ค้นหา :

ผลการค้นหา "ปทุมธานี"

ข่าวภูมิภาค
17 มิ.ย. 62

สลด พ่อร่ำไห้กอดศพลูก หลังพ่วงยางระเบิด เสียหลักชนแท่งแบริเออร์ แม่-ลูก 1 ขวบกระเด็นตกรถ ลูกดับ แม่สาหัส

ปทุมธานี-เกิดอุบัติเหตุรถพ่วง 18 ล้อ ยางระเบิดและทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต เหตุเกิดบริเวณถนนหมายเลข9 ต.บางเตย อ.สามโคก   ที่เกิดเหตุบนถนนเลนขวา ขาเข้ามุ่งหน้า อ.บางบัวทอง พบผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นหญิงทราบชื่อคือ นางพัชรินทร์ ทองเหม อายุ 41 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัสช่วงหัวไหล่และแขนซ้ายมีบาดแผลฉกรรจ์ ขาซ้ายหัก นอนร้องโอดโอยอยู่ เจ้าหน้าที่ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้วนำส่ง รพ.ปทุมธานี   ห่างไปเล็กน้อยพบนายประเสริฐ ทองเหม อายุ 41 ปี สามีผู้บาดเจ็บ นั่งกอดร่างไร้วิญญาณของ ด.ช.ธีรศิลป์ หองเหม หรือ น้องพร วัย 1 ขวบเศษ ลูกชายท่ามกลางความเศร้าสลดและสะเทือนใจให้กับผู้ที่พบเห็น และในที่เกิดเหตุยังพบแท่งแบริเออร์ที่ขอบถนนที่ตั้งอยู่ขอบร่องกลางถนนมีรอยถูกเฉี่ยวชน   ห่างไปประมาณ 100 เมตรช่องเลนซ้ายมีรถพ่วง 18 ล้อ บรรทุกทรายมาเต็มคัน ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว ซึ่งเป็นรถที่นายประเสริฐ ขับมา และพบว่าที่กันชนหน้าฝั่งขวามีร่องรอยชนและยางหลังขวา 1 เส้นของหัวพ่วงแตกระเบิดเหลือเพียงกระทะล้อติดคารถอยู่ เจ้าหน้าที่จึงบันทึกเก็บภาพไว้เป็นหลักฐาน   จากการสอบสวนนายประเสริฐ คนขับรถพ่วงคันดังกล่าว ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้ขับรถเพื่อนำทรายไปลงที่เขต อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี โดยทีภรรยาและลูกชายนั่งติดรถมาด้วย และขณะที่ขับมาถึงจุดเกิดเหตุจู่ๆยางรถก็เกิดระเบิดทำให้รถเกิดเสียหลัก ตนพยายามที่จะบังคับไม่ให้ไปชนรถคันอื่นๆ แต่หน้ารถก็ไปชนแท่งปูนแบดิเออร์ที่กั้นตรงเกาะกลาง โดยตนก็ไม่รู้ว่าลูกกับเมียตนกระเด็นตกออกไปนอกรถ   เมื่อบังคับรถได้และจอดไหล่ทางซ้าย หันมาที่เบาะหลังก็ไม่พบภรรยาและลูกชาย จึงเปิดประตูลงไปดูตรงจุดที่ชน ก็พบร่างภรรยานอนจมกองเลือดอยู่ในลักษณะที่มีบาดแผลฉกรรจ์และพบร่างของลูกชายตนอยู่ใกล้กัน จึงรีบอุ้มลูกและโทรศัพท์แจ้งตำรวจและกู้ภัยฯมาช่วยเหลือแต่ก็ไม่ทันลูกตนเสียชีวิตในเวลาต่อมา ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_5yOi91Dz6U

 6,478
ข่าวภูมิภาค
13 มิ.ย. 62

ไฟไหม้บ้านหรู 15 ล้าน หลังเจ้าของเสียบปลั๊กไหว้ตี่จูเอี๊ยะ

ปทุมธานี-เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านหรูมูลค่า 15 ล้าน ภายในหมู่บ้านลดาวัลย์ ลากูล รังสิต ถนนรังสิต-ปทุมธานี โดยที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น เนื้อที่ประมาณ 100 ตารางวา เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวล่กว่า 40 นาที ระดมฉีดน้ำเพื่อดับไฟที่กำลังโหมลุกไหม้บ้านเรือน ก่อนที่เพลิงจะสงบ   จากการสอบถามเจ้าของบ้านเล่าว่า เหตุเกิดบริเวณโต๊ะไหว้ของคนจีน หรือตี่จู้เอี๊ยะ ที่อยู่ชั้นล่าง ที่เสียบไฟฟ้าทิ้งไว้ ส่วนคนในบ้านนอนพักผ่อนอยู่ที่ชั้นสอง จนมีเพื่อนบ้านมากดกริ่งเรียกบอกว่าไฟไหม้บ้าน คนในบ้านจึงรีบหนีออกมา โชคดีที่ไม่มีใครได้รับอันตราย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะมาตรวจสอบหาสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้โดยละเอียดต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/bGXC6fxISLw

 2,007
ข่าวภูมิภาค
11 มิ.ย. 62

สาวทำใจไม่ได้ แม่ช็อกคารถตู้ดับ หลังเพิ่งเสียพี่ชายในวันเดียวกัน

ปทุมธานี-ตร.สภ.คลองหลวง ได้รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตภายในปั๊มน้ำมันเอสโซ่ ก่อนถึงศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ถนนพหลโยธินขาเข้า ตำบลคลองหนึ่งอำเภอคลองหลวงจังหวัดปทุมธานี   ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังช่วยกันปั๊มหัวใจ ผู้ป่วยอยู่ประมาณ 30 นาทีแต่ผู้ป่วยชีพจรไม่ตอบสนองและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ทราบชื่อนางเผือด พากเพียร อายุ 68 ปี ชาว จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมีนางสาวจิราภา พากเพียร อายุ 37 ปี ลูกสาวนั่งร้องให้อยู่ใกล้ๆผู้เสียชีวิต   จากการสอบถามลูกสาวบอกว่า พี่ชายได้เสียชีวิตเมื่อเย็นที่ผ่านมาอยู่ที่เมืองทองธานี แต่ตนเองยังไม่อยากบอกให้แม่ทราบ โดยโกหกแม่ไปว่าจะไปเยี่ยมพี่ชายกัน และนัดเจอกันอยู่ที่ท่ารถตู้ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต โดยแม่ได้โดยสารรถตู้ประจำทางจากหมู่บ้านพฤกษา B มาที่ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต   แต่ระหว่างทางคนขับรถตู้บอกว่าแม่ได้เกิดภาวะช็อคกะทันหันอยู่ที่เบาะรถ จึงได้นำรถเข้ามาจอดที่บริเวณภายในปั๊มเอสโซ่ และได้โทรศัพท์เรียกเจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัยมาช่วยกันทำการปั๊มหัวใจ ซึ่งปั๊มหัวใจอยู่นานชีพจรแม่ก็ไม่ตอบสนองและเสียชีวิตในเวลาต่อมา   ขณะนี้ตนเองก็ได้เสียทั้งแม่และพี่ชายไปในเวลาพร้อมๆกันและยังใจไม่ได้และแม่ก็มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว ทั้งนี้ จนท.จะนำผู้เสียชีวิตส่งนิติเวชโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติเพื่อตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jpa0lBvZjso

