ค้นหา :

ผลการค้นหา "กรมบัญชีกลาง"

เศรษฐกิจ
06 ก.ย. 62

สั่งธ.กรุงไทยโทรชวน-จัดชุดม้าเร็ว รุกดูดร้านค้าสมัครโครงการ 'ชิมช้อปใช้'

ความคืบหน้ามาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ 'ชิมช้อปใช้' ซึ่งได้เปิดรับสมัครผู้ประกอบการ ร้านค้า เข้าร่วมมาตรการ ระหว่างวันที่ 28 ส.ค.- 20 ก.ย.2562 เพื่อร่วมโครงการรับเงินเพื่อการท่องเที่ยว 1,000 บาทต่อราย   พบว่าปัจจุบันยังมีร้านค้ามาสมัครเพียง 3,300 ราย จากเป้าที่วางไว้ 40,000 ราย ดังนั้น กรมบัญชีกลางจึงร่วมประชุมหารือกับธนาคารกรุงไทย สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เพื่อปรับแผนใหม่เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มผู้ประกอบการได้มากขึ้น   โดยจะให้เจ้าหน้าที่ของธนาคารกรุงไทยโทรศัพท์เชิญชวนผู้ประกอบการที่มีรายชื่อเป็นผู้ประกอบการของธนาคาร เพื่อเชิญชวนเข้ามาสมัครร่วมมาตรการโดยตรง และหากผู้ประกอบการสนใจจะเข้าร่วม ธนาคารกรุงไทยจะลงพื้นที่ไปพร้อมกับทีมหมอคลัง ของกรมบัญชีกลาง เพื่อรับสมัคร ณ สถานที่ตั้งของผู้ประกอบการ ร้านค้า ซึ่งจะมีบริการทั้งเปิดบัญชี ช่วยสมัครแอปพลิเคชัน เป๋าตัง (G-Wallet) เป็นต้น รวมทั้งกรมบัญชีกลางจะกำหนดจุดรวมพลผู้ประกอบการ ร้านค้า ที่อยู่ใกล้เคียงกันในแต่ละพื้นที่ให้มาสมัครด้วย   พร้อมพัฒนาระบบการรับสมัครผ่านสมาร์ทโฟนเพื่อให้เกิดความรวดเร็ว และเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการ โดยในเบื้องต้นจะดำเนินการตามรายชื่อที่เป็นกลุ่มเป้าหมายก่อน สำหรับจุดรับสมัครผู้ประกอบการ ร้านค้า ในส่วนกลางที่กรมบัญชีกลาง และส่วนภูมิภาคที่สำนักงานคลังจังหวัดทั้ง 76 แห่งทั่วประเทศ ยังคงเปิดให้บริการควบคู่กันไปตามปกติ จนถึงวันที่ 20 ก.ย.2562 ไม่เว้นวันหยุดราชการ   ส่วนประชาชนที่จะลงทะเบียนใช้สิทธิโครงการชิมช้อปใช้ เพื่อรับเงินเที่ยวคนละ 1,000 บาท จำนวน 10 ล้านคน จะเริ่มเปิดให้ลงทะเบียนระหว่างวันที่ 23 ก.ย.-15 พ.ย.62 ทาง www. ชิมช้อปใช้. com จำกัดการลงทะเบียนวันละ 1 ล้านคน โดยผู้มีรายได้น้อยที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน จำนวน 14.6 ล้านราย ก็สามารถมาลงทะเบียนเพื่อรับเงิน 1,000 บาท ตามมาตรการชิมช้อปใช้ได้ด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Cxo94l_Gwfg

 1,151
เศรษฐกิจ
04 ก.ย. 62

ลดเงื่อนไขร้านค้า ดึงดูดลงทะเบียนร่วมแคมเปญ 'ชิมช้อปใช้' รองรับแจกเงินเที่ยว 1 พัน

จากกรณีที่กรมบัญชีกลางเปิดรับสมัครผู้ประกอบการ ร้านค้า เข้าร่วมมาตรการชิมช้อปใช้ ซึ่งเป็นการรับสมัครร้านค้า ร้านอาหาร และที่พัก เพื่อร่วมโครงการกระตุ้นการบริโภคในประเทศ เพื่อรับชำระเงินจากมาตรการให้เงินเที่ยวฟรี 1,000 บาทต่อคน   จากการเปิดรับสมัครในวันที่ 28 ส.ค.2562 จนถึงปัจจุบันรวม 6 วัน พบว่า มีผู้มาสมัครร่วมโครงการเฉลี่ยวันละ 500-600 ราย รวมแล้วเพียง 2,300 ร้านค้า ซึ่งน้อยกว่าเป้าเดิมที่ตั้งไว้ว่าจะมีผู้สมัครถึง 50,000 ร้านค้า ทำให้กรมบัญชีกลางได้ปรับเป้าลงมา   โดยคาดว่าจะมีร้านค้าร่วมสมัครโครงการนี้ประมาณ 10,000 ร้านค้า ซึ่งเมื่อรวมกับร้านค้าธงฟ้าประชารัฐและร้านค้าทั่วไปที่ติดตั้งแอปพลิเคชันถุงเงิน รวมแล้วจะมีร้านค้าในโครงการ 90,000 ร้านค้า ซึ่งเพียงพอสำหรับให้บริการผู้ที่เข้าร่วมโครงการชิมช้อปใช้ จำนวน 10 ล้านคน ที่จะลงทะเบียนใช้สิทธิในวันที่ 23 ก.ย.-15 พ.ย.62 แน่นอน   โดยทางกรมได้ปรับลดเงื่อนไขที่ยุ่งยากเพื่อให้ร้านค้าร่วมโครงการได้ง่ายขึ้น เช่น จากเดิมที่การลงทะเบียนจะต้องมีใบรับรองการจดทะเบียนการค้าของกระทรวงพาณิชย์ ปัจจุบันไม่มีก็ได้ และถ้าหากยังมีร้านค้าร่วมโครงการน้อยกว่าเป้าในวันที่ 20 ก.ย.นี้ อาจพิจารณาขยายเวลารับสมัครออกไป ส่วนร้านค้าที่กังวลว่าหากเข้าร่วมโครงการนี้จะถูกตรวจสอบภาษีย้อนหลังนั้นไม่ต้องกังวล เพราะโครงการนี้มีเวลาแค่ 2 เดือน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JsI6AL0ENPs

