ค้นหา :

ผลการค้นหา "ตรวจสอบ"

การเมือง
13 ม.ค. 61

จี้ ป.ป.ช. ตรวจสอบนาฬิกาหรู 'ประวิตร' เพิ่มอีก 10 เรือน

นายปิยรัฐ จงเทพ นายกสมาคมเพื่อเพื่อน เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ ป.ป.ช. ให้ทำการตรวจสอบนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เพิ่มเติมอีก 10 เรือน รวมของเก่าที่กำลังมีการตรวจสอบทั้งหมดจำนวน 19 เรือน มูลค่ากว่า 29.66 ล้านบาท    นอกจากนี้ยังได้นำปฏิทินปีใหม่ที่มีข้อมูลนาฬิกาทั้ง 19 เรือนของพลเอกประวิตร ที่ปรากฏตามสือมวลชน มาแจกให้กับประชาชน และข้าราชการสำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อเป็นตัวอย่างให้เห็นว่า การเป็นข้าราชการนั่นร่ำรวย           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/jGfcM3Uefno

 11,353
สังคม-อาชญากรรม
17 ธ.ค. 60

ยังไม่เคลียร์! 3พี่น้องหายตัวจากบ้าน เผยตอนแรกบอกถูกบังคับขอทาน แต่พอแยกสอบกลับพูดไม่ตรงกัน

ความคืบหน้าจากกรณีมีแม่วัย 29 ปี ตามหาลูกสาวและลูกชาย 3 คน ที่หายออกจากบ้านที่ จ.ปราจีนบุรี ตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 12 ธ.ค. พบเบาะแสเมื่อเช้าวันที่ 14 ธ.ค. เด็กทั้งสามคนมาซื้อตั๋วรถไฟปลายทางไปกรุงเทพฯ พร้อมกับหญิงสาวรูปร่างอ้วนผมหยิก ก่อนที่ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ท่าข้าม จะพบตัว 3 พี่น้อง อยู่ย่านพระราม 2 จึงนำตัวมาไว้ที่ สน. ก่อนจะประสานให้ครอบครัวเดินทางมารับตัวนั้น   ล่าสุดเมื่อวานนี้(16 ธ.ค.) ที่ สน.ท่าข้าม แม่ของเด็กทั้ง 3 ได้เดินทางมาดูลูกสาวและลูกชาย โดยมี นางสาวหนึ่งฤทัย สมสี นักสังคมสงเคราะห์ จากกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) สอบปากคำเด็กทั้ง 3 คน และแม่ รวมถึง ด.ญ.เอ(นามสมมุติ) อายุ 13 ปี ที่เป็นคนพาเด็กทั้ง 3 ขึ้นรถไฟมาจาก อ.กบินทร์บุรี   ภายหลังการสอบปากคำเสร็จสิ้น นางสาวหนึ่งฤทัย เปิดเผยว่า ตอนแรกเด็กทั้ง 3 คน ที่หายออกจากบ้านมา บอกว่าถูก ด.ญ.เอ บังคับให้มาขอทาน และทำร้ายร่างกาย แต่พอพาเด็กแยกไปสอบทีละคน เด็กกลับให้ข้อมูลที่ไม่ชัดเจน จึงจะต้องมีการนัดให้แม่ พาเด็กทั้ง 3 คน มาพบจิตแพทย์ เพื่อสอบปากคำใหม่อีกครั้ง   ส่วน ด.ญ.เอ อ้างว่าชวนเด็กทั้ง 3 คน นั่งรถไฟ มาหาพี่สาวที่อยู่ย่านพระราม 2 แต่พอมาถึง หาพี่สาวไม่พบ ก็กำลังจะพากลับ แต่มาเจอตำรวจเสียก่อน ยืนยันว่าไม่ได้บังคับให้เด็กทั้ง 3 ขอทาน แต่เด็กทั้ง 3 เดินไปขอเงินจากคนที่เดินผ่านไปมาเอง และไม่เคยทำร้ายร่างกาย    นางสาวหนึ่งฤทัย บอกอีกว่า ทางเจ้าหน้าที่ได้โทรสอบถามไปยัง ญาติ ของ ด.ญ.เอ ทราบว่า ด.ญ.เอ มีพฤติกรรมที่ไม่ดีจริง แต่ ด.ญ.เอ ไม่ได้ลักพาตัวเด็กทั้ง 3 แต่เป็นการชักชวนกันมาเอง   ด้านแม่เปิดเผยว่า เมื่อกลางดึกของคืนวันที่ 15 ธ.ค. ได้รับโทรศัพท์จากพลเมืองดีว่า มีคนพบลูกสาวและลูกชาย อยู่ย่านพระราม 2 ขณะกำลังเปิดห้องพักที่อพาร์เมนต์แห่งหนึ่ง และคิดว่าต้องใช่ลูกของตนเองแน่ๆ จึงรีบเดินทางมาพบทันที พอเจอหน้าลูกตนก็รู้สึกดีใจ เพราะตั้งแต่ลูกหายออกจากบ้านไปตนก็นอนไม่หลับ ตนถามลูกว่ามากับเขาทำไม ลูกบอกว่า ด.ญ.เอ ชวนมา ครั้งนี้ตนถือว่าเป็นบทเรียน หลังจากนี้จะไม่ปล่อยให้ลูกอยู่ตามลำพังอีก   ขณะที่ ตำรวจ สน.ท่าข้าม เปิดเผยว่า เด็กทั้ง 3 คนที่พบตอนนี้ได้ส่งตัวคืนให้กับแม่เขาแล้ว และก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ พม. เข้ามาจัดการต่อ ส่วน ด.ญ.เอ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะควบคุมตัวไปที่ สภ.กบินทร์บุรี ที่แม่ไปแจ้งความเอาไว้ ซึ่ง ด.ญ.เอ จะมีความผิดฐานพรากผู้เยาว์ เด็กอายุไม่เกิน 10 ปี ส่วน สน.ท่าข้าม ก็จะสืบสวนสอบสวนต่อไปว่า เรื่องนี้จะมีความเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์หรือไม่                  ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/rmSJR_WsD8A

