ค้นหา :

ผลการค้นหา "ลาว"

สังคม
18 ก.พ. 63

คนร้ายขับฟอร์จูนเนอร์กราดยิงวัยรุ่นย่านเพชรเกษม เหยื่อซัดทอดเสี่ยดังฝั่งธน - เสี่ยโป้รับเป็นรถของตน ปัดไม่รู้ลูกน้องนำไปก่อเหตุ

ตำรวจเร่งตรวจสอบทะเบียนรถฟอร์จูเนอร์ หาตัวกลุ่มคนร้ายถล่มยิงวัยรุ่นย่านเพชรเกษม ขณะญาติผู้บาดเจ็บเชื่อเป็นเพราะไปเม้นท์เฟซเสี่ยคนดัง   จากเหตุการณ์ คนร้ายถล่มยิงกลุ่มวัยรุ่นที่วัดจันทร์ประดิษฐ์ฐาราม ซอยเพชรเกษม 48 จนทำให้มีผู้บาดเจ็บ 2 คน คือนายวิทยา บัวเทศ และนายนายพิชิต ม่วงงาม ซึ่งที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนจำนวน 15 ปลอกตกอยู่ โดยแบ่งเป็นขนาดจุด 38 จำนวน 14 ปลอก และขนาด 11 มม.อีก 1 ปลอก    น้องชายของนายปรวัตร บัวเทศ บอกว่าก่อนเกิดเหตุ พี่ชายของตนตั้งวงดื่มสุรากับเพื่อน จากนั้น กลุ่มคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์และรถโตโยต้าฟอร์จูเนอร์ เข้ามาและชักปืนกราดยิงทันที ทำให้พวกตนต้องวิ่งหนีตาย ส่วนตัวเชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็นลูกน้องเสี่ยชื่อดังย่านฝั่งธนบุรี เพราะเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พี่ชายได้เข้าไปโพสต์ที่เพสบุ้กของเสี่ยรายนี้ ในทำนองต่อว่าที่ปล่อยให้ลูกน้องถูกทำร้าย ที่ ส.ป.ป ลาว กุจากนั้นได้มีโทรศัพท์บอกว่าเป็นลูกน้องเสี่ย ให้ลบโพสต์ แต่พี่ชายไม่ยอม ก็เลยเกิดเหตุส่วนครอบครัวของผู้บาดเจ็บอีกคน เชื่อว่ากลุ่มคนร้ายน่าจะตั้งใจเข้ามาก่อเหตุ เพราะใส่หน้ากากอนามัยเพื่ออำพรางตัว   ครอบครัวผู้ได้รับบาดเจ็บมีรายงานว่า ขณะนี้ตำรวจนครบาลภาษีเจริญ ได้เร่งทยอยสอบปากคำผู้บาดเจ็บ และ ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เพื่อยืนยันรูปพรรณสัณฐานของคนร้าย นอกจากนี้ยังเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิด ตั้งแต่ช่วงเวลาที่กลุ่มคนร้ายขี่รถเข้ามาก่อเหตุ จนกระทั่งหลบหนี รวมถึงตรวจสอบป้ายทะเบียนรถฟอร์จูเนอร์สีขาว ทะเบียน 7456 กรุงเทพฯ ว่าเป็นรถของใคร เพื่อจะเรียกมาสอบปากคำว่าเกี่ยวข้องหรือไม่รวมถึงนำปลอกกระสุนที่พบทั้งหมด ส่งกองพิสูจน์หลักฐาน เพื่อหาว่าเป็นปืนมาจากกระบอกใด และใครเป็นผู้ครอบครอง เพื่อเตรียมอนุมัติศาลออกหมายจับ   เมื่อวานนี้เสี่ยโป้ได้เดินทางมาร่วมพูดคุยในรายการโหนกระแส เล่านาทีทะเลาะวิวาทที่ประเทศลาวว่า วันเกิดเหตุได้เดินทางไปเที่ยวและทำธุรกิจในคราวเดียวกัน จากนั้นไปที่ผับแห่งหนึ่งประมาณ 10 คน โดยที่เสี่ยโป้บอกว่าตนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์เนื่องจากตนเดินออกไปกำลังจะขึ้นรถกลับบ้าน และได้ยินเสียงเอะอะโวยวาย พอเห็นว่าลูกน้องโดนทำร้ายจึงรีบลงจากรถเพื่อเข้าไปห้ามจนเกิดเหตุชุลมุน   โดยเสี่ยโป้ยังกล่าวอีกว่าไม่อยากให้เป็นปัญหาระหว่างประเทศ เนื่องจากเมื่อตนไลฟ์สดพูดถึงกรณีดังกล่าวออกไปก็มีกระแสทั้งสนับสนุนและต่อต้าน ซึ่งเจ้าหน้าที่ประเทศลาวได้ประสานฝั่งประเทศไทยให้เจ้าตัวข้ามกลับมาทันที โดยที่เสี่ยโป้ยืนยันว่าไม่ได้ทำอะไรให้ใครหมันไส้ ซึ่งวันนั้นแค่แจกทิปให้เด็กเสิร์ฟด้วยแบงค์พันประมาณ 7-8 หมื่นบาท    จากคลิปไลฟ์สดของเสี่ยโป้ทำให้มีคนโยงเข้ากับเหตุการณ์กราดยิงที่ซอยเพชรเกษม 48 เสี่ยโป้โต้ยืนยันว่าไม่รู้เรื่องแต่ยอมรับว่ารถฟอร์จูนเนอร์สีขาวเป็นรถของบ้านตัวเอง แต่ไม่ทราบว่าลูกน้องคนไหนนำไปขับซึ่งเจ้าตัวไม่ได้เป็นคนสั่ง เพราะตอนเกิดเหตุตนอยู่ที่ประเทศลาว  