 6,587
ข่าวภูมิภาค
04 มิ.ย. 62

พายุถล่มปทุมฯ ป้ายจับความเร็วล้มขวางถนน ชี้น็อตยึดฐานหายเกลี้ยง

เกิดพายุฝนกระหน่ำในพื้นที่ จ.ปทุมธานี ส่งผลให้โครงเหล็ก ป้ายจับความเร็ว เกิดล้มลงมาขวางถนนลำลูกกา คลอง 7 อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ทำให้รถที่สัญจรผ่านต้องขับด้วยความระมัดระวัง   ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ประสานรถเครน 25 ตันมาดำเนินการยกโครงเหล็กดังกล่าวเพื่อติดตั้งขึ้นใหม่ ระหว่างดำเนินการต้องปิดจราจรบางช่องทาง   จากการตรวจสอบ ที่บริเวณรากฐานเสาป้ายพบว่า น็อตที่ใช้ยึดรากฐานป้ายดังกล่าวถูกถอดออกหายเกลี้ยงทั้งหมด เจ้าหน้าที่จะได้ทำการสืบสวนต่อไป ว่าเกิดจากคนขโมยหรือเหตุใดกันแน่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8NlNhbPNG00

 3,967
ข่าวภูมิภาค
30 พ.ค. 62

มอบตัวแล้ว! ชายขับรถพุ่งชนลุง-หลาน สาหัส ยัน ไม่ได้ตั้งใจชน

จากกรณีอุบัติเหตุรถกระบะขับพุ่งชนลุงกับหลานคือ นายเอกพงษ์ คำสุข อายุ 35 ปี และน้องโบนัส เด็กหญิงวัย  2 ขวบ ขณะเดินอยู่บนไหล่ทางถนนในชุมชน หมู่ 12 ต.บึงชำอ้อ อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี อาการบาดเจ็บสาหัส ซึ่งกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพขณะเกิดเหตุไว้ได้ชัดเจน   ความคืบหน้าวันที่ 30 พ.ค.62 เมื่อเวลา 10.00 น. นายมนัสชนก มีขันติ อายุ 41 ปีคนขับรถได้เดินทางเข้ามอบตัวกับ ร.ต.อ.อิทธิเดช เทศกุลวิเศษ ร้อยเวรสอบสวน สภ.หนองเสือ พร้อมกับรถรถยนต์กระบะยี่ห้อ Nissan Frontier 4 ประตูไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งด้านหน้ารถมีรอยชนได้รับความเสียหาย    ด้านนายมนัสชนก บอกว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นอุบัติเหตุ ไม่ได้ตั้งใจชน และก็ไม่เคยมีเรื่องกันมาก่อน หลังจากนี้ขอให้การในชั้นศาล และก็อยากฝากขอโทษถึงผู้ได้รับบาดเจ็บและญาติของผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 2 คนด้วย    ด้านกับ ร.ต.อ.อิทธิเดช เทศกุลวิเศษ ร้อยเวรสอบสวน สภ.หนองเสือ กล่าวว่า ขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนได้รับแจ้งจากญาติของผู้ได้รับบาดเจ็บว่าทั้ง 2 คนแล้วว่ายังไม่เสียชีวิต และได้แจ้งข้อหาแล้ว หลังจากนี้ก็จะนำตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดธัญบุรีต่อไป   ข่าวที่เกี่ยวข้อง จ่อออกหมายจับ เพื่อนบ้านหัวร้อนพุ่งชนลุง-หลาน อาการสาหัส ญาติคาดตั้งใจชน แต่จำคนผิด    

 1,985
ข่าวภูมิภาค
30 พ.ค. 62

ศาลปล่อยตัวพ่อค้าส้ม โดนเอี่ยวคดีค้ายา ทั้งที่เป็นพลเมืองดีแจ้ง ตร. เจ้าตัวเข็ดไม่กล้าทำดีต่อ

