ค้นหา :

ผลการค้นหา "กระดูกบิลลี่"

สังคม-อาชญากรรม
03 ธ.ค. 62

dsi แจงกระดูก 9 ชิ้นเสื่อมสภาพ ไม่ตรง dna 'บิลลี่' ยันไม่กระทบคดี

จากกรณีที่พนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ส่งหลักฐานเป็นชิ้นส่วนกระดูก จำนวน 9 ชิ้นที่คณะทำงานสหวิชาชีพได้นำขึ้นมาจากใต้น้ำ บริเวณสะพานแขวนในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ไปยังสถาบันนิติวิทยาศาสตร์   เพื่อขอความร่วมมือตรวจเปรียบเทียบสารพันธุกรรมของกระดูกดังกล่าว กับสารพันธุกรรมของนางโพเราะจี รักจงเจริญ มารดาของนายพอละจี หรือบิลลี่ รักจงเจริญ ซึ่งหายตัวไปภายหลังถูกเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานจับกุมไปว่ามีความสัมพันธ์เป็นมารดากับบุตรหรือไม่นั้น   ล่าสุด พันตำรวจเอก ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า ได้รับทราบผลการตรวจพิสูจน์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ในเบื้องต้นว่า ชิ้นส่วนกระดูกทั้ง 9 ชิ้น เป็นของมนุษย์ แต่จากการสกัดหาสารพันธุกรรมในกระดูกดังกล่าวพบว่าเสื่อมสภาพแล้ว ซึ่งหลังจากนี้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษจะต้องสอบสวนปากคำแพทย์ผู้ตรวจพิสูจน์ เพื่อรวมเข้าสำนวนการสอบสวนต่อไป    “กระดูกที่พบจำนวน 9 ชิ้น เป็นชิ้นส่วนกระดูกที่พบจากการตรวจค้นเพิ่มเติม ภายหลังจากที่ค้นพบกระดูกที่บริเวณกะโหลกศีรษะและถังน้ำมัน โดยอยู่ห่างจากบริเวณที่พบกระดูกที่เป็นชิ้นส่วนของกะโหลกศีรษะพอสมควร ซึ่งในการสอบสวน พนักงานสอบสวนคดีพิเศษมีหน้าที่รวบรวมหลักฐานทุกชนิดเท่าที่จะกระทำได้เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น จึงมีการใช้สหวิชาชีพในการแสวงหาและรวบรวมหลักฐานใช้วิทยาการหลายสาขา รวมทั้งนำมิติด้านนิติวิทยาศาสตร์มาพิสูจน์ข้อเท็จจริง อันเป็นการแสดงถึงการปฏิบัติงานที่โปร่งใส ปราศจากอคติ   อย่างไรก็ตาม ผลการตรวจพิสูจน์ดังกล่าว ในทางการสอบสวนไม่ได้มีนัยสำคัญเพิ่มเติม เนื่องจากชิ้นส่วนกระดูกที่เป็นกะโหลกศีรษะซึ่งค้นพบพร้อมกับการพบถังน้ำมันในครั้งแรก ได้มีการตรวจพิสูจน์ทางไมโตรคอนเดรียและมีการสอบสวนพยานกลุ่มเครือญาติประกอบแล้ว ฟังได้ว่าเป็นของนายพอละจีฯ ประกอบกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ยืนยันแล้วว่า หากกระดูกชิ้นดังกล่าวไม่อยู่ในร่างกาย เจ้าของกระดูกจะเสียชีวิต   ดังนั้นผลการตรวจกระดูกทั้ง 9 ชิ้นนี้จึงไม่ได้มีผลต่อรูปคดีแต่อย่างใด แต่เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง ได้มอบหมายพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ไปสอบสวนปากคำแพทย์ผู้ทำการตรวจพิสูจน์ รวมเข้าสำนวนด้วยแล้ว” พันตำรวจเอก ไพสิฐฯ กล่าว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RVAq7cM2Z-g