 85
สังคม
26 พ.ย. 62

ลาวผลักดันสร้าง 'เขื่อนหลวงพระบาง' ในลำน้ำโขง หวังเป็นแบตเตอรีแห่งเอเชีย

รายงานชุด โขง คน เขื่อน ตอนที่ 3   รัฐบาลลาวมีโครงการสร้างเขื่อนในแม่น้ำโขงทั้งหมด 9 แห่ง เพื่อจะผลิตพลังงานไฟฟ้าที่เกิดจากแม่น้ำโขง สำหรับใช้ในประเทศและขายให้ประเทศอื่นๆ ด้วยแนวคิด Battery of Asain และหลังจากเปิดเดินเครื่องเขื่อนไซยะบุรี เมื่อเดือนที่แล้ว ตอนนี้ เขื่อนหลวงพระบางก็กำลังถูกผลักดัน โดยจะมีการเปิดรับฟังความเห็นผลกระทบในฝั่งประเทศไทยด้วย ท่ามกลางการเป็นทักท้วงของนักวิชาการและกลุ่มอนุรักษ์แม่น้ำโขง    ตอนเหนือของเมืองหลวงพระบาง โดยการนั่งเรือไปตามแม่น้ำโขง ราว 20 กิโลเมตร ที่นั่นจะเป็นจุดบรรจบกันของแม่น้ำอู ลำนำสาขาสายสำคัญแห่งหนึ่งของลาว ที่ไหลลงสู่แม่น้ำโขง นักท่องเที่ยว และผู้คนที่มาหลวงพระบาง เมืองมรดกโลก มักมาเที่ยวล่องแก่งที่นำอูด้วย ตรงข้ามกับปากน้ำอู คือถ้ำติ่ง หน้าผาที่มีซอกลึกเข้าไปคล้ายอุโมงค์ และมีชะง่อนหินผาย้อยลงมา เหมือโคมระย้าห้อยอยู่ มีพระพุทธรูปประดิษฐานที่นั่น ก็เป็นหนึ่งที่ท่องเที่ยว ผู้คนจะมาที่นี่ได้ก็ด้วยการสัญจรทางเรือในแม่น้ำโขง   และหากล่องเรืองทวนน้ำขึ้นทางเหนือ ห่างจากปากน้ำอูไปอีก 2-3 กิโลเมตร จะพบธงเหลือปักอยู่ริมแม่น้ำโขงทั้งสองฝั่ง ซึ่งบริเวณนั้นมีทั้งเกาะแก่ง โขดหิน หาดทราย และลึกเข้าไปเป็นชุมชนบ้านเรือน บริเวณนี้เองที่ถูกคัดเลือกให้เป็นที่ตั้งเขื่อนหลวงพระบาง    มีข้อเท็จจริงในพื้นที่ว่า บริษัทของเวียดนาม และทางการลาว ที่ร่วมทุนเพื่อศึกษาพื้นที่สร้างเขื่อนหลวงพระบางนั้น ต้องการสร้างบริเวณที่ใกล้จุดบรรจบกันของภูมิเขาสูงลูกที่ขนาบข้างแม่น้ำโขง แต่จำเป็นต้องระเบิดแก่งหินออก แต่รัฐบาลลาวไม่เห็นด้วยเพราะเกรงจะกระทบเกาะแก่งหิน และอาจกระทบการขึ้นทะเบียนมรดกโลกของหลวงพระบาง จึงกำหนดพิกัดตามธงที่ปักไว้ให้    ข้อมูลที่เปิดเผยก่อนหน้านี้ ระบุว่า เขื่อนหลวงพระบาง เป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาลลาว กับบริษัทปิโตรเลียมของเวียดนาม และอาจมีบริษัทก่อสร้างของไทยรวมเป็นพันธมิตร จะรับผิดชอบสร้างเขื่อนหลวงพระบางด้วย เป้าหมายเพื่อส่งออกไฟฟ้าให้ไทย และเวียดนาม ซึ่งเขื่อนนี้ ถูกออกแบบให้เป็นเขื่อนผลิตไฟฟ้าแบบน้ำไหลผ่าน (Run-of-river Dam) ตัวสันเขื่อนมีความยาว 275 เมตร สูง 79 เมตร กว้าง 97 เมตร ขนาดกำลังผลิต 1,460 เมกะวัตต์    เมื่อเดือนที่แล้ว คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงแห่งชาติลาว (LNMC) ยื่นเอกสารต่อสำนักงานเลขาธิการแม่น้ำโขง (MRCs) เพื่อขอให้มีการจัดกระบวนการแจ้ง ปรึกษาหารือล่วงหน้า หรือเรียกว่า PNPCA process กรณีโครงการเขื่อนหลวงพระบาง (Luang Prabang Hydropower project) โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบแผนเข้าสู่กระบวนการปรึกษาหารือฯ ที่ต้องแจ้งและรับฟังความเห็นจากประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากประเทศสมาชิกลุ่มน้ำโขง โดยมีระยะเวลาดำเนินงาน 6 เดือน คือ ตั้งแต่ 8 ตุลาคม 2562 และสิ้นสุดกระบวนการในวันที่ 7 เมษายน ปีหน้า    ขณะที่เลขาธิการ สทนช. ระบุว่า สิ่งที่จะทำได้ในกรณีเขื่อนหลวงพระบาง คือเปิดเวทีแจ้งข้อมูลโครงการต่อภาครัฐทุกระดับ และประชาชน 8 แม่น้ำโขงของไทย ตั้งแต่เชียงราย ถึงอุบลราชธานี และจะนำบทเรียน ผลกระทบ จากเขื่อนไซยะบุรีไปสะท้อนปัญหาด้วย   การเดินหน้าเขื่อนแห่งใหม่ในลาว ทำให้นักอนุรักษ์กลุ่มรักษ์เชียงของ เห็นห่วงอย่างยิ่งต่อผลกระทบข้ามพรมแดน โดยเฉพาะกรณีเขื่อนไซยะบุรีที่เกิดกับพื้นที่ท้ายเขื่อนเมื่อเดือนที่แล้ว น่าจะเป็นตัวอย่างได้ชัด และยังไม่นับความกังวลใจเรื่องพันธ์ปลาในแม่น้ำโขงจะกระทบด้วย   สื่อมวลชนในสปป.ลาว ระบุว่าเขื่อนหลวงพระบาง จะกระทบผู้คนใน 3 แขวง คือ เมืองจอมเพ็ด แขวงหลวงพระบาง เมืองปากอู แขวงอุดมไซย และเมืองหงสา แขวงไซยะบุรี รวมหลายพันครอบครัว ที่อาจต้องอพยพโยกย้าย ขณะที่ผลกระทบข้ามพรมแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้านคือระบบนิเวศที่เป็นแหล่งอาหารด้วย    นักวิชาการและกลุ่มอนุรักษ์เชียงของและลุ่มน้ำโขง มีความเห็นว่าแทนที่จะเดินหน้ารับฟังความเห็นเรื่องเขื่อนหลวงพระบาง ควรจะยกเลิกเขื่อน เพราะมีพลังงานทางเลือกอื่น มาทดแทนมากขึ้น และการลงทุนที่กระทบสิทธิมนุษยชน นับวันแต่จะมีความเสี่ยงมากขึ้น  

 1,099
สังคม-อาชญากรรม
02 ก.ย. 62

ร้อง un วอนช่วยวิศวกรไทยถูกขังที่ลาว 10 เดือน เรียกค่าไถ่ 1.7 ล้าน ทั้งที่ไม่ได้ทำผิด