ปทุมธานี-จากกรณีที่ น.ส.กัลยกร ชลพิทักษ์ อายุ 37 ปี พร้อมทนายความ เข้าร้องเรียนถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เพื่อขอความเป็นธรรม หลังจากที่สามีคือนายพิชิต เชิดธรรม ถูกตำรวจ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จับกุมดำเนินคดีครอบครองยาเสพติด   หลังได้รับการว่าจ้างจาก นายปองพล สวัสดิ์ทัส ให้ขับรถขนส้มไปทิ้งที่ ซ.เทพกุญชร 10 แขวงคลองหลวง จ.ปทุมธานี แต่ปรากฏว่านายวิชิตพบ ยาบ้า 52,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในลังส้ม จึงแจ้งตำรวจ สภ.คลองหลวง ให้มาตรวจสอบ   แต่ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินคดีกับนายวิชิต ในฐานะผู้ห้องหา ไม่ได้กันไว้เป็นพยาน ก่อนที่จะขยายผลจับกุมนายสมศักดิ์ หทัยทัศน์ ซึ่งรับสารภาพว่าเป็น เจ้าของยาเสพติด อีกทั้งนายสมศักดิ์ ไม่ได้ซัดทอดว่า นายวิชิต นั้นมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่กลับถูกดำเนินคดี ก่อนถูกส่งตัวไปคุมขังที่ เรือนจำธัญบุรี จ.ปทุมธานี ตั้งแต่วันที่ 30 เม.ย.   ด้านนายวรกร พงศ์ธนากุล ทนายความ ระบุว่า หลังจากที่ภรรยาผู้เสียหายไปขอความเป็นธรรมที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผบ.ตร.ได้ให้พนักงานสอบสวนข้อเท็จจริงว่า ถ้าไม่ผิดก็ให้ปล่อยตัวนายพิชิต ซึ่งพนักงานสอบสวนทำการสอบสวนแล้วไม่พบการกระทำความผิด ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงมีหมายปล่อยตัวมาที่ศาลจังหวัดธัญบุรี ขอให้ปล่อยตัวนายพิชิต   และจะมีการปล่อยตัวที่เรือนจำธัญบุรี ส่วนเรื่องของคดีนั้นก็ยังมีผู้ต้องหาคนอื่นอีกแต่ถ้ามีการสั่งฟ้องสำนวนของนายพิชิตก็จะพ่วงไปด้วย เมื่อพ่วงไปด้วยแล้วก็ขึ้นอยู่กับทางอัยการ แต่ถ้าทางอัยการมีความเห็นเดียวกันกับตำรวจก็คือจบคดีนี้ แต่ถ้าทางอัยการ เห็นสมควรว่า จะเรียกตัวมาเป็นจำเลย ก็มีสิทธิ์ที่จะให้ทำพนักงานสอบสวนเรียกนายพิชิตมาอีกเพื่อเป็นจำเลยได้ แต่ต้องมีเหตุผลมากพอสมควรที่จะสั่งในการดำเนินคดี เพราะว่าจากสำนวนของนายพิชิตที่มีอยู่นี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเลย   มีแต่เพียงว่าไปขายส้มและเจอยาเสพติด จึงได้โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และคดีนี้เป็นคดีแรกของประเทศไทยที่ผู้ต้องหาคดียาเสพติดมีการปล่อยตัวในชั้นของตำรวจ และไม่เคยมีมาก่อนโดยเฉพาะในคดีเรื่องยาเสพติด และไม่ใช่เป็นการปล่อยตัวชั่วคราว เพราะว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีอะไรที่จะมาจับอีกแล้ว นอกจากอาการจะสั่งเห็นเป็นอย่างอื่น   ด้านภรรยาบอกว่าตนเองรู้สึกดีใจมาก ที่สามีจะออกมาจากเรือนจำและได้อยู่ กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาและอยากจะขอบคุณ ทนายและสื่อทุกสื่อ ที่ได้ช่วยเหลือตนเอง แล้วตนเองขอยืนยันว่าสามีตนเองไม่ได้เป็น ผู้กระทำความผิด 100% ตลอดระยะเวลาที่สามีเข้าไปอยู่ในเรือนจำนั้น ตัวเองต้องรับภาระทุกอย่างในการเลี้ยงดูลูก 2 คน และในครอบครัวอีก พร้อมทั้งค่าเช่าบ้านและส่งงวดรถ   ต่อมาทางเรือนจำธัญบุรี จ.ปทุมธานี ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ปล่อยตัวนายพิชิต เชิดธรรม ออกมาจากเรือนจำให้เป็นอิสระและเมื่อทางนางสาวกัลยกร และลูกอีก2 คน ได้เจอหน้ากันต่างก็โผเข้ากอดกันและร้องให้ด้วยความดีใจ                 โดยนายพิชิต กล่าวว่า วันเกิดเหตุ เพื่อนของตนได้รับงาน มาเพื่อที่จะให้เอาส้มไปทิ้ง ซึ่งเมื่อตนได้รับมาแล้ว และก็ได้พูดคุยกับถามเพื่อนว่า ยังมีส้มบางส่วนยังดีอยู่ก็ได้นำเอาไปขาย แนะนำไปเร่ขายในซอยเทพกุญชร 10 ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี หลังจากนั้นก็ได้นำไปขายอยู่ที่บริเวณคลอง 3 อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี และก็ได้มาเจอยาบ้าอยู่ที่ลังส้ม   ซึ่งหลังจากที่เจอยาบ้าแล้วตนเองก็ไม่ได้ตกใจอะไร ซึ่งตนเองรู้แต่เพียงว่ายาบ้านี้ไม่ใช่ของตน จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบและทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้นำยาเสพติดไป หลังจากนั้นได้โทรเรียกให้ตนไปที่ สภ.คลองหลวง พร้อมกับให้เซ็นเอกสาร ด้วยความที่ไม่ค่อยรู้เรื่องจึงเซ็นไป โดยก่อนที่ตนจะเซ็นนั้น มีเอกสารสำนวนคดีที่ตำรวจได้อ่านให้ตนฟัง ซึ่งพอจับใจความได้ว่า นายพิชิตได้ขับรถไปขนส้มและมียาเสพติดอยู่ในรถ การเซ็นในวันนั้น ตนไม่ได้รับสารภาพ ว่าเป็นเจ้าของยาเสพติด หลังจากที่นั้น ตำรวจได้พาตนไปชี้ยาเสพติด จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ถ่ายรูป และนำตนเข้าไปขังที่ห้องขังของโรงพักก่อนถูกส่งมาที่เรือนจำ   ตลอด 1 เดือนที่ถูกขังอยู่ที่เรือนจำ รู้สึกทรมานมาก ไม่ผิดแล้วทำไมต้องมาอยู่ในสภาพนี้ เวลาที่ภรรยามาเยี่ยม ตนพูดไม่ถูกมีแต่ความเครียด คิดว่าตนเองเป็นพลเมืองดีแต่ทำไมต้องมาถูกจับ เวลาตัวเองทำความดีแล้วมันทำไมไม่ได้ดี ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาภรรยาได้บอกกับตนว่า จะนำเรื่องของตนไปร้องที่ศูนย์ดำรงธรรมและขอความเป็นธรรมให้กับตน   ตอนนี้ไม่อยากเรียกร้องอะไรมาก ได้ออกจากเรือนจำมาอยู่กับครอบครัวก็ดีแล้ว หลังจากนี้ถ้าเจอสิ่งผิดกฏหมาย จะไม่ขอเข้าไปยุ่ง และจะไม่แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือหน่วยงานอื่น ซึ่งถ้าแจ้งไปก็อาจจะถูกจับมาแบบนี้อีก วันที่ไปขายส้ม ยาเสพติดอยู่ในรถแต่ตำรวจไม่จับ กลับโทรเรียกให้ตนไปที่โรงพักและจับกุม ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/YOLJO6gBKNQ