 1,217
สังคม
03 ธ.ค. 62

dsi แจงกระดูก 9 ชิ้นเสื่อมสภาพ ไม่ตรง dna 'บิลลี่' ยันไม่กระทบคดี

จากกรณีที่พนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ส่งหลักฐานเป็นชิ้นส่วนกระดูก จำนวน 9 ชิ้นที่คณะทำงานสหวิชาชีพได้นำขึ้นมาจากใต้น้ำ บริเวณสะพานแขวนในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ไปยังสถาบันนิติวิทยาศาสตร์   เพื่อขอความร่วมมือตรวจเปรียบเทียบสารพันธุกรรมของกระดูกดังกล่าว กับสารพันธุกรรมของนางโพเราะจี รักจงเจริญ มารดาของนายพอละจี หรือบิลลี่ รักจงเจริญ ซึ่งหายตัวไปภายหลังถูกเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานจับกุมไปว่ามีความสัมพันธ์เป็นมารดากับบุตรหรือไม่นั้น   ล่าสุด พันตำรวจเอก ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า ได้รับทราบผลการตรวจพิสูจน์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ในเบื้องต้นว่า ชิ้นส่วนกระดูกทั้ง 9 ชิ้น เป็นของมนุษย์ แต่จากการสกัดหาสารพันธุกรรมในกระดูกดังกล่าวพบว่าเสื่อมสภาพแล้ว ซึ่งหลังจากนี้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษจะต้องสอบสวนปากคำแพทย์ผู้ตรวจพิสูจน์ เพื่อรวมเข้าสำนวนการสอบสวนต่อไป    “กระดูกที่พบจำนวน 9 ชิ้น เป็นชิ้นส่วนกระดูกที่พบจากการตรวจค้นเพิ่มเติม ภายหลังจากที่ค้นพบกระดูกที่บริเวณกะโหลกศีรษะและถังน้ำมัน โดยอยู่ห่างจากบริเวณที่พบกระดูกที่เป็นชิ้นส่วนของกะโหลกศีรษะพอสมควร ซึ่งในการสอบสวน พนักงานสอบสวนคดีพิเศษมีหน้าที่รวบรวมหลักฐานทุกชนิดเท่าที่จะกระทำได้เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น จึงมีการใช้สหวิชาชีพในการแสวงหาและรวบรวมหลักฐานใช้วิทยาการหลายสาขา รวมทั้งนำมิติด้านนิติวิทยาศาสตร์มาพิสูจน์ข้อเท็จจริง อันเป็นการแสดงถึงการปฏิบัติงานที่โปร่งใส ปราศจากอคติ   อย่างไรก็ตาม ผลการตรวจพิสูจน์ดังกล่าว ในทางการสอบสวนไม่ได้มีนัยสำคัญเพิ่มเติม เนื่องจากชิ้นส่วนกระดูกที่เป็นกะโหลกศีรษะซึ่งค้นพบพร้อมกับการพบถังน้ำมันในครั้งแรก ได้มีการตรวจพิสูจน์ทางไมโตรคอนเดรียและมีการสอบสวนพยานกลุ่มเครือญาติประกอบแล้ว ฟังได้ว่าเป็นของนายพอละจีฯ ประกอบกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ยืนยันแล้วว่า หากกระดูกชิ้นดังกล่าวไม่อยู่ในร่างกาย เจ้าของกระดูกจะเสียชีวิต   ดังนั้นผลการตรวจกระดูกทั้ง 9 ชิ้นนี้จึงไม่ได้มีผลต่อรูปคดีแต่อย่างใด แต่เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง ได้มอบหมายพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ไปสอบสวนปากคำแพทย์ผู้ทำการตรวจพิสูจน์ รวมเข้าสำนวนด้วยแล้ว” พันตำรวจเอก ไพสิฐฯ กล่าว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RVAq7cM2Z-g

 1,217
สรุปข่าว
03 ธ.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 3 ธ.ค.62 คนกรุงหนาวแล้ว-พ่อปารีณาแย่งไมค์อธิบดีกรมป่าไม้-ฆ่าโหดยกครัว 3 ศพ