จากกรณี น.ส.ขวัญตา ลัทธิ อายุ 47 ปี ร้องสื่อว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังจากไปร้องขอความช่วยเหลือเพราะสามีถูกกักขังที่ ตม.ฝั่งประเทศสาธารณรัฐประชาชนลาว นานกว่า 10 เดือน   โดยระบุนายกิตติเดช ลัทธิ อายุ 48 ปี สามีตน ถูกบริษัทรับเหมารายใหญ่ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ประเทศสาธารณรัฐประชาชนลาว กักขังโดยไม่มีเหตุผล ทั้งที่ตำรวจและอัยการลาวระบุไม่มีความผิด พร้อมกับเรียกเงินอีกกว่า 1.7 ล้าน     ด้านนายพีรภัทร ทองธีรสกุล ทนายที่ติดตามเรื่องกล่าวว่า ครั้งแรกยังไม่มั่นใจว่าคนของเราได้กระทำผิดจริงหรือไม่ เมื่อไปติดต่อก็พบว่าเรื่องอยู่ที่ตำรวจลาว สอบถามหลายครั้งก็ไม่ได้คำตอบว่าได้กระทำผิดอะไร จนกระทั่งผ่านไปถึง 4 เดือน   ต่อมาได้ข้อมูลและเอกสารจากทนายของเราฝั่งประเทศลาว ว่าตำรวจกับอัยการชี้ว่าไม่มีความผิดฐานช่อโกงพลเมือง เราจึงเริ่มการเดินเรื่องถึงกงสุลไทยในลาว เพื่อให้มีการปล่อยตัวแรงงานไทย แต่กลับไม่ได้รับคำตอบ อีกทั้งสำนวนของตำรวจที่ส่งให้อัยการนาน 2 เดือนก็ไม่ได้ดำเนินการใดๆ กลับตีกับมายังตำรวจเวียงจันทร์ให้มีการสอบเพิ่ม แต่ก็ทิ้งไปอีก 2 เดือน จนกระทั่งต้องวิ่งขอความช่วยเหลือกับหน่วยงานในประเทศไทย แต่ทั้งหมดไม่มีใครยื่นมือมาช่วยเหลือ   นายพีรภัทร ทนายความยังกล่าวด้วยว่า หลังจากหน่วยงานไทยไม่ให้ความช่วยเหลือ ได้ไปยื่นร้องไปยังสหประชาชาติหรือ UN จนมีการส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ เบื้องต้น UN ระบุ 2 ประเด็น คือการจับกุมตามอำเภอใจ และเป็นการเรียกค่าไถ่   ส่วนการทำงานของเจ้าหน้าที่ไทย ผมยอมรับว่าไม่ได้รับคำตอบในทางที่ดี เพราะไม่มีหน่วยงานใดยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือแม้หน่วยงานเดียว จึงอยากจะเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ไทยสนใจและเห็นใจคนไทยในต่างแดน ซึ่งจากทราบข้อมูลมามีคนไทยยังถูกกักขังไว้ในลักษณะนี้อีกกว่า 90 คน หลายคนโดนในแบบเดียวกัน และอยากถามว่าฝั่งไทยจะช่วยเขาอย่างไร ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LcWLrmRj7OI

 2,651
ข่าวในประเทศ
29 ก.ค. 61

ผู้ประสบภัยลาวเล่านาทีชีวิตหนีตายเขื่อนแตก รับตอนนั้นคิดว่าตัวเองคงไม่รอดแล้ว

ความคืบหน้าจากเหตุกรณ์เขื่อนเซเปียน – เซน้ำน้อย แตกเนื่องจากการที่มีฝนตกหนัก จนเกิดเหตุอุทกภัย ทำให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่แขวงจำปาสักและแขวงอัตตะปือ ทางภาคใต้ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวนั้น เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและสูญหายจำนวนมากนั้น   เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (29 ก.ค.) ได้เกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกสิ่งของบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่เมืองสะหนามไซ แขวงอัตตะปือ เสียหลักพุ่งตกลงสะพานข้ามน้ำเซน้ำน้อย ที่เมืองปากซอง แขวงจำปาสัก เป็นเหตุให้ชาวลาวเสียชีวิต 1 ราย    ขณะที่ ลุงสมหมาย ชาวบ้านซึ่งอาศัยอยู่ใต้เขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อย ในแขวงอัตตะปือ ได้ออกมาเล่านาทีพาครอบครัวเอาชีวิตรอดจากกระแสน้ำที่พัดเข้ามาในหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว เผยต้องหนีขึ้นไปเกาะบนเนินสูง สุดท้ายจึงหนีรอดชีวิตมาได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ก็ยังมีญาติพี่น้องในหมู่บ้านเดียวกันสูญหายอีก 8 คน และคิดว่าคงไม่รอดแล้ว ส่วนสภาพจิตใจตอนนี้ก็ยังไม่ปกตินัก เพราะคิดอยู่ว่าต่อไปจะไปอยู่ที่ไหน 

 7,024
พระราชสำนัก
28 ก.ค. 61

'สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว' ส่งพระราชสาส์นเสียพระราชหฤทัยถึงประธานประเทศลาว กรณีเขื่อนแตก

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชสาส์นถึงประธานประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ณ นครเวียงจันทน์ ความว่า “ข้าพเจ้ารู้สึกใจหายและเศร้าสลดใจอย่างยิ่งที่ได้ทราบว่าเกิดอุทกภัยรุนแรงอันเนื่องมาจากฝนตกหนักในแขวงจำปาสักและแขวงอัตตะปือ ทำให้เขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อยเสียหาย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต ผู้สูญหาย และผู้ที่ต้องอพยพออกจากพื้นที่เป็นจำนวนมาก   ทั้งยังก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมากต่อทรัพย์สินและโครงสร้างพื้นฐาน ข้าพเจ้าและประชาชนชาวไทยขอแสดงความเสียใจอย่างที่สุดมายังท่านและประชาชนชาวลาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งครอบครัวผู้ประสบความทุกข์และความสูญเสียในครั้งนี้ ทั้งขอยืนยันด้วยใจจริงว่า ประชาชนชาวไทยจะยืนหยัดอยู่เคียงข้างประเทศและประชาชนชาวลาวให้สามารถผ่านพ้นเหตุการณ์ครั้งนี้ไปได้โดยสวัสดี”                           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/2a3Y48hjsEc  

 2,622
แชร์ออฟเดอะเดย์
28 ก.ค. 61

เปิดคลิปนาทีชีวิต กู้ภัยไทยลุยช่วยผู้ประสบภัยลาวหนีตายเขื่อนแตก - แพทยสภารับสมัครหมอจิตอาสา