 4,715
ข่าวภูมิภาค
28 พ.ค. 62

ตามล่า หนุ่มหัวร้อนขับรถพุ่งชนอา-หลาน ดับ 1 เจ็บ 1 คาดฝีมือเพื่อนบ้าน

ปทุมธานี-ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ พู่ ศิรินทร์ทิพย์ ได้โพสต์ข้อความว่า น้องกับหลานถูกรถชนแล้วหนีเขตหนองเสือ คลอง7 ตอนนี้ยังจับตัวคนชนไม่ได้ ใครมีเบาะแส เพื่อหาคนรับผิดชอบ จากการตรวจสอบพบว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ถนนเลียบคลอง 7 ฝั่งตะวันออก บริเวณร้านขายอาหารช่วงหมู่ที่ 12 ต.บึงชำอ้อ อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี   ที่เกิดเหตุพบรอยยางรถครูดถนนเป็นทางยาวพร้อมกับรอยเลือดตกอยู่ที่พื้นถนนจำนวนมาก โดยมีการนำทรายมากลบทับไว้ นอกจากนี้ยังพบชิ้นส่วนรถยนต์ตกอยู่ในที่เกิดเหตุจำนวนหนึ่ง   โดยเหตุการณ์ครั้งนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 ราย คือนายเอกพงษ์ คำสุข อายุ 35 ปี ถูกนำตัวส่ง รพ.ราชธานี อาการสาหัส และเสียชีวิตในเวลาต่อมา และน้องโบนัส เด็กหญิงอายุ 2 ขวบครึ่ง มีบาดแผลที่ศีรษะและใบหน้าถูกนำตัวส่ง รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ล่าสุดอาการดีขึ้นแล้ว   นายสำเภา คำสุข อายุ 60 ปี บิดาของนายเอกพงษ์ เปิดเผยว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเวลา 08.10 น.วันที่ 26 พฤษภาคม2562 ที่ผ่านมา ขณะที่ลูกชายตนเองจูงมือหลานเดินออกจากร้านไปก่อนจะเดินริมทาง เพื่อจะไปช่วยงานแต่งงาน ทันใดนั้นได้มีรถยนต์คู่กรณีขับมาด้วยความเร็วสูงซึ่งเป็นรถยนต์กระบะ ยี่ห้อนิสสัน สีครีม มีหลังคาไฟเบอร์ด้านหลัง ขับพุ่งชนลูกชายตนเองและหลานจนร่างหลานสาวกระเด็นตกไปอยู่ที่ป่าหญ้า ส่วนลูกชายตนเองนอนไม่ได้สติอยู่ริมถนน หลังเกิดเหตุญาติได้ช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาล ส่วนรถยนต์คันเกิดเหตุได้เร่งเครื่องหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว โดยกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพไว้ได้อย่างชัดเจนขณะเกิดเหตุ   ทั้งนี้ ตนเองอยากฝากถึงผู้ขับขี่ซึ่งรู้ตัวอยู่แล้วเพราะเป็นวัยรุ่นที่อยู่บ้านใกล้ๆ กันชื่อเอ็ม มีพฤติกรรมเป็นคนอารมณ์ร้อนไม่สุงสิงกับใคร ก่อนหน้าจะเกิดเหตุไม่กี่วันได้ออกมาเล่นเซปักตะกร้อที่สนามกีฬาใกล้ที่เกิดเหตุกับกลุ่มหลานๆตนเอง และเกิดมีปากเสียงกันจนแจกของลับให้กัน   รวมทั้งทุกครั้งที่ผู้ขับขี่ขับรถออกจากซ้ายบ้านก็จะมาเบิ้ลเครื่องรถยนต์บริเวณหน้าร้านประจำ แต่ทุกคนก็ไม่อยากมีปัญหาด้วย และทุกครั้งที่ผู้ก่อเหตุจะเลี้ยวเข้าซอยบ้านก็จะขับรถชิดมาบริเวณหน้าร้านทุกครั้ง ก่อนจะเลี้ยวเข้าบ้านพ่อของผู้ขับขี่ ซึ่งล่าสุดนายเอ็มคนขับรถคันดังกล่าวได้หนีไป และได้มีการเข้าไปพูดคุยกับพ่อผู้ก่อเหตุบอกไม่ได้รับผิดชอบพฤติกรรมลูกชายใดๆ ทั้งสิ้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/6nuxUh2leRw

 1,532
ข่าวภูมิภาค
24 พ.ค. 62

ฝนกระหน่ำหลายจังหวัด ตลาดไท-ปั๊มน้ำมันปทุมฯถูกน้ำท่วมเป็นทะเล

เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของประเทศ อาทิ จ.ปทุมธานี จนเกิดน้ำท่วมถนนพหลโยธินยาวหลายกิโลเมตร ส่งผลให้การจราจรติดขัดเป็นอย่างมากในช่วงเย็นหลังเลิกงาน โดยเฉพาะบริเวณตลาดไทและปั๊มน้ำมัน ปตท.ที่อยู่ริมถนนยังถูกน้ำท่วมเข้าไปในปั๊มเต็มพื้นที่จนเหมือนทะเล   ส่วนที่ขอนแก่น เกิดฝนตกหนักน้ำท่วมถนนมิตรภาพในเขตเทศบาลนครขอนแก่น รถจักรยานยนต์จอดริมฟุตบาทล้มระเนระนาดจมน้ำเป็นสิบคัน รถเก๋งน้ำเข้าท่อจอดเสียกลางถนน การจราจรสัญจรด้วยความยากลำบาก เจ้าหน้าที่เร่งให้ความช่วยเหลือ   ขณะที่อุทัยธานี เกิดพายุลมแรงในหลายพื้นที่ แรงลมพัดเอาหลังคาโรงรถของโรงพยาบาลพังทับรถยนต์เสียหาย ส่วนบ้านเรือนประชาชนแรงลมพัดหอบเอาหลังคาปลิวไปทั้งหลัง แต่ไม่มีรายงานผู้ได้รับอันตราย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/adgsnyhsi5w

 3,171
สังคม-อาชญากรรม
21 พ.ค. 62

เผยภาพกระบะต้องสงสัย ป้ายยาเด็กวัย 4 ขวบ สลบ 2 วัน คนขับอ้างแค่ลูบหัวก่อนปล่อยตัวไป