 2,727
เศรษฐกิจ
13 มิ.ย. 62

ข่าวดี ขรก.ปรับฐานเงินบำนาญขั้นต่ำ 1 หมื่นบาท เริ่มจ่ายเดือนแรก 21 มิ.ย.นี้

นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า พระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ (ฉบับที่ 16) พ.ศ. 2562 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาและมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการช่วยเหลือผู้รับบำนาญให้สามารถดำรงชีพอยู่ได้อย่างเหมาะสม และสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน   โดยปรับเพิ่มเงินให้กับผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ ที่ได้รับหรือมีสิทธิได้รับเบี้ยหวัดบำนาญรวมกันทุกประเภทและรวมกับเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ (ช.ค.บ.) แล้ว หากได้รับต่ำกว่าเดือนละ 10,000 บาท ปรับเป็นให้ได้รับเดือนละ 10,000 บาท ยกตัวอย่าง เดิมได้รับบำนาญและ ช.ค.บ. รวมกันในอัตราเดือนละ 9,360 บาท จะได้รับ ช.ค.บ. เพิ่มอีกเดือนละ 640 บาท เป็นต้น   ขณะนี้กรมบัญชีกลาง ได้เตรียมความพร้อมในการจ่ายเงิน ช.ค.บ. ตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวแล้ว โดยจะโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารให้กับผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญที่มีสิทธิในรอบการจ่ายบำนาญประจำเดือน โดยสำหรับเดือนมิ.ย. 2562 นี้ จะจ่ายในวันที่ 21 มิ.ย. 2562 เป็นเดือนแรก   สำหรับผู้รับบำนาญที่ได้รับเบี้ยหวัดบำนาญต่ำกว่าเดือนละ 10,000 บาท และยังไม่เคยได้รับ ช.ค.บ. มาก่อน จะยังไม่ได้รับเงินดังกล่าว ทั้งนี้ ให้ผู้รับบำนาญไปแสดงตนเพื่อยืนยันว่าไม่ได้กลับเข้ารับราชการหรือเข้าทำงานในสังกัดราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น เพื่อยื่นคำขอเบิกเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญที่ส่วนราชการผู้เบิกบำนาญก่อน เพื่อให้ส่วนราชการผู้เบิกบำนาญแจ้งกรมบัญชีกลางให้โอนเงิน ช.ค.บ. ดังกล่าว ผู้รับบำนาญจึงจะได้รับเบี้ยหวัดบำนาญและ ช.ค.บ. รวมกันเป็นเดือนละ 10,000 บาท ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-FRRNHLCdvU

 4,540
เศรษฐกิจ
20 มี.ค. 62

จ่ายเงิน อสม.1 ล้านคน เพิ่มเป็นคนละ 1 พัน ก่อนเลือกตั้ง 2 วัน หมอจวกส่อเจตนาใช้ภาษีซื้อเสียงชัดๆ

กรมบัญชีกลาง จ่ายเงินเพิ่ม อสม. อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านจำนวน 1,024,407 ราย จากเดือนละ 600 บาทเป็น 1,000 บาทต่อคน เริ่มวันนี้ (20 มีนาคม 2562) ก่อนกำหนดที่เคยประกาศจะจ่ายภายในวันที่ 22 มีนาคม 2562 โดยจ่ายย้อนหลังให้ตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้ว   ซึ่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งข้อสังเกต รัฐบาลพลเอกประยุทธ ประกาศจะเพิ่มให้ 1,000 บาท ค้างไว้ 3 เดือน แล้วจ่ายรวดเดียว 22 มีนาคม ก่อนการเลือกตั้งแค่ 2 วัน ส่อเจตนาซื้อเสียงแลกคะแนน บลั้ฟกลับให้ อสม.รับเงินแต่ให้เลือกประชาธิปัตย์ เพราะให้ 1,000 บาทเหมือนกัน และแถมเบี้ยยังชีพอัก 200 เท่ากับ 1,200 บาท   ด้าน นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผอ.โรงพยาบาล จะนะ จ.สงขลา โพสต์ข้อความระบุว่า รีบจ่ายเงินเดือน อสม. ก่อนเลือกตั้ง ส่อเจตนาใช้ ภาษีซื้อเสียงชัดๆ ครม.ประยุทธ์ได้มีมติ เพิ่มเงินเดือน อสม.จาก 600 บาทต่อเดือนมาเป็น 1,000 บาทต่อเดือนตั้งแต่เดือนธันวาคม 2561 มตินั้นเป็นสิ่งที่ดี เพราะถือเป็นการชดเชยค่าป่วยการ ค่าน้ำมัน ค่าข้าวค่าน้ำที่พี่น้อง อสม.ที่ช่วยดูแลสุขภาพพี่น้องประชาชน   สิ่งที่น่าสังเกตคือ มติ ครม.เพิ่มเงินเดือน อสม.มาตั้งแต่ ธันวาคม 2561 อสม.ควรได้เงินเดือนใหม่ตั้งแต่มกราคมแล้ว และจ่ายสมำเสมอทุกเดือน แต่ความจริงคือไม่ได้รับสักเดือน การที่รัฐบาลสั่งการเร่งรัดให้จ่ายภายใน 22 มีนาคม ปล่อยอาวุธลับวันใกล้เลือกตั้งให้มากที่สุด ถือว่าเป็นเจตนาแอบแฝงหวังคะแนนนิยมจาก อสม.อย่างแน่นอน ยากที่จะคิดเป็นอื่น   ยินดีด้วยกับ อสม.1,024,407 ราย เงินกว่า 1,814 ล้านบาทจะเข้าบัญชีแล้ว ผมเชื่อมั่นว่า อสม.เขาฉลาด เขามีความตื่นตัวทางการเมือง เขารู้และเข้าใจว่าอะไรคือความจริง แล้ว คสช.จะรู้ว่า “เงินซื้อ อสม.ไม่ได้หรอก”   ปรากฏการณ์นี้ชัดเจนว่า พรรค คสช.หรือพลังประชารัฐนั้นกำลังอยู่ในภาวะหน้าซีดหนักแล้ว จึงพยายามยิงกระสุนทุกเม็ดที่มีในมือ วิชามารวิชาเทพใช้หมด ก่อนจะแพ้หมดรูป เรื่องกระแสสู้พรรคอนาคตใหม่ไม่ได้ เรื่องพื้นที่สู้เพื่อไทยประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทยก็ไม่ได้ เหลือแต่กลไกรัฐที่พรรค คสช.ยังกุมสภาพอยู่ ยิงกระสุนแจกภาษีซื้อเสียงจึงเป็นกระสุนวิเศษเดียวที่ได้เปรียบพรรคอื่น   สังคมไทยเปลี่ยนไปแล้ว เงินซื้อเสียงไม่มีพลังเช่นในอดีตอีกต่อไป ภาวะหน้าซีดแบบนี้ี้ คะแนนเลือกตั้งออกมา พรรค คสช.พลังประชารัฐอาจถึงขนาดต้องหามเข้าไอซียูก็เป็นได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/E4_BfI0I-80

