยืม 2 ลักษณะคือ   1.ยืมเชิงพาณิชย์จะเป็นหนี้สิน 2.การยืมเชิงนิติประเพณี   โดยในรายการแสดงบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. ไม่มีการกำหนดให้แสดงรายการทรัพย์สินที่ยืมในเชิงนิติประเพณีดังกล่าวไว้ เรื่องการยืมที่ถือเป็นนิติประเพณีนั้น ป.ป.ช.ชุดก่อนเคยวินิจฉัยว่าไม่มีความผิด   ที่ผ่านมาประเทศไทยเคยมีกรณีการยืมรถยนต์จำนวนมาก อาทิ กรณีนักการเมืองรายหนึ่งขับรถเบนท์ลีย์สีชมพูเข้าทำเนียบรัฐบาล จนมีคนตั้งข้อสังเกตว่ามีการแจ้งทรัพย์สินดังกล่าวในบัญชีรายการทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.หรือไม่ จนมีการตรวจสอบและนักการเมืองรายดังกล่าวชี้แจงว่ายืมมาจากเพื่อนที่อยู่ในสิงคโปร์และได้คืนไปแล้ว ไม่ถือว่าทรัพย์สินที่ต้องยื่นต่อ ป.ป.ช. ดังนั้น การวินิจฉัยเรื่องการยืมทรัพย์สินจึงยึดแนวคำวินิจฉัยของ ป.ป.ช.ชุดก่อน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/7yNy9Zd482g

 1,701
การเมือง
24 ส.ค. 62

ป.ป.ช. ยัน ตรวจสอบทรัพย์สินนักการเมืองทุกคน จ่อเปิดบัญชี ครม. ตุลาคมนี้

(24 ส.ค. 62) นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวการยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ยืนยันว่า ทุกคนทุกตำแหน่ง จะถูก ป.ป.ช. ตรวจสอบทรัพย์สินที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. ทั้งหมดว่า เป็นทรัพย์สินที่มีอยู่จริงหรือ มีการปกปิด แจ้งทรัพย์สินที่เป็นเท็จต่อ ป.ป.ช. หรือไม่ เพื่อป้องกันการทุจริต ซึ่งในส่วนของ ส.ส. ที่ยื่นแล้ว 414 คน นั้น ยังมีส่วนที่เหลือที่ ขอขยายระยะเวลา คาดว่าจะสามารถเปิดเผยได้ในเดือน กันยายน    ส่วน รายการทรัพย์สินและหนี้สิน ของนายกรัฐมนตรีและขณะรัฐมนตรีนั้น ขณะนี้ยังมีเวลา ยื่นต่อ ป.ป.ช. ถึงวันที่ 16 กันยายน จากนั้น ป.ป.ช. จะใช้เวลา 30 วันในการเปิดเผยแสดงให้ประชาชนทราบคาดว่า จะสามรถเปิดเผยได้ ในเดือน ตุลาคมนี้      ข่าวที่เกี่ยวข้อง : เปิดบัญชีทรัพย์สิน top 11 ส.ส.อู้ฟู่รวยพันล้าน ส่วนใหญ่อยู่ฝ่ายรัฐบาล      

 1,217
การเมือง
24 ส.ค. 62

'เสรีพิศุทธ์' เคลียร์แล้ว ปมยืมรถเพื่อน ยื่นทรัพย์สิน ป.ป.ช. บอกเป็นรถประจำตำแหน่ง

พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ชี้แจงกับทีมข่าวการเมืองช่องสาม ถึงการวิพากษ์ ปมรถยืมเพื่อน ภายหลังป.ป.ช. เปิดเผยการบัญชีทรัพย์สินของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่า จริงๆแล้ว เป็นรถประจำตำแหน่งที่ตนเป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัทเอกชน เป็นรถเบนซ์ รุ่น E350 เมื่อ 5 ปีก่อน ไม่ได้เป็นการหยิบยืม และปัจจุบันนี้ก็ยังใช้งานอยู่    ไม่เหมือนกรณีที่ กกต. วินิจฉัยว่าพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ยืมนาฬิกาหรูจากเพื่อนมา 25 เรือน ยังไม่ต้อง ยื่นบัญชีทรัพย์สินเลย    ทั้งนี้สอบถามไปยังป.ป.ช. ที่มาอธิบายก่อนการแจ้งบัญชีทรัพย์สินแล้ว ก็บอกว่าหากยืมก็ไม่ต้องรายงาน แต่ตน ก็แฟร์แฟร์ บริสุทธิ์ เพราะรายงานก็ไม่เห็นเป็นอะไร ไม่จำเป็นจะต้องปกปิดไว้ คุยกันให้เคลียร์ จะได้หมดเรื่อง เพราะหากใช้รถคันนี้ไปไหนประจำ เดี๋ยวคนก็ร้องเอาผิดได้ เดี๋ยวจะหาว่าปกปิด ต้องมานั่งชี้แจงกันอีก ดีกว่าไปทำอะไรมาแล้วไม่ชี้แจงอย่างนาฬิกาหรู 25 เรือน เป็นไปไม่ได้หรอก เพราะตนไม่เคยเห็นใครยืมนาฬิกากัน     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ :  https://youtu.be/39EQz7OvxX8