 16,246
ข่าวภูมิภาค
25 พ.ย. 60

สำนักพุทธภูเก็ตตรวจสอบปมชาวเน็ตแฉวัดสร้างโบสถ์ปลอม พบเป็นอาคารให้เช่าวัตถุมงคล

ความคืบหน้ากรณีโลกโซเชียลแฉว่ามีการสร้างโบสถ์ปลอมที่วัดแห่งหนึ่งใน จ.ภูเก็ต เพื่อจำหน่ายพระเครื่องปลอมและสิ่งของต่างๆในราคาสูงให้นักท่องเที่ยวชาวจีนนั้น   ล่าสุด นายวิญญา ปลัดขวา ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยพระครูเมตตา ภิรม เจ้าคณะอำเภอเมืองภูเก็ต ได้ลงพื้นที่วัดลัฎฐิวนาราม หรือ วัดใต้ ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง    โดยจากการตรวจสอบพบว่า อาคารดังกล่าวไม่ใช่โบสถ์ปลอม เป็นเพียงอาคารให้เช่าวัตถุมงคลที่เอกชนเช่าที่ดินวัดเหมือนวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ และไม่มีการจำหน่ายหรือให้เช่าพระปลอมแต่อย่างใด ส่วนราคาเช่านั้นขึ้นกับความพอใจของผู้เช่า ส่วนกรณีการนำที่ดินของวัดไปให้เอกชนเช่านั้น วัดสามารถทำได้เพราะเป็นนิติบุคคล เจ้าอาวาสเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจ ซึ่งการเช่าพื้นที่วัดนั้นหากสัญญาเช่าครั้งละไม่เกิน 3 ปี เจ้าอาวาสเป็นผู้มีอำนาจให้เช่าได้เลย แต่ถ้าเช่าเกิน 3 ปี ต้องมีคณะกรรมการบริหารศาสนาสมบัติส่วนกลางเข้ามาพิจารณา     นายวิญญา กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบการให้เช่าที่วัดใต้ พบว่า ทางวัดได้มอบหมายให้ นายไพโรจน์ นกบรรจง ไวยาวัจกรวัด เป็นคนทำสัญญาเช่ากับเอกชน คือ นายสมเกียรติ แก้วสกุล เช่า เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ สัญญาเช่ามีระยะเวลา 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.60-31 ธ.ค.2560 ค่าเช่าเดือนละ 50,000 บาท โดยมีการต่อสัญญากันมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ปี 2556  จากการตรวจสอบพบว่า การทำสัญญาเช่าดังกล่าวผิดระเบียบการเช่าเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ ซึ่งตามระเบียบการเช่าเพื่อแสวงหากำไรจะทำสัญญาปีต่อปีก็ต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบของคณะกรรมการพิจารณาศาสนสมบัติกลางประจำ (พศป.) ซึ่งในเรื่องนี้จะแจ้งให้ทางวัดรับทราบเพื่อดำเนินการให้ถูกต้อง และเสนอขอความเห็นไปยังสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ว่า จะให้ดำเนินการอย่างไรในช่วงที่อยู่ระหว่างดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบกฎหมาย จะให้ดำเนินการต่อ หรือหยุดดำเนินการ      ด้าน พระครูเมตตาภิรม เจ้าคณะอำเภอเมืองภูเก็ต ชี้แจงว่า ข้อมูลในโซเชียลฯ ไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริง สร้างความเสื่อมเสียเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องโบสถ์ปลอมนั้นไม่มีวัดไหนสร้างโบสถ์ปลอม ทุกวัดมีเพียงพระอุโบสถ์หลังเดียว ส่วนเสนาสนะก็มีทุกวัดไม่เฉพาะในภูเก็ตและที่ให้เอกชนเช่าที่ดินของวัดก็มีทั่วไปไม่ใช่ที่วัดนี้เป็นวัดแรก ส่วนพระที่ให้เช่าบูชา ทางผู้เช่ายืนยันว่าเป็นพระจริงจากวัดต่างๆที่ผ่านพิธีพุทธาภิเสกมาแล้ว ส่วนพระที่มาให้ศีลประพรมน้ำมนต์ก็เป็นกิจที่ผู้ประกอบการนิมนต์มา ไม่ได้ขัดต่อหลักของศาสนา โดยดอกไม้ธูปเทียนก็ให้บริการฟรีแล้วแต่นักท่องเที่ยวจะบริจาค ไม่ได้กำหนดราคาตามที่เป็นข่าวในโซเชียล   ทั้งนี้มีข้อมูลอีกด้านระบุว่า เป็นเรื่องขัดแย้งกันของผู้ประกอบการบางราย ที่ต้องการเข้ามาประกอบการในวัด เนื่องจากปัจจุบันนักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมเข้ามาท่องเที่ยวไหว้เป็นจำนวนมาก จึงมีการให้ข้อมูลผิดๆ เพื่อโจมตี โดยหวังจะได้เข้ามาบริหารจัดการแทน ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลที่คณะกรรมการตรวจสอบได้มาเช่นกัน                 ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/QqCjjwATazU