 15,036
สรุปข่าว
20 มี.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 20 มี.ค.62 พิพากษาคดีเสือดำ-ยิงดับ ตร.นักแฉ-ตัดสิน หนุ่ม กะลา ละเมิดลิขสิทธิ์เพลงยาม

-คดีเสือดำศาลทองผาภูมิพิพากษาจำคุกเปรมชัย กรรณสูต 16 เดือนไม่รอลงอาญาใน 3 ข้อหา แต่ยกฟ้องข้อหาร่วมกันมีซากเสือดำ จ่ายค่าเสียหาย 2 ล้านเจ้าตัวเอ่ยปากขอโทษ หลังได้ประกันตัวสู้คดีชั้นอุทธรณ์ ด้านนายพรานอ่วมโดนครบ 6ข้อหา คุก 2 ปี 17 เดือน 'เปรมชัย' ขอโทษ หลังฟังคำพิพากษาคดีเสือดำ ทนายเตรียมยื่นอุทธรณ์ต่อ 'หน.วิเชียร' พอใจคำตัดสิน เปิดข้อสงสัย ทำไมศาลยกฟ้อง 'เปรมชัย' ข้อหาร่วมกันครอบครองซากเสือดำ   -สื่อฮ่องกงรายงานข่าวระบุ ทางการไทยขอให้ทางการฮ่องกงส่งตัวอดีตนายกฯทักษิณ เป็นผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างที่นายทักษิณอยู่ที่ฮ่องกงเพื่อเข้าร่วมงานแต่งงานอุ๊งอิ๊ง ลูกสาวคนเล็ก ซึ่งจะจัดขึ้นที่ฮ่องกงในวันศุกร์นี้ สื่อฮ่องกงรายงาน ไทยขอตัว 'ทักษิณ' เป็นผู้ร้ายข้ามแดน ช่วงไปร่วมงานแต่ง 'อุ๊งอิ๊ง'    -อีก 4 วันถึงวันเลือกตั้งพรรคการเมืองลุยหาเสียงโค้งสุดท้ายคึกคัก เพื่อไทยลงพื้นที่โคราช สุดารัตน์บอกถ้าเลือกเพื่อไทยกระเป๋าตุง ถ้าเลือกลุงจะกระเป๋าแฟบ ประกาศนโยบายช่วยราคาผลผลิตทางการเกษตร ไม่ยกเลิกบัตรสวัสดิการรัฐ ไม่แบ่งแยกคนจนคนรวย แจกโอกาสช่องทางความรู้สร้างรายได้เพิ่ม พร้อมแจงนโยบายหวยบำเหน็จ เหมือนเป็นสลากเสี่ยงโชค แต่เงินไม่สูญหาย เงินถูกเก็บไว้เรื่อยๆมีดอกเบี้ยด้วย สามารถถอนเงินพร้อมดอกเบี้ยมาใช้หลังเกษียณ ประกาศ 24 มีนา ส่งลุงตู่กลับดาวอังคาร 'หญิงหน่อย' ปล่อยหวยบำเหน็จช่วงโค้งสุดท้าย ป้องกันถูกก็อป ประกาศ 24 มีนา ส่งลุงตู่กลับดาวอังคาร    -พรรคพลังประชารัฐเปิดปราศรัยใหญ่ที่อุบลฯ อุตตมชูนโยบายก้าวข้ามความขัดแย้งว่าทำได้จริง โดยเฉพาะความสงบที่ลุงตู่ทำได้ ก้าวพ้นความยากจน อยูดีกินดีทั่วหน้า ข้าวได้ราคา ชาวนาได้เงินเพิ่ม สนธิรัตน์บอกพลังประชารัฐถูกโจมตีว่าเป็นรัฐเป็นเผด็จการ ไม่มีเผด็จการใดเกิดจากการลงคะแนนของปชช. เพราะถ้าขาดการสนับสนุนของ ปชช.จะจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ ตอนนี้บ้านเมืองแบ่งออกเป็น 3 ก๊ก คือเพื่อไทย ประชาธิปัตย์ และพลังประชารัฐ เชื่อก๊กแรกและก๊กที่ 2 เสียงไม่พอเป็นรัฐบาล   พร้อมเปิดคลิปนายกฯบนเวที ขออย่าไปฟังวาทกรรมสืบทอดอำนาจ พร้อมเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงเดินหน้าประเทศไปพร้อมๆกัน รัฐบาลรู้ความลำบากของท่าน ถ้าอยากได้ชีวิตที่ดีกว่า ผมพร้อมอาสาทำให้ พปชร.ปราศรัยใหญ่อุบลฯ มั่นใจเพื่อไทย-ปชป. เสียงไม่พอเป็นรัฐบาล    -พล.อ.ประยุทธ์ลงพื้นที่แม่สอด จ.ตาก ร่วมกับนางอองซาน ซูจี เป็นปธ.เปิดสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 ได้พบปะปชช.มารอรับกว่าหมื่นคน บอกประเทศต้องดียิ่งขึ้นตามยุทธศาสตร์ชาติ ขออย่าไปเชื่อคำคน รัฐบาลทำให้คนมีรอยยิ้ม 5 ปี จะไม่ยอมให้ใครมาทำเรื่องเก่าๆอีก แม้ใครด่า ใครไม่ชอบก็จะทำ วันนี้ใครๆก็อยากเป็นนายกฯ รู้หรือไม่ว่าที่ผ่านมา ตนเป็นนายกฯแบบไหน เป็นทุกหน้าที่ หนักสุดคือเป็นพนง.เก็บขยะ เก็บสิ่งที่เรี่ยราดไว้ ต้องรื้อสร้างใหม่ทำบ้านเมืองให้สะอาด อย่าไปฟังพวกที่บอกตัวเลขเศรษฐกิจไม่ดี พวกนี้ตกเลขเลอะเทอะ ขอให้ทนอีกหน่อยเชื่อว่าอีก 3-4 ปีจะดีขึ้น เจอกันอีกเมื่อชาติต้องการ 'บิ๊กตู่' เปิดสะพานไทย-เมียนมา ชี้ 5 ปีเป็นนายกฯทำมาทุกอย่าง หนักสุดคือ พนง.เก็บขยะ    - อภิสิทธิ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่จ.กระบี่ พร้อมพาชาติพ้นวิกฤตด้วยแนวทางประชาชนเป็นใหญ่ ประชาธิปไตยสุจริต ด้วยนโยบายแก้จน สร้างคน สร้างชาติ หากได้เป็นรัฐบาลงานแรกที่ทำเพิ่มกำลังซื้อ ประกันราคายาง ปาล์มน้ำมัน แฉมีการหว่านเงินซื้อเสียงจำนวนมาก ไม่กลัว กม. แต่กกต.