 3,979
การเมือง
23 ส.ค. 62

'เสรีพิศุทธ์' เคลียร์แล้ว ปมยืมรถเบนซ์ บอกเป็นรถประจำตำแหน่ง ลั่นบริสุทธิ์ใจ ไม่จำเป็นต้องปกปิด

'เสรีพิศุทธ์' เคลียร์แล้ว ปมยืมรถเบนซ์ E-350 ยื่นทรัพย์สิน ป.ป.ช. บอกเป็นรถประจำตำแหน่ง ที่ปรึกษาบริษัทเอกชน ย้ำจงใจยื่นบัญชีแม้ ป.ป.ช. บอกของยืมมาไม่ต้องชี้แจง ลั่นบริสุทธิ์ใจ ไม่จำเป็นต้องปกปิด เปรยไม่เหมือนพลเอกประวิตร ยืมนาฬิกาหรู 25 เรือน แต่ไม่แจ้ง   วันที่ 23 ส.ค. พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ชี้แจงกับทีมข่าวการเมืองช่องสาม ถึงการวิพากษ์ ปมรถยืมเพื่อน ภายหลังป.ป.ช. เปิดเผยการบัญชีทรัพย์สินของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่า จริงๆ แล้วเป็นรถประจำตำแหน่งที่ตนเป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัทเอกชน เป็นรถเบนซ์ รุ่น E350 เมื่อ 5 ปีก่อน ไม่ได้เป็นการหยิบยืม และปัจจุบันนี้ก็ยังใช้งานอยู่    ไม่เหมือนกรณีที่ กกต. วินิจฉัยว่าพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ยืมนาฬิกาหรูจากเพื่อนมา 25 เรือน ยังไม่ต้อง ยื่นบัญชีทรัพย์สินเลย    ทั้งนี้สอบถามไปยังป.ป.ช. ที่มาอธิบายก่อนการแจ้งบัญชีทรัพย์สินแล้ว ก็บอกว่าหากยืมก็ไม่ต้องรายงาน แต่ตนก็แฟร์แฟร์ บริสุทธิ์ เพราะรายงานก็ไม่เห็นเป็นอะไร ไม่จำเป็นจะต้องปกปิดไว้ คุยกันให้เคลียร์ จะได้หมดเรื่อง เพราะหากใช้รถคันนี้ไปไหนประจำ เดี๋ยวคนก็ร้องเอาผิดได้ เดี๋ยวจะหาว่าปกปิด ต้องมานั่งชี้แจงกันอีก    พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ ยังกล่าวอีกว่า ดีกว่าไปทำอะไรมาแล้วไม่ชี้แจงอย่างนาฬิกาหรู 25 เรือน เป็นไปไม่ได้หรอก เพราะตนไม่เคยเห็นใครยืมนาฬิกากัน      ขอบคุณภาพ : มติชน     ข่าวที่เกี่ยวข้อง : - ป.ป.ช. เปิดบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน 415 ส.ส. เผย 'นาที' รวยสุด ส่วน 'ธนาธร-ปิยบุตร' ขอเลื่อน - 'วิษณุ' บอก นักการเมืองยืมรถเพื่อน ไม่ต้องแจ้ง ป.ป.ช. ปัดตอบ กรณี ส.ส.จนผิดปกติ - ส.ส.ปทุมฯ จนสุดมีเงินในบัญชีแค่ 5 พัน รถยืมเพื่อน - 'รังสิมันต์ โรม' มีหนี้ กยศ.  

 22,927

Top