 6,071
สังคม-อาชญากรรม
13 ต.ค. 60

ผู้ว่าฯ กทม.ตรวจความพร้อมรับมือน้ำท่วม สั่งจับตาพื้นที่เสี่ยง 10 เขต

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชุมชนนอกแนวคันป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา ป้องกันน้ำล้นทะลักเข้าพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นในระยะทางรวม 77กิโลเมตร สำหรับพื้นที่ 10 สำนักงานเขตที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ  ได้แก่ เขตบางซื่อ เขตพระนคร เขตสัมพันธวงศ์ เขตบางคอแหลม เขตยานนาวา เขตคลองเตย เขตบางกอกน้อย เขตคลองสาน และเขตราษฏร์บูรณะ      ส่วนในจุดฟันหลอริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ยังไม่สามารถก่อสร้างเขื่อนถาวรได้ ระยะทางยาวประมาณ 9 กิโลเมตร ทาง กทม.ก็ได้นำกระสอบทราย จัดเรียงเป็นเขื่อนสูง2.5เมตร เป็นแนวชั่วคราว เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือมวลน้ำเหนือไว้เรียบร้อยแล้วเช่นกัน                ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/_4fnvRcMfDQ                                

 2,692
ข่าวภูมิภาค
24 ก.ย. 60

อุทาหรณ์! สาวแพร่ดับหลังสั่งซื้อ 'ยาผิวขาว-เสริมอึ๋ม' ทางเฟซบุ๊กมากินเอง ญาติติดใจวอนตรวจสอบ

อุทาหรณ์! น.ส.วิจิตรา หรือ แวว อายุ 35 ปี ชาว จ.แพร่ เสียชีวิตหลังสั่งซื้อยาผิวขาวและเพิ่มขนาดหน้าอกจากทางเฟซบุ๊กมากินเอง    ด้านญาติของผู้ตายเปิดเผยว่า คุณแววได้สั่งซื้อยาผ่านเฟซบุ๊กนำมาใช้ เพื่อต้องการให้ผิวขาวและเพิ่มขนาดหน้าอก โดยยามีลักษณะเป็นยาสมุนไพรบรรจุในแค็ปซูล รับประทานวันละ 2 เม็ด ภายหลังที่กินยาตัวนี้ไปแล้วเห็นผลดี ผิวพรรณใบหน้าสดใสขึ้นจริง จึงกินยาชนิดนี้อย่างต่อเนื่อง แถมยังบอกต่อให้เพื่อนๆ แบ่งไปใช้ แต่เมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมาคุณแววกลับมีอาการใบหน้าบวมและมีโรคแทรกซ้อนต่างๆ ทั้งที่เป็นคนแข็งแรงมาโดยตลอด กระทั่งเสียชีวิตในที่สุด จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยตรวจสอบยาดังกล่าว เพื่อความกระจ่างชัดว่าเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตของคุณแววหรือไม่               ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/VEQvRpi33xs

 20,008
การเมือง
02 ก.ย. 60

นายกฯ ลั่นไม่เคยละเลยปมระบายข้าว สั่งตั้ง กก.ตรวจสอบข้อร้องเรียน

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ยันไม่เคยปล่อยปละละเลยในการระบายข้าว สั่งการให้มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องทันทีที่มีข้อสังเกตหรือข้อร้องเรียน โดยตั้งคณะกรรมการเพิ่มเติมในการลงพื้นที่ตรวจสอบซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 10 วัน เพื่อตรวจสอบตามข้อร้องเรียนต่างๆ ให้มีความชัดเจน และทำงานอย่างเต็มที่ วอนสื่อช่วยกันทำความเข้าใจกับประชาชนและขอให้เกษตรกรร่วมมือกับรัฐบาล แต่หากเรื่องใด ที่เป็นขั้นตอนของกฏหมายและกระบวนการยุติธรรมก็ให้เป็นไปตามขั้นตอน   ทั้งนี้การระบายข้าวมีความก้าวหน้ามากขึ้นและต้องเป็นไปตามระเบียบที่กำหนดไว้ ซึ่งจะทำให้ภาระในการเก็บรักษาข้าวเบาลงอย่างมาก ซึ่งข้าวในคลังยังมีเหลือไม่มากโดยอยู่ที่ประมาณ 2 แสนกว่าตันเท่านั้น ซึ่งเหลือน้อยไม่ถึงร้อยละ 50 แต่ยังไม่รวมข้าวนอกคลัง ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นไปตามหลักเกณฑ์อยู่แล้ว                 ชมผ่านยูทูปได้ที่  :https://youtu.be/nwwu02IO8Z0