-วันนี้คนกรุงมีหนาว อุตุนิยมวิทยาประกาศ วันนี้-10 ธันวาคม ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อุณหภูมิจะลดลง 6-8 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 15-20 องศาเซลเซียส ภาคเหนือ-อีสาน หนาวแน่อากาศลด 8-10 องศาเซลเซียส ยอดดอยและยอดภูหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 1-9 องศา   ขณะที่ใต้ต้องรับมือกับฝน น้ำท่วมนราธิวาสยังหนัก ขยายวงกว้างถึง 11อำเภอ ปริมาณน้ำในแม่น้ำสุไหงโกลก ยังคงมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง น้ำล้นตลิ่ง 2.20 เมตร กว่า 3 หมื่นชีวิตได้รับผลกระทบ   -กรมป่าไม้หอบหลักฐานแจ้งเอาผิดทั้งพ่อและลูก เอ๋ ปารีณา-ทวี ไกรคุปต์ 4 ข้อหาฐานบุกรุกป่าสงวน 46 ไร่ ผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ / พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ / พ.ร.บ.ที่ดินมาตรา 9 / พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาสิ่งแวดล้อม โทษสูงสุดคุก 20 ปี ปรับ 2 ล้าน ระหว่างที่ อธิบดีกรมป่าไม้ นายอรรถพล เจริญชันษา แถลงข่าว ทวี ไกรคุปต์ ยกแผนที่มาตราส่วน 1 : 400,000 พร้อมถามอธิบดีกรมป่าไม้ ว่า พื้นที่ 600 ไร่ ที่ฟ้องร้องกันอยู่นี้อยู่ตรงไหน? ขณะที่อธิบดีชี้แจงนายทวีดึงไมค์จากอธิบดีมาพูดเอง   พ่อยังระบุติดต่อปารีณาไม่ได้ อยากบอกว่าอย่าไปฟ้องอธิบดีกรมป่าไม้ เขาทำหน้าที่ตรวจสอบตามกฎหมาย บอกทนายความด้วย อย่าไปฟ้องเขาเลย ท่านทำตามหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ขอให้ฟังพ่อ ลูกเชื่อมั่นในตัวเองสูง คิดผิดที่ส่งลูกไปเรียนตปท. แม้แต่พ่อแม่ก็ไม่เชื่อฟัง   ด้านปารีณาส่งทนายฟ้อง วีระ-อัจฉริยะ ฐานแจ้งความเท็จ-หมิ่นประมาท แต่ยังไม่ฟ้องอธิบดีกรมป่าไม้ รอดูท่าทีก่อน ส่วนที่ดินที่ แจ้ง ปปช เกินมา 1,000 กว่าไร่นั้น ทนายบอกเป็นแค่การแจ้งซ้ำ   -พรรคฝ่ายค้านเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ตีความข้อบังคับการประชุมที่ให้นับคะแนนใหม่ อาจเจ้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญได้ พร้อมเตรียมเสนอสภา ยื่นญัตติแก้ไขข้อบังคับการประชุม สร้างบรรทัดฐานให้ชัดเจน สุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน เตรียมหาร่วมกันใน 7 พรรคฝ่ายค้าน ในวันพรุ่งนี้ เพื่อพิจารณาขอเสนอญัตติในสภา ขอแก้ไขข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในข้อ 85 และตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญแก้ไขตามขั้นตอน เพื่อจะได้มีความชัดเจนมากขึ้น ว่ามีมูลเหตุใดบ้างที่จะสามารถขอนับคะแนนใหม่ได้     -วิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปฝ่ายรัฐบาล ยืนยันญัตติขอนับคะแนนใหม่ในการตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาผลกระทบจากการใช้คำสั่ง คสช. มาตรา 44 โดยมั่นใจว่า องค์ประชุมสภาผู้แทนราษฎร 4 ธ.ค. นี้ จะครบององค์ประชุม 250 เสียง ทั้งนี้ได้ไล่เช็คทุกพรรคแล้วการประชุมครั้งต่อไปน่าจะครบ อีกทั้งองค์ประชุมรวมถึงประธานด้วย ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านระบุว่า การขอนับคะแนนใหม่ อาจขัดรัฐธรรมนูญ นายวิรัช กล่าวว่า ต้องดูข้อบังคับการประชุมซึ่งไม่เคยเปลี่ยนและล้อตามรัฐธรรมนูยืนยันว่านายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร วินิจฉัยถูกต้องแล้ว   -กรณีการนัดพบปะแกนนำรัฐบาล กินข้าวกระชับความสัมพันธ์สยบรอยร้าว ที่สนามกอล์ฟราชพฤกษ์ วันนี้  บิ๊กป้อมบอกว่าเป็นการนัดตามปกติธรรมดา ไม่มีพูดอะไรกันเป็นพิเศษ ส่วนที่ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ โหวตสวนมติวิปรัฐบาลในการตั้งคณะกรรมาธการศึกษาผลกระทบจากคำสั่ง คสช.และมาตรา 44 นั้น ได้พูดคุยกันแล้วไม่มีอะไร และเชื่อว่าการประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งต่อไปจะเรียบร้อย ไม่ล่มเป็นครั้งที่ 3 ยืนยันว่า ไม่มีรอยร้าวอะไรเป็นเรื่องของบุคคล ทุกฝ่ายเข้าใจกันดี   ด้านนายกฯ ยังไม่รับปากว่าจะไปร่วมงานเลี้ยง จะไปร่วมหรือไม่ ขอดูเวลาก่อน ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลอยากให้ตนเองไปร่วมงานนั้น ถ้าหากตนไป ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไร แต่หากไปก็อาจเป็นการไปเยี่ยม โดยใช้เวลาไม่นาน ทั้งนี้เมื่อถามย้ำว่านายกรัฐมนตรีจะไปหรือไม่ พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า ยังไม่รู้ ขอรอดูก่อน   -ศาลฎีกาเเผนกคดีเลือกตั้ง สั่งกรุงศรีวิไล ส.