ปทุมธานี-จากข่าวแก๊งลักพาตัวเด็กอาละวาดในพื้นพื้นที่ ม.4 ต.บางเดื่อ อ.เมือง จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 16 พ.ค.62 ที่ผ่านมา โดยผู้ปกครองของเด็กหญิงวัย 4 ขวบ ระบุว่า มีการใช้ยาป้ายจมูกลูกสาวตนเองขณะวิ่งเพื่อนอยู่บริเวณแคมป์คนงานก่อสร้างหลังหมู่บ้านหรูแห่งหนึ่ง จนสลบ 2 วัน   ล่าสุดเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและตำรวจ สภ.เมืองปทุมธานี ได้ตรวจสอบภาพจากกล้องพบรถยนต์ต้องสงสัย เป็นรถกระบะมิตซูบิชิ ไทรทัน สีบรอนด์เงิน ต่อเติมหลังคาแครี่บอยด้านหลัง คันเดียวกันกับที่ผู้ปกครองเด็กให้การ ขับออกจากปากทางเข้าไปยังแคมป์คนงานจุดเกิดเหตุ   ขณะที่นางอุษา วงศ์ไว มารดาของเด็กหญิงวัย 4 ขวบ เผยว่า ตำรวจได้โทรมาบอกว่าเจอรถและบุคคลต้องสงสัยทั้ง 3 คน แล้ว โดยให้แม่ของเด็กไปชี้ตัวที่โรงพัก ปรากฎว่าพอไปถึงตำรวจไม่ให้พบผู้ต้องสงสัย และให้ตนชี้ยืนยันตัวจากภาพในโทรศัพท์มือถือ   ตนจำใบหน้าชายคนที่ทำทีมาซื้อน้ำอัดลมที่ร้านค้าได้แม่นยำ ส่วนอีก 2 คน ไม่แน่ใจเพราะเห็นหน้าไม่ชัด ซึ่งตนพยายามสอบถามหาผู้ต้องสงสัยแต่ตำรวจไม่ให้พบ เมื่อสอบถามรถคันก่อเหตุก็อ้างว่าเขาขับกลับบริษัทไปแล้ว แล้วอย่างนี้จะเรียกให้มาชี้ตัวทำไม   พนักงานสอบสวน บอกว่า สอบปากคำชายทั้ง 3 คนยอมรับเข้าไปที่แคมป์คนงานจริงเพื่อขายเครื่องใช้ไฟฟ้า แต่ไม่ได้ใช้ยาป้ายจมูกเด็กแค่ลูบศีรษะเด็กเท่านั้น ซึ่งแม่เด็กไม่เชื่อเพราะถ้าลูบศีรษะ ทำไมลูกของตนถึงสลบ 2 วัน ที่ตนพูดเกิดขึ้นกับลูกสาวจริง แต่ขณะที่ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกลับหัวเราะแล้วพูดว่า ตนนำยาอะไรให้ลูกทานหรือเปล่า ยืนยันไม่ได้เอายาอะไรให้ลูกทาน   อย่างไรก็ตามอยากให้ตำรวจสืบสวนสอบสวนอย่างละเอียด เพราะหากเป็นแก๊งลักพาตัวเด็กจริงจะทำอย่างไร และวันนี้ (21 พ.ค) เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจะลงพื้นที่ไล่กล้องวงจรปิดเพิ่มเติม มั่นใจว่าเป็นแก๊งลักเด็กแน่นอน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-VV5iXPuSNc

 1,859
ข่าวภูมิภาค
15 พ.ค. 62

แม่ค้าก๋วยเตี๋ยวผงะ ซื้อมันหมูมาเจียว กลับเป็นสีดำยางมะตอย อ.อ๊อด ชี้อาจเป็นพอลิเมอร์พลาสติก

ปทุมธานี-แม่ค้าก๋วยเตี๋ยวบริเวณทางเข้าหมู่บ้านเมืองเอก ริมถนนสายซ่อมสร้าง ต.บางพูน อ.เมือง ได้ไปซื้อมันหมูมาเพื่อเจียวน้ำมัน ใช้ในการประกอบก๋วยเตี๋ยวขาย แต่เมื่อนำมาเจียว บนกระทะตั้งไฟร้อนๆ แล้ว น้ำมันที่ออกมาเป็นยางสีดำคล้ายยางมะตอย ก้อนมันหมูมีกลิ่นเหม็น เกิดควันไฟและมีสีดำผิดปกติไปจากทุกครั้งที่ผ่านมา สร้างความแปลกใจ ให้กับตนเองรวมทั้งบรรดาพ่อค้าแม่ค้า ในละแวกใกล้เคียง   แม่ค้าเปิดเผยว่า ช่วงเช้าตนเองไปซื้อมันหมูมาจากร้านแห่งหนึ่งย่านรังสิต ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นร้านประจำ ที่ตนอุดหนุนกันมานานกว่า 3 เดือน ตั้งแต่เปิดร้าน โดยซื้อมันหมูที่หั่นเป็นชิ้น ชิ้นนึงยาวประมาณ 2 นิ้ว มาน้ำหนัก 1 กิโลครึ่ง ในราคากิโลกรัมละ 40 บาท หลังจากนั้นจึงนำมาเจียว เพื่อจะทำน้ำมันเจียวกระเทียมใส่ก๋วยเตี๋ยว   แต่เมื่อตั้งกระทะเจียว บนเตาแก๊สร้อนๆ พบว่าก้อนมันมีสีดำๆ และมียางสีดำออกมาคล้ายยางมะตอย ส่งกลิ่นเหม็น กลิ่นควันคละคลุ้งตลบอบอวน ซึ่งตนเองสุดงงและคาดว่าเป็นหมูปลอมอย่างแน่นอน กระทั่งเพื่อความมั่นใจตนเองจึงนำมันหมูใส่ถุงเดินทางไปที่ร้านที่ตนเองซื้อมาเพื่อซักถามให้หายความกังวลใจ ก็พบว่าร้านขายหมูปิดไปแล้วตนเองคาดว่าเนื่องจากตลาดวายแล้วจึงเดินทางกลับและในวันนี้ (15 พ.ค.) ตนเองจะเดินทางไปสอบถามใหม่ ทั้งนี้ตนเองสันนิษฐานว่าเป็นมันหมูปลอมหรือมีส่วนผสมของวัตถุบางอย่างที่ไม่ใช่หมู   ด้านอ.อ๊อด-รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้โพสต์เรื่องราวเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวลงเฟซบุ๊ก พร้อมให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ว่า เปลวมันหมู เวลาเจอความร้อน เอาไปเจียวเอาน้ำมัน จะได้น้ำมันหมู อุณหภูมิที่ทำให้หลอมเหลว(Melting point) อยู่ระหว่าง 30– 50 °C และมันจะร้อนเป็นน้ำมันร้อนขึ้นเรื่อยๆจนถึง 121–218 °C จึงจะเริ่มมีควัน น้ำมันที่ได้ออกมาจะเป็นสีเหลืองทอง นี่คือเปลวมันหมูปกติของจริง   แต่หากเจียวไปสักพักแล้วกลับเปลี่ยนเป็นสีดำแบบยางมะตอย มีกลิ่นเหม็นฉุน แม้ว่าอุณหภูมิยังไม่ถึง 120 เลย ก็เป็นยางมะตอยแล้ว แสดงว่า ไม่ใช่เปลวมันหมูจริง ซึ่งต้องเป็นวัสดุอย่างอื่นที่ไม่ทนความร้อน คาดว่าเป็นพอลิเมอร์พลาสติก กลุ่มเทอร์โมพลาสติก เช่นฟองน้ำหรือแท่งพอลีโพรพิลีน แต่ยังไม่ฟันธง 100% จนกว่าจะมีผลตรวจจากห้องแล็บออกมา   สำหรับมันหมู อาจจะสังเกตแยะแยะได้ค่อยข้างยากว่าของจริงหรือของปลอม หากประชาชนมีข้อสงสัยว่า สิ่งนั้นคืออะไร สามารถแจ้งทาง สคบ. และส่งเข้าห้องแล็บ เพื่อทำการตรวจสอบได้ หรือส่งให้ตนตรวจสอบให้ก็ได้ ท้ายสุดแนะนำให้เลือกซื้อของที่มีคุณภาพ ราคาอาจสูงกว่านิดหน่อย แต่มั่นใจได้ว่าจะได้รับสินค้าที่ดีและมีคุณภาพ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/SIaP60tvrsA