 4,840
สังคม-อาชญากรรม
13 ส.ค. 60

ตร.เร่งสอบเส้นทางการเงินแก๊ง 'คนมีสี' อุ้มเสี่ยเรียกค่าไถ่ 20 ล้าน พบเหยื่อโผล่อื้อ

ความคืบหน้ากรณีแก๊งคนมีสีก่อเหตุอุ้มตัวนักธุรกิจไปเรียกค่าไถ่จำนวน 20 ปี ก่อนจะมีการออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 10 คน ซึ่งในจำนวนนี้มีทั้งทหารและตำรวจยศใหญ่ โดยสามารถจับกุมตัวมาได้ 8 คน ยังหลบหนีอีก 2 คน คือ นายอุทิศ ก่อแก้ว และนายฐิติกร ชื่นอุรา นั้น   ล่าสุด พ.ต.อ. ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผกก.สน.โคกคราม เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน และตรวจสอบเส้นทางการเงินกลุ่มของ พล.ต. จรูญ และพวกรวม 10 คน พร้อมเตรียมประสานข้อมูลกับ ปปง. เพื่อตรวจสอบว่า มีหลักฐานเพียงพอเอาผิดตามมูลฐานการฟอกเงินหรือไม่ ส่วนการติดตามผู้ต้องหาอีก 2 คนที่ถูกออกหมายจับและยังหลบหนีฝ่ายสืบสวนกำลังเร่งติดตามตัว ส่วนการตั้งข้อสังเกตว่า การตั้งข้อหากลุ่มผู้ต้องหาเป็นข้อหาที่เบาเกินกว่าฐานความผิดนั้น ขอยืนยันว่าหากมีพยานหลักฐานชัดเจนสามารถตั้งข้อหาเพิ่มเติมได้     นอกจากนี้ยังมีชาวจีนซึ่งเป็นเจ้าของร้านนวดในพัทยาอีก 2 ราย ที่เปิดตกเป็นเหยื่อ ถูกเรียกค่าคุ้มครองไปกว่า 10 ล้านบาท โดยอยู่ระหว่างการประสานข้อมูล ซึ่งคดีที่เกิดขึ้นทั้งหมดจะแยกสำนวนกันทำ และได้แจ้งอายัดตัวผู้ต้องหาไว้แล้ว                        ชมผ่านยูทูปได้ที่  :https://youtu.be/lA168I6Ucn8

 1,720
สังคม-อาชญากรรม
18 มิ.ย. 60

กสทช.-ค่ายมือถือลงพื้นที่สระแก้วลุยตรวจซิมการ์ดของกลาง คดีจับแก๊งชาวจีนรับจ้างกดไลค์

กสทช. พร้อมด้วยผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือจาก 3 ค่ายมือถือ ได้แก่ เอไอเอส , ดีแทค และ ทรู  ร่วมทำการตรวจสอบซิมของกลางกว่า 3 แสนซิม ที่ศูนย์ปฏิบัติการสถานีตำรวจภูธร อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว สืบเนื่องจากที่เจ้าทหารและตำรวจทำการจับกุมแก๊งชาวจีนรับจ้างกดไลค์เพิ่มยอดวิว โดยยังพบโทรศัพท์มือถือไอโฟนจำนวนมาก           จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ซิมบางส่วนมีการลงทะเบียนถูกต้อง โดยใช้หนังสือเดินทางของชาวต่างประเทศ บางส่วนเป็นการลงทะเบียนโดยผู้ขาย บางซิมใช้ได้ บางซิมใช้ไม่ได้ หรือหมดอายุ ซึ่งผู้ให้บริการต้องตรวจสอบและส่งให้ กสทช.ภายในวันจันทร์นี้       ขณะที่ผู้ให้บริการเครือข่ายเอไอเอส เปิดเผยว่า ได้ตรวจซิมเบื้องต้นแล้ว จำนวน 105,485 ซิม ส่วนใหญ่เป็นซิมเติมเงิน เปิดใช้งานในพื้นที่ชายแดน ด้านผู้ให้บริการเครือข่ายดีแทค ระบุว่า ตรวจซิมไปแล้ว 104,000 ซิม เป็นซิมเติมเงิน และเครือข่ายทรู ตรวจข้อมูลไปแล้ว 7,000 ซิม                     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/jZSgUsFKFsk

 4,290
สังคม-อาชญากรรม
29 เม.ย. 60

วสท.ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุเครนก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดงหล่นทับคนงานดับ เผยเกิดอุบัติเหตุเป็นครั้งที่6แล้ว