ส.เขต 5 สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. หลังรับคำร้อง กกต. แจกใบเหลือง กรณีคนใกล้ชิดใส่ซองงานศพ 1 พันบาท นัดตรวจพยานหลักฐาน 25 ธ.ค.   -รมว.คมนาคมสั่งบอร์ด รฟม.รื้อพิจารณาเงื่อนไขการปรับลดราคาระบบขนส่ง เพื่อช่วยค่าครองชีพประชาชน ทั้งรถไฟฟ้า-ทางด่วน หลังไม่ปลื้มมาตรการก่อนหน้า ลุ้นลดราคารถไฟฟ้าทั้งวันไม่มีช่วงออฟพีค ลดแบบไม่ตั้งเงื่อนไขเวลา เพื่อให้ ปชช.ได้ประโยชน์แท้จริง และเป็นของขวัญปีใหม่ สั่งพิจารณาภายใน 15 ธ.ค.   -ฆ่าโหดยกครัว 3 ศพ พ่อ แม่ ลูก ถูกจ่อยิงที่หัว ตายคาบ้านกลางเมืองเชียงราย เร่งล่าตัวแฟนลูกสาว คาดพัวพันคดี ชาวบ้านระบุได้ยินเสียงปืนดังหลายนัด ตั้งแต่คืน 28 พ.ย. แต่ไม่คิดว่าจะเป็นเหตุร้าย กระทั่งเพื่อนผู้ตายมาตาม เพราะไม่ไปทำงาน พบเป็นศพตายยกครัว สภาพขึ้นอืด ตายมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน มั่นใจไม่ใช่เหตุฆ่ากันเองในบ้าน หรือฆ่าตัวตาย ที่ผ่านมาบ้านนี้ไม่มีปัญหากับใคร สงสัยเป็นแฟนหนุ่มของลูกสาว ที่เพิ่งออกมาจากเรือนจำ ก่อนจะถูกทางครอบครัวฝ่ายหญิงกีดกันไม่ให้คบหา เร่งไล่ล่าตัวมาสอบปากคำ   -รวบแล้ว อดีตเมียกับผัวใหม่ พาเพื่อนบุกแทงผัวเก่าแล้วเอาพัดลมทุ่มจนตายคาห้องพักบ้านเอื้ออาทรย่านบางบัวทอง ทั้งอดีตเมียเก่าและผัวใหม่ยังปากแข็ง อ้างไม่ได้เป็นคนลงมือ จะเข้าเอามือถือและเสื้อผ้า ถูกผู้ตายใช้เขียงทุ่มเลยชุลมุน ปัดให้เพื่อนอีกคนเป็นคนแทง ตร.รวบตัวเพื่อนอีกคนได้แล้วที่ชลบุรี เตรียมแถลงข่าววันนี้   -ดีเอสไอแจงสารพันธุกรรมจากกระดูก 9 ชิ้นที่ส่งตรวจเพิ่มในคดีบิลลี่ เสื่อมสภาพถูกเผามานานกว่า 10 ปี ทำให้ตรวจไม่ได้ว่าเป็นของใคร แต่ยืนยันว่าเป็นของมนุษย์ ยืนยันไม่กระทบต่อรูปคดีแน่นอน   -กรมขนส่งทางบกเตรียมแบ่งสินบนนำจับ 50%  ให้กับคนแจ้ง เบาะแส ขับขี่ไม่ปลอดภัย คาดมีผลบังคับใช้ 9 ธันวาคมนี้ ประชาชนที่พบเห็นการกระทำผิด เช่น ขับรถส่ายไปส่ายมา ขับรถประมาทหวาดเสียว ควันดำ บรรทุกเกิน ทั้งในส่วนของรถส่วนบุคคลและรถสาธารณะ สามารถถ่ายรูป ถ่ายคลิป   ส่งมาที่เว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบก, เฟซบุ๊ก หรือร้องเรียนผ่านสายด่วน 1584 ได้เลย หากพบว่าทำผิดจริงเราจะแบ่งสินบน 50% ให้คนแจ้ง เงินรางวัลมีตั้งแต่ 200-25,000 บาท แต่ต้องมารับเงินด้วยตัวเองที่กรมขนส่ง ไม่มีการทำธุรกรรมเพื่อความโปร่งใส ซึ่งจะบังคับใช้ทันก่อนช่วงปีใหม่พอดี    -ชายขับกระบะพุ่งชนเก๋งจอดหน้าบ้านเข้าพบ ตร.แล้ว อ้างเป็นเพื่อนกับเจ้าของบ้านไปช่วยขนกระถางต้นไม้หน้าบ้านเพื่อน ยกออกไม่ได้เพราะรถคู่กรณีจอดขวาง เรียกไม่มีใครมาเคลื่อนย้ายจึงโมโหตัดสินใจชนดะ ยันไม่ได้หนี ยอมรับเป็นคนใจร้อนขอโทษสังคมด้วย ผู้เสียหายยันไม่ได้จอดขวาง แต่เป็นพื้นที่ส่วนกลาง เสนอซื้อรถคันใหม่ให้หรือจ่ายเงินค่าซ่อม 5 แสน สุดท้ายตกลงกันไม่ได้ คนขับกระบะโดนแจ้งข้อหา นัดเจรจา 2 ฝ่ายอีกครั้งอาทิตย์นี้   -หนุ่มบุกเดี่ยวชิงเงินแบงก์พลาดท่า เจอพนง.คนจริงกระชากหัวทิ่งคาเคาน์เตอร์ วงจรปิดจับภาพวินาทีคนร้ายเดินขึ้นมากระโดดบนเคาน์เตอร์ ประกาศดังลั่นธนาคาร นี่คือการปล้น เหตุเกิดที่ธนาคารทหารไทย สาขาพัฒนาการ 48 ขณะกระโดดเกิดลื่นล้ม ทำให้ พนง.กระชากแขนจนหัวทิ่ม ไปกองกับพื้นและมีพลเมืองดีเข้าช่วยจับ พบคนร้ายเป็นไลน์แมน สารภาพขี่รถตระเวนดูธนาคาร 2-3 แห่ง พบสาขานี้ไม่มี รปภ.จึงเข้าก่อเหตุ   -ฌาปนกิจ คิว ภูริวัฒน์ นักร้องนำของวง Friday Night to Sunday หลังผูกคอฆ่าตัวตาย จากอาการป่วยซึมเศร้า แม่ร้องแทบขาดใจหลายครั้ง โดยเฉพาะช่วงเปิดฝาโลงดูหน้าลูกชายเป็นครั้งสุดท้าย   -พ่อโวยห้างดังเมืองสุราษฎร์ธานี ทำไฟฟ้ารั่วชั้นวางสินค้า ช็อตลูกสาววัย 2 ขวบหวิดดับ ถูกกระแสไฟฟ้าดูดเกือบ 2 นาที ลูกสาวสลบนานกว่า 10 นาที ต้องอยู่ ICU 2 คืน อยากฟ้องศาลเรียกร้องค่าเสียหาย ขอความเป็นธรรม ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ERSlbadzdWA