ยังไม่จับมาลงโทษ บางพรรคที่ตั้งขึ้นใหม่ให้สูงกว่า 1 พันบาท ประชาธิปัตย์แฉบางพรรค ทุ่มซื้อเสียงหัวละพัน จี้ กกต.ตรวจสอบ     -ธนาธรลงพื้นที่เกาะสมุย ถิ่นสุเทพ มั่นใจอนาคตใหม่จะมี ส.ส.เขตในภาคใต้ ชี้ถูกป้ายสีให้เป็นตัวร้ายช่วงโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง เผด็จการจะอยู่ได้ต้องมีข้ออ้าง สร้างปีศาจเพื่อให้คนเกลียด ไม่ไว้วางใจกัน มีการสร้างข้าวลวงเมื่อคนแบ่งฝ่ายเกลียดกลัว คนยิงกัน เข้าทางเผด็จการ อนาคตใหม่เป็นการเมืองแห่งความหวัง แต่เผด็จการเป็นการเมืองแห่งความกลัว 'ธนาธร' เยือนถิ่น 'สุเทพ' ชี้ถูกเผด็จการป้ายสี ให้เป็นตัวร้ายช่วงโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง   -กรมบัญชีกลาง จ่ายเงินเพิ่มให้ อสม.กว่า 1 ล้านราย จากคนละ 600 บาท/เดือน เป็นคนละ 1,000 บาทต่อคน เริ่มจ่ายวันนี้ 20 มี.ค. จ่ายย้อนหลังให้ตั้งแต่ ธ.ค.ปีที่แล้ว อภิสิทธิ์ตั้งข้อสังเกต รัฐบาลประยุทธ์ประกาศจะจ่ายเงินเพิ่มให้ ค้างไว้ 3 เดือน แต่มาจ่ายรวดเดียว ก่อนเลือกตั้งแค่ 2 วัน ส่อเจตนาซื้อเสียง บลัฟกลับให้ อสม.รับเงิน แต่ให้เลือกประชาธิปัตย์ เพราะจะให้ 1,000 บาทเหมือนกัน แต่แถมเบี้ยยังชีพอีก 200 เท่ากับได้ 1,200 บาท จ่ายเงิน อสม.1 ล้านคน เพิ่มเป็นคนละ 1 พัน ก่อนเลือกตั้ง 2 วัน หมอจวกส่อเจตนาใช้ภาษีซื้อเสียงชัดๆ   -มือปืนยิงดับ ตร.นักแฉ ร.ต.อ.วัชรินทร์ เบญจทศวรรษ จังหวะขับรถจอดหน้าบ้านพัก คุยโทรศัพท์อยู่ คนร้ายที่ขับเก๋งตามมาได้ลงมายิงใส่ก่อนขับหนี คาดสาเหตุเป็น ตร.นักเคลื่อนไหว เปิดโปงคดีที่ ตร.เข้ามาเกี่ยวข้อง ก่อนเกิดเหตุเพิ่งโพสต์เฟซบุ๊ก กล่าวหา ตร.นนทบุรีเรื่องตั้งด่านเป่าแอลกอฮอล์ บุกยิง ‘ร.ต.อ.วัชรินทร์’ ตำรวจนักแฉ ดับหน้าบ้านพักที่สงขลา คาดปมเปิดโปงคดีที่มีตร.เกี่ยวข้อง   -คดีพี่สาวอายุ 15 ให้แฟนหนุ่มอายุ 19 ข่มขืนน้องสาววัย12ป่วยออทิสติกที่สงขลา พร้อมจับยายมัดแล้วขโมยแหวนและเงินหนีไป ก่อนถูกจับได้ ล่าสุดศาล จ.นาทวีพิพากษาแฟนหนุ่ม 15 ปี 3 เดือน ส่วนพี่สาวอยู่ระหว่างการควบคุมตัวของศาลเยาวชน หนุ่มวัย 19 โดนคุก 15 ปี 3 เดือน ร่วมมือแฟนสาว ข่มขืนน้องป่วยออทิสติก    -ฝูงพิตบูล 6 ตัวรุมขย้ำยายวัย 75 ปี แม่เจ้าของบ้านตายจมกองเลือกหน้าประตู ขณะที่อยู่บ้านลำพัง คาดอากาศร้อน หมาไม่คุ้นหน้าคุ้นกลิ่น ฝูงพิตบูล 6 ตัวรุมขย้ำยายวัย 75 ปีเสียชีวิต คาดอากาศร้อน-หมาไม่คุ้นกลิ่น    -เยียวยาหมอนวดแผนไทยนับแสนรายที่ลงทะเบียนไม่ได้ เพราะอบรมกับแฟรนไชส์ผิด กม. สธ.ประสาน ร.ร.นวดเอกชนที่ถูกกม. จับอบรมให้ฟรีลักษณะจิตอาสา ถ้าสอบผ่านจะได้ใบรับรอง นำไปขึ้นทะเบียนได้ เปิดคลิปหญิงร้องลั่น ถูกหมอเทวดาใช้เท้าเหยียบแก้เส้นพลิก สุดท้ายขาหัก ตอนนี้ติดต่อหมอไม่ได้   -แม่ค้านอนในรถติดเครื่อง สุดท้ายเสียชีวิต รปภ.พบศพบอกเห็นเข้ามาจอดรถที่อาคารจอดรถ กทม.ตั้งแต่เที่ยงวันที่ 18 วันรุ่งขึ้นรถยังติดเครื่อง พอเข้าไปดูเห็นนอนแน่นิ่ง ไม่พบบาดแผล คาดขาดอากาศหายใจ เพราะควันจากท่อไอเสีย   -ศาลพิพากษาหนุ่ม กะลา ร้องเพลงยาม ละเมิดลิขสิทธิ์ ศาลให้รอการกำหนดโทษ 1 ปีห้ามทำผิดซ้ำ หนุ่มยอมรับผิด ศาลเห็นว่าไม่เคยกระทำผิดมาก่อน แต่ยังเหลืออีก 20 คดีที่ต้องฟังคำพิพากษาทั่วประเทศ ส่วนคดีแพ่งที่เรียกร้องค่าเสียหายคดีละ 1 พันบาท ทางต้นสังกัดจะเจรจาไกล่เกลี่ย ด้านมิวสิคบั๊กบอกเรียกค่าเสียหาย 44 ล้าน คดีละ 1 ล้าน แต่แกรมมี่ต่อรองเหลือคดีละ 2 พัน รู้สึกไม่ได้รับเกียรติ เหมือนถูกเอาแบงก์ตบหน้า แต่ก็หวังจะไกล่เกลี่ยกันได้ ย้ำไม่ใช่การกลั่นแกล้ง ให้เป็นกรณีศึกษาเรื่องลิขสิทธิ์เพลง 'หนุ่ม กะลา' รับผิดคดีละเมิดร้องเพลงยาม 'มิวสิคบั๊กส์' ฟ้องแพ่งคดีละล้าน 'แกรมมี่' ขอต่อรองเหลือ 2 พัน    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HxeQMvMxnO4