ความคืบหน้าอุบัติเหตุเครนก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดงหล่นทับคนงานเสียชีวิต 3 ราย บริเวณหน้าวัดดอนเมืองเมื่อคืนที่ผ่านมา   ล่าสุด ดร.ธเนศ วีระศิริ นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้เดินทางมาตรวจสอบในที่เกิดเหตุ ก่อนเปิดเผยว่า พบความผิดปกติของคานเหล็กเส้นแรงดึงสูงสำหรับคอนกรีตอันแรง ซึ่งเป็นตัวยึดตอม่อขาดในขณะที่กำลังดำเนินการ ส่งผลให้โครงสร้างเหล็กทั้งหมดร่วงหล่นลงมา ซึ่งจะต้องตรวจสอบอย่างละเอียดว่ามีเส้นเหล็กดังกล่าวขาดเพราะอะไร      ด้านนายสุเมธ มโหสถ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่า การก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดง เคยมีเหตุลักษณะที่เกิดจากความผิดพลาดของการทำงานในจุดนี้มาแล้วถึง 6 ครั้งและมีผู้เสียชีวิตแล้วทั้งหมด 8 ศพ ซึ่งถือเป็นความประมาทที่อาจจะก่อให้เกิดความสูญเสียได้อีก จึงจะแจ้งความดำเนินคดีอาญาในข้อหาฝ่าฝืนเรื่องความปลอดภัยเพื่อที่จะให้บริษัทมีความใส่ใจในเรื่องของความระมัดระวังความปลอดภัยมากขึ้น เพราะครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก              ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/YeNtebwgGp4

 5,780
สังคม-อาชญากรรม
23 เม.ย. 60

จนท.เร่งตรวจสอบข่าวลือสันติบาลมาเลย์เตือน อ.สะบ้าย้อย จะมีการก่อเหตุครั้งใหญ่

ความคืบหน้าจากกรณีที่มีการส่งข้อข้อความในโซเชียลมีเดียระบุว่า สันติบาลมาเลเซีย ประกาศแจ้งเตือนว่าจะมีการก่อเหตุครั้งใหญ่ในพื้นที่ อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา เพราะมีหัวหน้าระดับสั่งการ เดินทางจากประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามาพักอาศัยอยู่ในพื้นที่บ้านปาแก อ.เทพา จ.สงขลา ทำให้หน่วยความมั่นคงใน อ.สะบ้าย้อยและอำเภอใกล้เคียง เฝ้าระวังเหตุตั้งแต่คืนวันที่ 22เม.ย.เป็นต้นไป และให้เฝ้าระวังรถที่แจ้งหายไว้ 2 คัน คือ รถฟอร์ดสีน้ำเงินและมิตซูบิซิสีดำเป็นพิเศษอีกด้วย       ล่าสุดกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 กำลังเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข้อมูลดังกล่าวแล้ว       ขณะที่ จ.ยะลา เกิดเหตุคนร้ายขับกระบะที่ถูกโจรกรรมแหกด่านตำรวจจนถูกชุดเคลื่อนที่เร็วตามยิงสกัดล้อจนขับต่อไม่ได้ทิ้งรถวิ่งหนีเข้าป่ายางข้างทาง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าคนร้ายน่าจะถูกยิงได้รับบาดเจ็บและยังคงหลบหนีอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว               ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/Zj9wuRhaPYE