 9,101
สรุปข่าว
02 ธ.ค. 62

กระดูก9ชิ้น ไม่ใช่ 'บิลลี่' - อนาคตใหม่แฉกองทัพปล่อยเงินกู้นายทหาร - นายกฯห่วงน้ำท่วมนราธิวาส

ดีเอสไอแจงกระดูก 9 ชิ้น ไม่ใช่ 'บิลลี่' อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า ได้รับทราบผลการตรวจพิสูจน์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ในเบื้องต้นทราบว่าชิ้นส่วนกระดูกทั้ง 9 ชิ้น ที่นำขึ้นมาจากใต้น้ำบริเวณสะพานแขวนในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานนั้น เป็นของมนุษย์ แต่จากการสกัดหาสารพันธุกรรมในกระดูกดังกล่าวพบว่าเสื่อมสภาพแล้ว ซึ่งหลังจากนี้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษจะต้องสอบสวนปากคำแพทย์ผู้ตรวจพิสูจน์ เพื่อรวมเข้าสำนวนการสอบสวนต่อไป       โจรบุกเดี่ยวปล้นธนาคาร พลเมืองดีรุมจับส่ง ตร. เกิดเหตุคนร้ายชิงทรัพย์ธนาคารทหารไทย สาขาถนนพัฒนาการ โดยพนักงานธนาคารและพลเมืองดีช่วยกันจับตัวไว้ได้ ก่อนส่งให้ตำรวจคุมตัวพร้อมของกลางทั้งหมดมาสอบสวนต่อที่ สน.คลองตัน คนร้ายทราบชื่อต่อมาคือ นายพิชิต ศรีใสคำ อายุ 23 ปี ชาว จ.บุรีรัมย์       นายกฯ ห่วงน้ำท่วมนราธิวาส พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นห่วงสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส พร้อมสั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย และระดมเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยสนับสนุนการระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขัง เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว       อนาคตใหม่แฉกองทัพปล่อยเงินกู้ให้นายทหาร 1,200 ล้านบาท อนาคตใหม่โพสต์ภาพเอกสารที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน อ้างเป็นเอกสารภายในกองทัพที่ปล่อยเงินกู้เงินกว่า 1,200 ล้านบาท โดยไม่คิดดอกเบี้ย ให้บริษัทซึ่งมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่ 4 นายถือหุ้น โดยพรรคเรียกร้องให้ประชาชนช่วยกันตรวจสอบ