 56,343
ข่าวภูมิภาค
11 พ.ค. 62

หนุ่มขายผักช้ำใจรถกระบะจอดอยู่หน้าบ้านถูกขับไปต่อหน้าต่อตา วอน ตร.เร่งล่าตัว

ปทุมธานี - หนุ่มขายผักสุดช้ำใจ ปิดไฟกำลังจะเข้านอน ได้ยินสุนัขเห่าเสียงดัง ออกไปดูเจอกระบะที่จอดอยู่หน้าบ้านถูกคนร้ายขับไปต่อหน้าต่อตา ขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งติดตามตัวคนร้าย   เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 ที่หมู่บ้านชมชุนชาวฟ้า หมู่6 ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี นายจักรพงศ์ กุลวัฒติพงศ์ อายุ 38ปี อาชีพค้าขายรับส่งผักภายในตลาดสี่มุมเมือง ภูมิลำเนาเดิมบ้านเลขที่ 107 หมู่ 9 ตำบลหนองบัว อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ ร้องต่อผู้สื่อข่าว ว่าได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากรถกระบะ ยี่ฮ้อ โตโยต้า สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน ถต4924 ที่ใช้รับผักมาขายถูกคนร้ายขโมยไป   ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านของผู้เสียหายคือ นายจักรพงศ์ กุลวัฒติพงศ์ จุดที่รถกระบะหายคือบริเวณหน้าบ้านเป็นทางแยกของหมู่บ้าน ห่างจากถนนหลักเข้ามาประมาณ 300 เมตร    จากการสอบถาม นาย จักรพงศ์ กล่าวว่า เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 10 พฤษภาคม 2562 ได้ขับรถกระบะไปซื้อผักที่ตลาดสี่มุมเมือง ประมาณ 23.00 น. พอกลับถึงบานประมาณเที่ยงคืน เก็บของเสร็จประมาณ 10 นาทีปิดประตูบ้าน เรียบร้อยทำตามปกติ กำลังจะมาปิดไฟปั้มน้ำ จากนั้นได้ยินเสียงสุนัขเห่าดังมาก ขณะที่ปิดไฟกำลังจะนอนก็ได้ยินเสียงสตาร์ทรถ เอะใจลุกขึ้นมาดู เห็นรถกระบะของตนเองถูกขับไปอย่างรวดเร็ว จึงจีบโทรแจ้งตำรวจให้เร่งติดตาม แต่ก็ไม่สามารถติดตามได้    ตอนนี้เดือดร้อนมาก เนื่องจากเป็นรถที่ใช้ทำมาหากิน จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือเร่งติดตามรถกระบะของตนกลับมา เพื่อที่จะใช้ประกอบอาชีพรับส่งผักต่อไป    