 17,054
สังคม-อาชญากรรม
19 ก.พ. 60

ดีเอสไอลุยตรวจตึกดาวดึงส์ดูเครื่องไฮเปอร์แบริค - วัดธรรมกายวอนยกเลิก ม.44

เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (19 ก.พ.) เวลา 09.00 น. กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ประชุมประเมินสถานการณ์และปรับแผนการตรวจค้นวัดพระธรรมกาย และบริเวณพื้นที่ควบคุมตามคำสั่ง หน.คสช.ที่5/2560 ร่วมกับเจ้าคณะจังหวัด ฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ รวมทั้งสำนักพระพุทธศาสนา ที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี โดยภายหลังจากเลิกประชุมแล้วจะมีการแถลงข่าวร่วมกัน    ด้าน  พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส อำนวยการสื่อสารองค์กรวัดพระธรรมกาย ได้เรียกร้องให้ยกเลิกคำสั่งคณะคสช.ใช้มาตรา 44 นั้น เนื่องจากพระสงฆ์ที่อยู่ภายในวัดจะออกไปสอบภาษาบาลีในวันที่ 21 ก.พ 60 จึงเกรงว่าจะเข้ามาภายในวัดอีกไม่ได้ รวมทั้งศิษยานุศิษย์ที่อยู่ด้านนอกต่างก็เป็นห่วงว่าลูกหลานของตนเองที่นำมาบวชที่วัดพระธรรมกาย ว่าจะมีชีวิตความเป็นอยู่อย่างไร เพราะคดีของหลวงพ่อธัมมชโยนั้น มีอาการอาพาธและเข้าพบพนักงานสอบสวน ของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอไม่ได้จึงถูกออกหมายจับ ถือว่าไม่เป็นธรรมกับหลวงพ่อ ซึ่งขณะนี้ภายในวัดอยู่กันด้วยความลำบาก จึงอยากให้ทางเจ้าหน้าที่ได้ยกเลิกมาตรา 44 และให้ประชาชนพร้อมทั้งศิษยานุศิษย์เข้าออกวัดพระธรรมกายได้เหมือนเดิม    ขณะที่เมื่อวานนี้ (18 ก.พ.) พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีเอสไอ นำกำลังเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษดีเอสไอ พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ และคณะสื่อมวลชน เดินทางไปยังห้องรักษาอาการอาพาธของ พระธัมมชโย ที่อาคารดาวดึงส์ เพื่อเข้าตรวจเครื่องทางการแพทย์ เครื่องไฮเปอร์แบริคแชมเบอร์ เพื่อตรวจสอบว่า เครื่องดังกล่าวมีการใช้งานล่าสุดเมื่อใดและอย่างไร   พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ และคณะสื่อมวลชน เดินทางไปยังห้องรักษาอาการอาพาธ ของพระธัมมชโย ที่อาคารดาวดึงส์ เพื่อเข้าตรวจเครื่องทางการแพทย์ เครื่องไฮเปอร์แบริคแชมเบอร์ เพื่อตรวจสอบว่า เครื่องดังกล่าวมีการใช้งานล่าสุดเมื่อใดและอย่างไร   ทั้งนี้ ได้เกิดเหตุชุลมุนเล็กน้อยบริเวณประตู 7 หน้าวัดพระธรรมกาย ถนนบางขันธ์-หนองเสือ ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี หลังพบตัวเงินตัวทองขนาดใหญ่ 1 ตัว พยายามจะบุกเข้าไปภายในวัดพระธรรมกาย แต่ส่วนหัวเกิดเข้าไปติดอยู่กับประตูป้อมยาม ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบจราจล (ภาค 1) จะเข้าช่วยเหลือออกมาได้อย่างปลอดภัย และนำตัวไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/Z55svvPvJik

 10,831
สังคม-อาชญากรรม
18 ก.พ. 60

ดีเอสไอนำผู้เชี่ยวชาญตรวจเครื่องมือแพทย์ 'ธัมมชโย' ในอาคารดาวดึงส์

บรรยากาศล่าสุดจากวัดพระธรรมกายวันนี้ (18 ก.พ.60) เจ้าหน้าที่จากกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ ได้นำกำลังเข้าตรวจค้นวัดเป็นวันที่ 3 โดยจะเข้าตรวจค้นภายในอาคารดาวดึงส์ พร้อมนำผู้เชี่ยวชาญจากกระทรวงสาธารณสุขเข้าตรวจสอบเครื่องมือทางการแพทย์ที่เรียกว่าตู้ Hyperbaric Chamber โดยมี พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย  คอยอำนวยความสะดวก พร้อมอนุญาตให้สื่อมวลชนสามารถเข้าไปเก็บภาพได้       ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/izvQSm4a-9Q

 3,543
สังคม-อาชญากรรม
18 ก.พ. 60

ดีเอสไอลุยตรวจอุโมงค์วัดพระธรรมกายพบไม่มีช่องทางลับ - ผบ.ตร.เชื่อ 'ธัมมชโย' ยังอยู่ในไทย