 791
สังคม-อาชญากรรม
15 พ.ย. 62

dsi ปัดจัดฉากคดีบิลลี่ สั่งถอดเทป 'ชัยวัฒน์' ตระเวนออกสื่อ ชี้ยุ่งเหยิงพยาน จ่อถอนประกัน

พันตำรวจเอกไพสิฐ วงศ์เมือง เปิดเผยถึงกรณีที่นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ออกมาโต้แย้งถึงผลการตรวจชิ้นส่วนกระดูกมนุษย์ที่พบใต้สะพานแขวนเขื่อนแก่งกระจาน ในจังหวัดเพชรบุรี ว่าไม่ใช่กระดูกของนายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ ว่า ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ ไม่มีความจำเป็นที่ต้องชี้แจงประเด็นใดเพิ่ม เนื่องจากกระบวนการสืบสวนสอบสวน มีการตั้งเป็นคณะกรรมการ ที่บูรณการหลายหน่วยงาน ซึ่งหลักฐานที่รวบรวมมา ก็นำไปสู้กันต่อไปในชั้นศาล   ส่วนที่มีการกล่าวอ้างว่า เป็นการจัดฉากพุ่งเป้าไปที่นายชัยวัฒน์นั้น ยืนยันว่า การทำงานของเจ้าหน้าที่ทำไปตามพยานหลักฐาน ไม่ได้จัดฉาก หากสื่อมวลชนตามข่าวมาตั้งแต่แรก ก็จะมีภาพเหตุการณ์มาโดยตลอด   พร้อมกันนี้อธิบดีดีเอสไอ สั่งการให้พนักงานสอบสวน ถอดเทปคำให้สัมภาษณ์ของนายชัยวัฒน์ เนื่องจากเข้าข่ายยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานทางคดี และยังมองเป็นอุปสรรคในการสอบสวนตามกฎหมาย ป.วิ อาญา มาตรา 108/1 (2) (5) และจะนำถ้อยคำดังกล่าวยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อพิจารณาให้เพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราวนายชัยวัฒน์   ขณะที่พันตำรวจโทวรรณพงษ์ คชรักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ผลการตรวจสอบชิ้นส่วนกระดูกมนุษย์ ยืนยันเป็นการตรวจสอบตามหลักนิติวิทยาศาสตร์ ส่วนชิ้นส่วนกระด์กมนุษย์ทั้ง 9 ชิ้น จาก 20 ชิ้น คาดว่าผลการตรวจจะออกภายในสัปดาห์นี้ ซึ่งจะส่งผลให้พนักงานสอบสวนดีเอสไอ   และจากที่นายชัยวัฒน์ตั้งข้อสังเกตว่า ไม่ใช่ชิ้นส่วนกระดูกของนายบิลลี่นั้น แต่อาจเป็นเครือญาติกันนั้น ยืนยันว่าการตรวจเทียบเคียงกับมารดาของนายบิลลี่เป็นการตรวจหาสารพันธุกรรมไมโทคอนเดรีย ที่เป็นไปตามหลักสากล และจะต้องส่งผลไปให้แล็ปต่างประเทศหรือไม่ เพื่อยืนยันชี้ชัดว่าเป็นบิลลี่เลยหรือไม่นั้น ระบุว่าการตรวจสอบของนิติวิทยาศาสตร์ก็เป็นไปตามหลักมาตรฐาน   ทั้งนี้กระดูกทั้ง 9 ชิ้น ถือว่ามีความสมบูรณ์เพียงพอที่จะสามารถสกัดดีเอ็นเอมาตรวจสอบได้ แต่จะเป็นของบุคคลเดียวกันหรือไม่ ต้องรอผลการสกัด แต่หากกระดูกบางชิ้นเสียหายมาก หรือมีความสมบูรณ์ไม่เพียงพอ ก็อาจจะไม่สามารถสกัดดีเอ็นเอออกมาได้     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/6ahFJ3MuI_4  

 835
สังคม
15 พ.ย. 62

dsi ปัดจัดฉากคดีบิลลี่ สั่งถอดเทป 'ชัยวัฒน์' ตระเวนออกสื่อ ชี้ยุ่งเหยิงพยาน จ่อถอนประกัน