ความคืบหน้าจากเหตุกรณ์เขื่อนเซเปียน – เซน้ำน้อย แตกเนื่องจากการที่มีฝนตกหนัก จนเกิดเหตุอุทกภัย ทำให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่แขวงจำปาสักและแขวงอัตตะปือ ทางภาคใต้ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวนั้น ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตแล้ว 32 ราย และสูญหายอีก 126 ราย     ขณะที่ในโซเชียลฯ มีการแพร่คลิปขณะทีมกู้ภัยไทย ฮุก 31 ทีม เข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ยังติดอยู่บนเกาะกลางน้ำในเมืองสะหนามไซ แขวงอัตตะปือ จนรอดชีวิตออกมาได้อย่างปลอดภัยทุกคน      ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก แพทยสภา ได้ประกาศเชิญชวนแพทย์ไทยเข้าร่วม “โครงการแพทย์อาสา แพทยสภา ช่วยผู้ประสบภัย สปป.ลาว” ระบุว่า   ตามที่เกิดภัยพิบัติเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อยแตก ในแขวงอัตตะปือ ทางตอนใต้ของ สปป.ลาว นั้น เป็นวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่ที่สร้างความเสียหาย บาดเจ็บ พิการ และสูญเสียชีวิตของประชาชนของ สปป.ลาว จำนวนมาก   นายกแพทยสภาจึงได้มอบให้สำนักงานเลขาธิการแพทยสภาจัดตั้ง “โครงการแพทย์อาสา แพทยสภา ช่วยผู้ประสบภัย สปป.ลาว” ขึ้นในวันที่ 26 ก.ค.2561   โดยถึงแม้ว่า ขณะนี้ (27 ก.ค.2561) ทาง สปป.ลาว จะยังไม่ได้แจ้งความประสงค์ขอความช่วยเหลือ จากหน่วยแพทย์ จากประเทศไทย หรือ กระทรวงสาธารณสุขก็ตาม แต่เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมให้ความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที เมื่อทาง สปป.ลาว หรือกระทรวงสาธารณสุข มีความประสงค์ แจ้งมาทางแพทยสภา   ทางโครงการ จึงได้ขอเปิดรับสมัครแพทย์อาสา ที่ประสงค์อาสาออกหน่วยช่วยเหลือไว้ล่วงหน้า ซึ่งแบ่งพื้นที่การเข้าช่วยเหลือ ออกเป็น   1.จ.อุบลราชธานี เพราะเป็นจังหวัดที่ติดกับสถานที่เกิดเหตุ   2.ในพื้นที่ ฝั่งสปป.ลาว   3.ได้ทั้งสองแบบ   โดยมีขั้นตอนดังนี้   ขั้นที่ 1.ให้แพทย์ขึ้นทะเบียนแพทย์จิตอาสา โดยกรอกผ่านเว็ปแพทย์อาสา และติดตามความคืบหน้าสถานการณ์ โดยแพทยสภาจะเรียนแจ้งเป็นระยะ ๆ ในห้องนี้และห้องline แพทย์อาสา   ขั้นที่ 2.รอความต้องการ จากกระทรวงสาธารณสุข หรือจาก สปป.ลาว ที่แจ้งขอสนับสนุนมาที่แพทยสภา ทั้ง ประเภท จำนวน ช่วงเวลา และสถานที่ คือที่อุบลราชธานี หรือที่ฝั่งสปป.ลาว *ซึ่งอาจมีหรือไม่ก็ได้ตามความจำเป็นของสถานการณ์   ขั้นที่ 3 ทางโครงการจะแจ้งเวลาและวันให้ แพทย์อาสาเฉพาะท่านที่ลงทะเบียนไว้ และตรงคุณสมบัติ เลือกอีกครั้งหนึ่งตามความสะดวกผ่านเว็บแพทย์อาสา ทั้งนี้จะต้องเดินทางเข้าปฏิบัติงานไม่ต่ำกว่า 3 วัน 2 คืน   ขั้นที่ 4 การประสานงาน การเดินทางต่างๆ ทีมสต๊าฟของแพทยสภา จะประสานโดยตรงกับท่าน ที่ได้รับคัดเลือกแต่ละรายเพื่อยืนยัน ใช้ระบบเดียวกับแพทย์อาสาเนปาล ท่านจะต้องมีพาสปอร์ต และ MD Card ที่ไม่หมดอายุ พร้อมเดินทาง (หากหมดอายุต้องรีบต่อก่อน)   สำหรับแพทย์ที่สนใจสามารถลงทะเบียนได้ที่ https://tmc.or.th/volunteer/index.php     ทั้งนี้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีคำสั่งให้เลื่อน การจัดงานเลี้ยงขอบคุณผู้ร่วมปฏิบัติหน้าที่ในการช่วยเหลือนำเยาวชนและผู้ฝึกสอนทีมหมูป่า อะคาเดมี 13 คน ออกจากวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย อย่างไม่มีกำหนด จนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสม จากเดิมงานดังกล่าวจะมีขึ้นในวันพุธที่ 1 ส.ค.นี้ เนื่องจากแขกรับเชิญส่วนใหญ่ อยู่ระหว่างไปปฎิบัติภารกิจให้ความช่วยเหลือ เหตุการณ์เขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อยแตกที่ประเทศลาว                           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/iBH45dOVzLg

 12,660
การเมือง
25 ก.ค. 61

นายกฯ มอบเงิน 5 ล้าน ช่วย สปป.ลาว

นายกรัฐมนตรีมอบเงิน 5 ล้านบาท ช่วยเหลือเหตุภัยพิบัติ สปป.ลาว ผ่านเอกอัครราชทูต สปป.ลาว ประจำประเทศไทย พร้อมส่งสารแสดงความห่วงใยต่อนายกรัฐมนตรีลาว เชื่อว่าด้วยความมุ่งมั่น จะทำให้ก้าวข้ามภัยพิบัติครั้งนี้ได้   วันนี้ (25 ก.ค.) ที่ห้องสีม่วงตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบเงินช่วยเหลือจำนวน 5 ล้านบาท หรือ ประมาณ 1,300 ล้านกีบ แก่นายแสง สุขะทิวง เอกอัครราชทูต สปป.ลาว เพื่อแสดงความห่วงใยและน้ำใจของประชาชนชาวไทย ในฐานะมิตรประเทศที่ใกล้ชิด สำหรับใช้ช่วยบรรเทาผลกระทบจากเหตุกรณีเขื่อนเซเปียน – เซน้ำน้อย ที่ชำรุดเสียหายสืบเนื่องจากการที่มีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องทำให้มีปริมาณน้ำจำนวนมากจนเกิดเหตุอุทกภัย ทำให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ที่แขวงจำปาสักและแขวงอัตตะปือ ทางภาคใต้ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว    ภาพจากเว็บไซต์ รัฐบาลไทย   โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรียังกล่าวว่า พร้อมให้ความช่วยเหลือทั้งในด้านอาหาร น้ำสะอาด ยา และเต็นท์พลาสติก ในการบรรเทาอุทกภัยในครั้งนี้อย่างเต็มที่ ซึ่งขณะนี้ ทราบว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งทหารและพลเรือน อาสาบรรเทาสาธารณภัยได้มีการประชุมเพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางการให้ความช่วยเหลือต่อไป   เอกอัครราชทูต สปป.ลาว ได้กล่าวแสดงความซาบซึ้งในไมตรีของรัฐบาลและประชาชนไทย ความช่วยเหลือของรัฐบาลและประชาชนไทยครั้งนี้ ยืนยันให้เห็นถึงมิตรภาพและน้ำจิตน้ำใจคนไทยที่มีต่อเพื่อนทั้งในยามปกติและเมื่อเพื่อนต้องการความช่วยเหลือ เป็นมิตรภาพที่แท้จริง ขอขอบคุณอีกครั้ง ขณะนี้ทราบว่า หน่วยงานของลาวได้เร่งแก้ไขและให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวอย่างเต็มที่   โอกาสเดียวกันนี้ นายกรัฐมนตรียังได้มีสารแสดงความเสียใจส่งไปถึงนายทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เชื่อว่าด้วยความมุ่งมั่นของประชาชนชาวลาว พี่น้องชาวลาวจะสามารถก้าวผ่านภัยพิบัติในครั้งนี้และสถานการณ์จะผ่านพ้นไปด้วยดีในเร็ววัน     ขอบคุณภาพจาก เว็บไซต์ รัฐบาลไทย    