 2,510
เศรษฐกิจ
12 มี.ค. 62

กรมบัญชีกลาง แจงเพิ่มเงินบำนาญ ช.ค.บ. เพิ่มเฉพาะรายที่ได้น้อย ให้ได้รับ 1 หมื่น

จากกรณีมีการเผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์ว่า ร่าง พ.ร.ฎ.เพิ่มเงินให้ผู้รับบำนาญ-ขยายเพดานวงเงินบำเหน็จ ผ่านการพิจารณาแล้ว โดยเพิ่ม ช.ค.บ.รายเดือน ไม่ถึง 10,000 บาท ให้ 5,000 บาท ไม่ถึง 20,000 บาท ให้ 4,000 บาท ไม่ถึง 30,000 บาท ให้ 3,000 บาท ไม่ถึง 40,000 บาท ให้ 2,000 บาท ไม่ถึง 50,000 บาท ให้ 1,000 บาท กรมบัญชีกลางขอยืนยันว่าข้อมูลที่มีการเผยแพร่ข้างต้น ไม่เป็นความจริง   นางญาณี แสงศรีจันทร์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบการเงินการคลัง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า กรมบัญชีกลางได้ดำเนินการแก้ไขร่างพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพ ผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ (ฉบับที่ …) พ.ศ. … ซึ่งการปรับปรุงกฎหมายดังกล่าว จะแก้ไขในเรื่อง การปรับเพิ่มเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ (ช.ค.บ.) ให้กับผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญซึ่งได้รับหรือมีสิทธิได้รับเบี้ยหวัดบำนาญรวมกันทุกประเภทและรวม กับ ช.ค.บ. แล้ว ไม่ถึงเดือนละ 10,000 บาท ให้ได้รับ ช.ค.บ.เพิ่มขึ้นเมื่อรวมกับเบี้ยหวัดบำนาญและ ช.ค.บ.แล้วจะได้รับเป็นเดือนละ 10,000 บาท   ทั้งนี้ ร่างกฎหมายดังกล่าวผ่านการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว และกรมบัญชีกลางยืนยันร่างพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว ไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป ซึ่งการปรับปรุงแก้ไขร่างกฎหมายมีเพียงประเด็นปรับเพิ่มเงิน ช.ค.บ. ตามที่อธิบายรายละเอียดไว้ข้างต้นแล้ว ขอให้อย่าหลงเชื่อข้อมูลที่มีการส่งต่อกันทางสื่อออนไลน์ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GZ1RS9s4huU