บรรยากาศที่วัดพระธรรมกายเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (18 ก.พ.) ยังคงมีเจ้าหน้าที่ตำรวจปักหลักอยู่ แต่ได้เปิดให้พระสงฆ์และประชาชนสามารถเข้าออกได้ทำให้บรรยากาศผ่อนคลายความตึงเครียดลง   เมื่อวานนี้ (17 ก.พ.) พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีดีเอสไอ เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครอง เข้าตรวจค้นภายในอุโมงค์ใต้อาคารภาวนา 60 ปี ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่โซน C ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าเป็นอุโมงค์ที่ใช้บำบัดน้ำเสีย โดยมีทางเดินลงไปและมีทางแยกออกไปซ้ายและขวา แต่ละฝั่งมีความยาวประมาณ 1.5 กม.  ไม่มีช่องทางลับหรือทางออกสู่ภายนอกวัดพระธรรมกายแต่อย่างใด  หลังมีกระแสข่าวลือว่าเป็นช่องทางใช้หลบหนี     ขณะที่ พระไพบูลย์ อธิมะโต ระบุว่า ภายใต้อาคารดังกล่าวเป็นส่วนงานบำบัดน้ำเสีย และส่วนงานติดตั้งเครื่องปั๊มน้ำ เพื่อสูบน้ำไปยังด้านนอกบนอาคารภาวนา 60 ปี สร้างน้ำตกผ่านชั้นต่างๆ ไหลลงมารวมจำนวน 12 ชั้น โดยภายใต้อาคารมีเครื่องปั๊มน้ำเพื่อสูบน้ำทั้งหมดจำนวน 250 เครื่อง มีระยะทาง 2 ฝั่ง ฝั่งละ 1.5 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นอาคารโค้งรูปตัวยู           ด้าน พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย ได้กล่าวภายหลังนำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นว่า การตรวจค้นของดีเอสไอในครั้งนี้ มีการตรวจค้นในทุกพื้นที่อย่างละเอียด แต่ก็ไม่พบเป้าหมาย และไม่ยืนยันว่า พระธัมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายอยู่ที่ไหน ส่วนตัวก็ไม่พบเจอพระธัมมชโยมาตั้งแต่แพทย์จากเยอรมันมาเยี่ยมตั้งแต่ปี 2559 พร้อมอยากวอนรัฐบาล และคสช.ขอให้มีการยกเลิกใช้มาตรา 44 ในการควบคุมพื้นที่วัดพระธรรมกายเป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษ เพื่อให้ญาติโยมโดยรอบวัดได้พักอาศัยและมาปฏิบัติธรรมอย่างสะดวกมากขึ้น   ส่วนกรณีที่มีการพบเครื่องมือแพทย์ชนิดหนึ่งที่เรียกว่า hyperbaric chamber ปรากฏอยู่ในห้องของ พระธัมมชโย จนนำมาสู่การวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์อย่างดุเดือดนั้น ล่าสุด นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ในฐานะโฆษก สธ. ได้ออกมาชี้แจงว่า จากที่เห็นในภาพข่าวหลายๆ แห่ง เครื่องที่ปรากฏอยู่นั้นจะเป็นเครื่องลักษณะบุคคลเดียวเข้าไปได้ ซึ่งเครื่องที่ใช้ในโรงพยาบาลจะเป็นเครื่องขนาดใหญ่เข้าได้ถึง 4 คน ซึ่งในกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) มีโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต มีอยู่ โดยวัตถุประสงค์ของเครื่องนี้ที่นำเข้ามามุ่งเน้นรักษาผู้ป่วย “โรคน้ำหนีบ” ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากการดำน้ำลึก โดยอาการเมื่อขึ้นจากน้ำโดยเร็ว จะทำให้รู้สึกมึนงง ออกซิเจนไม่เพียงพอ แขนขาอ่อนแรง โดยเมื่อเข้าสู่เครื่องดังกล่าว จะทำให้ออกซิเจนไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆมากขึ้น   วัตถุประสงค์ของเครื่องคือ การเติมออกซิเจนให้เซลล์ต่างๆในร่างกายทำงานดีขึ้น โดยนอกจากรักษาโรคน้ำหนีบแล้ว ยังนำมาเป็นอีกทางเลือกในการรักษาแผลเบาหวาน นอกเหนือจากการรักษาแผลปกติ เพราะออกซิเจนจะไปทำให้เซลล์เริ่มดีขึ้น ช่วยสมานแผล แต่ส่วนที่มีการนำไปใช้เรื่องผิวพรรณให้เต่งตึง สิ่งเหล่านี้ไม่ใช้วัตถุประสงค์ในการรักษาหลัก   จากการสอบถามฝ่ายกฎหมายในการขึ้นทะเบียน พบว่าหากนำเครื่องนี้ไปใช้เพื่อใช้บริการจะทำไม่ได้ เพราะไม่ใช่สถานพยาบาล จะมีความผิดตามกฎหมาย แต่หากเป็นการรักษาผู้ป่วยรายเดียว และมีแพทย์ดูแลใกล้ชิด กฎหมายได้ให้ข้อยกเว้นความผิดไว้   ด้าน นพ.สัมพันธ์ คมฤทธิ์ กรรมการแพทยสภา กล่าวว่า กรณีคลินิกที่บริเวณวัดพระธรรมกายนั้น ก่อนหน้านี้ทางแพทยสภาเคยจะเดินทางเข้าตรวจสอบ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปตรวจสอบแต่อย่างใด เท่าที่ทราบนั้นคลินิกดังกล่าวเป็นคลินิกที่อยู่ข้างวัด ไม่ได้อยู่ในวัด ส่วนแพทย์ที่ให้การรักษาได้มีการตรวจสอบแล้วว่าเป็นแพทย์จริงมีใบอนุญาตการรักษาที่ถูกต้อง ส่วนกรณีที่พบ เครื่อง hyperbaric chamber ต้องให้ทางกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้ตรวจสอบทั้งหมดรวมถึงตรวจสอบคลินิกด้วย       ขณะที่  พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ เปิดเผยว่า เมื่อช่วงค่ำวานนี้ (17 ก.พ) เจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้เข้าไปตรวจสอบ บริเวณด้านหลังวัดพระธรรมกาย ซึ่งเป็นหมู่บ้านเนื่องจากได้รับแจ้งว่า มีถังน้ำมัน 20,000 ลิตร บรรจุน้ำมันไว้ จำนวน 7 ถึง รวมกว่า 100,000 ลิตร เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงก็พบจึงได้อายึดถึงน้ำมันดังกล่าวไว้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ได้ตรวจว่ามีการขออนุญาต ตามกฎหมายหรือไม่อย่างไร และประสานให้เจ้าหน้าที่กรมเชื้อเพลิงพลังงงานตรวจสอบว่าเป็นน้ำมันชนิดใด     ด้าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวภายหลังตรวจค้นวัดพระธรรมกาย โดยเชื่อว่าพระธัมมชโยยังอยู่ในประเทศไทยแน่นอน แต่ยังอยู่ภายในวัดหรือไม่ ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานเพราะยังค้นไม่หมด เนื่องจากมีห้องและตึกเยอะ ซึ่งอาจมีการเข้าค้นอีก โดยมีการใช้ ม.44 และหมายค้นควบคู่กันไป เพื่อค้นทุกจุดที่มีการข่าวและที่เจ้าหน้าที่สงสัยจะค้นหมด ไม่มีการให้น้ำหนักจุดไหนเป็นพิเศษ ทำงานไปเรื่อยๆ เพราะยังมีเวลาอยู่            ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/RQv48QfyI2c  