 4,782
ข่าวภูมิภาค
07 พ.ค. 62

โวยถูกไฟแนนซ์กระชากกุญแจ ยึดรถหน้าโรงพัก ทั้งที่ผ่อนหมดแล้ว

ปทุมธานี-มีกลุ่มคนที่อ้างตัวว่าเป็นไฟแนนซ์เข้ามายึดรถของนายเนตชัย เพียรพิทักษ์ อายุ 54 ปี เป็นรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า ซึ่งเหตุเกิดที่หน้า สภ.คลองหลวง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี   ด้านนายเนตชัย ผู้เสียหาย บอกว่า เมื่อวันที่ 3 พ.ค.62 ตนเองได้พาแม่มาซื้อของที่ตลาดไท และได้มีคนเข้ามาเคาะกระจกรถซึ่งตนก็นึกว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตลาดไท มาบอกให้หาที่จอดใหม่ ซึ่งเมื่อตนลดกระจกลงก็ได้มีผู้ชายเข้ามาดึงประตูรถออก และได้กระชากกุญแจรถของตนออกไป ซึ่งหลังจากเกิดเหตุขึ้นตนก็ได้โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงก็บอกว่าให้ตนไปคุยกันที่ สภ.คลองหลวง   เมื่อถึงโรงพักทางด้านกลุ่มคนที่อ้างตัวว่าเป็นไฟแนนซ์บอกกับตนว่า จะมายึดรถตามที่ทางโตโยต้าลิสซิ่งบอก จากนั้นก็ได้มีรถยกมายกรถของตนออกไป ซึ่งขณะนั้นก็ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาไกล่เกลี่ย แต่ก็ปล่อยให้คนที่ตัวว่าเป็นไฟแนนซ์เอารถไปได้ ซึ่งในรถก็มีทรัพย์สินของตนกับของแม่ตนอยู่ด้วย และรถของตนคันนี้ดาวน์มาในราคา 1.2 แสนบาทและมัดจำ 5,000 บาท โดยมีสัญญาเช่าซื้อ 59 งวด ซึ่งตนเองก็ผ่อนหมดแล้ว   โดยทางโตโยต้าก็ได้มีโครงการผ่อนรถแบบโปรแกรมสบายดี ซึ่งตนเองก็ได้เข้าร่วมและผ่อนรถต่อไปอย่างต่อเนื่อง จากนั้นก็มีบุคคลเข้ามาหาตนที่บ้านบอกว่าตนติดค่างวดรถอยู่ 3 แสนบาทและมีค่าทวงถามอีก 6 หมื่นบาทและก็ได้มาเจอกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้   ด้าน พ.ต.ท.พลัฏฐ์ เพียรพิทักษ์ บอกว่าตนเองเป็นพี่ชายของนายเนตชัย เพียรพิทักษ์ ซึ่งตนเองคิดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นไม่ถูกต้อง เพราะการยึดรถต้องมีหมายศาลมา และทางเจ้าของรถก็ไม่ยินยอมและคดีก็อยู่ในชั้นศาล ซึ่งน้องชายตนก็จะขึ้นศาลวันที่ 27 พ.ค.62 นี้ และตนที่เดินทางมาที่ สภ.คลองหลวง ในวันนี้ เพราะทาง พ.ต.ต.ศิโรจน์ แนบเนียน สารวัตรสอบสวนสภ.คลองหลวง เพราะจะสอบสวนพยานที่อยู่ในที่เกิดเหตุเพิ่มเติม   ขณะที่ พ.ต.ต.ศิโรจน์ แนบเนียน สารวัตรสอบสวน สภ.คลองหลวง เผยว่า จากเหตุการณ์ที่มีไฟแนนซ์เข้ามายึดรถหน้า สภ.คลองหลวงนั้น ซึ่งวันเกิดเหตุตนเองได้เรียกหัวหน้ากลุ่มไฟแนนซ์เข้ามาเจรจากับกับเจ้าของรถ ซึ่งตนก็ไม่แน่ใจว่าได้มีรถยกมายกรถออกไปตั้งแต่เมื่อไหร่ จากคำสั่งหัวหน้าหรือเปล่า ในส่วนการที่จะดำเนินคดีกับไฟแนนซ์หรือไม่นั้น ตนก็จะได้สอบปากคำพยานที่อยู่ในที่เกิดเหตุ และกำลังพิจารณาในเรื่องข้อกฎหมายอีกครั้งหนึ่ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/NtvVH4dx95A

 13,311
ข่าวภูมิภาค
30 เม.ย. 62

ไฟไหม้บ้านไม้อายุ 50 ปี กลางดึกวอดทั้งหลัง เจ้าของหนีตายหวิดโดนไฟคลอก

ปทุมธานี-เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านประชาชน ใน อ.ลาดหลุมแก้ว ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้เก่าแก่อายุกว่า 50 ปี ลักษณะสองชั้นขนาดใหญ่ ซึ่งเพลิงกำลังลุกไหม้อย่างรวดเร็ว โดยชั้นบนถูกเพลิงไหม้เสียหายไปหมดแล้ว เนื่องจากเป็นบ้านไม้ทั้งหลัง ขณะที่เกิดเหตุมีลมพัดแรง   เจ้าหน้าที่ได้ใช้น้ำเร่งดับ และใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมงในการควบคุมเพลิง โดยเจ้าของบ้าน กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุได้นอนอยู่ภายในบ้านบริเวณชั้นล่าง จำนวน 3 คน ต่อมาได้ยินเสียงดัง คิดว่ามีคนเอาอะไรมาปาหลังคา จากนั้นลูกชายได้มาเรียกว่ามีเพลิงลุกอยู่ที่ชั้นสอง ตนเองและลูกๆ ช่วยกันใช้น้ำดับแต่ไม่สามารถดับได้ เนื่องจากไฟได้ลุกอย่างรวดเร็วและมีลมพัดแรง จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ใช้ช่วยเหลือ ซึ่งตนเองสามารถขนย้ายข้าวของออกมาได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น   ด้านตำรวจได้มาในที่เกิดเหตุพร้อมสอบถามเจ้าของบ้าน เบื้องต้นคาดว่าไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งจะได้ประสานให้พิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง ส่วนค่าเสียหายยังประเมินค่าไม่ได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/qN1xYIKsoKE

 1,388
ข่าวภูมิภาค
22 เม.ย. 62

สลด ยายวัย 80 ป่วยติดเตียง นอนเฝ้าศพลูกสาว 3 วัน เพื่อนบ้านช่วยโทรแจ้งตำรวจ

วันที่ 21 เม.ย 62 เมื่อเวลา 23.30 น. พ.ต.ต. เฉลียว บุญฤทธิ์ สารวัตรเวรสอบสวน สภ.คูคต จ.ปทุมธานีได้รับแจ้งมีผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตภายในบ้านหลายวัน จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยแพทย์เวรจาก รพ.ภูมิพลอดุลยเดช กู้ชีพเทศบาลเมืองลำสามแก้ว อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู    ที่เกิดเหตุพบชาวบ้านยืนดูกันเป็นจำนวนมาก จึงเข้าตรวจสอบภายในบ้านพบคุณยายวัย 80 ปี นอนกับพื้นบ้าน และที่โซฟาพบผู้เสียชีวิต 1 รายทราบชื่อ น.ส.จันทร์จิรา อุปรี อายุ 44 ปี จึงรีบนำตัวคุณยายออกจากตัวบ้านพร้อมกับนำส่ง รพ.ประชาธิปัตย์    จากการสอบถามเพื่อนบ้านข้างๆ บอกว่า เมื่อวานได้กลิ่นเหม็นแต่ไม่ได้สงสัยอะไรวันนี้ได้กลิ่นเหม็นแรงมากเลยเดินมาดูพบว่ามีกลิ่นออกมาจากบ้านของคุณยายข้างบ้านจึงโทรแจ้งตำรวจเพื่อให้เข้ามาตรวจสอบ ก็ต้องตกใจ เมื่อพบว่าคุณยายวัย 80 ปี ยังมีชีวิต นอนเฝ้าศพลูกสาวในสภาพที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เนื่องจากเป็นอัมพฤกษ์   ชาวบ้านในนั้นต่างพากันตกใจเนื่องจากผู้เสียชีวิตนั้นก็เห็นดีๆ อยู่แต่หายไปประมาณ 3 วันมาทราบอีกทีก็เสียชีวิตแล้ว จากการตรวจสอบของแพทย์เวรในเบื้องต้น ไม่พบบาดแผลถูกทำร้ายแต่อย่างไรคาดว่าเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 3 วัน   ด้านพ.ต.ต. เฉลียว บุญฤทธิ์ ได้ถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานก่อนมอบร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรที่ รพ.ภูมิพลอดุลยเดชหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงอีกครั้งก่อนมอบให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป        