 5,405
เศรษฐกิจ
11 มี.ค. 62

คลังขอสำนักงบเพิ่ม 3 หมื่นล้านใส่บัตรคนจนถึงสิ้นปี 62

กระทรวงการคลังขอสำนักงบประมาณ เพิ่ม 3 หมื่นล้านใส่กองทุนประชารัฐ ใช้ใส่บัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรคนจนถึงสิ้นปี 62 ช่วยผู้ถือบัตร 14.5 ล้านคน หลังทำโครงการแจกผู้มีรายได้น้อยหลายโครงการ จนเกลี้ยงกองทุน   โดย น.ส.สุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวถึงโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยเพิ่ม หลังเงินในกองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ที่มีจะใช้หมดภายในเดือน มี.ค.ว่า ภายในเดือน มี.ค.นี้ สำนักงบประมาณจะจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมอีกกว่า 3 หมื่นล้านบาทเข้าในกองทุนฯ ซึ่งจะทำให้มีงบใช้ได้จนถึงสิ้นปีงบประมาณ 2562 หรือเดือน ก.ย.2562 เพียงพอดูแลผู้ถือบัตรทั้ง 14.5 ล้านคน   การจัดสรรงบครั้งนี้ส่งผลให้ตั้งแต่เริ่มโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และมีการตั้งกองทุนประชารัฐฯ ตลอดเวลา 2 ปีได้ใช้เงินไปแล้วกว่า 1 แสนล้านบาทในการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยให้มีรายได้ มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น 14.5 ล้านคน และในจำนวนนี้ก็มีหลายล้านคนที่พ้นเส้นความยากจน นอกจากนี้ในปีงบประมาณหน้า กรมยังได้เสนอขอจัดทำงบประมาณปี 2563 วงเงิน 4 หมื่นล้านบาท เพื่อรองรับการช่วยเหลือผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในอนาคตอีกด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Qsx2tAuxP6M

 50,734
เศรษฐกิจ
16 ก.พ. 62

ผู้มีรายได้น้อยเฮ กรมบัญชีกลางเตรียมโอนเงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 18ก.พ.นี้ ช่วยค่าน้ำ-ค่าไฟ

มาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยเพิ่มเติม ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐยังมีอีก 1 มาตรการที่กรมบัญชีกลางกำลังดำเนินการ คือ มาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้า และค่าน้ำประปา โดยผู้มีสิทธิที่ใช้ไฟฟ้า ไม่เกิน 230 บาท/ครัวเรือน/เดือน และค่าน้ำประปาไม่เกิน 100 บาท /ครัวเรือน/เดือน ที่ได้ลงทะเบียนใช้สิทธิกับการไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การประปานครหลวง และการประปาส่วนภูมิภาคไว้แล้ว จะได้รับความช่วยเหลือ ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2561 – กันยายน 2562   โดยกรมบัญชีกลางจะประมวลผลข้อมูลการใช้สิทธิรับเงินช่วยเหลือมาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้า-ค่าน้ำประปา โดยให้ครัวเรือนละ 1 สิทธิต่อเดือน และจะโอนเงินชดเชยค่าไฟฟ้า-น้ำประปา เข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) ตามจำนวนที่ผู้มีสิทธิได้ชำระไว้ตามจริง ในเดือนถัดไปหลังจากผู้มีสิทธิได้ชำระเงินตามใบแจ้งหนี้ โดยจะจ่ายทุก ๆ วันที่ 18 ของเดือน เริ่มจ่ายเดือนแรก วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561   ซึ่งกรมบัญชีกลางเตรียมจ่ายเงินตามมาตรการดังกล่าว โดยเป็นยอดการใช้จ่ายของผู้มีสิทธิที่ใช้ไฟฟ้าและน้ำประปาไม่เกินวงเงินที่กำหนด ในเดือนธันวาคม 2561 โดยจ่ายผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 เป็นเดือนแรก ดังนี้   โดยให้กับผู้ใช้สิทธิค่าไฟฟ้าจากการไฟฟ้านครหลวง จำนวน 2,281 ราย เป็นเงิน 345,642 บาท การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จำนวน 826,762 ราย เป็นเงิน 144,546,378 บาท การประปานครหลวง จำนวน 4,186 ราย เป็นเงิน 278,161 บาท การประปา ส่วนภูมิภาค จำนวน 26,287 ราย เป็นเงิน 1,819,446 บาท   สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนเพื่อใช้สิทธิ ยังสามารถลงทะเบียนใช้สิทธิเพิ่มเติมได้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป โดยผู้ใช้ไฟฟ้า-น้ำประปาที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในเขตกรุงเทพฯ สมุทรปราการ และนนทบุรี ลงทะเบียนรับสิทธิ กับการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) www.mea.or.th การประปานครหลวง (กปน.) www.mwa.co.th ต่างจังหวัดลงทะเบียนรับสิทธิกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) www.pea.co.th และการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) www.pwa.co.th หรือที่สำนักงานการไฟฟ้าหรือสำนักงานประปา ทุกแห่ง          ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/MIQHHn5kLDc

 14,295
เศรษฐกิจ
11 ธ.ค. 61

คลังฮึ่ม ขรก.ทุจริตเบิกค่ารักษาพยาบาล เข้า รพ.บ่อย เจอบิลค่าฟิตเนสโผล่

นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รมช.คลัง ได้สั่งการให้ทุกส่วนราชการให้ความสำคัญกับการตรวจสอบพฤติกรรมการใช้สิทธิเบิกจ่ายตรงค่ารักษาพยาบาล ที่กรมบัญชีกลางจัดส่งให้เป็นประจำทุกเดือน   โดยหากพบว่า ผู้มีสิทธิและบุคคลในครอบครัวของข้าราชการมีพฤติกรรมเสี่ยงที่อาจทุจริตในการใช้สิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาล ก็ขอให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการตรวจสอบข้อเท็จจริง ถ้าเกิดตรวจสอบแล้วพบว่ามีการทุจริตเกิดขึ้น ก็ให้หน่วยงานได้หามาตรการดำเนินการตามกฎหมายต่อไป   พฤติกรรมของคนกลุ่มนี้มีลักษณะคล้ายคลึงกัน คือ มีการใช้สิทธิตามสถานพยาบาล เพื่อขอรับยาด้วยโรคเดียวกัน ในเวลาใกล้เคียงกัน ส่วนอีกกลุ่มเป็นกลุ่มที่มีพฤติกรรมการใช้สิทธิมีความถี่ในการเข้ารับการรักษาผิดปกติ 37ราย รวมเป็นเงิน 362,520 บาท และยังพบว่าเป็นการนำค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการออกกำลังกายมาเบิกในระบบจ่ายตรง ซึ่งไม่สามารถเบิกจากทางราชการได้ ซึ่งกรมบัญชีกลางจึงได้แจ้งเตือนให้ส่วนราชการและสถานพยาบาลได้รับทราบแล้ว    ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ https://youtu.be/ZePvJlLKJbM    