พันตำรวจเอกไพสิฐ วงศ์เมือง เปิดเผยถึงกรณีที่นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ออกมาโต้แย้งถึงผลการตรวจชิ้นส่วนกระดูกมนุษย์ที่พบใต้สะพานแขวนเขื่อนแก่งกระจาน ในจังหวัดเพชรบุรี ว่าไม่ใช่กระดูกของนายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ ว่า ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ ไม่มีความจำเป็นที่ต้องชี้แจงประเด็นใดเพิ่ม เนื่องจากกระบวนการสืบสวนสอบสวน มีการตั้งเป็นคณะกรรมการ ที่บูรณการหลายหน่วยงาน ซึ่งหลักฐานที่รวบรวมมา ก็นำไปสู้กันต่อไปในชั้นศาล   ส่วนที่มีการกล่าวอ้างว่า เป็นการจัดฉากพุ่งเป้าไปที่นายชัยวัฒน์นั้น ยืนยันว่า การทำงานของเจ้าหน้าที่ทำไปตามพยานหลักฐาน ไม่ได้จัดฉาก หากสื่อมวลชนตามข่าวมาตั้งแต่แรก ก็จะมีภาพเหตุการณ์มาโดยตลอด   พร้อมกันนี้อธิบดีดีเอสไอ สั่งการให้พนักงานสอบสวน ถอดเทปคำให้สัมภาษณ์ของนายชัยวัฒน์ เนื่องจากเข้าข่ายยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานทางคดี และยังมองเป็นอุปสรรคในการสอบสวนตามกฎหมาย ป.วิ อาญา มาตรา 108/1 (2) (5) และจะนำถ้อยคำดังกล่าวยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อพิจารณาให้เพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราวนายชัยวัฒน์   ขณะที่พันตำรวจโทวรรณพงษ์ คชรักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ผลการตรวจสอบชิ้นส่วนกระดูกมนุษย์ ยืนยันเป็นการตรวจสอบตามหลักนิติวิทยาศาสตร์ ส่วนชิ้นส่วนกระด์กมนุษย์ทั้ง 9 ชิ้น จาก 20 ชิ้น คาดว่าผลการตรวจจะออกภายในสัปดาห์นี้ ซึ่งจะส่งผลให้พนักงานสอบสวนดีเอสไอ   และจากที่นายชัยวัฒน์ตั้งข้อสังเกตว่า ไม่ใช่ชิ้นส่วนกระดูกของนายบิลลี่นั้น แต่อาจเป็นเครือญาติกันนั้น ยืนยันว่าการตรวจเทียบเคียงกับมารดาของนายบิลลี่เป็นการตรวจหาสารพันธุกรรมไมโทคอนเดรีย ที่เป็นไปตามหลักสากล และจะต้องส่งผลไปให้แล็ปต่างประเทศหรือไม่ เพื่อยืนยันชี้ชัดว่าเป็นบิลลี่เลยหรือไม่นั้น ระบุว่าการตรวจสอบของนิติวิทยาศาสตร์ก็เป็นไปตามหลักมาตรฐาน   ทั้งนี้กระดูกทั้ง 9 ชิ้น ถือว่ามีความสมบูรณ์เพียงพอที่จะสามารถสกัดดีเอ็นเอมาตรวจสอบได้ แต่จะเป็นของบุคคลเดียวกันหรือไม่ ต้องรอผลการสกัด แต่หากกระดูกบางชิ้นเสียหายมาก หรือมีความสมบูรณ์ไม่เพียงพอ ก็อาจจะไม่สามารถสกัดดีเอ็นเอออกมาได้     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/6ahFJ3MuI_4  

 835
อาชญากรรม
14 พ.ย. 62

'ภรรยาบิลลี่' มั่นใจกระดูกเป็นของสามี พ้อกังวลอิทธิพลอำนาจมืดในพื้นที่ "คนดีอยู่ไม่ได้"