 1,752
สังคม-อาชญากรรม
25 ก.ค. 61

โฆษก กต. แจง คนไทยนำของช่วยชาวลาวใช้บัตรผ่านแดนไป ‘แขวงอัตตะปือ’ ไม่ได้

น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า สถานกงสุลใหญ่ไทย ณ สะหวันนะเขต ฝากประชาสัมพันธ์ให้คนไทยที่จะเดินทางไปยังแขวงอัตตะปือทราบว่า ขณะได้รับแจ้งจากสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) อุบลราชธานีและตม.มุกดาหารว่า ขณะนี้มีคนไทยจำนวนมากจะเดินทางไปยังแขวงอัตตะปือ เพื่อนำความช่วยเหลือไปให้ทั้งในรูปแบบของบริจาคและอาสาสมัคร    อย่างไรก็ดีตามระเบียบในการเข้า-ออกผ่านด่านชายแดนทางรถ คนจะต้องใช้หนังสือเดินทาง ขณะที่รถจะต้องมีพาสปอร์ตรถ เพราะหากใช้บัตรผ่านแดน จะเดินทางไปได้เพียงเฉพาะเขตแขวงจำปาสักหรือแขวงสะหวันนะเขตที่มีพื้นที่ติดกับชายแดนเท่านั้น จะไม่สามารถเดินทางผ่านออกไปยังแขวงอัตตะปือได้ นอกจากนี้ผู้ที่ใช้บัตรผ่านแดนจะอยู่ในสปป.ลาวแค่ 2 คืน 3 วัน หากไม่ทำตามที่กฎหมายกำหนดแล้วทางการลาวตรวจพบจะเกิดปัญหาในการเดินทางออกนอกประเทศลาวตามมา     ดูข่าวเพิ่มเติม ส่งใจช่วยลาว เจอวิกฤตเขื่อนแตก ชาวบ้านผวาเขื่อนแตกแล้ว 3 แห่งในรอบ 3 ปี  

 4,994
ต่างประเทศ
25 ก.ค. 61

ลาววิกฤต! เขื่อนแตก น้ำทะลักท่วมบ้านเรือน ปชช.กว่า 6 พันคนไร้ที่อยู่ ปีนหลังคาหนีตาย

ลาว เพื่อนบ้านของไทยกำลังวิกฤติ เกิดเหตุสันเขื่อนผลิตไฟฟ้าเซเปียน-เซน้ำน้อยแตก ทำให้น้ำปริมาณมหาศาลจากเขื่อนไหลทะลักเจ้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในเมืองสะหนามไซ แขวงอัตตะปือ ทางตอนใต้ของลาว ได้รับความเสียหายอย่างหนัก   สื่อท้องถิ่นรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตแล้วจำนวนหนึ่ง และสูญหายหลายร้อยคน ขณะที่ประชาชนอย่างน้อย 6,600 คนต้องไร้ที่อยู่อาศัย เฉพาะหน้ามีประชาชนแจ้งพลัดหลงกับสมาชิกในครอบครัวจำนวนมาก   รายงานระบุว่า  ชาวบ้านใน 6 หมู่บ้านใต้เขื่อนต้องอพยพอย่างเร่งด่วนหลังน้ำทะลักเข้าท่วมเมื่อค่ำวันจันทร์ที่ผ่านมา หลายคนต้องปีนต้นไม้ ขึ้นหลังคาบ้านกะทันหันเพื่อเอาชีวิตรอด แม้บริษัทผู้สร้างเขื่อน ได้แจ้งเตือนให้ประชาชาชนอพยพขึ้นที่สูงโดยด่วนทันทีก็ตาม หลังเกิดเหตุสันเขื่อนที่กำลังก่อสร้างแตก ส่งผลให้น้ำปริมาณหลายพันล้านลูกบาศก์เมตรทะลักลงแม่น้ำเซเปียนมุ่งหน้าเมืองสะหนามไซ   ทางการลาวประกาศเขตภัยพิบัติฉุกเฉิน นายกรัฐมนตรีลาว ทองลุน สีสุลิด เลื่อนประชุมครม.ลาว เพื่อลงพื้นที่ประสบภัยทันที  ขณะที่องค์กรท้องถิ่นขอความช่ผวยเหลือจากทางการและภาคประชาสังคม ให้เร่งส่งสิ่งของจำเป็นลงไปบรรเทาทุกข์   คาดว่าเหตุสันเขื่อนแตกนี้ เป็นผลของพายุเซินติญ ที่ทำให้เกิดฝนตกหนักในเขตลาวตอนใต้ เขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อย อยู่ในเขตที่ราบสูงโบโลเวน รอยต่อเมืองปากซอง แขวงจำปาสัก กับเมืองสะหนามไซ แขวงอัตตะปือ เริ่มก่อสร้างในปี 2556 จะแล้วเสร็จในต้นปีหน้า 2562   กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง บอกว่า สันเขื่อนย่อยส่วนดี(D) แตกเพราะปริมาณน้ำมากเกินกำหนด โดยเขื่อนดินส่วนย่อย D เป็น 1 ใน 5 เขื่อนย่อยที่อยู่ล้อมรอบเขื่อนหลัก ที่ผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำ และยังเชื่อว่า จะไม่มีผลต่อการเริ่มจ่ายไฟฟ้าในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า   เขื่อนแห่งนี้มีกำลังการผลิตไฟฟ้า 410 เมกะวัตต์ ในจำนวนนี้ส่วนใหญ่คือ 370 เมกะวัตต์ ได้ทำสัญญาขายให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตของไทย มีสัญญาซื้อขาย 27 ปี ส่วนกำลังการผลิตไฟฟ้าที่เหลืออีก 40 เมกะวัตต์รองรับการใช้ไฟฟ้าในลาวเอง เท่ากับว่ากำลังการผลิตของเขื่อนนี้เพื่อรองรับการใช้ไฟฟ้าในประเทศไทยเป็นหลัก   โครงการผลิตไฟฟ้าในลาวโดยการสร้างเขื่อนต่างๆ  ส่วนใหญ่เพื่อผลิตไฟฟ้าป้อนให้ประเทศเพื่อนบ้าน จนได้รับฉายาว่า แบตเตอรี่ของเอเชีย หรือหม้อไฟของเอเชีย สำนักข่าวต่างประเทศรายรายงานว่า ลาวมีเขื่อนที่กำลังใช้งานอยู่ประมาณ 10 เขื่อน อีกราว 20 แห่งกำลังก่อสร้าง และอีกหลายสิบแห่งกำลังวางแผนการก่อสร้าง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zaSSK-UqoqE

 66,157
พระราชสำนัก
14 เม.ย. 61

'สมเด็จพระเทพฯ' เสด็จฯ งานสงกรานต์สถานทูตลาว

วานนี้ (13 เม.ย.) สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประจำประเทศไทย ทรงร่วมงาน “สะบายดีปีใหม่ลาว พ.ส.2561” เนื่องในโอกาสเทศกาลวันสงกรานต์และปีใหม่ไทย รวมทั้งนับเป็นเทศกาลปีใหม่ของประชาชนชาวลาว พร้อมทรงร่วมพิธีบายศรีและงานราตรี โดยมี นายสะเหลิมไซ กมมะสิด รมว.ต่างประเทศ สปป.ลาว นายแสง สุขะทิวง เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประจำประเทศไทย พร้อมด้วย พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูต เฝ้าฯ รับเสด็จ    ในการนี้นายสะเหลิมไซ ทูลเชิญสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงร่วมรำวงลาว ในเพลง สบายดีปีใหม่ ม่วนแท้บ้านเฮา โดยข้าราชการต่างออกมาร่วมรำวงด้วยความชื่นมื่นสนุกสนาน จากนั้นได้มีการทูลเชิญสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงร่วมเต้นรำวงจังหวะบาสโลบร่วมกับข้าราชการและประชาชนที่มาร่วมงาน สร้างความปลื้มปีติแก่ผู้ร่วมงานอย่างหาที่สุดมิได้ ก่อนเสด็จฯ กลับ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานกระเช้าดอกไม้และฉายพระฉายาลักษณ์ร่วมกับนักแสดง                       ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/r0nQTxUI7Zg    