 4,951
เศรษฐกิจ
03 ธ.ค. 61

เปิดปฏิทิน รัฐโอนเงินเข้าบัตรคนจน ไว้ฉลองปีใหม่คนละ 500 บาท ช่วง 8-10 ธ.ค.นี้

กรมบัญชีกลางในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องการจ่ายเงินช่วยเหลือมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยเพิ่มเติมผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 4 มาตรการ ได้เตรียมความพร้อมทั้งข้อมูลและระบบในการจ่ายเงินเข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) ไว้พร้อมแล้ว รวมทั้งได้กำหนดระยะเวลาในการจ่าย โดยมีรายละเอียด ดังนี้   มาตรการ เงื่อนไข จำนวนเงิน วันที่เงินเข้ากระเป๋าเงิน e-Money 1. ค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปา – ใช้ไฟฟ้าเกิน 50 หน่วย/เดือน แต่ไม่เกิน 230 บาท/ครัวเรือน/เดือน กรณีใช้เกินวงเงิน ที่กำหนดต้องรับภาระจ่ายเงินเองทั้งจำนวน – ตามที่จ่ายจริงไม่เกิน 230 บาท/ครัวเรือน/เดือน – วันที่ 18 ของเดือน (เริ่มจ่ายเดือนแรก 18 กุมภาพันธ์ 2562) – ใช้น้ำประปาไม่เกิน 100 บาท/ครัวเรือน/เดือน – กรณีใช้เกินวงเงินที่กำหนดต้องรับภาระจ่ายเงินเองทั้งจำนวน – ตามที่จ่ายจริงไม่เกิน 100 บาท/ครัวเรือน/เดือน   2. ค่าใช้จ่ายในช่วงปลายปีให้แก่ผู้มีรายได้น้อย – จ่ายให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทุกคน 500 บาทต่อคน (จ่ายครั้งเดียว) – 8 – 10 ธันวาคม 2561 – สำหรับผู้มีสิทธิ ที่ลงทะเบียนไทยนิยมฯ เริ่มจ่าย 5 มกราคม 2562 และ 1 กุมภาพันธ์ 2562   3. ค่าเดินทางไปรับการรักษาพยาบาล – ผู้มีสิทธิที่มีอายุครบ 65 ปีขึ้นไป ระหว่างเดือนธันวาคม 2561 – กันยายน 2562 – 1,000 บาทต่อคน (จ่ายครั้งเดียว) – วันที่ 21 ของเดือน เริ่มจ่ายเดือนแรก 21 ธันวาคม 2561 – สำหรับผู้มีสิทธิที่ลงทะเบียนไทยนิยมฯ เริ่มจ่าย 5 มกราคม 2562 และ 1 กุมภาพันธ์ 2562   4. ค่าเช่าบ้าน สำหรับผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย – ผู้มีสิทธิที่มีอายุครบ 60 ปีขึ้นไป ระหว่างเดือนธันวาคม 2561 – กันยายน 2562 และแจ้งข้อมูลไว้กับหน่วยลงทะเบียนว่ามีภาระค่าเช่าบ้านและไม่มีที่พักอาศัย – 400 บาท/คน/เดือน – วันที่ 12 ของเดือน เริ่มจ่ายเดือนแรก 12 ธันวาคม 2561 – สำหรับผู้มีสิทธิที่ลงทะเบียนไทยนิยมฯ เริ่มจ่าย 5 มกราคม 2562 และ 1 กุมภาพันธ์ 2562 ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/7Z8kqjuYEOM

 28,970
แชร์ออฟเดอะเดย์
29 พ.ย. 61

นายมาต้องจัดเต็ม! ขรก.สาวกรมบัญชีกลางเล่นใหญ่บูมต้อนรับอธิบดี

คลิปบรรยากาศข้าราชการกรมบัญชีกลาง จัดใหญ่ต้อนรับ น.ส.สุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง ที่เดินทางมาตรวจราชการในพื้นที่  โดยการจัดใหญ่ วิ่งเข้าไปล้อมรอบและบูมต้อนรับ แบบจัดเต็ม    โดยโลกออนไลน์ก็มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า เวลาประชาชนไปใช้บริการอยากให้จัดใหญ่แบบนี้บ้าง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/tAOpmpj2UvY

 3,302
เศรษฐกิจ
15 พ.ย. 61

กรมบัญชีกลางเตรียมกำหนดราคากลางถนนยางพาราสัปดาห์หน้า

สัปดาห์หน้า จะมีการหารือ ราคากลางถนนที่มีส่วนผสมจากยางพา เพื่อให้หน่วยงานรัฐบาล สามารถนำไปใช้ในการลงทุนทำถนนได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพิ่มความต้องการยางพาราในประเทศมากขึ้น   15 พ.ย.61) นางญาณี แสงศรีจันทร์ รักษาการที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบการเงินการคลัง กรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า สัปดาห์หน้าจะมีการประชุมคณะกรรมการราคากลางและขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ ซึ่งมีหน้าที่ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ และกำหนดราคากลางก่อสร้าง โดยจะมีหัวข้อการกำหนดราคากลางถนนผสมน้ำยางพารา หรือ Para Soil Cement (พาราซอยซีเมนต์) เป็นครั้งแรกในประเทศไทย   โดยหลังจากได้เกณฑ์คำนวนราคากลาง พาราซอยซีเมนต์ อธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะประธานคณะกรรมการราคากลางและขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ ส่งต่อไปสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ประกาศเป็นกฎหมายต่อไปเพื่อให้หน่วยงานภาครัฐสามารถนำไปใช้ได้ตามกฎหมาย เพิ่มความต้องการยางพาราในประเทศมากขึ้น ดันราคายางพาราขึ้น เพื่อช่วยเกษตรกรชาวสวนยางตามนโยบายของรัฐบาล