ติดตามคดีฆาตกรรม นายพอละจี รักจงเจริญ หรือ บิลลี่ วันนี้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ยืนยันไม่ได้จัดฉากคดีฆาตกรรมนายบิลลี่ เช่นเดียวกับผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ที่ยืนยันว่าการตรวจดีเอ็นเอ เป็นไปตามมาตรฐานสากล ส่วนภรรยาของบิลลี่ ก็เชื่อมั่นหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ที่เป็นหลักฐานตามกฏหมาย    นางสาวพิณนภา พฤกษาพรรณ ภรรยาของนายพอละจี รักจงเจริญ หรือ บิลลี่ เชื่อมั่นใจผลทางนิติวิทยาศาสตร์ ที่ยืนยันว่า ชิ้นส่วนกระดูกที่พบในถังน้ำมันใต้เขื่อนแก่งกระจานเป็นของบิลลี่ เพราะในจำนวนพี่น้อง 8 คนของบิลลี่ ยังไม่มีใครเสียชีวิต มีเพียงบิลลี่ที่หายไป จึงต้องเชื่อมั่นในคำตอบทางวิทยาศาสตร์ และในทางประเพณีชาติพันธุ์กะเหรี่ยง เมื่อเผาศพจะไม่มีการนำกระดูกมาทิ้งน้ำ เพราะไม่มีประเพณีลอยอังคาร และชาวกะเหรี่ยงเชื่อว่าแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์   ในฐานะผู้สูญเสีย อาจเสียใจเมื่อรู้ว่าบิลลี่เสียชีวิตแล้ว แต่เมื่อผลทางวิทยาศาสตร์มายืนยัน ก็ต้องเชื่อมั่นหลักฐานที่ใช้อ้างอิงได้ทางกฏหมาย และ 5 ปีที่ผ่านมา หากบิลลี่ยังมีชีวิตอยู่ เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ติดต่อครอบครัว เพราะบิลลี่รักครอบครัวมาก หรือหากจะหนีไปอยู่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างที่ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน สันนิษฐาน ก็ย่อมมีคนพบเจอและรู้ข่าว   มึนอ ภรรยาบิลลี่ ยืนยันด้วยว่าในวันเกิดเหตุ บิลลี่นำน้ำผึ้งลงมาจากบ้านโป่งลึก บางกลอย จำนวน 8 ขวด และใส่ถุงอีก 30 กิโลกรัม ตามคำให้การของพี่สาวที่ช่วยจัดของ และระหว่างทางมาถึงด่านเขามะเร็วที่ถูกจับ เป็นไปไม่ได้ที่น้ำผึ้งจะเหลือ 5 ขวด นายชัยวัฒน์บอกว่าปล่อยตัวบิลลี่เพราะมีน้ำผึ้งเพียงเท่านั้น และพยานก็ยืนยันว่าเห็นน้ำผึ้งไหลจากถุงกระสอบ จึงไม่น่าจะใช่เสื้อผ้าอย่างที่นายชัยวัฒน์ระบุ   ยอมรับว่าสิ่งที่กังวลมากที่สุดสำหรับคนจนอย่างเธอและครอบครัว คืออำนาจมืดจากผู้อิทธิพล รวมถึงกรณีมีข่าวว่าจะมีคำสั่งย้าย นายมานะ เพิ่มพูน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานคนปัจจุบัน ยิ่งทำให้เป็นห่วงถึงความเป็นไปในผืนป่าแก่งกระจาน   มึนอ ยังมั่นใจด้วยว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่มีใครจัดฉากได้ ในที่สุดแล้วความจริงก็จะอธิบายได้ เช่นเดียวกับอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่ยืนยันว่าไม่มีความจำเป็นที่ต้องชี้แจงประเด็นใดเพิ่ม เพราะกระบวนการสืบสวนสอบสวน มีการตั้งเป็นคณะกรรมการ ที่บูรณการหลายหน่วยงานและหลักฐานต่อสู้กันในชั้นศาล   สำหรับข้อสงสัยเรื่องชิ้นส่วนกระดูกในถังน้ำมัน ที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ระบุว่าเป็นของบิลลี่ เป็นการตรวจเทียบเคียงกับมารดาของนายบิลลี่ ซึ่งเป็นการตรวจหาสารพันธุกรรมไมโทคอนเดรีย ที่เป็นไปตามหลักสากล ไม่จำเป็นต้องส่งตรวจต่างประเทศ   ชิ้นส่วนกระดูกกมนุษย์อีก 9 ชิ้น จาก 20 ชิ้น จะมาเป็นหลักฐานสำคัญ ที่ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ คาดว่า จะรู้ผลภายในสัปดาห์นี้ ซึ่งจะส่งผลให้พนักงานสอบสวนดีเอสไอ โดยกระดูกทั้ง 9 ชิ้น ถือว่ามีความสมบูรณ์เพียงพอที่จะสามารถสกัดดีเอ็นเอมาตรวจสอบได้ แต่จะเป็นของบุคคลเดียวกันหรือไม่ ต้องรอผลการสกัด แต่หากกระดูกบางชิ้นเสียหายมาก หรือมีความสมบูรณ์ไม่เพียงพอ ก็อาจจะไม่สามารถสกัดดีเอ็นเอออกมาได้

 824

Top