 4,479
ข่าวภูมิภาค
10 เม.ย. 61

แรงงานลาวกลับสงกรานต์ตรึม ครม.ไทยใจดีเว้นค่าผ่านแดน

วันที่ 10 เม.ย.61 บริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดนครพนม(บขส.) เขตเทศบาลบาลเมืองนครพนม มีแรงงานต่างด้าว สัญชาติลาว ทั้งชายและหญิงเดินทางด้วยรถโดยสารจาก กทม. เพื่อจะนั่งรถบัสระหว่างประเทศสายนครพนม-คำม่วน ผ่านสะพานมิตรภาพแห่งที่ 3 กลับไปฉลองประเพณีสงกรานต์ที่บ้านเกิดจำนวนมาก นายทรงศักดิ์ คำหล้า อายุ 43 ปี คนขับรถโดยสารเส้นนครพนม-ท่าแขก แขวงคำม่วน เปิด เผยว่าปกติแล้ววันธรรมดาจะมีผู้โดยสารน้อย เบาะโดยสารมี 45 ที่นั่ง จะว่างมากกว่าครึ่ง พอถึงหน้าเทศกาลสงกรานต์จะมีปริมาณเพิ่มขึ้น เบาะที่นั่งจะเต็มและต้องยืนเบียดเสียดกันจนแน่น เพราะแรงงานชาวลาวแต่ละคน ตั้งใจจะลางานมาเพื่อฉลองสงกรานต์กับญาติพี่น้องที่บ้านเกิด   ท้าวอุได สีสมใส อายุ 26 ปี เล่าว่าไปทำงานเป็นช่างติดตั้งกระจกในกรุงเทพฯ ย่านรามอินทรา 3 ปี แล้ว ปีนี้ลางานนายจ้างพาครอบครัวกลับบ้านในวันสงกรานต์ และจะกลับไปทำงานในวันที่ 17 เม.ย.นี้ ด้านนางแก้ว เพดทิราช อายุ 23 ปี ทำงานเป็นแม่บ้าน ก็จะเที่ยวสงกรานต์กับพี่น้อง ก่อนจะกลับในวันที่ 18 เม.ย. และนางจำปา นอวันทา อายุ 21 ปี บ้านอยู่เมืองบัวละพา แขวงคำม่วน สปป.ลาว ทำงานดูแลผู้สูงอายุ ย่านพระราม 5 จะมาเล่นน้ำสงกรานต์ถึง วันที่ 18 เม.ย.ก็ต้องรีบกลับกรุงเทพฯทันที    ด้านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 ซึ่งเป็นจุดผ่านแดนนั้น พ.ต.ท.กันต์พจน์ แจ่มปรางค์ทอง สารวัตรตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนครพนม(สว.ตม.จว.ฯ) เปิดเผยว่า ด้วยมติ ครม.ลงวันที่ 27 มี.ค.ที่ผ่านมา เห็นชอบตามข้อเสนอของกระทรวงแรงงาน ในการผ่อนผันยกเว้นค่าธรรมเนียมแก่แรงงานต่างด้าว ประกอบด้วย ลาว พม่า กัมพูชา และเวียดนาม ในระว่างวันที่ 5 เม.ย.-30 เม.ย.61 กล่าวคือแรงงานเหล่านี้จะไม่ต้องจ่ายค่าผ่านแดนคนละ 1,000 บาท ทั้งขาเข้า-ออก แต่แรงงานต่างด้าวต้องกลับเข้าประเทศไทยภายในกำหนดเท่านั้น หากเลยก็จะต้องเสียค่าธรรมเนียมตามปกติ   ขณะเดียวกันทางผู้ประกอบการรถโดยสารระหว่างประเทศ กำลังจะยื่นเรื่องเสนอขอเพิ่มเที่ยวรถรับส่งผู้โดยสารจากวันละ 2 เที่ยว อาจจะเป็นวันละ 3-4 เที่ยว ก็ต้องดูรายละเอียดก่อน และจะต้องเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาตามขั้นตอน ซึ่งปัจจุบันตนและลูกน้องก็อำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ทุกวัน เพื่อให้พี่น้องแรงงานต่างด้าว สามารถกลับไปเล่นสงกรานต์โดยไม่มีการตกค้าง   จากรายงานการกลับเที่ยวเพื่อไปฉลองสงกรานต์ของแรงงานชาวลาว ตั้งแต่วันที่ 5 เม.ย.-9 เม.ย.61บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 เดิมจะมีชาวลาวกลับวันละ 10-15 คน แต่มีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 24 คน และล่าสุดวันที่ 9 เม.ย.มีมากถึง 94 คน ขณะที่ด้านท่าเรือด่านศุลกากร ถนนสุนทรวิจิตร เขตเทศบาลเมืองนครพนม วันที่ 5เม.ย.มีจำนวน 37 คน วันที่ 9 เม.ย.เพิ่มเป็น 84 คน และคาดว่าวันนี้(10 เม.ย.)ถึง วันที่ 11 เม.ย.จะมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

 3,252
ชูวิทย์มีเรื่องเล่า
21 มี.ค. 61

ชูวิทย์มีเรื่องเล่า คุยประเด็น 'ไซซะนะ' พ่อค้ายาเสพติดข้ามชาติ โดนโทษจำคุกตลอดชีวิต

ชูวิทย์มีเรื่องเล่า กับชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ คุยคดีนายไซซะนะ แก้วพิมพา นักค้ายาเสพติดชื่อดังชาว สปป.ลาว ที่ถูกดำเนินคดีฐานสมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด จำหน่ายยาเสพติด และนำเข้ายาเสพติดเข้ามาในราชอาณาจักร ศาลเห็นว่าเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทสูงสุดฐานนำเข้ายาเสพติดเข้ามาในราชอาณาจักร ให้ประหารชีวิต จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวน เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี ลดโทษ 1 ใน 3 ให้จำคุกตลอดชีวิต   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UuXXaPcG9gs    

 12,200
Advertorial
12 มี.ค. 61

“cr-v reach out ก้าวออกไป...ให้ไกลกว่าจินตนาการ” สัมผัสประสบการณ์ขับขี่ ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ บนเส้นทางสู่อารยธรรมแห่งลุ่มน้ำโขง ทั้งไทย กัมพูชา และลาว กว่า 1,200 กิโลเมตร