 4,995
สังคม-อาชญากรรม
22 ม.ค. 60

ปตท.ตั้งกรรมการสอบ ปมติดสินบนโรลส์-รอยซ์ คาดรู้ผลสัปดาห์หน้า

ความคืบหน้ากรณีอื้อฉาว บริษัทโรลส์-รอยซ์ ออกมายอมรับต่อสำนักงานปราบปรามการฉ้อฉลร้ายแรงของประเทศอังกฤษ (SFO) ว่าได้จ่ายสินบนในหลายประเทศที่ได้ซื้อขายเครื่องยนต์ของโรลส์-รอยซ์ รวมทั้งประเทศไทย ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับ บรัษัทการบินไทย และบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) นั้น     ล่าสุด บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าวแล้ว โดยจะตรวจสอบกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่มีข้อสงสัยอย่างจริงจังและรอบคอบ และจะสรุปรายงานเบื้องต้นเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทภายในสัปดาห์หน้า หากพบการกระทำผิดก็จะดำเนินการตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป     ด้าน นายกนก อภิรดี อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่การบินไทย ได้ส่งข้อความผ่านไลน์ ระบุว่า "เพื่อนๆ ประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ครับ ผมได้ร่วมสร้างการบินไทยกับพนักงานการบินไทยหลายๆพันคน จากบริษัทที่มีหนี้ท่วมท้น..จนกลับมาเป็นเบอร์หนึ่งของโลกได้ อย่างสง่า ผ่าเผย..ด้วยการยืดมั่นในธรรมาภิบาล(ที่มีบรรทัดฐานสูงกว่ากฏหมาย) ตลอดช่วงการเป็นลูกจ้างของการบินไทย.. วันนี้การจ่ายใต้โต๊ะของโรลส์-รอยซ์ ได้ทำลาย เกียรติ เเละ ศักดิ์ศรีของทุกจิต วิญญาณของคนการบินไทย อีกครั้งหนื่ง..   ผมขอเรียกร้องว่า.. ภายใต้อำนาจเเละหน้าที่ของหลายท่านที่ยังมีหน้าที่ในการรักษาความเที่ยงธรรมอยู่..หากเพื่อนคนนี้ของท่านได้ประพฤติเยี่ยงโจรในมหากาพย์โรลส์-รอยซ์นี้ ไม่ว่าจะมากจะน้อยเพียงใด ก็อย่าให้มีความ เป็นเพื่อนหลงเหลืออยู่..เเละ จงลงโทษ มันผู้นี้ ด้วยโทษที่สูงสุด.. เท่าที่กฏหมายจะหยิบยื่นให้ได้.. โดยไม่ต้องลังเล เเต่อย่างใด"    

 1,915
ข่าวภูมิภาค
14 ม.ค. 60

รมว.คมนาคม ลงพื้นที่ตรวจสอบสนามบินเมืองคอน ยัน 14 ม.ค. เปิดบริการได้แน่นอน

นครศรีธรรมราช-นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม พร้อมคณะ เดินทางตรวจสภาพความพร้อมของพื้นรันเวย์และระบบไฟรันเวย์สนามบินนครศรีธรรมราช ต.ปากพูน อ.เมือง หลังบริเวณพื้นรันเวย์สนามบินถูกน้ำท่วม โดยมีวิศวกรจากกรมทางหลวงชนบท บรรยายสรุปสภาพความแข็งแรงของพื้นที่รันเวย์สนามบินว่ายังมีความแข็งแรงมากพอรับน้ำหนักของเครื่องบินแอร์บัส 737 ได้อย่างสบายมาก จึงไม่น่าเป็นห่วงเครื่องบินสามารถบินขึ้นลงได้อย่างปลอดภัย รวมถึงการซ่อมแซมแก้ไขระบบไฟสนามบินรันเวย์ก็ซ่อมแซมเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้วเช่นกัน    ทั้งนี้ รมว.คมนาคม ยืนยันว่า พร้อมที่จะเปิดบริการสนามบินนครศรีธรรมราชได้แล้ว โดยจะมีสายการบินต่างๆ บินมาขึ้นลงที่สนามบินนครศรีธรรมราช ตั้งแต่วันที่ 14 ม.ค. เป็นต้นไป และอนาคตทางกระทรวงคมนาคมได้จัดสรรงบฉุกเฉินจำนวน 430 ล้านบาท เพื่อป้องกันน้ำท่วมรันเวย์สนามบินนครศรีธรรมราชด้วยการสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมรอบๆ สนามบิน ซึ่งจะเริ่มลงมือก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปีแน่นอน       ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/yKvp0bLcQYI

 1,209

Top