 28,279
ข่าวภูมิภาค
11 เม.ย. 62

โจรขโมยล้อแม็กซ์สารภาพ หาเงินใช้หนี้-ทำบุญ ตัดพ้อทำเพราะไม่มีใครรับทำงาน เคยติดคุกคดีพยายามฆ่า

กรณีคนร้ายก่อเหตุตระเวนขโมยถอดล้อแม็กซ์รถยนต์ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี มีผู้เสียหายหลายราย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวได้ที่ จ.อุบลราชธานี ก่อนนำตัวเข้ากรุงเทพฯ แถลงผลการจับกุม ผู้ต้องหาอ้างก่อเหตุคนเดียว โดยนำล้อแมกซ์ที่ขโมยมาไปขายนำเงินไปทำบุญและใช้หนี้   ตำรวจคุมตัวนายชณะชนหฤทัย  สารทอง อายุ 36 ปี ชาว จ.ศรีสะเกษ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี ในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยร่วมกันกระทำความผิดตั้งแต่สองคนขึ้นไป โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือรับของโจร แถลงผลการจับกุมพร้อมของกลาง รถยนต์คันก่อเหตุ 1 คัน ยางรถยนต์ยี่ห้อต่างๆ จำนวน 8 เส้น ล้อแมกซ์ 12 วง และแม่แรงยกรถ   ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 30 มีนาคม - 4 เมษายน 2562 เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้ง ว่ามีคนร้ายตระเวนลักทรัพย์ล้อแม็กซ์พร้อมยางรถยนต์ จำนวน 6 คดี แบ่งเป็น 3 พื้นที่ ได้แก่ สภ.คลองหลวง จำนวน 3 คดี  สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ จำนวน 2 คดี และ สภ.คูคต จำนวน 1 คดี จึงทำการสืบสวนสอบสวนเพื่อติดตามตัวคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุดังกล่าว โดยแกะรอยภาพจากกล้องวงจรปิด กล้องหน้ารถของพลเมืองดีที่ขับรถผ่านมาแล้วบันทึกภาพรูปพรรณของคนร้ายรวมถึงยานพาหนะที่ใช้ก่อเหตุเอาไว้ได้ จึงเป็นเบาะแสให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามตัวคนร้ายได้ง่ายขึ้น   ต่อมา จนท.สามารถติดตามจับกุมนายชณะชนหฤทัยได้ที่บริเวณ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี  ตรวจสอบประวัติเคยจำคุก 15 ปี คดีพยายามฆ่าในพื้นที่อุบลราชธานี และเพิ่งพ้นโทษมาได้ 2 ปี ซึ่งเจ้าหน้าที่จะสืบสวนขยายผลต่อไป     จากการสอบสวนผู้ต้องหารับว่า ได้ระเวนลักทรัพย์ล้อแม็กซ์ มาแล้ว 7 ครั้ง ในพื้นที่ปทุมธานี จำนวน 6 ครั้ง และ อ.บางเลน จ.นครปฐม 1 ครั้ง ล้อแม็กซ์ที่ขโมยมานำไปขายให้กับร้านที่ อ.เมืองสระบุรี อ.มวกเหล็ก ใน จ.สระบุรี ได้เงิน 2,000 - 6,000 บาท แล้วแต่สภาพและยี่ห้อ อ้างเงินนำไปทำบุญและใช้หนี้ที่ไปกู้ยืมมา    ส่วนหนึ่งนำทิ้งลงน้ำ ต่อมาตำรวจขออนุมัติหมายค้นจากศาล เพื่อตรวจค้นร้านค้าที่นายชณะชนหฤทัย นำของกลางไปขาย กระทั่งพบนายชนะชัย ,นายประทาน , นายธงชัย ซึ่งยอมรับว่าได้รับซื้อล้อแม็กซ์จากนายชณะหฤทัยจริง ทางตำรวจจึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน และแจ้งดำเนินคดีในข้อหาฐานรับของโจร     หลังจากที่ตำรวจนำตัวผู้ต้องหามาสาธิตวิธีการถอดล้อ ได้ให้สัมภาษณ์ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ น้ำตาคลอเบ้า ตนเองเคยต้องคดี หลังพ้นโทษก็มาอาศัยอยู่กับญาติที่ปทุมธานี และไปสมัครงานตามสถานที่ต่าง ๆ แต่ไม่มีใครรับเพราะประวัติไม่ดี ทำให้ไม่มีเงินใช้ ต้องไปกู้หนี้ยืมสิน เมื่อไม่มีหนทางจึงขับรถยนต์คันก่อเหตุ ซึ่งเป็นรถของพี่สาว ตระเวนถอดล้อแม็กซ์ไม่ได้สนใจว่าจะมีใครเห็น เห็นล้อสวยคิดว่าหากนำไปขายคงได้ราคาดี ถ้าล้อไหนขายไม่ได้ก็จะนำไปทิ้ง   ยอมรับครั้งแรกนำล้อแม็กซ์ไปขายทั้ง 4 ล้อ ได้เงิน 8,000 บาท ก่อเหตุคนเดียวไม่ได้ทำเป็นขบวนการ ส่วนก้อนหินที่นำมาหนุนรถเพื่อทำการถอดล้อออกก็เก็บตามข้างทาง ลงมือต่อครั้งใช้เวลาประมาณ 30 นาที เพราะต้องคอยดูเจ้าของรถตลอด  หลังก่อเหตุไม่เคยทราบว่าตำรวจกำลังไล่ล่า เพราะไม่ได้ติดตามข่าวสาร ส่วนที่ตนไป จ.อุบลราชธานี เพราะไปสมัครทำงานที่โรงโม่หินแห่งหนึ่ง ก่อนจะถูกจับกุม อยากจะขอโทษผู้เสียหายทุกคน ตนไม่ได้ตั้งใจอยากทำแบบนี้   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/JqahPzmoC9o

 2,145

Top