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ฉลองความสำเร็จของรถยนต์ฮอนด้า ซีอาร์-วี เจเนอเรชั่น 5 ยนตรกรรมเอสยูวีที่ได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากลูกค้าอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย ด้วยยอดขายตลอด 10 เดือนกว่า 11,000 คัน จึงจัดกิจกรรมท่องเที่ยวสุดพิเศษสำหรับลูกค้ารถยนต์ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ และสื่อมวลชน ในกิจกรรม “CR-V Reach Out ก้าวออกไป…ให้ไกลกว่าจินตนาการ” ระหว่างวันที่ 24-28 มกราคม 2561     กิจกรรมดังกล่าวเป็นการนำลูกค้ารถยนต์ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ และสื่อมวลชน ร่วมสัมผัสประสบการณ์ขับขี่ของ ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ บนเส้นทางสู่อารยธรรมแห่งลุ่มน้ำโขง ทั้ง 3 ประเทศ ได้แก่ ไทย กัมพูชา และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว รวมระยะทางกว่า 1,200 กิโลเมตร พร้อมสัมผัสธรรมชาติ และวิถีชีวิตอันงดงามของชุมชนแถบลุ่มแม่น้ำโขง รวมถึงกิจกรรมสนุกสนานและแขกรับเชิญสุดพิเศษ    เราเริ่มต้นการเดินทางในแบบคาราวานครั้งนี้จากศูนย์ฝึกอบรมฮอนด้า บางชัน กรุงเทพมหานคร โดยมีรถในขบวนทั้งสิ้น 23 คัน ทั้งรุ่นเครื่องยนต์เบนซินและดีเซล ซึ่งมีทั้งรถของลูกค้าผู้โชคดีที่ส่งรูปถ่ายกับรถฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ ส่งเข้าประกวด และรถของสื่อมวลชน  โดยเรามุ่งตรงสู่จังหวัดสระแก้ว จากนั้นก็เข้าสู่เขตประเทศกัมพูชาผ่านด่านพรมแดนคลองลึก และเดินทางต่อไปยังจุดหมายแรกก็คือที่ปราสาทนครวัด ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดเสียมราฐ          ระหว่างเดินทาง เราก็สัมผัสได้ถึงห้องโดยสารที่กว้างขวางของฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ โดยในคาราวานของเรานั้น ก็มีทั้งเครื่องยนต์ดีเซล 1.6 ลิตร i-DTEC DIESEL TURBO ซึ่งมาพร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด และเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.4 ลิตร DOHC i-VTEC พร้อมระบบเกียร์ CVT ให้การตอบสนองที่ทันใจ และยังเอาใจคนรักพลังงานทางเลือกด้วยการรองรับเชื้อเพลิง E85 อีกด้วย นอกจากนี้ เมื่อมองหาอุปกรณ์อำนวยความสะดวกก็มีให้อย่างครบครัน อาทิ ฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิดอัตโนมัติแบบไฟฟ้าด้วยระบบแฮนด์ฟรี (Hands-free Power Tailgate) และมาตรฐานความปลอดภัยที่บอกได้เลยว่าล้ำสมัยสุดๆ     ในที่สุดเราก็มาถึงปราสาทนครวัด ที่นี่เราได้สัมผัสถึงความยิ่งใหญ่ของบริเวณตัวปราสาท ซึ่งถือเป็นสิ่งก่อสร้างทางศาสนาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกและเป็นวิวัฒนาการขั้นสุดยอดของปราสาทเขมร ที่นี่สร้างขึ้นกลางพุทธศตวรรษที่ 17 เป็นเทวสถานที่เดิมสร้างขึ้นถวายพระวิษณุในศาสนาฮินดู และต่อมากลายเป็นโบราณสถานในศาสนาพุทธ มีลักษณะที่อ้างอิงตามคติความเชื่อเรื่องศูนย์กลางจักรวาล และมีงานแกะสลักเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 และเรื่องราวจากวรรณคดีเรื่องรามายณะบนกำแพงชั้นนอกปราสาทระยะทางยาวกว่า 800 เมตร ที่นี่ยังได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม โดยองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) อีกด้วย   เช้าวันต่อมาเราเดินทางไปทางทิศเหนือของปราสาทนครวัด เพื่อไปยังอีกหนึ่งพื้นที่ใกล้เคียงซึ่งก็สำคัญไม่แพ้กันคือ “นครธม” เมืองโบราณที่มีอาณาเขตขนาด 9 ตารางกิโลเมตร สถาปนาขึ้นในสมัยคริสตศตวรรษที่ 12 โดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ที่ใจกลางเมืองเป็นที่ตั้งของปราสาทหลักของพระเจ้าชัยวรมัน เรียกว่า “ปราสาทบายน” และมีสิ่งก่อสร้างจำพวกปราสาท รวมถึงสถาปัตยกรรมขอมตั้งอยู่ในเมืองเป็นจำนวนมาก นครธมมีประตูทางเข้า 5 ประตูใน 4 ทิศ มีซุ้มประตูที่มีรูปสลักพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร 4 ด้าน และการสร้างเมืองนครธมนี้เองก็ถือเป็นจุดรุ่งเรืองสูงสุดของอาณาจักรขอมด้วย     เมื่อเราออกจากนครธมและจังหวัดเสียมราฐ เพื่อมุ่งหน้าไปยังที่พักในจังหวัดสตรึงเตง ระหว่างนั้นก็ได้เยี่ยมชมพีระมิดขอมเกาะแกร์ ซึ่งอันที่จริงแล้วก็คือปราสาทขอมรูปทรงคล้ายพีระมิด ซึ่งถูกรายล้อมด้วยซากปรักหักพังของปราสาทและสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ มากมายที่พังถล่มอยู่โดยรอบ ที่นี่เคยเป็นเมืองศูนย์กลางของอาณาจักรขอมที่ถูกสร้างนอกเมืองเสียมเรียบ ก่อนจะถูกทิ้งร้างจนพื้นที่ที่โอบล้อมอยู่มีลักษณะเป็นป่า ลักษณะตัวพีระมิดเป็นหินซ้อนกันเป็นขั้นๆ และปัจจุบันให้นักท่องเที่ยวใช้บันไดด้านข้างเดินขึ้นไปถึงด้านบน และบนยอดยังเป็นที่ตั้งของศิวลึงค์และฐานสี่เหลี่ยมตามความเชื่อของชาวฮินดู      ซึ่งแม้เราจะตกตะลึงกับภาพที่ได้เห็นเบื้องหน้า แต่การเดินทางของเราต่อจากนี้ก็น่าตื่นเต้นไม่แพ้กัน เพราะเส้นทางช่วงออกจากตัวปราสาทนั้นมีสภาพที่เป็นดินลูกรังทำให้การขับขี่ยากกว่าปกติ แต่ด้วยรถฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ ที่มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ E-DPS ทำให้นั่งแล้วไม่รู้สึกว่ารถเด้ง หรือโยนตัวบ่อย เมื่อผ่านเส้นทางที่เต็มไปด้วยทราย หรือเส้นทางที่ถนนไม่เรียบนัก ซึ่งช่วยให้การเดินทางสะดวก ปลอดภัย และสบายใจได้ตลอดเส้นทาง     วันที่สามของกิจกรรม เราเดินทางต่อไปยังสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มุ่งหน้าสู่แขวงจำปาศักดิ์ ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของ สปป.ลาว ที่นี่เราเริ่มแวะชมสถานที่ท่องเที่ยวที่น้ำตกคอนพะเพ็ง ซึ่งเป็นน้ำตกขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคอินโดจีน ได้รับฉายาว่าเป็น “ไนแองการ่าแห่งเอเชีย” เป็นน้ำตกหลายชั้นที่ตั้งอยู่บนแก่งหินขนาดใหญ่ ขวางกั้นเส้นทางการไหลของแม่น้ำโขงทั้งสาย และรับน้ำมาจากแม่น้ำโขงตอนล่าง มีความสูงราว 69 ฟุค สูง 21 เมตร ที่นี่ยังเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำหายากหลายชนิด อาทิ ปลาค้อคอนพะเพ็ง หรือโลมาหัวบาตร เป็นต้น     ช่วงบ่ายเราเดินทางต่อไปที่ปราสาทหินวัดพู ซึ่งแม้จะเป็นเส้นทางไกลและบางช่วงก็ต้องพบกับฝุ่นและสภาพเส้นทางที่ไม่เอื้ออำนวยนัก แต่ด้วยสมรรถนะของรถยนต์ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ พร้อมระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว และแอร์ที่เย็นฉ่ำทั้งด้านหน้าและหลังรถ ก็ทำให้คณะของเราเดินทางได้อย่างเพลิดเพลินมากขึ้น   ปราสาทหินวัดพูนั้นนอกจากจะเป็นโบราณสถานที่เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมโดยยูเนสโกอีกแห่งหนึ่ง และเป็นมรดกโลกแห่งที่สองของ สปป.ลาวแล้ว ยังเป็นสิ่งก่อสร้างทางศาสนาที่ใหญ่ที่สุดของโลกที่ผ่านยุคของอาณาจักรโบราณถึง 3 อาณาจักร ทั้งเจนละ, ขอม และล้านช้าง เดิมเป็นโบสถ์พราหมณ์ที่สร้างถวายพระศิวะและตั้งอยู่บนเนินเขาภู และถูกเปลี่ยนเป็นศาสนสถานทางพุทธศาสนานิกายเถรวาท ปราสาทแห่งนี้มีลักษณะคล้ายเทวสถานขอมและสร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 12 ในสมัยพระเจ้ามเหนทรวรมัน     วันสุดท้ายในกิจกรรม “CR-V Reach Out ก้าวออกไป…ให้ไกลกว่าจินตนาการ” ในช่วงเช้าเราไปรับไออุ่นจากกาแฟหอมกรุ่น พร้อมชมต้นกำเนิดของกาแฟที่มีชื่อเสียงจากไร่กาแฟปากซองไฮแลนด์ พื้นที่ปลูกกาแฟผืนใหญ่สุดในแถบเอเชีย นอกจากนี้ เมืองปากซองยังได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองหลวงกาแฟของประเทศลาว มีผลผลิตที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก      จากนั้นห่างไปไม่ไกลก็จะถึงน้ำตกตาดเยือง ซึ่งมีจุดเด่นที่มีสายน้ำที่ไหลเอื่อย ก่อนตกลงมาจากหน้าผากระทบหินและแผ่นดินเบื้องล่างเกิดเป็นละอองสีขาวสวยงาม และยังมีจุดชมวิวที่เราสามารถไปสัมผัสสายลมและละอองน้ำที่แสนเย็นสบาย ปิดท้ายการเดินทางที่น้ำตกตาดฟาน ซึ่งเป็นน้ำตกที่สูงที่สุดใน สปป.ลาว มีลักษณะเป็นสายน้ำ 2 สาย ไหลลงมาจากหน้าผาสูงชันสู่แอ่งน้ำกลางหุบเขาด้วยความสูงกว่า 120 เมตร และโดยรอบก็ยังเป็นป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์อีกด้วย จากนั้นเราจึงยกพลเดินทางกลับสู่ประเทศไทย ผ่านด่านชายแดนสปป.ลาว-ไทย ช่องเม็ก จังหวัดอุบลราชธานี       ตลอดการเดินทาง เราพบว่าฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ มีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันที่น่าชื่นชมอย่างยิ่ง เพราะมีผู้ที่ใช้เครื่องดีเซลที่ร่วมเดินทางไปกับเราทำอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันได้ถึง 22 กม./ลิตร และยังมีสมรรถนะการขับขี่ที่โดดเด่น ตอบสนองการใช้งานทุกรูปแบบแม้จะเป็นเส้นทางที่ท้าทายและทรหดเพียงใดก็ตาม   นอกจากนี้ ตลอดการเดินทางยังมีกิจกรรมและความบันเทิงที่ทางบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัดจัดมาให้ผู้ร่วมทริปอย่างเต็มที่ เป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่า เปิดจินตนาการให้แก่ผู้ร่วมทริปได้ออกเดินทางไปบนเส้นทางแห่งจินตนาการ นับเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ใหม่ที่ช่วยยืนยันได้ว่าความสวยงามของธรรมชาติและอารยธรรมของลุ่มแม่น้ำโขงนั้นมีมากมายเกินกว่าที่จินตนาการของเราจะสามารถอธิบายได้ เพียงแค่กล้าที่จะก้าวออกไปสัมผัสด้วยตัวคุณเอง    