 1,262
เศรษฐกิจ
26 ต.ค. 61

'สมคิด' สั่ง ก.คลัง-กรมบัญชีกลาง อัดงบ 1 แสนล้าน ดูแลคนชราผ่านบัตรคนจน

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี สั่งการให้กระทรวงการคลัง และกรมบัญชีกลาง เตรียมออกมาตรการดูแลผู้สูงอายุ ที่อายุเกิน 60 ปีขึ้นเป็น ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) โดยใช้เงินงบประมาณจากกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานราก   ซึ่งเดิมจัดสรรงบประมาณไว้ดูแลคนชราที่ 4-5 หมื่นล้านบาท แต่ให้กันงบประมาณเพิ่มเป็นพิเศษในปี 2562 ที่ 1 แสนล้านบาท ซึ่งยืนยันว่าไม่กระทบต่อฐานะการคลัง เพื่อไปทำโครงการต่างๆ ช่วยเหลือคนชรา โดยจะต้องอยู่ในขอบเขตช่วยเหลือเท่าที่ช่วยได้ ส่วนจะเป็นการให้เงินช่วยเหลือเพิ่มหรือไม่ ยังตอบไม่ได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/pg9e2y7d7tQ

 3,862
การเมือง
24 ก.ย. 61

กรมบัญชีกลาง ยืนยัน ปรับเพิ่มเงินบำนาญเป็น 4 หมื่น ไม่เป็นความจริง

จากกรณีที่มีการแชร์ผ่านโลกโชเชียล ซึ่งมีเนื้อหาว่าระบุ ‘บิ๊กตู่ ดันเพิ่มวงเงินเดือนราชการ 40,000 บาท บำนาญหลังเกษียณ หวั่นกลัวไม่พอใช้ตอนแก่ โดยข่าวดังกล่าวได้อ้างว่า เมื่อวันที่ 22 ก.ย. ได้ข้อสรุปหลังการประชุมด่วนของรัฐบาล และได้ประกาศอย่างเป็นทางการปรับเพิ่มเงินเดือนข้าราชการหลังเกษียณ จาก 20,000 บาท เป็น 40,000 บาท มีผลทันที 1 ตุลาคม 61’ นั้น   กรมบัญชีกลาง ขอยืนยันว่า ข่างดังกล่าวที่เผยแพร่ในสื่อโซเชียล ไม่เป็นความจริง ซึ่งประเด็นการปรับเพิ่มเงินบำนาญ ทางกระทรวงการคลังไม่มีนโยบายที่จะดำเนินการ และไม่มีการนำประเด็นนี้เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาแต่อย่างใด   ทั้งนี้ ที่ผ่านมาได้มีการแชร์ข่าวที่ทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนลักษณะนี้เกิดขึ้นหลายครั้ง ซึ่งกรมบัญชีกลาง ได้ชี้แจงทำความเข้าใจที่ถูกต้องมาโดยตลอด   ขอบคุณภาพและข้อมูล จากเฟซบุ๊ก กรมบัญชีกลาง, ประเทศไทย The Comptroller General’s Department, Thailand , สถานีข่าวกระทรวงการคลัง : Ministry of Finance News Station  

 2,319
สังคม-อาชญากรรม
24 พ.ค. 61

รพ.ฮือขึ้นป้ายประท้วง กรมบัญชีกลางแจง ระเบียบใหม่ไม่กระทบลูกจ้างปัจจุบัน สธ.ชี้เป็นเรื่องเข้าใจผิด

จากกรณีบุคลากรทางการแพทย์ แสดงความคิดเห็นคัดค้านระเบียบกระทรวงการคลังฉบับใหม่ ระบุห้ามโรงพยาบาลห้ามจ้างลูกจ้าง ห้ามขึ้นเงินเดือนลูกจ้าง   ซึ่งขณะนี้มีบางโรงพยาบาลได้ขึ้นป้ายคัดค้านประกาศดังกล่าว และโพสต์ในโซเชียล ผ่านเพจชมรมแพทย์ชนบท เช่น รพ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก รพ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา รพ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น เป็นต้น ขึ้นป้ายไว้อาลัย ระบุว่า “รพ.ชาติตระการ ขอไว้อาลัย กระทรวงการคลังที่ออกระเบียบ ห้ามโรงพยาบาลห้ามจ้างลูกจ้าง ห้ามขึ้นเงินเดือนลูกจ้าง”   ด้านนพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวภายหลังการหารือร่วมกับกระทรวงการคลังว่า กระทรวงสาธารณสุขได้ทำข้อตกลงกับทางกระทรวงการคลังมาก่อนหน้านี้แล้ว โดย สธ.มีระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วย เงินบำรุงของหน่วยบริการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ.2561 อยู่   ดังนั้น สธ. จึงปฏิบัติเหมือนเดิมทุกอย่าง ณ เวลา นี้ จึงขอให้บุคลากรกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งหน่วยบริการต่างๆ สบายใจ และทำงานได้เต็มที่เหมือนเดิม ไม่ได้กระทบกับกระทรวงแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากกระทรวงการคลังออกหนังสือแนบท้ายข้อเท็จจริงดังกล่าว ทาง สธ.จะส่งส่วนแนบท้ายนี้ไปยังหน่วยบริการในสังกัดทั่วประเทศ เพื่อทำความเข้าใจต่อเรื่องดังกล่าว   ด้านนายสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง ชี้แจงว่า กรมบัญชีกลางออกประกาศตามมติคณะรัฐมนตรี ที่ให้จัดระเบียบการจ้างพนักงาน หรือ ลูกจ้างชั่วคราว และการใช้เงินนอกงบประมาณใหม่ แต่ไม่ได้ยกเลิกสัญญาจ้างรายปี ของพนักงาน หรือ ลูกจ้างชั่วคราว จึงไม่ได้รับผลกระทบใดๆ แต่หากเมื่อหมดสัญญา ก็จะมีการวางแผนของวงเงินนอกงบประมาณ เพื่อจัดจ้างพนักงานใหม่ และในอนาคตทุกหน่วยงานราชการ จะต้องอยู่ภายใต้ระเบียบนี้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/sDc1E4fmT00    

 2,294

Top