 129,465
ชูวิทย์มีเรื่องเล่า
02 ก.พ. 61

'ชูวิทย์' ตีแผ่ 'คิงส์ โรมัน กาสิโน' ในลาว หลังถูกสหรัฐฯขึ้นบัญชีดำ เป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ

ชูวิทย์มีเรื่องเล่า กับชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เจาะลึก คิงส์ โรมัน กาสิโน ซึ่งตั้งอยู่ภายในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ที่เมืองต้นผึ้ง ในแขวงบ่อแก้ว ทางตะวันตกเฉียงเหนือของลาว ซึ่งเป็นพรมแดนรอยต่อระหว่างลาวกับไทย และเมียนมา หลังทางการสหรัฐออกแถลงการณ์ขึ้นบัญชีดำในฐานะองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ   โดยพบว่ามีการพัวพันค้ายาเสพติด การค้ามนุษย์ และการค้าสัตว์ป่าและอวัยวะสัตว์ป่าคุ้มครอง ซึ่งผู้บริหารคนสำคัญคือ นายจ้าว เหว่ย มหาเศรษฐีชาวจีน ผู้บริหารสูงสุดของคิงส์ โรมันส์   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/uF5gNzENpRs

 27,902
ต่างประเทศ
30 ม.ค. 61

แสนรู้! วงจรปิดจับภาพ ‘ช้างป่า’ ข้ามรั้วชายแดนจากจีนไปลาว ก่อนเดินกลับมาเองแบบชิลๆ

สำนักข่าว mirror เผยแพร่คลิปวิดีโอขณะช้างป่าตัวใหญ่เดินข้ามรั้วกั้นบริเวณชายแดนระหว่างประเทศจีนและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว     คลิปจากกล้องวงจรปิดจับภาพของช้างป่าเพศเมียเดินข้ามรั้วกั้นจากฝั่งมณฑลยูนนานของจีนไปยังประเทศลาว ต่อหน้าต่อหน้าทหารที่ยืนรักษาความปลอดภัยอยู่       Chen Xiaodong ทหารประจำด่านชายแดนของจีนเปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปเตือนชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงให้เพิ่มความระมัดระวังและช่วยแจ้งเบาะแสติดตามช้างตัวดังกล่าวทันที แต่เพียงไม่นานก็พบว่าช้างตัวเดิมได้เดินข้ามกลับมาฝั่งบ้านเกิดเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จึงสันนิษฐานว่ามันน่าจะออกไปหาอาหารในป่าของประเทศเพื่อนบ้าน หลังต้องเผชิญกับฤดูหนาวอันโหดร้าย        

 24,063

Top